ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 15


27 พ.ค. 2560 08:04
1,040,116 ครั้ง

พริ้ง คนเริงเมือง ตอนที่ 15

อ่านเรื่องย่อ

พริ้ง คนเริงเมือง

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

สุวรรณี สุคนธา

บทโทรทัศน์โดย:

เจ้าคำดี

กำกับการแสดงโดย:

รัญญา ศิยานนท์

ผลิตโดย:

บริษัท นีโน่ บราเดอร์ส จำกัดและบริษัท มีเดีย สตูดิโอ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

อคัมย์สิริ สุวรรณสุข,เขตต์ ฐานทัพ, กฤษฎา สุภาพพร้อม, วัชรบูล ลี้สุวรรณ, ภูริ หิรัญพฤกษ์, พูลภัทร อัตถปัญญาพล, เมทนี บุรณศิริ

ในเวลาเดียวกัน พริ้งแต่งตัวสวยเตรียมจะออกไปข้างนอก หลวงเสนาะเข้ามาทักว่าจะไปไหน เธอจะไปหาพี่สาวเนื่องจากยังไม่ได้บอกว่าแท้ง เขามีอะไรจะให้เธอชวนให้มากับเขาก่อน พริ้งไม่มีทางเลือกจำต้องไปด้วย ครั้นมาถึงห้องทำงาน หลวงเสนาะเปิดหีบที่บรรจุเครื่องเพชรและทองมอบให้พริ้งเพื่อรับขวัญ

“ให้ฉัน แล้วฉันต้องทำอะไรเป็นพิเศษให้คุณหลวงหรือเปล่า”

“ลืมไอ้เปรมซะ ขอให้แม่พริ้งเริ่มต้นชีวิตใหม่กับฉัน ลืมอดีตไปให้หมดได้ไหมเล่า”

“ถ้าฉันทำไม่ได้ล่ะ” พริ้งถามหยั่งเชิง หลวงเสนาะจะถือว่าเธอผิดสัญญา จะยึดบ้านเธอและคงต้องให้เธอไปจากที่นี่ แต่ไปแบบไร้วิญญาณ เขาทนเห็นเธอไปจากเขาแล้วไปมีผัวใหม่ไม่ได้ พริ้งติงพูดแบบนี้เท่ากับเป็นการขู่ หลวงเสนาะไม่ได้ขู่แค่ยื่นข้อเสนอให้เธอเลือก ส่วนจะเลือกทางไหนเขาไม่ได้บังคับ

“หนึ่งอยู่กับฉันอย่างมีความสุข สองตายไปจากฉัน เลือกเอา...ชีวิตคนเรามีทางเลือกเสมอแม่พริ้ง ถ้าเลือกถูกก็โชคดีเหมือนถูกหวย แต่ถ้าเลือกผิด อาจจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตหรือขั้นเสียผู้เสียคนเสียชีวิต อยู่ที่การตัดสินใจเลือกแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้น”

เพื่อความอยู่รอด พริ้งตัดสินใจเลือกหลวงเสนาะโดยตั้งใจมั่นจะต้องเอาคืนเขาภายหลังอย่างสาสม...

ถูกขู่เอาไว้ทำให้พริ้งไม่กล้าออกไปข้างนอก ได้แต่รอฟังข่าวบุญช่วยอย่างใจจดจ่ออยู่ที่บ้าน ผ่านไปพักใหญ่ ช้อยแวะมาแจ้งข่าวร้ายว่าบุญช่วยตายแล้ว ตนพาแม่เอมไปหาเขาแต่ไม่ทัน ตำรวจสรุปว่าเขาถูกฆ่าชิงทรัพย์ พบกระเป๋าเงินของเขาถูกทิ้งอยู่แถวนั้น เงินไม่เหลือแม้แต่บาทเดียว พริ้งถึงกับเข่าอ่อน...

อีกมุมหนึ่งในห้องทำงานของหลวงเสนาะ แนบรายงานเรื่องที่จัดการเก็บบุญช่วยให้เจ้านายฟัง ท่านขอบใจเขามากที่ช่วยกำจัดมันให้ เขาพิสูจน์ให้ท่านเห็นแล้วว่าซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อท่านแค่ไหน

“ผมมีนายคนเดียวคือคุณหลวงครับ”

ตลอดเวลาที่ผ่านมา แนบจะรายงานความเคลื่อนไหวของพริ้งให้หลวงเสนาะรับทราบทุกฝีก้าว ไม่ว่าจะไปไหน ทำอะไรหรือคุยกับใครโดยที่พริ้งไม่ได้เฉลียวใจแม้แต่น้อยเพราะคิดว่าเขาซื่อสัตย์กับเธอ หลวงเสนาะเดินมาตบไหล่แนบถามว่าอยากได้อะไรตอบแทนไหม เขาไม่ต้องการอะไรขอแค่ให้ท่านรับรู้ไว้ว่าเขาซื่อสัตย์กับท่านเท่านั้นเป็นพอ หลวงเสนาะรับรู้แก่ใจแล้ว ถึงเวลาเมื่อไหร่จะต้องตอบแทนเขาแน่ๆ

“เฮ้อ ต่อไปนี้ชีวิตรักของฉันกับแม่พริ้งจะได้ราบรื่นสักที”

“ด้วยความเคารพ ผมไม่แน่ใจว่าคุณพริ้งจะทำได้อย่างที่รับปากคุณหลวง”

“ก็แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ถ้าจะมีพิษสงอะไร ฉันจะรับมือไม่ได้เชียวรึ สุดท้ายก็เป็นแค่ลูกไก่ในกำมือ เชื่อฉันเถอะ” หลวงเสนาะยิ้มสมใจ ขณะที่แนบได้แต่ยืนนิ่งเชื่อตามที่นายอยากให้เชื่อ

ooooooo

พริ้งเอาแต่นั่งหน้าเครียดเพราะมั่นใจว่าหลวงเสนาะอยู่เบื้องหลังการตายของบุญช่วย ช้อยเห็นเธอนิ่งเงียบไปคิดว่ายังตกใจที่บุญช่วยตายจึงปลอบใจ ให้เธอคิดเสียว่าเขาหมดเวรหมดกรรม ส่วนโจรนั่นคงเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเขาที่ตามมาเอาคืน พริ้งพึมพำไม่ใช่โจรที่ไหนน่าจะเป็นผัวของเธอมากกว่า

“มันคงไม่บังเอิญขนาดที่โจรจะไปปล้นบุญช่วยในตรอกนั่นถ้าไม่ใช่เพราะมีใครตั้งใจจะไปฆ่า”

ช้อยไม่อยากเชื่อหลวงเสนาะจะอำมหิตได้ขนาดนั้น พริ้งตัดสินใจเล่าให้ฟังว่าที่เธอต้องยอมเป็นเมียมันก็เพราะมันให้คนไปปล้นเธอ บีบจนเธอไม่มีทางเลือก

ชั่วได้ขนาดนั้นมีหรือจะทำเรื่องแบบนี้ไม่ได้ ช้อยตกใจกับเรื่องที่ได้ยิน ชวนพริ้งกลับไปอยู่บ้านสวน ในเมื่อไม่ได้รักหลวงเสนาะอีกทั้งลูกก็ไม่มีแล้วก็ให้เลิกรากันไป

“มันไม่ปล่อยฉันไปง่ายๆหรอกพี่ช้อย อีกอย่าง ฉันยังไปตอนนี้ไม่ได้”

“รออะไร” ช้อยยังไม่ทันจะได้รับคำตอบ หลวงเสนาะเข้ามาถามเสียก่อนว่าคุยอะไรกันอยู่ หน้าตาถึงได้เครียดนัก ช้อยทำหน้าไม่ถูกจะพูดอะไรก็กลัวเขาจับได้เลยยกมือไหว้ทักทาย พริ้งรีบควงแขนเขาไว้ทำท่าร่าเริง

“พี่ช้อยเอาข่าวมาบอกฉันว่าบุญช่วยผัวเก่าฉันตายแล้ว”

หลวงเสนาะทำเป็นตกใจใหญ่โต ช้อยงุนงงกับการตีสองหน้าของพริ้งกับเขา พริ้งโกหกอีกว่าศพของบุญช่วยจะเอากลับไปเผาที่ระยอง ก็เลยฝากเงินให้ช้อยไปทำบุญด้วย หลวงเสนาะอนุญาตถ้าพริ้งอยากจะไปงานศพบุญช่วย เผื่อจะอยากไปขออโหสิกรรม พริ้งชวนเขาไปขออโหสิกรรมด้วยกันเลย เขาหัวเราะกลบเกลื่อน

“ฉันไม่มีอะไรต้องให้เขาอโหสิสักหน่อย”

“ฉันทิ้งเขามาหาคุณหลวงนะ ถือว่าแย่งมา ไม่ควรขออโหสิรึ”

ช้อยอึดอัดใจ กระซิบกับพริ้งตกลงจะเอาอย่างไรไปหรือไม่ไป หลวงเสนาะคอยเงี่ยหูฟัง พริ้งจงใจพูดเสียงดังว่าไม่ไป ตนถือว่าขาดกับบุญช่วยมานานแล้ว ขืนไปอาจถูกแม่ของเขาฉีกอกเอาได้ ช้อยงงที่เธอตอบไปคนละทาง พริ้งเห็นสีหน้าฉงนของพี่สาวไล่ให้กลับได้แล้วเดี๋ยวจะมืด แล้วอาสาไปส่งขึ้นสามล้อ จากนั้นจูงมือกันออกไป ครั้นพ้นระยะที่คุณหลวงชั่วจะได้ยิน ช้อยถามทำไมถึงยังไปจากที่นี่ไม่ได้ จะอยู่ทำอะไร

“ฉันจะอยู่เอาเงินจากมันให้คุ้มกับสิ่งที่ฉันต้องเสียไปก่อนน่ะสิ”

ooooooo

พริ้งไม่พอใจมากที่เห็นแม่แล่มมายืนเสนอหน้ารับใช้อยู่ที่โต๊ะอาหาร จิกหัวลากตัวออกมาหน้าตึกใหญ่ ไล่ตะเพิดไปให้พ้นหน้า หลวงเสนาะเดินนำสาวใช้มาช่วยกันห้ามแต่เธอไม่ฟังไล่แม่แล่มกลับไปหามาลินี

“แล่มกลับไปไม่ได้แล้วค่ะ คุณมาลินีไม่เลี้ยงแล่มแล้ว”

“เขาทะเลาะกัน แม่แล่มเลยขอกลับมารับใช้ที่ตึกใหญ่ ถือว่าเมตตาเลี้ยงหมูเลี้ยงหมากาไก่ไว้ดูเล่นสักตัว ถ้ารำคาญหูรำคาญตานักก็ให้อยู่แต่ก้นครัวก็ได้ ไม่ต้องออกมาให้แม่พริ้งเห็น”

แม่แล่มลงทุนอ้อนวอนเพื่อให้พริ้งเห็นใจและยอมรับกลับมาอยู่ตึกใหญ่ พริ้งแค้นเธอมาก ตั้งข้อแม้ถ้าอยากจะให้รับกลับต้องกราบเท้าขอขมาตนก่อน แม่แล่มมองสบตาหลวงเสนาะซึ่งพยักพเยิดให้ทำอย่างที่พริ้งต้องการ เธอจำใจกราบศัตรูหัวใจ พริ้งจึงยอมให้มาอยู่ที่ตึกใหญ่ได้ แต่ห้ามเสนอหน้ามาให้ตนเห็น ให้เธออยู่แต่ในครัว เพราะไม่อย่างนั้น อะไรอยู่ใกล้มือตนจะเขวี้ยงใส่หน้า แม่แล่มรับคำเดินจากไปด้วยความแค้น

ระหว่างนั้นเปรมฤทัยเดินอย่างร้อนใจเข้ามาแจ้งหลวงเสนาะว่ามาลินีหายตัวไป...

มาลินีไม่ได้หายไปไหน ลอยอืดเป็นศพอยู่ในบึงของบ้านหลวงเสนาะ เปรมฤทัยเห็นสภาพศพถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้นน้ำตาคลอด้วยความสะเทือนใจ

ooooooo

นอกจากจะไม่ไปงานศพมาลินีแล้ว พริ้งยังแต่งตัวด้วยสีสันฉูดฉาดจงใจไม่ให้เกียรติคนตาย อ้างที่ไม่อยากไปเพราะยังทำใจไม่ได้ที่มาลินีทำให้แท้งลูก ขืนบังคับให้ไปเธอกลัวจะไปหัวเราะเยาะใส่โลงศพ

“จะโกรธฉันที่ไม่ให้เกียรติภรรยาคุณก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะคะคุณเปรม แต่ขอให้เข้าใจฉันด้วย คุณเสียภรรยาแต่ฉันเสียลูก ความเจ็บปวดมันไม่เท่ากันหรอก”

“ขอให้เอ็งเข้าใจแม่พริ้งเถอะนะ ข้าไปแค่คนเดียวคงไม่เป็นไร” หลวงเสนาะช่วยแก้ต่างให้เมีย เปรมฤทัยเข้าใจดีว่าพริ้งเองก็สูญเสียและเป็นธรรมดาที่ยังเสียใจและโกรธ หลวงเสนาะตั้งใจถามย้ำให้พริ้งได้ยิน แล้วเปรมฤทัยยังโกรธยังเสียใจไหม เขาบอกไม่ถูกเหมือนเสียเพื่อนเสียน้องและที่สำคัญรู้สึกขัดแย้งอย่างยิ่ง

“เพราะผมไม่เชื่อว่ามาลินีจะรู้สึกผิดจนกระโดดน้ำฆ่าตัวตายอย่างที่ตำรวจสรุปคดี ในขณะที่ชีวิตกำลังจะเริ่มต้นใหม่และมีความหวัง” เปรมฤทัยพูดไม่ทันขาดคำ มาลัยเข้ามาโวยวายว่าตัวเองก็ไม่เชื่อว่าลูกจะคิดสั้น มั่นใจต้องมีคนทำให้ตาย แล้วชี้นิ้วกราดใครเป็นคนทำให้สารภาพออกมา หลวงเสนาะพยายามอธิบายว่าไม่มีใครใจคอเหี้ยมโหดทำอย่างที่มาลัยกล่าวหา เธอยืนกรานไม่เชื่อตามที่ตำรวจบอก

“ฉันมั่นใจว่าต้องมีใคร...ใครสักคนที่นี่ที่มันทำลูกฉัน ใครที่มันเกลียดลูกฉันเพราะจ้องจะแย่งผัวของลูกฉัน พอถูกจับได้ก็ยัดเยียดข้อกล่าวหาลูกฉันเพื่อกลบเกลื่อนความผิดตัวเอง” ขณะพูดมาลัยจ้องพริ้งไม่วางตา

“พูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง จะบอกว่าฉันเป็นคนทำหรือไง” พริ้งโวยกลับ มาลัยรู้เรื่องเลวร้ายที่พริ้งทำทุกอย่าง ทั้งจงใจให้ตัวเองแท้งลูกเพื่อใส่ร้ายมาลินีหวังจะให้เป็นคนผิดจะได้ไปจากชีวิตเปรมฤทัย แต่เรื่องไม่เป็นอย่างที่คิด พริ้งก็เลยฆ่าเธอ แล้วชี้หน้าด่าพริ้งว่าเป็นฆาตกรฆ่าทั้งมาลินีและลูกในท้องตัวเอง

“กูจะให้ตำรวจรื้อคดี กูจะลากคอมึงเข้าคุกให้ได้อีพริ้ง มึงต้องชดใช้ในสิ่งที่มึงทำ”

พริ้งโมโหจนขาดสติตบตีมาลัยอุตลุด หลวงเสนาะต้องเข้าไปดึงเมียรักไว้ บอกให้เปรมฤทัยพามาลัยออกไป พริ้งทั้งดิ้นทั้งโวยวายว่าตัวเองไม่ได้ทำ ไม่ได้ฆ่ามาลินี หลวงเสนาะเครียดคิดหาทางช่วยเธอ...

ดึกคืนนั้น หลังจากแน่ใจว่าพริ้งหลับสนิท หลวงเสนาะแวะไปหาแม่แล่มที่ห้องพัก เธอหลงดีใจคิดว่าท่านกลับมาหาชิ้นเก่า ที่ไหนได้ท่านมาเพื่อขอร้องให้เธอเป็นแพะรับบาปว่าเป็นคนฆ่ามาลินี หากเธอจงรักภักดีกับท่านจริงอย่างปากว่า เพราะถ้าตำรวจมาสอบสวน ท่านอาจเดือดร้อนได้ หลวงเสนาะยอมรับว่าเป็นคนสั่งให้แนบไปฆ่ามาลินี แม่แล่มเป็นคนเดียวที่ช่วยท่านได้เพราะดูจะมีแรงจูงใจตำรวจคงเชื่อได้ไม่ยาก

“แต่ไม่ใช่แค่แล่มที่มีแรงจูงใจ อีคุณพริ้งมันก็มี มีมากกว่าแล่มด้วยซ้ำ”

“ฉันจำเป็นต้องมีแม่พริ้งเพราะฉันรักของฉัน แม่แล่มน่าจะเข้าใจหัวอกฉันในข้อนี้นะ เห็นใจเข้าใจฉันเถิด หรือแม่แล่มอยากเห็นฉันถูกล่ามตรวนเดินเข้าคุกหมดสิ้นศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจ ทั้งที่ฉันเป็นฝ่ายถูกกระทำก่อน มันฆ่าลูกฉันนะแม่แล่ม ฉันทนเห็นหน้านังฆาตกรยังมีลมหายใจในขณะที่ลูกฉันไม่มีแม้แต่โอกาสจะออกมาลืมตาดูโลกไม่ได้” หลวงเสนาะลูบหัวแม่แล่มไปพลางพูดโน้มน้าวไปด้วย

แม่แล่มกอดท่านไว้ด้วยความสงสารและทุกข์ทรมาน กลัวที่ต้องรับผิดแทนแต่ก็รักและภักดีต่อท่านเหลือเกิน หลวงเสนาะกอดเธอตอบแม้ใจจะเจ็บ แต่ก็เลือกที่รักษาชีวิตของพริ้งกับตัวเองเอาไว้

ooooooo

แม่แล่มไม่ทำให้หลวงเสนาะผิดหวัง สารภาพว่าเป็นคนฆ่ามาลินีเองเพราะแค้นที่ถูกคนตายทำร้ายและไล่ออก โดยมีเด็กรับใช้เป็นพยานว่ามีการทะเลาะ เบาะแว้งกันจริง เปรมฤทัยไม่เชื่อ เข้ามาถามคาดคั้นว่าจริงหรือ แม่แล่มยืนยันทั้งน้ำตาว่าจริง ตอนแรกตั้งใจจะหนี แต่เพราะสำนึกในบุญคุณของคุณหลวง

“ไม่อยากทำให้ท่านเดือดร้อน แล่มเลยขอก้มหน้ารับโทษชดใช้ความผิดค่ะ”

เปรมฤทัยไม่เชื่ออยู่ดีว่าแม่แล่มจะเหี้ยมโหดถึงเพียงนี้ แต่ก็จนใจจะซักถามอะไรอีก พริ้งสั่งให้แนบรีบพาตัวไปให้พ้นหน้าให้มันไปชดใช้ความผิดให้สาสมกับความเลว แม่แล่มเต็มใจที่จะชดใช้ทุกอย่างเพื่อไม่ให้คนที่ตัวเองรักต้องเดือดร้อน เปรมฤทัยจับสังเกตแม่แล่มที่กำลังมองหลวงเสนาะก็เริ่มสงสัยตงิดๆ

“แต่ไม่นานหรอกอีพริ้ง จะถึงวันที่มึงต้องชดใช้บ้าง เพราะมึงคือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น”

“จะเอาอีนี่ไปส่งตำรวจหรือจะให้ฉันตบมันจนตายคามือที่นี่” พริ้งโวยวายจะเอาเรื่อง หลวงเสนาะสั่งให้แนบรีบพาแม่แล่มไปได้แล้วและอวยพรให้เธอโชคดี ท่านจะหาทนายช่วยสู้คดีให้และจะไปเยี่ยมเธอบ่อยๆ

แม่แล่มถึงกับทรุดลงนั่งแปะกับพื้นร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด...

เมื่ออยู่กันตามลำพัง พริ้งลองหยั่งเชิงหลวงเสนาะ ทำไมคราวนี้ถึงไม่ปกป้องแม่แล่มแม้แต่น้อย ทั้งที่เป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงแท้ๆกลับเสือกไสไล่ส่งให้ไปรับโทษทัณฑ์ ท่านอ้างในเมื่อคนทำผิดจะปกป้องได้อย่างไร

“หรือไม่อีแล่มก็กำลังปกป้องใครบางคนอยู่”

“แม่พริ้ง พูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง เหมือนแม่พริ้งกำลังสงสัยฉัน” ขาดคำเปรมฤทัยเข้ามาพูดเรื่องเดิมๆอีกว่าตัวเองก็ไม่เชื่อเช่นกันว่าแม่แล่มเป็นฆาตกรฆ่ามาลินี หรือมีความจริงอะไรที่ท่านยังปกปิดเขาอยู่ หลวงเสนาะเกรี้ยวกราดใส่ทำไมพูดเหมือนอยากจะให้ท่านยอมรับให้ได้ว่าเป็นคนทำ เปรมฤทัยไม่อยากคิดแต่ก็อดไม่ได้ พริ้งแปลกใจทำไมเขาถึงคิดว่าพ่อตัวเองอำมหิตและโหดเหี้ยมได้ขนาดนี้

“เพราะมันเกลียดฉันไง” หลวงเสนาะทำเป็นโมโหกลบเกลื่อน

“หรือไม่ก็เพราะคิดว่าตัวเองรู้จักคุณหลวงดี”

“แม่พริ้งนี่กำลังจะรุมฉันรึ คิดอะไรกันอยู่หา” หลวงเสนาะหวาดระแวงขึ้นมาทันที พริ้งเห็นท่านชักจะคุมสติไม่อยู่รีบปลอบให้ใจเย็นๆก่อน เธอเป็นเมียท่านอะไรที่ท่านพูดเธอต้องเชื่ออยู่แล้ว ท่านว่าไม่ก็คือไม่ ท่านถึงยิ้มออกมาได้ ขอเพียงพริ้งเชื่อตนคนเดียวก็พอคนอื่นไม่เชื่อก็ช่างหัวมัน พริ้งต่อว่าเปรมฤทัยถึงจะเสียใจที่ต้องเสียภรรยาแต่ก็ไม่ควรพาลกับคนอื่นโดยเฉพาะพ่อตัวเอง เขาขอโทษที่สับสน เขาแค่รู้สึกว่ามีบางอย่างที่ถูกปกปิด

“ไอ้เวร ยังไม่วายนะมึง สับสนจนอกตัญญู เอ็งรีบย้ายออกไปสับสนข้างนอกเลย ไสหัวไป...ไป๊”

“ผมไปแน่ครับ ผมหาบ้านไว้เรียบร้อยแล้ว ถึงไม่มีมาลินีไปอยู่ด้วย ผมก็จะไปอยู่ดี ที่นี่มีแต่ความทรงจำที่เลวร้าย ผมอยู่กับมันไม่ได้ สวัสดีครับ” เปรมฤทัยไหว้หลวงเสนาะแล้วหันสบตาพริ้งที่มองตอบตกใจก่อนจะผละจากไปโดยมีเสียงหลวงเสนาะตะโกนด่าไล่หลังว่าไอ้ลูกอกตัญญู ไปแล้วก็ให้ไปเลย ไว้ให้ท่านตายก่อนแล้วค่อยกลับมารดน้ำศพ พริ้งอยากจะตามไปห้ามเปรมฤทัยใจแทบขาดแต่ทำไม่ได้

หลวงเสนาะเครียดหนักพานจะเป็นลม พริ้งต้องเข้าไปประคองทั้งที่เกลียดชัง จากนั้นพาไปนอนพักที่ห้อง บอกให้รอสักครู่เธอให้เด็กชงยาหอมมาให้ หลวงเสนาะไม่วายหื่นคว้าเธอมากอด

“ไม่เอายาหอมจะเอาแม่พริ้ง ต่อให้หัวใจวายคาอกฉันก็ยอม”

พริ้งคิดแผนชั่วขึ้นมาได้ จะต้องหาทางทำให้หลวงเสนาะตายๆไปด้วยอาการหัวใจวาย ค่อยๆนอนลงข้างท่านซบอกทั้งที่ชิงชัง

ooooooo

แนบเห็นพริ้งมายืนดูต้นยี่โถอย่างสนใจ ปรี่เข้ามาถามว่าดูทำไม เธออ้างว่าชอบ เขามองไม่ไว้ใจแค่ชอบเท่านั้นจริงๆหรือ พริ้งไม่พอใจที่เขาทำเหมือนระแวงเธอ ทั้งที่เธอต่างหากควรจะระแวงเขาไม่อย่างนั้นเธออาจมีจุดจบเหมือนบุญช่วย มาลินีและแม่แล่ม เขาเอาแต่นิ่งเงียบ ยิ่งทำให้พริ้งมั่นใจว่าคิดถูกต้อง

“เพียงแต่คุณพริ้งดูแลคุณหลวงให้ดีอย่าคิดทำอะไรโง่ๆ คุณพริ้งก็จะได้ไม่ต้องมีจุดจบอย่างนั้น”

พริ้งชักสีหน้าไม่พอใจที่แนบข่มขู่ เขาอ้างไม่ได้ขู่แค่เตือนเท่านั้น เธอผละจากมาอย่างเจ็บแค้นใจ ตั้งใจมั่นจะต้องจัดการให้แนบพบจุดจบก่อนตัวเอง แล้วตรงไปที่ห้องนอนเห็นหลวงเสนาะนอนหน้าตาซีดเซียวอยู่บนเตียงโผซบอกร้องไห้ ท่านตกใจเกิดอะไรขึ้น เธอคร่ำครวญว่าอยู่ที่นี่ไม่ไหวอีกแล้ว แนบระแวงว่าเธอจะทำอะไรท่าน แค่เธอไปยืนดูต้นไม้ที่เขาปลูก ต้นยี่โถที่เขาเคยบอกว่าใช้ฆ่าคนได้โดยไม่ทราบสาเหตุ

“ฉันเห็นมันแปลกดีฉันเลยชอบดู แต่มันคิดว่าฉันจะเอาไปทำอะไรคุณหลวง ฉันจะไปใช้มันเป็นรึ ไอ้คนปลูกต่างหากที่ไม่น่าไว้ใจ มันเอามาปลูกทำไมในบ้าน ต้นไม้อื่นเยอะแยะทำไมไม่ปลูก”

“แม่พริ้งคิดมากไปหรือเปล่า”

พริ้งเห็นหลวงเสนาะยังเข้าข้างลูกน้องจึงพูดแทงใจดำว่าแนบเป็นสาเหตุทำให้เธอไม่สามารถรักท่านได้เพราะเขามาสารภาพว่าหลวงเสนาะส่งเขาไปปล้นเธอ ทำให้เธอต้องยอมมาเป็นเมียท่าน

“ฉันรู้แล้วว่าแม่พริ้งรู้”

“เพราะอย่างนี้ไงฉันถึงทำใจให้รักคุณหลวงไม่ได้ ถ้าเพียงแต่ไอ้แนบมันไม่ยอมเปิดปากเล่าให้ฉันฟัง ฉันก็ไม่ต้องรู้ความจริง บางทีฉันอาจจะรักคุณหลวงได้ แต่พอคิดถึงเรื่องนี้ทีไร ฉันก็ทำใจไม่ได้สักที”

หลวงเสนาะสงสัย พริ้งทำอย่างไรแนบถึงได้ยอมเปิดปากพูดเรื่องปล้น เธอใส่ความว่าเขาคิดจะปล้ำเธอก็เลยขู่ถ้าไม่บอกจะฟ้องคุณหลวง ถ้าไม่เชื่อก็ให้ไปถามเขาดูได้เลย แต่เขาคงยอมรับหรอก ท่านเองก็ไม่ควรคิดว่ารู้จักคนของตัวเองดี แน่ใจหรือว่าเขาจะพูดความจริงกับท่านทั้งหมด

พริ้งใส่ไฟจนหลวงเสนาะเชื่อว่าแนบคิดคดทรยศจะกำจัดท่านเพื่อจะได้ครอบครองเธอจึงวางแผนหลอกให้เขาไปเก็บหนี้รายหนึ่งให้ แนบรับคำไม่ได้เอะใจแม้แต่น้อยว่ากำลังจะถูกส่งไปตาย...

หลวงเสนาะไม่ได้จะกำจัดแค่แนบยังโทร.ให้สมุนจัดหาใครสักคนที่พอจะทำงานในคุกได้เพื่อจัดการกับหอกข้างแคร่อย่างแม่แล่ม...

กว่าแนบจะรู้ว่าถูกผู้มีพระคุณหักหลังก็เป็นตอนที่ชายฉกรรจ์เอามีดเสียบเข้ากลางหัวใจ เขาสะดุ้งสุดตัวก่อนจะล้มลงจมกองเลือดสิ้นใจตายในบ้านเปลี่ยวที่หลวงเสนาะหลอกให้ไปเก็บหนี้

แม่แล่มมีสภาพไม่ต่างกันถูกผู้ต้องขังหญิงคนหนึ่งใช้เสื้อของแม่แล่มรัดคอแขวนไว้กับลูกกรงห้องขังให้เหมือนผูกคอตายเอง...

ที่ห้องทำงานของหลวงเสนาะ ขณะที่คุณหลวงชั่วกำลังรอโทรศัพท์แจ้งข่าว พริ้งเปิดประตูเข้ามาสวมกอดท่านจากด้านหลัง ออดอ้อนว่ายังไม่ขึ้นนอนอีกหรือ หลวงเสนาะแปลกใจถึงกับออกปากวันนี้เธอกอดเขาก่อนทั้งที่ไม่เคยทำ เธอโล่งอกที่ได้พูดสิ่งที่อยู่ในใจเรื่องแนบกับเรื่องที่ท่านเจ้าเล่ห์กับเธอ

“ไม่โกรธฉันรึ เหมือนฉันผิดสัญญาที่ใช้เล่ห์อุบายกับแม่พริ้ง”

พริ้งมาไกลเกินกว่าจะไปยึดติดกับสัญญาเก่าๆ ในเมื่อหลวงเสนาะทั้งรักและเมตตาเธอทำให้เธอโกรธไม่ลง แต่เรื่องจะให้รักตอบ เธอขอเวลาอีกหน่อยรับรองไม่นาน หลวงเสนาะอ้อนเธอบ้างถ้าท่านทำให้เธอเห็นว่าสามารถทำทุกอย่างเพื่อให้เธอเปิดใจรักท่านไม่ว่าจะอะไรทั้งนั้น เธอจะรักท่านได้ไหม

“ถ้าคุณหลวงจะเสียสละเพื่อฉันได้ขนาดนั้น มีรึฉันจะไม่รัก”

มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นหลวงเสนาะรู้ทันทีว่าแผนการทุกอย่างสำเร็จลุล่วง บอกให้พริ้งขึ้นไปสวมชุดนอนตัวโปรดรอท่านได้เลย รับรองเธอจะต้องรักท่านแน่นอนแล้วยิ้มกรุ้มกริ่มให้ พริ้งจะไปรอท่านที่ห้องนอนคืนนี้เราจะได้ขึ้นสวรรค์ด้วยกันแล้วหอมแก้มหลวงเสนาะก่อนจะผละจากไป ท่านเดินไปรับโทรศัพท์

“เรียบร้อยดีใช่ไหม ขอบใจ” หลวงเสนาะวางสายทรุดลงนั่งด้วยความสะเทือนใจ ก่อนจะลุกขึ้นสะบัดหัวไล่ความรู้สึกนั้นทิ้งแล้วทำร่าเริงถลาขึ้นไปหาพริ้ง แต่ต้องเบรกหัวทิ่มเมื่อเปรมฤทัยร้องเรียกไว้เสียก่อน เขาจะมาลาท่านไปอยู่ที่อื่น และจะมาบอกว่าจะรบกวนเงินของท่านแค่เรียนจบ หลังจากนั้นจะไม่รบกวนท่านอีก

“เอ็งไม่เอาแต่ข้าจะให้ มีอะไรไหม”

“แล้วแต่คุณพ่อครับ”

“เออ มันก็ต้องอย่างนั้นอยู่แล้ว รีบๆไสหัวไปเลย หมดเวลามารคอหอยข้าจะไปขึ้นสวรรค์ ไป” หลวงเสนาะทำเป็นปากดีแต่พอเห็นลูกเดินจากไปก็ใจหาย ท่านสลัดอารมณ์นี้ทิ้งกลับมาคึกคักอีกครั้งแล้วขึ้นไปหาพริ้ง

ooooooo

พริ้งมองลงมาเห็นเปรมฤทัยกำลังจะจากไปได้แต่บอกลาเงียบๆ หวังจะได้เจอเขาอีก ระหว่างนั้นหลวงเสนาะเปิดประตูผลัวะเข้ามา เธอรีบปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม ท่านเห็นเธอในชุดนอนสีแดงสวยสะพรั่งยิ่งคึกคักเต็มที่ จูงมาที่เตียง เธอต้องขอให้รอเดี๋ยว เขาไม่รอแล้วอยากขึ้นสวรรค์เร็วๆ

“มีตัวช่วย ทั้งทำให้ขึ้นเร็วๆแล้วก็คึกคักมากด้วย” พริ้งว่าแล้วเดินไปที่โต๊ะหัวเตียงยกถ้วยใส่น้ำชาร้อนมาให้ ท่านมองไม่ไว้ใจถามว่าอะไร เธอโกหกว่าเป็นชาคึกคักเพิ่งไปเจียดมาจากร้านขายยาจีน คุยสรรพคุณให้ฟังว่ากินปุ๊บเห็นผลปั๊บ แล้วเชิญชวนให้ท่านดื่ม หลวงเสนาะไม่ยอมดื่มกลัวถูกวางยาขอให้เธอดื่มด้วยกันจะได้คึกคักด้วยกัน ขืนท่านคึกคนเดียวเหงาแย่ พริ้งเจ็บใจที่ท่านลีลาท่ามากคว้าถ้วยน้ำชาไปดื่มรวดเดียวหมด

“ไงคะ ถ้าฉันวางยาคุณหลวงจริงฉันจะกล้าดื่มเหรอ”

“ฉันไม่ได้ไม่ไว้ใจแม่พริ้ง แค่อยากจะให้สนุกด้วยกัน ฉันไม่อยากเห็นแก่ตัว”

พริ้งทำเป็นตัวสั่นซู่ซ่า หลวงเสนาะเห็นดังนั้นรีบสั่งให้ไปรินน้ำชามาให้ดื่ม เธอรอเขาเผลอแอบหย่อนยาลูกกลอนที่ทำจากใบต้นยี่โถซึ่งมีพิษร้ายแรงถึงตายลงไปในถ้วยน้ำชา หลวงเสนาะดื่มรวดเดียวหมดถ้วย อึดใจยาออกฤทธิ์รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วตัวถลาเข้าหาพริ้งที่ทำเป็นวิ่งหนีให้เขาวิ่งไล่ ยาพิษจะได้ออกฤทธิ์เร็วขึ้น เธอนึกถึงคำพูดของเภสัชกรว่ายาพิษชนิดนี้ถ้ากินเข้าไป แล้วหัวใจยิ่งถูกกระตุ้น จะยิ่งออกฤทธิ์แรงและเร็ว

“ตายทรมานกว่าหัวใจวายธรรมดาเป็นสิบเท่าเลยล่ะ”

เป็นอย่างที่เภสัชกรว่าไว้ไม่มีผิด หลวงเสนาะเกิดเจ็บหน้าอกข้างซ้าย หายใจติดขัดทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นแทบเท้าพริ้งซึ่งมองอย่างสะใจ ยิ่งเห็นเขาทรมานเพราะพิษของต้นยี่โถก็ยิ่งสาแก่ใจนัก

“แม่พริ้ง...ช่วย...ฉัน...ฉัน...เจ็บ...”

“ฉันก็กำลังช่วยคุณหลวงอยู่นี่ไงคะ ช่วยให้ตายๆไปซะ” พริ้งพูดพลางถอยหนี หลวงเสนาะตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นโกรธรวบรวมกำลังจะเข้าไปเอาเรื่องแต่กลับทรุดลงอย่างเดิมและเจ็บปวดมากขึ้น ท่านดิ้นรนเฮือกสุดท้ายจะร้องขอความช่วยเหลือ พริ้งรีบเอามืออุดปากไว้ เฉลยให้ฟังว่าที่ต้องทำกับท่านแบบนี้ก็เพราะเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เปรมฤทัย รักแท้ของเธอกลับมาหาเธอ

“กูรักคุณเปรมและยังรักอยู่ คุณเปรมคือความหวังเดียวของชีวิตกูที่ถูกมึงพรากไป รีบตายไปซะ คุณเปรมจะได้รีบกลับมาหากูเร็วๆ ตายหรือยัง จะตายได้หรือยังหา” พริ้งพร่ำถามจนหลวงเสนาะตายสมใจจึงปล่อยมือ ลองเขย่าตัวก็ไม่ไหวติง เธอหัวร่อร่าด้วยความดีใจ ลุกขึ้นเต้นรำไปรอบห้องรอบศพหลวงเสนาะมีความสุข

ooooooo

พริ้งเลวได้ใจ ไม่ไปงานสวดศพหรือแม้แต่งานเผาศพหลวงเสนาะ วันที่ต้องไปเก็บอัฐิก็ไม่โผล่หน้าไปให้เห็น เนื่องจากเมาหลับ เปรมฤทัยเอาอัฐิพ่อมาไว้ที่บ้าน ถึงได้รู้จากสาวใช้ว่าพริ้งอยู่แต่ในห้องไม่ยอมลงมา คิดว่าเธอโทษตัวเองเป็นต้นเหตุให้พ่อหัวใจวายตายก็สงสารรีบขึ้นไปหา

เปรมฤทัยเห็นพริ้งเมาหลับอยู่ในชุดนอนสีแดง มีขวดเหล้าเปล่าหลายขวดทิ้งไว้เกลื่อนพื้นก็สงสารจับใจคิดว่าเธอต้องพึ่งเหล้าดับอารมณ์ ร้องเรียกให้เธอตื่น พริ้งลืมตาขึ้นมาเห็นเขาก็ดีใจมากโผกอดร้องไห้ เขากลับคิดว่าเธอเสียใจเรื่องหลวงเสนาะ

“หักห้ามใจเถอะนะครับ แล้วก็อย่าคิดมาก คุณพ่อท่านเสียด้วยเรื่องบังเอิญไม่ใช่ความผิดของคุณพริ้ง ผลชันสูตรออกมาแล้วว่าคุณพ่อเสียเพราะหัวใจวาย”

แม่เลี้ยงชั่วลอบยิ้มดีใจที่ไม่มีใครจับพิรุธได้ เปรมฤทัยขอให้เธอตั้งสติดีๆคงต้องคิดกันแล้วว่าจะเอาอย่างไรต่อนับจากไม่มีคุณพ่อแล้ว พริ้งตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จว่าตัวเองคิดอะไรไม่ออก ขอร้องให้เขากลับมาอยู่ที่นี่เหมือนเดิมได้ไหมจะได้มาช่วยกันคิด เธอทำอะไรไม่ถูกเคว้งไปหมด เปรมฤทัยเห็นสายตาออดอ้อนน่าสงสารของเธอก็ใจอ่อนยวบ แต่ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ...

ในเวลาต่อมา พริ้งเดินพล่านอยู่คนเดียวในบ้านด้วยชุดนอนชุดเดิมรอให้เปรมฤทัยกลับมาแต่ไม่มีวี่แวว ช้อยแวะมาแสดงความเสียใจที่เธอต้องสูญเสียคุณหลวง พริ้งมองซ้ายมองขวากลัวใครได้ยิน รีบพาพี่สาวไปยังมุมปลอดคน ช้อยแปลกใจทำไมต้องมาคุยตรงนี้ แล้วนี่อาบน้ำอาบท่าหรือยังทำไมเหม็นเหมือนละมุดเน่านัก

“ไม่มีคุณหลวงแล้ว กลับบ้านกับพี่ไหมไปหายายหนู”

แทนที่จะตอบคำถามของพี่สาว พริ้งกลับพร่ำเพ้อ จะทำอย่างไรดีคุณเปรมไม่ยอมกลับมา เขาไม่ใจอ่อนกลับมา ตนอ้อนวอนเท่าไหร่ก็ไม่ยอม ช้อยเตือนสติ ผัวเพิ่งตายแต่กลับร้องแร่หาลูกเลี้ยงแบบนี้ไม่น่าเกลียดไปหน่อยหรือ เธอกลับย้อนถามจะให้อาลัยอาวรณ์ไอ้หลวงแก่ตัณหากลับนั่นหรือ ตายไปได้ก็ดีแล้วเพราะเธอเกลียดมันเข้าไส้ แต่กับเปรมฤทัยเธอรักของเธอ ร้องหาเขาก็ถูกต้องแล้วไม่เห็นจะน่าเกลียดตรงไหน

“ร้องหาความรักที่ไม่มีวันเป็นจริงน่ะรึ ที่บ้านมีความรักของพี่ของลูกที่เป็นจริงและให้พริ้งได้ตลอดเวลาถ้าเพียงพริ้งจะกลับไป” คำพูดของช้อยเหมือนลมที่พัดผ่านเลยไป พริ้งมัวแต่สนใจแต่การจะกลับมาของเปรมฤทัยหรือไม่เท่านั้น ช้อยได้แต่มองด้วยความเป็นห่วง...

ตกดึกพริ้งดื่มเหล้าเพื่อดับอารมณ์จนเมามาย เกิดจิตหลอนนึกถึงการตายของหลวงเสนาะขึ้นมา ลมพัดกระโชกทำให้หน้าต่างปิดดังปัง เธอตกใจกรีดร้องลั่นวิ่งหนีลงมาซุกตัวที่มุมห้องโถง ร้องกรี๊ดๆไม่หยุด สาวใช้ตกใจเสียงร้องวิ่งมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอได้แต่ละล่ำละลักว่ามันมาแล้ว สาวใช้งงใครมาหรือ พริ้งได้สติมองไปรอบๆพบเพียงความเงียบและความมืด สาวใช้จะพากลับไปที่ห้อง เธอส่ายหน้าดิกไม่ไป สาวใช้เข้าใจทันที

“กลัวเหรอคะ หนูก็กลัวค่ะ”

“ฉันจะนอนข้างล่างแกมานอนกับฉัน” พริ้งพูดจบจะลุกขึ้นแต่เซจะล้ม สาวใช้ต้องประคองไปนอนที่โซฟา

ooooooo

พริ้งใช้ห้องโถงของบ้านเป็นที่หลับนอนไม่ยอมขึ้นไปที่ห้องนอนเพราะกลัวเกินจะทนไหว วันๆเธอดื่มแต่เหล้าไม่ทำอะไรทั้งนั้น หมกตัวอยู่บนโซฟาน้ำท่าไม่อาบ ปล่อยตัวโทรมดูไม่ได้ เปรมฤทัยเข้ามาเห็นสภาพบ้านที่เกลื่อนไปด้วยขวดเหล้าเปล่าถึงกับส่ายหน้า

“คุณพริ้งไม่ควรทำร้ายตัวเองแบบนี้นะครับ”

เสียงของเปรมฤทัยทำให้พริ้งลุกพรวดขึ้นนั่งหายเมาค้างเป็นปลิดทิ้ง เขาเห็นสภาพดูไม่จืดตัดสินใจดึงตัวเธอลุกขึ้น ร้องเรียกสาวใช้ให้ช่วยกันพาเธอขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่นานนักพริ้งในสภาพเสื้อผ้าหน้าผมสะสวยงดงามเข้ามาหาเปรมฤทัยซึ่งรอท่าอยู่ที่โต๊ะอาหาร เขากล่อมให้เธอตระหนักว่าถ้าจะกลับมาสวยเหมือนเดิมต้องดูแลตัวให้มีน้ำมีนวลด้วยการกินข้าวเยอะๆและเลิกดื่มเหล้า

“ได้ค่ะ ฉันเชื่อคุณเปรม” พริ้งรีบกินข้าว ขณะที่เปรมฤทัยมองอย่างโล่งอก...

หลังกินข้าวเสร็จ พริ้งกับเปรมฤทัยเดินคุยกันมาถึงสวนสวยข้างบ้าน เธอเอาแต่จ้องหน้าเขาจนอีกฝ่ายต้องถามว่ามีอะไรติดที่หน้าเขาหรือถึงได้จ้องเอาๆ เธอไม่ได้ฝันไปใช่ไหม เขากลับมาหาเธอจริงๆใช่ไหม เปรมฤทัยสงสารเธอจับใจดึงตัวมากอดไว้ ยืนยันว่าไม่ได้ฝัน เขากลับมาแล้วและจะไม่ไปไหนอีก เขามีหน้าที่ต้องดูแลเธอต่อจากคุณพ่อ พริ้งน้อยใจไม่ได้กลับมาเพราะคิดถึงและรักเธอบ้างหรือ

“เราคุยเรื่องนี้ตอนนี้คงไม่เหมาะ”

พริ้งมั่นใจตอนนี้เหมาะที่สุดแล้ว เพราะไม่มีคุณพ่อของเขาอีกแล้ว เปรมฤทัยขอร้องให้เธอลืมความรักที่มีต่อเขา ถึงไม่มีคุณพ่อเขาก็รักเธอไม่ได้เพราะเธอยังได้ชื่อว่าเคยเป็นเมียของท่าน

“ตั้งสติเข้มแข็งไว้ ยังไงคุณพริ้งก็ต้องอยู่คนเดียวให้ได้เพราะผมคงอยู่กับคุณไม่ได้ไปตลอดชีวิต วันหนึ่งผมก็ต้องไปมีชีวิตของผมเหมือนกัน” ว่าแล้วเปรมฤทัยตัดใจเดินจากไป พริ้งทรุดลงกับพื้นร้องไห้ ทำใจให้ลืมเขาไม่ได้ คิดหาทางทำอะไรสักอย่างไม่ให้เขาไปจากเธออีก...

ตกดึกคืนเดียวกัน พริ้งใช้มารยาร้อยเล่มเกวียนยั่วยวนเปรมฤทัย ทั้งกอดจูบปลุกอารมณ์เขาจนกระเจิดกระเจิง เขาพยายามปฏิเสธแต่เธอพร่ำกระซิบข้างหู

“ขอแค่คืนนี้ให้เราได้รักกันอย่างที่ใจอยากจะรัก แค่คืนนี้เท่านั้น พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ฉันจะไม่เรียกร้องอะไรอีก”

พริ้งมองเขาด้วยสายตาเว้าวอน เปรมฤทัยครุ่นคิดหนัก สุดท้ายกิเลสและความรู้สึกฝ่ายต่ำก็ชนะ ทั้งคู่ตกเป็นของกันและกัน พริ้งยิ้มสมใจและอิ่มเอมอย่างที่สุดจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เขาต้องการให้จบแค่นี้จึงบอกว่าใกล้เช้าจะปลุกเธอก่อนที่เด็กในบ้านจะมาเห็น

“ผมจะจดจำคืนนี้ไว้ จะไม่ลืมเลยว่าครั้งหนึ่งผมเคยรักคุณพริ้งอย่างที่ใจอยากจะรัก แม้จะเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ นอนซะนะครับ”

พริ้งขอให้เปรมฤทัยกอดเธอเอาไว้ แล้วหันหลังให้ นอนร้องไห้อยู่อย่างนั้นด้วยความทุกข์ทรมานใจ

ครั้นใกล้สว่างเปรมฤทัยปลุกให้พริ้งตื่นแล้วเดินมาส่งที่ประตู เธอจับมือเขาไว้ไม่ยอมปล่อย เขาต้องแกะมือเธอออกยิ้มให้อย่างอ่อนโยนก่อนจะปิดประตูห้อง พริ้งยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น โลกทั้งใบกลับหม่นหมองอีกครั้ง มีความสุขได้ไม่นานต้องกลับมาทรมานเหมือนตกนรก น้ำตาจากไหนไม่รู้ไหลอาบแก้ม

ooooooo

พริ้งไม่ได้หลับไม่ได้นอนนั่งซุกตัวอยู่ที่มุมห้องน้ำตาไหลพราก ครั้นเงยหน้าขึ้นเห็นหลวงเสนาะยืนมองมาด้วยสายตาโกรธแค้น เธอตกใจไม่กล้ามองไล่ตะเพิดไปให้พ้น สักพักจึงเงยหน้าขึ้นมองอีกครั้ง หลวงเสนาะในจินตนาการยังคงจ้องอยู่ คราวนี้ความกลัวเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยว

“ทำไม จะทำไมกู จะขวางกูรึ มึงฟังไว้ว่ามึงขวางกูไม่สำเร็จหรอก กูเป็นเมียคุณเปรมแล้ว คุณเปรมจะเป็นผัวคนเดียวที่กูรัก กูจะมีคุณเปรมเป็นผัวคนสุดท้ายคุณเปรมจะต้องรักกูอยู่กับกูตลอดไป” พริ้งมองหลวงเสนาะอย่างเดือดดาลและต้องการเอาชนะ...

เหล้าช่วยให้พริ้งลืมความเจ็บช้ำใจ จึงตั้งหน้าตั้งตาดื่มจนเมาได้ที่ก็นั่งเอนหลังพิงโซฟาในห้องโถงมี เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ได้ยินเสียงสาวใช้รับสายแต่ไม่ได้ยินถนัดนักว่าพูดอะไร เธอลุกขึ้นคว้าแก้วเหล้ามาดื่ม เป็นจังหวะเดียวกับสาวใช้เข้ามารายงานว่าเปรมฤทัย โทร.มาเรียนพริ้งว่าไม่ต้องรอกินข้าวเย็น เพราะเขามีนัดเลี้ยงฉลองกับเพื่อนที่สโมสร พริ้งอยากรู้เรื่องของเขาตั้งใจจะตามไปดู...

เมื่อก้าวเข้ามาในสโมสรเห็นเปรมฤทัยกำลังนั่งดื่มอยู่กับเพื่อนคนหนึ่ง จะเดินไปหาแต่ต้องชะงักเมื่อมีเพื่อนอีกคนหนึ่งพาสาวสวยดูดีมีตระกูลเข้าไปเสียก่อน เพื่อนแนะนำให้เขารู้จักกับศรีสุดาญาติของเพื่อนคนนั้น เปรมฤทัยเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่งข้างๆ ศรีสุดาคอยส่งตาหวานให้เขาตลอด พริ้งหึงหน้ามืดตามัวพุ่งเข้าไปกระชากเก้าอี้ที่ศรีสุดานั่งออกห่างจากเปรมฤทัยจนแทบจะตกเก้าอี้ เพื่อนๆมองแปลกใจว่าใครกัน

“เอ่อ แม่เลี้ยงฉันเอง” เปรมฤทัยแนะนำไม่เต็ม ปากนัก

“เมีย ไม่ใช่แม่เลี้ยง” พริ้งสวนทันที เพื่อนร้องเอะอะนี่เขาได้กับเมียของพ่อหรือ เปรมฤทัยอายมากแทบจะแทรกแผ่นดินหนี ขณะที่พริ้งยังคงแสดงตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเขาอย่างไม่อายใคร อีกทั้งยังกล่าวหาศรีสุดาว่าคิดจะแย่งเปรมฤทัยไปจากตน ก่อนจะพุ่งเข้าไปตบตีอุตลุด เปรมฤทัยต้องลากเธอกลับ

ไม่นานนัก เปรมฤทัยพาพริ้งมาถึงห้องโถงบ้านหลวงเสนาะ ต่อว่าเธอที่ได้คืบจะเอาศอกไม่ทำตามที่ตกลงไว้ ไม่ยอมจบแล้วยังจะไปทำให้เขาอับอายต่อหน้าคนอื่น เขาไม่ได้อายเพราะสภาพดูไม่ได้ของเธอ แต่อายที่เขาแพ้ใจตัวเองเอาเมียพ่อมาเป็นเมียตัวเอง มันทุเรศเกินกว่าที่จะให้ใครๆรู้ เธอกลับบอกว่าไม่อาย

“ก็เรื่องของคุณ เชิญอยู่กับโลกที่ไร้ยางอายของคุณไปคนเดียวผมไม่อยู่แล้ว” เปรมฤทัยผลักพริ้งพ้นทางแล้วเดินลิ่วขึ้นข้างบน เธอรีบตามไปห้าม สาวใช้ ได้ยินเสียงเอะอะวิ่งมาดู เห็นพริ้งตะกายขึ้นบันไดพลางส่งเสียงงอนง้อลูกเลี้ยงตัวเองก็ตกใจ

ooooooo

พริ้งตื่นขึ้นตอนเช้าพบว่าเปรมฤทัยออกไปแล้ว กลุ้มใจมากไม่รู้จะทำอย่างไร คว้าเหล้ามาดื่มดับอารมณ์ จนเมามายหลับคาขวดเหล้า บ่ายคล้อยแล้วเธอถึงได้รู้สึกตัวตื่นขึ้นอย่างมึนๆเพราะฤทธิ์เหล้ายังไม่หมด พอรู้ว่าเปรมฤทัยยังไม่กลับ รีบเดินโงนเงนขึ้นไปแต่งหน้าแต่งตาเพื่อจะรอรับ

ด้วยความเมาพริ้งพยายามเขียนลิปสติกให้อยู่ในกรอบปากแต่ก็เลอะเทอะ เขียนตาก็เป็นปื้นสภาพทุเรศทุรังนัก แล้วรวบผมใหม่ที่คิดว่าสวยที่สุดก่อนจะออกจากห้อง...

ค่ำแล้วกว่าเปรมฤทัยจะขึ้นมาที่ห้องตัวเอง เห็นพริ้งยืนหันหลังเอาหัวพิงประตูอยู่ก็ร้องทักมายืนทำอะไรตรงนี้ เธอค่อยๆหันหน้ามา เขาถึงกับผงะกับสภาพดูไม่ได้ พริ้งออดอ้อนขอให้เขาเริ่มต้นกันใหม่ สัญญาจะไม่ให้ใครรู้ว่าเราเป็นอะไรกัน ถ้าเขาอายที่จะไปไหนมาไหนด้วย เธอก็จะอยู่บ้านคอยปรนนิบัติเขาในฐานะเมีย และแต่งตัวสวยๆให้เขาชื่นใจ เขาจุกแทบพูดไม่ออก ตอนนี้มีแต่ความเวทนาสงสารให้เธอเท่านั้น

“ผมขอโทษ ผมเป็นอะไรกับคุณไม่ได้ทั้งนั้น” เปรมฤทัยผลักพริ้งพ้นทาง เข้าห้องปิดประตูตามหลัง เธอรับไม่ได้กรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ทุบประตูร้องเรียกเขา สภาพไม่ต่างจากตอนที่ประสานตะกายประตูเพื่อให้พริ้งเปิดรับ เหมือนกรรมสนองไม่มีผิดเพี้ยน พริ้งทุบประตูจนหมดแรงทรุดไปกองกับพื้นนั่งอยู่อย่างนั้นไม่หลับไม่นอน กระทั่งรุ่งเช้าเปรมฤทัยเปิดประตูออกมาพร้อมกับกระเป๋าเดินทาง ชะงักที่เห็นเธอนั่งเฝ้าอยู่

“จะไปไหน” พริ้งเสียงกร้าว

เปรมฤทัยไม่พูดอะไรหิ้วกระเป๋าเดินลิ่วลงข้างล่าง พริ้งตามไปยื้อยุดไม่ให้ไป เขาไม่ยอมให้เธอรั้งตัวไว้เดินลากเธอไปกับพื้นด้วย สาวใช้ได้ยินเสียงพริ้งโวยวายดังลั่น ก็ยิ่งร้อนใจชะเง้อไปทางหน้าประตูรั้ว

“ให้ไปตามคุณช้อยตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ ยังมาไม่ถึงอีก”...

ที่โถงบ้าน พริ้งถูกเปรมฤทัยลากถูลู่ถูกังไปชนกับชั้นวางแจกันลายครามตกแตก ทำให้เขาหลุดมือเธอไปได้ แต่พริ้งไม่ยอมแพ้ถลาไปคว้าเขาไว้อีก เขาหยุดกึกหันมอง เธอขู่ถ้าเขาไปจะฆ่าให้ตาย

“เอาเลย ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผัวคุณแต่ละคนถึงได้มีอันเป็นไป คุณเป็นคนน่ากลัวแบบนี้นี่เอง”

พริ้งโทษว่าที่เป็นแบบนี้ก็เพราะเปรมฤทัยไม่สนใจ เขากลับโทษว่าเป็นเพราะเธอไม่รู้จักพอต่างหาก เธอไม่สนใจว่าเขาจะพูดอะไร รู้แค่ว่าจะไม่ให้เขาไปไหนทั้งนั้น เปรมฤทัยไม่อยากเถียงด้วยขยับจะไป พริ้งไม่ยอมรามือยื้อแย่งกระเป๋าไว้ เขาโกรธจัดผลักเธอกระเด็นใส่เศษแจกันที่แตกกระจายหน้าทิ่มกระเบื้องร้องโอ๊ยลั่น

เปรมฤทัยแค่ปรายตามอง แล้วเดินต่อไปไม่สนใจอีกเลย พริ้งเงยหน้าขึ้นมาเผยให้เห็นเศษกระเบื้องทิ่มคาหน้า เลือดไหลอาบแต่ปากยังคร่ำครวญหาเขา พยายามคลานตามจนออกมานอกตัวบ้าน เห็นแต่หลังเขาไวๆ ช้อยเดินมากับสาวใช้อีกคนสวนกับเปรมฤทัยที่จ้ำพรวดๆ ออกไปไม่แลใครแม้แต่น้อย ก่อนจะเหลือบไปเห็นพริ้งที่พยายามตะกายตามเปรมฤทัย รีบเข้าไปประคองด้วยความสงสารจับใจ

ooooooo

หลายปีผ่านไป...

แผลจากกระเบื้องบาดยังทิ้งรอยแผลเป็นไว้ที่ใบหน้าของพริ้งซึ่งตอนนี้ไม่เหลือเค้าความสวยอีกแล้ว เธอพยายามใช้แป้งผัดหน้าพอกจนหนาเตอะแต่ก็ไม่อาจปกปิดรอยแผลน่าเกลียดนั้นได้ จึงต้องใช้ผ้าคลุมอำพรางไว้ แล้วเดินซึมออกจากห้องที่รกรุงรัง เจอยายหนูซึ่งตอนนี้ 12 ขวบแล้วยืนรอท่าอยู่

“แม่ช้อยให้มาพาไปกินข้าวค่ะ” ยายหนูจับมือพริ้งไว้ เธอมองมือนั้นแล้วมองเด็กน้อยถามว่ารักเธอหรือ ยายหนูพยักหน้า ถึงแม่พริ้งไม่ได้เลี้ยงแต่แกก็รัก ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม หรือเพราะท่านสวย

“ถ้าคุณเปรมกลับมาหาฉัน เขาจะบอกว่าฉันสวยเหมือนที่หนูพูดไหม”

ยายหนูอึ้งไม่รู้จะตอบอย่างไร พริ้งแกะมือแกออกแล้วเดินไปรอเปรมฤทัยที่หน้าบ้านสวนของช้อย เป็นที่รู้กันของทุกคนในบ้าน ทั้งตานิดซึ่งตอนนี้เป็นหนุ่มแล้ว สายสวาทซึ่งเป็นสาวสะพรั่ง และยายหนูว่าพริ้งจะทำแบบนี้ทุกวันตั้งแต่เกิดเรื่องคราวนั้น ตานิดไม่เข้าใจป่านนี้แล้วทำไมพริ้งยังหลอกตัวเอง ไม่ยอมรับความจริงสักทีว่าผู้ชายคนนั้นไม่กลับมาอีกแล้ว ช้อยต้องปรามลูกชาย

“ปล่อยเขาไปเถอะ ถ้าเขามีความสุขที่ได้คิดแบบนี้”

ยายหนูกับสายสวาทสงสารพริ้งมาก พลางต่อว่าตานิดว่าใจร้ายชอบว่าเธอ เขาเถียงว่าไม่ได้ว่าแค่พูดความจริง ช้อยสั่งให้หยุดเถียงกัน แล้วบอกกับยายหนูถ้าสงสารแม่พริ้งก็ต้องช่วยตนดูแลเธอให้ดีที่สุด...

มืดแล้วพริ้งยังยืนรอเปรมฤทัยอยู่ที่เดิม ช้อยต้องมาตามให้เข้าบ้านไปกินข้าว เธออิดออดกลัวเขาจะมาตอนเธอไม่อยู่ ช้อยรับปากถ้าเขามาจะรีบไปบอก เธอถึงได้ยอมเข้าบ้าน...

ช้อยกำลังจะเข้านอนแต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของพริ้ง รีบเข้าไปโอบกอดไว้ด้วยความสงสาร
“คุณเปรมเขาไม่ติดต่อมาเลยพี่ช้อย นานเท่าไหร่แล้ว ทำไมเขาใจดำแบบนี้”

“ถ้าพี่พูดตรงๆพริ้งจะโกรธพี่ไหม เรื่องคุณเปรม”

อยู่ๆพริ้งก็อารมณ์เสียขึ้นมา ตวาดแว้ดไม่ต้องมาพูดถึงชื่อคุณเปรม ตนพูดได้คนเดียวเท่านั้น จะเข้ามาทำไมตนอยากอยู่คนเดียว แล้วเดินไปซุกตัวร้องไห้อยู่มุมห้อง ช้อยได้แต่ส่ายหน้าไม่รู้จะทำอย่างไรดี...

ตานิดเห็นอาการของพริ้งแล้วตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะป่วยทางจิตแนะให้แม่พาไปหาหมอที่หลังคาแดง ช้อยไม่คิดว่าพริ้งจะยอมไป ตานิดเตือนขืนปล่อยไว้นานไปอาการจะหนักกว่านี้ ช้อยครุ่นคิดคล้อยตาม

ooooooo

เกือบสิบปีแล้วที่ไม่ได้ข่าวเปรมฤทัยแต่อยู่ๆหนังสือพิมพ์วันนี้ลงข่าวตัวใหญ่เป้ง “อดีตนายทหารเรือคือผู้ชายคนใหม่ของแม่ม่ายผ้าขาวม้าแดง” พร้อมภาพประกอบเป็นรูปเปรมฤทัยกำลังควงสาวสวยคนหนึ่งท่าทางสนิทสนม ตานิดเอาหนังสือพิมพ์ให้ช้อยดู เธอถึงกับตะลึงรีบพับเก็บหาที่ซ่อนไม่ให้พริ้งเห็น

ตานิดโวยวายยังอ่านไม่จบเลย ช้อยไม่ให้อ่านอีกแล้ว ต้องเอาหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ไปซ่อน แต่ไม่รู้จะซ่อนที่ไหน สั่งให้สายสวาทเอาไปเผาให้สิ้นซาก ตานิดต่อว่าแม่ว่าทำแบบนี้แล้วเมื่อไหร่น้าพริ้งถึงจะยอมรับความจริงได้สักที ช้อยไม่อยากให้มีอะไรมากระทบกระเทือนจิตใจพริ้งอีก ขืนเห็นเธอต้องร้องไห้มากกว่าที่เป็นอยู่ คนที่จะต้องไปหลังคาแดงก่อนคือตน ตานิดเห็นแม่น้ำตาซึมก็เลยไม่พูดอะไรอีก...

ช้อยอุตส่าห์จะปิดข่าวไม่ให้พริ้งรู้ แต่เธอแอบออกมาซื้อเหล้าที่ตลาดเห็นข่าวนี้จากหนังสือพิมพ์ที่คนอื่นกำลังอ่าน ตาวาวด้วยความโกรธกระชากหนังสือพิมพ์ไปอ่านรายละเอียดด้านใน ก่อนจะขว้างทิ้งแล้วเดินออกไปทันที ไม่นานนัก พริ้งเดินอย่างคั่งแค้นผ่านหน้าช้อยที่กำลังทำความสะอาดบ้านอยู่ เธอจะขอคุยด้วย แต่พริ้งเดินเข้าห้องตัวเองปิดประตูตามหลังไม่สนใจพี่สาวแม้แต่น้อย แล้วคว้าขวดเหล้าที่เพิ่งไปซื้อขึ้นมาดื่ม

“ถ้าคุณไม่อยู่กับฉันก็ไม่ต้องไปอยู่กับใคร” ขู่เสร็จพริ้งปาขวดเหล้าลงพื้นแตกกระจาย ช้อยได้ยินเสียงโครมคราม รีบบอกให้ตานิดพาน้องออกไปก่อน ท่านมีเรื่องจะคุยกับพริ้ง ยายหนูขออยู่ด้วยแต่ท่านไม่ยอม จากนั้นช้อยเข้าไปในห้องเห็นพริ้งนั่งซุกตัวอยู่มุมห้องร้องไห้ ถามว่าร้องทำไม ได้ความว่าเปรมฤทัยกลับมาแล้ว เธอเห็นรูปเขาลงหนังสือพิมพ์กับผู้หญิงอื่น ช้อยบ่นอยู่ในใจอุตส่าห์ปิดแทบตายดันรู้จนได้

“ตัดใจซะเถอะพริ้ง อะไรที่ไม่ใช่ของเราทำให้ตายยังไงมันก็ไม่ใช่ แต่ถ้าใช่ไม่ต้องทำอะไรมันก็ใช่”

“ฉันจะฆ่ามัน ฉันเกลียดมัน” พริ้งตะโกนสุดเสียง แล้วลงไปนอนกลิ้งเกลือกร้องไห้จะเป็นจะตายให้ได้ช้อยตกใจเข้าไปกอดน้องเอาไว้ ปล่อยให้เธอร้องไห้จนหมดแรงไปเอง แล้วชวนเธอไปเที่ยวข้างนอกกันวันพรุ่งนี้จะได้ไม่ต้องคิดมาก พริ้งพยักหน้ารับคำจะพาไปไหนก็ได้ที่จะทำให้เธอไม่ต้องคิดถึงเปรมฤทัยอีก

ooooooo

ช้อยกับตานิดตื่นแต่เช้าจะพาพริ้งไปหลังคาแดงหรือโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาซึ่งรักษาคนป่วยทางจิต แต่พริ้งหายตัวไปในห้องก็ไม่มี หาจนทั่วก็ไม่เจอ ช้อยหวั่นใจว่าเธออาจจะบุกไปที่โรงแรมซึ่งเป็นที่พักของเปรมฤทัยกับแม่ม่ายสาวสวยคนนั้น รีบนั่งสามล้อไปที่นั่นกับตานิด

เป็นอย่างที่ช้อยหวั่นใจ พริ้งซึ่งเมาได้ที่มาดักรอทำร้ายแม่ม่ายคนนั้นตอนที่ออกจากโรงแรมกับเปรมฤทัย แต่เขากระชากเธอหลบคมมีดได้ทัน คนแถวนั้นช่วยกันจับตัวพริ้งไว้

“ปล่อยกู...กูจะฆ่าอีหน้าด้านแย่งผัวกู ปล่อยกู” พริ้งดิ้นรนสุดชีวิต เปรมฤทัยมองเธอด้วยความสังเวช
พริ้งถูกจับกดลงกับพื้น กระเป๋าสะพายตก ล็อกเกตรูปพินิจและภาพถ่ายของช้อยกับยายหนูตอนยังเล็กร่วงออกมา เธอเหลือบเห็นถึงกับน้ำตาซึมคิดถึงทั้งสามคนซึ่งเป็นรักแท้ที่เธอมองข้ามมาตลอด ช้อยกับตานิดเข้ามาเห็นพริ้งถูกจับกดไว้กับพื้นก็ตกใจรีบเข้าไปหา เธอดีใจจับมือช้อยไว้ก่อนสติจะดับวูบ...

ตั้งแต่นั้นมาพริ้งถูกนำตัวไปรักษาที่หลังคาแดงในฐานะคนป่วยทางจิต แต่ละวันเธอจะนั่งใจลอยคิดถึงเรื่องราวต่างๆในอดีตซึ่งล้วนแต่เป็นช่วงเวลาเลวร้ายในชีวิต อารมณ์ของเธอมักจะขึ้นๆลงๆเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย...

หลังจากรักษาตัวอยู่หลายเดือน หมออนุญาตให้พริ้งกลับบ้านได้ ช้อยพาเธอเข้าห้องนอนพักแล้วเอายาให้กิน อยู่ๆเธอลุกขึ้นไล่ตะเพิดคุณพระเวทย์กับหลวงเสนาะไปให้พ้น ช้อยเอะใจถามว่าทั้งคู่จะมาหาเธอทำไม

“พี่ช้อยรู้แล้วอย่าบอกใครนะ ฉันฆ่าพวกเขาสองคนเอง”

จากนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับทั้งคู่ก็พรั่งพรูออกจากปากพริ้ง ช้อยน้ำตาร่วง โกรธมากที่เธอฆ่าผัวรักเงื้อมือจะตบแต่ยั้งใจไว้ทัน พริ้งยังเพ้อไม่หยุด แต่พอพูดถึงเปรมฤทัยขึ้นมาก็หยุดกึกเดินไปซุกที่มุมห้องร้องไห้ ช้อยออกจากห้องพริ้งมาได้ ตรงไปที่ห้องพระร้องไห้กับอัฐิของคุณพระเวทย์

“ฉันควรจะทำยังไงดีคะคุณพระ ฉันอยากจะฆ่ามันนัก”

ระหว่างนั้นเปรมฤทัยมาที่บ้าน จะขอเจอพริ้งอยากขอโทษที่มีส่วนผิดทำให้เธอเป็นแบบนี้ ช้อยไม่อนุญาต หากเธอเจอใครหรืออะไรที่จะไปกระตุ้นเรื่องเลวร้ายในอดีตอาจทำให้อาการแย่ลงไปอีก ขอให้หมดเวรหมดกรรมกันแค่นี้จะดีกว่า ตนขออโหสิกรรมทุกอย่างแทนพริ้งด้วย เปรมฤทัยเองก็ขออโหสิกรรมให้เธอเช่นกัน

“ขอบคุณมาก อย่าได้ถือเอาผิดเอาโทษโกรธเคืองพริ้งอีกเลย ตอนนี้พริ้งเองก็เหมือนกำลังรับโทษด้วยการถูกจองจำอยู่กับโรคที่ตัวเองเป็น ฉันเองก็เสียใจเพราะพริ้งมามากแต่ฉันให้อโหสิกรรมพริ้งทั้งหมดแล้ว”

เปรมฤทัยโอนทรัพย์สินของหลวงเสนาะให้พริ้งแล้วครึ่งหนึ่งตามพินัยกรรมของท่าน จะได้เอาไว้รักษาตัวและเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาให้ลูกของเธอ ขณะช้อยเดินมาส่งเปรมฤทัยที่หน้าบ้านเจอพริ้งยืนอยู่

“ผัวคนแรกฉันชื่ออะไรคุณรู้ไหม ฉันจำไม่ค่อยได้ ถามพี่ช้อยก็จำไม่ได้ ฉันจำได้แต่ผัวคนสุดท้าย เขาชื่อคุณเปรม คุณรู้จักเขาไหม” พูดได้แค่นั้น สติของพริ้งหลุดอีก เปรมฤทัยถึงกับอึ้งด้วยความสะเทือนใจ...

แม้พริ้งจะไม่เหลือใครให้รัก แต่ยังมีคนที่รักเธอซึ่งเธอมองข้ามมาตลอดนั่นคือช้อยกับลูกๆและยายหนู ทุกคนคือความรักแท้ที่พริ้งพยายามไขว่คว้าจากคนไกลทั้งที่มันอยู่ใกล้ตัวแค่นี้เอง

ooooooo

–อวสาน–