ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เพลิงบุญ ตอนที่ 6


22 ส.ค. 2560 08:50
535,098 ครั้ง

เพลิงบุญ ตอนที่ 6

อ่านเรื่องย่อ

เพลิงบุญ

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

กฤษณา อโศกสิน

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ชนินทร ประเสริฐประศาสน์

ผลิตโดย:

บริษัท เมคเกอร์ วาย จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, ราณี แคมเปน,

เทิดพันธ์แปลกใจว่ามาลัยวรรณเป็นใครถึงรู้เรื่องใจเริง เขาขอเบอร์พิมาลาแต่เธอไม่ให้ อ้างว่าจะให้กับคนไม่รู้จักได้อย่างไร มีธุระอะไรฝากตนไป เทิดพันธ์ชักรู้สึกคุ้นหน้ามาลัยวรรณ เธอตอบกวนๆว่าเคยเห็นเมื่อชาติที่แล้ว เทิดพันธ์เริ่มหงุดหงิดแต่พยายามคิดว่าเคยเห็นเธอที่ไหน

พิมาลายังไม่รู้ว่าเย็นนี้จะไปทานข้าวที่บ้านพ่อแม่ ใจเริงโทร.มาชวนดูหนังตอนเย็นและให้ชวนฤกษ์ด้วยเพราะเขาชอบหนังแนวนี้ พิมาลาสะกิดใจเล็กน้อยแต่ก็บอกว่าจะลองชวนดู ใจเริงดีใจรีบไปหาพิมาลาที่ออฟฟิศให้ทันก่อนฤกษ์มารับ

แต่พอฤกษ์รู้นัดหมายของพิมาลาก็ปฏิเสธและไม่ให้เธอไป ใจเริงไม่พอใจหาว่าเขาใจแคบ บังคับภรรยา แล้วเข้าไปดึงมือพิมาลา ฤกษ์รู้ว่าเธอจะเอาชนะก็ไม่ยอม บอกพิมาลาจะไปไหนต้องมีตนไปด้วย ใจเริงว่าฤกษ์เห็นเมียเป็นทาสแล้วยุแยง

“พิมอย่ายอมให้ใครบังคับนะ ชีวิตของเรา เราต้องเป็นใหญ่”

“คิดแบบนี้นี่เองสามีถึงได้หนีไปมีเมียน้อย ทำตัวเองจนตกต่ำ อย่าดึงเมียผมตกต่ำไปด้วย”

ใจเริงช็อกกับคำพูดของฤกษ์ พิมาลาขอร้องให้พอแค่นี้ ฤกษ์สวนว่าตนพอแน่ถ้าเพื่อนเธอหยุด ตนไม่ยอมให้ใครเอาความคิดมักง่ายมาใส่หัวเธอ ใจเริงปรี๊ดถามว่าใครมักง่าย

“ด่าเจาะขนาดนี้ ถ้ายังไม่รู้ตัวก็ช่วยไม่ได้”

ใจเริงกรี๊ดใส่โกรธจนตัวสั่น พิมาลาพยายามปรามทั้งสองฝ่าย ฤกษ์ตัดบทดึงพิมาลาไปขึ้นรถแล้วขับออกไป ปล่อยใจเริงยืนเคียดแค้นอยู่ท่ามกลางสายตา หมี่ พิซซี่และแมน...หมี่รู้สึกว่าจะอยู่เฉยไม่ได้แล้วต้องหาทางช่วยพิมาลา ตัดสินใจโทร.นัดเปรมออกมาคุย

เปรมหลงดีใจคิดว่าหมี่เริ่มมีใจให้ หยอดมุกจีบสาวสารพัด แต่พอหมี่บอกว่าเป็นเรื่องหัวใจของฤกษ์กับพิมาลา ก็หุบยิ้มทำหน้าปูเลี่ยนๆ

มาลีฟังเรื่องราวจากพิมาลาแล้วสรุปว่าฤกษ์ทำถูกต้อง มาลัยวรรณกับพจน์เห็นด้วย

“พิมคิดว่า คนกำลังลำบากเราต้องช่วย และคนนี้ก็เป็นเพื่อนเรา เรานิ่งดูดายไม่ได้ ชีวิตพิมเขียนงานช่วยคน จัดรายการวิทยุโทรทัศน์ก็เพราะอยากช่วยคน และตอนนี้คนที่เรารู้จักมาขอความช่วยเหลือตรงหน้า พิมไม่ช่วยไม่ได้จริงๆค่ะ”

“แต่การช่วยคนอื่นเราต้องไม่เดือดร้อนนะลูกถ้าเราช่วยแล้วเบียดเบียนตัวเอง จากบุญจะเป็นบาป” พจน์ให้แง่คิดแก่พิมาลาแต่เธอยังหลอกตัวเองว่ายังไม่เดือดร้อนอะไร

ทั้งพจน์และมาลีมองลูกสาวทำนองจริงหรือ มาลัยวรรณคันปากยิบๆมีเรื่องอยากเล่า...

ด้านฤกษ์คุยอยู่กับฤทธิ์และผ่องใสที่บ้าน ไม่พ้นเรื่องใจเริง ผ่องใสให้ส่งใจเริงมาอยู่กับตนจะจัดการเอง ฤกษ์บอกไม่ปล่อยให้ใจเริงอยู่ที่บ้านนานแน่ แต่ตอนนี้ที่ปล่อยเพราะเกรงใจพิมาลา

ทางบ้านฤกษ์ แอ๊ดเข้ามาในครัวต้องตกตะลึงเมื่อเห็นถุงขนมที่ใจเริงกินไว้ทิ้งเกลื่อน ขวดแยม กล่องเนยเปิดทิ้งไว้พร้อมจานที่เลอะเทอะ อดบ่นไม่ได้ “เจ้าของบ้านยังไม่กินเละขนาดนี้เลย พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรือไงนะ”

ใจเริงเดินเข้ามากระแทกตะกร้าผ้าลงบนโต๊ะ ถามแอ๊ดผ้าตนที่จะซักให้วางที่ไหน แอ๊ดบอกอยากซักตรงไหนก็วางตรงนั้น ใจเริงเสียงขุ่น พูดแบบนี้แสดงว่าไม่ซักให้หรืออย่างไร

“ค่ะ เพราะคุณพิมกับคุณฤกษ์ไม่ได้สั่ง แอ๊ดคงซักให้ไม่ได้...ที่จริง กินแล้ววางแบบนี้ก็ไม่ใช่หน้าที่ของแอ๊ดที่จะต้องมาเก็บนะคะ มีมือหยิบออกมาจากตู้เย็น ก็ช่วยหยิบเก็บเข้าไปในตู้เย็นด้วยนะคะ”

“ไอ้โน่นก็ไม่ทำ ไอ้นี่ก็ไม่ทำ เพราะวิธีคิดแบบนี้ ถึงเป็นได้แค่...คนใช้!” ใจเริงสะบัดหน้าคว้าตะกร้าผ้าออกไป แอ๊ดมองตามอย่างรู้สึกเจ็บจี๊ดในใจ

เมื่อฤกษ์ทานข้าวและคุยกับครอบครัวเสร็จก็โทร.ถามพิมาลาว่าจะกลับหรือยัง เธอรับคำ มาลัยวรรณ
ทนไม่ไหวเดินเข้ามาหาพี่สาวว่ามีเรื่องจะบอก พิมาลาดักคอคงเป็นเรื่องใจเริง เธอรับว่าใช่แต่ก่อนพูดเรื่องใจเริง

ขอพูดเรื่องอดีตสามีใจเริงก่อน เขามาที่บ้านถามหาพี่กับใจเริง พิมาลาแปลกใจว่าเทิดพันธ์รู้จักบ้านตนได้อย่างไรแต่ไม่ติดใจเท่าไหร่

“แล้วเราไปต่อปากต่อคำอะไรเขาอีกรึเปล่า”

“ก็นิดหน่อย มาหาว่าหนูเป็นคนใช้”

“อ้าว เคยเจอกันแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมจำไม่ได้”

“นั่นน่ะสิคะ วรรณเลยสวมรอยเป็นคนใช้ไปเลย สะใจ...คราวนี้มาว่าเรื่องพี่เริง พี่พิมเตือนเขาหน่อยนะ เรื่องการแต่งตัว แอ๊ดบอกว่าเมื่อคืนพี่เริงแต่งตัวโป๊มาก ดึกๆออกมาหาของกิน ใส่สายเดี่ยวขาสั้นขนาดนี้ ถ้าบ้านไม่มีพี่ฤกษ์ วรรณก็ไม่ห่วง แต่ถ้าพี่ฤกษ์เห็น วรรณว่ามันคงไม่ค่อยดี”

พิมาลารู้สึกหวั่นไหว ฝืนยิ้มว่าน้องคิดมาก ฤกษ์ไม่ใช่คนแบบนั้น มาลัยวรรณเน้นย้ำว่าฤกษ์อาจไม่มีอะไร แต่ใจเริงอาจมี ถ้าคนที่เดินมาเจอคืนนั้นไม่ใช่แอ๊ด แต่เป็นฤกษ์จะเป็นอย่างไร

ooooooo

แม้จะเชื่อมั่นในตัวฤกษ์ แต่พิมาลาก็อดหวั่นไหวกับคำเตือนของมาลัยวรรณไม่ได้ ในคืนนั้นหลังจากฤกษ์อาบน้ำเสร็จเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำ จะเลยออกจากห้อง พิมาลารีบถามว่าเขาจะไปไหน ฤกษ์บอกว่าจะไปกินน้ำในครัว เธอตกใจรีบอาสาไปเอาเองโดยให้เหตุผล

“พี่ฤกษ์เป่าผมไปเถอะ นอนผมเปียกเดี๋ยวไม่สบาย...”

ฤกษ์แปลกใจนิดๆ...พิมาลาลงมาที่ครัวไม่เห็นใครก็โล่งใจ รินน้ำใส่แก้ว แล้วหันมาต้องตกใจเพราะเจอใจเริงยืนอยู่ในชุดเซ็กซี่อย่างที่มาลัยวรรณบอก ใจเริงยิ้มกวนๆบ่น

“พยายามจะนอนแต่นอนไม่หลับ ตอนนี้ไม่รู้เป็นอะไร ชอบหิวตอนดึกๆ สงสัยตอนเย็นจะกินน้อยไปหน่อย แล้วพิมเป็นไง ไปกินข้าวบ้านโน้น อบอุ่นพร้อมหน้าแฮปปี้ดีล่ะสิ”

“ก็ดี แล้วเริงล่ะได้ดูหนังรึเปล่า”

ใจเริงหน้างอบอกไม่ดูคนเดียว เหงา พิมาลารู้สึกผิด พูดเอาใจวันหลังจะไปดูเป็นเพื่อน ใจเริงบอกเธอไม่ผิด ทันใดเสียงฤกษ์ร้องถามทำอะไรอยู่ ใจเริงเบ้หน้าพยักพเยิดว่าคนนั้นต่างหากที่ผิด พิมาลากลัวฤกษ์จะลงมาเห็นใจเริงในชุดเซ็กซี่ รีบตอบไปว่ากำลังจะขึ้นไป แล้วถือแก้วน้ำ ก้าวเดิน จังหวะนั้นใจเริงเอื้อมหยิบลูกแอปเปิ้ลจึงชนเข้ากับพิมาลา น้ำในแก้วหกราดตัว ทั้งสองร้องว้าย! พร้อมกัน ฤกษ์ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นรีบวิ่งลงมา

ชุดใจเริงเมื่อเปียกน้ำยิ่งดูวาบหวิวมากขึ้น เธอยืนท้าทายสายตาฤกษ์อย่างมาก พิมาลาหน้าเสียรีบหยิบขวดน้ำไปทั้งขวด แล้วดึงทิชชูส่งให้ใจเริงก่อนจะเดินไปชวนฤกษ์กลับขึ้นห้อง ฤกษ์เมินใส่ใจเริงราวไม่มีตัวตน ใจเริงหลิ่วตามั่นใจว่าเขาต้องรู้สึกกับตนบ้าง

ท่าทีพิมาลาทำให้ฤกษ์ถาม “พิม คิดอะไรอยู่ ที่คุณไม่ให้ผมลงไปเพราะรู้ว่าเขาจะอยู่ในชุดแบบนั้นใช่ไหม” พิมาลาหลบตาที่คิดไม่ดี ฤกษ์สวมกอดให้ความมั่นใจ “ถ้าคุณไม่ไว้ใจผม คุณให้เขาเข้ามาอยู่ในบ้านทำไม...

ผมรักคุณนะพิม รักในความดี ความอ่อนหวาน อ่อนโยน รักทุกอย่างที่เป็นคุณ ที่ผู้หญิงคนนั้นไม่มี ไม่ว่าเขาจะใส่ชุดอะไรหรือไม่ใส่อะไรเลย ก็ไม่ทำให้ผมรักเขาได้ จำไว้นะพิม ถ่านเก่าๆจากไม้ผุๆมันไม่มีทางลุกโชนขึ้นมาได้ คุณไม่ต้องห่วง”

พิมาลามั่นใจขึ้น ขอโทษฤกษ์ที่คิดมากไปเอง...

ส่วนใจเริงกลับเข้าห้อง ยืนมองเรือนร่างตัวเองในกระจกอย่างพึงพอใจ ยิ้มเหยียดอยากรู้ว่าฤกษ์จะนิ่งได้อีกนานแค่ไหน

ooooooo

รุ่งเช้าใจเริงในชุดอยู่บ้านนั่งทาเล็บในห้องนั่งเล่นอย่างกับเจ้าของบ้าน ทันใดมีกระดาษปึกหนึ่งโยนลงตรงหน้า พร้อมเสียงฤกษ์บอกว่าเป็นรายชื่ออพาร์ตเมนต์ถูกๆ มีทั้งรูปและเบอร์ติดต่อ ใจเริงปรี๊ดว่าทำแบบนี้จะไล่กันหรือ

“บอกเองไม่ใช่เหรอว่าอยู่ไม่นาน นี่ก็หลายวันแล้วนะแต่ไม่เห็นทำอะไรก็เลยช่วยหาให้”

“ไม่ต้องมาประชด เริงรู้ว่าพี่ฤกษ์รังเกียจเริงไม่อยากให้อยู่ จะบอกให้นะ เริงก็ไม่อยากอยู่เหมือนกัน”

“ไม่อยากอยู่ก็ไปสิ รีบออกไปเลย ใครห้าม!”

“ไปอยู่แล้ว แต่ตอนนี้มันไม่มีเงิน ถ้ามีเงินไปนานแล้ว” ใจเริงตะเบ็งลั่นปากคอสั่น

พิมาลากับแอ๊ดอยู่ในครัวได้ยินก็ตกใจรีบวิ่งออกมา ฤกษ์กำลังพูดใส่หน้าใจเริงว่า เป็นข้ออ้างว่าไม่มีเงิน งานก็มีทำแล้วชี้ไปที่กระเป๋ายาทาเล็บ ซื้อของพวกนี้ได้อย่างไร ใจเริงสวนว่าชีวิตตนอย่ามายุ่ง!ฤกษ์ตอกกลับดุเดือดไม่ไว้หน้า

“ถ้าชีวิตของคุณไม่ได้เข้ามาอยู่ในชีวิตของผม เข้ามาอยู่ในบ้านของผม มายุ่งกับเมียผม ผมก็ไม่อยากจะยุ่ง...จนกว่าเดิมแต่ใช้ชีวิตเหมือนเดิม เงินมันจะเหลือได้ยังไง”

“เออ!ซ้ำเติมกันเข้าไป อยากเหยียบมานานแล้วนี่ เอาเลยซ้ำมาได้เลย เหยียบมาได้เลย เอาให้ตายต่อหน้าตรงนี้เลยไหมล่ะ จะได้พอใจ” ใจเริงอยากจะร้องกรี๊ดๆ

“ไม่!คุณตายผมก็ไม่พอใจ สิ่งเดียวที่จะทำให้ผมพอใจคือย้ายออกไปโดยเร็วที่สุด จะไปตายที่ไหนก็ไป!”

พิมาลาพยายามปรามทั้งสองคน เสียงใจเริงร้องกรี๊ดสุดเสียง พิมาลาทำอะไรไม่ถูก ฤกษ์เข้ามาดึงมือพิมาลาและบอกว่าคืนนี้ไปนอนบ้านพ่อ ตนเก็บของไว้แล้ว พิมาลาละล้าละลังเป็นห่วงใจเริง แต่ทานแรงจูงของฤกษ์ไม่ไหว ใจเริงโกรธสุดๆปาดข้าวของแถวนั้นลงพื้นอย่างแรง

“พิม ขึ้นรถ เพื่อนคุณเขาไม่เป็นอะไรหรอก ถ้าคำพูดผมทำให้เจ็บได้จริง เขาไม่ทนอยู่มาได้ขนาดนี้” ฤกษ์ดันพิมาลาเข้ารถ แล้วเดินไปนั่งด้านคนขับ

พิมาลาอดไม่ได้ เปิดหน้าต่างมาฝากแอ๊ดให้ดูแลใจเริงด้วย แอ๊ดหน้าเสียจะโดนกรี๊ดใส่หน้าหรือเอามีดปักหลังไหม...ใจเริงหยุดกรี๊ดนั่งลงกัดปาก กำมือแน่นตาขวางด้วยความแค้นใจ

แอ๊ดโทร.รายงานผ่องใสในทันที ผ่องใสยิ้มสะใจหวังว่าใจเริงคงจะเก็บของออกจากบ้านเสียที เสียงรถฤกษ์มาถึงจึงรีบวางสายไปรอรับ

บรรยากาศตลอดทางดูอึดอัดมาก พิมาลาตัดสินใจถามฤกษ์ตรงๆว่าทำไมเขาต้องพูดแรงๆกับใจเริง ฤกษ์บอกไม่เคยพูดดีด้วย ยิ่งทำตัวแบบนี้ยิ่งไม่อยากพูดดีด้วย

“พิมถามตรงๆนะคะ ถ้าสมมติคนที่เดือดร้อนไม่ใช่เริง แต่เป็นพี่หมี่แล้วพิมให้เขามาอยู่ที่บ้าน พี่ฤกษ์จะเป็นแบบนี้ไหมคะ” ฤกษ์ส่ายหน้าบอกหมี่ไม่ใช่ใจเริง “แล้วถ้าเริงเขาไม่ได้เป็นแฟนเก่าพี่ฤกษ์ พี่ฤกษ์จะเป็นแบบนี้ไหมคะ”

“พิมถามแบบนี้ทำไม ผมบอกแล้วไง ว่าผมกับเขา มันจบไปแล้ว”

“ถ้าจบไปแล้วก็ไม่เห็นต้องโกรธ หรือเกลียดแบบนี้ก็ได้นี่คะ มองเริงเขาเป็นแค่เพื่อนของพิม เพื่อนที่เดือดร้อนและขอมาอาศัยอยู่ด้วยแค่ไม่นาน ไม่ใช่แฟนเก่าที่เคยทำร้ายจิตใจ...เปลี่ยนมุมมองแค่นี้ พี่ฤกษ์ทำได้ไหมคะ” เห็นฤกษ์อึ้งพูดไม่ออก พิมาลาตัดบทบอกเย็นนี้จะทานข้าวบ้านพ่อแม่ ว่าแล้วก็เปิดประตูลงจากรถไปอย่างโกรธๆ

ฤกษ์หงุดหงิดพยายามรั้งไว้แต่เธอไม่ยอมหยุด...

ในใจพิมาลาสับสนอย่างบอกไม่ถูก มาลีฟังเรื่องราวแล้วให้แง่คิด

“เป็นผัวเมียกันอย่าขุดคุ้ยเรื่องเก่าๆขึ้นมาพูดตอกย้ำ โดยเฉพาะเรื่องที่ทำร้ายจิตใจอีกฝ่าย”

พิมาลายอมรับว่าทำไม่ถูกแต่อดไม่ได้จริงๆ มาลัย-วรรณเห็นว่าดีแล้วที่พี่สาวพูดแรงๆกับฤกษ์บ้าง เพื่อเตือนสติให้เขาระวังตัว มาลีเอ็ดว่ากำลังอบรมอย่าแทรกขึ้นมา แล้วหาว่าลูกคนเล็กนิสัยเสียเพราะพ่อตามใจ พจน์ร้องอ้าว...แล้วว่าอย่าไปฟังน้อง แฟนสักคนยังไม่เคยมี

“...แม่เขาพูดถูก ฤกษ์จะพูดแบบนั้นกับใจเริงก็ไม่ต้องไปคัดค้านจนต้องทะเลาะกัน แต่ต้องมาแก้ปัญหาให้ถูกจุด ต้นเหตุคือเพื่อนของเรา ก็ต้องไปแก้ที่ตรงนั้น ไม่ใช่มาหาเหตุผลให้ฤกษ์ต้องทำสิ่งที่เขาไม่อยากทำ”

“ใช่...คนที่จะต้องละอายใจคือใจเริง ไม่ใช่ฤกษ์ เพราะฉะนั้นพิมไม่ต้องไปพูดทำให้ฤกษ์รู้สึกผิด เพราะเขาไม่ผิด”

“อันนี้วรรณเห็นด้วยกับแม่ พี่เริงโดนพูดตรงๆตีแสกหน้าแบบนั้นบ้างก็ดี เผื่อจะคิดได้รีบๆเก็บของออกไปซะ พี่เริงไป...ปัญหาจบ แฮปปี้เอนดิ้ง”

พ่อกับแม่พยักหน้า พิมาลาเครียดรู้แล้วว่าตัวเองผิดกับฤกษ์มาก...ขณะเดียวกัน ใจเริงโมโหอาละวาดเหวี่ยงข้าวของในห้องนอนตัวเอง แอ๊ดสอดกระดาษโน้ตเข้ามาใต้ประตู

ข้อความว่า “แอ๊ดออกไปตลาดนะคะ ถ้าคุณเริงจะเก็บของย้ายออกไปจากบ้าน ไม่ต้องห่วงนะคะออกไปได้เลย แอ๊ดมีกุญแจ”

ใจเริงกรี๊ดฉีกกระดาษปาทิ้งเข่นเขี้ยว “พิมเลี้ยงคนแบบนี้ไว้ได้ยังไง ถ้าฉันเป็นเจ้าของบ้าน ฉันจะไล่แกออกอีแอ๊ด...อีคนใช้โลกที่สาม! ฉันจะต้องเป็นเจ้าของบ้านนี้ให้ได้”

ใจเริงแค้นใจเข้ามาในห้องนอนฤกษ์กับพิมาลา มองรูปแต่งงานที่ติดฝาผนังอย่างเคียดแค้น เห็นอัลบั้มแต่งงานวางอยู่ก็หยิบมาเปิดดู “ทำเป็นรักกันนัก ถ้าฉันไม่ทิ้งไป อย่าหวังเลยว่าจะได้ ทุกอย่างมันต้องเป็นของฉัน มันต้องเป็นของฉันสิ มันต้องเป็นของฉัน!”

ด้วยความแค้นใจเผลอขยำรูป พลันได้ยินเสียงแอ๊ดร้องเพลงกลับมา ใจเริงรีบดึงรูปที่ยับออกจากอัลบั้ม สอดในแมกกาซีนแล้วถือเดินออกจากห้อง แอ๊ดเห็นใจเริงยังอยู่ก็ปากไวยังไม่ไปอีกหรือ เธอหันขวับมาจ้องหน้า ยิ้มกวนเย้ยว่า ตนไม่ออกไปไหนจนกว่าพิมาลาจะเป็นคนไล่เพราะบ้านนี้เป็นของเธอครึ่งหนึ่ง แล้วแดกดันแอ๊ด เสียใจด้วยที่ยังต้องล้างจาน กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างห้องน้ำให้ตน ช่วยไม่ได้เพราะมันเป็นงานของคนใช้ ถ้าไม่อยากทำก็ลาออกไป

แอ๊ดเหวอไม่ไปแล้วยังจะมาให้ตนลาออก งงกับความหน้าด้านของใจเริงอย่างมาก

ผ่องใสกับฤทธิ์แปลกใจที่พิมาลาไม่มาทานข้าวที่บ้านด้วย ฤกษ์บอกว่าเธอโกรธที่ตนไปด่าเพื่อนเธอ แล้วบ่นอีกว่าตั้งแต่ใจเริงเข้ามาอยู่ในบ้าน เราทะเลาะกันบ่อยมาก...ฤทธิ์ให้แง่คิดว่า เพื่อนเป็นอะไรที่ทำให้สามีภรรยาเลิกกันได้ง่าย ฤกษ์ยืนยันว่าตนไม่ยอมเลิกเพราะใจเริงแน่

“ถ้าอย่างนั้นเราก็ต้องทำใจ เพราะเขาเป็นเพื่อนกัน จริงอยู่ที่เขาเคยทำไม่ดีกับเรา แต่เขายังไม่เคยทำไม่ดีกับพิม จะให้หนูพิมมาโกรธ เกลียดเหมือนเราก็ไม่ได้...อะไรเราไม่ชอบแต่ภรรยาเราเขาพอใจ บางครั้งเราก็ต้องยอม”

ผ่องใสคันปากทนไม่ไหวแย็บออกไป “แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ยัยใจเริงเริ่มละลานจนหนูพิมไม่พอใจ ตอนนั้นก็จัดชุดใหญ่เลยค่ะ เดี๋ยวน้าช่วย”

สองพ่อลูกขำ ฤกษ์คิดตามที่พ่อพูดแล้วรู้สึกว่าพ่อพูดถูก จึงเดินออกมาหน้าบ้านหวังจะไปหาพิมาลาที่บ้านตรงข้าม แต่ต้องชะงักเมื่อเธอเปิดประตูออกมาเช่นกัน ต่างฝ่ายต่างหัวเราะ ฤกษ์แซวว่าไม่เห็นหน้าตนกินข้าวไม่ลงหรือ เธอถามรู้ได้อย่างไร เขาจึงบอกว่าตัวเขาก็เหมือนกัน ฤกษ์ตรงเข้ากอดพิมาลาถามว่าหายงอนหรือยัง เธอถามกลับว่าเขาหายโกรธหรือยัง ฤกษ์ย้ำหนักแน่นว่าไม่เคยโกรธเธอ

พิมาลายอมรับแล้วว่า “ถ้าพิมไม่ให้เริงเข้ามาอยู่ พี่ฤกษ์ก็ไม่ต้องโกรธเริง...ขอโทษนะคะ”

ฤกษ์กุมมือคนรัก ขอโทษด้วยเช่นกัน ต่อไปจะให้เกียรติเพื่อนของเธอ เราเจอกันคนละครึ่งทาง และขอพูดเป็นครั้งที่ล้านว่าเราจะไม่ทะเลาะกันเพราะผู้หญิงคนนั้นอีก พิมาลารับคำ

ooooooo

ในเช้าวันใหม่ ประนอมมาทำอาหารให้เทิดพันธ์ทานที่บ้าน เห็นเขาทานจนเกลี้ยงก็ดีใจบอกจะมาทำให้ทานทุกวัน เทิดพันธ์เกรงใจเพราะเธอมีร้านอาหารต้องดูแล ประนอมไม่ห่วงเพราะเทิดพันธ์กับพ่อของเขามีบุญคุณกับเธอมาก

“โหย...ไม่ต้องเลยครับ แค่นี้ผมก็ซาบซึ้งใจมากแล้ว เฮ้อ...ไม่นึกนะครับว่าผมหมดตัว แต่มันก็ดีพอหมดตัวผมมีเวลามานั่งคิดทบทวนว่าเราต้องการอะไรแท้จริงในชีวิต และก็เริ่มเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรามี แม้แต่ยำผักกาดดองไข่เจียวเนี่ย โคตรมีค่าเลย...หรือแม้แต่บ้านเก่าของพ่อหลังนี้ บ้านที่ผมไม่เคยสนใจ แต่มันกลับทำให้ผมตั้งหลักได้อีกครั้ง ขอบคุณความบัดซบของชีวิต”

ประนอมดีใจที่เทิดพันธ์คิดได้ และแล้วก็มีเจ้าของคอนโดข้างๆมาขอแบ่งซื้อที่ดินในราคาที่สมน้ำสมเนื้อ เทิดพันธ์เห็นว่าแบ่งขายไปครึ่ง ตนก็จะมีเงินทุนไว้ทำธุรกิจได้จึงตกลง...

เย็นวันนั้นฤกษ์กับพิมาลากลับมาบ้าน ต่างคิดว่าใจเริงคงจะขนของย้ายออกไปแล้ว ไม่ทันไรใจเริงเดินตามแอ๊ดออกมาทักทายราวไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฤกษ์ชักสีหน้าทันที พิมาลาสะกิดเตือน เขาเข่นเขี้ยวจะพยายามท่องไว้ว่านี่คือเพื่อนภรรยา...ใจเริงยิ้มแย้มเข้าช่วยแอ๊ดถือของที่พิมาลาซื้อจากซุปเปอร์ลงจากรถ ทุกคนมองอย่างไม่เชื่อสายตา ใจเริงหันมายิ้มแย้มกับพิมาลา

“พิม ต่อจากนี้ไปถ้าพิมมีอะไรให้เราทำ ให้เราช่วย พิมบอกเราได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ ส่วนเรื่องที่อยู่ใหม่เราพยายามหาอยู่ จะรีบย้ายออกไปเร็วที่สุด เราไม่อยากมีปัญหากับพี่ฤกษ์น่ะ...ที่พี่ฤกษ์พูดเมื่อวานมันก็จริง เริงใจเย็นเกินไป ลืมนึกไปว่าเราทำให้พิมต้องลำบาก”

พิมาลาใจอ่อนจนได้ แต่พอนึกถึงที่คุยกับฤกษ์จึงบอกว่าถ้าเรารักษาคำพูด ฤกษ์ก็ไม่ว่าอะไร ตนจะช่วยหาที่อยู่ใหม่ให้ แอ๊ดดีใจที่เจ้านายพูดแบบนั้น ใจเริงแอบจิกตาไม่เป็นอย่างที่คิด

วันต่อมา พิมาลากับฤกษ์ต้องแปลกใจอีกเมื่อใจเริงบอกว่าเธอช่วยแอ๊ดเตรียมอาหารเช้าและขออนุญาตเป็นคนชงกาแฟให้ฤกษ์ เขาจะปฏิเสธแต่พิมาลาใช้สายตาปราม เขาจึงนิ่งและจิบเป็นพิธีไม่พูดอะไร ใจเริงยังสร้างความประหลาดใจให้ทั้งสองอีก คือจะขึ้นรถเมล์ไปทำงานเอง

เปรมนั่งมองจอมอนิเตอร์ดูหมี่ถ่ายรายการ เธอพูดให้แง่คิดเปรียบเทียบว่าสัตว์มักจะพรางตัวเพื่อไม่ให้ศัตรูของมันสังเกตเห็น ไม่เพียงพรางตัวจากศัตรู ยังพรางเพื่อหวังฮุบเหยื่อด้วย เฉกเช่นในบ้านที่มีเชื้อราแฝงตัวตามมุมอับของบ้าน ไรฝุ่นแฝงตัวตามหมอน ผ้าห่ม พรม อาหารสำคัญของมันคือผิวหนังมนุษย์...

ใจเริงเดินออกมาตามซอยเพื่อจะไปที่ป้ายรถเมล์ แต่คอยเหลียวมองว่ารถฤกษ์แล่นออกมาหรือยัง มอเตอร์ไซค์รับจ้างจอดรับเธอก็ไม่ขึ้น แท็กซี่จอดรับเธอก็โบกมือไม่ไป พอเห็นรถฤกษ์แล่นมาก็รีบหยิบสเปรย์น้ำแร่ฉีดพรมหน้าให้เหมือนเหงื่อ แล้วทำเป็นไม่เห็นรถที่แล่นมา พิมาลาเห็นใจเริงก็รีบขอให้ฤกษ์จอดรับ เขาออกตัวถ้ามาคนเดียวจะไม่รับ แต่จะทำตามที่เธอบอก

พิมาลาหยิกแก้มเบาๆ “ขอบคุณค่ะ น่ารักที่สุดเลย”

ฤกษ์จอดรถ พิมาลารีบลงมาชวนใจเริงขึ้นรถ เธอทำอิดออดเกรงใจแต่แอบยิ้มสมใจ พอขึ้นรถก็ขอบคุณฤกษ์ เขาปัดให้ไปขอบคุณพิมาลาเพราะตนไม่ได้อยากรับ ใจเริงจิกตาเคืองขุ่น

พอถึงออฟฟิศพิมาลา ฤกษ์ช่วยถือของลงมาส่ง ใจเริงลงจากรถมองอย่างอิจฉา พิมาลาให้ติดรถฤกษ์ไปลงบริษัท แต่ใจเริงทำเป็นขอนั่งรถเมล์ไปเอง...พิมาลามองเพื่อนเดินไปแล้วหันมาพูดกับฤกษ์ว่า ใจเริงคงเข้าใจชีวิตมากขึ้นแล้ว แต่ฤกษ์ไม่เชื่อ

ฤกษ์เห็นเปรม พิมาลาบอกว่าวันนี้มีอัดรายการช่วงของหมี่ เขาจึงเข้าไปทัก เปรมแซวเรื่องใจเริง ฤกษ์บ่นว่าเมียขอไม่อยากขัดใจ เปรมเตือนขำๆ

“ยังไง เมียขอก็ยอมตามเหรอวะ มันเสี่ยงนะโว้ย บางวันถ้าแกเมาๆแล้วเกิดผิดกลิ่น ตาเป็นกุ้งยิงเห็นยัยเริงเป็นพิมแล้วปลุกปล้ำทำเมีย เรื่องมันจะยุ่งตุงกางเกง เอ๊ย อีนุงตุงนังนะโว้ย”

ฤกษ์สะกิดใจคิดถึงวันที่กอดผิดคน แต่ปัด “เฮ้ย คนอย่างฉันได้บทเรียนแล้วจำว่ะ ไม่โง่ทำผิดซ้ำสองหรอก”

“ต้องอย่างนั้น ฉันก็ยืนยันกับคุณหมี่ว่าผู้ชายอย่างแกอย่างฉันไม่มีวันเพลี่ยงพล้ำตกเป็นเหยื่อสวาทยัยใจเริงหรอก”

ฤกษ์ให้บอกหมี่ได้เลยว่าไม่ต้องห่วงอีกไม่กี่วันใจเริงก็จะย้ายออก...ด้านใจเริงยืนรอที่ป้ายรถเมล์ชะเง้อมองทำไมฤกษ์ไม่ออกมาเสียที รถเมล์มาก็ไม่ขึ้น แต่พอเห็นรถฤกษ์ออกมาก็ทำทีเป็นไม่เห็น ปาดเหงื่อให้ดูลำบากมาก... ฤกษ์เห็นแต่ไม่จอด ขับเลยไปหน้าตาเฉย ใจเริงกัดฟันกรอดแค้นใจ เข่นเขี้ยว สักวันตนจะทำให้จอดให้ได้

ooooooo

เทิดพันธ์วาดฝันจะเอาเงินที่แบ่งขายที่มาสร้างโฮมสเตย์ รับลูกค้าต่างชาติ ทั้งแบบเหมาจ่ายเป็นเดือนและแบบชั่วคราว แม่น้ำหลังบ้านก็จะทำเป็นแพให้ลูกค้าที่อยากนอนกลางแจ้ง ประนอมฟังอย่างงงๆ ไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็ยินดีกับธุรกิจใหม่ของเขา และพร้อมจะมาเป็นแม่ครัว

เทิดพันธ์ถามไม่ห่วงที่ร้านหรือ ประนอมบอกให้ลูกหลานดูแล อีกอย่างตนมีผู้ช่วยเก่งเรื่องจัดปรุงแต่งอาหารทั้งไทยจีนฝรั่งและแขกไว้ให้แล้ว เทิดพันธ์อยากให้มาช่วยที่นี่บ้าง

ประนอมกลับมาที่ร้านบอกมาลัยวรรณเรื่องที่เทิดพันธ์อยากให้เธอไปทำอาหารพวกฟิวชั่น มาลัยวรรณไม่อยากไปบอกตามตรงว่าไม่ชอบเขา แต่พอประนอมบอกถึงเงินเดือนสองหมื่นขึ้น เธอรีบตกลงทันทีโดยอ้างว่ามืออาชีพต้องแยกแยะเรื่องส่วนตัว

“ย่ะ เดี๋ยวไปคุยเรื่องเงินกับคุณเทิดเขาเอง เจอเขาก็ขอโทษขอโพยเขาด้วย เขาจะได้เอ็นดู ไม่ถือโทษที่เราเคยปากเสีย ปากเน่าปากหนอน”

“ค่ะ นี่ค่ะ ถ้าเจอตัว หนูจะขอโทษด้วยอาหารจานนี้”

ประนอมเห็นว่าเป็นฉู่ฉี่ปลาหมอก็สงสัย มาลัยวรรณขยายความว่าปลาหมอมันตายเพราะปาก ประนอมค้อนวงใหญ่ที่ช่างเจ้าคิดเจ้าแค้น มาลัยวรรณยิ้มๆ

ขอถามอีกเรื่องว่าทำไมเทิดพันธ์ถึงกลับมาตั้งตัวได้ ถูกหวย ค้ายา ค้าของเถื่อนหรือปล้น...ประนอมตีแขนด้วยความหมั่นไส้

บ่ายวันนั้นใจเริงขอให้แอ๊ดซักผ้าให้ แอ๊ดอ้างงานเยอะให้เธอซักเองแค่เอาผ้าลงเครื่อง ใจเริงหงุดหงิดถือตะกร้าเข้ามาในห้องซักผ้า แต่พอจะเอาผ้าลงเครื่อง เห็นในเครื่องมีผ้าที่ยังไม่ได้ซักก็คิดแผนร้ายได้...แกล้งเอาเสื้อในสีดำลูกไม้ซีทรูของตัวเองใส่รวมในถุงตาข่ายที่อยู่ในเครื่อง

พอแอ๊ดเสร็จจากงานบ้าน เอาผ้าใหม่มารวมซัก เห็นเสื้อในซีทรูก็แปลกใจ แต่คิดว่าพิมาลาซื้อมาใหม่ อดอมยิ้มไม่ได้ที่เจ้านายใส่แบบนี้บ้างก็ดี

คืนวันต่อมา ฤกษ์อาบน้ำเสร็จจะแต่งตัว เห็นตะกร้าผ้าที่ซักเสร็จวางอยู่มีเสื้อในซีทรูก็หยิบขึ้นมาดู คิดว่าภรรยาแอบเซ็กซี่ซื้อมาใส่เซอร์ไพรส์ตน จึงเดินมาสวมกอดพิมาลาขอให้เธอใส่คืนนี้เลย พิมาลางงเขาพูดเรื่องอะไร ฤกษ์จึงเข้าไปในห้องแต่งตัวเพื่อหยิบเสื้อในซีทรูออกมา ระหว่างนั้นใจเริงเคาะประตูห้องเข้ามาถามพิมาลาว่า สงสัยจะมีของของตนหลงมาที่ห้องนี้

ฤกษ์ถือเสื้อในเดินออกมาชูถามจะสวมคืนนี้เลยไหม พิมาลามองชุดชั้นในแล้วงงไม่ใช่ของตน ใจเริงยิ้มโพล่งขึ้น นั่นเป็นของตนเองที่หลงมากับของพิมาลา...ฤกษ์ชะงักหน้าเสีย โยนทิ้งทันที รู้สึกเสียฟอร์มอย่างมาก ใจเริงเข้ามาหยิบโดยไม่แคร์สายตาใคร

“ขอโทษนะพิม ถ้ามันของใหม่ เริงก็คงไม่มาทวง แต่พอดีมันเป็นของที่เริงเคยใช้มาแล้ว เริงขอคืนก็แล้วกัน”

พิมาลาฟังแล้วรู้สึกเหมือนแฝงนัยบางอย่าง ใจเริงยิ้มแย้มกลับออกไปแววตาสะใจมาก ฤกษ์หันมา ขอโทษพิมาลาที่เข้าใจผิด เธอย้อนถามว่าผิดหวังไหม

“พิม...ทำไมถามแบบนี้ มันแค่ชุดชั้นในเองนะ มันไม่ทำให้ผมผิดหวังอยู่แล้ว มันเรื่องเล็กมากๆ ไม่ต้องคิดเยอะนะ”

พิมาลายิ้มรับแต่ในใจร้อนรุ่ม...ออกมาถามแอ๊ดว่าชุดชั้นในนั้นมารวมกับผ้าของตนได้อย่างไร แอ๊ดหน้าเจื่อนที่เข้าใจผิดเช่นกัน รับรองจะระวังให้มากกว่านี้ แล้วเล่าให้ฟังว่า วันนี้ใจเริงซักผ้าเอง แต่ทำไมถึงไม่ซักชุดชั้นในเองเอามาใส่รวมไว้เหมือนตั้งใจป่วน พิมาลาไม่อยากคิดอย่างนั้นแต่ก็อดสะท้อนใจถึงคำพูดของใจเริงไม่ได้ ที่ว่า...ขอของที่เคยใช้แล้วคืน

รุ่งเช้าแอ๊ดโทร.รายงาน...ผ่องใสรีบมาเล่าให้มาลีและมาลัยวรรณฟัง พจน์กับฤทธิ์ออกกำลังกันอยู่ไม่ห่าง มาลัยวรรณฟันธงว่าใจเริงเริ่มเขี่ยถ่านไฟเก่า รู้ว่าจุดอ่อนอยู่ตรงไหน ผ่องใสสงสารที่พิมาลามัวมองโลกในแง่ดี ทำให้ใจเริงเข้ามาหาประโยชน์ได้ง่ายๆ ตนคงต้องช่วยจัดการ

ใจเริงยังใช้แผนเรียกร้องความสงสาร เดินออกมาจะขึ้นรถเมล์ไปทำงานเอง พอรถฤกษ์แล่นออกมาเจอ เขาถามพิมาลาจะให้จอดรับไหม พิมาลายังเคืองเรื่องชุดชั้นในแต่ก็ไม่ใจดำพอที่จะปล่อยเพื่อนลำบาก จึงพยักหน้าให้ฤกษ์จอดรับ

พอมาถึงออฟฟิศ ใจเริงลงจากรถพร้อมพิมาลา ฤกษ์ส่งยิ้มโบกมือให้ภรรยาแล้วขับออกไป ใจเริงเห็น พิมาลาเงียบๆก็ถามเป็นอะไร แต่เธอส่ายหน้าจึงพูดแทงใจทันที

“ไม่เป็นไรก็ดี เราไม่ค่อยสบายใจเรื่องเมื่อคืน กลัวพิมจะคิดมาก”

“เราไม่คิดมากหรอก ก็แค่ชุดชั้นในของเริงที่มันหลงมา เราไม่ได้ตั้งใจแย่งหรืออยากได้ซักหน่อย เริงมาเอาคืนเราก็ให้ ไม่เห็นต้องคิดมาก...หรือเราควรจะต้องคิด” พิมาลาหยอดบ้าง

“จะคิดทำไมล่ะเรื่องไม่เป็นเรื่อง เอาเป็นว่า ถ้าพี่ฤกษ์เขาชอบแบบนี้แล้วพิมอยากได้ เดี๋ยวเราพาไปซื้อ เรารู้ว่าพี่ฤกษ์ชอบแบบไหน เราเคยบอกแล้วไง พิมต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองบ้าง ผู้ชายเขาชอบผู้หญิงแซ่บๆ...ไปทำงานก่อนนะ เพื่อนรักของเริง” ใจเริงจับแก้ม พิมาลาเย้าๆ

พิมาลามองตามหลังใจเริงไปด้วยความสับสน ว่าเพื่อนพูดด้วยความหวังดีหรือร้ายกันแน่

ooooooo

เทิดพันธ์นั่งดูแบบบูธีคโฮเต็ลในแมกกาซีนหลายเล่ม แล้วเห็นบทสัมภาษณ์ฤกษ์กับพิมาลา ทั้งสองถ่ายภาพกับเรือนหอ จึงรู้ว่าฤกษ์ทำงานอะไรและพิมาลาทำงานที่บริษัทเกิร์ลทอล์ค

ตลอดทั้งวัน พิมาลาเหม่อลอยคิดถึงเรื่องใจเริงทำให้ไม่มีสมาธิในการทำงาน หมี่จึงต้องคุยกับคนทางบ้านคนเดียว พอช่วงพักหมี่ถามมีปัญหาเรื่องใจเริงใช่ไหม พิมาลาอึกอัก หมี่จึงบอกว่าตนรู้จากมาลัยวรรณแล้วว่าเป็นเรื่องชุดชั้นใน เปรม พิซซี่และแมนได้ยินมองหน้ากันเลิ่กลั่ก พิมาลาเศร้าลงทันทีถามหมี่ว่า...ใจเริงตั้งใจทำใช่ไหม

“มันเห็นเจตนาอยู่นะ เห็นได้ชัดเลยว่าตอนนี้เริงกำลังประชิดฤกษ์”

“เริงจะแย่งพี่ฤกษ์จากพิมเหรอคะ”

“ถ้าไม่ใช่แล้วจะทำทำไม ฤกษ์เขาว่ายังไงบ้าง”

พิมาลายอมรับว่าเพราะตนทำให้ฤกษ์ไม่ออกความเห็น หมี่ให้ตัดสินใจเสียที พิมาลาฮึดจะกลับไปคุยกับใจเริงให้ย้ายออกเร็วที่สุด หมี่เห็นด้วยเพราะความหวังดีของเราควรมีขอบเขต

พอพิมาลาแยกไป เปรมก็เข้ามานั่งมองหน้าหมี่และยืนยันว่าผู้ชายอย่างตนและฤกษ์ไม่มีวันกินของเหลือเดนชายอื่น หมี่ได้ทีบอกเขาว่าตนก็ผ่านผู้ชายมาหลายคน เขาควรเลิกจีบตนได้ เปรมรีบแย้งว่าเธอยังโสด ไม่เคยแต่งงาน หมี่ตอกกลับ

“ถึงตอนนี้ฉันจะโสดก็ไม่ได้แปลว่า ฉันไม่เคยโดน...กิน”

“เรื่องนั้นผมรับได้ ถึงคุณจะเคยโดน เอ่อ...คือ เคยผ่านผู้ชายมาแล้ว แต่สำหรับผม คุณยังบริสุทธิ์และสวยงามเสมอ” เปรมพูดอย่างจริงใจ ทำให้หมี่แอบยิ้มนิดๆ

ด้านใจเริงหงุดหงิดทั้งวัน พอดำรงน้องชายเจ๊เอ็งมาก้อร่อก้อติก ก็รำคาญคว้ากระเป๋าจะกลับก่อนงานเลิก

เจ๊เอ็งเข้ามาห้ามและบ่นยาวเหยียดว่าคนอื่นเขาทำงานกัน เธอไม่เคยหาลูกค้าได้เลยยังจะเอาเปรียบกลับก่อนอีก ใจเริงรู้สึกอายที่โดนตำหนิต่อหน้าคนอื่น จึงโวยกลับ

“ที่ขายไม่ได้เพราะโปรแกรมทัวร์เจ๊มันไม่ได้เรื่อง มีแต่ทัวร์อาซิ้มอาซ้อ ทัวร์ผู้ดีอย่างทัวร์ยุโรป มัลดีฟ อลาสก้า ฮาวายน่ะจัดบ้างสิ ฉันจะขายให้กระหึ่มเลย จัดอยู่ได้ทัวร์หมอแมะเนี่ย”

“ก็อยากจะจัดอยู่นะ แต่กลัวลื้ออายลูกค้าผู้ดีเหมือนคราวคุณน้ำฟ้าอีกล่ะซี ต้องรีบเผ่นออกจากออฟฟิศ กลัวเขาจำหนังหน้าได้ว่าเป็นอีผู้ดีตกยาก ตกต่ำต้องมาขายตัว” ดำรงแย้งว่าขายทัวร์ เจ๊เอ็งตวาดอย่ายุ่ง แล้วด่าต่อ “อีดัดจาริต แหม มาท้าอั๊วขายทัวร์ฝรั่งผู้ดี มึงขายได้ไหมล่ะ มึงขายได้อั๊วให้เลยห้าสิบเปอร์เซ็นต์”

ใจเริงแทบกรี๊ดเดินเชิดออกไปด้วยความอาย เจ๊เอ็งสั่งลูกน้องโทร.ตามหมี่ทันที...ใจเริงกลับถึงบ้านด้วยอารมณ์หงุดหงิดเห็นผ่องใสนั่งรออยู่ก่อนก็ไม่ยกมือไหว้ ผ่องใสมองหัวจดเท้า

“ไม่มีใครสอนหรือไง ว่าเจอผู้ใหญ่ต้องยกมือไหว้”

“ถ้าจะเรียกมาสอนมารยาท เริงขอตัวนะคะ ทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน ไม่พร้อมรับฟังคำสั่งสอนของใคร”

“เดี๋ยว! ฉันไม่ได้จะมาสั่งสอน มารยาทพื้นฐานโตจนป่านนี้ยังคิดเองไม่ได้ สอนไปก็เสียเวลา ฉันเก็บแรงไว้ไล่หมาที่เยี่ยวตามรั้วบ้านยังมีประโยชน์กว่า”

ใจเริงจี๊ด “ถ้าไม่ได้มาสั่งสอนมีอะไรก็รีบพูดมาเถอะค่ะไม่อยากเสียเวลาประชดประชันกันไปมา เริงก็อยากเก็บแรงไว้ไล่หมาเหมือนกันโดยเฉพาะหมาแก่ กว่าจะไล่ได้ต้องใช้แรงเยอะ”

ผ่องใสจิกตามองแทบถลน ถามตรงประเด็นว่าเมื่อไหร่จะไป ใจเริงสวนว่าเมื่อมีทางไป...

ooooooo