เพลิงบุญ ตอนที่ 16 นิยายไทยรัฐ
วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เพลิงบุญ ตอนที่ 16


21 ก.ย. 2560 08:24
4,806,604 ครั้ง

ละคร นิยาย เพลิงบุญ

เพลิงบุญ ตอนที่ 16

อ่านเรื่องย่อ

เพลิงบุญ

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

กฤษณา อโศกสิน

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ชนินทร ประเสริฐประศาสน์

ผลิตโดย:

บริษัท เมคเกอร์ วาย จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, ราณี แคมเปน,

เช้าวันใหม่ฤกษ์ได้ยินเสียงน้องโจร้องก็รีบอุ้มและเรียกแอ๊ดหยิบนมมาให้ ไม่ทันไรก็มีขวดนมยื่นเข้ามา เขารับด้วยความแปลกใจที่มาเร็ว แต่พอ เงยหน้ามองกลายเป็นพิมาลาไม่ใช่แอ๊ด

พิมาลาบอกว่าผ่องใสไปตลาดกับแอ๊ด ให้ตนมาช่วยดูแลน้องโจ เมื่อมีพ่อดูแลแล้วก็จะกลับ

“เดี๋ยว อย่าเพิ่งไป อยู่เป็นกำลังใจให้เจ้าโจก่อน ก็...เวลาโจร้องไห้มีพิมคนเดียวที่เอาอยู่ พิมก็อยู่เป็นกำลังใจให้เด็กก่อนนะ เนี่ยดูสิร้องใหญ่เลย”

“ก็พ่อมัวแต่เม้าท์ ไม่เอานมให้กินสักทีนี่คะ”

ฤกษ์นึกได้รีบเอานมให้ลูก พิมาลาขำ แต่พอรู้สึกตัวทำเก๊ก บอกเขาว่าเดี๋ยวเทิดพันธ์มารับไปทำงาน ขอกลับไปเตรียมตัว ฤกษ์เศร้าลงทันที ในใจร่ำร้องเรียกเธอ พอเธอกลับไปเขาบ่นลูกว่าทำไมไม่ช่วยพ่อร้องไห้ยื้อให้เธออยู่ต่อ พิมาลาแอบฟังที่หน้าประตูอดขำไม่ได้

ระหว่างนั้นมาลัยวรรณคุยโทรศัพท์กับสุพรรญายืนยันว่าจะไปทำงานกับเธอที่อังกฤษ เทิดพันธ์เดินเข้ามาทัก เธอสะดุ้งกลบเกลื่อนไม่มีอะไร เทิดพันธ์บอกข่าวว่าเปรมกับหมี่จะมีปาร์ตี้ จ้างร้านเราจัดอาหาร พอมาลัยวรรณขอรายละเอียด เทิดพันธ์กลับถามหาพิมาลาเพื่อไปประชุมพร้อมกัน

พอรู้ว่าพิมาลาไปดูแลน้องโจที่บ้านฤกษ์ก็นิ่วหน้าอย่างหวั่นใจ

“นี่ผมเริ่มจะคิดมากแล้วนะเนี่ย ตกลงสองคนนี้เขายังไงกันแน่ คุณได้คุยกับพิมบ้างรึเปล่า ตกลงเขาโอเคเรื่องแต่งงานไหม”

“ฉันไม่ได้คุย ไม่รู้ว่าพี่พิมคิดอะไร คุณอยากรู้ก็ถามเองแล้วกัน ต่อจากนี้ไปฉันขอลาออกจากการเป็นที่ปรึกษาของคุณ ฉันไม่ขอรับรู้เรื่องระหว่างคุณกับพี่พิมแล้วนะ แล้วอีกอย่าง ฉันขอลาออกจากงานด้วยค่ะ ฉันได้งานใหม่แล้ว”

เทิดพันธ์อ้าปากจะแย้ง แต่นิ่งไปกับคำว่าลาออก...

เมื่อทุกคนมารวมกันที่ออฟฟิศของหมี่ มาลัยวรรณบอกกล่าวถึงการไปทำงานที่อังกฤษของตน ทุกคนตกใจระคนแปลกใจ เธอจะอธิบายแต่เทิดพันธ์ชิงพูดแทนอย่างไม่พอใจ

“ไปทำกับสุพรรญาเลขาเก่าผม สามีเขามีร้านอาหารไทยอยู่ที่โน่น แต่อาหารยังไม่ลงตัว เขาเลยอาสาไปช่วย”

ประนอมที่อยู่ร่วมประชุมด้วยนั่งนิ่ง รู้ดีถึงสาเหตุการไปครั้งนี้ของมาลัยวรรณ พอใครถามอะไรเทิดพันธ์ก็ชิงตอบแทนหมดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน จนมาลัยวรรณโวยว่าตนตอบเองได้ เขาหาว่าเธอไม่ชอบพูดสิ่งที่ควรพูด จึงช่วยตอบให้...จากนั้นก็บ่นอีก

“ไอ้เรื่องนี้ควรจะบอกผม ปรึกษาผมก่อนที่จะตัดสินใจไป”

พิซซี่กับแมนมองเทิดพันธ์อย่างเริ่มสงสัย ทำไมต้องปรึกษา เทิดพันธ์อ้างว่าตนเป็นเจ้านาย มาลัยวรรณเถียงว่าเจ้านายไม่ใช่เจ้าชีวิต และถ้าปรึกษาจะได้ไปหรือ เทิดพันธ์เสียงเข้มว่าไม่ หญิงสาวเบ้ปากทำนองแบบนี้ถึงไม่ปรึกษา ประนอมปรามให้ค่อยๆพูด พิมาลามองน้องสาวกับชายที่เขาคิดว่ารักตนเถียงกันก็เริ่มเห็นอะไรบางอย่าง

ครั้นมาลัยวรรณทำท่าจะไป เปรมโพล่งขึ้นว่า

“วรรณ อย่าเพิ่งไป เชื่อพี่ อยู่ร่วมงานแต่งงานของพี่กับพี่หมี่ก่อน”

ทุกคนชะงักหันมองเปรมกับหมี่ด้วยความตกใจ หมี่ยิ้มหวานชูนิ้วที่สวมแหวนให้ดูพร้อมบอกว่าจดทะเบียนกันแล้ว ทุกคนเปลี่ยนมายินดีกับหมี่และเปรม และห้ามมาลัยวรรณไปในช่วงนี้ เธอถอนใจที่ถูกกดดัน แถมพิมาลายังกระซิบ เราต้องคุยกัน มาลัยวรรณหน้าจ๋อย

เทิดพันธ์แยกมาซักไซ้ประนอมว่ารู้เห็นเป็นใจกับมาลัยวรรณหรือไม่ ประนอมหน้าเจื่อนๆยอมรับว่ารู้นิดหนึ่ง เขาเอ็ดที่ป้าไม่บอกกันบ้างเพื่อจะได้หาทางเปลี่ยนใจมาลัยวรรณ

“คือ...ป้าเป็นคนให้ความสำคัญกับการเก็บความลับนะคะ ป้ารู้หลายเรื่องเลย แต่ไม่อยากพูดมาก” เทิดพันธ์สั่งให้พูด “เอ้า! ก็ป้าพูดอยู่ว่าไม่อยากพูด ยังจะมาคาดคั้นอะไรกันคะ เรื่องบางเรื่องคุณเทิดลองสังเกตเองเดี๋ยวก็มองเห็น” ประนอมพูดเป็นนัยๆให้ค่อยๆมอง ค่อยๆคิด

ด้านพิมาลาดึงมาลัยวรรณมาคุยลำพัง ต่อว่าที่ไม่บอกก่อนตัดสินใจ มาลัยวรรณอ้างเห็นพี่ยุ่งหลายเรื่องไม่อยากกวนใจ พิมาลาพูดอย่างจริงจังว่าเรื่องของน้องไม่ใช่เรื่องกวนใจ แล้วถามว่าพ่อแม่รู้หรือยัง ผู้เป็นน้องส่ายหน้าหลบตา ผู้เป็นพี่สงสัยในพฤติกรรม

“วรรณมองหน้าพี่...ที่จะไปทำงานเมืองนอกไปเพราะอยากไป หรือไปเพราะจำเป็นต้องไป ปกติถ้าอยากไปวรรณจะรีบบอกทุกคนโดยเฉพาะคนในครอบครัว แล้วก็บอกอย่างมีความสุข แต่ตอนนี้เหมือนจริงๆแล้ววรรณไม่อยากไปแต่จำเป็นต้องไป มีอะไรหรือเปล่า”

“ไม่มีเลย พี่พิมนี่คิดมาก วรรณอยากไปสิ ไปทำงานในร้านอาหารที่ลอนดอนเก๋จะตาย แต่ที่วรรณเครียด เครียดเรื่องอื่นมากกว่า”

พิมาลาถามว่าเรื่องอะไร มาลัยวรรณทำตลกกลบเกลื่อน

“ก็...ถ้าพี่พิมเกิดรับปากแต่งงานกับคุณเทิดตอนวรรณไปแล้ว วรรณก็ต้องเสียเงินบินกลับมาร่วมงาน เพราะฉะนั้นถ้าพี่พิมเซย์เยสตอนนี้ ก่อนวรรณจะไป วรรณก็ไม่เครียดแล้ว”

พิมาลามองน้องสาวอย่างคาใจ ตะขิดตะขวงแปลกๆ

ooooooo

เปรมมาบอกข่าวฤกษ์ เขายินดีด้วยและเตือนอย่าทำพลาดอย่างเขา เพราะความไว้วางใจมันเรียกกลับมาไม่ได้จริงๆ เปรมปลอบว่าไม่แน่เพราะตอนนี้ใจเริงออกไปจากชีวิตเขาแล้ว

“ตอนนี้มันไม่เกี่ยวกับเริง พิมเขากำลังมีชีวิตที่ดี ฉันคงไม่มีความหมายสำหรับเขาแล้ว”

“เฮ้ย อย่าเพิ่งหมดหวัง ละครชีวิตมันต้องดูกันยาวๆ” เปรมตบไหล่ปลอบเบาๆ แล้วนึกได้ “เออ อีกเรื่อง ทางช่องเพิ่งเรียกฉันไปคุย เขาบอกว่าตอนนี้ข่าวแกเงียบไปแล้ว แกจะกลับมาทำรายการก็ได้นะ เขาโอเค”
ฤกษ์ปฏิเสธขอทำหน้าที่พ่ออย่างเดียวก่อน

ช่วงลูกสองถึงสามขวบเป็นช่วงสำคัญ สมองเด็กจะจำทุกอย่างที่เราสอนและเลียนแบบพฤติกรรมจำไปตลอดชีวิต ต้องมีเวลาให้ลูกมากๆ เปรมถึงกับทึ่งกับความเป็นพ่อของฤกษ์ ตั้งใจจะรีบมีลูกให้ทันเขา ฤกษ์พร้อมให้คำแนะนำเพราะอ่านตำราไว้มาก แล้วเปรยว่า ช่วงนี้มีคนแต่งงานหลายคู่ เปรมสงสัยใครจะแต่งอีก

เย็นวันนั้น เทิดพันธ์ยังคาใจบ่นกับพิมาลาว่า ต้องไม่ใช่แค่เรื่องงานที่ทำให้มาลัยวรรณลาออก เหมือนเธอมีอะไรในใจ อยากให้ช่วยคุยกับมาลัยวรรณ พิมาลาเล่าถึงคำพูดของน้องที่ว่ากลัวเสียเงินบินกลับมางานแต่งงานเรา เทิดพันธ์ยิ้มแต้เปลี่ยนเรื่องทันที

“เพื่อไม่ให้วรรณคิดมาก พิมก็รีบตัดสินใจเลยสิครับ จัดต่อจากงานของคุณหมี่ก็ได้ วรรณจะได้อยู่ร่วมสองงาน บางทีอยู่ไปนานๆอาจจะเปลี่ยนใจ นะครับ แต่งงานกับผมนะ”

“เดี๋ยวนะคะ พิมว่ามันคนละประเด็น เอาเป็นว่าเรื่องวรรณพิมจะลองคุยกับเขาอีกที ส่วนเรื่องแต่งงานพิมขอเวลาคิดก่อนนะคะ”

“พิมบอกได้ไหมทำไมถึงลังเลเรื่องแต่งงานกับผม เพราะฝังใจกับอดีตที่ผมเคยนอกใจใจเริง กลัวว่าจะเหมือนกับที่คุณฤกษ์นอกใจคุณ หรือคุณยังรักคุณฤกษ์อยู่”

คำถามเทิดพันธ์จี้ใจหญิงสาวอย่างมาก พิมาลาพยายามตั้งสติตอบ

“หนึ่ง พิมไม่เอาอดีตมาตัดสินอนาคต เพราะฉะนั้นไม่เกี่ยวกับอดีตของคุณกับเริงแน่นอน สอง ระหว่างพิมกับพี่ฤกษ์ไม่มีอะไรมากไปกว่าเพื่อนบ้าน และอดีตสามี... มีเท่านี้จริงๆค่ะ”

“ถ้าไม่เกี่ยวกับคุณฤกษ์และเริงจริง มันก็เกี่ยวกับตัวคุณเอง เอาเป็นว่าถ้ามันยาก ผมยังไม่เอาคำตอบเรื่องแต่งงาน แต่ผมอยากรู้แค่ว่าคุณรักผมบ้างไหม อยากรู้แค่นี้ก่อน ถ้ารักผมจะได้รอ”

พิมาลาอึ้งไม่อาจให้คำตอบได้...สุดท้ายต้องปรึกษาหมี่ในระหว่างที่มาช่วยเลือกชุดแต่งงาน หมี่ถามคำเดียวว่ารักเทิดพันธ์ไหม พิมาลาส่ายหน้า พิซซี่ซึ่งฟังอยู่ด้วยรู้สึกสงสารชายหนุ่มที่ช่างอดทนและให้โอกาส

พิมาลาเปลี่ยนเรื่องถามถึงของชำร่วยและการ์ดจะเอาอย่างไร หมี่คิดว่าการ์ดจะทำรูปแชร์ไปตามเฟซตามไลน์ เพราะงานนี้มีแต่เพื่อนและญาติสนิท พิมาลาเห็นดีไม่สิ้นเปลือง

ในคอนโดของปีเตอร์ ใจเริงนอนหายใจรวยรินสภาพสะบักสะบอม ใบหน้ามีแต่รอยช้ำ พยายามจะลุกจากเตียง ปีเตอร์ตื่นขึ้นมาควานมือหยิบบัตรเครดิตแบล็กการ์ดสีดำหรูส่งให้

“ฉันทำบัตรเสริมไว้ให้ วงเงินไม่จำกัด อยากได้อะไรก็ไปซื้อเอา” พูดจบก็นอนต่อ

ใจเริงรับบัตรมากำไว้ ไม่คิดว่าตัวเองจะตกอยู่ในสภาพนี้...

บ่ายวันนั้น ใจเริงสวมแว่นดำใส่เสื้อแขนยาวมีผ้าพันคอปิดบังรอยช้ำบนร่างกาย มีบอดี้การ์ดเดินตามสองคน เดินช็อปปิ้งในห้างสรรพสินค้า ตั้งใจซื้อของแบรนด์เนมทุกอย่างให้คุ้มกับความเจ็บปวดที่ได้รับ

ขณะที่บอดี้การ์ดเอาของไปเก็บรถ ใจเริงเดินมาเจอพิมาลากับหมี่เข้าอย่างจัง จะหลบก็ไม่ทัน ต่างคนต่างอึ้ง พิมาลาทักก่อนว่าสบายดีไหม ใจเริงฝืนยิ้มเชิดหน้าตอบ

“สบายดี นี่ก็มาช็อปปิ้ง มาตั้งแต่เช้าแล้วยังช็อปไม่จบเลย ซื้อเยอะมากถือไม่ไหวเลยให้คนรถเอาไปเก็บที่รถน่ะ”

พิมาลาดีใจด้วยกับความสุขของเพื่อน ใจเริงขอตัวไปซื้อของต่อ พอหันหลังรอยยิ้มทั้งหมดก็หายไป บอดี้การ์ดเดินกลับมารับถุงในมือเธออีก แต่เผอิญโดนแขนเธอ ใจเริงร้องโอ๊ยออกมา ของในมือหล่นเพราะเจ็บไปหมดทั้งตัว รีบย่อลงเก็บกระเป๋า

พิมาลาเห็นรอยช้ำใต้แว่นของเพื่อนก็ตกใจ ประกอบกับผ้าพันคอหลุดออก ยิ่งเห็นรอยช้ำที่คอและไหล่

“เริง หน้าไปโดนอะไรมา ทำไมตามตัวก็มีรอยช้ำเต็มไปหมด เกิดอะไรขึ้น หรือว่าภรรยาคุณสุรทินเขายัง...”

“ไม่มีอะไร ก็แค่อุบัติเหตุทั่วไป พอดีตอนนี้เริงชอบต่อยมวยน่ะ ก็เลยมีพลาดบ้าง” ใจเริงรีบแก้ตัวแล้วตัดบทขอตัว พอเดินพ้นมาได้ ความเข้มแข็งก็มลาย น้ำตาของความอ่อนแอทะลักทลายออกมา

กลับถึงออฟฟิศ พิมาลายังสงสัยไม่หาย หมี่เล่าว่าเคยสัมภาษณ์ผู้หญิงที่โดนสามีซ้อม มีรอยแผลแบบใจเริง พิซซี่เช็กดูไอจีของสุรทินเห็นว่าเขามีสาวคนใหม่นั่งหน้ารถแล้ว พิมาลาอยากรู้ว่าใครกันที่ทำร้ายใจเริง

ระหว่างที่ทุกคนกำลังสงสัย ใจเริงกลับมาคอนโดได้ยินปีเตอร์กำลังด่าลูกน้อง และว่าถ้าทางนั้นสู้ก็ฆ่ามันทิ้ง เขาต้องเป็นผู้ชนะ ใจเริงตกใจและสงสัยว่าปีเตอร์ทำงานเกี่ยวกับอะไร พอดีเขาหันมาเห็นเธอกลับมา ก็เกิดอารมณ์ดึงมากอดซุกไซ้ ไม่ฟังเสียงขอร้องของเธอ หลังจากนั้นก็มีเพียงเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของใจเริง

ooooooo

เช้าวันใหม่ ฤกษ์เล่นกับลูกชาย พูดคุยราวกับลูกจะเข้าใจว่าคิดถึงน้าพิม ส่วนพ่อคิดถึงมาก แต่เธอโกรธพ่อ ให้ลูกช่วยพ่อง้อ เด็กน้อยหัวเราะ ฤกษ์ทึกทักว่าลูกเต็มใจช่วย ชื่นชมช่างเป็นอภิชาตบุตรจริงๆ

เสียงพิมาลาดังขึ้นว่าหลอกใช้เด็ก ฤกษ์สะดุ้งตกใจ ไม่รู้ว่าเธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่ หญิงสาวได้ยินตั้งแต่ต้น

เขาจะอธิบายแต่เธอแย่งพูดก่อน

“บอกเลย...ไม่มีประโยชน์ นอกจากจะเสียเวลาแล้วยังมีความผิดโทษฐานใช้แรงงานเด็ก”

“แล้วจะไปฟ้องกระทรวงแรงงานเลยหรือเปล่า”

พิมาลาไม่ตอบแต่ทำหน้าดุใส่

“อ้าว พิมนี่ มาดุพี่ทำไม พี่ก็แค่ถามดีๆ สรุปตาโจช่วยพี่ง้อพิมไม่ได้จริงๆเหรอ”

“ไม่ได้ ไม่มีใครช่วยได้ ไม่ว่าจะตาโจหรือขนมตาล!” พิมาลายื่นถุงขนมตาลที่เขาไปฝากไว้ให้ที่บ้านคืน ย้ำว่าทีหลังไม่ต้องซื้อเพราะตนไม่ชอบขนมนี้แล้ว

ฤกษ์จับมือเธอเว้าวอน “พิมแยกแยะหน่อยสิ พี่ก็แค่ผ่านร้านขนมตาลที่พิมชอบ ก็เลยซื้อมาฝากในฐานะเพื่อนบ้าน พิมโกรธพี่ไม่เห็นต้องโกรธขนมตาลเลย รับไปเถอะนะ เดี๋ยวมันเสียใจ”

พิมาลาหยิบไว้หนึ่งชิ้นแต่ไม่วายพูดเหน็บว่าตนไม่มักมาก เขาน่าจะเรียนรู้ไว้จะได้ไม่ต้องมาเสียใจแบบนี้ เธอไม่รับฟังที่ฤกษ์บอกว่าเรียนรู้แล้วเข็ดขยาดจริงๆ กลับแสดงความยินดีด้วยแล้วหันหลังเดินกลับ

ระหว่างทางเธอกินขนมตาลในมือแล้วเผลอยิ้ม พอเข้ามาในบ้านพ่อกับแม่ปรี่เข้าซักเรื่องมาลัยวรรณจะไปทำงานที่อังกฤษ น้องมีเรื่องอะไรไม่สบายใจ พิมาลารับปากจะสอบถามน้องให้

ooooooo

ตลอดวัน เทิดพันธ์หงุดหงิดตามซักถามมาลัยวรรณ ทำไมต้องลาออก เงินเดือนน้อย เบื่อหรือว่าเกลียดตน หญิงสาวบอกผิดทุกข้อ แล้วอ้างว่าที่ไปเพราะอยากเจอสิ่งใหม่ๆ มันท้าทายดี

“ถ้านี่คือคำตอบ ไม่ต้องลาออก ผมมีความลับจะบอก ผมกำลังวางแผนขยายสาขาไปพม่า แล้วก็ลาว มันท้าทายสุดๆ คุณได้ลองอะไรใหม่ๆแน่ เพราะฉะนั้นห้ามลาออกเด็ดขาด”

“คุณ...คิดว่าฉันทำได้เหรอ”

“ได้สิ ที่ร้านเราติดตลาดอย่างรวดเร็ว คนมากินแล้วกลับมากินซ้ำ มีเมนูใหม่ๆตลอดก็เพราะคุณทั้งนั้น ถ้าไม่มีคุณผมแย่แน่ๆ”

“ฉัน...สำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ” มาลัยวรรณถามจากหัวใจ

“มาก...คุณสำคัญกับผมมากนะ ผมบอกเลย ถ้าไม่มีคุณ ผมทำร้านไม่สำเร็จแน่ คุณมีความอดทน ตั้งใจใส่ใจและเข้าใจผมทุกอย่าง เข้าใจว่าผมชอบอะไร ต้องการอะไร คุณทำโดยที่ผมไม่ต้องพูดสักคำ อะไรบางอย่างที่คนอื่นไม่รู้ คุณก็รู้ ทุกครั้งที่ผมเจอปัญหาและคิดไม่ออกว่าจะแก้มันยังไง คุณจะเป็นคนหาทางออกดีๆให้ผมได้เสมอ คุณมีความสำคัญกับผมจริงๆ”

มาลัยวรรณซาบซึ้งใจจนทำนบน้ำตาแตก เทิดพันธ์ตกใจหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาส่งให้ หญิงสาวซับน้ำตาและสั่งน้ำมูกอย่างแรง เขาเลยบอกว่าไม่ต้องคืน...แล้วขำอย่างเอ็นดูราวกับเธอเป็นเด็กน้อย

“ฉันโตแล้ว!”

“อ่ะๆ โตแล้ว แต่ยังร้องไห้ขี้มูกโป่งเป็นเด็กไปได้”

“ก็มาพูดซึ้งทำไมล่ะ คนยิ่งอ่อนไหวอยู่”

เทิดพันธ์หัวเราะอารมณ์ดีอย่างไม่รู้ตัวว่าเขามักจะหัวเราะได้เวลาอยู่กับมาลัยวรรณ พอเธอรู้สึกดีขึ้นถามเขาว่า ถ้าตนไม่ลาออก เขาจะเห็นความสำคัญของตนหรือเปล่า เขาตอบทันทีว่า

“ไม่เห็น”

มาลัยวรรณมองตาขุ่น เทิดพันธ์ทำท่าคิด

“ก็จริงนะ บางทีอะไรบางอย่างมันอยู่ใกล้มากๆ เราก็ลืมมองไป เมื่อกี้ผมพูดออกมาจากใจจริงๆเลยนะ มันเหมือนผมเองก็เพิ่งรู้ว่าคุณโคตรสำคัญกับผมเลย...ตกลงเปลี่ยนใจไหม”

มาลัยวรรณแอบซึ้งใจ แต่ก็ยังปวดใจถ้าต้องเห็นเขาใกล้ชิดกับพี่สาว

พิมาลายืนมองทั้งสองคนตั้งแต่ต้น เริ่มแน่ใจว่ามีอะไรบางอย่างที่ทำให้ทั้งสองคนยังไม่รู้ใจตัวเอง

คืนนั้นพิมาลาเข้ามาคุยกับมาลัยวรรณ ถามหยั่งเชิงว่า

“วรรณคิดว่าคุณเทิดเขารักพี่จริงหรือเปล่า”

“จริงสิ ทำไมพี่พิมถามแบบนี้”

“แล้ววรรณคิดว่า...พี่รักเขาหรือเปล่า”

มาลัยวรรณมองหน้าพี่สาวแต่ไม่ตอบคำถามนั้น พิมาลาจึงตั้งคำถามใหม่

“แล้ววรรณล่ะ วรรณชอบคุณเทิดหรือเปล่า”

“พี่พิม! ถามไรเนี่ย ไปกันใหญ่แล้ว” พิมาลาคาดคั้นให้ตอบ “วรรณ...ชอบคุณเทิดที่เขาเป็นคนดี เป็นคนจริงจัง จริงใจ แล้วก็ปรับตัวเก่ง เคยหมดตัวแต่ลุกขึ้นมาสู้ได้ วรรณชื่นชมเขาในจุดนั้น แต่...มันไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นค่ะ พี่พิมไม่ต้องห่วงนะคะ ถึงวรรณกับคุณเทิดจะสนิทกัน แต่มันไม่มีอะไรมากไปกว่าเจ้านายลูกน้องค่ะ มันมีแค่นั้นจริงๆค่ะ”

มาลัยวรรณฝืนยิ้มยืนยัน พิมาลารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวน้อง เริ่มมั่นใจว่าน้องคิดอย่างไรกับเทิดพันธ์

ooooooo

ในคืนเดียวกัน น้องโจมีไข้ร้องกวนจนฤกษ์ต้องคอยเช็ดตัวไม่ได้หลับนอน หนำซ้ำรุ่งเช้าเขาติดไข้ลูกนอนซมไปอีกคน ผ่องใสอุ้มน้องโจไปดูแลให้เขานอนพัก แล้วคิดบางอย่างได้โทร.ขอให้พิมาลาเอายาลดไข้มาให้ฤกษ์ที่บ้าน บอกตนกับแอ๊ดพาน้องโจไปหาหมอ แอ๊ดแซวว่าน่าจะให้ตุ๊กตาทอง

ขณะที่พิมาลานำยาไปให้ฤกษ์ที่บ้าน เทิดพันธ์ขับรถมาเห็นเธอเดินเข้าบ้านฤกษ์พอดี ตัดสินใจตามไปแอบมอง

ฤกษ์เดินสะลึมสะลือลงมาข้างล่าง ร้องเรียกแอ๊ดแล้วหมดแรงทิ้งตัวลงนอนบนโซฟา พิมาลาเข้ามาเรียก เขาปรือตามองคิดว่าตัวเองฝัน พึมพำให้ช่วยตบอยากรู้ว่าฝันหรือความจริง หญิงสาวจึงหยิกแขนเขาเต็มแรง ฤกษ์เจ็บร้องลั่นโอดโอยว่าหยิกตนทำไม

“ก็ดีกว่าตบนะคะ ถ้าตบเจ็บกว่านี้แน่...ตกลงรู้หรือยังว่าจริงหรือฝัน”

ฤกษ์บ่นพึมพำว่าเจ็บขนาดนี้ไม่รู้ได้อย่างไร พิมาลาบอกว่าผ่องใสให้เอายามาให้ พอส่งยาใส่มือเขาก็สัมผัสได้ว่าตัวเขาร้อนจัด รีบเร่งให้ทานยา เขายิ้มปลื้มที่เธอห่วง เธอเก๊กหน้าทันที

“ไม่ได้ห่วงสักหน่อย พิมก็พูดไปตามมารยาท หรือจะพูดว่าไม่ต้องกินยา นอนให้ไข้ขึ้นช็อกตายไปเลย จะให้พูดแบบไหน”

“พิมอ่ะ...ใจร้ายอีกแหละ” ฤกษ์อ้อนเสียงแหบแห้ง

“คำก็ใจร้าย สองคำก็ใจร้าย แล้วที่เมื่อก่อนพี่ฤกษ์ทำกับพิมเรียกว่าอะไร...”

“ใจหมา...” ฤกษ์พูดลอยๆ หญิงสาวขำพรวดออกมา เขายิ้มเพลียๆ “ด่าตัวเองแล้วทำให้พิมขำได้ พี่จะด่าตัวเองทุกวันเลย ดีไหม”

พิมาลาว่าเขาเพ้อเจ้อ แล้วเร่งให้ทานยา พอลุกจะกลับเกิดความลังเลเป็นห่วง ถามเขากินข้าวหรือยัง ฤกษ์ส่ายหน้า เธอถอนใจและอดไม่ได้ที่จะทำข้าวต้มให้... เทิดพันธ์มาเห็นท่าทีของทั้งสองก็รับรู้ได้ถึงความรักความผูกพันของทั้งสองคน

พิมาลายกข้าวต้มมาวาง ฤกษ์อ้อนขอให้ป้อน หญิงสาวทำเสียงดุอย่าเรียกร้องมาก เขายิ้มแหยๆบอกลองดูเผื่อฟลุก เธอสวนทันทีว่าไม่มีคำว่าฟลุก แล้วทำท่าจะกลับ ฤกษ์คว้ามือเธอไว้ พิมาลารู้สึกหวั่นไหวแต่ตัดใจดึงมือออกช้าๆ เขาขอบคุณน้ำเสียงเศร้า เธอพยักหน้ารับแล้วเดินไป

เทิดพันธ์กลับมานั่งรอที่บ้าน พิมาลามาถึงขอโทษที่ให้รอ จะไปหยิบกระเป๋า เทิดพันธ์เรียกเธอไว้

“พิม...ผมมีเรื่องจะขอโทษ ผมขอโทษที่เมื่อกี้ผมเดินตามพิมเข้าไปในบ้านคุณฤกษ์ แล้วก็แอบดูตอนที่คุณอยู่กับเขา ผมรู้ว่ามันไม่ควรทำ แต่ที่ผมทำเพราะต้องการรู้คำตอบบางอย่าง แล้วตอนนี้ผมก็รู้แล้ว...รู้ว่า เวลาที่คุณอยู่กับคนที่คุณรักคุณเป็นยังไง เมื่อกี้ตอนที่คุณอยู่กับคุณฤกษ์ ถึงจะประชดประชันกัน แต่คุณก็ยังมีความเป็นห่วง ยังมีความเอื้ออาทร มีความผูกพัน แล้วก็มีความสุข...ผมรู้แล้วว่าเรื่องแต่งงานของเรามันคงเป็นไปไม่ได้ ผมได้คำตอบแล้ว”

พิมาลาร้อนตัวเล็กน้อย แต่ก็ตัดสินใจพูดตรงๆ “พิมขอโทษนะคะที่ตอบคุณช้าไป ปล่อยให้คุณต้องรอ แต่พิมก็อยากให้คุณลองคิดดูดีๆนะคะ ว่าจริงๆแล้วระหว่างเรามันคืออะไร ถ้าความรักของคุณคือ...การได้อยู่กับใครสักคนที่เป็นห่วงกัน มีความเอื้ออาทรให้กัน มีความผูกพันแล้วก็มีความสุข พิมคิดว่าพิมก็ไม่ใช่คำตอบของคุณเหมือนกัน”

“แต่ผมว่าใช่...”

“แน่ใจเหรอคะว่าตอนอยู่กับพิมแล้วมีความสุข ตั้งแต่รู้จักกัน พิมยังไม่เคยเห็นคุณหัวเราะแบบสุดๆ หรือขำหรือยิ้มอย่างมีความสุขมากๆเลย ระหว่างเราบางทีอาจจะเป็นแค่ความสงสารก็ได้นะคะ ความสงสารกับความรักมันใกล้กัน แต่มันต่างกัน...ลองคิดดูดีๆนะคะว่าใครกันแน่ที่ทำให้คุณมีความสุขเวลาอยู่ด้วยกัน บางทีมันอาจจะใกล้จนคุณมองข้ามไปก็ได้”

เทิดพันธ์งุนงง พยายามคิดว่าเธอหมายถึงใคร ตั้งแต่วันนี้พิมาลาขอขับรถไปทำงานเอง ให้เหตุผลว่าห่างกันบ้างเขาจะได้มีเวลาค้นใจตัวเอง พอพูดออกไปแล้วรู้สึกโล่งสบายใจขึ้นมาก

ค่ำนั้นเทิดพันธ์ยังคิดไม่ออกนั่งปรึกษาประนอม เธอก็พูดเหมือนที่พิมาลาพูด เขาระบายความในใจว่าตอนเห็นพิมาลาใกล้ชิดกับฤกษ์ มันเจ็บแต่ไม่มาก ตรงกันข้ามกลับโล่งอกเหมือนไม่ต้องรออะไรอีก ถ้าพิมาลาจะกลับไปคืนดีกับฤกษ์ตนก็ยินดีด้วย เพราะฤกษ์พิสูจน์ตัวเองแล้ว

“ดีแล้วค่ะคุณ คิดแบบนี้เราก็มีความสุข คราวนี้คุณก็ไม่ต้องรอคำตอบจากคุณพิมแล้ว กลับมาหาคำตอบของตัวเองดีกว่า ลองคิดดูดีๆนะคะว่าจริงๆรักใครกันแน่”

“มาอีกคนแล้ว ทำไมมีแต่คนให้มาคิดดูดีๆ คิดดีแล้วเนี่ย คิดไม่ออก เฉลยเลยได้มั้ย ใครวะ” เทิดพันธ์บ่นอุบ ประนอมถอนใจ กลอกตาไปมา ไม่ยอมเฉลย

ooooooo

วันต่อมา พิซซี่กับแมนค้นรูปผู้ชายคนใหม่ของใจเริงได้ เอาให้พิมาลาดูพร้อมบอกว่าเป็นเพื่อนสุรทินและเป็นนักธุรกิจสายสีเทา ค้าอาวุธเป็นมาเฟียใหญ่ กำลังแข่งประมูลอาวุธสงครามกับเจ้าพ่อตระกูลดังอีกราย ห้ำหั่นกันถึงเป็นถึงตาย

พิมาลาใจหายวาบรีบโทร.หาสุรทิน ครั้นรู้เรื่องราวจากสุรทินแล้ว พิมาลาก็อดเป็นห่วงใจเริงไม่ได้ มาดักพบเธอที่ล็อบบี้คอนโดของปีเตอร์ ตอนแรกใจเริงตกใจคิดว่าลูกเป็นอะไร แต่พอพิมาลาบอกว่าที่มาเพราะเป็นห่วงเพื่อน ใจเริงหัวใจวูบไหวไม่คาดคิด แต่ด้วยทิฐิไม่ยอมเสียฟอร์ม

“พิมเป็นบ้าหรือเปล่าเนี่ย จำไม่ได้หรือว่าเริงทำอะไรกับพิมไว้บ้าง ทั้งแย่งพี่ฤกษ์ ทั้งทำร้ายจิตใจสารพัด แล้วยังจะมาบ้าทำดีกับเริงทำไม หรืออยากทำดีเพื่อให้เริงรู้สึกผิด”

“พิมไม่ได้ตั้งใจทำดี พิมแค่ทำหน้าที่เพื่อน คนเป็นเพื่อนกันให้อภัยกันได้ทุกอย่างนะเริง เรื่องระหว่างเราสามคน มันก็ผิดกันหมดทั้งสามคน พิมไม่เคยโยนความผิดให้เริงคนเดียว แล้วเรื่องนั้นก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ เริงมีอะไรให้พิมช่วยไหม” พิมาลาหยิบยื่นความเมตตาให้เต็มที่

“พิมรู้ตัวรึเปล่าว่าตัวเองเป็นคนดีจนบ้า...ดูเริงตอนนี้สิ เริงต้องการความช่วยเหลือเหรอ ชีวิตเริงดีจะตาย อยู่ก็ดี กินก็ดี มีของแพงๆใช้”

“เริงมีของพวกนี้ มีชีวิตแบบนี้แล้วเริงต้องแลกกับอะไร มันคุ้มกันไหมเริง”

“เราเดินมาไกลเกินกว่าที่จะมาคิดเรื่องนั้นแล้วพิม เรามาไกลมากแล้วจริงๆ อย่ามายุ่งกับเราอีกเลย”

ใจเริงกลั้นน้ำตาเดินหนีไป พิมาลาพยายามเรียกแต่อีกฝ่ายไม่หันกลับมา จำต้องตัดใจไม่เข้าไปยุ่งกับชีวิตเพื่อนอีกทั้งที่ไม่เข้าใจนัก ฝ่ายใจเริงนั้นพอเข้ามานั่งในรถ ก็สุดจะเก็บกลั้นความรู้สึก ปล่อยโฮออกมาเพราะความดีของเพื่อน

พิมาลากลับมาถามหมี่ว่าตนบ้าเหมือนที่ใจเริงว่าหรือเปล่า หมี่ไม่แปลกใจเลยเพราะเคยเห็นยิ่งกว่านี้ เตือนให้รู้จักปล่อยวาง ที่ทำอยู่ดีที่สุดแล้ว และอยากรู้ว่า ตัดสินใจอย่างไรกับเทิดพันธ์ พิมาลาบอกว่าเคลียร์กันเข้าใจดี คงไปไม่ถึงการแต่งงาน หมี่ยิ้มสมใจ แย็บถามถึงสถาปนิกพ่อลูกอ่อน

“กับพี่ฤกษ์ พิมไม่มีอะไรต้องเคลียร์นี่คะ มันก็จบไปนานแล้ว”

“แน่ใจเหรอว่าจบ พิมยกโทษให้ใจเริง ไปหาเขา ไปถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ พิมก็น่าจะยกโทษให้คุณฤกษ์ได้เหมือนกัน พี่ไม่อยากให้พิมปิดกั้นตัวเองเพราะทิฐิ ลองเปิดใจให้โอกาสตัวเองได้เริ่มต้นใหม่อีกสักครั้ง ก่อนที่มันจะสายเกินไป”

พิมาลารับฟังอย่างครุ่นคิด

ooooooo

เปรมเอาการ์ดแต่งงานมาให้ฤกษ์ ถามว่าไปไหวไหม ฤกษ์ยอมรับที่ไม่อยากไปเพราะไม่อยากเห็นพิมาลากับเทิดพันธ์ควงกันให้บาดใจ แต่ก็จะอดทนไป

ตกค่ำพิมาลาเห็นมาลัยวรรณเก็บของใส่กระเป๋าเดินทางก็เข้ามาดึงของออก บอกว่าไม่ต้องไปไหนแล้ว ตนกับเทิดพันธ์จะไม่แต่งงานกัน เพราะเรายอมรับใจตัวเองกันแล้ว

“เราสองคนไม่ได้รักกัน พี่ไม่ได้รักเขาแล้วเขาก็ไม่ได้รักพี่ แต่พี่ก็ยังไม่ได้บอกเขาไปนะว่าจริงๆแล้วเขารักวรรณ แล้ววรรณก็ชอบคุณเทิด”

มาลัยวรรณเหวอทำตัวไม่ถูก พิมาลาเขกหัวน้อง ตำหนิว่าเรื่องใหญ่แบบนี้ทำไมไม่บอก รักใครชอบใครห้ามเก็บไว้คนเดียว ต้องบอกพี่...มาลัยวรรณตกใจที่พี่สาวรู้และกังวลว่าเทิดพันธ์จะรู้ด้วย

“คุณเทิดน่ะไม่รู้อะไรสักอย่าง ไม่รู้ว่าตัวเองชอบใคร แล้วก็ไม่รู้ว่าใครชอบตัวเอง สงสัยจะทำแต่งานมากไปหน่อย”

“แล้ว...พี่พิมรู้ได้ยังไงคะว่าเขาชอบวรรณ”

“ก็เพราะน้องสาวพี่น่ารักไง เขาก็เลยชอบ ไม่เห็นจะแปลก เลิกคิดเรื่องลาออก เรื่องไปเมืองนอกได้แล้วโอเคนะ”

มาลัยวรรณยังคาใจ ถ้ามันไม่เป็นจริงสักวันเทิดพันธ์ก็ต้องชอบคนอื่น พิมาลาขอให้เชื่อ ไม่นานเขาจะรู้ตัว มาลัยวรรณรู้สึกดีขึ้นโผกอดพี่สาวด้วยความรักและขอบคุณ

ooooooo

วันต่อมาเป็นงานแต่งงานของเปรมกับหมี่

เทิดพันธ์ดูความเรียบร้อยของดอกไม้และอาหาร ประนอมถามว่าเห็นมาลัยวรรณหรือยัง วันนี้เธอสวยน่ารักมาก ให้ชมเธอบ้าง

ชายหนุ่มงงนิดๆทำไมต้องสั่งไว้ แต่พอเห็นมาลัยวรรณยกของออกมาจัดวางก็ตะลึง อดหยอกเย้าหยิกแก้มเธอไม่ได้ หญิงสาวปัดมือเขาเขินๆ ถามหยั่งเชิงว่ามีอะไรอยากพูดกับตนไหม พอเขาบอกว่ามี เธอออกอาการตื่นเต้นทันที

แต่สิ่งที่เขาบอกกลับเป็นเรื่องงานครั้งก่อน ลูกค้าบ่นว่าน้ำสลัดให้น้อยไป งานนี้ทำเพิ่มด้วย หญิงสาวผิดหวังบ่นกระปอดกระแปดย้ำเตือนตัวเองว่าแบบนี้โดนสลัดทิ้งแน่

ธีมในงานนี้ทุกคนแต่งชุดขาว เจ้าบ่าวใส่สูทดำ เจ้าสาวอยู่ในชุดชมพูสดโดดเด่น...พิซซี่ควงสามีหนุ่มเข้ามา ทุกคนตะลึงช่างเป็นหนุ่มหล่อคมเข้มอะไรอย่างนี้ ถึงว่าพิซซี่ถึงยอมสามีและตามตบกิ๊กรายวัน

ฤกษ์ลังเลอยู่หน้างานไม่อยากเข้าไปเห็นพิมาลากับเทิดพันธ์ แต่แล้วก็ฮึดเพื่อเพื่อน เขาเดินเข้ามาในชุดขาวสง่างามภูมิฐาน พิมาลาหันมาเห็น ต่างคนต่างตะลึงมองกัน

ทันใดเทิดพันธ์เดินเข้าไปหาพิมาลาเพื่อบอกว่ามีบล็อกเกอร์เพื่อนเจ้าบ่าวสนใจอยากได้รายละเอียดโรงแรมเราจะช่วยโปรโมต ให้เธอไปช่วยคุยกับเขา พิมาลาจึงเดินตามเทิดพันธ์ไป ฤกษ์มองตามตาละห้อย

เปรมมาเรียกเพื่อนให้ไปถ่ายรูปด้วยกัน ฤกษ์ฝืนยิ้มแย้มแสดงความยินดีและชมว่างานจัดได้น่ารักมาก หมี่บอกเป็นฝีมือพิมาลา ไปชมเธอได้เลย...ได้ยินชื่ออดีตภรรยา ฤกษ์หน้าเศร้าลงทันใด

หลังจากพิมาลาคุยงานกับบล็อกเกอร์เสร็จ เดินกลับเข้างานเจอฤกษ์ดักรอปรบมือชื่นชม

“พิมนี่เป็นพนักงานดีเด่นจริงๆ จ้างคนเดียวทำได้หลายหน้าที่ ทั้งจัดงานแต่งงาน คุมร้านอาหาร เป็นพีอาร์ให้โรงแรม แถมยังเป็นว่าที่เจ้าสาวอีก เฮ้อ อิจฉาคุณเทิดจริงๆ”

“พิมก็เพิ่งรู้นะคะว่าใครได้เป็นสามีพิมคือผู้ชายที่น่าอิจฉา เพราะที่ผ่านมาดูเหมือนสามีเก่าจะไม่รู้สึกแบบนั้น”

พิมาลาประชดกลับ ทำเอาฤกษ์สะอึกด่าตัวเอง

“ก็ไอ้นั่นมันโง่ไง มันเลยไม่รู้ตัว แต่ตอนนี้มันเริ่มฉลาดขึ้นแล้วนะ”

พิมาลาสวนออกไปว่าสายเกินไป ฤกษ์จ๋อยสนิท หญิงสาวแอบสงสารแต่ทำไม่สนใจ

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement