เพลิงบุญ ตอนที่ 1 นิยายไทยรัฐ
วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เพลิงบุญ ตอนที่ 1


21 ก.ย. 2560 08:24
4,809,226 ครั้ง

ละคร นิยาย เพลิงบุญ

เพลิงบุญ ตอนที่ 1

อ่านเรื่องย่อ

เพลิงบุญ

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

กฤษณา อโศกสิน

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ชนินทร ประเสริฐประศาสน์

ผลิตโดย:

บริษัท เมคเกอร์ วาย จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, ราณี แคมเปน,

“เมตตาจนเกินการณ์ จะพบคนพาลอยู่ร่ำไป” คำโบราณที่ว่าไว้ช่างแม่นยำเสียยิ่งกว่าคำทำนายเฉกเช่นที่พิมาลาเจอในช่วงบ่ายที่ความร้อนจากแสงอาทิตย์รุนแรง ไม่ต่างกับความร้อนในใจเธอ พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้มอดไหม้

พิมหรือพิมาลายืนอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่งด้วยแววตาสับสน ทั้งกล้าทั้งกลัว โกรธ เสียใจวุ่นวายไปหมด เธอยื่นมืออันสั่นเทาเปิดประตูบ้านเข้าไป เดินตรงไปยังห้องนอน เสียงหัวใจเต้นแรงและเสียงฝีเท้าที่แผ่วเบาดังอย่างขัดแย้งกัน ตัดสินใจผลักประตูผลัวะเข้าไป พิมาลาเห็นใจเริงเพื่อนรักคร่อมอยู่บนตัวฤกษ์ผู้เป็นสามีบนเตียงนอน สภาพเสื้อผ้าหน้าผมของทั้งสองยับเยินจนไม่ต้องบอกว่าเกิดอะไรขึ้น พิมาลากรีดร้องสติแตก เหมือนโลกทั้งใบแตกตรงหน้า

ฤกษ์ผู้เป็นสามีตกใจดันใจเริงออกจากตัววิ่งมาหาพิมาลา พยายามจะอธิบายแต่เธอคุมอารมณ์ไม่ได้ ทั้งร้องไห้ทั้งกรีดร้องผลักไสเขา หันไปคว้าตุ๊กตาตั้งโชว์ปาใส่ใจเริง เธอหลบได้อย่างหวุดหวิดหันขวับมาจ้องพิมาลาด้วยแววตาเยาะหยันไม่ได้รู้สึกผิดแม้แต่นิด พิมาลารู้แล้วว่าตัวเองพลาด พลาดเพราะความโง่เขลาเบาปัญญาในความดีของตนเอง...

ย้อนมาสมัยเป็นนักเรียนมัธยม 6 ในห้องแต่งตัวหลังเวที ใจเริงมองตัวเองในกระจก เธออยู่ในชุดนางรำที่ดูสวยเด่น ส่วนพิมาลาอยู่ในชุดนักเรียนกำลังช่วยแต่งตัวให้ใจเริง ชมเพื่อนรักว่าสวยไม่ขาดปากและบอกให้เพื่อนรำให้สวยที่สุด ให้ห้องอื่นๆตะลึง ใจเริงรับว่ามันแน่อยู่แล้วและชมกลับว่าพิมาลาก็สวยที่วันนี้แต่งหน้ามาด้วย

“ยัยวรรณมันแต่งให้น่ะ แหม เดี๋ยวต้องออกไปรับรางวัลก็ต้องสดชื่นนิดนึง ไม่น่าเกลียดไปนะ บอกยัยวรรณให้แต่งอ่อนสุดแล้ว” พิมาลาถามโดยไม่ได้สังเกตสายตาที่มาดร้ายของเพื่อน

ใจเริงทำทีชมว่าไม่แต่งเลยเพื่อนก็สวยอยู่แล้ว... พอใจเริงขึ้นรำอวยพรบนเวทีจบลง เสียงปรบมือดัง โดยเฉพาะกลุ่มเด็กผู้ชาย พิมาลายืนชื่นชมยินดีอยู่ข้างเวที ใจเริงลงมาจับมือกันอย่างดีใจ สมรหัวหน้าชมรมถือถ้วยรางวัลเข้ามาบอกพิมาลาให้เตรียมตัว มาลัยวรรณน้องสาวพิมาลาเข้ามาถ่ายรูปพี่สาว แล้วเห็นว่าหน้าพี่มันจึงดึงไปตบแป้งให้ ใจเริงมองอย่างหมั่นไส้ทำทีพูดกับสมรว่าถ้วยรางวัลสวย สมรรับว่าต้องสวยเพราะต้องเดินสายโชว์อีกหลายงาน

“เดินสายโชว์...ที่ไหน งานวัดเหรอ”

“คิดได้นะ ยัยพิมต้องออกโชว์สาธิตร้อยมาลัยทุกโรงเรียนในเครือย่ะ ต้องเอารางวัลนี่ไปโชว์ทุกงานด้วย”

เสียงเพื่อนๆชื่นชมว่าพิมาลาดังแน่ ใจเริงมองด้วยสายตาแห่งความริษยา เสียงครูประกาศเรียกพิมาลาขึ้นรับรางวัลเกียรติคุณ ที่ทำชื่อเสียงให้แก่โรงเรียนระดับประเทศ เสียงปรบมือดังกึกก้องมากกว่าที่ปรบมือให้ใจเริง พอพิมาลาเดินขึ้นเวที ใจเริงยอมไม่ได้ที่จะเด่นน้อยกว่า จึงแย่งถ้วยรางวัลจากมือสมรโดยบอกว่าขอเป็นคนเชิญรางวัลให้เพื่อนรักเองแล้วเดินไป

มาลัยวรรณมองอย่างไม่พอใจ ใจเริงขึ้นไปยิ้มหวานยืนไม่ห่างจากพิมาลา เพื่อภาพที่ใครๆถ่ายจะต้องมีตนติดอยู่ด้วย มาลัยวรรณถ่ายรูปพี่สาวไปบ่นมุบมิบ เคืองใจเริงไปด้วย

ooooooo

สองสามวันต่อมา พิมาลาถือถุงขยะออกมาจะทิ้งหน้าบ้าน เห็นคนสะพายเป้กำลังปีนประตูบ้านตรงข้ามที่มีป้ายติดว่าขายผ่านความมืดกระโดดลงพื้นตรงหน้าก็ตกใจ คิดว่าเป็นขโมย จึงกำถุงขยะไว้แน่นด้วยความกลัว ร้องให้คนช่วย

ชายคนนั้นตกใจจะเข้ามาอธิบาย แต่พิมาลากลัวปาถุงขยะใส่พร้อมกับส่งเสียงร้องให้พ่อแม่และน้องออกมาช่วย ถุงขยะแตกเศษขยะเลอะตัวชายคนนั้นเต็มๆ เขาร้องลั่นว่า โคตรเหม็น!

พจน์ มาลี และมาลัยวรรณถือไม้วิ่งออกมา ต่างเข้าทุบตีชายคนนั้นยกใหญ่ เสียงชายคนนั้นร้องให้ฟังก่อนๆ ตนไม่ใช่ขโมย พจน์ไม่เชื่อยังคงช่วยกันตีกับมาลัยวรรณ

“ผมไม่ใช่ขโมย! พ่อผมเพิ่งซื้อบ้านหลังนี้ ผมแวะมาดูเฉยๆ ไม่เชื่อโทร.ไปถามพ่อผมได้เลย พ่อผมชื่อฤทธิ์ พินิจพันธ์...”

พจน์กับมาลีชะงักรีบถามย้ำว่าเขาเป็นลูกของฤทธิ์จริงหรือ เขารับว่าจริง พิมาลากับมาลัยวรรณงงที่พ่อกับแม่รู้จัก

“ผมชื่อฤกษ์ครับ พ่อผมเพิ่งซื้อบ้านหลังตรงข้าม พ่อสั่งให้ผมเข้าไปถ่ายรูปบ้านสำหรับใช้ออกแบบซ่อมแซม พอดีงานที่บริษัทยุ่งๆกว่าจะกลับก็ดึก ผมลืมเอากุญแจมาก็เลยต้องปีนเข้าไปแล้วก็ปีนออกมา ใครบางคนคิดว่าผมเป็นขโมย” ฤกษ์มองหน้าพิมาลา

“พิมขอโทษค่ะ พิมเห็นคุณแต่งชุดดำๆมีหนวดแล้วก็ถือกระเป๋าใบใหญ่ปีนรั้วออกมา มันดูเหมือนขโมยมากกว่าเจ้าของบ้าน” พิมาลาเสียงอ่อย

มาลัยวรรณยกมือไหว้ขอโทษ มาลีกับพจน์ก็ขอโทษฤกษ์ ฤกษ์รีบบอกว่าไม่เป็นไรตนอึด ทุกคนขำ...เมื่อพาฤกษ์เข้ามาล้างตัวจากเศษขยะ ฤกษ์สังเกตเห็นความรักและความอบอุ่นของครอบครัวนี้ พิมาลาเดินออกมาส่งเขาที่หน้าบ้าน เธอสัมผัสถึงความเป็นผู้ชายที่มีอะไรบางอย่าง แต่ผู้หญิงไม่เคยมีความรักอย่างเธอจึงไม่รู้ว่ามันคืออะไร...

วันต่อมา พิมาลากำลังจะเดินเข้าห้องเรียน มาลัยวรรณวิ่งมาบอกว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว และดึงพี่สาวให้ตามไป...ที่ห้องดนตรี ใจเริงกำลังล้งเล้งใส่กลุ่มสมร หาว่าทำถ้วยรางวัลของพิมาลาแตก สมรกับพวกยังงงๆ พิมาลามาถึงเห็นถ้วยรางวัลแตกก็ใจหายน้ำตารื้น ใจเริงปรักปรำว่ากลุ่มสมรเป็นคนทำแต่ยังไม่ยอมรับ สมรกับพวกส่ายหน้าไม่รู้เรื่อง

พิมาลาตัดบทว่ามันอาจตกลงมาจากชั้น ไม่มีใครแกล้ง ใจเริงเข้าปลอบพิมาลาไม่ต้องเสียใจ แล้วหันมาขู่พวกสมรว่าใครเป็นศัตรูกับพิมาลาก็คือศัตรูของตนด้วย แล้วพากันเดินออกไป มาลัยวรรณถามสมร ทำไมใจเริงถึงกล่าวหาเธอ แล้วคิดว่าใครเป็นคนทำ

“ไม่อยากจะพูด นังคนกล่าวหาฉันนั่นแหละน่าสงสัยสุด...ดูมันเล่นใหญ่มากเห็นไหม ยิ่งกว่าละครหลังข่าวอีก”

พวกสมรบอกว่าวันนี้ใจเริงมาโรงเรียนเช้าผิดปกติ มาลัยวรรณคิดตาม มันน่าสงสัยจริงๆ

ooooooo

คืนนั้นมาลัยวรรณบอกพิมาลาถึงความผิดปกติของใจเริง และว่าเพื่อนพี่คนนี้อิจฉาที่พี่จะได้เดินสายไปสาธิตการร้อยมาลัยโดยมีถ้วยรางวัลวางข้างๆ พิมาลาไม่เชื่อ ทันใดเสียงมาลีร้องลั่นที่เห็นพจน์ล้มหมดสติในห้องน้ำเลือดนอง สองพี่น้องตกใจวิ่งมาช่วยกันพาส่งโรงพยาบาล

เช้าวันใหม่ ใจเริงมาเยี่ยมที่โรงพยาบาล พิมาลาหน้าเครียดเล่าให้เพื่อนฟังว่า พ่อต้องผ่าตัดอีกหลายครั้ง ต้องใช้เงินเยอะ ตนจะเลิกเรียนมาช่วยแม่ทำงานหาเงิน ใจเริงหน้าเสีย

“ถ้าพิมไม่ไปเรียน เราต้องเบื่อมากแน่ๆเลย เราไม่ยอม พิมต้องกลับไปเรียน เรื่องคุณน้าเดี๋ยวเราจัดการเอง” ใจเริงพูดเหมือนเป็นเรื่องง่าย ความจริงแล้วกลัวไม่มีเพื่อนรองรับอารมณ์

ในคืนนั้นใจเริงขอร้องธเนศและพรรณราย พ่อกับแม่ให้ช่วยเหลือค่ารักษาพ่อของพิมาลา ธเนศเห็นว่าค่ารักษาเกือบล้านคงช่วยไม่ไหว ใจเริงบอกถ้าไม่ช่วย พิมาลาต้องเลิกเรียนตนก็จะเลิกเรียนด้วย พรรณรายเอ็ดอย่ามาขู่พ่อแม่ ใจเริงอาละวาดปาข้าวของ พรพรรณพี่สาวพรรณรายกับวิลาวัลย์ลูกสาวซึ่งมาอยู่ในฐานะแม่บ้านช่วยดูแลความเรียบร้อยของบ้าน ต้องช่วยห้ามใจเริงให้เลิกปาข้าวของ พรรณรายอดไม่ได้ขอร้องให้ธเนศตามใจลูกอีกเช่นเคย

วันต่อมาใจเริง ธเนศและพรรณรายนำเงินมามอบให้มาลีที่โรงพยาบาล มาลีเห็นจำนวนเงินก็ตกใจไม่กล้ารับ ใจเริงรีบขอร้องบอกว่าถ้าไม่รับ พิมาลาจะเลิกเรียนออกมาทำงาน ตนก็จะไม่มีเพื่อน ไม่อยากไปเรียนเหมือนกัน คุณแม่เลยยินดีช่วยค่าผ่าตัด เพื่อพิมาลาจะได้เรียนหนังสือ ธเนศฝืนยิ้มเต็มที่ พิมาลาซาบซึ้งน้ำใจใจเริงมาก แต่มาลัยวรรณกลับมองด้วยสายตาไม่ชอบใจ
พิมาลาเดินคุยมากับใจเริง ไม่ขอรับเงินฟรีๆ จะขอทยอยจ่ายคืนให้ทั้งหมด แต่ใจเริงกลับบอกว่าถึงคืนก็ไม่รับ เพื่อนช่วยก็คือช่วย อย่าพูดอย่างนี้อีก พิมาลายิ่งซึ้งใจ

“เราคงหาเพื่อนดีๆอย่างเริงไม่ได้แล้วในโลกนี้”

“ทุกอย่างเป็นเหมือนเดิมนะ เรายังได้เรียนด้วยกัน สนุกด้วยกัน...”

พิมาลากอดใจเริง พร่ำพูดไม่รู้จะตอบแทนอย่างไรให้สมกับที่เธอทำให้ครอบครัวตน ใจเริงแอบยิ้มหยัน บอกไม่ยากเลยแค่พิมเป็นของตนคนเดียวเท่านี้ก็ถือเป็นการตอบแทนแล้ว...ใจเริงหวนนึกถึงเช้าวันที่เข้าไปในห้องดนตรีแล้วหยิบถ้วยรางวัลของพิมาลามาทุบกับแง่โต๊ะ ด้วยไม่ต้องการให้เด่นกว่าเวลาไปโชว์การร้อยมาลัยที่โรงเรียนอื่น ก่อนจะพูดกับพิมาลาต่อว่า

“เราจะแชร์ทุกอย่างด้วยกันนะพิม เริงมีอะไรจะให้พิมทุกอย่าง พิมก็เหมือนกันนะ”

“จ้ะ เราจะแชร์กันทุกอย่าง ขอบใจนะเริง” พิมาลาตอบอย่างจริงใจไม่ระแคะระคายใดๆ

ooooooo

หลายเดือนผ่านไป พิมาลาสอบติดมหาวิทยาลัยของรัฐ โหนรถเมล์ไปและกลับอย่างคนทั่วไป ส่วนใจเริงเรียนมหาวิทยาลัยเอกชน มีรถสปอร์ตขับไปเรียน ใช้ชีวิตสนุกสนาน ของใช้และกระเป๋าเป็นแบรนด์เนมหมดและมักส่งรูปมาอวดพิมาลาเป็นประจำ

เช้าวันหนึ่ง พิมาลาจูงจักรยานออกมาจากบ้าน เห็นชายกลางคนท่าทางภูมิฐานมาดูแลการซ่อมแซมบ้านตรงข้าม ก็ยิ้มให้นิดๆอย่างมีมารยาท พอดีฤกษ์ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาจอด ยิ้มทักทาย เธอยิ้มรับอย่างอายๆ

วันเวลาผ่านไป บ้านซ่อมแซมเสร็จ ฤทธิ์ทยอยขนของเข้ามา พจน์ขับรถพาครอบครัวกลับมาพอดี จึงทักทายกัน ฤทธิ์ขอบคุณพจน์กับมาลีที่เป็นธุระติดต่อเจ้าของบ้านจนตนซื้อบ้านได้ พจน์กับลูกๆช่วยฤทธิ์ยกของเข้าบ้าน เห็นตุ๊กตาพวกกันดั้ม ก๊อตซิลล่า แผ่นเสียงและเหล้าไวน์มากมาย ก็คิดว่าเป็นของฤกษ์ แต่ฤทธิ์กลับบอกว่า

“เปล่าครับของผมเอง เจ้าฤกษ์มันไม่สะสมพวกนี้หรอกครับ มันโตแล้ว”

พจน์กับลูกๆแอบขำแล้วเขายังไม่โตหรืออย่างไร ฤทธิ์เห็นพิมาลากับมาลัยวรรณก็เอ็นดูชมว่าเรียบร้อยน่ารัก แบบนี้คุณผ่องคงชอบ ทุกคนทำหน้างงว่าใครกันแต่ไม่กล้าถาม

ผ่องใสทำอาหารอยู่ในครัว มีแอ๊ดสาวใช้ท่าทางซื่อแต่ชอบสอดรู้เรื่องชาวบ้านเป็นผู้ช่วย พอผ่องใสเห็นว่าส้มจี๊ดที่ใช้ใส่แกงเหลืองหมดจะให้แอ๊ดไปซื้อ แอ๊ดรีบบอกว่ามีต้นปลูกที่บ้านตรงข้ามงามมาก ผ่องใสนิ่วหน้าช่างสอดรู้จริง...จากนั้นเธอก็มาขอกับมาลีและทำความรู้จักกัน

เย็นวันนั้น มาลัยวรรณข้องใจอยากรู้ว่าผ่องใสเป็นอะไรกับฤกษ์ พจน์ติงจะอยากรู้ไปทำไมไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรา พอดีฤกษ์ถือชามแกงเหลืองเข้ามา ตอบแทนว่า

“น้าผ่องเป็นแม่เลี้ยงของพี่เองครับ” ทุกคนสะดุ้งหันมอง “คือคุณแม่พี่เสียตั้งแต่พี่อายุเจ็ดแปดขวบ น้าผ่องเป็นลูกพี่ลูกน้องของแม่ มาช่วยดูแลบ้าน พอไม่มีคุณแม่ น้าผ่องก็ดูแลทุกอย่าง จากความดีก็กลายเป็นความรัก ทั้งสองคนก็เลยแต่งงานกัน”

มาลัยวรรณร้องอ๋อ...แบบนี้นี่เอง ฤกษ์เย้ามีอะไรอยากรู้อีกไหม หญิงสาวทำท่าจะถาม พจน์ต้องปราม ฤกษ์ขำบอกว่าอยากรู้อะไรถามตรงๆ ตอบได้ตนจะตอบ พิมาลาอายแทนน้อง

หลังจากวันนั้น สองบ้านมักจะแบ่งอาหารและขนมให้กัน เป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ผ่านการกิน หลายครั้งที่ฤกษ์กับพิมาลาจะถูกใช้ให้เป็นคนถืออาหารไปให้...

มาลัยวรรณสังเกตท่าทีของพี่สาวแล้วแย็บถามว่าชอบฤกษ์ไหม พิมาลาหน้าแดงเอ็ดน้องถามได้อย่างไร

“ก็พี่ฤกษ์เขาน่ารักดีออก ไม่มีแฟนด้วยนะ โสด วรรณเช็กแล้ว ถ้าพี่พิมชอบจีบเลย คนนี้วรรณอนุมัติรับเป็นพี่เขย”

พิมาลาตีแขนน้องให้เลิกเพ้อเจ้อ มาลัยวรรณร้องลั่นบ่นกระปอดกระแปด ถ้าพี่เขาไปชอบคนอื่นแล้วอย่ามาเสียใจแล้วกัน พิมาลาทำหน้าไม่สนใจแต่ในใจลึกๆแอบคิด

เช้าวันต่อมา พิมาลาถีบจักรยานออกจากบ้าน รถเกิดยางแตกกลางซอย ฤกษ์ขี่รถมาเจอจึงช่วยจะเอารถไปที่ร้านยางโดยให้พิมาลาซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ตนแล้วจับแฮนด์จักรยานคู่ไปด้วย พิมาลาทำหน้ากลัวๆไม่กล้าขึ้นนั่งซ้อนท้าย ฤกษ์จึงจับมือเธอให้ขึ้นนั่ง

รถใจเริงแล่นเข้ามาในซอยเห็นผู้ชายจับมือพิมาลาเหมือนลากก็ตกใจ รีบจอดรถลงไปโวยวายจะทำอะไรเพื่อนตน ดึงพิมาลาตัวปลิวออกมาจากฤกษ์และผลักเขากระเด็น ฤกษ์มัวตะลึงกับความสวยโฉบเฉี่ยวของใจเริง ที่นุ่งกระโปรงสั้นแต่งหน้าเข้ม ต่างจากพิมาลาโดยสิ้นเชิง

“เห็นเพื่อนฉันเป็นคนเรียบร้อยไม่สู้คนแล้วจะมารังแกง่ายๆหรือไงห๊ะ! ไปไกลๆเพื่อนฉันเลยนะ ไป!”

“เดี๋ยวก่อนเริง พี่ฤกษ์เขาไม่ได้รังแกพิม แต่เขามาช่วย เขาเป็นเพื่อนบ้านใหม่พิมเอง”

ใจเริงหน้าเจื่อนหันมองฤกษ์อย่างพินิจอีกที ฤกษ์ยิ้มๆให้อย่างสนใจในตัวเธอ...พอเอารถมาเปลี่ยนยางที่ร้าน ใจเริงบ่นกับพิมาลาท่าทางเหวี่ยงวีนนิดๆ

“ก็ใครจะไปรู้ล่ะ เราเห็นเขามาจับมือถือแขนพิม เรายอมไม่ได้หรอกนะ พิมเป็นเพื่อนรักเรา เป็นของเราคนเดียว ห้ามคนอื่นมายุ่ง”

พิมาลาอธิบายแต่ใจเริงยังไม่พอใจที่พิมาลายอมให้ผู้ชายจับมือ หรือว่าชอบเขา พิมาลารีบปฏิเสธพัลวัน ฤกษ์ชำเลืองมองท่าทางใจเริงอย่างถูกตาต้องใจ ใจเริงเห็นฤกษ์ขี่มอเตอร์ไซค์เหมือนกุ๊ยแนะนำให้เพื่อนอยู่ห่างๆไว้

“พี่ฤกษ์เขาไม่ได้เป็นกุ๊ยนะ เขาจบสถาปัตย์ พ่อเขาก็เป็นสถาปนิกมีบริษัทเป็นของตัวเอง เห็นพ่อบอกว่าบริษัทมีชื่อเสียงด้วยนะ”

ใจเริงเริ่มสนใจขอชื่อนามสกุลแล้วเสิร์ชกูเกิ้ลดู พบว่าฤกษ์เป็นลูกชายฤทธิ์ พินิจพันธ์ ฐานะพอใช้ได้ก็เปลี่ยนท่าทีทันที หันมายิ้มหวานให้ฤกษ์ ขอโทษที่พูดจาไม่ดีกับเขาเพราะคิดว่าเขารังแกเพื่อน ฤกษ์ขำบอกไม่เป็นไรตนชินแล้ว เพราะตอนเจอพิมาลาก็ถูกหาว่าเป็นขโมย

พิมาลาเห็นสองคนพูดคุยถูกคอ หัวเราะกันดูสนิท สนมมากขึ้นอย่างแปลกใจ ใจเริงโปรยเสน่ห์เต็มที่ ฤกษ์เอง ก็ชอบผู้หญิงพูดตรงสวยเก๋แบบนี้ พิมาลาเริ่มรู้สึกเป็นส่วนเกิน

ooooooo

ฤทธิ์เห็นอากัปกิริยาของฤกษ์ก็รู้ว่ากำลังมีความรัก แอบแซวแต่ลูกชายไม่ยอมรับ ฤทธิ์จึงบอกลูกให้ช่วยวาดภาพผู้หญิงหน้าหวานๆตาโตๆอย่างพิมาลาให้รูปหนึ่ง จะให้เป็นของขวัญเพื่อน ฤกษ์รับคำไม่ได้คิดอะไร แต่ฤทธิ์จับตาดูลูกทำนองรู้นะว่าชอบใคร

เย็นวันนั้นฤกษ์ขอให้พิมาลาเป็นแบบวาดรูปที่สวนบ้านเธอ ขณะกำลังร่างเส้น ใจเริงเดินเข้ามาพอเห็นฤกษ์วาดรูปพิมาลาก็ปรี่เข้ามาถามทำไมต้องวาด ตนพลาดอะไรไปหรือเปล่า ฤกษ์บอกเหตุผลที่ต้องวาด ใจเริงตาวาวอยากเป็นแบบเสียเองทำทีเสียใจนิดๆ

“น่าเสียดาย หน้าเริงคงจะหวานไม่พอ เลยไม่ได้เป็นแบบให้พี่ฤกษ์”

ฤกษ์รีบบอกว่าไม่จริง เดี๋ยววาดรูปพิมาลาเสร็จจะวาดรูปเธอต่อ ใจเริงดีใจแต่ยังบ่นคงอีกนานกว่าจะวาดเสร็จ งั้นตนขอหัดวาดรูปโดยให้เขาสอนไปด้วย ฤกษ์ยินดีอย่างมากหาอุปกรณ์และหันมาสอนใจเริงจนลืมพิมาลาไปเลย ใจเริงยิ้มย่องหันไปบอกพิมาลาว่า ตนหิวน้ำขอน้ำสักแก้ว พิมาลาปรายตามองฤกษ์ที่ไม่ได้สนใจตนอีกเลย ก้มหน้าเดินเข้าบ้านไปอย่างเศร้าๆ

สุดท้ายฤกษ์วาดรูปใจเริงมาให้ฤทธิ์ ผู้เป็นพ่องงทำไมกลายเป็นคนนี้ไปได้ แย็บถามชอบคนนี้หรือ เขารับอย่างอายๆ ผ่องใสได้ยินถึงกับของในมือหล่น เสียดายพิมาลาอย่างมาก ฤกษ์ติง

“โอ๊ย...น้าผ่อง คิดไกลไปแล้วครับ พิมเป็นน้องสาวครับ ผมอยู่กับพิมแล้วสบายใจเหมือนคนในครอบครัว แต่กับใจเริงผมรู้สึกแบบว่า...ตื่นเต้นเหมือนกระแสไฟในตัวมันวิ่งไปมาตั้งแต่แรกที่เจอกัน เขาเป็นคนพิเศษมากจริงๆ”

“กระแสไฟ? แล้วมันจะไหม้ตัวแกไหมหะ ไอ้เสือ”

“ไม่หรอกครับ ไฟแบบนี้มันเป็นไฟที่มีพลัง เป็นไฟที่ขับเคลื่อนมวลมนุษยชาติน่ะพ่อ”

“แหม ไม่ต้องมาปรัชญา เอาๆจะไฟขับเคลื่อนหรือไฟล้างผลาญก็ดูแลตัวเองให้ดี แล้วก็จำไว้...เล่นกับไฟใจต้องนิ่ง” ฤทธิ์ทิ้งท้ายไว้ให้คิด แต่ฤกษ์คิดเข้าข้างตัวเองว่าเอาอยู่

วันต่อมาใจเริงมาให้ฤกษ์สอนวาดภาพที่บ้านพิมาลาอีก ทั้งสองหยอกล้อกันคิกคัก พิมาลานั่งทำการบ้านอยู่ข้างๆ ชำเลืองมองอย่างสะเทือนใจ ผ่องใสถือชามแกงมาให้มาลี เห็นท่าทีใจเริงแล้วรู้สึกไม่ถูกชะตาเอาเสียเลย เข้ามาพูดคุยกับมาลีว่าทำไมต้องมาหัดวาดรูปกันบ้านนี้

“ฉันว่าเด็กคนนี้จริตจะกร้านเกินอายุ ดูสิหูตาแพรวพราว เห็นแล้วสงสารหนูพิมต้องไปนั่งเป็นแท่งหินให้เขากระเซ้าเย้าแหย่กัน คุณฤกษ์ก็พอกัน โตแล้วยังไปนั่งเล่นเป็นเด็กๆ”

“อย่าไปว่าฤกษ์เลยค่ะ พี่คงอยากสอนน้อง”

“แต่น้องนี่สิคะ อยากจะเรียนเอาวิชาความรู้ หรือว่าจะเรียนเอา...อย่างอื่น” ผ่องใสดักคอ

มาลีพูดไม่ออก พอผ่องใสเห็นใจเริงเดินมาเข้าห้องน้ำในบ้าน จึงเข้าไปทักทาย ใจเริงยิ้มรับคิด ว่าเป็นญาติของพิมาลา แต่พอผ่องใสแนะนำตัวเองว่าเป็นแม่เลี้ยงฤกษ์ ใจเริงก็รีบเอาใจประจบว่าฤกษ์พูดถึงบ่อยๆว่าทำอาหารอร่อย ตนคงต้องขอไปรบกวนสักมื้อ

“ได้เลยจ้ะยินดี เพื่อนคุณฤกษ์ก็เหมือนลูกเหมือนหลานน้าอยู่แล้ว หนูใจเริงเป็นคนน่ารักนะคะ ยิ้มแย้มแจ่มใสดูเป็นคนใจกว้าง น้าก็เลยอยากเตือนอะไรหนูสักอย่าง...กับคุณฤกษ์น่ะ อย่าทำตัวสนิทชิดเชื้อกับเขาให้มากนัก เขาเป็นหนุ่ม เราก็สาว มันไม่เหมาะ”

ใจเริงหุบยิ้มชักสีหน้ามองตาแข็ง ผ่องใสยังพูดอีกว่า มากะหนุงกะหนิงบ้านคนอื่นแบบนี้มันไม่สมควร เกรงใจเจ้าของบ้านบ้างแล้วชวนไปเรียนวาดรูปที่บ้านตนแทน ตนจะบอกฤกษ์ให้และจะเตรียมอาหารไว้ให้ด้วย ใจเริงจิกตาโต้ด้วยน้ำเสียงแข็ง

“เริงขอบคุณน้าผ่องมากๆเลยค่ะที่แนะนำ ฟังแล้วไม่แปลกใจเลย ทำไมน้าผ่องถึงจับพ่อพี่ฤกษ์แต่งงานได้ทั้งที่ภรรยาเพิ่งเสียไปไม่กี่ปี เพราะใจกล้าบุกเข้าหาผู้ชายแบบนี้นี่เอง ถึงได้ไต่เต้าจากแม่บ้านมาเป็นแม่เลี้ยงได้อย่างรวดเร็ว...ดีออกนะคะ แต่เริง ใจไม่กล้าพอหรอกค่ะ อยู่ๆจะให้เข้าไปกะหนุงกะหนิงกันในบ้านผู้ชาย เริง อายเขาค่ะ แค่มานั่งคุยกันที่บ้านเพื่อนยังมีคนจิตใจไม่ดี คิดต่ำๆกับเรา ขอบคุณอีกครั้งสำหรับคำแนะนำนะคะ แต่เริงขอไม่รับค่ะ”

ผ่องใสยืนช็อกหน้าชาเถียงไม่ออก ใจเริงจะเดินไปนึกได้หันมาย้ำด้วยน้ำเสียงเชือดเฉือน “ลืมบอกไป เริงใจกว้างแต่เตือนไม่ได้นะคะ พ่อแม่พูดเริงยังไม่เชื่อเลย คุณน้าเก็บคำสอนไว้กับคนอื่นเถอะค่ะ โดยเฉพาะสอนให้เข้าบ้านผู้ชาย เริงทำเองได้ไม่ต้องมีคนสอนค่ะ”

ผ่องใสเอามือทาบอก ชาไปทั้งตัวคิดไม่ถึงว่าเด็กคนนี้จะแรงขนาดนี้...ใจเริงเดินออกมาสีหน้าเหวี่ยงวีน คว้ากระเป๋าจะกลับบ้าน พิมาลากับฤกษ์งง ฤกษ์รีบเก็บข้าวของตามไปส่ง

ทั้งสองแวะนั่งร้านกาแฟ ใจเริงทำทีร้องไห้เสียใจที่โดนผ่องใสดูถูก ตนไม่แคร์ไม่ได้เพราะตนแคร์ฤกษ์ และขออย่าไปต่อว่าคุณน้า เพราะเธอพูดด้วยความหวังดี ท่าทางฤกษ์โกรธมาก ใจเริงแอบยิ้มสะใจนังมนุษย์ป้าโดนแน่

ฤกษ์ส่งใจเริงแล้วกลับมาบ้าน ต่อว่าผ่องใสรุนแรง ไม่สนใจฟังว่าเป็นความหวังดี ฤทธิ์นั่งนิ่งไม่รู้จะช่วยอย่างไรเพราะภรรยายุ่งเรื่องลูกเกินไปจริงๆ ผ่องใสน้อยใจ

“น้าขอโทษน้าเผือกเอง ต่อไปจะไม่ยุ่งไม่เตือนไม่พูดอะไรทั้งนั้น ที่ทำไปเพราะเป็นห่วง”

“น้าผ่องดูแลพ่อคนเดียวก็พอ ผมโตแล้ว ไม่ต้องห่วง!” ฤกษ์หงุดหงิดเดินไป

ฤทธิ์ชะงักหันมาถามผ่องใส ที่ลูกพูดหมายความว่าอย่างไร ตนยังไม่โตหรือ ผ่องใสสะบัดหน้าอย่างงอนๆ บ่นว่าใจเริงคงฟ้องฤกษ์แบบจัดหนัก ท่าทางฤกษ์จะหลงเธอมาก บอกฤทธิ์ควรเตือนลูกบ้าง แต่ฤทธิ์เห็นว่าเรื่องแบบนี้ต้องให้คิดได้เองเพราะโตแล้ว

แอ๊ดแล่นเข้ามาถามผ่องใสว่า เผือกแปลว่าอะไร แล้วต้องหน้าหงายเมื่อผ่องใสตอกกลับว่า “ก็ที่แกทำอยู่นี่ไง แส่ทุกเรื่องน่ะ”

ooooooo

หลายวันต่อมา เปรมเพื่อนสนิทฤกษ์ ทำเทปตัวอย่างรายการเพื่อไปเสนอช่อง ได้ชวนพิมาลาและมาลัยวรรณมาช่วยเซตฉาก โดยมีช่างกล้องและเด็กกองสองคน เปรมเห็นไอเดียที่สองสาวตกแต่งสถานที่ก็ถูกใจ ชวนมาลัยวรรณทำงานด้วยกัน แต่หญิงสาวปฏิเสธ

“ทำไมล่ะ รังเกียจพี่เหรอ”

“เปล่าค่ะ รายการโทรทัศน์ของพี่ใช้ทีมงานแค่นี้เอง หนังสั้นนักเรียนที่หนูทำยังใช้คนมากกว่านี้อีกนะคะ”

“โธ่ นี่ยังไม่ใช่รายการจริงๆ พี่แค่ทำเทปตัวอย่างไปเสนอ แต่...พี่ปลื้มไอเดียน้องจริงๆนะ เอาดอกผักตบชวาถูกๆมาตกแต่งฉากทำให้ดูแพงขึ้นมาได้”

สองสาวพี่น้องมองหน้ากันอมยิ้ม มาลัยวรรณบอกเปรมว่า “พี่เปรมคะ นั่นไม่ใช่ผักตบค่ะ นั่นดอกไฮเดรนเยีย แพงค่ะ...ยืนยัน”

เปรมไม่รู้จัก มองมาลัยวรรณเดินไปแล้วหันมาถามพิมาลาว่าน้องพูดอะไร ไม่ได้หลอกด่าตนใช่ไหม

พิมาลาบอกขำๆว่าน้องบอกว่านั่นคือดอกไฮเดรนเยีย...ฤกษ์เดินเข้ามาเรียกพิมาลากับมาลัยวรรณ สองสาวหันมาเห็นเขาอยู่ในลุคหล่อเหลาแปลกตา ก็ชมว่าสมกับตำแหน่งพิธีกรรายการจริงๆ ใจเริงถือสูทเดินตามเข้ามา ฤกษ์ยกความดีให้เธอเพราะเธอเป็นคนจัดหาชุดมาให้พร้อมการแต่งหน้าแต่งผม เปรมแซวปกติดูซกมก

ใจเริงยิ้มรับบอกตนเป็นคนชอบแต่งตัวให้ตุ๊กตา วันนี้ฤกษ์มาเป็นตุ๊กตาให้ มาลัยวรรณเหน็บคนอะไรเห็นผู้ชายเป็นตุ๊กตา พิมาลาหยิกแขนปราม แต่แล้วก็ต้องตะลึงไปพร้อมๆกับเปรมที่เห็นใจเริงลูบไล้เสื้อผ้าที่อยู่บนตัวฤกษ์อย่างไม่เคอะเขิน

พอถึงเวลาเข้าฉาก เปรมนับถอยหลัง ห้าสี่สามสองแล้วหยุด ฤกษ์ยังนิ่งเฉย เปรมตะโกน “คัต! คุณฤกษ์ครับ ทำไมมึงไม่พูดล่ะครับ มึงเป็นพิธีกร มึงพูดสิครับ”

ฤกษ์บอกเห็นนับแค่สองไม่หนึ่งเสียที เปรมโวยว่ารายการเขาไม่นับถึงหนึ่ง นับแค่สองก็พูดได้เลย ฤกษ์โวยกลับใครจะไปรู้ ตนเป็นสถาปนิกไม่ได้เป็นพิธีกร ลากมาให้ทำก็ต้องให้เวลาเรียนรู้บ้าง เปรมยกมือขอโทษกลายๆแล้วบอกให้เริ่มใหม่ พอเริ่มใหม่ ฤกษ์ยังพูดติดๆ ขัดๆหลายรอบ ใจเริงอาสาช่วยติวให้ แล้วเข้าไปซับเหงื่อให้ฤกษ์พร้อมกระซิบบางอย่างหัวเราะกันคิกคัก ฤกษ์จับมือเธอแน่นราวได้ความมั่นใจเต็มเปี่ยม จากนั้นก็พูดคล่องปรื๋อจนทุกคนทึ่ง

พิมาลาถามใจเริงกระซิบอะไรกับฤกษ์ เธอบอกก็แค่บอกว่าให้นึกถึงเรือนหอของเรา เราจะมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งตรงไหนได้บ้าง คราวนี้เขาจำได้แม่นเลย ทุกคนตกใจกับความก๋ากั่นของใจเริง

หลังถ่ายทำเสร็จ มาลัยวรรณถามพิมาลาว่าฤกษ์กับใจเริงกิ๊กกันอยู่หรือ พิมาลาปัดไม่รู้สักเรื่องได้ไหม ด้านเปรมก็แซวฤกษ์เดี๋ยวนี้จีบเด็กไม่บอกกันบ้าง ฤกษ์ย้อนทำไมต้องบอก เปรมเบ้ปากใส่แล้วถามไม่ล้างหน้าก่อนกลับหรืออย่างไร ฤกษ์บอกว่าจะไปเที่ยวต่อกับใจเริง เธอไม่ให้ล้าง ใจเริงเดินตามมาลาทุกคนแล้วดึงฤกษ์ออกไป เปรมหันมาถามพิมาลาถึงความสัมพันธ์ของสองคนนั้น ทั้งพิมาลาและมาลัยวรรณตอบว่าไม่รู้ และไม่ควรยุ่งเรื่องส่วนตัวคนอื่น เปรมเหวอ

เย็นวันนั้น ฤกษ์พาใจเริงซ้อนมอเตอร์ไซค์ไปตามถนนเมืองกรุง ใจเริงซบหน้าบนแผ่นหลังเขา ยิ้มมีความสุขกับของเล่นชิ้นใหม่

หลายวันที่ผ่านมา ความสนิทสนมของฤกษ์กับใจเริงมากขึ้นๆถึงขั้นไปเที่ยวค้างอ้างแรมริมทะเลด้วยกัน ฤกษ์ได้ขอให้พิมาลาจัดช่อดอกไม้ไว้ให้ใจเริง มาลีแปลกใจที่ไม่เห็นฤกษ์มาวาดภาพอีก พิมาลาบอกแม่ว่าเขาเกรงใจ...คืนนั้น พิมาลาได้แต่ชะเง้อรอว่าฤกษ์จะมาเมื่อไหร่

ใจเริงเป็นสาวสมัยใหม่ นอนกับฤกษ์อย่างไม่ยี่หระ และยั่วยวนจนเขาหลงหัวปักหัวปํา แถมยังบอกว่าเขาเป็นของเธอแล้ว ห้ามยุ่งกับใครอีก ฤกษ์ยิ้มรับสัญญาจะมีเธอเพียงคนเดียว

ooooooo

รุ่งเช้า พิมาลาตื่นมามองช่อดอกไม้ที่ฤกษ์ยังไม่มาเอา พลันเสียงออดดังขึ้น ฤกษ์ยืนรอที่หน้าบ้าน พอพิมาลาถือช่อดอกไม้มาส่งให้ เขาก็ขอโทษอ้างว่าเมื่อวานไปช่วยเปรมตัดต่อรายการจนลืม แต่พิมาลารู้ว่าเขาโกหกเพราะเมื่อคืนได้โทร.ถามเปรมแล้ว เขาก็ไม่รู้ว่าฤกษ์ไปไหน

พอฤกษ์กลับไป ใจเริงก็โทร.มาขอให้ไปหาที่บ้าน... พอไปถึงไม่ทันจะเข้าบ้าน ใจเริงวิ่งมาดักหน้า กำชับว่าถ้าแม่ถามถึงเมื่อคืน ให้บอกว่าเราไปเที่ยวหัวหินด้วยกัน พิมาลาพอจะจับต้นชนปลายถูกขึ้นบ้าง แกล้งแซวไปกับพี่ฤกษ์มาหรือ ใจเริงแปลกใจรู้ได้อย่างไร พิมาลาทำทีว่าเดาเอา แล้วเตือนระวังไว้บ้างไปค้างอ้างแรมกับผู้ชาย ใจเริงบอกยิ้มๆไม่ต้องห่วง

เย็นวันต่อมา ฤกษ์มารอใจเริงที่ห้องรับแขก ใจเริงเดินลงมาในชุดราตรีสีเงินสวยหรูกรุยกราย เขาลุกขึ้นยืนตะลึง พรรณรายตามเข้ามาบอกฤกษ์ว่า วันนี้ต้องรบกวนเขาพาใจเริงไปงานเลี้ยง พ่อกับแม่ต้องไปอีกงานหนึ่ง ฤกษ์ยิ้มรับด้วยความยินดี

พอออกมาขึ้นรถ ใจเริงบอกฤกษ์ว่าตนขอนั่งด้านหลังอ้างว่ากระโปรงยาวมากขึ้นลงรถลำบาก ฤกษ์ไม่ติดใจอะไรเปิดประตูให้เธอราวสารถีผู้ภักดี...เพราะรักมันบังตา ทุกข์ใดก็มองไม่เห็น ฤกษ์ขับรถไปมองใจเริงผ่านกระจกหลังไปด้วยหัวใจเป็นปลื้ม

ในงานเลี้ยงที่โรงแรม ใจเริงให้ฤกษ์รอที่ห้องที่ทางโรงแรมจัดไว้ให้คนขับรถนั่งรอ ฤกษ์ไม่ได้คิดอะไรนั่งวาดรูปใจเริงฆ่าเวลาไปเรื่อย...ใจเริงเดินเข้างานอย่างสง่างาม เป็นที่จับตาของผู้คน ขณะเดินสวนกับเทิดพันธ์ กระดุมแขนเสื้อของเขาเกี่ยวเข้ากับผ้าคลุมไหล่ของใจเริงเลื่อนออกจากไหล่ เธอรู้สึกตัวคว้าไว้และหันมอง ทั้งสอง สบตากันด้วยความรู้สึกต้องใจกัน

จากนั้นเทิดพันธ์กับใจเริงก็คุยกันอย่างถูกคอ “บังเอิญจังเลยครับที่คุณใจเริงเป็นลูกของคุณอาธเนศเพื่อนสนิทคุณพ่อ ผมได้ยินคุณพ่อเล่าให้ฟังบ่อยๆว่า

คุณลุงมีลูกสาวสวย แต่ผมว่าคุณพ่อพูดผิด เพราะความจริงคือ...สวยมาก ไม่ใช่แค่สวยธรรมดา”

ใจเริงยิ้มขอบคุณอย่างมีจริต และขอให้เขาเลิกเรียกคุณให้เรียกว่าเริงก็พอ เขาจึงให้เธอเรียกเขาว่าพี่เทิด ทันใดพิธีกรประกาศเชิญคุณเทิดพันธ์ วงศ์กรวิก ตัวแทนคุณรัตน์ วงศ์กรวิก ขึ้นมาบนเวทีเพื่อรับมอบภาพที่ประมูลไปได้ในค่ำคืนนี้ ผู้คนและช่างภาพหันมาทางเทิดพันธ์และถ่ายภาพ ใจเริงจะถอยหนีแต่เทิดพันธ์จับมือเธอไว้ ใจหญิงสาวเต้นโครมครามเมื่อแสงไฟสาดเข้าหน้า รู้สึกเหลิงลอยเข้าสู่ความฝันที่ตัวเองฝันหามานาน

หลังเลิกงาน เทิดพันธ์ขอไปส่งที่บ้านแต่ใจเริงไม่รู้จะเลี่ยงจากเทิดพันธ์อย่างไร จึงบอกว่ามีคนรถรอรับ พอเธอเดินมาที่รถ ฤกษ์รีบเปิดประตูหลังให้นั่ง เทิดพันธ์จึงไม่สงสัยแต่อย่างใด...เมื่อถึงบ้าน ใจเริงใช้จริตขอบคุณที่เขาอยู่รอจนงานเลิกแล้วยื่นหน้าไปหอมแก้มเบาๆ ฤกษ์ใจเต้นแรงอยากจะรั้งตัวเธอไว้ แต่ไม่อาจทำได้ ได้แต่มองตามหลังเธอเดินเข้าบ้านราวเจ้าหญิงงามสง่า

ด้วยความหลงใหลทำให้ฤกษ์เพ้อฝันถึงการแต่งงาน วันรุ่งขึ้นเขาบอกพ่อว่า ใจเริงเรียนจบเมื่อไหร่จะแต่งงานกับเธอทันที ผ่องใสไม่เห็นด้วยพยายามหาข้อแย้ง แต่ความรักบังตาทำให้ฤกษ์เห็นแต่ข้อดีของใจเริง ฤทธิ์ไม่คิดขัดขวางอยากให้ลูกชายคิดเองเลือกเอง

ความฝันของฤกษ์บรรเจิดไปไกล ในขณะที่สาวที่เขาหมายปองกำลังเอาใจออกห่าง ใจเริงเดินช็อปปิ้งกับพรรณราย เธอพอใจสร้อยเพชรเส้นโตเส้นหนึ่ง พรรณรายจึงเลือกตุ้มหูให้เข้าชุดกัน พอจะจ่ายเงิน พนักงานบอกว่ามีคนจ่ายให้แล้ว สองแม่ลูกงงหันมองว่าใครกัน เทิดพันธ์ยืนยิ้มบอกตนจ่ายให้หมดแล้ว ใจเริงหัวใจพองโตแววตาพริบพราว

พรรณรายเกรงใจจะไม่รับแต่พอรู้ว่าเป็นลูกชายคนกันเองจึงยอม เขาออกตัวว่าให้แทนคำขอโทษที่ทำผ้าเธอขาด พรรณรายงงว่าเมื่อไหร่ ใจเริงจึงเล่าว่าผ้าคลุมไหล่เมื่อวันงาน ผู้เป็นแม่โล่งอก เทิดพันธ์ถือโอกาสขออนุญาตไว้เลย ขอพาใจเริงไปทานอาหารบ้าง พรรณรายยิ้มยินดี
วันต่อมาใจเริงกลับบอกพ่อกับแม่ว่าจะไปค้างรีสอร์ตต่างจังหวัดของเทิดพันธ์ ธเนศไม่เห็นด้วย เป็นสาวเป็นนางไปค้างอ้างแรมกับผู้ชายลำพัง ใจเริงโวยวายทำไมไม่เชื่อใจลูก

“ถ้าอย่างนั้นตอบมา เราไปเที่ยวกับนายเทิดพันธ์ แล้วนายฤกษ์ล่ะเอาไปทิ้งไว้ที่ไหน อย่าทำตัวเป็นผู้หญิงเผื่อเลือกแบบนี้เลย พ่ออายไอ้รัตน์พ่อเจ้าเทิดมัน อายคุณฤทธิ์พ่อนายฤกษ์ด้วย”

“ทำความเข้าใจเสียใหม่นะคะ พี่ฤกษ์แค่เพื่อนค่ะ พี่เทิดคือคนที่หนูเรียกได้เต็มปากว่าแฟน หรืออาจจะเป็นสามีในอนาคตก็ได้” ใจเริงเน้นอย่างไม่ขัดเขิน

“พ่อไม่ต้องห่วงเริงหรอก เริงตั้งใจเรียนวิชาสุขศึกษารู้จักการคุมกำเนิด รับรองไม่ทำให้ครอบครัวเราต้องอับอายขายหน้า”

ธเนศหน้าถอดสี พรรณรายแทบเป็นลมกับคำพูดของลูก แต่ก็อดตามใจไม่ได้ ขอร้องผู้เป็นสามีให้ตามใจลูก ธเนศย้อนถามว่าเทิดพันธ์รักลูกเราจริงหรือ พรรณรายคิดว่าจริงจากที่เขาทุ่มเงินซื้อเครื่องเพชรราคาแพงให้ ธเนศประชดว่ารัตน์เพื่อนของตนเลี้ยงลูกชายเป็นเพลย์บอยไม่ต่างจากตัวเอง ลูกเราก็คาสโนวี่ช่างเหมาะสมกันจริงๆ พรรณรายถอนใจเฮือกชักหวั่นใจ

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement