เพลิงบุญ ตอนที่ 5 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เพลิงบุญ ตอนที่ 5


21 ก.ย. 2560 08:24
4,808,914 ครั้ง

ละคร นิยาย เพลิงบุญ

เพลิงบุญ ตอนที่ 5

อ่านเรื่องย่อ

เพลิงบุญ

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

กฤษณา อโศกสิน

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ชนินทร ประเสริฐประศาสน์

ผลิตโดย:

บริษัท เมคเกอร์ วาย จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, ราณี แคมเปน,

วิลาวรรณปาชุดชั้นในหลายตัวใส่หน้าใจเริง ด้วยไม่พอใจที่เธอส่งให้พรพรรณซัก

“นี่ผ้าตัวเอง หัดซักหัดตากแล้วก็เก็บเองบ้างนะ กางเกงในหลุดออกจากตูดก็หัดซักเองซะบ้าง แม่ฉันไม่ใช่คนรับใช้ จะได้มาคอยตามเก็บผ้าไปซัก”

“ป้าพรรณเป็นคนทำ เขายังไม่บ่นเลย พี่วิไม่ได้ทำไม่ต้องมาเดือดร้อน” ใจเริงเถียงตาใส

“อ๊ะอีนี่ มึงใช้สมองซีกไหนคิดหะ ต่อมเห็นแก่ตัวมึงทำงานได้มีประสิทธิภาพมาก” ใจเริงไม่พอใจที่ขึ้นมึงกู วิลาวรรณแค่นยิ้ม “หนอยละอายหู ฟังไม่ได้หยาบคาย แต่จิตใจตัวเองทั้งหยาบทั้งกระด้าง ไม่ละอายใจตัวเองบ้างหรือ มาอยู่บ้านคนอื่นอะไรก็ไม่ช่วย ยังทำให้เดือดร้อน”

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า เริงอยู่อีกไม่นาน ไปแน่ และต้องไปอยู่ที่ที่ดีกว่านี้แน่นอน”

“เออ แล้วกูจะคอยดู ไปเลย ไปที่ดีๆไปที่ชอบที่ชอบได้ยิ่งดี”

ใจเริงแทบกรี๊ดอยากเข้าไปตบแต่ไม่กล้า ได้แต่ยืนกัดเล็บแววตากร้าวครุ่นคิดทำบางอย่าง

เย็นวันต่อมา ใจเริงยืนอยู่หน้าบ้านฤกษ์ โทร.ถาม พิมาลาจะกลับกี่โมง พิมาลาดีใจที่ใจเริงโทร.มาแต่ก็แปลกใจว่าไปที่บ้านตนได้อย่างไร ใจเริงอ้างว่ามาทำธุระแถวนี้เลยดูจากหนังสือที่ลงสัมภาษณ์ พิมาลาไม่ติดใจสงสัยบอกให้เธอเข้าไปรอในบ้านจะรีบกลับ

แอ๊ดเปิดประตูรับ พอเห็นว่าเป็นใจเริงก็ชะงักยิ้มแหยๆไม่เต็มใจต้อนรับ ใจเริงถือวิสาสะเดินสำรวจบ้าน แอ๊ดเข้าครัวไปเตรียมน้ำ ใจเริงเดินขึ้นข้างบนอย่างไม่เกรงใจ เข้าไปในห้องนอนใหญ่ เห็นภาพแต่งงานของฤกษ์กับพิมาลาติดหราทำให้รู้สึกอิจฉา มองความหรูหราในห้อง ของใช้ที่ดูมีราคายิ่งเกิดความริษยามากขึ้นเป็นทวีคูณ

แอ๊ดถือถาดน้ำมาวางแล้วต้องแปลกใจที่ใจเริงหายไปไหน เดินไปดูในห้องน้ำก็ไม่มี ชักเอะใจรีบวิ่งขึ้นไป ชั้นบน เปิดประตูห้องนอนเข้าไปเห็นใจเริงกำลังมองตู้เก็บกระเป๋าของพิมาลา ก็ถามอย่างไม่พอใจว่าเข้ามาได้อย่างไร ใจเริงตอบหน้าตาเฉยว่าเดินเข้ามา

“แล้วเข้ามาทำไมคะ เข้ามาไม่ได้นะคะ นี่เป็นห้องส่วนตัวของคุณพิมกับคุณฤกษ์ แขกเข้ามาไม่ได้ค่ะ”

“ฉันไม่ใช่แขก ฉันเป็นเพื่อนรักของพิม และพิมก็บอกให้ฉันทำตัวตามสบาย นี่ก็สบายๆของฉัน เจ้าของบ้านเขาอนุญาต คนใช้คงไม่เกี่ยว” ใจเริงยิ้มเหยียดก่อนจะเดินเชิดหน้าออกไป

ใจเริงเดินลงมา พอดีโทรศัพท์บ้านดังขึ้น เธอฉุกคิดแล้วเข้าไปรับสาย แล้วก็สมใจเพราะเป็นฤกษ์ที่โทร.เข้ามา จริงๆ เขาแปลกใจถามเสียงเข้มว่าใคร

“พี่ฤกษ์จำเสียงเริงไม่ได้เหรอคะ”

“มาทำอะไรในบ้านผม” ฤกษ์หน้าร้อนวาบด้วยความไม่พอใจ

แอ๊ดตามมาได้ยินว่าใจเริงคุยโทรศัพท์กับฤกษ์ก็ตกใจ ใจเริงตอบยั่วว่าไม่แปลกเพราะตนเป็นเพื่อนรักของพิมาลา แล้วแกล้งถามว่าเขาโทร.มามีอะไรฝากตนไว้ได้

“ไม่ต้อง! เรื่องในบ้าน ผมไม่ชอบคุยกับคนนอก แต่คุณมาที่บ้านก็ดีแล้ว จะได้เห็นว่าบ้านที่ผมตั้งใจทำให้พิม บ้านที่สร้างด้วยรัก บ้านที่คุณไม่มีวันจะได้อยู่ มันสวยแค่ไหน...” ฤกษ์ตัดสายด้วยความสะใจ แล้วพึมพำ “ชื่นชมมันให้พอใจ เพราะมันคือสิ่งเดียวที่คุณทำได้”

ใจเริงแค้นใจกระแทกหูโทรศัพท์โครม แอ๊ดรีบถามว่าฤกษ์พูดอะไรบ้าง กลับโดนใจเริงตวาดใส่หน้าว่าเรื่องของตน แอ๊ดร้องอ้าว...ฤกษ์โทร.เข้าบ้านก็น่าจะเป็นเรื่องของคนในบ้าน ใจเริงชะงักพยายามคุมสติ หันมาพูดน้ำเสียงดีขึ้นว่าขอน้ำเย็นสักแก้ว น้ำเปล่าไม่เอาจะไปรอที่ระเบียง แอ๊ดหน้าเหวอ เป็นแขกทำไมสั่งแบบไม่เกรงใจแบบนี้

ไม่นานพิมาลาขับรถกลับมาถึงบ้าน ซื้อขนมมาเต็มสองมือ ใจเริงดีใจกินขนมด้วยท่าทางหิวโหย จนพิมาลาต้องปรามให้ช้าๆเดี๋ยวสำลัก ไม่ทันขาดคำใจเริงก็สำลัก พิมาลาส่งน้ำส้มให้

“ก็เริงไม่ได้กินของดีๆแบบนี้มาตั้งนานแล้ว พิมก็ซื้อแต่ของโปรดของเริง น่ารักที่สุดเลย”

พิมาลาถามอย่างห่วงใยถึงชีวิตที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง ใจเริงร้องไห้สมเพชตัวเองเหลือทน ไม่เหลืออะไรในชีวิต ทั้งบ้าน รถและแม้แต่ครอบครัว ไม่มีอนาคตไม่รู้จะเดินต่อไปอย่างไร อยากตายให้รู้แล้วรู้รอด พิมาลาใจหายรู้สึกว่าเพื่อนรักอ่อนแอลงมาก

แอ๊ดเห็นแล้วฉงนใจเพราะก่อนหน้านี้ไม่มีท่าทีจะเศร้าโศกอะไร...ใจเริงสะอื้นบอกชีวิตตนตอนนี้เหมือนไม่มีทางออก วิลาวรรณคอยเหยียบย่ำซ้ำเติมไม่เห็นใจ พิมาลาแปลกใจเพราะเมื่อก่อนเห็นพรพรรณกับวิลาวรรณก็ดีกับใจเริง

“ก็ใช่ แต่อย่างว่านะ...เมื่อก่อนเรามีเงิน ใครๆก็เอาใจ แต่ตอนนี้เราไม่มีอะไรเลย เขาก็เลยทำแบบนี้กับเรา เราเพิ่งรู้ คนเราพอมันไม่มีเงิน ไม่มีสมบัติ ไม่มีผลประโยชน์ มันไม่มีค่าอะไรเลยจริงๆ เราไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตเราจะตกต่ำได้มากขนาดนี้ ทำไม...เราทำผิดอะไรพิม ทำไมชีวิตถึงได้โหดร้ายกับเราแบบนี้ เราไม่เข้าใจ เราไม่เข้าใจจริงๆ”

พิมาลาขยับเข้ากอดปลอบ ไม่เฉลียวใจสักนิดว่าสิ่งที่ใจเริงพูดเป็นการเห็นแก่ตัว โทษแต่คนอื่น กลับสงสารเพื่อนรักและพร้อมให้ความช่วยเหลือ

ooooooo

เมื่อแอ๊ดโทร.รายงานผ่องใส เธอร้อนใจนำเรื่องมาปรึกษามาลีกับมาลัยวรรณ ทั้งสามคิดเหมือนกันว่าการที่ใจเริงทำแบบนี้ จะทำให้พิมาลาใจอ่อน ถ้าห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ความใจดีไม่มีขีดจำกัดของพิมาลาจะนำความเดือดร้อนมาถึงตัวจนได้

พอฤกษ์กลับมา พิมาลาชวนคุยและบอกเรื่องใจเริงแวะมาเยี่ยม เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจว่ารู้ พิมาลาแปลกใจรู้ได้อย่างไร ฤกษ์เห็นสีหน้าภรรยาจึงขยายความ

“พอดีผมโทร.เข้าบ้านจะถามแอ๊ดว่าเตรียมอาหารเย็นอะไรบ้าง แต่เพื่อนคุณไม่มีมารยาทรับสาย ทำยังกะเป็นบ้านของตัวเอง ผมก็เลยรู้ว่าเขามาที่นี่”

พิมาลาโล่งอก บอกใจเริงคงช่วยรับเพราะเห็นว่าไม่มีใครรับ ไม่ใช่ไม่มีมารยาท ฤกษ์ประชดว่าลืมไปเพื่อนคนนี้ทำอะไรก็ไม่ผิด พิมาลาพยายามพูดให้ฤกษ์เห็นใจใจเริงอย่าซ้ำเติม

“พิมนี่เป็นคนดีจริงๆเลย ผมเลือกเมียไม่ผิด...พรุ่งนี้ไม่ไปดูงานกับผมที่เขาใหญ่จริงหรือ”

“ไปไม่ได้จริงๆค่ะ ตอนนี้งานที่ออฟฟิศยุ่งมาก ต้องอยู่ช่วยพี่หมี่”

ฤกษ์หอมแก้มเธอไปโอดครวญไปว่าต้องนอนคนเดียวตั้งสองคืน พิมาลาขำทีเมื่อก่อนนอนได้ เขาโอบกอดและว่าตอนนี้มีเมียแล้วไม่เหมือนเดิม คืนนี้ต้องจัดหนัก ว่าแล้วก็อุ้มเธอตัวลอย พิมาลาเขินอายไม่มีทีท่าปัดป้อง บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข...

บ้านสุพรรญาที่เทิดพันธ์อาศัยอยู่ บรรยากาศต่างจากบ้านฤกษ์อย่างสิ้นเชิง เทิดพันธ์หน้าตาหมองมีหนวดขึ้นครึ้ม นั่งฟังเสียงเข็มนาฬิกาเดินจนตีสาม มีรถหรูมาส่งสุพรรญาที่หน้าบ้าน เสี่ยท่าทางป๋าเดินลงมากอดและหอมเธอแต่ไม่กล้าเข้าบ้าน เพราะเธอโกหกว่าอยู่กับพี่ชาย

พอเสี่ยกลับไป สุพรรญาหน้าเครียดลงเดินเข้าบ้านแล้วต้องตกใจ เมื่อเห็นเทิดพันธ์ยืนรอพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ เขาขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา ขอบคุณที่ดูแลตนอย่างดี ถึงเวลาที่ตนต้องออกไปเจอโลกความจริงที่หนีมานาน สุพรรญาหน้าเสีย

“เดี๋ยวค่ะคุณเทิด แต่คุณไม่มีอะไรเลยนะคะ คุณจะไปอยู่ที่ไหน แล้วจะอยู่ยังไง ญาบอกแล้วไงคะว่าไม่ต้องห่วง ญาดูแลคุณได้ ถ้าคุณคิดมากเรื่องเสี่ย ไม่ต้องห่วงนะคะ ที่ญาต้องทำแบบนี้เพราะเขาจะฝากญาเข้าทำงานในบริษัทเพื่อน เรียกเงินเดือนสูงๆให้ ถ้าญาได้งานนี้ก็ไม่ยุ่งกับเขาแล้วค่ะ”

“ญา...ยิ่งคุณดีกับผมมากเท่าไหร่ ผมยิ่งรู้สึกผิดกับคุณมากเท่านั้น ผมขอโทษจริงๆ”

“คุณไม่เคยรักญาจริงๆด้วย ไม่ว่าญาจะพยายามทำดีแค่ไหน ญาก็ไม่มีวันที่จะได้ความรักของคุณ...ขอบคุณนะคะที่ไม่หลอกให้ความหวังกับญา”

เทิดพันธ์ดึงสุพรรญาเข้ามากอดอย่างรู้สึกผิด ก่อนจะตัดใจหันไปคว้ากระเป๋าเดินออกไป สุพรรญารู้ว่า ไม่อาจยื้อเขาไว้ได้ นี่เป็นการจากลาที่แสนเศร้าและสวยงามในยามเดียวกัน...

เทิดพันธ์เดินลากกระเป๋าไปตามทางอย่างใช้ความคิด จนฟ้าเริ่มสาง เขามาถึงย่านชุมชนเก่าริมน้ำแห่งหนึ่ง หยุดอยู่ที่หน้าบ้านไม้เก่าๆที่มีพื้นที่รอบบ้านกว้าง ประตูบ้านมีกุญแจเก่าคล้องอยู่ แสดงให้เห็นว่าปิดทิ้งร้างมานาน

ลุงหยัดคนเฝ้าบ้านเก่าแก่มาไขประตูให้ด้วยความดีใจ บ่นว่าเขาหายไปไหนเสียนาน โทร.ไปที่บริษัทก็ไม่มีคนรับสาย เทิดพันธ์ถอนใจก่อนจะบอกลุงว่า บริษัทเจ๊ง ตนตกงานถึงได้ซมซานมาที่บ้านที่พ่อเคยยกให้ แต่ตนไม่เห็นค่าสักนิด ลุงหยัดบอกว่า

“คุณท่านรักบ้านหลังนี้มาก ท่านเกิดที่นี่ ต่อให้ร่ำรวยย้ายไปอยู่บ้านใหญ่ แต่ก็ไม่คิดจะขาย ก่อนจะเสียยังกำชับให้ผมกลับมาดูแล เพราะรู้ว่าคุณเทิดคงไม่ค่อยได้แวะมา”

“ถ้าพ่อยังอยู่อาจจะเสียใจที่ผมทำธุรกิจเจ๊งไม่เป็นท่า เงินที่พ่อเหลือไว้ให้ก็หมด แต่พ่ออาจจะดีใจในที่สุดผมก็กลับมาอยู่บ้านที่พ่อรักที่สุด” เทิดพันธ์เศร้าแต่รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด

ลุงหยัดบอกว่าบ้านตนอยู่แถวนี้ มีอะไรเรียกใช้ได้ ของที่เขาให้คนขนมาเมื่อหลายเดือนก่อน อยู่ในห้องเก็บของทั้งหมด เทิดพันธ์พยักหน้า ครุ่นคิดถึงการเริ่มต้นชีวิตใหม่...เขาค่อยๆรื้อของที่ส่งมาก่อน เป็นสัมภาระจากบ้านที่เคยเป็นเรือนหอ พอเห็นรูปใจเริงก็รวบรวมทิ้งจนหมด

ooooooo

ด้านใจเริงเหลือเงินในตัวไม่ถึงหมื่น พอดีเจ๊เอ็ง เจ้าของบริษัททัวร์โทร.ตามให้กลับไปทำงาน ถ้าอายไม่อยากให้ใครเห็นก็จะจัดห้องทำงานให้อยู่ ใจเริงจำต้องรับเพราะเงินใกล้หมด

ค่ำวันนั้นใจเริงกินขนมจีนแกงไก่ที่พรพรรณเก็บไว้ให้ แต่ด้วยความที่ไม่อร่อยจึงเททิ้ง วิลาวรรณเห็นไม่พอใจโวยวายหาว่าล้างผลาญ ทะเลาะตบตีกันถึงขั้นเอาขนมจีนยีหัว พรพรรณได้ยินเสียงรีบวิ่งมาห้ามปราม วิลาวรรณหมดความอดทนแล้ว ไล่ตะเพิดใจเริงให้ออกไปจากบ้าน พรพรรณต้องลากลูกสาวออกไปสงบสติอารมณ์ ใจเริงนั่งร้องไห้หน้าตาบอบช้ำ...

รุ่งเช้าพิมาลากำลังจะทานอาหารเช้า เห็นโน้ตของแอ๊ดเขียนบอกไว้ว่าวันนี้ฤกษ์จะกลับจากเขาใหญ่ อยากกินกุ้งอบวุ้นเส้น ตนจึงออกไปซื้อที่ตลาด พิมาลาอมยิ้มคิดเอาใจสามีด้วยการจะชวนไปดูหนังคืนนี้...ความสุขไม่ทันเริ่ม เสียงออดดังขึ้น

พิมาลาออกมาเห็นสภาพใจเริงที่หน้าบ้านก็ตกใจ รีบประคองเข้ามาในบ้านหายามาทารอยช้ำที่หน้า ใจเริงร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างหมดฟอร์ม พิมาลาทายาไปคอยถามว่าเจ็บไหม

“ถ้าเทียบกับในใจเรา มันแทบไม่เจ็บเลย ทำไมชีวิตเรามันถึงได้บัดซบแบบนี้ ตบกับญาติตัวเองเพราะขนมจีนแค่จานเดียว นี่เราจนตรอกหมดหนทาง หมดศักดิ์ศรีขนาดนี้เลยใช่ไหม”

พิมาลาไม่อยากเชื่อว่าวิลาวรรณจะร้ายขนาดนั้น แต่ใจเริงฟูมฟายว่าถ้าป้าไม่มาห้ามตนคงตายคามือวิลาวรรณไปแล้ว ตนอยู่บ้านนั้นไม่ได้อีก ตายเสียดีกว่าให้โดนคนต่ำๆฆ่าตาย พิมาลากลัวใจเริงคิดสั้นจึงพยายามเสนอทางเลือกให้ไปอยู่บ้านตนก่อน แต่ใจเริงหาว่าแม่กับน้องไม่ชอบเธอ พิมาลาให้หาห้องเช่า ใจเริงอ้างว่าเงินจะกินยังไม่พอแล้วตัดสินใจรุก

“พิม...เราขออยู่ที่นี่กับพิมได้ไหม นะพิมนะ เราขออยู่แค่ไม่นาน ถ้าเราหาเงินได้หางานดีๆได้ เราจะรีบย้ายออกไปทันที นะพิมนะ เราขอร้อง เราไม่มีทางอื่นแล้วจริงๆ”

พิมาลาเห็นเพื่อนร้องไห้ก็ใจอ่อนลืมคิดหน้าคิดหลัง ใจเริงโผกอดหยุดฟูมฟายชื่นชมพิมาลายกใหญ่ว่าเป็นเพื่อนที่ประเสริฐ จะไม่ลืมบุญคุณ ในใจพิมาลาถามตัวเองว่าทำถูกแล้วใช่ไหม

บ่ายวันนั้นใจเริงกลับไปขนกระเป๋ามาเต็มรถแท็กซี่ เรียกแอ๊ดให้ช่วยขน แอ๊ดทำหน้างง พิมาลาตอบข้อสงสัยแก่แอ๊ดว่าใจเริงจะมาอยู่ด้วยสักพัก แอ๊ดแทบช็อก ใจเริงไม่มีสีหน้าโศกเศร้าเหลืออยู่เลย เรียกแอ๊ดให้ช่วยถือกระเป๋าและชี้ไปที่ใบใหญ่สองใบ ส่วนตัวเองถือใบเล็กอ้างว่าใบนี้ราคาแพง แอ๊ดทำหน้าเหวอ พิมาลาจึงเข้ามาช่วยถือใบใหญ่อีกใบให้ไปยังห้องที่จัดไว้

เมื่อแอ๊ดโทร.ฟ้องผ่องใส เธอก็รีบมาปรึกษาที่บ้านมาลี พจน์จะเรียกลูกสาวมาสอบถาม ไม่ควรยกโขยงกันไปที่บ้านฤกษ์ให้เป็นเรื่องใหญ่ มาลัยวรรณบ่นว่าตอนนี้มันเรื่องใหญ่แล้ว

“พี่เริงเขาไม่ใช่แค่เพื่อนพี่พิม แต่เขาเป็นแฟนเก่าพี่ฤกษ์ แล้วก็เป็นคนนิสัยแย่มาก การมีคนแบบนั้นอยู่ในบ้านพี่พิม มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะคะคุณพ่อ...”

มาลีปรามแต่มาลัยวรรณยืนกรานว่าพูดจริงและถ้าฤกษ์กลับมาเมื่อไหร่...พังแน่ ผ่องใส มาลีและพจน์คิดเหมือนกันแต่ไม่กล้าพูดออกมา

ooooooo

เย็นวันนั้นฤกษ์กลับมาถึงหอบช่อดอกไม้เข้ามาด้วยความคิดถึงภรรยา เห็นผู้หญิงยืนหันหลังจัดดอกไม้อยู่ก็วางช่อดอกไม้บนโต๊ะแล้วเข้าไปสวมกอดด้านหลังพร้อมหอมแก้มฟอดใหญ่บอกแก้มเมียหอมที่สุด...แต่พอหญิงสาวหันหน้ามาเป็นใจเริง ยิ้มยั่วยวนว่าหอมผิดคนแล้ว

ฤกษ์ตกใจอย่างมากผละถอยทำหน้ารังเกียจ ใจเริง หัวเราะร่วนยั่วว่า ไม่ต้องห่วง ตนไม่บอกพิมาลาแน่ว่าเขาบอกว่าแก้มตนหอมที่สุด และทำท่ารูดซิปปาก ฤกษ์เอามือปาดจมูกปาก

“เข้ามาได้ยังไง! แล้วทำไม มาทำอะไรที่บ้านผม!” ฤกษ์มองใจเริงหัวจดเท้า

ใจเริงอึกอักกลัวว่าถ้าตอบไปแล้วจะโดนไล่ ฤกษ์ตวาดถามอีกครั้ง พิมาลาเข้ามาตอบแทนว่าใจเริงจะพักที่นี่สักระยะ ฤกษ์ตกใจทำหน้าไม่พอใจมาก พิมาลาเองก็หวั่นใจจะเป็นเรื่อง

พิมาลาตามฤกษ์ขึ้นมาบนห้องเพื่ออธิบายถึงความเดือดร้อนของใจเริง ฤกษ์ส่ายหน้าไม่ยอมเข้าใจ พิมาลาขอโทษขอให้ถือว่าทำกุศลสักครั้ง ตนกับใจเริงเป็นเพื่อนกันมานานจะให้ตนนิ่งเฉยได้อย่างไร ฤกษ์ถอนใจ

“จากใจเลยนะพิม ผมไม่ชอบให้มีบุคคลที่สามเข้ามาอยู่กับเราโดยไม่จำเป็น ไม่งั้นผมคงไม่พยายามแยกบ้านออกมาจากพ่อแม่ แต่แล้ว...เราก็มีคนที่สามเข้ามาอยู่จนได้”

พิมาลารู้ตัวว่าผิดเข้าสวมกอดเอาใจ “พี่ฤกษ์คะ พิมขอโทษ ขอโทษที่ทำให้พี่ฤกษ์ไม่สบายใจ พิมเสียใจจริงๆนะ”

“โอเคๆ ช่างมันเถอะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ผมไม่อยาก ทะเลาะกับพิมด้วยเรื่องของคนอื่น โดยเฉพาะคนที่ชื่อ... ใจเริง! เอาเป็นว่า ขอให้เขาอยู่กับเราไม่นานตามที่เขาพูดไว้จริงๆ ถ้าเขาหาที่อยู่อื่นได้เมื่อไหร่ ย้ายออก ไปทันที” ฤกษ์ยื่นคำขาด ที่ยอมเพราะเห็นว่าพิมาลาเสียใจจริงๆ

ใจเริงเดินกระวนกระวายอยู่ข้างล่าง พอพิมาลาลงมาบอกว่าฤกษ์ยอมให้อยู่ตามที่เราคุยกันไว้ว่าหาที่อยู่ใหม่ได้ก็รีบย้ายออกไป ใจเริงสะดุดกับคำพูดตรงของเพื่อนแต่ก็ทำเป็นยิ้มรับ

ระหว่างนั้นทั้งสามคนมีแต่ความกังวลใจ ฤกษ์ร้อนรุ่มใจใช้วิธีอาบน้ำให้ใจเย็นลง ส่วนพิมาลารู้สึกกังวลใจ สังหรณ์ใจบางอย่างแต่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไร มีเพียงใจเริงที่นอนยิ้มคิดถึงอ้อมกอดของฤกษ์เมื่อตอนบ่าย ความรู้สึกในใจถูกตีฟูขึ้นมาอีกครั้ง

ในคืนนั้น ฤกษ์นอนนิ่งเงียบจนพิมาลาต้องขยับเข้ากอดขอโทษเขาอีกครั้ง ฤกษ์จึงหันมาประทับจูบพิมาลาอย่างเร่าร้อนเพื่อกำจัดความรู้สึกลึกๆที่เขาไม่แน่ใจว่ามันคือรังเกียจหรือราคะ

รุ่งเช้า ใจเริงแต่งตัวเตรียมไปทำงาน เดินยิ้มแย้มออกมา เห็นบนโต๊ะจัดอาหารไว้สองที่ก็แปลกใจถามแอ๊ดว่า ฤกษ์ไม่ทานอาหารเช้าหรือ แอ๊ดตอบหน้าตาเฉยว่าที่จัดไว้เป็นของฤกษ์กับพิมาลา ใจเริงชะงักยิ้มเชือดเฉือน

“ฉันเข้าใจ แอ๊ดคงยังไม่ชินว่าบ้านนี้มีฉันเพิ่มมาอีกคน สงสัยฉันคงจะต้องอยู่นานๆ แอ๊ดจะได้จำ...ไม่ลืม”

แอ๊ดขนหัวลุก รีบหยิบจานช้อนส้อมวางอีกชุดปรายตามองด้วยความหมั่นไส้...ไม่นานฤกษ์กับพิมาลาเดินยิ้มแย้มลงมา ใจเริงทักทายเสียงใส

ฤกษ์ชะงักหน้านิ่ง ไม่อยากทำให้พิมาลาไม่สบายใจ ใจเริงแกล้งถามฤกษ์เมื่อคืนนอนหลับสบายหรือว่าฝันร้าย เขาไม่ตอบหันไปสั่งแอ๊ด

“ฉันขอกาแฟเหมือนเดิม วันนี้ขอดับเบิ้ลช็อต”

ใจเริงหน้าเสีย พิมาลาสงสารเพื่อนและเกรงใจสามี จึงถามกลับแทนว่าหลับสบายไหม

“สบายสิ เตียงก็นุ่ม ห้องก็เย็น ห๊อมหอม ต่างจากบ้านในสลัมของป้าเราลิบลับ”

“แต่ไม่ได้นอนตลอดไปนะ รีบๆหาที่อยู่ใหม่แล้วก็ย้ายออกไปซะ” ฤกษ์โพล่งขึ้น

“เริงก็ไม่อยู่นานหรอกน่า กลัวว่าจะโดนกอดผิดบ่อยๆ เกรงใจพิม”

ฤกษ์สะอึกหันมอง พิมาลาตัวชาวาบ แอ๊ดเองก็ตกใจ ฤกษ์โกรธลุกขึ้นจะไปทำงานเลยเดินมาหอมแก้มพิมาลาและสั่งแอ๊ดให้โทร.หาผ่องใสเอาน้ำมนต์มาให้ตน จะอาบล้างซวย ใจเริงหน้าตึงแค้นใจ พิมาลารู้สึกคาใจ เหมือนเป็นส่วนเกินไม่รู้ว่าเขาคุยเรื่องอะไร

เช้าวันนั้น พิมาลาขับรถเลยออฟฟิศเพื่อมาส่งใจเริงที่บริษัททัวร์ ใจเริงขอบใจแต่ไม่ได้มีความเกรงใจสักนิดกลับบอกว่า พรุ่งนี้ให้ตนมากับฤกษ์ก็ได้ เธอจะได้ไม่ต้องขับรถเลยมา พิมาลาตัดบทว่า คราวหน้าให้ใจเริงลงที่ออฟฟิศตนแล้วนั่งแท็กซี่ต่อมาจะดีกว่า ใจเริงสะดุดใจ

“พิม...ไม่พอใจอะไรหรือเปล่า หรือว่า ไม่สบายใจเรื่องที่พี่ฤกษ์กอดเรา...เริงบอกแล้วไงว่าพี่ฤกษ์เขาทำไปเพราะความเข้าใจผิด ถ้าเขารู้ว่าเป็นเรา เขาไม่มีทางจะเข้าใกล้ พิมก็เห็น เขารังเกียจเราจะตาย ถ้าเราหาที่อยู่ใหม่ได้ เราจะรีบย้ายออกไป ไม่อยู่ให้โดนดูถูกแบบนี้หรอก”

พิมาลาพยายามไม่ใส่ใจบอกตนมีประชุมเช้าต้องรีบไป ใจเริงพูดหน้าตาเฉยว่าตอนเย็นจะไปรอกลับด้วยที่ออฟฟิศ พิมาลาถอนใจตนคิดผิดหรือเปล่าที่ต้องมาแบกภาระเพิ่ม

ooooooo

ฤกษ์มาถึงบริษัท ปรับทุกข์กับฤทธิ์และเปรม ฤทธิ์เสนอให้ส่งใจเริงมาอยู่ที่บ้าน รับรองเจอผ่องใสอยู่ไม่นานแน่ เปรมยกนิ้วชมว่ายอดเยี่ยม ฤทธิ์กำชับฤกษ์ ระหว่างนี้อย่าไปยุ่งกับเธอ

“ผมไม่ยุ่งอยู่แล้วครับพ่อ แค่หน้าผมยังไม่อยากจะมอง ไม่ต้องห่วง ใจเริงคือผู้หญิงคนสุดท้ายบนโลกที่ผมอยากจะยุ่งเกี่ยวด้วย”

ด้านพิมาลายังครุ่นคิดเรื่องที่ฤกษ์กอดผิด ทันใดมีรถแท็กซี่ขับมาชนท้ายอย่างแรง เธอตกใจรีบลงมาดูเห็นกันชนร่วงหล่น แท็กซี่รีบเบี่ยงรถหนี เธองงทำอะไรไม่ถูก เสียงรถคันอื่นบีบแตร เผอิญเทิดพันธ์เดินอยู่ริมถนน มองไปเห็นพิมาลายืนตกใจ ก็รีบขอทางให้รถอื่นหยุดแล้วเข้าไปช่วยหยิบกันชนขึ้นมา บอกให้เธอเลื่อนรถเข้าข้างทาง โดยเขาคอยโบกขอทางให้เธอ

พิมาลาขอบคุณเทิดพันธ์ เขาให้เธอโทร.เรียกประกันแต่เธอไม่มีเวลารอต้องรีบไปประชุมจึงบอกว่าคงต้องให้ฤกษ์จัดการเคลมประกัน แล้วถามเทิดพันธ์ว่าเขาเป็นอย่างไรบ้างสบายดีไหม เขาชะงักเล็กน้อยแล้วตอบว่าดีขึ้นมาก เพิ่งได้งานใหม่ งานดีมาก หญิงสาวยิ้มดีใจ

“โห ดีจังเลยค่ะ ดีใจด้วยนะคะ ชีวิตคนเราเริ่มต้นใหม่ ได้เสมอ พิมเป็นกำลังใจให้นะคะ”

เทิดพันธ์เห็นพิมาลาจริงใจ เกิดความละอาย สารภาพความจริงว่าตนอยู่ในสภาวะตกงาน โดนเมียทิ้ง และหมดตัว แต่ยังมีชีวิตอยู่ได้ พิมาลาหน้าเหวอจนเขาขำ เธอขอโทษที่ถาม แล้วบอกว่ามีอะไรให้ตนช่วยไม่ต้องเกรงใจ เทิดพันธ์ยิ้มเรี่ยๆเพราะคิดว่าเธอคงรู้เรื่องตนดี

“ค่ะ...เริงเขาก็ต้องปรับตัวหลายอย่างเหมือนกัน ปัญหารุมเร้ามากมาย ดีที่ตอนนี้มาพักอยู่กับพิม ก็ตัดปัญหาไปได้หลายอย่าง”

เทิดพันธ์ตกใจเมื่อรู้ว่าใจเริงไปอยู่ด้วย รีบถาม “แล้วมันจะไม่มีปัญหากับสามีคุณหรือ”

พิมาลากระตุกเล็กน้อยที่เขามาย้ำอีกคน แต่ก็ตอบไปว่าฤกษ์เข้าใจดีว่าใจเริงกำลังมีปัญหาและจะอยู่ด้วยไม่นาน เทิดพันธ์แทรกถ้าเกิดอยู่นาน พิมาลาพยายามคิดบวกบอกว่าตอนนี้ใจเริงเปลี่ยนไปมาก รู้ว่าอะไรเป็นอะไรไม่ฟุ่มเฟือย รู้จักค่าของเงินขึ้น แล้วเชิญเขาไปเยี่ยมเยียนที่บ้าน คนเคยรู้สึกดีต่อกันไม่อยากให้ตัดขาดกัน เทิดพันธ์ไม่เชื่อรู้สึกเป็นห่วงพิมาลาอย่างจริงใจ

เย็นวันนั้น ใจเริงมานั่งรอกลับบ้านกับพิมาลาที่ออฟฟิศ แมนเปิดรายการที่ฤกษ์เป็นพิธีกรเรื่องปัญหาเกี่ยวกับบ้านให้ดู ใจเริงยิ้มชื่นชมความเท่และเก่งของฤกษ์ แมนอุทานว่าช่างเป็นหมอบ้านที่เซ็กซี่น่าพาไปรักษาไข้ทับระดูที่บ้าน แล้วนึกได้ว่ามีใจเริงนั่งอยู่ด้วย

“เป็นอะไรไปล่ะคะพี่แมน เริงยืนยันด้วยประสบการณ์ตรงค่ะว่าพี่ฤกษ์แซ่บมากจริงๆ”

แมนหันไปสบตากับพิซซี่ทำนองไม่คิดว่าใจเริงจะกล้าพูดแบบนี้ออกมา พิซซี่หัวเราะกลบเกลื่อนแล้วบอกใจเริงว่าพิมาลาคงไม่กลับมาแล้ว ใจเริงโวยเล็กๆว่านัดจะกลับบ้านด้วยกัน ทั้งพิซซี่และแมนทำหน้างงๆ ใจเริง อธิบายว่าตอนนี้ตนพักที่บ้านฤกษ์ แล้วเดินโกรธๆออกไป ปล่อยพิซซี่กับแมนถกปัญหากันยกใหญ่ว่าจะไม่เกิดถ่านไฟเก่าคุขึ้นหรืออย่างไร

เกือบค่ำกว่าฤกษ์กับพิมาลาจะกลับมาถึงบ้าน เปรมไลน์มาบอกเรื่องเอารถพิมาลาเข้าอู่ให้แล้ว เสร็จอาทิตย์หน้า ฤกษ์จึงบอกว่า “ช่วงไม่มีรถ เดี๋ยวผมทำหน้าที่ขับรถรับส่งพิมเอง แต่ผมคิดค่าขับหนักหน่อยนะ รับให้ไหวก็แล้วกัน”

“ทะลึ่ง...” พิมาลาเขิน

“ทะลึ่งอะไร คิดอะไรเนี่ย คิดว่าผมจะคิดค่าขับเป็นอะไร บอกมา”

พิมาลาหน้าแดง ฤกษ์หอมแก้มเธอฟอดใหญ่ด้วยความหมั่นเขี้ยว ทั้งสองเดินหัวเราะคิกคักจะเข้าบ้าน ทันใดแท็กซี่ใจเริงมาจอด เธอตะโกนเรียกพิมาลาลั่นตั้งแต่หน้าบ้าน ฤกษ์หันมองไม่สบอารมณ์ขอเข้าบ้านก่อน ใจเริงเหวี่ยงวีนใส่พิมาลาว่านัดกันไว้แล้วทำไมลืมหนีกลับบ้านก่อน พิมาลาจะอธิบายว่าทำไมถึงลืม แต่ใจเริงใส่ไม่หยุด หาว่ามีสามีแล้วเห็นเพื่อนเป็นอากาศ

“...นัดกันไว้ไม่ต้องจำก็ได้ นี่ถ้าไม่มีใครมาบอกป่านนี้เราก็คงยังรอไปเรื่อยๆ จะรอทั้งคืนหรือเปล่าก็ไม่รู้”

ฤกษ์ได้ยินไม่พอใจหันกลับมาใส่ใจเริง “ถ้าโง่ขนาดนั้นก็ปล่อยให้รอไปเลย” พิมาลาขอให้หยุด “หรือว่าไม่จริง คนแบบนี้เนี่ยนะจะรอไปเรื่อยๆ ไม่มีทาง ผิดเวลาแค่ห้านาทีสิบนาทีก็แทบจะลงไปดิ้น เพื่อนพิมคนนี้เขาไม่ใช่คนโง่ เขาแค่เห็นแก่ตัว!”

“เยอะไปแล้วพี่ฤกษ์!” ใจเริงโวย

“น้อยกว่าบางคนก็แล้วกัน ไม่ต้องมาเล่นละครปั้นคำพูดทำให้พิมรู้สึกผิด เพราะเขาไม่ผิด คุณนั่นแหละผิดที่ไม่ยอมดูแลตัวเอง เขาให้บ้านอยู่ก็ดีแค่ไหนแล้ว นี่ยังจะต้องขับรถไปรับไปส่งอีก แบบนี้แหละเยอะ!”

พิมาลาขอให้ฤกษ์พอและบอกใจเริงอย่าทะเลาะกัน ใจเริงปรี๊ดหาว่าโทษตนชวนทะเลาะทั้งๆที่ฤกษ์เริ่มก่อน ฤกษ์ตวาดใส่ใจเริงไม่ให้ขึ้นเสียงกับพิมาลา ใจเริงตวาดกลับว่าเขาก็อย่ามาขึ้นเสียงใส่ตน ต่างคนต่างไม่ยอมกัน พิมาลาเครียดไม่รู้จะทำอย่างไร ฤกษ์ตั้งสติพูดหนักแน่น

“พิม...ผมพูดไว้ก่อนเลยนะ ถ้าเพื่อนคุณยังทำกิริยามารยาทใช้คำพูดแบบนี้กับผมหรือกับคุณอีก ผมจะไล่เขาออกจากบ้าน แล้วอย่าหวังเลยว่าจะได้เข้ามาเหยียบที่นี่อีก”

ใจเริงสะอึกชักกลัวโดนไล่ ฤกษ์ดึงพิมาลาเข้าบ้านบอกตนหิว พิมาลาหันไปชวนใจเริง ฤกษ์เสียงเข้มว่าต้องการกินกับภรรยาสองคน คนอื่นไปหากินเอง...

ใจเริงเดินตึงตังเข้าห้องปากระเป๋าลงพื้นด้วยความหงุดหงิด แค้นใจที่เอาชนะฤกษ์ไม่ได้ ตนจะไม่ยอมอยู่ในสภาพนี้แน่

พิมาลาเป็นห่วงใจเริง บอกแอ๊ดให้เอาจานมาแบ่งอาหารไปให้ แต่ฤกษ์ห้ามและบอกให้รอกินเหลือจากตน พิมาลาอึ้งไม่กล้าขัดใจสามีอีก

ooooooo

ค่ำนั้นพิมาลาพยายามทำให้ฤกษ์หายโกรธเรื่องใจเริง ขอโทษเขาอีกครั้งและรับปากจะหาทางแก้ไขโดยเร็ว ฤกษ์หันมาจ้องหน้าและพูดด้วยเหตุผล

“ถ้าจะต้องแก้ไขอะไรสักอย่าง สิ่งนั้นก็คือ อยู่ให้ห่างจากใจเริง เขาจะทำให้คุณต้องร้อนใจ ต้องเป็นทุกข์อีกมาก เพื่อนแบบนี้เลิกคบไปได้ยิ่งดี”

พิมาลาหน้าเจื่อนไม่อาจนิ่งดูดายได้ขอช่วยใจเริงจนกว่าเธอจะหาบ้านใหม่ได้ ฤกษ์อ่อนใจ ยอมรับว่าใจเริงโชคดีมากที่มีเพื่อนอย่างพิมาลา เธอสบตายิ้มจริงใจ

“แล้วพิมก็โชคดีมากๆที่มีสามีอย่างคุณค่ะ”

“ปากหวานเหมือนกันนะเนี่ย แล้วที่อื่นจะหวานเหมือนปากหรือเปล่า...ต้องลอง” ฤกษ์กอดจูบพิมาลาด้วยความพิศวาส อารมณ์ขุ่นมัวหายวับไปในบัดดล...

ด้านใจเริงรู้สึกหิวจนทนไม่ไหว เดินออกจากห้องทั้งที่อยู่ในชุดนอนเซ็กซี่กางเกงสั้นปิดแก้มก้นแทบไม่มิด เข้ามาหาของกินในครัว แอ๊ดเดินมาเจอตกใจ ใจเริงถามว่ารถพิมาลาไปไหนไม่เห็นจอดอยู่ แอ๊ดจึงบอกว่ารถเธอโดนชนส่งซ่อม ใจเริงตกใจเล็กน้อยเมื่อรู้สาเหตุที่ทำให้พิมาลาไม่ได้รอกลับบ้าน แอ๊ดเหน็บเพิ่งรู้ตัวหรืออย่างไร คนอื่นผิดตลอด ใจเริงลุกพรวดบอกอิ่มแล้ว ทิ้งทุกอย่างที่เปิดกินไว้เกลื่อน แอ๊ดจะโวยแต่ต้องอ้าปากค้างเมื่อเห็นชุดนอนของใจเริง

เช้าวันใหม่ มาลัยวรรณจัดของว่างอย่างสวยงามให้แก่งานอบรมทำธุรกิจออนไลน์ที่โรงแรมหรู เทิดพันธ์เดินมาหยิบเข้าปากหนึ่งคำแล้วบ่นว่าข้าวแฉะหมูเค็ม คำก็ใหญ่เกินไป มาลัยวรรณได้ยินหันมาจ้องหน้า เขาไม่รู้ว่าเธอเป็นใครจึงฝากไปบอกคนทำด้วย และคิดว่าคนอื่นคงบ่นแบบเดียวกับเขา มาลัยวรรณยิ้มหยัน

“เปล่าค่ะ มีคุณคนเดียวที่บ่น คนอื่นเขาไม่บ่นหรอกค่ะ เพราะของในงานเขาจัดให้กินฟรี งานอบรมก็ฟรี มีอะไรให้กินเขาก็กินไปด้วยความขอบคุณ”

“น้อง พี่พูดดีๆ พูดด้วยความหวังดี ทำไมต้องมาเหวี่ยงใส่ด้วย นี่เป็นคนทำเองล่ะสิ...เด็กสมัยใหม่ไม่มีความอดทน รับฟังความเห็นตรงๆไม่ได้ รู้งี้ไม่น่าแนะนำเลย เสียเวลา”

มาลัยวรรณยืนงง แทนที่ตนจะเป็นคนวีน ไม่ใช่โดนวีนแบบนี้ แต่เทิดพันธ์ไม่ได้อยู่ฟัง เขาเดินเข้างานไปก่อน เธอโมโหต้องหาที่ระบาย โทรศัพท์ไปบ่นกับพิมาลา กลับโดนพี่สาวสมน้ำหน้าไม่รู้จักฟังคำติชมของคนอื่น และให้เอาคำของเทิดพันธ์ไปคิดว่าจริงหรือไม่

พอวางสายจากมาลัยวรรณ พิมาลาบอกแอ๊ดว่าวันนี้ไม่ทานอาหารเช้าต้องออกไปพร้อมฤกษ์ มีประชุมด่วน แอ๊ดจะเล่าเรื่องเมื่อคืน แต่ใจเริงเดินเข้ามาขัดจังหวะ ใจเริงขอโทษพิมาลาที่โวยวายเมื่อวานเพราะไม่รู้ว่าเธอมีเรื่องรถชน พิมาลาไม่ติดใจ ฤกษ์เดินมาพอเห็นใจเริงก็เมินหน้าบอกพิมาลาว่าจะไปรอที่รถ

ใจเริงรู้ว่าฤกษ์ต้องไปส่งพิมาลาจึงขอไปด้วยไม่อยากเสียเงินค่าแท็กซี่ แต่พอขึ้นนั่งรถ ฤกษ์หันมาไล่ให้ลง พิมาลารีบขอ บอกตนเป็นคนให้ใจเริงไปด้วย แล้วว่ารีบไปดีกว่าเดี๋ยวไม่ทัน ฤกษ์ฮึดฮัดเห็นแก่พิมาลาไม่อย่างนั้นจะลากใจเริงลงจากรถ ใจเริงเก็บกดความแค้นเต็มที่

พอมาถึงออฟฟิศพิมาลา เธอลงจากรถแล้วบอกให้ฤกษ์ขับรถใจเย็นๆ เขารับคำส่งจูบอย่างน่ารัก พอดี หมี่โทร.มาพิมาลามัวคุยด้วย ฤกษ์หันมาบอกใจเริงให้ลงจากรถ ตนไม่ไปส่ง เธอแย้งว่าเป็นทางผ่านอยู่แล้ว ไม่ยอมลงนั่งกอดอกนิ่ง ฤกษ์โกรธลงจากรถมาลากใจเริง เธอร้องโวยวายว่าเจ็บ พิมาลาตกใจรีบวิ่งกลับมาได้ยินฤกษ์พูดใส่หน้าใจเริง

“อย่าคิดมาเอาชนะคนอย่างผม!”

พิซซี่กับแมนมาถึงพอดียืนมองตะลึง พิมาลารีบถามใจเริงเป็นอย่างไรบ้าง เกิดอะไรขึ้น พูดอะไรผิดหูฤกษ์หรือ ใจเริงบ่นอย่างหงุดหงิดว่าฤกษ์หาว่าตนจะเอาชนะ พิมาลาย้อนถาม

“แล้วเริงอยากเอาชนะพี่ฤกษ์จริงๆรึเปล่า ถามใจตัวเองดีๆนะแล้วค่อยตอบ” พิมาลารู้ทัน

“เออๆก็ได้ยอมรับว่าเราอยากเอาชนะ ก็หมั่นไส้นี่ จะอะไรกันนักหนา เราทำอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด ไม่รู้จะเจ้าคิดเจ้าแค้นกันไปถึงไหน โตๆกันแล้ว เรื่องในอดีตไม่ลืมสักที เมื่อก่อนเราเคยทำให้พี่ฤกษ์เสียใจก็จริง แต่มันก็นานแล้ว เรายังลืมไปแล้วเลย พี่ฤกษ์นั่นแหละที่ยังยึดติดอยู่ได้ เมื่อไหร่จะลืมเรื่องเก่าๆสักทีก็ไม่รู้” ใจเริงบ่นโดยไม่คำนึงถึงจิตใจของพิมาลาเลย

หมี่รู้เรื่องจากพิซซี่กับแมน จึงเตือนพิมาลาไม่ควรให้ใจเริงอยู่ที่บ้าน พิมาลามั่นใจว่าเชื่อใจฤกษ์ได้และเราจะผ่านเหตุการณ์นี้ไปด้วยกัน

บ่ายวันนั้น มาลัยวรรณเอาปิ่นโตมาให้แอ๊ด เพราะเย็นนี้ฤกษ์กับพิมาลาจะทานข้าวที่บ้านพ่อแม่ และเลียบเคียงถามเรื่องใจเริง แอ๊ดบอกกำลังจะเข้าไปทำความสะอาดที่ห้องจึงชวนกันไปดูว่าอยู่อย่างไร...แล้วทั้งสองก็ต้องตกใจกับความซกมกของใจเริง เสื้อผ้าที่ใส่แล้วถอดกอง เครื่องสำอางวางระเกะระกะ แอ๊ดรีบเล่าเรื่องเมื่อคืนที่ใจเริงใส่ชุดนอนวาบหวิวออกมาเดินไม่เกรงใจสามีเจ้าของบ้านบ้าง มาลัยวรรณคิดว่าเย็นนี้จะเล่าให้พิมาลาฟังเอง

เผอิญเทิดพันธ์แวะมาที่บ้านฤกษ์เพราะอยากพูดกับใจเริงให้เลิกสร้างปัญหา มาลัยวรรณเป็นคนมาเปิดประตู เทิดพันธ์คิดว่าเป็นสาวใช้ เธอจึงโกรธพูดจาด้วยห้วนๆ เขาอดอบรมไม่ได้

มาลัยวรรณโวย “สวยขนาดนี้เห็นเป็นขี้ข้า ตานายมันบกพร่องแล้วล่ะ เอ๊ะ อาจไม่ใช่แค่ตา คงเป็นรสนิยมส่วนตัว อ้อ...ต้องพวกเลขาอึ๋มๆใช่มะถึงเห็นว่าสวยแซ่บน่ะ”

เทิดพันธ์ไม่เข้าใจ มาลัยวรรณบอกให้เขากลับไป พี่สาวตนไม่อยู่ เขาจึงถามหาใจเริง มาลัยวรรณทำทีเพิ่งรู้ว่าเขารู้จักใจเริงด้วย จึงฝากไปบอกสามีเก่าใจเริงให้มาเอาตัวกลับไป...

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement