วันศุกร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เพลิงบุญ ตอนที่ 7


21 ก.ย. 2560 08:24
4,534,848 ครั้ง

เพลิงบุญ ตอนที่ 7

อ่านเรื่องย่อ

เพลิงบุญ

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

กฤษณา อโศกสิน

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ชนินทร ประเสริฐประศาสน์

ผลิตโดย:

บริษัท เมคเกอร์ วาย จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, ราณี แคมเปน,

ผ่องใสไม่คิดว่าใจเริงจะไม่มีความเกรงใจ ไม่คิดหาทางโยกย้ายออกไปจากบ้านฤกษ์ ยังมีหน้าเถียงว่าจะด่าหน้าด้านก็ด่ามาเลย แค่นี้ไม่เจ็บ

“โห...ยังมีหน้ามายอมรับ คนอย่างเธอนี่มันไม่ใช่ด้านธรรมดาแต่มันด้านอย่างมหัศจรรย์ ถึงว่ามีพ่อแม่ก็ชิงหนีตาย ดีนะที่ผัวมันทิ้งไปเสียก่อน ไม่งั้นคงชิงหนีตายไปเหมือนกัน”

ใจเริงโกรธปากคอสั่น อ้าปากจะด่ากลับแต่เห็นฤกษ์กลับมาเสียก่อนจึงชะงัก ทำทีสงบเสงี่ยมไม่ต่อปากต่อคำ ผ่องใสไม่เห็นฤกษ์จึงด่าต่อว่าไหนบอกไม่รู้สึกทำไมเงียบ ใจเริงทำสลด

“ก็เงียบให้คุณป้าด่าไงคะ อยากจะด่าจะดูถูกอะไรก็จัดมา เริงรับได้ คนมันไม่มีทางไป มันจนตรอกแล้วนี่ อยากจะเหยียบอยากจะกระทืบยังไงก็เชิญ”

ฤกษ์ได้ยินยืนมองด้วยความแปลกใจ ใจเริงทำทีต่อมน้ำตาแตกรำพันว่าตนเคยทำไม่ดีต่อฤกษ์ ตนกำลังรับกรรมอยู่ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ตนจะแก้ไขทุกอย่างไม่ทำให้ฤกษ์ต้องเสียใจ แต่มันทำไม่ได้ ตอนนี้ชีวิตตัวเองยังเอาไม่รอด ตนไม่ได้อยากอยู่ในสภาพนี้แต่ไม่รู้จะไปอยู่ไหน ผ่องใสงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของใจเริง เธอยังรำพันต่อ

“ที่คุณป้าด่าเริงหน้าด้าน เริงไม่เจ็บเพราะชีวิตที่ผ่านมามันเกินคำว่าเจ็บไปมากแล้วค่ะ คุณป้าจะด่าอะไรอีกก็ด่ามาเลย ถ้าด่าแล้วสบายใจ เริงรับได้”

ผ่องใสอ้าปากค้างด่าไม่ออก ฤกษ์เข้ามาปรามผ่องใส ใจเริงทำเป็นปาดน้ำตาขอตัวเดินไป ฤกษ์หันมาซักถามผ่องใส เธอยอมรับว่ามาถามจะออกไปเมื่อไหร่แต่ไม่ได้คำตอบ ฤกษ์จึงขอให้เป็นหน้าที่พิมาลาจัดการ ผ่องใสหน้าเสียเหมือนหาว่าตนยุ่ง จึงกลับไปด้วยความน้อยใจ

พิมาลากลับมา แอ๊ดรีบเล่าเรื่องผ่องใสให้ฟัง...ฤกษ์เห็นใจเริงหลบมานั่งร้องไห้ก็ชั่งใจว่าเชื่อได้หรือไม่ ความรู้สึกเริ่มสับสนเข้ามาขอโทษแทนผ่องใส

ใจเริงสบตาเขาด้วยความแปลกใจ สักพักฤกษ์ก็เดินไป พิมาลาเห็นเข้ามาถามเรื่องผ่องใส ใจเริงยิ้มนิดๆ

“เริงโอเคจ้ะ เมื่อกี้พี่ฤกษ์ก็มาขอโทษแทนน้าผ่อง แค่พี่ฤกษ์ไม่ด่าเราซ้ำ เราก็โอเคแล้ว เราไม่แคร์น้าผ่อง คนที่เราแคร์คือพี่ฤกษ์”

พิมาลาฟังรู้สึกแปร่งหู ตัดสินใจพูดว่าเมื่อเรื่องบานปลายไปถึงผู้ใหญ่ ตนขอให้เธอย้ายออกไป ใจเริง หน้าตึงวูบหนึ่งแล้วรีบยิ้มกลบเกลื่อนว่าเข้าใจทุกอย่างดี คืนนี้จะเก็บของ พรุ่งนี้จะไปหาห้องเช่าเล็กๆแถวที่ทำงาน พิมาลาน้ำตาคลอขอโทษ

ผ่องใสกลับมาบ่นกับฤทธิ์ ฤทธิ์บอกน้ำตากับมารยาเป็นอาวุธสำคัญของผู้หญิง ผู้ชายถ้าไม่ได้หยาบกระด้างเกินไป ร้อยทั้งร้อยใจอ่อน ผ่องใสตกใจที่ตัวเองไปทำให้ฤกษ์สงสารใจเริง

ตอนเข้านอน พิมาลาบอกฤกษ์ว่าเมื่อเย็นตนพูดกับใจเริงเรื่องหาที่อยู่ใหม่ เขาก็ไม่ลังเลแค่ขออยู่อีกวัน ฤกษ์เห็นสีหน้าภรรยาก็รู้ว่าใจจริงสงสารใจเริงมาก เขาบอกพอได้ฟังที่ใจเริงตัดพ้อกับผ่องใสก็รู้ว่าเธอไม่มีที่ไปจริงๆ พิมาลาฟังแล้วเริ่มระแวงนิดๆ แต่พอเขาพูดต่อว่า

“มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วที่เราจะทำได้ ทำใจให้สบายเถอะ ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี”

พิมาลานอนซบอกฤกษ์อย่างอุ่นใจขึ้น...ในขณะที่ใจเริงเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า หยิบเสื้อตัวหนึ่งมาทาบตัว ปลดกระดุมให้คอลึกดูวาบหวิวแล้วยิ้มกริ่มอย่างมีแผนในใจ

ooooooo

รุ่งเช้าแอ๊ดรายงานว่าใจเริงออกไปแต่เช้าบอกจะไปดูบ้านเช่าใกล้ๆที่ทำงาน ฤกษ์อยากแน่ใจเข้าไปดูในห้องนอนเธอ เห็นกระเป๋าเสื้อผ้าวางพร้อมก็แน่ใจ พิมาลาแย็บถามสบายใจไหม

“ผมน่ะสบายใจอยู่แล้ว พิมว่าไงก็ว่าตาม”

“ปกติเละเป็นสลัม ไม่จัดข้าวของเป็นระเบียบแบบนี้นะ มันดูดีเกินน่ะ มันไม่ใช่น่ะ มันประดิษฐ์เกิน” แอ๊ดพึมพำไม่อยากเชื่อ...

ที่บริษัททัวร์ เจ๊เอ็งเข้ามาหาใจเริงที่โต๊ะทำงานซึ่งจัดเป็นสัดส่วน มีพาติชั่นกั้น บอกรู้ไหมวันนี้ตนเรียกใครมา ใจเริงสวนอย่างไม่เกรงใจ ว่าผัวใหม่เจ๊หรือ

“ไอ้ย่ะ ลื้อซี้ซั้วต่า อั้วเรียกอาบะหมี่มาคุย” ใจเริงงงใคร “อาบะหมี่ที่พาลื้อมาทำงานไง”

“อ๋อ...พี่หมี่ เจ๊เรียกมาทำไม”

เจ๊เอ็งบอกให้มาดูความประพฤติ มาอบรมเธอ ใจเริงยิ้มมุมปากคิดในใจวันนี้จะเป็นวันดีเดย์ เจ๊เอ็งถามชอบหรือ เธอรีบบอกว่าต้องชอบเพราะมีเรื่องจะฟ้องหมี่ เหมือนกัน เจ๊เอ็งยิ่งฉงน

บ่ายวันนั้นมาลัยวรรณเอาขนมที่ทำมาให้พิมาลากับทุกคนที่ออฟฟิศทาน พิซซี่กับแมนกินกันอย่างเอร็ดอร่อยแม้ไม่รู้ว่าเป็นขนมอะไร พิมาลาเพิ่งรู้จากพิซซี่ว่าหมี่ไปบริษัททัวร์ ไม่ทันไรพนักงานโทร.มาบอกว่ามีหนุ่มหล่อสูงใหญ่มาขอพบพิมาลา มาลัยวรรณหูผึ่ง...

ในขณะที่หมี่ฟังเจ๊เอ็งฟ้องเรื่องใจเริง ก็หันมาถามใจเริงจริงไหม เธอยอมรับและพูดเป็นนัยๆว่า ไม่ได้ดูถูกเรื่องทัวร์แต่ดูถูกคนในบริษัทบางคน เจ๊เอ็งงง

หมายถึงใคร ใจเริงปัดไม่อยากพาดพิงแต่ยอมขอโทษเจ๊เอ็ง แล้วขอตัวกลับไปทำงาน หมี่ขอให้เจ๊เอ็งอภัย...ใจเริงกลับมาที่โต๊ะทำงาน ทำทีเช็ดน้ำตาป้อยๆ ดำรงเดินมาปลอบใจ เธอบอกว่าเธออายจะแย่

“โธ่...บอกแล้วอย่าไปเถียงเจ๊มัน พี่เป็นน้องมันแท้ๆพี่ยังไม่กล้าเถียงเลย แต่ก็เข้าใจนะเริงน่ะลูก
คุณหนูคงไม่เคยโดนจ้ำจี้...เอ๊ย!จ้ำจี้จ้ำไชน่ะ มาโดนแบบนี้คงทนไม่ได้หรอก”

ใจเริงทำเป็นปลาบปลื้มที่ดำรงเข้าใจแล้วรับคำชวนที่เขาเคยชวนไปกินตีนไก่ตอนเย็น ดำรงดีใจคิดไปไกลกว่าการกิน ใจเริงปลดกระดุมเสื้อทำทีโบกมือเพราะร้อนก่อนขอตัวไปดูหน้าตาในห้องน้ำ ดำรงตาโพลงมองเนินอกที่ล้นออกมา พอเธอลุกกระดุมเสื้อหลุดออกอีกเม็ดแต่ทำไม่รู้เรื่องก้มหยิบกระเป๋าเครื่องสำอางเดินกรีดกรายออกไปแถมแย็บว่าอย่าตามมาแอบดู

ดำรงกระหยิ่มยิ้มย่องตามเข้าไปในห้องน้ำอ้างว่าปวดปัสสาวะ ใจเริงทำเป็นบ่นว่าเจ๊เอ็งงกไม่ทำห้องน้ำแยกหญิงชาย ดำรงพูดจาโลมเลีย ใจเริงตอบโต้ด้วยคำเชื้อเชิญยั่วยวนจนเขาทนไม่ไหวเข้าสวมกอดจากด้านหลัง เธอทำทีปัดป้องพอดำรงถามชอบตนไหมก็ตอบว่าไม่ได้เกลียด

“แต่เมื่อก่อนทำเหมือนรังเกียจ”

“นั่นมันเมื่อก่อน แต่วันนี้อยากกินตีน...ไก่กับพี่”

“เริง พี่ทนไม่ไหวแล้ว เป็นของพี่เถอะนะ”

“พี่ดำ อย่า นี่มันห้องน้ำนะ ปล่อยเริง ไม่นะอย่าทำอย่างนี้”

“เริงยั่วพี่...พี่ไม่ไหวแล้ว” ดำรงซุกไซ้ใจเริง เธอดิ้นรนแล้วดึงเสื้อตัวเองจนกระดุมหลุดออกเผยให้เห็นเนื้อใน ดำรงตะลึงยิ่งหื่นกระหาย

ใจเริงเริ่มกรีดร้องและข่วนหน้าดำรง พยายามดิ้นหนี แอบเอาเล็บข่วนคอตัวเอง ดำรงเห็นก็แปลกใจทำร้ายตัวเองทำไม...เจ๊เอ็งกำลังคุยกับหมี่และเปรมที่มาด้วย เสียงกรีดร้องของใจเริงดังออกมา ทุกคนตกใจรีบวิ่งไปดู เปรมกระชากคอเสื้อดำรงขึ้นมาและชกเข้าเต็มหน้าล้มหงายไป หมี่เข้าประคองใจเริงที่ร้องไห้โฮ เจ๊เอ็งตกใจกับสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยผมกระเซิงของใจเริง

หมี่พาใจเริงที่ยังร้องไห้ออกมานั่ง เจ๊เอ็งลากดำรงตามมา ดำรงปฏิเสธไม่ได้ปล้ำใจเริง ตนกับเธอแค่ยั่วกันเล่น ใจเริงตวาด

“เล่นบ้าอะไร ฉันเป็นเพื่อนเล่นแกเหรอ แค่ทำดีเข้าหน่อย แกก็จะปล้ำข่มขืนฉันในห้องน้ำ ไอ้ทุเรศ” ดำรงบอกเธอยั่ว “ฉันยั่วอะไรแก ฉันแค่บอกว่าวันนี้จะไปกินตีนไก่กับแก อย่างนี้เรียกยั่วเหรอ แกหน้ามืดจนมโนไปเองแล้ว...เจ๊คะที่เริงบอกไม่อยากพูดก็คือน้องชายเจ๊นี่แหละ ที่ทำให้เริงลำบากใจ มันลวนลามเริงตั้งแต่มาทำงานวันแรก ลวนลามทั้งคำพูดทั้งสายตา บางวันเริงก็อารมณ์เสียไม่อยากทำงาน อยากกลับบ้านเร็วๆเจ๊ก็มาด่าเริง”

เจ๊เอ็งซักไซ้ดำรง เขาปฏิเสธ พนักงานบอกว่าดำรงเป็นคนชอบสีหญิงทุกคนในออฟฟิศอยู่แล้ว ใจเริงโวย แล้วที่บอกว่าไปกินตีนไก่ แทะกระดูกมันๆกรุบๆกรอบๆ แกหมายความถึงอะไร ตอนแรกตนไม่ทันนึก จนเขาตามเข้ามาในห้องน้ำแล้วทำแบบนี้ ดำรงยังงงๆ หมี่ให้ใจเริงแจ้งความ ใจเริงหน้าเสีย โชคดีที่เจ๊เอ็งขอร้องอย่าแจ้งเพราะอย่างไรเสียก็น้องชาย เปรมยุอีกคน ใจเริงทำทีฟูมฟายว่าจะลาออก ถ้าไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ต้องชดเชยให้คุ้มกับที่ตนโดนทำร้าย

“ได้ๆเดี๋ยวอั๊วจัดการให้” เจ๊เอ็งหันมาตบหัวดำรง “อยากแดกตีนไก่นักใช่ไหม แดกซุปเปอร์ตีนกูก่อนละกัน”

ดำรงล้มฟาดร้องไห้ ทุกคนมองอย่างอเนจอนาถ หมี่กับเปรมพาใจเริงกลับไปที่ออฟฟิศ

ooooooo

มาลัยวรรณเดินผ่านห้องรับแขกของออฟฟิศ เห็นพิมาลาคุยอยู่กับเทิดพันธ์ ก็รีบแอบฟังเทิดพันธ์ตั้งใจมาหาพิมาลา จะขอให้ฤกษ์ช่วยรีโนเวทบ้านริมน้ำของตนให้เป็นบูทิคโฮเทล ในงบประมาณเท่าที่ตนมีเพื่อรักษาตัวบ้านเก่าไว้ พิมาลารับคำจะให้ฤกษ์โทร.นัดคุย

มาลัยวรรณได้ฟังพึมพำ ถ้าตั้งหลักได้ก็น่าเอาเมียไปอยู่ด้วย เธอโทร.เข้ามือถือพิมาลาบอกว่ารออยู่หน้าห้องน้ำ ให้เลิกคุยเสียทีตนหิว เผอิญเทิดพันธ์เดินหาห้องน้ำ มาลัยวรรณรีบวางสายแล้วทำตัวเป็นพนักงานทำความสะอาด กำลังถูน้ำที่เปียกหน้าห้องน้ำ บอกเขาว่าเข้าไม่ได้ พอเขาถามว่ามีห้องน้ำตรงไหนอีก เธอก็บอกว่ามีที่ชั้นยี่สิบ

เทิดพันธ์เห็นชายสองคนเดินออกจากห้องน้ำก็ชี้ถามทำไมสองคนนั้นเข้าได้ มาลัยวรรณบอกเขาอยู่ก่อนจะให้ตนไปไล่ได้อย่างไร เทิดพันธ์คุ้นหน้าเพิ่งนึกได้ว่าเธอคือคนรับใช้บ้านฤกษ์ แล้วหาว่าเธอเป็นมิจฉาชีพหรือเปล่า ถึงทำงานหลายที่อย่างนี้ มาลัยวรรณโวย

“เดี๋ยวๆอย่ามาดูถูกกันนะคุณ ตาต่ำแล้วยังมโนแรงอีก มิจฉาชีพเนี่ยนะ”

เทิดพันธ์ถามถ้าไม่ใช่แล้วเป็นอะไร พอดีแมนเดินมาทักมาลัยวรรณทำไมมาถูพื้น ไม่ใช่แม่บ้านเสียหน่อย พิซซี่เดินมาอีกคนทักเทิดพันธ์ เขาแปลกใจที่เธอรู้จักชื่อ

“อ๋อ...พอดีเห็นจากคลิปของน้องวรรณ...”

“เออ ใช่จริงๆด้วย สวัสดีครับคุณเทิดพันธ์” แมนมองชัดๆแล้วรีบยกมือไหว้

เทิดพันธ์จึงถามว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร อาชีพอะไร มีปัญหาอะไรถึงกัดตนอยู่บ่อยๆ มาลัยวรรณห้ามสองคนบอก พิมาลาเดินมาพูดขึ้นว่าตนบอกเอง มาลัยวรรณหน้าเจื่อน

พิมาลาให้มาลัยวรรณขอโทษเทิดพันธ์ เธอประชดกล่าวขอโทษที่กระทำการจาบจ้วงล่วงเกินเขา พิมาลาบอกอีกว่าเธอเป็นน้องสาวแท้ๆของตน ทำงานเกี่ยวกับการจัดแต่งอาหารตามงานเลี้ยง มาลัยวรรณแทรก เขาเรียกว่า ฟู้ด ดีไซเนอร์

“อ้อ งั้นผมก็ขอโทษด้วยที่ตาต่ำเห็นเป็นเด็กเสิร์ฟ แถมไปวิจารณ์อาหารน้องว่ารสชาติไม่ได้เรื่อง สงสัยดวงเราจะสมพงศ์ในฐานะคู่กัดนะ...” พูดจบเทิดพันธ์ก็ลากลับ และย้ำพิมาลาอย่าลืมบอกฤกษ์ให้ให้ราคามิตรภาพหน่อย

“ไม่ได้มั้งคะ เรื่องมิตรภาพน่ะ ธุรกิจคือธุรกิจค่ะ” มาลัยวรรณแทรกขึ้น

พิมาลาหยิกแขนน้องแล้วขอโทษเทิดพันธ์แทน เขาแกล้งเหน็บมาลัยวรรณว่าเจอกันคราวหน้า ช่วยซื้อยาแก้ปวดหัวไว้ให้ทานด้วย คุยกับมาลัยวรรณทีไรไมเกรนขึ้นทุกที พิมาลาขำที่ทั้งสองปากพอกัน พอเทิดพันธ์เดินไป พิมาลาก็หันมาเอ็ดมาลัยวรรณ ทำแบบนี้ไม่กลัวเขาไม่รับเข้าทำงานหรืออย่างไร เธอยักไหล่ไม่แคร์ พอดีหมี่โทร.มาบอกว่าใจเริงมีเรื่องลาออกจากทัวร์เจ๊เอ็งแล้ว

พิมาลาตกใจ มาลัยวรรณได้ยินรีบวิ่งไป พิมาลาจะเรียกแต่ไม่ทัน

มาลัยวรรณวิ่งมาดักเทิดพันธ์ที่ลานจอดรถ เขาดักคอจะมาทำให้ปวดหัวเพิ่มอีกหรือ เธอสวนว่าภรรยาเก่าเขาต่างหากที่มาทำให้พวกตนปวดหัว เกาะพี่สาวตนเป็นปลิงนานแล้ว อ้างว่าไม่มีที่ไปทั้งที่ตัวเองมีงานทำ เทิดพันธ์ไม่เชื่อหูตัวเองว่าใจเริงทำงาน

“ใช่ แต่ตอนนี้ก็ดันมาลาออกจากงานอีก ไอ้ที่พูดว่าจะย้ายออกจากบ้านพี่พิม ฉันว่าโกหกสร้างภาพอีกตามเคย ตอนนี้ไม่มีงานไม่มีเงินเดือน เดี๋ยวก็ขออยู่ต่อ บอกเลยนะตลอดเวลาที่พี่เริงเข้ามาอยู่ในบ้าน ครอบครัวเราไม่มีใครสบายใจ มีแต่เรื่องเกือบทุกวัน บางวันผัวเมียทะเลาะกัน”

“ถ้าเริงสร้างปัญหาขนาดนี้ ทำไมเมื่อกี้คุณพิมไม่เห็นพูดสักคำ”

“พี่สาวฉันเป็นคนดีเกินกว่าจะปริปากน่ะสิ แต่บังเอิญฉันเป็นคนดีน้อยกว่าพี่พิม ก็เลยต้องเป็นกระบอกเสียงแทน... ถ้าคุณเรียกร้องมิตรภาพจากพี่สาวฉัน ฉันก็ขอเรียกร้องมิตรภาพจากคุณเช่นกัน ในฐานะที่คุณเป็นอดีตสามีของพี่เริง ไหนๆคุณก็มีทุนรอนสร้างเนื้อสร้างตัวใหม่แล้ว ช่วยพาคุณเธอย้ายร่างออกไปสักที อย่าอยู่บ้านพี่พิมเพื่อสร้างปัญหาต่ออีกเลย” พูดจบมาลัยวรรณเดินไป นึกได้หันกลับมาส่งเงินให้เทิดพันธ์สี่สิบบาท บอกสมทบไว้ซื้อยาแก้ปวดหัว

เทิดพันธ์มองตามหลัง รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันทีกับเรื่องใจเริง...

ในขณะที่ฤกษ์กับฤทธิ์คุยกับลูกค้าชาวจีน และเซ็นสัญญางานใหญ่อีกชิ้น ฤกษ์ดีใจจะไปรับพิมาลาเพื่อไปฉลอง ฤทธิ์เกริ่นเรื่องใจเริงว่าที่ผ่องใสทำไปเพราะหวังดี ฤกษ์เข้าใจแต่ปล่อยพิมาลาจัดการเองดีกว่า ฤทธิ์เตือน

“ปล่อยมันก็ดี แต่ถ้าปล่อยมากไป มันก็จะไม่ทันระวัง ทุกอย่างมันต้องมีตรงกลาง ไม่ตึงไปไม่หย่อนไป ดีที่สุด แกจะปล่อยให้พิมจัดการก็ได้ แต่อย่าปล่อยใจตัวเอง จนไม่ทันระวัง”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับ ผมควบคุมตัวเองได้อีกอย่างเดี๋ยวเริงเขาก็ย้ายออกไปแล้ว ทุกอย่างก็กลับคืน สภาวะปกติสุข ผมไปก่อนนะครับพ่อ แล้วเจอกันครับ” ฤกษ์เดินมั่นใจออกไป

ฤทธิ์มองตามหลังลูกชายอย่างสังหรณ์ใจแปลกๆ เพราะมันจะง่ายอย่างนั้นหรือ

ooooooo

เมื่อฤกษ์มาถึงออฟฟิศเกิร์ลทอล์ค ก็ล้อมวงคุยเรื่องใจเริง โดยที่พิมาลากอดปลอบใจเริงซึ่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ ใจเริงบอกเหตุผลที่ทนให้ดำรงหยาม เพราะเกรงใจหมี่อุตส่าห์ฝากงาน

หมี่ยุให้ใจเริงแจ้งความ ตนกับเปรมจะเป็นพยานให้ ใจเริงหน้าเสียกลัวความแตก อ้างเห็นแก่เจ๊เอ็งที่มีบุญคุณ แค่จ่ายค่าเสียหายให้ตนพอใจก็พอ แต่คนที่ต้องรบกวนจริงๆคือฤกษ์กับพิมาลา ตนไม่มีงานไม่มีเงินเดือนแล้ว คงย้ายออกไปอยู่ไหนไม่ได้ ใจเริงยกมือไหว้ขอร้องฤกษ์ เขามองนิ่งๆ พิมาลารีบบอกว่าจะไล่เธอได้อย่างไร เพิ่งเจอเรื่องร้ายๆมา ใจเริงยิ้มทั้งน้ำตา

ฤกษ์ยังคาใจออกมาคุยลำพังกับเปรม ว่าเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดไหม เปรมส่ายหน้า แต่ดูจากสภาพใจเริงแล้วเชื่อถือได้ เธอไม่น่าสร้างเรื่อง ถ้าทำต้องถือว่าฉลาดขั้นเทพ

ตอนค่ำแอ๊ดเห็นพิมาลาประคองใจเริงกลับมาก็ทำหน้าเซ็ง เอะใจแล้วไม่พลาดน่าจะไปเป็นหมอดูแก้กรรมท่าจะดี

พอจะเข้านอน พิมาลาถามฤกษ์ว่าโกรธตนไหมเรื่องให้ใจเริงอยู่ที่บ้านต่อ เขาบอกถึงใจเริงไม่ตกงานไม่เจ็บตัว แล้วขออยู่ต่อ เธอก็ต้องใจอ่อนยอมอยู่ดี พิมาลารู้สึกจุกจนเจ็บ

“ก็จริงนี่ ผมรักพิมที่ความดี แต่บางครั้งความดีของคุณนี่แหละที่ทำให้คุณเป็นทุกข์”

“บางครั้งพิมก็ไม่รู้ว่าจริงๆ พิมเป็นคนดี หรือเป็นคนอ่อนแอกันแน่”

ฤกษ์กอดปลอบ “ถ้าเริงเขาอยู่แบบมีสติ ไม่เอาเปรียบคุณ ไม่หาเรื่องเอาชนะผมรายวัน ผมก็ไม่มีปัญหา ให้เขาอยู่จนกว่าจะหางานใหม่ได้”

พิมาลาแปลกใจที่ฤกษ์ไม่รีบไล่ใจเริงอีก เขาบอกถ้ารีบแล้วทำให้พิมาลาเครียด ก็ไม่อยากทำ บอกเธอไม่ต้องคิดมาก พิมาลาชักรู้สึกใจหายที่สามีเปลี่ยนไป

วันต่อมาหมี่ถามพิมาลาถึงใจเริง และเตือนว่าอย่าปล่อยให้อยู่นาน อย่าใจอ่อน พิมาลาถามไม่เห็นใจเพื่อนตนบ้างหรือ ตนกับใจเริงคบกันมาแต่เด็ก เธอไม่น่าคิดร้ายกับตน พิซซี่โพล่งขึ้นว่า เส้นผมบังภูเขา...ผงเข้าตาตัวเอง เอาออกลำบากที่สุด...พิมาลาคิดว่าจะหางานให้ใจเริงทำ ในขณะที่ใจเริงอยู่บ้านฤกษ์ ทำตัวราวเจ้าของบ้านใส่ชุดว่ายน้ำเซ็กซี่นอนอาบแดดข้างสระว่ายน้ำ แอ๊ดมองอย่างเคืองขุ่น...พิมาลามาที่บริษัทฤกษ์ นำขนมมาฝากทุกคนในบริษัท ได้ยินว่าสมานเลขาลาบวชไม่มีกำหนดสึก จึงอาสาเป็นเลขาให้ชั่วคราว ฤกษ์อ้อนอยากให้เป็นถาวร

“คุณพ่อดูลูกชายสิคะ งอแงใหญ่แล้ว...” พิมาลาหันไปฟ้องฤทธิ์

“มันพาล เพิ่งโดนเลขาทิ้ง สมานนี่เลขารู้ใจเลยนะ กำลังอกหัก” ฤทธิ์พูดขำๆ

พิมาลานึกได้ว่าที่มาจะเอางานใหม่มาให้ คืองานของเทิดพันธ์...ค่ำนั้นพิมาลาสั่งแอ๊ดปอกผลไม้เอาไปให้ฤกษ์ที่ห้องทำงาน คืนนี้เขาต้องทำงานดึก ใจเริงได้ยินหูผึ่ง พิมาลาหันมาถามใจเริงเป็นอย่างไรบ้าง ใจเริงทำท่าว่ายังมึนๆ แอ๊ดเหยียดปากพึมพำ มึนอะไรนอนอาบแดดราวนางพญา พอพิมาลากลับขึ้นข้างบน ใจเริงก็เข้ามาช่วยแอ๊ดปอกผลไม้ แอ๊ดได้ทีแดกดัน

“ถ้าคุณเริงอยากช่วย ช่วยปอกมะม่วงแรดนะคะ อ้อมีทุเรียนชะนีด้วย แต่ดึกแล้วชะนีคงไม่เหมาะกับคุณผู้ชาย เสร็จจากมะม่วงแรด คุณเริงก็ช่วยแกะ ลำไย แห้วกับระกำไปพลางๆ ส่วนสตรอเบอรี่เรียกแม่จานนี้ แอ๊ดเอาไปให้คุณฤกษ์เองค่ะ”

ใจเริงเข่นเขี้ยวไล่หลังว่าหวงนักหรือ ก้มมองชุดวาบหวิวที่ตัวเองใส่แล้วคิดแผนร้ายได้...ทำพริกเกลือเดินตามแอ๊ดเข้าไปในห้องทำงานฤกษ์ ด้วยชุดนอนเพียวๆไม่มีเสื้อคลุม แอ๊ดกับฤกษ์สะดุดตากับหน้าอกขาวโอโม่ ฤกษ์รีบเบนสายตาแต่ใจเต้นแรงโดยอัตโนมัติ บอกคราวหลังไม่ต้องทำ เป็นหน้าที่แอ๊ด ใจเริงพูดด้วยน้ำเสียงสดใสฉอเลาะ

“ไม่เป็นไร เริงเต็มใจอยากตอบแทนน้ำใจพี่ฤกษ์ อ้อ ส่วนเรื่องงานถ้ามีอะไรให้เริงช่วย บอกได้เลยนะ ตอนนี้เริงตกงานอยู่ จะช่วยแปลเอกสาร พิมพ์งานหาข้อมูล ทำได้หมดค่ะ”

ฤกษ์ปัดไม่เป็นไร ใจเริงหันมาชวนแอ๊ดกลับออกไปให้ฤกษ์ได้ทำงาน แอ๊ดรู้สึกแปลกๆ พอเดินออกมาก็ถามว่าเสื้อคลุมหายไปไหน ใจเริงยักไหล่บอกร้อนเลยถอดออก ถ้าร้อนกว่านี้คงถอดหมด แล้วเดินไปหน้าตาเฉย แอ๊ดหน้าเหวอ พูดจริงหรือพูดเล่นกันนี่

ด้านฤกษ์นั่งมองถ้วยพริกเกลือด้วยใจสั่นหวิว หลับตาพยายามสลัดความรู้สึกทิ้ง พลันมีมือมาวางที่ไหล่ เขาสะดุ้งเฮือกปัดออก พอหันมาพบว่าเป็นพิมาลาเธอถามเป็นอะไรทำไมต้องตกใจขนาดนี้ ฤกษ์อ้างว่าฝันไม่ค่อยดี พิมาลาจึงชวนเข้านอน แต่เขาบอกต้องลุยงานต่อ พรุ่งนี้ตั้งใจจะเข้างานสายๆ พิมาลาจึงขอตัวไปนอนก่อน แต่พอเธอจะเดินไป ฤกษ์ดับอารมณ์ไม่สำเร็จดึงมือภรรยาไว้ แล้วยิ้มกรุ้มกริ่มบอกเธอว่า เราควรมีลูกกันได้แล้ว

พิมาลาชะงักเขินอาย ขอผลัดเป็นคืนพรุ่งนี้ เพราะมีประชุมแต่เช้าต้องรีบนอน ฤกษ์จุ๊บปากมัดจำไว้ก่อน เธอรู้สึกผิดเล็กๆ

ooooooo

เช้าวันใหม่ ใจเริงในชุดเสื้อคลุมว่ายน้ำเดินมาบอกพิมาลาว่าคิดได้แล้วอยากทำงานอะไร อยากทำพิธีกร เห็นรายการทีวีมีแต่พิธีกรใหม่ๆ ตนมีความเป็นตัวของตัวเองสูงน่าจะทำได้ดี ขอให้พิมาลาช่วยคุยกับหมี่หรือเปรมให้ พิมาลาอึ้งไม่อยากปัดจึงบอกว่าจะคุยกับเปรมแต่ไม่รับปาก

“ไม่เป็นไร แค่ช่วยพูดก็ดีใจแล้ว ถ้าเราได้เป็นพิธีกรร่วมกับพิมจริงๆ เราจะลงทุนไปอัพทั้งหน้าทั้งหุ่น เอาให้แซ่บจนคนลือเลยว่า พิธีกรคนใหม่นี่เป็นใคร”

แอ๊ดได้ยินยิ่งอึ้งกว่าเจ้านาย รีบตัดบทว่าเช้านี้มีข้าวต้ม...กุ๊ย พิมาลาบอกต้องรีบไปประชุม ใจเริงย้ำอย่าลืม พอพิมาลาออกไป ใจเริงก็หันมาถามแอ๊ดไม่เห็นเรียกตนทานข้าวบ้าง แอ๊ดเหน็บ

“หวังดีค่ะ กลัวเรียกทานแล้วหุ่นคุณเริงจะไม่แซ่บจนคนลือ แต่ระวังนะคะสังคมสมัยนี้เขาไม่ได้ลืออย่างเดียว แต่เขาชอบขุดคุ้ย แล้วเอามาประจานออนไลน์ ยิ่งใครมีประวัติเน่าๆเนี่ย ทั้งขุดทั้งแชร์เลยล่ะค่ะ”

ใจเริงเชิดบอกดี ยิ่งขุดยิ่งแชร์ก็ยิ่งดัง แอ๊ดอุทาน แบบนี้ต้องจัดรายการ...หน้าด้านสามมิติ แข่งกับกิตติเสียแล้ว...ใจเริงเดินไปถอดเสื้อคลุมแล้วโดดน้ำสระตูม...

ฤกษ์ตื่นขึ้น เดินออกมายืนที่ระเบียงห้อง เห็นใจเริงในชุดว่ายน้ำวาบหวิวเดินขึ้นจากสระพอดี เธอเหลือบมองไปสบตาฤกษ์เข้า เขาตะลึงไปสักพักก่อนจะรีบเดินหลบเข้าห้อง ใจเริงยิ้มกระหยิ่มใจ ส่วนฤกษ์ใจสั่นจนต้องเข้าห้องน้ำ เปิดฝักบัวราดหัวลดความรู้สึกของตัวเอง

พิมาลาประชุมเสร็จก็แวะมาหาเปรมที่บริษัทเพื่อจะคุยเรื่องใจเริง แต่เขาติดสายคุยงานกับฤกษ์อยู่ เธอจึงไหว้พระบนหิ้ง เห็นขี้ฝุ่นหนาเตอะก็เช็ดทำความสะอาดและไปซื้อพวงมาลัยมาถวาย...เปรมคุยกับฤกษ์เรื่องที่เขาหาเลขาคนใหม่เพราะงานที่บริษัทฤทธิ์มากต้องมีคนช่วย

ใจเริงเดินผ่านได้ยินฤกษ์คุยโทรศัพท์ก็เกิดความคิดอยากเป็นเลขาเขาในทันที เธอแกล้งเช็ดผมเดินกรีดกรายช้าให้ฤกษ์เห็น แล้วค่อยๆลูบไล้ครีมทาตัวช้าๆอย่างยั่วยวน ฤกษ์หันมาเห็นชะงักใจสั่นรัวอีกครั้ง แต่ควบคุมได้รีบเดินหนี ใจเริงรู้ว่าตัวเองมีพลังเหนือฤกษ์ขึ้นมาทีละนิด

พอเปรมรู้จุดประสงค์ที่พิมาลามาหาก็ตกใจเล็กน้อย...คิดไปคิดมาก็มาปรึกษาหมี่ เขาคิดว่าถ้าให้ใจเริงเป็นพิธีกร ดูน่าจะมีสีสันขึ้น แต่หมี่ไม่เห็นด้วย ผู้หญิงคนนี้ไม่น่าให้ความช่วยเหลือ ฝากงานให้ทำก็เสียมาถึงตัว เปรมแปลกใจเพราะเรื่องนั้นใจเริงโดนกระทำ

“ฉันว่ามันแปลกๆ มันต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นที่เราไม่ได้เห็น เอาเป็นว่าถ้าฉันหาหลักฐานมาพิสูจน์ว่าผู้หญิงคนนี้ไว้ใจไม่ได้ คุณจะเลิกคิดช่วยเขารึเปล่า”

“ผมว่านะ คนที่คุณควรจะถามไม่ใช่ผมแต่เป็นลูกน้องสุดที่รักของคุณ ผมไม่ได้คิดจะช่วยพิมเขามาขอร้อง ถ้าคุณมีหลักฐานที่ว่าก็เอาไปให้เขาดูดีกว่าเขาจะได้รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ไว้ใจไม่ได้”

หมี่จึงมาบอกพิมาลา เธอก็ปัดว่าไม่ใช่คนดื้อหรือโลกสวย แต่ถ้าไม่มีหลักฐานว่าใจเริงไม่ได้โดนทำร้าย ตนก็คงต้องเชื่อเพื่อน หมี่สรุปก่อนว่าเรื่องงานพิธีกรตนไม่ขอรับใจเริงและย้ำ

“ถ้าพี่ได้ความจริงมาแล้ว หวังว่าพิมจะแยกแยะว่าอะไรดีไม่ดีได้จริงอย่างที่พูดนะ”

พิมาลาสะอึกนึกหวั่นใจนิดๆ...ในขณะเดียวกัน มาลัยวรรณขับรถพาประนอมมาที่บ้านเทิดพันธ์ แต่
ไม่อยากเข้าไปให้เขาเห็นหน้า กะจะเผยตัววันที่เข้าไปทำงานให้เขาเลย จึงขอเดินสำรวจรอบบ้าน ประนอมไม่อยากขัดใจ เข้าไปทำอาหารกลางวันไว้ให้เทิดพันธ์

มาลัยวรรณเดินลัดเลาะสวนบ้าน ถ่ายรูปแต่ละมุมบ้านไว้ จนมาถึงริมน้ำ เห็นคนงานใส่เสื้อกล้ามกางเกงเลมีผ้าขาวม้าเคียนพุง สวมหมวกปีกกว้างนั่งอยู่ชานบ้านโบราณที่ดูเก่าแต่สวยก็เข้ามาถามว่ากำลังซ่อมบ้านหรือ เทิดพันธ์หันมาพอเห็นว่าเป็นมาลัยวรรณก็รีบก้มหน้าตอบว่าใช่จะทำเป็นโรงแรมให้ฝรั่งเช่า เธอเปรยแสดงว่าเจ้าของมีเงิน เห็นว่าหมดตัวไม่ใช่หรือ

เทิดพันธ์โกรธเผยตัวเองออกมาคว้าข้อมือมาลัยวรรณและว่าคนล้มอย่าข้าม คนอย่างเขาไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หญิงสาวตกใจ เขาถามเข้ามาถ่ายรูปบ้านตนได้อย่างไร พิมาลาหรือฤกษ์ให้มา

“ฉันมาเองย่ะ ปล่อย...เจ็บ ก็...จะมาบอกเรื่องเมียคุณน่ะ”

“อดีตเมีย...ทำไม”

มาลัยวรรณมองเทิดพันธ์เต็มตา แม้จะอยู่ในชุดชาวบ้านแต่ก็ยังแฝงความเท่ เธอบอกเรื่องใจเริงท่าทางจะอยู่บ้านฤกษ์ถาวร ในเมื่อเขาจะทำธุรกิจม่านรูดก็น่าเอาอดีตเมียมาทำงานด้วย เทิดพันธ์สวนว่าโฮมสเตย์ไม่ใช่ม่านรูด มาลัยวรรณเออออจะอะไรก็ช่าง แล้วเย้าว่า ตอนนี้เขาดูเหมือนผู้ใหญ่บ้าน เทิดภูธร...เทิดพันธ์หน้าตึง ส่งจานเผือกร้อนๆให้เป็นของฝาก มาลัยวรรณนึกได้ว่าเป็นการหลอกด่า โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงเดินหนีไป

ooooooo

วันต่อมาเทิดพันธ์ขับรถมาที่บ้านฤกษ์ ใจเริงเห็นรีบตัดหน้าแอ๊ดออกมาที่หน้าบ้าน พอเขาเห็นเธอดูอยู่สบายในบ้านนี้ก็ถามทำไมมาอยู่ที่นี่ เธอลอยหน้าตอบว่าไม่มีที่อื่นให้อยู่

“ไม่เกรงใจคุณพิมเขาเหรอ ที่นี่เป็นเรือนหอแล้วเขาเพิ่งแต่งงานกัน อยู่ๆมีคนอื่นมาอยู่ด้วยแบบนี้ เห็นว่าจะไม่ยอมย้ายออกด้วย”

ใจเริงชักสีหน้าถามพิมาลาให้มาพูดหรือ เทิดพันธ์ส่ายหน้า บอกที่มาเพราะสงสารพิมาลา เขาเป็นคนดี ไม่อยากให้เธอมาสร้างปัญหา ใจเริงสวนอย่างไม่ยั้งคิดสักนิด

“เริงไม่ได้สร้างปัญหาให้พิม บอกเลยนะทุกอย่างที่พิมมีวันนี้เป็นเพราะเริงเสียสละให้ ถ้าเริงไม่ใฝ่ต่ำทิ้งพี่ฤกษ์ไปแต่งงานกับผู้ชายห่วยๆ ทุกอย่างที่พิมมีทุกวันนี้ มันต้องเป็นของเริง ทั้งบ้าน รถ เงิน ความสุข ความรักที่พิมได้มันต้องเป็นของเริง”

เทิดพันธ์อึ้งที่ใจเริงคิดแบบนี้ อยากจะเตือนสติ แต่เธอกลับสวนว่าเขาทำลายชีวิตเธอไปครึ่งหนึ่งแล้ว อย่ากลับมาทำให้พังอีกเป็นครั้งที่สอง เมื่อหย่ากันแล้วต่างคนต่างอยู่ ใจเริงจะเดินกลับ เทิดพันธ์เรียกไว้และเสนอว่าจะเช่าคอนโดให้อยู่ เธอหันกลับมาเบ้ปากประกาศอย่างมั่นใจ

“เก็บเงินนิดหน่อยของพี่เอาไว้เลี้ยงเมียน้อยเถอะ เริงอยู่ที่นี่สบายดี ถ้าจะย้ายก็ต้องไปอยู่ที่ที่ดีกว่านี้ ถ้าไม่ดีกว่าอย่าหวังเลยว่าเริงจะไป”

เทิดพันธ์อึดอัดขัดใจแต่ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่เป็นห่วงพิมาลา...แอ๊ดจำได้ว่าเทิดพันธ์คือสามีเก่าใจเริง แต่ทำไมมาสั่งว่า ถ้าคนนี้มาอีกให้ไล่ไปเลย ไม่รอช้าแอ๊ดโทร.รายงานผ่องใสทันที

พอผ่องใสมาเล่าให้มาลีฟัง มาลัยวรรณนั่งทำงานอยู่ใกล้ๆได้ยิน จึงเล่ารายละเอียดให้ทั้งสองฟัง ผ่องใสไม่อยากเชื่อว่าใจเริงโดนปล้ำ น่าจะเป็นฝ่ายปล้ำเขามากกว่า...ด้วยเหตุนี้ทำให้ใจเริงใช้เป็นข้ออ้างไม่ย้ายออก ผ่องใสเกรงว่าพิมาลาต้องเดือดร้อนหางานใหม่ให้อีก

เช้าวันใหม่ พิมาลากับใจเริงเดินซื้อของในซุปเปอร์มาร์เกต ใจเริงถือโอกาสหยิบของใช้ส่วนตัวรวมเข้าไปด้วยหลายชิ้น พิมาลาชวนคุยว่าใจเริงน่าจะไปทำงานกับเทิดพันธ์ เธอปฏิเสธเสียงแข็งหาว่าเนื้อแท้เทิดพันธ์ไม่ใช่คนดี และบอกอีกว่าตอนนี้ตนคิดว่ามีงานที่เหมาะกับตน แต่ไม่รู้ว่าเจ้าของเขาอยากจ้างตนหรือเปล่า พิมาลาอยากรู้ว่างานอะไรใครเป็นเจ้าของแต่เธอไม่บอก

บ่ายวันนั้น ฤกษ์นั่งเอกเขนกอ่านหนังสือ จิบกาแฟอยู่ที่ระเบียงชั้นบน ใจเริงยกของว่างมาให้ และถือโอกาสขอทำงานเป็นเลขาของเขา ฤกษ์ตำหนิที่แอบฟัง เธอปฏิเสธและว่าเดินผ่านไปได้ยิน ฤกษ์มองหน้าใจเริงอย่างคิดหาคำตอบ

“เริงจะตั้งใจทำงาน เงินเดือนเท่าไหร่ก็ได้ นะนะ... เริงขอไปทำงานด้วยนะ พี่ฤกษ์อยากให้เริงทำอะไร เริงทำให้พี่ฤกษ์หมดทุกอย่างเลย นะนะ” ใจเริงออดอ้อนพูดเป็นนัยๆ

ฤกษ์เห็นแววตาออดอ้อนก็เมินหน้าหนี ปัดว่าตัดสินใจเองไม่ได้ บริษัทเป็นของพ่อต้องให้พ่อเป็นคนตัดสินใจ ใจเริงย้อนว่าตำแหน่งเลขาของเขา เขาน่าจะเลือกเองได้

“พี่ให้อำนาจคุณพ่อเป็นคนเลือก ถ้าอยากทำก็ไปถามคุณพ่อเอง”

“ได้...เดี๋ยวเริงไปถามคุณลุงเอง แต่พี่ฤกษ์พูดแบบนี้ แสดงว่าพี่ฤกษ์ไม่รังเกียจเริงใช่ไหม ถ้าคุณลุงอนุญาต พี่ฤกษ์ก็ไม่มีปัญหาใช่หรือเปล่า”

ฤกษ์อึกอัก พอดีพิมาลาเดินมาถามอย่างแปลกใจว่าคุยอะไรกัน ฤกษ์รีบบอกว่าใจเริงมาปรึกษาเรื่องงานใหม่ ใจเริงยิ้มกระหยิ่มใจยั่วว่าฤกษ์ให้คำแนะนำที่ดีมาก

แล้วลุกเดินออกไป ฤกษ์ไม่คิดปิดบังบอกว่าใจเริงอยากเป็นเลขาแทนสมาน พิมาลาตกใจ แต่ฤกษ์คาดว่าพ่อคงไม่รับไว้แน่

วันต่อมา ใจเริงมาหาฤทธิ์ที่บริษัท บอกว่าฤกษ์แนะนำให้มาคุยเรื่องงานเลขา ฤทธิ์ผงะ มาถามฤกษ์ที่ห้องทำงาน เขาบอกไม่ได้แนะนำ แต่ให้พ่อเป็นคนปฏิเสธ ถ้าตนทำกลัวพิมาลาจะโกรธ

ฤทธิ์กลับมาบอกใจเริงว่ารับเธอไม่ได้ ให้เธอกลับไป ใจเริงร้อนรุ่มต้องไม่จบแบบนี้...กลับมาบ้าน ใจเริงหาโอกาสคุยกับฤกษ์อีก เขาเสียงกร้าวขึ้นว่าพ่อไม่รับก็คือไม่รับ ใจเริงหันมาขอร้องพิมาลาให้ช่วยพูด พิมาลาอ้ำอึ้ง ตัดสินใจบอกใจเริงว่า ตนคงช่วยอะไรไม่ได้แล้ว

ใจเริงเข่นเขี้ยวด้วยความแค้น จะต้องได้งานนี้เพื่อความอยู่รอด แล้วคิดแผนใหม่ขึ้นมา

รุ่งขึ้นใจเริงในชุดแดงเด่นมานั่งตรงทางผ่านเข้าห้องทำงานฤกษ์ ฤทธิ์กับฤกษ์เดินคุยงานกันมาต้องแปลกใจเมื่อใจเริงลุกขึ้นทักทาย เธออ้างว่าอยู่บ้านก็ไม่มีอะไรทำ นั่งนอนเปลืองแอร์ที่บ้าน สู้มานั่งที่นี่อาจมีงานอะไรให้ทำบ้าง จะได้มีประโยชน์ ฤกษ์กับฤทธิ์รู้ว่าใจเริงตั้งใจบีบบังคับ

ใจเริงตีหน้าเศร้าเจียมตัว รู้ว่าไม่อาจบังคับฤกษ์ได้ ที่มาเพราะอยากทำตัวให้มีประโยชน์จริงๆ ตนสัญญาจะนั่งสงบเสงี่ยมเรียบร้อย ไม่สร้างปัญหา แต่ถ้าฤกษ์กับฤทธิ์มีอะไรให้ทำก็เรียกใช้ได้ ตนรู้ว่าที่ผ่านมาตนทำตัวไม่ดี ตอนนี้ตนอยากพิสูจน์ให้เห็นว่าตนอดทนได้เพื่อทำงานนี้

ฤกษ์กระซิบกับพ่อว่า ปล่อยให้นั่งไปสักพักก็คงทนไม่ได้กลับไปเอง ฤทธิ์พยักหน้า สองพ่อลูกพากันเดินไป

ตลอดทั้งวัน พอใจเริงเห็นฤกษ์เดินออกมาก็ลุกขึ้นรอว่าจะใช้อะไร เขาเดินผ่านอย่างไม่ไยดี จนงานเลิก พนักงานทยอยกลับ เธอก็เริ่มหน้าจ๋อย

ในขณะเดียวกัน หมี่กับเปรมมาซักถามดำรงที่บริษัททัวร์ ดำรงพูดด้วยน้ำเสียงเกลียดชังใจเริงอย่างมาก ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นการสมยอมของใจเริง เปรมถามว่ามีหลักฐานอย่างเช่นภาพจากกล้องวงจรปิดหรือไม่ ดำรงนึกได้ว่าที่นี่ติดกล้องวงจรปิดไว้...พอมาบอกเจ๊เอ็ง เธอบอกกล้องมันติดๆดับๆ ให้เอาไปเปิดดูเอง หมี่ยินดีเอากลับไปให้คนของตนดู

เปรมเอากล่องฮาร์ดไดรฟ์มาให้แมนกับพิซซี่เช็ก เห็นมาลัยวรรณอยู่ด้วย ก็แย็บให้ช่วยตนจีบหมี่ ตอนแรกทั้งสามปฏิเสธเพราะรู้ว่าเปรมเจ้าชู้ แต่พอเขาบอกว่าเปลี่ยนตัวเองแล้วและเสนอของรางวัลให้ทั้งสามอย่างเป็นที่พอใจ ทั้งสามเปลี่ยนท่าทีสนับสนุนเขาทันที

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement