วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เพลิงบุญ ตอนที่ 15


21 ก.ย. 2560 08:24
4,265,262 ครั้ง

เพลิงบุญ ตอนที่ 15

อ่านเรื่องย่อ

เพลิงบุญ

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

กฤษณา อโศกสิน

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ชนินทร ประเสริฐประศาสน์

ผลิตโดย:

บริษัท เมคเกอร์ วาย จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, ราณี แคมเปน,

ผ่องใสกับแอ๊ดตั้งข้อสงสัยว่าใจเริงมีผู้ชายใหม่ที่ให้สร้อยเพชร ถึงได้ใจเผ่นแน่บออกจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อคืน จนถึงป่านนี้ยังไม่กลับ มาลัยวรรณทึ่งเร็วไปไหม ผ่องใสบอกใจเริงสะกดคำว่าช้าไม่เป็น มาลีสงสารเด็กทำไมไม่ห่วงลูกบ้าง

“แม่นั่นคงคิดว่าตาโจเป็นเครื่องมือจับคุณฤกษ์ซะมากกว่า คงไม่คิดว่าเป็นลูก จะว่าไปถ้าเจอคนใหม่จริงๆ แล้วไปแบบไม่กลับมาเลยยิ่งดี ผ่องก็คุยกับคุณฤทธิ์ คุณฤกษ์แล้วนะคะ เด็กคนเดียวเลี้ยงกันเองได้”

จู่ๆน้องโจร้องไห้จ้าขึ้นมา พจน์แซวว่าเด็กไม่พอใจที่ไปว่าแม่เขา ผ่องใสสบโอกาส

“เออ สงสัยจะจริง แหม...รักแม่เหลือเกินนะตาโจ โอ๋ๆๆ อ้าว! เป็นอะไรเนี่ย ยิ่งโอ๋ยิ่งร้อง หนูพิมช่วยน้าอุ้มหน่อยสิเผื่อจะเงียบ”

พิมาลาลังเลไม่เคยอุ้มเด็กมาก่อน แต่ด้วยความเอ็นดูจึงรับมาอุ้มเขย่าเบาๆ น้องโจหยุดร้องไห้ทันที ยิ้มมองตาใส ทุกคนเห็นแล้วทึ่ง ยิ้มกริ่มอย่างพอใจ

ฤกษ์ตื่นมาถามหาน้องโจ ฤทธิ์บอกว่าผ่องใสอุ้มไปบ้านพิมาลา ฤกษ์แอบใจเต้นอยากไปเห็นหน้าคนรัก...พอฤกษ์ตามมาที่บ้าน เห็นพิมาลาอุ้มน้องโจ หยอกล้อหัวเราะเอิ๊กอ๊ากก็รู้สึกว่าภาพนี้เหมือนภาพในฝันที่เฝ้ารอ มาลัยวรรณเห็นฤกษ์ก็ร้องทัก พิมาลาชะงักวางหน้าไม่ถูก

ผ่องใสรีบเล่าว่าน้องโจร้องโยเย พอพิมาลาอุ้ม เงียบกริบทันทีแถมหัวเราะเอิ๊กอ๊าก ฤกษ์ยิ้มอีหลักอีเหลื่อพูดอะไรไม่ออก พจน์ปลีกตัวอ้างว่ามีงานค้างแล้วเดินไป มาลี มาลัยวรรณ ผ่องใสและแอ๊ดเอาอย่างหาข้ออ้างเดินไปเป็นแถว พิมาลาหน้าเจื่อนอุ้มน้องโจอยู่ต้องเผชิญหน้ากับฤกษ์

มาลัยวรรณรีบมาดักรอเทิดพันธ์ที่หน้าบ้านเพราะรู้ว่ากำลังมา พอเขามาถึงก็ขอให้เขาพาไปทำธุระปากซอย ชายหนุ่มเอะใจมีอะไรถึงไม่ให้เข้าบ้าน ตัดสินใจเดินสวนเข้าไป

พิมาลากับฤกษ์เพิ่งเจอกันครั้งแรกหลังจากหย่าที่อำเภอ พิมาลาถามขึ้นก่อน “พี่ฤกษ์ สบายดีไหมคะ”

“ถ้าต้องตอบตามมารยาทก็สบายดีครับ” พิมาลานิ่วหน้าสงสัยถ้าไม่มีมารยาท ฤกษ์ตอบ “ตกต่ำสุดๆ ตกงาน เมียทิ้ง”

“เมียคนไหนคะ?”

ฤกษ์หน้าเสียบอก “พี่มีเมียคนเดียว พิมก็รู้ ส่วนอีกคนคงเป็นกรรม แต่ตอนนี้คงใกล้หมดกรรม เริงเค้าคงหาที่เกาะใหม่ได้แล้วมั้ง แล้วพิมล่ะ เป็นยังไงบ้าง วันนี้ไม่ไปทำงานเหรอ”

“ร้านหยุดน่ะค่ะ หยุดทุกวันจันทร์”

“แล้ว...เรื่องที่ว่าไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับคุณเทิด เป็นยังไงบ้าง” ฤกษ์รอฟังคำตอบลุ้นๆ

หญิงสาวหมั่นไส้แกล้งตอบว่ามีความสุขดี พอเขาถามจะมีข่าวดีเมื่อไหร่ ก็ทำหน้ามีความสุขตอบว่าเร็วๆนี้ เห็นเทิดพันธ์แอบคุยกับมาลัยวรรณอาจจะวางแผนอะไรกันอยู่ ฤกษ์เจ็บปวดใจฝืนยิ้มแสดงความยินดี

เทิดพันธ์เดินเข้ามาพร้อมถุงเต็มมือ ฤกษ์ปรับสีหน้าทักทายและบอกตนกำลังจะกลับพอดี พิมาลาส่งน้องโจให้ จังหวะที่ทั้งสองอยู่ใกล้กัน ความรู้สึกหวั่นไหวเกิดขึ้นจนเทิดพันธ์รู้สึกได้ มาลัยวรรณเห็นสีหน้าเทิดพันธ์ก็ห่วงจิตใจเขา

ฤกษ์อุ้มลูกกลับไปด้วยสีหน้าเศร้า พิมาลาหันมาคุยกับเทิดพันธ์แก้เก้อ มาลัยวรรณรู้กาลเทศะรับของที่เทิดพันธ์ซื้อมาเข้าไปเก็บในครัว มาลีกับพจน์เดินมาคิดว่าฤกษ์ยังอยู่ก็ถามขึ้นว่าจะทานข้าวด้วยกันไหม พอคนที่หันมาเป็นเทิดพันธ์ ทั้งสองก็ตกใจ รับไหว้ยิ้มแห้งๆ

เทิดพันธ์รีบรุก “คุณอาครับผมมีเรื่องอยากปรึกษาคือ...ผมจะขอแต่งงานกับพิมครับ ผมกับพิมรู้จักกันมานานแล้ว ผมทำทุกอย่างตามธรรมเนียม เข้าตามตรอกออกตามประตู เราสองคนก็โตเป็นผู้ใหญ่ ผมคิดว่ามันไม่เร็วเกินไปถ้าจะขอตอนนี้ คุณอาทั้งสองคิดว่ายังไงบ้างครับ”

ทั้งพจน์และมาลีมองหน้ากันอึ้งๆ ยกให้เป็นการตัดสินใจของพิมาลา เจ้าตัวพูดไม่ออก ขอเวลาคิด อ้างเพิ่งจะหย่าขอตั้งหลักสักพัก เทิดพันธ์ถือว่าตนจริงใจแสดงเจตนารมณ์แล้ว

ooooooo

สองสามวันต่อมา สุรทินพาใจเริงมาพักที่คอนโดหรูริมทะเล ใจเริงมีความสุขกับชีวิตหรูหรา นุ่งทูพีซว่ายน้ำอวดโฉมยั่วยวน สุรทินเอาใจให้สร้อยแหวนเป็นของกำนัล

“เริงยังไม่เคยถามคุณเลย ทำไมคุณทินถึงฝังใจกับเริงมากขนาดนี้คะ คุณบอกว่าชอบเริงตั้งแต่เจอกันครั้งแรก ทำไมถึงไม่เคยลืมเริงเลยคะ”

“ผมคงเป็นคนชอบสะสมมั้งครับ...เหมือนคนที่ชอบงานศิลปะ ก็จะพยายามหางานศิลป์ชิ้นเยี่ยมมาครอบครอง ผมเป็นคนชอบของสวยๆงามๆ ชอบของที่หายาก ของที่ยูนีคโดดเด่นไม่เหมือนใคร ผมถึงชอบงานจิวเวลรี่เพราะอัญมณีแท้ๆสวยๆยุคนี้หายาก ถ้ามีโอกาสผมก็อยากได้มาเป็นของตัวเอง”

“คุณทินเปรียบเริงเป็นอัญมณีเลยเหรอคะ ไม่รังเกียจที่เริงเคยแต่งงานแล้ว มีลูกแล้วเหรอคะ” ใจเริงหลงปลื้มกับคำหวานที่คิดเข้าข้างตัวเอง ไม่ได้เฉลียวใจสักนิดระหว่างนั้นมีคนส่องกล้องดูสุรทินกับใจเริง คนที่ส่องกล้องคุยโทรศัพท์ไปด้วย “ค่ะพ่อ ท่าทางจะเลยเถิดอีกแล้ว พ่อส่งคนมาเลยค่ะ หนูคงต้องตัดไฟแต่ต้นลม พรุ่งนี้นะคะขอบคุณค่ะ”

วันต่อมาสุรทินกับใจเริงนั่งเล่นอยู่ริมหาด ใจเริงออดอ้อนถามถึงบ้านพักที่อังกฤษของเขา อยากให้พาไปพักที่นั่นบ้าง สุรทินรับปาก ใจเริงเอามือถือออกมาถ่ายเซลฟี่คู่ สุรทินไม่พอใจดึงมือถือไว้ห้าม อ้างไม่ชอบออกสื่อ ใจเริงอ้อนว่าตนแค่ลงในไอจีของตน เขาปัดว่าไม่พร้อม

“ก็ได้ค่ะ แต่ที่ไม่อยากให้เริงลง เพราะไม่อยากให้ใครบางคนเห็นหรือเปล่าคะ”

“คิดมาก ผมก็แค่ไม่ชอบให้คนอื่นมายุ่งเรื่องส่วนตัว ก็แค่นั้น อย่าคิดมาก”

“ก็ได้ค่ะ เริงจะไม่คิดมาก คิดมากไปก็ปวดหัว หน้าแก่ด้วย ขอตักตวงความสุขตรงหน้าไว้ก่อนดีกว่าค่ะ”

สุรทินชมว่าฉลาดมาก ใจเริงเชื่ออย่างหมดใจไม่ระแคะระคายสักนิดว่าภายใต้ความสุขนี้จะพบเจอกับอะไร...พอควงกันเดินกลับคอนโด ใจเริงชวนไปกินอาหารอิตาเลียนคืนนี้ เบื่อดินเนอร์ในห้องเต็มที อยากแต่งตัวอวดเครื่องเพชรบ้าง ไม่ทันที่สุรทินจะตอบ ก็มีมือมาจิกผมใจเริงกระชากไปตบ และตบซ้ำหลายฉาด ใจเริงร้องกรี๊ดๆสู้ไม่ได้ สุรทินต้องสั่งให้หยุด

“จิล สั่งให้คนของคุณหยุดเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่หยุดผมจะโกรธ และถ้าผมโกรธคุณรู้ใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

เสียงจิลดังขึ้นอย่างมีอำนาจสั่งให้พอ หญิงมือตบหยุดทันที ใจเริงหันมองจิลที่แต่งตัวชุดเฟอร์เดินมาพร้อมบอดี้การ์ด ถามด้วยความงุนงงว่าเธอเป็นใคร นี่มันเรื่องอะไร จิลฉะทันที

“ถ้าคิดจะนอนกับผัวชาวบ้าน หัดจำหน้าเมียเขาไว้ด้วย จะได้ไม่ต้องเจ็บตัวแบบนี้”

ใจเริงตกใจถามย้ำกับสุรทิน จิลกลอกตาคงต้องให้ตบอีกสักครั้งเผื่อจะเข้าใจ ใจเริงรีบลุกไปเกาะแขนสุรทินคิดว่าจะช่วยได้ แต่เขากลับพูดอย่างไม่ยี่หระ

“พอได้แล้วจิล คุณทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง ทีหลังถ้าจะมาบอกผมก่อน ผมจะได้ไม่ต้องเดินเข้ามาด้วย ผมไม่ชอบเห็นภาพความรุนแรง”

“ก็จิลโทร.แล้วคุณไม่รับ จะบอกได้ไงล่ะ”

สุรทินให้ส่งข้อความ จิลย้อนถามส่งแล้วจะอ่านหรือ ใจเริงยิ่งงงนี่มันอะไรกัน ถ้าเขารู้ก่อนแล้วจะเอาตัวรอด ไม่คิดปกป้องตนบ้างหรืออย่างไร จิลหัวเราะร่วน

“ปกป้อง...หวังว่าคนอย่างสุรทินจะมาปกป้อง ฝันไปเหอะ สิ่งเดียวที่เขาจะปกป้องก็คืออวัยวะที่เอาไว้ใส่ถุงยาง”

“เชิญ เชิญตบ ด่า จิกตีกันตามสบาย ผมเหนื่อย จะนอนแล้ว” สุรทินส่ายหน้าดันใจเริงไปให้จิล แล้วเดินไปอย่างไม่ยี่หระ ใจเริงร้องเรียกเขาเสียงหลง จิลจับไหล่ให้หันมา

“ฟังไว้นะ เธอไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่โดนคนของฉันตบสั่งสอน แต่เป็นคนที่นับไม่ถ้วน บางคนรู้ว่าเขามีเมียแล้วยังมายุ่ง แบบนั้นฉันจัดหนัก แต่ในฐานะที่เธอไม่รู้ ฉันมีโปรโมชั่นให้...รุมเลยจะได้จบไวๆ” จิลถอยออก

ใจเริงตะเกียกตะกายวิ่งหนีเข้าลิฟต์ไปได้ ยืนสับสนคิดถึงที่ผ่านๆมา พอเข้ามาในห้องพักเห็นสุรทินดื่มไวน์อย่างสบายใจ ก็โวยวายใส่ว่าเขามีเมียแล้วทำไมไม่บอก สุรทินเยาะ

“บอกแล้วคุณแคร์เหรอ ถามจริง ผู้ชายคนก่อนก็มีเมียแล้วไม่เห็นคุณแคร์เลย”

“นี่คือตัวตนที่แท้จริงของคุณเหรอ ไหนบอกว่ารักมาก รักตั้งแต่แรกพบ จะดูแลอย่างดี เป็นของมีค่า เป็นเพชร แล้วนี่มันอะไรกันฮะ!”

“ผู้หญิงนี่เพ้อเจ้อนะคิดว่าผู้ชายแบบนั้นมันจะมีจริงหรือไง จะบอกให้นะผู้ชายปากหวานหวังฟันทั้งนั้น คนดีจริงเขาไม่พูดกันมากหรอก แล้วอีกอย่าง ผมชอบอัญมณีจริงแต่พอได้มาแล้วผมก็ขาย ผมเป็นคนขี้เบื่อ”

“ทุเรศที่สุดเลย แกโกหกฉัน แกหลอกฉัน แกหลอกฉันทำไม กรี๊ดๆๆ”

“อย่ามาโวยวาย ระหว่างเราสองคนมันไม่มีความจริงใจอยู่แล้ว คุณมาหาผมเพื่อผลประโยชน์ ผมก็เข้าหาคุณเพื่อผลประโยชน์ วินวินอย่ามาเรียกร้อง ผมไม่ใช่ผู้ชายแสนดีที่คุณเคยผ่านมา เมียผมก็ไม่ใช่แม่พระเหมือนคุณพิม กลับไปซะ”

ใจเริงน้ำตาร่วงพรูไม่รู้จะกลับไปไหน สุรทินหยิบเงินให้สองแสนบอกให้ไปเสียก่อนที่จิลตามขึ้นมา ใจเริงโวยวายว่าเงินแค่นี้จะพออะไร ไม่ทันไรเสียงจิลดังมา ใจเริงกลัวตัวสั่นกำเงินไว้แน่นหลบหลังประตู พอจิลเปิดประตูเดินเทิ่งเข้ามาพร้อมการ์ด ก็พุ่งตัววิ่งหนีออกไปไม่คิดชีวิต หวาดกลัวงุนงงกับเหตุการณ์ ล้มลุก คลุกคลานไปที่เคาน์เตอร์ จ้างรถกลับกรุงเทพฯทันที

ooooooo

ผ่องใสใช้น้องโจเป็นสื่อ พอร้องไห้ทีไรก็อุ้มมาให้พิมาลากล่อม จนเธอเริ่มจะผูกพันกับเด็ก ผ่องใสกระซิบกับมาลีว่า ให้อุ้มบ่อยๆจะได้ติดมือ เผื่อรับเป็นลูกถาวร มาลีหน้าบอกบุญไม่รับเพราะเมื่อวานผู้ชายอีกคนเพิ่งมาขอลูกสาวแต่งงาน

เทิดพันธ์รู้สึกว่ามาลัยวรรณหลบหน้า พอเห็นเธอเดินอยู่แถวตลาดปากซอยก็จอดรถลงไปหา มาลัยวรรณ กำลังดูหนังสือเดินทางประเทศอังกฤษอยู่ที่แผงหน้าตลาด เทิดพันธ์เข้ามาทักจะหนีเที่ยวหรือ หญิงสาวสะดุ้งรีบวาง เขาเห็นเธอถือถุงหลายถุงก็ดึงมาช่วยถือแล้วบอกให้กลับเข้าบ้านพร้อมกัน เธออ้างยังซื้อของไม่ครบ เทิดพันธ์ไม่สนใจดึงเธอไปที่รถทันที

พอถึงรถเทิดพันธ์ก็ถามตรงๆ ไม่พอใจที่ตนขอพี่สาวเธอแต่งงานหรือ มาลัยวรรณแก้ตัวว่าไม่เกี่ยว เขาไม่เชื่อ คิดว่าเธอไม่พอใจเพราะไม่ทำตามที่เธอบอกให้รอไปก่อน เขายอมรับว่าไม่สบายใจ เห็นฤกษ์เดินเข้าออกบ้านบ่อยๆ แม้หญิงสาวจะปวดใจก็ต้องยืนยันว่าไม่ได้โกรธแค่เป็นห่วงกลัวเขาผิดหวัง

“คุณไม่อยากให้ผมเจ็บก็ต้องช่วยผมตามที่ตกลงกันไว้ไง”

“ฉันพยายามแล้วนะคุณ แต่พี่พิมเขานิ่งๆเฉยๆ ฉันไม่รู้จะช่วยยังไง”

เทิดพันธ์ถอนใจ เข้าใจว่าคนไม่รัก ต่อให้ซื้อน้ำเต้าหู้ให้ทุกวันก็ไม่รัก หญิงสาวมองหน้า ส่งถุงโรตีให้และบอกว่า เห็นเขาชอบกินเลยซื้อเจ้าอร่อยมาให้ ชายหนุ่มยังไม่เข้าใจความหมาย
มาถึงบ้าน เทิดพันธ์เห็นพิมาลาอุ้มน้องโจ หยอกล้อดูอบอุ่นราวแม่ลูกก็สะกิดใจนิดๆ ทักทาย “สวัสดีครับโจ...เห็นโจแล้วนึกขึ้นมาได้ ผมมีข่าวล่าสุดของใจเริงมาอัพเดตครับ”

พิมาลาชะงักสนใจฟัง เทิดพันธ์เล่าว่าภรรยาของสุรทินโทร.มาโวยวายที่อดีตภรรยาตนไปยุ่งกับสามีเธอ แถมไปดักตบที่คอนโดจนสะบักสะบอม พิมาลาตกใจทำกันขนาดนั้นเชียวหรือ

“โอ๊ย...ขานี้เขาลูกสาวนักเลงครับ สวย รวย ดุ พ่อก็ดุ เขาบอกว่าพอตบเสร็จถึงได้ถามว่าเป็นใครมาจากไหน พอรู้ว่าเป็นเมียเก่าผมก็เลยโทร.มาด่าระบายอารมณ์ เพราะด่าไอ้ทินไม่ได้”

“นี่คุณทินเขามีภรรยาแล้วเหรอคะเนี่ย คุณทินทำตัวเหมือนคนโสดมากเลยนะคะ”

เทิดพันธ์บอกมีก็เหมือนไม่มี และว่าสุรทินเป็นเพื่อนที่ดีมากแต่เป็นสามีที่ค่อนข้างเลว แล้วแย็บถามว่าฤกษ์รู้เรื่องนี้ไหม พิมาลาบอกทุกคนที่บ้านรู้แค่ว่าใจเริงออกจากบ้านไปหลายวัน

พลันรถฤกษ์แล่นผ่านหน้าบ้านช้าๆ พิมาลาเห็นจะอุ้มน้องโจไปส่งคืน เทิดพันธ์อาสาอุ้มไปแทน อ้างว่าอยากทักทายฤกษ์ พิมาลารู้ทันถามว่ามีแผนอะไร

“ก็...แค่ทักทาย แล้วก็จะยืนยันว่าผมได้สู่ขอคุณกับพ่อแม่คุณแล้วอย่างเป็นทางการ”

พิมาลาค้อนเล็กๆ อุ้มน้องโจเดินไปเอง เทิดพันธ์ รีบเดินตามติด มาลัยวรรณเห็นทั้งสองเดินไปด้วยกันก็ยิ่งสะเทือนใจ ตัดสินใจต้องไปทำงานที่อังกฤษแน่

ฤกษ์ส่งของให้แอ๊ดแล้วจะไปรับน้องโจที่บ้านพิมาลา พอดีใจเริงนั่งแท็กซี่มาลงหน้าบ้าน พิมาลาอุ้มเด็กมาถึง ทั้งสองเผชิญหน้ากัน ต่างวางหน้าไม่ถูก

พิมาลาใจสั่นออกตัวว่าน้องโจร้องโยเย ผ่องใสจึงอุ้มไปให้ตนช่วยเลี้ยง แล้วส่งลูกให้แต่ใจเริงไม่รับอ้างมือสกปรกยังไม่ได้ล้าง เทิดพันธ์พูดเหน็บว่าเป็นข้ออ้างของแม่ที่รักลูกมากทั้งที่ทิ้งลูกไปหาผู้ชาย ใจเริงโกรธสวนทันควัน

“ก็ดีกว่าผู้ชายบางคนที่ทิ้งเมียไปกกอยู่กับเมียน้อยก็แล้วกัน”

พิมาลาระอาจะทะเลาะกันให้อารมณ์เสียทำไมไม่เห็นแก่เด็กบ้าง แล้วอุ้มน้องโจเดินเข้าบ้าน เทิดพันธ์เดินตาม ฤกษ์ออกมาเจอออกอาการเป็นห่วงว่าใจเริงทำอะไรหรือเปล่า พิมาลาส่ายหน้าแล้วส่งลูกให้ หันมาจูงมือเทิดพันธ์กลับ

ฤกษ์มองด้วยความสะเทือนใจ ใจเริงดักหน้ายิ้มยั่ว มีข่าวดีเมื่อไหร่ให้บอกด้วย พิมาลาเห็นรอยช้ำที่หน้าใจเริงก็ห่วงใยเอื้อมมือจะจับ เธอปัดมือออก

“เรื่องส่วนตัวเรา พิมอย่ายุ่งเลย พี่เทิดคะ ดูแลเพื่อนเริงให้ดีๆนะคะ อย่าให้เหมือนตอนที่เราเคยอยู่ด้วยกันนะ”

พิมาลาผิดหวังที่เผลอเป็นห่วง “เราดูแลตัวเองได้ไม่ต้องลำบากคนอื่น เริงก็ดูแลตัวเองดีๆล่ะ ได้ข่าวว่าเพิ่งโดนภรรยาของคุณสุรทินตบมา หายไวๆนะ”

ใจเริงหน้าชา ฤกษ์ส่ายหน้าเดินหนี ใจเริงไม่ยอมเสียฟอร์มตามเยาะ

“เสียใจด้วยนะคะพี่ฤกษ์ ดูท่าทางว่าพิมกับพี่เทิดจะไปกันได้ดี ตอนนี้คงรู้แล้วใช่ไหมเวลาคนโดนทิ้งมันเป็นยังไง”

“แล้วรู้หรือเปล่า เวลาลูกโดนทิ้ง ลูกรู้สึกยังไง” ฤกษ์สวนกลับอย่างมีสติไม่ได้โวยวาย

ผ่องใสเดินมาเห็นใจเริงก็ต่อปากต่อคำกันตามเคย ใจเริงบอกที่มาจะเก็บของ แอ๊ดรีบบอกว่าเก็บไว้ให้หมดแล้ว แล้วยกกระเป๋ามาวางตรงหน้า

ใจเริงเจ็บจี๊ดรู้ว่าหมดที่พึ่ง ตัดสินใจไปตายดาบหน้า แต่พอเห็นหน้าลูกก็รู้สึกสะท้านใจ ขออุ้มสักครั้ง น้องโจรับรู้ถึงความร้อนรุ่มในใจแม่ ร้องไห้ขึ้นมา ผ่องใสจึงดึงเด็กกลับมา วินาทีนั้นใจเริงเหมือนโดนกระชากหัวใจ น้ำตาเอ่อ แต่ด้วยความทิฐิเมินหน้าหนีลากกระเป๋าเดินออกไปอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย

ooooooo

วันต่อมาพิมาลามาปรับทุกข์กับหมี่ หมี่บอกครอบครัวแล้วก็เพื่อนเป็นเหมือนฟูกรองรับเวลาเราล้ม คนที่ไม่มีครอบครัว ไม่มีเพื่อน เวลาล้มลง กระแทกพื้นเต็มๆ

พิมาลายอมรับว่าเป็นห่วงใจเริงมากเพราะเธอไม่มีใครเลย หมี่เตือนอย่ายื่นมือไปช่วยเหมือนก่อนอีก เธอพยักหน้า

“รู้แล้วเจ้าค่ะ...ทำบุญทำทานก็ต้องมีปัญญา จะช่วยคนก็ต้องมีสติรู้ตัว ไม่เบียดเบียนตัวเอง ตอนนี้พิมใจไม่นิ่ง ช่วยใครไม่ได้หรอกค่ะ บุญจะกลายเป็นบาปเปล่าๆ”

หมี่ดีใจที่คิดได้ เปรมเดินเข้ามาพร้อมอาหารชุดใหญ่ บอกเป็นอาหารกลางวันเสริมสุขภาพเพื่อให้หมี่แข็งแรงไวๆ พิมาลาเห็นหมี่ยอมให้เปรมเทกแคร์ขนาดนี้ก็ดีใจ แย็บถามเมื่อไหร่จะใจอ่อน หมี่กลับย้อนถามบ้างว่า เมื่อไหร่จะใจอ่อนกับเทิดพันธ์ เพื่อนรุ่นน้องหน้าเจื่อน

“ยังเลยค่ะ พิมก็รู้สึกผิดกับเขาเหมือนกัน”

“ค่อยๆคิดนะ เดี๋ยวก็แน่ใจตัวเองละว่า คำตอบที่ถูกต้องคืออะไร” หมี่ยิ้มพูดเป็นนัยๆ

ทางด้านใจเริงที่ออกจากบ้านไปอย่างโดดเดี่ยว เธอโดนโรงแรมที่มาพักบีบบังคับให้เช็กเอาต์ หรือไม่ก็ต้องจ่ายค่าห้องใหม่ เธอกลัดกลุ้มนับเงินก้อนสุดท้ายที่มีก่อนตัดสินใจไปหาสุรทิน แต่เขาไม่สนใจแถมจะปิดประตูใส่หน้า

ใจเริงรีบดันตัวเข้ามาพยายามยั่วยวนสุดฤทธิ์ สัญญาจะอยู่เงียบๆไม่ให้เมียเขารู้ เจอกันเท่าที่เขาต้องการ เธอลูบไล้เนื้อตัวรู้ว่าเขาต้องการอะไร

“เงินหมดล่ะสิ ผมบอกแล้วไง ผมเป็นคนขี้เบื่อ ไม่ชอบกินอะไรซ้ำๆ” สุรทินเยาะ

“แต่ตอนนี้เริงกำลังลำบากจริงๆนะ งานก็ไม่มี เงินก็กำลังจะหมด เริงไม่อยากกลับไปบ้านพี่ฤกษ์

ให้เขาดูถูก แต่เริงก็ไม่มีที่ไปจริงๆ...ช่วยเริงหน่อยนะ คุณมีคอนเนกชั่นตั้งเยอะแยะ มีใครที่เขาพอจะช่วยเริงได้บ้าง”

“ที่จริงก็พอมี คุณก็รู้จัก...ปีเตอร์ เขาสนใจคุณ เมื่อวานเจอกันยังถามถึงคุณอยู่เลย อยากลองไปเจอเขาอีกครั้งไหม คนนี้ยังโสด รับรองไม่มีเมียตามมาตบแน่นอน”

ใจเริงดีใจ แว้บเดียวก็เกิดมีศักดิ์ศรีค้ำคอขึ้นมา “นี่คุณกำลังจะขายฉันให้ผู้ชายคนอื่นงั้นเหรอ ฉันไม่ใช่อีตัวนะ ฉันแค่เดือดร้อนเรื่องเงิน แค่ต้องการให้คุณช่วย”

“ก็ต้องการเงินกันทั้งนั้น แล้วมันต่างจากอีตัวตรงไหนล่ะครับ”

ใจเริงโกรธจะอาละวาด สุรทินบีบคอห้ามทำ ข้าวของพัง เหยียดหยามเธอว่าของที่นี่มีราคามากกว่าตัวเธอ และตอกย้ำเจ็บแสบ

“แหม ทำเหมือนตัวเองมีค่ามากมาย ประวัติคุณมันก็หญิงหิวเงินดีๆนี่เอง ที่แต่งกับเจ้าเทิดเพราะมันรวยกว่า หรูหรากว่านายฤกษ์ใช่ไหม แต่พอเจ้าเทิดเกิดล่มจมหมดตัว นายฤกษ์เกิดร่ำรวยขึ้นมาแทน คุณก็หน้าไม่อาย ทิ้งไอ้เทิดรี่ไปหาขาเก่า แถมยังหน้าไม่อายแย่งมาจากเพื่อนรักตัวเองเสียด้วย จะไม่เรียกว่าอีตัวก็ได้ เรียกให้เพราะว่าผู้หญิงสาธารณะดีไหม แต่ความหมายมันเหมือนกัน”

ใจเริงหมดท่า เจ็บปวดถึงกับปล่อยโฮ สุรทินไม่สนใจกดโทรศัพท์หาปีเตอร์

“เฮ้ พีท ผมมีขนมหวานมาให้คุณ คนที่คุณบอกว่าคุณสนใจน่ะ ได้ ตอนนี้ผมพร้อมจะส่งต่อแล้วครับ อย่างที่เราตกลงกันไว้ไง คืนนี้สองทุ่มเจอกันร้านเดิม”

ใจเริงใจหายอะไรที่ตกลงกันไว้ สุรทินวางสายแล้วยิ้มๆเล่าถึงวันที่ไปกินข้าวกันแล้วเจอปีเตอร์ ตนกับเขาเข้าไปตกลงกันในห้องน้ำ แนวขายตรงมีต่อรองราคา ใจเริงฟังแล้วแค้นใจ

“นี่แกขายฉันตั้งแต่วันนั้นเหรอ”

“ที่ไอ้พีทมันมาเจอเราคืนนั้น คุณนึกว่าเป็นเรื่องบังเอิญรึไง ผมนัดมันมาดูตัวคุณเอง”

ใจเริงด่าลั่น สุรทินไม่สนบอกถ้าเธอทำงานดีปีเตอร์ทุ่มไม่อั้น งวดแรกเสนอให้ถึงแสน ต่อไปก็ตักตวงเอาเองไม่ต้องซมซานขอเงินผู้ชาย ไม่เท่เลยสำหรับสาวไฮโซอย่างเธอ ใจเริงหยุดโวยวายน้ำตาไหลพรากครุ่นคิดลังเลนิดๆ แต่อยากได้เงิน

สุรทินมีชุดสวยให้ใจเริงใส่ไปพบปีเตอร์เสร็จสรรพ บอกเธออย่าแต่งหน้าเข้มมันดูราคาถูก ปีเตอร์ชอบของดูดีมีคลาส ใจเริงเจ็บปวดแต่ไม่มีทางเลือกอื่นต้องยอมเป็นสินค้าให้เขาขาย

ในบาร์สุดหรู สุรทินพาใจเริงมาพบปีเตอร์พร้อมบอกว่าเธอยินดีรับข้อเสนอของเขา แต่เธอยังไม่คุ้นกับเรื่องแบบนี้ ปีเตอร์ยิ้มอย่างเข้าใจ ใจเริงนั่งนิ่งด้วยความอับอาย สุรทินทิ้งท้ายว่า

“ตามสบายนะ ปีเตอร์มีทุกอย่างที่คุณต้องการ ตักตวงได้มากเท่าไหร่ก็เป็นกำไรของคุณเอง โชคดี”

ปีเตอร์ยื่นแก้วมารอชนกับใจเริง เธอตัดสินใจหยิบแก้วขึ้นมาแต่พูดออกตัวไว้ก่อน

“ทำความเข้าใจกันก่อนนะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่า ฉันไม่ได้มาขายตัว”

“ผมก็ไม่คิดว่าคุณเป็น ร้อนตัวไปได้ ผมคิดว่าคุณเป็นคนสวยและเซ็กซี่มาก มากจนผมอยากอยู่ใกล้ๆ และผมก็รู้ว่าของสวยราคาแพงเป็นธรรมดา แต่ผมยอมจ่าย”

ปีเตอร์หยิบเช็ควางลงตรงหน้า ใจเริงปรายตามองเห็นจำนวนเงินสามแสนก็ตาโพลง ฝืนยิ้มชนแก้วกับเขา

สุรทินเดินออกมาจากบาร์ จิลเดินเข้ามาหาขอบคุณที่เขาไม่เอานางบำเรอมาเทียบชั้นกับตนซึ่งเป็นเมีย เขายิ้มเหยียดบอกตนฉลาดพอที่จะแยกแยะอะไรของเล่น อะไรของจริง ถ้าตนไม่ฉลาดเธอคงไม่รัก ว่าแล้วก็ดึงหญิงสาวเข้ามากอด จิลยิ้มรับ

“คุณนี่มันดีสุดขั้ว ชั่วสุดขีดจริงๆ”

“เราสองคนถึงได้เป็นคู่ที่เหมาะสมกันไงจ๊ะที่รัก”

สุรทินไซ้ซอกคอจิล เธอสะท้านหัวเราะร่า กระซิบชวนกันขึ้นห้อง

ด้านใจเริงกับปีเตอร์มาจบลงบนเตียงในคอนโดหรู แต่จู่ๆคาดไม่ถึงว่าปีเตอร์จะตบหน้าเธออย่างแรง หญิงสาวตกใจว่าเขาเป็นบ้าอะไรขึ้นมา ปีเตอร์ไม่ตอบ กลับพุ่งเข้าบีบคอเธอไม่สนใจว่าเธอจะร้องดิ้นรนขนาดไหน เขายิ่งกระทำรุนแรงกับเธออย่างเมามันก่อนจะตักตวงความสุขบนเรือนร่างเธอ...

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement