advertisement

ไฟหวน ตอนที่ 9

บทประพันธ์ ฐา-นวดี สถิตยุทธการ จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย มารุต สาโรวาท
6 ก.ค. 2556 11:40

เมื่อถูกกำพลจู่โจมในระยะประชิดตัวแบบนี้บุปผาจึงหนีไม่ทัน ถูกเขาคว้าแขนจนดิ้นไม่หลุด

“บุปผา! เธอไปอยู่ที่ไหนมา รู้ไหมว่าฉันตามหาเธอแทบตาย ตามหาไปทุกที่แต่ก็ไม่พบ แล้วทำไมใส่ชุดแบบนี้”

บุปผา ยังตั้งตัวไม่ติด เลยอึกๆอักๆคิดหาคำตอบไม่ทัน แต่ถึงยังไงก็ไม่ยอมให้เขาลากตัวไปขึ้นรถ เธอดิ้นรนขัดขืนแต่ไม่สำเร็จ ที่สุดเธอก้มลงกัดข้อมือเขาจมเขี้ยวแล้วฉวยโอกาสวิ่งหนีออกมา โดยมีกำพลไล่กวดมาอย่างไม่ลดละ

ทางเดียวที่จะหนีรอดคือต้องขอความช่วย เหลือจากคนอื่น บุปผาตะโกนลั่นว่าตนถูกนักเลงตามจับตัวเพื่อเอาไปขายซ่อง เท่านั้นเองผู้คนที่ผ่านไปมาก็เข้ามาสกัดกำพล

“บ้านเมืองมีขื่อมีแปนะโว้ย”

“เรื่องของกู คนอื่นไม่เกี่ยว”

พูดขาดคำ กำพลโดนรุมยำเพราะทุกคนคิดว่าเขาจะจับตัวผู้หญิงไปขายซ่องจริงๆ บุปผาฉวยจังหวะนี้วิ่งหนีไม่คิดชีวิต ทิ้งกำพลนอนจมบาทาอยู่ตรงนั้น!

กลับถึงบ้านเทพบริบาล บุปผายังเสียวสันหลังไม่หาย ถ้าถูกกำพลพาตัวไปมีหวังหมดโอกาสได้ใกล้ชิดหมอไอศูรย์อีกแน่...บุปผาเหลือบไปเห็นมัทนาเดินมาก็ปรับสีหน้าเป็นปกติ

“บุปผาไปเยี่ยมนายสินที่โรงพยาบาลมาหรือจ๊ะ”

“ค่ะคุณหนู”

“แล้วอาการนายสินเป็นยังไงบ้างจ๊ะ”

“พรุ่งนี้คุณหมอไอศูรย์จะให้พี่สินกลับบ้านแล้วค่ะ”

“เหรอ...ดีจริง งั้นไปกับฉัน คุณพ่อสั่งให้จัดห้องใหม่ให้นายสิน ให้ใช้ห้องกว้างขึ้นกว่าเดิม เพราะคุณพ่ออยากให้นายสินได้อยู่สบายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” มัทนายิ้มใสซื่อ จูงมือบุปผาออกไป...

ขณะเดียวกันนั้น แสงกำลังดูแลใส่ยาให้กำพลที่กลับเข้าบ้านในสภาพฟกช้ำดำเขียวไปทั้งตัว แต่สงสัยว่ารอยกัดที่ข้อมือใครเป็นคนทำ กำพลไม่ระบุชื่อ บอก

แต่ว่าเป็นผู้หญิง และถ้าพบเจอกันอีกเมื่อไหร่ เขาจะให้บทเรียนกับเธออย่างสาสม!

ด้านคุณหญิงมณีที่เข้าใจผิดว่าบุปผาให้ท่าท่านนายพล และวันนี้ก็เห็นกับตาว่าบุปผาเข้ามากราบกรานนายพลเทพ แต่ไม่รู้ว่าเธอมาขอบคุณที่ท่านเมตตาเรื่องห้องใหม่ของนายสิน...ท่าทางพินอบพิเทาของบุปผาทำให้คุณหญิงโกรธเกลียดนักหนา ถึงกับเรียกสร้อยมาสั่งการอย่างเฉียบขาด...ร้ายกาจ

“สร้อย...แกเอาเงินนี่ไปจ้างคนที่แกไว้ใจไปดักฉุดนังบุปผาเอามันไปโทรม แล้วทิ้งร่างมันไว้กลางตลาดให้ผู้คนได้เห็นว่ามันถูกโทรม มันจะได้อับอายจนอยู่สู้หน้าผู้คนที่พระนครนี่ไม่ได้อีก”

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ไอศูรย์มาส่งนายสินที่บ้านเทพบริบาลด้วยตัวเอง บุปผากับมัทนารอรับแล้วพาพวกเขาไปยังห้องใหม่ของนายสินที่นายพลเทพให้จัดไว้ นายสินรับรู้ด้วยความซาบซึ้งบุญคุณท่าน ส่วนไอศูรย์กำชับบุปผาให้ดูแลพี่ชายอย่างที่ตนสอนไว้

“ค่ะคุณหมอ บุปผาจะดูแลพี่สินอย่างดีที่สุดค่ะ”

“แล้วถ้าขาดเหลือยาอะไรก็โทร.ไปบอกฉันได้ ฉันจะเอามาให้”

“ขอบคุณค่ะคุณหมอ”

“เดี๋ยวเชิญพี่ต้นขึ้นบนบ้าน ไปทานของว่างกันนะคะ”

ไอศูรย์พยักหน้ารับแล้วเดินตามมัทนาออกไป...เมื่ออยู่กันตามลำพังในห้อง น้องสาวแสนดีก็กลายเป็นนางยักษ์ขึ้นมาทันใด เธอจิกตาใส่นายสินอย่างชิงชังรังเกียจ

“แกนี่มีบุญดีนะไอ้สิน ท่านนายพลท่านอุตส่าห์เมตตาให้ห้องใหม่ กว้างขวางกว่าเดิมตั้งเยอะ เฮ้อ...ถ้าฉันจะมีพ่อกับใครเขาสักคน ฉันก็อยากจะมีพ่อแบบท่านนายพลนี่แหละ”

บุปผายิ้มสีหน้าอ่อนโยนเมื่อคิดถึงนายพลเทพ โดยไม่รู้เลยว่านายสินมองเธอด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย... สักวันเขาต้องแก้แค้นเธอให้ได้!

ขณะทานอาหารว่างด้วยกันบนตึก มัทนาถามไอศูรย์ถึงป้าอิ่ม อยากรู้ว่าตอนนี้แกเป็นยังไงบ้าง

“พูดจารู้เรื่องขึ้นมากเลย อีกวันสองวันพี่ว่าจะให้แกกลับไปอยู่ที่บ้านพี่แล้วละ พี่ก็ได้แต่หวังว่าความจำแกจะกลับคืนมาจนรู้ว่าตัวเองเป็นใคร แล้วก็มีญาติพี่น้องที่ไหนบ้าง”

“มัทจะช่วยสวดมนต์ภาวนาให้ป้าอิ่มจำความได้อีกแรงนะคะ”

สองหนุ่มสาวยิ้มให้กันอย่างชื่นมื่น...หลังจากนั้นไม่นาน ไอศูรย์ขอตัวกลับไปทำงาน ปรากฏว่าพลอยมารอเขาอยู่พร้อมขนมกล่องใหญ่

“พลอยเอาขนมมาฝากพี่ต้นค่ะ พลอยอยากจะขอบคุณพี่ต้นที่ดีกับพลอยเสมอมา”

“พี่ไม่เห็นได้ทำอะไรเลย”

“ทำไมจะไม่ได้ทำคะ วันก่อนนั้นพี่ต้นทำแผลให้พลอย พาพลอยไปเลี้ยงปลอบใจ แล้วยังพาไปส่งบ้านอีกด้วย พลอยซาบซึ้งในน้ำใจพี่ต้นมากนะคะ”

“เรื่องเล็กน้อยน่ะครับน้องพลอย ว่าแต่น้องพลอยมีธุระอื่นกับพี่อีกไหมครับ ถ้าไม่มีพี่ขอตัวออกตรวจคนไข้ก่อนนะครับ”

“ค่ะพี่ต้น” พลอยตอบเสียงอ่อย แอบน้อยใจที่เขาไม่ได้ให้ความสนใจเธอแม้แต่น้อย

ooooooo

สายวันถัดมา ไอศูรย์พาอิ่มมาพบมารดาของตนที่บ้าน คุณหญิงแจ่มจันทร์ไม่ขัดข้องที่อิ่มจะมาอยู่ด้วย ขณะที่อิ่มเองก็ไม่เกี่ยงงอนเรื่องงาน หนักเบาเธอทำได้ทุกอย่าง

หลังทักทายทำความรู้จักกันแล้ว โฉมพาอิ่มไปยังห้องพัก อิ่มถือโอกาสเลียบเคียงถามโฉมเรื่องคู่หมั้นคู่หมายของคุณหมอ

“เห็นว่าเธอชื่อมัทนา เทพบริบาล ใช่ไหมจ๊ะ เธอเป็นอะไรกับท่านนายพลเทพ เทพบริบาลหรือจ๊ะ”

“เป็นลูกสาว...ถามทำไมเนี่ย”

“เอ่อ...ก็แค่อยากรู้”

“จะอยากรู้เรื่องของคนอื่นไปทำไม รู้เรื่องของตัวเองให้ได้ก่อนเถอะ”

อิ่มหน้าเจื่อนไปนิด แต่ลึกๆในใจรู้สึกมีความหวัง สักวันเธอต้องได้พบนายพลเทพอย่างแน่นอน...

ขณะเดียวกัน นายพลเทพซึ่งพยายามตามหาคนชื่อผกาที่รับลูกของอุ่นไปอุปการะตั้งแต่เด็ก วันนี้ดำเกิงนำรูปถ่ายของผกามาให้ดู ปรากฏว่าใช่คนเดียวกับที่เขาเคยบุกไปหาถึงหอโคมแดง แต่วันนั้นเธอบอกว่าชื่อราตรี

เมื่อรู้แน่นอนเช่นนี้แล้ว นายพลเทพกับดำเกิงจึงกลับไปที่หอโคมแดงอีกครั้งแล้วคาดคั้นผกาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ผกาจะหนีขึ้นห้อง โดยยืนยันว่าตนชื่อราตรีไม่ใช่ผกา...นายพลเทพทำอะไรไม่ได้ ที่สุดก็ต้องกลับออกมาด้วยความหงุดหงิด ส่วนผกาเก็บตัวในห้องอย่างเคร่งเครียด สาวๆในสังกัดเข้ามารุมถามก็โดนเธอตวาดไล่จนไม่มีใครเข้าหน้าติด

เพียงวันรุ่งขึ้น ผกาก็นัดพบบุปผาอย่างร้อนใจ “หลังๆมานี่มีแต่คนมาหาแม่ ท่าทางแปลกๆทุกคน บุปผา...แม่ชักกลัวแล้ว แม่ว่าแกจะทำอะไรก็รีบทำให้เร็วๆเถอะ แม่อยากเลิกอาชีพนี้ อยากใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไปสักทีแล้ว”

บุปผาฟังแล้วคิดหนัก ในที่สุดก็ตัดสินใจไปหาตาเถาอีกครั้ง แต่แกไม่อยู่บ้าน เจอแต่นายถิ่นน้องชายของแก บุปผาไม่อยากมาเสียเที่ยวจึงออดอ้อนนายถิ่นเพื่อขอน้ำมันพราย

“นะพี่นะ...ก็พ่อหมอแกไม่ยอมทำหุ่นเสน่ห์ตัวใหม่ให้ฉันนี่”

“ข้าไม่มีหรอก น้ำมันพงน้ำมันพรายน่ะ ต้องขอพี่เถา”

“แต่ตอนนี้พ่อหมอแกไม่อยู่นี่ แล้วจะให้ฉันเทียวไปเทียวมาบ่อยๆก็คงจะไม่ไหว ถ้าพี่ถิ่นรู้ว่าพ่อหมอเก็บน้ำมันพรายเอาไว้ที่ไหน ก็ช่วยหยิบให้ฉันหน่อยเถอะจ้ะ แล้วจะคิดค่าน้ำมันพรายเท่าไหร่ ก็บอกมาได้เลยจ้ะ”

“ไอ้รู้น่ะ...ก็รู้หรอกว่าพี่เถาแกเก็บน้ำมันพรายเอาไว้ตรงไหน แต่ข้าไม่กล้าเอาให้เอ็งหรอก เพราะถ้าพี่เถา

รู้เข้ามีหวัง...” ถิ่นไม่พูดแต่แสดงสีหน้าหวาดกลัวขนหัวลุก

บุปผาไม่รามือ ก้าวเข้าไปยืนประชิดตัวเขาพลางส่งสายตาเย้ายวน “แต่พี่ถิ่นก็รู้นี่จ๊ะว่า...ของพรรค์นี้น่ะมันสำคัญกับอาชีพของฉันมาก พี่ถิ่นช่วยไปหยิบให้ฉันทีเถอะนะ”

ถิ่นยังมีทีท่าลังเลไม่กล้า บุปผาเลยถึงเนื้อถึงตัว เท่านั้นเองชายฉกรรจ์ถึงกับใจอ่อนยวบ เข้าไปหยิบขวดน้ำมันพรายออกมาส่งให้

“ใช้ป้ายไอ้คนที่เอ็งอยากได้เป็นผัว แค่หยดสองหยดก็พอ แล้วให้พูดคาถากำกับว่ามะอะอุ...แล้วตอนป้าย ห้ามใครเห็นเด็ดขาดนะ ต้องอยู่กันสองคนเท่านั้น”

“จ้ะ” บุปผารับขวดน้ำมันพรายมา...แล้วนายถิ่นก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง คว้าตัวบุปผามาซุกไซ้อย่างอดใจไม่ไหว บุปผาจำต้องปล่อยเลยตามเลย ยอมโอนอ่อนผ่อนตาม...

แต่แล้วเกิดเรื่องไม่คาดฝัน ตาเถากลับมาเห็นทั้งคู่กำลังนัวเนียกัน เขาโวยวายด่าทอน้องชายและตบตีผลักไสบุปผาออกจากบ้าน ถิ่นเข้าช่วยเลยโดนลูกหลงไปด้วย แต่ที่ซวยสุดๆก็ตรงที่ขณะเกิดชุลมุนกันนั้น บุปผาทำขวดน้ำมันพรายหล่นลงพื้น ตาเถาเห็นเข้าก็เดือดดาลหนักขึ้นอีก

บุปผาเห็นท่าไม่ดีวิ่งหนีไปทันที ส่วนถิ่นโดนตาเถาเอาของแข็งขว้างโดนเข้าจุดสำคัญบริเวณศีรษะทั้งเจ็บทั้งมึนไปครู่หนึ่ง ก่อนจะวิ่งตามบุปผาออกไป...ทั้งคู่วิ่งหนีมาไกลพอสมควรก็หยุดพัก จู่ๆนายถิ่นมีเลือดกำเดาไหลออกมา แถมท่าทางจะยืนไม่อยู่ ร่างโงนเงนไปมาก่อนฟุบลงล้มกลิ้งต่อหน้าต่อตาบุปผา

บุปผาตกใจเข้าไปเขย่าตัวเขาอยู่ครู่หนึ่ง แต่เขาไม่ตอบสนอง ลองเอานิ้วมืออังปลายจมูกถึงรู้ว่าเขาไม่หายใจแล้ว...บุปผาสำรวจบริเวณข้างกกหูนายถิ่นเห็นรอยยุบที่โดนตาเถาขว้างของแข็งใส่ คิดว่าสาเหตุนี้เอง ทำให้เขาตาย

“ถ้าไปแจ้งตำรวจ ตำรวจก็คงต้องซัก แล้วทีนี้คนอื่นๆก็ต้องรู้ว่าเราเล่นคุณไสยเพื่อจับหมอไอศูรย์ ไม่ได้... จะให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้”

บุปผาพึมพำแล้วมองซ้ายมองขวาจนแน่ใจว่าแถวนี้ไม่มีใครก็รีบวิ่งหนีไปทันที ทิ้งร่างไร้ลมหายใจของนายถิ่นนอนตาค้างอยู่ริมถนนอย่างโดดเดี่ยว น่าสังเวชเป็นอย่างยิ่ง!

ooooooo

บุปผารีบร้อนกลับบ้านเทพบริบาลโดยไม่รู้ว่าก่อนที่เธอจะเข้าไปภายในรั้วบ้านมีชายสองคนจับตามองอย่างจดจำ เพื่อหาโอกาสจัดการกับเธอตามที่สร้อยรับคำสั่งคุณหญิงมณีมาจ้างวาน...

เมื่อไม่ได้น้ำมันพรายแถมยังต้องเสียตัวฟรีๆให้นายถิ่นซึ่งบัดนี้ก็หมดลมหายใจไปแล้ว บุปผาหงุดหงิดอารมณ์เสียเป็นการใหญ่เลยมากระแทกกระทั้นลงที่นายสิน

“เป็นไงบ้างล่ะวันนี้...ความจริงฉันก็ไม่ได้อยากจะมาเยี่ยมแกนักหรอกนะ ธุระปะปังฉันก็เยอะ อะไรๆก็ไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง แต่ถ้าฉันไม่มาดูแกบ้าง คนในบ้านก็จะสงสัยเอาได้ เอ้า ป้าทับทิมเขาทำข้าวต้มมาให้แกแน่ะ กำลังร้อนๆเลย”

บุปผาจะป้อนข้าวต้มให้นายสิน แต่เขาเม้มปากแน่นไม่ยอมกิน ทำให้เธอโมโห หาว่าเขาเรื่องมาก แล้วเอาข้าวต้มร้อนๆราดบนตัวเขาจนสะดุ้งเฮือกตาเหลือกลานด้วยความแสบร้อน จ้องหน้าเธออย่างโกรธเกลียด

“เกลียดฉันนักเหรอไอ้สิน อยากเกลียดก็เกลียดไปเถอะ แต่ฉันไม่เกลียดแกหรอก เพราะแกเป็นตัวประกันของฉันที่ทำให้หมอไอศูรย์ต้องแวะเวียนมาหา ฉันได้แต่งงานกับหมอเมื่อไหร่ แกก็หมดประโยชน์เมื่อนั้น”

ว่าแล้วเธอหมุนตัวกลับออกไป ส่วนนายสินเริ่มขยับตัวหลังจากข่มใจให้นอนนิ่งมาตลอดทั้งๆที่แสบร้อนแทบทนไม่ไหว เขาคำรามออกมาเป็นคำๆ จับใจความได้ว่าจะเปิดโปงความชั่วร้ายของเธอ เธอไม่มีวันได้สมหวังกับหมอไอศูรย์...

เช้าตรู่วันถัดมา คุณหญิงแจ่มจันทร์และไอศูรย์เตรียมตัวไปใส่บาตรร่วมกับครอบครัวมัทนา โดยมีโฉมจัดการเรื่องอาหารคาวหวานให้เสร็จสรรพ อิ่มรู้เห็นจึงขอติดตามไปด้วยเพราะอยากพบนายพลเทพ ซึ่งไอศูรย์ก็ไม่ขัดข้อง แต่เมื่อไปถึงเป็นเวลาที่นายพลเทพนั่งรถออกนอกบ้านสวนกับรถไอศูรย์พอดี
อิ่มเหลียวมองตามนายพลเทพด้วยความเสียดาย แต่พยายามทำตัวปกติไม่ให้ใครสงสัย เมื่อได้พบคุณหญิงมณีกับมัทนาที่รอใส่บาตรอยู่ อิ่มก็นอบน้อมอย่างเจียมตัว แต่พอเห็นสร้อยกลับตกใจจนเป็นลมเพราะจำได้ แม่นว่าผู้หญิงคนนี้แทงอุ่นน้องสาวของตนตายอย่างโหดเหี้ยมคากองไฟ!

คนอื่นๆพากันตกใจเมื่อจู่ๆอิ่มก็วูบไป ไอศูรย์กับมัทนาเยียวยาอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่แกจะฟื้นคืนสติ คุณหญิงแจ่มจันทร์สงสัยจนอดกระซิบถามลูกชายไม่ได้ว่า

“ไหนว่าป้าอิ่มแกหายดีแล้วไงจ๊ะลูกต้น”

“หายครับ แต่ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่แกไม่เป็นอันตรายกับใครหรอกครับ”

“แล้วเมื่อกี้แกตกใจอะไร จนถึงกับเป็นลมเป็นแล้งไปอย่างนี้น่ะ”

ไอศูรย์ส่ายหน้าแทนคำตอบ คุณหญิงแจ่มจันทร์พยายามคลี่คลายบรรยากาศชวนคุณหญิงมณีกับมัทนาไปรอใส่บาตร มัทนาจึงฝากบุปผาดูแลป้าอิ่มแทน...สร้อยเดินรั้งท้ายตามคนอื่นๆออกไป พลางเหลียวกลับมามองอิ่มอีกครั้งอย่างคุ้นหน้า แต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน...

ขณะอยู่กันสองคน อิ่มถามบุปผาว่าคนที่เดินรั้งท้ายเป็นใคร บุปผาบอกชื่อสร้อยเป็นคนสนิทของคุณหญิงมณีและเป็นหัวหน้าแม่บ้านที่นี่

“ว่าแต่ป้าถามทำไม รู้จักเขาเหรอ”

“ไม่รู้จัก...ฉันไม่รู้จัก”

“ไม่รู้จักก็ดีแล้ว อย่าไปรู้จักเลย อีนี่มันร้ายจะตายไป...ป้าหิวน้ำมั้ย เดี๋ยวฉันไปเอาน้ำมาให้นะ”

ทันทีที่บุปผาลับกาย อิ่มก็พึมพำกับตัวเองอย่างหวาดกลัวและกลัดกลุ้ม “ฉันรู้ว่ามันร้าย...ร้ายขนาดฆ่าคนตายได้เลยทีเดียว”

หลังจากใส่บาตรพระเสร็จแล้ว มัทนากับไอศูรย์กรวดน้ำร่วมกัน โดยมีสองคุณแม่เฝ้ามองอย่างปลาบปลื้ม และคงจะสบายใจมากขึ้นหากลูกๆใส่บาตรครบเก้าครั้งตามที่คุณชไมบอกมา

บรรยากาศกำลังชื่นมื่น แต่พอคุณหญิงแจ่มจันทร์ถามถึงนายพลเทพ คุณหญิงมณีก็นิ่งไปอย่างกลุ้มใจ ไม่รู้ว่าเขามีงานอะไรนักหนาถึงต้องออกจากบ้านแต่เช้ามืด...

ความจริงนายพลเทพไม่ได้ไปทำงานแต่มุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาลเก่าที่ผกาเคยรับทารกน้อยลูกของอุ่นไว้อุปการะเลี้ยงดู คราวนี้นายพลเทพกับดำเกิงมีรูปถ่ายของผกาที่ให้นิกรถ่ายไว้มาให้หมอดูด้วย ซึ่งหมอยืนยันว่าใช่เธอแน่ ถึงเวลาจะผ่านมานานแต่ความสวยของเธอยังไม่เปลี่ยน

เวลานั้นที่บ้านเทพบริบาล คุณหญิงแจ่มจันทร์กับลูกชายยังไม่กลับ คุณหญิงมณีมีท่าทีแปลกๆ เรียกสร้อยมาพูดคุยกันเบาๆครู่หนึ่งก่อนที่สร้อยจะถอยออกไป... ไม่กี่อึดใจเสียงโทรศัพท์ในบ้านดัง มัทนาอาสารับเอง ปรากฏว่าคุณชไมโทร.มาพูดแปลกๆ ฝากมัทนาช่วยเตือนแม่ด้วยว่าให้ตั้งใจมั่นอยู่ในศีลธรรม อย่าคิดทำเรื่องอะไรที่ไม่ดี เพราะยิ่งคิดไม่ดีเท่าไหร่ เรื่องไม่ดีก็ยิ่งย้อนกลับเข้าตัวเท่านั้น

มัทนารับปากก่อนวางสายอย่างงงๆ แล้วมาถ่ายทอดคำพูดของชไมอย่างครบถ้วน คุณหญิงแจ่มจันทร์ฟังจบก็เอ่ยปากอย่างไม่เข้าใจเช่นกัน

“โถ...คนอย่างพวกเราจะทำอะไรไม่ดีคะ นี่เราก็เพิ่งจะใส่บาตรเสร็จ แล้วช่วงนี้ก็วุ่นอยู่กับงานฉลองกึ่งพุทธกาล วันๆทำแต่เรื่องงานบุญ งานกุศลกันทุกวันเลย”

“จริงค่ะคุณพี่” คุณหญิงมณีตอบรับอย่างเห็นด้วย ไม่เข้าใจในสิ่งที่ชไมพยายามเตือน...เหมือนหยั่งรู้

ครู่ต่อมา สร้อยสั่งบุปผาให้ออกไปซื้อของที่ตลาด บุปผาเข้าใจว่าสร้อยกีดกันไม่อยากให้ตนอยู่ใกล้ไอศูรย์ แต่ความจริงแล้วสร้อยมีแผนอื่นต่างหาก เธอนัดแนะกับเพิ่มและขจรเอาไว้ให้จัดการบุปผาในวันนี้!

ระหว่างทางไปตลาด บุปผาสังเกตเห็นตำรวจและชาวบ้านกำลังมุงดูศพนายถิ่น เธอแอบมองอยู่รอบนอกแต่ก็เกือบเป็นเป้าสายตาเมื่อตาเถาที่รวมอยู่ในกลุ่มนั้นหันมาเห็นเธอแล้วตะโกนลั่น

“อีนังผู้หญิงหยำฉ่า น้องกูต้องตายก็เพราะมึง!”

บุปผาตกใจมากรีบวิ่งหนีไปก่อนที่ใครๆจะพุ่งเป้ามา ตาเถาจะวิ่งตามแต่เพชรรวบตัวเอาไว้ได้ ถามเขาว่าเป็นพี่ชายคนตายหรือ ตาเถาไม่ตอบเอาแต่ดิ้นรนเพื่อจะหนี ขณะที่บุปผาซึ่งวิ่งไปไกลก็โล่งใจ แต่เดี๋ยวเดียวก็หน้าตาตื่นเมื่อเห็นชายสองคนย่างสามขุมเข้าหาด้วยสีหน้าแววตาประสงค์ร้าย
เพิ่มกับขจรฉุดกระชากลากบุปผาเข้าพงหญ้าข้างทางหมายปลุกปล้ำ มันถลกผ้าถุงเธอจนเห็นปานแดงที่ต้นขาแต่ยังไม่ทันลงมือก็มีอันต้องเผ่นหนีเพราะได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งยืนตะโกนปาวๆว่าตำรวจมา!

เดือนนั่นเอง...เดือนเป็นเพื่อนร่วมอาชีพในหอโคมแดงของบุปผา เธอผ่านมาเห็นเหตุการณ์โดยบังเอิญ บุปผาท่าทางยังไม่หายหวาดกลัวแต่ก็ขอบคุณเดือนที่มาทันเวลา

“ทำไมไอ้พวกบ้านั่นมันกล้าลงมือกลางวันแสกๆ เลยนะ บ้านเมืองเดี๋ยวนี้น่ากลัวขึ้นทุกวัน แต่ฉันก็ดีใจนะที่ได้เจอเธอน่ะ บุปผาหายไปไหนมา”

“ฉันเบื่อที่จะขายตัวต่อไปแล้วน่ะสิเดือน ยิ่งเห็นพี่มุก พี่พิกุล ที่พอเริ่มอายุมากหาแขกไม่ค่อยได้ วันๆได้แต่นั่งแต่งตัวสวยรอแขกเรียกขึ้นห้อง มันน่าสมเพชมากน่ะเดือน แล้วฉันก็ไม่อยากเป็นอย่างนั้น”

“แล้วบุปผาออกไปอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่ล่ะตอนนี้”

“ฉัน...ไปเป็นคนใช้เขา คนไม่มีความรู้อย่างเราจะไปทำมาหากินอะไรได้มากไปกว่านี้ล่ะเดือน”

“เออนี่บุปผา คุณกำพลเขาอยากพบเธอมากเลยนะ ทำไมเธอไม่โทร.หาเขาล่ะ ฉันเชื่อว่าเขาจะต้องเลี้ยงดูเธอ ไม่ยอมให้เธอไปเป็นคนใช้ใครแน่ๆ”

“แต่คนอย่างเขาถ้าจะแต่งงานก็คงเลือกแต่งกับผู้หญิงมีชาติตระกูล ส่วนผู้หญิงอย่างเราน่ะก็เป็นได้แค่เมียเก็บเท่านั้นละ ไม่ใช่เมียออกหน้าออกตาหรอก”

“ไม่แน่หรอกบุปผา คุณกำพลหลงเธอมากเลยนะ ถึงขั้นจะให้รางวัลพี่มุกตั้ง 500 เชียวนะ ถ้าพี่มุกบอกเขาได้ว่าเธอไปอยู่ที่ไหน แต่พี่มุกก็ไม่รู้ว่าเธออยู่ไหน พี่มุกก็เลยยังไม่ได้เงิน 500 ของคุณกำพล...ฉันถามจริงๆ ตอนนี้เธอไปอยู่ที่ไหน ฉันจะได้ไปบอกคุณกำพล ฉันอยากได้เงิน 500 บาทนั่น เพราะตอนนี้ฉันกำลังต้องใช้เงิน”

“ฉันบอกเธอไม่ได้หรอก ฉันอยากจะลืมชีวิตในอดีตให้หมด แล้วก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่เอาเถอะ เพื่อเห็นแก่เธอที่ช่วยฉัน...” บุปผาปลดสร้อยที่คอซึ่งได้มาจากมัทนาส่งให้เดือน แล้วรวบรัดตัดบทบอกลาก่อนเดินจากไปอย่างเร่งรีบ ทิ้งเดือนยืนมองสร้อยในมือพลางพึมพำด้วยความสงสัย

“ออกไปเป็นคนใช้เขาได้ไม่เท่าไหร่ บุปผามีสร้อยอย่างนี้ใส่เลยเหรอ” พูดจบเดือนก็แอบตามบุปผาไปเงียบๆ

เพชรควบคุมตัวตาเถามาสอบสวนที่โรงพัก พร้อมกันนั้นก็ส่งลูกน้องไปค้นบ้านของแกจนได้หลักฐานเพิ่มเติมคือไม้เปื้อนเลือดที่แกใช้ขว้างศีรษะน้องชาย และไอ้หลงที่ยังอยู่ในสภาพเมายาถูกมัดไว้หลังบ้าน ซึ่งเพชรจำได้ว่าเป็นคนเดียวกับที่เขาเคยช่วยเหลือพาส่งโรงพยาบาลมาแล้วครั้งหนึ่ง

เพชรคาดคั้นอย่างหนักทั้งเรื่องสาเหตุที่นายถิ่นตายและเรื่องไอ้หลงถูกมอมยา แต่ตาเถาเอาแต่นิ่งไม่ตอบสักคำถามและพยายามหาทางหลบหนีตลอดเวลา จนกระทั่งได้โอกาสตอนไอ้หลงอาละวาดและพวกเพชรต้องไล่จับกันชุลมุน ตาเถาก็วิ่งหนีหลุดรอดไปได้

กว่าพวกเพชรจะสยบไอ้หลงได้ก็เล่นเอาหอบไปตามกัน หลังจากนั้นเพชรพามันส่งโรงพยาบาลให้ไอศูรย์ตรวจอาการและรอฟังผลอย่างใกล้ชิด

“พี่มั่นใจว่าเด็กนี่คงถูกให้ยามาเป็นเวลานานพอสมควรทีเดียว จนสมองบางส่วนเสียหายไปแล้ว ถึงได้มีอาการเลอะเลือนพูดไม่รู้เรื่องและควบคุมตัวเองไม่ได้อย่างนี้ นี่พี่ก็เลยต้องมัดมือเขาไว้ทั้งสองข้าง ป้องกันเขาทำร้ายตัวเอง เพชรบอกพี่ได้ไหมว่าใครเป็นคนทำกับเด็กอย่างนี้”

“ชื่อตาเถาครับพี่ต้น เป็นหมอคุณไสย อยู่หลังวัดวิเวกโน่น ตอนที่ผมตามไปที่บ้านมันก็หนีไปแล้ว แต่ผมตั้งใจว่าจะต้องจับตัวมันมารับโทษให้ได้”

“พี่ไม่เข้าใจเลย ทำไมคนเราถึงใจคอโหดเหี้ยม กันได้ถึงขนาดนี้ แต่พี่ก็เชื่อว่าถึงจะเอาตัวเขามารับโทษทางกฎหมายไม่ได้ แต่กฎแห่งกรรมก็ไม่เคยละเว้นใคร”

แน่นอนว่ากรรมกำลังตามทันตาเถาอยู่ในเวลานี้... เขาหลบหนีตำรวจกระเซอะกระเซิงไม่รู้ทิศ ยังไม่รู้จะไปซุกหัวนอนอยู่ที่ไหน เลยยิ่งอาฆาตแค้นบุปผาที่เป็นต้นเหตุ

“น้องกูต้องตาย ตัวกูก็ต้องหนีกฎหมายหัวซุกหัวซุนอย่างนี้ก็เพราะมึงคนเดียว อีนังผู้หญิงหยำฉ่า”

ooooooo

เดือนกระหยิ่มยิ้มย่องหลังจากแอบตามบุปผา

ไปจนรู้แหล่งที่อยู่ชัดเจนว่าเป็นบ้านเทพบริบาล เดือนไม่กระโตกกระตากบอกใครในหอโคมแดง แต่จะเก็บไว้บอกกำพลคนเดียวเพราะหวังเงินห้าร้อยบาทเป็นรางวัล

ด้านคุณหญิงมณีเมื่อรู้ว่าคนของสร้อยทำงานไม่สำเร็จก็ตำหนิสร้อยอย่างอารมณ์เสีย

“ทำไมเรื่องง่ายๆแค่นี้คนของแกก็ทำไม่สำเร็จ”

“สร้อยโทร.ไปถามไอ้เพิ่มมันแล้วค่ะคุณหญิง มันบอกว่ากำลังจะทำสำเร็จอยู่แล้ว พอดีมีคนมาเห็นเข้า แล้วดันร้องเรียกตำรวจ ไอ้เพิ่มกับลูกน้องมันก็เลยต้องหนีเอาตัวรอดก่อนน่ะสิคะคุณหญิง แต่ไอ้เพิ่มมันกำลังรอจังหวะจะลงมือใหม่แล้วค่ะ”

“คงสำเร็จหรอกนะนังสร้อย ตอนนี้นังบุปผามันคงระวังตัวแจแล้ว ถ้ามันโดนลากไปอีกทีมันต้องสงสัยแน่...สร้อย บอกคนของแกอย่าเพิ่งทำอะไรมัน ปล่อยมันไว้ก่อน รอให้มันตายใจก่อนค่อยลงมือใหม่”

“ค่ะคุณหญิง” สร้อยรับคำแข็งขัน พลางชำเลืองมองเจ้านายที่ดูเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

ค่ำนั้น นายพลเทพกลับเข้าบ้านด้วยความอ่อนล้า หนักใจไม่รู้จะทำอย่างไรให้ผกายอมรับความจริงเสียที สักครู่ต่อมามัทนาตามเข้ามาในห้องร้องเรียกพ่อ ปรากฏว่าเขากำลังอาบน้ำ มัทนาจะมาหยิบหนังสือเล่มหนึ่งให้แม่ นายพลเทพจึงร้องบอกให้ค้นหาดูเอง

กลายเป็นว่ามัทนายังหาหนังสือเล่มนั้นไม่เจอ แต่เจอรูปถ่ายผู้หญิงสวยจัดคนหนึ่งซึ่งก็คือผกานั่นเอง นายพลเทพเพิ่งเอาซุกไว้ในกองหนังสือก่อนจะเข้าไปอาบน้ำ

ทันใดนั้น คุณหญิงมณีเปิดประตูห้องเข้ามาเห็นรูปถ่ายในมือมัทนา คราวนี้เลยเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นมาทันที... คุณหญิงมณีคาดคั้นสามีต่อหน้าลูกสาวด้วยความโมโห

“นี่รูปใครคะคุณ”

“คุณอย่ารู้เลย”

“แต่ฉันอยากรู้ และต้องรู้ให้ได้ด้วย ตอบฉันมาค่ะว่าอีนังผู้หญิงคนนี้เป็นใคร บอกฉันมานะว่ามันเป็นใคร นี่คุณคิดจะมีเมียน้อยอีกแล้วใช่มั้ย”

“คุณหญิง! จะพูดอะไรก็ระวังบ้าง ยายมัทอยู่ที่นี่ด้วย”

“อยู่ก็ดีสิคะ ยายมัทจะได้รู้เสียบ้างว่าคุณมันไม่ใช่พ่อพระอย่างที่แกคิด อีนังนี่มันเป็นใครคะ บอกฉันมา”

คุณหญิงมณีเห็นนายพลเทพนิ่งไม่ตอบก็ยิ่งโกรธเกรี้ยว ทุบตีเขาไม่ยั้ง...สองคนยื้อยุดกันไปมา มัทนาเห็นท่าไม่ดีเข้าห้ามพ่อกับแม่แต่ไม่เป็นผล แถมตัวเธอเองยังได้รับบาดเจ็บจากแรงเหวี่ยงของพ่อจนเซไปกระแทกโต๊ะแล้วโคมไฟหล่นใส่

สองสามีภรรยาชะงักงันกันไปทันทีเมื่อเห็นลูกสาวบาดเจ็บ สร้อยรู้เรื่องก็รีบนำอุปกรณ์ปฐมพยาบาลมาให้คุณหญิงอย่างเร่งด่วน

“เจ็บมากไหมลูก”

“นิดหน่อยค่ะแม่ มัทไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ”

“แต่ลูกไม่ควรต้องมาเจ็บตัวอย่างนี้ ถ้า...” คุณหญิงปรายตาไปทางสามีอย่างเจ็บช้ำใจ

“ถ้าคุณหญิงมีสติสักหน่อย ยายมัทก็คงไม่เจ็บตัว”

“ค่ะ ฉันไม่มีสติ ก็เพราะมีสามีไม่ซื่อสัตย์”

“คุณหญิง!”

“ก็หรือไม่จริงล่ะค่ะ”

“ผมกับผู้หญิงในรูปนั่นไม่ได้มีอะไรกัน”

“แล้วคุณเอารูปมันมาเก็บไว้ในบ้านทำไมล่ะค่ะ”

นายพลเทพจำใจโกหกเมื่อเห็นมัทนามองมา“มันเป็นเรื่องราชการลับ ซึ่งผมเปิดเผยกับคุณหรือใครไม่ได้ ความจริงผมไม่ควรเอารูปนั่นติดกลับมาบ้านเลยด้วยซ้ำ”

คุณหญิงมณีสีหน้าอ่อนลง รีบขอโทษลูกสาว ที่ตัวเองวู่วาม

“ไม่เป็นไรค่ะคุณแม่ ถ้าคุณพ่อกับคุณแม่หายโกรธกันแล้ว มัทก็สบายใจแล้วล่ะค่ะ”

มัทนายิ้มดีใจ ในขณะที่นายพลเทพกับคุณหญิงมณีแอบถอนใจเครียด รอยร้าวระหว่างกันเริ่มลึกมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว....

ค่ำคืนเดียวกันที่โรงพยาบาล ไอศูรย์ถูกตามตัวมาอย่างเร่งด่วนเพราะไอ้หลงมีอาการหลอนอาละวาดจนผ้าที่มัดมือไว้กับเตียงขาดกระจุย แล้วใครก็ไม่กล้าเข้าใกล้เพราะเกรงจะโดนทำร้าย

หมอไอศูรย์เกลี้ยกล่อมอย่างใจเย็นทำให้ไอ้หลงสงบลง แต่แล้วไม่กี่อึดใจต่อมา ไอ้หลงก็มีอาการหวาดผวาขึ้นมาอีกเมื่อเห็นบุรุษพยาบาลเป็นตาเถา...เขาสติแตกกรีดร้องโวยวายผลักทุกคนล้มระเนระนาดแล้ววิ่งเตลิดออกไปจากโรงพยาบาล...

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ไอศูรย์ไม่ได้มาใส่บาตรกับมัทนาแต่โทร.มาแจ้งไว้ล่วงหน้าแล้วว่าติดงานที่โรงพยาบาล มัทนาจึงชวนบุปผาใส่บาตรด้วยกัน คุณหญิงมณีมอง
มาจากในบ้าน ชักสีหน้าไม่พอใจก่อนเรียกสร้อยมาซักถาม

“ทำไมยายมัทใส่บาตรกับนังบุปผามันล่ะสร้อย พ่อต้นไปไหน”

“คุณต้นติดงานด่วนที่โรงพยาบาลค่ะคุณหญิง”

คุณหญิงมณีทำท่าจะเดินไปไล่บุปผา แต่นายพลเทพซึ่งสังเกตอยู่ตลอดรีบเดินเข้ามาดักคอ

“ไปขัดขวางคนที่เขากำลังทำบุญทำกุศลกันอยู่ บาปก็จะตกแก่ตัวคุณนะคุณหญิง”

คุณหญิงชะงักไปด้วยความขุ่นมัว ตัดใจไม่ออกไปจัดการบุปผา ส่วนสองสาวพอใส่บาตรพระเสร็จก็จัดแจงเก็บของเข้าบ้าน

หลังจากมัทนาเดินนำหน้าเข้าบ้านไปแล้ว บุปผาเก็บของกำลังจะก้าวตาม แต่ทันใดก็สะดุ้งตกใจเมื่อเดือนพรวดพราดเข้ามาถึงตัว...บุปผากลัวคนอื่นเห็น รีบลากแขนเดือนออกมาพูดกันห่างรั้วบ้าน

“บุปผาทำท่าเหมือนไม่อยากให้ใครเห็นฉันอย่างนั้นละ” เดือนสงสัย

“ก็ใช่น่ะสิ ฉันไม่อยากให้คนในบ้านรู้ว่าฉันเคยทำอาชีพอะไรมาก่อน แกไม่เข้าใจรึไงนังเดือน ว่าฉันกำลังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่”

“ฉันก็อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่เหมือนกันนี่บุปผา แต่การจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้มันก็ต้องมีทุนไม่ใช่เหรอ ฉันขอแกห้าร้อยแล้วฉันจะไม่บอกใครว่าแกอยู่ที่นี่”

“ห้าร้อย? จะบ้ารึนังเดือน ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอก”

“ฉันก็เดาแล้วว่าแกอาจจะไม่มี แต่คุณกำพลเขามี”

บุปผาเม้มปากแน่นเพื่อสะกดอารมณ์โกรธ “ถ้าฉันไม่ให้ แกก็คงจะเอาเรื่องฉันมาอยู่ที่นี่ไปบอกคุณกำพลเขาใช่ไหม”

“ก็ถ้าแกไม่อยากให้ฉันบอกเขา ก็ห้าร้อย”

“ฉันไม่นึกเลยนะว่าแกจะเป็นคนแบบนี้ แกอยากได้เงินห้าร้อยใช่ไหม ฉันให้แกก็ได้ แต่แกต้องรับปากนะว่าจะไม่บอกใครเรื่องที่ฉันมาอยู่ที่นี่”

เดือนรับปากทันใด แต่แล้วร้องอ้าวเมื่อบุปผาบอกว่าตนไม่มีเงินมากขนาดนั้น

“แกก็รู้ ฉันอยู่ในบ้านใหญ่ขนาดนี้มันก็มีลู่ทางหา เงินอยู่บ้างหรอก ถ้าฉันแอบเอาของในบ้านไปขายก็คงจะพอรวบรวมเงินห้าร้อยให้แกได้ แกรอหน่อยได้ไหมล่ะ”

“ฉันให้เวลาแกสามวันก็แล้วกันนะบุปผา เพราะเวลานี้ฉันร้อนเงิน อีกสามวันพบกัน”

เดือนพูดจบก็ผละไป ทิ้งบุปผายืนหน้าเครียดอย่างแค้นใจ...แล้วเดือนก็ไปพบกำพลในวันเดียวกัน บอกว่าตนพบตัวบุปผา แต่มุกยังไม่รู้ เพราะตนอยากได้เงินรางวัลจากเขาคนเดียว

“ตกลง...บอกมา ตอนนี้บุปผาอยู่ที่ไหน”

“อย่าเพิ่งใจร้อนสิคะคุณกำพล อีกสามวันคุณกำพลเตรียมเงินห้าร้อยมาให้เดือน แล้วเดือนจะพาคุณกำพลไปพบบุปผาด้วยตัวเองเลย”

เดือนเจ้าเล่ห์กะได้เงินสองต่อทั้งจากบุปผาและกำพล...เมื่อครบกำหนดสามวัน เดือนขออนุญาตผกาออกไปซื้อของ ซึ่งความจริงตั้งใจไปเอาเงินห้าร้อยจากบุปผาก่อนแล้วค่อยไปรับจากกำพล แต่กลายเป็นว่าเดือนต้องเอาชีวิตมาทิ้งในบึงด้วยน้ำมือของบุปผา

เดือนหลงกลกินขนมใส่ยาพิษของบุปผาจนร่างกายอ่อนปวกเปียกและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เมื่อโดนบุปผาผลักลงบึงน้ำอย่างเลือดเย็น!

ooooooo

ไฟหวน ตอนที่ 9

อ่านเรื่องย่อ

ไฟหวน

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ:

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement