พ่อยุ่งลุงไม่ว่าง ตอนที่ 3 นิยายไทยรัฐ
วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

พ่อยุ่งลุงไม่ว่าง ตอนที่ 3


1 ธ.ค. 2560 07:43
27,854 ครั้ง

ละคร นิยาย พ่อยุ่งลุงไม่ว่าง

พ่อยุ่งลุงไม่ว่าง ตอนที่ 3

อ่านเรื่องย่อ

พ่อยุ่งลุงไม่ว่าง

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า-คอมเมดี้

บทประพันธ์โดย:

เอกลิขิต

บทโทรทัศน์โดย:

เอกลิขิต

กำกับการแสดงโดย:

อดุลย์ บุญบุตร

ผลิตโดย:

บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ, นิษฐา จิรยั่งยืน

เต็งกลับมาเห็นพ่อกับแม่หน้าตึงเข้าใส่ก็พยายามพูดตลก แต่พ่อกับแม่ไม่ขำ พ่อเอาสร้อยห้อยพระออกมาชูถามว่าโต๊ดกลับมาอยู่บ้านนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

เต็งตกใจที่ถูกจับโกหก แต่กะล่อนจับไม่ติดอย่างเขาไม่จนแต้มให้เสียเชิง ทำหน้าเศร้าบอกว่าสปอนเซอร์จะถอนสิ้นเดือนนี้ ตนไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าเวลาจึงต้องบากหน้าโทร.ไปขอร้องให้โต๊ดส่งสร้อยมาให้ แล้วทำเสียงร้องไห้ไม่มีน้ำตาคร่ำครวญ

“สปอนเซอร์จะถอนสิ้นเดือนนี้ ผมไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าเวลา รายการจะถูกถอด ผมจะเจ๊งแล้วยังมีค่าเลี้ยง...” เต็งหยุดกึกเกือบหลุดความลับ รู้ตัวว่าเล่นเยอะไป เลยหยุดบอกพ่อกับแม่ว่า ผมไม่มีตังค์ใช้แล้ว พูดจบก็เดินฉับออกไป พ่อกับแม่ฟังแล้วเงียบกริบ สงสารลูก

พอเต็งออกมาพ้นหน้าพ่อแม่ก็เป่าลมพรวดออกจากปากที่เอาตัวรอดมาได้หวุดหวิด...จากนั้นมาแอบยืนข้างรั้วโทร.เล่าให้โต๊ดฟัง กำชับพูดให้ตรงกันล่ะ บ่น เกือบซวยแล้ว ลืมได้ไงวะ

ขณะนั้นเอง เต็งเห็นคุณหนูวิ่งมาเปิดประตูรั้วให้คุณชายขับรถเข้าบ้าน เขาดีใจมากที่เห็นบ้านนั้นกลับมาแล้ว รีบวิ่งไปที่รถของตัวเอง หิ้วถุงเก๊กหน้าหล่อไปหาคุณหนูที่กำลังจะปิดประตูรั้ว

คุณหนูเขินม้วนไปม้วนมา แต่พอนึกขึ้นได้ก็หุบยิ้มด่า “คนหลอกลวง” แล้วสะบัดหน้ากลับเข้าบ้าน เต็งงงจับต้นชนปลายไม่ถูก

เมื่อเข้าไปในบ้าน เต็งส่งถุงสำหรับใส่นมแม่ไว้แช่ฟรีซแพ็กใหญ่ให้คุณหญิง และเอาเครื่องปั๊มนมออกจากถุงวางที่โต๊ะกลางโซฟา คุณชายถามว่าไม่เอาน้ำนมแล้วหรือ เต็งบอกว่าทางเนิร์สเซอรี่บอกว่าเด็กไม่ควรดื่มน้ำนมของแม่คนอื่นที่ไม่ใช่แม่ตัวเอง ฉีกยิ้มก่อนบอกว่า

“ผมก็เลยซื้อของมาขอโทษแล้วก็รับขวัญลูกชายกับคุณหญิงน่ะครับ”

คุณหญิงขอบคุณและขอให้หลานชายแข็งแรงไม่เจ็บไม่ไข้ เลี้ยงง่าย

คุณหนูเอาน้ำมาเสิร์ฟพอดีได้ยินว่าเต็งมีหลานก็ดีใจที่ไม่ใช่ลูก แต่เต็งก็รู้ว่าที่แท้คุณหนูเป็นเด็กรับใช้ไม่ใช่หลานของคุณหญิงคุณชายอย่างที่บอกวันแรก

แต่พอเต็งออกไป คุณชายก็บ่นสงสารหลานที่มี ลุงไม่เต็มเต็งแบบนี้ เตือนคุณหญิงให้ห่างๆไว้ก็ดี สังหรณ์ว่าจะมีแต่เรื่องมากวนใจ

“นั่นสิ ขืนปล่อยให้มาสนิทกับคุณหลวงเดี๋ยวจะพาลูกเราเสียเด็กไปด้วย” คุณหญิงกังวล

ทั้งคุณหญิงและคุณชายมองหน้ากันอย่างหนักใจที่มีเพื่อนบ้านไม่เต็มเต็งแบบนี้...

ตรงกันข้ามกับคุณหนูเมื่อรู้ว่าเด็กอ่อนนั่นไม่ใช่ลูกเต็งและเต็งยังโสดก็ถามว่าแล้วผู้หญิงที่อยู่ทาวน์เฮาส์เป็นแฟนเขาหรือเปล่า

“อ๋อ...ไม่ใช่ครับ พี่เลี้ยงเด็กที่เนิร์สเซอรี่ เขามีแฟนแล้วครับ”

“น้องหนูหลงเข้าใจผิดซะตั้งนาน” คุณหนูพูดอย่างมีความหวัง

บังเอิ๊ญ...แม่แอบฟังอยู่ข้างกำแพงบ้านเต็งได้ยินเต็มสองหู จิกตาพึมพำ “พี่เลี้ยงเด็ก??” ต้องสืบรู้ให้ได้

ooooooo

ชิดดาวอุ้มกาโม่ ส่วนเต็งถือตะกร้าของใช้เด็กเดินตามกันมากำลังจะกลับบ้าน จู่ๆงามพิศก็พรวดมาขวางบอกว่าจะขอไปบ้านคุณลุงด้วย เต็งตกใจบอกไม่ได้ งามพิศถามว่าแล้วทำไมชิดดาวไปได้!

ชิดดาวอธิบายว่าเพราะน้องกาโม่อยู่บ้านตน งามพิศยิ่งสงสัยถามว่าสองคนเป็นอะไรกันแน่? เต็งจะชี้แจงแต่โทรศัพท์มีสายเข้าจึงรับโทรศัพท์ก่อน พอฟังปลายสายก็อุทานตกใจลนลาน

“ส่งของ!”

พอขับรถไปถึงหน้าบ้านชิดดาว เต็งถามปลายสายว่าพ่อแม่ตนยังไม่กลับแน่นะ ให้รอแป๊บ เต็งกดตัดสายแล้ววิ่งไปที่บ้านตัวเอง งามพิศงงว่าคุยโทรศัพท์อยู่แหม็บๆ ทำไมไม่บอกให้เขาขับรถมาส่งที่นี่ วิ่งไปทำไม แล้วชวนชิดดาวพากาโม่เข้าบ้านไปก่อน

เต็งวิ่งไปถึงหน้าบ้านตัวเองก็จับไหล่พนักงานส่งของเขย่าอย่างแรงถามว่ากดกริ่งแล้วไม่มีใครออกมาแน่นะ พนักงานส่งของบอกว่าไม่มี ตนถึงต้องโทร.หาเขาไง

เต็งโล่งอก บอกให้พนักงานรีบไปจากบ้านตนก่อน ให้เอาของไปไว้ที่บ้านเพื่อนตนเดี๋ยวนี้เลย แต่ตัวเองรีบขึ้นรถขับไปเองเลย พนักงานส่งของวิ่งตามร้องเรียกให้รอด้วย

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของคุณหนูที่แอบดูอยู่ที่บ้านตน แล้วโผล่ออกมาดูตามไปตาไม่กะพริบ

ชิดดาวออกมารับและเช็กของบอกว่าของครบ พนักงานบอกให้เต็งเซ็นรับด้วยแล้วรีบกลับเลย

ขณะนั้นเอง เต็งได้รับโทรศัพท์จากแม่ เขาถามว่าแม่อยู่ไหน ตนกลับมาแล้วไม่เจอ แม่บอกว่าเดินเล่นอยู่ที่สวนหมู่บ้าน เต็งถามว่าแค่ไปสวนทำไมต้องเอารถไปด้วย แม่บอกว่าพ่อเขาออกไปซื้อของ

เต็งระแวงถามว่าก่อนแม่ออกไปมีคนมาส่งของหรือเปล่า แม่บอกว่าไม่มี จดหมายก็ไม่มีมาส่ง เต็งโล่งอก บอกแม่ว่าเดี๋ยวจะไปหาแม่ที่สวน แม่รีบบอกว่าไม่ต้อง แม่จะกลับแล้ว

ที่แท้แม่อยู่ที่โถงบ้านเต็งนั่นเอง เพราะพอพ่อขับรถออกไปซื้อของ แม่นึกได้ตามออกไปแต่ไม่ทันโทรศัพท์บอกพ่อว่าอย่าลืมซื้อน้ำมันพืชมาด้วย เหลือบเห็นรถส่งของจอดอยู่หน้าบ้านคุณชายและคุณหนูกำลังโวยว่าส่งผิดบ้าน พนักงานงง ดูบิลอีกที คุณหนูถามหงุดหงิดว่า

“ผิดบ้านรึเปล่า คุณผู้หญิงเพิ่งคลอดลูกก็จริง แต่ของใช้เด็กมีครบตั้งแต่เริ่มตั้งท้องแล้วล่ะจ้ะ ไหนดูซิ” แล้วยื่นหน้าไปดูใบส่งของบอกว่า “บ้านถัดไปจ้ะ โอ๊ย...เสียเวลาถูบ้าน” คุณหนูบ่นสะบัดกลับไป

แม่ยืนฟังอยู่หน้าบ้าน เอะใจเลยเข้าไปถามว่าเอาอะไรมาส่งหรือ พนักงานบอกว่าของใช้เด็กอ่อน แม่ยิ่งสงสัยทำทีช่วยดูให้ว่าบ้านไหน พอเห็นชื่อผู้รับคือคุณพิชิตศึก แม่ถึงกับอึ้ง แต่ทำเนียนบอกว่าบ้านถัดไป แล้วทำทีเดินเลยไปสบายๆ แต่ใจว้าวุ่น

แม่เข้าไปนั่งคุยกับคุณชายและคุณหญิงโดยมีคุณหนูนั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อที่พื้นด้วย ทั้งคุณชายและคุณหญิงไม่เชื่อว่าเด็กอ่อนนั่นจะเป็นหลานเพราะดูเต็งเอาใจใส่เกินกว่าหลาน คุณหญิงถามว่าคุณเต็งอยู่บ้านคนเดียวไม่ใช่หรือ บอกแม่ว่า

“อยากรู้อะไรคุณป้าต้องถามนังหนูหริ่ง วันๆเห็นขี่จักรยานสอดส่องไปทั่ว”

คุณหนูกลายเป็นหนูหริ่งไปทันที แม่ถามหนูหริ่งทันทีว่าเคยเห็นแฟนลูกชายตนไหม หนูหริ่งบอกว่า

“หนูก็ไม่แน่ใจนะคะ ถึงคุณเต็งจะออกปากว่าไม่ใช่ แต่หนูก็สงสัยผู้หญิงตัวเล็กหน้าจืดๆที่อยู่บ้านทาวน์เฮาส์ท้ายซอยน่ะค่ะคุณป้า”

แม่นิ่งไปอย่างเก็บข้อมูล แต่เมื่อหนูหริ่งเดินออกมาส่งที่หน้าบ้าน แม่ก็ให้เงินไปสองพัน บอกให้ช่วยเป็นหูเป็นตาให้ด้วยและให้เมมเบอร์โทร.ที่บ้านไว้ด้วยกำชับว่า

“มีความคืบหน้าเมื่อไหร่โทร.แจ้งป้า ป้าจะโอนเงินเข้าบัญชีหนูทันที”

หนูหริ่งรับเงินยิ้มแย้มรับปากว่ามีความคืบหน้าเมื่อไหร่จะโทร.แจ้งทันที แต่พอเดินมาส่งแม่ที่หน้าบ้าน

หนูหริ่งมองไปแล้วตกใจบอก

“อย่าเพิ่งออกไปค่ะคุณป้า คุณเต็งมา”

ooooooo

เต็งกลับบ้านตอนค่ำ พ่อกับแม่กินข้าวรออยู่ เต็งรีบเอาซองเงินให้พ่อบอกว่าเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือน

พ่อรับไปรู้สึกซองหนาๆ ถามว่าทำไมเยอะจัง เต็งบอกว่าสามหมื่น เดือนนี้จัดหนักไปก่อน เดือนหน้าจะมีให้หรือไม่ยังไม่แน่

พ่อขอบใจ แต่พ่อกับแม่ไม่ได้ลำบากอะไร ถ้าเดือนหน้าไม่มีก็ไม่เป็นไร

“ไม่ได้หรอกครับ ปีสองปีนี้ต้องส่งเรียนไอ้โต๊ดหนัก พ่อกับแม่จะได้เอาไว้ใช้ฟุ่มเฟือยบ้าง ผมเคยให้มาตลอด มากน้อยยังไงผมก็ต้องหาให้ครับ”

พ่อซึ้งน้ำใจลูก แต่แม่พูดหน้านิ่งว่า พรุ่งนี้แม่จะกลับบ้านแล้ว เต็งดีใจเผลอยิ้มกว้าง แม่ถามว่าดีใจเหรอ เต็งรีบหุบยิ้มปฏิเสธพัลวัน เห็นแม่หน้าตึงลุกขึ้นข้างบน เต็งถามพ่อว่า

“แม่โกรธอะไรผมรึเปล่าครับพ่อ” พ่อทำปากพูดไม่มีเสียงว่า ไม่มีอะไรหรอก หวยแดก แล้วพ่อก็ลุกตามแม่ขึ้นไป

เต็งเห็นอาหารบนโต๊ะแทบจะไม่ได้แตะก็เอะใจ พึมพำ

“หวยจะมาออกอะไรวันนี้วะ?”

พ่อขึ้นไปปลอบแม่ว่าอย่าคิดมากเลย แม่น้อยใจถามพ่อว่าหลานเราแท้ๆทำไมไม่ยอมให้เราเห็นหน้า พ่อบอกให้รอถามเต็งดูให้แน่ก่อน

“ไม่ต้องถามแล้ว ไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก ฉันจะไม่มาเหยียบบ้านมันอีกเลย คอยดู”

“รอแอบดูหน้าหลานก่อนไหมแม่”

“ไม่” แม่ตวาด เข้าห้องน้ำปิดประตูปัง!

ooooooo

ทอยไปคุยกับพี่แป๊ดแล้ว พี่แป๊ดคุยกับละออง ละอองนำข้อเสนอไปคุยกับโต้ ขณะกำลังเข้าฟิตเนสด้วยกันว่า

“พี่แป๊ดเขาจะยื่นข้อเสนอไปว่าจะรับเป็นสปอนเซอร์ให้รายการต่อ แต่มีข้อแม้ว่าต้องให้โต้เป็นพิธีกรร่วม”

โต้ไม่อยากเป็นพิธีกรร่วมเพราะไม่ค่อยถูกชะตากันเท่าไหร่ ละอองบอกให้ทนไปก่อน ฝึกฝีมือหาความรู้จากเขาไปก่อน โต้บอกว่าตนเคยดูรายการผ่านๆ พิธีกรเซ็งๆ รายการจืดๆ ไม่เห็นจะดังเลย

“มันจะดังก็เพราะโต้ไงล่ะ” ละอองอวยจนโต้ยิ้มออก “โต้มีเสน่ห์กว่านายนั่นเยอะ พี่ว่าออกอากาศไม่นาน คนจะพูดถึงรายการนี้มากกว่าที่นายนั่นจัดคนเดียวมาเป็นปีๆ”

ละอองเห็นโต้ยิ้มหลงตัวเอง ก็ทั้งยุ ลุ้น และอวยต่อไปว่า

“ลองชิมลางงานพิธีกรดูก่อนว่าเหมาะกับโต้ไหม รายการสั้นๆ 1 นาทีเอง มั่นใจว่าไม่ยากเกินความสามารถโต้ แต่มันดีตรงที่ออกอากาศถี่ จันทร์ถึงศุกร์ พอคนเริ่มจำหน้าเราได้ก็ค่อยเล่นละคร”