วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เพลิงบุญ ตอนที่ 8


20 ก.ย. 2560 07:41
4,224,554 ครั้ง

เพลิงบุญ ตอนที่ 8

อ่านเรื่องย่อ

เพลิงบุญ

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

กฤษณา อโศกสิน

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ชนินทร ประเสริฐประศาสน์

ผลิตโดย:

บริษัท เมคเกอร์ วาย จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, ราณี แคมเปน,

วันแล้ววันเล่า ใจเริงยังมานั่งอยู่ที่เดิม ฤกษ์มาถึงบริษัทต้องชะงักแต่ทำเมินไม่สนใจ จนวันหนึ่งเขามาถึงไม่เห็นใจเริงก็ยิ้มคิดว่าคงทนไม่ไหวแล้ว ไม่ทันไรเธอเดินออกมาจากห้องทำงานของเขา แล้วบอกว่าพอดีมีคนเอาเอกสารมาส่ง ตนเลยรับไว้แล้วเอาเข้าไปวางที่โต๊ะให้

ฤกษ์พยักหน้ารับนิดๆ พอจะเดินไป ใจเริงก็บอกอีกว่าได้ชงกาแฟสูตรเดียวกับที่บ้านไว้ให้ ถ้ามันเย็นจะให้ชงใหม่ก็บอกได้ ฤกษ์หันมามองหน้าแต่ไม่พูดอะไร ใจเริงแอบหมั่นไส้...ฤกษ์เข้ามานั่งโต๊ะ เห็นกระดาษเขียนแปะแฟ้มเอกสารไว้ว่ามาส่งเวลาอะไรอย่างเรียบร้อย ไม่อยากเชื่อว่าใจเริงจะเปลี่ยนตัวเองได้ พอดีพิมาลาโทร.เข้ามา เขากระเซ้าคิดถึงกันหรือ

“คิดถึงก็ได้ค่ะ ไม่ใช่แค่คิดถึงธรรมดา แต่อยากเจอด้วยนะคะ จำได้รึเปล่าว่าบ่ายนี้เรามีนัดกับคุณเทิดนะ เดี๋ยวพิมกับคุณเทิดเข้าไปหาที่ออฟฟิศนะคะ”

ฤกษ์ใจหายวาบกลัวทั้งสองมาเห็นใจเริง “ผมว่า...เราไปคุยกันที่บ้านคุณเทิดดีกว่า ผมจะได้ไปดูบ้านเขาด้วยว่าจะต้องทำอะไรบ้าง”

พิมาลาไม่สงสัยอะไรรับคำจะรอเขามารับ...ด้านเทิดพันธ์แต่งตัวสไตล์คาวบอยสบายๆ ต้อนรับฤกษ์กับพิมาลาแล้วพาเดินชมรอบบ้าน อธิบายความต้องการของตัวเอง

“ผมอยากแบ่งพื้นที่ของบ้านเป็นสามส่วน คือส่วนห้องพัก ส่วนกลางแล้วก็พื้นที่ส่วนตัวสำหรับผมอยู่เอง...พื้นที่ส่วนกลางจะมีทั้งล็อบบี้ มุมนั่งเล่นแล้วก็ร้านอาหารเล็กๆ คุณฤกษ์คิดว่ามันจะแออัดไปไหมครับ”

ฤกษ์ถามเขาต้องการให้มีกี่ห้อง กลุ่มลูกค้าคนไทยหรือต่างชาติ เทิดพันธ์ต้องการมีสักสิบห้อง กลุ่มลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก ราคาเฉลี่ยอยู่ที่สามถึงสี่พัน จองผ่านออนไลน์ไม่รับวอล์กอิน...ฤกษ์ขอเดินถ่ายรูปกลับไปออกแบบแล้วคราวหน้าจะเอาแบบมาให้ดูพร้อมใบเสนอราคา แล้วเขาก็เน้นว่า ราคามิตรภาพ เพราะพิมาลาย้ำหนักหนา ตนต้องทำตามคำสั่ง พิมาลาตีแขนเขาเขินๆ

เทิดพันธ์ขอบคุณแล้วพาทั้งสองเดินดูบ้านต่อ ไม่ทันไรพิมาลาเซจะล้ม ฤกษ์รีบประคอง เธอบอกว่าหน้ามืดคลื่นไส้อยากอาเจียน ฤกษ์คิดว่าเธออาจจะท้อง รีบถามถึงประจำเดือนคลาดเคลื่อนหรือไม่ พิมาลาอายเทิดพันธ์รีบบอกว่าประจำเดือนมาเมื่อเช้า ตนไม่ได้ท้อง แล้วเธอก็รู้สึกได้ว่าฤกษ์ผิดหวัง...ฤกษ์ให้พิมาลานั่งพัก เทิดพันธ์ขอพาไปนั่งที่ระเบียง ตรงนั้นอากาศถ่ายเทดี

ฤกษ์จึงเดินถ่ายรูปทั่วบ้านลำพัง มาถึงมุมหนึ่งเขาได้เห็นในถังขยะเต็มไปด้วยรูปใจเริง บางรูปถูกขยำ บางรูปฉีกขาด ใจเขารู้สึกสะใจขึ้นมา นึกถึงสิ่งที่ใจเริงทำไว้กับตน

เทิดพันธ์นำเครื่องดื่มสมุนไพรมาให้พิมาลา เขาขอบคุณเธออีกครั้งที่เห็นใจคนกำลังตั้งตัว ตนไม่แปลกใจเลยทำไมเธอถึงเป็นเพื่อนคนเดียวที่ทนคบใจเริงได้ ช่างเหนือมนุษย์จริงๆ

พิมาลาขำ “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ พิมก็แค่สงสารแล้วก็เข้าใจเริง ตอนนี้เริงกำลังปรับตัวอยู่นะคะ ออกไปหางานทุกวัน ไปทีก็กลับดึกๆ น่าจะเอาจริง”

เทิดพันธ์ไม่อยากเชื่อ นึกถึงคำที่ใจเริงพูดใส่หน้า เมื่อวันที่เขาไปหาที่บ้านฤกษ์ เธอว่าที่พิมาลามีวันนี้ได้เพราะเธอเสียสละ ถ้าเธอไม่ใฝ่ต่ำทิ้งฤกษ์ไปแต่งงานกับผู้ชายห่วยๆ ทุกอย่างที่พิมาลามีมันต้องเป็นของเธอ...

เขาครุ่นคิดควรเล่าเรื่องนี้ให้พิมาลาฟังดีไหม พอดีพิมาลาพูดถึงเรื่องที่ใจเริงมาขอทำงานพิธีกรร่วม และยังขอทำงานเป็นเลขาฤกษ์ด้วย

“หา...กล้าขนาดนั้นเลยเหรอครับ แล้วคุณสองคนว่ายังไง”

“ก็...ปฏิเสธไปค่ะ เพราะยังไม่มีนโยบายรับคนงานใหม่ แต่ตอนนี้เริงก็ยังหางานอื่นทำอยู่”

จังหวะนั้นฤกษ์เดินกลับมาได้ยิน เขารู้สึกผิดที่ไม่ได้บอกพิมาลาว่าใจเริงไปนั่งที่บริษัททุกวัน เทิดพันธ์เองก็น้ำท่วมปากไม่กล้าบอกเรื่องใจเริงเช่นกัน

เย็นวันนั้น ป้าแต๋วเลขาของฤทธิ์เดินมาบอกใจเริงว่าบริษัทจะปิดแล้วให้กลับ เธอบอกจะรอฤกษ์ ป้าแต๋วบอกว่าฤกษ์ไปหาลูกค้าไม่กลับเข้ามาแล้ว ใจเริงลืมตัวโวยทำไมเขาไม่เห็นบอกตน ป้าแต๋วส่ายหน้าไม่ทราบ ใจเริงกำหมัดแน่นด้วยความแค้นใจ

พอพิมาลากับฤกษ์กลับถึงบ้าน พิมาลาเป็นห่วงถามแอ๊ดถึงใจเริงกลับหรือยัง ฤกษ์เงี่ยหูฟังเพราะอยากรู้เช่นกัน แอ๊ดบอกว่ายัง สงสัยมัวหางานใหม่...คืนนั้นฤกษ์กระวนกระวายใจคอยมองออกไปนอกหน้าต่างบ่อยๆ พอเห็นใจเริงกลับมาก็เกือบเผลอยิ้ม ใจเริงเงยมาสบตา รู้ว่าเขาเริ่มหวั่นไหวแล้ว คงใจแข็งอีกได้ไม่นาน

ooooooo

วันต่อมาหลังเลิกงาน ฤกษ์ยังทำงานต่อจนค่ำ มองผ่านกระจกออกไปเห็นใจเริงหลับคอพับคออ่อนอยู่ที่นอกห้อง พิมาลาไลน์มาบอกว่าวันนี้ไปทานข้าวบ้านพ่อแม่กลับดึก ฤกษ์พิมพ์กลับไปว่าเพิ่งเสร็จงานกำลังจะกลับ แล้วแย็บว่าคิดถึง เธอส่งสติกเกอร์คิดถึงน่ารักๆกลับมา

ฤกษ์ปิดคอมฯเก็บของเตรียมกลับ เดินออกมาผ่านใจเริงที่ยังหลับก็ทำไม่สนใจ ใจเริงแกล้งหลับหงุดหงิดที่เขาไม่ปลุก ฤกษ์เดินผ่านไปสักนิดก็หยุดหันกลับมา ใจเริงรีบเอานิ้วเกี่ยวคอเสื้อให้ลึกลง พอฤกษ์เดินกลับมาก็ตะลึงกับร่องอกอวบอั๋นของเธอ รีบเบือนหน้าหนีแล้วสะกิดปลุก ใจเริงทำทีตกใจที่ตัวเองหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้ แล้วบอกจะกลับเช่นกัน ไม่ต้องห่วงตนกลับรถเมล์ได้ ฤกษ์ละล้าละลังกว่าจะตัดสินใจพูดออกไปว่า

“กลับด้วยกันก็ได้ ดึกแล้วเดี๋ยวพิมรู้ว่าผมปล่อยให้คุณกลับเองจะมาบ่นผมอีก”

ใจเริงแอบยิ้มสมใจ รีบเดินตามฤกษ์ไปติดๆ แต่พอถึงรถก็อิดออดเล็กน้อยว่าควรนั่งหน้าหรือหลังดี ฤกษ์พูดอย่างรำคาญว่านั่งหน้าก็ได้ เรื่องแค่นี้พิมาลาไม่คิดมาก... ระหว่างที่อยู่ในรถ ฤกษ์ถามว่าจะตื๊ออีกนานแค่ไหน ใจเริงรีบบอกว่าจนกว่าเขาจะใจอ่อนรับตนทำงาน

“ที่จริงงานก็มีนะ งานภารโรงน่ะ เก็บกวาดขยะ ขัดส้วม ทำได้ไหมล่ะ” ฤกษ์ชำเลืองมอง

“บอกเลยนะ พี่ฤกษ์ให้ทำเริงก็ทำ” ฤกษ์ไม่เชื่อ “ตอนนี้เริงไม่ได้มาเอาชนะอะไรพี่ฤกษ์นะคะ บอกแล้วว่าเริงสำนึกผิด ทดแทนชดใช้อะไรได้ เริงทำให้พี่ฤกษ์หมดแหละ ให้เป็นแม่บ้าน ภารโรง เริงยินดีทำทุกอย่าง ใช้มาเลยค่ะ”

ฤกษ์ยิ้มหยันที่ตอนนี้ตนสามารถสั่ง ทำให้ใจเริงศิโรราบได้...พอใกล้ถึงบ้าน ใจเริงพูดขึ้นว่ากลับบ้านพร้อมกันดึกๆแบบนี้ ทำให้คิดถึงตอนที่พี่ฤกษ์ไปพรีเซนต์งานแรกให้ลูกค้า

“พี่ฤกษ์จำได้ไหมคะ วันนั้นเริงไปเป็นกำลังใจ พี่ฤกษ์คุยกับลูกค้าตั้งแต่บ่ายสามถึงห้าทุ่ม ตั้งแต่เกิดมาเริงไม่เคยรอใครนานขนาดนั้นเลยนะเนี่ย”

“แล้วใครบอกให้รอ ไล่กลับก็ไม่ยอมกลับ”

“เริงจะกลับได้ยังไง งานนั้นเป็นงานแรกที่คุณลุงปล่อยพี่ฤกษ์บินเดี่ยว เริงลุ้นแทบแย่ นั่งรออยู่ในล็อบบี้บริษัทตั้งหลายชั่วโมง สุดท้ายพี่ฤกษ์ก็ได้งานจริงๆ จำได้ไหมคะว่าเริงให้อะไรเป็นรางวัล” ใจเริงพยายามรุกเร้าอารมณ์เก่าๆเขาขึ้นมา

ฤกษ์ปากกระตุก ใจสั่นเพราะจำได้ไม่เคยลืมว่า คืนนั้นรางวัลจากใจเริงเร่าร้อนซาบซ่านขนาดไหน...

แต่เขาต้องดึงตัวออกจากอดีตปัดว่า “เรื่องมันตั้งนานแล้ว จำไม่ได้!”

“พี่ฤกษ์จำไม่ได้ แต่เริงไม่เคยลืมนะคะ” ใจเริงหันมาจ้องหน้าฤกษ์

ฤกษ์ปรายตามองอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ รู้สึกถึงกระแสไฟจากใจเริงที่แผ่ซ่านมาถึงตัว...พอมาถึงบ้าน แอ๊ดตะลึงเมื่อเห็นใจเริงลงจากรถฤกษ์ แถมยังมากำชับว่าอย่าไปบอกพิมาลา ไม่อยากให้คิดมาก แอ๊ดคิดในใจ ถ้าไม่มีอะไรจะมาห้ามทำไม ไม่ทันไรรถพิมาลามาถึง แอ๊ดตาโพลงวิ่งไปเปิดประตูอีกรอบ พิมาลาถามว่าใจเริงกลับมาหรือยังทันที แอ๊ดพลั้งปากว่ากลับมาพร้อมฤกษ์ แล้วรีบแก้ว่า กลับมาเวลาเดียวกับฤกษ์

ด้านฤกษ์พยายามใช้น้ำจากฝักบัวดับอารมณ์ใคร่ที่ใจเริงปลุกปั่น...ด้านใจเริงยิ้มสะใจที่สะกิดอารมณ์ฤกษ์ได้ เธอกำลังเลือกชุดเซ็กซี่ที่จะใส่ไปที่บริษัทวันพรุ่งนี้ พิมาลาเคาะประตูเปิดเข้ามา ใจเริงไม่คิดจะเก็บเสื้อผ้า พิมาลาเป็นห่วงถามถึงเรื่องสมัครงานที่ไหนบ้าง เผื่อช่วยฝากได้ ใจเริงยิ้มแย้มพูดเป็นนัยๆ มีที่หนึ่งเป็นบริษัทสถาปนิก บรรยากาศน่าทำงานมาก เจ้าของน่ารัก แต่ไม่รบกวน ตนคิดว่าต้องได้งานนี้แน่ แล้วเอาแก้มแนบแก้มพิมาลาอย่างขอบคุณ

ooooooo

เทิดพันธ์กำลังช่วยช่างซ่อมแซมบ้าน ประนอมถือจานขนมมาให้ทานบอกคนทำตั้งชื่อว่า มะม่วงสตรอเบอแหล...เขางงทำไมต้องแหล ประนอมให้รอถามเจ้าตัว วันนี้เธอมาแนะนำตัว

ฤกษ์ชิมแล้วชมว่าอร่อยใช้ได้ ประนอมบอกว่าเขาเคยชิมอาหารฝีมือเด็กคนนี้หลายครั้งแล้ว และสาธยายว่าเธอเป็นคนน่าเอ็นดู พูดจาดี เป็นคนชั้นเดียวไม่ลึกลับซับซ้อน จริงใจไม่ต้องตีความ ไม่มีมารยาเสแสร้งกระบิด กระบวน เทิดพันธ์บอกเข้าทางที่ตนชอบ ประนอมกำชับห้ามชีกอกับเด็กคนนี้เพราะเธอเป็นน้องสาวพิมาลา ประนอมเรียกมาลัยวรรณให้หันมา

เทิดพันธ์ตกตะลึง “เธอ!...ป้าครับ นี่คือเด็กที่ป้าพามาสมัครงานกับผมเหรอครับ เนี่ยนะเด็กที่ป้าบอกว่าชั้นเดียว จริงใจไม่ต้องตีความ โห...ป้าพูดผิดแล้ว เนี่ยโคตรซับซ้อน เสแสร้ง โกหกหลอกลวง...”

“เฮ้ยๆๆ มากไปแล้วนะคุณ” มาลัยวรรณร้องลั่น

ป้านอมงงที่ทั้งสองรู้จักกันมาก่อน เทิดพันธ์บอกเด็กคนนี้ทั้งโกหก ทั้งปลอมตัว เดี๋ยวคนใช้ เดี๋ยวเด็กเสิร์ฟ เดี๋ยวภารโรง หลอกล่อแถมยังด่าตนทุกครั้งที่เจอกัน

ประนอมตบอกตกใจทำไมไม่เคยเล่าให้ฟังบ้าง เทิดพันธ์ชี้ว่ายังหลอกประนอม มาลัยวรรณเถียง

“ฉันไม่ได้หลอกป้า ฉันแค่เว้นวรรคไม่พูดทั้งหมดเท่านั้นเอง”

“ก็หลอกนั่นแหละ เห็นไหมป้า เล่นลิ้นมารยา สารพัด”

“นี่คุณ ที่ฉันทำอย่างนั้นเพราะฉันหมั่นไส้ที่คุณไม่จัดการกับอดีตเมียคุณขั้นเด็ดขาด ปล่อยให้ชีเป็นปลิงเกาะพี่สาวฉันอยู่ทุกวันนี้”

ประนอมหันมาถามเทิดพันธ์ทำไมไม่เล่า เกาะอยู่นานแล้วหรือ เขายอมรับว่านาน มาลัยวรรณย้อนให้บ้างว่าเขาก็ปิดบัง เทิดพันธ์เอ็ดใส่ว่าอย่ามาเปรียบเทียบ หญิงสาวสวนทันควัน

“เปรียบได้ เพราะคุณเองก็ไม่กล้ายอมรับเหมือนกันว่าคุณหมดความสามารถ หมดน้ำยากับเมียเก่า”

เทิดพันธ์โกรธที่มาลัยวรรณพูดจาแดกดันและหลอกด่าตนตลอด แม้แต่ขนมที่ทำมาให้ก็เป็นการหลอกด่า มาลัยวรรณแย้งว่าไม่ได้ด่า แค่มะม่วงมันสีเหลือง มันอยากสีแดง จึงเอาวุ้นสีแดงห่อหุ้มเหมือนสตรอเบอรี่ ตนตั้งชื่อ ตามนั้น เทิดพันธ์ไม่เชื่อ ทั้งสองเถียงกัน ประนอมต้องห้าม และขู่ว่าถ้าไม่หยุดตนจะกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ทั้งสองสะดุ้งหุบปากนิ่ง

พอสงบกันได้ ประนอมถามเทิดพันธ์จะรับมาลัยวรรณหรือไม่ เขาบอกไม่รับแน่นอน มาลัยวรรณจะลากลับ ประนอมเรียกไว้บอกถ้าเธอไม่ช่วยตนจะทำอย่างไร อาหารฝรั่งตนไม่สันทัด เทิดพันธ์ถามตรงๆว่ารู้ว่าตนเป็นใครแล้วมาสมัครงานทำไม

“ฉันเห็นเงินดี อีกอย่างจะดูใจคุณด้วยว่าแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับงานได้ไหม”

“ป้า ดูนะ นี่ลองใจผมเลยนะ ผมควรจ้างไหมครับ”

ประนอมตอบทันทีว่าควร เพราะตนไม่ชอบทำงานกับเชฟฝรั่งตัวเหม็น และยืนกรานว่าทำงานกับมาลัยวรรณไว้ใจได้ไม่คดโกง และอาหารของเธออยู่ในระดับชาววังได้

“ก็ได้ นี่เห็นว่าเป็นน้องคุณพิมนะ เธอต้องพิสูจน์ฝีมืออาหารทั้งไทย ฝรั่งมาให้ฉันชิมก่อน ฉันถึงจะวางใจ” เทิดพันธ์ยอมแต่ตั้งข้อแม้ มาลัยวรรณเชิดหน้าใส่อย่างท้าทาย

ooooooo

ฤทธิ์พาผ่องใสไปเที่ยวฮ่องกงบอกว่าเป็นการฮันนีมูนครั้งที่สิบสอง ผ่องใสรีบบอกฤกษ์ว่าเป็นข้ออ้าง ที่จริงฤทธิ์ต้องการไปงานขายโมเดลหุ่นยนต์รุ่นใหม่ เพราะอดใจรอให้มันมาส่งไม่ไหว ฤทธิ์กระซิบว่าลูกควรพาพิมาลาไปเที่ยวเปลี่ยนสถานที่บ้าง เผื่อจะมีหลานไวๆ และเตือน

“สองวันที่พ่อไม่อยู่ จัดการเรื่องใจเริงให้เรียบร้อย กลับมาคงไม่เห็นเขามานั่งเฝ้าแบบนี้อีกนะ ถ้าคุณผ่องหรือหนูพิมไปเห็นเป็นเรื่องแน่ พ่อกลัวว่ามันจะบานปลาย”

“ไม่มีปัญหาครับ พ่อกลับมาจะไม่เห็นใจเริงนั่งอยู่ตรงนั้นแน่นอนครับ”

ในขณะที่ใจเริงนั่งเซ็งที่ฤกษ์ยังไม่มาทำงาน แต๋วมองๆเดินมาบอกว่าวันนี้ฤกษ์ไปส่งฤทธิ์ที่สนามบินแล้วไปอัดรายการต่อ ไม่มีใครเข้าออฟฟิศ ใจเริงชักสีหน้า ถามกลับว่าพูดแบบนี้จะไล่กันหรือ แต๋วพูดไม่ออก ทันใดมิสซิสเจน หญิงฝรั่งวัยกลางคนเดินโกรธเข้ามาขอพบฤทธิ์เพราะติดต่อไม่ได้ แต๋วฟังเธอพูดไม่ค่อยทัน ตอบ ตะกุกตะกัก ใจเริงได้ทีเข้าไปสนทนาแทนอย่างคล่องแคล่ว แล้วพาเดินไปนั่งคุยในห้องประชุม

แต๋วส่งข้อความไปบอกฤกษ์ว่ามิสซิสเจนมารอพบ พอฤกษ์มาถึง เห็นใจเริงนั่งคุยกับเธออย่างสนุกสนาน บรรยากาศครึกครื้น ใจเริงเห็นฤกษ์ก็รีบรายงานว่า

“คุณเจนบอกว่าตัวอาคารหลักของสปาที่เชียงรายผิดจากแบบที่คุยกันไว้ คุณเจนอยากให้คุณกับฉันบินไปดูหน้างานวันพรุ่งนี้” ฤกษ์หน้าตึงทำไมต้องไปกับเธอ

มิสซิสเจนย้ำเป็นภาษาอังกฤษว่าอยากให้ใจเริงไปช่วยดูงานสปา ส่วนงานที่ต้องแก้ไข ตนบอกกับใจเริงไว้หมดแล้ว ฤกษ์จะแย้งแต่ใจเริงตัดบทว่า เครื่องเธอจะออกหกโมงเย็นควรจะรีบไป เรื่องงานตนจะประสานให้ มิสซิสเจนหันมาชื่นชมกับฤกษ์ว่ามีเลขาเก่ง รสนิยมดี มีเสน่ห์

พอมิสซิสเจนกลับไป ฤกษ์ก็บอกใจเริงว่าตนจะไปเชียงรายคนเดียว ใจเริงไม่ยอมบอกว่ามิสซิสเจนต้องการให้ตนไปและตนเป็นคนรับเรื่อง ตนอยากได้งานเพราะเขาจะให้ทำงานสปา ตนจะได้ออกไปจากชีวิตเขาเสียที ฤกษ์ตัดบทถ้าไป จองตั๋วคนละไฟลท์ ไม่ต้องบอกให้พิมาลารู้ และกลับมาไม่ว่าจะได้งานหรือไม่ เธอจะต้องเลิกมานั่งเฝ้าที่นี่อีก

ใจเริงหุบยิ้ม แต่ก็ฝืนขอบคุณที่เขาให้โอกาส ฤกษ์แค่นยิ้ม ครุ่นคิดว่าตัวเองทำถูกหรือผิด

ค่ำนั้นฤกษ์บอกพิมาลาว่าพรุ่งนี้ต้องเดินทางไปเชียงราย ตั้งใจไม่ค้างเพราะคิดถึงเมีย จะบินกลับเที่ยวเย็น พิมาลาหาว่าปากหวาน ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เขาสะอึกนิดๆแล้วทำเนียนว่าจะมีอะไร มีแต่งาน เลขาก็ไม่มี พ่อก็หนีเที่ยว

พิมาลาเสนอเอาใจว่าฤทธิ์กลับมาเมื่อไหร่ เราไปเที่ยวกันบ้าง ฤกษ์แปลกใจเคยชวนมาหลายครั้ง
ไม่เคยไป หญิงสาวชูหนังสือที่อ่าน บอกให้เปลี่ยนบรรยากาศ เวลาที่เราเที่ยวเพลินๆไม่เครียดมีโอกาสท้องได้ ฤกษ์พูดขำๆว่า

“ผมจะบอกให้นะ พอเพื่อนพิมย้ายออกไป เราก็ไล่แอ๊ดไปเฝ้าบ้านโน้น แล้วเราก็หาความสุขได้
ทุกมุมในบ้าน นี่ทำบ้านมายังใช้ไม่คุ้มเลย”

พิมาลาตีแขนอายๆ แล้วเดินหนีไปเข้าห้องน้ำ ฤกษ์ถอนใจคิดเรื่องวันพรุ่งนี้

ooooooo

รุ่งเช้าพิมาลาแปลกใจที่ใจเริงออกไปแต่เช้ามืด โดยไม่บอกใครว่าไปไหน พลันมีข้อความเข้ามาที่มือถือฤกษ์ เขาเปิดอ่านเป็นข้อความจากใจเริง ว่าเธออยู่ที่สนามบินและส่งตั๋วเครื่องบินมาให้ทางเมล บอกให้เจอกันที่เชียงราย

อ่านจบฤกษ์รีบกดปิด บอกพิมาลาว่าเลขาพ่อส่งตั๋วเครื่องบินมาให้ ฤกษ์หอมแก้มพิมาลาบอกอย่างเอาใจว่าไปถึงจะโทร.กลับมา

พอถึงสนามบินเชียงราย ใจเริงโบกมือเรียกฤกษ์ เธออยู่ในชุดเซ็กซี่จนเขาอดมองไม่ได้ ใจเริงฉอเลาะห่วงใยทานอะไรหรือยัง รถตู้มารอรับแล้ว ฤกษ์พยายามรักษาระยะห่าง ปฏิเสธว่าไม่หิวจะรีบจัดการงานให้เสร็จแล้วรีบกลับ ใจเริงแอบยิ้มมุมปากพึมพำ เดี๋ยวก็รู้ว่าใครจะพลาดท่า

ระหว่างทางใจเริงชี้ข้างทางชวนคุยแต่ฤกษ์นิ่งเฉย จนมาถึงร้านสปาหรูท่ามกลางแมกไม้ มิสซิสเจนกับทอมลูกชายรอต้อนรับ ทอมทักทายใจเริงบอกสวยสมกับที่แม่ชมเธอให้ฟัง

ฤกษ์สะดุดหูรู้สึกหมั่นไส้นิดๆ ตัดบทให้คุยเรื่องงานกันเลย ตนรีบ ทอมผายมือเชิญใจเริงไปดูห้องสปา ฤกษ์มองตามอย่างขุ่นเคือง ใจเริงยิ่งแกล้งหว่านเสน่ห์กับทอมมากขึ้น

ระหว่างทางที่เดิน ทอมถามใจเริงชอบนวดไหม เธอยิ้มแย้มตอบว่าชอบมากโดยเฉพาะนวดน้ำมัน ทอมรีบบอกว่าของตนมีทั้งคอร์สนวดน้ำมันแบบนานาชาติ ไทย สวีดิชและอินเดีย มิสซิสเจนคุยว่าทอมไปเรียนด้วยตัวเอง ใจเริงตื่นเต้นถามถ้าตนนวดเขาจะนวดให้ตนไหม

“ได้เลยครับ ถ้าวันนี้คุณใจเริงทำงานเสร็จ ผมนวดให้เลย”

ฤกษ์หงุดหงิดแทรกขึ้นว่า “ขอโทษนะครับ ห้องนี้ใช่ไหมครับที่ผิดแบบ ผมจะรีบเคลียร์ให้ เพราะผมอยู่ได้ไม่นาน ต้องรีบกลับ!”

ใจเริงทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แต่ในใจกระหยิ่มที่ยั่วฤกษ์ได้...มิสซิสเจนบอกฤกษ์ว่า ห้องนี้ตนต้องการให้อลังการ แต่นี่เล็กกว่าห้องคนรับใช้อีก

ฤกษ์จำได้ว่า “ตอนประชุม คุณต้องการห้องแบบลักชัวรี ขนาดห้อง 6×8 มีห้องน้ำและห้องสตรีม เราก็ทำแบบตามนั้น...”

มิสซิสเจนส่ายหน้าบอกห้องมันดูเล็กเกินไป ฤกษ์ถามลองวัดดูหรือยัง ทอมส่ายหน้า ฤกษ์ท้วงว่าพวกเขาโวยวายทั้งที่ยังไม่ได้เช็ก ทอมบอกว่าแม่รู้สึกว่าห้องเล็กไม่ได้ตามที่คิดไว้ เพราะห้องนี้เป็นไฮไลต์ของเรา เลยอยากให้เขามาดูด้วยตัวเอง ฤกษ์ยิ่งหงุดหงิด

“แต่เราทำงานกันด้วยความรู้สึกไม่ได้นะครับ เรามีแบบเราต้องเช็กกันตามแบบ”

ใจเริงเห็นบรรยากาศไม่ดีรีบแทรกว่า “วัดเลยค่ะ ลองวัดห้องดูว่าได้ตามขนาดที่กำหนดหรือเปล่า” มิสซิสเจนพยักหน้าแล้วขอออกไปรอข้างนอก ใจเริงกระซิบฤกษ์ “ใจเย็นๆสิคะ”

ใจเริงช่วยฤกษ์จับปลายตลับเมตรแล้วก้มลงไม่ทันระวัง คอเสื้อเว้าเห็นร่องอก ทอมตาโต ฤกษ์เห็นแล้ว
ไม่พอใจดึงใจเริงขึ้น แล้วต่อว่าเรื่องเสื้อคอลึกไม่ระวัง ตนอายลูกค้า ใจเริงยิ้มยั่ว

“อายหรือว่าหวงคะ ไม่อยากให้คนอื่นเห็นล่ะสิ” ฤกษ์สวนว่าสงสารคนมอง “อย่างนี้ก็ต้องสงสารตัวเองสิ
พี่ฤกษ์ก็มอง เริงเห็น...อะๆไม่แซวละ ไม่ต้องหน้าแดงก็ได้”

ฤกษ์ดุกลบเกลื่อนดึงของจากมือใจเริง “เอามานี่ เดี๋ยวผมจะคุยกับช่าง คุณจะคุยเรื่องงานใหม่กับมิสซิสเจนหรือจะคุยกับใครก็รีบๆเลย ผมให้โอกาสไม่นาน เคลียร์งานจบผมกลับทันที”

ระหว่างที่ฤกษ์คุยกับช่าง ใจเริงคุยกับทอมที่ห้องสปา แกล้งพูดเสียงดังๆอย่างผิดหวังว่ายังไม่มีนโยบายรับพนักงานประจำ ทอมรับว่าใช่แต่แม่ตนอยากได้

เธอมาช่วยงาน อาจจ่ายเงินเดือนไม่ค่อยเต็มที่ ประมาณสองสามหมื่นได้ไหม ใจเริงดีใจแต่อ้างเนียนๆ

“จริงๆแล้วคุณฤกษ์จ่ายให้เริงเยอะกว่านี้นะคะ ถ้าคุณทอมเพิ่มเงินเดือนให้ เริงจะลองคิดดูนะคะ”

ฤกษ์ได้ยินไม่ค่อยพอใจ เดินหน้าเครียดมาหามิสซิสเจนที่อยู่ในห้องสปากับใจเริงและทอม “ผมคุยกับช่าง แล้วครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายทุกอย่างให้ฟัง แต่ก่อนอื่นเริงมาคุยกันหน่อย”

ใจเริงเดินตามฤกษ์ออกมาที่ล็อบบี้ เขาใส่ทันทีว่าโกหกสองแม่ลูกทำไมว่าเป็นเลขาตน แล้วยังโกหกอีกว่าได้เงินเดือนสูง ใจเริงสวนว่าตนอยากได้งาน จะได้ไปจากชีวิตเขาเสียที ตนรู้ตัวว่าทำให้ทุกคนอึดอัด ฤกษ์ใจอ่อนลงที่เธอรู้ตัวเสียบ้าง ใจเริงเห็นเขานิ่งก็แหย่ให้หึง

“อีกอย่างเริงชอบที่นี่แล้วล่ะ โดยเฉพาะคุณทอมเขาก็น่ารักดีนะคะ เขาอยากให้เริงทำงานกับเขามากๆเลย ดูจากท่าทีเขานะ แน่ะเขายิ้มมาให้อีก เริงไปคุยกับเขาก่อนนะ” พูดจบเดินไป

ooooooo

เสียงประนอมพูดว่าคนเราบางทีชอบแสดงอารมณ์อีกอย่าง เพื่อปกปิดอารมณ์ที่แท้จริงของตัวเอง เทิดพันธ์ฟังแล้วทำหน้างง ประนอมเดินเด็ดพืชผักสวนครัวไป อธิบายไป

“เช่น ทำเป็นไม่อยากได้ทั้งๆที่อยากได้ ทำเป็นอ่อนแอทั้งๆที่เตรียมมีดแทงข้างหลัง ทำเป็นถ่อมตัวทั้งๆในใจดูถูกคนอื่น...” เทิดพันธ์ไม่เข้าใจทำทำไม “ก็ปกป้องตัวเองไง ถ้าแสดงธาตุแท้ออกไปก็กลัวฝั่งตรงข้าม จะรู้ทัน บางคนเสแสร้งแบบรู้ตัว แต่บางคนทำโดยไม่รู้ตัว ไอ้ที่ไม่รู้ตัวนี่แหละ น่ากลัวสุดๆ”

“ก็จริง ตอนที่ผมหมดตัวแรกๆรับไม่ได้ พยายามทำรวยเหมือนเดิม แต่สุดท้ายก็เหนื่อย จนก็ยอมรับว่าจน ง่ายกว่า สบายใจ” เทิดพันธ์หัวเราะก่อนจะถามพูดเรื่องนี้ทำไมหรือแอบด่าตน

“อุ๊ย กับคุณไม่ต้องแอบ ด่าตรงตัวเลยค่ะ จะบอกว่าเรื่องคุณกับหนูวรรณก็มีลักษณะแบบนี้แหละ ประเภทเกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง”

เทิดพันธ์ไม่เข้าใจคำโบราณ ประนอมบอกเห็น เขาทะเลาะกับมาลัยวรรณ จิกกัดกันเป็นประจำ แต่ในใจคงเอ็นดู เพราะยังให้โอกาสกลับมาพิสูจน์ฝีมือในวันนี้ เขาโบ้ยว่าป้าเป็นคนให้ตนจ้าง ประนอมแย้งว่าเขาคัดค้านได้ และมาลัยวรรณก็ดูพึงใจในตัวเขาเหมือนกัน

“ตรงไหนป้าไม่ทราบ แต่เจ้าหล่อนปากก็ว่าคุณนั่นโน่นนี่ แต่ก็ยังมาเทียวไล้เทียวขื่อกับคุณไม่เลิก”
เทิดพันธ์ไม่เข้าใจอีก ประนอมอธิบายว่าคล้ายๆตอแย

“อ๋อใช่ๆ ไม่ชอบผมแต่ยังมาของานผมทำ ยัยนี่คงมาหลงเสน่ห์ผมแน่ๆ โถ...ยัยเด็กเมื่อวานซืน ไม่รู้จักเพลย์บอยอย่างผมเสียแล้ว เดี๋ยวจะจีบเสียให้เข็ด”

มาลัยวรรณเดินเข้ามา ประนอมสะกิดเทิดพันธ์ให้หยุดพูด หญิงสาวถามใครจะจีบใคร ทั้งสองเงียบกริบ ...จากนั้นเทิดพันธ์อธิบายถึงคอนเซปต์ของร้านให้ฟัง มาลัยวรรณเตรียมจด เขาบอกว่าโรงแรมจะเน้นความเป็นธรรมชาติ เหมือนธรรมชาติบำบัด คนที่มาพักจะรู้สึกว่าได้กลับคืนสู่ธรรมชาติ มาลัยวรรณมองและฟังเพลิน รู้สึกถึงความหล่อของเขาโดยไม่รู้ตัว

ประนอมเห็นมาลัยวรรณเงียบผิดปกติจึงสะกิดว่ามีคำถามอะไรบ้างไหม เธอสะดุ้งบอกว่าเคลียร์มาก
เทิดพันธ์ท้วงเคลียร์ได้อย่างไร ตนยังไม่ได้พูดถึงร้านอาหารเลย ตนอยากได้แนวง่ายแต่ไม่ธรรมดา มาลัยวรรณตอบอย่างฉะฉาน

“จากแนวทางโรงแรม คำว่าง่ายคือ เมนูแนวคลีนฟู้ด สดจากธรรมชาติไม่ใช้สารเคมี ไม่ปรุงแต่งมากแต่ไม่ธรรมดา คือขั้นตอนการทำที่พิถีพิถันและการตบแต่งที่มีสไตล์ไม่เหมือนใคร”

เทิดพันธ์อึ้งไม่คิดว่าจะเข้าใจ แอบชื่นชมเล็กๆ ประนอมถามถูกต้องไหม เขารับว่าใช่และให้คิดเมนูมาให้ทันโรงแรมเปิด มาลัยวรรณทิ้งท้าย รับรองว่าเสนอครั้งเดียวผ่าน แต่เขาอย่าลืมถ้าตนทำสำเร็จ เขาต้องไปเอาเมียเก่าออกจากบ้านพี่สาวตน พลันมือถือดังขึ้น มาลัยวรรณขอตัวไปรับสาย เทิดพันธ์หันมาถามประนอม ตกลงเธอหลงเสน่ห์ตนหรือทำงานเพื่อแลกให้ใจเริงออกจากบ้าน ประนอมส่ายหน้าไม่ใช่หมอดู

มาลัยวรรณตกใจเมื่อแอ๊ดโทร.บอกเรื่องฤกษ์กับใจเริง เทิดพันธ์ได้ยินขอไปที่บ้านฤกษ์ด้วย...เมื่อทั้งสองมาถึง แอ๊ดลังเลที่จะเล่า เทิดพันธ์รับรองจะไม่พูดให้พิมาลาฟัง แอ๊ดบอกเรื่องที่ใจเริงกลับบ้านพร้อมฤกษ์ มาลัยวรรณไม่เห็นเป็นเรื่องแปลกตรงไหน แต่เทิดพันธ์เห็นว่าใจเริงกำลังเล่นสงครามจิตวิทยา ที่ไม่ให้แอ๊ดบอกเพื่อให้บอกพิมาลา แอ๊ดงงไม่รู้ควรบอกไหม

“ฉันได้ยินหมดแล้ว!” พิมาลาเดินเข้ามาพร้อมข้าวของเต็มมือ

ทั้งมาลัยวรรณและแอ๊ดตกใจกลัวพิมาลาเสียใจ แต่เธอกลับบอกว่า ฤกษ์อาจจะเจอใจเริงระหว่างทางจึงให้ติดรถกลับมา เทิดพันธ์เห็นมือเธอสั่นขณะวางถุงข้าวของ พิมาลาฝืนยิ้มขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้า จากสัญชาตญาณเทิดพันธ์รู้ว่าเธอกังวลหวั่นไหวไม่น้อย

พอเข้ามาในห้อง ความเข้มแข็งที่สร้างขึ้น พังทลายทันที พิมาลาใจสั่นรีบควานมือถือออกมาโทร.หาฤกษ์แล้วต้องแปลกใจที่เขาปิดเครื่อง เธอพยายามเตือนตัวเองอย่าปรุงแต่ง ต้องอยู่กับปัจจุบันมันยังไม่มีอะไร แต่เหมือนไม่เป็นผล พิมาลากดโทร.หาใจเริง ก็ปิดเครื่องเช่นกัน ถึงกับเข่าอ่อน พยายามไม่คิดในทางลบแต่มันช่างยากเย็น

ด้านฤกษ์อธิบายกับมิสซิสเจนว่า ห้องได้ขนาดตามแบบ เพียงแค่โทนสีที่ใช้และการตบแต่งทำให้ดูว่าห้องเล็กลง ทางเราจะเปลี่ยนโทนสีและลดขนาดห้องน้ำลงเพื่อให้ห้องกว้างขึ้น ทอมยิ้มแย้มกับใจเริง ฤกษ์เห็นแล้วสะกิดใจ มิสซิสเจนขอโทษที่ทำให้ฤกษ์เสียเวลา ขอเลี้ยงข้าวเป็นการไถ่โทษ ฤกษ์ขอตัวกลัวไม่ทันเครื่องบินกลับ

มิสซิสเจนจึงขอเลี้ยงกาแฟแทน ทอมแทรก

“ดีครับ ระหว่างที่คุณฤกษ์ดื่มกาแฟกับคุณแม่ ผมขอให้คุณใจเริงไปช่วยทดสอบน้ำมันหอมที่เราทำเอง อยากรู้ว่าจะถูกใจผู้หญิงรึเปล่า”

ใจเริงกระดี๊กระด๊ายินดีเป็นหนูทดลอง แกล้งเดินคุยกะหนุงกะหนิงไปกับทอม ฤกษ์ปรายตามองอย่างหมั่นไส้...พอมานั่งมุมกาแฟ ฤกษ์โทรศัพท์หาพิมาลาแต่ไม่มีสัญญาณ มิสซิสเจนบอกว่ายังไม่ได้ตั้งเสา ถ้าจะโทร.ต้องขับรถไปบนเขา ฤกษ์จึงคิดว่าค่อยโทร.ใหม่ตอนเข้าเมือง

มิสซิสเจนถามว่าใจเริงมีแฟนหรือยัง ตนอยากจับคู่กับลูกชาย ฤกษ์จี๊ดเบาๆปัดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของใจเริง ตนไม่ยุ่ง แล้วเริ่มร้อนใจที่ทั้งสองไม่กลับมาเสียที

ในห้องทำงานของทอม มีสนชายหนุ่มผิวคล้ำคมเข้ม กำลังจัดเรียงขวดน้ำมันหอมระเหย ทอมเข้าไปคุยกับสน ใจเริงเริ่มผิดสังเกตเห็นทั้งสองสนิทสนมกันเกินเจ้านายลูกน้องดูมีหยอกล้อมีงอนกัน รู้สึกผิดหวังกับหลักใหม่ที่จะไว้ยึดเหนี่ยว แต่ยังพอใช้เป็นเครื่องมือปั่นหัวฤกษ์ได้

ฤกษ์เริ่มกระวนกระวายกลัวตกเครื่อง มิสซิสเจนให้คนไปตามใจเริงแต่กลับมาบอกว่าหาทั้งทอมและใจเริงไม่เจอ ฤกษ์หงุดหงิดลุกพรวดไปตามหาเอง จนกระทั่งมาเจอนอนให้ทอมนวดอยู่ในห้องนวดอย่างสบาย ฤกษ์โกรธมากเปิดประตูพรวดเข้าไป ใจเริงทำทีตกใจ ดึงผ้าปิดหน้าอก

“แต่งตัว ออกไปคุยกันเดี๋ยวนี้!” พูดจบฤกษ์ปิดประตูใส่ปัง! ใจเริงแอบยิ้มสมใจ

ใจเริงแต่งตัวเสร็จเดินออกมาหาฤกษ์จะกล่าวขอโทษ แต่เขาสวนก่อนว่าที่ให้มาด้วยเพราะให้มาหางานไม่ใช่หาสามี กลับอ่อยเสียจนตนตกเครื่อง ใจเริงอ้างว่าเรากลับคนละไฟลท์ คิดว่าเขากลับไปก่อน ฤกษ์ยิ่งโมโหเสียงกร้าว

“เลยไปนอนให้เขานวด ที่ผมกลับไปก่อนไม่ได้เพราะคนที่ขับรถไปส่งสนามบินมัวแต่ไปนวดนี่แหละ”

ทอมหน้าเสียตามมาขอโทษคิดว่าเขากลับเวลาเดียวกับใจเริง มิสซิสเจนเข้ามาไกล่เกลี่ยขอไถ่โทษด้วยการจัดห้องพักพร้อมอาหารและจองตั๋วเครื่องบินไฟลท์แรกของพรุ่งนี้ให้...ทอมรีบบอกว่ามีห้องที่ทำเสร็จสองห้อง ให้ทั้งสองพัก พวกตนจะไปนอนที่เชียงใหม่โดยให้สนคอยดูแล สนนำเสื้อคลุมมาให้ฤกษ์กับใจเริงเปลี่ยนเพื่อเอาชุดของทั้งสองไปซักแห้ง พรุ่งนี้จะได้ใส่กลับ ฤกษ์ฝืนยิ้มขอบคุณสองแม่ลูกต่างแยกย้ายกันเข้าห้อง ทอมกับแม่ขับรถออกไป

ใจเริงยิ้มกริ่มอยู่ในห้องตัวเอง เปิดไวน์จิบอย่างกระหยิ่มใจ คิดแผนร้ายในหัวฉับไว

ooooooo

ด้วยความร้อนใจ พิมาลามาที่บริษัทฤกษ์ เจอแต๋วเลขาฤทธิ์จึงถามถึงเที่ยวบินที่ฤกษ์กลับ แต๋วบอกตนไม่ได้เป็นคนจองตั๋วให้ พิมาลาชาวาบไปทั้งตัว...เปรมกับหมี่กำลังช่วยกันตัดต่อรายการที่เพิ่งอัดเสร็จ พิมาลาหน้าเครียดเข้ามา หมี่ตกใจรีบเข้าไปปลอบซักถาม

ระหว่างนั้นฤกษ์ดื่มไวน์อยู่ในห้องจนกึ่มๆ ใจเริงในชุดเสื้อคลุมปล่อยผมยาวสยายมาเคาะประตู พอเห็นเขายังไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าก็เตือนว่าเดี๋ยวเขาเอาไปซักไม่ทัน ฤกษ์ปัดไม่ต้องมายุ่งกับตน ใจเริงทำทีกังวลใจว่าพิมาลาจะเป็นห่วง เราควรจะโทร.บอกว่าทำไมเราถึงไม่ได้กลับบ้านทั้งสองคน ฤกษ์ร้อนใจจะออกไปหาที่โทรศัพท์บอกพิมาลา...สนบอกทอมทิ้งรถตู้ไว้ให้ใช้

ฤกษ์ขอขับไปเองไม่อยากรบกวน ใจเริงวิ่งตามมาบอกฤกษ์ว่าตนต้องโทร.บอกพิมาลาเช่นกัน เพื่อเธอจะได้สบายใจว่าเราไม่ได้มาด้วยกัน ฤกษ์ลังเลสักพักถึงยอมตกลง ใจเริงดีใจรีบก้าวขาขึ้นรถตั้งใจให้เสื้อคลุมแหวกเห็นต้นขาขาวอวบ ฤกษ์รีบเมินหน้าหนีแต่ใจเต้นโครมคราม

ขณะที่พิมาลากำลังฟูมฟาย ฤกษ์โทร.เข้ามา หมี่เตือนให้ตั้งสติพูดน้ำเสียงปกติ แต่เธอก็อดเสียงสั่นไม่ได้ ฤกษ์บอกว่าตกเครื่องกลับไม่ทัน เหตุสุดวิสัยจริงๆกว่าจะแก้งานให้ลูกค้าเสร็จ แต่ก็จองตั๋วพรุ่งนี้เช้าไว้แล้ว พิมาลาอดถามไม่ได้ว่า ทำไมเขาถึงกลับบ้านพร้อมใจเริงเมื่อวันก่อน ฤกษ์แก้ตัวว่าเจอใจเริงกลางซอย จะไม่รับก็กลัวจะถูกว่าใจดำ พอจะวางสาย

“เดี๋ยวค่ะพี่ฤกษ์ อีกเรื่องค่ะ...พอดีวันนี้พิมผ่านไปออฟฟิศคุณพ่อก็เลยแวะเข้าไป พิมเจอพี่แต๋วด้วยนะคะ ก็เลยถามไฟลท์กลับ แต่พี่แต๋วบอกว่าไม่ได้จองตั๋วให้พี่ฤกษ์...”

ฤกษ์ใจหายรีบหาข้อแก้ตัวว่าเป็นเลขาอีกคนของพ่อแล้วเริ่มกลัวจะคุมสถานการณ์ไม่อยู่ จึงบอกพิมาลาอย่าเพิ่งซัก ตนอยู่กับลูกค้ากลับไปค่อยคุยกัน พิมาลาเสียงสั่น

“ได้ค่ะ กลับมาถ้าเราคุยความจริงกันมันคงไม่มีอะไร ขอแค่อย่าโกหกกันก็พอ”

“พิมอย่ามาจับผิดพี่นะ! นี่พี่มาทำงาน พี่จะต้องโกหกพิมทำไม!”

พิมาลาพยายามคุมอารมณ์บอกไม่ได้จับผิด แค่พูดความจริง ทำไมต้องขึ้นเสียง ฤกษ์เสียงอ่อนลงตัดบทว่า

ที่นี่ไม่ค่อยมีสัญญาณ จุดที่คุยโทรศัพท์ได้ต้องขับรถไกลจากที่พัก ถ้าติดต่อไม่ได้อย่านอยด์ พิมาลารับคำบอกตนไม่ใช่คนแบบนั้น เธอวางสายไปโดยยังคลางแคลงใจ

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement