เพลิงบุญ ตอนที่ 13 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เพลิงบุญ ตอนที่ 13


21 ก.ย. 2560 08:24
4,809,198 ครั้ง

ละคร นิยาย เพลิงบุญ

เพลิงบุญ ตอนที่ 13

อ่านเรื่องย่อ

เพลิงบุญ

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

กฤษณา อโศกสิน

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ชนินทร ประเสริฐประศาสน์

ผลิตโดย:

บริษัท เมคเกอร์ วาย จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, ราณี แคมเปน,

ใจเริงเห็นเทิดพันธ์นั่งอยู่ในร้านอิตาเลียนก็เชิดใส่ควงแขนฤกษ์เหมือนต้องการประกาศความเป็นเจ้าของ ดึงเขาเข้าไปทักทาย นึกว่าเข้าร้านผิดคิดว่าเป็นร้านข้าวแกง ฤกษ์เอ็ดให้พูดดีๆ ใจเริงเบ้ปาก แต่พอสุรทินลุกขึ้นทักทายถามจำตนได้ไหม เธอนึกสักครู่

“คุณสุรทิน! รู้แล้วว่าทำไมพี่เทิดถึงได้มาทานอาหารร้านนี้ มีเจ้ามือนี่เอง ไม่ได้เจอกันนานยังทำธุรกิจ จิวเวลรี่อยู่หรือเปล่าคะเนี่ย”

“ยังทำอยู่ครับ ว่างๆคุณใจเริงแวะไปดูคอลเลกชั่นใหม่ๆที่ออฟฟิศได้เลยนะครับ”

“ได้เลยค่ะ ไปกันนะคะพี่ฤกษ์ เครื่องเพชรคุณทินสวยขาดใจ เวลาใส่ใครๆชอบ...ลืมแนะนำ คุณทินคะนี่พี่ฤกษ์สามีของเริงเองค่ะ”

เทิดพันธ์เหน็บ ถามภรรยาฤกษ์หรือยัง สุรทินร้องอ๋อ...เข้าใจแล้ว ฤกษ์อายบอกใจเริงตนจะไปรอที่โต๊ะแล้วเดินไป ใจเริงเหวอรีบลาสุรทินแล้วเดินจ้ำตามฤกษ์ไปที่โต๊ะซึ่งอยู่ไม่ห่าง...สุรทินหันมาบอกเทิดพันธ์ว่าหุ่นอย่างใจเริงไม่แปลกเลยที่สามีจะนอกใจภรรยา

“บอกเลยว่า...คิดผิดอย่างแรง” เทิดพันธ์มองใจเริงอย่างเข็ดขยาด เห็นสีหน้าฤกษ์อึดอัดไม่ยิ้มแย้มกับการเอาอกเอาใจของใจเริงเลยสักนิด ให้คิดสงสารพิมาลา...

สองสามวันที่ผ่านมา พิมาลายังคงเศร้าซึมแม้จะปฏิบัติธรรม สวดมนต์ เดินจงกรม แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้จิตใจดีขึ้นเท่าไหร่ จนมาลีต้องเตือนสติว่าถ้าไม่ไหวก็พัก แต่เธอยังยื้อจะเดินจงกรมต่อไป เพราะคิดว่าเป็นการล้างเวรกรรม ไม่ว่าจะชาติไหนๆให้หมดเวรต่อกัน แต่ตลอดเวลาน้ำตาก็ไหลรินออกมา จิตใจว้าวุ่น ถึงเวลาทานข้าวก็ทานไม่ลง ถึงเวลานอนก็คิดแต่เรื่องที่ผ่านมา

วันต่อมาพิมาลายังคงเดินจงกรมไปปาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาไป จิตใจไม่ได้สงบสักนิด ทันใดก็มีเสียงฤทธิ์ดังขึ้น “บุญคือการกระทำ การพูดการคิดที่ทำให้จิตใจดีขึ้น สูงขึ้น...”

พิมาลาชะงักหันมอง เห็นฤทธิ์นั่งไขว่ห้างอ่านหนังสือธรรมะ “ให้สิ่งที่สมควร ในเวลาอันสมควรแก่ผู้ที่สมควร รักษาจิตให้มีความสุข ไม่หวังสิ่งตอบแทนก่อนให้ ขณะให้ หลังจากให้ไปแล้ว...นี่แหละเราได้บุญจากการให้ ลุงเห็นหนังสือเล่มนี้ของหลวงพ่อชยสาโร ลุงนึกถึงพิมขึ้นมาทันทีเลย นี่ถึงกับขอให้คุณพ่อหนูขับรถพามาเลยนะ” ฤทธิ์ยื่นหนังสือธรรมะ “ลุงให้ เห็นพิมสนใจเรื่องทำบุญทำทาน เอาไว้อ่านจะได้เข้าใจคำว่าบุญมากขึ้น”

พิมาลารับหนังสือแล้วทวนคำ “ให้สิ่งที่สมควรในเวลาอันสมควร แก่ผู้ที่สมควร...ทำไมพิมไม่ได้ยินประโยคนี้ก่อนที่จะให้เริงเข้ามาอยู่ในบ้าน พิมไม่ควรให้เขาเข้ามาในบ้านใช่ไหมคะ ทุกอย่างเป็นความผิดของพิมใช่ไหมคะ”

“ใช้คำว่าทุกอย่าง มันก็ไม่ตรงซะทีเดียว เพราะบางอย่างฤกษ์กับใจเริงก็ทำผิดด้วย เอาเป็นว่า ทั้งสามคนก็มีจุดผิดพลาดร่วมกัน ไม่ต้องโยนให้คนอื่น แล้วก็ไม่ต้องแบกรับเอาไว้คนเดียว...หนูพิมเป็นคนดี ชอบทำความดี แต่การทำความดีมันไม่ใช่สักแต่ว่าหลับหูหลับตาทำ มันต้องทำด้วยปัญญา ที่ผ่านมาเราอาจจะให้สิ่งที่ไม่สมควร ในเวลาที่ไม่สมควร กับบุคคลที่ไม่สมควรจะได้รับ ชีวิตเราก็เลยวุ่นวายแบบนี้”

พิมาลาน้ำตาพรั่งพรู เป็นน้ำตาแห่งความเข้าใจที่เพิ่มมากขึ้น ฤทธิ์เตือนสติว่าตัวเราอยู่วัดแต่ใจยังว้าวุ่นก็ไม่มีประโยชน์ พ่อแม่และทุกคนเป็นห่วง เอาใจช่วยให้ลุกขึ้นได้ จงใช้ปัญญาแก้ปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร เธอก็ยังเป็นเหมือนลูกคนหนึ่ง เราเป็นครอบครัวเดียวกัน

พิมาลาซาบซึ้งโผกอดร่ำไห้ขอบคุณที่ทำให้ตนคิดได้...เย็นวันนั้นพิมาลาบอกมาลีว่าจะกลับบ้าน อยู่ไปจิตใจก็ไม่สงบ ขอกลับไปเผชิญหน้ากับความจริง ขอเจ็บแต่จบดีกว่า มาลีกอดลูกด้วยความดีใจที่เข้มแข็งขึ้น

ooooooo

ที่บ้านฤกษ์ ใจเริงปลดรูปคู่พิมาลากับฤกษ์ลงจากผนัง แอ๊ดตกใจวิ่งมารับกลัวจะแตก ฤกษ์เข้ามาเห็นโวยว่าทำอะไร ใจเริงอ้างว่าลูกไม่ชอบ เห็นแล้วจะอ้วก บอกเอาลงไม่นาน พอหายแล้วค่อยติดกลับอย่างเดิม ฤกษ์หงุดหงิดหอบรูปพิมาลาเข้าไปไว้ในห้องทำงาน

กลับมาพิมาลามาขอลาออกกับหมี่ เธอไม่ยอมให้แค่พักงานชั่วคราว จิตใจดีขึ้นต้องกลับมาทำงานเหมือนเดิม ระหว่างนี้จะให้พิซซี่ทำหน้าที่แทน พิซซี่แทบช็อกเมื่อรู้ว่าตัวเองได้จัดรายการแทน เปรมซึ่งนั่งอยู่ด้วยบอกว่าช่วงรายการของตนก็ต้องเปลี่ยนตัวฤกษ์เช่นกัน แมนยืดอกคิดว่าได้ทำแทนแน่ แต่เปรมกลับบอกว่าตนจัดเอง เพราะฤกษ์ไม่มีสติจะทำอะไรทั้งสิ้น

“ตั้งแต่เกิดเรื่องออฟฟิศก็ไม่เข้า โทร.ไปก็ไม่รับ พอรับก็รีบวางบอกว่าต้องรีบไปดูแลใจเริง เดี๋ยวเริงจะเอาโน่น เริงจะเอานี่ ยุ่งอยู่แต่กับใจเริงกับลูกทั้งวัน...”

ทุกคนสะดุ้งพยายามสะกิดให้เปรมรู้ตัวว่าพิมาลาอยู่ตรงนี้ จนพิมาลาเอ่ยปากลากลับ เปรมหน้าเจื่อน

พิซซี่ตำหนิเปรมพูดต่อหน้าพิมาลาได้อย่างไร เป็นตนยกโต๊ะทุ่มใส่ไปแล้ว ไม่ทันไรพิมาลาเดินกลับมาบอกเปรมด้วยสีหน้านิ่งสงบก่อนจะกลับไป

“ฝากบอกพี่ฤกษ์ว่า พรุ่งนี้สิบโมงพิมจะไปรอที่สำนักงานเขต พี่ฤกษ์เตรียมเอกสารให้เรียบร้อย เราจะได้ทำเรื่องหย่าให้มันจบๆ ขอบคุณค่ะ”

พอเปรมแวะมาบอกฤกษ์ที่บ้าน เขาไม่ยอมหย่าและจะโทร.เคลียร์กับพิมาลา เธอตัดสายไม่รับ ใจเริงเดินมาแอบฟัง เปรมบอกกับฤกษ์ว่าพิมาลาตัดสินใจแล้ว ลาออกจากงาน ฝากตนมาบอกเรื่องหย่า จะหย่าหรือไม่ก็ควรไปคุยกันซึ่งๆหน้าวันพรุ่งนี้ ใจเริงตาวาวลิงโลด

“ถ้าแกไม่ไปตามนัด ปล่อยให้เขารอเก้อ สถานการณ์จะยิ่งแย่ แกทำเรื่องไว้ขนาดนี้ พิมเขาคงรับไม่ได้ ฉันว่า ...งานนี้แกต้องทำใจเตรียมไว้ พิมเขาหย่าแน่”

ฤกษ์เครียดสุดๆ...ในขณะที่มาลัยวรรณบ่นเรื่องพิมาลาลาออกจากงานให้เทิดพันธ์ฟังและพรุ่งนี้ยังจะไปหย่าอีก เทิดพันธ์กลับเห็นว่า

“ถ้าไม่หย่า ทนอยู่อาจจะน่าสงสารกว่า วันก่อนยังเห็นคุณฤกษ์ควงใจเริงไปกินข้าวกันอยู่เลย เริงเกาะยังกะปลิง บอกเลยถึงไม่หย่าเริงก็ไม่ยอมปล่อย ผมเห็นแล้วเจ็บแทน หย่าๆกันไปดีแล้ว...เออ! เมื่อกี้คุณบอกว่าคุณพิมเพิ่งลาออกจากงานเหรอ”

มาลัยวรรณรับว่าใช่ แปลกใจมีอะไร เทิดพันธ์คิดบางอย่างได้...

ooooooo

ในคืนนั้นพิมาลาเตรียมเอกสารและเขียนข้อตกลงไม่ขอรับทรัพย์สินใดๆทั้งสิ้น ก่อนจะกลั้นใจถอดแหวนแต่งงานใส่รวมในซองเอกสาร ขณะเดียวกันฤกษ์นั่งเครียดในห้องทำงาน มองแหวนแต่งงานของตัวเองด้วยแววตาหมองหม่น ใจเริงแอบมองด้วยความดีใจ

รุ่งเช้าพิมาลาใส่ชุดดำสนิทยืนรอที่สำนักงานเขตอยู่กับมาลัยวรรณ ฤกษ์หน้าตาหมองคล้ำเดินเข้ามาแปลกใจที่เห็นแต่งดำ พิมาลาบอกว่าไว้ทุกข์ให้กับชีวิตตัวเองที่บัดซบจนอยากตายแล้วเกิดใหม่ ฤกษ์ใจหายขอร้องให้ตัดสินใจใหม่ แต่เธอกลับบอกว่าไม่ต้องคิดก็ตัดสินใจได้แล้วถามหาพยานของเขาอยู่ไหน ฤกษ์ส่ายหน้ายืนกรานไม่รู้ ไม่มีพยานแล้วก็ไม่หย่า

พิมาลาโกรธ ตนเตรียมเอกสารพร้อมที่จะหย่า จึงเดินไปที่ร้านถ่ายเอกสารขอให้เด็กในร้านมาเป็นพยานให้ เด็กทำหน้าเหวอ...พออยู่ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ เขาถามย้ำว่าแน่ใจหรือที่จะหย่า พิมาลาตอบว่าแน่ใจ แต่ฤกษ์ตอบไม่แน่ใจ แล้วทั้งสองก็เถียงกันต่อหน้าเจ้าหน้าที่ พิมาลาว่าฤกษ์ไม่มีสิทธิ์ต่อรองใดๆ ตนต้องการหย่า ฤกษ์เริ่มสติแตกเสียงดังขึ้น

“พิมอยากหย่าก็หย่าไปคนเดียว พี่ไม่หย่าด้วย” พูดจบฤกษ์ยกมือไหว้เจ้าหน้าที่แล้วเดินไป

พิมาลาวิ่งตามร้องเรียกให้กลับมา เขายิ่งวิ่งหนีเตลิด เจ้าหน้าที่บอกหนีเปิดไปแล้ว ทำใจได้ค่อยมาใหม่ มาลัยวรรณอายค่อยๆหยิบซองเอกสารเดินตามพิมาลาออกไป

พอใจเริงรู้ว่าฤกษ์ไม่หย่าก็โกรธยืนเท้าเอวถามหมายความว่าอย่างไร ฤกษ์ตอบชัดเจน

“ก็หมายความว่า พี่จะไม่หย่ากับพิม ไม่ว่าจะวันนี้หรือวันไหนก็ไม่หย่า”

ใจเริงปรี๊ด “พี่ฤกษ์เห็นแก่ตัว จะรั้งพิมเขาไว้ทำไม ทำอะไรเคยคิดถึงลูกบ้างรึเปล่า ลูกเกิดมาจะรู้สึกยังไงที่แม่ตัวเองไม่ได้เป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าเริงเครียดจนเกิดแท้งขึ้นมา พี่ฤกษ์จะทำยังไง”

“พี่ก็ไม่ทำยังไง ในเมื่อคนเป็นแม่ยังไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ จนทำให้ลูกเป็นอันตราย พี่ก็ทำอะไรไม่ได้...แล้วอย่ามาพูดว่าพี่ไม่คิดถึงลูก ที่ยอมทำทุกอย่างก็เพราะลูก ถ้าฉลาดพอก็หัดระงับสติอารมณ์ซะบ้าง ถ้าลูกเป็นอะไรขึ้นมา ขนเสื้อผ้าออกจากบ้านนี้ไปได้เลย”

ใจเริงร้องกรี๊ดๆ ไม่ว่าอย่างไรตนต้องเป็นเมียที่ถูกต้อง ฤกษ์ส่ายหน้าเดินหนี ใจเริงอาละวาดปัดข้าวของแถวนั้นหล่นแตกกระจาย ฤกษ์เดินกลับมาเข่นเขี้ยวใส่

“ถ้าลูกเป็นอะไรขึ้นมา เราจบกัน”

ใจเริงรีบสูดลมหายใจเข้าคุมสติอารมณ์ตัวเอง ฤกษ์ยิ้มหยันก่อนจะเดินแยกไป...ด้านมาลัยวรรณกลับมาเล่าให้เทิดพันธ์ฟังว่าฤกษ์วิ่งหนีออกจากสำนักงานเขต ตนเองไม่อยากให้หย่า แต่เทิดพันธ์เห็นว่าถ้าหมดรักกันแล้วไม่หย่ารังแต่จะมีความเจ็บปวด รู้สึกเป็นห่วงความรู้สึกพิมาลาอย่างมาก พอดีประนอมเข้ามาบ่นเรื่องระเบียบของร้านยังไม่ลงตัว ตนไม่มีเวลาจะดูแลแค่งานในครัวก็วุ่นวายมาก เทิดพันธ์คิดได้จะหาผู้จัดการร้าน แล้วหันไปถามมาลัยวรรณ

“จะเป็นไรไหม ถ้าผมจะเกี้ยวพี่สาวคุณมาทำงานที่นี่”

มาลัยวรรณดีใจที่พิมาลาจะได้มีอะไรทำ ไม่จมกับความทุกข์ เผลอตัวโผกอดเทิดพันธ์ขอบคุณ พอรู้สึกตัวก็ผละออกเขินอายขอตัวไปทำงานในครัวต่อ ประนอมมองหน้าเจ้านายอย่างรู้ทัน ถามคิดมานานแค่ไหนแล้วเรื่องนี้ เขาทำหน้าเก้อๆ

“โธ่ป้า น้องวรรณมากอดผมเองนะ ผมไม่ได้คิดแต๊ะอั๋งเขาสักหน่อย”

“ไม่ได้หมายถึงยัยวรรณค่ะ หมายถึงเรื่องจ้างคุณพิมน่ะ”

เทิดพันธ์ชะงักที่ป้ารู้ทันไม่กล้าตอบรีบเดินหนีไปดื้อๆ

ooooooo

วันต่อมาเทิดพันธ์ไปหาพิมาลาที่บ้านแล้วเอ่ยปากชวนให้มาทำงานที่ร้าน มาลัยวรรณช่วยคะยั้นคะยอว่าดีกว่าอยู่บ้านให้คิดมาก เทิดพันธ์สำทับว่าให้เธอทำเท่าที่ทำได้ วันไหนไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ พิมาลาจึงขอไปเรียนรู้งานก่อนถึงจะให้คำตอบ แค่นั้นเขาก็ดีใจเหลือหลาย

ป้ายโรงแรมแขวนอย่างโดดเด่น...Terd’ Boutique Hotel ข้างล่างของป้ายเขียนว่า Bed & Breakfast Montage...เทิดพันธ์สอนงานพิมาลาทุกอย่าง การใช้เครื่องคิดเงิน อธิบายเมนูอาหาร และพาดูห้องสต๊อกของร้าน เธอมีไอเดียเสนอให้ย้ายของหนักลงข้างล่างเอาของเบาไว้ข้างบน และช่วยจัดเคาน์เตอร์ให้ดูเรียบร้อยขึ้นมาก จัดเอกสารได้อย่างมีระเบียบถูกใจเทิดพันธ์มาก

พอหมดวัน พิมาลาตกลงรับทำงานนี้ แต่เป็นการชั่วคราว เมื่อทุกอย่างลงตัว จิตใจตนดีขึ้น ตนขอกลับไปทำงานกับหมี่ตามเดิม เทิดพันธ์ยินดีแต่อดถามเรื่องที่ฤกษ์ไม่ยอมหย่าไม่ได้ เกรงใจเริงจะมาอาละวาดใส่

พิมาลาไม่สนใจอีกต่อไป แต่เทิดพันธ์เดาว่าใจเริงจะไม่มายุ่งกับเธอช่วงนี้เพราะรู้ว่าลูกคือตัวประกันชั้นดี ถ้าลุกมาตบตีจนเสียลูกจะไม่คุ้ม พิมาลาถอนใจอย่างน้อยเด็กจะได้ปลอดภัย ฤกษ์ก็มีลูกสมใจ เทิดพันธ์นึกขำนิดๆ

“คุณฤกษ์ปล่อยให้ผู้หญิงดีๆอย่างคุณหลุดมือไปได้ยังไง ผมงงจริงๆและงงหนักมากที่สุดท้ายกลับไปคว้าใจเริง คิดได้ไง”

“เขาคงคู่กันมั้งคะ หนีกันไม่พ้น สุดท้ายก็ต้องกลับมาคู่กันจนได้”

“ผมไม่แน่ใจนะครับ ว่าคู่กันหรือคู่กรรมกันแน่” เทิดพันธ์พูดติดหัวเราะ พิมาลาเห็นด้วย

ในขณะที่วันๆฤกษ์ต้องคอยปรนนิบัติใจเริงสารพัด ไม่ว่าเธอจะอาเจียนก็ต้องคอยลูบหลัง ให้แอ๊ดทำก็ไม่ได้ จะต้องทำอาหารให้กิน คอยนวดขาเวลาเป็นตะคริว ใจเริงจะร้องเรียกเขาตลอดเวลา จนเขาไม่เป็นอันทำงานอื่น แอ๊ดเห็นแล้วสงสารเจ้านายจับใจที่ต้องทนเพื่อลูก

ด้านโรงแรมของเทิดพันธ์ มีคนงานชื่อแหวนเป็นลูกมือประนอม แต่เธอมีปัญหากับสามีจนเหม่อลอยทำจานแตก ทำอะไรผิดพลาดบ่อย ประนอมทนไม่ไหวไล่ออก แหวนร้องไห้เพราะกลัวไม่มีเงินเลี้ยงลูก พิมาลาสงสารขอร้องอย่าเพิ่งไล่แหวนขอตนคุยกับเธอก่อน แล้วพิมาลาก็เข้ามาคุยกับแหวนถึงปัญหาชีวิตของเธอ ได้รู้ว่าแหวนโดนสามีขู่เอาเงินไปเลี้ยงผู้หญิงอื่นจนแทบไม่เหลือเป็นค่าเทอมลูก ทำให้ไม่มีสติเวลาทำงาน พิมาลาให้แง่คิด

“พิมเข้าใจ แต่พิมอยากให้พี่เปลี่ยนเรื่องที่มันอยู่ในหัว ถ้าพี่คิดถึงแฟนแล้วมันกลุ้มใจทำให้เราไม่มีสมาธิทำงาน เราลองเปลี่ยนมาคิดถึงลูกดีไหมคะ คิดถึงอนาคตของลูกที่กำลังเรียน...”

แหวนคิดตามแล้วเกิดความรู้สึกห่วงอนาคตของลูกมากกว่า ทำให้ตั้งใจทำงานเพื่อมีเงินไปส่งเสียลูก เรื่องอื่นค่อยๆแก้กันไป...เทิดพันธ์ทึ่งกับการแก้ปัญหาของพิมาลา

เวลาออกมาเลือกซื้อของ พิมาลาจะมีความคิดที่ดีและประหยัดไม่ฟุ้งเฟ้อ ทำให้เทิดพันธ์เหลือเงินในงบที่ตั้งไว้ เขายิ่งชื่นชมในตัวเธอมากขึ้น...มาลัยวรรณถ่ายเซลฟี่ร่วมกับทุกคนในร้านประกาศความพร้อมที่จะเปิดตัวกิจการในวันพรุ่งนี้ เทิดพันธ์ยืนยิ้มข้างพิมาลา

ใจเริงเห็นภาพในไอจีของมาลัยวรรณก็แปลกใจที่พิมาลาทำงานในโรงแรมของเทิดพันธ์ นึกสังหรณ์ใจบางอย่าง ขณะเดียวกันฤกษ์มองภาพในไอจีด้วยความ เครียดกังวลในความสัมพันธ์ของพิมาลากับเทิดพันธ์

ooooooo

เย็นวันต่อมาเป็นงานเปิดร้านอาหารและโรงแรม สุรทินทำหน้าที่พิธีกรกล่าวแนะนำร้าน พิมาลา มาลัยวรรณและประนอมทำหน้าที่ต้อนรับแขกที่เข้ามา หมี่ เปรม พิซซี่และแมนมาร่วมงาน หมี่เห็นสายตาเทิดพันธ์ที่มองพิมาลาแล้วเอะใจ

ฤกษ์ท่าทางเมายืนมองป้ายหน้าร้าน พิมาลาอยู่ที่เคาน์เตอร์เอื้อมหยิบแก้วจะจัดเรียง เทิดพันธ์เข้ามาช่วยหยิบแล้วแซววันหลังจะซื้อบันไดมาให้ พิมาลาย้อนขำๆ พูดแบบนี้เหมือนโดนด่า

“ผมไม่ได้ตั้งใจนะ คุณพิมอุตส่าห์มาช่วยงาน เงินเดือนก็น้อยนิด ผมไม่กล้าต่อว่าหรือด่าคุณพิมหรอกครับ มีแต่ต้องถนอมน้ำใจอย่างดีที่สุดมากกว่า”

พิมาลาหัวเราะแล้วให้เขาหยิบแก้วทั้งหมดลงมา ฤกษ์เห็นทั้งสองหัวเราะให้กันก็เกิดความหึง ปรี่เข้ากระชากเทิดพันธ์มาชกล้มคว่ำโดนแก้วแตกเสียหาย

พิมาลาตกใจเข้าขวางต่อว่าฤกษ์ คนในงานหันมอง สุรทินเห็นท่าไม่ดีรีบทำหน้าที่ดีเจหรี่ไฟเปิดเพลงดังกลบเกลื่อน เปรมเข้ามาห้ามฤกษ์แล้วลากตัวออกไป มาลัยวรรณตกใจเข้ามาประคองเทิดพันธ์

เปรมดึงฤกษ์ออกมานอกร้าน เขาโวยวายต้องการเคลียร์กับพิมาลา พิมาลาเดินตามมาประกาศกร้าวว่าตนไม่มีอะไรต้องเคลียร์ อย่างเดียวที่อยากเคลียร์คือการหย่า

“พี่ไม่หย่า ทุกคนฟังไว้ ผมกับพิมยังไม่ได้หย่ากัน พิมยังเป็นเมียผม ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ห้ามมายุ่งกับพิม”

พิมาลาโกรธตอบโต้เสียงแข็ง “ยังไม่ได้หย่าไม่ได้แปลว่าเราสองคนเป็นอะไรกัน แค่ชื่อในทะเบียนสมรสมันไม่มีความหมายอะไรเลย ก่อนหน้านี้พี่ฤกษ์ยังไม่ให้ความสำคัญ ตอนนี้มันก็ไม่สำคัญเหมือนกัน”

“พิม...พี่ขอโทษสำหรับเรื่องที่มันผ่านมา จะให้พี่ขอโทษกี่ร้อยกี่พันครั้งพี่ก็ยอม พี่กำลังพยายามแก้ไข ขอเวลาพี่หน่อยนะพิม”

“เวลาของพี่ฤกษ์มันหมดไปนานแล้ว พี่ฤกษ์ไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไรทั้งนั้น แล้วก็หยุดอ้างความเป็นสามี เพราะมันหมดไปตั้งแต่วันที่พี่นอกใจพิม เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว พี่มีเมียมีลูกต้องดูแล อย่ามา
ยุ่งกับพิมอีก เราจะเจอกันอีกครั้งก็คือตอนหย่า” พิมาลาเดินหนี

ฤกษ์จะตาม เทิดพันธ์เข้าขวางย้ำคำพูดของพิมาลาว่าแค่ชื่อในทะเบียนสมรสไม่ได้แปลว่ามีอะไรกัน และการที่เธออยากหย่า ตนถือว่าเธอโสด...โสดแปลว่าตนจีบได้ ฤกษ์ปรี๊ดเงื้อหมัดจะชกแต่เทิดพันธ์
ไวกว่าชกฤกษ์ล้มคว่ำ พิมาลาหันมามองอย่างห่วงใยแต่ยั้งตัวไว้เดินหนีเข้าร้าน เปรมจับฤกษ์ไว้ไม่ให้ต่อความยาว ส่วนมาลัยวรรณยืนอึ้งกับคำพูดของเทิดพันธ์

พิมาลาเดินมาหยุดร้องไห้ เทิดพันธ์ตามมายืนใกล้จนดูเหมือนกอดเธอ ประนอมผ่านมาเห็นแปลกใจ... ระหว่างที่เปรมดูแลฤกษ์ หมี่ชวนทุกคนกลับเข้างาน

“พิมพูดถูก ตอนนี้หน้าที่ของแกคือดูแลใจเริงกับลูก” เปรมเตือนฤกษ์

“ฉันดูแลอยู่นี่ไง ฉันทำทุกอย่าง ยอมทุกอย่างก็เพราะลูก แล้วทำไม ทำไมฉันต้องเสียพิมด้วย ฉันไม่อยากเสียเขา ฉันพยายามทำทุกอย่างเพื่อรักษาลูก รักษาพิมไว้ ฉันพยายามอยู่ มีใครเห็นบ้างไหมวะว่าฉันพยายาม” ฤกษ์คร่ำครวญหมดสภาพ

เปรมบีบไหล่เข้าใจ ฤกษ์ยังรำพันว่าตนไม่มาวุ่นวายกับพิมาลาเพราะคิดว่าระยะห่างจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่เทิดพันธ์จะมาจีบ ให้ตนอยู่เฉยได้อย่างไร เปรมย้ำช่วงเวลานี้ต้องยอมรับว่าเขากับพิมาลาไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว ฤกษ์ไม่ยอมรับ เปรมเตือนสติอีก

“ฉันเห็นใจแกนะ แต่มันทำอะไรไม่ได้จริงๆ แกต้องสะสางปัญหาเก่าๆก่อน ถ้าแกแก้ปัญหาได้จริงพิมคงเข้าใจ ทุกอย่างมันต้องใช้เวลา แกต้องให้เวลาตัวเองแล้วก็ให้เวลาพิมเขาด้วย”

ฤกษ์ระเบิดความอัดอั้นเจ็บปวดออกมาด้วยการร้องไห้อย่างหนัก...พอสงบลงก็ได้แต่ยืนมองเข้าไปในร้านของเทิดพันธ์ด้วยหัวใจที่ไร้วิญญาณ ยอมหันหลังเดินกลับไปอย่างเดียวดาย

บรรยากาศในร้านดูครึกครื้น แต่พิมาลายืนเหม่อเศร้า เทิดพันธ์เห็นแล้วทนไม่ได้ เข้าไปจูงมือพาเข้าไปในครัว มาลัยวรรณเห็นแล้วเจ็บจี๊ดในใจ เทิดพันธ์บอกพิมาลาถ้าไม่ไหวกลับก่อนได้ แต่เธอยืนยันว่ายังไหว และขอบคุณที่เขาช่วยออกหน้าพูดกับฤกษ์เรื่องจะจีบตน

“ผมไม่ได้พูดเพื่อช่วย แต่ผมพูดจริง ผมจะจีบคุณจริงๆ...มันอาจจะดูเร็วเกินไป แต่อายุผมมากแล้วเจออะไรมาก็เยอะ ผมคิดว่าผมมองคนไม่ผิด คุณเป็นผู้หญิงที่น่าอยู่ใกล้ อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสงบ ผมชอบเวลาที่อยู่กับคุณ ผมชอบคุณนะครับคุณพิม”

มาลัยวรรณแอบฟังยิ่งจุกเจ็บแปลบในใจ พิมาลายืนอึ้ง เทิดพันธ์รีบบอกอย่าเพิ่งอึ้งขนาดนั้น ตนแค่บอกความรู้สึกให้รับรู้แต่ไม่ได้คาดหวัง ถ้ามันทำให้อึดอัดตนก็พร้อมจะหยุดความรู้สึกนี้ โตๆกันแล้ว ตนเข้าใจ พิมาลาดึงสติกลับมา ตอบ

“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆที่มีให้กัน เอ่อ...พิม...ขอตัวกลับเข้าไปในงานก่อนนะคะ”

มาลัยวรรณรีบเดินไปก่อนที่พี่สาวจะเห็น แล้วมาหยุดยืนลำพังน้ำตาไหลรินอย่างไม่รู้ตัว

ด้านฤกษ์กลับถึงบ้านเจอใจเริงแว้ดใส่ว่าไปหาพิมาลามาใช่ไหม เขาสุดทนตอบกลับไป

“ใช่! พี่ไปหาพิม พี่คิดถึงพิม พิมเป็นเมียพี่ ทำไมพี่จะไปหาเขาไม่ได้”

ใจเริงปรี๊ดตวาดลั่น “พิมเคยเป็นเมียพี่ แต่ตอนนี้พิมเป็นคนอื่น เมียพี่คือเริง แล้วลูกพี่อยู่ในท้องเริง”

“รู้ไหม ตอนที่พี่แอบไปหาเริง ถึงพิมเขาเริ่มสงสัย แต่เขาไม่เคยมานั่งจิกด่าพี่แบบนี้”

“ก็เพราะพิมเป็นแบบนั้นไง พี่ฤกษ์ถึงทำไม่หยุด เริงไม่ใช่พิม อย่าให้รู้ว่ายังแอบไปหาพิม เริงอาละวาดแน่!” ฤกษ์สวนกลับอย่ายุ่งกับพิมาลา ใจเริงประกาศกร้าว “พี่ฤกษ์นั่นแหละต้องบอกตัวเอง อย่าไปยุ่งกับพิม พิมเขาอยากหย่า เขาไม่เห็นพี่เป็นสามีแล้วจะไปรั้งเขาไว้ทำไม วันนี้ที่เริงไม่ราวีเพราะเห็นแก่ความดีของพิมที่ถอย แต่ถ้าพี่ฤกษ์ไม่เลิกยุ่งกับพิม เริงจะไม่เห็นแก่หน้าใครทั้งนั้น”...ฤกษ์สะอึกกังวลใจกลัวพิมาลาจะเดือดร้อนอีก

ooooooo

หลายวันต่อมา ฤทธิ์กับผ่องใสแวะมาเยี่ยม ฤกษ์ระบายความอัดอั้นตันใจ ผ่องใสหาว่าที่ใจเริงหยุดราวีเพราะอายไม่กล้าสู้หน้า ฤทธิ์ปรามอย่าเอาน้ำมันราดบนกองไฟอีกเลย สงสารลูก

ฤกษ์พูดด้วยสีหน้าเครียด “ถ้าเริงอารมณ์ไม่ดี ความเครียดมันก็ส่งผลถึงลูก ผมพยายามอดทนตามใจเขาเท่าที่จะทำได้ ลูกจะได้ไม่เป็นอันตราย ที่ทำทุกวันนี้ก็เพื่อลูก อีกแค่ไม่กี่เดือน พอคลอดเรียบร้อย ผมคิดไว้แล้วว่าจะทำยังไงต่อไป ถึงวันนั้นผมคงต้องให้พ่อกับน้าผ่องช่วย”

“ได้ บอกมาเลย พ่อรับไม้ต่อเอง แต่ตอนนี้รับมือเฉพาะหน้ากันไปก่อน” ฤทธิ์พยักพเยิดไปทางด้านหลัง ทั้งฤกษ์และผ่องใสหันมอง

ใจเริงแต่งตัวเฉิดฉายเดินมาออกคำสั่งให้ฤกษ์พาไปข้างนอก เธอยกมือไหว้ฤทธิ์แต่พอจะไหว้ผ่องใสก็ทำท่าอาเจียน แอ๊ดรีบยื่นถังขยะให้ เธอเดินหนี แอ๊ดต้องเดินตามรองรับเพราะขี้เกียจเช็ดถูบ้านอีก ใจเริงแขวะว่าเห็นหน้าผ่องใสทีไรอ้วกแตกทุกที สงสัยลูกจะเกลียดขี้หน้า

ผ่องใสตอกกลับ “หล่อนนั่นแหละที่ไม่ชอบ อย่ามาโยนบาปให้ลูกหน่อยเลย ที่ได้มาอยู่บ้านนี้ก็เพราะเกาะบุญลูกยังไม่สำนึก โยนบาปให้ลูกตัวเองอีก เป็นแม่ภาษาอะไรกันห๊ะ”

ฤทธิ์ปรามให้หยุดและให้ฤกษ์พาใจเริงออกไป เสียงใจเริงออดอ้อนว่าหาหมอเสร็จแล้วแวะซื้อเสื้อผ้ารองเท้าใหม่ และทานอาหารอร่อยๆด้วย ผ่องใสเบ้หน้าหมั่นไส้...

ร้านอาหารเทิดพันธ์มีลูกค้าเต็มร้าน มีคนทำแก้วแตก พิมาลาให้เด็กเอาแก้วใหม่ไปให้แล้วก้มลงเก็บเศษแก้ว เผอิญโดนบาดนิ้ว เทิดพันธ์ตกใจเข้ามาจับมือจะพาไปทำแผล มาลัยวรรณเห็นพุ่งเข้ามาดึงมือพี่สาวออกจากมือเขา และว่าจะพาไปทำแผลเอง เทิดพันธ์บอกงานในครัวยุ่งให้กลับไปทำงาน แต่มาลัยวรรณเถียงว่านี่พี่สาวตน ตนจะทำแผลให้พี่เอง

พิมาลารำคาญบอกทั้งสองว่าแผลเล็กนิดเดียว ตนทำแผลเองได้ เทิดพันธ์หงุดหงิดหันมาดึงมือมาลัย-วรรณเดินออกไป ถึงที่ปลอดคน มาลัยวรรณสะบัดมือออก เขาถามขึ้นทันที

“ผมรู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่” มาลัยวรรณสะอึกเขารู้อะไร “คุณกำลังหึง ไม่ใช่สิ เขาต้องเรียกว่าหวงพี่สาวอยู่ใช่ไหม...ผมรู้ที่ผ่านมาประวัติผมไม่ค่อยดีงาม แต่คุณก็น่าจะรู้ว่าจริงๆแล้วผมไม่ใช่คนเจ้าชู้ ตอนนั้นที่ผมนอกใจเริงเพราะมันทั้งเครียด ทั้งแค้น อยากเอาคืน มันว้าวุ่นไปหมด แต่ตอนนี้ชีวิตผมสงบลงแล้ว และจะไม่ทำผิดพลาดอีก ผมขอให้คุณมั่นใจ ผมชอบพี่สาวคุณจริงๆ...คุณอาจจะไม่เชื่อ” มาลัยวรรณเชื่อ “คุณเชื่อ...แล้วทำไมคุณต้องกีดกันผมกับพิมด้วย”

มาลัยวรรณพูดไม่ออก ใจเต้นรัวไม่อาจบอกได้ว่าเพราะตนชอบเขา เทิดพันธ์คาดคั้นถาม และสัญญาจะไม่ทำให้พิมาลาเจ็บปวดเสียใจเป็นครั้งที่สอง หญิงสาวปัดให้เขาพิสูจน์ตัวเองดีกว่าการสัญญา เทิดพันธ์ดีใจโอบไหล่เธอบอกขอบใจน้องสาว มาลัยวรรณสะท้อนใจน้ำตาแทบร่วง

ฤกษ์พาใจเริงมาทำอัลตราซาวด์ เขารู้สึกตื่นเต้นเมื่อเห็นภาพตัวอ่อนเคลื่อนไหว ใจเริงเห็นสายตารู้สึกอิจฉาโดยไม่รู้ตัว ลุกขึ้นให้หมอหยุดทำอ้างว่าหิวทนไม่ไหว หมออ่อนใจปริ๊นต์รูปให้ฤกษ์เอากลับไป...ในใจฤกษ์พร่ำบอกตัวเองว่า พ่อจะอดทนเพื่อลูก ฤกษ์นำภาพมาติดไว้ในห้องทำงานที่บ้าน ซึ่งในห้องมีภาพพิมาลาตั้งวางอยู่ด้วย

ในคืนนั้น มาลัยวรรณทำทีเข้ามาชวนพิมาลาคุยหยั่งเชิงว่ามีใจให้เทิดพันธ์บ้างไหม พิมาลารู้สึกแค่ว่าเทิดพันธ์เป็นคนดีมีความมุ่งมั่น มาลัยวรรณเจ็บจี๊ด ถามพี่สาวอีกว่าตัดใจจากฤกษ์ได้แล้วหรือ พิมาลาส่ายหน้าแต่พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ได้หรือไม่ได้พี่ก็ต้องเดินต่อไป พี่ให้โอกาสคุณเทิดพันธ์ก็เท่ากับพี่ให้โอกาสตัวเอง ชีวิตทำให้พี่เห็นว่าคนที่เราไว้ใจที่สุดยังหักหลังเราได้ เพราะฉะนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้ จริงไหม”

“จริงค่ะ อะไรก็เกิดขึ้นได้ และบางทีมันก็เกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว” มาลัยวรรณพยักหน้าช้าๆคิดถึงเทิดพันธ์ตอนที่เจอกันใหม่ๆ ทะเลาะกันเถียงกันจนมาถึงหัวเราะด้วยกันอย่างมีความสุข ต่างจากพิมาลาที่คิดถึงฤกษ์ตอนรักกันหวานชื่น มีความสุขกันมาจนถึงต้องร้องไห้เสียใจ

ooooooo

กลางดึกที่บ้านฤกษ์ ใจเริงตื่นขึ้นมาร้องเรียกฤกษ์ลั่นบ้านให้มานวดเพราะเป็นตะคริวทั้งสองขา เสียงเปิดประตูห้องเข้ามาตามด้วยมือที่บีบนวดขาทั้งสองข้างอย่างรุนแรง ใจเริงร้องลั่นด้วยความเจ็บ พอหันมองไม่ใช่ฤกษ์แต่เป็นผ่องใสกับแอ๊ดก็ตกใจ กรี๊ดใส่เข้ามาได้อย่างไร

ผ่องใสกวนกลับว่าเดินเข้ามาแล้วบอกแอ๊ดให้ช่วยกันนวด ใจเริงโวยวายจะให้ฤกษ์เป็นคนนวด ผ่องใสบอกว่าเขานอนแล้ว เหนื่อยมาทั้งวันต้องตะลอนเดินห้าง พาไปหาหมอ พาไปกินของแพงๆ และโทษว่าจะไม่เป็นตะคริวได้อย่างไรในเมื่อใส่ส้นสูงเสียขนาดนั้น ใจเริงตวาดสวน

“ฉันจะทำอะไรก็เรื่องของฉัน พี่ฤกษ์ยังไม่ว่าเลย หล่อนเป็นใครมีสิทธิ์อะไรมาว่าฉัน”

“ไม่มี! แต่ฉันไม่สน ขนาดหล่อนไม่มีสิทธิ์มานอนกับผัวคนอื่น หล่อนก็ยังทำ แล้วจะเรียกร้องหาสิทธิ์จากฉันทำไม ใครแคร์ฮึ!”

แอ๊ดเห็นด้วย ใจเริงโกรธด่าแอ๊ดนังขี้ข้าไม่มีสมอง แอ๊ดโต้ว่าตนไม่มีสมองแต่มีศีลธรรมไม่เคยผิดผัวผิดเมียใคร ใจเริงกรี๊ดลั่นหาว่าโดนรุมร้องเรียกฤกษ์ลั่นบ้าน... ฤกษ์นอนอุดหูอยู่บนโซฟาในห้องทำงาน เพราะตกลงกับผ่องใสไว้แล้วว่าจะไม่ใจอ่อนอีกถ้าเธอมาช่วยรับมือ

รุ่งเช้า เทิดพันธ์มารับสองสาวพี่น้องที่บ้าน พร้อมซื้ออาหารเช้ามาฝากพจน์และมาลี ขออนุญาตเรียกพ่อกับแม่โดยไม่รอคำตอบ และยังบอกว่าการมารับส่งเป็นบริการเสริมที่ตนให้เงินเดือนน้อย พจน์กับมาลีทั้งอึ้งและงงๆว่าเขามาแบบนี้ จีบลูกสาวคนไหนกันแน่

เทิดพันธ์เปิดประตูรถด้านหน้าให้พิมาลา แต่เธอลังเลจะให้มาลัยวรรณนั่ง มาลัยวรรณรีบเปิดประตูนั่งเบาะหลังทันที เธอจึงต้องนั่งหน้าคู่กับเทิดพันธ์

ด้านใจเริงตื่นมาก็โวยวายให้ฤกษ์ทำอาหารเช้าให้กิน ผ่องใสกับแอ๊ดยกข้าวต้มเห็ดหอมออกมาวางบนโต๊ะ ใจเริงทำหน้าจะอาเจียนแล้วบอกฤกษ์ว่าลูกไม่ชอบ จะออกไปหาของอร่อยๆกินนอกบ้าน ฤกษ์ไม่อยากเถียงด้วยพยักหน้ายอมเพื่อลูก

แต่พอมาถึงร้านอาหาร ใจเริงหน้าง้ำไม่พอใจที่ฤกษ์พาผ่องใสกับแอ๊ดมาด้วย ผ่องใสเห็นใจเริงไม่สนใจสั่งอาหารก็ทึกทักว่าไม่อยากกินแล้วชวนกลับบ้าน ใจเริงแว้ดใส่ไม่กลับแล้วแกล้งสั่งอาหารมากมายด้วยความแค้นใจ ผ่องใสยั่วอีก สั่งมาเลยตนกับแอ๊ดทานได้หมด

วันเวลาผ่านไป ใจเริงท้องได้ห้าเดือน ฤกษ์นั่งมองภาพจากอัลตราซาวด์ที่ติดไว้บนผนังสามแผ่น เห็นพัฒนาการของลูกก็มีกำลังใจขึ้น...จนมาถึงเดือนที่แปด ภาพอัลตราซาวด์เพิ่มขึ้น ฤกษ์มองแหวนแต่งงานที่นิ้วอย่างมีความหวัง

ความสนิมสนมของเทิดพันธ์กับพิมาลามีมากขึ้น ทั้งสองออกไปซื้อของเข้าร้านด้วยกันท่าทางสนุกสนานมีความสุข ฤกษ์แอบมายืนมองที่หน้าร้านอย่างสะเทือนใจ พิมาลารู้สึกเหมือนมีคนมองแต่พอหันไป เขาหลบอย่างรวดเร็ว ฤกษ์ตัดสินใจเดินกลับเมื่อคิดถึงคำพูดของใจเริงที่ว่า ถ้าเขายังไม่เลิกยุ่งกับพิมาลา จะอาละวาดไม่เห็น แก่หน้าใคร เผอิญสุรทินเดินสวนมาชะงักเมื่อเห็นหน้าฤกษ์ ฤกษ์ไม่ได้สนใจแต่มองไปเห็นรถเปรมจอดอยู่ก็แปลกใจ

เปรมมาคุยเรื่องที่พิมาลาคิดวิธีโปรโมตร้านของเทิดพันธ์ด้วยการให้รายการของเขาสัมภาษณ์เทิดพันธ์กับสุรทินออกรายการ ในคอนเซปต์การตกแต่งบ้านเก่าให้กลายเป็นบูทีคโฮเทล และรู้มาว่าของตกแต่งในร้านส่วนใหญ่เป็นของสุรทิน จึงสัมภาษณ์เขาด้วยถึงไลฟ์สไตล์เจาะลึกชีวิตครอบครัว เทิดพันธ์ยินดีเสียดายที่พิมาลาไม่ได้เป็นพิธีกรสัมภาษณ์เอง มาลัยวรรณแอบมองความสนิทสนมของพี่สาวกับเทิดพันธ์แล้วสะเทือนใจต้องหลบกลับเข้าครัว

ประนอมเห็นใจพยายามปลอบเท่าที่ปลอบได้ มาลัยวรรณตกใจที่ป้ารู้ว่าตนชอบเทิดพันธ์ ขอร้องอย่าบอกใคร ตนกำลังพยายามตัดใจให้ได้

ooooooo

เมื่อฤกษ์กลับถึงบ้าน ใจเริงก็โวยวายที่ปล่อยให้อยู่กับผ่องใส ตนเครียดจนลูกแทบปลิ้นออกมา แล้วบ่นรำคาญท้องที่ใหญ่ขึ้นแถมแพ้ท้องไม่เลิก รู้อย่างนี้ไม่ปล่อยให้ท้องดีกว่า

ฤกษ์ย้อนทันที “ใช่...ถ้ารู้ว่าต้องมาทรมานแบบนี้ พี่ก็ไม่ปล่อยให้ท้องเหมือนกัน”

“พี่ฤกษ์! พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง”

“หมายความว่าไม่ใช่แค่เริงคนเดียวที่ทรมาน พี่ก็ไม่มีความสุขเพราะฉะนั้นอย่าบ่น อีกไม่นานลูกคลอดแล้วเราสองคนจะได้หลุดจากความทรมานสักที” พูดจบฤกษ์เดินไปอย่างหงุดหงิด

“พี่ฤกษ์จะทิ้งเริงเหรอ มาพูดกันให้รู้เรื่อง เริงไม่ยอมนะถึงคลอดลูกแล้วเริงก็ยังเป็นเมียพี่ฤกษ์ พี่ฤกษ์ต้องไปหย่ากับพิม เริงทนรอมานานแล้วนะ เมื่อไหร่จะหย่าๆกันไปสักที” ใจเริงโวย

ฤกษ์กลับมาพูดใส่หน้า “จะไม่มีการหย่าอะไรทั้งนั้น จนกว่าลูกจะคลอดอย่างปลอดภัย เพราะฉะนั้นดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีๆ เพราะอนาคตของลูกคืออนาคตของเธอ”

ใจเริงจะกรี๊ดแต่รู้สึกเกร็งที่ท้องจึงชะงัก พยายามสูดหายใจเข้าลึกๆกุมท้องอย่างทรมาน...ระหว่างนั้น เทิดพันธ์นั่งดื่มคุยกับสุรทินที่ศาลาริมน้ำ สุรทินบอกเรื่องที่เห็นฤกษ์ด้อมๆมองๆที่หน้าร้าน เทิดพันธ์ฉุกคิดว่าเขาคงยังมีเยื่อใยกับพิมาลา แบบนี้ตนอาจคิดผิดเรื่องความสัมพันธ์ของฤกษ์กับใจเริง

คืนนั้นฤกษ์กับเปรมคุยกันเรื่องจะสัมภาษณ์เทิดพันธ์ ฤกษ์ยิ่งปวดใจที่พิมาลาอยากช่วยเทิดพันธ์ โปรโมตร้าน เปรมบอกไม่ต้องห่วง ตนจะถามแต่เรื่องโรงแรมและการดีไซน์ ฤกษ์จึงบอกว่าตนเป็นคนออกแบบโรงแรมนั้น เปรมตกใจไม่รู้มาก่อน รีบขอร้องอย่ามาป่วนอีก

วันต่อมา ผ่องใสนั่งเม้าท์ที่บ้านพิมาลา ว่าสงสารฤกษ์ต้องทนรับมือกับใจเริงก็เพื่อลูก วันๆท่องแต่คำว่า ทำเพื่อลูกๆ ตนเสียดายเด็กน่าจะมาเกิดในท้องพิมาลา ทุกคนชะงักหน้าเจื่อน ผ่องใสรู้สึกตัวรีบขอโทษ พิมาลาบอกผ่องใสพูดถูก เด็กเลือกเกิดกับใจเริง เราต้องยอมรับ ผ่องใสบ่น

“น้าก็ยอมรับ แต่อดสงสารคุณฤกษ์ไม่ได้จริงๆนะคะ ตอนนี้คุณฤกษ์ผอมลงไปตั้งเยอะ หน้าอมทุกข์ น้าจำไม่ได้แล้วว่าเห็นคุณฤกษ์ยิ้มครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ เฮ้อ คิดๆแล้วก็สงสาร”

พิมาลาสะท้อนใจลึกๆด้วยยังห่วงฤกษ์ พอดีเทิดพันธ์มารับ พิมาลาเรียกมาลัยวรรณ มาลีบอกว่าน้องออกไปแต่เช้ามืดแล้วเห็นว่าไปช่วยเตรียมงาน พิมาลาแปลกใจก็ต้องไปทำด้วยกัน ผ่องใสมองเทิดพันธ์ที่ทักทายทุกคนอย่างสนิทสนม รู้สึกว่าตัวเองตกข่าวอะไรไปหรือเปล่า

ที่โรงแรมเทิดพันธ์ มาลัยวรรณกับประนอมช่วยกันจัดเตรียมอาหาร หมี่ พิซซี่และแมนช่วยกันดูแลเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมให้เทิดพันธ์และสุรทิน พิซซี่หยอดจีบสุรทินเป็นระยะๆ เปรมเอาสคริปต์ให้เทิดพันธ์อ่าน เขาแปลกใจถามพิมาลาว่าตนต้องพูดแบบนี้จริงหรือ เธอมองดูที่บทแล้วถามกลับว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า เขาอึกอักๆปฏิเสธ

พอเริ่มอัดรายการ เปรมกับหมี่เป็นคนสัมภาษณ์ พิมาลานั่งดูที่จอมอนิเตอร์กับพิซซี่และแมน การสัมภาษณ์เป็นไปอย่างสนุกสนาน จนมาถึงที่เทิดพันธ์ต้องพูดตามสคริปต์ถึงการตกแต่ง

“ทุกอย่างเหมือนกลับไปอยู่สมัยคุณพ่อผมยังหนุ่ม ถ้าพ่อยังอยู่ท่านคงดีใจ ก็ต้องขอบคุณสถาปนิกท่านนี้ด้วย” เปรมถามว่าใคร “คุณฤกษ์ พินิจพันธ์ไงครับ จากบริษัทฤทธี นฤบาล”

พิมาลาเผลอยิ้มออกมา เทิดพันธ์มองมารู้สึกได้ว่าเธอยังมีเยื่อใยกับฤกษ์ หมี่แซวขำๆว่าชื่อนี้คุ้นๆ เปรมพูดติดตลกว่าใช่คุ้นมาก แล้วทำเป็นนึกได้ว่าหุ้นส่วนตนเอง สุรทินแทรกขึ้นว่า

“อ้าว นี่โปรโมตกันเองเลยเหรอครับเนี่ย” ทุกคนหัวเราะ

มาลัยวรรณกับประนอมยกอาหารมาจัดวาง พลันเห็นสุพรรญาถือช่อดอกไม้เข้ามาก็รีบออกไปต้อนรับและบอกว่าเทิดพันธ์กำลังถ่ายรายการอยู่ สุพรรญายิ้มให้บอกแค่อยากมาแสดงความยินดีกับธุรกิจใหม่ของเทิดพันธ์ ระหว่างนั้นฤกษ์เดินผ่านเข้าไปด้านใน ทุกคนกำลังพัก พิมาลาดูแลซับหน้าให้เทิดพันธ์ ฤกษ์ยืนมองอย่างช้ำใจ...

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement