พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 1 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 1


26 พ.ค. 2560 09:07
921,206 ครั้ง

พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 1

อ่านเรื่องย่อ

พริ้ง คนเริงเมือง

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

สุวรรณี สุคนธา

บทโทรทัศน์โดย:

เจ้าคำดี

กำกับการแสดงโดย:

รัญญา ศิยานนท์

ผลิตโดย:

บริษัท นีโน่ บราเดอร์ส จำกัดและบริษัท มีเดีย สตูดิโอ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

อคัมย์สิริ สุวรรณสุข,เขตต์ ฐานทัพ, กฤษฎา สุภาพพร้อม, วัชรบูล ลี้สุวรรณ, ภูริ หิรัญพฤกษ์, พูลภัทร อัตถปัญญาพล, เมทนี บุรณศิริ

พริ้งวัยเพียง 8 ขวบถูกนวมผู้เป็นพี่สาวจับมัดติดกับเสาเรือน เอาไม้เรียวเฆี่ยนตีไปก่นด่าไปด้วย เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยดังระงมไปทั่ว โชคผัวของนวมนั่งดื่มเหล้าเถื่อนอยู่ที่มุมหนึ่งของบ้าน มองเด็กน้อยด้วยความสงสาร อยากจะเข้าไปห้ามปรามแต่ไม่กล้า นวมเอาผ้าที่ยังไม่ได้ซักเทใส่หัวน้องสาว

“กูใช้ให้ซักกี่วันมาแล้ว หา มึงมัวทำอะไรอยู่ ถ้วยชามทำไมไม่ล้าง นอกเรือนมันมีอะไร ไม่เคยอยู่ติดเรือน หรือมึงอยากจะมีผัวตั้งแต่ตัวเท่าเมี่ยงหา”

“แม่นวม มันยังเด็กจะไปเอาอะไรกับมันนักหนา มันก็มัวไปเล่นตามประสา”

“มึงเห็นมันเป็นเด็กอยู่รึไอ้โชค มึงตอบกูมาที” นวมหันไปตวาดผัวแว้ดๆ โชคหุบปากเงียบไม่พูดอะไรอีก แทนที่จะสำนึกพริ้งกลับเถียงคำไม่ตกฟาก นวมทนไม่ไหวฟาดใส่ไม่ยั้ง ช้อย ประเทียบและคุณพระจำรูญเข้ามาเห็นก็ตกใจ โดยเฉพาะช้อยรีบเข้าไปกันน้องสาวเอาไว้ ขอร้องให้นวมหยุดทำร้ายเธอได้แล้ว พริ้งร้องไห้โฮพร่ำบอกให้ช้อยช่วยตนด้วย...

ประเทียบตำหนินวมทำไมต้องเฆี่ยนตีพริ้งขนาดนี้ด้วย สอนกันดีๆไม่ได้หรือ นวมเคยใช้ไม้อ่อนมาแล้วแต่ไม่สำเร็จจึงต้องงัดไม้เรียวมาช่วย คนไม่ได้เลี้ยงไม่รู้จักฤทธิ์นังนี่ ประเทียบเสนอจะเอาพริ้งไปดูแลให้เอง หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูแบบนี้ ตนเห็นแล้วนึกรักขึ้นมาทันที พริ้งผละจากช้อยเดินหายไปสักพักกลับมาพร้อมกับห่อเสื้อผ้าของตัวเอง ยืนมองประเทียบตาแป๋ว

สุดท้ายนวมตัดใจยกพริ้งให้ไปอยู่ในความดูแลของประเทียบและคุณพระจำรูญ และย้ำว่าจะไม่ขอรับพริ้งคืนไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น ประเทียบหัวเราะร่วน

“โอย ฉันก็ไม่มีทางคืน ดูสิกอดแน่นเชียว รู้จัก ฝากเนื้อฝากตัวนะเรา” ประเทียบลูบหัวพริ้งอย่างเอ็นดู

นวมขอคุยกับช้อยเป็นการส่วนตัวสักครู่แล้วเดินนำไปอีกด้านหนึ่งของเรือน เตือนว่าการที่ประเทียบกับคุณพระจำรูญเอาพริ้งไปดูแลเท่ากับเอานรกเข้าเรือน ช้อยไม่เห็นด้วย พริ้งยังเด็กนัก ดื้อด้านอย่างไรก็น่าจะสั่งสอนหรือดัดนิสัยกันได้ นวมไม่คิดว่าคนอย่างพริ้งจะดัดนิสัยได้ มันดื้อด้านสอนเท่าไหร่ไม่เคยจำ

“ตั้งแต่แม่ตาย เอ็งก็ถูกป้าพาเข้าไปอยู่ในวัง เอ็งไม่ได้อยู่กับมันทุกวันเหมือนข้า ยังไม่รู้สันดานว่าอีนี่มันเป็นผีห่ามาเกิด...เกิดมาไม่เท่าไหร่พ่อก็หนีแม่ไปกับชู้ ไม่นานแม่ก็ตาย”

ช้อยไม่เห็นจะเกี่ยวอะไรกับพริ้งตรงไหน มันเป็นเรื่องของพ่อกับแม่ นวมยืนยันว่าเกี่ยวเพราะพริ้งเป็นตัวกาลกิณี ชีวิตพ่อกับแม่ถึงวายป่วงและชีวิตของตนก็กำลังจะพินาศไปอีกคนเพราะเลี้ยงมัน

“พี่ไม่ได้ทุกข์เพราะความดื้อของนังพริ้งหรอก ทุกข์เพราะใจของพี่เองต่างหากที่ไม่เคยเมตตามัน”

พริ้งยิ้มมีความสุขที่จะได้ไปให้พ้นจากนวม มองประเทียบกับคุณพระจำรูญอย่างฝากเนื้อฝากตัว

ooooooo

ด้วยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูทำให้ผู้คนในบ้านคุณพระจำรูญรวมทั้งปริกคนรับใช้ชมชอบพริ้งกันทั้งนั้น โดยไม่รู้เลยว่าเอาตัวป่วนเข้ามาในบ้าน ประเทียบให้คนจัดห้องไว้ให้เป็นส่วนตัวเพราะเห็นเธอเริ่มโตเป็นสาว แล้วสั่งให้ปริกพาเธอไปดูห้องหับ ช้อยรอจนน้องลับสายตาแล้วก็ยกมือไหว้ขอบคุณสองสามีภรรยา

“ฉันต้องขอบพระคุณคุณพี่ทั้งสองจริงๆที่ช่วยเลี้ยงพริ้ง ฉันได้ข่าวมาตลอดว่าพี่นวมเลี้ยงพริ้งยังไงฉันกลัวว่ามันจะตายซะก่อนเลยตัดสินใจมาคุยกับคุณพี่ จริงๆฉันอยากจะเอาพริ้งเข้าไปฝากเสด็จที่วังแต่ทำไม่ได้”

คุณพระจำรูญเห็นใจพวกเจ้านาย หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองก็หมดวาสนากันไปหลายองค์ ได้ข่าวมาว่าเจ้านายของช้อยกำลังจะไปปีนัง เธอยอมรับความจริงอย่างที่ท่านว่าและคงเร็วๆนี้ที่เธอต้องหาที่ทางอยู่ใหม่ ประเทียบชวนเธอมาอยู่ที่นี่ด้วยกัน ห้องหับยังมีเหลือเฟือ เธอไม่อยากรบกวนอะไรทั้งคู่อีก แค่ฝากพริ้งคนเดียวก็แย่พอแล้ว ไว้วันหลังเธอจะมาเยี่ยมอีก ประเทียบบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ตนรักพริ้งหมดใจแล้ว

“ความรักความเมตตาของคุณพี่คงจะช่วยขัดเกลารอยด้านไม้ในหัวใจของพริ้งได้ ฉันอยากจะให้พี่นวมเห็นว่าเลี้ยงเด็กต้องเลี้ยงด้วยความเมตตาเป็นพื้นฐาน ไม่ใช่ด้วยไม้เรียวเพียงอย่างเดียวถ้าอยากให้เขาได้ดี”...

ครั้นสมควรแก่เวลา ช้อยเรียกพริ้งมาสั่งสอนก่อนจะกลับให้เชื่อฟังประเทียบกับคุณพระจำรูญ อย่าดื้อ อย่าขี้เกียจ เดี๋ยวจะได้เรียนหนังสือ พริ้งไม่อยากเรียน พี่นวมบอกว่าเรียนไปทำไมเดี๋ยวมีผัวก็ให้ผัวเลี้ยง ช้อยตกใจ ปรามไม่ให้คิดแบบนั้น ช่วยตัวเองได้ก็ต้องช่วยไว้ก่อนอย่าคิดเอาชีวิตไปฝากกับใคร

“พี่ช้อยจะกลับแล้วไม่ใช่เหรอ” ไล่ทางอ้อมเสร็จพริ้งไหว้เป็นจกปลาร้าไม่ได้อ่อนช้อยเหมือนที่ทำกับประเทียบ แล้ววิ่งปรู๊ดออกไป ช้อยอึ้งกับท่าทีของน้อง...

พริ้งพอใจที่มีห้องเป็นของตัวเอง มองไปรอบๆเห็นข้าวของเครื่องใช้เต็มไปหมด เดินเข้าไปแตะเครื่องเรือน ต่างๆพลางบอกกับตัวเองว่าของเหล่านี้เป็นของเธอทั้งหมด

ooooooo

พริ้งโตเป็นสาวสะพรั่งอายุ 15 ปีแล้ว แต่กลับไม่มีความรับผิดชอบ นอนตื่นสายตะวันโด่งฟ้า ต้องให้ปริกมาปลุกทุกวัน สภาพในห้องนอนรกเป็นรังหนู เสื้อผ้าที่ใช้แล้วทิ้งเรี่ยราดไว้บนพื้น เธอใช้เท้าเขี่ยข้าวของที่รกเพื่อเดินมาเปิดประตูแค่ให้หน้ายื่นออกมาได้

ปริกยังบ่นไม่เลิกที่เธอแอบหนีเที่ยวกลับดึกๆดื่นๆขู่จะฟ้องคุณประเทียบ พริ้งรำคาญคว้าเมล็ดมะม่วงแห้งที่แทะหมดแล้วไม่ได้เอาไปทิ้งมายัดปากปริก ขู่กลับขืนพูดมากจะไม่ใช่โดนแค่เมล็ดมะม่วง แต่จะแจ้งโปลิศมาจับฐานเล่นหวยเถื่อน ปริกโมโหแต่ยังไม่ทันจะทำอะไรมีเสียงประเทียบดังขึ้นเสียก่อน

“ตื่นแล้วรึ นังพริ้ง”...

นอกจากจะไม่รักษาความสะอาด พริ้งยังทำทุกอย่างแบบขอไปทีแม้แต่การอาบน้ำล้างหน้า แค่ตักน้ำราดเอาแค่พอเปียกถูสบู่ลวกๆแค่จะให้เสร็จๆไปเท่านั้น แต่พอถึงเวลาแต่งตัว กลับค่อยๆละเลียดอยู่หน้ากระจกเงา สำรวจตัวเองที่งดงามอย่างพอใจ แล้วคว้าน้ำอบจะมาประพรมแต่หมดเสียก่อน...

ครั้นถึงเวลาต้องถูบ้านแทนที่จะใช้มือ พริ้งกลับเอาเท้าเขี่ยผ้าถูพื้นไปมา พอถูกประเทียบโวยวายก็เปลี่ยนไปใช้มือถู ทำงานบ้านได้ไม่เท่าไหร่ก็ทรุดตัวลงนั่งหยิบกระจกที่พกไว้มาส่องดูความงามของตัวเอง ปริกแอบมองอยู่มุมหนึ่ง คิดหาทางเอาคืน...

ที่บ้านของคุณพระเวทย์ ช้อยเตรียมกับข้าวไปพลางคอยชำเลืองมองตานิดลูกชายอายุหนึ่งขวบที่เล่นอยู่อีกมุมหนึ่ง หูเงี่ยฟังข่าวงานฉลองรัฐธรรมนูญประจำปี พ.ศ.2484 ไปด้วย คุณพระเวทย์กำลังจะออกไปทำงาน เดินเข้าไปอุ้มลูกชายเพื่อล่ำลา ช้อยปิดวิทยุแล้วเดินมาหา

“ดิฉันเตรียมอาหารกลางวันไว้ให้แล้วนะคะคุณพระ นี่ค่ะ” ช้อยส่งถุงผ้าใส่ปิ่นโตให้

“ขอบใจนะแม่ช้อย ขอบใจทุกเรื่องเลย ฉันโชคดีจริงๆที่แม่ช้อยยอมอยู่กินกับฉัน ไม่รังเกียจว่าฉันมีอดีต”

ช้อยขอแค่วันนี้เขามีเธอคนเดียวก็พอใจแล้ว

คุณพระเวทย์จะหอมแก้มแต่ช้อยหลบ เกิดใครโผล่พรวดเข้ามาอายแย่ เขานึกได้ว่ามีอยู่คนเดียวที่จะทำอย่างนั้น คือพริ้งนั่นเอง พูดถึงน้องสาวแล้วช้อยอดนึกถึงสิ่งที่พี่นวมเคยพูดไว้ไม่ได้ ฝากเขาดูตานิดสักครู่ ว่าจะเอาขนมไปให้ประเทียบไว้กินหลังมื้อกลางวันเพราะทางนั้นมักจะปันกับข้าวกับปลามาให้เราเป็นประจำ คุณพระเวทย์เชิญเธอตามสบาย ช้อยคว้าจานใส่ขนมออกไป...

พริ้งสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้ประเทียบไม่หยุดหย่อน เอาถ้วยใส่น้ำปลาหวานไปกินในห้อง กินเสร็จก็ไม่เก็บไปล้างหมกไว้อย่างนั้นจนในครัวไม่มีถ้วยจะใช้ ประเทียบต้องไปตามตัวจะเอาเรื่องเจอพริ้งใช้เท้าถูบ้านก็โกรธ ตำหนิยกใหญ่ เธอแก้ตัวน้ำขุ่นๆว่ามือเจ็บก็เลยต้องใช้เท้า ถ้าไม่ให้ใช้เท้าถูแล้วจะให้ใช้อะไร ประเทียบโมโห เข้ามาจิกผมพริ้ง เอาไปจุ่มในถังน้ำ

“โอ๊ย คุณพี่ พริ้งเจ็บ คุณพี่จะทำอะไรพริ้ง” พริ้งร้องไห้สะอึกสะอื้น

“จะสอนให้มึงถูพื้น ถ้าไม่อยากเจ็บมือ” ประเทียบเอาผมพริ้งถูพื้นต่างผ้าขี้ริ้ว ช้อยมาเห็นพยายามจะห้าม ประเทียบชี้หน้าไม่ให้มายุ่ง แล้วจับผมพริ้งถูกับพื้น หวังว่าครั้งนี้คงทำให้เธอจำวิธีถูพื้นได้ พริ้งร้องลั่นว่าจำได้แล้ว ประเทียบมีอีกเรื่องที่เธอต้องจำแล้วลากตัวไปที่ห้อง

“ถ้วยที่เอ็งเอาเข้ามากินอยู่ไหน ไปเอาออกมา” ประเทียบเห็นพริ้งหันไปจ้องปริกอย่างเอาเรื่อง “มึงไม่ต้องไปโทษใคร มึงทำตัวเองนะอีพริ้ง ไปเอาออกมา”

พริ้งบีบน้ำตาค่อยๆเดินไปหยิบถ้วยที่แห้งกรังออกจากใต้เตียง ประเทียบเหลืออดด่าลั่นทำไมถึงโสโครกได้ขนาดนี้แล้วหันไปเห็นผ้ากองสุมอยู่มุมห้อง

“ดูๆ มึงอยู่เข้าไปได้ยังไง นี่มันห้องคนหรือที่นอนหมา อีปริกเอ็งไปเอากองผ้านั่นมาใส่ตะกร้า ให้มันเอาไปซัก... ซักให้หมดวันนี้นะอีพริ้ง”

ปริกเดินไปที่กองผ้า พริ้งกลัวความลับแตกรีบเข้าไปกันไม่ให้มายุ่ง ตนจะเอาไปใส่ตะกร้าเอง สองคนยื้อแย่งผ้ากันไปมาจนหล่น ประเทียบเห็นรอยกระดำกระด่างที่ผ้ารีบเข้าไปรื้อกองผ้านั้นดูถึงกับผงะเมื่อเห็นผ้าเปื้อนประจำเดือนหลายผืนถูกหมกเอาไว้ ช้อยส่ายหน้าระอาใจ

“อีพริ้ง อีสกปรก อีโสโครก มึงหมกผ้าเปื้อนระดูมึงไว้ขนาดนี้เลยหรือ”

พริ้งแก้ตัวน้ำขุ่นๆไม่กล้าซักเพราะเหม็น ประเทียบลมแทบจับ ช้อยกับปริกต้องช่วยกันประคองไปนั่งพัก

ooooooo

ประเทียบหมดความอดทนกับพริ้งบ่นให้ช้อยฟังว่า ตลอดหลายปีที่พยายามสั่งสอนให้อยู่ในกรอบแต่มันไม่เคยทำตามที่สอน ช้อยขอโทษท่านด้วยไม่คิดว่าจะเอาปัญหามาให้

“อ้าย ความผิดของแม่ช้อยซะเมื่อไหร่ ใครจะไปคิดว่าจะเป็นแบบนี้ เป็นเด็กก็คิดว่าจะดัดได้ แต่กับนังพริ้งไม้นวมก็แล้วไม้แข็งก็แล้ว ก็ไม่เคยได้ผล กี่ปีแล้วแม่ช้อยที่พี่กับแม่ช้อยพยายามจะสอนมัน พี่อ่อนใจนัก สารพัดเรื่อง ...ไม่ใช่แค่เรื่องความโสโครกและความมักง่ายของมัน”

พริ้งทำเรื่องเลวร้ายไว้มากมายนัก ทั้งขโมยเงิน ทั้งเอาของมากินในห้องนอนแล้วไม่เอาจานไปล้าง แต่ที่หนักที่สุดก็คือขโมยกับข้าวที่จะตักบาตรมากิน ตอนนี้ประเทียบเข้าใจแล้วว่านวมรู้สึกอย่างไร อยากจะไล่พริ้งไปให้พ้นๆก็ติดที่รับปากนวมไว้

“ทนอีกนิดเถอะค่ะ รอแกมีผัวแกก็ไปเอง” ปริกปลอบ

ประเทียบกลัวจะไม่มีใครเอาไปทำเมียเพราะสวยแต่รูปจูบไม่หอม แต่งไปแล้วทางนั้นคงเอามาคืนไม่ทันข้ามวัน อีกอย่างหนึ่งตนกลัวพริ้งจะท้องไม่มีพ่อ

ช้อยถึงกับอึ้ง...

อีกมุมหนึ่งหน้ารั้วบ้าน พริ้งเดินแอบๆมาเห็นศักดิ์ชะเง้อคอยาวรออยู่ ยิ้มหวานเข้าไปเกาะรั้วคุยด้วย เขานัดแนะว่าคืนนี้เรามีนัดกันเหมือนเดิม ไปดูหนังกลางแปลงด้วยกัน แล้วย้ำกับเธอว่าอย่าลืมใส่เสื้อคอกว้างๆอย่างที่เขาชอบ จังหวะนั้นช้อยเดินออกมาพอดี ศักดิ์ตกใจวิ่งหนี ช้อยร้องถามน้องสาวว่าคุยกับใครอยู่ เธอโกหกว่าแค่คนมาถามทางเท่านั้น ช้อยถามย้ำว่า จริงหรือ พริ้งของขึ้นทันที

“พี่ช้อยอย่าทำตัวเหมือนพี่ประเทียบอีกคนเลย ถ้าไม่อยากให้ฉันเกลียด”

“พริ้ง เกลียดขี้หน้าผู้มีพระคุณที่รักและหวังดีกับเรา บาปตกนรก”

พริ้งหาว่าประเทียบไม่ได้รัก แค่เอาเธอมาเลี้ยงแก้เหงา พอไม่ได้ดังใจก็ทำกับเธอสารพัด เหมือนเธอเป็นแค่สัตว์เลี้ยง อยู่ที่นี่หรืออยู่กับพี่นวมก็ไม่ต่างกัน...

ตกค่ำระหว่างที่ช้อยกำลังกล่อมให้ตานิดนอน คุณพระเวทย์เข้ามาบอกว่าเดี๋ยวจะมีคนมาปรึกษาข้อกฎหมายด้วย เธอคงไม่ขัดข้อง ช้อยประชดจะว่าอะไรได้ในเมื่อเขาเชิญเรียบร้อยแล้ว คุณพระเวทย์ได้ข่าวว่าบ้านประเทียบมีเรื่องกันหรือ ช้อยพยักหน้าแทนคำตอบ แล้วเข้ามาเตรียมที่นอนให้สามี

“ตกใจกับความคิดของพริ้งเหลือเกิน แกคิดว่าอยู่กับพี่ประเทียบเหมือนอยู่ในนรก พริ้งไม่เคยเปิดใจตัวเองเลย มองว่าทุกคนผิดที่ทำกับพริ้ง ทำยังไงพริ้งถึงจะคิดได้คะว่าที่ตัวเองถูกลงโทษก็เพราะความผิดของตัวไม่ใช่ของใคร” ช้อยบ่นด้วยความกลัดกลุ้ม

“เราทำอะไรไม่ได้หรอก ถ้าเจ้าตัวเขาคิดเองไม่ได้”...

ด้านพริ้งอาบน้ำเสร็จแอบย่องเข้าไปในห้องนอนของประเทียบเอาขวดน้ำอบของตัวเองที่หมดเกลี้ยงไปเปลี่ยนกับขวดน้ำอบของประเทียบ แล้วรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าในชุดสวยเตรียมหนีไปหาศักดิ์ โดยไม่ลืมเอาน้ำอบที่ขโมยมาจากประเทียบประพรมไปทั่วตัว พร้อมกับคอยเงี่ยหูฟังว่าทุกคนเข้านอนกันแล้วหรือยัง

ooooooo

พริ้งรอจนแน่ใจว่าทุกคนเข้านอนหมดแล้ว

จึงค่อยๆเปิดประตูห้อง แต่ประตูไม่ขยับ เนื่องจากถูกล็อกกุญแจไว้ด้านนอก เธอได้แต่ขบกรามแน่นด้วยความเจ็บใจ

ด้านคุณพระจำรูญตำหนิประเทียบใส่กุญแจห้องพริ้งแบบนั้นไม่ทำเกินไปหรือ เธอกลัวมันจะท้องไม่มีพ่อถ้าไม่ทำอย่างนั้น ชาวบ้านนินทากันไปทั้งบางแล้วว่านังพริ้งชอบแอบออกไปหาผู้ชายดึกๆดื่นๆตอนที่เราหลับกันหมด คุณพระจำรูญตกใจถึงกับร้องเอะอะ ประเทียบยังเล่าเพิ่มเติมอีกว่า ปริกเองก็เห็นพริ้งแอบออกไปข้างนอกมาเมื่อคืนนี้ ท่านแนะให้เรียกมาคุยกันดีๆไม่ดีกว่าหรือ

“แล้วมันเชื่อเหรอคะ คุณพระก็รู้อยู่แก่ใจ นังนี่ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ก็ต้องใช้วิธีนี้เท่านั้น ขี้เกียจจะรบกับมันแล้ว ฉันหมดแรง และถ้ามันจะมีผัว ฉันจะเป็นคนหาให้ เอาที่โง่ๆบื้อใบ้จะได้ไม่ทุกข์ร้อนกับสันดานของอีพริ้ง แต่ต้องไม่ใช่พวกกเฬวรากข้างถนนอย่างที่มันออกไปหาทุกคืน”...

คนอย่างพริ้งมีหรือจะยอมถูกขังง่ายๆ เธอเอาผ้าปูที่นอน ผ้าห่มและมุ้งมามัดต่อกัน ทิ้งชายผ้าลงทางหน้าต่างแล้วปีนลงไป จากนั้นเธอปีนรั้วออกไปอย่างคล่องแคล่ว อารามรีบร้อนไม่ทันดูทางเกือบถูกรถของพินิจหมอหนุ่มใหญ่โสดสนิทเพื่อนคุณพระเวทย์ชน เธอยืนตะลึงอยู่อย่างนั้น พินิจเองก็ตะลึงในความงามของเธอ ครั้นเธอได้สติเท้าเอวชี้หน้าด่า ขับรถประสาอะไรไม่ชนให้รู้แล้วรู้รอด แล้วท้าเหยงๆให้ลงมาคุยกันให้รู้เรื่อง

พินิจได้สติลงจากรถไปหา พริ้งเห็นความหล่อของเขาจ้องไม่วางตา แต่ยังไม่ทันจะว่าอะไรเหลือบเห็นไฟในบ้านเปิด เธอวิ่งปรู๊ดไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้พินิจมองตามตาละห้อย...

ฝ่ายปริกส่องไฟฉายสำรวจความเรียบร้อยรอบเรือนต้องอ้าปากค้างเมื่อเห็นชายผ้าปูที่นอนห้อยลงมาจากหน้าต่างห้องพริ้ง...

มุมลับตาคนภายในสวนสาธารณะ พริ้งเบื่อที่ต้องถูกศักดิ์กอดจูบ เร่งให้เขาทำงานหาเงินมาขอเธอ เขาทักท้วงเราเพิ่งคบกันได้ไม่ถึงเดือน เธอหันขวับ พูดแบบนี้หมายความว่าเขาจะไม่ไปขอเธอแต่งงานให้เป็นเรื่องเป็นราวใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นเธอจะไม่ยอมขาดทุนให้เขากอดจูบแบบนี้อีก ลุกหนีไปทันที ศักดิ์หน้ามืด

เกินกว่าจะยอมให้เธอจากไปรีบเดินตามจะลากเข้าไปทำมิดีมิร้ายข้างทาง เธอกัดแขนเขาอย่างแรงแล้ววิ่งหนี

ศักดิ์วิ่งไล่จะเอาเธอทำเมียให้ได้ พริ้งเห็นรถของพินิจแล่นเข้ามารีบโบกมือขอความช่วยเหลือว่าจะถูกปลุกปล้ำ พินิจปรี่เข้าหาไอ้จอมหื่นซึ่งเห็นท่าไม่ดีหันหลังวิ่งหนี พริ้งได้ทีตะโกนขู่ไล่หลัง

“อยู่ให้ห่างๆกูเลยนะ ไม่งั้นกูจะแจ้งตำรวจไอ้ศักดิ์ หน็อยไอ้เลว ไอ้นรกส่งมาเกิด ฝันไปเถอะมึงก็แค่กุลีแต่สะเออะอยากจะเจาะไข่แดงกูเปล่าๆ ถุย...คนอย่างอีพริ้งไม่ยอมขาดทุนให้ใครหรอกเว้ย” พริ้งหันมาเห็นพินิจยืนมองอยู่ โวยใส่มองอะไร “อ๋อ คุณนี่เองที่ขับรถเกือบชนฉัน ถือว่าหายกันนะ”

พินิจยังยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น กว่าจะรู้ตัวพริ้งวิ่งหายไปในความมืดแล้ว ครู่ต่อมา พริ้งย่องมาที่ใต้หน้าต่างห้องตัวเอง เห็นผ้ายังห้อยอยู่ ปีนกลับขึ้นไปอย่างเดิม ปริกซึ่งซุ่มดูอยู่เข้ามารายงานประเทียบ

“กลับมาแล้วเจ้าค่ะ เอาไงดีเจ้าคะ”

ประเทียบครุ่นคิดหนักจะจัดการอย่างไรกับพริ้งดี...

ทางด้านช้องนางแม่ของพินิจเห็นลูกชายกลับถึงบ้านด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม อดถามไม่ได้ว่าครึ้มใจอะไรหรือ เขาอ้างว่าเป็นเพราะสัญญาซื้อขายเรียบร้อยดี ท่านดักคอไม่ใช่ไปติดใจผู้หญิงที่ไหนใช่ไหม

“อย่าเพิ่งมีเมียเลยลูก งานกำลังยุ่ง เดี๋ยวจะมีปัญหากันเปล่าๆ แต่งแล้วมาเลิกแม่ไม่เอานา อายุแค่สามสิบห้าเอง โอ๊ยเวลาถมถืดไม่ต้องรีบ ผู้ชายรอได้ไม่เหมือนผู้หญิง แต่ถ้าอยากมีบอกแม่ แม่จะช่วยหาให้ รับรองเบญจกัลยาณีแท้ๆ”

พินิจขอเลือกผู้หญิงเอง ช้องนางยอมให้เขาเลือกเองได้แต่ต้องให้ท่านเห็นชอบด้วย

ooooooo

ประเทียบแก้เผ็ดพริ้งด้วยการให้ช่างมาตอกไม้ปิดตายหน้าต่างห้องของเธอ และจะไม่เอาออกจนกว่าเธอจะมีผัวตามที่ท่านหาให้ ไม่ใช่แร่ออกไปหาเองเหมือนทุกคืน พริ้งตกใจคาดไม่ถึง

“อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเอ็งหนีออกไปทำระยำตำบอนยังไงบ้างทุกคืน ทำตัวแบบนี้สักวันคงหนีไม่พ้นคำว่าช็อกการี” ด่าเสร็จประเทียบหันไปเห็นพริ้งบีบน้ำตาร้องไห้กระซิกๆ ก็รำคาญสั่งให้หยุดร้อง ระหว่างนั้นปริกวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานว่าตานิดเป็นไข้ตัวร้อนจัด คุณพระเวทย์กำลังให้คนไปตามหมอมาดู ตอนนี้คุณช้อยกำลังเช็ดตัวให้ ทั้งประเทียบ คุณพระจำรูญกับพริ้งรีบเดินตามปริกไปที่บ้านของคุณพระเวทย์ซึ่งอยู่ติดกัน...

ไม่นานนัก พินิจพร้อมกระเป๋าแพทย์ก็มาถึง พริ้งอึ้งที่เห็นเขา ส่วนเขาเองก็คาดไม่ถึงว่าจะได้เจอเธออีก คุณพระเวทย์เร่งให้พินิจรีบไปดูอาการป่วยของลูกชาย พริ้งชะเง้อคอยาวมองตามทั้งตื่นเต้นและกังวลใจกลัวพินิจจะเปิดเผยเรื่องเมื่อคืนให้ประเทียบรู้

ระหว่างที่พินิจกำลังตรวจอาการของตานิดอยู่ พริ้งลอบมองเขาเป็นระยะๆประทับใจในความหล่อ สักพัก เขาออกมารายงานอาการของตานิดให้ฟังว่าฉีดยาให้แล้วและต้องมาฉีดให้ทุกวันจนกว่าจะครบเข็ม ถ้าพรุ่งนี้ไข้ลดก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ตลอดเวลาที่รายงานเขาชำเลืองมองพริ้งไม่วางตา ทุกคนเริ่มสงสัย หันมองตามสายตาของเขาเห็นพริ้งนั่งก้มหน้าแคะพื้นกระดานแก้เขิน ประเทียบร้องเรียกหมอเสียงลั่น เขาถึงได้สติ

“แล้วจ้องนังพริ้งมันทำไม รู้จักกันรึ นั่นน่ะ นังพริ้งน้องสาวคุณพระสามีฉัน ว่าไงรู้จัก เคยเห็นมันรึ”

พินิจปฏิเสธทันทีว่าไม่รู้จักไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน พริ้งโล่งใจที่เขาไม่พูดถึงเรื่องเมื่อคืน ประเทียบชวนเขาให้อยู่กินข้าวกลางวันกันก่อน เพื่อตอบแทนน้ำใจที่มาช่วยรักษาตานิด

ครู่ต่อมา ระหว่างนั่งกินมื้อกลางวันด้วยกัน ประเทียบซึ่งต้องการจะจับคู่พินิจกับพริ้ง พยายามซักโน่นถามนี่ว่าเขาเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ทำงานอยู่ที่ไหน ปรากฏว่าคุณพระชาญพ่อของพินิจรู้จักมักคุ้นกับประเทียบและยังรู้อีกว่าเขาโสดไม่มีครอบครัว กำลังจะลาออกจากราชการเพื่อทำคลินิกเต็มตัว

พริ้งนั่งฟังอย่างสนใจ แต่พอเขาบอกว่าอายุสามสิบห้าย่างสามสิบหกเท่านั้น ถึงกับกินข้าวไม่ลง หมดความสนใจในตัวเขาทันที รวบช้อนส้อมขอตัวไปรอซื้อโอเลี้ยงให้ประเทียบก่อนแล้วลุกออกไปเลยไม่สนใจเสียงเรียกให้อยู่ก่อนของประเทียบ

ผ่านไปไม่นาน พริ้งเอาเรื่องที่ประเทียบพยายามจะจับคู่ตัวเองกับพินิจไปเล่าให้ช้อยฟังพร้อมกับประกาศกร้าวจะไม่ยอมแต่งงานกับผู้ชายแก่เด็ดขาด แล้วเตือนพี่สาวระวังไว้ให้ดี วันไหนที่คุณพระตาย พวกเมียๆของเขาคงได้มายืนรอแบ่งสมบัติอยู่หน้าศพ ไหนจะเมียใหม่อีก เจ้าชู้ขนาดนี้ไปแอบมีใครอีกบ้างก็ไม่รู้

“พริ้งหยุดเลย ผีเจาะปากเอ็งให้พูดรึ คุณพระสัญญาแล้วว่าจะหยุดที่ข้าและท่านเป็นคนรักษาคำพูด อย่าพูดให้ร้ายพี่เขยเอ็งอีก” ช้อยพูดแล้วโมโห พริ้งเห็นท่าไม่ดีขอตัวไปดักรอซื้อโอเลี้ยงก่อน...

เจ๊กฮงพ่อค้าขายโอเลี้ยงก็เหมือนผู้ชายคนอื่น ชอบมองเรือนร่างอวบอิ่มของพริ้งจนเจ้าตัวต้องบอกให้เขามองแก้วชงโอเลี้ยงไม่อย่างนั้นเขาจะลืมไปว่าใส่น้ำตาลกี่ช้อนแล้ว พอเขาก้มมองโอเลี้ยงที่ชง พริ้งขโมยห่อขนมที่อยู่ใกล้มือยัดใส่อกเสื้อ เจ๊กฮงไม่วายหาเศษหาเลยตอนรับเงินค่าโอเลี้ยงจากพริ้ง เขาลูบคลำมือเธออย่างมีความสุข เธอปล่อยให้เขาลูบนิดหน่อยแล้วดึงมือกลับ ขู่จะเอาเรื่องที่เขาแต๊ะอั๋งไปฟ้องเมียของเขา

“ไอ้หยา คุณพริ้งอย่านา อั๊วซี้แหงๆ”

พริ้งขอขนมหนึ่งห่อเป็นค่าปิดปาก เจ๊กฮงโกยขนมให้หลายชิ้นแล้วรีบแจวเรือจากไป เธอยิ้มพอใจที่ได้ขนมมากมาย ฉีกห่อขนมกินไปพลางดูดโอเลี้ยงไปด้วยอย่างเอร็ดอร่อย

ooooooo

กินข้าวเสร็จ ประเทียบกับคุณพระจำรูญเดินมาส่งพินิจที่รถ เธอไม่ลืมชวนให้คุณหมอหนุ่มมากินข้าวด้วยกันอีก สะดวกมากินมื้อไหนก็ให้มาได้เลย พินิจรับปากวันไหนไม่มีธุระอะไรจะมาขอรบกวนอีก ประเทียบยินดีต้อนรับ แล้วทำเป็นบ่นไม่รู้พริ้งไปซื้อโอเลี้ยงถึงไหนป่านนี้ยังไม่มาอีก พินิจตาวาวขึ้นมาทันที

“คุณพริ้งไปซื้อโอเลี้ยงที่ไหนเหรอครับ”

“อ๋อ...หลังบ้านนี่เอง อยากเห็นไหมล่ะก่อนกลับ ฉันอนุญาตให้เดินชมบ้านได้นะ แต่ระวังมันรก”

พินิจเดินยิ้มชมนกชมไม้ในสวนบ้านประเทียบมาเรื่อยๆกระทั่งเห็นหลังคาท่าน้ำอยู่ไกลๆรีบเดินไปที่นั่น...

พริ้งนั่งดูดโอเลี้ยงไปกินขนมไปจนโอเลี้ยงพร่องไปครึ่งขัน ครุ่นคิดจะทำอย่างไรดี เห็นน้ำในคลองจัดแจงวักมาใส่ขันโอเลี้ยง เอานิ้วคนๆให้เข้ากันแล้วขยับจะไป ศักดิ์ซึ่งลอยคออยู่ใต้บันไดท่าน้ำ คว้าข้อเท้าเธอไว้ พยายามง้อขอ
คืนดีและขอโทษสำหรับเรื่องเมื่อคืน สัญญาจะเก็บเงินเก็บทองให้มากที่สุดและเร็วที่สุดเพื่อมาขอเธอแต่งงาน แล้วอ้อนวอนให้อยู่คุยกันก่อนอย่าเพิ่งไป พริ้งเล่นตัวให้เขาง้อพอเป็นพิธีก็ยอมคืนดีด้วย

“เราจะไปคุยกันที่ไหนดีล่ะพี่ศักดิ์ ฉันกลัวว่าใครจะมาเห็นแล้วเอาไปฟ้องพี่ประเทียบอีก”...

จากนั้นไม่นาน พินิจเดินมาถึงท่าน้ำเห็นแต่ห่อขนมกับขันใส่โอเลี้ยงแต่ไม่เห็นใคร พริ้งลงไปพลอดรักกับศักดิ์อยู่ในน้ำใต้ศาลามองลอดร่องกระดานขึ้นมาเห็นเขายืนอยู่ก็ตกใจ ศักดิ์มองตามอ้าปากจะถามแต่เธอเอามือปิดปากไว้ เขาหอมมือเธอพลางหยอกล้อกันโดยไม่ส่งเสียงสักแอะ

พินิจยืนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันหลังเดินจากไป พริ้งมองตามถอนใจโล่งอก พอเห็นปลอดคนรีบขึ้นมานั่งที่ตีนบันไดท่าน้ำ ศักดิ์ตามมาคลอเคลียอีก

เธอต้องขอร้องให้พอได้แล้ว เขาอยากรู้เธอจะมาหาเขาได้อีกวันไหน พริ้งคงยังไปไหนไม่ได้เพราะถูกจับตามองอยู่แต่จะหาโอกาสไปหาเขาให้ได้ แต่เขาต้องไม่ลืมสัญญาว่าจะมาขอเธอให้เร็วที่สุด ศักดิ์รับปากแข็งขัน พริ้งยิ้มพอใจหยิบขันโอเลี้ยงกับขนมกลับเรือน

“ให้ไปขอ...ชาติหน้าเถอะอีพริ้ง” ศักดิ์ว่าแล้วว่ายน้ำกลับไป...

พริ้งเดินอารมณ์ดีจะกลับเรือนแต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงพินิจร้องถามว่าเล่นน้ำสนุกไหม เธอกลัวเขาจะเห็นว่าทำอะไรอยู่กับศักดิ์ แกล้งถามหยั่งเชิงว่ามาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาได้แต่ยิ้ม...

ประเทียบเห็นพริ้งหายไปนานสั่งให้ปริกไปตาม เธอทักท้วงไปขัดคอหนุ่มสาวจะเป็นบาปได้ ถึงประเทียบจะสนับสนุนพินิจ แต่ไม่ใช่จะเปิดโอกาสโดยไม่ปิดบ้างเดี๋ยวคนของเราจะด้อยค่าไป ปริกรีบไปทำตามสั่ง คุณพระจำรูญอดถามไม่ได้ คิดหรือว่าพินิจจะพอใจพริ้งจนถึงขั้นตบแต่งด้วย

“ฉันมั่นใจค่ะ นังพริ้งมันเสน่ห์แรง ไม่งั้นหมอเขาจะตกปากรับคำมากินข้าวบ้านเรารึ”

“แต่หมอเขาเป็นคนฉลาดไม่ได้โง่เง่าบื้อใบ้อย่างที่แม่ประเทียบเคยคิดจะหาผู้ชายแบบนั้นให้พริ้งนะ เขาจะไม่เอามาคืนรึ” คำพูดของคุณพระจำรูญทำให้ประเทียบอดหวั่นใจไม่ได้...

พินิจโกหกพริ้งว่าเพิ่งมาถึงแล้วซักไซ้ไปถึงผู้ชายที่ไล่ตามเธอเมื่อคืน เธอไม่พอใจที่เขาถามโน่นซักนี่ขยับจะเดินหนี เขาเตือนให้ระวังตัวไว้หน่อย ผู้ชายไว้ใจไม่ได้ พริ้งหันกลับมาถ้าอย่างนั้นเธอก็ไม่ควรไว้ใจเขาเช่นกัน

“ครับ อย่าไว้ใจผมจนกว่าคุณจะแน่ใจว่าผมจริงใจกับคุณพริ้ง”

“ฉันจะคอยดูความจริงใจของหมอค่ะ” พริ้งส่งสายตาแพรวพราวให้ก่อนจะเดินจากไป พินิจดีใจที่อย่างน้อยเธอก็ไม่ปิดโอกาส...

ทางด้านปริกแทนที่จะมาตามพริ้งดีๆกลับพูดจากระแนะกระแหน เธอหมั่นไส้มานานแล้ว ตัดสินใจจะชำระแค้นวันนี้ เอาโอเลี้ยงราดหัวจนหมดแล้วเอาห่อขนมยัดปากฐานพูดมาก ก่อนจะจิกผมลากไปมุมลับตาคน ตบตีจนสาแก่ใจที่ชอบเอาเรื่องของตนไปฟ้องประเทียบ แล้วเอากะละมังมาครอบหัว ใช้ขันใส่โอเลี้ยงตีๆๆๆไปที่กะละมังเสียงดังลั่นไปถึงบนเรือน ประเทียบตะโกนถามว่าเกิดอะไรขึ้น

พริ้งตะโกนตอบว่าไล่หมาอยู่ แล้วเปิดกะละมัง จิกหัวปริกที่กลัวลนลานขึ้นมาขู่ ถ้าขืนปากโป้งเรื่องของตนอีกจะเล่นงานให้หนักกว่านี้ เจอไม้นี้เข้าไปปริกไม่กล้าหือกับพริ้งอีก...

ด้านพินิจตั้งใจมั่นจะต้องแวะไปหาพริ้งที่บ้านหลังเลิกงานทุกวันเพื่อทำให้เธอใจอ่อนให้ได้ จึงโกหกแม่ว่าตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป เขาจะไปคุมงานตกแต่งร้านเอง คงจะกลับค่ำๆ ไม่ต้องรอกินข้าวเย็นด้วย...

ประเทียบอดรนทนไม่ไหวถามพริ้งอย่างไม่อ้อมค้อมว่ารู้สึกอย่างไรกับพินิจ เธอตอบสั้นๆว่าแก่ ดักคอว่าถ้าท่านคิดจะยกเธอให้เขาก็ขอให้คิดใหม่เพราะเธอไม่ชอบคนแก่ แล้วเดินหนีเข้าห้องไปเลย...

ฝ่ายพินิจนึกถึงเหตุการณ์ที่ท่าน้ำบ้านประเทียบ ความจริงเขาได้ยินทุกอย่างและรู้ว่าศักดิ์หลอกจะฟันพริ้ง ฟรีๆ ระหว่างคิดหาทางช่วยเธออยู่ คุณพระชาญผู้เป็นพ่อ เข้ามาเตือนว่าสถานการณ์ไม่น่าไว้ใจอาจเกิดสงครามได้ อีกหน่อยหยูกยาจะหาลำบากและราคาแพง

“ผมเตรียมไว้แล้วครับ เวลารักษาคนไข้จะได้ไม่ต้องห่วงเรื่องยา”

“ดีๆ รอบคอบไว้ ทำเพื่อคนไข้โดยเฉพาะคนจนๆเขาลำบาก”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้นพินิจนำข่าวเรื่องจะเกิดสงครามมาแจ้งให้คนที่บ้านคุณพระจำรูญกับบ้านคุณพระเวทย์รับทราบ ทุกคนพากันตกอกตกใจ พริ้งยกน้ำมารับรองพินิจซึ่งมองมาด้วยสายตากรุ้มกริ่ม เธออดหวั่นไหวไม่ได้ แต่ทำเป็นตีหน้าตึงใส่ แล้วขอตัวไปเก็บผ้าก่อน เดี๋ยวจะได้เข้าไปช่วยในครัวเตรียมมื้อเย็น

พริ้งลุกออกไปเลยไม่รอให้ประเทียบอนุญาต พินิจหน้าเจื่อนรับรู้ได้ว่าเธอตั้งใจหลบหน้า แต่ในเมื่อหลงรักไปแล้วจะให้ถอยง่ายๆก็ใช่ที่ จึงเดินตามเธอไปหลังเรือน พยายามชวนคุยระหว่างที่เธอเก็บผ้า เธอตอบอย่างขอไปทีจนคนถามรู้สึกได้ ถึงกับออกปากว่าเธอคงไม่ค่อยจะชอบเขาสักเท่าใดนัก

“ทำไมคิดอย่างนั้น”

“ดูคุณพริ้งหงุดหงิดที่เห็นหน้าผมหรือเวลาที่คุยกับผม”

“ฉันไม่ชอบคุยกับผู้ชาย หมอบอกเองไม่ใช่เหรอผู้ชายไว้ใจไม่ได้” พริ้งยอกย้อน เป็นจังหวะเก็บผ้าเสร็จพอดีจึงขอตัวเอาผ้าไปเก็บก่อน พินิจร้องบอกว่าถึงเธอจะไม่ชอบเขาแต่สิ่งที่ออกจากปากเขาไม่เคยทำร้ายเธอ แล้วย้ำเตือนอีกครั้งว่าผู้ชายไว้ใจไม่ได้ ให้ระวังตัวไว้ด้วย พริ้งรู้สึกแปร่งหูชอบกลแต่ไม่ติดใจสงสัยอะไร

“งั้นฉันก็จะระวังหมอให้มาก อย่าถามอีกล่ะถ้าฉันจะไม่คุยกับหมอหรืออยู่ให้เห็นหน้าเพราะฉันทำตามที่หมอบอก” พูดจบพริ้งเดินจากไป พินิจมองตามชอบใจที่เธอกล้าต่อปากต่อคำด้วย...

ประเทียบเห็นพริ้งทำตัวดีจึงให้ช่างเอาไม้ที่ตีปิดตายหน้าต่างห้องเธอออก แต่ไม่วายขู่ถ้ายังแอบหนีไปอีกคราวนี้จะจับล่ามโซ่ติดกับเสาเรือน พริ้งรับปากจะไม่ทำอย่างนั้นอีก...

พินิจกลายเป็นแขกประจำของบ้านคุณพระจำรูญไปโดยปริยาย เช้าถึงเย็นถึงตลอดแต่พริ้งก็ยังไม่ใจอ่อนสักที อ้างกับช้อยจะให้อยู่ด้วยกันได้อย่างไรแค่คุยกันยังไม่รู้เรื่อง เขาชอบคุยเรื่องสงครามกับการเมืองซึ่งเธอไม่ชอบฟัง ทุกคนต่างเอาใจช่วยอยากให้พริ้งได้กับคนดีๆ อย่างพินิจ

วันนี้ก็เช่นกันพินิจแวะมาที่บ้านคุณพระจำรูญ แต่ต้องขอกลับก่อนเพราะมีข่าวลือหนาหูว่าญี่ปุ่นจะยกพลเข้าประเทศไทยผ่านไปพม่า โดยไม่ลืมเตือนให้ทุกคนอยู่แต่ในบ้าน อย่าออกไปไหน

“คงไม่มีอะไรมั้งคะ งานรัฐธรรมนูญก็ยังจัดอยู่เลย คืนนี้เป็นคืนแรก”

พินิจย้ำอีกครั้งไม่ควรออกจากบ้านเป็นดีที่สุด แล้วขึ้นรถขับออกไป แต่ไม่ได้กลับบ้าน จอดรถซุ่มอยู่ไม่ห่างจากบ้านคุณพระจำรูญนัก เพราะแอบได้ยินพริ้งนัดแนะกับศักดิ์จะไปเที่ยวงานรัฐธรรมนูญ เมื่อถึงเวลาตามนัด ศักดิ์เอาบันไดมาพาดหน้าต่างห้องพาพริ้งหนีเที่ยว...

แต่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น ทหารญี่ปุ่นบุกพระนคร ผู้คนในงานรัฐธรรมนูญวิ่งหนีตายกันอลหม่าน ศักดิ์หนีเอาตัวรอดคนเดียวทิ้งให้พริ้งเผชิญกรรมตามลำพัง ครั้นเธอกลับถึงบ้าน ไฟในบ้านเปิดสว่างไสวเนื่องจากข่าวญี่ปุ่นบุกออกอากาศทางวิทยุทั่วประเทศ พริ้งได้แต่ยืนตะลึงไม่รู้จะทำอย่างไรดี

พลันมีเสียงพินิจดังขึ้น “หนีเที่ยวอีกแล้วเหรอคุณพริ้ง”

พริ้งตกใจที่เห็นเขายังอยู่ และยิ่งตกใจมากขึ้นเมื่อได้ยินเสียงประเทียบสั่งให้ปริกไปปลุกตัวเอง

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement