advertisement

ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 22

บทประพันธ์ รจเรข จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย ดลกมล คนหลังม่าน
8 ส.ค. 2555 08:33

ตลอดเวลา ครองสุขทำเป็นหวาดกลัวว่าใหญ่จะยัดข้อหาให้ตน ทรรศนะถามไม่ได้วางยาพิษไพศาลจริงหรือ เธอบีบน้ำตาสาบาน แต่พอลับหลัง ครองสุขแอบโทร.คุยกับใครคนหนึ่ง

“ขอบคุณนะคะเฮียที่ช่วยจัดการให้ ฉันจะให้ลูกน้องโอนเงินให้ทันที” พอวางสาย ครองสุขรู้สึกเหมือนมีคนแอบมอง จึงรีบกลับเข้าบ้าน

ในขณะที่ใหญ่กับปานเทพเดินคุยกันอยู่ในโรงพยาบาล “หลักฐานที่เรายื่นให้ทางตำรวจมันชี้ชัดว่าแกไม่ได้มีส่วนทำให้ไอ้ผาตาย อย่างมากแกก็โดนข้อหาทำร้ายร่างกายโดยไม่เจตนา ยิ่งตอนนั้นแกยังเป็นเยาวชน คงโดนแค่รอลงอาญาเท่านั้น ส่วนข้อหาที่แกโดนจับกุมนี่ยุ่งยากหน่อย พ่อฉันคงต้องโดนด้วย ฉันกำลังพยายามอยู่”

“ทำยังไงก็ได้ให้ความผิดมันตกที่ฉันคนเดียว ถ้าต้องโทษติดคุกฉันก็ยอมรับเว้ย เพราะฉันมันก็เลือดร้อนไม่รู้จักคิดจริงๆ แกต้องดีกับอาปลอดให้มากๆนะ อย่าให้เหมือนฉันที่ไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกแล้ว” สีหน้าใหญ่เจ็บปวดแต่ก็ทำให้ปานเทพได้คิดเช่นกัน

จากคำเตือนของใหญ่ ปานเทพพาปลอดมาวางดอกไม้ที่หลุมศพเพ็ญ สองพ่อลูกคุยกัน ปลอดชมลูกว่าโตขึ้นมาก ปานเทพแขวะ จะชมว่าลูกเก่งที่ช่วยใหญ่และพ่อได้ก็ชมออกมาเลย

“เออ...เอ็งเก่ง” ปลอดเอ่ยอย่างหมั่นไส้แต่ก็จริงใจ “ฉันพูดหวานไม่เป็นเว้ย”

“งั้นผมพูดเองก็ได้ว่า ผมรักพ่อ  ผมรักพ่อ ผมรักพ่อ” ปานเทพกอดรัดพ่ออย่างเด็กๆ

“ไอ้บ้า จักกะจี้โว้ย...หมาน้อยเอ๊ย มีใครที่ไหนจะรักลูกคนอื่นมากกว่าลูกตัวเอง”ปลอดกอดปานเทพ ยิ้มอย่างมีความสุข...

อาการปิ่นอนงค์ดีขึ้น เธอดีใจเมื่อรู้ว่าตัวเองท้อง ใหญ่วางมือบนท้องเธอบ่น “ดูแม่เราสิ ขนาดตั้งท้องยังไม่รู้เรื่องเลย เพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องชาวบ้านจนลืมสังเกตตัวเอง มันน่าโดนตีนัก”

“แม่ขอโทษนะยัยหนู แม่มันไม่เอาไหนจริงๆ” ปิ่นดีใจจนร้องไห้

“ยัยหนูหรือ ใครบอกเธอว่าลูกเป็นผู้หญิง  ไม่ได้ มันต้องเป็นตาหนู เป็นลูกชายเหมือนฉัน”

“เหมือนคุณใหญ่ก็ดื้อตายเลยสิคะ ไม่เอาหรอกค่ะ เป็นผู้หญิงดีกว่า น่ารักขี้อ้อน ปิ่นอยากจับลูกมาถักเปียสองข้าง แล้วก็นุ่งกระโปรงฟูฟ่อง ดีมั้ยจ๊ะยัยหนู”

ใหญ่เอ็ดตะโรไม่ยอมจะให้ลูกเป็นผู้ชาย บ้านนี้ไม่มีระบอบประชาธิปไตย ตนเท่านั้นคือคำสั่ง ปิ่นอนงค์หน้างอเมินไปทางอื่น ใหญ่อมยิ้มเข้าไปกอด

“ก็แค่ล้อเล่น ความจริงลูกจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายไม่สำคัญหรอก ขอให้น่ารักน่ากอด น่าหอม น่าจูจุ๊บเหมือนแม่ก็พอ...รู้มั้ย ตอนเธอหมดสติ เธอบอกรักฉันด้วยนะ”

“ปิ่นไม่ได้พูดสักหน่อย อย่ามาหลอกปิ่นเลย”

“งั้นพูดตอนนี้เลยสิ ตอนนั้นเสียงปิ่นเศร้ามาก ฉันอยากลบมันทิ้งไป”

“ปิ่นไม่เคยพูดซะหน่อย จะฟังอีกทำไม ไม่เบื่อเหรอคะ”

“ไม่ ฉันอยากฟังทั้งวัน ทุกวัน เดี๋ยวฉันจะอัดเป็นริงโทนไว้เลย”

ปิ่นอนงค์ร้องห้ามอายเขา ใหญ่ขู่ให้พูดออกมา ไม่อย่างนั้นตนจะจูบ ปิ่นอนงค์เขิน

“ปิ่นรักคุณใหญ่ที่สุดในโลกเลยค่ะ”

“พูดแบบนี้รักตายเลย ชื่นใจ...” ใหญ่ดีใจกอดฟัดหอมแก้มเธอซ้ายขวา

ปิ่นอนงค์นึกได้ถามถึงจอม ใหญ่ถอนใจเล่าเหตุการณ์ตอนที่จอมช่วยตน และขอโทษที่ทำผิดไว้หลายอย่าง แต่ถึงอย่างไรตนก็เป็นหนี้ชีวิตจอม ปิ่นอนงค์ดีใจ

ooooooo

ทรรศนะยอมให้ครองสุขหนี โดยเธอติดต่อเพื่อนที่บ่อนจะพาข้ามชายแดนแถวสังขละบุรีคืนนี้ ทัศนีย์แอบได้ยิน กระวนกระวายใจจะทำอย่างไรดี

ใหญ่นัวเนียอยู่บนเตียงไม่ยอมห่างจากปิ่นอนงค์ จนเธอกลัวพยาบาลดุเอา แต่พยาบาลกลับบอกว่า “เคสของคุณปิ่นอนงค์ ทุกคนที่โรงพยาบาลรู้สึกประทับใจในความรักของคุณชาลิตที่มีต่อภรรยากับลูก รวมทั้งดิฉันด้วย จะอนุโลมให้สักครั้งนะคะ”

“เห็นมั้ยบอกแล้วว่าพยาบาลปลื้มฉัน ปิ่นอนงค์คู่แข่งเธอไม่ใช่น้อยๆนะ สาวน้อยสาวใหญ่รุมตอมฉันเพียบ”

“ปิ่นไม่กลัวหรอก ตอนนี้ปิ่นมีลูกเป็นเพื่อนแล้ว คุณใหญ่จะไปยุ่งกับใครก็ตามใจ”

“เฮ้ย ไม่ได้นะ ห้ามรักลูกมากกว่าฉันด้วย” ใหญ่ทำท่าไม่ยอม

ทัศนีย์โผล่พรวดเข้ามา บอกข่าวว่าทรรศนะจะพา ครองสุขหนี ใหญ่ติดต่อปานเทพให้แจ้งตำรวจไปดักที่นัดหมาย ทัศนีย์ขอตามไปเกลี้ยกล่อมแม่...

ในขณะที่ครองสุขกำลังร่ำลาทรรศนะริมถนนสายเปลี่ยว สั่งให้ดูแลน้องแล้วจะติดต่อกลับมา ทรรศนะขอให้เธอเลิกเล่นการพนันและอย่าฆ่าใครอีก ไฟรถสว่าง ส่องมาตรงหน้า ครองสุขบอกทรรศนะว่าคงเป็นรถมารับตน เธอเดินตรงไปยังรถที่มารับ โบกมือให้ทรรศนะอย่างอาลัย อาวรณ์ หันมาเจอธีระลงจากรถ เธอตะลึงที่เขายังไม่ตาย

“ผมคงยังไม่ถึงที่ตาย ก็เลยมีคนช่วยไว้” ธีระเยาะ

“เฮียสมหมายใช่มั้ย พี่ดีใจนะที่เธอไม่เป็นอะไร พี่ขอโทษที่คิดร้ายกับเธอ ตอนนี้พี่สำนึกผิดแล้ว ยกโทษ

ให้พี่นะธีระ”

“คนอย่างพี่ สำนึกผิดเป็นด้วยหรือ คนอย่างพี่รักใครเป็นด้วยหรือ ผมจริงใจกับพี่ ยอมเป็นหมารับใช้ แต่พี่กลับคิดฆ่าผม”

ครองสุขรับรองจะไม่ทำอีก สัญญาจะอยู่กับเขาตลอดไป เธอถามอีกครั้งว่าเฮียสมหมายส่งมารับตนใช่ไหม เขายิ้มเยือกเย็นตอบว่า ใช่...แต่รับไปลงนรก ว่าแล้วก็ชักปืนออกมา

ด้วยความมืด ทรรศนะจึงไม่เห็นเหตุการณ์ พอดีเฮียสมหมายโทร.มาบอกว่าคนที่ส่งไปรับจะถึงช้าหน่อย พลันเสียงปืนดังเปรี้ยง เขาสะดุ้งใจหายวาบวิ่งกลับไป เห็นครองสุขเลือดทะลักออกจากอก ธีระยิงซ้ำเข้าที่ร่างเธอ ทรรศนะร้องเรียกแม่ลั่น รถตำรวจแล่นมา ธีระยิงสู้โดนตำรวจวิสามัญ ทรรศนะกอดครองสุขร้องไห้โฮ ทัศนีย์วิ่งลงจากรถใหญ่ เข้ามาทุบตีทรรศนะ

“เพราะพี่นั่นแหละ ถ้าพี่นะไม่ช่วยคุณน้าหนี

คุณน้าก็คงไม่โดนยิงแบบนี้”

“พี่ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ พี่ไม่อยากให้แม่โดนประหารชีวิต แต่พี่ พี่กลับฆ่าแม่ซะเอง”

ใหญ่เข้ามาอุ้มครองสุขจะพาขึ้นรถ เธอไม่ยอมไป ทัศนีย์เกลี้ยกล่อมว่าใหญ่มาช่วย  เธอสะดุ้งเฮือกคว้ามือทัศนีย์ไว้ พยายามพูด “จำไว้ แม่ไม่เคยคิดฆ่าแก เรียกแม่ว่า...แม่...สักคำ...สิลูก”

ทัศนีย์สะอื้น ร้องเรียกแม่ ครองสุขยิ้มกอดลูก

ทั้งสองก่อนจะสิ้นใจ ใหญ่ต้องเบือนหน้าไปทางอื่นอย่างสะกดกลั้นความรู้สึก

ooooooo

หนึ่งเดือนผ่านไป...ใหญ่ประคองปิ่นอนงค์กลับมาที่ไร่ ถวิลตะโกนยินดีต้อนรับคุณผู้หญิงกลับบ้าน ปิ่นอนงค์ไหว้ถวิลขอให้เรียกตนเหมือนเดิม แต่ทุกคนกลับพร้อมใจกันเรียกเธอว่าคุณผู้หญิง เธอยกมือไหว้ขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือตนมาตลอด ปลอดออกมาต้อนรับอีกคน

“ดูสิ อาปลอดลงทุนออกมาต้อนรับหลานสะใภ้เลย” ใหญ่แซว

ปลอดขอบใจปิ่นอนงค์ทุกเรื่องที่ทำให้ใหญ่ ปานเทพอดค่อนขอดไม่ได้ว่าทีกับเธอล่ะพูดเพราะ

ปลอดโวย “ก็คนมันเห่อที่มีหลานสะใภ้ จะขาดก็แต่ลูกสะใภ้นี่แหละ สงสัยชาตินี้คงไม่มี”

ปานเทพจ๋อย มองไปเห็นทรรศนะกับทัศนีย์ลากกระเป๋าออกมาคนละใบ  ปิ่นอนงค์ถามจะไปไหน  ทัศนีย์ตอบว่าทรรศนะหาบ้านเช่าได้แล้ว ใหญ่เข้ามาขอคุยกับทรรศนะ...สองหนุ่มเดินห่างออกไป ใหญ่เอ่ยขึ้นก่อนว่าให้อยู่ที่นี่ต่อไปได้ถ้าอยากอยู่ แต่ทรรศนะกลับบอกว่า

ตนไม่อยากสร้างความอึดอัดใจให้ใคร เขาจะเดินไป ใหญ่โพล่งออกมา

“ฉันขอโทษ...เรื่องทั้งหมดมันเริ่มต้นจากฉัน เริ่มจากความริษยาของเด็กคนหนึ่งที่กลัวจะเสียพ่อไปให้แม่ใหม่ แล้วฉันก็ส่งความเกลียดชังนั้นไปที่นายกับทัศนีย์ด้วย”

“คุณน้าเองก็ใจร้ายกับคุณใหญ่เหมือนกัน ผมเองรู้ทุกอย่างก็เข้าข้างแม่”

“นายไม่ผิดหรอกที่ทำเพื่อปกป้องแม่ คนที่ควรละอายใจคือฉันไม่ใช่นาย” ใหญ่ยื่นมือให้ “เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะนะ ฉันต้องการนายกับทัศนีย์มาช่วยกันดูแลไร่ไพศาล”

“วันหนึ่งผมคงได้มีโอกาสกลับมาช่วยงานคุณใหญ่ แต่ขอให้ผมได้ไปทำตามความฝันของผมก่อน” ทรรศนะจับมือกับใหญ่ยิ้มให้อย่างมั่นใจ สองหนุ่มมองไปเห็นปิ่นอนงค์ยืนดู...

ปิ่นอนงค์นั่งใต้ต้นปีบ ทรรศนะเก็บดอกปีบส่งให้เธอช่อหนึ่ง เธอหาว่าเขาล้อเล่นอีกหรือ

“ไม่ใช่จ้ะ พี่อยากขอไถ่โทษ ปิ่นเกือบตายเพราะแม่พี่”

“ปิ่นเคยได้ยินว่า กลิ่นหอมของดอกปีบเปรียบเสมือนคุณงามความดีที่ฟุ้งกระจายให้คนทั่วไปได้ชื่นชม คุณนะเป็นคนมอบสีขาวอันบริสุทธิ์นี้ให้กับปิ่น วันนี้ปิ่นจะขอมอบให้คุณนะบ้าง” ปิ่นอนงค์รับดอกไม้มาดมแล้ววางมันลงในมือเขา สองคนยิ้มให้กันด้วยมิตรภาพที่ดี

ด้านทัศนีย์ ปานเทพทำท่าอยากพูดอะไรด้วย เธอถามมีอะไร เขาอึกอักก่อนจะกระซิบ

“พูดได้แค่ครั้งเดียวนะ...ฉันชอบเธอ”

ทัศนีย์ตาโตโวยเสียงดัง “เรื่องแบบนี้อย่ามาแกล้งหลอกกันนะ”

“ไม่เชื่อก็ดีแล้ว เพราะว่าฉันพูดเล่น เฮ้ย...อย่านะ” ปานเทพร้องเพราะเธอเงื้อมือตบ

เขาหลบวูบ ทัศนีย์หัวทิ่ม เขาจึงรวบตัวเธอมากอดพูดอย่างรวดเร็วข้างหูเธอ “เรามาคบกันเป็นแฟนมั้ย เอาแบบจริงจังเลย เธอจะปฏิเสธก็ได้ ฉันเข้าใจ ฉันมันไม่หล่อเหมือนไอ้ใหญ่”

ทัศนีย์ช็อกถอยห่างออกมา ตั้งสติ “ไม่ใช่นะ คนที่ดีไม่พอคือฉันต่างหาก ฉันเคยมีแฟนหลายคน”

ปานเทพไม่แคร์ ไม่ว่าเธอจะทำงานบ้านงานครัวไม่เป็น เพราะตนเป็นคนสมัยใหม่ แต่เธอกังวลว่าปลอดจะไม่ยอมรับ ปานเทพเครียดขึ้นมาทันที...จินตนายืนมองท่าทีทั้งสองคนอยู่ห่างๆอย่างเศร้าๆ ปิ่นอนงค์เข้ามาจับไหล่ปลอบเพราะรู้ว่าเพื่อนชอบปานเทพ จินตนาขอร้องให้ปิดเป็นความลับ และร่ำลาว่าตนได้เลื่อนตำแหน่งแต่ต้องย้ายไปประจำอีกจังหวัด ปิ่นอนงค์ดีใจระคนเสียใจที่ต้องห่างกัน ถวิลเข้ามาบอกว่า จอมจากไปแล้วฝากจดหมาย มาให้ ไม่ยอมบอกว่าไปไหน ปิ่นอนงค์รีบเปิดจดหมายอ่าน

“เราจะไม่มีวันลืมเวลาของเราสองคน รอยยิ้มของปิ่นมันจะยิ้มอยู่ในใจเรา ในทุกวันเวลาที่เรายังหายใจ ขอให้ปิ่นกับคุณใหญ่มีความสุข เราขออนุญาตพูดคำนี้นะปิ่น ถึงแม้รู้ว่าเราไม่มีสิทธิ์พูด...เรารักปิ่น” ปิ่นอนงค์น้ำตาซึม จินตนาปลอบว่า จอมอาจจะพบความสุขที่จากไปก็ได้...

เช้าวันใหม่ ใหญ่ตื่นขึ้นมาไม่พบปิ่นอนงค์ น้อยรายงานว่าไปกรุงเทพฯกับทรรศนะ...ปิ่นอนงค์ตั้งใจช่วยทรรศนะง้ออรสอางค์ เข้ามากราบขอโทษปรางทิพย์กับอุทัย ทั้งสองขอให้เป็นการตัดสินใจของลูกสาว ดูอรสอางค์จะเข้มแข็งขึ้น เธอบอกปิ่นอนงค์ว่า อยากให้โอกาสตัวเองได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างคนมีสติ ปิ่นอนงค์เข้าใจและให้กำลังใจทรรศนะ อย่าท้อ ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก ทรรศนะจึงปักหลักอยู่กรุงเทพฯเพื่อเฝ้างอนง้อ...

ใหญ่งอนที่ปิ่นอนงค์ไปหลายวันไม่โทร.กลับมาบ้าง ทัศนีย์หัดทำอาหาร ยกมาให้ใหญ่กับปานเทพลองชิม แค่เพียงใหญ่ได้กลิ่นก็เกิดอาการคลื่นไส้ วิ่งไปอาเจียน น้อยเปรยสงสัยใหญ่จะแพ้ท้องแทนเมีย ปานเทพหัวเราะชอบใจชวนใหญ่ไปตรวจร่างกาย ใหญ่โวยไม่ยอมไป แต่เรียกหามะม่วงเปรี้ยวมากิน

ปานเทพพาทัศนีย์กลับไปอยู่เหมือง ใหญ่น้อยใจปิ่นอนงค์ ตามไปอยู่ด้วย หวังให้เธอไปงอนง้อ...ปิ่นอนงค์กลับมาที่ไร่เห็นบ้านเงียบก็แปลกใจ น้อยเอาจดหมายที่ใหญ่ฝากไว้ให้

ปิ่นอนงค์เปิดอ่าน “ฉันจะทำพินัยกรรมยกไร่ไพศาลให้เธอกับลูก ส่วนตัวฉันจะปักหลักอยู่ที่เหมือง เธอจะได้กลับไปคืนดีกับทรรศนะ โดยไม่มีฉันเป็นก้างขวางคอ...ใหญ่ ชาลิต”

เธออ่านจบขยำจดหมายทิ้ง อยากงอนจ้างให้ก็ไม่ง้อ น้อยเตือนว่าอารมณ์ใหญ่แปรปรวนเพราะแพ้ท้อง ปิ่นอนงค์ไม่สนใจ คนจะเป็นพ่อน่าจะทำตัวมีเหตุผลกว่านี้

รอแล้วรอเล่าไม่มีวี่แววของปิ่นอนงค์ ใหญ่เริ่มร้อนใจ ปานเทพสมน้ำหน้า เมียท้องโตยังทิ้งมาได้ ไม่ทันไร น้อยโทร.เข้ามาบอกว่าปิ่นอนงค์จะแต่งงานกับทรรศนะ ใหญ่ตกใจวางสายรีบแล่นกลับไร่ไพศาลทันที ปานเทพหัวเราะเยาะไล่หลัง

แม้จะทำใจแข็งแต่ปิ่นอนงค์ก็อดคิดถึงใหญ่ไม่ได้ เธอเข้ามานอนในห้องพักเรือนคนงาน นึกถึงที่เขาแอบปีนเข้ามาหาเธอแทบทุกคืน เธอเผลอหลับไป พลันตกใจตื่น เมื่อรู้สึกว่ามีคนมากอด เธอร้องช่วยด้วยๆ ใหญ่กระซิบ “ห้องนอนบนเรือนใหญ่มันกว้างเกินไป หรือว่าอยากมานอนคิดถึงความหลังครั้งเรามีเราจ๊ะ”

“คุณใหญ่กลับมาทำไมคะ ไปแล้วก็น่าจะไปเลย” ปิ่นอนงค์แกล้งงอน

ใหญ่โวยวายที่นี่เป็นไร่ของตน เธอโต้เขายกให้ตนแล้ว ใหญ่ถามไหนพินัยกรรม เธอโกรธจะไปเสียเอง ใหญ่ออดอ้อนขอโทษ ปิ่นอนงค์ค่อนขอดไหนอยากให้ ตนแต่งงานกับทรรศนะ

“ฉันอยากแกล้งเธอ ก็เธอเอาแต่สนใจไอ้นะ ทิ้งฉันอยู่คนเดียว”

“ปิ่นไม่ได้อยู่กับคุณนะ ครอบครัวคุณอรขอให้ปิ่นอยู่ค้างด้วย ปิ่นพยายามโทร.หาคุณใหญ่ แต่ที่สวนสัญญาณมันไม่ดี”

“จะไปรู้หรือ คนมันหึงนี่ งั้นดีกันนะ” ใหญ่ชูนิ้วก้อย

“ไม่ค่ะ ปิ่นจะหาพ่อดีๆให้ลูก ปิ่นไม่อยากให้ลูกมีพ่อเป็นเสือ” ปิ่นอนงค์ปัดมือเดินหนี

“ก็ลองดูสิ เธอเลือกคนไหน ฉันฆ่าคนนั้น” ใหญ่เดินตามออกมานอกระเบียง พลันตกใจ

ทั้งปานเทพ ทัศนีย์ ถวิล น้อย เปี๊ยก หวาน และคนงานยืนหัวเราะกันครืน เพราะได้ยินเสียงใหญ่งอนง้อปิ่นอนงค์ ใหญ่หน้าเสียถาม “ฝีมือเธอหรือปิ่นอนงค์”

“ปิ่นต้องให้ทุกคนมาเป็นสักขีพยานค่ะ ว่าคุณใหญ่จะไม่เอาอารมณ์ตัวเองเป็นใหญ่อีก”

“อ๋อ ได้สิ มีพยานเยอะๆอย่างนี้ ชอบ...” ใหญ่ดึงปิ่นอนงค์มาจูบต่อหน้าทุกคน

ปิ่นอนงค์ตกใจผลักไสเขาออกด้วยความอาย ไม่ทันไร ใหญ่เกิดอาการพะอืดพะอม เธอตกใจรีบถามเขาเป็นอะไร ใหญ่โวย “ฉันแพ้ท้องแทนเธอน่ะสิ ถามได้”

ทุกคนหัวเราะกันขรมมองใหญ่โอ้กอ้าก ปิ่นอนงค์ลูบหลังให้ด้วยความสงสาร...

เวลาผ่านไป ใหญ่กับปิ่นอนงค์มีโซ่ทองคล้องใจเป็นลูกชายวัยหกขวบ และหวานกับเปี๊ยกก็มีลูกชายวัยเดียวกันมาเป็นเพื่อนเล่น ปิ่นอนงค์พยายามเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีมีเหตุผล แต่เด็กๆชอบเล่นเป็นเสือจับปืนแกล้งน้อย ปิ่นอนงค์มาเห็นโกรธมาก เอ็ดว่าใครสอนให้เล่นแบบนี้ ทั้งสองพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “พ่อใหญ่ครับ...”

“แม่ต้องไปจัดการหัวหน้าแก๊งก่อน แล้วจะกลับมาทำโทษลูกสมุน”

เปี๊ยกรีบมาฟ้องถวิลว่าใหญ่แย่แล้ว ไม่ทันจะซักไซ้ปิ่นอนงค์หน้าเครียดเข้ามาสั่งทุกคนหยุดทำงานไปพักผ่อนได้ ใหญ่ไม่ทันรู้ชะตากรรมหยอดคำหวาน “มาทำอะไรแถวนี้จ๊ะเมียจ๋า”

ปิ่นอนงค์แกล้งชมว่าขยัน ใหญ่บอกว่าตนต้องเป็นแบบอย่างที่ดีของลูกน้อง เธอสวนทันควัน “แต่เป็นแบบอย่างที่แย่มากของลูก”

ปิ่นอนงค์ต่อว่าที่สอนลูกเล่นเป็นเสือเป็นโจร ใหญ่โอดโอยว่าแค่เล่านิทานให้ฟัง เธอโกรธกลัวลูกจะอารมณ์ร้อนเหมือนเขา ใหญ่รีบง้อขอโทษขอโพยและรับปากจะเล่าแต่เรื่องดีๆให้ฟัง  ลูกชายวิ่งเข้ามาเอาปืนจ่อ หาว่าพ่อรังแกแม่ปิ่นอนงค์เท้าเอว ใหญ่รีบอุ้มลูกขี่คอวิ่งหนีหัวเราะเริงร่าไร่ไพศาลบัดนี้เต็มไปด้วยความสุขและเสียงหัวเราะ

ooooooo

–อวสาน–

ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 22

อ่านเรื่องย่อ

ปิ่นอนงค์

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ:

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement