เพลิงบุญ ตอนที่ 4 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เพลิงบุญ ตอนที่ 4


21 ก.ย. 2560 08:24
4,808,914 ครั้ง

ละคร นิยาย เพลิงบุญ

เพลิงบุญ ตอนที่ 4

อ่านเรื่องย่อ

เพลิงบุญ

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

กฤษณา อโศกสิน

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ชนินทร ประเสริฐประศาสน์

ผลิตโดย:

บริษัท เมคเกอร์ วาย จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, ราณี แคมเปน,

เสร็จจากการเผาศพ เทิดพันธ์คุยกับพิมาลา ฝากดูแลใจเริงด้วยเพราะตนมีเรื่องเครียดหลายเรื่อง ดูแลเธอไม่ดีพอ พิมาลาบอกเขาอยากปรึกษาอะไรตนก็ได้ตนยินดี เขายิ้มเนือยๆบอกเรื่องระหว่างเขากับใจเริงมันเลยจุดที่ต้องการคำปรึกษาแล้ว ไม่ทันไรสุพรรญาเข้ามาตาม

พิมาลาจึงบอกเทิดพันธ์ว่า ตนไม่ทิ้งใจเริงแน่เพราะใจเริงเป็นเพื่อนตน เทิดพันธ์ชื่นชม

“คุณเป็นคนดีมากเลยนะครับคุณพิม ทั้งดีทั้งอดทน ที่คบกับคนอย่างใจเริงได้ ขอให้ใจเริงมีปัญญามากพอ ที่จะเห็นว่า เขาโชคดีแค่ไหนที่มีเพื่อนแสนดีอย่างคุณ”

สุพรรญายืนประกบข้างเทิดพันธ์และถามเขาว่าคืนนี้อยากทานอะไรจะเตรียมไว้ให้ พิมาลาชะงัก
เทิดพันธ์ส่งสายตาปราม สุพรรญาแกล้งทำจ๋อยทั้งที่ตั้งใจพูดให้พิมาลาได้ยิน

วันต่อมา ใจเริงมาฟังทนายความแจกแจงทรัพย์สินที่เหลือเพียงเครื่องเพชรสามสี่ชุดเท่านั้น ทรัพย์สินอื่นๆ ธเนศทยอยขายไปหมดเพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน

ส่วนบ้านหลังนี้ ธนาคารกำลังจะมายึด สำหรับพรพรรณได้รับเงินในบัญชีของพรรณรายสองแสนกว่าบาท ใจเริงปรายตามองแล้วเชิดใส่ พูดเอาดีเข้าตัวราวตัวเองเป็นคนใจกว้าง

“ก็ดีนะ เริงจะได้ไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าเสียเวลาให้ป้าพร ถือซะว่าเป็นสินน้ำใจที่ดูแลแม่ก็แล้วกัน”

วิลาวรรณมองใจเริงคว้ากล่องเครื่องเพชรเดินออกไปด้วยสายตาเกลียดชัง ยกมือท่วมหัวสาปส่ง

“ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นใจเริงยกมือไหว้แม่สักครั้ง เกิดมาเสียชาติเกิดจริงๆ มีมือแต่ไม่มีมารยาท ชาตินี้ขออย่าได้เจอกันอีกเลย สาธุ”

เช้าวันใหม่ คนรับใช้ในบ้านห้าหกคน ทวงเงินเดือนกับใจเริง เธอโวยให้ไปเอากับเทิดพันธ์ พวกเขาบอกว่าเทิดพันธ์ไม่กลับบ้านหลายวันแล้ว ถ้าไม่จ่ายพวกเขาขอลาออก ใจเริงจึงรีบขับรถไปหาเทิดพันธ์ที่บริษัท พนักงาน ต่างตื่นตกใจเมื่อเห็นเธอเดินเข้ามา

ใจเริงไม่เห็นเลขาหน้าห้องเทิดพันธ์ จึงผลักประตูเข้าไป เห็นเทิดพันธ์กับสุพรรญานั่งทำงานใกล้ชิดกัน ทั้งสองสะดุ้งผละออกห่างกัน สุพรรญารู้ตัวยังต้องแสดงบทเมียน้อยเจียมตัวถอยออกไป...ใจเริงขอเงินเทิดพันธ์ไปจ่ายคนรับใช้ที่บ้าน เขากลับบอกว่าไม่มี ให้พวกนั้นลาออกไป เธอโวยวายเสียงดังลั่น แล้วใครจะทำงานบ้าน เธอไม่ทำ

“พี่ไม่ให้เริงทำอยู่แล้ว เพราะพี่กำลังจะขายบ้าน”

ใจเริงตกใจ เทิดพันธ์บอกให้เธอยอมรับเสียทีว่าตอนนี้เขาไม่มีเงิน เลิกฟุ่มเฟือย เขาต้องขายรถขายบ้าน ขายทุกอย่างก่อนที่จะโดนธนาคารยึดเพราะหมดตัวแล้ว ใจเริงร้องกรี๊ดๆรับไม่ได้ เทิดพันธ์ให้ใจเริงกลับไปขายสมบัติที่มีให้หมด ทั้งกระเป๋าและชุดแต่งงานราคาเป็นล้าน ถ้าเธอไม่ทำเขาจะกลับไปทำเอง ใจเริงยังช็อก ร้องกรี๊ดๆไม่ยอม เทิดพันธ์จึงผลักเธอออกไป

ใจเริงขับรถกลับมาบ้านด้วยความรู้สึกกดดัน ยืนตัวสั่นและเริ่มกัดเล็บอย่างคนเก็บกด...เย็นวันนั้นเป็นงานฉลองแต่งงานของพิมาลากับฤกษ์ บรรยากาศในงานแม้จะเล็กแต่ก็เต็มไปด้วยความอบอุ่น บ่าวสาวถ่ายรูปกับแขกที่มา พิมาลาชะเง้อรอใจเริง จนถึงเวลาต้องเข้าไปในงาน ฤกษ์จูงเธอเข้าไป แขกในงานปรบมือ ส่งเสียงชื่นชมยินดีกับบ่าวสาว

ใจเริงในชุดเกือบจะดำสนิท เดินมาหยุดมอง ผ่านประตูเข้าไปเห็นความสุขของฤกษ์กับพิมาลาก็สะท้อนใจรับไม่ได้ ตัดสินใจไม่เข้างาน ยืนมองด้วยความริษยาทำไมเจ้าสาวไม่ใช่ตน...

พิธีส่งตัวเข้าหอเสร็จเรียบร้อย ทุกคนกลับหมด ฤกษ์ถามพิมาลาอย่างห่วงใยว่าเหนื่อยไหม เธอตอบยิ้มๆ ว่าเหนื่อยแต่มีความสุข แล้วถามเขากลับว่าเหนื่อยไหม

“โล่งอก สบายใจที่สุด มีความสุขที่สุด ต่อจากนี้ไปเรามีบ้านของเราเอง ดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ พี่จะไม่กลัวอะไรอีกแล้ว เพราะมีพิมอยู่ข้างๆ”

ฤกษ์กับพิมาลาพูดคุยหยอกล้อกันไปจนถึงเรื่องลูก พิมาลาอยากมีลูกหลายคนเพราะรักเด็ก ฤกษ์จึงประชดจะมีให้ตั้งทีมฟุตบอลได้...พิมาลามองหน้าเขา แล้วถามจริงจังว่า เขารักตนไหม ฤกษ์งงไม่ตอบแต่แสดงออกด้วยการจูบเธออย่างดูดดื่มแทนคำตอบ แล้วอุ้มเธอมานอนบนเตียง บอกยิ้มๆว่าถึงเวลาจัดเต็ม หญิงสาวยิ้มรับไม่อิดออดอีกต่อไปเพราะถึงเวลาสมควรแล้ว

ooooooo

เช้าวันใหม่ ใจเริงนั่งกัดเล็บหน้าเครียดอยู่บนเตียงที่ไร้วี่แววเทิดพันธ์ โทร.หาเขาก็ปิดเครื่อง เธอไม่ได้นอนทั้งคืน ลงมาข้างล่าง บ้านอันใหญ่โตดูเงียบเหงาไม่มีคนรับใช้สักคน

ต่างกับบ้านที่มีแต่ความสุขนี้ พิมาลาทำอาหารเช้าใส่ถาดยกไปให้ฤกษ์บนเตียง แล้วจะลงมาแกะของขวัญที่วางเกลื่อนอยู่ข้างล่าง แต่กลับถูกฤกษ์รั้งตัว ไปนอนกอดไม่ยอมให้ทำอย่างอื่น บอกมีเมียแล้วนอนคนเดียวไม่ได้ผิดกฎ พิมาลาขำกฎอะไรของเขา ทันใดเสียงไลน์มือถือพิมาลาดังขึ้น เธอรีบขอไปดูเผื่อที่ทำงานถามเรื่องงาน แต่พอลุกมากดอ่านเป็นข้อความจากใจเริง

“พิม...เริงขอโทษที่ไม่ได้ไปงานแต่งงานพิมเมื่อวาน พอดีมีเรื่องวุ่นๆกลุ้มๆเลยไม่ได้ไป เริงดีใจกับพิมและพี่ฤกษ์ด้วยนะ มีความสุขมากๆจ้ะ”

ไม่ทันจะพิมพ์ตอบ ฤกษ์ตามมาดึงมือถือเธอ ไปเก็บใส่กล่องปิดฝา บอกหมดเวลาสำหรับคนอื่นตอนนี้ต้องทำหน้าที่เมียอย่างเดียว แล้วดึงเธอกลับไปนอน

ใจเริงเห็นว่าพิมาลาอ่านข้อความแล้วแต่แปลกใจทำไมไม่ตอบ เริ่มหงุดหงิดที่ไม่ได้ดั่งใจ พอดีมีเสียงออดหน้าบ้าน ใจเริงออกมาเปิดประตู ต้องตกใจเมื่อเป็นเจ้าหน้าที่มาแจ้งจะยึดบ้าน เธอโวยวายไม่ยอม จะบอกให้เทิดพันธ์ไปชำระหนี้

ด้วยความร้อนใจ ใจเริงโทร.ไปที่บริษัท สุพรรญารับสายแล้วบอกว่าเทิดพันธ์ออกไปประชุมข้างนอก ใจเริงจึงสั่งว่าถ้าเขากลับมาให้บอกว่าตนกำลังไปหา อย่าออกไปไหนอีก...สุพรรญารับคำ แต่พอวางสายก็รีบมาบอกเทิดพันธ์ที่เคลียร์งานอยู่ในห้องทำงาน

ใจเริงขับรถมาถึงหน้าบริษัท เห็นรถเทิดพันธ์จอดที่หน้าตึก สุพรรญาเดินรีบร้อนมาขึ้นรถแล้วเทิดพันธ์ขับออกไป ใจเริงโกรธมากสั่งแล้วให้รอทำไมยังพากันออกไป จึงแอบขับรถตาม...จนมาถึงหน้าบ้านสุพรรญา ใจเริงจอดมองห่างๆ เห็นเทิดพันธ์กับสุพรรญาลงจากรถเดินโอบกอดกันเข้าไปในบ้านก็ตะลึงมือไม้สั่น

อกแทบระเบิดที่โดนสวมเขา ใจเริงปีนรั้วบ้านตามเข้าไป มองผ่านหน้าต่างเห็นทั้งสองพลอดรักกันอย่างถึงพริกถึงขิง เอามือถือขึ้นมาถ่ายคลิปไว้ด้วยความแค้นใจ

เย็นวันนั้น ฤกษ์กับพิมาลาจะต้องไปทานข้าวที่บ้านพ่อแม่ พิมาลาหามือถือไม่เจอ ใช้โทรศัพท์บ้านโทร.หา จนเจอว่าถูกซ่อนในกล่องเอามากดดู เห็นมิสคอลจากใจเริงหลายสิบ พอจะโทร.กลับเกิดแบตหมด เสียงฤกษ์เร่งให้ไปขึ้นรถ เธอเก็บมือถือใส่กระเป๋าทั้งที่แบตหมด

พอมาถึงบ้าน ฤทธิ์ พจน์ มาลีและมาลัยวรรณรออยู่ก่อนแล้ว ฤทธิ์ชวนพจน์ดื่มเล็กน้อยเพราะเห็นว่าบ้านอยู่ใกล้กันแค่นี้ไม่ได้ขับรถ...พิมาลามาถึงเข้าไปช่วยน้องในครัว มาลัยวรรณมองซ้ายมองขวาไม่มีใครก็รีบบอกข่าวพี่สาวเรื่องใจเริง พิมาลาใจหาย

“เริงเป็นอะไร เมื่อกี๊โทร.มิสคอลตั้งหลายสาย พอดีแบตหมดไม่ได้โทร.กลับ”

“ต้องเรื่องยัยเลขาแน่ๆ ป้านอมเล่าให้วรรณฟัง บอกว่าวันก่อนพี่เริงมากรี๊ดๆที่ออฟฟิศ ไม่รู้ทะเลาะ
อะไรกัน เสียงดังลั่นสนั่นออกมานอกห้อง พอพี่เริงกลับไป ยัยเลขาที่เป็นเมียน้อยเข้าไปปลอบใจคุณเทิดอยู่ตั้งนาน แล้วก็พากันออกไปไหนไม่รู้ ไม่กลับเข้าออฟฟิศ”

พิมาลารู้สึกเป็นห่วงใจเริงมาก ฤกษ์แอบฟังอยู่หน้าประตู รู้สึกสะใจกับชะตากรรมของใจเริง ฟังมาลัยวรรณเล่าต่ออีกว่า “ป้านอมบอกว่าคนในออฟฟิศอกสั่นขวัญแขวนทุกครั้งที่พี่เริงมาบริษัท ถ้าโดนจับได้รับรองว่าออฟฟิศระเบิดแน่...จะว่าไป พี่เริงจะต้องอยู่ในช่วงดวงตกสุดๆ ปีชงรึเปล่าก็ไม่รู้ ทั้งสามีมีเมียน้อย แถมธุรกิจยังเจ๊งไม่เป็นท่า ที่ไม่มาวันแต่งงานพี่พิมอาจจะอาย ไม่กล้าสู้หน้าก็ได้ ตกต่ำแล้วทำใจไม่ได้”

พิมาลาหาว่าอคติ ใจเริงไม่ใช่คนแบบนั้น ฤกษ์ทำทีเดินยิ้มเข้ามาขอเติมข้าวไม่ได้ยินอะไร

ooooooo

เทิดพันธ์กลับมาบ้าน เห็นใจเริงนั่งดื่มไวน์ท่าทางเมาได้ที่ พอเธอเห็นหน้าเขาก็ปาแก้วทิ้ง เทิดพันธ์
เข้าห้ามให้หยุดดื่ม กลับโดนตวาดใส่

“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน มือสกปรกเก็บไว้ลูบคลำอีนังเลขาหน้าห้องเถอะ กกกันมานานแค่ไหนแล้วล่ะ ถ้าวันนี้เริงไม่ขับรถตามไปจนเห็นกับตาว่าควงกันเข้าไปในบ้านกลางวันแสกๆ คงเป็นอีโง่โดนสวมเขาไม่รู้ตัว นอกจากจะหมดตัวยังมั่วไม่เลือก เอาได้แม้กระทั่งเลขาหน้าห้อง”

“แทนที่จะว่าแต่คนอื่นย้อนกลับมาดูตัวเองซะบ้าง ถ้าเมียดี ผัวที่ไหนจะอยากมีเมียน้อย!”

ใจเริงตบหน้าเทิดพันธ์ด้วยความโกรธและแค้น “อย่ามาโยนความผิดให้คนอื่น เริงเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว อย่าเอานิสัยเริงมาเป็นข้ออ้างในการมีเมียน้อย ถ้าอีเมียคนนี้มันไม่ดี ก็เลิกไปสิ หย่ากันไปเลยแล้วจะไปมีเมียน้อยกี่คนก็มีไป เริงไม่สน!”

เทิดพันธ์สวนทันควันว่าที่ทำอยู่นี่เรียกว่าหึงใจเริงยิ้มหยันโต้กลับว่านี่คือความแค้น แค้นที่เลือกผัวผิด ตนต้องการหย่าเร็วที่สุด เทิดพันธ์เจ็บปวดกับคำพูดของภรรยาอย่างมาก อยากรู้ว่าที่ผ่านมาเคยรักตนบ้างไหม ใจเริงเชิดใส่บอกความรักไม่มีอยู่จริง ท้าให้เซ็นใบหย่าแล้วไปถามหาความรักจากผู้หญิงหน้าโง่ที่อื่น

เทิดพันธ์เจ็บปวดคว้าขวดไวน์มาดื่มดับความกลุ้มเสียเอง

หลายวันผ่านไป ฤกษ์และเปรมคุยรูปแบบรายการใหม่ให้ฤทธิ์ฟัง เพราะได้เวลาดีจากทางช่อง ฤทธิ์ฟังแล้วเห็นว่าถ้าไม่ทำให้งานบริษัทเสียก็ไม่มีปัญหา ฤกษ์รับรองจะดูแลลูกค้าบริษัทไม่ให้ผิดพลาด
รายการใหม่ที่ฤกษ์จะทำคือ “หมอบ้านยุคดิจิตอล” วันนี้มีงานเลี้ยงเปิดตัวรายการ พิมาลายืนยิ้มเคียงข้างฤกษ์ มาลัยวรรณถ่ายภาพเอามาโพสต์ลงสื่อ ทั้งสองดูแลกันและกันอย่างน่าเอ็นดู จนพิซซี่กับแมนแซว พิมาลาแก้ตัวเขินๆว่าช่วงนี้เป็นช่วงเห่อเมียเท่านั้น เปรมหัวเราะหันมาบอกหมี่ว่า ถ้าตนแต่งงานก็คงเป็นแบบนี้ หมี่รีบแสดงความยินดีกับเจ้าสาวของเขา แมนตอกย้ำ

“พี่หมี่ตอบแบบนี้แปลว่า ชาตินี้อย่าหวังว่าจะได้พี่เขามาเป็นเมียน่ะครับ”

“โห...เป็นคำแปลที่รุนแรงมาก โอเคๆ ผมไม่พูดเล่นละ เข้าโหมดจริงจัง คุณหมี่ครับ...คุณสนใจจะมาร่วม...” พิซซี่ดักคอว่าเป็นคำติดเรตหรือเปล่า เปรมร้อง “เฮ้ย! ไม่ใช่แบบนั้น ฟังให้จบก่อน...คุณหมี่สนใจจะมาร่วมจัดรายการกับบริษัทผมไหมครับ”

ฤกษ์เห็นหมี่ทำหน้างงจึงอธิบายเองว่ารายการของเธอเป็นแบบตอบคำถามแก้ปัญหาเหมือนกับรายการตน จึงจะยกช่วงเวลาท้ายรายการให้เธอตอบปัญหาชีวิต หมี่ปรึกษาพิมาลา เมื่อเห็นด้วยก็ยินดี ดูท่าเปรมจะดีใจกว่าใคร

หลายวันผ่านไปฤกษ์เซ็นสัญญารับงานสร้างโรงแรมหรู ฐานะร่ำรวยขึ้น ต่างกับใจเริงที่จดทะเบียนหย่ากับเทิดพันธ์ เธอไม่มีท่าทีอาลัยอาวรณ์สักนิด

แม้เทิดพันธ์จะสิ้นเนื้อประดาตัว เขายังมีน้ำใจจัดเลี้ยงฉลองให้ลูกค้าและพนักงานเป็นการอำลาปิดบริษัท มาลัยวรรณกับป้านอมรับหน้าที่จัดอาหารซึ่งสุพรรญาเลือกเป็นอาหารว่าง

สุพรรญาขึ้นกล่าวคำอำลาบนเวที เธอเรียกแทนตัวว่าพรรญา มาลัยวรรณได้ยินแล้วขำกลัวคนจะไม่รู้หรือว่าตัวเองเป็นภรรยาน้อย...สุพรรญาให้เจ้าหน้าที่เปิดคลิปวันชื่นคืนสุขที่ทุกคนได้ร่วมงานกันมา แต่พอภาพปรากฏบนจอ เสียงฮือฮาดังกระหึ่มขึ้น สุพรรญาหันมองแล้วต้องตกตะลึงเพราะเป็นภาพเธอกับเทิดพันธ์กำลังโรมรันพันตูกันอย่างถึงพริกถึงขิง เธอตะโกนลั่นให้ปิด...เสียงใจเริงดังขัดขึ้นว่าไม่ให้ปิด ไม่อย่างนั้นจะเอาคลิปนี้ไปประจานลงยูทูบ

“คุณเริง พรรญาผิดไปแล้วค่ะ ขอความกรุณาปิดเถอะนะคะ พรรญาอายเขาค่ะ”

“อ้อ ทีตอนนี้ล่ะอาย แต่ตอนที่เขมือบผัวตัวเป็นๆ ของฉันไว้ย่อยเล่น ไม่ยักอาย มานี่เลยนังสัญชาติงูเหลือม” ใจเริงกระชากสุพรรญาเหวี่ยงล้มกลางห้อง

มาลัยวรรณถ่ายคลิปไว้ทั้งหมด คนในงานก็ถ่ายรูปกันใหญ่ ใจเริงประกาศว่าที่บริษัทเจ๊งเพราะเลขาหน้าด้านเล่นชู้กับสามีตน...เทิดพันธ์เดินเข้ามาโกรธจัดกระชากปลั๊กไฟออกจอดับ แล้วตะโกนลั่นว่า ถ้าใครเอารูปไปเผยแพร่ ตนจะฟ้องให้หมด เพราะนี่เป็นเรื่องในครอบครัว

“ฮ่ะๆๆ ยังมีหน้าใช้คำว่าครอบครัว ลืมแล้วเหรอคะคุณเทิดว่าเราหย่ากันแล้ว”

ทุกคนฮือฮากับข่าวใหม่รวมทั้งมาลัยวรรณที่แอบหลังป้านอมกลัวใจเริงเห็น เทิดพันธ์ถามใจเริงทำแบบนี้เพื่ออะไร เธอเยาะว่าเป็นของขวัญที่ถูกสวมเขามานาน เทิดพันธ์ตอกกลับ

“งั้นก็จำไว้เป็นของขวัญเหมือนกัน ถ้าผมไม่ได้เมียเลวๆอย่างคุณ ผมคงไม่คิดนอกใจ เมียน้อยอย่างสุพรรญาเขายังมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีมากกว่าเมียหลวงชั้นสวะอย่างคุณ มันเทียบกันไม่ติด”

ใจเริงโกรธถลาเข้าตบหน้าเทิดพันธ์ ไม่คาดคิดว่าคราวนี้เทิดพันธ์ตบกลับจนร่างใจเริงหมุนคว้างล้มลง และยังสั่งลูกน้องเอาตัวเธอออกไป ใจเริงกรีดร้องด้วยความแค้นลั่น...เทิดพันธ์ขอโทษและขอจบงานเลี้ยงเพียงแค่นี้ สุพรรญาร้องไห้สะอึกสะอื้นเดินตามเทิดพันธ์ออกไป

ooooooo

มาลัยวรรณเอาคลิปที่แอบอัดมาเปิดให้ฤกษ์กับพิมาลาดู ฤกษ์ยิ้มหยันว่าคนไม่เคยรักใคร รักแต่ตัวเอง ไปที่ไหนก็มีแต่หายนะที่นั่น พิมาลาหน้าเสียเป็นห่วงเพื่อนรักจับใจ ฤกษ์บอกพิมาลาว่า เห็นคลิปนี้แล้วทำให้ตนรักเธอมากขึ้น ตนโล่งอกที่ไม่มีชีวิตอย่างเทิดพันธ์

“บอกก่อน รักพิมเพิ่มขึ้นเพราะอะไร” พิมาลาข้องใจ

“เพราะเห็นค่าความรักของเราน่ะสิ คนที่ทำร้ายกันแบบนั้น เขาคงไม่ได้รักกันจริง ผิดกับคู่เรา” ฤกษ์โอบกอดพิมาลา มาลัยวรรณแอบวี้ดวิ้วแล้วฉากหลบออกมาหัวเราะคิกคัก

หลายวันที่ผ่านมา ชีวิตแต่ละคนแปรผัน ฤกษ์ดูแลงานก่อสร้างอาคารใหญ่โต มีชื่อเสียง ขึ้นปกแมกกาซีนคู่กับพิมาลาหลายฉบับ แม้แต่บ้านก็มีนิตยสารมาขอถ่ายรูปสัมภาษณ์ถึงการตกแต่งที่ดูเรียบหรู...ต่างกับ
เทิดพันธ์ยืนมองออฟฟิศที่ร้างว่างเปล่า หน้าประตูติดป้ายขาย ส่วนใจเริงลากกระเป๋าออกจากบ้าน เดินเชิดหน้าผ่านเทิดพันธ์ไปอย่างไม่ไยดี ย้ายมาเช่าอพาร์ตเมนต์หรูราคาหลายหมื่นอยู่โดยไม่สนใจว่าจะมีจ่ายได้กี่เดือน

ใจเริงโทร.นัดพิมาลาทานข้าวเย็น เล่าถึงสาเหตุที่หย่ากับเทิดพันธ์ให้ฟัง เสียใจที่เลือกคนผิด พิมาลาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะปลอบใจว่า การแต่งงานเหมือนซื้อหวย ไม่มีใครรู้ว่าจะถูกรางวัลหรือถูกกิน แต่เราต้องพร้อม รับความเสี่ยงนั้น ใจเริงอดอิจฉาไม่ได้ เหน็บเล็กๆ

“แต่พิมคงถูกรางวัลที่หนึ่ง พี่ฤกษ์ดูรักพิมจะตายสร้างฐานะซะอย่างดีเอาอกเอาใจสารพัด แบบนี้เรียกว่ารางวัลที่หนึ่งยกชุด...พูดถึงพี่ฤกษ์ ต้องขอโทษอีกทีที่เราไม่ได้ไปงานแต่ง ตอนนั้นภาวะจิตใจไม่พร้อมจริงๆ เราไม่อยากเจอใคร เปลี่ยนทั้งมือถือย้ายที่อยู่พร้อมแล้วถึงได้ติดต่อน่ะ”

พิมาลาไม่ถือสาห่วงแต่ว่าเพื่อนจะทำอย่างไรกับชีวิตต่อไป...กลับมาบ้านพิมาลาปรึกษาฤกษ์อยากหางานให้ใจเริงทำ ฤกษ์รู้นิสัยใจเริงดีว่าไม่สามารถทำงานอะไรได้ นอกจากหาสามีใหม่ไว้ผลาญ คอยดูว่าผู้ชายคนไหนจะดวงซวยเป็นรายต่อไป พิมาลาไม่อยากให้สามีทับถมใจเริง ฤกษ์จี๊ดในใจบอกภรรยาว่า ใจเริงต่างหากที่ทำคนอื่น ทั้งทับทั้งถมทั้งเหยียบซ้ำ แล้วเตือน

“พิมเองก็เหมือนกัน ไม่ต้องไปเห็นอกเห็นใจอะไรเขามาก คนอย่างใจเริงไม่มีวันอดตายหรอก อีกไม่นานคงจะหาที่เกาะใหม่ได้ พิมยิ่งใจอ่อนเขาจะยิ่งได้ใจ ยิ่งตามใจก็ยิ่งเหลิง พอโดนขัดใจก็จะเอาชนะ คนแบบนี้ควรอยู่ให้ห่างที่สุด รู้หรือเปล่า”

พิมาลารับคำแค่ไม่อยากมีปัญหากับสามี...

วันต่อมาก็ยังมาช่วยทำความสะอาดจัดห้องให้ใจเริงจนเอี่ยมอ่อง พิมาลาเป็นห่วงไม่ได้ทำงานน่าจะอยู่ที่ราคา ถูกกว่านี้ ใจเริงทนไม่ได้เพราะเคยอยู่แต่บ้านใหญ่ๆ บ่นว่าเอากระเป๋าแบรนด์เนมไปขายมาเป็นค่าเช่าหลายใบแล้ว เธออ้อนขอทำงานด้วย แม้เงินเดือนน้อยก็ยังดีกว่าไปทำกับคนที่ไม่รู้จัก พิมาลาอึกอักตัดสินใจเองไม่ได้

พอมาทำงานพิมาลาปรึกษาหมี่ หมี่คิดว่าอย่างใจเริงน่าไปทำบริษัททัวร์ของญาติตน...รุ่งขึ้นพิมาลาพาใจเริงไปที่บริษัททัวร์เถ้าแก่เนี้ย ใจเริงแต่งตัวหรูแต่พอเห็นสถานที่ก็เบ้หน้า

“บริษัททัวร์ไหว้เจ้าเนี่ยนะ พิมจะให้เริงมาทำงานแบบนี้จริงเหรอ”

“พี่หมี่บอกว่า บริษัทญาติเขาอาจจะดูไม่ทันสมัยอะไร แต่ลูกค้ามีแต่พวกคนรวย เจ้าของกิจการไฮซ้อ ไฮซิ้มทั้งนั้น เริงน่าจะเข้ากับลูกค้าได้ดี”

ใจเริงดูถูกว่าอาซิ้มอาแปะมีเงินก็ไม่ได้แปลว่ามีรสนิยม พิมาลาปลอบให้ลองทำก่อนอย่าเพิ่งอคติ ใจเริงหน้าหงิกหน้างอเดินตามแรงดึงของพิมาลา

ด้านเทิดพันธ์ ความล้มเหลวทำให้เขาหมดอาลัย ตายอยาก ปล่อยตัวหนวดเคราขึ้นครึ้ม นอนอยู่บ้าน
สุพรรญา ไม่ยอมออกไปไหนไม่คิดจะเริ่มทำอะไรใหม่ สุพรรญาเห็นใจพยายามชวนออกไปเปิดหูเปิดตา แต่เขากลับบอกว่า ออกไปไหนก็ต้องใช้เงิน เงินเขาเหลือน้อยเต็มทน

“งั้นญาจะออกไปหาซื้อของมาให้คุณทานนะคะ ว่าจะนัดคุยกับเพื่อนๆด้วย เผื่อจะมีคนแนะนำงานให้ได้ ถ้าคุณอยากได้อะไรเพิ่ม โทร.บอกญาได้เลยนะคะ ที่ผ่านมาคุณดูแลญามาอย่างดี ตอนนี้ถึงเวลาที่ญาต้องดูแลคุณบ้าง ไม่ต้องเกรงใจนะคะ” พูดจบสุพรรญาเดินออกไป

เทิดพันธ์ลืมตามองน้ำตาคลออย่างอ่อนแรง

ooooooo

วันแรกที่พิมาลากับหมี่อัดรายการหมอบ้านยุคดิจิตอลของฤกษ์กับเปรม พิมาลาตื่นเต้นจนลืมบท ฤกษ์ปลอบว่าไม่เป็นไร ครั้งแรกที่ตนดำเนินรายการก็พูดไม่ออก มาลัยวรรณโพล่งขึ้นว่าจำได้ ครั้งนั้นใจเริงกระซิบบอกบท...พูดได้แค่นั้นก็ชะงักนึกได้ว่าไม่ควรพูดชื่อนี้

เปรมรีบแก้สถานการณ์ด้วยการหยอดมุกจีบหมี่ แต่ก็โดนเธอหักมุมจนเขาไปต่อไม่ถูก

“โธ่...ผมกำลังบอกว่าที่ที่คุณหมี่ควรอยู่ คืออยู่หน้ากล้องมากกว่าหลังกล้องหรือหลังไมค์ มาอยู่หน้ากล้องเป็นส่วนหนึ่งของผมเถอะนะครับ”

“ส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณ...ใช่มะ” หมี่ดักคอ

“อย่าเร่งรัดสิครับ ผมหมายถึง...ส่วนหนึ่งในรายการของผมต่างหาก” เปรมพูดอายๆ

มาลัยวรรณเห็นด้วย หมี่จึงบอกว่าถ้าเห็นพ้องกันอย่างนั้นก็เซ็นสัญญาเลย เปรมหยอดทันทีว่าสัญญางานหรือสัญญาใจ หมี่ตัดบทให้พอ อย่าทำให้ตนรู้สึกปวดหน่วงๆเหมือนอะไรถ่วงในกระเพาะ เปรมหน้าเจื่อน ฤกษ์ตบไหล่ปลอบใจ เปรมโอดโอย

“โธ่...คุณหมี่ครับ ถ้าไม่ชอบอย่าเพิ่งปฏิเสธ ถ้าไม่ทุเรศอย่าเพิ่งกดบล็อก”

ทุกคนโห่มุกจีบสาวของเปรม พิมาลาพลอยขำไปด้วย ฤกษ์แอบดึงมาลัยวรรณออกมาคุย เธอคิดว่าเขาจะต่อว่าที่หลุดปากชื่อใจเริง ฤกษ์ทำหน้าดุทำนองรู้ว่าทำผิดต้องชดใช้

“โกรธจริงๆเหรอเนี่ย แล้วจะให้วรรณชดใช้ยังไง”

“เราต้องแนะนำยี่ห้อกระเป๋าผู้หญิงให้พี่”

มาลัยวรรณงงว่าเขาอารมณ์ไหน ฤกษ์บอกว่าอยากซื้อของแพงๆหรูๆแบบให้คนเห็นแล้วอิจฉาให้พิมาลา แต่ซื้อไม่เป็น มาลัยวรรณยิ้มออกรู้แก่ใจว่าเขาต้องการให้ใครอิจฉา

พอฤกษ์รู้ชื่อยี่ห้อกระเป๋าและแบบที่เข้ามาใหม่ราคาหลายแสน ก็ใช้บัตรเครดิตระดับแบล็กการ์ดรูดซื้ออย่างสมใจ แล้วนำไปให้พิมาลาเมื่อกลับถึงบ้าน...พิมาลาแปลกใจให้เนื่องในโอกาสอะไร ฤกษ์บอกว่าโอกาสที่อยากให้ และบังคับให้เธอใช้ทุกวัน พิมาลารู้สึกเสียดายเงิน

“นี่...สามีพิมหาเงินได้เดือนนึงหลายแสน ไม่ใช่สถาปนิกต๊อกต๋อยเหมือนเมื่อก่อน ซื้อของให้เมียแค่นี้ ขนหน้าแข้งไม่ร่วง”

“อ่ะจ้ะ ไม่ร่วงก็ดีแล้ว แต่ไม่ต้องซื้อให้อีกแล้วนะ ใบเดียวพอ” พิมาลากำชับ

ฤกษ์รับคำแล้วทวงคำขอบคุณด้วยการอุ้มเธอขึ้นเตียง พิมาลาขำความทะลึ่งตึงตังของสามีแต่ก็มีความสุข เสียงหัวเราะดังอบอวลไปทั้งบ้าน

ooooooo

ใจเริงนำกระเป๋าแบรนด์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นมาขายที่ร้านกระเป๋ามือสอง ถูกกดราคาได้แค่ห้าหมื่นบาท เธอต้องยอมรับและนำเงินมาจ่ายค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ มีเงินเหลือทอนเพียงสองร้อยบาท แถมยังค้างค่าเช่าอีกสองเดือน เจ้าหน้าที่ให้เวลาแค่อาทิตย์หน้าเท่านั้น

เดินออกมาจากห้องธุรการ ไม่ทันไรก็มีเจ้าหน้าที่จากไฟแนนซ์มาทวงค่างวดรถ เธออับอายคนแถวนั้นมากบอกปัดว่ากำลังยุ่งให้โทร.มาคุยทีหลัง แล้วเดินหนี เจ้าหน้าที่จึงตะโกนไล่หลังว่า ถ้าเดือนนี้ไม่จ่ายจะต้องขอยึดรถ ใจเริงแทบแทรกแผ่นดินหนีด้วยความอาย

หลายวันต่อมา พิมาลานั่งอยู่ในร้านกาแฟหรูข้างออฟฟิศ ใจเริงเดินเข้ามากระแทกตัวนั่งบ่นเรื่องที่ประสบมา ปรายตามองกระเป๋าและมือถือของเพื่อนด้วยความอิจฉา พิมาลาปลอบว่าสถานการณ์แบบนี้ใจเริงต้องปรับตัว รถแพงๆค่าน้ำมันค่าดูแลก็สูง ควรขายแล้วมาใช้รถญี่ปุ่นเล็กๆแทน ห้องพักก็ลดขนาดให้เล็กลงราคาย่อมเยา ใจเริงจิกตาใส่

“เราก็อยากปรับตัวนะพิม แต่คนมันเคยเป็นแบบนี้ มาตั้งแต่เด็ก อยู่ๆจะให้เปลี่ยนแบบพลิกฝ่ามือมันไม่ใช่ง่ายๆ ต้องโทษคุณพ่อคุณแม่ที่เลี้ยงเราสปอยล์เกินไป”

“อ้าว...ไปว่าคุณพ่อคุณแม่ได้ยังไง บาปกรรม”

“แล้วที่เขาเลี้ยงเรามาให้เป็นแบบนี้ มันก็เวรกรรมของเราเหมือนกัน ไหนๆจะมีกรรมแล้ว เพิ่มอีกสักข้อสองข้อจะเป็นไรไป”

พิมาลาส่ายหน้าเปลี่ยนเรื่องไม่อยากให้ไปกันใหญ่ ใจเริงอดเหน็บเรื่องกระเป๋าของพิมาลาไม่ได้ ทีเมื่อก่อนหาว่าใช้ของแพงไร้สาระ พิมาลาบอกไปอย่างซื่อว่าฤกษ์เป็นคนซื้อและบังคับให้ใช้ ถ้าไม่ใช้จะซื้อมาให้อีก ตนจึงต้องใช้...ใจเริงรู้สึกเหมือนโดนทิ่มแทงใจดำอย่างแรง

พอกลับมาที่อพาร์ตเมนต์ ใจเริงนั่งดื่มด้วยใจร้อนรุ่มแห่งความอิจฉา คิดถึงภาพบ้านของฤกษ์ รถหรูที่เขาขับมารับพิมาลา และข้าวของเครื่องใช้ของพิมาลาที่ดูมีราคาทุกอย่าง ยิ่งแค้นใจ

“ทำไมคนที่ได้ทุกอย่างถึงเป็น...พิม โลกไม่ยุติธรรม!”

ทันใดมีเสียงเคาะประตู ใจเริงหงุดหงิดที่มารบกวน พอเปิดประตูเป็นเจ้าหน้าที่พาชายร่างกำยำมาด้วยสองคน แจ้งว่าถ้าเธอยังไม่จ่ายค่าเช่าเดี๋ยวนี้จะต้องให้เธอออกในเช้าพรุ่งนี้ ถ้านิ่งเฉยจะให้คนขนของออกไปให้ ใจเริงโวยวายไม่ยอมแต่ทำอะไรไม่ได้ เครียดจนแทบร้องกรี๊ด

ooooooo

เช้าวันใหม่ ฤกษ์จูงมือพิมาลาซึ่งโดนปิดตาเดินออกมาหน้าบ้าน เพื่อเซอร์ไพรส์ด้วยรถยนต์คันหรูให้แก่เธอ พิมาลาตื่นเต้นดีใจแต่ก็เสียดายเงินเพราะรถราคาแพง ฤกษ์เอาใจว่าแพงแค่ไหนตนก็ซื้อให้ภรรยาคนเดียวได้ ถือเป็นของขวัญวันเกิดล่วงหน้า แล้วชวนออกไปลองรถ

ในขณะที่ใจเริงต้องขนข้าวของออกจากอพาร์ตเมนต์ ใส่รถอย่างทุลักทุเลด้วยตัวเอง พอจะขับรถออก เจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์เข้ามาขวางหน้าและแจ้งขอยึดรถ พวกเขาขนของเธอลงมากอง ใจเริงพยายามยื้อแย่งโวยวายราวคนบ้าแต่ก็ทัดทานไม่สำเร็จ นั่งร้องไห้ให้กับความตกต่ำของตัวเอง

พิมาลาขับรถมากับมาลัยวรรณ รับหมี่ พิซซี่และแมนที่ออฟฟิศไปลองรถด้วยกัน ฤกษ์ขับรถตามมาโดยมีเปรมนั่งมาด้วย เปรมทักทายหยอดมุกจีบหมี่อีกตามเคย พิมาลาแซวทักข้ามหัวน้องไม่ทักกันเลย เปรมเย้าว่าคนมีสามีแล้วไม่ทัก ฤกษ์แทรกขำๆว่ารู้ก็ดี แล้วบอกพิมาลาให้ขับตามไปเจอกันที่ปั๊มน้ำมัน ถ้ามีอะไรโทร.หาตนทันที เปรมหมั่นไส้ที่ห่วงใยกันเหลือเกิน

ระหว่างทาง พิมาลาขับด้วยความเร็วแค่ 60 แมนเซ็งบอกรถใหม่ขับเร็วกว่านี้ก็ได้ พิมาลาจึงเร่งความเร็วเป็น 80 มาลัยวรรณบอกพี่สาวว่าบนทางด่วนขับถึง 100 ก็ได้ขับช้าอันตราย แมนเปิดเพลงให้ความครึกครื้นกับการเดินทาง...ฤกษ์ขับรถมาถึงปั๊ม ขณะลงจากรถเห็นเทิดพันธ์ สภาพทรุดโทรมไปมาก ลงจากมอเตอร์ไซค์รับจ้างเสียงล็อกรถทำให้เทิดพันธ์หันมองพอเห็นฤกษ์ก็ชะงักรู้สึกอายจะเดินหนี แต่แล้วตัดสินใจหันกลับมาเผชิญความจริงทักทายฤกษ์

ฤกษ์รู้สึกสงสารที่เขาเคยร่ำรวยแล้วต้องมาตกอับ จึงเอ่ยปากว่ามีอะไรให้ตนช่วยตนยินดี เทิดพันธ์ยิ้มขอบคุณแล้วเดินไปยังร้านสะดวกซื้อ พอรถพิมาลามาถึง ก็เห็นเทิดพันธ์กำลังขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างกลับพอดี เธอรู้สึกสะท้อนใจ มาลัยวรรณชี้ให้หมี่ดูสามีเก่าของใจเริงและจะเอาคลิปวันที่ทั้งสองแตกหักให้ดู พิมาลาต้องปรามและสั่งน้องลบคลิปทิ้งไม่อย่างนั้นจะฟ้องแม่

ในขณะที่ใจเริงไม่มีที่ไปต้องซมซานมาอาศัยอยู่กับพรพรรณ วิลาวรรณไม่พอใจพูดจาแดกดันตลอด พรพรรณต้องปรามลูกสาวและเตือนว่า พ่อแม่ใจเริงช่วยเหลือเรามามาก เราต้องตอบแทนกับลูกของพวกเขา วิลาวรรณฮึดฮัดย้ำกับแม่ไม่ให้ปรนนิบัติใจเริงอีก ใจเริงได้ยินทุกคำแต่ก็เชิดหน้าทำตัวเป็นนางพญาไม่ได้สลดหรือรู้สึกตัวแต่อย่างใดเลย

ooooooo

วันต่อมา พิมาลาพยายามโทร.หาใจเริงแต่ติดต่อ ไม่ได้ ระหว่างนั้นใจเริงกำลังคุยสายกับลูกค้าทัวร์ ส่วนเจ๊เอ็งเจ้าของทัวร์คุยกับลูกค้าอยู่หน้าบริษัท...ใจเริงพยายามแนะนำทริปย้อนรอยละครเกาหลีแต่พูดผิดๆถูกๆเพราะไม่เคยดูหนังเกาหลี ลูกค้าจึงวางสายไปดื้อๆ ใจเริงแทบกรี๊ด

พอดีเจ๊เอ็งพาน้ำฟ้าเข้ามาทักทายใจเริง เพราะน้ำฟ้ารู้จักเธอดีว่าเป็นไฮโซ แปลกใจที่มาทำงานที่นี่ ใจเริงอายมากพยายามพูดว่ามาช่วยงาน แต่เจ๊เอ็งพูดไปเรื่อยว่าใจเริงตกอับมาสมัครงานแม้จะได้เงินเดือนนิดเดียว ใจเริงสุดทนคว้ากระเป๋าเดินหนีออกไป เจ๊เอ็งโทร.ตามกลับโดนใจเริงตอกกลับว่าจะไม่กลับมาทำงานอีก เจ๊เอ็งโวย

“ไอ้หยา ทำไมลื้อพูดอย่างเนี้ย อย่าบอกนะว่าเจอคุณน้ำฟ้าแล้วอายไม่กล้ากลับเข้ามา”

ใจเริงร้องกรี๊ด ตัดสายแล้วจะปามือถือทิ้ง แต่ชะงักนึกได้ว่าไม่มีปัญญาซื้อใหม่...เจ๊เอ็งโทร.ต่อว่าหมี่ หมี่เล่าให้พิมาลาฟัง เธอเข้าใจความรู้สึกเพื่อนและเป็นห่วงว่าต่อไปจะอยู่อย่างไร

พรพรรณทำอาหารพื้นๆทานกับลูกสาว ใจเริงเห็นแล้วทำหน้าเบ้กินไม่ได้จะออกไปกินข้างนอก วิลาวรรณหมั่นไส้บ่นไล่หลัง มีเงินเท่าไหร่คิดไปกินข้าวนอกบ้าน

เวลาเย็นเกือบค่ำ ใจเริงเดินอยู่ในห้างสรรพสินค้าหรู มองเมนูอาหารแต่ละร้านด้วยความลืมตัว พอจะเข้าไปก็นึกได้ว่ามีเงินไม่ถึงพันบาท...ขณะเดียวกัน ฤกษ์จูงมือพิมาลาเดินหาร้าน เขารู้ว่าถ้าให้เธอเลือกก็คงร้านธรรมดาเดิมๆ จึงจูงไปร้านญี่ปุ่นสุดหรูและบังคับให้กินเยอะๆ

“โรคจิต ชอบเอาชนะ เรื่องไม่เป็นเรื่อง” พิมาลาติงขำๆ

“ก็มันสนุกนี่ ผมชอบชีวิตมีสีสัน เรียบๆง่ายๆน่าเบื่อออก แกล้งพิมแบบนี้แหละสนุกดี”

ฤกษ์จูงพิมาลาเข้าไปในร้าน เขาเหลือบเห็นใจเริงที่ยืนมองร้านอาหารตรงข้ามอยู่ก็ชะงักแต่ไม่บอกพิมาลา กลับให้เธอสั่งอาหารไปพลางก่อน เขาขอตัวไปห้องน้ำ...ฤกษ์เดินไปยั่วใจเริง

“อยากจะกินแต่ไม่มีเงินจ่ายหรือไง ถึงได้เดินดูไม่ยอมเข้าไปในร้าน”

“พี่ฤกษ์! บังเอิญจัง แล้วนี่มาคนเดียวเหรอ” ใจเริงไม่รู้ตัวดีใจ ยิ่งพอรู้ว่ามากับพิมาลาก็อยากไปนั่งทานข้าวคุยด้วยเหมือนก่อน

“คงไม่ได้ เพราะร้านที่ผมพาพิมไปทานมันราคาแพงมาก คุณคงไม่มีปัญญาจ่าย...อ้อ และอย่าหวังว่าผมจะจ่ายให้คุณเหมือนผู้ชายคนอื่นๆ ที่หน้าโง่โดนคุณหลอกจนหมดตัว ที่เดินมาทักเพราะอยากจะมาขอบคุณอีกครั้ง ที่ทิ้งผมในวันนั้น ทำให้ผมมีชีวิตที่ดีในวันนี้ ถ้าไม่เคยผ่านนรก ผมคงไม่รู้ว่า สวรรค์มันดียังไง”

ใจเริงหน้าชากัดฟันกรอดด้วยความแค้นใจ ตวาดเรียกฤกษ์เสียงเขียว ฤกษ์ยั่วว่ามาพูดด้วยดีๆอย่าทำเสียงดุร้าย ตนรู้ว่าการไม่มีเงินมันเครียด อย่างไรเสียก็ก้มหน้ารับสภาพไปสักพักก็จะชิน ฤกษ์กำชับอย่าเอาตัวเองไปเปรียบกับพิมาลา เพราะตอนนี้พิมาลามีทุกอย่างที่เธอไม่มี โดยเฉพาะคนที่รักเขาอย่างตน...เย้ยจนสมใจแล้วฤกษ์เดินกลับไป ใจเริงแค้นใจสุดๆ...

เสียงอาจารย์ธงชัยดังมาจากรายการ “ต้นตอของปัญหาการนอกใจของผู้ชายที่มีครอบครัวแล้วก็คือ ผู้ชายมักจะมั่นใจในตัวเองมากเกินไป ในชีวิตการแต่งงาน ผู้ชายจะมีโอกาสได้เจอมารเข้ามาท้าทายเป็นระยะๆ วิธีที่ดีที่สุดที่จะรับมือกับมารก็คือ วิ่งหนี หนีไปให้ไกลที่สุด อย่าไปท้าทายกับมาร เพราะคุณไม่มีวันจะชนะ...”

พิมาลากับหมี่สัมภาษณ์อาจารย์ธงชัยในรายการทอล์กแบบสบายๆ...คำของอาจารย์ทำให้พิมาลารู้ว่า ผู้ชายส่วนใหญ่คิดว่าตัวเองคุมเกมได้ จึงเผลอใจแอบมีเมียน้อยลับหลังภรรยา หมี่พอใจมากที่พิมาลาสรุปได้ตรงประเด็น...ฤกษ์เอาเทปตัวอย่างกลับมานั่งดูที่บ้าน ชื่นชมที่พิมาลาจัดรายการเทปแรกได้ลื่นไหล รายการไปรอดแน่ เขาหอมแก้มและสวมกอดเธอพลันต้องชะงัก

เพราะเสียงออดดังขัดจังหวะ ผ่องใสพาแอ๊ดมาช่วยดูแลบ้าน พิมาลาจะได้ไม่เหนื่อยต้องทำเอง ใจจริงแล้วอยากให้ทั้งสองมีเวลาผลิตลูก ผ่องใสแย็บถามพิมาลาว่าคุมกำเนิดหรือเปล่า หญิงสาวตอบเขินๆไม่ได้คุม เพราะฤกษ์ก็อยากมีลูก ผ่องใสยิ้มชอบใจ

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement