วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เพลิงบุญ ตอนที่ 10


21 ก.ย. 2560 08:24
4,270,692 ครั้ง

เพลิงบุญ ตอนที่ 10

อ่านเรื่องย่อ

เพลิงบุญ

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

กฤษณา อโศกสิน

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ชนินทร ประเสริฐประศาสน์

ผลิตโดย:

บริษัท เมคเกอร์ วาย จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, ราณี แคมเปน,

ในขณะที่มาลัยวรรณก๊อบปี้ภาพจากกล้องวงจรปิดมาเปิดให้เทิดพันธ์ดู แล้วให้เขาโทร.หาใจเริงเพื่อถามว่าจะย้ายออกไปจากบ้านพี่สาวตนเมื่อไหร่ เทิดพันธ์ไม่โทร.เพราะคิดว่าเป็นการมโนของมาลัยวรรณเอง เรื่องแค่นั้นจะฟันธงว่าใจเริงคิดจับฤกษ์ไม่ได้

“งั้นไม่ดูตามหลักฐาน แต่ดูตามสัน...นิสัยผู้ชายๆ คุณคิดว่าพี่เริงกับพี่ฤกษ์ เขาจะ...จุดกันติดไหม พี่ฤกษ์จะนอกใจพี่พิมกลับไปหาพี่เริงหรือเปล่า” มาลัยวรรณหันมาถามตรงๆ

เทิดพันธ์คิดสักครู่ก็จับหัวมาลัยวรรณโยกอย่างเอ็นดูเด็ก บอกเรื่องของผู้ใหญ่ เด็กอย่างเธอไม่ต้องเครียด เธอโวยว่าเธอโตแล้ว เขาเย้า

“ถ้าโตแล้วยิ่งต้องไม่เครียด คุณพิมเป็นคนน่ารัก คุณฤกษ์รักคุณพิมจะตาย ใจเริงทำอะไรสองคนนี้ไม่ได้หรอก ไม่ต้องคิดมาก”

“โอ๊ย...ฉันไม่อยากคิดมากนะ แต่คุณก็รู้ คนอย่างพี่เริงถ้าอยากได้ขึ้นมา ความน่ารักของพี่พิมและความรักของพี่ฤกษ์ก็เอาไม่อยู่!”

เทิดพันธ์สะอึก ใจจริงก็คิดอย่างนั้นแต่ไม่อยากแสดงออกให้มาลัยวรรณเห็น...ทางด้านบ้านฤกษ์ ผ่องใสตักอาหารใส่ชามไปคุยไป ถามพิมาลาว่ารู้หรือยังว่าใจเริงย้ายไปอยู่ที่ไหน เธอส่ายหน้าเพราะโทร.ไปใจเริงก็ไม่รับ ส่งข้อความไปก็อ่านแต่ไม่ตอบ ผ่องใสสันนิษฐาน

“น้าว่ามันแปลกๆมากเลยนะ ต้องมีอะไรปิดบังซ่อนเร้นอยู่แน่ๆ หรือว่าไปเป็นเมียน้อยใครสักคนแล้วก็ย้ายไปอยู่กับเขา เลยอายไม่กล้าบอก...ช่วงนี้เขามีคบกับผู้ชายที่ไหนรึเปล่า หรือสนิทสนมกับใครเป็นพิเศษ”

คำพูดของผ่องใสแทงใจพิมาลาอย่างมากแต่ก็ปัดว่าเท่าที่เห็นไม่มี ผ่องใสไม่สนใจจะเป็นเมียน้อยใครก็ช่าง ไปเสียได้ต่อไปจะได้อุ้มหลานกันเสียที...ฤกษ์กลับมาถึงยิ้มแย้มทักทายทุกคนเหมือนไม่มีอะไร ฤทธิ์แอบถามฤกษ์ถึงงานที่เชียงรายว่าไปกับใคร เขาบอกไปคนเดียว ฤทธิ์จึงแน่ใจว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่

“นี่คุณฤกษ์ ไก่ดำตุ๋นยาจีนชามนี้สำหรับคุณฤกษ์โดยเฉพาะเลยนะ ทานเยอะๆจะได้รีบมีหลานให้น้าไวๆ” ผ่องใสวางชามแกงลงบนโต๊ะ

ฤกษ์ยิ้มรับจะทานให้หมด พิมาลาเอามือถือมาถ่ายเซลฟี่ครอบครัว ฤกษ์โอบกอดอย่างมีความสุข ฤทธิ์ชำเลืองมองลูกแล้วหนักใจ...ใจเริงเห็นภาพไอจีที่พิมาลาลงพร้อมแคปชั่นว่า...ครอบครัวสุขสันต์ ให้แค้นใจยิ่งขึ้น ความอิจฉาพลุ่งพล่าน

เสร็จจากการทานอาหาร ฤทธิ์หาโอกาสคุยกับฤกษ์ “ไอ้เสือ...พ่อจะบอกให้นะ โกหกพ่อ ไม่เป็นไรนะ แต่โกหกเมีย ถ้าเขามารู้ทีหลัง เขาอาจจะไม่ให้อภัย...เรื่องที่เชียงราย พ่อรู้ว่าเราไม่ได้ไปคนเดียว ส่วนเรื่องคนจองตั๋วเครื่องบิน พ่อช่วยรับมุกให้ แต่พ่อจะช่วยแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น ทำอะไรลงไป เคลียร์ให้เรียบร้อยก่อนจะบานปลาย”

ฤกษ์รู้สึกร้อนตัวร้อนใจชอบกล...ค่ำนั้นพอพิมาลาจะคุยด้วย เขาก็แกล้งหลับเสียก่อน

ooooooo

เทิดพันธ์ครุ่นคิดถึงสิ่งที่คุยกับมาลัยวรรณ ตัดสินใจโทร.หาใจเริง แต่เธอไม่รับสาย เขาจึงคิดแผน ถ่ายกล่องใส่แหวนส่งไลน์ไปให้พร้อมข้อความว่า...จะเอาคืนหรือให้เอาไปขาย...ได้ผล ใจเริงเห็นข้อความแล้วโวย ถ้าจะขายตนขายเอง แล้วส่งข้อความกลับไปทันที

ทั้งสองนัดเจอกันในบาร์แห่งหนึ่ง ใจเริงกลัวไม่ได้แหวนรีบคว้ากล่องมากำไว้ เทิดพันธ์ถามว่าร้อนเงินหรืออย่างไรถึงรีบมาเอา เธอไม่ตอบลุกขึ้นจะกลับ เขาจึงขู่ว่าถ้าไม่ตอบก็เอาไปแต่กล่อง ใจเริงชะงักรีบเปิดกล่องดูไม่มีแหวนจริงๆก็โมโห เทิดพันธ์ชูแหวนขึ้นแล้วถามว่าตอนนี้ย้ายไปอยู่ที่ไหน เธอมองอย่างเคียดแค้นก่อนจะตอบว่า

“อยู่ที่บ้านของคนที่เขารักเริง คนที่เขาดูแลเริงได้ดีกว่าคนบางคน”

“คนคนนั้นเป็นสามีของเพื่อนใช่หรือเปล่า!”

ใจเริงจ้องหน้ายิ้มหยัน “ใช่หรือไม่ใช่ ก็ไม่เกี่ยวกับพี่เทิด เอาแหวนมานี่”

“เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับผมก็จริง แต่มันเกี่ยวกับคุณพิม ทำอะไรคิดถึงใจเขาบ้าง”

“อย่ามโน เริงไม่ได้พูดสักคำว่าเริงไปอยู่กับพี่ฤกษ์ เดาไปเอง...แต่จะว่าไป ถ้าเริงไปอยู่กับพี่ฤกษ์จริงๆมันก็ไม่แปลก เพราะจริงๆแล้วเขาเป็นของเริง เริงแค่ให้พิมยืมไปใช้ชั่วคราว”

“นี่คุณพูดแบบนี้ได้ยังไง เขาเป็นเพื่อนคนเดียวที่คุณมีนะ แล้วเขาก็ดีกับคุณทุกอย่าง”

“แล้วไง ความดีกับความจริงมันคนละเรื่องกันเริงก็แค่พูดความจริง ถ้าเริงไม่ทิ้งไปอย่าหวังเลยว่าพิมจะได้พี่ฤกษ์”

“คุณนี่มัน...ปีศาจชัดๆ”

“ทุกคนมันก็ปีศาจอยู่ในตัวกันทั้งนั้น อยู่ที่ว่าจะเอามันออกมาใช้ตอนไหน พูดยังกะตัวเองไม่เคยเป็น” ใจเริงเชิดใส่เดินจากไปอย่างไม่รู้สึกผิด เทิดพันธ์อึ้งสงสารพิมาลาเป็นที่สุด...รุ่งเช้าฤกษ์พยายามหลบหน้าพิมาลาด้วยการออกจากบ้านก่อนเธอตื่น เขียนโน้ตทิ้งไว้ว่ามีประชุมเช้า แต่เธอรู้สึกถึงความผิดปกติ...มาลัยวรรณแวะมาหาถามด้วยความค้างคาใจอย่างมาก

“วรรณว่ามันทะแม่งๆมากเลย อยู่ๆพี่เริงก็ย้ายออกไม่ยอมรับโทรศัพท์ ไม่ติดต่อหาพี่พิม แล้วพี่ฤกษ์ก็มาทำหลบหน้าหลบตาพี่พิม...วรรณว่าพี่ฤกษ์ต้องรู้แน่ๆว่าพี่เริงอยู่ที่ไหน”

พิมาลายังคิดในแง่ดีว่าถ้าเขารู้จะปิดบังทำไม มาลัยวรรณเชื่อว่าคนเคยรักกันจะห้ามใจได้อย่างไร ใจเริงก็แซ่บขนาดนั้น และหลังๆมานี่ฤกษ์ชอบปิดบังโกหก...

พิมาลาหน้าซีดกังวลใจ น้องสาวไม่ทันเห็นสีหน้าพี่ยังพล่ามต่อถึงเรื่องที่ทั้งสองหายไปต่างจังหวัดในวันเดียวกัน และเรื่องที่ใจเริงโกหกว่าโดนดำรงปล้ำเพื่อเป็นข้ออ้างออกจากงาน ดูแล้วเป็นงูพิษชัดๆไม่น่าไว้ใจ

พิมาลาสวนขึ้นเสียงแข็ง “พอได้แล้ววรรณ ยิ่งพูดยิ่งเลอะเทอะ พี่ไม่อยากฟังแล้ว...ถ้าวันนี้จะไปช่วยงานพี่ เลิกพูดเรื่องนี้ ไม่งั้นกลับบ้านไป”

มาลัยวรรณสะดุ้งรู้สึกตัวรีบขอโทษเสียงอ่อยว่าตนแค่เป็นห่วง...ขณะที่พิมาลาอารมณ์คุกรุ่นอยู่นั้น ใจเริงโทร.เข้ามาจึงต่อว่า นึกว่าลบเบอร์ตนทิ้งแล้ว เพิ่งจำได้หรือว่าต้องโทร.กลับ

“โถ พอดียุ่งน่ะก็เลยยังไม่ได้โทร. แล้วก็ไม่ต้องห่วงนะ เริงไม่ลบเบอร์พิมทิ้งหรอก ก็พิมเป็นเพื่อนคนเดียวที่เริงมีนะ เริงจะลบทิ้งไปได้ยังไง”

“รู้ก็ดี แล้วนี่อยู่ที่ไหน ย้ายออกทำไมไม่บอกสักคำ”

ใจเริงยิ้มมุมปากทำทีบอกว่ารีบ วันนี้จะแวะไปหามีเรื่องอยากเล่าให้ฟังมากมาย

ooooooo

วันนี้มีการอัดเทปที่สถานปฏิบัติธรรมบุญนำใจ ทุกคนนุ่งขาวห่มขาว หมี่เอาคลิปใจเริงอ่อยดำรงให้เปรมดู เพื่อให้ไปเตือนฤกษ์ว่าใจเริงอยากอยู่ที่บ้านเขาต่อจึงสร้างเรื่องขึ้นมา เปรมไม่อยากเชื่อว่าฤกษ์จะหลงกลไปยุ่งเกี่ยวกับใจเริงง่ายๆ แต่พอพิซซี่กับแมนยกตัวอย่างก็ชักหวั่น

หมี่สรุปให้ฟังว่า ผู้ชายมักจะช่วยเพื่อนปิดบังความจริง แต่ผู้หญิงมีแต่จะคอยเชือดเฉือนกันเมื่อมีโอกาส เปรมสยองผู้หญิงน่ากลัวจริงๆ หมี่ย้ำถ้าเขาอยากช่วยเพื่อนจริงอย่าเข้าข้างกัน ใจเริงเป็นผู้หญิงซับซ้อนกว่าที่เราคิด ตนเป็นห่วงพิม ถ้าเขาช่วยเตือนฤกษ์ได้จะดีมาก เปรมรับคำ

พิมาลากับมาลัยวรรณมาถึง หมี่แปลกใจเห็นสีหน้าพิมาลาเครียด ระหว่างอัดรายการพิมาลาฟังคุณมยุรฉัตรพูดรู้สึกโดนใจอย่างมาก

“สังคมวางกรอบให้ผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายอดทน หลายคนเก็บกด หดหู่ สุดท้ายกลายเป็นคนที่มองไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง...”

“คุณแม่จิ๋มก็เลยสร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นที่พักใจของคนเมืองโดยเน้นไปที่กลุ่มผู้หญิง มีผู้รู้มาสอนเกี่ยวกับการนั่งสมาธิ เจริญสติใช่ไหมคะ” หมี่ซักถาม

“ใช่ค่ะ แม่คิดว่าถ้าผู้หญิงเรามีสติ และปล่อยวางได้ เราจะไม่ต้องวิ่งไล่ตามไขว่คว้าให้ใจเป็นทุกข์ แม่รู้ว่าทุกข์แบบนั้นมันเหนื่อยค่ะ แม่เจอมาเยอะ”

พิมาลาอิน ถามนอกสคริปต์ “แต่การปล่อยวาง วางเฉย ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันไม่ทำให้เราดูโง่ในสายตาคนอื่นเหรอคะ เราพยายามนิ่ง พยายามมองทุกอย่างในแง่ดี มองคนในแง่ดี ทั้งๆที่จริงๆแล้วเขาอาจจะไม่ดีกับเราก็ได้ การปล่อยวางมันทำให้เราเป็นสุขจริงๆเหรอคะ”

“เราต้องพิจารณาทีละประเด็นนะคะคุณพิม สิ่งแรกการที่เราพยายามมองทุกอย่างให้มันดีเกินไป ทั้งที่ความจริงมันไม่ดี แสดงว่าเรามองไม่เห็นความจริง และการที่เราพยายามคิดว่ามันดี เราหลอกตัวเองรึเปล่า เราไม่กล้ารับความจริงหรือเปล่า ก่อนที่เราจะปล่อยวาง เราต้องเรียนรู้ที่จะมองให้เห็นความจริงก่อน รู้เห็น เข้าใจ แล้วเราจะปล่อยวางได้เองโดยไม่ต้องพยายามอะไรเลย...ถามตัวเองก่อน เรามองเห็นความจริงรึยัง ถ้ายัง เพราะมันมีสิ่งปิดบังสายตาหรือเราปิดตาเราเอง”

พิมาลาอึ้งพูดไม่ออก เปรมรีบตัดกล้องมาที่หมี่ให้เธอปิดเบรก “โหย...เป็นคำตอบที่ดีมากๆเลยค่ะ เห็นภาพชัด เสียดายจริงๆที่เรามีเวลาน้อย พักสักครู่เดี๋ยวมาพบเบรกสุดท้ายค่ะ...”

ช่วงพัก มาลัยวรรณ พิซซี่และแมนคุยกันเรื่องที่พิมาลาหลุดสคริปต์ มาลัยวรรณหวั่นใจเพราะวันนี้ใจเริงจะมาหาที่นี่ ไม่ทันขาดคำ เธอก็เดินเฉิดฉายเข้ามาในชุดลายดอกสะพรั่ง ทุกคนตะลึงที่ช่างไม่ให้เกียรติสถานที่

เมื่อถ่ายทำเสร็จ หมี่กับพิมาลากล่าวขอบคุณคุณมยุรฉัตร เปรมสั่งคัต เสียงใจเริงเรียกพิมดังขึ้นทันที ตามด้วยการถลาเข้ากอดพิมาลา คุณมยุรฉัตรพูดขึ้นอย่างสุภาพว่าเพื่อนของพิมาลาเลือกชุดได้เข้ากับกิริยาตัวเองมาก ใจเริงหน้าตึงจะแว้ดกลับแต่ด้วยท่าทางสงบนิ่งอย่างผู้ดีของคุณมยุรฉัตร ทำให้ต้องยับยั้งอารมณ์และกลัวจะเสียแผนที่ตั้งใจมา

ใจเริงอ้อนพิมาลาอย่าโกรธที่ตนย้ายไปกะทันหัน อ้างเจอบ้านถูกใจจึงรีบย้าย พิมาลาย้อนถามเช่าบ้านแล้วเงินพอหรือ ใจเริงบอกมีคนใจดีให้ยืม เขาช่วยเหลือด้วยความรักความเห็นใจ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง พอพิมาลาถามถึงบ้านอยู่ที่ไหน ใจเริงเล่นลิ้นบอกเพียงว่าบ้านรก จัดเสร็จเมื่อไหร่จะพาไปดูเป็นคนแรก พิมาลาท้วงว่าคราวอพาร์ตเมนต์ยังไปจัดให้ ใจเริงยิ้มหยัน

เป็นครั้งแรกที่พิมาลาสัมผัสได้ถึงความร้ายกาจที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มของเพื่อนรัก ที่ผ่านมาตนมองข้ามมาโดยตลอด เมื่อใจเริงบ่นว่า วันนั้นอยากให้ไปก็ให้ไป วันนี้ไม่อยากให้ไปก็ไม่ให้ไป ตนเอาแต่ใจตัวเองมาตั้งนานแล้ว น่าจะชิน พิมาลามองด้วยตาแข็งกร้าวถามขึ้น

“แล้วที่ไปนั่งเฝ้าออฟฟิศพี่ฤกษ์เพื่อของานทำ แล้วที่เล่นละครว่าตัวเองโดนปล้ำเพื่อจะอยู่ที่บ้านพิมต่อ...ที่ทำไปเพราะเอาแต่ใจตัวเองหรืออยากจะเอา...อย่างอื่น”

ใจเริงชะงักหุบยิ้ม ลอยหน้าลอยตาถามกลับ

“แล้วถ้าเริงอยากได้ พิมให้เริงได้ไหมล่ะ...ไม่ต้องตอบก็ได้ เพราะถ้าเริงอยากได้จริงๆ ถึงพิมไม่ให้ เริงก็ต้องเอามาจนได้ ส่วนเรื่องไปนั่งเฝ้าออฟฟิศพี่ฤกษ์ กับสร้างสถานการณ์ว่าโดนปล้ำ เริงไม่มีอะไรต้องแก้ตัว มันเป็นความจริง เริงต้องทำเพื่อความอยู่รอด และวันนี้เริงก็รอดแล้ว แสดงว่าเริงทำในสิ่งที่ถูกต้อง”

พิมาลาจุกพูดไม่ออก ใจเริงทำทีบ่นว่าที่มาหาตั้งใจจะเล่าให้ฟังแต่รู้เองเสียก่อนหมดสนุก ยังมีอีกเรื่องที่เธอยังไม่รู้ ว่าแล้วก็ล้วงเนกไทของฤกษ์ออกมาส่งให้ บอกฝากไปคืนด้วย พิมาลาแทบช็อกมือไม้สั่นรับเนกไทไว้แล้วถามว่าไปอยู่กับเธอได้อย่างไร ใจเริงยิ้มอย่างคนที่เหนือกว่า

“มันหลงมาน่ะ สงสัยแอ๊ดคงจะหยิบผิด มันก็เลยติดมากับเสื้อผ้าของเริง เริงเพิ่งเห็นตอนจัดกระเป๋าก็เลยเอามาคืน”
“หลง! มันแค่หลงไปใช่ไหม นอกจากเนกไทยังมีอะไรหลงไปอยู่กับเริงอีกหรือเปล่า”

“ก็ไม่รู้สินะ ตอนนี้เจอแค่นี้ ถ้าเจออย่างอื่นที่มันมากกว่านี้ เริงจะรีบมาบอก แต่...ถ้าเริงอยากได้ เริงก็ไม่คืน” ใจเริงลุกขึ้นเดินจากไป

พิมาลากำเนกไทแน่น รู้สึกเหมือนตัวเองเริ่มมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของเพื่อนรัก เหมือนอย่างคำพูดของคุณมยุรฉัตรที่ว่า...เราต้องถามตัวเองก่อนว่า เรามองเห็นความจริงหรือยัง ถ้าเรายังไม่เห็น เพราะมันมีสิ่งปิดบังสายตา หรือเราปิดตาตัวเราเอง...

มาลัยวรรณ พิซซี่และแมนทำเป็นเดินจงกรม พอเห็นใจเริงกลับก็จะสะกดรอยตามเพื่อให้รู้ว่าบ้านอยู่ที่ไหน แต่พอออกมาที่ลานจอดรถ ก็เห็นเปรมกับหมี่กำลังขึ้นรถจะตามเช่นกัน ทั้งสามรีบวิ่งไปขึ้นประตูหลัง...เปรมขับรถตามรถแท็กซี่ที่ใจเริงนั่ง

พิมาลาว้าวุ่นใจอย่างมาก หยิบมือถือมากดหาฤกษ์แต่สายไม่ว่าง...ด้านฤกษ์กำลังทำงานอยู่ ใจเริงโทร.เข้ามาบอกว่ามีเอกสารบ้านให้เซ็นด่วน เขาจึงรับคำ เดี๋ยวจะเข้าไปเซ็น ฤกษ์เดินออกจากห้องทำงาน ฤทธิ์เห็นแปลกใจถามแต๋วว่าฤกษ์มีนัดที่ไหน เธอบอกว่าบ่ายนี้ไม่มีนัด

ระหว่างที่เปรมขับรถตามรถใจเริง เธอให้แท็กซี่แวะที่ร้านซักแห้ง ทุกคนมองไปที่ใจเริง เผอิญเปรมเหลือบไปเห็นฤกษ์ขับรถเลี้ยวเข้าหมู่บ้านแถวนั้นก็แทบช็อก ด้วยความรักเพื่อนไม่อยากให้มีปัญหา จึงออกรถพรวดเลี้ยวกลับอย่างรวดเร็ว ทุกคนในรถตกใจร้องลั่นว่าเกิดอะไรขึ้น เปรมอ้างว่านึกได้มีงานด่วนต้องกลับไปทำ

วันหลังค่อยมาตามหาบ้านใจเริงใหม่ ทุกคนงง...

ooooooo

ฤกษ์รับเอกสารการโอนจากเจ้าหน้าที่หมู่บ้าน เกิดความสับสนในใจ...เสียงใจเริงเรียกให้เข้าไปหาที่มุมหนึ่งของบ้าน เธอยืนอยู่ในชุดสวยเซ็กซี่ยั่วยวนบอกเขาว่าเห็นชุดนี้ลดราคาถูกมากจึงซื้อมาเผื่อได้ใช้ ฤกษ์ยังตะลึง ใจเริงเข้ามาใกล้ๆแล้วดึงเชือกที่คล้องคอหลุด กระซิบบอก

“รู้ไหมคะว่าทำไมเริงถึงซื้อชุดนี้...เพราะมันถอดง่าย” ชุดที่สวมร่วงลงพื้น

ฤกษ์กลืนน้ำลายเอื๊อก ใจเต้นแรง อารมณ์ตัณหาเข้าครอบงำทันที...ในขณะเดียวกัน พิมาลากลับบ้านซักถามแอ๊ดถึงเรื่องเนกไทของฤกษ์ทำไมติดไปกับเสื้อผ้าใจเริง แอ๊ดยืนยันแข็งขันว่าไม่เห็นเนกไทเส้นนี้ส่งมาซักเลย

เวลาผ่านไปจนสองทุ่ม พิมาลาไม่มีแก่ใจจะทานข้าว ยืนรอฤกษ์กลับที่ริมสระน้ำ อ่านข้อความที่เขาส่งมาซ้ำไปซ้ำมาว่ามีประชุมกับลูกค้าไม่ต้องรอทานข้าว...ในเวลานั้นขณะที่ฤกษ์อาบน้ำอยู่ในห้องน้ำบ้านใจเริง ใจเริงเห็นนาฬิกาของเขาถอดวางอยู่ก็คิดบางอย่างได้ เอานาฬิกาข้อมือของตัวเองมาวางคู่ แล้วถ่ายรูปเก็บไว้ พอฤกษ์แต่งตัวเดินออกมา เธอพยายามอ้อนให้เขาค้างคืน แต่เขากลับตอบว่า เธอก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ ใจเริงตีหน้าเศร้าตัดพ้อ

“ก็ลองถามดูเผื่อพี่ฤกษ์จะใจอ่อน ทั้งที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้...พี่ฤกษ์รีบกลับเถอะค่ะ พิมเขารออยู่ หมดเวลาของเริงแล้ว”

“รู้ก็ดีแล้ว...พี่ไปก่อนนะ” ฤกษ์เข้ากอดและจุมพิตที่หน้าผากก่อนจะผละจากไป

ใจเริงตาวาวจากแมวเชื่องเป็นแม่เสือแข็งกร้าว เชิดหน้าเข่นเขี้ยว...มันไม่ง่ายอย่างนั้นแน่ ขณะที่ฤกษ์ขับรถออกจากหมู่บ้าน เปรมโทรศัพท์เข้ามาบอกให้เขาจอดรถแล้วมองมาทางขวา เปรมยืนพิงรถรออยู่ ฤกษ์ใจหายวาบไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ฤกษ์กับเปรมมานั่งคุยกันในบาร์เงียบๆแห่งหนึ่ง ฤกษ์ออกตัวก่อนว่าไม่ต้องห่วงตนเอาอยู่ เปรมสวนไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเอาอยู่ แล้วเอามานานหรือยัง...ฤกษ์สะดุ้งเล็กน้อย

“ก็...สักพัก...แต่ครั้งแรกกูเมา”

“ตอนนี้เลิกเมาแล้วทำไมไม่เลิกวะ”

ฤกษ์รับรองว่าจบแน่กำลังพยายามอยู่ เปรมไม่เข้าใจทำไมต้องถึงกับซื้อบ้านให้อยู่

“เดี๋ยวๆไม่ได้ซื้อให้เขา แค่ให้เข้าไปอยู่ชั่วคราว มันเป็นทางเดียวที่ทำให้เขายอมออกจากบ้าน ออกไปจากชีวิตฉันกับพิม เขาได้งานมีทางไป เดี๋ยวก็ไปเอง บ้านนี้ก็จะเป็นของพิม” “เออดีนะ ซื้อบ้านใหม่แต่ให้ผู้หญิงอื่นมานอนก่อนเมีย...ไอ้ฤกษ์ แกเป็นคนที่รู้จักใจเริงดีที่สุด ใจเริงไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมให้ควบคุมง่ายๆ เขาไม่มีทางย้ายออกไปแน่ พิมเขาเป็นคนดีแต่ไม่ใช่คนโง่ ถ้าแกยังไม่รีบจบ สักวันเขาจับได้แน่”

ฤกษ์มั่นใจว่าตัวเองเอาอยู่ “ไม่ต้องห่วง จบแน่...ฉันไม่มีวันทำให้พิมเสียใจ”

“แต่แกทำไปแล้วแค่เขายังไม่รู้...กูไม่เข้าใจจริงๆมึงทำแบบนี้กับพิมได้ยังไงวะ กูรู้กูยังช็อกเลย มึงเคยคิดไหมถ้าพิมเขารู้ เขาจะเสียใจแค่ไหน”

ฤกษ์เจ็บแปลบในใจ ความรู้สึกผิดผุดขึ้น แต่ยังมั่นใจว่าพิมาลาจะไม่มีวันรู้เรื่องนี้...ระหว่างที่ฤกษ์เชื่อมั่นในตัวเอง ใจเริงโพสต์รูปนาฬิกาคู่ลงไอจีพร้อมข้อความว่า

“อยากเก็บเวลาของเราสองคนไว้นาน...นาน”...

ฤกษ์กลับถึงบ้าน พบพิมาลานอนหลับอยู่ที่โซฟาใบหน้าดูเครียด เขานั่งลงข้างๆกุมมือเธอมองที่แหวนแต่งงานอย่างสะท้อนใจ เอามือเธอมาแนบแก้มราวคนสำนึกผิด

รุ่งเช้าพิมาลาตื่นมาด้วยความงงๆที่ตัวเองนอนอยู่บนเตียงในห้อง สักพักกลิ่นหอมลอยมาพร้อมฤกษ์ถือถาดอาหารเช้าแบบง่ายๆมาวางให้ บอกว่าให้แอ๊ดไปซื้อบราวนี่ร้านโปรดเพิ่งอบเสร็จใหม่ๆมา และทำท่าจะป้อน เธอมองหน้าถามกลับ

“ไปทำผิดอะไรมาคะ”

“พี่ขอโทษ...เอ่อ พี่กลับดึกมาหลายวัน วันนี้ก็เลยรีบตื่นมาแก้ตัว ไม่โกรธพี่นะครับ กินบราวนี่ก่อนจะได้อารมณ์ดี หอมน่าหม่ำ...หม่ำหน่อยนะ...”

พิมาลาขำท่าอ้อนของฤกษ์ยอมกินโดยดี ฤกษ์ดีใจจุ๊บแก้มเธอแล้วบอกจะไปชงกาแฟมาให้อีก พิมาลามองตามหลังเขาด้วยแววตาสับสน พยายามไม่คิดมาก ไม่ทันไรมีข้อความจากมาลัยวรรณส่งมาทางไลน์ว่าเห็นรูปที่ใจเริงลงไอจีล่าสุดหรือยัง...พิมาลาตัวชาใจเต้นรัว เปิดเข้าไปดูในไอจีของใจเริง เห็นรูปนาฬิกาที่เหมือนของฤกษ์วางคู่กับนาฬิกาผู้หญิง ก็ตกตะลึง

ฤกษ์ถือแก้วกาแฟเข้ามาให้อย่างอารมณ์ดี พิมาลาปัดแก้วหล่นหกกระจาย ถามเสียงเข้มว่าเมื่อคืนไปไหนมา ฤกษ์ตกใจไม่เคยเห็นภรรยาโกรธ แต่ทำเนียนตอบว่าอยู่กับลูกค้า

“อยู่กับลูกค้าหรือว่าอยู่กับเริง! อย่าโกหกแล้วก็ไม่ต้องมาทำดีกลบเกลื่อนแบบนี้! ทั้งบราวนี่ กาแฟ พิมไม่ต้องการ สิ่งที่พิมต้องการคือความจริง” ฤกษ์ตกใจที่พิมาลาระเบิดอารมณ์จึงบอกให้ใจเย็น แต่เธอสวน “ที่ผ่านมา พิมใจเย็นจนจะกลายเป็นอีโง่แช่แข็งอยู่แล้ว พอกันที...พี่ฤกษ์บอกมา พี่ฤกษ์กลับไปหาเริงใช่มั้ย!”

“เดี๋ยวๆพิม ฟังพี่นะ พี่ไม่รู้ว่าทำไมพิมถึงคิดแบบนั้น มันไม่ใช่...” พิมาลายื่นรูปในไอจีใจเริงให้ดูพร้อมกับพูดสวน

“นี่ไง ยังจะบอกว่าไม่ใช่อีกเหรอ นาฬิกาในรูปมันคือนาฬิกาพี่ฤกษ์ชัดๆ”

ฤกษ์แทบช็อกแต่คุมสติไว้ได้ แก้ตัวไปน้ำขุ่นๆว่า นาฬิกาแบบนี้มีตั้งเยอะแยะ เห็นแค่นี้จะสรุปว่าเป็นของตนไม่ได้ พิมาลาเดินไปหยิบเนกไทมายื่นใส่หน้าถามว่ามันไปอยู่กับใจเริงได้อย่างไร ตนต้องการความจริง ไม่ใช่คำโกหก ฤกษ์ครุ่นคิดหาทางออก

“เริงเอามาให้พิม ฝากคืนให้พี่ฤกษ์ บอกมาสิมันไปอยู่กับเริงได้ยังไง!”

“พี่ไม่รู้ และพี่ก็ไม่จำเป็นต้องตอบอะไรทั้งนั้น...พิม พี่ว่าเราสองคนกำลังโดนใจเริงปั่นหัว ทั้งเรื่องนาฬิกา เรื่องเนกไท พี่ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร” ฤกษ์จับมือพิมาลาให้ใจเย็น

พิมาลาถามเสียงอ่อนลงว่าเขารู้ไหมใจเริงย้ายไปอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร ฤกษ์พยายามสบตานิ่งๆตอบว่าตนไม่รู้ ไม่อยากสนใจ ตนไม่คิดกลับไปหาใจเริง ไม่เคยคิดสักนิด พิมาลามองลึกเข้าไปในดวงตาเขา ถามเสียงสั่นน้ำตาไหลรินตัวสั่นสะท้าน

“พิมยังเชื่อคำพูดของพี่ฤกษ์ได้ใช่ไหมคะ มันยังน่าเชื่อใช่ไหมคะ...”

ฤกษ์ดึงเธอมากอดปลอบ แววตาเขาเคียดแค้นใจเริงอย่างมาก...พอมีโอกาส ฤกษ์หลบมาโทรศัพท์หาใจเริง แต่เธอรู้ว่าเรื่องอะไรแกล้งไม่รับสาย ต้องการให้เขามาคุยด้วยตัวเอง ฤกษ์หงุดหงิดโมโหมาก ลืมตัวเดินไปขึ้นรถขับออกไปโดยไม่ได้บอกอะไรพิมาลา เธอมองตามรถด้วยความรู้สึกสับสน ไม่อยากเชื่อคำพูดของสามีอีก

ooooooo

ในวันนั้น ผ่องใสมาที่บริษัทกับฤทธิ์ เธอซักถามแต๋วจนรู้ว่าใจเริงมานั่งเฝ้าหน้าห้องฤกษ์หลายวัน ช่วงนี้หายไป ผ่องใสรีบมาต่อว่าฤทธิ์ที่ไม่เล่าเรื่องใจเริง ตนจะได้ไล่ให้ แต่ตอนนี้ชักสงสัยว่าใจเริงย้ายไปเฝ้าฤกษ์ที่ไหน ถ้าพิมาลารู้จะทำอย่างไร

“ถ้ารู้...ก็ไม่ได้รู้จากผมแน่นอน และหวังว่าจะไม่รู้จากคุณเช่นกัน” ฤทธิ์คิดว่าเมื่อฤกษ์เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้ด้วยตัวเอง แต่ผ่องใสหวั่นใจว่าเขาจะแก้ปัญหาหรือแก้อย่างอื่นกันแน่...

ระหว่างที่ทุกคนเครียด ฤกษ์ขับรถมาจอดหน้าบ้านใจเริงด้วยอารมณ์เดือดปุดๆ พอใจเริงโดนต่อว่าก็พูดเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่

“เริงไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะคะ เริงไม่เห็นนาฬิกาพี่ฤกษ์จริงๆ เริงก็แค่อยากระบายออกไปบ้าง แล้วไอจีมันก็เป็นพื้นที่ส่วนตัว...”

“ไอจีเนี่ยนะส่วนตัว! ไอ้โซเชียลพวกนั้น โพสต์อะไรลงไปเขาก็เห็นกันหมด และพี่ก็ไม่เชื่อว่าเริงไม่ตั้งใจ ทั้งรูปนาฬิกา ทั้งเนกไท ทำแบบนั้นทำไม ต้องการอะไร!”

“เริงก็แค่ต้องการอยากมีตัวตน อยากอยู่ในสายตาพี่ฤกษ์ ไม่ใช่ทิ้งๆขว้างๆ อยากจะมาก็มา อยากจะไปก็ไป พี่ฤกษ์กลับไปก็มีพิม มีครอบครัว แต่เริงไม่มีใครเลย ทั้งๆที่เริงก็เป็นเมียคนนึงของพี่ฤกษ์เหมือนกัน” ใจเริงสวนเสียงดังพอกัน

“เราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะเริง พี่มีเมียคนเดียวคือพิม”

“แล้วเริงเป็นอะไร บอกมาสิว่าเริงเป็นอะไร... บอกมา!”

“พอๆ พี่ไม่อยากทะเลาะ พี่ว่าเรื่องมันชักไป กันใหญ่แล้ว...พี่ตัดสินใจแล้วพี่จะไม่มาหาเริงอีก เรามาไกลเกินไปแล้ว ถึงเวลาต้องหยุดจริงๆสักที”

ใจเริงตกใจพยายามยื้อ ขอโทษสัญญาจะไม่ทำอีก แต่ฤกษ์ตัดบทว่าตนรักพิมาลา ไม่อยากทำให้เสียใจ ใจเริงปรี๊ดถามสวนแล้วตนล่ะ ไม่แคร์เลยหรือว่าจะเสียใจ ฤกษ์ไม่สบตา บอกให้เธอรีบย้ายออก ตนจะหาคนมาเช่าบ้าน ใจเริงช็อกส่ายหน้าน้ำตาคลอไม่ยอม ฤกษ์ย้ำอีกครั้ง

“แล้วก็หยุดสร้างกระแสอยากมีตัวตนบ้าๆแบบนั้นได้แล้ว เพราะยิ่งทำ เริงยิ่งไม่มีตัวตนในสายตาพี่” ฤกษ์จะเดินไป ใจเริงยื้อแขนไม่ให้ไป

“พี่ฤกษ์ยกโทษให้เริงนะ เริงขอโทษ เริงจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว พี่ฤกษ์...พี่ฤกษ์...”

ฤกษ์ไม่สนใจเดินหนีออกไป ใจเริงแค้นจัด ปาดข้าวของหล่นกระจาย กรีดร้องเสียงดังลั่น ฤกษ์ส่ายหน้าระอาไม่ใส่ใจขึ้นรถขับออกไป

ขณะเดียวกัน ทุกคนในออฟฟิศกำลังปลอบใจพิมาลา มีเพียงเปรมที่น้ำท่วมปากได้แต่มองอย่างสงสารเห็นใจ แต่พอหมี่หันมาถามเพราะเขาเป็นเพื่อนรู้ใจของฤกษ์ ว่าฤกษ์กับใจเริงมีอะไรกันหรือเปล่า เปรมปฏิเสธเสียงสูงจนหมี่ผิดสังเกต พิซซี่กับแมนถึงกับถอนใจพร้อมกัน

มาลัยวรรณทนไม่ไหว โพล่งขึ้น “แต่วรรณไม่เชื่อพี่ฤกษ์ สองคนนั้นกำลังรวมหัวกันหักหลังพี่พิม พี่พิมก็คิดเหมือนวรรณ ยอมรับมาสิ เก็บไว้ทำไม...พี่พิมเอาแต่ปลอบใจตัวเอง มองโลกในแง่ดี ทั้งๆที่โลกทั้งใบของพี่มันแตกสลายไปแล้วเพราะเพื่อนของพี่เอง”

พิซซี่กับแมนสะกิดปราม แต่มาลัยวรรณไม่หยุดยังพูดต่ออีกว่า ถ้าพิมาลาเอาแต่เงียบไม่ทำอะไรเลย สักวัน ใจเริงคงแย่งฤกษ์กลับไปได้จริงๆ...พิมาลาจุกเหมือนโดนกระแทกอย่างแรง ทันใดเลขาของหมี่เข้ามารายงานว่า มีคนมาขอพบพิมาลา

ภายในร้านกาแฟข้างออฟฟิศ เทิดพันธ์สั่งน้ำอัญชันมะนาวให้พิมาลาดื่มเพื่อให้สดชื่นขึ้น แล้วถามมีอะไรอยากระบายให้ฟังบ้างไหม เธอก้มส่ายหน้า พอเขาถามอีกว่า อยากร้องไห้ไหมเท่านั้น พิมาลาปล่อยโฮ ออกมาอย่างสุดกลั้น ราวสิ่งที่เก็บกดระเบิดออกมา เทิดพันธ์ ตกใจขยับเก้าอี้เข้ามานั่งบังสายตาคนในร้านที่มองมา โดยไม่พูดอะไรปล่อยให้เธอร้องไห้จนสบายใจ

ระหว่างนั้นฤกษ์โทร.หาพิมาลาแต่เธอไม่รับสาย ฤทธิ์เข้ามาเตือนเรื่องใจเริง ว่าผ่องใสรู้แล้ว ถ้ายังไม่จัดการให้เด็ดขาดจะรู้ถึงหูพิมาลา ฤกษ์บอกจะขนของใจเริงออกจากบ้านที่ตนเป็นคนซื้อ รับรองว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฤทธิ์เห็นความมั่นใจของลูกชายแล้วอดเตือนอีกไม่ได้

“ผู้หญิงคนนี้เคยทำลายชีวิตแกมารอบนึงแล้ว เขารู้จุดอ่อนของแกดีที่สุด อย่ามั่นใจจนกลายเป็นประมาทก็แล้วกัน”

ฤกษ์คิดตามคำของพ่อแล้วส่งข้อความไปหาพิมาลา...ขณะนั้นพิมาลาหยุดร้องไห้แล้ว ดื่มน้ำอัญชันรวดเดียวหมดแก้ว เทิดพันธ์ขยับเก้าอี้กลับไปนั่งตรงข้ามเธอตามเดิม พิมาลาถอนใจ

“แปลกดีนะคะ กับคนอื่นที่อยู่ใกล้ตัว ฉันไม่กล้าพูด ไม่กล้าแสดงความรู้สึกอะไรออกมา แต่กับคุณอยู่ๆก็ร้องไห้ออกมาซะงั้น”

“คุณคงไม่อยากให้คนใกล้ตัวเป็นห่วงหรือทุกข์ไปกับคุณ ก็เลยเก็บมันไว้ไม่กล้าพูด”

พิมาลายิ้มรับแล้วนึกได้ถามเขามีธุระอะไรกับตน เทิดพันธ์มาเพื่อขอบคุณเธอ ตนได้รับใบเสนอราคาจากฤกษ์ถูกมากจนน่าตกใจ ถ้ามีอะไรให้ตนช่วย ตนยินดีเต็มที่ พิมาลาตัดสินใจถาม เขาเจอกับใจเริงครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่และเธอพูดอะไรเกี่ยวกับตนและฤกษ์บ้าง เทิดพันธ์อึ้งจะตอบอย่างไรดี เพราะสิ่งที่ใจเริงพูดมันเลวร้ายมาก จึงเลี่ยงไปว่า เธอพร่ำเพ้อไปตามประสา

“แล้วเริงบอกหรือเปล่าว่าไปอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร” พิมาลาอยากรู้มาก

“ผมว่า...คุณพิมไม่ต้องอยากรู้ ไม่ต้องสนใจ รู้แค่ว่าเขาออกไปจากชีวิตได้ก็พอแล้ว”

“ไม่ค่ะ พิมปิดตาตัวเองมานานแล้ว พิมจะไม่หนีอีกต่อไป สิ่งที่พิมอยากรู้มากที่สุดคือ...ความจริง”

เทิดพันธ์น้ำท่วมปากพูดไม่ออก พอจะลากลับเขาก็ทิ้งท้ายว่า “คุณพิมครับ เรื่องใจเริง เชื่อผม ไม่รู้ ไม่โง่ ปล่อยเขาไปไม่ต้องไปสนใจ ไม่ต้องอยากรู้อะไรทั้งนั้น ผมพูดได้แค่นี้”

สิ่งที่เทิดพันธ์พูดยิ่งทำให้พิมาลาอยากรู้มากขึ้น พอหยิบมือถือออกมาเห็นฤกษ์โทร.มา และมีข้อความส่งมาว่า “วันนี้รีบกลับบ้านนะ พี่ให้แอ๊ดเตรียมอาหารไว้แล้ว มีเซอร์ไพรส์”

พิมาลาแปลกใจเซอร์ไพรส์อะไร...ด้านฤกษ์รับตั๋วเครื่องบินไปฝรั่งเศสและเอกสารการจองโรงแรมจากแต๋วเพื่อจะเอามาเซอร์ไพรส์พิมาลา อยากให้บรรยากาศดีขึ้น

ooooooo

ทางบ้านใจเริง พนักงานเอาป้ายให้คนเช่าบ้านมาติดเพราะเป็นคำสั่งของฤกษ์ ใจเริงโกรธมาก แถมพนักงานยังพูดแดกดันอีกว่า “ที่จริงฉันก็เห็นใจนะคะ เพื่อนของสามีดิฉันก็มีตั้งหลายคนที่พยายามจะขึ้นมาเป็น...เมีย แทนดิฉัน แต่อย่าหวังเลยว่าจะได้เลื่อนชั้น”

ใจเริงร้องกรี๊ดๆกระชากกระดาษออกมาฉีกทิ้ง สีหน้าโกรธจัดคิดแผนเอาชนะอีกทันที เธอโทร.สั่งกุ้งเผามาเป็นกิโล หวังกินให้เกิดอาการแพ้จนต้องส่งโรงพยาบาล เพื่อเรียกร้องความสนใจ...และได้ผลทันตา ทางโรง พยาบาล โทร.หาฤกษ์ที่บริษัท ว่าใจเริงถูกหามส่งโรงพยาบาล มีอาการแพ้อย่างรุนแรง เธอให้ติดต่อเขา

“แต่ผมไม่ใช่ญาติของเขา บอกให้เขาติดต่อคนอื่นก็แล้วกัน ขอโทษด้วย” ฤกษ์จะวางสาย พยาบาลบอกว่า ถ้าเขามาไม่ได้ ใจเริงให้ติดต่อพิมาลาเป็นคนต่อไป ฤกษ์โกรธจนลืมตัวเสียงกร้าว “อย่ามายุ่งกับพิม!” พยาบาลตกใจได้แต่เอ่อ...ฤกษ์เสียงอ่อนลง “โอเคๆ ผมไปเองก็ได้ ตอนนี้เขาอยู่โรงพยาบาลอะไร ห้องอะไร...โอเคครับ”

พยาบาลวางสายแล้วรายงานใจเริงว่าฤกษ์กำลังมา และว่าอาการแพ้ของเธอลดลง คุณหมอให้ยาอีกสักพักก็จะเป็นปกติ ใจเริงพยักหน้ารับรู้ พอพยาบาลออกไปจากห้อง เธอก็ตาวาวโรจน์ พิมพ์ข้อความส่งไลน์หาพิมาลาทันที พร้อมแชร์โลเกชั่นที่บ้าน

“พิมจ๊ะ ตอนนี้เริงจัดบ้านเสร็จแล้วนะ เริงอยากอวดบ้านใจจะขาด คืนนี้พิมมาเที่ยวบ้านเริงไหม”

พิมาลาได้รับข้อความจากใจเริง ตัวชาวาบที่บ้านของใจเริงอยู่หมู่บ้านมัณฑนา นึกบางอย่างแล้วรีบไปค้นเอกสารที่โต๊ะทำงานของฤกษ์ พบว่างานที่บริษัทพ่อเขารับทำคือหมู่บ้านมัณฑนา จำได้ว่า ฤกษ์เคยบอกจะซื้อให้ตนหลังหนึ่ง ไม่ทันไร ฤกษ์ส่งข้อความมาว่า

“พิมจ๊ะ พอดีพี่มีงานด่วนแทรกเข้ามา พิมไม่ต้องรอพี่นะ ทานข้าวไปก่อนเลย ขอโทษที่กลับช้าแต่ของเซอร์ไพรส์ยังมีอยู่เหมือนเดิมนะ รักพิมนะครับ”

พิมาลาเข่าอ่อน ประมวลเรื่องราวด้วยใจสั่นระริก คิดถึงคำพูดของเทิดพันธ์ที่ทิ้งท้ายไว้ว่า ไม่รู้ไม่โง่ ไม่ต้องสนใจ ไม่ต้องอยากรู้อะไรทั้งนั้น...เธอเริ่มสับสนว้าวุ่นใจ จะทำอย่างไรดี...

ในขณะเดียวกัน เปรมกำลังครุ่นคิดเรื่องฤกษ์กับใจเริง หมี่ส่งข้อความมาเรียกให้ออกไปเจอที่แคนทีน เปรมรู้สึกสยองว่าไม่พ้นเรื่องฤกษ์แน่...พอมานั่งเผชิญหน้ากับหมี่ เธอก็ยิงคำถามทันที ให้สารภาพว่ารู้อะไรเกี่ยวกับฤกษ์บ้าง เปรมทำหน้าเหวอๆคิดหาทางออก

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement