พ่อยุ่งลุงไม่ว่าง ตอนที่ 1 นิยายไทยรัฐ
วันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

พ่อยุ่งลุงไม่ว่าง ตอนที่ 1


27 พ.ย. 2560 07:19
10,796 ครั้ง

ละคร นิยาย พ่อยุ่งลุงไม่ว่าง

พ่อยุ่งลุงไม่ว่าง ตอนที่ 1

อ่านเรื่องย่อ

พ่อยุ่งลุงไม่ว่าง

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า-คอมเมดี้

บทประพันธ์โดย:

เอกลิขิต

บทโทรทัศน์โดย:

เอกลิขิต

กำกับการแสดงโดย:

อดุลย์ บุญบุตร

ผลิตโดย:

บริษัท ทีวีซีน แอนด์ พิคเจอร์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ, นิษฐา จิรยั่งยืน

เต็ง...หรือนายพิชิตศึก ดำรงรักษ์ เป็นโปรดิวเซอร์และพิธีกรหนุ่มหล่อมาดเซอร์วัย 27 เจ้าของรายการสารคดีสั้น “1 นาที happy life”

รายการนี้ เต็งทำหน้าที่ทุกอย่าง นับแต่เขียนสคริปต์ ดำเนินรายการจนถึงเป็นพิธีกร ทุกลมหายใจจึงมีแต่งาน และงานที่เหมือนไฟลนก้นทุกวัน

แม้ว่าเต็งจะเป็นคนง่ายๆ สบายๆ มีอารมณ์ขันฝืดๆที่ปล่อยมุกออกมาแล้วขำคนเดียว เขายังเป็นคนขี้ตกใจ เจอปัญหาเฉพาะหน้าที่คับขันมักจะลนลานสติแตก แต่พอตั้งสติได้ ก็สมเพชตัวเองว่าทำโง่ๆอย่างนั้นได้ไง (วะ) ??

ที่บ้านเต็งจึงรกไปด้วยเอกสารและอุปการณ์การทำงาน โต๊ะอาหารไม่มีอาหาร มีแต่เอกสารกองเต็มไปหมด อาหารซึ่งก็คือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เหลือครึ่งชาม วางที่พื้นข้างๆเต็งที่นั่งกับพื้นฟุบหลับทับกองเอกสารที่วางกองบนโซฟา

ขณะเต็งกำลังหลับก็สะดุ้งตื่นเมื่อมีเสียงเรียก

“ติ๊งต่อง...ติ๊งต่อง...ติ๊งต่อง...”

“ใครวะ มาดึกๆดื่นๆ” เต็งเมาขี้ตาลุกขึ้นไปเปิดประตูโถง ชะโงกดู เสียงเรียกติ๊งต่อง...ติ๊งต่อง...ยังดังไม่หยุด เต็งนึกขึ้นได้ว่าเป็นเสียงเรียกของมือถือ บ่น “ไอ้ทอยเอ๊ย เปลี่ยนเสียงเรียกอีกแล้ว ว่างมากรึไงวะ”

“ไอ้ทอย” ที่เต็งบ่น คือประสานงานสาวทอมบอยวัย 25 ปี ที่ลุยงาน หนักเอาเบาสู้ อึดถึกกว่าผู้ชายบางคนเสียอีก แต่ลึกๆแล้วทอยก็ผู้ยิ้ง...ผู้หญิง...แอบรักเจ้านายเข้าเต็มหัวใจ แต่ซ่อนไว้เพื่อจะได้ใกล้ชิดคนที่ตนรัก

เต็งกลับมาหาโทรศัพท์ที่โซฟา เสียงติ๊งต่อง...ยังเรียกไม่หยุด เขาโก้งโค้งก้นโด่งหน้าแนบพื้นหันออกข้างนอกสอดมือเข้าใต้โซฟาควานหยิบโทรศัพท์ ทันใดเขาก็ร้องจ๊ากกก! เมื่อเห็นเท้าผู้หญิงยืนจังก้าอยู่กลางโถง มือหนึ่งประคองท้องแก่ใกล้คลอด อีกมือถือโทรศัพท์ที่กำลังโทร.หาเต็ง

“พี่เต็ง พายไม่ไหวแล้ว” หญิงสาวเสียงเจ็บปวด ขาดคำน้ำก็ไหลโกรกมาตามขา เต็งโดดผลุงขึ้นบนโซฟาราวกับมีพลังตัวเบา

พอตั้งสติได้ เต็งก็รีบพาพายไปโรงพยาบาล ระหว่างทางก็โทร.คุยกับนางพยาบาล จึงรู้ว่านั่นคืออาการน้ำคร่ำแตก แต่พอรู้ว่าถ้าน้ำคร่ำไหลออกจนหมดเด็กจะกดทับสายสะดือ และอาจถึงตายได้ เต็งก็ยิ่งลนลาน

พายเจ็บท้องร้องตลอดเวลา เต็งบอกอย่าร้องได้ไหมตนเกร็งไปหมดแล้ว พลันก็รู้สึกคันตัวยุบยิบดึงเสื้อมาดูบ่นว่ารีบจนใส่เสื้อกลับตะเข็บเลย พายเหลือบดูตกใจจนลืมเจ็บร้องว้าย! เพราะเต็งลืมรูดซิปกางเกง ซ้ำร้ายลืมนุ่ง กกน.ด้วย!

“ฉิยหายแล้ว!” เต็งตกใจ ปล่อยพวงมาลัยรถรีบรูดซิปกางเกงทำให้รถไถลออกนอกเส้นทาง พายตกใจร้องลั่น

“พี่เต็งระวัง!”

ooooooo

ไปถึงโรงพยาบาล เต็งเดินตามเตียงเข็นที่พายนอนไปห้องเตรียมคลอด พายร้องเจ็บท้องตลอดเวลา เต็งจับมือพายแน่นให้กำลังใจ

พอถึงห้องเตรียมคลอดเต็งจะตามเข้าไป พยาบาลรีบบอก

“คุณพ่อ รอข้างนอกก่อนนะคะ”

เต็งชะงักหน้าเหวอ แต่สถานการณ์คับขันไม่ใช่เวลาที่จะมาชี้แจง เต็งจึงหยุดรออยู่หน้าห้อง

ผ่านเวลาพักใหญ่ เต็งเดินงุ่นง่านที่ล็อบบี้พยายามโทร.หาใครบางคน แต่ก็โทร.ไม่ติด พยาบาลที่เดินหาอยู่ พอเห็นเต็งก็เดินดิ่งเข้ามาเรียก

“คุณพ่อคะ...คุณแม่อยู่ห้องคลอดแล้วนะคะ เชิญค่ะ” เต็งผงะ พอตั้งสติได้ก็ถาม เชิญไปไหนครับ “ก็เข้าห้องคลอดไงคะ คุณแม่ให้มาตามค่ะ”

ครู่ต่อมาพยาบาลกลับเข้าห้องคลอดบอกว่า

“คุณพ่อเปลี่ยนเสื้อเสร็จก็เป็นลมไปเลยค่ะ”

“จะรอแฟนก่อนไหมครับ” หมอถามพาย

“โอ๊ย...รอไม่ไหวแล้วหมอ...โอ๊ย...”

พักใหญ่...เต็งในชุดปลอดเชื้อนอนหมดแรงหน้าซีดอยู่บนเตียงในห้องฉุกเฉินมือถือสำลีชุบแอมโมเนียดมไปมา พยาบาลเข้ามาถามว่าคุณพ่อค่อยยังชั่วหรือยัง เต็งฝืนยิ้มบอกว่า “ดีขึ้นแล้วครับ”

“ยินดีด้วยนะคะ ลูกชายแข็งแรงหน้าเหมือนพ่อมากเลยค่ะ” เห็นเต็งยิ้มดีใจพยาบาลถาม “อยากเห็นหน้าลูกชายรึยังคะ”

ทันใดนั้นชายหนุ่มคนหนึ่งแทรกตัวเข้ามาอย่างตื่นเต้นร้อนใจเรียก...

“พี่เต็ง...”

“ไอ้โต๊ด...” เต็งเด้งพรวดขึ้น หายหน้ามืดเป็นปลิดทิ้ง

โต๊ดคือน้องชายของเต็ง แม่บ้าหวย เลยตั้งชื่อลูกชายสองคนเอาเคล็ดว่า เต็งกับโต๊ด

พอเห็นหน้าโต๊ด เต็งก็ลากคอเสื้อออกไปถามว่าหายหัวไปไหนมา โต๊ดบอกให้ปล่อยอายเขา เต็งหยุดกึกมองตาขวางพูดเสียงขุ่น

“อาย...แค่นี้ทำอาย ฉันต่างหากที่ต้องอาย” โต๊ดงงถามว่าพี่อายอะไร เต็งรัวมาเป็นชุดว่า “อายสิวะ เป็นผู้ชายทั้งแท่งแค่เปลี่ยนเสื้อเข้าห้องคลอดก็เป็นลมล้มทั้งยืนแถมโชว์แท่งให้เมียแกเห็นอีก”

โต๊ดยิ่งงงถามว่าแท่งอะไร เต็งตัดบทว่าแท่งศักดิ์สิทธิ์มั้ง แล้วเปลี่ยนเรื่องถามว่าแล้วจะเอายังไง โต๊ดงงอีก ถามเรื่องอะไร

“เรื่องลูกแกน่ะสิ แกกับพายไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ลักลอบจิ้มแล้วท้องยังเงี้ย”

โต๊ดแย้งว่าเรารักกัน เต็งเอ็ดว่าอย่าเพิ่งขัด แล้วเล่าบทเรียนของเพื่อนให้ฟังว่า

“ฉันถามเพื่อนที่เคยพลาดแบบแกมาแล้วแกจะเซ็นชื่อรับรองว่าเป็นพ่ออย่างเดียวไม่ได้ มันยังไม่ใช่ลูกที่ถูกต้องตามกฎหมายของแก ถ้าแกตายลูกจะไม่ได้รับมรดก”

“ผมจะตายเร็วอะไรขนาดนั้น”

“ถ้าพ่อกับแม่รู้เรื่องวันไหน วันนั้นคือวันตายของแก แกต้องไปแจ้งขอรับรองบุตรอีกที” โต๊ดอิดออดว่ามันจะยุ่งยากไหม “ถ้าแกอยากจะทิ้งเด็กให้เป็นลูกที่ถูกต้องตามกฎหมายของแม่คนเดียวก็ตามใจ หรือว่าแกกะไข่ทิ้ง”

โต๊ดยืนยันว่าตนไม่เคยคิดทิ้งลูก เต็งรวบรัดให้ไปจดทะเบียนสมรสเสีย ทุกอย่างจะได้จบ โต๊ดโอดครวญว่าพี่ก็รู้ว่าจดตอนนี้ไม่ได้

“ไม่รู้ล่ะแกจะจริงจังกับพายแค่ไหนฉันไม่รู้ แต่หลานฉัน ลูกแก ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย ทำเขาเกิดมาแล้วก็ต้องรับผิดชอบ ถ้าฝ่ายหญิงเขาไม่เอาเราก็ต้องเลี้ยง เพราะฉะนั้นทำให้มันถูกต้องซะ ตอนนี้ยังตกลงกันได้ไม่งั้น...พ่อกับแม่ได้รู้เรื่องนี้ก่อนหวยงวดนี้ออกแน่ๆ”

โต๊ดโอดครวญว่าแค่เห็นหน้าหลานแป๊บเดียวน้องชายกลายเป็นหมาหัวเน่าเลย เต็งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่เห็นหน้าหลานเลย จะสับตัวกับลูกคนอื่นหรือเปล่าก็ไม่รู้ ว่าแล้ววิ่งหน้าตั้งไป โต๊ดรีบวิ่งตาม

พอไปถึงหน้าห้องเด็กอ่อนแรกเกิด เต็งพุ่งไปที่เด็กจมูกโด่งหน้าตาคม ชมว่าหล่อแต่เกิดเหมือนลุงเลย โต๊ดสวนทันทีว่า “แม่บอกผมตะหากที่หล่อแต่เกิด”

พยาบาลเห็นสองคนเถียงกันก็เดินมาบอกผ่านกระจกว่า “คนนี้ค่ะ” ชี้ไปที่เด็กอีกคนแล้วเดินไป

โต๊ดมองเด็กที่หน้าตาจืดๆซีดๆก็โยนทันทีว่าเหมือนลุงเป๊ะ เต็งสวนทันควันว่า เหมือนพ่อมันน่ะแหละ

เมื่อโยนให้กันแล้วต่างไม่รับเพราะเด็กไม่น่ารัก หวยเลยไปออกที่พายที่ยังนอนพักฟื้นอยู่ว่า สงสัยจะไปทางแม่ โต๊ดตอบทันทีว่า “ชัวร์”

โต๊ดมองหน้าพี่ชายบอกว่าฝากเลี้ยงหลานก่อนตนจะกลับไปเรียนต่อ เต็งแทบเข่าอ่อน พอตั้งสติได้ก็ทั้งด่า ทั้งจิกผมตบกบาลโต๊ดไม่ยั้ง พอเห็นพยาบาลในห้องมองมา เต็งก็ฉีกยิ้มกอดคอโต๊ดแต่พอพยาบาลหันไปทางอื่น เต็งก็ขยุ้มผมโต๊ดลากหัวทิ่มหัวตำออกไป

ooooooo

เต็งลากโต๊ดไปถึงสวนหย่อมหลังโรงพยาบาล ก็สวมวิญญาณพิธีกร พูดเหมือนอยู่หน้ากล้องพูดกับผู้ชมรายการ “1 นาที happy life”

“คุณก็ทำได้ ง่ายนิดเดียว” แล้วทำมือสื่อว่านิดเดียว เอ่ยลาอย่างร่าเริง “พบกันใหม่ครั้งหน้าหนึ่งนาที แฮปปี้ไลฟ์...เยส”

โต๊ดเห็นพี่ชายอินกับรายการของตัวเอง ก็ยิ้มแฉ่งยื่นหน้าเข้าไปถามว่าหายโกรธยังพี่? กลับถูกด่าไอ้น้องเวร โต๊ดเลยยิ้มแหย เต็งบอกว่าตนพร้อมคุยแล้ว โต๊ดรีบเข้าไปนั่งข้างพี่ชายบีบนวดขาเอาใจ บอกว่า

“พี่เต็งไม่ต้องห่วงนะ ลูกของผม ยังไงผมก็ไม่ทิ้งขว้างอยู่แล้ว ผมกับพายยังจดทะเบียนสมรสกันตอนนี้ไม่ได้ แต่ผมจะไปจดทะเบียนรับรองบุตรที่เขตแบบพี่ว่าก็แล้วกัน ลูกจะได้มีหลักฐานพร้อมเผื่อต้องทำโน่นทำนี่ พี่ก็จะได้เอาไว้ยันกับสาวๆได้ว่าพี่ยังโสด ไม่ใช่ลูกติดพี่...นะ...พี่สบายใจขึ้นรึยังล่ะ”

เต็งมองหน้าน้องชายถอนใจเฮือก โต๊ดขอร้องจริงจัง

“อย่าบอกพ่อกับแม่นะ ถ้าแม่รู้ต้องจับตัวผมกลับไปขายทรายขายกระเบื้องที่ปราจีนแน่ๆ กว่าผมจะอ้อนขอไปต่อโทได้ไม่ใช่ง่ายๆนะพี่เต็งงง...พี่ก็รู้...”

“เด็กพวกนี้มันเป็นอะไรกันหมด ไอ้เวนิสก็อีกตัว ธุรกิจครอบครัวมีไว้ให้พร้อม ก็ไม่อยากทำ” เต็งบ่น โต๊ดอ้างเสียงอ่อยว่า “ก็เจริญรอยตามพี่นั่นแหละ” แต่ไม่ทันขาดคำก็ถูกเต็งตบกะโหลกป้าบ! “โอ๊ย...ก็ไม่ใช่เพราะพี่หรือผมถึงหมดทางเลือก...อุตส่าห์ถ่วงเวลาไปเรียนต่อได้แล้ว ผมไม่ยอมกลับไปนั่งทำงานแทนพ่อหรอก พายก็ไม่มีวัน ยอมไปอยู่ที่ปราจีนกับผมแน่ๆ”

เต็งถามว่าแล้วโต๊ดจะกลับไปเรียนต่อเมื่อไหร่ โต๊ดบอกว่าสิ้นเดือน เต็งสะอึกพึมพำอีก อาทิตย์เดียว!

เต็งถามเซ็งๆว่าเมื่อไหร่จะเรียนจบ โต๊ดบอกว่าอีกสองปี แล้วอ้อน

“แป๊บเดียวเอง...พี่รับปากผมแล้ว ห้ามเปลี่ยนใจนะ สงสารเด็กมันต้องบ้านแตกแต่แรกเกิด”

“เออ...” เต็งจำใจรับปาก ยกมือปิดหน้างึมงำ “ชีวิตตัวเองยังเอาไม่รอด แล้วใครจะเลี้ยงมันวะ”

ooooooo

ในที่สุดเต็งก็หาทางออกได้ เมื่อเดินไปเจอ “งามพิศ เนิร์สเซอรี่โฮม” เขาตัดสินใจเดินเข้าไปถามว่าเต็มหรือยัง

งามพิศในวัย 40 แต่จริตยังแพรวพราวยิ้มหวานต้อนรับเต็ง มองเต็งบอกว่าน่ายินดีที่มีลูกทันใช้ เต็งรีบบอกว่าไม่ใช่ลูก ตนยังโสด แต่เป็นหลานและเพิ่งเกิดด้วย

งามพิศรับรองว่าไม่ต้องห่วง ที่นี่มีพยาบาลวิชาชีพมีความชำนาญพิเศษดูแลเด็กแรกเกิดโดยเฉพาะอยู่แล้ว เต็งถามว่าแล้วตนต้องทำยังไง งามพิศจึงนึกได้หยิบเอกสารให้กรอกรายละเอียด ระหว่างนั้นก็คุยไม่หยุด

นึกได้ก็แนะนำชื่อตัวเองว่าชื่องามพิศ ต้องพิศถึงจะเห็นความงามในอดีต ถามชื่อเต็งบ้าง

พอเต็งบอกว่าตนชื่อพิชิตศึก งามพิศก็วี้ดว้ายอยากถูกพิชิต เต็งทำหน้าสยองถามว่าป้าไม่ได้เลี้ยงหลานตนใช่ไหม งามพิศบอกว่าตนคุมเด็กๆอีกที เต็งก็โล่งอก งามพิศมองออกไปก็ทักดีใจ...

“อ้าว ดาวมาพอดี คนนี้แหละค่ะ ที่จะดูแลหลานคุณลุงให้” งามพิศมองออกไปร้องดีใจ

งามพิศแนะนำว่าชิดดาวเป็นหลานตน จบพยาบาล แล้วเรียกชิดดาวมาแนะนำว่าคุณลุงเขาจะพาหลานแรกเกิดมาฝากเลี้ยง แล้วส่งงานต่อว่า

“งั้นคุณลุงมีข้อสงสัยอะไร อยากรู้รายละเอียดโน่นนี่นั่นก็ถามกับน้องเขาได้เลยจะได้สบายใจค่ะ”

เต็งมองชิดดาวต่างยิ้มให้กันอย่างมีไมตรีจิต...

ooooooo

ชิดดาวเป็นพยาบาลวิชาชีพ แต่ป้างามพิศญาติผู้ใหญ่คนเดียวที่มีอยู่ในชีวิต ชักชวนมาเลี้ยงเด็กในเนิร์สเซอรี่จนหลงรักเด็ก กอปรกับนิสัยร่าเริงขี้เล่น เลยสนุกและมีความสุขกับเด็กๆเรื่อยมา

เมื่อชิดดาวที่เส้นตื้นจนกระเดียดไปทางบ้าจี้ มาเจอกับเต็งที่มีมุกตื้น มุกฝืด พูดเองขำเอง แต่พอมาเล่นมุกกับชิดดาวเธอกลับขำท้องคัดท้องแข็งจนเต็งเองก็แปลกใจ แต่ก็ทำให้ทั้งสองสนิทกันอย่างรวดเร็ว ชิดดาวยังเรียกเต็งว่าลุงตามป้างามพิศเรียก แต่เขาขอให้เรียกตนว่าเต็ง เฉยๆดีกว่า

“เต็ง? ไม้เต็งอะไรยังงี้เหรอคะ”

“ไม่ใช่ครับ แบบเต็ง โต๊ด แม่ผมบ้าหวย” ชิดดาวขำพรืด “เรื่องจริงนะครับ ผมชื่อเต็ง น้องชายชื่อโต๊ด หลานชายนี่กะว่าจะให้มันชื่อ ‘ใต้ดิน’ ไปเลย”

ชิดดาวหัวเราะจนน้ำหูน้ำตาไหลขอให้เต็งพอแล้ว เต็งขำชิดดาวที่เส้นตื้น แต่พอดูนาฬิกาก็ตกใจขอตัววิ่งออกไป ชิดดาวมองไม่ทันหายงงเต็งก็วิ่งย้อนกลับมาขอเบอร์โทร.ของเธอนัยน์ตาวิบวับอ้างว่าเผื่อปรึกษาเรื่องหลาน

หลังจากที่เต็งไปแล้ว งามพิศดูรายการ “1 นาที แฮปปี้ ไลฟ์” จบ งามพิศก็พูดกับลูกกวาดอย่างตื่นเต้นเป็นปลื้มว่า

“ถึงว่า หน้าคุ้นๆ ตัวจริงหล่อกว่าในทีวีอีกนะ”

“เพื่อนหนูก็ทำงานกับพี่เขาค่ะ นิสัยจริงๆไม่ได้เท่เป๊ะแบบที่เห็นหรอกนะคะ ออกจะรั่วๆด้วยซ้ำ”

งามพิศหยิกแขนลูกกวาด ดุว่าไปว่าคุณลุงเขาอย่างนั้นได้ไง เขาเป็นลูกค้าเรานะ แล้วสั่งลูกกวาดต่อไปให้เรียกตนว่า “ป้างาม” เพื่อให้เข้าคู่กัน ลูกกวาดติงว่าไหนไม่ชอบให้ใครเรียกป้าไง งามพิศยิ้มบอกว่า

“เปลี่ยนใจแล้ว ปีนี้เทรนด์ป้ามาแรง...”

ทันใดนั้นเอง เต็งก็วิ่งพรวดมาจากด้านหลัง งามพิศ ทิ้งลูกกวาดปราดไปขวางจนเต็งเบรกแทบไม่ทัน

“เห็นไหมคะ สนามเด็กเล่นของเราก็อยู่ด้านหลัง รั้วรอบขอบชิด คนนอกเข้ามาไม่ได้เด็ดขาด ต้องผ่านด้านหน้าเจอป้าก่อนค่ะ” งามพิศยิ้มหวาน

เต็งฉีกยิ้มรับ แล้วพยายามเบี่ยงตัวหลบ แต่งามพิศก็ดักไว้ต่อว่าว่า คุณลุงเป็นพิธีกรก็ไม่บอก เต็งยิ้มฝืดรับแล้วขอตัว งามพิศติดลมอยากคุยต่อ เต็งพยายามเลี่ยงไปก็ถูกขวางอีก เต็งไม่รู้จะทำยังไง เลยแก้สถานการณ์ที่จวนตัว ก้มจูบงามพิศจ๊วบบบบ...!

เต็งวิ่งไปแล้ว แต่งามพิศยังตะลึงพรึงเพริด อึดใจเดียว ก็ทรุดเหมือนจะเป็นลม ลูกกวาดตกใจรีบเข้าประคอง

ชิดดาวที่เพิ่งเข้ามาเห็นฉากที่เต็งจูบงามพิศพอดี ต่อมขำหายหด ตกใจเหวอกับผู้ชายคนนี้ที่ทำให้ตนขำแทบจุกมาแล้วแต่จู่ๆก็มาจุ๊บป้างาม เอ๊ะ...ยังไง?

ooooooo

ทอย...โทรศัพท์ถึงเต็งเดินวนไปวนมาอย่างร้อนใจ ในที่สุดตัดสายหงุดหงิดบ่นว่าเฮียไม่รับสาย เวนิสช่างกล้องหนุ่มมาดเซอร์ ฉายา ‘ปากหมาหน้าตี๋’ นั่งเช็ดกล้องราคาแพงอยู่ชำเลืองมองทอยบอก

“เดี๋ยวก็มา” ทอยบอกว่าวันนี้ต้องเก็บให้ได้ 10 เทป เวนิสบอกว่าสบายมาก ทอยหมั่นไส้แขวะว่า

“ไม่ใช่ม้าใครโทร.มาตามจิกไปจับคู่กับอาหมวยที่ไหนอีกล่ะ”

“หัวใจฉันอยู่ที่นี่ คิดว่าฉันอยากไปไหนเหรอ”

เวนิสยิ้มตาปิดมองทอย เพราะตัวเองก็แอบปิ๊งทอยอยู่ ทอยจิกตามสไตล์ตัวเองว่าคุยกับตนหัดลืมตามั่ง เวนิสกัดสวนทันทีว่า ไปทำนมก่อนแล้วจะลืมตาคุย เลยโดนด่า ‘ไอ้ตี๋ลามก’ เวนิสสวนทันควันว่า ‘ไอ้ทอมแอ๊บ’

ไม่ทันจะเปิดศึกมากกว่านั้น โทรศัพท์ทอยดังขัดจังหวะขึ้น เวนิสบอกว่าเฮียโทร.มาแล้ว พอทอยยกดูก็บ่นว่าใช่ที่ไหนล่ะ พร้อมกับกดรับ

“มีไร อีจิ้งจก”

อีจิ้งจกที่ทอยทัก คือลูกกวาดพี่เลี้ยงเด็กที่งามพิศเนิร์สเซอรี่นั่นเอง ลูกกวาดโทร.มาเล่าให้ทอยฟังว่า

“รู้ไหมเฮียเธอทำเจ้านายฉันเป็นลมคอพับคออ่อนไปเลย” หยุดขำคิกคักแล้วพูดกลั้วหัวเราะว่า “ฉันเห็นภาพโคแก่จะเล็มหญ้าอ่อน” ทอยถามว่าเฮียตนไปเกี่ยวอะไรด้วย

ลูกกวาดมองไปที่โซฟา ชิดดาวกำลังให้ยาดมงามพิศอยู่ งามพิศเพ้อเขินไปเขินมาทั้งที่ยังไม่หายเป็นลมดีว่า

“คิดแล้วอยากเป็นลมทุกวัน บ้าจริงๆ ผู้ชายอะไร ก็ไม่รู้ ใจร้อน บุ่มบ่าม ห่ามนักเชียว”

ลูกกวาดเดินมาพูดดับฝันว่าอย่าเพิ่งมโนไปไกลเลยพี่งาม ถูกงามพิศหน้าตึงสั่งให้เรียกตนว่าป้า ลูกกวาดกลั้นขำบอกว่าได้

“ดี ท่องให้ขึ้นใจ ลบเมมโมรี่เก่าๆทิ้งให้หมด ต่อไปเรียกฉันว่าป้างามให้ติดปาก” พูดแล้วทำหน้าเคลิ้ม “ป้างามกับลุงเต็ง เข้ากั๊นเข้ากัน...” แล้วมโนเลยเถิดไปอีก “ตายแล้ว...ฉันจะโดนอะไรต่อไปเนี่ย เจอกันครั้งแรกก็หอมแก้ม ครั้งที่ 2 3 4 5 ว้ายๆๆไม่อยากคิด” พูดแล้วม้วนหน้าเขิน

“คงไม่มีแล้วล่ะค่ะคุณป้า ที่เกิดขึ้นเขาเรียกว่าหอมสติแตกค่ะ”

ลูกกวาดพูดอย่างไม่ถนอมอารมณ์ งามพิศหน้าหงิกถามว่าอะไรของแก ลูกกวาดสาธยายว่า

“ก็หนูบอกแล้วว่าคุณเต็งแกเป็นคนยังงี้แหละ เวลาเจอปัญหาเฉพาะหน้าหรืออะไรที่มันบีบคั้น ยิ่งกดดันแกยิ่งสติแตก แก้ปัญหาแบบเว่อร์ๆ ขี่ช้างจับตั๊กแตนประมาณนี้แหละค่ะ”

ชิดดาวพูดขำๆว่า มิน่าล่ะ แต่งามพิศได้ความคิดใหม่พึมพำอย่างหมายมั่นว่า

“ยังงี้ป้าต้องบีบคั้น กดดันให้หนักเข้าไปอีก”

ooooooo

ที่สวนสไตล์ญี่ปุ่น...ทอยคุยโทรศัพท์กับลูกกวาดแล้วเดินกลับมาบอกเวนิสว่ารู้แล้วว่าเฮียไปเนิร์สเซอรี่ของนังจิ้งจก เอาเด็กไปฝาก ก็คงเป็นลูกของน้องชายเฮียนั่นแหละ

เวนิสคะนองปากจิกๆแซวๆไปตามประสา ทอยก็ห่ามห้าวตามเคยคว้าเก้าอี้พับจะฟาด มอเตอร์ไซค์ของเต็งแฉลบเข้ามาจอด เวนิสวิ่งไปหลบหลังเต็งบอกว่าเฮียมาช่วยชีวิตพอดี

ระหว่างเตรียมการถ่ายทำรายการ ทอยเปรยว่าชีวิตเฮียยังจะเอาไม่รอดแล้วจะไปอุ้มเด็กแรกเกิดอีกคนไหวหรือ เต็งบอกว่าคนดูแลหลานเฮียน่ารัก...เขาเคลิ้ม

เมื่อพูดถึงชิดดาว ทอยพูดอย่างหมั่นไส้ว่ายัยหน้าจืดนั่นหรือ เต็งสนใจจี๋ถามว่าทอยรู้จักหรือ

พอคุยถึงชิดดาว เต็งก็ติดลมจะถามนั่นนี่ แต่ถูกเวนิสเท้าสะเอวถามเสียงขุ่นว่าจะเม้าท์กันอีกนานไหม ไหนว่า 10 เทปไง?

“ม้าโทร.มาตามไปบลายด์เดตอีกแล้วเหรอยะ ถึงได้มาเร่งยิกๆ”

เต็งมาบอกว่าเสร็จแล้ว เวนิสเร่งว่าแสงกำลังสวยรีบตามมาเลย ทอยบ่นว่าเฮียก็ยอมมันเสียเรื่อย มันกร่างอย่างกับเป็นเจ้าของรายการซะเอง

“เอาน่า...ป๊าเขาเป็นสปอนเซอร์หลักของรายการเรา ไม่มีเขาเราจะเดือดร้อน” ทอยเถียงว่าไม่มีเราสิมันจะ เดือดร้อน เพราะต้องทนไปทำงานกับป๊ามัน “เดี๋ยวค่อยคุยกันต่อนะ เฮียอยากรู้เรื่องคุณชิดดาว”

เต็งเดินอารมณ์ดีตามเวนิสไป ทอยตามไปอย่างหัวเสีย ค้อนไปมาตาแทบกลับ

ระหว่างถ่ายทำ เวนิสกับทอยยังมีระหองระแหงจิกกัดกัน จนเต็งปรามให้หยุด ทั้งสองต่างทำท่าแบบ ฝากไว้ก่อนแล้วประจำหน้าที่ใครหน้าที่มัน

“เอ้า เร็วๆเข้า เย็นเฮียต้องกลับไปเอารถอีก”

ooooooo

ตกเย็นเต็งรีบไปที่เนิร์สเซอรี่กลัวชิดดาวจะกลับไปเสียก่อน กำลังชะเง้อหาชิดดาว แต่เจองามพิศโบกมือร้องทักอย่างตื่นเต้นดีใจ หยิบสเปรย์มาฉีดปากคาดว่าคราวนี้เต็งต้องจูบปากแน่

งามพิศจัดทุกอย่างของตัวเองให้ดูดีแล้วเดินไปทักเต็งว่ามีอะไรติดใจสงสัยอีกหรือ เต็งบอกว่าตนมาเอารถและขอโทษเรื่องเมื่อกลางวัน บอกว่า “ผมไม่ได้ตั้งใจ”

งามพิศหลงตัวเองพูดไม่กระดากปากว่าตนเข้าใจ เพราะเป็นใครก็ห้ามใจไม่อยู่ทั้งนั้น แล้วจูงมือเต็งไปหาที่นั่งคุยกัน เต็งฝืนยิ้มเดินตามงามพิศ แต่ตาล่อกแล่กมองหาชิดดาว

งามพิศตั้งใจเล่าเรื่อง ‘นม’ ให้เต็งฟัง ชายหนุ่มสะดุ้ง งามพิศถามว่าเคยได้ยินชื่อธนาคารนมแม่รามาธิบดีไหม? เต็งมองหน้าถามว่า “มีธนาคารนมด้วยเหรอครับ”

“มีสิคะ ที่นี่แห่งแรกของประเทศไทยเลยค่ะ...แต่ป้าไม่แน่ใจว่าเคสคุณเต็งจะขอได้ไหม ถ้าขอได้แล้ว เขามีนมพอให้รึเปล่า” พูดแล้วทำเขิน “ที่จริงป้าก็อยากไปบริจาคนมช่วยเด็กๆกับเขาบ้าง แต่...ไม่มีใครมาช่วยให้ท้องซะที...”

เห็นเต็งกระอักกระอ่วนกระแอมแก้อึดอัด งามพิศก็แนะนำว่า

“เอางี้ค่ะ รายละเอียดคุณเต็งก็ลองเข้ากูเกิลหาดู แต่ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ถามป้า...ทักไลน์ไปแล้ว ส่งติ๊กเกอร์ไฮรูปหัวใจกลับมาด้วยนะคะคุณลุง”

“ครับ...” เต็งรีบรับคำ มองงามพิศที่ทั้งส่งสายตาและทำท่าหวานจนน่ากลัว

พอเต็งออกมาได้ก็รีบไปเอารถขับออกถนนใหญ่ ยังกวาดตาหาชิดดาว เมื่อไม่เห็นก็ใจห่อเหี่ยวคิดว่าคงกลับไปแล้ว แต่แล้วก็ดีใจสุดขีดเมื่อเห็นชิดดาวยืนซื้อข้าวโพดปิ้งรถเข็นอยู่ริมทางเท้า เต็งเปิดไฟขอทางหาจังหวะเข้าไปไม่ได้ ตัดสินใจขับไปยูเทิร์นอย่างเร็ว

แต่พอยูเทิร์นกลับมาไม่เห็นชิดดาวที่รถเข็นขายข้าวโพดปิ้งแล้ว มองไปที่ป้ายรถเมล์ เห็นเธอยืนแทะ ข้าวโพดปิ้งอยู่ เขารีบตรงไปจนรถเหยียบน้ำขังข้างทางที่รถ กทม.เพิ่งรดน้ำต้นไม้ผ่านไป น้ำพุ่งเข้าใส่ชิดดาวเต็มๆ!

เต็งรีบลงไปขอโทษ ชิดดาวมองตัวเองที่เสื้อผ้าเปื้อน เปียกน้ำ เต็งมองข้าวโพดปิ้งในมือชิดดาวบ่น

“ข้าวโพดปิ้งกลายเป็นข้าวโพดต้มเลยครับ”

ชิดดาวฟังแล้วขำ เต็งรีบผสมโรงขำกลบเกลื่อน แล้วหาทางแก้ปัญหา พาชิดดาวไปร้านเสื้อหรูเพื่อซื้อเสื้อใหม่ ชิดดาวบอกว่าเปลืองเงิน มันจะแห้งอยู่แล้ว

“ไม่ได้หรอกครับ ผมทำเสื้อคุณเปียก น้ำสกปรกด้วย แล้วเราจะไปนั่งปรึกษาเรื่องหลานผมต่อได้ยังไงล่ะครับ” ชิดดาวบอกว่าเกรงใจ “ไม่เป็นไรหรอกครับ ร้านนี้เขาสปอนเซอร์เสื้อผ้าให้ผมประจำ พี่เขาใจดี ราคาพิเศษ” เต็งป้องปากพูดเบาๆว่า “ดีไม่ดีฟรีด้วย”

พอดีเจ้าของร้านกรีดกรายเข้ามาถามเต็งว่ามีอะไรจะให้รับใช้ เต็งบอกว่าตนทำน้องเขาเปียก อยากให้พี่บิ๋มช่วยแปลงโฉมให้หน่อย

พี่บิ๋มมองชิดดาวแล้วชมว่า หน้าตาน่ารักเชียว มองอย่างพิจารณาแล้วผายมือไปทางชุดที่แขวนอยู่มุมห้องถามว่า “ชุดนั้นเป็นไงคะ”

ชิดดาวถามว่าหรูไปไหมพร้อมกับที่เต็งรีบบอกว่า “เยี่ยมเลยครับ”

พี่บิ๋มเปลี่ยนชุดให้ชิดดาวแล้วชมว่าเลอค่าแพงมาก ชุดเป๊ะเหมือนตัดมาให้น้องโดยเฉพาะเลย ขณะชิดดาวเคลิ้มกับคำชม มองไปก็ตื่นเต้นถึงกับยกมือปิดปาก เมื่อเห็นเต็งในชุดสูทหล่อเนี้ยบผมเรียบกริ๊บ เดินยิ้มเท่เข้ามา บอกชิดดาวขณะเดินมาด้วยกันในโรงแรมว่า

“เสื้อถ่ายพิธีกรเอามาคืนพี่เขาพอดี เลยยืมใส่ต่ออีกหน่อย”

ชิดดาวเกรงใจบอกว่าชุดที่ตนใส่แพงน่าดู ถามว่าใส่แล้วคืนได้ไหม เต็งพูดขำๆว่า

“อ้างว่ามาทำพิธีกรรับเชิญให้ผมดีไหมครับ...ราคาพิเศษ ไม่แพงอย่างที่คิด พอคุณดาวแต่งหรูขนาดนี้ผมก็ต้องเปลี่ยนตามให้เสมอกัน จากนั้นก็ต้องเลือกร้านอาหารที่เข้ากับชุดที่เราใส่อีก” เต็งมองหาร้านอาหารพลันก็บอกให้เอาร้านนี้ที่อยู่ใกล้ๆแล้วเดินนำไปทันที

ชิดดาวมองร้านอาหารฝรั่งใหญ่โตหรูหรา คิดถึงราคาแล้วก็เข่าอ่อน เต็งรีบประคองแขนเข้าไป

ooooooo

ขณะนั่งรออาหาร เต็งคุยว่าทั้งหมดนี้ตนคิดเอง ไม่รู้ว่าอะไรมาเข้าฝัน แค่นั้นชิดดาวก็ขำแล้ว เต็งเลยจัดใหญ่ ทำท่าพิธีกรประกอบ ชิดดาวยิ่งขำใหญ่

เมื่อคนบ้าจี้กับคนบ้ายอเจอกัน เต็งเห็นชิดดาวขำก็ยิ่งเล่นบทพิธีกรลุกขึ้นมาออกท่าเหมือนอยู่หน้ากล้อง จนเธอขอร้องให้พอ เต็งขอเล่นจนจบรายการก่อน พอเล่นจบคนโต๊ะข้างๆปรบมือให้ เต็งยิ้มหน้าบานหันไปขอบคุณก่อนนั่งลง

เต็งนั่งลงแล้ว ชิดดาวยังไม่หยุดขำ เอ่ยขอโทษเต็งว่าพอเครื่องติดแล้วตนกลั้นไม่อยู่ บ้าจี้นิดๆ

“ไม่นิดแล้วครับ...อยู่กับคุณดาวนี่ดีนะครับ ต๊องดี” พูดแล้วขำ แต่ชิดดาวหยุดกึก หน้านิ่งไปเลย เต็งหน้าเสียถามว่า “ผมพูดอะไรผิดหรือเปล่าครับ”

ชิดดาวน้ำตาไหลออกมาแทนคำตอบ เต็งตกใจถามว่าเป็นอะไร ชิดดาวขอตัวไปเข้าห้องน้ำลุกขึ้นเดินเช็ดน้ำตาออกไป เต็งอึ้ง ช็อก นั่งตัวแข็งเป็นหุ่น ไปไม่เป็นเลยทีเดียว

เต็งร้อนใจ สติแตก คิดแก้ปัญหา คิดจะแจ้ง 191 ก็แย้งตัวเองว่าใหญ่ไป บอกตัวเองว่าค่อยๆคิด

คิดเล็กๆก่อนแบบทอยมันว่า หายใจลึกๆท่อง “สติมาปัญญามี” คิดได้ว่าผู้หญิงร้องไห้ต้องเข้าห้องน้ำ แล้ววิ่งตรงไปห้องน้ำหญิงทันที

ครู่ใหญ่ เต็งเดินคอตกกลับมาที่โต๊ะอาหาร เห็นชิดดาวนั่งยิ้มหวานอยู่แล้ว ซ้ำมีอาหารเต็มโต๊ะด้วย เต็งพูดไม่ออกนึกว่าตัวเองตาฝาด จนชิดดาวถามว่าไปห้องน้ำมาหรือ?

เต็งค่อยๆนั่ง กลัวๆกล้าๆ เพราะยังเดาอารมณ์หญิงสาวไม่ออก แก้ตัวพัลวันว่า

“ผมขอโทษ ต๊องความหมายของผมมันบวกนะครับ น่ารักดี ผมก็โดนว่าต๊องบ่อยๆผมชอบคนต๊องๆจะตาย อยู่ด้วยแล้วมีความสุข ไม่คิดว่า....”

“ช่างเถอะค่ะ คุณเต็งไม่ต้องขอโทษดาวหรอกค่ะ ดาวเป็นคนแบบนี้แหละ เซนซิทีฟมาก อย่าถือสาดาวเลยนะคะ” พูดแล้วชิดดาวก็หัวเราะขำๆ เต็งผสมโรงหัวเราะฝืดๆไปด้วย แต่เริ่มอึ้งๆกับขำพร่ำเพรื่อของชิดดาว จนเธอชวน “อาหารเย็นหมดแล้วค่ะ”

“อ๋อ...ครับกินกันเลย” พูดแล้วก็ไม่วายปล่อยมุก “ผมหมายถึงกินอาหารนะครับ ไม่ใช่กินกันเอง” พูดแล้วขำเอง พอหัวเราะก็บ่นตัวเอง...จะพูดทำไม แต่ชิดดาวกลับขำเอาจริงเอาจัง เต็งเลยยิ้มออก...

ooooooo

เมื่อขับรถไปส่งชิดดาวที่บ้านซึ่งเป็นทาวน์เฮาส์ เต็งก็ยังคุยไม่หยุด พอถึงบริเวณที่มีทาวน์เฮาส์เป็นแผง ชิดดาวชี้บอกว่า ทาวน์เฮาส์ข้างหน้าหลังที่สอง เต็งมองไปเห็นบ้านมืดถามว่าไม่มีใครอยู่หรือ

“ดาวอยู่คนเดียวค่ะ นานๆพี่สาวถึงจะมาเยี่ยมที ขอบคุณมากนะคะ”

“เช่นกันครับ ขอบคุณมากสำหรับข้อมูลเลี้ยงหลานดีๆ ผมคงต้องพึ่งคุณดาวอีกนานเลย”

“ด้วยความเต็มใจค่ะ...อ้อ...คุณเต็งไม่ต้องกลับไปทางเดิมก็ได้นะคะ มันอ้อม พอดีดาวเห็นว่าเรามาจากทางโน้น เข้าด้านหลังใกล้กว่าค่ะ คุณเต็งขับตรงไปจนสุดเลี้ยวตามทาง ก็ออกถนนใหญ่แล้วค่ะ”

ชิดดาวไหว้ขอบคุณ เต็งไม่ทันตั้งตัวรับไหว้แทบไม่ทัน รอจนหญิงสาวเข้าบ้านล็อกประตูแล้วจึงขับรถ ออกไปอย่างอารมณ์ดี

เต็งขับรถยิ้มเคลิ้มมาจนถึงโซนบ้านเดี่ยว รู้สึกคุ้นตา เพ่งมองจึงรู้ว่าที่แท้ถึงบ้านตัวเองแล้ว! เขาจอดรถหันมอง ไปทางท้ายซอย ดึงศอกกระทุ้งอย่างสะใจ พูดกับตัวเอง...

“หัวซอยกับท้ายซอย...บุพเพชัดๆ แฮปปี้ ไลฟ์ เยส!”

ooooooo

คืนนี้เต็งเปิดโน้ตบุ๊กหน้าเว็บ “ธนาคารรามา-ธิบดี” แล้วหลับไปทั้งที่หน้ายิ้มหวานเพราะยังเคลิ้มกับชิดดาว เขานอนหลับในชุดจ๊อกกิ้ง

คืนเดียวกัน พายให้นมลูกแล้วส่งให้พยาบาล พายฝากพยาบาลให้ช่วยฝึกกระตุ้นให้ลูกกินนมจากขวดได้ไหม พยาบาลบอกว่าลูกกินนมจากแม่ดีที่สุด เด็กจะรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย

พายฝืนยิ้มบอกว่าอยากฝึกไว้เผื่อจำเป็น พอพยาบาลอุ้มเด็กไป พายก็ร้องไห้บอกโต๊ดว่าสงสารลูก โต๊ดปลอบว่าเราทำดีที่สุดแล้ว พายถามว่าทิ้งลูกไว้กับคนอื่นนี่เหรอ ทำดีที่สุดแล้ว?

“พี่เต็งไม่ใช่คนอื่น เป็นพี่ชายโต๊ด...เราทำเพื่อเขานะพาย เราต้องไปเรียนต่อให้จบก่อน ถ้าพ่อกับแม่เราสองคนรู้เรื่อง เราสองคนจบแน่ พ่อแม่พายไม่ชอบโต๊ดถึงขั้นเกลียดขี้หน้าเลย พายก็รู้ดี มีลูกด้วยกันจะทำให้เขายอมรับโต๊ดเหรอ โต๊ดโดนพรากลูกพรากเมียแน่ๆ”

พายพูดไม่ออก โต๊ดสีหน้ากังวลมากเมื่อพูดถึงพ่อแม่ตัวเองว่า...

“พ่อแม่โต๊ดยิ่งแล้วใหญ่ โต๊ดคือความหวังของพวกเขา มาทำเหลวไหลแบบนี้ เขาลากโต๊ดกลับไปทำงานที่ปราจีนฯแน่ ไม่ต้องเรียนต่อกันแล้ว...โต๊ดทนทำงานที่ตัวเองไม่รักไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอกนะพาย...พายเองก็ไม่ยอมย้ายไปอยู่กับโต๊ดที่นั่นแน่ๆ...เราสรุปลงตัวแล้วนะพาย ว่านี่คือทางออกที่ดีที่สุด”

โต๊ดจับมือพายปลอบ เช็ดน้ำตาให้ พูดอย่างไปตายเอาดาบหน้าว่า

“ไปลุ้นเอาข้างหน้ายังมีความหวังกว่า ไหนๆเราก็ใช้ชีวิตผิดพลาดไปแล้ว ขอสำเร็จเรื่องการเรียนให้พ่อแม่เราชื่นใจสักเรื่องเถอะ...”

“โต๊ดว่าลูกจะเกลียดเราสองคนไหม”

“แค่สองปี เรายังมีเวลาแก้ไขทันนะพาย” โต๊ดกอดปลอบทั้งที่ตัวเองก็หนักใจกับอุปสรรคข้างหน้า

เต็งสะดุ้งตื่นเพราะนาฬิกาปลุก รีบลุกไปห้องน้ำแล้วออกวิ่งไปทางท้ายซอยทันที

แต่พอไปถึงเห็นประตูรั้วบ้านชิดดาวใส่กุญแจแล้ว เต็งผิดหวังพึมพำเซ็งๆ “ไปทำงานเช้าจัง” แล้ววิ่งกลับมาที่บ้านตัวเอง พลันก็ชะงักเมื่อเห็นความวุ่นวายของคนข้างบ้าน

เต็งเห็นหญิงประคองท้องแก่เร่งสามีให้เร็วๆ ตนทนไม่ไหวแล้ว ขณะเดียวกันน้องหนูเด็กสาวก็วิ่งมาเปิดประตูรั้ว พอรถขับออกไป น้องหนูจึงเห็นว่าลืมเอากระเป๋าของใช้ให้คุณผู้หญิงไป คว้ากระเป๋าวิ่งตามออกไปก็ไม่ทันแล้ว เจอแต่เต็งที่ยืนหล่อเท่ระเบิดอยู่ น้องหนูทักเขินๆ เต็งทักว่าไม่เคยเห็นหน้า น้องหนูบอกว่าตนเพิ่งมาอยู่กับ...คุณอา เต็งถามว่าคุณอาไปคลอดหรือ โรงพยาบาลไหน เผื่อตนจะไปเยี่ยม แต่ที่แท้เต็งปิ๊งไอเดียบางอย่างขึ้นมา ยิ้มหล่ออ่อยน้องหนูอย่างเจ้าเล่ห์...

ooooooo

เต็งไปเล่าให้โต๊ดกับพายฟังที่ห้องพักฟื้นโรง- พยาบาลอย่างลิงโลดถึงการแก้ปัญหาให้ลูกของโต๊ดได้กินนมแม่แล้ว พายถามว่าเต็งสนิทกับเขาไหม ตนมาพักที่บ้านเต็งแต่ไม่เคยเห็นหน้าเขาเลย

เต็งบอกว่าเพิ่งเห็นวันนี้แหละ เขาจะไปคลอด เขาเพิ่งมาอยู่ใหม่เวลาเข้าออกไม่ตรงกันเลยไม่เคยเห็นกัน โต๊ดถามว่าแล้วเขาจะยอมแบ่งนมให้ลูกตนหรือ

พายก็ถามว่าเด็กจะยอมกินนมแม่คนอื่นหรือ เต็งคิดว่าเขาคงไม่ยอมให้ดูดจากเต้า แต่ปั๊มเผื่อไม่แน่ แต่ถ้ากินไม่ได้จริงๆ ก็ให้กินนมวัวนมควายแทนแล้วกัน

“แต่พี่เต็งไม่รู้จักกับเขานะ” พายติง

“ทำความรู้จักวันนี้ก็ยังไม่สาย พี่สืบจากหลานสาวเขามาแล้ว เขามาคลอดลูกที่นี่ เดี๋ยวพี่หาวิธีตีซี้เอง”

โต๊ดเตือนพี่ชายที่ชอบทำอะไรเว่อร์ๆ ให้เริ่มจากง่ายๆ เล็กๆก่อน “เออ...ฉันรู้หรอกน่ะ แกคอยตามเช็กแล้วกัน เขาคลอดเมื่อไหร่แกโทร.บอกฉันด้วย”

แม้เต็งจะรับปากแต่โต๊ดก็อดหวั่นใจไม่ได้ พายสีหน้าไม่สบายใจที่จะให้ลูกกินนมคนอื่น

ooooooo

เพราะเมื่อวานถ่ายรายการเก็บไว้ 10 เทป วันนี้ทอยจึงไปหาเวนิสที่บริษัททัวร์ดียิ่งขึ้นทราเวลของพ่อแม่เวนิส บอกพนักงานว่านัดไอ้ตี๋...เอ๊ย เวนิสไว้ พนักงานจึงเชิญไปนั่งรอ

ทอยไปนั่งรอ หยิบโบรชัวร์โปรแกรมทัวร์อ่านฆ่าเวลา อึดใจเดียวก็ได้ยินเสียงป๊ากับม้าของเวนิสโวยมาจากข้างใน ทอยเงยมองเห็นเวนิสเดินอ้าวออกมามีป๊ากับม้าตามมาติดๆ

เวนิสบอกม้ากับป๊าว่าวันนี้ตนไม่ว่างจริงๆ ป๊าถามว่าไหนว่าเมื่อวานถ่ายไว้ 10 เทปแล้วไง

“น้องต้นหลิวเขาไม่ได้มีเวลาว่างให้แกบ่อยๆหรอกนะ” ม้าโวย

พอเวนิสออกมาเจอทอยก็หาทางออกได้ทันที บอกป๊ากับม้าว่า “นี่ทอย แฟนผม”

ทอยมึนแต่พออ้าปากจะด่าก็ถูกเวนิสหยิกที่แก้มก้น กระซิบว่า “เงียบก่อน” ม้าได้ยินเวนิสบอกว่าทอยเป็นแฟนก็สะอึกกึก บอกให้พูดอีกทีซิ เวนิสพูดช้าๆชัดๆว่า

“นี่แฟนผมครับ ชื่อทอย”

“คนอะไรชื่อหอย?”

“ทอย ไม่ใช่หอยม้า”

ป๊าถามว่าแฟนหรือเพื่อนเอาให้แน่ เวนิสยืนยันว่าแฟน ทอยหยิกก้นเวนิสคืนบ้าง เขาเจ็บแต่กลั้นไว้บอกป๊ากับม้าว่า ตนต้องรีบไปแล้ว เขากระชากแขนทอยลากไปเลย แต่ม้าไม่ยอม ตามไปจนถึงหน้าบริษัทบอกว่าม้าไม่ยอมให้ไปไหน

เวนิสตกใจบอกทอยให้ส่งกุญแจมาเร็ว ทอยตกกระไดพลอยโจนโยนกุญแจมอเตอร์ไซค์ให้ เอาหมวกกันน็อกครอบหัวเวนิสหมับจนคอย่น ป๊ากับม้าตามออกมาก็เห็นทั้งสองซ้อนรถตะบึงไปแล้ว

ฝ่ายเต็งรีบไปที่งามพิศ เนิร์สเซอรี่เพื่อจะคุยกับชิดดาวอีก ด้อมๆมองๆ กลัวเจองามพิศจะลากไปคุยยาว เห็นลูกกวาดกำลังรดน้ำต้นไม้ก็เข้าไปทัก ถามว่าเป็นเพื่อนทอยใช่ไหม เต็งพยายามที่จะให้ลูกกวาดช่วยตามชิดดาวให้ ลูกกวาดรู้ทันว่าเต็งคิดอะไร บอกว่าชิดดาวโทร.มาลาหยุด ร้องไห้ด้วย

เต็งตกใจเป็นห่วง แต่พอมองเข้าไปข้างในก็รีบหลบหลังต้นไม้เพราะเห็นงามพิศเดินมาบอกลูกกวาดว่าน้องซูชิตื่นแล้ว ลูกกวาดรีบไปดูน้อง เต็งเบียดหลบงามพิศจนตัวแทบแทรกเข้าไปในต้นไม้ แล้วก็โล่งอกเมื่องามพิศเดินกลับ ก็พอดีโต๊ดโทร.มาบอกว่าคุณหญิงข้างบ้านคลอดแล้ว เต็งบอกว่าจะไปเดี๋ยวนี้เลย

เต็งไปถึงห้องอนุบาลเด็กอ่อนเห็นคุณชายข้างบ้านกำลังยืนดูลูกตัวเองอยู่ก็กระแซะเข้าไปทักยิ้มหวานให้ คุณชายยิ้มตอบตามมารยาทแล้วขยับออกห่าง โต๊ดแอบดูอยู่อยากรู้ผลโทร.เข้ามือถือเต็ง เต็งบอกว่าตนยิ้มให้แต่เขาคงจำตนไม่ได้ ต้องคิดแผนใหม่

โต๊ดกลัวใจพี่ชายบอกว่าคิดเล็กๆเบาๆ อย่าคิดอ้อมโลก ถูกเต็งตวาดให้หุบปาก เดี๋ยวเขาก็ไปพอดี แล้วหายใจลึกๆตั้งหลัก แล้วเดินเข้าไปใกล้คุณชายใหม่ จู่ๆก็ร้องไห้โฮออกมาจนคุณชายตกใจหันมอง

“เอาแล้ว...พี่ชายกู...” โต๊ดเอามือกุมหน้ากลุ้มใจลีลาเว่อร์ของพี่ชาย...

เต็งกลับไปบอกพายกับโต๊ดว่า ตอนนี้คุณชายรู้แล้วว่าเราเป็นเพื่อนบ้านและตนก็ต้องรับผิดชอบเลี้ยงหลานที่พ่อแม่มันสนุกกันแล้วไม่รับผิดชอบโยนขี้ให้คนอื่น เต็งด่าจนสองคนหน้าจ๋อย

ขณะนั้นเองมีโทรศัพท์เข้ามือถือของเต็ง พายกับโต๊ดดีใจนึกว่าคุณชายโทร.มาแล้ว แต่กลายเป็นสาย จากชิดดาว เต็งดีใจมาก จนโต๊ดกับพายสงสัยว่าใครโทร.มาถึงได้ดีใจจนเนื้อเต้นขนาดนี้

ชิดดาวขอโทษเต็งที่วันนี้ยุ่งทั้งวัน ถามว่าโทร.มามีอะไรให้ช่วยหรือ เต็งตื่นเต้นไม่รู้จะเริ่มคุยยังไงเลยบอกว่าบ้านเราอยู่ใกล้กันมาก แล้วบอกว่าอยากจะให้เธอช่วยเลือกของใช้เด็กอ่อน ชิดดาวยินดีเชิญเขามากินข้าวที่บ้านแล้วจะแนะนำให้ ถามว่าอยากกินอะไรพิเศษไหม?

เต็งวิ่งกลับไปคว้าโบรชัวร์ทั้งหมดที่พายกำลังดูอยู่บอกว่ายืมหน่อยแล้ววิ่งออกไปเลย โต๊ดบอกว่าเรากำลังเลือกกันอยู่ เต็งตะโกนว่า “เดี๋ยวฉันเลือกให้เอง” แล้ววิ่งไปเลย

พายถามโต๊ดว่าแน่ใจหรือว่าจะฝากลูกให้พี่ชายเขาเลี้ยงได้ โต๊ดหน้าจ๋อยบอกว่าเราไม่มีทางเลือกแล้ว...

ooooooo