วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เพลิงบุญ ตอนที่ 11


21 ก.ย. 2560 08:24
4,268,596 ครั้ง

เพลิงบุญ ตอนที่ 11

อ่านเรื่องย่อ

เพลิงบุญ

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

กฤษณา อโศกสิน

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ชนินทร ประเสริฐประศาสน์

ผลิตโดย:

บริษัท เมคเกอร์ วาย จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, ราณี แคมเปน,

เปรมเห็นสายตาหมี่ที่มองมาราวกำลังอ้อนวอนให้พูดความจริง เธอบอกเธอรู้ว่าตนรู้ว่าฤกษ์กับใจเริงไปไกลกันขนาดไหนแล้ว

“ถึงเวลาที่เราต้องร่วมมือกันแล้วนะคะ ก่อนที่ครอบครัวของคนที่เรารักจะพังไปต่อหน้าต่อตา หรือว่าคุณไม่ไว้ใจฉัน ไม่คิดว่าฉันหวังดีกับพิม” หมี่น้ำตาร่วงเผาะๆด้วยความสงสารน้อง

“ไม่นะครับ ผมไม่ได้คิดแบบนั้น โอเคๆ...ไอ้ฤกษ์มันซื้อบ้านให้ใจเริงอยู่ แล้วมันก็ไปหาเป็นครั้งคราว...” เปรมเห็นน้ำตาหมี่ก็ละล่ำละลักออกมา

หมี่หยุดร้องไห้ทันทียืดตัวขึ้น “ก็แค่นี้แหละ ถามดีๆไม่ตอบ ต้องให้ดราม่า”

เปรมตกตะลึงที่หมี่กลับเป็นปกติ แล้วยังถามอีกว่า ฤกษ์จะทำอย่างไรต่อ จริงจังหรือชั่วคราวกับใจเริง เปรมตอบแต่ก็ยังคาใจกับสิ่งที่หมี่ทำ

“เห็นมันบอกว่าจะเลิก...นี่! เมื่อกี้คุณแกล้งร้องไห้จริงเหรอ เนียนมาก”

“โอ๊ย ยังจะคาใจอะไรอีก เข้าเรื่องใหม่แล้ว ฉันว่านะ คุณฤกษ์อยากเลิก แต่ใจเริงไม่มีวันเลิก ที่เงียบหายไปจากชีวิตพิม ต้องเตรียมแผนอะไรไว้แน่ๆ”

เปรมเปรยขึ้นว่า หมี่เป็นผู้หญิงที่น่ากลัวมาก แต่หมี่สวนกลับว่า ยังมีคนน่ากลัวกว่าตน...

ในเวลานั้น ใจเริงนอนชะเง้อมองฤกษ์อยู่ที่โรงพยาบาลด้วยความร้อนใจ พอได้ยินเสียงคนเปิดประตูห้องก็รีบล้มตัวนอนทำท่าอ่อนแรง ฤกษ์เข้ามา ด้วยท่าทีระแวงว่าเกิดอะไรขึ้น ใจเริงยิ้มน้อยๆเล่าว่า ตนกำลังเก็บของจะย้ายตามที่เขาสั่ง แล้วเกิดอาการแพ้ขึ้นมา สงสัยอาหารที่ทานเข้าไปจะมีกุ้ง ตนไม่ได้ตั้งใจจะรบกวนเขาเลย ฤกษ์มองๆสภาพ

“หายดีแล้วนี่กลับบ้านได้แล้วใช่ไหม เดี๋ยวพี่ให้เงินไว้ เรียกแท็กซี่กลับเองแล้วกันนะ”

“ไม่ได้นะ อาการแพ้มันลดลงแล้วก็จริง แต่เริงยังเพลียอยู่เลย พี่ฤกษ์ไปส่งเริงที่บ้านหน่อยนะคะ” ฤกษ์ปัดว่านัดพิมาลาไว้ ใจเริงสวน “งั้นเริงจะโทร.บอกพิม ขอให้พิมไปส่งเริง พิมคงไม่ใจร้ายเหมือนพี่ฤกษ์”

ฤกษ์โกรธที่คิดมาขู่ ใจเริงเสียงอ่อนลงว่าตนกลับเองไม่ไหวจริงๆมึนหัว ขอรบกวนเขาเป็นครั้งสุดท้าย แล้วจะเก็บของออกไปจากชีวิตเขาให้เร็วที่สุด...ฤกษ์ใจอ่อนอีก ให้เตรียมตัวแล้วไปเจอกันที่ล็อบบี้ ใจเริงแววตา กร้าวขึ้น แอบเช็กไลน์เห็นพิมาลาอ่านข้อความแต่ไม่ตอบก็ชั่งใจ

ด้านพิมาลาขับรถครุ่นคิดลังเลควรไปบ้านใจเริงหรือไม่ จนเหม่อเกือบชนรถคันหน้า...ในเวลานั้น ฤกษ์ขับรถมาส่งใจเริง แต่เธอหาทางยื้อเขาไว้ อ้างว่ามีของใช้ส่วนตัวเขาอยู่ในห้องจะไปเอาให้ เขาให้ทิ้ง เธออ้างว่าเสียดายของดีๆทั้งนั้น จะเอาไปฝากไว้กับพิมาลาแทน พูดจบเดินลงจากรถเข้าบ้าน ฤกษ์โกรธทุบพวงมาลัยรถระบายอารมณ์ แล้วเดินตามเธอเข้าบ้าน ไม่ทันไรรถพิมาลาแล่นมาจอดหน้าบ้าน เห็นรถฤกษ์จอดอยู่ในบ้านก็มือไม้สั่นหัวใจแทบหยุดเต้น

ลมพัดแรง ฝนเริ่มโปรยลงมา ใจเริงเห็นหัวกุ้งยังหกเกลื่อนในบ้านก็รีบเตะเข้าใต้โต๊ะ แล้ววิ่งขึ้นห้องนอน เปลี่ยนชุดเป็นชุดนอนเซ็กซี่อย่างรวดเร็ว ทำทีร้องเรียกให้ฤกษ์ตามขึ้นมายกของ ฤกษ์แปลกใจมันจะมากอะไรนักหนา เดินขึ้นไปอย่างหงุดหงิด พอเข้ามาในห้องต้องตะลึงกับท่าทางเย้ายวนของใจเริง เธอเข้ามาดึงตัวเขาไปผลักลงบนเตียง กุญแจรถไหลออกจากกระเป๋ากางเกง ฤกษ์พยายามผลักใจเริงออกแต่เธอก็ซุกไซ้ปลุกเร้าอารมณ์เขาเต็มที่

พิมาลาเดินสั่นสะท้านไปทั้งตัวเข้ามาในบ้าน ตรงขึ้นไปยังห้องนอนด้วยใจสั่นหวิว พอผลักประตูเข้าไป เห็นร่างใจเริงคร่อมอยู่บนตัวฤกษ์ หัวใจพิมาลาเหมือนโดนกระชากอย่างแรง โลกทั้งใบแตกดับ เธอกรีดร้องราวคนเสียสติ ฤกษ์กับใจเริงตกใจ ฤกษ์ถลาเข้าจะอธิบาย แต่เธอทั้งตบตีผลักไสเขาและร้องกรี๊ดไม่ยอมฟัง มือคว้าเจอแจกันก็ขว้างไปยังใจเริง แต่เธอหลบทัน แจกันกระทบกำแพงแตกกระจาย ใจเริงเงยหน้ามาจ้องพิมาลาด้วยแววตาแห่งผู้ชนะ

“เพื่อนก็ชั่ว ผัวก็เลว...กรี๊ด...” พิมาลาสติแตก ผลักฤกษ์แล้ววิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิต

ฤกษ์รีบตาม พิมาลาสะดุดล้มรองเท้าหลุด เธอไม่สนใจวิ่งด้วยเท้าเปล่าออกจากบ้านทั้งที่ฝนตก ฤกษ์ใจเสียควานหากุญแจรถไม่เจอรีบวิ่งกลับขึ้นไปบนห้องถามหากุญแจรถ ใจเริงรีบเอาไปซ่อนแล้วบอกว่าไม่เห็น แถมทำทีถามอย่างห่วงใยว่าพิมาลาเป็นอย่างไรบ้าง เผอิญฤกษ์เห็นกุญแจรถพิมาลาตกที่พื้นจึงรีบเก็บขึ้นมาจะไปตามพิมาลา ใจเริงขอไปด้วย

“ไม่ต้อง! อยู่เฉยๆไม่ต้องพูด ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น” ฤกษ์ชี้หน้าห้ามเสียงเข้ม

ใจเริงชะงัก แต่พอคล้อยหลังฤกษ์ก็แสยะยิ้มสมใจ...ด้านพิมาลาเดินเท้าเปล่าตากฝนร้องไห้ ในหัวมีแต่คำพูดแก้ตัวของฤกษ์มากมาย ยิ่งทำให้ปวดร้าวที่เขาโกหกตลอดมา เธอทรุดกองริมถนนร่ำไห้หมดสิ้นแล้วทุกอย่าง หมดความไว้วางใจ ผิดหวังอย่างที่สุด

ฤกษ์ขับรถพิมาลาฝ่าสายฝน มองหาเธอสองข้างทาง กดโทรศัพท์หาก็มีเสียงดังในรถ จึงรู้ว่าเธอไม่ได้เอามือถือไป ฤกษ์กดโทร.หาหมี่ถามว่าพิมาลาติดต่อมาบ้างไหม ระหว่างนั้นพิมาลาก้าวขึ้นรถเมล์ฟรีแล้วนั่งร้องไห้อยู่บนรถอย่างไม่อายสายตาใคร กระเป๋ารถเมล์เอาห่อกระดาษทิชชูมาส่งให้โดยไม่พูดอะไรให้กวนใจ... ฤกษ์โทร.หามาลัยวรรณถามพิมาลาอยู่ที่บ้านไหม

“ไม่อยู่ค่ะ วรรณโทร.หาหลายรอบแล้วก็ไม่รับ ไม่รู้เหมือนกันว่าอยู่ไหน อ้าว! มาพอดี เฮ้ย! พี่พิม!” มาลัยวรรณตกใจที่เห็นพี่สาวตัวเปียกปอน

ฤกษ์ได้ยินรีบถามพิมาลาเป็นอะไร มาลัยวรรณขอวางสายจะไปดูแลพี่ ฤกษ์ยิ่งใจเสียไม่รู้ว่าคนรักเป็นอย่างไร กลับรถมุ่งหน้าไปบ้านพ่อแม่พิมาลาทันที

พจน์กับมาลีเห็นสภาพลูกสาวก็ตกใจ มาลีวิ่งมากอดปลอบ พิมาลาเหมือนอารมณ์พังทลายอย่างไม่มีกำแพงกั้น ร่ำไห้อย่างหนักพรั่งพรูว่าฤกษ์กลับไปหาใจเริง ฤกษ์โกหกตน พจน์รู้สึกเจ็บปวดไปกับลูก มาลัยวรรณทรุดนั่งน้ำตาไหลตามพี่สาวไปอีกคน

ผ่องใสได้รับโทรศัพท์จากมาลีก็ตกใจ รีบบอกฤทธิ์ว่าฤกษ์ก่อเรื่องใหญ่จนได้...ไม่ทันไรฤกษ์ขับรถมาถึงหน้าบ้านรีบวิ่งลงจากรถตะโกนเรียกพิมาลาด้วยความร้อนใจ พจน์ออกมาเผชิญหน้าบอกพิมาลายังไม่พร้อมคุย ฤกษ์ไม่ยอมยื้อจะเข้าไปในบ้านให้ได้ ฤทธิ์กับผ่องใสเดินมาเรียกฤกษ์ให้เข้าบ้านตัว ฤทธิ์สบตาพจน์ทำนองขอโทษกับการกระทำของลูกชาย

พิมาลาอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวใหม่ แต่ยังนั่งน้ำตาไหลแววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด มาลัยวรรณเข้ามาถามทำไมถึงไม่ออกไปคุยกับฤกษ์ให้รู้เรื่อง มาลีปรามไม่ให้เซ้าซี้ปล่อยให้พี่พัก เมื่ออยู่ลำพังภาพสายตาใจเริงที่มองอย่างสะใจแว่บเข้ามา น้ำตาพิมาลายิ่งร่วงพรู

ฤกษ์นั่งดื่มด้วยความกลัดกลุ้ม ผ่องใสบ่นไม่หยุดกับเรื่องที่เกิดขึ้น ฤทธิ์ถามบ่นแล้วช่วยอะไรได้บ้าง เธอหันมาโวย เข้าข้างลูกดีนัก ถามอะไรบอกไม่มี แก้ปัญหาได้ แล้วอย่างไรถึงแก้จนกลุ้มกันทั้งสองบ้าน ฤกษ์ยิ่งเครียด ฤทธิ์เถียงไม่ออก ขอคุยกับลูกตามลำพัง

“คุณจัดการกันให้ได้จริงๆก็แล้วกัน ฉันบอกเลยนะฉันรักหนูพิมเหมือนลูกคนนึง เราสองบ้านเหมือนครอบครัวเดียวกัน ถ้าคุณฤกษ์จัดการผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ ปล่อยให้มาระรานหนูพิม ฉันไม่ยอมจริงๆด้วย” ผ่องใสประกาศกร้าวก่อนจะเดินไป

ฤทธิ์ถามฤกษ์ว่าพิมาลาแค่รู้เรื่องหรือเห็นเต็มตา ฤกษ์ยิ่งเครียดบอกเห็นตนอยู่กับใจเริง แต่มันเป็นความเข้าใจผิด ตนตั้งใจเลิกแล้ว ตนจะอธิบายเธอก็ไม่ฟัง ฤทธิ์ถอนใจเป็นเพราะเขาโกหกมาก่อนจนพิมาลาไม่ยอมเชื่อไม่ยอมฟังอีกแล้ว อย่าโทษคนอื่น สิ่งที่เกิดขึ้นเป็น

การกระทำของเขาเอง ตั้งสติให้ดีเพราะพรุ่งนี้มีปัญหาต้องแก้อีกมาก...ฤทธิ์ดึงขวดเหล้าไปเก็บ ปล่อยฤกษ์นั่งกลัดกลุ้ม เขาคิดถึงภาพพิมาลาตอนกรีดร้องตบตี ยิ่งทำให้รู้สึกผิดเสียใจที่ทำร้ายจิตใจคนรัก

ooooooo

เช้าวันใหม่ใจเริงขับรถฤกษ์มาที่บ้านฤกษ์ แอ๊ดคิดว่าเจ้านายกลับมา แต่พอเห็นใจเริงลงจากรถก็แปลกใจ รีบบอกว่าเจ้านายทั้งสองยังไม่กลับ ใจเริงคิดสักครู่

“สงสัยพิมจะไปอยู่บ้านพ่อแม่ พิมก็เป็นแบบนี้ทุกที ไม่รู้จักโต มีปัญหาทีก็วิ่งร้องไห้ขี้มูกโป่งไปหาพ่อแม่ งั้น...ฉันตามไปบ้านโน้นก็แล้วกัน”

“ดะ...เดี๋ยว...แล้วทำไมรถคุณฤกษ์ถึงอยู่กับคุณเริงคะ...” แอ๊ดวิ่งตามถาม

ใจเริงไม่สนใจขึ้นรถขับออกไปราวเป็นรถตัวเอง... ในขณะที่ฤกษ์กดออดบ้านพิมาลาถี่ๆไม่มีใครมาเปิดประตู จึงปีนข้ามรั้วเข้าไป มาลัยวรรณรีบรายงานพิมาลาแล้ววิ่งไปรับหน้าฤกษ์ก่อน ฤกษ์ละล่ำละลักถามหาพิมาลา อยากคุยด้วย ไม่ทันที่มาลัยวรรณจะตอบ เสียงพิมาลาดังขึ้น

“ถ้าจะคุยก็ต้องคุยความจริง ถ้าจะมาโกหกก็กลับไปเลย”

ฤกษ์สยองไม่เคยเห็นเธอดุอย่างนี้มาก่อน มาลัยวรรณถอยออกมา พจน์กับมาลีไปตลาดยังไม่กลับ เธอจึงรีบไปตามผ่องใสมาช่วย...ฤกษ์ปรี่เข้ากุมมือพิมาลาอธิบายว่ากำลังเข้าใจผิด

“ถ้าสิ่งที่พิมเห็นมันไม่ใช่ความจริง แล้วความจริงคืออะไรคะ”

“คือ บังเอิญว่าเริงไม่สบายแล้วเขาก็ไม่มีเงิน พี่เลยต้องจัดการ แล้วพี่ก็ไม่ได้อยากเข้าไปในบ้าน แต่บังเอิญว่ามันมีของที่พี่ต้องเข้าไปเอา แล้วมันก็บังเอิญที่พิมมาเห็นตอนนั้นพอดี”

“บังเอิญ...บังเอิญ มีแต่ความบังเอิญเต็มไปหมด บังเอิญไปซื้อบ้าน บังเอิญให้เริงไปอยู่ บังเอิญอยู่บนเตียงกัน แล้วก็บังเอิญพิมไปเห็นพอดี ทุกอย่างคือความบังเอิญ มีอย่างเดียวที่พี่ฤกษ์ตั้งใจ คือตั้งใจโกหกพิม! ตั้งแต่เมื่อไหร่ มันเริ่มมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ไหน แล้วมันเกิดขึ้นได้ยังไง”

“พิม...พี่ว่าพิมอย่าไปสนใจเลย”

“พิมถามว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่! ตอบมาสิ ตั้งแต่เมื่อไหร่!” พิมาลาเสียงแข็งกร้าว

“ก็...สักพักนึงแล้ว ก่อนเขาจะย้ายออกไปไม่นาน พิม...แต่พี่ พี่ไม่ได้ตั้งใจ พี่เมา”

“เมา! พี่ฤกษ์บอกพิมว่าตั้งใจจะกลับไปหาเริง เพราะยังรักเขาอยู่ พิมยังโกรธน้อยกว่านี้ แต่พี่กลับไปมีอะไรกับเริงเพราะเมาเนี่ยนะ!”

ฤกษ์ยืนยันว่าเป็นความจริง พิมาลาย้อนถามครั้งแรกเพราะเมา แล้วครั้งต่อๆไปมีอีกไหม ฤกษ์อึ้งพูดไม่ออก พิมาลาน้ำตาร่วงเจ็บปวดอย่างมาก ตั้งสติถามอีก

“แล้วที่ให้เริงไปอยู่บ้านหลังนั้น เพราะเมาอีกรึเปล่า แล้วที่ยังกลับไปซ้ำกันอีกยังเมาอยู่ไหม...ถ้าไม่เมาแล้วทำแบบนั้นทำไม ทำ...ทำไม” พิมาลาปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น ฤกษ์อึกอักๆ ก่อนจะยอมสารภาพ “พี่รู้สึกเหมือนพี่ได้แก้แค้น...เขาเคยทิ้งพี่เพราะคิดว่าตัวเองเหนือกว่า แต่ตอนนี้เขาต้องซมซานกลับมา มันเหมือนพี่อยู่เหนือเขา พี่เหมือนได้เอาคืน ได้แก้แค้น พี่รู้สึกว่ามันคือความสะใจ”

“พี่ฤกษ์สะใจ แต่คนที่เสียใจคือ...พิม พี่คิดว่าตัวเองอยู่เหนือเริง จะบอกให้นะ มันไม่ใช่ เริงเป็นคนส่งที่อยู่มาให้พิมและตั้งใจให้พิมไปเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่มันเกิดขึ้น พี่ไม่รู้ตัวเลยใช่ไหมว่าเขาใช้ความแค้นควบคุมพี่อีกที ...เริงไม่ใช่คนที่จะยอมเป็นนางบำเรอใครโดยที่ตัวเองไม่ได้ครอบครอง เขาต้องการทำให้พิมรู้ว่าพี่ฤกษ์กลับไปหาเขา”

“แต่พี่ไม่ได้คิดจะกลับไปหาเขา พี่ตั้งใจจะหยุดทุกอย่าง สิ่งที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ความรัก มันเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบ แค่ความรู้สึกอยากเอาชนะ มันมีแค่นั้นจริงๆ”

“สุดท้ายพี่ฤกษ์ก็ไม่เคยสลัดเริงออกไปจากความคิด พี่ยังยึดติดอยู่กับความเจ็บปวดในอดีต ถ้าพี่ยังอยากเอาชนะเริง อยากแก้แค้นเริง แล้วพี่มาแต่งงานกับพิมทำไม” พิมาลาสะอื้น

ฤกษ์น้ำตาร่วงโผเข้ากอดพร่ำขอโทษ จะไม่ทำอีก ขอโอกาสพิสูจน์ตัวเอง พิมาลาสะบัดเขาออกอย่างรังเกียจ บอกตนให้โอกาสเขามามากแล้ว ตนไม่ต้องการอยู่ในวังวนนี้อีก ตนต้องการหย่า...ฤกษ์แทบช็อก

ฤทธิ์กับผ่องใสวิ่งมาพร้อมมาลัยวรรณ พจน์กับมาลีกลับมาถึงพอดี ทั้งสองงงว่าเกิดอะไรขึ้น...เสียงฤกษ์ดังลั่นไม่ยอมหย่า ไม่ยอมเสียพิมาลาไปเพราะผู้หญิงอย่างใจเริง พิมาลาเสียงเข้ม

“ไม่ใช่เพราะเริง แต่เพราะตัวพี่ฤกษ์เองที่ทำให้พิมทนอยู่ต่อไปไม่ได้ ทุกครั้งที่พิมมองหน้าพี่ฤกษ์ ภาพที่พี่อยู่บนเตียงกับเริงมันกลับเข้ามาในความคิด พิมอยู่แบบนั้นไม่ได้”

“พิม...พิมอย่าไปคิดถึงมัน เรื่องมันก็ผ่านไปแล้ว”

“เรื่องพี่กับเริงผ่านมานานแค่ไหนแล้ว พี่ฤกษ์ยังคิดแก้แค้นอยู่เลย แล้วมาบอกให้พิมลืมมัน ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกนะ...พิมตัดสินใจแล้วและพิมจะไม่เปลี่ยนใจ พิมจะกลับไปเอาทะเบียนสมรสที่บ้าน พี่ฤกษ์แค่เตรียมบัตรประชาชน แล้วเราไปเจอกันที่สำนักงานเขต...”

ฤกษ์พยายามยื้อไม่ยอมหย่า แต่พิมาลาไม่สนใจอีกต่อไป บอกเขาเพียงแค่เซ็นชื่อแกรกเดียว เราก็จะเป็นอิสระต่อกัน ฤกษ์ตะโกนลั่นว่าไม่หย่า...พจน์ มาลี ฤทธิ์ ผ่องใสและมาลัยวรรณตกใจ รีบเข้ามาในบ้าน ฤกษ์กำลังจะตามพิมาลาที่เดินหนีขึ้นบันได ผ่องใสกับมาลีปรี่เข้ามาดึงไว้ มาลีขอขึ้นไปคุยกับพิมาลาเองให้ฤกษ์ใจเย็นๆ เขายังตะโกนตามว่าไม่หย่า ฤทธิ์ปรามให้พอได้แล้วขอโทษพจน์ก่อนจะลากตัวลูกชายกลับไป

มาลีกับมาลัยวรรณขึ้นมาปลอบพิมาลา แต่เธอกลับขออยู่คนเดียว...ฤกษ์เดินออกมายังพร่ำพูดว่าตนไม่หย่า ทันใดใจเริงขับรถมาจอดหน้าบ้าน ฤทธิ์ชี้ว่า คนที่อยากให้หย่ามาโน่นแล้ว ใจเริงเดินยิ้มร่าเข้ามาสวัสดี ผ่องใสตอกกลับไม่ได้อยากเจอ ใจเริงชะงักเล็กน้อยก่อนจะสวน

“ก็ไม่รู้สินะ ผู้ชายบางคนก็แอบหนีเมียไปเจอ...อย่าให้พูดชื่อเลยค่ะ เกรงใจเมียเขา”

“หน้าด้าน!”

ใจเริงยิ้มรับ “สังคมทุกวันนี้โหดร้ายจะตาย ถ้าหน้าบางก็อยู่ยากสิคะ จะว่าไปคุณน้าก็เป็นยุคบุกเบิกนะคะ ถ้าหน้าไม่ทนทาน คงไต่จากคนรับใช้มาเป็นเมียเจ้าของบ้านไม่ได้”

ผ่องใสแทบกรี๊ด ฤกษ์ทนไม่ไหวสั่งให้ใจเริงหยุดก้าวร้าว เธอหาว่าผ่องใสพูดไม่ดีก่อน ตนไม่ได้เริ่ม ผ่องใสของขึ้นเสียแล้วใส่ไม่ยั้ง

“แล้วที่หล่อนไปแอบสอยผัวเพื่อนทั้งๆที่เขาแสนดี ช่วยเหลือทุกสิ่งทุกอย่าง มันน่าจะพูดดีด้วยไหมฮะ! แล้วก็รู้ไว้ซะด้วยถึงฉันจะเคยทำงานบ้านมาก่อนแต่ฉันก็ไม่เคยเป็นเมียน้อยใคร”

ฤทธิ์ปรามให้ทั้งสองคนหยุด แล้วถามใจเริงมาทำไม เธอเสียงอ่อนลงว่าเอารถมาคืนฤกษ์ ผ่องใสเหน็บว่าข้ออ้าง ฤกษ์ไล่คืนแล้วก็กลับไป ใจเริงอ้อนจะให้เดินออกไปได้อย่างไร ฤกษ์จะเรียกแท็กซี่ให้ เธอไม่ยอมอ้างแต่งตัวแบบนี้นั่งแท็กซี่ไม่ได้ ผ่องใสด่าลอยๆ... มารยา...กระแดะ

ใจเริงอยากจะตบผ่องใส แต่ทำได้แค่เชิดใส่

แล้วหันมาบอกฤกษ์ว่า ถ้าเขาไม่ไปส่ง ตนจะไปหาพิมาลาผู้แสนดี เธอคงช่วยเหลือได้ทุกอย่าง ฤกษ์ตวาดลั่นอย่าไปยุ่งกับเธอ ใจเริงเสียงเฉียบเขาต้องไปส่งตน ฤทธิ์สรุปให้ฤกษ์ไปส่งใจเริงที่บ้าน เธอหันมายิ้มหวาน

“ขอบคุณมากนะคะคุณลุง คุณลุงเป็นคนมีสติที่สุดเลย รู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร”

“ขอบใจนะ พูดแบบนี้ก็แสดงว่า คนที่ไม่รู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร อย่างเช่นไม่ควรไปยุ่งกับสามีคนอื่นแต่ก็ทำ คนแบบนั้นคงเป็นพวกไม่มีสติสินะ” ฤทธิ์สวนนิ่มๆแล้วเดินเข้าบ้าน

ผ่องใสยิ้มหยันตอกย้ำ นอกจากไม่มีสติ ศีลธรรมจิตใจยังต่ำ พูดจบยักไหล่เดินไป ใจเริงปรี๊ดตะโกนไล่หลัง ตัวเองมีศีลธรรมสูงนักหรือ ฤกษ์สุดทนลากใจเริง ไปขึ้นรถอย่างไม่สนใจจะเจ็บหรือไม่...พิมาลายืนมองมาจากหน้าต่างบ้านตัวเอง ในใจเธอรู้สึกเจ็บปวดมาก

ooooooo

ฤกษ์ขับรถอย่างเร็วมาส่งใจเริงที่บ้านและกำชับให้เก็บของย้ายออกไป ใจเริงหันขวับมาถามทำไมต้องย้าย ในเมื่อความจริงเปิดเผยแล้ว ไม่มีอะไรต้องปิดบังอีก ฤกษ์บอก

“พิมรู้หรือไม่รู้ ก็ต้องย้ายออกไปตามที่เราคุยกัน พี่ไม่ได้ให้เริงอยู่ที่นี่ตลอดไป”

“แต่เริงไม่ไป! พี่ฤกษ์จะมาไล่เริงแบบนี้ไม่ได้นะคะ” ใจเริงสวนทันควัน

ฤกษ์สุดทนเดินเข้าห้องรวบเสื้อผ้าใจเริงออกจากตู้ เธอตาโพลงเข้ายื้อโวยวายไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น เสื้อผ้าร่วงหล่น ฤกษ์ก้มเก็บจึงเห็นซากกุ้งที่ใจเริงเขี่ยซ่อนไว้ เขายิ่งฉุนเข้าใจทุกอย่าง

“ทั้งหมดเป็นแผนใช่ไหม ตั้งใจเข้าโรงพยาบาล หลอกให้พี่มาส่งแล้วก็เรียกพิมมาที่นี่...ทำแบบนี้ทำไมฮะ จะเอาอะไรอีก ที่พี่ให้ยังได้ไม่พออีกหรือไง”

“เริงได้อะไร เริงไม่ได้อะไรสักอย่าง พี่ฤกษ์ได้อยู่คนเดียว ได้ตัวเริง ได้แก้แค้นเริง ได้ความสะใจ อย่าบอกนะว่าไม่ใช่...บ้านนี้ก็ชื่อพี่ เงินที่ให้ก็ไม่ได้จะมากมายอะไรเลย และจะบอกให้นะ ถึงเริงไป พิมก็ไม่มีวันจะรักพี่ฤกษ์เหมือนเดิม ถ้าเริงไปบอกพิมว่า เราทำอะไรกันบ้างบนเตียง พิมคง...” ใจเริงหมดหนทาง สู้หลังชนฝาแล้วตอนนี้

ฤกษ์ตวาดเสียงกร้าว “อย่ามายุ่งกับพิม!”

“ทำไมจะยุ่งไม่ได้ ตอนนี้ล่ะมาเป็นห่วง ถ้ารักกันนักแล้วนอกใจพิมทำไม ยอมรับมาเถอะ ลึกๆแล้วพี่ฤกษ์ไม่ได้รักพิม” ใจเริงพยายามพูดจี้ใจ

“พี่รักพิม ผู้หญิงคนเดียวที่พี่รักคือพิม พี่อาจจะพลาดที่กลับมายุ่งกับเริง แต่ไม่ได้หมายความว่าพี่อยากจะเลิกกับพิม”

“แล้วพี่ฤกษ์เห็นเริงเป็นอะไร เป็นนางบำเรอ เป็นที่สนองอารมณ์หรือไงฮะ!” ใจเริงแทบกระอักเมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ได้มีความสำคัญเลย

“เป็นอะไรก็ได้ แต่ไม่ใช่เมียที่ถูกต้องตามกฎหมาย” ใจเริงโวยว่าไม่จริง เขาสวน “จริง! ยอมรับเถอะเริงพี่ไม่มีวันจะกลับมาหาเริงอีก ย้ายออกไปซะ ผู้หญิงที่พี่รักคือพิม” พูดจบฤกษ์เดินกลับไปอย่างไม่ไยดี ใจเริงร้องกรี๊ดๆปาข้าวของแถวนั้นไล่หลัง ตะโกนลั่นว่าไม่จริง...ไม่จริง

ooooooo

ที่โรงแรมกำลังสร้างบนเนื้อที่บ้านของเทิดพันธ์ มาลัยวรรณทำงานไปเล่าเรื่องใจเริงให้เขาฟังไป และบ่นว่าพี่สาวตนใจดีเกินไปเอาแต่วิ่งหนี เป็นตนมีตบ เทิดพันธ์บอกว่าพิมาลาทำถูก เพราะใช้กำลังไปก็ไม่มีประโยชน์ แต่มาลัยวรรณแย้งว่ามันสะใจ แล้วนึกได้

“เออนี่...ห้ามคุณบอกพี่พิมนะว่าฉันเล่าให้คุณฟัง ฉันไม่รู้จะระบายกับใคร พี่พิมก็ไม่พูดไม่จา เก็บตัวร้องไห้มาตั้งแต่เมื่อคืน แถมเมื่อเช้าพี่เริงยังมาหาพี่ฤกษ์ถึงบ้าน”

เทิดพันธ์ตกใจจะมาทำไมอีก มาลัยวรรณคิดว่าคงมาเย้ยแถมขับรถฤกษ์มาด้วย ตนสงสารพี่สาวไม่รู้จะผ่านเรื่องนี้ไปได้อย่างไร เทิดพันธ์ครุ่นคิดอยากช่วยพิมาลาอย่างมาก

เย็นวันนั้น ร้านเอาเสื้อที่ใจเริงส่งซักแห้งมาส่ง เธอไม่มีเงินจ่ายหาว่าแพงเกิน ทันใดเทิดพันธ์เข้ามายื่นเงินให้ ใจเริงแปลกใจรู้ได้อย่างไรว่าตนอยู่ที่นี่ คิดว่าพิมาลาเป็นคนบอก เทิดพันธ์ส่ายหน้าเพราะแค่ชื่อพิมาลายังไม่อยากเอ่ยถึง เขามองใจเริงด้วยแววตาเหยียด

“ตอนนี้กระแสเพื่อนทรยศเพื่อนของคุณ มันกระจายไปทั่วกลุ่มคนรู้จัก มันสืบโลเกชั่นได้ไม่ยากหรอก ...ไม่มีที่จะไป เงินก็ไม่มี แม้แต่สามีเพื่อนก็เลยต้องคว้าไว้ก่อน คุณทำแบบนี้ได้ยังไงฮะเริง พิมเขาดีกับคุณทุกอย่าง”

“ถ้าให้ทุกอย่างจริงๆแค่สามีก็ไม่เห็นจะต้องฟูมฟายไปฟ้องคนทั้งโลก” เทิดพันธ์อึ้งถามไม่รู้สึกผิดสักนิดหรือ ใจเริงแถไปอีกว่า “ถ้าจะพูดเรื่องผิด มันก็ผิดกันทุกคน รวมทั้งพี่เทิดด้วย ถ้าพี่เทิดไม่หมดตัว เริงก็คงไม่ต้องตกระกำลำบากจนต้องหันไปหาพี่ฤกษ์แบบนี้”

“ตกลงที่ทำทุกอย่างก็เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถามหน่อยคุณต้องการเท่าไหร่ เท่าไหร่ถึงจะพอ” ใจเริงลอยหน้าย้อนถามจะให้หรือ “ถ้าพอให้ได้ก็จะให้ แล้วก็เลิกไปยุ่งกับคุณฤกษ์ หยุดทำร้ายเพื่อนคุณได้แล้ว”

ใจเริงชะงักมองหน้าอดีตสามี “พี่แคร์พิมขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงกับจะเอาเงินมาจ้างเริงเลิกกับพี่ฤกษ์เนี่ยนะ!”

“ใช่ คุณพิมเขาเป็นคนดี เขาไม่ควรจะมาเจอเรื่องแบบนี้”

“คำก็คนดี สองคำก็คนดี ถ้าพิมดีแล้วเริงเลวอยู่คนเดียวหรือไงฮะ”

“ใช่! ถ้าไม่เลวคงไม่แย่งสามีเพื่อนเพียงเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง...”

“เออเริงเลวก็ได้! แต่จะบอกให้นะ คนเลวอย่างเริง ไม่ขอรับเงินบริจาคจากใคร เพราะเริงไม่ยอมออกไปจากชีวิตพี่ฤกษ์ เริงจะทำให้เห็นว่าเขารักเริงมากกว่าพิม พี่ฤกษ์จะต้องเลือกเริงไม่ใช่พิม!”

“เลิกฝันได้แล้ว! เขากลับไปง้อเมียเขาแล้ว เขาไม่มีวันเลือกผู้หญิงอย่างคุณ”

“ไม่จริง! พี่ฤกษ์ไม่เคยรักพิม คนที่เขารักมาตลอดคือเริง เริงเท่านั้น ออกไปเลย แล้วไม่ต้องกลับมาอีก เอาเศษเงินเก็บไว้สร้างเนื้อสร้างตัวเถอะ ดูท่าทางคงจะต้องจนไปนาน ออกไป๊!”

“ผมจะรอดูวันที่คุณไม่เหลือใคร ถ้าถึงวันนั้นอย่าโทษคนอื่น เพราะคุณทำตัวคุณเอง” เทิดพันธ์ชี้หน้าปรามาสใจเริงก่อนจะกลับออกไปด้วยความรู้สึกทั้งสมเพชทั้งรังเกียจ

ในขณะที่ใจเริงโกรธจนตัวสั่นเก็บกด กัดเล็บหน้าเครียด ในใจมีแต่ความคิดที่ว่าแพ้ไม่ได้

ooooooo

เช้าวันใหม่ หมี่มาเยี่ยมพิมาลาที่บ้าน เห็นสภาพน้องที่รักโศกเศร้าเสียใจดวงตาปูดบวมก็ให้สงสารจับใจ สองสาวโผกอดกันร้องไห้ หมี่พยายามปลอบทั้งน้ำตาให้ร้องออกมาให้หมด พอพิมาลาสงบลง แต่น้ำตายังไหลริน เธอรำพัน “ในหัวตอนนี้มันมีคำถามเต็มไปหมด ทำไมพี่ฤกษ์ทำแบบนี้ ทำไมเริง ทำแบบนี้มันเริ่มมาตั้งแต่เมื่อไหร่...ที่ไหน...มีตอนไหนบ้างที่เขาโกหกพิม...มันมีแต่คำถามวนไปวนมาในหัวเต็มไปหมด”

หมี่ถามคำเดียวว่าได้คำตอบไหม พิมาลาส่ายหน้า จึงบอกแล้วจะถามซ้ำเติมตัวเองทำไม ไม่ต้องหาคำตอบ รู้แค่ว่ามันเกิดขึ้นแล้ว ควรคิดดีกว่าว่าจะทำอย่างไรกับผลของมัน พิมาลาบอกว่าตนต้องการหย่า ถ้าเขาบอกดีๆว่ากลับไปหาใจเริง ตนจะหลีกทางให้ไม่ต้องมาเจ็บเท่านี้ หมี่พยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่ก็เตือนสติ อย่าตัดสินใจเพราะอารมณ์

“ไม่เลยค่ะ พิมมั่นใจว่าพิมมีสติดี ไม่ได้หย่าเพราะประชด แต่พิมหย่าเพราะพิม...ทนอยู่กับคนโกหกไม่ได้จริงๆ ความไว้ใจ ความเชื่อมั่นที่เคยมี มันไม่เหลือเลย ...มันไม่เหลือเลย...”

หมี่กอดปลอบ ระหว่างนั้นเทิดพันธ์ขับรถมาจอดหน้าบ้านเพราะนัดมาลัยวรรณไว้ เธอตื่นเต้นที่เขามาตรงเวลา แต่พอเขาบอกว่าอยากเยี่ยมพิมาลา เธอก็น้อยใจนิดๆที่เขามารับเพราะต้องการมาหาพี่สาวนี่เอง เทิดพันธ์ ชะงักเมื่อรู้ว่าพิมาลามีแขก แต่มาลัยวรรณบอกไม่เป็นไร พอเทิดพันธ์เดินเข้าบ้าน ฤกษ์หน้าตาแดงก่ำเพราะยังเมาเดินเข้ามา มาลัยวรรณต้องมากันเขาไว้ สภาพนี้ไม่ควรเข้าไปคุยกับพิมาลา

พิมาลากับหมี่เห็นเทิดพันธ์มาก็ทักทาย ไม่ทันจะคุยกันก็ได้ยินเสียงฤกษ์ดังขัดขึ้น

“พิม เราต้องคุยกันนะ คุณหมี่ คุณเทิด ผมขอคุยกับพิมตามลำพังนะครับ”

“ไม่ค่ะ...บอกแล้วไงว่าไม่มีอะไรต้องคุยแล้ว คุณกลับไปเดี๋ยวนี้ ออกไปจากบ้านฉัน วรรณพามาก็พาออกไปเดี๋ยวนี้เลย” พิมาลาเสียงเข้ม ฤกษ์ไม่ยอมไป พิมาลายื่นคำขาดว่าคุยกันแล้วว่าจะหย่า

“ไม่ใช่เรา พิมพูดคนเดียว พี่ไม่หย่า ไม่หย่านะพิม พี่ขอร้อง คุณหมี่ครับช่วยพูดให้ผมหน่อย” ฤกษ์ปรี่เข้าจับไหล่พิมาลาเธอร้องกรี๊ดผลักไสเขาออกไป

หมี่ขอร้องอย่าเพิ่งคาดคั้นพิมาลา แต่ฤกษ์ยังพร่ำว่า ตนไล่ใจเริงออกไปจากบ้านแล้ว พิมาลาตะโกนลั่น อย่าพูดชื่อนี้ให้ได้ยินอีก แล้วร้องขอให้เทิดพันธ์ช่วย เทิดพันธ์จำต้องกระชากร่างฤกษ์ออกจากพิมาลา เขาหันมาผลักอกตวาดอย่ามายุ่งเรื่องของผัวเมีย

“ไม่ยุ่งไม่ได้แล้วคุณ คุณยิ่งทำแบบนี้ยิ่งทำให้พิมเกลียดคุณนะ”

“นี่มันไม่เกี่ยวกับคุณเลย เฮ้ย...ปล่อยโว้ย” ฤกษ์ดิ้นจะเข้าไปหาพิมาลาให้ได้

พิมาลากรีดร้องก่อนจะวิ่งเตลิดออกจากบ้าน “คนบ้า ...ฉันไม่อยู่แล้ว...”

เทิดพันธ์จึงชกหน้าฤกษ์ล้มลง แล้วหันมาบอกพิมาลาว่าถ้าจะหนีตนพาไปเอง พิมาลาวิ่งมาขึ้นรถเขา ฤกษ์พยายามตะเกียกตะกายจะตามแต่ไม่ทัน ร้องไห้ฟูมฟายอย่างคนเมาหมดสภาพ

เทิดพันธ์ไม่รู้จะพาพิมาลาไปไหน จึงพามาสงบสติอารมณ์ที่บ้านริมน้ำของตน ประนอมช่วยปลอบใจทำอาหาร และน้ำสมุนไพรให้ทานคลายเครียด พิมาลานั่งมองสายน้ำแล้วมองโรงแรมที่กำลังก่อสร้างของเทิดพันธ์ รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก เขาบอกว่านี่เป็นโรงแรมในฝันที่ตน ยอมรับในฝีมือของฤกษ์จริงๆ แล้วถามพิมาลารู้ตัวไหมว่าต้องการอะไร เธอกลับบอกว่าต้องการหย่า ตนน่าจะเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเองว่าฤกษ์ไม่มีวันลืมใจเริงได้ เทิดพันธ์ให้แง่คิด

“แต่ลืมกับรัก มันไม่เหมือนกันนะครับ เราอาจจะไม่ลืมใครบางคน แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะรักคนคนนั้น เอ่อ ...เอาจริงๆนะครับ ผมเองก็เคยเป็นแบบคุณฤกษ์ คือ ก็เคยนอกใจภรรยาตัวเอง ผมไม่ได้เข้าข้างผู้ชายนะครับ แต่บางทีอารมณ์มันก็อยู่เหนือเหตุผล ตอนทำมันไม่รู้ตัวมันเหมือนมันลืมทุกอย่าง ผิดชอบชั่วดี รักไม่รัก มันไม่ได้คิดเลย...”

“ขอบคุณที่คุณเทิดพูดตรงๆนะคะ แต่ทุกอย่างที่มีการนอกใจ ผู้ชายจะมีข้ออ้างให้ตัวเองสารพัด เพราะมีปัญหา เพราะเมียไม่ดี เพราะอารมณ์มันพาไป ส่วนผู้หญิงที่เป็นเมีย ทำได้แค่ยอมรับสารพัดเหตุผลของสามี มันไม่ยุติธรรมเลย”

เทิดพันธ์จุกพูดไม่ออก...มาลัยวรรณมาทำงาน รู้จาก ประนอมว่าเทิดพันธ์พาพิมาลามาที่นี่ จึงเข้าไปหาพิมาลา ขอร้องน้องสาวอย่าพาฤกษ์มาอีก ไม่มีอะไร ต้องปรับความเข้าใจกันอีกแล้ว มาลัยวรรณไม่เห็นด้วย ถ้าหย่าก็เท่ากับยอมแพ้ใจเริง เธอจะยิ่งได้ใจ ขอให้ให้โอกาสฤกษ์ดีกว่า

“วรรณเป็นคนพูดเองว่าพี่โลกสวยเกินไป ไม่ยอม มองความเป็นจริง นี่ไงพี่เห็นความจริงแล้ว และพี่ก็ตัดสินใจตามความเป็นจริงด้วย” พิมาลาบอกเทิดพันธ์ว่าจะกลับ เขาขอให้อยู่ทานข้าวก่อน เธอปฏิเสธบอกว่าหมี่มารับที่หน้าปากซอย มาลัยวรรณสลดลงที่ทำให้
พี่สาวเคือง

ooooooo

ใจเริงนั่งดูรายการที่ฤกษ์จัดเกี่ยวกับการดูแลบ้าน แล้วมีภาพกราฟฟิกเป็นหน้าพิมาลาแทรกเข้ามาอย่างน่ารัก ทำให้ใจเริงหมั่นไส้กดปิดทีวี หยิบมือถือมาโทร.หาฤกษ์ เขาปิดเครื่องก็หงุดหงิดคิดถึงคำพูดของเทิดพันธ์ที่ว่า ฤกษ์กลับไปง้อเมีย ไม่มีวันเลือกผู้หญิงอย่างตน ยิ่งแค้น

มาลัยวรรณนั่งร้องไห้ที่ทำให้พี่สาวโกรธ เทิดพันธ์ตามมาปลอบ รู้หรือยังว่ายุ่งเรื่องผู้ใหญ่แล้วเป็นอย่างไร มาลัยวรรณโวยเบาๆแบบนี้เรียกว่าซ้ำเติมไม่ใช่ปลอบ

“ผมจะบอกให้นะ พี่สาวคุณเข้มแข็งมากกว่าที่คุณคิด เขารู้ดีว่าจะแก้ปัญหายังไง”

“ก็หย่าไง หย่าลูกเดียว เฮ้อ พี่เริงเตรียมจุดพลุได้เลย ฉันไม่เข้าใจจริงๆพี่เริงต้องการอะไรกันแน่ ต้องการพี่ฤกษ์หรือว่าต้องการทำให้พี่พิมเสียใจ”

“คนอย่างใจเริง ต้องการอย่างเดียว ต้องการเอาตัวเองให้รอด...ส่วนคุณฤกษ์ผมเข้าใจเขานะ เพราะผมก็เคยเป็น ตอนนั้นผมหมดทุกอย่างไม่เหลืออะไรเลย มีแค่ผู้หญิงคนนึงที่มองผมด้วยความชื่นชม พร้อมให้การดูแลสนับสนุน เราก็พร้อมนอกใจเมียไปหาเขา เพราะเขาเป็นคนเดียวที่อยู่เคียงข้างเรา”

มาลัยวรรณแปลกใจที่เทิดพันธ์เปิดใจ และรู้ว่าหมายถึงสุพรรญา จึงอยากรู้ว่าทำไมเลิกกับเธอ เทิดพันธ์ยอมรับว่าไม่อยากเอาเปรียบหาผลประโยชน์จากเธอ เพราะไม่ได้รักเธอ จึงออกมาสร้างคุณค่าให้ตัวเองดีกว่า หญิงสาวทึ่งช่างแมนมากไม่เอาเปรียบผู้หญิง น่านับถือ

“ตอนนี้วิธีที่จะช่วยคุณพิมได้ดีที่สุด เว้นระยะให้เขาได้คิด ปล่อยให้พี่สาวคุณได้ตัดสินใจเอง คุณแค่เป็นกำลังใจให้ อยู่ห่างๆก็พอแล้ว”

“เฮ้อ...แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าปลอบใจ ขอบคุณมากค่ะเจ้านาย” มาลัยวรรณยอมเรียกเต็มปาก

พอผ่องใสรู้ว่าพิมาลาจะหย่าก็บอกฤกษ์อย่ายอม แล้วให้ฤทธิ์ช่วยลูก ฤกษ์เองก็หมดปัญญาขอร้องให้พ่อช่วยคุยกับพิมาลา ฤทธิ์หนักใจที่ลูกเรียนผูกไม่ยอมเรียนแก้ ด้วยตัวเอง...แต่พอเช้าวันใหม่ก็อดไม่ได้ที่จะช่วยลูก

ฤทธิ์มาหาพิมาลาที่บ้านตรงข้าม หว่านล้อมเตือนสติ “ลุงรู้ว่าเจ้าฤกษ์มันทำผิดใหญ่หลวง แต่ลุงอยากให้พิมใช้เวลาค่อยๆคิดว่ามันพอจะให้อภัยและเริ่มต้นใหม่ได้หรือเปล่า”

“พิมคิดแล้วค่ะ การหย่าคือทางออกที่ดีที่สุด”

“ดีที่สุดสำหรับใคร สำหรับพิมหรือฤกษ์ หรือสำหรับใจเริง...ลุงไม่อยากให้พิมตัดสินใจตอนที่จิตใจไม่สงบ พอใจนิ่งแล้วค่อยๆคิด ว่าการหย่าคือสิ่งที่เราต้องการจริงๆรึเปล่า อ้อ แล้วลุงอยากเตือนอย่างนึง...ไม่ต้องรู้สึกผิดกับใจเริง การที่ฤกษ์เลือกแต่งงานกับพิม เขาไม่ได้แต่งเพราะประชดหรือเอาพิมมาแทนใจเริง มันคนละเรื่องกัน ต้องแยกให้ออกจะได้ไม่สับสน ความรักกับความหลงมันคล้ายๆกัน แต่มันไม่เหมือนกันหรอกลูก”

พิมาลาครุ่นคิดตาม ฤทธิ์เน้นต้นตอของเรื่อง “อย่าลืมว่าหนูเป็นคนอนุญาตให้ใจเริงเข้ามาอยู่ในบ้าน ใครห้ามก็ไม่ฟัง เพราะฉะนั้นไฟที่มันกำลังไหม้บ้านอยู่ตอนนี้ ต้นเพลิงก็มาจากเราด้วยนะ เจ้าฤกษ์มันโดนใจเริงปั่นหัวมาคนนึงแล้ว พิมต้องระวังอย่าตกเป็นเครื่องมือไปอีกคน แววตาพิมาลาเริ่มมีสติ เมื่อฤทธิ์กลับไป เธอหยิบอัลบั้มเก่าๆมาดู เห็นภาพความสนุกสนานวัยเด็กกับใจเริง คำพูดของทุกๆคนผุดขึ้นในหัว ที่ผ่านมาใจเริงเป็นเพื่อนหรือเป็นอะไรกันแน่

พิมาลาตัดสินใจขับรถกลับไปที่บ้านเรือนหอ ใจเริง มาหารีบให้แท็กซี่ตามรถเธอ...แอ๊ดตกใจเมื่อพิมาลาบอกว่ามาเก็บเสื้อผ้าไปอยู่บ้านพ่อแม่ ก็รีบแอบโทร.รายงานฤกษ์ ระหว่างที่คุยโทรศัพท์กับฤกษ์ จึงไม่เห็นว่าใจเริงเดินเข้ามาในบ้าน

พิมาลาถือกระเป๋าเสื้อผ้าลงมาข้างล่าง ต้องชะงักเมื่อเห็นใจเริงยืนอยู่กลางบ้าน เธอหันมาทำหน้าราวสำนึกผิด โผเข้ากอดบีบน้ำตาขอโทษ อ้างว่าที่ผ่านมาฤกษ์ไม่ให้บอก ทั้งที่ตนไม่อยากปิดบัง แต่ก็ไม่อยากให้เพื่อนต้องเสียใจ...

พิมาลาตัวชาวูบ คิดลำดับเหตุการณ์ที่ผ่านมา

“เริงทำแบบนี้มานานหรือยัง” ใจเริงถามหมายถึงตนกับฤกษ์หรือ “ไม่ใช่ ที่เล่นละครสร้างเรื่อง แกล้งทำเป็นเพื่อนที่ดี แต่คอยแทงข้างหลังอยู่ตลอดเวลาแบบนี้ เป็นมานานหรือยัง”

“พิมถามแบบนี้ทำไม...” ใจเริงเริ่มเสียงแข็ง

“ถ้าเพิ่งเป็นจะพยายามยกโทษให้ เพราะคนเราจนตรอกมันทำได้ทุกอย่าง แต่ถ้าเป็นมาตั้งแต่เด็ก จะได้เลิกคบ เพราะโตขนาดนี้แล้วยังเป็นก็คงจะเป็นไปจนตาย!”

น้ำเสียงที่แข็งกร้าวเสียดแทงของพิมาลาทำให้ใจเริงรู้ว่าใช้วิธีเดิมไม่ได้อีก ยิ้มเหยียดที่มุมปาก “นี่สินะ ตัวตนที่แท้จริงของพิมาลา พิมที่แสนดีหายไปไหนแล้วล่ะ”

“พิมที่แสนดีก็ยังอยู่ แต่พิมที่โง่หลงเชื่อว่าเพื่อนที่เราดีด้วยจะดีตอบ...ตายไปแล้ว”

ด้านฤกษ์คุยโทรศัพท์กับแอ๊ด สั่งแอ๊ดยื้อพิมาลาไว้อย่าให้ออกไป ตนจะรีบกลับบ้าน และถ้าใจเริงมาอย่าให้เข้าบ้านเด็ดขาด...ในขณะที่ใจเริงเห็นกระเป๋าเสื้อผ้า
ของพิมาลาก็ยิ่งกระหยิ่มใจ

“เริงเชื่อว่าพิมที่โง่ตายไปแล้ว เพราะพิมที่ฉลาดกำลังขนเสื้อผ้าไปอยู่กับพ่อแม่ ดีแล้วล่ะพิม พี่ฤกษ์จะได้ไม่ลำบากใจ เมื่อก่อนต้องไปๆมาๆสองบ้าน แล้วก็ต้องปิดเป็นความลับ เริงสงซ้านสงสาร ตอนนี้ก็เหลือแค่เริงคนเดียว พี่ฤกษ์จะได้ไม่เหนื่อย”

“เอาไปเลย อยากได้นักก็เอาไป ต่อไปนี้ไม่ต้องมาลักกินขโมยกิน เชิญกินกันตามสบาย”

“พิม...ในเมื่อพิมเข้าใจทุกอย่างดีแล้ว เริงพูดตรงๆ เลยนะ เริงไม่อยากได้แค่ตัวพี่ฤกษ์ เริงอยากได้การเป็นภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พิมเองก็คงไม่อยากเอาตัวมาผูกกับผู้ชายที่เขา...ไม่ได้รักพิมคนเดียว เริงพูด ด้วยความหวังดีนะ ไหนๆพิมก็ตัดสินใจจะไปจากพี่ฤกษ์แล้ว ก็ควรจะปล่อยพี่ฤกษ์ให้หลุดออกมาจากความเป็นสามีของพิม” ใจเริงพูดทำนองหวังดีสุดๆ

แอ๊ดเดินเข้ามาในบ้าน ได้ยินใจเริงกับพิมาลาเชือดเฉือนคารมกันก็ตกใจ รีบโทร.หาฤกษ์

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement