เพลิงพระนาง ตอนที่ 17 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เพลิงพระนาง ตอนที่ 17


8 เม.ย. 2560 07:30
3,253,210 ครั้ง

เพลิงพระนาง ตอนที่ 17

อ่านเรื่องย่อ

เพลิงพระนาง

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า-พีเรียด

บทประพันธ์โดย:

คม-แรเงา

บทโทรทัศน์โดย:

ภาคย์รพี

กำกับการแสดงโดย:

ธีระศักดิ์ พรหมเงิน

ผลิตโดย:

บริษัท กันตนา มูฟวี่ ทาวน์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง7

นักแสดงนำ:

พัชราภา ไชยเชื้อ, จีรนันท์ มะโนแจ่ม, เคลลี่ ธนะพัฒน์

อนัญทิพย์ ปิ่นมณี และเรณุมาศเข้ามาภายในห้อง เรณุมาศกราบปลายเท้าของเมืองคุ้มที่นอนซมแต่ยังครองสติได้ ปิ่นมณีมองน้องไม่ค่อยเห็นด้วยกับการกระทำนั้น ขณะที่อนัญทิพย์ปราดเข้าไปข้างเตียงถามร้อนรนว่า

“เจ้าพี่เป็นอย่างใดบ้างเจ้าคะ”

“เจ้าทิพย์น้องพี่”

อนัญทิพย์จับมือเมืองคุ้ม ความรู้สึกรักยังอยู่เต็มเปี่ยม ให้กำลังใจเขาว่า

“โอสถของพ่อข้าจะทำให้เจ้าพี่กลับมาแข็งแรงเยี่ยงเดิม”

“ข้าก็หมายใจเช่นนั้น”

“หากเป็นเยี่ยงนั้น ข้าก็หมายใจว่าเจ้าพ่อจะเมตตาแม่ข้ากับข้าสองคนบ้าง” ปิ่นมณีพูดโพล่งขึ้นมา เรณุมาศรู้ว่าไม่ควรจึงปรามพี่สาวเบาๆ แต่ปิ่นมณีกลับยิ่งพูดจาไม่น่าฟัง

“หรือเจ้าว่าไม่จริงเล่าเรณุมาศ เจ้าพ่อรักแต่ลูกเมียทางนี้”

เป็นจังหวะที่สำเภางาม เสกขร ทองพญา เข้ามาพอดี ทุกคนหยุดยืนฟังปิ่นมณี

“นี่ถ้าเจ้าแม่ไม่เอาโอสถของเจ้าตาให้เจ้าพ่อเสวย มีหรือที่เจ้าพ่อประชวร...”

“หยุดได้แล้วปิ่นมณี” สำเภางามแทรกขึ้นจน

ปิ่นมณีชะงัก ชำเลืองมองไม่พอใจ

“ไม่ต้องขอคำมั่นจากเจ้าหลวงดอก เกียรติของพระมหาเทวีเจ้าคุ้มหัวทุกคนในเมืองทิพย์ ข้าตรัสแล้วหาคืนคำไม่” เสกขรยืนยันคำพูด เมืองคุ้มแปลกใจไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“ขอบใจเสกขร...ขอบใจที่ยังรู้คิด รู้ว่าการใดควรไม่ควร”

“เจ้าทิพย์...รู้จักยำเกรงพระทัยพระมหาเทวีเจ้าบ้าง อย่าคิดตีตัวเสมอพระนางเจ้า”

อนัญทิพย์ยืนขึ้นหันมาเผชิญหน้าสำเภางาม เถียงว่า “ข้าพูดความจริง หรือว่าพระพันปีทรงฟังไม่ได้ ตรองดูสิเจ้าคะ เจ้าพี่เปลี่ยนหมอหลวงมากี่คน เปลี่ยนโอสถมากี่ขนานแล้วพระอาการก็หาดีขึ้นไม่...พระพันปีพระเนตรบอดหรือว่าแสร้งทำมองไม่เห็น”

สำเภางามโกรธกำมือแน่น เสกขรอึ้งไป อนัญทิพย์นั่งลงอย่างเดิม จับมือเมืองคุ้มมาแนบแก้มตัวเอง คร่ำครวญเสียงสั่นเครือ

“หากข้าต้องสละโลหิตหรือถูกควักหัวใจมาปรุงโอสถให้เจ้าพี่ ข้าก็ยอม ข้ารักเจ้าพี่ แล้วก็หมายใจว่าเจ้าพี่ยังมีเยื่อใยต่อข้าบ้าง วันนี้ข้าขอทูลลาก่อน วันพรุ่งข้าจะมาหาเจ้าพี่ใหม่...ปิ่นมณี เรณุมาศ มากราบเจ้าพ่อใกล้ๆสิ”

ปิ่นมณียิ้มมุมปาก ปรายตามองเสกขรกับสำเภางามแล้วเข้าไปหาพ่อ เรณุมาศตามมาติดๆ สองคนกราบเมืองคุ้มและบอกรักเจ้าพ่อเป็นเสียงเดียวกัน

เมืองคุ้มยิ้มบางๆอย่างสุขใจ แต่สำเภางามทนดูละครฉากใหญ่ไม่ไหวเดินออกจากห้องไป ครองภพรออยู่หน้าห้องรีบถามทันที

“เจ้าย่า...พวกมันหยาบหยามพระมหาเทวีเจ้าหรือไม่เจ้าข้า บอกข้าสิ ข้าจะฆ่าพวกมันเอง”

อนัญทิพย์ก้าวออกมาจากห้องใน ปิ่นมณีกับเรณุมาศตามมา ทุกคนได้ยินคำพูดนั้นของครองภพชัดเจน อนัญทิพย์ไม่พอใจสวนไปทันควัน

“เก็บปากเจ้าไว้ไอ้ครองภพ กระดูกยังอ่อนนัก ดูแลชีวิตเจ้ากับแม่เจ้าให้รอดก่อนเถิด”

ครองภพฮึดฮัดแต่ก็สะกดอารมณ์ไว้ สำเภางามกำราบอนัญทิพย์อย่างรู้ทัน

“ออกมาก็ดีแล้ว คิดการชั่วอันใดไว้อย่าหมายว่าไม่มีผู้ใดรู้...รู้ไว้ด้วย ข้ามศพข้าไปก่อน”

“อย่างนั้นรึเจ้าคะ”

อนัญทิพย์กระแทกเสียงแล้วเชิดหน้าเดินออกไป ปิ่นมณีมองหน้าครองภพไม่พอใจ ก่อนยกมือไหว้สำเภา-งามทั้งที่ไม่เต็มใจแล้วก้าวตามแม่ เรณุมาศน้ำตาคลอ เอ่ยปากกับสำเภางามว่า

“เจ้าย่า...ข้าหาคิดเยี่ยงนั้น”

ปิ่นมณีโกรธหันกลับมาเรียกน้องเสียงดัง

“เรณุมาศ...มานี่”

เรณุมาศไม่ต้องการให้เรื่องบานปลาย รีบไหว้สำเภางามแล้วตามปิ่นมณีออกไป ครองภพมองตาม ไม่พอใจอย่างมาก...

ภายในห้อง แสงตาทหารคนสนิทประคอง

เมืองคุ้มให้นั่งพิงหัวเตียง เสกขรกับทองพญายังเฝ้าอยู่ใกล้ชิดติดข้างเตียง

เสกขรบอกกล่าวเมืองคุ้มว่า “หากเจ้าพี่หาย...เจ้าทิพย์ขอเพียงได้มาเข้าเฝ้าเจ้าพี่ทุกวัน เจ้าพี่คงไม่ว่ากระไรนะเจ้าคะ”

“สุดแท้แต่เจ้าเถิด ตราบใดที่พญามัจจุราชยังเมตตาพี่ พี่ก็ไม่ขอเอ่ยคำใดๆเลย”

“เจ้าพ่อต้องหายเจ้าค่ะ ข้าสวดมนต์ขอพรพระเจ้าตนหลวงและผีหลวงเมืองทิพย์ให้เจ้าพ่อทุกคืนเจ้าค่ะ”

ทองพญาพูดแล้วก้มหน้าน้ำตาร่วง เสกขรจับมือเมืองคุ้มกุมไว้ด้วยรักและเป็นห่วง กลั้นน้ำตาให้กำลังใจเขาว่า

“เจ้าพี่ต้องหาย ต้องเป็นฉัตรแก้วปกปักคุ้มหัวทุกคนในเมืองทิพย์ต่อไปเจ้าค่ะ ข้าเชื่อเช่นนั้น”

ooooooo

หลังจากทำให้สองแม่ลูกแยกจากกันแล้ว ท้าววงษารีบส่งข่าวมาทางบัวไหลว่าตนจะพาม่านฟ้ามาถึงเมืองทิพย์ค่ำนี้ อนัญทิพย์รู้เข้าก็พอใจมาก สั่งบัวไหลไปบอกท้าววงษาให้นำม่านฟ้าไว้ที่เรือนก่อน อย่าเพิ่งให้เข้ามาในเขตพระราชฐานชั้นในเพราะกลศึกของตนยังไม่สำเร็จ

“กลศึกอันใดหรือเจ้าคะ”

“ข้าต้องกำจัดเสี้ยนหนามให้สิ้นเสียก่อน เอ็งช่วยนำความนี้ไปบอกขุนเวียงให้ข้าด้วย”

บัวไหลขยับเข้ามาใกล้ฟังอนัญทิพย์บอกเล่าแผนการ หลังจากนั้นก็ไปบอกต่อขุนเวียง พอตกค่ำขุนเวียงจึงไปปรากฏตัวที่คุ้มของตองนวล แต่งเรื่องตามแผนของอนัญทิพย์อย่างแนบเนียน แต่ตองนวลฟังแล้วย้อนถามอย่างไม่วางใจ

“ข้ากับลูกจะเชื่อท่านขุนเวียงได้อย่างใด”

“ข้าขอเอาเกียรติยศเป็นประกัน ขอเอาชีวิตสังเวยผีหลวงแห่งเมืองทิพย์ หากคำใดที่ข้าพระบาทพูดไปเป็นเท็จก็ขอให้ข้าพระบาทตายด้วยคมหอกคมดาบในสามวันเจ็ดวัน”

ตองแปงฟังอยู่ด้วย ท้วงว่าก่อนหน้านี้ขุนเวียงไม่เคยมีไมตรีต่อตนและแม่...ตองนวลเห็นด้วย พูดโพล่งว่า

“ใช่...ข้าเห็นขุนเวียงกับท้าววงษาทำตัวเยี่ยงตัวเรือดที่แฝงอยู่ในผ้าซิ่นอีทิพย์มาตลอด”

“ข้าพระบาททำทุกอย่างตามกลศึกของพระมหาเทวีเจ้ากับเจ้าสำเภางามพระเจ้าข้า”

“เจ้าว่าอย่างใดนะ”

“การจะล่วงรู้ว่าเจ้านางอนัญทิพย์คิดการอันใดอยู่จำต้องอ่อนน้อมยอมเป็นพวก”

“แล้วแน่ใจรึว่าอีทิพย์มันคิดชั่ว”

“เป็นแม่นมั่นพระเจ้าข้า เจ้านางอนัญทิพย์มักใหญ่ใฝ่สูง หมายจะเอาตั่งทองเป็นของตน ทั้งที่ตั่งทองควรเป็นของเจ้าตองแปงแต่เพียงผู้เดียวพระเจ้าข้า”

“หากเป็นเยี่ยงที่ขุนเวียงพูด วันที่ข้าได้เป็นเจ้าหลวง ข้าจะบำเหน็จรางวัลท่านขุนเวียงอย่างงามเลย”

“ข้าพระบาทมิได้ต้องการอันใด นอกจากเห็นความยุติธรรมบังเกิดในเมืองทิพย์ แผ่นดินที่ข้ารักเท่านั้นพระเจ้าข้า”

ขุนเวียงแสร้งจงรักภักดีต่อสองแม่ลูกแต่ซ่อนยิ้มเจ้าเล่ห์เอาไว้ ตองนวลเชื่อสนิท คิดการณ์ล่วงหน้าแล้วว่าตองแปงต้องได้นั่งบัลลังก์

ooooooo

ค่ำคืนเดียวกัน ริมบึงไม่ยอมให้ครองภพออกจากคุ้มเพราะสถานการณ์บ้านเมืองไม่น่าวางใจ อาจมีผู้ใดก่อขบถแล้วโยนความผิดมาให้ เช่นเดียวกับสำเภางามกับเครือออนก็ไม่อยากให้คะนองออกลาดตระเวน แต่ยอมให้ปะแดงไปกับขุนห่มฟ้าและขุนแสงเมือง

“ไยข้าต้องอยู่ด้วยเจ้าแม่”

“หากเจ้าหลวงสิ้น ยังมีอุปราชหอหน้า แต่ถ้าสิ้นทั้งสองคนจะเอาน้ำที่ใดดับไฟให้เมืองทิพย์เล่า”

ฟังเหตุผลของแม่แล้วคะนองจำใจยอมรับ ส่วนปะแดงออกไปตรวจตราที่หน้าประตูเมืองพร้อมขุนห่มฟ้าและขุนแสงเมือง โดยมีทหารรักษาการณ์อยู่มากมาย

ท้าววงษาและคณะขี่ม้ามาถึง ม่านฟ้าแต่งตัวกลมกลืนปะปนอยู่ในหมู่ทหาร แสงสลัวยามค่ำคืนทำให้พวกปะแดงไม่ทันสังเกต แต่ดักหน้าผู้นำคณะไว้ ก่อนจะรู้ว่าเขาผู้นั้นคือท้าววงษานั่นเอง

“ท้าววงษาไปที่ใดมารึ พระราชพิธีรับพระขวัญเจ้าหลวงก็หาได้เข้าเฝ้าในหอคำไม่ ท่านก็เป็นขุนนางผู้ใหญ่ มิรู้จารีตเวียงวังรึ”

“ข้าไปราชการทำคุณให้เมืองทิพย์มา”

“ราชการอันใด นี่น่ะเจ้าปะแดง พระโอรสอุปราชหอหน้า ท้าววงษาหาควรสำแดงกิริยาเยี่ยงนี้ไม่”

“ช่างเถิดขุนห่มฟ้า...กิริยามันส่อสันดาน...ข้าหาถือสาไม่”

ท้าววงษามองปะแดงไม่พอใจ สั่งพวกเขาหลีกไป ไม่เช่นนั้นตนจะสั่งทหารจับในข้อหาเป็นขบถศึก

“หากคิดจะแย่งชิงตั่งทองด้วยหมายใจว่าเป็นอุปราชหอหน้าก็ตรองให้ดีก่อน คิดว่าข้าไม่รู้ทันรึ”

ปะแดงโมโหแทนพ่อ ตวาดใส่ท้าววงษาว่าตนกับพ่อไม่เคยคิดเช่นนั้น

“หากไม่คิด เจ้าหลวงจะใช้ข้าไปทำการนี้รึ...หลีกไป”

ปะแดงอึ้ง ไม่รู้ว่าท้าววงษาพูดเรื่องอะไร แต่ก็ชักม้าหลีกทางให้ท้าววงษากับคณะ ขุนแสงเมืองรู้สึกไม่ชอบมาพากลจึงแอบไปพบครองภพที่คุ้ม เล่าเรื่องท้าววงษากลับมา ตอนนี้ปะแดงกับขุนห่มฟ้านำทหารกลุ่มหนึ่งไปซุ่มดู

แน่นอนว่าครองภพไม่เคยไว้ใจท้าววงษาจึงอยากออกไปดูให้เห็นกับตา แต่ริมบึงล่วงรู้และไม่ยอมท่าเดียว ไล่แสงเมืองกลับไปอารักขาเจ้าหลวง เสกขร และทองพญา

ส่วนที่คุ้มตองนวล หลังฟังเรื่องราวจากขุนเวียงแล้ว ตองนวลก็ให้เฟืองส่งข่าวไปยังเจ้าฟ้าเมืองมีดให้ส่งทหารมาฆ่าคะนองกับปะแดงโดยเร็ว คนต่อไปก็คือครองภพ แล้วตองแปงลูกของตนจะได้ครองเมือง...

ถึงเรือนท้าววงษา ม่านฟ้าอดบ่นไม่ได้ว่าการมาครั้งนี้เหมือนตนเป็นเชลยของท้าววงษา

“อย่ารับสั่งเยี่ยงนั้นเลยพระเจ้าข้า หาเป็นเยี่ยงที่พระองค์รับสั่งไม่”

“แล้วเหตุใดจึงพาข้ามาที่เรือนของท่าน ข้าต้องการเฝ้าเจ้าพ่อของข้า หาใช่ที่นี่...ข้าจะกลับ”

“เพลานี้แผ่นดินร้อนเป็นไฟ หากคิดว่าจะเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่เมืองทิพย์ ข้าพระบาทก็หาห้ามพระองค์ได้ไม่...อยู่ที่คุ้มข้าให้สำราญก่อนเถิด มีหมายรับสั่งให้เข้าเฝ้าเมื่อใดค่อยเข้าเฝ้าพร้อมกัน”

“ข้าไม่เชื่อท่านดอก” ม่านฟ้าจะเดินออกไป แต่เรือนแก้วเข้ามาทรุดตัวลงก้มกราบแทบเท้าแล้วเงยหน้าขึ้น

“พ่อข้าเจ้าเป็นขุนนางผู้ใหญ่ รู้การทุกอย่างในเมืองทิพย์ เจ้าม่านฟ้าทรงเชื่อพ่อข้าเจ้าเถิด ข้าเจ้ารับรองว่าพ่อของข้ามีเจตนาดีต่อเจ้าม่านฟ้ายิ่งกว่าผู้ใด”

หญิงสาวยิ้มอ่อนหวาน ท้าววงษาแนะนำว่าเรือนแก้วคือลูกสาวของตน เรือนแก้วรู้งานได้ดังใจพ่อ แกล้งลุกขึ้นซวนเซจนได้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงของม่านฟ้า ก่อนที่นางจะพาเขาไปยังห้องพักช่วยจัดที่นอน เสร็จแล้วกลับออกมาคุยซุบซิบกับพ่อ

ท้าววงษาชื่นชมลูกสาวและให้ความหวังสมดังความมักใหญ่ใฝ่สูงของเรือนแก้วว่าทำดีแล้ว ต้องทำให้เจ้าม่านฟ้าหลงรักลูกให้มากที่สุด แล้ววันหนึ่งลูกจะได้เป็นพระมหาเทวีเจ้า

ooooooo

สำเภางามโกรธมากเมื่อรู้ว่าท้าววงษายัดเยียดให้ปะแดงกับคะนองเป็นขบถ สองพ่อลูกเสียใจ ประกาศว่าพร้อมตายเพื่อปกป้องเมืองทิพย์ เครือออนห้ามอย่างไรก็ไม่ฟัง

ทุกคนเชื่อว่าเมืองคุ้มไม่ได้สั่งให้ท้าววงษาไปทำการใด แต่ที่ท้าววงษาพูดนั้นเป็นแค่ข้อกล่าวอ้าง จึงคิดเหมือนกันว่าต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากล

บัวไหลรู้เห็นว่าเฟืองส่งสารไปเมืองมีด ทำให้อนัญทิพย์แน่ใจว่ากลศึกของตนสำเร็จ อีกไม่ช้าเจ้าฟ้าเมืองมีดต้องส่งคนมากำจัดเสี้ยนหนามให้ตองแปงหลานของตนได้นั่งเมือง ปิ่นมณีเข้าใจในแผนการของแม่ทันที

“เท่ากับว่าเจ้าแม่ยืมมือศัตรูฆ่ากันเอง หากมันตายหมด จักเป็นอย่างใด”

“จักเป็นอย่างใดเล่าปิ่นมณีลูกรัก ตั่งทองก็ต้องตกเป็นของแม่น่ะสิ”

“แล้วเจ้าพ่อเล่า”

“แม่ทำให้พ่อเจ้าแข็งแรงได้ แม่ก็ทำให้อ่อนแอได้... เราไม่มีวันพ่ายมันดอก เชื่อแม่เถิด แต่ลูกฟังนะ ถึงแม่จะทำการนี้สำเร็จแม่ก็จะไม่นั่งเมืองดอก”

“เจ้าแม่จะยกตั่งทองให้ผู้ใดเล่าเจ้าคะ”

คำตอบคือเจ้าม่านฟ้า...ปิ่นมณีได้ฟังถึงกับยิ้มกว้างด้วยความปีติยินดี

“แม่เลือกม่านฟ้าเพราะเป็นสายเลือดเจ้าพ่อของเจ้า แม้นเลือดข้างแม่ของเจ้าม่านฟ้าจักต่ำต้อยเป็นเพียงหญิงชาวบ้าน แต่ก็ดีกว่าให้ไอ้ครองภพ ลูกอีข้าไทไพร่ราบกับไอ้ตองแปง ลูกอีเชลยจากหัวเมืองขึ้นนั่งเมือง แม่บอกตรงๆว่าแม่กราบตีนมันไม่ลง”

“แล้วเพลานี้เจ้าพี่ม่านฟ้าอยู่ที่ใดเล่าเจ้าคะ”

“อยู่ในเมืองทิพย์แล้ว แต่แม่จำต้องอำพรางไว้ก่อน ศัตรูของเราตายหมด ลูกแม่จะได้เป็นพระมหาเทวีเจ้าของเมืองทิพย์”

“เจ้าแม่...ข้ารักเจ้าแม่ที่สุด ข้าอยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆเหลือเกินเจ้าค่ะ” ปิ่นมณีสวมกอดแม่ แต่แล้วนึกได้ถามแม่ว่า “แล้วอีทองพญาเล่าเจ้าคะ อีทองพญามันเป็นพระนางหน่อเจ้าหลวง ตามกฎมณเฑียรบาลตราไว้ชัดเจนว่าเจ้าหลวงจักต้องอภิเษกกับพระนางหน่อเจ้าหลวง แล้วแต่งตั้งเป็นพระมหาเทวีเจ้า เจ้าแม่ลืมกฎมณเฑียรบาลข้อนี้ไปแล้วรึเจ้าคะ”

“หากถึงเพลานั้น ลูกแม่ก็มีอำนาจอยู่เต็มมือ จักปล่อยมันไว้ให้เป็นเสี้ยนตำใจก็ตามใจเจ้าสิ”

“ข้าจะสั่งตัดหัวมันทันทีที่ข้าได้นั่งตั่งทองเป็นพระมหาเทวีเจ้า”

อนัญทิพย์พอใจในคำตอบของลูก ย้ำว่า “มีอำนาจก็เท่ากับมีบารมี มีบารมีก็มีคนพร้อมจะตายแทนเรา ลูกต้องทำทุกอย่างเพื่ออำนาจยั่งยืนอยู่กับตัวชั่วชีวิตและชั่วสายโลหิตของเจ้า จำไว้นะปิ่นมณี”

“ข้าจะจำไว้เจ้าค่ะ”

เรณุมาศแอบฟัง หน้าเศร้าไม่เห็นด้วยกับแม่และพี่สาว ปิ่นมณีเห็นน้องนานแล้วแต่อดใจไม่เอาเรื่อง รอจนกระทั่งอนัญทิพย์นั่งเสลี่ยงไปคุ้มหลวงแล้ว

ใช้ช่วงเวลานี้ข่มขู่เล่นงานเรณุมาศ

“ข้าเชื่อว่าเจ้าได้ยินที่เจ้าแม่รับสั่งหมดแล้ว หาไม่แล้วคงไม่นั่งร้องไห้น้ำตาพรั่งพรูเยี่ยงนี้ดอก หามีผู้ใดตายสักหน่อย หรือว่ากลัวไอ้ตองแปงตาย มีใจให้ไอ้ตองแปงใช่หรือไม่ อยากเป็นเมียมันใช่หรือไม่เรณุมาศ”

“ข้าขอร้องล่ะเจ้าพี่ อย่าให้เลือดนองแผ่นดินเมืองทิพย์เลย ข้าไม่อยากเห็นเมืองทิพย์ต้องเป็นทุกข์ไปมากกว่านี้ เพียงเจ้าพ่อประชวร ทุกคนในเมืองทิพย์ก็หามีความสุขไม่แล้ว”

“ผู้ใดสอนให้เจ้าพูดเยี่ยงนี้ เจ้าเป็นลูกของเจ้าแม่หรือไม่ ถึงไม่รู้สึกรู้สาเลยว่าพวกมันทำอันใดไว้กับเจ้าแม่บ้าง พวกมันทำระยำหยาบร้ายกับเจ้าแม่อย่างใด เจ้าไม่สำเหนียกเลยรึว่าพวกมันเป็นศัตรูกับเรา ถ้าเจ้าไม่เปลี่ยนความคิด ระวังเถิดข้าจะกุดหัวเจ้าด้วย อีน้องนอกไส้”

ปิ่นมณีดุด่าจนสาแก่ใจก็หันกลับออกไป ทิ้งให้เรณุมาศร่ำไห้สะอึกสะอื้นอย่างอัดอั้น

ooooooo

อนัญทิพย์สะใจที่แผนของตนสำเร็จ จึงมาที่คุ้มหลวงแล้วมีปัญหากับคะนองและปะแดง อนัญทิพย์ใช้มารยาสร้างเรื่องให้เมืองคุ้มเข้าใจว่าคะนองเป็นขบถ เมืองคุ้มหูเบาไล่คะนองกับปะแดงออกไปพ้นหน้า ท่ามกลางความตกตะลึงของเสกขรกับทองพญา

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้สำเภางามไม่ไว้ใจใคร สั่งให้เสกขรอยู่กับเมืองคุ้ม ส่วนตนขอปกป้องตั่งทองอยู่ที่หอคำ ริมบึงกับครองภพถูกตามตัวมาที่คุ้มหลวง เสกขรเล่าเรื่องที่อนัญทิพย์กล่าวหาคะนองกับปะแดงเป็นขบถทำใหครองภพโกรธมาก พร้อมกันนั้นอนัญทิพย์ดำเนินแผนการชั่วร้ายต่อไปโดยให้ขุนเวียงบอกตองนวลว่าตองแปงไม่มีสิทธิ์ขึ้นนั่งบัลลังก์ตั่งทอง เพราะคะนองต้องการยึดอำนาจ

ตองนวลเคียดแค้น สั่งเฟืองส่งสารเร่งไปทางเมืองมีดให้รีบส่งคนมา เจ้าฟ้าเมืองมีดจึงใช้ทหารรับจ้างมาปิดล้อมเมืองทิพย์ ตองนวลยุยงให้ตองแปงออกมารวมกลุ่มแล้วลอบฆ่าคะนอง เป็นเวลาที่ม่านฟ้าดึงดันออกมาจากเรือนของท้าววงษาและเข้าช่วยทหารเมืองทิพย์ต่อตีกับทหารรับจ้าง

ในคืนนั้นตองแปงลอบยิงคะนองบาดเจ็บ ม่านฟ้ารวบตัวทหารรับจ้างคนหนึ่งได้ คาดคั้นจนรู้ว่าเจ้าฟ้าเมืองมีดจ้างพวกมันมา

เสียงกลองศึกทำให้เมืองคุ้มที่กำลังป่วยไข้ต้องยันกายลุกขึ้นเพื่อจะออกไปต่อสู้ แต่เสกขรกับทองพญาไม่ยินยอม ส่วนพวกอนัญทิพย์รู้ทางหนีทีไล่ รีบไปรวมตัวกันที่คุ้มหลวงเพื่อความปลอดภัย ปิ่นมณีจะขังเรณุมาศไว้ในคุ้ม แต่อนัญทิพย์ไม่ยอม ดุปิ่นมณีว่าแม้จะชิงชังเรณุมาศเพียงใด แต่นางก็เป็นน้องแท้ๆ

กลุ่มของอนัญทิพย์รีบร้อนมาถึงคุ้มหลวง บอก เสกขรว่าพวกตนหนีร้อนมาพึ่งเย็น หวั่นใจว่าทัพศัตรูจะเข้าเมืองทิพย์ได้ หากต้องตายตนขอตายข้างเมืองคุ้ม

“แต่ถ้าศัตรูเข้ามาถึงคุ้มหลวง ทุกคนที่นี่ก็พร้อมจับดาบจับปืนสู้ หาได้ยอมตายดอกเจ้าทิพย์น้องพี่”

“แม่ข้ายังไม่ได้พูดเลยว่าจะไม่สู้ พระมหาเทวีเจ้าอย่าแจ้งใจไปเอง หาควรไม่”

เก็ตถวากับแก้วอากาศที่ตามติดอนัญทิพย์มาด้วยนั่งลงยกไหว้เสกขร พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าตนรบไม่เป็น เกิดมาไม่เคยจับดาบจับปืนสักครั้ง ตอนอยู่บ้านเกิดเมืองนอนก็มีแต่ความสุขสบาย มาอยู่เมืองทิพย์ก็สุขสบายไม่น้อยกว่ากัน

“หากจำเป็นก็ต้องต่อตีกับพวกมัน เกิดมาแล้วก็ตาย หากตายเพื่อปกป้องบ้านเมืองจักเป็นอันใดเล่า” เสกขรกล่าวหนักแน่น

ทองพญาเพิ่งสังเกตเห็นขุนเวียง ถามว่าทำไมไม่บัญชาการรบอยู่ที่หน้าเมือง ขุนเวียงอึกอัก ปิ่นมณีกลัวเสียแผนชิงตอบเสียเองว่า

“คนออกรบก็รบไปสิ ท่านขุนเวียงดูแลทุกข์สุขของเจ้านายฝ่ายในผิดด้วยรึ ความจริงแล้วหน้าที่นี้ต้องเป็นหน้าที่ของพระนางหน่อเจ้าหลวง แต่นี่พอเกิดศึกกลับสำราญกายสำราญใจในคุ้มหลวง เยี่ยงนี้แล้วผู้ใดเล่าที่เป็นคนผิด”

ริมบึงไม่พอใจก้าวมายืนตรงน้าปิ่นมณี สั่งให้หยุดก้าวร้าวพระนางหน่อเจ้าหลวง ปิ่นมณีเชิดหน้าบอกว่าตนไม่ได้ก้าวร้าว แต่พูดความจริง

แสงตา ทหารคนสนิทของเมืองคุ้มก้าวออกมาจากในห้อง บอกทุกคนว่าเจ้าหลวงบรรทม อย่าให้ทรงตื่นมารับรู้เรื่องร้ายๆเลย อนัญทิพย์ตวัดสายตามองแสงตาอย่างไม่พอใจแล้วเดินไปนั่งคอแข็งบนตั่งที่ว่างอยู่

“แสงตา...กลับไปอยู่ข้างตั่งนอนของเจ้าหลวง หับดาลประตูเสีย ห้ามผู้ใดเข้าออก คุ้มนี้ยังมีห้องอีกมาก อุ่น เอื้อง นำเจ้านางอนัญทิพย์กับเจ้านางปิ่นมณีไปพัก ทองพญาให้เรณุมาศอยู่กับลูกสักคืนนะ”

ทุกคนที่ได้รับมอบหมายหน้าที่รับคำทำตามคำสั่งของเสกขรโดยดี

ooooooo

ตองแปงยิงคะนองแล้วหนีกลับมาที่คุ้มด้วยท่าทีลนลานหวาดกลัว ตองนวลสะใจแต่อยากรู้ว่าคะนองตายหรือไม่ จึงให้เฟืองออกไปสอดแนม

ส่วนพวกปะแดงพากันกลับมายังคุ้มหลวง เสกขรดีใจที่ทัพเมืองทิพย์ได้รับชัยชนะ แต่พอรู้ว่าคะนองถูกยิงบาดเจ็บก็เร่งปะแดงกลับไปดูแลพ่อและให้ไปตามสำเภางามที่หอคำด้วย พรุ่งนี้ตนจะตามไปเยี่ยม

หลังจากนั้นเสกขรให้ทหารไปล้อมคุ้มของตองนวลเพื่อทำการสอบสวนเรื่องทหารรับจ้างที่สารภาพว่าเจ้าฟ้าเมืองมีดเป็นคนจ้าง แต่ตองนวลไหวตัวเร่งให้ตองแปงหนีไปเมืองมีดทันเวลา ทหารของเสกขรมาถึงจึงพบแต่ตองนวลกับเฟืองเท่านั้น

สำเภางามไม่เป็นอันหลับอันนอนเพราะเป็นห่วงคะนองที่เสียเลือดมากจากการผ่ากระสุนออกและยังไม่รู้สึกตัว ส่วนลูกเมียของคะนองก็เฝ้าอยู่ไม่ห่าง สำเภางามอยากรู้ว่าใครเป็นคนส่งทัพทหารรับจ้างมา ปะแดงบอกว่าม่านฟ้าคาดคั้นจนมันยอมบอกว่าเมืองมีด

“ม่านฟ้า...ไยเจ้าม่านฟ้าไม่อยู่เมืองท่าคอยเล่า”

“ข้าก็หาทราบไม่พระเจ้าข้า”

“มันคลุมเครือ ชวนสับสนนัก...เครือออน เจ้าจะร้องไห้ไปไย น้ำตาเจ้าจะแช่งผัวให้ตายเร็ว ข้าเคยบอกเจ้าแล้วมิใช่รึ เป็นเมียนักรบก็ต้องเตรียมใจไว้ หารู้ไม่ว่าจะเป็นม่ายวันใด”

“เมื่อใดที่เจ้าพี่รู้สึกตัว ข้าจะบอกเจ้าพี่ให้ละทุกอย่าง แม้แต่ตำแหน่งพระอุปราชหอหน้าก็จงละ ข้ากับเจ้าพี่ไม่เคยมักใหญ่ใฝ่สูง”

“คนเห็นแก่ตัวเท่านั้นจึงคิดเยี่ยงนี้ การของแผ่นดินเป็นการของทุกคน จักมีตำแหน่งหรือไม่ ก็หาสำคัญดอก” สำเภางามต่อว่าลูกสะใภ้อย่างไม่ชอบใจ

ooooooo