advertisement

ภูผาแพรไหม ตอนที่ 6

บทประพันธ์ โสภี พรรณราย จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดยปัณณภัทร/ชาติญา
29 ก.ค. 2555 09:01

เช้าวันนี้ ชัยหน้าตาสดชื่นไม่มีไข้แล้ว แม่กับน้องชายต่างพากันดีใจและคิดว่าเร็วๆนี้หมอคงอนุญาตให้กลับบ้านได้...ภูผาอยู่คุยกับพี่ชายและแม่พักหนึ่งก่อนขอตัวไปเคลียร์งาน ขณะเดินออกมาที่รถเขาอดโทร.ไปกระตุ้นเตือนแพรไหมอีกไม่ได้ กำชับว่าวันนี้เธอต้องมาหาพี่ชัย แต่ถ้าไม่มาเขาจะไปอุ้มเธอมาเอง

แพรไหมต้องไปแน่ๆอยู่แล้วเพราะเธอนัดกับพันทิญาไว้ดิบดี ขณะนั้นเองพันทิญายังไม่แต่งตัว เธอนำกำไลเพชรที่ได้ฟรีจากพิพัฒน์มาให้วนิดาถึงห้องนอน

“ว่าที่หลานเขยคนนี้สปอร์ตจริงๆ อย่างนี้ไม่รักไม่ได้แล้ว” วนิดายิ้มหน้าบานด้วยความดีใจ

“วันนี้คุณน้าโทร.ขอบคุณเขาหน่อยนะคะ คุณพัฒน์จะได้ไม่รู้ว่าพันโกหกว่าเป็นวันเกิดคุณน้าเพราะหวังของฟรีจากเขา”

“จ้ะ ขอบใจมากนะที่นึกถึงน้า” วนิดาดึงหลานรักมากอดอย่างรักใคร่...

หลังจากนั้นไม่นาน สองน้าหลานลงมาเจอแพรไหมที่เตรียมตัวออกจากบ้านพร้อมแสงฉายกับแสงมณีที่มารอรับ แพรไหมอยู่ในชุดสวยงามมาก ขนาดแสงมณียังเอ่ยปากชม ขณะที่แสงฉายก็ยิ้มปลื้มและไม่ลืมเตือนแพรไหมให้หิ้วกระเป๋าใบที่ตนเพิ่งซื้อให้ แต่แพรไหมไม่สนใจ ศุภลักษณ์เกรงใจและกลัวแสงฉายเสียน้ำใจจึงให้สาวใช้ขึ้นไปหยิบมา พอพันทิญาเห็นกระเป๋าใบนี้ก็หูตาพอง เพราะเป็นใบที่ตนอยากได้อยู่เหมือนกัน วนิดาจึงแนะให้พันทิญาอ้อนพิพัฒน์เผื่อเขาจะหาซื้อมาให้บ้าง

เมื่อเดินทางไปถึงจุดนัดหมายซึ่งเป็นร้านอาหารหรูหรา คนอื่นๆเข้าไปข้างในกันหมดแล้ว แต่แพรไหมเดินมาทางห้องน้ำแล้วเผอิญเจอภูผาที่เพิ่งมาถึง ภูผาไม่นึกว่าแพรไหมจะมาด้วยเพราะงานนี้ไม่เกี่ยวกับเธอเลย จึง แขวะเธอไปหลายคำก่อนที่เธอจะแทรกขึ้นด้วยความรำคาญ

“ฉันมีเรื่องจะตกลงกับคุณ”

“ว่ามา”

“ทานข้าวเสร็จ...ฉันจะเอาแหวนไปคืนแล้วกราบเท้าขอโทษคุณชัย แต่มีข้อแม้ว่าระหว่างทานข้าวคุณห้ามพูดเรื่องคุณชัยให้เจ้าฟัง”

“นึกว่าอะไร ที่แท้ก็กลัวความลับแตก ผมจะยอมเชื่อแล้วทำตามข้อแม้คุณสักครั้ง แต่ถ้าทานข้าวเสร็จแล้วคุณไม่ไปหาพี่ชัย ผมจะบุกไปที่บ้านเจ้าแสงฉายแล้วบอกความจริงกับเจ้าให้หมดเลย”

แพรไหมเซ็งสุดๆ เดินตามเขาเข้าไปในห้องอาหาร แสงฉายเห็นสองคนเดินตามกันมาก็ชะงักไปนิด จากนั้นเขาจับตามองทั้งคู่ด้วยความระแวง และบ่อยครั้งที่เขาเอาใจแพรไหมด้วยการตักอาหารให้แถมเรียกเธอว่าที่รัก นี่เองทำให้ภูผายิ่งหมั่นไส้แพรไหมมากขึ้น แต่สำหรับแสงมณีกลับแอบมองภูผาอย่างพึงพอใจ

กินกันไปครู่หนึ่ง แสงฉายเริ่มเข้าประเด็นว่าตนต้องการจ้างภูผาเป็นองครักษ์คอยดูแลแสงมณี เวลางานคือตอนแสงมณีออกนอกบ้าน

“ขอบคุณนะครับที่ไว้ใจผม แต่ผมคงรับงานที่ทำคนเดียวไม่ได้ เพราะผมมีบริษัทมีลูกน้องต้องดูแล”

“ผมยินดีจ่ายในราคาเท่ากับจ้างคนทั้งบริษัทคุณ”

“ทำงานคนเดียวแต่คิดราคาคนทั้งบริษัท ผมทำไม่ได้หรอกครับ เอาเปรียบเจ้าเกินไป”

แพรไหมกับแสงมณีมองภูผาอย่างชื่นชม แต่แสงฉายหมั่นไส้ แล้วเรียกแพรไหมว่าที่รัก อยากให้เธอช่วยพูดกับภูผาให้หน่อยในฐานะเพื่อนกัน แพรไหมอึดอัดแต่จำต้องพูดเพราะเห็นแก่แสงมณี

“คุณภูผาคะ เจ้าแสงมณีอยากได้คนมีฝีมืออย่างคุณมาดูแลจริงๆ รับงานนี้เถอะนะคะ”

“ไม่” ภูผาเสียงแข็ง แต่พอแสงมณีขอร้องด้วยตัวเอง เขากลับตกปากรับคำเธอทันที

“ฉันให้คุณรับงานของบริษัทคุณได้ตามปกติ และต้องหาคนที่ฝีมือเท่าคุณมาดูแลฉันในวันที่งานชนกัน ฉันมีเงื่อนไขข้อเดียว รับงานนี้เถอะนะคะ ฉันขอร้อง”

“ตกลงครับ”

หลังอาหารมือนั้น แพรไหมถามภูผาว่าจะไปไหนต่อหรือเปล่า หรือว่าจะกลับออฟฟิศเลย

“ถามอย่างนี้มีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ”

“ไม่มีค่ะ ไม่มี”

“แล้วจะอยากรู้ไปทำไมว่าผมจะไปไหน”

“อ๋อ...ถ้าคุณเข้าออฟฟิศจะได้ให้เจ้าตามไปเซ็นสัญญาว่าจ้างกับคุณไงคะ เดี๋ยวจะลืมเพราะพรุ่งนี้ต้องเริ่มงานแล้ว”

“คุณแพรนี่รอบคอบสมกับเป็นว่าที่ราชินีของเชียง– ทวาย...เดี๋ยวผมตามไปที่ออฟฟิศคุณเลยจะได้เซ็นสัญญากัน”

“ได้ครับ” ภูผาตอบรับ

“แต่ฉันไปกับเจ้าไม่ได้นะคะ พอดีต้องไปทำธุระให้คุณน้าน่ะค่ะ”

“งั้นเดี๋ยวผมแวะส่งคุณที่ร้านแล้วค่อยไปออฟฟิศคุณภูผา”

“ขอบคุณค่ะ ฉันขอตัวเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”

“หาเรื่องแยกกับเจ้า คงจะไปหาพี่ชัยจริงๆ” ภูผาพึมพำขณะมองตามแพรไหมที่เดินออกไป

ooooooo

พันทิญาอยู่บ้านกับวนิดา เธอเริ่มหงุดหงิดที่ต้องรอแพรไหมติดต่อมาเพื่อจะไปเยี่ยมชัยตามแผนที่วางไว้

“กินกันเกือบสองชั่วโมงแล้วยังกินกันไม่เสร็จอีก”

“เขานัดคุยธุระ ไม่ได้ทานข้าวอย่างเดียวก็คงนานหน่อย ใจเย็นๆนะจ๊ะ”

“แต่พันอยากไปคุยกับนายชัยเร็วๆ พันอยากไปหาคุณพัฒน์ จะได้อ้อนคุณพัฒน์ให้ซื้อกระเป๋าให้”

“ดื่มน้ำให้อารมณ์ดีก่อน เวลาไปคุยกับนายชัยจะได้ไม่ต้องหงุดหงิดทะเลาะกับมันให้เป็นเรื่องอีก เชื่อน้านะจ๊ะ”

พันทิญารับน้ำมาดื่ม พลันเสียงมือถือดังขึ้น เธอรีบวางแก้วน้ำแล้วหยิบมือถือมาหน้าจอด้วยความดีใจ เพราะคนโทร.มาคือแพรไหม

“ว่าไงยัยแพร...งั้นแค่นี้นะ”

“ยัยแพรว่าไง” วนิดาซักทันที

“ทุกอย่างเป็นไปตามแผน พวกเราไปโรงพยาบาลได้เลยค่ะ”

สองน้าหลานรีบร้อนออกจากบ้านมุ่งหน้าสู่โรง– พยาบาลที่ชัยรักษาตัว...เมื่อไปถึงวนิดาเข้ามากรุยทางก่อน เธอพบบุญศรีที่เฝ้าชัยที่กำลังหลับอยู่ในห้อง

“สวัสดีค่ะคุณพี่” วนิดาทักทายยกมือไหว้บุญศรีอย่างนอบน้อม

“สวัสดีค่ะ” บุญศรีรับไหว้อย่างงงๆ

“ฉันชื่อวนิดาเป็นน้าของยัยแพร ทราบว่ายัยแพรทำให้ลูกชายคุณพี่เสียใจจนคนในครอบครัวคุณพี่ต้องเดือดร้อนเลยจะมาคุยด้วยน่ะค่ะ”

“เชิญนั่งก่อนจ้ะ”

“คนป่วยหลับอยู่คุยกันในนี้เกรงว่าเสียงจะรบกวนจนเขาตื่น เราไปคุยกันที่ร้านกาแฟข้างล่างดีกว่านะคะ”

บุญศรีหลงกลเดินตามวนิดาออกจากห้องลงลิฟต์ไปข้างล่าง พันทิญาแอบมองมุมหนึ่ง ยิ้มอย่างสะใจแล้วออกจากที่ซ่อนเดินตรงไปหน้าห้องชัย

“ได้แหวนคืน...หวังว่าแกจะเลิกยุ่งกับชีวิตฉันซะทีนะ” เธอพึมพำแล้วจับลูกบิดประตู

ทันใดนั้นเอง เสียงปรางแก้วดังขึ้นทำให้พันทิญาชะงักกึก “มาเยี่ยมพี่ชัยเหรอคะ”

พันทิญาตอบรับด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก แล้วปฏิเสธทันทีที่ปรางแก้วชวนเข้าไปด้วยกัน

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันค่อยมาใหม่วันหลังดีกว่า”

“ทำไมล่ะคะ”

“ฉันเป็นพี่สาวยัยแพรค่ะ ตั้งใจจะมาขอโทษคุณชัยแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าคุณภูผาอยากให้ยัยแพรมาขอโทษเอง ไว้ฉันให้ยัยแพรมาเองดีกว่า ขอบคุณนะคะ”

พันทิญาหันหลังเดินดุ่มจากมา ส่วนปรางแก้วเข้าไปในห้องพบว่าชัยเพิ่งตื่นพอดี

“แก้ว...แม่ไปไหน”

“ไม่ทราบค่ะ แก้วลงไปซื้อข้าวขึ้นมาก็ไม่เจอคุณป้าแล้ว”

“เมื่อเช้าบ่นๆว่าอยากทานขนมคงลงไปซื้อ”

“พี่ชัยทานข้าวเลยนะคะ เดี๋ยวจะได้ทานยา”

ปรางแก้วปรับเตียงเพื่อให้ชัยนั่งทานอาหารได้ถนัด ชัยเห็นการเอาใจใส่ของเธอแล้วเปรยยิ้มๆว่า

“ดูแลเอาใจใส่ทุกคนดีขนาดนี้ ถ้าภูมองข้ามแก้วก็ถือว่ามันตาบอด”

ปรางแก้วยิ้มเขิน และนึกได้บอกชัยว่าเมื่อสักครู่ตนเจอพี่สาวคุณแพร เธอบอกว่าจะมาเยี่ยมพี่ชัยแต่จู่ๆก็เปลี่ยนใจจะให้คุณแพรมาเยี่ยมเอง

“เขาคงรู้ว่าต่อให้ใครมาเยี่ยมแทน ภูก็ต้องไปพาคุณแพรมาหาพี่จนได้เลยเปลี่ยนใจ”

“คงรักคุณแพรมากนะคะ ตอนพี่ภูไปหาคุณแพรที่ร้านก็รับหน้าแทนแล้วยังจะมาเยี่ยมพี่แทนคุณแพรอีก”

“คุณแพรเป็นคนดีพี่สาวเขาก็คงดีเหมือนคุณแพรนั่นแหละ” ชัยยิ้มมีความสุข

เวลานั้น บุญศรีอยู่กับวนิดาที่ร้านกาแฟภายในโรงพยาบาล วนิดาเจรจาโน้มน้าวเสียจนบุญศรีเข้าใจไม่ว่าอะไรที่แพรไหมหักอกชัย ยิ่งวนิดารับปากจะให้แพรไหมรีบมาขอโทษชัย บุญศรีก็ยิ่งรู้สึกชื่นชมความเป็นผู้ใหญ่ของวนิดา

ฝ่ายพันทิญาที่ไม่ได้พบชัยเป็นการส่วนตัวตามแผน เธอจึงโทร.บอกวนิดาด้วยความหงุดหงิด วนิดาตกใจและบอกลาบุญศรีทันที โดยอ้างว่าตนมีธุระด่วนจริงๆ

ด้านทวีปที่โรงพัก วันนี้เขาถูกผู้กำกับเรียกมาสอบถามความคืบหน้าคดีเจ้าแสงมณี

“องครักษ์ของเจ้าแสงมณีตายเพราะยาพิษที่อยู่ในมีด ทางกองพิสูจน์หลักฐานกำลังหาแหล่งที่มาของยาพิษชนิดนี้อยู่ ส่วนองครักษ์ที่บาดเจ็บอาการสาหัสยังให้ปากคำไม่ได้ครับ”

“แล้วที่ตามดูเจ้าแสงฉายกับเจ้าแสงมณี มีอะไรคืบหน้าบ้างไหม”

“ยังไม่มีเลยครับ”

“รีบสืบให้ได้ว่าคนร้ายเป็นใคร เพราะถ้าเจ้าแสงฉายถึงตัวคนร้ายก่อนพื้นที่เราคงต้องทำคดีฆาตกรรมเพิ่มขึ้น”

“ครับผม” ทวีปรับปากอย่างหนักใจ

ooooooo

พิพิธอุตส่าห์ไปเรียนวิชาป้องกันตัวเพื่อจะคุ้มครองปกป้องแสงมณีผู้หญิงที่ตนหลงรัก แต่พิพัฒน์เห็นท่าทางเก้กังของน้องชายแล้วส่ายหน้า ทำนองว่ามันไม่เข้าท่าเอาเสียเลย...

พรุ่งนี้แสงมณีอยากออกไปเที่ยวปางช้าง แต่ดวงใจไม่ยอมเพราะเป็นห่วงความปลอดภัย แสงมณีจึงต้องไปอ้อนพี่ชาย พร้อมกับนำเสนอให้พี่ชายพา

แพรไหมไปเที่ยวด้วยกัน แสงฉายตกลงทันที เพราะคิดว่าแพรไหมน่าจะมีความสุขมากกว่ากินข้าวและช็อปปิ้ง...

ด้านพันทิญากับวนิดาที่ต้องผิดหวังกลับมา พอถูกแพรไหมถามว่าคุยกับชัยเรียบร้อยแล้วใช่ไหม

พันทิญาถึงกับแสดงอาการหงุดหงิดออกมาทันที

“คุยกะผีอะไรล่ะ ยังไม่ทันจะเข้าไปยัยปรางแก้วอะไรนั่นก็โผล่มาซะก่อน”

“น้องสาวคุณทวีปน่ะค่ะ”

“ทำไมไม่บอกว่านอกจากแม่มันยังมีคนอื่นเฝ้าด้วย”

“คุณแก้วเป็นพยาบาลอยู่ที่นั่น ไม่ได้เฝ้าคุณชัยค่ะ คงแวะมาหา”

“ดีนะที่ไม่เข้ามาตอนพี่คุยกับนายชัย ไม่งั้น

ยัยปรางแก้วคงรู้ความจริงแล้วโพนทะนาให้แม่นายชัย คุณภูผารู้ไปแล้วว่าคนที่หลอกคุณชัยคือพี่ ไม่ใช่แพร”

“น้ากับพันอุตส่าห์วางแผนกันแทบตายแต่

ทุกอย่างต้องพังเพราะเราคนเดียว ทำไมเราถึงไม่เช็กให้ดีก่อนที่จะให้น้ากับพันไปหานายชัย”

“แพรไม่ทราบจริงๆค่ะ ว่าคุณแก้วจะมาหา

คุณชัยตอนพี่พันไปพอดี”

“เราทำให้พันไม่ได้คุยกับนายชัย จะรับผิดชอบยังไงบอกมา”

“แพรจะช่วยคิดหาวิธีให้พี่พันไปเจอคุณชัยตามลำพังเองค่ะ”

ooooooo

ค่ำนั้น ภูผานัดทวีปกินข้าวที่ร้านอาหาร และบอกกล่าวเรื่องเจ้าแสงฉายจ้างตนเป็นองครักษ์ของเจ้าแสงมณี ทวีปฟังแล้วตื่นเต้น แต่ภูผารู้ทันรีบเบรกเพื่อนรักว่า

“ไม่ต้องตื่นเต้นเพราะฉันจะคุ้มกันเจ้าแสงมณีอย่างเดียว ไม่ช่วยสืบคดีให้แก”

“อ้าวไอ้ภู แล้งน้ำใจอย่างนี้กินคนเดียวไปเลย เสียเวลาที่จะกินเป็นเพื่อน”

“ฉันไม่กล้าแล้งน้ำใจกับแกหรอก แต่ที่ฉันไม่ช่วยเพราะจะให้แกไปสืบเอง”

“หมายความว่า...แกจะให้ฉันไปเป็นองครักษ์ดูแลเจ้าแสงมณีด้วย”

ภูผาพยักหน้าแทนคำตอบ ทวีปถึงกับยิ้มแฉ่ง

“ขอบใจมากไอ้เพื่อนรัก ไม่เสียแรงจริงๆที่เป็นเพื่อนรักกัน เอ้านี่ กินเยอะๆเลยเพื่อน มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง”

ทวีปเริงร่าตักอาหารเอาใจจนภูผาอดหัวเราะออกมาไม่ได้...ขณะที่ภูผากินข้าวอยู่กับทวีปนั้น  แพรไหมแอบนัดปรางแก้วมาพบที่ร้านกาแฟ

“ขอโทษนะคะที่รบกวนเวลาของคุณ” แพรไหมออกตัว

“นัดดื่มกาแฟกับเพื่อนไม่เรียกรบกวนหรอกค่ะ”

“ฉันทำคุณเสียใจแท้ๆแต่คุณกลับเชื่อมั่นในตัวฉัน รับฉันเป็นเพื่อน ผิดกับบางคนดีด้วยแค่ไหนก็ยังมองว่าฉันเป็นคนไม่ดี”

“พี่ภูดื้อค่ะ ลองอคติกับใครแล้วยากที่จะเปลี่ยนความคิด แต่เวลาจะพิสูจน์ตัวคุณ สักวันพี่ภูผาจะรู้ว่าเข้าใจคุณผิด”

“ที่ฉันนัดคุณออกมาเพราะอยากขอความช่วยเหลือค่ะ ฉันอยากขอโทษคุณชัยแต่อยากคุยกับคุณชัยตามลำพัง”

“อยากคุยกับพี่ชัยตามลำพังนี่เอง คุณถึงไม่ยอมไปหาพี่ชัยซะที พรุ่งนี้เที่ยงฉันจะชวนคุณป้าลงไปทานข้าวที่ห้องอาหารของโรงพยาบาล คุณมีเวลาชั่วโมงนึงพอไหมคะ”

แพรไหมยิ้มรับด้วยความดีใจ ในขณะเดียวกันนั้นเอง ที่ร้านอาหารอีกแห่ง พันทิญากับวนิดานัดพิพัฒน์มาเลี้ยง

“แค่ของขวัญเล็กๆน้อยๆ คุณน้าไม่เห็นต้องเลี้ยงข้าวผมเลยครับ”

“กำไลราคาตั้งหลายแสนเล็กน้อยที่ไหนกันล่ะคะ แค่เลี้ยงข้าวน้าว่าน้อยไปด้วยซ้ำ”

“ถ้าน้อยไปงั้นให้คุณน้าตอบแทนน้ำใจคุณพัฒน์ด้วยอะไรดีนะ...รับคุณพัฒน์เป็นหลานเขยดีไหมคะ”

“ดีเลยจ้ะ ดีมาก...น้ามีแต่หลานสาวอยากมีหลานชายมานานแล้ว มาเป็นหลานน้านะจ๊ะ”

“ขอบคุณนะครับที่ให้เกียรติผม”

สองน้าหลานเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย พิพัฒน์ยิ้มปลื้ม และยิ่งหัวใจพองใจเมื่อวนิดาตักอาหารให้เขาแล้วพันทิญากระซิบว่า

“พันเคยพาแฟนมาเจอน้าดา แต่น้าดาไม่เคยรับใครเป็นหลาน ไม่เคยตักอาหารให้ใครเลย แต่น้าดาตักให้คุณแสดงว่าน้าดาชอบคุณมากนะคะ”

พันทิญายิ้มหวาน แล้วแกล้งทำกระเป๋าหล่นจากโต๊ะเพื่อให้กระดาษแผ่นหนึ่งปลิวออกมา

“ตายจริง ว่าจะสแกนรูปกระเป๋าส่งไปให้ยัยนุ่นลืมจนได้...พันจะซื้อกระเป๋าแต่ที่นี่ไม่มีเลยจะให้เพื่อนที่กรุงเทพฯช่วยดูให้น่ะค่ะ สวยไหมคะ” พันทิญาหยิบกระดาษแผ่นนั้นส่งให้พิพัฒน์ดู

“สวยมากครับ”

“เป็นรุ่น limited ค่ะ ทำออกมาน้อยมาก พันชอบมากแล้วก็อยากได้มากที่สุดเลยค่ะ”

พิพัฒน์พยักหน้ารับรู้ พลางมองรูปและจดจำชื่อรุ่นกระเป๋า โดยไม่รู้ว่าสองน้าหลานแอบส่งยิ้มให้กันอย่างสมใจ

ooooooo

หลังแยกย้ายกับทวีปที่ร้านอาหารแล้ว ภูผาแวะมาที่โรงพยาบาล พอรู้ว่าวันนี้แพรไหมไม่ได้มาขอโทษชัย ภูผามีสีหน้าท่าทีโมโหขึ้นมาทันที

“แต่น้าเขามาหาแม่นะ ขอโทษขอโพยแทนคุณแพรจนแม่เกรงใจ แล้วแก้วก็เล่าว่าเจอพี่สาวคุณแพรจะมาขอโทษชัย แต่เปลี่ยนใจไม่เข้ามาเพราะจะให้คุณแพรมาเอง”

“คอยตามล้างตามเช็ดให้กันอย่างนี้น่ะสิ คุณแพรถึงเป็นเด็กไม่รู้จักโต ไม่รู้จักรับผิดชอบความผิดตัวเอง”

“แกเข้าใจผิด คุณแพรเป็นผู้ใหญ่มาก แล้วพี่ก็เชื่อว่าวันนี้คุณแพรตั้งใจมาจริงๆ แต่อาจจะมีธุระด่วนเลยมาไม่ได้...พรุ่งนี้เธอคงมา”

“เลิกหวังอะไรลมๆแล้งๆจากผู้หญิงขี้โกหกคนนี้ซะทีเถอะครับ พี่ชัยจะได้ไม่ต้องเสียใจอีก ผมลืมของไว้ที่รถเดี๋ยวมานะครับ”

ภูผาไม่ได้ลืมของอย่างที่บอก แต่เขาออกไปโทร.ต่อว่าแพรไหมเป็นการใหญ่ แพรไหมฟังจนหูชาแล้วตัดบทว่า พรุ่งนี้ตนไปแน่!

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น พิพิธตั้งใจจะไปหาแสงมณีที่บ้านแต่โชคดีที่ไม่ไปเก้อเพราะโทร.ไปถามดวงใจก่อนถึงรู้ว่าเธอไม่อยู่ ซึ่งดวงใจไม่ได้บอกว่าเธอไปเที่ยวปางช้างแต่โกหกว่าไปธุระกับพี่ชายและไม่รู้ว่าจะกลับตอนไหนด้วย

สาเหตุที่ดวงใจต้องโกหกก็เพราะต้องการให้แสงมณี มีโอกาสพูดคุยกับภูผาตามสบาย แต่ดูเหมือนทั้งแสงมณีและดวงใจจะต้องผิดหวังเสียแล้ว เพราะงานนี้ภูผาพาทวีปมาด้วยในฐานะองครักษ์ฝีมือดีที่สุดที่ลูกน้องในบริษัทของตนไม่มีใครสู้ได้เลย

ด้านแสงฉายที่แวะไปรับแพรไหมถึงบ้าน แพรไหมไม่ได้อยากไปด้วยสักหน่อย แต่เธอถูกศุภลักษณ์บังคับจนหมดทางปฏิเสธ ฝ่ายพันทิญาที่ไม่เกี่ยวอะไรด้วยแต่เธออยากไปจึงอ้างว่าจะได้เป็นเพื่อนแพรไหม ศุภลักษณ์ยอมให้ไปแต่ไม่ยอมให้นั่งรถคันเดียวกันทั้งสามคน พันทิญาจึงต้องขับรถของตนไปเอง

ก่อนออกจากบ้าน แพรไหมแอบส่งข้อความบอกปรางแก้วว่าตนมีธุระยังไปหาชัยไม่ได้ ปรางแก้วอ่านแล้วตอบกลับมาทันทีว่า จะมาเมื่อไหร่ขอให้บอกตนจะได้พาป้าบุญศรีออกจากห้อง...แพรไหมเห็นข้อความนั้นแล้วยิ้มสบายใจ แต่แสงฉายหน้านิ่วสงสัยในพฤติกรรมของเธอ

ส่วนที่โรงพยาบาล หมอตรวจอาการชัยก่อนจะอนุญาตให้กลับบ้านได้วันนี้ ปรางแก้วดีใจจะโทร.บอกภูผากับทวีป แต่บุญศรีห้ามไว้เพราะไม่อยากรบกวนเวลางาน รอให้ภูผาโทร.มาแล้วค่อยบอกจะดีกว่า

เมื่อคณะของแสงฉายไปถึงปางช้าง แสงฉายพยายามเอาใจแพรไหมเพื่อโอ้อวดภูผา ทำให้แพรไหมทั้งเซ็งทั้งเบื่ออยากจะกลับให้เร็วที่สุด แต่สำหรับพันทิญานั้นเพลิดเพลินคอยหาจังหวะใกล้ชิดแสงฉาย แต่เหมือนฝ่ายชายจะรู้ตัวจึงไม่เผลอไผลไปด้วย

ภูผาเห็นการเอาใจของแสงฉายที่มีต่อแพรไหมก็รู้สึกหวงอยู่ลึกๆ ส่วนทวีปกับแสงมณีก็ดูจะไม่ลงรอยกันเหมือนเดิม โดยเฉพาะตอนช้างที่แพรไหมนั่งวิ่งเตลิดไปเพราะตกใจแสงแฟลชกล้องถ่ายรูปพันทิญาแล้วแสงมณี จะขี่ช้างตามทุกคนที่ไปช่วยแพรไหม แต่ทวีปไม่ยอม จึงเกิดมีปากเสียงกันลั่น

“เจ้าจะตามไปทำไม”

“ถามได้ ก็ตามไปช่วยคุณแพรน่ะสิ”

“ช่วยยังไง”

แสงมณีนิ่งไปอย่างคิดไม่ออก ทวีปได้ทีตัดบทอย่างรวดเร็ว

“คิดไม่ออกว่าจะช่วยยังไงก็รออยู่นี่เถอะ”

“ช่วยไม่ได้อย่างน้อยก็ตามไปดูว่าคุณแพรเป็นยังไงบ้าง ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย”

“แต่ผมว่าเวลานี้ไม่ทำอะไรเลยดีกว่า เกิดเจ้าไปแล้วช้างเจ้าตื่นหรือโดนคนร้ายดักทำร้ายกลางทางจะวุ่นวายกันหนักเข้าไปอีก รออยู่นี่แหละครับ”

“แต่ฉันอยากไป”

“ผมขออนุญาตขัดใจเพื่อความปลอดภัยของเจ้าครับ”

แสงมณีไม่พอใจ ร้องเรียกธนาที่ยืนอยู่ด้านหลัง แต่ธนาตอบกลับมาทันทีว่า

“ผมเห็นด้วยกับผู้หมวดครับ”

แสงมณีเซ็งสุดๆ หันมองทวีปอย่างหงุดหงิดแล้วเดินไปนั่งหน้าตูมอยู่ในเต็นท์ คอยชะเง้อชะแง้รอคอยอย่างไม่เป็นสุข สักครู่ทวีปเดินเข้ามาทำทีชวนคุยแต่ความจริงหวังล้วงความลับเพื่อคดีของตน

“เครียดเหรอครับ”

“ช้างคุณแพรเตลิดเข้าป่าจะให้นั่งยิ้มสบายใจเหมือนคุณได้ยังไง”

“ผมก็ไม่ได้สบายใจนักหรอกครับ แต่รู้ว่าไอ้ภูต้องช่วยคุณแพรให้ปลอดภัยได้เลยไม่เครียด ผมว่าเรามาหาเรื่องคุยกันดีกว่านะครับ เจ้าจะได้หายเครียดบ้าง”

“คุยอะไร”

“เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมครับว่านักธุรกิจที่ซื้อขายแร่กับเจ้าแสงฉายมีใครบ้าง”

“ฉันไม่รู้ อยากรู้ก็รอถามพี่ชายเอาเอง” แสงมณีตอบเลี่ยงอย่างรู้ทัน แล้วลุกเดินหนีไปนั่งเก้าอี้อีกตัวเพื่อยุติการสนทนา

ooooooo

ในป่า...ช้างของแพรไหมวิ่งเตลิดมาถึงริมแม่น้ำ ภูผาขี่ช้างอีกตัวตามมาทัน เขาพยายามยื่นมือให้เธอจับ แสงฉายบนช้างอีกตัวมองมาไม่พอใจ ส่วนพันทิญาที่นั่งในเสลี่ยงข้างแสงฉายกลับยิ้มกริ่มชอบใจ

“คุณแพรส่งมือมา...ยืนขึ้นแล้วกระโดดมานะครับ ผมจะจับคุณไว้เอง”

แพรไหมจับมือภูผาแน่นแล้วรอจังหวะจะทำตาม แต่พอเธอจะโดด แสงฉายตัดสินใจโหนกิ่งไม้ใกล้ๆแล้วเหวี่ยงตัวมาหาเธอ และกอดปลอบเธอไว้ด้วยความรัก

“ไม่เป็นไรแล้วนะครับคุณแพร ไม่เป็นไรแล้ว”

ภูผาที่รอเก้อมองแสงฉายกอดแพรไหมด้วยรู้สึกเจ็บปวดแปลบอย่างบอกไม่ถูก ส่วนพันทิญารู้สึกอิจฉาแพรไหมจนแทบเก็บอาการไม่อยู่

แพรไหมไม่ได้ดีใจหรือพอใจที่แสงฉายช่วยตนไว้ แต่ออกจะรังเกียจเขาด้วยซ้ำ ไม่อยากให้เขาถูกเนื้อต้องตัว พอเธอขยับจะออกจากตักและอ้อมกอดของเขา กลายเป็นว่าเขายิ่งกอดแน่น พลางมองไปทางภูผาด้วย รอยยิ้มเย้ยๆ

ooooooo

ที่บ้านบุญศรี...ชัยเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาเมื่อเช้า แต่พอบ่ายเขาก็อาบน้ำแต่งตัวใหม่เพื่อจะออกไปหาแพรไหมอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก

บุญศรีนั่งปักผ้าเพลินอยู่ พอเห็นลูกชายเดินออกมาก็อดแซวไม่ได้ว่า

“หอมฟุ้งมาเชียว อาบน้ำใส่ชุดใหม่ๆ ใส่น้ำหอมแบบนี้ลูกดูสดชื่นขึ้นเยอะเลย”

“จะออกไปหาคุณแพรก็ต้องทำตัวให้สดชื่นหน่อยสิครับ”

“นัดเขาแล้วเหรอ”

“ยังครับ ยังไม่ได้บอกเขาด้วยซ้ำว่าออกจากโรงพยาบาล เซอร์ไพรส์น่ะครับ”

ชัยยิ้มบางๆ จะเดินออกไป บุญศรีเหมือนนึกอะไรได้ลุกขึ้นเดินมาหา

“เดี๋ยวลูก...ถ้าทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่หวังก็กลับมาหาแม่ อย่าหนีแม่ไปไหนอีกนะ”

“คุณแพรออกตามหาผม คุณแพรมาเยี่ยมผมที่โรงพยาบาล ผมมั่นใจครับว่าคุณแพรยังรักผม คราวนี้ผมไม่ผิดหวังแล้วล่ะครับ” ชัยท่าทีมั่นใจมาก แต่สำหรับแม่บุญศรีนั้นไม่มั่นใจเอาเสียเลย

ooooooo

วันเดียวกันนี้ พิพัฒน์ตั้งใจมาหาพันทิญาที่ร้านแต่ไม่เจอ ศุภลักษณ์บอกเขาว่าพันทิญาออกไปเที่ยวปางช้างกับแพรไหมและเจ้าแสงฉายตั้งแต่สายๆแล้ว อีกไม่นานก็คงกลับ

“งั้นผมขออนุญาตรอคุณพันที่นี่นะครับ”

“ตามสบายค่ะ”

“ขอบคุณครับ”

ในระหว่างพิพัฒน์รอพันทิญา ศุภลักษณ์มานั่งคุยอย่างเป็นมิตร ท่าทางนอบน้อมและภูมิฐานของพิพัฒน์ทำให้ศุภลักษณ์ค่อนข้างวางใจที่ลูกสาวคนโตจะคบด้วย

“เห็นยัยพันเล่าว่าร้านเพชรที่กรุงเทพฯติดใจเพชร ร้านคุณ สั่งของเพิ่มจนคุณแทบหาเพชรมาขายแทบไม่ทันเลยใช่ไหมคะ”

ผมโชคดีเพราะน้องชายน่ะครับ พิพิธออกแบบเก่งทำออกมาแล้วสวยทุกแบบเลยถูกใจลูกค้า”

“ยกความดีความชอบให้น้องชาย ไม่ยอมรับว่าบริหารธุรกิจเก่ง คุณนี่ถ่อมตัวน่าดูนะคะ”

พิพัฒน์กับศุภลักษ์คุยกันถูกคอ...ที่หน้าร้านชัยเดินตรงมาอย่างมีความหวัง แต่พอเห็นพิพัฒน์นั่งอยู่ในร้านก็ชะงักอย่างจำได้

“มานั่งเฝ้าเลยเหรอ” ชัยพึมพำ...แล้วเรียกพนักงานร้านคนหนึ่งที่เดินออกมาพอดี “คุณครับ...ผู้หญิงที่นั่งคุยกับผู้ชายคนนั้นใครครับ”

“คุณศุภลักษณ์เจ้าของร้านค่ะ”

“แม่คุณแพร...มิน่า เอาอกเอาใจไอ้คนรวยนั่นนัก” ชัยแอบบ่น...แล้วพูดกับพนักงานอย่างสุภาพว่า “ช่วยตาม คุณแพรให้ผมหน่อยครับ บอกเขาว่าคนชื่อชัยมาหา”

“คุณแพรไม่อยู่ค่ะ แต่ได้ยินคุณศุบอกว่าอีกไม่นานก็กลับ คุณเข้าไปรอในร้านก่อนนะคะ” พนักงานทำท่าจะเปิดประตูให้แต่ชัยรีบห้าม

“ไม่เป็นไรครับ ผมรอข้างนอกดีกว่า”

พนักงานพยักหน้าแล้วเดินออกไป...ชัยมองศุภลักษณ์กับพิพัฒน์พลางบ่นงึมงำกับตัวเอง

“แม่คุณแพรเห่อคนรวย คนจนอย่างเราเข้าไปเขาได้ตะเพิดออกมาน่ะสิ”

ooooooo

ที่ปางช้าง เมื่อแสงฉายและภูผาพาแพรไหมกลับมาได้อย่างปลอดภัย แสงมณีรีบวิ่งเข้าไปหา ถามไถ่แพรไหมด้วยความเป็นห่วง

“เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ”

“ไม่ค่ะ ต้องขอบคุณเจ้าที่ช่วยฉันไว้ แต่จะขอบคุณกว่านี้ถ้าไม่ฉวยโอกาส”

“ผมไม่ได้ฉวยโอกาส แต่ที่กอดไว้เพราะกลัวคุณตกช้าง” แสงฉายอธิบาย

ทวีปเดินไปหาภูผาที่ท่าทางไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย “ตอนขี่ช้างไปกินรังแตนมาเหรอวะ ทำไมหน้าบูดแบบนี้”

“แกก็ดูคุณแพรสิ บอกรู้สึกผิดกับพี่ชัยแต่ยอมให้เจ้าแสงฉายกอดมาตลอดทาง”

จังหวะนั้น เจ้าของปางวิ่งมานั่งคุกเข่าพนมมือไหว้ แสงฉายอย่างหวาดกลัว

“ผมต้องกราบขอประทานโทษเจ้าด้วยนะครับ ช้างคงตกใจแสงแฟลชเลยตื่น”

“นี่แกโทษว่าฉันเป็นคนทำให้ช้างตื่นเหรอ” พันทิญา แว้ดทันที

“มิได้ครับ ผมแค่อยากอธิบายว่าปกติเวลามีคนถ่ายรูปไอ้ทองไม่เคยตกใจ แต่วันนี้มันเป็นอะไรไม่รู้ จู่ๆก็ตกใจแสงแฟลชของคุณ เป็นความผิดของช้างผมเองครับ ผมต้องขอประทานโทษด้วยครับ”

“มันเป็นเหตุสุดวิสัย ผมเข้าใจ”

“ขอบคุณครับเจ้า”

“ฉันไม่มีกะจิตกะใจจะเที่ยวต่อแล้ว กลับกันเถอะค่ะ” แพรไหมโพล่งขึ้นมา แสงฉายไม่ค่อยพอใจแต่ก็ไม่ขัดใจเธอ

“งั้นพี่กลับเลยนะ เอารถมาคนละคันอยู่แล้ว” พันทิญาชิงขอตัว

“ค่ะ แพรเข้าห้องน้ำล้างเนื้อล้างตัวแล้วจะกลับเลยเหมือนกัน”

พอแพรไหมออกเดินไปสักครู่ ภูผาก็ทำเนียนเดินไปบ้างเหมือนกัน แล้วไปดักรอเธอตรงหน้าห้องน้ำ เมื่อแพรไหมออกมาเห็นจึงรีบออกตัวเพราะกลัวเขาจะต่อว่า

“เมื่อกลางวันฉันตั้งใจไปหาคุณชัย แต่เจ้ารับมาที่นี่ซะก่อนเลยไม่ได้ไป”

“คุณก็บอกเจ้าไปสิว่ามีธุระมาไม่ได้ หรือไม่กล้าขัดใจเพราะกลัวเจ้าไม่แต่งงานด้วย”

“ฉันตอบคำถามคุณไม่ไหวหรอกค่ะ เอาเป็นว่ากลับถึงร้านฉันจะรีบออกไปหาคุณชัยทันที”

“ถ้าคุณผิดคำพูดอีก วันนี้เจ้าแสงฉายได้รู้เรื่องคุณกับพี่ชัยแน่”

แพรไหมกลัวแต่แกล้งมองภูผาอย่างแบบเชิดๆแล้วเดินออกไป พอไปถึงรถซึ่งแสงฉายรออยู่ แพรไหมหยิบกระเป๋าสะพายและหยิบมือถือออกมา จึงพบว่าปรางแก้วส่งข้อความมาบอกว่าชัยออกจากโรงพยาบาลแล้ว

เธอยิ้มดีใจจะโทร.หาพันทิญา แต่เห็นแสงฉายมองอยู่จึงเปลี่ยนใจเก็บมือถือใส่กระเป๋าแล้วหันมองไปนอกรถ

ooooooo

พิพัฒน์นั่งอ่านนิตยสารรอพันทิญาอย่างใจเย็น แต่เมื่อมองไปหน้าร้านเห็นชัยเดินป้วนเปี้ยนอยู่ เขาจำผู้ชายคนนี้ได้จึงลุกออกไปถามซึ่งหน้าว่า มาทำอะไรที่นี่?

“มาหาคุณแพร”

“คุณก็เห็นแล้วว่าเขาเกลียดเขากลัว ทำไมคุณไม่เลิกยุ่งกับเขาซะที”

“ไม่จริง คุณแพรรักผมเคยเป็นแฟนกับผม เขาจะเกลียดจะกลัวผมได้ยังไง ที่คุณพูดอย่างนี้เพราะคุณอยากให้ผมเลิกยุ่งกับคุณแพร”

“เคยเป็นแฟน...ทำไมคุณถึงสร้างจินตนาการให้ตัวเองเก่งอย่างนี้ ถามจริงๆ คุณมีญาติพี่น้องบ้างไหม”

“ถามโง่ๆ ใครจะไม่มีญาติพี่น้อง”

“มีแล้วทำไมพวกเขาไม่พาคุณไปรักษา คุณจะได้ออกจากโลกจินตนาการของคุณแล้วใช้ชีวิตแบบคนปกติได้”

“ชีวิตผมปกติดี เพราะผมไม่ได้บ้า”

“ไม่ได้บ้าเหรอ ไม่ได้บ้าแล้วจะเรียกชื่อคนผิดๆ ถูกๆได้ยังไง ผมจะบอกให้นะว่าผู้หญิงที่คุณเรียกว่าแพรไม่ได้ชื่อแพร แต่ชื่อ...”

“แพรไหมค่ะ” เสียงพันทิญาแทรกขึ้นมาจนสองหนุ่ม ต้องหันไปมอง

ชัยดีใจมากเมื่อเห็นเธอ...พันทิญารีบจัดแจงเพื่อไม่ให้ตัวเองเสีย เธอบอกพิพัฒน์ว่าขอคุยกับชัยเป็นการส่วนตัวสักครู่...พิพัฒน์ยินยอมทั้งๆที่เป็นห่วงเธอ

พันทิญาหน้าหงิกจูงมือชัยมาข้างร้าน แล้วรีบปั้นหน้าเสียใหม่ขณะเจรจากับเขาตามลำพัง

“วันนั้นที่วัด...แพรขอโทษนะคะที่ไม่ได้กลับไปหาคุณ คุณแม่เป็นอะไรก็ไม่รู้เกิดเปลี่ยนใจไม่อยากให้แพรคบกับคุณขึ้นมาเลยลากแพรกลับบ้าน แพรร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด ขอร้องว่าขอไปบอกให้คุณขึ้นจากน้ำก่อนคุณแม่ก็ไม่ยอม”

“ผมคิดเหมือนกันว่าต้องเป็นแบบนี้ ผมรู้ดีว่าปัญหาของเราไม่ได้เกิดจากคุณผมไม่โกรธคุณหรอกครับ”

“ขอบคุณมากนะคะที่เข้าใจแพร แพรทราบจากคุณภูผาว่าคุณไม่สบายมาก...แพรเคยหนีคุณแม่ไปหาคุณครั้งนึงแต่คุณหลับ หลังจากนั้นแพรก็หนีคุณแม่ไปไม่ได้ เลยไม่ได้ไปเยี่ยมคุณอีก คุณคงไม่โกรธแพรนะคะ”

“แค่รู้ว่าคุณพยายามไปหาผมก็ดีใจมากแล้ว วันนี้ผมก็ตั้งใจมาหาอยากให้คุณรู้ว่าผมออกจากโรงพยาบาลแล้ว คุณจะได้ไม่ต้องไปโรงพยาบาลให้เสียเที่ยว”

“แพรดีใจนะคะที่คุณหายป่วย คุณรู้ไหมคะว่าแพรห่วงคุณมาก คิดถึงคุณมาก อยากไปหาคุณใจจะขาดแต่หนีคุณแม่ไปไม่ได้”

“ผมก็รักคุณมาก คิดถึงคุณมากครับ ผมทรมานมากนะที่ไม่มีคุณ ผมจะไม่ยอมเสียคุณให้ใคร ผมจะไม่ยอมอยู่โดยไม่มีคุณอีกแล้ว วันนี้นี้เป็นไงเป็นกัน”

“คุณจะทำอะไรคะ”

“คุยกับผู้ชายคนนั้น คุยกับแม่คุณว่าเรารักกันมากและเราจะแต่งงานกัน”

ชัยออกเดินจะไปหาพิพัฒน์กับศุภลักษณ์ พันทิญาตกใจรีบตามมารั้งเขาไว้ตรงหน้าร้านพอดี

“อย่าค่ะ อย่าเข้าไปค่ะคุณชัย”

“ผมทนให้ความรักของเราเป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ไหว อย่าห้ามผมเลยครับ”

เมื่อห้ามชัยไม่ได้แน่ อีกทั้งพิพัฒน์ที่มองอยู่ในร้านก็กำลังจะลุกออกมา พันทิญาจึงตัดสินใจบอกชัยว่าตนจะคืนดีกับเขา แล้วเราค่อยคุยกันตอนทานข้าวด้วยกันเย็นนี้

ได้ผล! ชัยยิ้มออกและยอมจากไปด้วยความดีใจ ส่วนศุภลักษณ์ที่ตามพิพัฒน์ออกมาเห็นด้านหลังชัย เธอสงสัยว่าชายคนนั้นเป็นใคร พันทิญารีบบอกว่าเพื่อน เขามาจากกรุงเทพฯเลยแวะมาเยี่ยมเยียน

รวบรัดตัดบทโดยที่ศุภลักษณ์ไม่ติดใจอะไรแล้ว พันทิญาเดินนำหน้าพิพัฒน์เข้าไปในห้องทำงาน แล้วสร้างภาพด้วยการอธิบายหน้าตาใสซื่อว่า

“พันกลัวคุณแม่เครียดที่พันถูกคนบ้าตามตื๊อเลยต้องบอกว่านายชัยเป็นเพื่อน คุณคงไม่คิดว่าพันเป็นคนขี้โกหกนะคะ”

“ไม่เลยครับ ผมกลับทึ่งมากกว่าที่คุณมีจิตวิทยาชั้นสูงพูดให้คนบ้ากลับไปโดยไม่อาละวาด”

“ก็แค่คิดว่านายชัยรักยัยแพร ถ้าสวมรอยเป็นยัยแพรแล้วพูดดีๆ เขาคงยอมฟัง...ไม่ได้ใช้จิตวิทยาชั้นสูงอะไรหรอกค่ะ”

“บอกว่าชื่อพัน...นายชัยยังคลั่งคุณแล้วตอนนี้คุณรับว่าชื่อแพรไหม นายชัยคงยิ่งคลั่งแล้วก็ตามตื๊อคุณมากกว่าเดิม คุณกำลังทำให้ตัวเองเดือดร้อนนะครับ”

“ยัยแพรกำลังจะมีความสุขกับเจ้า พันไม่อยากให้นายชัยวุ่นวายกับยัยแพร พันยอมเดือดร้อนแทนค่ะ”

“เสียสละเพื่อน้องสาวขนาดนี้ ควรแล้วที่คุณจะได้รางวัล”

พิพัฒน์หยิบกระเป๋าราคาแพงออกจากถุงส่งให้ พันทิญารับมาด้วยความตื่นเต้น...สมใจที่แผนอันแนบเนียนของตนเป็นจริงอย่างรวดเร็ว

ooooooo

ด้านภูผากับทวีปที่ยังทำหน้าที่อารักขาแสงมณี ทั้งคู่ออกรถจากปางช้างมาโดยมีแสงมณีนั่งเบาะหลัง ทวีปพยายามชวนคุยและหลอกถามเธอเรื่องคดี แต่เธอไม่ปริปากเหมือนเดิม ทำให้ทวีปยิ่งหมั่นไส้แล้วเลยกลายเป็นกวนประสาทกันไปมา ก่อนที่เธอจะสั่งให้เขาขับรถไป ห้างสรรพสินค้า ไม่ได้กลับเข้าบ้านอย่างที่เขาเข้าใจไปเอง

ฟากชัยที่ได้ความหวังครั้งใหม่จากพันทิญาหรือที่เขาเข้าใจว่าเธอชื่อแพรไหม เขายังไม่ได้กลับเข้าบ้านแต่แวะมาดูร้านโทรศัพท์มือถือของตนภายในห้างฯ ระหว่างนี้เองบุญศรีโทร.หาด้วยความเป็นห่วง พอรู้ว่าลูกชายคืนดีกับคนรัก แทนที่คนเป็นแม่จะสบายใจ กลับรู้สึกกลุ้มใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ขณะเดียวกันนั้น แสงฉายมาส่งแพรไหมถึงร้านแล้ว ศุภลักษณ์เพิ่งรู้เรื่องที่เกิดขึ้นที่ปางช้าง เธอตกใจมาก สอบถามแพรไหมว่าเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า

“เปล่าค่ะ”

“ผมนึกว่าคุณพันเล่าให้คุณน้าฟังแล้ว”

“ยัยพันมาถึงก็เจอเพื่อนที่มาจากกรุงเทพฯ พอเพื่อนกลับไปก็คุยกับคุณพัฒน์ต่อ คุณพัฒน์เพิ่งกลับไปเมื่อกี๊ น้ายังไม่ได้คุยกับยัยพันเลย”

“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่ชวนคุณแพรไปเที่ยวจนเกือบเป็นอันตราย”

“เจ้าก็ไม่ได้อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ”

“แพรมีธุระจะคุยกับพี่พัน ขอไปหาพี่พันก่อนนะคะ”

“น้าไปด้วย” วนิดาส่งเสียงเข้ามา แล้วรับไหว้ แสงฉายด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณนะคะที่ช่วยยัยแพร”

“เธอรู้เรื่องแล้วเหรอ” ศุภลักษณ์แปลกใจ

“ยัยพันโทร.เล่าให้ดาฟังค่ะ ยัยพันชมไม่ขาดปากเลยนะคะ เจ้าเก่งมาก แล้วก็ซาบซึ้งใจจริงๆที่เจ้าเสี่ยงช่วย ชีวิตยัยแพรไว้”

“เพื่อคนที่ผมรัก...ต่อให้ต้องตายผมก็ยอมครับ”

ศุภลักษณ์ยิ้มบางๆพอใจคำตอบของแสงฉาย ขณะที่วนิดาลอบทำหน้าอิจฉา แต่พอตามแพรไหมเข้ามาในห้องทำงานพันทิญาแล้วพบเห็นกระเป๋าราคาแพงใบสวย วนิดาก็ฉีกยิ้มกว้างชื่นชมว่า ของจริงสวยกว่าในรูปตั้งเยอะ

“ยี่ห้อ สี รุ่น...เหมือนของแพรเปี๊ยบ พี่ไม่ได้จะเลียนแบบนะ แต่คุณพัฒน์ซื้อให้ พี่ไม่ได้เลือกเอง”

“พี่พันสะสมกระเป๋า ยิ่งรุ่นพิเศษแบบนี้คงยิ่งอยากซื้อ ต่อให้พี่พันซื้อเองแพรก็ไม่คิดว่าพี่พันเลียนแบบหรอกค่ะ”

“จะใช้วันไหนเราต้องบอกยัยพันก่อนนะ น้าไม่อยากให้เรากับพันหิ้วของเหมือนกัน เดี๋ยวมันดูโหลไม่มีราคา”

“แพรคงใช้เฉพาะวันที่ถูกคุณแม่บังคับเท่านั้น...พี่พันคะ คุณชัยออกจากโรงพยาบาลแล้วนะคะ”

“พี่รู้แล้ว”

“คุณชัยโทร.หาพี่แล้วเหรอคะ”

“ถ้ามันแค่โทร.มาพี่คงไม่ต้องปวดหัว มันมาที่นี่แล้วเจอคุณพัฒน์ ดีนะที่พี่มาถึงพอดี ถ้าพี่มาช้ากว่านี้คุณพัฒน์อาจจะรู้ไปแล้วก็ได้ว่าเคยคบมัน”

“เรารู้เรื่องนายชัยตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่รีบโทร.บอกยัยพัน”

“ตอนอยู่ในรถเจ้าค่ะ ถ้าแพรโทร.เจ้าก็ต้องรู้เรื่องไปด้วย”

“ทำไมไม่ส่งข้อความมาบอก” วนิดาคาดคั้นเสียงเข้ม

“แพรเห็นว่าเดี๋ยวก็มาเจอพี่พันแล้ว เลยตั้งใจจะมาบอกที่ร้านน่ะค่ะ”

“ประมาทเรื่องตัวเองจนหนีการแต่งงานกับเจ้าไม่ได้ยังไม่พอ ยังประมาทเรื่องพี่อีก นี่ถ้าพี่กลับมาไม่ทันแล้วคุณพัฒน์รู้เรื่องนายชัยแล้วเลิกกับพี่ เธอจะรับผิดชอบความเสียใจของพี่ไหวมั้ย”

“แพรขอโทษค่ะ พี่เจอคุณชัยแล้ว พี่เอาแหวนคืนคุณชัยรึยังคะ”

“เรานี่ไปเรียนถึงเมืองนอกได้ยังไง ทำไมถึงถามเหมือนไม่มีสมองอย่างนี้ ขืนเอาแหวนคืนตอนนั้นมันได้สติแตกแล้วเข้ามาอาละวาดในร้านน่ะสิ”

“แพรบอกคุณภูผาไปว่ากลับมาจะไปหาคุณชัย พี่พันช่วยเอาแหวนไปคืนคุณชัยวันนี้เลยได้ไหมคะ”

“เราเป็นอะไร ทำไมถึงดูแคร์นายภูผานั่นนัก” วนิดาแทรกขึ้น

“ไม่ได้แคร์ค่ะ แต่คุณภูผาบอกว่าถ้าไม่รีบไปขอโทษคุณชัยจะบอกเรื่องนี้กับเจ้า”

“นายภูผาไม่มีโอกาสได้บอกเรื่องนี้กับเจ้าหรอก เพราะพี่นัดกินข้าวกับนายชัยแล้ว เย็นนี้พี่จะเอาแหวนไปคืนมัน”

ฟังพี่สาวแล้วแพรไหมนิ่งไปด้วยความรู้สึกโล่งใจ หวังว่าต่อไปนายภูผาจะได้ไม่ต้องมาตอแยตนอีก

ooooooo

ภูผาแพรไหม ตอนที่ 6

อ่านเรื่องย่อ

ภูผาแพรไหม

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ: