วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เพลิงบุญ ตอนที่ 2


20 ก.ย. 2560 07:41
4,216,050 ครั้ง

เพลิงบุญ ตอนที่ 2

อ่านเรื่องย่อ

เพลิงบุญ

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

กฤษณา อโศกสิน

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ชนินทร ประเสริฐประศาสน์

ผลิตโดย:

บริษัท เมคเกอร์ วาย จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, ราณี แคมเปน,

ฤกษ์ขี่มอเตอร์ไซค์มารับใจเริงที่มหาวิทยาลัยเหมือนเคย ระยะหลังมานี้ใจเริงมักมีอาการเหวี่ยงวีน บ่นเบื่ออาหารพวกนี้ เมื่อก่อนที่ตื่นเต้นเพราะไม่เคยกิน ฤกษ์เอาใจอยากทานร้านไหนจะพาไป แต่ออกตัวว่าอย่าแพงเพราะกำลังจนกรอบ

ใจเริงชักสีหน้า “งั้นอย่าไปเลยค่ะ เพราะร้านที่เริงชอบ มันแพงมากทั้งนั้น”

“เดี๋ยวๆพี่ไม่ได้หมายความว่าพี่จ่ายไม่ได้ แต่พี่ยังไม่พร้อมจ่าย เริงก็รู้ว่าพี่กำลังรีบสร้างเนื้อสร้างตัว พอมั่นคงแล้วเริงอยากได้อะไร พี่จะหามาให้ทั้งบ้าน ทั้งรถ”

“พี่ฤกษ์ไม่ต้องคิดไกลขนาดนั้นหรอกค่ะ ตอนนี้ขอแค่มีรถยนต์ขับมารับเริงแทนมอเตอร์ไซค์ให้ได้ก่อน อย่างอื่นอย่าเพิ่งพูดเลยค่ะ ทำไม่ได้พี่ฤกษ์จะอายเปล่าๆ” ใจเริงยิ้มเหยียด

ฤกษ์ถึงกับจุกไม่รู้ว่าคนรักพูดเล่นหรือพูดจริง พอดีมือถือใจเริงดังขึ้น เธอมองหน้าจอเป็นเทิดพันธ์ รีบขอตัวอ้างว่าเพื่อนโทร.ตามไปเรียน ฤกษ์ไม่ได้ติดใจอะไรมากนัก

วันต่อมาใจเริงทานอาหารกับเทิดพันธ์ที่ร้านหรู เขาบอกว่าที่นี่เป็นร้านประจำของครอบครัว เจ้าของร้านเป็นเพื่อนกับพ่อ อยากมาทานทุกวันหรือถ้าเบื่ออยากเปลี่ยนเป็นร้านอื่นตนก็จะพาไป ตนเป็นคนมีความพยายามอยู่แล้ว หญิงสาวรู้สึกว่าเขาช่างต่างกับฤกษ์อย่างสิ้นเชิง
บ่ายวันนั้นพิมาลานำกุ้งทอดกระเทียมฝีมือ

แม่มาฝากพรรณรายที่บ้านพอดีได้ยินเสียงรถจอด พิมาลายิ้มแย้มออกมารับ เห็นเทิดพันธ์เปิดประตูรถให้ใจเริงก็ชะงัก เขม้นมอง สีหน้าใจเริงดูมีความสุขโบกมือล่ำลาราวคนรักมากกว่าเพื่อน

พอเข้ามาในบ้าน พิมาลาซักทันทีว่าชอบผู้ชายคนนี้หรือ ใจเริงตอบยิ้มๆว่าตนมีฤกษ์อยู่แล้วจะไปชอบคนอื่นอีกได้อย่างไร เทิดพันธ์เป็นลูกชายเพื่อนพ่อ คงจะมาชอบตน แล้วย้อนถามว่าเป็นห่วงฤกษ์หรือ พิมาลาตอบตามตรงว่าใช่เพราะถ้าตนเห็นฤกษ์อยู่กับผู้หญิงอื่น ตนก็จะถาม

“ก็บอกแล้วไง เขาแค่มาชอบเรา แต่เรา...ไม่ได้คิดอะไรมากกว่าคนรู้จัก พิมไม่ต้องห่วง พี่ฤกษ์คือคนที่สำคัญกับเรามากที่สุดในตอนนี้ อนาคตถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลง เริงจะบอกพิมเป็นคนแรกนะ” ใจเริงพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน

ในขณะที่ฤกษ์ตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างหนักจนดึกดื่นค่อนคืน ผ่องใสเห็นแล้วอดห่วงไม่ได้ เขากลับบอกว่าต้องขยันหาเงินสร้างครอบครัว จะได้มีหลานไวๆ ผ่องใสเครียดเพราะไม่รู้ว่าใจเริงคิดอย่างเดียวกับฤกษ์หรือเปล่า

หลายเดือนที่ผ่านมา ฤกษ์ยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ในขณะที่ใจเริงใช้ชีวิตหรูหราออกงานสังคมกับเทิดพันธ์บ่อยๆ...ฤกษ์ขับรถคันเก่าของพ่อมารับใจเริง เธอแอบทำหน้าเหยียดๆฝืนใจนั่งไปด้วย แต่เวลาเป็นรถหรูของเทิดพันธ์มารับก็คิดเปรียบเทียบว่า แบบนี้ถึงจะคู่ควรกับตน

เทิดพันธ์ปรนเปรอข้าวของแพงๆให้แก่ใจเริงจนเธอหลงระเริง พอเขาคุกเข่าขอแต่งงานก็ตอบตกลงลืมผู้ชายอีกคนไปอย่างง่ายดาย...กระทั่งเทิดพันธ์พาใจเริงมาทานอาหารไทยแบบชาววัง ร้านเป็นแบบบ้านโบราณแต่การจัดอาหารดูเก๋ไก๋สมัยใหม่ ใจเริงชอบอยากรู้จักคนที่ดีไซน์ ป้านอมเจ้าของร้านจึงเข้ามาเรียกในครัว เธอกำลังแต่งหน้าขนมหวานและถ่ายรูปอยู่

“หนูวรรณ...นายเก่าป้าเขามาทานร้านเราวันนี้ ติดใจดีไซน์อาหารของหนู เลยอยากเจอตัวน่ะ ออกไปพบหน่อยสิ เผื่อจะมีงานต่อเนื่อง”

“ได้ค่ะ เดี๋ยวเอาไอติมมะพร้าวไปโชว์ด้วย” มาลัยวรรณเงยหน้ามารับคำ

แต่พอเดินตามป้านอมออกมา เห็นเทิดพันธ์กับใจเริงก็ชะงัก ไม่อยากเผยตัว บอกป้านอมว่าขอรับงานของป้าเจ้าเดียวดีกว่ากลัวเรียนไม่จบ แล้วขอตัวกลับดื้อๆ ป้านอมงงแต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร มาลัยวรรณแอบถ่ายคลิปความสนิทสนมของใจเริงกับเทิดพันธ์ไว้

กลับถึงบ้าน มาลัยวรรณเอาคลิปให้พี่สาวดู “บอกได้ไหมคะว่าทำไมผู้ชายหล่อเท่ห์คนนี้กับคุณนายใจเริงถึงสวีตหวานแหววแทบจะดูดปากจ๊วบจ๊าบกันขนาดนี้”

พิมาลาเห็นภาพก็ตกใจบอกน้องสาวว่าเทิดพันธ์เป็นเพื่อนใจเริง มาลัยวรรณเยาะว่าใจเริงคงไม่คบเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คนนี้ไว้แค่เพื่อนแน่ เตือนฤกษ์ไว้บ้างก็ดี พอดีฤกษ์เดินเข้ามาสองพี่น้องสะดุ้งรีบซ่อนมือถือ มาลัยวรรณขอตัวเข้าครัว พิมาลาถามฤกษ์มีธุระอะไร

“พี่มาขอคำปรึกษาพิมน่ะ เรื่องแต่งงานกับเริง”

มาลัยวรรณซึ่งเดินอยู่ตกใจหน้าคะมำ ทั้งสองหันมอง เธอหันมาบอกยิ้มๆว่าหกล้ม ฤกษ์ขำ ต่างจากพิมาลาที่หน้าเจื่อนเต็มทีแต่ต้องหัวเราะตาม...ฤกษ์บอกว่าจะขอหมั้นหมายใจเริงไว้ก่อน พอเรียนจบค่อยแต่งทันที พิมาลาไม่อยากดับฝันฤกษ์แย็บถามว่าฤกษ์ถามใจเริงหรือยัง ว่าอยากแต่งด้วยไหม ฤกษ์ทำหน้าไม่พอใจทำไมถามแบบนี้

“ยังไงพี่ก็ต้องถามค่ะว่าเขาอยากแต่งหรือเปล่า ไม่งั้นขอไปไม่แต่ง หน้าแตกแย่”

“แต่งสิ เริงเขารักพี่จะตาย”

พิมาลาสงสารแกมหมั่นไส้ช่างมั่นใจอะไรนัก แล้วถามจะขอเธอเมื่อไหร่ ฤกษ์ตั้งใจว่าอีกสองสามวัน อยากทำให้เซอร์ไพรส์ พิมาลาถอนใจใครจะเซอร์ไพรส์กันแน่

ooooooo

รุ่งขึ้นพิมาลามาที่บ้านใจเริงเพื่ออยากรู้ความจริง แต่ใจเริงยังไม่กลับจึงรอในห้องนั่งเล่น ด้วยความร้อนใจ พิมาลาจะหยิบน้ำ มือปัดกองจดหมายหล่นจากโต๊ะ และแล้วก็ได้เห็นตัวอย่างการ์ดแต่งงานของใจเริงกับเทิดพันธ์ เธอตกใจมาก ทันใดเสียงฤกษ์เรียกเธอดังขึ้น

พิมาลาสะดุ้งรีบตั้งสติซ่อนการ์ดไว้ข้างหลัง แล้วถามเขานัดกับใจเริงไว้หรือ เขาส่ายหน้าแค่จะมาทำเซอร์ไพรส์อย่างที่บอก แล้วโชว์แหวนเพชรที่เก็บเงินซื้อสำหรับหมั้นให้ดู พิมาลารู้สึกสะท้อนใจ ฤกษ์ยังบอกอีกว่า เธอมาก็ดีจะได้เป็นพยาน หญิงสาวยิ่งหน้าเหวอ

“ก็น้าผ่องไม่คิดว่าเริงจะยอมแต่งกับพี่ เดี๋ยวตอนพี่ขอ พิมอัดคลิปไว้เลยนะ จะได้เอาไปให้น้าผ่องดูว่าเริงรับปากแต่งแล้ว พอเรียนจบปุ๊บให้พ่อมาขอเลย” ท่าทางฤกษ์มีความสุขมาก

พิมาลาหน้าซีดน้ำตาเอ่อ ฤกษ์เห็นแล้วแปลกใจถามเป็นอะไร เธอส่ายหน้าพูดไม่ออก ช่วงเวลานั้น ใจเริงกลับมาพร้อมเทิดพันธ์ เขาถามว่าเธอเลือกแบบการ์ดหรือยัง เธอบอกเขาจะแบบไหนก็ได้ พลันสาวใช้เข้ามารายงานว่า พิมาลากับฤกษ์รออยู่ที่ห้องนั่งเล่น ใจเริงหน้าเสีย

“พิมนี่น่าจะเป็นเพื่อนสนิทที่เริงเล่าให้ฟังบ่อยๆ แล้วฤกษ์...คือใคร” เทิดพันธ์ถามยิ้มๆ

ในขณะที่ฤกษ์เห็นพิมาลาท่าทางซ่อนอะไรไว้ จึงหลอกล่อจนแย่งมาได้ แล้วเขาก็ต้องตกใจหน้าซีดพยายามจะดูชื่อให้แน่ใจ ก่อนจะถามว่าใครคือเทิดพันธ์ ทันใดเทิดพันธ์ก็เดินเข้ามาบอกว่าตนเอง...ทั้งพิมาลาและฤกษ์หันมอง

ใจเริงหน้านิ่งไม่มีทีท่าหวั่นไหว เทิดพันธ์หันไปทักทายพิมาลา ฤกษ์ทนไม่ไหว ชูการ์ดขึ้นถามใจเริงว่ามันคืออะไร ไม่ทันที่เธอจะตอบ เทิดพันธ์ตอบแทน

“ผมกับเริง เรากำลังจะแต่งงานกัน”

“ไม่จริง!ไม่จริงใช่ไหมเริง มันไม่จริงใช่ไหม เรารักกัน เริงจะไปแต่งงานกับคนอื่นได้ยังไง” ฤกษ์ช็อก เทิดพันธ์เองก็ชะงัก

ใจเริงรีบแก้ตัว “เริงดีกับพี่ฤกษ์ เราไปไหนมาไหนด้วยกัน แต่มันอาจไม่ได้แปลว่า เรารักกันนะคะ และเริงไม่ได้แต่งงานกับคนอื่น แต่เริงแต่งงานกับคนที่เริงเลือกแล้ว”

“จะบอกว่า พี่คือคนที่เริงไม่ได้เลือกใช่ไหม ตลอดเวลาที่ผ่านมา พี่คิดไปเองและพี่ก็เป็นแค่ตัวเลือกอย่างนั้นเหรอ...พี่เป็นแค่ตัวเลือกเหรอเริง!” ฤกษ์กระชากแขนใจเริงถามเสียงกร้าว

“ใช่!เริงมีสิทธิ์เลือก เริงก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง เริงทำผิดตรงไหน”

“ผิดตรงที่เริงไม่บอกพี่ เริงโกหก เริงหลอกพี่! เริงหลอกพี่ทำไม ทำไม”

ใจเริงทำทีร้องไห้ว่าเจ็บ เทิดพันธ์ดึงใจเริงออกจากฤกษ์แล้วบอกให้เขามาเคลียร์กับตน

ฤกษ์ตวาดว่าเขาไม่เกี่ยว ผลักเทิดพันธ์แล้วดึงใจเริงมาคุยกันให้รู้เรื่อง เทิดพันธ์โกรธกระชากฤกษ์มาต่อยล้มลง พิมาลาตกใจเป็นห่วงฤกษ์ เขาแค้นใจลุกขึ้นจะไปซัดเทิดพันธ์แต่ใจเริงมาขวาง

“อย่าทำอะไรพี่เทิดนะ...เริงไม่ได้โกหก ไม่ได้หลอกพี่ เริงไม่เคยรับปากว่าจะแต่งงานกับพี่ ทำใจเถอะค่ะพี่ฤกษ์ เริงรักพี่เทิด เริงไม่ได้รักพี่ค่ะ” ใจเริงพูดด้วยน้ำเสียงหวานแต่เชือดเฉือน

เทิดพันธ์นึกได้ว่าเคยเห็นฤกษ์เป็นคนขับรถเมื่อวันที่เราเจอกันครั้งแรก ฤกษ์หน้าชาที่ตนเป็นได้แค่นั้น...ธเนศกับพรรณรายท่าทางร้อนใจวิ่งเข้ามา

พิมาลาสงสารฤกษ์ขอให้กลับไปก่อนไว้คุยกันวันหลัง แต่ฤกษ์บอกว่าไม่มีอะไรต้องคุยอีก ทุกอย่างมันชัดเจนที่สุดแล้ว ฤกษ์เดินออกไปอย่างคนผิดหวัง พิมาลาหันมาบอกใจเริง เราต้องคุยกัน

สองสาวแยกมาคุย พิมาลาต่อว่าใจเริงยกใหญ่ รู้บ้างไหมว่าฤกษ์ทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อหาเงินมาแต่งงาน ทำไมไม่เห็นใจเขาบ้าง ใจเริงกลับโทษว่าที่เป็นเรื่องเพราะพิมาลาเอาการ์ดให้ฤกษ์ดูก่อน แต่ก็ขอบคุณที่ตนไม่ต้องลำบากใจ แล้วใจเริงก็ทำเสียงออดอ้อนน่าสงสาร

“พิมไม่รู้หรอกว่าเริงลำบากใจแค่ไหน พี่ฤกษ์ตั้งความหวังกับเราไว้มาก มากจนเราอึดอัด ไม่เหมือนกับตอนอยู่กับพี่เทิด เราเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าเราพูดความจริงเขาก็ต้องผิดหวัง เริงขี้ขลาดเอง ไม่กล้าพอที่จะบอกความจริงกับเขา...แล้วเมื่อกี้ที่เริงต้องพูดแรงๆ เริงก็เจ็บปวดนะพิม แต่เริงยอม ยอมให้พี่ฤกษ์เกลียดโกรธ ยอมเป็นนางมารร้ายเพราะอยากให้พี่ฤกษ์ตัดใจ เริงทำได้แค่นี้จริงๆ”

พิมาลาอึ้ง ไปต่อไม่ถูกเลย ใจเริงเข้ามากอดขอความเห็นใจ ในขณะที่ฤกษ์ขี่รถออกไปอย่างคนเสียใจอกหัก อย่างแรง

วันรุ่งขึ้นข่าวการแต่งงานของเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ กับใจเริงลงหรา ผ่องใสตกใจรีบเอามาให้ฤทธิ์ดู เขาถอนใจเป็นห่วงว่าตอนนี้ฤกษ์ไปอกหักเสียใจอยู่ที่ไหน เพิ่งเบิกเงินไปซื้อแหวนให้สาว แต่ก็คิดว่าถ้าลูกต้องการพูดก็คงมาหาเราเอง ฤทธิ์คลายกลุ้มด้วยการดื่ม

ฤกษ์ชวนเปรมนั่งดื่มที่ผับ ดื่มจนเมาหมดสภาพ เปรมนั่งฟังเพื่อนรำพันอย่างเห็นใจ แต่ก็จิกกัดว่าโง่เองให้รู้สึกตัวบ้าง พอผับเลิกเปรมให้ฤกษ์ยืนรอจะเอารถมารับ ด้วยความเมาฤกษ์เดินไปขึ้นรถเมล์หน้าตาเฉยแล้วอาเจียนบนรถ โดนกระเป๋าโยนลงข้างทาง นอนกองข้างฟุตปาท

ผ่องใสร้อนใจมาปรับทุกข์กับมาลี มีพิมาลาและมาลัยวรรณนั่งอยู่ด้วย ผ่องใสเล่าว่าเมื่อคืนออกไปตามหาฤกษ์กับเปรมก็ไม่เจอ ฤกษ์ไม่เคยทำตัวแบบนี้มาก่อน พิมาลาเสียใจขอโทษแทนเพื่อน มาลัยวรรณท้วงไม่จำเป็นต้องขอโทษแทน ผ่องใสเห็นด้วยแล้วบ่นว่า

“อยากรู้จริงๆผู้หญิงคนนี้จิตใจทำด้วยอะไร ทำไมถึงได้ร้ายกาจ คบซ้อนมาได้ตั้งนาน”

มาลีสงสัยว่าใจเริงจะแต่งเลยไม่รอเรียนจบก่อนหรือ มาลัยวรรณโพล่งขึ้นว่า ใจเริงถือคติ เรียนไปปวดหัวมีผัวดีกว่า...พิมาลาหันขวับ มาลัยวรรณรู้ตัวรีบหยิกแขนลงโทษตัวเองก่อน ผ่องใสถอนใจบอกที่จริงตนก็ดีใจที่เลิกกันได้ ฤกษ์เจ็บเสียตอนนี้ดีกว่าแต่งกันไปแล้วต้องทรมานยาวนาน ผ่องใสจนใจขอร้องพิมาลาช่วยปลอบใจฤกษ์ เรียกสติเขาให้กลับมาที มาลีสนับสนุน

มาลัยวรรณนึกได้ “พี่พิม ถามหน่อย พี่เริงเขาจะจัดงานแต่ง เขาลากพี่ไปใช้งาน เอ๊ย ไปช่วยงานด้วยรึเปล่า”

พิมาลาพยักหน้าแทนคำตอบ

ooooooo

สุดท้ายพิมาลาก็ต้องมาเป็นเพื่อนใจเริงทุกวัน ช่วยเลือกชุดแต่งงาน เลือกของชำร่วย และต้องเห็นความสวีตหวานของทั้งสองอย่างรู้สึกสงสารฤกษ์

หลายวันผ่านไปฤกษ์เพิ่งกลับมาบ้าน ตรงดิ่งไปหยิบขวดเหล้า ฤทธิ์กับผ่องใสรีบห้าม แต่ฤทธิ์กลับบอกว่าขวดนั้นแพงให้เอาอีกขวด ผ่องใสเอ็ดทำไมพูดอย่างนั้นแทนที่จะห้ามลูก...

ถึงวันงานแต่งงานของใจเริงกับเทิดพันธ์ พิมาลาเป็นเพื่อนเจ้าสาวมองพิธีและสินสอดกองโตด้วยความสะเทือนใจสงสารฤกษ์...ด้านฤกษ์เมาหนักอยู่ที่บ้าน ผ่องใสโทษเพราะฤทธิ์ชอบดื่มให้ลูกเห็น พอมีปัญหาจึงหาทางแก้ผิดๆ เลยปล่อยให้ฤทธิ์ดูแลฤกษ์ไปไม่สนใจ

ในขณะที่ใจเริงฉลองวิวาห์อย่างมีความสุข ฤกษ์นอนร้องไห้ เห็นภาพวาดใจเริงที่วาดติดผนังไว้ ทนไม่ไหวลุกขึ้นไปชกกระจกแตกบาดมือเลือดอาบ

หลายวันผ่านไป ฤกษ์ยังเมามายอยู่บ้านเปรม เปรมเป็นห่วงเพื่อน พาพิมาลามาช่วยทำให้เขาเป็นผู้เป็นคนเสียที ตัวเขาต้องทำงาน...พิมาลาเห็นขวดเบียร์เกลื่อนห้อง นิ่วหน้าด้วยความเหม็น รู้ว่าพูดอะไรไปก็เปล่าประโยชน์ คิดได้เปิดคลิปในมือถือ เป็นคำเทศน์โดนใจอย่างแรง เปิดเสียงดังให้เข้าหูฤกษ์ เขาเริ่มกระสับกระส่ายเพราะเสียงเทศน์กระแทกหู ลุกขึ้นโวยให้ปิดแต่พอเห็นว่าพิมาลาเป็นคนเปิดก็เสียงอ่อยลง ถามต้องการอะไร

พิมาลาบอกว่าผ่องใสขอให้ตนมา ทุกคนเป็นห่วงเขา ฤกษ์ย้อนถามแล้วเพื่อนเธอห่วงตนบ้างไหม เธอถามกลับว่ารับความจริงได้ไหม ถ้ารับได้ก็จะตอบ ฤกษ์เศร้าลงแต่ไหนๆก็เจ็บอยู่แล้วคงไม่เจ็บไปกว่านี้ จึงขอให้เล่าว่าใจเริงมีความสุขแค่ไหนในวันแต่งงาน พิมาลาอ่อนใจขอร้องให้เลิกคิดถึงเรื่องนี้แล้วหันมาสนใจตัวเอง เธอมองแผลที่มือเขา ถามเจ็บไหมที่ทำร้ายตัวเองแบบนั้น ฤกษ์บอกเจ็บ แต่น้อยกว่าที่หัวใจ พิมาลาส่ายหน้า

“ถ้าแผลเน่า ติดเชื้อต้องตัดมือทิ้ง ไม่มีมือเขียนแบบ ทำมาหากินก็ไม่ได้ คราวนี้ได้เจ็บจนวันตายแน่...คนเราจะเศร้าก็ได้นะคะ แต่อย่าเศร้าจนน่าสมเพช สภาพพี่ตอนนี้มันแย่มาก มันยิ่งตอกย้ำว่าเริงเลือกคนถูกแล้ว พิมไม่ได้อยากตอกย้ำ แต่อยากจะให้พี่รับความจริงให้ได้”

“ความจริง...ว่าเริงไม่ได้รักพี่?”

“ความจริง...ที่พี่ยังมีชีวิตอยู่และชีวิตยังต้องดำเนินต่อไปค่ะ ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง เริงเขาเดินไปข้างหน้าตลอดเวลา ไม่ใช่แค่เดิน เรียกว่าวิ่งก็ยังได้ เขามีชีวิตใหม่ แต่งงานกำลังจะไปอยู่ต่างประเทศ แต่พี่ฤกษ์ยังจมอยู่กับความเศร้า ไม่ไปไหนสักที”

ฤกษ์เริ่มมีสติคิดได้ พิมาลาย้ำว่าทุกคนเป็นกำลังใจให้เขาลุกขึ้นและเดินต่อไป แต่ถ้าเขาไม่เข้มแข็งใครก็ช่วยอะไรไม่ได้ ฤกษ์ย้อนถามว่าใจเริงจะเดินทางเมื่อไหร่ พิมาลาขออย่าไปยุ่งกับเขาอีกเลย ฤกษ์อยากไปส่งและสัญญาว่าจะไม่หาเรื่อง แค่อยากพิสูจน์ใจตัวเอง

สุดท้ายพิมาลาต้องยอมพาฤกษ์มาส่งใจเริงที่สนามบินด้วย โดยที่เขาแอบมองอยู่ห่างๆ ฤกษ์ได้เห็นว่าใจเริงมีความสุขดีก็สะเทือนใจ ใจเริงดึงพิมาลาออกมาคุยล่ำลา
“พิม...ก่อนเราจะไป เรามีเรื่องสำคัญจะบอกพิม มีอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เราตัดสินใจเลิกกับพี่ฤกษ์ เหตุผลที่เราไม่กล้าบอกพิม คือ...ตลอดเวลาที่เริงอยู่กับพี่ฤกษ์ เริงรู้สึกว่าพี่ฤกษ์เขาไม่ได้รักเริง” พิมาลาไม่เชื่อ “จริงๆ

เรารู้สึกตลอดเวลาว่าพี่ฤกษ์มีคนอื่นอยู่ในใจ เขาอาจจะแค่หลงเราแต่เขาไม่ได้รักเราจริงๆ ทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน เขาจะพูดถึงผู้หญิงอีกคนตลอดเวลา จนเราคิดว่าจริงๆแล้วผู้หญิงคนนั้นคือคนที่เขารัก และผู้หญิงคนนั้นก็คือ...พิม”

พิมาลาตกใจ ใจเริงพยายามพูดให้ดูว่าตัวเองเสียสละเลือกเทิดพันธ์เพื่อเพื่อนรัก ฝากฝังให้ดูแลฤกษ์ให้ดี...ฤกษ์ได้ยินทุกคำของใจเริงยิ่งรู้สึกแย่กับเธอมากขึ้น

เมื่อส่งใจเริงเสร็จ พิมาลาเดินออกมาหาฤกษ์ที่ยืนรอ เขาขอบใจที่ทำให้เขาตาสว่าง ทำให้เขารู้ว่าเขาไม่ได้รักใจเริงถึงขนาดต้องลงไปนอนดิ้นตาย ดีแล้วที่เธอเลือกเทิดพันธ์ เขาคงทนไม่ได้ที่จะอยู่กับผู้หญิงหลอกลวง รอยยิ้มของใจเริงทำอะไรเขาไม่ได้อีกต่อไป เขาพร้อมจะเดินไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง พิมาลามองอย่างให้กำลังใจแต่ก็อดหวั่นไหวกับคำพูดของใจเริงไม่ได้

พอกลับถึงบ้าน ฤกษ์รวบรวมภาพวาดใจเริงและภาพถ่ายมาเผาทิ้ง มีภาพหนึ่งที่ใจเริงนั่งคู่กับพิมาลา สายตาเขามองพิมาลาแล้วนึกได้ รื้อภาพวาดพิมาลาที่วาดค้างไว้ออกมาวาดจนเสร็จ

ooooooo

เช้าวันใหม่ พิมาลายืนรอรถเมล์ไปมหาวิทยาลัย ผู้คนคึกคักเหมือนทุกวัน พอเธอขึ้นบนรถก็มีผู้ชายคนหนึ่งตามขึ้นไปและนั่งข้างเธอ หญิงสาวเหลียวมองแล้วต้องตกใจที่เป็นฤกษ์...แปลกใจที่ปกติเขาจะขี่มอเตอร์ไซค์ทำไมวันนี้ถึงนั่งรถเมล์

“อยากเปลี่ยนบรรยากาศ อยากไปแบบช้าๆบ้าง พี่นั่งด้วย พิมคงไม่ว่าใช่ไหม”

“รถเมล์ไม่ใช่ของพิมสักหน่อย พิมว่าไม่ได้หรอกค่ะ” พิมาลาแอบยิ้ม

การจราจรในกรุงเทพฯติดมาก พิมาลานั่งหลับสัปหงก ทันใดก็มีหัวฤกษ์เอนมาซบไหล่ เธอสะดุ้งรู้สึกตัวนั่งเกร็งไม่กล้าขยับตลอดทางเกรงเขาจะตื่น

หลังจากวันนั้น พัฒนาการของทั้งสองเป็นไปอย่างราบรื่น กลับจากเรียนก็มีกิจกรรมร่วมกัน ขี่รถเล่นบ้าง วาดภาพเล่นบ้าง ช่วยกันทำอาหารเย็นให้ทุกคนในบ้านทานบ้าง บรรยากาศอบอวลไปด้วยความรักความอบอุ่น ฤกษ์ขอบคุณพิมาลาที่ทำให้ตนกลับมาเป็นผู้เป็นคนอีกครั้ง

จนถึงวันที่พิมาลาเรียนจบรับปริญญา ฤกษ์อวยพรให้เธอได้ทำงานตามที่หวัง...หลายวันต่อมา เปรมกับฤกษ์เลี้ยงฉลองความสำเร็จที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ให้กับพิมาลาและมาลัยวรรณที่ช่วยทำตัวอย่างงานจนสถานียอมรับ ตอนนี้พวกเขาได้รายการมาทำหนึ่งรายการ มาลัยวรรณกระเซ้าขอขึ้นค่าตัว เปรมบอกได้ถ้าเธอพาเพื่อนสวย หน้าใสๆ มาช่วยงานด้วย มาลัยวรรณโวยเห็นตนเป็นคนขายเพื่อนหรือ แต่พอเขาเสนอเงินสามเท่า เธอรีบรับปากทันทีจะหามาให้สวยแซ่บทีเดียว

ทุกคนหัวเราะครืน ฤกษ์ชูแก้วขึ้นแสดงความยินดีที่พิมาลาได้งานตามที่ฝันไว้คือ...ศิราณีออนไลน์ ทั้งสี่คนชนแก้วร้องเฮ แล้วเปรมก็ถามขึ้นว่า ศิราณีออนไลน์คืออะไร? ตนเกิดไม่ทัน...

บริษัทเกิร์ลทอล์ก ของปารมีหรือหมี่ รับผลิตรายการ “พิมาลา ปารมี ยูเซ วีลิสซึ่น” มีพิซซี่ทำหน้าที่เลขาและคอยสกรีนคนทางบ้านที่โทร.เข้ามาคุยกับทางรายการ มีแมนเจ้าหน้าที่คุมเสียงอีกหนึ่งคน พิมาลากับหมี่จะคุยกับคนทางบ้านที่โทร.มาปรึกษาปัญหาหัวใจ บางคนถึงกับอยากฆ่าตัวตาย พิมาลาต้องปลอบและให้แง่คิดต่างๆนานาให้มีสติ

ช่วงพักหมี่ถามพิมาลาเป็นอย่างไรบ้างวันแรกก็เจอเคสหนัก แต่เธอก็เก่งที่รับมือได้ พิซซี่ถามพิมาลาว่าคิดอย่างนั้นจริงหรือ ที่ถ้าเราโดนแย่งสามี เราจะยอมเจรจาโดยสันติไม่ตบมันคว่ำไปเลย พิมาลาตอบว่าจริง แต่พิซซี่กลับคิดว่าตนจะทำตัวเป็นเมียหลวงที่น่าสงสารแล้วจ้างมือตบไปตบเมียน้อย เลาะฟันออกสองซี่ให้ฉีกยิ้มแล้วผัวเห็นหมดอารมณ์ไปเลย พิมาลากลับคิดว่าต้องปล่อยเขาไป ทางใครทางมัน ผู้ชายแบบนี้ไม่มีค่าอะไรที่เราจะหวงแหนไว้ หมี่พยักหน้าเห็นด้วย

ooooooo

ด้านใจเริงอยู่อพาร์ตเมนต์ที่ลอนดอนกับเทิดพันธ์ เธอช็อปปิ้งทุกวันจนเทิดพันธ์ต้องขอให้เธอรู้จักเรียนหาความรู้บ้าง เรียนภาษาก็ยังดี กลับไปจะได้ช่วยกันบริหารบริษัทที่พ่อกำลังจะวางมือ ใจเริงเข้าออดอ้อนอย่าให้ตนต้องเรียนเลย ตนเบื่อจะแย่แล้วชวนเขาไปเที่ยวผับ

“ไม่ พรุ่งนี้มีงานเช้า เราดินเนอร์ที่บ้าน ไม่มีการเที่ยวกลางคืนอีกต่อไป ผมตามใจคุณมามากแล้ว ต่อไปนี้คุณต้องเลิกล้างผลาญเงินผมเสียที ผมจะจำกัดงบให้คุณใช้ครึ่งนึงจากที่เคยได้”

ใจเริงโวยว่าไม่พอ เทิดพันธ์ให้เธอเลิกช็อปเลิกเที่ยว เงินก็จะพอใช้ เธอไม่ยอมตะโกนลั่นว่าจะไม่กลับไปเรียน จากนั้นก็โทรศัพท์ฟ้องธเนศ ให้ส่งเงินให้เธอเป็นล้าน ผู้เป็นพ่อตกใจฟังลูกเล่าปัญหา เทิดพันธ์ได้ยินรีบดึงโทรศัพท์ไปอธิบายกับธเนศ อย่าเชื่อสิ่งที่ใจเริงใส่ความ แล้วเขาก็ปามือถือเธอทิ้งแตกกระจาย ใจเริงโกรธปรี่เข้าตบหน้าเขาฉาดใหญ่ เทิดพันธ์กำมือแน่นระงับอารมณ์ไม่ให้สวนกลับก่อนจะเดินหนีไป

ธเนศเป็นห่วงลูกสาว พรรณรายขอร้องให้ส่งเงินให้ลูกตามที่ขอ เขาถอนใจแต่งงานไปแล้วนึกว่าจะพ้นอก ตนไม่มีเงินมากมายเหมือนก่อนแล้วจะเอาที่ไหนส่งให้ ธเนศเสียใจที่ตามใจลูกจนเสียคน พรรณรายไม่ยอมรับ เชื่อว่าลูกสาวเป็นคนดีมีแต่ความเจริญก้าวหน้า...ธเนศกลุ้มใจนั่งดื่มจนล้มลงนอนแผ่ พึมพำแต่คำว่า...พ่อผิดไปแล้ว...แล้วเขาก็นอนตาค้างแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น

ความสัมพันธ์ของฤกษ์กับพิมาลาดำเนินไปด้วยดี ทั้งสองออกมาเดินตลาดนัดกับมาลี ผ่องใสและมาลัยวรรณ ฤกษ์ถือโอกาสจูงมือพิมาลา เธออมยิ้มเขินๆ แต่ไม่คิดจะดึงมือออก...พอกลับถึงบ้าน พจน์บอกข่าวธเนศเสียชีวิต ทุกคนตกใจแม้แต่ฤกษ์ก็ใจหาย

มาลีรีบพาครอบครัวมางานศพและปลอบใจพรรณรายที่ร้องไห้ทำอะไรไม่ถูก ดีที่มีพรพรรณญาติห่างๆกับวิลาวรรณลูกสาวเป็นคนช่วยจัดการทุกอย่างให้ พิมาลาถามถึงใจเริง พรรณรายบอกว่าพอรู้ข่าวก็เอาแต่ร้องไห้จะกลับเมืองไทย และบอกว่าอยู่ที่โน่นไม่สนุกคิดถึงบ้าน ฤกษ์ฟังแล้วเหยียดปากพอจะนึกออกถึงความจับจดของอดีตคนรัก พรพรรณเปลี่ยนเรื่อง

“อย่าพูดเรื่องเศร้าเลยนะ แล้วหนูพิมล่ะจ๊ะ เป็นยังไงบ้าง เมื่อไหร่จะมีข่าวดีกับเขาบ้าง”

พิมาลายิ้มอายๆ ฤกษ์ถือโอกาสจับมือเธอรวบรัด “นั่นสิครับ ผมก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าเมื่อไหร่พิมเขาจะพร้อมสักที”

พิมาลามองหน้าฤกษ์ แปลกใจว่าเขาอารมณ์ไหน... จังหวะนั้นใจเริงเดินสวยสง่าเข้ามา เห็นฤกษ์จับมือพิมาลาและส่งตาหวานซึ้ง เทิดพันธ์เดินมาสมทบเห็นเช่นกันก็ถามใจเริงว่า ผู้ชายคนนั้นที่เคยจีบเธอ ทำไมสนิทสนมกับพิมาลา ใจเริงนิ่วหน้าอิจฉานิดๆ

พอดีพรรณรายหันมาเห็นลูกสาวก็ดีใจร้องเรียก พิมาลาจะดึงมือออกแต่ฤกษ์จับแน่นขึ้น เขาหันมองใจเริงด้วยแววตาแข็งกระด้าง...เทิดพันธ์แยกไปช่วยรับแขก ใจเริงตีหน้าเศร้าอ้าแขนขอความเห็นใจ ฤกษ์รีบขอตัวกับพิมาลาแล้วเดินออกไปทันที ใจเริงชะงักราวโดนฉีกหน้า

พิมาลาคิดว่าเพื่อนเสียใจจริงๆ จึงเข้าสวมกอดปลอบ ใจเริงทำทีรำพันว่าพ่อจากไปเร็ว และขอบใจที่เพื่อนมาช่วย พิมาลาบอกว่าแค่นี้เล็กน้อยที่ใจเริงเคยช่วยเหลือครอบครัวตนมากกว่านี้ ใจเริงเข้าเรื่องที่อยากรู้ทันที ถามเป็นแฟนกับฤกษ์แล้วหรือ พิมาลายิ้มเขินๆ...

ระหว่างที่สองสาวคุยกัน ฤกษ์เจอกับเทิดพันธ์ เขายินดีด้วยที่ฤกษ์ตัดใจจากภรรยาเขาได้ ฤกษ์ยิ้มหยันบอกเรื่องนั้นทำได้ง่ายมาก เทิดพันธ์สะอึกนิดๆมองสีหน้าฤกษ์เหมือนจะรู้ว่าตนกำลังเจอปัญหาอะไรอยู่...

คืนนั้นฤกษ์ขับรถพาพิมาลากลับ เขาแปลกใจที่เห็นเธอนั่งเงียบ พอถึงบ้านจึงรั้งเธอไว้ยังไม่ให้เข้าบ้าน ถามว่าโดนใจเริงเป่าหูอะไรมาถึงได้เป็นแบบนี้ หญิงสาวสบตาฤกษ์ก่อนจะบอกว่าไม่เกี่ยวกับใจเริง เป็นความสงสัยส่วนตัว เขาให้เธอถามมาเลย เขาพร้อมจะตอบทุกข้อ

“ที่พี่ฤกษ์พูดเรื่องแต่งงานต่อหน้าคุณน้าพรรณราย แค่ต้องการรักษาหน้าหรือเปล่าคะ”

“โธ่ นึกว่าอะไร เรื่องนี้นี่เอง...ไหนๆก็พูดแล้ว พี่ไม่อ้อมค้อม พิม...เรารู้จักกันมานาน รู้จักกันดีมากๆ พิมเคยเห็นตอนที่พี่ตกต่ำที่สุด พิมคือคนที่ยอมรับมันได้และฉุดพี่ขึ้นมา พี่เคยเจอผู้หญิงมามาก แต่พิมคือคนแรกที่พี่อยากใช้ชีวิตอยู่ด้วย...แต่งงานกับพี่นะครับ”

พิมาลาน้ำตาปริ่มย้อนถามเขาแน่ใจหรือ ฤกษ์เน้นว่าแน่ใจที่สุด เธอนิ่งสักพักก่อนจะตอบตกลง ฤกษ์ดีใจมากดึงเธอมาหอมแก้มหลายฟอด ไม่เพียงเท่านั้น ยังวิ่งเข้าบ้านไปปลุกพ่อกับผ่องใสเพื่อบอกข่าวดีนี้ จากที่ทั้งสองตกใจคิดว่าใครเป็นอะไร กลับมาดีใจ ผ่องใสสั่งแอ๊ดเอาเครื่องทองเหลืองออกมาล้างขัดให้หมดเตรียมไว้จัดงาน ส่วนฤทธิ์ถือโอกาสดื่มฉลองอีกตามเคย

ooooooo

ทางบ้านเทิดพันธ์มีคนรับใช้มากมาย ใจเริงใช้ให้ปรนนิบัติราวนางพญา ทั้งถอดรองเท้าให้ หาน้ำให้ดื่ม เอากะละมังใส่น้ำอุ่นมาให้แช่เท้า เทิดพันธ์เห็นแล้วระอา ยิ่งพอได้ยินเธอพูดว่าจะไม่กลับไปลอนดอนอีกเพราะไม่สุขสบายเหมือนที่นี่ก็ตกใจ ตัวเขาต้องกลับไปทำงาน

“ก็ลาออกมาสิ พี่บอกเองว่างานที่นี่คุณพ่อเตรียมให้พี่สานต่อ คอนโดที่หัวหินก็สร้างเสร็จแล้ว ยังไม่มีใครช่วยขาย พี่ควรจะกลับมาช่วยงานที่บ้านได้แล้ว จะไปทนเป็นลูกจ้างให้ฝรั่งมันโขกสับทำไม”

เทิดพันธ์บอกต้องการเรียนรู้ระบบงานเพื่อเอากลับมาปรับปรุงงานที่บริษัท ใจเริงขัดใจหาว่าทำมาตั้งปีน่าจะพอ ถ้าเขาอยากกลับก็กลับไปคนเดียว เทิดพันธ์ถอนใจเครียดจัด...

ขณะที่ทั้งสองมีปัญหา คู่ฤกษ์กำลังไปด้วยดี รายการทีวีที่ฤกษ์ทำเกี่ยวกับโครงการบ้านจัดสรร เขาบรรยายให้ทุกคนรู้ว่าการให้เกียรติกันและกันเป็นพื้นฐานสำคัญของความรัก เช่นเดียวกับฐานรากก็มีความสำคัญกับบ้านมากเช่นกัน ถ้าฐานรากไม่ดี บ้านก็มีโอกาสจะพังลงมาได้

ส่วนพิมาลาจัดรายการวิทยุ ช่วยแก้ปัญหาชีวิตให้คนทางบ้าน...ระหว่างที่พิมาลากำลังจัดรายการอยู่ ใจเริงแต่งตัวเปรี้ยวบุกมาหา พิซซี่กับแมนช่วยกันห้ามไม่ให้เข้า ให้รอจนกว่าพิมาลาจะจัดรายการเสร็จก่อน แต่เธอไม่ฟัง โต้เถียงกับทั้งสองถึงขั้นขู่ ไม่รู้หรือว่าตนเป็นใคร นามสกุลอะไร พิซซี่กับแมนไม่สนใจจะเรียก รปภ.มาลากไปถ้าเธอไม่เชื่อฟัง

ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ใจเริงผลักพิซซี่กระเด็นแล้วเปิดประตูห้องอัดเข้าไป พิมาลากับหมี่ตกใจรีบหยุดรายการ...หมี่โกรธมาก ใจเริงยกมือไหว้ขอโทษ แต่ก็โทษเป็นเพราะลูกน้องเธอไม่มีมารยาท ควรจะสั่งสอนบ้าง

“ลูกน้องพี่ทำตามหน้าที่ ตามกฎระเบียบน่ะคะ แล้วคุณเริงสั่งสอนแบบนี้คนที่จะเสียคือตัวคุณเอง คุณบุกเข้าไประหว่างอัดรายการอยู่ ถ้าหากเป็นรายการสด พี่เสียหายมากนะคะ”

“ขอโทษจริงๆค่ะพี่หมี่ขา เริงก็แอบจิตๆอย่างนี้แหละชอบเอาชนะคนเลยวู่วามไปหน่อย”

พิมาลาช่วยขอโทษ หมี่แกล้งเหน็บใจเริงว่าว่างๆ โทร.เข้ามาที่รายการ เราจะช่วยบำบัดจิตให้ ใจเริงเม้มปากอยากด่ากลับแต่พิมาลาปราม...หมี่เดินไปนั่งกับพิซซี่

ใจเริงหันมาติงทนทำงานกับคนอย่างนี้ได้อย่างไร ดูห่างๆ ก็สวยแต่พอเห็นใกล้ๆ ตีนกาฝังรากลึก พิมาลาเอ็ด

“เริง! ไม่เอาน่ะ พี่หมี่เป็นพี่ที่พิมนับถือมากอย่าลำเลิก”

ใจเริงฮึดฮัดไม่ค่อยพอใจ ยื่นถุงของฝากจากอังกฤษให้บอกเป็นครีมบำรุงหน้า แม้พิมาลาจะพูดอย่างเกรงใจว่าทีหลังไม่ต้องซื้อมา ขี้เกียจทา ใจเริงยังตำหนิเป็นถึงนักจัดรายการจะปล่อยตัวเป็นยายเพิ้งได้อย่างไร พอพิมาลาบอกว่ารายการวิทยุไม่ได้ขายหน้าตา ใจเริงก็ยังพูดสะกิดใจ

“ยังไงก็ต้องมีคนอยากเห็น ต้องบำรุง ต้องปรุงแต่ง... ผู้ชายสมัยนี้ชอบผู้หญิงแซ่บรู้ไหม”

พิมาลาไม่อยากเถียงตัดบทรับคำ ใจเริงหันมาถามจะแต่งงานกับฤกษ์หรือ เธอรับว่าใช่จะจัดงานเล็กๆแบบไทยๆ ใจเริงแย็บถามว่าท้องหรือ พิมาลาสะดุ้งรีบบอกว่าไม่เคยมีอะไรกัน ใจเริงหัวเราะแก้ตัวว่าล้อเล่น แม่ชีอย่างเธอคงไม่ยอมให้ใครมาพรากพรหมจรรย์ง่ายๆ...หมี่

พิซซี่และแมนสะดุ้งไม่คิดว่าคำพูดนี้จะออกจากปากผู้หญิงระดับนี้ พิมาลาปรามให้เพื่อนพูดเบาๆ
ใจเริงยิ่งขำ “ไม่มีใครเขาสนใจหรอกน่า นี่จะว่าไป ...พิมกับพี่ฤกษ์ก็เหมาะสมกันดีนะ ชอบทำงานทั้งคู่ก็ดีจะได้ช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัว ส่วนเราเลือกแต่งกับพี่เทิดเหมาะที่สุดแล้ว”

เผอิญฤกษ์เดินยิ้มแย้มเข้ามาได้ยินทั้งหมด ใจเริงยังพูดอีกว่า เทิดพันธ์รวยจนตนไม่ต้องทำงาน จะเที่ยวจะช็อปที่ไหนก็ได้ ตนมีหน้าที่รูด เขามีหน้าที่จ่าย ถ้าตนเลือกฤกษ์ เขาคงไม่มีทางเลี้ยงตนได้แน่...ฤกษ์ไม่พอใจส่งเสียงเรียกพิมาลาโดยไม่มองใจเริงสักนิด ใจเริงหน้าเสียแต่ทำยิ้มแย้มทักทายเขา บอกว่าซื้อน้ำหอมกลิ่นที่เขาชอบมาฝาก ฤกษ์ปฏิเสธไม่ชอบของแพง แล้วบอกพิมาลาว่าจะไปรอที่รถ ใจเริงต้องการเอาชนะ แอบหย่อนขวดน้ำหอมลงกระเป๋าเพื่อน

ฤกษ์มองมาจากข้างนอกเห็น พอพิมาลาเดินออกมาเขาก็หยิบน้ำหอมในกระเป๋าเธอแล้วเอาไปวางคืนตรงหน้าใจเริง เธอโวยหาว่าเขาเรื่องมาก ฤกษ์โกรธตอบโต้เสียงแข็งว่าตนเรื่องมากกับคนที่ไม่อยากยุ่งด้วย ใจเริงเสียงอ่อนลงถามยังโกรธตนอยู่หรือ โตๆกันแล้วไม่น่าคิดมาก

“เริงมีสามีแล้ว พี่ฤกษ์ก็กำลังจะแต่งงานกับพิม ยังจะฝังใจอะไรอยู่อีก ลืมๆไปเถอะน่า”

คำนี้ทำให้ฤกษ์เจ็บจี๊ดแขวะกลับ “ผมลืมไปนานแล้วและไม่เคยกลับไปคิดถึงมัน ใช่...เราโตๆกันหมดแล้ว อย่ามาเอาชนะกันแบบเด็กๆ ไร้สาระ อ้อ อีกอย่าง ขอบคุณมากที่คุณตัดสินใจแต่งงานไปกับผู้ชายอื่นเพราะเงิน ทำให้ผมได้แต่งงานกับผู้หญิงที่แต่งกับผมเพราะความรัก”

ใจเริงโกรธปัดขวดน้ำหอมหล่นพื้น คนอื่นมองอย่างตกใจ ฤกษ์เดินกลับไปหาพิมาลา พิซซี่กับแมนแย่งกันเก็บขวดน้ำหอมไปใช้เอง...ฤกษ์เดินออกมา พิมาลาถามไปว่าอะไรใจเริงอีก เธอก็เป็นคนแบบนี้อย่าโกรธเลย ฤกษ์ยิ้มตากร้าวบอกว่า ตนไม่ได้โกรธแต่ตนเกลียด... ใจเริงตามออกมาเห็นฤกษ์พาพิมาลานั่งรถหรูป้ายแดงขับออกไป เธอมองอย่างหมั่นไส้แกมอิจฉา

ฤกษ์พาพิมาลามาสมทบกับครอบครัวที่รออยู่ที่วัด เพื่อขอฤกษ์แต่งงานจากหลวงลุง...หลวงลุงบอกว่าความจริงแล้ว ฤกษ์สะดวกวันที่เราพร้อมดีที่สุด ทั้งฤทธิ์และฤกษ์เห็นด้วย...

วันต่อมาใจเริงออกทุกข์ใส่เสื้อผ้าสีแดงสะใจ ไม่ทันไร เทิดพันธ์ตาแดงก่ำเข้ามาบอกว่า ที่บ้านโทร.มาบอกว่าพ่อตนหัวใจวาย ส่งโรงพยาบาลไม่ทัน พ่อตนเสียแล้ว ใจเริงตกใจร้องลั่น

“นี่เริงเพิ่งจะออกทุกข์ ต้องกลับไปไว้ทุกข์อีกแล้วเหรอ ใส่ชุดดำมาตั้งหลายวัน กะว่าวันนี้จะฉลองชุดใหม่ หมดกันต้องกลับไปใส่ชุดดำอีกแล้ว!”

“พ่อพี่ตาย เริงมาห่วงเรื่องใส่ชุด ห่วงเรื่องแต่งตัวเนี่ยนะ!” เทิดพันธ์ตกใจกับคำพูดภรรยา

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement