นิยาย เพลิงบุญ ตอนต่อไป (17) นิยายไทยรัฐ
วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

เพลิงบุญ ตอนที่ 17


21 ก.ย. 2560 08:24
4,809,326 ครั้ง

ละคร นิยาย เพลิงบุญ

เพลิงบุญ ตอนที่ 17

อ่านเรื่องย่อ

เพลิงบุญ

แนว:

โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

กฤษณา อโศกสิน

บทโทรทัศน์โดย:

ณัฐิยา ศิรกรวิไล

กำกับการแสดงโดย:

ชนินทร ประเสริฐประศาสน์

ผลิตโดย:

บริษัท เมคเกอร์ วาย จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ:

ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์, เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ, ราณี แคมเปน,

พิมาลาตั้งใจหลอกฤกษ์ คุยเรื่องงานแต่งงานของตนกับเทิดพันธ์ว่าจะจัดให้อลังการกว่าครั้งแรก และว่าถ้าเขาทำใจไม่ได้ไม่ต้องฝืนใจมาร่วมงาน

เสียงสนุกสนานในงานแต่งงานเปรมกับหมี่ดังขึ้นมา ถึงเวลาเจ้าสาวโยนช่อดอกไม้ พิมาลารีบมาดันมาลัยวรรณให้ออกไปรอรับช่อดอกไม้ล่องลอยมาตกในมือมาลัยวรรณ เทิดพันธ์แอบขำ หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเก็บภาพความดีใจของเธอไว้ ฤกษ์เดินมาปลอบใจพิมาลา ถึงเธอจะรับช่อดอกไม้ไม่ได้แต่ก็ต้องแต่งกับเทิดพันธ์อยู่ดี อย่าลืมส่งการ์ดให้ตนด้วย

เทิดพันธ์งุนงง ก่อนจะแก้ความเข้าใจให้ใหม่ว่าตนกับพิมาลาตกลงเป็นเพื่อนกัน เพราะเธอไม่ได้รักตน ฤกษ์ตาโพลงไม่คิดว่าคนรักจะกล้าผิดศีลห้า

“พิมเขาคงอยากอำคุณเล่น ไม่ได้มีเจตนาทำให้คุณเสียใจ พิมเขาทำร้ายคุณไม่ได้หรอก เพราะเขารักคุณ...รักมาตลอด เขาถึงไม่ยอมรับปากแต่งงานกับผมสักที”

“จริงหรือ?”

“จริงครับ ผมรู้ว่าคุณเองก็ยังรักพิมอยู่ ปรับความเข้าใจกันให้ได้นะครับ ขอให้โชคดี”

ฤกษ์ยังช็อก ได้แต่พึมพำขอบคุณ ก่อนจะหันไปมองพิมาลาซึ่งหัวเราะอยู่กับมาลัยวรรณและเพื่อนๆ กำลังใจฤกษ์มาเต็ม ฮึดสู้จะต้องเอาชนะใจเธอให้ได้

เทิดพันธ์เดินมาเจอสุพรรญา เธอมาเพื่อจะบอกให้เขารู้ตัวว่ามาลัยวรรณตั้งใจจะไปทำงานกับตนเพราะแอบชอบเขา เธอทนทำงานกับคนที่แอบชอบแต่เขากลับไปชอบพี่สาวไม่ได้ เทิดพันธ์คาดไม่ถึง ไม่ระแคะระคายใจมาก่อน นึกประมวลคำพูดของพิมาลาและประนอมแล้วหันมาดูใจตัวเอง เริ่มรู้แล้วว่าตัวเองขาดมาลัยวรรณไม่ได้ เธอมีความสำคัญกับเขามาก

เมื่อรู้ใจตัวเองแล้วเทิดพันธ์วิ่งพรวดออกไป

สุพรรญามองตามด้วยความสงสัย

ooooooo

มาลัยวรรณกำลังเซลฟี่ตัวเองกับดอกไม้ ร่วมกับพิซซี่และแมน จู่ๆเทิดพันธ์โผล่พรวดเข้ามาคว้าข้อมือมาลัยวรรณดึงออกไปท่ามกลางความตะลึงของพิซซี่และแมน

เมื่อมาถึงมุมลับตาคน เทิดพันธ์ต่อว่าหญิงสาวทันที

“คุณรู้เรื่องนี้มาตั้งนานแล้วทำไมคุณไม่บอกผม!”

“รู้? เรื่องอะไร”

“ก็รู้ว่าคุณชอบผม แล้วก็รู้ว่าผมชอบคุณ”

“กรี๊ด...คุณชอบฉัน!”

“เออ! ผมเพิ่งรู้ตัวเนี่ย ผมไม่คิดเลยว่าจริงๆแล้วผมชอบผู้หญิงแบบนี้”

“แบบไหน”

“ก็ผู้หญิงปากไม่ค่อยดี พูดจาตรงๆ ชอบชวนทะเลาะ แต่โคตรใจอ่ะ โคตรทุ่มเทไม่เคยทิ้งผม ผู้หญิงที่ทำให้ผมรู้ว่าผมเป็นคนที่มีคุณค่า คนที่ผมอยู่ด้วยแล้วมีความสุข คุณนี่เองผู้หญิงคนนั้นที่ผมตามหา...คือคุณนี่เอง...แล้วคุณชอบผมจริงๆเหรอ”

“เออสิ แต่ฉันรู้ตัวมานานแล้วนะ ไม่ซื่อบื้อเหมือนคุณ”

มาลัยวรรณน้ำตาซึม แต่เทิดพันธ์หัวเราะร่า

“นี่ไง...ปากแบบนี้ไง ผมจะคิดได้ยังไงว่าผมชอบ”

“บ้าที่สุด นี่คือการสารภาพรักเหรอเนี่ย มันขำไปมั้ย”

เทิดพันธ์มองหญิงสาวปาดน้ำตาตัวเอง แล้วดึงเธอมากอดแนบแน่น ขอร้อง

“ไม่ต้องหนีไปไหนแล้ว อยู่กับผมที่นี่นะ”

มาลัยวรรณพยักหน้ารับ กอดตอบด้วยความรักและความอบอุ่นใจ

อีกมุมหนึ่ง พิมาลานั่งเศร้าอยู่คนเดียว หมี่เดินเข้ามายื่นช่อดอกไม้ให้ ถามว่ามองหาฤกษ์ใช่ไหม

แม้เธอจะปฏิเสธแต่หมี่ไม่เชื่อ บอกดอกไม้ช่อนี้ตนสั่งทำพิเศษให้ แล้วโอบไหล่ปลอบด้วยความรัก โดยไม่รู้ว่าฤกษ์แอบฟังอยู่มุมหนึ่ง

“พี่ก็ไม่มีอะไรจะอวยพร พี่ว่าคนฉลาดอย่างพิมรู้ใจตัวเองอยู่แล้ว รู้ว่าจริงๆแล้วหัวใจตัวเองมีใครอยู่ ติดแค่ว่าจะให้โอกาสคนนั้นกลับเข้ามาอยู่ในชีวิตหรือเปล่า... พิมศึกษาธรรมะ ก็คงรู้ดีอยู่แล้วว่าทานที่ยิ่งใหญ่คืออภัยทาน ตอนนี้พิมกำลังเจอแบบ
ฝึกหัดข้อยากในชีวิต ลองใช้ปัญญาหาคำตอบดู แล้วพิมจะโตขึ้นเป็นคนที่สมบูรณ์มากขึ้นและพี่มั่นใจว่าความผิดพลาดแบบเดิมๆจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน”

พิมาลาน้ำตาร่วง ยอมรับว่าใช่ มันคือความกลัว... หมี่กระชับอ้อมกอดให้กำลังใจ ขณะที่ฤกษ์อยากจะวิ่งมากอดด้วย แต่ต้องห้ามใจตัวเองไว้ คิดแผนเอาชนะใจอดีตภรรยาสุดที่รักให้ได้

ooooooo

กลับมาบ้าน ฤกษ์บอกผ่องใสว่าตนจะขายบ้าน เรือนหอเพราะบ้านนั้นตนสร้างเพื่อพิมาลา แต่เธอกำลังจะมีครอบครัวใหม่ ตนไม่รู้จะเก็บบ้านนั้นไว้ทำไม ผ่องใสใจหาย ตั้งความหวังว่าพิมาลาจะเปลี่ยนใจ ฤกษ์บอกว่ายาก แต่ถ้าน้าช่วยอาจทำให้มันง่ายขึ้น

วันต่อมาผ่องใสนำความมาบอกพิมาลาด้วยความเสียดายแทน พยายามพูดจี้ใจว่าบ้านหลังนั้นฤกษ์ทุ่มเทสร้างด้วยความรัก เสียดายต้องขายให้คนอื่น เขาฝากให้ตนมาบอกถ้าอยากเก็บเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนไว้ให้ไปเลือก พิมาลาใจหาย รับคำพรุ่งนี้จะเข้าไป

เช้าวันใหม่พิมาลามาที่บ้านฤกษ์ ยืนมองภายในบ้านที่มีผ้าคลุมเฟอร์นิเจอร์ไว้ด้วยความรู้สึกเศร้าสะเทือนใจ ฤกษ์โทร.เข้ามาย้ำให้เปิดผ้าคลุมเฟอร์นิเจอร์ดูว่าอยากเก็บชิ้นไหนไว้

เธอวางสายแล้วเดินไปดึงผ้าคลุมติดกำแพงเห็นรูปคู่ตัวเองกับฤกษ์มีความสุขสบายหลายอิริยาบถใส่กรอบขนาดใหญ่แขวนอยู่หลายกรอบเต็มห้องรับแขก ภาพความทรงจำดีๆย้อนกลับมาจนน้ำตาคลออย่างไม่รู้ตัว

เสียงฤกษ์ดังขึ้นข้างหลังจนพิมาลาสะดุ้ง “พิมตัดสินใจได้หรือเปล่าว่าจะทิ้งชิ้นไหน แล้วจะเก็บชิ้นไหนไว้บ้าง”

“พี่ฤกษ์เล่นอะไรคะ ไม่ตลกนะคะ นี่ตกลงเรื่องขายบ้านคือเรื่องโกหกใช่ไหมคะ”

“อย่าเพิ่งโกรธสิ ทีพิมยังโกหกว่าจะแต่งงานกับคุณเทิด ทั้งๆที่มันไม่จริง พี่ยังไม่โกรธเลย ดีใจด้วยซ้ำ”

“งั้นถือว่าเราหายกัน พิมโกหกพี่ พี่โกหกพิม จบ...กลับนะคะ”

ฤกษ์รีบดึงพิมาลามากอด “พี่ลงทุนหลอกมาแล้ว คิดว่าจะยอมให้กลับหรือไง”

พิมาลาผลักไสให้ปล่อย แต่ฤกษ์ไม่ยอม จนกว่าเธอจะตอบว่า ทิ้งความทรงจำของเราทั้งหมดได้จริง หญิงสาวบอกว่าตอนนี้มันไม่ได้สวยงามเหมือนก่อน ฤกษ์รับรองว่าตนเข็ดขยาดแล้ว

“พี่จะจำมันไว้เป็นบทเรียนเตือนใจ ไม่ทำผิดซ้ำอีก พี่รู้แล้วว่าการทำให้คนที่เรารักและรักเราต้องเสียใจ มันเจ็บปวดมากแค่ไหน พี่รู้แล้วว่าการตกนรกทั้งเป็นมันทรมานมากขนาดไหน พี่รู้แล้วว่าความไว้วางใจ ความเชื่อใจถ้ามันหมดแล้ว มันเรียกกลับคืนมาไม่ได้จริงๆ พี่รู้แล้วว่า...พิมมีค่ากับพี่มากแค่ไหน พี่รู้แล้วพิม...พี่รู้แล้ว...กลับมาเถอะนะพิม กลับมาอยู่ด้วยกันนะ”

พิมาลาสัมผัสถึงแรงสะอื้นของฤกษ์ หยาดน้ำตาเขาไหลลงมาบนไหล่ เธอใจอ่อนยวบน้ำตาร่วงพรู

“ถ้าพิมกลับมา พิมขอร้องพี่ฤกษ์อย่างนึงได้ไหมคะ พิมขอแค่อย่างเดียว”

ฤกษ์ปาดน้ำตาเปลี่ยนมากุมมือเธอแน่น แววตาดีใจ “มากกว่าอย่างเดียวก็ได้พิม พิมอยากได้อะไรพิมบอกพี่มาเลย”

“พิมขอให้พี่ฤกษ์เคารพตัวเอง ให้เกียรติตัวเอง อย่าทำอะไรที่ทำให้ตัวเองต้องตกต่ำแบบที่ผ่านมา สิ่งที่พี่ทำ พี่นอกใจพิม...ใช่ มันทำให้พิมเสียใจ แต่ยิ่งกว่านั้นมันทำให้พี่เสียเกียรติ เสียคุณค่าความเป็นคน วันนี้พี่บอกว่าพี่เรียนรู้แล้ว พิมให้เกียรติพี่ พิมจะเชื่อคำพูดของพี่อีกครั้ง”

ฤกษ์ทั้งจุกและเจ็บจนน้ำตาทะลักออกมา แต่พอได้ยินว่าจะเชื่อคำพูดตน เหมือนยกภูเขาออกจากอก โผกอดพิมาลาแน่นด้วยความรักและเทิดทูน พร่ำบอกขอบคุณไม่หยุด พิมาลารับรู้ถึงความอบอุ่นจากอ้อมกอดครั้งนี้ ค่อยๆยกมือขึ้นกอดตอบ ฤกษ์ซาบซึ้งใจทรุดลงคุกเข่า

“พี่ขอสัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชาย พี่จะไม่ปล่อยตัวปล่อยใจทำเรื่องเสื่อมเสียให้ตัวเองและครอบครัวอีกแล้ว ไม่เอาแล้ว เข็ดแล้ว แค่คิดก็ขนลุก กลัวจริงๆ”

พิมาลาหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสุข ความเข้าใจต่อกัน

ooooooo

หลายเดือนต่อมา รูปคู่พิมาลากับฤกษ์และน้องโจถ่ายร่วมกันตั้งแต่น้องโจแบเบาะจนใกล้ขวบปีใส่กรอบจัดเรียงบนโต๊ะ พิมาลาเลี้ยงน้องโจราวลูกในไส้ ครอบครัวกลับมามีความสุข

วันนี้เปรมกับหมี่มาร่วมทานอาหาร พิมาลาจัดเตรียมปิ้งบาร์บีคิว หมี่ตั้งครรภ์ได้ห้าเดือน เห็นฤกษ์สวีตหวานกับเพื่อนรุ่นน้องก็ยิ้มดีใจ แต่เปรมหมั่นไส้ทำเสียงโอ้กอ้าก เลยโดนฤกษ์ตวาดเข้าให้

“แพ้ท้องแทนเมียเหรอมึง”

“เฮ้ยๆ อย่าหยาบคายต่อหน้าลูก คุณบอกผมเองนะครับ เด็กวัยแรกเกิดถึงสามขวบเป็นวัยจดจำพฤติกรรม ระวังด้วยครับคุณฤกษ์” เปรมประชดอย่างสุภาพ

ฤกษ์นึกได้รีบพูดกับลูกว่า เราต้องพูดจาไพเราะ น้องโจรับคำ ทุกคนหัวเราะครึกครื้น...ในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสุข หมี่เข้ามาคุยกับพิมาลาอย่างปลื้มใจ

“พี่ดีใจนะที่พิมมีวันนี้”

“พิมก็ต้องขอบคุณพี่หมี่มากๆที่คอยเตือนสติพิม ถ้าพิมยังมีทิฐิอยู่ พิมอาจจะไม่มีความสุขแบบนี้ก็ได้ค่ะ”

“แล้วเป็นไง พอกลับมาอยู่ด้วยกันจริงๆ ยังมีระแวงไหม”

“ตอนแรกก็มีบ้าง คือความทรงจำเก่าๆมันก็มา แต่พี่ฤกษ์เขาเสมอต้นเสมอปลายมากๆ เขาพยายามทำให้พิมมั่นใจ พอเขาทำให้เรามั่นใจได้ อยู่ๆมันก็เลิกคิดไปเอง”

“พี่ว่าอีกอย่างคือ...ตอนนี้พิมรู้แล้วว่าคุณฤกษ์เขาไม่ได้รักใจเริง”

พิมาลาเห็นจริง ที่ผ่านมาตนคิดไปเองว่าเขาสองคนรักกันจึงระแวง หมี่ถามว่าใจเริงติดต่อมาบ้างไหม พิมาลาถอนใจมองน้องโจด้วยความสงสาร อยากรู้เหมือนกันว่าใจเริงคิดถึงลูกบ้างไหม

ขณะเดียวกัน ใจเริงสภาพอิดโรยนั่งพิงเตียง มีปีเตอร์นอนเปลือยท่อนบนหลับอยู่ข้างๆ เธอกดโทรศัพท์มือถือดูไอจีของพิมาลาด้วยมืออันสั่นเทา เห็นรูปน้องโจหลายอิริยาบถก็คิดถึงจับใจจนน้ำตาไหล แต่รีบปาดมันทิ้งแล้วเชิดหน้าตัดใจไม่ยอมอ่อนแอ พยายามลุกจากเตียง แต่แล้วก็ล้มลงหมดสติ

ooooooo

วันต่อมา ฤกษ์ ผ่องใส และแอ๊ดเดินตามพิมาลาซึ่งอุ้มน้องโจไปยังแผนกเด็ก ฤกษ์เกรงภรรยาจะเมื่อยขออุ้มลูกแทน แต่น้องโจไม่ยอม ผ่องใสตอบอย่างรู้ใจหลาน

“โอ๊ย ตาโจไม่ยอมหรอกค่ะ พอหนูพิมอยู่ทีไรตาโจไม่ยอมให้คนอื่นอุ้มเลย นี่ถ้าหนูพิมไม่ยอมมาด้วย อย่าหวังว่าจะยอมมาโรงพยาบาล”

ฤกษ์ชูมือขออุ้ม น้องโจหันหน้าหนีกอดพิมาลาแน่น ผ่องใสเห็นแล้วอดขำไม่ได้

“แบบนี้เขาเรียกว่าอยู่เป็น...ทำดีมากหลานย่า”

“จริงๆพี่สอนลูกเองแหละ ก่อนนอนเป่าหูทุกคืน เกาะน้าพิมๆ...ได้ผล เกาะไม่ปล่อยเลย”

ฤกษ์ตีเนียนหน้าตาย น้องโจพูดตามว่าเกาะน้าพิม เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้ทันที

อีกมุมหนึ่ง ใจเริงนั่งรถเข็นสีหน้าอิดโรย แววตาเลื่อนลอยไม่มีชีวิตชีวา บุรุษพยาบาลเข็นเธอมาโดยมีบอดี้การ์ดเดินตามสองคน ใจเริงสะดุ้งตัวชาวาบเมื่อเจอกับกลุ่มพิมาลา รีบบอกให้เข็นรถไปทางอื่น แต่ฤกษ์กับพิมาลาเรียกเธอไว้

พิมาลาอุ้มลูกเข้าไปหาใกล้ๆ ใจเริงมองด้วยความเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งเพื่อนถามว่าตนเป็นอะไร ก็ฮึดปรับสีหน้าตอบไปว่าสบายดี

“สบายดีแล้วทำไมต้องนั่งรถเข็นแบบนี้”

พิมาลาไม่เชื่อ ใจเริงกลั้นน้ำตาอย่างหนัก นุเข้ามาขวางพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว

“คุณเริงเขาบอกว่าสบายดีก็คือสบายดี คุณจะถามอะไรมากมาย วุ่นวายจริงๆ”

ฤกษ์ไม่พอใจที่อีกฝ่ายพูดจาไม่ดี ใจเริงต้องปรามแล้วบอกว่าตนอยากรีบกลับ พิมาลาจะเข้าไปหาอีก ฤกษ์ยื้อไว้เพราะดูท่าทางสองบอดี้การ์ดจะไม่เป็นมิตร บุรุษพยาบาลเข็ญใจเริงไปอีกทาง เธอเหลียวมองเพื่อนรักอุ้มลูกด้วยหัวใจสั่นสะท้าน พิมาลาเห็นสายตานั้นอย่างชัดเจน

ใจเริงขึ้นนั่งบนรถที่ปีเตอร์รออยู่ นุรายงานว่ามีคนมาทักใจเริง เธอรีบบอกว่าเพื่อน เขากลับเยาะหยัน คนอย่างเธอมีเพื่อนกับเขาด้วยหรือ ใจเริงเบือนหน้าหนีกล้ำกลืนความชอกช้ำ

ทันใดคนขับรถรายงานว่ามีมอเตอร์ไซค์สองคันตามมาท่าทางมีพิรุธ ปีเตอร์หันมองเห็นพวกมันชักปืนก็ร้องบอกคนขับให้เหยียบมิด ใจเริงตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น กลับถูกตวาดให้เงียบ เธอช็อกกับการไล่ล่าครั้งนี้

เมื่อหนีรอดกลับมาคอนโดได้ ปีเตอร์อาละวาดใส่ลูกน้องที่ปล่อยให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ลูกน้องคนหนึ่ง จำได้ว่าหนึ่งในมือปืนเป็นลูกน้องเสี่ยองอาจ คนที่เจ้านายเคยส่งคนไปเก็บ ตอนนี้ลูกชายขององอาจดูแลเรื่องขายอาวุธแทน คงแก้แค้นแทนพ่อ

“กูฆ่าพ่อมันได้ ก็ฆ่าตัวมันได้เหมือนกัน ส่งคนไปตามเก็บมัน ให้รู้ว่ามันเล่นผิดคน”

ลูกน้องรับคำแล้วเดินออกไป ใจเริงค่อยๆพยุงตัวจะเข้าห้อง แต่ปีเตอร์กราดเกรี้ยวไม่ให้เธอนอนพักผ่อน ให้ทำอย่างไรก็ได้ให้เขาหายเครียด เธอโอดครวญว่าไม่มีแรง แต่เขาไม่สนใจ ลำเลิกว่าเขาจ่ายให้ไม่อั้น เธอก็ต้องตอบแทนไม่อั้นเช่นกัน...ว่าแล้วก็พุ่งเข้าหา ใจเริงถอยกรูดรวบรวมพละกำลังวิ่งหนีเข้าไปขังตัวในห้องน้ำ ปีเตอร์ทุบประตูปังๆ พังข้าวของแถวนั้นเสียงดังลั่น

ใจเริงหมดสภาพ ทรุดนั่งร้องไห้ให้กับชีวิตบัดซบของตัวเอง ควานโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ามาโทร.หาสุรทินด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขอความช่วยเหลือ

ooooooo

เมื่อมาลัยวรรณกับเทิดพันธ์เข้าใจกันดี คนที่ต้องไปทำงานกับสุพรรญาจึงเป็นประนอม ทั้งสองเฟซไทม์ไปคุยกับประนอมบ่อยๆ ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบเพื่อไม่ให้เธอเหงาคิดถึงบ้าน ประนอมรำพันที่ต้องปรับตัวอย่างมาก คุยกับใครก็ไม่รู้เรื่อง แต่ก็ยอมอยู่ช่วยสุพรรญาไปก่อน

“เอาน่าป้านอม ถือว่าช่วยให้ผมได้มีเวลาอยู่กับแฟน บุญกุศลจะส่งให้ป้ามีผัวฝรั่ง”

“จะว่าไปก็มีมาจีบๆเหมือนกันนะคะ ป้าเลยว่าจะอยู่ต่อสักสองปี”

ทั้งเทิดพันธ์และมาลัยวรรณหัวเราะชอบใจ พอวางสายมาลัยวรรณก็นึกได้ว่าพิมาลาให้ชวนเขาไปร่วมฉลองวันเกิดน้องโจครบขวบพรุ่งนี้บ่าย ตนต้องไปเตรียมขนมแต่เช้า ถามเขาว่าจะไปพร้อมกันไหม เขารีบพยักหน้ารับ แล้วอยากรู้ว่าจะให้ของขวัญอะไรหลานดี

“เออ...ลืมถาม วันนี้พี่พิมพาโจไปฉีดวัคซีนเดี๋ยวคงมา มาแล้วค่อยถามเนอะ”

ไม่ทันขาดคำ พิมาลาเดินหน้าเครียดเข้ามา

มาลัยวรรณเห็นสีหน้าพี่สาวก็แปลกใจว่าเป็นอะไร พอพี่สาวเล่าเรื่องที่เจอใจเริงในสภาพย่ำแย่ก็ใจหายไปด้วย เทิดพันธ์ฟังแล้วไม่อยากเชื่อ

“ไม่เจอกันเกือบปี เริงเปลี่ยนไปมากจริงๆ ตอนแรกเกือบจำไม่ได้ แล้วพิมก็เจอผู้ชายที่คุณทินเล่าให้ฟังด้วยนะคะ ดูน่ากลัวมาก เริงไม่น่าจะไปยุ่งกับคนแบบนั้น”

“แต่พี่พิมบอกว่าเขารวยมาก เป็นพวกสายเปย์ไม่ใช่เหรอคะ พี่เริงอาจจะอยู่เพราะเหตุผลนั้นก็ได้นะคะ”

เทิดพันธ์เสนอตัวจะไปคุยกับสุรทินว่าเกิดอะไรขึ้นกับใจเริง มาลัยวรรณห้ามพี่สาวไปช่วยเหลืออะไรใจเริงอีก พิมาลาพยักหน้ารับ รู้ใจอดีตเพื่อนรักดีว่าถึงเสนอตัวไปเธอก็คงไม่ให้ช่วย ตอนนี้เธอไปไกลเกินกว่าจะถอยกลับมาแล้ว

ในคืนนั้นใจเริงออกมานั่งรอสุรทินในบาร์แห่งหนึ่ง เสียงเพลงที่นักร้องกำลังร้องเนื้อหาเชือดเฉือนใจเธอมาก ถึงกับต้องหลับตาด้วยความเหนื่อยกับชีวิต สุรทินเข้ามานั่งข้างๆ เอ่ยถาม

“นี่คุณยังอยู่กับไอ้พีทอีกเหรอ ผมคิดว่าคุณได้เงินสักก้อนแล้วจะไปซะอีก”

“จะให้ฉันไปไหน ในเมื่อคุณเป็นคนส่งฉันให้มันเอง”

“ไม่คิดนี่ครับว่ามันจะเลี้ยงคุณนานขนาดนี้ แสดงว่าคุณต้องเด็ดจนมันทิ้งคุณไปไม่ได้”

“คุณนี่มันเลวบริสุทธิ์จริงๆ”

สุรทินหัวเราะร่าก่อนถามว่าทำไมไม่หนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่มันดีกว่า ใจเริงจนตรอกยอมรับว่าไม่มีใครช่วย

“ไม่น่าแปลก เพราะคุณทำกับคนที่หวังดีเอาไว้เสียเยอะ บางทีผมก็แปลกใจนะ คุณทั้งสวยทั้งฉลาด ทำไมไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง”

“คุณค่าในตัวเอง...ถ้าฉันมีจริงๆ ผู้ชายอย่างคุณอย่างไอ้ปีเตอร์จะสนใจเหรอ ในเมื่อโลกใบนี้ไม่เคยเห็นคุณค่าของความเป็นผู้หญิงอยู่แล้ว ถ้าสนใจคุณค่า สนใจความดี ผู้หญิงจะต้องไปทำหน้าทำนมเพื่อให้ผู้ชายสนใจทำไม...ผู้หญิงที่โคตรมีคุณค่า ดีทุกอย่างยังโดนผู้ชายนอกใจมาแล้ว การมีคุณค่าจะมีประโยชน์อะไร”

สุรทินสะอึก ถามตัดบทว่าที่เรียกมาจะด่าหรือขอความช่วยเหลือ ใจเริงให้เขาช่วยหาทนายความ...

แววตาเธอจริงจังแม้จะเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

วันต่อมาใจเริงนั่งดูรูปลูกในไอจีของพิมาลา จนมาเห็นข้อความว่ามาเตรียมปาร์ตี้วันเกิดเฮียโจ ก็ฉุกคิดได้ว่าลูกครบขวบ อย่างไรเสียจะต้องไป แล้วเปิดไอจีมาลัยวรรณ หาว่าวันนี้ทำขนมที่ไหน เพราะเธอชอบเช็กอินสถานที่

ooooooo

เสียงอวยพรวันเกิดน้องโจดังครึกครื้น มาลัยวรรณยกเค้กออกมา พิมาลาบอกให้น้องโจเป่าเทียน เทิดพันธ์กับฤกษ์เตรียมจานรอ

พจน์ ฤทธิ์ มาลี ผ่องใส แอ๊ด ร้องเพลงและหัวเราะกันสนุกสนาน ทันใดผ่องใสอุทานขึ้นเมื่อเห็นใจเริงเดินเข้ามา ทุกคนมองตาม

ใจเริงแม้จะแต่งตัวหรูหราเดินเข้ามาด้วยท่วงท่านางพญา แต่ก็ดูอ่อนล้าภายใต้แว่นดำอำพรางรอยช้ำและความปวดร้าวที่ปรากฏ เธอถือกล่องของขวัญเข้ามาหยุดตรงหน้าทุกคน ฤกษ์กอดน้องโจไว้แน่น พิมาลามองเพื่อนด้วยความเมตตา ต่างจากผ่องใสที่พร้อมจะจิกกัด

เทิดพันธ์ถามขึ้นก่อนว่ามาทำไม ใจเริงบอกเอาของขวัญมาให้ลูก ฤกษ์สวนกลับทันควัน

“ลูก...รู้จักคำนี้ด้วยเหรอ”

ใจเริงเจ็บจี๊ด เหนื่อยเกินกว่าจะตอบโต้ หันมาทางพิมาลา ส่งของขวัญฝากให้น้องโจ ฤทธิ์ขัดขึ้นว่าลูกอยู่ตรงนี้ทำไมไม่ให้เอง ใจเริงหันมองอดีตพ่อสามีเห็นสายตาฉายความเมตตาก็ละอาย ค่อยๆเดินไปใกล้ลูก แต่ไม่ทันจะจับตัวน้องโจก็ร้องไห้ขึ้นมา เธอยิ่งทำตัวไม่ถูกน้ำตาจะไหล

ผ่องใสให้ฤกษ์อุ้มน้องโจออกไปปลอบก่อน ใจเริงเอาของขวัญยัดใส่มือพิมาลาแล้วรีบเดินจากไป ผ่องใสพูดไล่หลังว่าไปแล้วไม่ต้องกลับมา ฤทธิ์ไม่ชอบใจนัก เอ็ดว่าเขาเป็นแม่ลูกกัน

“แม่ที่ไม่เคยเลี้ยงลูก ไม่เคยสนใจลูก ฉันไม่เรียกว่าเป็นแม่หรอกค่ะ”

พิมาลามีแต่ความเห็นใจวิ่งตามเพื่อนรักออกไป ผ่องใสตกใจร้องห้าม ฤกษ์มองนิ่งๆไม่คิดตาม เพราะรู้ว่าภรรยามีสติดี ใจเริงจะปั่นหัวอะไรไม่ได้อีก

พิมาลาวิ่งตามใจเริงออกมาเพื่อบอกว่าถ้าคิดถึงลูกทำไมไม่อยู่กับลูก ใจเริงพยายามกลั้นน้ำตาหันมา เผชิญหน้าไม่ยอมเสียฟอร์ม

“เริงเป็นคนยังไงพิมก็น่าจะรู้อยู่แล้ว เริงเอาแต่ใจตัวเอง ไม่เคยคิดถึงคนอื่น เกิดวันนึงเบื่อๆขึ้นมาก็ไม่อยากเลี้ยง เริงเป็นแม่ที่ดีไม่ได้หรอก แล้วเริงก็เป็นเมียที่ดีไม่ได้เหมือนกัน เริงไม่ใช่พิม”

พิมาลาแทรกว่าไม่มีใครเหมือนใครได้

“ใช่ แล้วก็ไม่มีใครเป็นเพื่อนที่ดีได้เท่ากับพิม เราสองคนนี่ก็แปลกดีนะ คนนึงเอาแต่ใจสุดๆ อีกคนก็อดทนคิดถึงแต่คนอื่น...”

“แต่สุดท้ายตามใจตัวเองมากไปก็ไม่ดี อดทนมากไปก็ไม่รอด พิมกำลังหาตรงกลางของตัวเอง เริงเองก็น่าจะลองหาดู”

“อย่ามาเตือนเราเลยพิม ไม่มีใครเตือนเราได้พิมก็รู้ ปล่อยให้เริงไปตามเรื่องของเริงเถอะ บางทีก็นึกถึงตอนที่เราเป็นเด็กๆเนอะ ไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องรับรู้ปัญหาอะไร คิดแล้วก็ไม่อยากโตเลย แต่ทำไงได้ ชีวิตมันต้องเดินต่อไป ถึงแม้ทางที่เดินมันจะมืด แต่มันก็ต้องเดิน เดินไปจนกว่าจะไม่อยากเดิน...ไม่รู้ว่าเริงจะได้มาเจอลูกอีกหรือเปล่า ถ้าเริงไม่ได้มาแล้ว เริงฝากโจด้วยนะพิม พิมคงเป็นแม่ที่ดีได้มากกว่าเริง”

พิมาลาฟังแล้วหดหู่ใจ มองเพื่อนรักเดินจากไปอย่างหม่นหมองและสังหรณ์ใจบางอย่าง

ooooooo

ในคืนนั้นพิมาลาปรับทุกข์กับพ่อและแม่ ไม่อยากเชื่อว่าใจเริงจะมีความสุข มีชีวิตที่ดีงาม ดูแววตาเพื่อนแล้วไม่สดใส ไม่มีความหวังกับชีวิตเลย

มาลีให้เหตุผลว่าใจเริงเพิ่งเจอกับความทุกข์จึงปรับตัวไม่ได้ ยอมแลกทุกอย่างเพื่อความสบาย แล้วก็เลยเดินมาถึงจุดที่ตัวเองก็คิดไม่ถึงว่าจะเจอ พจน์เสริมว่า

“พ่อกับแม่เลี้ยงพิมอย่างดีบนพื้นฐานของความจริง ไม่ได้ปกป้องลูกจนเกินไป จนไม่รู้จักความผิดหวัง พิมก็เลยได้เรียนรู้ว่าชีวิตมันไม่ได้ง่าย พอเจอปัญหาก็รู้จักเลือกทางออกที่เหมาะสมที่สุด แม้มันจะยากก็ตาม”

“แล้วมันจะมีวันที่เริงได้เรียนรู้ เข้าใจ แล้วเลือกทางแก้ปัญหาให้ตัวเองแบบอื่นบ้างไหม”

“ความคิดเป็นสิ่งกำหนดพฤติกรรมนะ แล้วพฤติกรรมก็เป็นสิ่งกำหนดชีวิตของเรา ถ้าใจเริงยังคิดแบบเดิม ทำแบบเดิม สุดท้ายชีวิตของเขาก็หนีไม่พ้นแบบเดิมๆ”

พิมาลาคิดตามคำพ่อและหวังว่าความเป็นแม่จะทำให้ใจเริงเปลี่ยนวิธีคิด จะได้หลุดจากชีวิตที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

หลายวันผ่านไป ใจเริงใช้ชีวิตที่อิดโรยด้วยการซื้อของแบรนด์เนม กระเป๋า นาฬิกา เครื่องเพชรเครื่องทอง โดยใช้บัตรเครดิตรูด พอกลับที่พักก็ต้องบำเรอความสุขให้ปีเตอร์แม้ร่างกายจะบอบช้ำสักเพียงไหนก็ตาม ทุกวันเธอกินยากล่อมประสาทเพื่อให้นอนหลับจนติดเป็นนิสัย ส่วนของทุกชิ้นที่ซื้อมาใจเริงจะเก็บใส่กล่องอย่างดี เพชรทองก็จะนำไปฝากเซฟที่ธนาคาร

ด้านน้องโจเติบโตขึ้นอย่างมีความสุขท่ามกลางคนที่รักและเอาใจใส่อย่างดี ใจเริงมักจะตามดูลูกในไอจีของพิมาลา น้ำตาแห่งความสำนึกผิดไหลริน ความเศร้าความสิ้นหวังถาโถม...

พิมาลาเลือกรูปใจเริงที่ยังสวยงามสดใสใส่อัลบั้มไว้ให้น้องโจดู แต่จู่ๆไฟดับมืดลง รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี

ooooooo

หลายวันต่อมาปีเตอร์กระชากลากถูใจเริงให้ไปหาลูกค้าด้วยกัน หวังใช้ความสวยของเธอหลอกล่อลูกค้า พอเธอไม่ว่องไวได้ดั่งใจก็พูดจาถากถาง

“จะแต่งอะไรกันนักหนา ไปแป๊บเดียวกลับมาฉันก็ต้องถอดชุดเธอออกอยู่ดี”

ใจเริงกล้ำกลืนความขยะแขยงเกลียดชังไว้ แววตาแห้งผากสมเพชและสังเวชตัวเอง นึกถึงความสุขที่เคยควงคู่เฉิดฉายกับเทิดพันธ์

ระหว่างทางที่นั่งรถไปมีมอเตอร์ไซค์ตามประกบสามคัน คนซ้อนชักปืนออกมายิงใส่ยางรถจนรถเสียหลักพุ่งชนกำแพง ปีเตอร์ลากใจเริงลงจากรถวิ่งหนี เธอช็อกไม่มีเสียงจะร้อง สีหน้าตื่นกลัวถลาไปตามแรงกระชากของปีเตอร์

จนกระทั่งอ่อนแรงหมดใจหมดหวัง ใจเริงสะบัดมือออกหยุดวิ่ง ปีเตอร์เลิ่กลั่กตกใจ มือปืนวิ่งตามมาขึ้นไกเตรียมยิง ใจเริงหันหน้าไปทางมือปืนอย่างไม่กลัว ยืนรอรับลูกกระสุนที่จะพุ่งมา

ปีเตอร์ช็อกกับการกระทำของเธอ เสียงปืนดังเปรี้ยง! ร่างใจเริงล้มลง ปีเตอร์วิ่งหนีเอาตัวรอดอย่างทุลักทุเล มือปืนวิ่งตามไป ทิ้งใจเริงหายใจรวยรินอยู่ตรงนั้น

ในลมหายใจสุดท้ายของใจเริง ภาพอดีตถาโถมเข้ามามากมาย จบสุดท้ายที่ใบหน้าน้องโจลูกชายที่เป็นหนึ่งเดียวในดวงใจเธอตอนนี้

ooooooo

บนเมรุเผาศพใจเริง ผ่องใสเกาะแขนฤทธิ์มาวางดอกไม้จันทน์ กล่าวขออโหสิกรรมกับสิ่งที่เคยทำไม่ดี และอโหสิกรรมให้ทั้งหมด เทิดพันธ์และคนอื่นขอให้ใจเริงไปสู่สุคติ ฤกษ์ยืนคู่กับพิมาลาที่น้ำตาไหลพรากด้วยความสงสารเพื่อน ทั้งสองพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า

“ไม่ต้องห่วงลูก พวกเราจะดูแลลูกอย่างดี...พักให้สบายนะเริง”

ฤกษ์รับน้องโจจากแอ๊ดเข้ามายืนใกล้รูปใจเริง น้องโจเอื้อมมือไปสัมผัสรูปด้วยความไร้เดียงสา ทุกคนเห็นแล้วสะเทือนใจน้ำตาซึม

พอเสร็จพิธี ทุกคนยืนมองควันไฟที่พวยพุ่ง เสียงโทรศัพท์เทิดพันธ์ดังขึ้น เขารับสายด้วยความแปลกใจ

“ว่าไงครับคุณปกรณ์...โอเคๆเดี๋ยวจะรีบไป” วางสายแล้วเทิดพันธ์บอกพิมาลาว่า “พิมครับ ทนายส่วนตัวไอ้ทินโทร.มาบอกว่าจะขอเจอพิมกับคุณฤกษ์ เขาบอกว่าจะเปิดพินัยกรรมของใจเริง ในพินัยกรรมบอกว่าต้องเปิดต่อหน้าพิมกับคุณฤกษ์”

เทิดพันธ์พาพวกฤกษ์มาที่บริษัททนายปกรณ์ ทนายบอกว่าประมาณสองสามเดือนที่แล้วสุรทินเรียกตนไปพบ บอกว่าใจเริงขอให้ร่างพินัยกรรม ฤกษ์ถามหาสุรทิน ปกรณ์อึกอักก่อนบอกว่าไปต่างประเทศ เทิดพันธ์ดักคออย่างรู้ทัน

“พูดมาตรงๆเลยคุณปกรณ์ ตั้งแต่เกิดเรื่อง นายปีเตอร์หนีไปต่างประเทศ เจ้าทินก็หลบไปกบดานต่างประเทศด้วยเหมือนกัน กลัวโดนหางเลขน่ะ”

พิมาลาตัดบทขอให้อ่านพินัยกรรมเลย ปกรณ์จึงเปิดซอง ในพินัยกรรมระบุมอบทรัพย์สินทั้งหมดที่มีให้กับเด็กชายจิรัณญ์ พินิจพันธ์...มรดกอันได้แก่ เครื่องเพชร 12 ชุด และทองคำแท่งที่เก็บไว้ในตู้นิรภัยธนาคาร เงินสดที่ได้จากการขายกระเป๋า รองเท้าและเครื่องใช้ที่เก็บไว้ในห้องเช่าตามหมายเลขที่ระบุ ขอมอบให้ นางพิมาลา พินิจพันธ์ เป็นผู้ดูแลทั้งหมด การจัดการมรดกขอให้เป็นสิทธิ์ขาดของพิมาลาเพียงผู้เดียว

ปกรณ์มอบจดหมายหนึ่งฉบับแก่พิมาลา เธอรับมาด้วยความแปลกใจ ทุกคนมองอย่างอยากรู้ พอ พิมาลาเปิดจดหมายอ่านก็ปล่อยโฮออกมา ฤกษ์เองก็สะเทือนใจน้ำตาซึมกับข้อความในจดหมายที่ว่า

“เริงขอโทษ...พิมเพื่อนรักของเริง”

ฤกษ์กอดปลอบพิมาลา เทิดพันธ์ดึงจดหมาย มาอ่านแล้วอดเศร้าใจด้วยไม่ได้ น้องโจเอามือเช็ดน้ำตาให้พิมาลา เธอยิ่งร้องไห้กอดเด็กน้อยแทนการกอดใจเริงผู้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

ooooooo

หลายวันต่อมาที่บ้านพักตากอากาศ พิมาลาติดรูปภาพใจเริงสวยสดใสไว้ที่ผนังห้องเพื่อให้น้องโจได้เห็นว่าแม่ของเขาสวยงามแค่ไหน ทั้งฤกษ์และพิมาลาไม่คิดปิดบัง ตั้งใจให้น้องโจรู้ว่าใจเริงเป็นแม่ที่แท้จริง

ฤกษ์จัดแจงนึ่งปูมาเอาใจภรรยา แต่กลายเป็นเธอได้กลิ่นแล้วคลื่นไส้อาเจียน ฤกษ์รู้สึกผิดสังเกต คิดไปคิดมาก็ตื่นเต้นรีบหาที่ตรวจครรภ์มาให้ลองตรวจ

ปรากฏว่าพิมาลาท้องจริงๆ ฤกษ์ดีใจมากที่น้องโจกำลังจะมีน้อง

อีกสามเดือนต่อมาพิมาลาท้องโตขึ้น เธอได้กลับมาที่บ้านพักตากอากาศหลังเดิมพร้อมสามี น้องโจ และเทิดพันธ์กับมาลัยวรรณ

เทิดพันธ์กับมาลัยวรรณวิ่งเล่นกับน้องโจที่ชายหาดอย่างสนุกสนาน บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ พิมาลายืนมองอยู่ที่ระเบียงหน้าห้อง ฤกษ์เดินเข้ามาสวมกอดเธอและหอมแก้มก่อนถามว่า

“เป็นไงบ้างครับคุณแม่ เช้านี้แพ้เยอะมั้ย”

“ไม่ค่ะ สงสัยลูกจะรู้ว่าพิมจะเริ่มทำงานวันแรก”

“งาน? งานอะไร”

“เขียนบันทึกค่ะ”

ฤกษ์ฟังแล้วไม่เข้าใจ ถามว่าบันทึกอะไร

“พี่หมี่ขอให้พิมช่วยเขียนเล่าประสบการณ์ชีวิตเอาไปลงในบล็อกของบริษัทน่ะค่ะ”

“แล้วพิมจะเขียนประสบการณ์อะไร”

“บอกไม่ได้ค่ะ ถ้าอยากรู้ต้องรออ่านนะคะ”

“ได้เลย พี่จะตามอ่านตั้งแต่ต้นจนจบ...พี่ไปเล่นกับลูกนะ ว่างๆจะมากวนใหม่”

ฤกษ์หอมแก้มพิมาลาแล้วผละไปวิ่งเล่นกับน้องโจที่ชายหาด ส่วนพิมาลาเดินกลับมานั่งที่โต๊ะเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อเริ่มเขียนบันทึกอย่างที่ตั้งใจ โดยกลั่นกรองจากชีวิตจริงของตนที่ผ่านมา

ooooooo

–อวสาน–

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement