วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เพลิงบุญ ตอนที่ 9


21 ก.ย. 2560 08:24
4,234,324 ครั้ง

เพลิงบุญ ตอนที่ 9

อ่านเรื่องย่อ

เพลิงบุญ

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

กฤษณา อโศกสิน

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ชนินทร ประเสริฐประศาสน์

ผลิตโดย:

บริษัท เมคเกอร์ วาย จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, ราณี แคมเปน,

ใจเริงเห็นสีหน้าฤกษ์ก็รู้ว่าทะเลาะกับพิมาลาทางโทรศัพท์ จึงทำทีปลอบว่าอีกสักพักตนจะโทร.ไป ถ้าโทร.เลยจะดูน่าสงสัย...ฤกษ์เดินมาเปิดประตูรถตู้ หยิบขวดไวน์มาดื่มด้วยความเซ็ง ใจเริงได้ที

ดึงขวดจากมือมาดื่มบ้างด้วยท่าทางเซ็กซี่ ฤกษ์พยายามข่มใจเมินหน้าไปทางอื่น
พิมาลาเล่าให้หมี่กับเปรมฟังว่าฤกษ์พูดไม่ค่อยดี ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา หรือตนจะงี่เง่าหาเรื่องเขาไปเอง หมี่ปลอบว่าควรมีสติรอให้ฤกษ์กลับมาแล้วคุยกันดีๆ เปรมให้แง่คิด

“ถ้าผมเป็นไอ้ฤกษ์ผมก็ไม่ยอมรับหรอก ผมพูดจริงๆ ผมว่านะปล่อยมันไปเถอะ มันอาจจะไปทำงานจริงๆไม่ได้อยู่กับใจเริงก็ได้ เพราะมันก็ไม่มีวี่แววว่าสองคนนั้นจะไปด้วยกันได้”

พิมาลาอยากโทร.หาใจเริงให้แน่ใจ หมี่เห็นว่าอยากรู้ก็โทร.ใจเริงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าพิมาลาโทร.เข้ามา ฤกษ์เริ่มลนลานกลัวความแตก ใจเริงเดินไปเปิดวิทยุรถดังๆ คุยกับพิมาลาว่า ตนอยู่งานปาร์ตี้ แล้วเดินแยกไปห่างจากรถ ถามพิมาลาว่ามีอะไร

“เห็นแอ๊ดบอกว่าออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้า วันนี้โทร.ไปก็ไม่ติดเลยเป็นห่วง เริงเป็นอะไรรึเปล่า ตอนนี้เริงอยู่ที่ไหน”

ใจเริงยิ้มด้วยความรู้สึกว่าตอนนี้อำนาจอยู่ในมือตน จะบีบจะเขี่ยไปทางไหนก็ย่อมได้ “เริงอยู่ต่างจังหวัดน่ะพิม พอดีมาสมัครงานที่บริษัทคนรู้จัก แล้วเขามีต้องออกไปงานเลี้ยงกับลูกค้า เขาเลยชวนเริงมา พิมมีอะไรรึเปล่า”

ฤกษ์ฟังอย่างกระวนกระวาย ใจเริงบอกพิมาลาว่าตนอยู่พัทยาอยู่กับคนที่เธอไม่รู้จัก เป็นลูกค้าที่เจอกันตอนขายทัวร์ แล้วถามพิมาลามีอะไรดูเสียงเครียดจะให้ตนรีบกลับไปหาก็ได้ตนจะขึ้นรถตู้ไป พิมาลารีบห้ามบอกเห็นใกล้ค่ำยังไม่กลับเลยเป็นห่วง ใจเริงยิ้มหยันก่อนวางสาย

พอพิมาลาเล่าให้หมี่กับเปรมฟัง ทั้งสองถามว่าเชื่อไหม พิมาลาจำต้องเชื่อไม่อยากคิดมากแล้วขอโทษทั้งสองที่ทำให้วุ่นวาย ก่อนจะลากลับ...พอพิมาลากลับไป เปรมถามหมี่ว่าเชื่อไหม เธอส่ายหน้าทันที เปรมงงแล้วทำไมไม่บอกพิมาลา

“ฉันไม่ยัดเยียดความคิดส่วนตัวกับเรื่องของคนอื่น สิ่งที่ฉันจะให้คือความจริงไม่ใช่ความคิด เอาไว้ถ้าฉันรู้ความจริงที่เป็นประโยชน์ ฉันค่อยบอก แต่ถ้าเป็นแค่ความคิดเห็น ฉันไม่พูด”

“คุณนี่สุดยอดจริงๆ ใครได้เป็นเมียต้องกราบเช้ากราบเย็น ผมเป็นคนชอบกราบเมียนะ คุณรู้ยัง...” เปรมชื่นชมจริงๆ แต่หมี่เปลี่ยนเรื่องไปเรื่องงานทันที

ในขณะที่ฤกษ์หน้าเครียดขับรถกลับที่พัก จู่ๆ ใจเริงก็ร้องบอกให้จอดจะเดินกลับหาว่าบรรยากาศน่าอึดอัด ฤกษ์เบรกรถจนเธอหน้าทิ่ม เขาโวยคิดว่าตนไม่อึดอัดหรืออย่างไร ใจเริงหันมาจ้องหน้าประชิด ทำให้ฤกษ์ได้กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นไวน์จากตัวเธอ ยิ่งกระตุ้นอารมณ์เขา ใจเริงลงจากรถมาเปิดประตูด้านคนขับ ยื่นหน้ามาพูดใส่หน้าฤกษ์

“พี่ฤกษ์อึดอัดอะไรพูดออกมาเลยสิ อย่ามาทำท่าเหมือนรังเกียจแบบนี้ เกลียดเริงมากใช่ไหม อยากเอาคืนมากนักใช่ไหม เอาเลยสิ! อยากจะตบอยากจะตี อยากจะด่าอะไรเพื่อให้หายแค้นก็ทำเลย!” ใจเริงเอื้อมมือข้ามตัวฤกษ์ไปปลดเข็มขัดนิรภัย แล้วจับมือเขามาตบหน้าตัวเอง

ฤกษ์ขืนมือไว้แล้วผลักใจเริงออก ลงจากรถบอกให้เลิกบ้า ใจเริงทำทีน้ำตาคลอรำพัน

“เริงไม่ได้บ้าแต่เริงไม่เข้าใจ ทำไมพี่ฤกษ์ต้องทำท่าเกลียดเริงมากขนาดนี้ ใช่ เริงเคยทำผิด เคยทำให้พี่ฤกษ์เจ็บปวด แต่เริงตกต่ำแบบนี้ พี่ฤกษ์ยังไม่สะใจ ยังไม่พอใจอีกรึไง เริงต้องตกต่ำขนาดไหนพี่ฤกษ์ถึงจะพอใจ...ความรัก ความรู้สึกดีๆที่เราเคยมีให้กันมันหายไปหมดแล้วใช่ไหม มันไม่มีหลงเหลือในความทรงจำของพี่ฤกษ์เลยใช่ไหม เริงต้องทำยังไงพี่ถึงจะยอมยกโทษให้เริง เลิกโกรธเลิกเกลียดเริงเสียที อยากทำให้เริงเจ็บเหมือนที่พี่เคยเจ็บใช่ไหม เอาเลยสิ!”

มารยาของใจเริงได้ผล ทำให้ฤกษ์ตบะจะแตก เธอจับมือเขาไปตีหน้าเธออีก เขาเสียงกร้าวบอกให้หยุด ใจเริงชะงัก หน้าเธออยู่ในอุ้งมือเขา เธอมองเขาด้วยแววตาเร่าร้อน เผยอปากยั่วยวน ฤกษ์ไม่อาจหักห้ามใจได้อีก สติขาดผึงความอยากเอาชนะผสมความแค้นทำให้เขากระหน่ำจูบใจเริง ปล่อยความใคร่ความปรารถนาในตัวเธอออกมาอย่างเร่าร้อนภายในรถตู้นั้น

ในขณะเดียวกัน พิมาลานอนน้ำตาไหลอยู่บนเตียงที่ไม่มีฤกษ์นอนอยู่ข้างๆ เธอพยายามหักห้ามใจไม่คิดฟุ้งซ่าน แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกิน

เมื่อไฟราคะเผาผลาญจนหมดสิ้น ฤกษ์พุ่งออกจากรถมาอาเจียนเพราะความเครียดรู้สึกผิด ใจเริงตามลงมาขอโทษ เขายกมือห้ามไม่ต้องพูด แต่เธอยังดึงดัน

“เริงต้องพูด ถ้าไม่ได้พูดเริงจะรู้สึกผิดตลอดไปเริงอยากให้พี่ฤกษ์รู้ สิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ แต่มันเป็นสิ่งที่อยู่ในใจเริงมาตลอด พี่ฤกษ์ก็รู้ว่าพี่เป็นผู้ชายคนแรกของเริง เป็นคนที่เริงไม่เคยลืม...เริงเคยพลาดไม่รู้ใจตัวเอง เริงผิดเองโง่เองที่เลือกคนผิด ตอนนี้เริงรู้แล้วว่าใครคือคนที่เริงรักมากที่สุด” ฤกษ์ให้หยุดแล้วเมินหน้าหนี แต่เธอยังดึงดันบอกเขาคือคนที่ทำให้ตนมีความสุข ทุกครั้งที่ตนคิดถึงเขาทำให้ตนมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ฤกษ์เริ่มใจอ่อน “แต่มันก็เป็นอดีตที่กลับมาไม่ได้อีกแล้ว...”

“เริงรู้ค่ะ เริงรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ เริงไม่ได้คิดจะครอบครองหรือแย่งพี่ฤกษ์มาจากพิม เริงพอใจแค่นี้แค่รู้ว่าพี่ฤกษ์ไม่ลืมอดีตของเรา ไม่ลืมว่าเราเคยรักกันมากแค่ไหน เริงขอแค่นี้ แค่นี้เริงก็พอใจแล้วค่ะ” ใจเริงกอดฤกษ์ร้องไห้สะอึกสะอื้นให้ดูน่าสงสาร

“พี่ไม่เคยลืม แต่สิ่งที่เราทำมันผิด และเราจะไม่ทำแบบนี้อีก เราต้องหยุดมันไว้แค่นี้! พี่ไม่เคยลืมว่าเคยรักเริง แต่ตอนนี้...พี่รักพิม พี่ทำร้ายพิมไม่ได้ พี่ขอให้เรื่องที่มันเกิดขึ้นระหว่างเราเป็นความทรงจำดีๆ แต่มันจะไม่เกิดขึ้นอีก” ฤกษ์ดันตัวใจเริงออกจากการกอด

ใจเริงคิดว่าเอาชนะใจฤกษ์ได้แล้ว แทบร้องกรี๊ดเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด จำต้องฝืนสวมบทแสนดี แต่พอคล้อยหลังแววตากร้าวไม่มีวันยอม “ค่ะ พี่ฤกษ์ไม่ต้องห่วง เริงรักพิมไม่น้อยไปกว่าที่พี่ฤกษ์รัก พิมจะไม่รู้เรื่องนี้ค่ะมันจะเป็นความลับของเราสองคน”

เช้าวันใหม่ พิมาลามาจัดรายการคู่กับหมี่ตามปกติ เธอกล่าวคำคมที่มีความหมายกินใจอย่างมากเป็นภาษา อังกฤษ หมี่แปลเป็นภาษาไทยว่า...การคาดหวังว่าโลกจะปรานีคุณเพราะคุณเป็นคนดี เปรียบเหมือนการคาดหวังว่ากระทิงจะไม่พุ่งมาขวิดคุณเพราะคุณเป็นมังสวิรัติ

จากนั้นพิมาลาเริ่มเหม่อครุ่นคิดถึงเรื่องฤกษ์กับใจเริง หมี่จึงสรุปความให้แทน แล้วตัดพักเข้าโฆษณาพิมาลาหน้าเสียที่เกือบทำงานพลาด

ด้านฤกษ์กลับมาถึงสนามบินกรุงเทพฯก่อนแต่รอจนเที่ยวบินของใจเริงมาถึง เขาโทร.เรียกเธอออกมาเจอกัน ใจเริงดีใจไม่คิดว่าเขาจะอยู่รอเป็นชั่วโมง...แต่พอออกมาพบ ฤกษ์ส่งซองเงินให้เป็นแสนเพื่อให้เธอไปเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่ เธอเริ่มหน้าเปลี่ยนสี

“เดี๋ยวๆ นี่พี่ฤกษ์ไล่เริงออกจากบ้านเหรอคะ”

“พี่ไม่ได้ไล่ แต่พี่คิดว่า...เริงไม่ควรอยู่ต่อ ก็อย่างที่เราคุยกัน ลืมเรื่องที่มันเกิดขึ้น แยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเอง และ...พิมจะต้องไม่รู้เรื่องนี้ เข้าใจตรงกันนะ” พูดจบฤกษ์เดินไป
ใจเริงแทบกรี๊ด ขยำซองเงินอยากจะปาทิ้งแต่เสียดาย กัดฟันกรอด ไม่มีทางจบแน่

ooooooo

มาลัยวรรณกับประนอมมาหาเทิดพันธ์เพื่อคุยเรื่องเมนูอาหาร แต่เขากำลังจะออกจากบ้านไปคุยเรื่องแบบโรงแรมกับฤกษ์ที่บริษัท มาลัยวรรณจะไปด้วย อ้างกับประนอมว่า ต้องตามไปประกบเกรงเขาต่อราคา ฤกษ์จนน่าเกลียด ประนอมยิ้มอย่างรู้ทันว่าเอาพี่เขยมาอ้าง

เทิดพันธ์แกล้งโยนหนังสือแบบโรงแรมให้มาลัย–วรรณช่วยถือ ประนอมแอบขำกับท่าทีของทั้งสองคนนี้

เมื่อมาถึงบริษัท แต๋วบอกว่าวันนี้ฤกษ์ไม่เข้ามา เทิดพันธ์จึงฝากหนังสือโดยจะคั่นหน้าที่ต้องการไว้ให้

มาลัยวรรณอาสาเอาเข้าไปไว้บนโต๊ะในห้องทำงานให้ แล้วเธอก็สะดุดตากับกระดาษโน้ตที่ใจเริงเขียนและลงชื่อแปะไว้ที่แฟ้มเอกสารบนโต๊ะฤกษ์ จึงรีบวิ่งกลับมาถามแต๋ว

“ป้าแต๋วคะ ป้าแต๋ว ป้ารู้จักพี่เริง ใจเริงไหมคะ”

เท่านั้นแต๋วก็เล่าเรื่องที่ใจเริงมานั่งเฝ้าทุกวัน เพื่อขอทำงานหน้าที่เลขาของฤกษ์ แต่วันนี้ยังไม่มา...เทิดพันธ์ชักสงสัยที่เรื่องนี้ฤกษ์ไม่บอกพิมาลา จากประสบการณ์ตรง สันดานผู้ชายถ้าเริ่มมีความลับกับภรรยา มันบ่งบอกว่าเริ่มไม่บริสุทธิ์ใจ มาลัยวรรณชักหวั่น

“นี่ฉันถามอย่างสิ จากการที่คุณเป็นสามีพี่เริง คุณเชื่อไหมว่าคนอย่างพี่เริงจะถูกลวนลาม แบบถูกปล้ำในห้องน้ำ แล้ววิ่งหนีออกมาร้องไห้อะไรทำนองนี้”

“โอ้ย...ไม่มีทาง ถ้ามีคนคิดทำแบบนั้นจริง บอกเลยไอ้บ้ากามนั่นคงโดนเริงด่า กัด จิก ถีบ กระทืบ จนตายคาห้องน้ำไปแล้ว ไม่มีทางที่เริงจะวิ่งร้องไห้หนีมาหรอก ทำไม...หรือว่ามันเคยเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นจริงๆ”

มาลัยวรรณตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้เทิดพันธ์ฟัง เพื่อให้เขาช่วยคิดว่าควรบอกเรื่องใจเริงมานั่งเฝ้าฤกษ์หรือไม่...

ระหว่างนั้นหมี่กำลังถามพิมาลาว่าได้คุยกับฤกษ์หรือยัง เธอส่ายหน้าเศร้าๆ บอกมีเพียงข้อความว่าลงเครื่องแล้ว ไม่ทันไร พิซซี่กับแมนพรวดพราดเข้ามาแซวว่ามีหนุ่มหล่อมาหา พิมาลากับหมี่หันมอง ฤกษ์ถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่เข้ามา ถามอ้อนๆว่าหายโกรธหรือยัง

ด้วยความที่อายต่อสายตาคนในออฟฟิศ พิมาลาจึงตอบว่าไม่ได้โกรธ ฤกษ์ยั่วให้ยิ้มถึงจะเชื่อ หมี่มองอย่างพิจารณา พิมาลาว่าฤกษ์เจ้าเล่ห์ที่มาง้อต่อหน้าคนอื่น เพราะรู้ว่าตนไม่กล้างอน

“รู้ทันผมอีกแล้ว ก็จริงนี่ เมื่อวานพิมแอบเหวี่ยงผมทางโทรศัพท์ เป็นใครก็ต้องกลัวทั้งนั้น ผมก็ต้องหาแนวร่วมไว้ก่อน”

หมี่ช่วยตัดบท “ไม่โกรธก็ดีแล้วจะได้เลิกเหม่อสักที คุณฤกษ์ทำลูกน้องหมี่ใจลอย ไม่มีกะจิตกะใจจัดรายการมาทั้งวัน รีบๆพาไปปลอบใจเลยนะคะ ก่อนที่นางจะนอยด์มากไปกว่านี้”

พิมาลาแย้งว่าไม่ได้นอยด์แค่มีเรื่องคิดมากไปหน่อย ฤกษ์อ้อนอีกว่าตนกลับมาแล้วไม่มีอะไรต้องคิดวันนี้ตนจะพาไปหาของอร่อยๆทาน...พิซซี่แอบอิจฉา แมนคอยปลอบกึ่งจิกกัดขำๆ
ก่อนจะขึ้นรถ พิมาลาถาม “ทำไมเอาใจมากกว่าปกติ มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าคะ”

“มี...อยู่ๆพี่ก็คิดถึงพิมมากจนผิดปกติ สงสัยเมื่อคืนไม่ได้นอนด้วยกันมั้ง ก็เลย...คิดถึง”

ฤกษ์พุ่งเข้าหอมแก้ม แต่พิมาลาไวกว่าเอามือดันเขาไว้เพราะอายคนอื่น เขาจึงดันเธอขึ้นรถ
ลึกๆแล้วพิมาลารู้สึกระแวงว่ามีอะไรผิดปกติ เธอนั่งมองช่อดอกไม้อย่างค้างคาใจ พลันมาลัยวรรณโทร.เข้ามาจะบอกเรื่องใจเริง แต่พอได้ยินเสียงฤกษ์อยู่ด้วยก็ชะงัก เทิดพันธ์ซึ่งนั่งอยู่กับมาลัยวรรณสะกิดห้าม

อย่าเพิ่งบอกอะไร เธอจึงตัดบทไว้คุยทีหลังแล้ววางสาย หันมาถามเทิดพันธ์จะเอาอย่างไรกันแน่ เขาย้อนถามอยากให้ฤกษ์กับพิมาลาทะเลาะกันหรือแล้วสอน

“ใช่...เรื่องผัวๆเมียๆ พวกผู้หวังดีต้องหาจังหวะดีๆ ไม่งั้นหวังดีจะกลายเป็นหวังร้ายไปได้ ใจเย็นๆ”

มาลัยวรรณกลัดกลุ้มหนักใจ...ในขณะที่ฤกษ์นั่งกุมมือพิมาลาระหว่างขับรถตลอดทาง บางทีก็ยกขึ้นมาจูบเบาๆเพื่อกลบความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นในใจ

ด้านใจเริงอยู่ในชุดนอนเซ็กซี่เดินหงุดหงิดพยายามโทร.หาพิมาลาแต่ไม่ติด เข้ามาถามแอ๊ดว่าพิมาลาไปไหนป่านนี้ทำไมยังไม่กลับ แม้แต่ฤกษ์ก็ติดต่อไม่ได้

“แอ๊ดก็ไม่รู้สิคะ เขาเป็นสามีภรรยากัน เขาก็อาจจะอยากไปมุ้งมิ้งกันเองบ้างสิคะ คุณเริงจะอยากรู้ไปทำไมคะ”

“ฉันจะอยากรู้ไปทำไมก็เรื่องของฉัน ไม่ใช่เรื่องของแก!” ใจเริงสะบัดหน้าเดินกระแทกเท้ากลับเข้าห้อง หงุดหงิดมาก นึกได้เอามือถือมากดเช็กไอจีเห็นฤกษ์ลงรูปคู่พิมาลาที่ร้านอาหารหรู มีดอกไม้ช่อโตพร้อมแคปชั่นว่า ...พาภรรยามาเดตต้องอัพรูปหน่อยเดี๋ยวคนอื่นจะเข้าใจว่ายังโสด ใจเริงกดเข้าไปดูรูปอื่นๆ มีรูปพิมาลาเดี่ยวสวยหวานพร้อมแคปชั่นว่า...ผู้หญิงที่ผมตกหลุมรักหมดหัวใจ...ใจเริงคลั่งปาดข้าวของแถวนั้นร่วงระเนระนาดและร้องกรี๊ดๆๆ

“เฮ้ย! เป็นอะไรวะ เรื่องนี้แอ๊ดจะไม่ยุ่งไปนอนดีกว่า” แอ๊ดสะดุ้งรีบชิ่งหลบไป

ใจเริงทนไม่ได้ มันต้องไม่เป็นแบบนี้ ต้องมีการตอบโต้...ใจเริงวางแก้วไวน์และขวดไวน์คู่กับโมเดลรถตู้ จัดแสงพอประมาณ ถ่ายและโพสต์ลงพร้อมแคปชั่นสะใจ

ระหว่างนั้นฤกษ์กับพิมาลานั่งโอบกันมองวิวตรงมุมหนึ่งของร้าน ฤกษ์ชวนพิมาลาไปปรึกษาหมอทำกิฟต์ เธอรู้สึกว่าทำไมต้องเร่งรีบขนาดนั้น เขาอ้างอยากมีเด็กวิ่งเล่นในบ้าน

“พี่ฤกษ์คะ ถ้าพิมมีลูกให้พี่ฤกษ์ไม่ได้ พี่ฤกษ์จะไปมีคนอื่นไหมคะ”

“พี่ไม่ได้แต่งงานกับพิมเพื่อเอามาเป็นแม่พันธุ์ผลิตลูกนะ พอพิมมีลูกให้ไม่ได้พี่จะได้เปลี่ยนแม่พันธุ์ใหม่ ไม่เอาๆอย่าถามแบบนี้อีกนะ...พี่อยากมีลูก และแม่ของลูกพี่ก็ต้องเป็นพิมเท่านั้น อีกไม่นานเพื่อนพิมเขาคงจะย้ายออกไป พี่จะเอาห้องนั้นมาเป็นห้องของลูกนะ”

พิมาลาสะกิดใจนึกได้บอกเรื่องเมื่อคืนใจเริงไม่ได้กลับบ้าน ฤกษ์ชะงักเล็กน้อยทำทีถามเขาไปไหน

พิมาลาเล่าตามที่ใจเริงบอก ฤกษ์ปัดไม่อยากคุยเรื่องคนอื่น เธอสังเกตปฏิกิริยาเขา

ooooooo

มาลัยวรรณเห็นรูปที่ใจเริงลงไอจีแล้วถึงกับตาโต มีแคปชั่นว่า...คิดถึง...ก็สงสัยอย่างมากว่าคิดถึงใคร เกี่ยวอะไรกับไวน์และรถตู้ รีบแคปหน้าจอส่งไลน์ไปให้พิมาลาทันที

พิมาลากำลังล้างมืออยู่ในห้องน้ำ เห็นน้องส่งอะไรมาก็เปิดดู มาลัยวรรณโทร.ตามเข้ามา พิมาลาติงว่าแคปหน้าจอคนอื่นมาเม้าท์ไม่น่ารักเลย เธอสวนอย่าเพิ่งห่วงเรื่องอื่นห่วงตัวเองก่อน

“มันอาจจะเป็นพี่ฤกษ์ก็ได้! พี่เริงเขาลงรูปหลังจากที่พี่ฤกษ์ลงรูปสวีตกับพี่พิมไปไม่นาน เมื่อกี้วรรณโทร.หาแอ๊ด แอ๊ดบอกว่าพี่เริงเดินงุ่นง่านอยู่ในบ้าน รอพี่พิมกับพี่ฤกษ์กลับบ้าน พอยังไม่มาก็เดินเข้าไปกรี๊ดๆอยู่ในห้อง”

พิมาลาเริ่มหวั่นไหวแต่ตำหนิน้องอย่าโยงเรื่องให้คิดมาก มาลัยวรรณอธิบายว่าไม่ได้คิดมาก และเตือนให้ไล่ใจเริงออกไปเสียที เล่าเรื่องที่ใจเริงไปนั่งเฝ้าฤกษ์ให้ฟัง พิมาลาอึ้งนึกลำดับเหตุการณ์ที่ใจเริงออกไปสมัครงานทุกวัน แถมบอกว่ามีบริษัทสถาปนิกที่น่าอยู่ กับเรื่องที่บอกว่าไปปาร์ตี้พัทยากับบริษัทที่สมัครงาน...มือพิมาลาเริ่มสั่น สับสนว้าวุ่นไปหมด

พอเดินกลับมาที่โต๊ะ พิมาลาเปิดฉากถามฤกษ์ทันทีว่ามีอะไรปิดบังตนไหม ฤกษ์ใจหายวาบถามกลับเสียงอ่อนโยนว่าทำไมถามแบบนี้ เผอิญมากที่เมื่อครู่เขาโทร.ไปถามแต๋วเรื่องงาน จึงรู้ว่าเธอบอกมาลัยวรรณเรื่องใจเริงมานั่งเฝ้าทุกวัน...ฤกษ์ทำหน้าเครียดบอกพิมาลาว่ามี แล้วเล่าเรื่องใจเริงขอทำงานเป็นเลขา แต่ตนโบ้ยให้ไปถามพ่อ พ่อไม่รับเธอจึงนั่งเฝ้าทุกวันหวังจะเอาชนะ ที่ตนไม่ได้บอกเพราะเห็นเป็นเรื่องไม่สำคัญ พิมาลาทำหน้าฉงนขนาดนี้ไม่สำคัญหรือ

“ใช่ ก็พี่กับคุณพ่อไม่คิดจะจ้างเขาอยู่แล้วก็ไม่รู้จะบอกทำไม อีกอย่างนะ ถ้าบอกแล้วพิมขอให้พี่รับเขา พี่จะลำบากใจมากขึ้นไปอีก ก็เลยไม่บอกดีกว่า” ฤกษ์ดึงมือพิมาลามาจับถามอ้อนๆ “นี่อย่าบอกนะ ที่ไปห้องน้ำกลับมาหน้าบึ้งเพราะเรื่องนี้ โธ่...ไม่เอาน่าเรื่องไม่เป็นเรื่อง ก็แค่คนจนตรอก ทำได้ทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด อย่าไปใส่ใจเลยนะ โอเคไหม”

สีหน้าพิมาลายังบึ้งตึง ฤกษ์จึงสัญญาต่อไปมีเรื่องอะไรสำคัญหรือไม่ จะบอกเธอทุกเรื่อง

“ดีค่ะ ไม่ใช่แค่บอกอย่างเดียว ต้องบอกความจริงเท่านั้นห้ามโกหก” ฤกษ์รับคำ “พิมยอมหายโกรธเพราะเห็นว่าพี่ฤกษ์พูดความจริงออกมาเองนะคะ แต่ถ้าถามแล้วยังไม่ตอบไม่จบง่ายๆ” ฤกษ์โล่งอกที่เอาตัวรอดได้อย่างเฉียดฉิว...พอกลับถึงบ้าน พิมาลาขอไปเข้าห้องน้ำก่อนฤกษ์เปิดท้ายรถจะขนของ ใจเริงในชุดนอนเซ็กซี่เดินสวนออกมา พิมาลาชะงักทักตามมารยาทแต่ไม่กล้าติงว่าไม่ควรใส่ชุดนี้ออกมา ฤกษ์เองก็เผลอมองแต่รีบดึงสายตากลับ ใจเริงยิ้มแย้มบอกยังไม่นอนรอทั้งสองกลับ จะได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานให้ฟัง แต่ตอนนี้จะไปช่วยฤกษ์ขนของก่อน ฤกษ์รีบปิดรถบอกไว้ขนพรุ่งนี้ แล้วเดินผ่านเธอไป

พิมาลาสัมผัสได้ถึงความแปลกระหว่างฤกษ์กับใจเริง แต่ก็พูดไปว่าพรุ่งนี้ค่อยคุยกัน แล้วรีบเดินตามฤกษ์เข้าบ้าน ใจเริงมองด้วยความแค้นแทบร้องกรี๊ดไล่หลัง...

พิมาลาตามฤกษ์เข้ามาถามเขาเป็นอะไร ทำไมหงุดหงิดขึ้นมา เขาหันกลับมาทำเสียงเซ็ง

“พี่นึกว่ากลับมาจะไม่เจอเพื่อนพิม พอยังเห็นเขาอยู่ก็เลยหงุดหงิดนิดหน่อย”

แอ๊ดเดินออกมาได้ยิน แปลกใจที่ก่อนหน้านี้ดูเข้ากันดีแล้ว...ใจเริงคั่งแค้นคนอย่างตนไม่ยอมจบง่ายๆ จึงส่งข้อความไปถึงฤกษ์ว่า...มีเรื่องจะคุยด้วย จะลงมาหรือให้ขึ้นไปหา

ฤกษ์กำลังเตรียมอาบน้ำ เสียงไลน์ดังขึ้น เขากดดูเห็นข้อความก็หน้าเจื่อน ถือมือถือเข้าไปด้วย พิมาลาทักว่าไม่เคยทำอย่างนั้น เขาอ้างว่าคุยงานกับเปรมค้างอยู่ ใจเริงส่งข้อความซ้ำๆ เสียงไลน์ดังจนฤกษ์ต้องปิดเสียง แล้วตอบกลับไปว่าอาบน้ำอยู่เดี๋ยวลงไปไม่ต้องขึ้นมา ...พอฤกษ์เห็นว่าพิมาลาอาบน้ำอยู่ เขาก็ย่องออกจากห้องลงมาพบใจเริงในครัว เธอตีหน้าเศร้าบอก

“ก็เรื่องย้ายออกนี่แหละค่ะ เริงไม่ได้นิ่งนอนใจนะคะ เริงเตรียมจะไปอยู่แล้วแต่ยังไม่ได้ที่ที่ถูกใจ ที่ดีราคารับได้ก็เต็ม ต้องรอคนออกถึงจะย้ายเข้า ที่ว่างก็ราคาสูง จ่ายมัดจำกับซื้อของจำเป็นก็หมดเงิน งานก็ยังหาไม่ได้...”

ฤกษ์ตัดบทไม่ต้องพูดมาก ขาดเงินเท่าไหร่ให้บอก ใจเริงยิ้มกว้างโผกอด เขารีบดันเธอและปิดปากไม่ให้เสียงดัง ร่างที่อยู่แนบชิดกันประกอบกับกลิ่นน้ำหอมจากตัวเธอทำให้เขาใจเต้นแรง ใจเริงสัมผัสได้แอบยิ้มสมใจ

พิมาลาออกจากห้องน้ำไม่เห็นฤกษ์ก็แปลกใจเริ่มกังวลเดินลงมาหา...ฤกษ์กำลังสั่งใจเริงเกี่ยวกับรูปที่ลงในไอจีแบบนั้นไม่ให้ทำอีก หญิงสาวทำเสียงน้อยใจว่ามันเป็นที่ส่วนตัว ตนจะระบายอะไรก็ได้ แต่เขาสวนว่าอย่าใช้คำว่าส่วนตัวกับโลกออนไลน์ อะไรที่ถูกเผยแพร่มันคือสาธารณะ ถ้าพิมาลาเห็นจะกลายเป็นเรื่อง

“พี่ฤกษ์จะห้ามเริงทำอะไรก็ได้ แต่อย่าบังคับเริงเรื่องนี้ เริงทำ เริงรับผิดชอบเอง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เริงรับได้”

“แต่พี่รับไม่ได้! พี่จะไม่ยอมเสียพิมไปเพราะการลงรูปบ้าๆแบบนี้” ฤกษ์เสียงเข้ม

ระหว่างนั้นพิมาลาเดินไปหาฤกษ์ที่ห้องทำงาน เมื่อไม่เจอ ความหวาดระแวงเริ่มถาโถม

ใจเริงยังออดอ้อน “เริงขอโทษนะคะ โอเค เพื่อความสบายใจของพี่ฤกษ์ เริงจะไม่ทำอีก เริงจะเก็บความคิดถึงพี่ฤกษ์ไว้ในใจ ไม่ระบายออกไปก็ได้ค่ะ”

ฤกษ์เสียงอ่อนลง ขอให้ลืมเรื่องที่เกิดขึ้น ใจเริงบีบน้ำตาว่ามันยาก เขาแน่ใจหรือว่าลืมคืนนั้นของเราได้ ฤกษ์เกิดความหวั่นไหวในใจ...พิมาลาได้ยินเสียงคนคุยกันในครัวก็เดินตรงเข้ามา เห็นฤกษ์ยืนหันหลังคุยโทรศัพท์สั่งงาน พอเขาหันมาก็ทำหน้าแปลกใจนิดๆ ฤกษ์อ้างว่าหิวจึงลงมาหาอะไรทานนิดหน่อยเพราะคืนนี้จะอยู่ทำงานดึกอีก พิมาลาจะทำแซนด์วิชให้เขารีบห้าม

ใจเริงหลบอยู่ข้างตู้เย็นในมุมมืด รีบเดินกลับห้องไปอย่างเคืองขุ่น ทำทีเปิดประตูห้องไว้แล้วนั่งทาครีมฮัมเพลงเบาๆ พอพิมาลาเดินผ่านก็ไม่ติดใจสงสัย แต่ภาพในไอจีของใจเริงยังคาใจ

ooooooo

เช้าวันใหม่ ฤทธิ์โทรศัพท์ไปหาทอมเพื่อถามเรื่องการแก้ไขห้องสปาว่าถูกใจมิสซิสเจนหรือยัง และขอโทษที่ไม่ได้ไปด้วยตัวเอง ทอมตอบว่าเรียบร้อยดีและชื่นชมใจเริงเลขาฤกษ์ที่ทำงานเก่ง ฤทธิ์ตกใจเมื่อรู้ว่าใจเริงไปเชียงรายกับฤกษ์ แถมค้างคืนที่นั่นด้วย

มาลัยวรรณเอาภาพในไอจีให้พ่อกับแม่ดูว่าใจเริงต้องการสร้างแลนด์มาร์ค พจน์กับมาลีไม่เข้าใจความหมาย

“ก็แบบ ประกาศความเป็นเจ้าของหรือบอกเป็นนัยๆผ่านโซเชียลว่าฉันเล็งใครไว้ ฉันจะเอาคนนี้ อะไรแบบนี้น่ะค่ะ...พี่เริงลงรูปนี้หลังจากที่พี่ฤกษ์ลงรูปสวีตกับพี่พิม”

มาลีหาว่าคิดไปเอง พจน์เห็นด้วยแล้วเตือนให้หันมาสนใจงานใหม่ที่เพิ่งได้ทำ อย่ายุ่งเรื่องคนอื่น มาลัยวรรณทำหน้าเซ็งบ่น ไม่แปลกใจเลยว่าพี่สาวเอาความโลกสวยมาจากไหน ทำไมไม่มีใครเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่บ้างหรือ พจน์กับมาลีส่ายหน้ายิกๆ

เช้าวันนั้นพิมาลาถามใจเริงทำไมถึงโพสต์รูปรถตู้กับไวน์ เธอหันมาถามยิ้มๆอยากรู้จริงหรือ ยิ่งทำให้พิมาลาอยากรู้มากขึ้น ใจเริงทำทีหัวเราะร่วนว่า อยากให้พิมาลาเห็นว่าเราไม่ค่อยได้เที่ยวด้วยกันเลย คิดถึงการเดินทาง เราน่าไปเที่ยวกันบ้าง พิมาลาชั่งใจแล้วถามตรงๆว่าเมื่อไหร่จะย้ายออกไป ใจเริงหน้าตึงที่โดนไล่ซึ่งๆหน้า ฝืนยิ้มตอบว่าอีกไม่นานแล้วแกล้งตัดพ้อ

“คิดว่าเช้านี้จะมานั่งเม้าท์อัพเดตชีวิตตามประสาเพื่อนสาว แต่เปลี่ยนใจแล้ว...รีบออกไปหาห้องเช่าถูกๆกับหางานใหม่ทำดีกว่า ก่อนที่จะโดนเพื่อนรักเฉดหัวออกจากบ้าน”

พิมาลาทรุดนั่งรู้สึกผิดทันที มองเพื่อนรักเดินออกไป พอฤกษ์เดินลงมา พิมาลาบอกเขาว่าเพิ่งคุยกับใจเริงเรื่องให้ย้ายออก ดูท่าเธอจะโกรธ ตนคงใจร้ายเกินไป ฤกษ์ปลอบว่าทำถูกแล้ว ก่อนจะบอกว่าตนต้องรีบออกไปพบลูกค้าที่ไซต์งาน

ฤกษ์ขับรถออกมาไม่ทันไร ใจเริงวิ่งมาขวางหน้ารถแล้วรีบขึ้นนั่งข้างคนขับ บอกให้เขาออกรถก่อนที่พิมาลาจะมาเห็น ฤกษ์ลังเลสักพักตัดสินใจเคลื่อนรถออก ถามใจเริงจะไปไหน เธอบอกไปกับเขา ต้องการให้เขาหาอพาร์ตเมนต์จะได้รู้ราคา เงินแค่แสนเดียวที่เขาให้มันไม่พอ

“เออๆไปด้วยกันก็ได้ แต่พี่ต้องแวะเคลียร์งานเพื่อนคุณพ่อก่อน ระหว่างรอก็หาข้อมูลที่พักเอาไว้เลยคุยกับลูกค้าเสร็จจะได้รีบไปจัดการให้เรียบร้อย” ฤกษ์อยากให้เธอออกไปจึงยอม

“ขอบคุณค่ะ พี่ฤกษ์น่ารักที่สุดเลย...อุ๊ยๆเพลงนี้ๆ ตอนอยู่มหาลัยเลิฟมาก จำได้ไหมคะที่เราเคยเต้นในผับด้วยกัน” ใจเริงชะโงกหน้าไปหอมแก้ฤกษ์แล้วหันมาตื่นเต้นกับเพลงในวิทยุ

ฤกษ์แอบขำ ความทรงจำเก่าๆกลับมา เข้าทางใจเริงอย่างมาก...ด้านพิมาลาพอถึงออฟฟิศ พิซซี่รีบดึงตัวให้มาดูภาพเด็ดจากกล้องวงจรปิด เผื่อจะได้ตาสว่างขึ้น พิมาลาเห็นภาพใจเริงตอนยั่วยวนดำรงก่อนจะเข้าไปปล้ำกันในห้องน้ำ ก็ยังไม่เข้าใจว่าจะทำทำไม หมี่อธิบาย

“ใจเริงอ่อยพี่ดำให้ของขึ้น แล้วพากันไปในห้องน้ำในจังหวะที่พี่กับคุณเปรมมาคุยกับเจ๊ แล้วสร้างสถานการณ์ว่าตัวเองโดนลวนลามเพื่อให้พี่เห็นและใช้เป็นข้ออ้างในการลาออก พอตกงาน ไม่มีเงิน ก็เป็นเหตุผลที่สมควรจะอ้างได้ว่า...”

“จะไม่ย้ายออกไป” พิมาลาหน้าซีดไม่คิดว่าเพื่อนรักจะวางแผนหลอกทุกคนได้ขนาดนี้

หมี่ให้พิมาลาตัดสินใจเสียทีว่าจะทำอย่างไรกับคนแบบนี้ จะเชื่อใจต่อไปไหม...ในขณะที่ฤกษ์กำลังคุยกับเจ้าของโครงการบ้านจัดสรร เขาชวนให้ซื้อไว้สักหลังจะลดราคาเป็นพิเศษ ฤกษ์ขอกลับไปปรึกษาภรรยาก่อน เลขาเจ้าของโครงการแทรกขึ้นอย่างสุภาพว่า

“ดิฉันคิดว่าเธอน่าจะชอบนะคะ เห็นเดินสำรวจทุกซอกทุกมุมแล้วชมว่าสวยถูกใจเธอ”

ฤกษ์สะดุ้งหมายถึงใคร รีบเดินมาที่บ้านตัวอย่าง เห็นใจเริงยืนอยู่กลางบ้านยิ้มอย่างพอใจ พนักงานขายกำลังแนะนำให้จองไว้เลย ฤกษ์ดึงเธอออกมาต่อว่า ว่าให้รอในรถแล้วลงมาทำไม เธออ้างว่ามาขอเข้าห้องน้ำแล้วพนักงานเข้าใจไปเองว่าตนเป็นภรรยา ตนจะแก้ตัวก็เกรงพวกเขาคิดไปว่าฤกษ์พากิ๊กมาจึงปล่อยเลยตามเลย หรือจะให้ตนไปแก้ข่าวให้

“ไม่ต้อง ช่างมัน เรียบร้อยแล้วใช่ไหม จะได้รีบไปหาห้องเช่า” ฤกษ์จะเดินไป

“ไม่ต้องไปแล้วค่ะ เริงว่าเริงได้ที่พักใหม่ที่ถูกใจแล้วค่ะ” ใจเริงยิ้มออดอ้อนสุดฤทธิ์ “เริงชอบบ้านหลังนี้ค่ะ เมื่อกี้พนักงานขายบอกว่าพี่ฤกษ์เล็งๆจะซื้อ เริงก็เลยคิดว่าจะขออยู่ไปก่อนระหว่างที่รองานใหม่ เพราะพี่ฤกษ์ซื้อไปก็คงไม่ได้มาอยู่อยู่ดี”

ฤกษ์เหวอ ใจเริงรวบรัดว่าตนไม่โง่ให้พิมาลารู้แน่ เมื่อเช้าเธอก็สงสัยคาดคั้นถามเรื่องที่ไม่กลับบ้าน ถ้าตนเผลอหลุดพูดออกมาว่ามีอะไรที่สปาจะยิ่งแย่กันใหญ่ ฤกษ์คิดไม่ทัน ใจเริงยุ

“เริงมีที่พักที่ถูกใจ พี่ฤกษ์ก็ไม่ต้องอึดอัดที่มีเริงอยู่ในบ้าน พิมก็ไม่ต้องสงสัยเรื่องของเราสองคน เห็นไหมคะ วิน วินมีแต่ได้กับได้นะคะ ไหนๆพี่ฤกษ์ก็ตั้งใจว่าจะซื้ออยู่แล้ว ก็ซื้อวันนี้เลย เริงจะได้เข้ามาอยู่ ปัญหาทุกอย่างก็จบ นะ...นะ...”

“เอาล่ะๆตามนั้นก็ได้ แต่พี่ให้อยู่ไม่นานนะเพราะพี่ต้องพาพิมมาดูบ้าน เขาเคยบอกว่าอยากทำบ้านให้คนญี่ปุ่นเช่า แถวนี้มีโรงงานญี่ปุ่นเยอะ พอหางานทำได้แล้วต้องรีบย้ายออกเลย”
ใจเริงรับคำส่งๆ ในใจรู้สึกว่าควบคุมฤกษ์ไว้ได้แล้ว...

ooooooo
มาลัยวรรณกำลังเตรียมอาหารกับประนอมเพื่อให้เทิดพันธ์ชิม มาลัยวรรณออกตัวว่าวันนี้อารมณ์ไม่ค่อยดีไม่รู้จะทำถูกปากเขาไหม แถมวันนี้เขายังพานักชิมมาช่วยชิมอีกสองคน สงสัยไม่มั่นใจตัวเอง เทิดพันธ์เดินเข้ามาได้ยิน ประนอมจะบอกก็ไม่ทันการณ์

มาลัยวรรณบ่นไปหันมาเจอหน้าเทิดพันธ์ก็ชะงัก แต่แถเอาตัวรอดได้ว่า อีกสักครู่ทุกอย่างพร้อมให้ชิม เทิดพันธ์ย้ำต้องอร่อยด้วย...พอเขาเดินไป มาลัยวรรณตำหนิประนอมที่ไม่บอก เธอยิ้มแหยๆก้มหน้าเตรียมเครื่องเคียงต่อไป

เมนูอาหารที่มาลัยวรรณทำในวันนี้มีหกอย่างทั้งคาวหวาน มาลัยวรรณและประนอมยืนฟังคำติชมนักชิมทั้งสองต่างชิมแล้วติติงเพื่อให้แก้ไขปรับปรุง ทำนองรูปแบบสวยแต่อาหารรสชาติอ่อนเกินไป โรงแรมควรเน้นเรื่องรสชาติให้ลูกค้าติดใจด้วย ประนอมหน้าเสีย ต่างกับมาลัยวรรณที่ยิ้มแย้มรับฟังทุกคำติชม และขอบคุณพร้อมจะกลับไปปรับปรุง เทิดพันธ์แอบยิ้ม

พอทุกคนกลับออกไป ประนอมก็บอกมาลัยวรรณว่า ตนมีส่วนผิดที่เป็นคนเลือกเมนูให้ทำ มาลัยวรรณปลอบใจไม่ต้องคิดมาก ถึงตนไม่ได้งานนี้ก็ไม่เป็นไร แล้วก้มหน้าเก็บของ...เทิดพันธ์กลับเข้ามาถามจะเก็บของไปไหน

“จะอยู่ทำไมให้เสียเวลา”

“ที่เมื่อกี้เขาติๆมา จำได้หมดรึเปล่า” มาลัยวรรณรับว่าจำได้ “ดี จะได้เอามาปรับปรุง พอเปิดร้านจะได้ถูกใจลูกค้า” ทั้งมาลัยวรรณและประนอมงงหมายความว่าอย่างไร “ผมจ้างคุณ...”

“เดี๋ยวนะ ฉันโดนยำเละขนาดนั้น ยังจะจ้างฉันทำไม”

“ผมจ้างเพราะคุณโดนยำเละ แต่คุณไม่หงุดหงิด ไม่ชักสีหน้าแล้วก็เปิดใจกว้างรับฟังอย่างตั้งใจ นี่แหละคือสิ่งที่ผมต้องการ...คุณพร้อมเริ่มงานได้เมื่อไหร่”

มาลัยวรรณดีใจไม่อยากเชื่อ ขอตัวไปโทร.เล่าให้พี่สาวฟังก่อนแล้วจะมาตอบ เทิดพันธ์ยิ่งเอ็นดู
กับความเหมือนเด็กที่ต้องคอยโทร.รายงานพี่...แต่พอมาลัยวรรณโทร.ไม่มีคนรับสาย จึงโทร.ไปหาพิซซี่แล้วก็ได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

พิมาลาขับรถกลับบ้าน สวนกับรถแท็กซี่ที่ขนของเต็มรถ มีใจเริงนั่งส่งยิ้มอย่างคนที่เหนือกว่ามา
ให้ พิมาลาจะทักแต่รถแล่นเลยไป...แอ๊ดรีบรายงานว่าใจเริงขนของย้ายออกไปหมดโดยไม่บอกสักคำว่าไปไหน พิมาลาได้แต่แปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น

พนักงานขายเอาเอกสารการโอนบ้านให้ฤกษ์เซ็นแล้วถามจะให้ส่งเอกสารไปให้ที่ไหน เขารีบบอกว่าส่งมาที่นี่เลย ใจเริงกระดี๊กระด๊าอย่างมากเข้ามากอดแขนอ้อน เขาย้ำเตือนว่าให้อยู่ไม่นาน และห้ามพิมาลารู้เรื่องนี้เด็ดขาด ทันใดพิมาลาโทร.เข้ามา ฤกษ์สะดุ้งไม่กล้ารับ ปิดเสียงปล่อยสายหลุด ใจเริงเห็นแล้วสะใจ ฤกษ์เครียดปลดเนกไทวางบนโต๊ะเดินสำรวจบ้าน

ไม่ทันไรพิมาลาส่งข้อความหาใจเริงให้โทร.กลับ แต่เธออ่านแล้วไม่ทำ สร้างความกังวลใจให้พิมาลาอย่างมาก พอดีผ่องใสกับฤทธิ์ซื้ออาหารสดมาทำทานเย็นนี้ที่บ้าน ผ่องใสซักถามแอ๊ดเรื่องใจเริงระหว่างทำอาหารในครัว ส่วนฤทธิ์เลียบเคียงถามพิมาลาว่าฤกษ์บ่นเรื่องงานบ้างไหม เธอเล่าว่ามีงานที่เชียงรายที่เขาต้องขึ้นไปดูด่วน ฤทธิ์แย็บถามว่าไปกับใคร

“ไปคนเดียวนะคะ...เอ่อ...ตอนนี้คุณพ่อมีเลขากี่คนคะ” พิมาลาเองก็มีเรื่องข้องใจฤทธิ์ชะงักครุ่นคิดคำตอบที่ไม่ทำให้ลูกชายมีปัญหา จึงตอบไปว่า งานยุ่งจึงมีเลขามาช่วยแต๋วหลายคน พอพิมาลาพูดเรื่องจองตั๋วเครื่องบินให้ฤกษ์ ฤทธิ์จึงบอกว่าคงมีเลขาสักคนเป็นคนจองให้ แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องว่าจะไปโทร.ตามฤกษ์กลับบ้านมาทานข้าวด้วยกัน

ใจเริงหน้างอเมื่อฤกษ์เปลี่ยนใจไม่พาออกไปซื้อของเข้าบ้าน กลับวางเงินไว้ให้ห้าพัน ฤกษ์บอกว่าพ่อโทร.ตามให้กลับไปทานข้าว ใจเริงเผลอแดกดัน

“ก็ให้เขากินกันไปสิ พี่ฤกษ์ไม่กลับ ตักข้าวไม่เข้าปากหรือไง”

“คนที่เริงพูดถึงน่ะ พ่อพี่นะ อย่ามาพูดแบบนี้”

ใจเริงตัดพ้อว่าตนเป็นแค่คนอาศัยไม่ใช่คนสำคัญให้เขากลับไปอยู่กับครอบครัว ฤกษ์ตัดสินใจวางเงินเพิ่มให้อีกห้าพันก่อนจะเดินออกไป ใจเริงอ้าปากค้าง ทุบโต๊ะเปรี้ยงด้วยความขัดใจ

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement