วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เพลิงบุญ ตอนที่ 12


21 ก.ย. 2560 08:24
4,239,358 ครั้ง

เพลิงบุญ ตอนที่ 12

อ่านเรื่องย่อ

เพลิงบุญ

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

กฤษณา อโศกสิน

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ชนินทร ประเสริฐประศาสน์

ผลิตโดย:

บริษัท เมคเกอร์ วาย จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, ราณี แคมเปน,

ฤกษ์ตกใจเมื่อรู้ว่าใจเริงไปหาเรื่องพิมาลาอีก เขารีบบึ่งรถกลับบ้าน...ใจเริงกำลังยุให้พิมาลาหย่า ปัญหาจะได้จบ พิมาลามองหน้านิ่งๆก่อนจะสวนกลับอย่างเจ็บแสบ

“รองพื้นยี่ห้อนี้ดีนะ นอกจากจะทำให้หน้าเนียนแล้ว ยังหน้าด้านอีกต่างหาก”

ใจเริงจี๊ดแต่ข่มอารมณ์ไว้ “อยากจะด่าอะไรก็เชิญเริงไม่สนหรอก ที่พูดเพราะหวังดี ไม่อยากให้นอนกอดทะเบียนสมรสเหมือนเมียหลวงในละคร แต่ชีวิตจริง
ไม่มีความสุข”

“พิมก็คิดแบบนั้น อยู่ไปก็ไม่มีความสุข หย่าๆไปจะได้จบๆ ต่างคนต่างอยู่ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีก...แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว! ตั้งแต่เกิดเรื่อง พี่ฤกษ์ตามง้อสารพัด พยายามอธิบายเล่าทุกอย่างให้ฟัง จนพิมเชื่อแล้วว่าเขาก็แค่เมา มันเป็นความผิดพลาดที่เขาไม่ได้ตั้งใจ มันไม่ได้เกิดจากความรักแม้แต่นิดเดียว”

ใจเริงโวยว่าหลอกตัวเอง พิมาลาสวนกลับ “ใครกันแน่ที่หลอกตัวเอง ถ้าพี่ฤกษ์รักเริงจริง เขาจะมาง้อพิมทำไม ตั้งแต่เกิดเรื่องเขาเคยติดต่อหาเริงบ้างรึเปล่า เคยไปหาไหม...ไม่เคย! แค่นี้ก็รู้แล้วว่าเขาเลือกใคร” ใจเริงเริ่มรู้สึกว่าควบคุมเกมไม่ได้ พิมาลาโยนกระเป๋าลงพื้น ใส่ต่อ “ที่ให้มาอยู่บ้านตอนตกอับ ถือว่าหายกันไปกับที่เคยช่วยตอนพ่อไม่สบาย นับจากนี้เราสองคนไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าหวังว่าจะได้เป็นภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย...”

พิมาลาพูดใส่หน้าหนักแน่นว่า...ตนไม่หย่า ใจเริงเสียศูนย์แทบไปไม่ถูก พุ่งเข้ากระชากพิมาลา ฤกษ์โผล่พรวดเข้ามาตวาดใจเริงให้ปล่อย แล้วกระชากเธอเหวี่ยงล้มลงอย่างแรง

“โอ๊ยพี่ฤกษ์! เริงยังไม่ทันทำอะไรเลยนะ”

ฤกษ์ไม่ฟังเสียงไล่ใจเริงออกไปจากบ้าน อย่ามายุ่งกับพิมาลาอีก ใจเริงโวยว่าตนก็เป็นเมีย พิมาลาอยู่ได้ตนก็อยู่ได้ ฤกษ์เสียงเข้มบอกพิมาลาอยู่ได้เพราะเป็นภรรยา แต่เธอไม่ใช่

“กรี๊ด...ถ้าเริงไม่ใช่แล้วเริงเป็นอะไร กรี๊ด...พี่ฤกษ์จะพูดแบบนี้ไม่ได้ เริงไม่ยอม...”

ฤกษ์ตวาดให้หยุดแต่ใจเริงไม่หยุดกรี๊ด ปาข้าวของใส่พิมาลา ฤกษ์ให้แอ๊ดพาพิมาลาขึ้นห้อง พิมาลาตกใจราวคนไร้สติ มองใจเริงคลุ้มคลั่งด้วยความปวดใจ ภาพตอนสนุกสนานวัยเด็กผุดขึ้น มันไม่เหลืออีกแล้ว ความรู้สึกแบบนั้น...ฤกษ์รวบตัวใจเริงดึงลากออกไปจากบ้าน

ฤกษ์ตัดสินใจเด็ดขาด ขับรถมาส่งใจเริงและบอกว่า บ้านนี้ตนจะโอนให้ถือเป็นการชดใช้ทุกอย่าง แล้วไม่ต้องมาเจอะเจอกันอีก ใจเริงประกาศกร้าว

“เริงไม่เอาแค่นี้ พี่ฤกษ์คิดว่าแค่นี้จะเฉดหัวเริงไปได้ง่ายๆหรือไง ทำกรรมร่วมกันมาแล้วจะหนีไปเสวยสุขคนเดียว มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก เรื่องระหว่างเรามันยังไม่จบ มันแค่เริ่มต้น”

ฤกษ์ขับรถกลับมาด้วยอารมณ์คุกรุ่น กลับมาถึงบ้านขึ้นไปบนห้อง เห็นพิมาลากำลังหยิบเสื้อผ้าจากในตู้ก็ถลาเข้าขอร้องอย่าไปไหนทั้งนั้น เธอมองเขาด้วยสายตานิ่งๆบอกใครจะไปไหน ฤกษ์เริ่มงงถามเธอจะกลับมาอยู่ด้วยกันที่นี่ใช่ไหม พิมาลาพยักหน้ารับ เขาดีใจมาก

“พิมหายโกรธพี่แล้วใช่ไหม พิมยกโทษให้พี่แล้วใช่ไหม”

“พิมไม่รู้ว่าจะหายโกรธ จะยกโทษให้ได้หรือเปล่า แต่พิมจะให้โอกาสพี่ฤกษ์พิสูจน์ตัวเอง” ฤกษ์รีบถามว่าไม่หย่าแล้วใช่ไหม “ค่ะ พิมไม่หย่า แต่ถ้าพี่ฤกษ์ยังไม่หยุด พิมหย่าแน่”

“ได้เลยพิม พี่หยุดแน่ พี่พร้อมจะพิสูจน์ทุกอย่าง พี่จะไม่ยุ่งกับใจเริงอีก พี่สัญญา เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะพิม” ฤกษ์ดึงพิมาลามากอด เธอฝืนนิดๆ ไม่มีแก่ใจจะยกมือกอดตอบ...

ฤกษ์โทร.เล่าให้ผ่องใสฟังด้วยความดีใจ ส่วนพิมาลาโทร.บอกมาลีว่าจะอยู่บ้านเรือนหอ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะหายโกรธหรือยกโทษให้ฤกษ์ได้หรือไม่ แค่ให้โอกาสเขาพิสูจน์ตัวเอง ทั้งมาลีและผ่องใสต่างดีใจกับการตัดสินใจนี้...ต่างกับใจเริงที่อยู่ในห้องนอน เล่นโยคะด้วยสีหน้าเครียดดุดัน ระหว่างที่ค้างท่าที่ยากอยู่นั้น ก็มีความคิดแผนร้ายขึ้นได้ เอามือถือมาถ่ายตัวเองไว้

วันต่อมา พิมาลาเล่าให้หมี่ พิซซี่และแมนฟังเรื่องการตัดสินใจครั้งนี้ ทุกคนยินดีและดีใจด้วย ไม่ทันไรแมนทำเสียงอู้...อ้า ทำให้ทุกคนหันมาสนใจ แมนหันมือถือให้ดูภาพใจเริงในไอจีแล้วย้ำกับพิมาลาว่าต้องหนักแน่นอย่าไปสนใจแคปชั่นที่ส่งมาว่า...ฝึกท่ายากเอาใจสามี รู้ว่าชอบ

“นางแท็กคุณฤกษ์ด้วยนะคะ แบบนี้เท่ากับอยากประกาศว่าสามีในที่นี้เป็นใคร” พิซซี่พลั้งปาก หมี่กับแมนหันมาจ้องหน้า พอรู้สึกตัวรีบขอโทษที่อินมากไป

หมี่จะปลอบแต่พิมาลาขอตัวแล้วเดินไปทันที เธอเข้ามาสงบสติอารมณ์ในห้องน้ำไม่ให้เป็นไปตามเกมของใจเริง...ด้านฤกษ์กำลังทำงาน เปรมเอาภาพในไอจีใจเริงให้ดู

“ฉันว่าแกเริ่มเอาไม่อยู่แล้วนะ ใจเริงชักจะไปกันใหญ่ ถ้ามีคนมาเห็นแคปชั่นนี้แล้วแชร์ต่อเป็นเรื่องแน่ ตอนนี้นักข่าวออนไลน์หาข่าวแข่งกันทุกวินาที คนดังไม่ดังจับมาเป็นข่าวหมด แกต้องรีบจัดการก่อนเรื่องจะบานปลาย”

“ฉันไม่แคร์หรอก พวกนักข่าว พวกเกรียนคีย์บอร์ด ฉันแคร์พิมคนเดียว” ว่าแล้วโทร.หา

พิมาลาเห็นชื่อฤกษ์ก็ตัดสายทิ้ง ฤกษ์เริ่มกังวลเปลี่ยนมากดโทรศัพท์หาใจเริง เธอส่งเสียงยั่วยวนทันทีว่าเห็นรูปแล้วคิดถึงตนหรือ เขาตวาดเสียงกร้าวให้ลบรูปออกเดี๋ยวนี้ ใจเริงหัวเราะยั่วต่อว่าหึงหรือไม่อยากให้คนอื่นเห็น ฤกษ์เอือมระอาถามเสียงเข้มจะลบหรือไม่ลบ

“ทำไมเริงต้องลบด้วยในเมื่อมันเป็นความจริง เจอกันทีไรก็...ทำท่านี้...เริงบอกแล้ว นี่แค่เริ่มต้น เริงไม่มีความสุขอย่าหวังเลยว่าพี่ฤกษ์จะมี” ใจเริงยั่วโมโหแล้ววางสายด้วยความสะใจ

ฤกษ์พูดไม่ออก โกรธตัวเองที่พลาดจนโดนกดดันขึ้นเรื่อยๆแบบนี้ ในขณะเดียวกัน พิมาลาสงบสติอารมณ์ตัวเองลงได้ ฮึดสู้ มองแหวนแต่งงานที่นิ้วนางแล้วหยิบมือถือมาถ่ายรูป โพสต์ลงไอจีพร้อมพิมพ์ข้อความ “การเป็นเมียอย่างถูกต้องตามกฎหมายต้องมีคุณสมบัติเหมือนเพชรคือทน...โดยเฉพาะเพชรบนแหวนแต่งงาน ต้องทนเป็นพิเศษ หิน กรวดก็มาแทนไม่ได้!”

แมนเห็นไอจีของพิมาลาก็รีบให้พิซซี่กับหมี่ดู พิซซี่สะใจมากแต่หมี่กลับเป็นห่วงพิมาลา พอใจเริงเห็นการตอบโต้ของพิมาลาก็แค้นใจราวโดนแทงกลับ ก็ไม่ปาน...ด้านมาลัยวรรณกำลังทานอาหารเย็นกับพจน์ มาลี ฤทธิ์ และผ่องใส เธอสะใจมากที่พี่สาวรู้จักตอบโต้บ้าง อธิบายให้ผู้ใหญ่ทุกคนฟังถึงสงครามไอจี ผ่องใสอยากเห็นรูปที่ใจเริงลง มาลัยวรรณอึกอักๆบอก

“แม่กับน้าผ่องดูได้ แต่พ่อกับคุณลุงห้ามดูค่ะ”

ทั้งพจน์และฤทธิ์งงรูปอะไร แต่พอผ่องใสกับมาลีได้ดูก็ตกใจอุทานกันเสียงหลง มาลีถามถึงฤกษ์เห็นแล้วทำอย่างไร มาลัยวรรณเล่าว่าฤกษ์ปิดไอจี แต่อยากให้ดูที่พิมาลาสวนกลับ แสบสันมาก ผ่องใสเห็นแล้วชอบใจส่วนมาลีกลับส่ายหน้าไม่เห็นด้วย

“แม่ว่าทำแบบนี้เหมือนเอาเรื่องเรามาประจานให้คนอื่นดูนะลูก”

“นั่นสิ โบราณว่า ความในอย่านำออก ความนอกอย่านำเข้า เรื่องส่วนตัวในบ้านอย่าเอาไปโพนทะนาให้คนอื่นรู้ ยิ่งตอบโต้กันไปมาจะยิ่งบานปลาย” พจน์เห็นด้วยกับมาลี

ฤทธิ์ก็เห็นด้วยเพราะคนที่สนุกที่สุดคือคนนอก ได้เสพดราม่ารายวันแถมแสดงความคิดเห็นแรงๆสะใจ ไม่ต้องดูละครกันอีก ดูชีวิตจริงที่แฉกันบนโลกออนไลน์มันกว่า...ถึงอย่างไรมาลัยวรรณก็ยังห่วงพิมาลา เพราะแม้ไม่มีโลกออนไลน์ ใจเริงก็ต้องหาทางเอาชนะไม่หยุดง่ายๆ

ooooooo

พิมาลากลับเข้าบ้านด้วยความเหนื่อยใจ เห็นดอกไม้และเทียนประดับเต็มห้องพร้อมเสียงดนตรีแผ่วหวานก็ให้ถอนใจ เกิดเรื่องทีไรทำแบบนี้ทุกที ขาดแต่ธูปอย่างเดียว คิดในใจว่าจะต้องมีการทำกับข้าวไว้ให้กินแน่ๆ ไม่ทันไรเสียงฤกษ์ดังขึ้น

“พิมทำไมกลับช้าจังครับ วันนี้พี่ให้แอ๊ดลาพักหนึ่งวัน พี่ทำกับข้าวเองเลยนะ เมนูพิเศษสุดๆ มีแต่ที่พิมชอบทั้งนั้นเลย หิวไหมครับ”

พิมาลาถอนใจอย่างที่คิด บอกเหนื่อยนิดหน่อย ฤกษ์รีบพาเธอมานั่งที่โต๊ะอาหาร รินไวน์ให้อย่างเอาใจ หอมแก้มเธอฟอดหนึ่งแล้วรีบไปยกอาหารจากในครัว
พิมาลาฝืนยิ้ม พอพ้นสายตาก็หน้าเครียดเจ็บแปลบในใจ

ในเวลานั้นใจเริงโทร.หาฤกษ์ เขาเห็นชื่อเธอก็รีบปิดเสียงและตัดสายทิ้ง ใจเริงโกรธคิดหรือว่าจะหนีพ้น โทร.เข้าเบอร์บ้านทันที

พิมาลาได้ยินโทรศัพท์ดังก็ลุกเดินไปจะรับ ฤกษ์พุ่งเข้ามาชิงรับแทน อ้างไม่อยากให้เธอต้องทำอะไร พิมาลา ชักแปลกใจเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะอาหาร ฤกษ์รับสาย

ใจเริงส่งเสียงหวานว่าคิดถึง เหงาต้องกินข้าวคนเดียว เขากระซิบเสียงเข้มให้วางสายแล้วไม่ต้องโทร.มาอีกและวางหูใส่

พิมาลาหน้านิ่งแต่ในใจร้อนระอุ ทันใดเสียงมือถือในกระเป๋าดังขึ้น คิดว่าต้องเป็นใจเริง ตัดสินใจเดินไปหยิบขึ้นมากดรับ ใจเริงได้ใจยั่วอารมณ์ทันที

“สวัสดีจ้ะพิม นึกว่าพิมจะไม่รับสายเริงซะแล้ว”

“คนโทร.ยังกล้าโทร. ทำไมจะไม่กล้ารับ มีอะไร”

“ก็ไม่มีอะไรมาก ฝากบอกพี่ฤกษ์หน่อยสิ วันนี้ที่ห้องเริงมีต้มแซ่บ ถ้าพี่ฤกษ์เบื่อแกงจืด...ที่บ้าน ก็แวะมาได้นะ รสชาติคุ้นลิ้น พี่ฤกษ์เขาชอบ”

“ได้ จะบอกให้ แต่ตอนนี้พี่ฤกษ์เขาทำอาหารคลีนให้เราทานนะ เขาห่วงสุขภาพเราน่ะ แล้วอย่านึกว่าอาหารคลีนไม่แซ่บนะ มันอร่อยและถูกปากมากเชียวล่ะ” พิมาลาช็อกพยายามตั้งสติโต้กลับก่อนจะตัดสาย

ใจเริงผงะตะโกนลั่น “เดี๋ยว นังทุเรศ เก่งนักนะ เดี๋ยวฉันจะจัดหนักให้อีกหลายแมตช์”

พิมาลายืนใจสั่น มือไม้สั่น มือถือร่วงจากมือ ฤกษ์ยกอาหารออกมาวางเห็นท่าทางภรรยาก็ชักร้อนตัวถามเป็นอะไร ใครโทร.มา พิมาลาหันมาจ้องหน้าบอก ใจเริงโทร.มา ฤกษ์อ้าปากจะถามเธอสวนทันควัน ไม่กินแล้วกินไม่ลงแล้วจะเดินไป เขาคว้ามือเธอไว้

“พิม...พิมอย่าไปสนใจคำพูดของเขา ใจเริงก็แค่หาทางทำให้เราแตกแยกกัน พิมต้องเข้มแข็ง ไม่ต้องฟังอะไรทั้งนั้น”

“ทั้งลงรูปในไอจี ทั้งโทร.มาที่บ้าน โทร.เข้ามือถือ พิม จะไม่ให้สนใจเลยเหรอคะ จะต้องทำเป็นหลับหูหลับตา ไม่รู้ไม่เห็นตลอดไปหรือไง ถ้าพี่ฤกษ์คุมเขาไม่ได้ พิมจะไม่ทน” พิมาลาเสียงเข้มโกรธจัด สะบัดหน้าเดินขึ้นห้อง

ฤกษ์เครียดวิ่งตามขึ้นไป “พิม...พี่จะไปคุมเขาได้ยังไง พี่ไม่ได้คุยกับเขาแล้ว...พี่บอกแล้วไงว่าเลิกติดต่อกับเขาแล้ว”

“ถ้าพี่ฤกษ์หยุดจริงๆ เขาจะตามจิกแบบนี้ทำไม”

“เขาทำเพราะเขาไม่อยากให้พี่กลับมามีความสุขกับพิม พี่เลิกติดต่อกับใจเริงแล้วจริงๆ”

พิมาลาไม่เชื่อขอเช็กมือถือ ฤกษ์บริสุทธิ์ใจจึงส่งให้ และบอกว่าใจเริงโทร.มาแต่ตนไม่รับ เขาลืมไปว่าได้โทร.กลับไปต่อว่าใจเริงเมื่อตอนบ่าย พอพิมาลาเช็กก็เจอว่าเขาเป็นคนโทร.ไป เธอโกรธมากหาว่าเขาโกหกอีก ไล่ให้ไปนอนห้องอื่นไม่ยอมฟังเหตุผลใดๆ ฤกษ์กุมขมับกลัดกลุ้ม

ooooooo

รถมาลัยวรรณเสีย เทิดพันธ์จึงอาสาขับรถมาส่งบ้าน เขาเปรยว่าบ้านเธอร่มรื่นต้นไม้เยอะดี แล้วแย็บถามยังไม่ได้เคลียร์กับพิมาลาใช่ไหมเห็นทำหน้าหดหู่ หญิงสาวถอนใจ

“เฮ้อ...ฉันยังไม่มีโอกาสได้ขอโทษพี่พิมเลย แล้วนี่ยังมีเรื่องพี่เริงเปิดศึกไอจี พี่พิมสวนกลับแบบไม่เคยทำมาก่อน ฉันยิ่งไม่อยากพูดอะไรตอนนี้”

“ดีแล้ว พูดอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์ และผมเชื่อว่าพี่คุณไม่ได้โกรธหรือเกลียดคุณ เพราะฉะนั้นเลิกโทษตัวเองแล้วก็ทำตัวให้พร้อม คอยเป็นกำลังใจให้พี่สาวคุณ ผมว่าคุณพิมยังต้องเจออะไรอีกเยอะ ใจเริงไม่เลิกง่ายๆ”

“ฉันก็คิดแบบนั้น ขอบคุณมากนะคุณ นอกจากมาส่งแล้วยังปลอบใจเป็นของแถม แบบนี้สิถึงจะเรียกว่า เจ้านายที่แสนดี...บาย ไนท์ๆ” มาลัยวรรณยิ้มโบกมือ เทิดพันธ์ขำระคนเอ็นดู

เช้าวันใหม่ที่บริษัทฤทธิ์ เปรมเห็นหน้าฤกษ์เศร้าก็ปลอบใจแอบซ้ำเติมเล็กๆว่าช่วงนี้เป็นช่วงรับกรรม ห้ามพูด ห้ามอธิบาย ห้ามเถียงเด็ดขาด ต้องยอมอย่างเดียว ...ฤกษ์บ่นอุบ

“พิมเขาไม่เคยเป็นแบบนี้ ปกติมีเหตุผล ใจเย็น แต่นี่แบบโคตรเหวี่ยง จับผิด พูดอะไรก็ไม่ฟัง แล้วยังมีเช็กมือถืออีก เมื่อก่อนไม่เคยเป็น”

“ก็เมื่อก่อนแกไม่ได้ทำวีรกรรมไว้นี่ แหมเล่นจัดหนัก ขนาดนี้ เป็นใครก็ต้องระแวง”

ฤกษ์เข้าใจแต่ไม่ชิน เปรมบอกแบบพิมาลายังน้อย ถ้าเป็นคนอื่นเช็กมือถือแล้วเจอรับรองปาทิ้งกระจาย เผลอๆแตกทั้งมือถือทั้งหัว ฤกษ์ยอมรับว่าลืมที่โทร.ไปด่าใจเริง อยากให้พิมาลากลับเป็นคนเดิมเสียที เปรมให้ไปจัดการต้นเหตุออกไปจากชีวิตให้ได้ก่อน ถ้ายังคาราคาซังแบบนี้มีหวังทะเลาะกันอีกหลายยก...แล้วเปรมก็นึกได้พูดอย่างจริงจัง

“ช่องเขาเตือนมา ภาพลักษณ์แกกับพิมเป็นตัวแทนของคู่รักรุ่นใหม่ เขาถึงให้เราทำรายการเกี่ยวกับบ้านและครอบครัว เขาได้ข่าวแว่วๆมาว่าแกมีปัญหาเรื่องมือที่สาม ดีที่ยังไม่มีนักข่าวตามเจอ แต่ถ้าเป็นข่าวขึ้นมา อาจจะกระทบถึงรูปแบบรายการ แกก็ระวังๆหน่อยแล้วกัน

ฤกษ์ยิ่งกลัดกลุ้ม ยังไม่ทันจะเคลียร์ ใจเริงมาที่บริษัทในชุดเซ็กซี่สีสด กำลังถ่ายเซลฟี่กับป้ายชื่อบริษัทเพื่อเช็กอินพร้อมข้อความว่า...มาหาเจ้ามือพาไปทานมื้อเที่ยง#หิวมากค่ะ...

พิซซี่กับแมนคอยเช็กไอจีใจเริงตลอด พอเห็นข้อความนี้ก็เจ็บใจแทนพิมาลา ช่วยกันแอคเคาต์เข้าไปด่า จนหมี่ต้องปรามคิดบ้างไหมว่ากระทบถึงใคร ทั้งสองนึกได้ทำหน้าแหยๆ...พิมาลาครุ่นคิดจะจัดการอย่างไรดี

ขณะเดียวกัน ฤกษ์กำลังประชุมลูกค้ากับฤทธิ์และผ่องใสในห้องประชุม แต๋วเข้ามารายงานว่ามีคนมาหา ไม่ทันไรใจเริงเดินเข้ามาด้วยท่าทางร่าเริง เข้าเกาะแขนฤกษ์ราวเป็นคนสนิท ผ่องใสจิกตาใส่แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะเกรงใจลูกค้า ใจเริงยกมือไหว้ฤทธิ์ เขาไม่สนใจพาลูกค้าออกไปส่ง ฤกษ์แกะมือใจเริงออกถามเสียงดุมาทำไม เธอยื้อไม่ปล่อยทำเสียงหวาน

“ทำไมต้องทำเสียงดุด้วย เริงก็แค่คิดถึง จะมาชวนไปทานข้าวก็แค่นั้นเอง”

ผ่องใสเห็นแต๋วกับพนักงานมองจึงหันไปดุ ไล่ให้ไปทานกลางวันกันเสีย ใจเริงยิ้มเยาะ

“แค่เริงมาชวนพี่ฤกษ์ไปกินข้าวเที่ยง ไม่เห็นต้อง กลัวคนอื่นรู้เลย เมื่อก่อน...พักเที่ยงทีไรพี่ฤกษ์แวะไปกินเริง เอ๊ย! คือไปกินกับเริงทุกที ใช่ไหมคะพี่ฤกษ์”

ฤกษ์สะอึกกระชากมือออกพูดอย่างโกรธๆ เมื่อก่อนไม่ใช่ตอนนี้ แล้วไล่ให้กลับไป ผ่องใสรีบสนับสนุนไล่ให้ใจเริงกลับ และจำไว้อย่ากลับมาที่นี่อีก พวกตนอาย ใจเริงเชิดขึ้นขู่

“ถ้าไม่ไปกินข้าวกับเริง รับรองว่าได้อายมากกว่านี้แน่ เริงจะไปรอที่ร้านประจำของเรานะคะ ถ้าพี่ฤกษ์ไม่ไป คนในโลกอินเตอร์เน็ตคงได้อ่านเรื่องสนุกๆของเราสามคน...

เราสามคนในที่นี้ ไม่เกี่ยวกับคุณน้านะคะ เพราะคนอย่างคุณน้าบอกเลยว่า ต่ำกว่าระดับสายตา เริงมองไม่เห็นหัวน่ะค่ะ...รีบตามไปนะคะ เริงหิวมาก” ใจเริงทิ้งท้ายก่อนจะเดินไป

ผ่องใสแค้นใจมองฤกษ์ว่าจะจัดการอย่างไร...ฤกษ์ตัดสินใจโทร.หาพิมาลาทันที

ใจเริงนั่งที่ร้านอาหารประจำ ถ่ายเซลฟี่ตัวเองโพสต์ลงไอจี พิมพ์ข้อความว่า “ลั้นช์ไทม์ เจ้ามือกำลังตามมา...รีบๆมานะคะ หิวมากค่ะ”

แต่พอพนักงานเอาอาหารว่างมาเสิร์ฟ ใจเริงรู้สึกเหม็น คลื่นไส้จนแปลกใจตัวเอง ทันใดมีคนมานั่งลงตรงหน้า เธอรีบยิ้มต้อนรับ

“ถ้าช้าอย่างนี้อีกนาทีเดียว เริงโทร. ...” ใจเริงชะงัก เมื่อเห็นว่าเป็นผ่องใสก็ชักสีหน้าทันที

“ตอนนี้ฉันลดตัวลงมานั่งอยู่ในระดับเดียวกับเธอ เริ่มเห็นฉันอยู่ในสายตาบ้างรึยังฮึ”

ใจเริงโวยว่าฤกษ์ไปไหน ผ่องใสเยาะหยันบอกเขาก็ไปกินข้าวกับภรรยา ไม่ใช่แฟนเก่า พูดแล้ววางเงินลงบนโต๊ะสองพันพร้อมแดกดัน

“รู้ว่าตอนนี้อดๆอยากๆไม่ค่อยมีเงินใช้ เลยต้องร่อนมาให้สามีคนอื่นเลี้ยงข้าว ในฐานะที่เป็นผู้หญิงเหมือนกัน ฉันถือว่าทำทาน ถ้าหิวมากก็สั่งมากินเอง อย่าเที่ยวแย่งของของคนอื่นมากิน มันบาป...อ้อ ร้านข้างๆเขาทำกะหรี่พัฟ อร่อยนะฉันว่า น่าจะถูกปากผู้หญิงอย่างเธอ”

ใจเริงโกรธจนตัวสั่น ผ่องใสเดินอมยิ้มออกไป พนักงานเข้ามาถามใจเริงจะสั่งอาหารเลยไหม เธอตวาดไม่สั่งแล้วนึกได้เอามือถือมาเช็กไอจีพิมาลา แล้วก็เห็นฤกษ์กินข้าวสวีตหวานกับพิมาลาพร้อมข้อความว่า...อุตส่าห์ซิ่งพี่วินมาหม่ำข้าวกับภรรยา#มาเองไม่ต้องตาม#สามีเป็นของตัวเองคือดีค่ะ...ใจเริงอ่านแล้วแค้นใจปัดแก้วบนโต๊ะล้ม ลุกพรวดจะเดินออก พลันเกิดอาการวิงเวียนกะทันหันแล้วหน้ามืดล้มลงนอนกองกับพื้น ท่ามกลางสายตาคนในร้าน

ooooooo

วันต่อมา ฤกษ์กำลังทาสีตกแต่งห้องที่ใจเริงเคยอยู่เพื่อทำไว้เป็นห้องลูก พิมาลาเห็นแล้วสะท้อนใจว่าเขาคงอยากมีลูกมากจริงๆ น้ำเสียงฤกษ์พูดอย่างมีความหวังมาก

“ต่อไปนี้พี่จะไม่ให้ใครมานอนห้องนี้อีก พี่จะเตรียมไว้สำหรับลูกของเราเท่านั้น... แล้วนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับลูกของเรา” ฤกษ์ส่งตั๋วเครื่องบินให้ “พี่จองไว้นานแล้วแต่มีเรื่องวุ่นๆเลยไม่ได้บอก พิมพี่ว่าเราทิ้งความวุ่นวายที่นี่ไปพักผ่อนกันดีกว่านะ เผื่อกลับมาจะได้มีเจ้าตัวน้อยมานอนห้องนี้ไง พี่รู้ว่าพี่ทำผิดกับพิม แต่พิมก็เห็นพี่กำลังพยายามแก้ไข พี่จะทำทุกอย่างให้เรากลับมาเหมือนเดิม ไม่สิ...ต้องดีกว่าเดิม พี่เชื่อว่าเราจะผ่านเวลานี้ไปได้ เราจะผ่านไปด้วยกันนะพิม”

พิมาลาอยู่ในอ้อมกอดฤกษ์ด้วยความรู้สึกสับสน...พอมาทำงานก็มีคนทางบ้านโทร.เข้ามาปรึกษาเรื่องการเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว พิมาลาให้กำลังใจว่าลูกจะเป็นพลังทำให้คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวผ่านอุปสรรคทุกอย่างไปได้ พอคนทางบ้านวางสายไป พิซซี่ชูป้ายว่าเวลายังเหลือ หมี่จึงบอกว่าพอจะรับได้อีกสายหนึ่ง ทันใดก็มีคนโทร.เข้ามา ทั้งหมี่และพิมาลาทักทายแต่พอเสียงทางบ้านสวัสดี พิมาลาก็ชะงักรู้สึกคุ้นเสียงผู้หญิงที่โทร.เข้ามาเล่าปัญหาของตัวเอง

“คุณเคยโดนคนที่คุณรักผลักให้เข้ามุม จนต้องหาทางสู้กลับไหมคะ ฉันกำลังโดนอยู่ตอนนี้เลยค่ะ...เริ่มที่ ฉันมีเพื่อนที่รักมาก เราสนิทกันตั้งแต่เด็ก แต่แล้วความเป็นเพื่อนของเราก็ต้องเปลี่ยนไป เมื่อมีผู้ชายคนนึงเดินเข้ามา ผู้ชายคนนั้นเขารักฉันมากค่ะ เราเป็นแฟนกัน แต่ด้วยความที่ฉันเป็นเด็ก ยังไม่รู้ใจตัวเอง ฉันเลยทิ้งเขาไปแต่งงานกับคนอื่น...”

พิมาลาตัวชาพูดไม่ออกรู้ว่าเสียงนี้คือใจเริง หมี่เริ่มรู้สึกว่าใช่ มองหน้าพิมาลาทำนองจะให้ตัดสายไหม แต่เธอหน้านิ่งพร้อมสู้...ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับพิมาลาที่ฟังรายการนี้ต่างตกใจเป็นห่วง เสียงใจเริงเล่าต่อว่า “เพื่อนฉันคงรอโอกาสนี้มานาน เขารีบเข้าไปปลอบใจผู้ชายคนนั้นแล้วเขาทั้งสองก็แต่งงานกัน...”

“แล้วยังไงต่อคะ” พิมาลาถามกลับด้วยน้ำเสียงแข็ง

“แหม...คุณพิมก็น่าจะรู้ดีนะคะ คนแต่งงานกันแต่ไม่ได้รักกันจริง มันก็ต้องมีปัญหาอยู่แล้ว พอฉันเลิกกับสามี ฉันกับผู้ชายคนนั้นได้มาเจอกันอีกครั้ง ฉันก็ไม่อยากลงรายละเอียดนะคะ ว่าตอนเราเจอกันมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราทำอะไรกันบ้าง เกรงใจเพื่อน... เอาเป็นว่า ผู้ชายคนนั้นก็คงจะรู้ว่าจริงๆแล้วเขาต้องการอะไร”

ฤกษ์ได้ฟังใจเริงพูดในรายการ เดือดพล่านรีบโทร.ไปบอกพิซซี่ให้ตัดสาย แต่เธอบอกว่าพิมาลาไม่ให้ตัด ฤกษ์เครียดผลุนผลันออกจากบริษัท...

ด้านพิมาลามือสั่นใจสั่นแต่ตั้งสติตอบโต้ “น้ำเสียงคุณก็ฟังดูมีความสุขดีนะคะ ไม่ทราบว่าโทร.มาทำไมคะหรือว่า ผู้ชายคนนั้นเขากลับไปหาภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย”

“ถูกต้องแต่ไม่ถูกใจ ไม่มีอะไรน่าอิจฉาเลยนะคะ บางทีฉันก็ไม่เข้าใจเพื่อน ทำตัวเป็นคนดี สนใจธรรมะ แต่ไม่รู้จักการปล่อยวาง ทั้งที่สามีลืมผู้หญิงคนเก่าไม่ได้ อยู่กันไปก็ไม่มีความสุข แต่ก็ยังยึดมั่นถือมั่นไม่ยอมปล่อย” ใจเริงพยายามพูดแทงใจดำ

หมี่ส่งสัญญาณให้ตัดสาย แต่พิมาลาส่ายหน้าฟังใจเริงพล่ามต่อ “ตอนที่ฉันจับได้ว่าสามีเก่ากิ๊กกับเลขา ฉันเลิกทันทีเลยนะคะ นี่ขนาดไม่ได้สนใจธรรมะ ฉันยังปล่อยวางได้มากกว่า”

เทิดพันธ์ฟังอยู่ที่บ้านแค้นใจสบถ “ปล่อยวางที่ไหน ถีบหัวส่งเพราะหมดตัวไม่ใช่เพราะมีเมียน้อยสักหน่อย”

หมี่สงสารพิมาลาอย่างมากช่วยตอบโต้ใจเริงว่า “คุณแน่ใจได้ยังไงว่าผู้ชายคนนั้นกลับไปหาคุณเพราะความรัก มันอาจจะเกิดจากการอยากแก้แค้นที่คุณเคยทิ้งเขาไปก็ได้นะคะ หรือไม่เขาก็อาจจะทำไปเพราะความใคร่ ต้องแยกรักกับใคร่ให้ออกนะคะ”

ใจเริงโต้ “ฉันคุยกับพิมค้างไว้ ให้พิมพูดดีกว่าไหมคะ หรือว่าฟังเรื่องของฉันแล้วถึงกับอึ้งพูดไม่ออก อยากฟังมากกว่านี้ไหมคะ ฉันยังมีเรื่องเล่าให้ฟังอีกเยอะเลย”

“ถ้ามีเวลาฉันก็อยากฟังนะคะ แต่เวลาของรายการเรากำลังจะหมดแล้ว ซึ่งฉันว่ามันดีกับตัวคุณเอง เพราะที่คุณพูดออกมาทั้งหมดเท่ากับคุณประจานตัวเองออกอากาศ... คุณยุ่งกับสามีเพื่อนตัวเอง ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่าคนที่เคยเป็นเพื่อน และพยายามจะหาความชอบธรรมให้ตัวเองไม่ผิด ไม่ว่าอดีตคุณกับผู้ชายคนนั้นจะเคยเป็นอะไรกันมา จะเคยรักกันมากแค่ไหน แต่ตอนนี้เขาเป็นสามีของคนอื่น”...ทุกคนที่ฟังตบเข่าฉาดราวเชียร์มวยกับการตอบโต้ของพิมาลา

มาลัยวรรณซึ่งทำงานอยู่กับเทิดพันธ์ยิ้มดีใจที่พี่สาวรู้จักสู้และยังตอกกลับอีกว่า “คุณจะใช้สิทธิ์ความเป็นแฟนเก่ามาทำเรื่องผิดศีลธรรม ทำให้ตัวเองดูน่าสงสารและโยนความผิดให้คนที่เป็นภรรยา ดิฉันขอสรุปว่า... ตรรกะป่วยค่ะ”

หมี่เสริมว่าเห็นด้วย ยิ่งพูดยิ่งสงสารคนที่เป็นภรรยา ใครกันแน่ที่โดนผลักให้เข้ามุมจนต้องสู้กลับ แล้วตัดบทว่าหมดเวลาของรายการพอดี ใจเริงรีบสวน

“เดี๋ยวสิคะ ไหนๆรายการก็เปิดโอกาสให้ฉันได้พูดแล้ว ขอฉันทิ้งท้ายถึงคนที่เคยเป็นเพื่อนหน่อยได้ไหมคะ” หมี่ย้ำว่าเวลากำลังจะหมดขอสั้นๆ “สั้นแน่ค่ะ แค่สองพยางค์เท่านั้น ตั้งใจฟังดีๆนะคะ...ฉันท้อง!”

พิมาลาและทุกคนช็อกไปตามๆกัน ฤกษ์ซึ่งกำลังขับรถอยู่เบรกสุดแรงเพราะแทบชนรถคันหน้า เทิดพันธ์กับมาลัยวรรณต่างกุมขมับเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร...พิซซี่รีบเปิดไอจีของใจเริงดู เห็นภาพใบผลตรวจที่เธอลงไว้ระบุว่า ใจเริงท้องและมีแคปชั่นว่า ดีใจกับเราไหมพิม

แมนหน้าตื่นเข้ามาบอกหมี่ว่าทางช่องเรียกประชุมด่วน เปรมกำลังขับรถมารับ หมี่เครียดเล็กๆบอกพิซซี่กับแมนให้รอตนกลับมา พิมาลายังใจสั่นทำอะไรไม่ถูก

ฤกษ์กลับรถขับมาที่บ้านใจเริงทันที ตะโกนเรียกเธอเสียงลั่นด้วยความโกรธ ใจเริงยิ้มยั่วออกมาต้อนรับ เขาพุ่งเข้าบีบหน้าเธอ จริงๆอยากบีบคอให้ตายไปเลย “บ้าไปแล้วหรือไง โทร.เข้ารายการไปทำไมฮะ บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ายุ่งกับพิม ทำแบบนี้ทำไม!”

ใจเริงสะบัดตัวออกเสียงกร้าว “เริงทำได้ทุกอย่างถ้าพี่ฤกษ์ยังไม่หย่ากับพิม ยิ่งกว่านี้เริงก็ทำ” ฤกษ์สวนเสียงแข็งว่าไม่หย่า “เอาสิ ไม่หย่าก็ไม่หยุด สันดานผู้ชายทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด บอกเลยนะที่พิมต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะพี่ฤกษ์...ถ้าพี่เข้มแข็งยับยั้งใจตัวเองได้ เริงกับพิมก็ไม่ต้องมาแตกกันแบบนี้ ทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นก็เพราะความไม่รู้จักพอของพี่ ผัวห่วย เมียก็ต้องซวยเป็นธรรมดา!”

ฤกษ์โกรธจัดเงื้อมือจะตบ ใจเริงยื่นหน้าท้าทายให้ตบทั้งแม่และลูก สัญชาตญาณความเป็นพ่อทำให้เขาชะงัก ใจเริงพูดลอยหน้าลอยตาอย่าใช้มุกน้ำเน่าว่าไม่ใช่ลูกตัว เพราะตนไม่ได้สำส่อน ฤกษ์ลดมือลงและถอยห่างประกาศหนักแน่น ไม่ว่าอย่างไรตนก็ไม่หย่า ใจเริงปรี๊ด

“พี่ไม่หย่า แต่ถ้าพิมยืนยันจะหย่า พี่ก็ห้ามเขาไม่ได้ เลิกกับพิมแล้วมารับผิดชอบลูกตัวเอง เป็นผัวที่ดีไม่ได้ก็พยายามเป็นพ่อที่ดีแทนก็แล้วกัน”

“เรื่องลูก พี่รับผิดชอบแน่ แต่แม่ของลูก อย่าหวังเลยว่าจะได้มีชื่ออยู่ในทะเบียนสมรส” ฤกษ์พูดชัดเจนแล้วกลับไป ใจเริงตัวชาเชิดหน้าทำนองไม่มีวันยอม

ooooooo

พิมาลายังอยู่ที่ออฟฟิศ เคร่งเครียดครุ่นคิดประมวลเรื่องราวที่ผ่านมา จนมาจบที่ใจเริงบอกว่าเธอท้อง...ฤกษ์เดินเข้ามาด้วยสีหน้าหดหู่เอ่ยคำว่าขอโทษไม่ทันจบ เธอก็สวน

“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ มันเลยจุดนั้นมาแล้ว พิมอยากรู้ว่าพี่ฤกษ์จะทำยังไงต่อไป”

ฤกษ์พูดอย่างหนักแน่นว่าจะรับผิดชอบแต่ลูก ไม่เอาแม่ พิมาลาไม่อยากให้พรากลูกจากแม่ ฤกษ์ถอนใจไม่ได้อยากทำ แต่เมื่อไม่มีหนทาง ตนจะเอาลูกให้ผ่องใสเลี้ยง ใจเริงจะมาหาลูกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่จะมายุ่งเกี่ยวกับเราอีกไม่ได้เด็ดขาด พิมาลาสวนยังมีหนทาง ฤกษ์ดักคอไม่ใช่เรื่องหย่า ตนเชื่อว่าเราจะผ่านเรื่องนี้ไปได้ พิมาลาส่ายหน้าสับสนว้าวุ่นใจไปหมด

ooooooo

เทิดพันธ์มาหาใจเริงที่บ้านแล้วต้องแปลกใจที่เธอย้ายออกไปแล้ว เธอไปอยู่ที่ไหน...ในขณะที่ใจเริงขนข้าวของมาบ้านฤกษ์ แอ๊ดตกใจจะไม่ให้เข้าบ้านแต่เธอเอาเรื่องลูกในท้องมาขู่

พอใจเริงเข้ามาในห้องที่เคยพักเห็นว่าอยู่ระหว่างตกแต่ง ก็คิดบางอย่างได้เดินเลยไปเข้าห้องพิมาลากับฤกษ์ แอ๊ดร้องห้ามแต่ใจเริงไม่สนใจ จึงทิ้งกระเป๋ารีบกดโทรศัพท์หาฤกษ์...ฤกษ์ขับรถมาถึงบ้านพอดี รับโทรศัพท์แอ๊ดแล้วบอกว่ากำลังเข้าบ้าน พอแอ๊ดบอกว่าใจเริงมาก็ตกใจเรียกพิมาลาให้หยุดก่อน แต่เธอเห็นกระเป๋าเสื้อผ้าที่วางอยู่ ทันใดเสียงแอ๊ดดังมาจากข้างบน

“คุณเอาของคุณพิมออกมาไม่ได้นะคะ!”

พิมาลาหันขวับไปมองแล้วพุ่งขึ้นไปทันที ฤกษ์ใจหายรีบวิ่งตาม...ใจเริงเอาเสื้อผ้าพิมาลาออกจากตู้ แอ๊ดพยายามยื้อ พิมาลาโผล่มาเห็นข้าวของตัวเองเกลื่อนพื้นก็ยืนอึ้ง ฤกษ์มาถึงตวาดลั่นให้ใจเริงหยุด พิมาลาสะดุ้งได้สติเป็นห่วงเด็กในท้องใจเริงขึ้นมา ฤกษ์ไล่ใจเริง

“มาทำบ้าอะไรที่นี่ แล้วเอากระเป๋ามาทำไม บอกแล้วไงว่าไม่ให้มา พูดไม่รู้เรื่องหรือไง”

“ถ้าเริงไม่มีลูก เริงก็ไม่อยากมาหรอก แต่เนี่ยลูกอยู่ในท้องเริงต้องการคนดูแล พิมเองก็ไม่ค่อยอยู่บ้านนี้ไม่ใช่เหรอ คนใจดีอย่างพิมคงไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว”

“ไม่ได้! บ้านนี้ไม่ใช่บ้านของเธอ ออกไปเดี๋ยวนี้เลย ออกไป!” ฤกษ์ตวาดไล่อีกครั้ง

ใจเริงไม่ยอมไป ฤกษ์กระชากลากเธอให้ออก

พิมาลาหวั่นใจร้องห้ามขึ้น “หยุด! หยุดทั้งสองคน อยากอยู่บ้านนี้ใช่ไหม อยู่ไปเลยฉันยกให้”

ฤกษ์หน้าเสีย ใจเริงยิ้มร่าดีใจ ฤกษ์ไม่ยอมทั้งยื้อทั้งขอร้องไม่ให้พิมาลาไปไหน พยายามบอกว่าใจเริงตั้งใจทำให้เราแตกกันอย่าใจอ่อน พิมาลาหันมามองหน้าใจเริงที่เชิดใส่ แล้วพูดจากความรู้สึกที่กลั่นกรองแล้วด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาร่วงพรู

“ตอนนี้มันไม่ใช่ปัญหาของเราสามคนแล้วนะคะพี่ฤกษ์ แต่มีคนที่สี่ที่กำลังจะเกิดมา เขาไม่รู้เรื่อง เขาไม่ควรที่จะต้องมารับผลกรรมจากการกระทำที่ผิดพลาดของพวกเรา เพื่อเห็นแก่เด็ก อยากได้ตู้เสื้อผ้า อยากได้ห้อง อยากได้บ้าน อยากได้พี่ฤกษ์ เอาไปเลย ต่อจากนี้ไปจะไม่มีการแก่งแย่งเอาชนะอะไรกันอีกแล้ว พิมยอมแพ้”

ใจเริงถึงกับจุกอึ้งไปชั่วครู่กับคำว่ายอมแพ้ของเพื่อน สักพักยิ้มอย่างผู้ชนะ ฤกษ์เดินตามรั้งพิมาลาไม่ให้ไป แต่เธอวิ่งออกจากบ้าน เผอิญมีแท็กซี่ผ่านมาจึงโบกขึ้นนั่งออกไปทันที ฤกษ์วิ่งตามมาจนกลางซอยหมดแรงทรุดนั่งร้องไห้อย่างไม่อายใคร

พักใหญ่ฤกษ์กลับมาเอารถที่บ้านจะออกไปตามพิมาลา ใจเริงโวยวายไม่ให้ไป ต้องอยู่ดูแลตนกับลูก ยื้อยุดกันสักพัก ใจเริงแผดเสียงกรี๊ดลั่นไม่ทันไรเสียดท้องอย่างแรงทรุดลงหน้าเหยเก แอ๊ดตกใจเรียกฤกษ์ให้กลับมาพาส่งโรงพยาบาล

มาลีวรรณกำลังเล่าให้พจน์ มาลีและผ่องใสฟังเรื่องใจเริงท้องว่าพิซซี่เช็กไปทางโรงพยาบาลแล้วท้องจริง ไม่ทันไรพิมาลาเดินหน้าซีดเข้ามาตาลอยเป็นลมทรุดลง ทุกคนตกใจวิ่งไปรับร่างเธอไว้พามานั่ง

ด้านหมี่กับเปรมกลับจากประชุม บอกพิซซี่กับแมนว่า ทางช่องต้องการเปลี่ยนพิธีกรทั้งรายการบ้านของฤกษ์และรายการคุยปัญหาชีวิตของหมี่ แมนกับพิซซี่บอกตอนนี้มีการขุดคุ้ยอดีตของใจเริงกับพิมาลาออกมาตีแผ่กันเมามันในโลกออนไลน์ มีทั้งคำแรงๆ ตรรกะป่วย...

ผัวเพื่อนก็เหมือนผัวเรา...ฉันรักผัวเพื่อน...เอามาเม้าท์กัน มีการแบ่งทีมเพื่อนเมีย ทีมเพื่อนผัว ทีมเมีย สนุกกันใหญ่ หมี่สั่งห้ามเอาให้พิมาลาอ่าน

และเมื่อฤกษ์พาใจเริงมาให้หมอตรวจ ผลออกมาว่าอาการเกร็งเกิดจากแม่เครียด คิดมาก ทำให้ส่งผลต่อเด็กโดยตรง ใจเริงนอนหลับเพราะฤทธิ์ยา ฤกษ์ให้แอ๊ดอยู่ดูแล เขาไปหาพิมาลาที่บ้าน พบพจน์อยู่บ้านเพียงคนเดียว ฤกษ์คร่ำครวญ

“คุณพ่อครับ ผมอยากคุยกับพิมจริงๆนะครับ คุณพ่อเห็นใจผมด้วยนะครับ”

“พ่อก็อยากให้ฤกษ์เห็นใจพิมด้วย วันนี้พิมเขาเจออะไรมาเยอะจริงๆ ตั้งแต่เช้าที่ใจเริงโทร.ไปที่รายการยังมาเจอใจเริงย้ายของเข้าบ้าน และเรื่อง...เด็กอีกปล่อยให้เขาอยู่ตามลำพังสักพักเถอะนะ สงสารพิมด้วย”

ฤกษ์สะอึกน้ำตาไหล ยกมือไหว้ขอโทษพจน์ที่ทำให้พิมาลาเสียใจ ก่อนจะยอมกลับไปด้วยหัวใจที่ปวดร้าวผิดหวัง ฤกษ์เข้ามาถามผ่องใสกับฤทธิ์ที่บ้าน ทั้งสองไม่รู้จริงๆว่าพิมาลาไปไหน ฤทธิ์สงสารลูกเตือนสติว่า ตอนนี้เด็กอยู่ในท้องแม่ เขาจะต้องรับผิดชอบเด็กก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องรับผิดชอบแม่ด้วย ฤกษ์ส่ายหน้าเถียงไม่ออก ฤทธิ์ปลอบใจ

“แกทำตามที่คุณพจน์บอก ให้พิมเขาได้พัก เขาไปกับแม่กับน้องมีคนดูแลไม่ต้องห่วง ถ้าแกไม่หยุดตามตื๊อ ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่หยุดรังควานหนูพิม”

ผ่องใสแทรกถามว่าฤกษ์มาแบบนี้ใจเริงไม่อาละวาดหรือ ขาดคำแอ๊ดโทร.เข้ามาบอกผ่องใสว่าใจเริงตื่นอาละวาดให้ตามฤกษ์กลับไปหา เสียงใจเริงอาเจียนแทรกเข้ามาและโวยวาย ถ้าฤกษ์ไม่กลับ เธอเครียดจะเป็นอันตรายกับลูก ผ่องใสถอนใจบอกต่อฤกษ์ ฤทธิ์พูดอย่างรู้ใจลูก

“ไป คิดเสียว่าทำเพื่อเด็ก เรื่องหนูพิมไม่ต้องห่วง เขาเป็นคนดี มีปัญญา เขาเอาตัวรอดได้อยู่แล้ว กลับไปแก้ปัญหาที่ตัวเองสร้างไว้ก่อนที่มันจะบานปลายมากไปกว่านี้”

ฤกษ์จำต้องยอมกลับไป...ด้านพิมาลานุ่งขาวห่มขาวนั่งเศร้านิ่งอยู่หน้าพระประธานที่วัดป่า มาลีนุ่งขาวห่มขาวเช่นกัน เดินมาส่งมาลัยวรรณที่รถ สั่งให้บอกพจน์ว่าไม่ต้องห่วง ให้พิมาลาอยู่ห่างจากฤกษ์สักพัก มาลัยวรรณสงสารพี่สาวจับใจ...

ใจเริงได้อยู่บ้านฤกษ์สมใจ บังคับให้ฤกษ์พาออกไปซื้อเสื้อผ้าสำหรับคนท้องมากมาย แถมคืนนี้ให้พาไปกินอาหารอิตาเลียนอ้างว่าลูกอยากกิน เขาเซ็งรู้ว่าเธออยากกินเอง เธอขู่ทันที

“จะสำคัญอะไรล่ะคะ ในเมื่อสิ่งที่เริงกินมันก็ไปถึงลูกอยู่ดี ถ้าอยากให้ลูกเราแข็งแรงทั้งกายใจพี่ฤกษ์ก็ต้องดูแลเริงให้ดีๆ เริงกินดีอยู่ดีลูกก็มีความสุข นี่พูดตามหลักการแพทย์เลยนะคะ”

ฤกษ์กัดฟันกรอดท่องในใจว่าทำเพื่อลูกๆ...ทางมาลัยวรรณทำงานไปเล่าเรื่องพิมาลาให้เทิดพันธ์และประนอมฟังไป เทิดพันธ์รู้สึกเป็นห่วง พอดีเขามีนัดกับเพื่อนเก่า จึงบอกประนอมว่าคืนนี้กลับดึกนิดหนึ่ง มาลัยวรรณแปลกใจ นัดกับใครท่าทางรีบร้อนดูจะสำคัญมาก

สุรทินเป็นเจ้าของร้านเพชรมาคุมการซ้อมเดินแบบโชว์เครื่องเพชรด้วยตัวเอง เขาเป็นคนเนี้ยบ ตัดสินใจ เด็ดขาด ทำงานไว เทิดพันธ์เห็นแล้วทึ่งกับการทำงานของเพื่อนมาก เสร็จจากงาน ทั้งสองมานั่งคุยกันที่ร้านอาหาร อิตาเลียน สุรทินซักถามชีวิตเทิดพันธ์ที่ผ่านมาเพราะได้ข่าวเลิกกับใจเริง เทิดพันธ์ไม่ทันตอบเห็นใจเริงควงแขนฤกษ์เดินเข้ามาในร้าน สีหน้าฤกษ์ดูหม่นหมอง

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement