advertisement

ภูผาแพรไหม ตอนที่ 4

บทประพันธ์ โสภี พรรณราย จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดยปัณณภัทร/ชาติญา
29 ก.ค. 2555 09:01

เช้าวันเดียวกัน พันทิญาสร้างภาพด้วยการชวนพิพัฒน์ไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัดร่มรื่นแห่งหนึ่ง เสร็จแล้วสองคนกรวดน้ำแผ่เมตตาร่วมกัน

“พันอุทิศบุญกุศลที่ทำวันนี้ให้นายชัยหมดเลยค่ะ เขาจะได้ไม่จองเวรจองกรรมกับพันอีก”

พิพัฒน์มองหน้าพันทิญาอย่างหลงใหลพลางเอ่ยชม “ไม่แจ้งตำรวจแล้วยังทำบุญให้คนบ้าที่ตามก่อกวน คุณต้องเป็นนางฟ้าลงมาจุติแน่ๆเลยครับ”

“งั้นคุณก็คงเป็นเทวดามาเกิด เราถึงได้มีศีลเสมอกัน ชอบทำบุญเหมือนกันอย่างนี้”

“ผมดีใจนะครับที่ได้ทำบุญกับคุณ ชาติหน้าเราจะได้เจอกันอีก...แหวนคุณน้ำงามจังเลยครับ” เขาเพิ่งสังเกตแหวนที่นิ้วมือของเธอ

“คุณแม่ซื้อให้น่ะค่ะ” เธอโกหกหน้าตาย เพราะแท้จริงแล้วแหวนวงนี้ชัยมอบให้เธอด้วยความรัก

“ท่าทางคุณแม่คุณจะดูเพชรเก่ง วันหลังผมคงต้องไปขอคำปรึกษาบ้าง”

“คุณแม่ไม่กล้าเอามะพร้าวห้าวมาขายสวนหรอกค่ะ ท่านคงชวนคุณคุยเรื่องผ้ามากกว่าเรื่องเพชร”

“ผมเอาน้ำไปเทก่อนนะครับจะได้รีบไปดูวิวริมน้ำ ผมอยากเห็นแล้วละครับว่าวิวจะสวยอย่างที่คุณโฆษณาไว้รึเปล่า”

ในระหว่างที่พิพัฒน์เอาน้ำออกไปเทใต้ต้นไม้ใหญ่ พันทิญามองรอบบริเวณศาลาที่บรรยากาศร่มรื่นอย่างมีความสุข แล้วก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นชัยเดินอยู่มุมหนึ่ง สภาพของเขามอมแมมเสื้อผ้ายับเยิน

พันทิญาหันกลับมามองพิพัฒน์อย่างร้อนใจ แล้วรีบเดินออกไปหาชัย ทำทีเป็นพูดดีชวนเขาไปคุยห่างจุดที่พิพัฒน์จะมองเห็น ชัยดีใจมากไม่คิดไม่ฝันว่าจะเจอพันทิญาที่นี่ ยอมให้เธอจูงมือไปทันที

ooooooo

ขณะเดียวกันนั้นที่โรงพยาบาล ปรางแก้วกับบุญศรีกำลังจัดแจงอาหารเช้าให้ภูผา โดยทวีปเพิ่งเข้ามาได้สักครู่

“ที่ออฟฟิศแกเรียบร้อยดี แล้วฉันก็อธิบายแผนคุ้มกันคุณหญิงดวงแขที่จะมาเปิดงานแสดงภาพวาดให้ลูกน้องแกฟังตามที่แกสั่งหมดแล้ว” ทวีปรายงาน

“ขอบใจมากนะที่เป็นธุระให้”

ทวีปยิ้มแฉ่งยังไม่ทันตอบอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือปรางแก้วดังขึ้น ปรากฏว่าคนโทร.มาคือแพรไหม ภูผาได้ยินก็หูผึ่งทันที

แพรไหมถามปรางแก้วว่าได้คุยเรื่องของตนกับภูผาหรือยัง พอรู้ว่าคุยแล้วแต่เขายังไม่หายโกรธ แพรไหมเศร้าลงทันใด

“โกรธนานจริง...แล้วเป็นยังไงบ้างหมอให้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่คะ”

“อาการดีขึ้นมากแล้วแต่เรื่องกลับบ้านหมอยังไม่ได้บอกค่ะ...ได้ค่ะ ถ้ารู้แล้วฉันจะโทร.บอกคุณ สวัสดีค่ะ”

ทันทีที่ปรางแก้ววางสาย ทวีปเหล่มองภูผาแล้วแซวขึ้นว่า “โทร.มาถามอาการด้วย ดูคุณแพรเขาห่วงแก ม้ากมาก ถามจริงเขาคิดอะไรกับแกหรือเปล่าวะ”

“คิด...คิดว่าฉันเป็นควายเลยหลอกฉันทุกเรื่องไง”

“หนูแพรไหมยังเด็กอาจจะทำอะไรไปเพราะไม่ได้คิดให้รอบคอบ หายโกรธเขาซะทีเถอะลูก”

ภูผาไม่สนใจคำพูดของแม่ ตักข้าวกินต่อไป ทวีปมองหมั่นไส้ ถามตรงๆว่าต้องให้แพรไหมทำยังไงแกถึงจะหายโกรธเธอ

“อยู่ห่างๆ ไม่ต้องยุ่ง เดี๋ยวฉันก็ลืมไปเอง”

“แล้วแต่แกละกัน...ฉันไปทำงานก่อนล่ะ”

“อ้าว...นึกว่าจะอยู่กินข้าวกลางวันก่อน วันหลังถ้าจะแวะมาบอกเรื่องงานแค่นี้ก็ไม่ต้อง โทร.มาก็ได้”

“ไม่ได้หรอกโว้ย แกกำลังเจ็บฉันต้องหมั่นมาดูเผื่อแกเป็นอะไรไปกะทันหันฉันจะได้ไม่เสียใจที่ไม่ได้ดูใจแก”

“ไอ้ปากหมา”

โดนด่าซะสบายใจ ทวีปเดินหัวเราะออกจากห้องไป โดยมีสายตาปรางแก้วกับบุญศรีมองตามอย่างขำๆ

ด้านแพรไหมในห้องทำงานที่ร้านผ้า...เธอไม่ท้อที่จะทำให้ภูผาหายโกรธ ลองค้นหาวิธีทางกูเกิ้ลแล้วจะกดเข้าไปดูวิธีทำให้ผู้ชายหายโกรธ ก็พอดีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

เจ้าแสงฉายนั่นเอง แพรไหมหน้ามุ่ยมองเขาอย่างไม่พอใจ วางไอแพดลงบนโต๊ะ

“ผมมารับคุณไปทานข้าวแล้วเลยไปช็อปปิ้ง แต่ถ้าคุณปวดหัวปวดท้องผมจะพาคุณไปให้หมอรักษาก่อนแล้วค่อยไป”

“สรุปว่ายังไงฉันก็ต้องไปกับเจ้า งั้นรีบไปเถอะค่ะ จะได้รีบทาน รีบช็อป รีบกลับ”

แพรไหมประชดแล้วหันไปหยิบกระเป๋า เจ้าแสงฉายยิ้มอย่างผู้ชนะ แต่พอเหลือบมองไอแพดเห็นหัวข้อที่แพรไหมโพสต์ไว้ เขาหน้าตึงขึ้นมาทันที ลอบมองแพรไหมอย่างจับผิด

ฟากเจ้าแสงมณีที่มีเรื่องกับทวีปแล้วกลับไปบ้าน ดวงใจเห็นเสื้อเธอเปียกซักถามด้วยความสงสัยว่าไปทำอะไรมา หรือว่าทำน้ำหกใส่ตัวเอง

“อีตาหมวดปากร้ายนั่นเอาน้ำสาดหญิง”

“หา!! ตายๆๆๆ พวกเธอดูแลเจ้าประสาอะไรถึงปล่อยให้คนเข้าถึงตัวจนเอาน้ำสาดได้ นี่ถ้าไม่ใช่น้ำแต่เป็นลูกปืนเจ้าของฉันจะเป็นยังไง ฉันจะให้เจ้าแสงฉายไล่พวกเธอออก” ดวงใจตำหนิยศกับเลิศ

“ไม่ใช่ความผิดของพวกเขาหรอกค่ะ หญิงจะจัดการตาหมวดนั่นเองแต่หญิงดันจัดการไม่ได้”

“งั้นดวงใจจะจัดการให้เองค่ะ” ดวงใจจะเดินออกไป เจ้าแสงมณีรั้งแขนไว้ ถามว่าจะไปไหน? “ไปโรงพัก ดวงใจจะด่าๆๆตาหมวดนั่นให้สาแก่ใจแล้วให้เจ้าแสงฉายเด้งเขาไปอยู่ชายแดน”

“พี่ชายมีเรื่องคุณแพร เรื่องกบฏให้คิดมากพออยู่แล้ว...หญิงไม่อยากให้มีเรื่องรบกวนจิตใจพี่ชายอีก อย่าไปเลยนะคะ ไว้เจออีกเมื่อไหร่ค่อยหาทางแก้แค้นตาหมวดนั่นกันเองดีกว่า”

“ก็ได้ค่ะ แต่ตอนนี้เจ้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะ อยู่ในชุดเปียกๆนานๆเดี๋ยวจะไม่สบาย” ดวงใจกุลีกุจอพาเจ้านายไป

ooooooo

มุมหนึ่งในวัด พันทิญาเผชิญหน้ากับชัยด้วยท่าทีร้อนรนและร้อนใจเพราะกลัวพิพัฒน์จะมาเห็นเข้า

“คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” เธอถามอย่างหงุดหงิด

“ผมเสียใจมากที่คุณทิ้งผมไป ผมเอาแต่ดื่ม ไม่อยากเจอใคร ไม่อยากพูดกับใคร ไม่อยากกลับบ้านเลยมาอยู่ที่นี่”

พันทิญายืนหน้าบึ้งมือกอดอก ชัยเห็นแหวนที่นิ้วเธอก็ชะงักยิ้มดีใจ จับมือเธอมากุมไว้อย่างแสนรัก

“คุณยังใส่แหวนของผมแสดงว่าคุณยังรักผม คุณเปลี่ยนใจแล้วใช่ไหมครับ คุณไม่เลิกกับผมแล้วเลยตามหาจนรู้ว่าผมอยู่ที่นี่...ใช่ไหมคุณแพร ใช่ไหม”

พันทิญามองชัยอย่างสมเพชแต่แสร้งพูดดี “ค่ะ แพรเปลี่ยนใจแล้ว รอที่นี่ก่อนนะคะเดี๋ยวแพรมา”

“ไปไหนครับ”

“หาคุณแม่น่ะค่ะ คือแพรร้องไห้คิดถึงคุณทุกวันคุณแม่เลยรู้สึกผิดมากที่บังคับแพรให้เลิกกับคุณเลยออกมาตามหาคุณด้วย แพรจะไปพาคุณแม่มาหาคุณนะคะ”

“ให้ผู้ใหญ่มาหาคงไม่เหมาะ ผมเป็นฝ่ายไปหาท่านเองดีกว่า”

พันทิญาข่มความหงุดหงิด แกล้งยิ้มแย้มบอกว่าคุณแม่ไม่ถือหรอก ให้เขารอที่นี่เถอะ

“แต่ผมไม่เจอคุณตั้งหลายวัน ผมคิดถึงไม่อยากให้คุณห่างไปไหนอีกแล้ว ผมจะไปกับคุณจะบอกคุณแม่คุณว่าผมรักคุณมากแค่ไหน ผมจะบอกคุณแม่คุณว่าเราจะแต่งงานกัน”

เธออยากจะบ้าตาย เหลือบตาไปมาอย่างระแวดระวัง แล้วสะดุดตาที่แม่น้ำกว้างก่อนคิดอุบายดึงชัยไปริมน้ำ

“คุณแม่คงไม่ยอมให้เราแต่งงานกันง่ายๆหรอกค่ะ จนกว่าคุณพิสูจน์ความรักที่คุณมีต่อแพรให้ท่านเห็นก่อน”

“ผมยินดีทำทุกอย่าง...บอกมาเลยครับว่าผมต้องทำยังไง”

พันทิญามองกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากแล้วลอบยิ้ม บอกกับชัยด้วยเสียงหวานๆ แต่ชัยฟังแล้วผงะอย่างคาดไม่ถึง

“ให้ผมว่ายน้ำข้ามฝั่ง?” ชัยอุทาน

“เป็นวิธีที่คุณพ่อทำเพื่อพิสูจน์ความรักที่ท่านมีต่อคุณแม่ คุณแม่เลยยอมใจอ่อนแต่งงานด้วย”

“ใช้วิธีเดียวกับคุณพ่อคุณ...คุณแม่คุณต้องเชื่อว่าผมรักคุณจริง”

“คุณลงไปเลยนะคะ แพรจะไปตามคุณแม่ พอคุณแม่มาถึงก็จะเห็นคุณอยู่กลางแม่น้ำ คุณแม่จะได้เชื่อว่าคุณกำลังพิสูจน์ความรักที่คุณมีให้แพรจริงๆ”

“แต่ผมอยากไปกับคุณ...ผมกลัว...กลัวว่าคุณแม่คุณจะเปลี่ยนใจแล้วไม่ยอมให้คุณมาหาผมอีก”

“คุณแม่ไม่ใจร้ายกับเราแล้วล่ะค่ะ แพรไปแป๊บเดียวก็มาแล้ว ทำตามที่แพรบอกนะคะ” เธอยิ้มหวานมองเขาโดดลงน้ำ...เสียงชัยตะโกนขึ้นมาว่าน้ำเชี่ยวมาก เธอยิ่งสะใจ “ดีสิคะ คุณแม่จะได้รู้ว่าคุณรักแพรจนไม่กลัวตาย...แพรไปตามคุณแม่นะคะ”

พันทิญาหันหลังเดินจากไปด้วยรอยยิ้ม พร้อมเปล่งเสียงเยาะหยันในคอว่า “ไอ้โง่!”

พันทิญาเดินกลับมาหาพิพัฒน์ในศาลาแล้วโกหกเขาว่าไปห้องน้ำมา พอเขาชวนไปเดินเล่นริมน้ำตามที่ตกลงกันไว้แต่แรก เธอรีบบอกว่าเปลี่ยนใจแล้ว

“คุณชวนผมมาทำบุญวัดนี้เพราะอยากให้ผมเห็นวิวริมน้ำ ทำไมเปลี่ยนใจไม่พาผมไปดูแล้วล่ะครับ”

“พันเพิ่งนึกออกน่ะค่ะว่านัดคุณแม่ไปทำธุระ วันหลังเราค่อยมาใหม่นะคะ”

พิพัฒน์ยิ้มรับอย่างอ่อนโยน พันทิญาโล่งอกโล่งใจที่เอาตัวรอดได้โดยไม่สนว่าชัยจะเป็นหรือตายอยู่ในแม่น้ำ

ooooooo

ฟากฝั่งแสงมณีที่มีเรื่องกระทบกระทั่งกันเล็กน้อยกับทวีปที่โรงพยาบาล เธอกลับมาบ้านได้พักใหญ่ๆ แต่ยังไม่หายหงุดหงิด คนของเธอก็มาบอกว่าหมวดทวีปมาขอพบ ดวงใจออกหน้าแทนทันที เอาน้ำมาสาดเขาจนเปียกปอน

“เป็นไง สนุกมั้ย ชอบไม่ใช่เหรอสงกรานต์ก่อนเทศกาลน่ะ...ติ่ง ไปเอาน้ำมาอีก”

“เอามาถังใหญ่ๆเลยนะ เพราะผมก็อยากรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่บ้านนี้เหมือนกัน”

ดวงใจมองทวีปอย่างไม่พอใจ ทวีปไม่สน เหลือบมองไปที่แสงมณีด้วยความหมั่นไส้

“คงฟ้องว่าผมเอาน้ำสาดเจ้าสินะ ผู้ปกครองของเจ้าถึงโกรธผมขนาดนี้”

“มีอะไรฉันก็เล่าให้ดวงใจฟังอยู่แล้ว ไม่ได้ฟ้อง”

“แล้วเล่าด้วยมั้ยว่าเจ้าเอาน้ำสาดผมก่อน ผมเลยสาดกลับ”

“ถึงเจ้าจะทำคุณก่อนแต่คุณก็ไม่ควรตอบโต้เพราะเจ้าเป็นผู้หญิง”

“เป็นผู้หญิงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเที่ยวระรานผู้ชายได้ตามอำเภอใจนี่ครับ ผมว่าป้าเลิกเข้าข้างเจ้าของป้าแบบไร้เหตุผลซะทีเถอะ จะได้ไม่เสียคนมากไปกว่านี้”

“ฉันเลี้ยงเจ้าให้อยู่ในศีลในธรรม จิตใจดีมีเมตตา แต่ไม่เคยเลี้ยงให้ยอมเวลาถูกคนปากร้ายจิกกัด”

“ก็เจ้าของป้าทำให้คนร้ายหนีไปได้จะให้ผมพูดดีด้วยได้ยังไง”

“ยังไงคุณก็ไม่ยอมรับใช่ไหมว่าคุณผิดที่พูดจาไม่ดีกับฉันก่อน” แสงมณีเริ่มเสียงแข็ง พอเขาตอบว่าไม่... เธอยิ่งหน้าตึง ให้เขารีบพูดธุระมาจะได้กลับไปเสียที

“ผมจะมาสอบปากคำที่เจ้ากับเจ้าแสงฉายถูกคนบุกทำร้ายในงานคุณดิเรก”

แสงมณีกับดวงใจชำเลืองมองกันอย่างตกใจ “ฉันกับพี่ชายไม่เคยมีศัตรู คนร้ายคงทำร้ายผิดคน”

“แต่คนร้ายพุ่งเป้าที่เจ้ากับเจ้าแสงฉายจะผิดคนได้ยังไง บอกผมมาเถอะว่าใครที่ทำร้ายเจ้าผมจะไปตามจับตัวมาให้เอง”

“เจ้าก็พูดเสียงดังฟังชัดว่าไม่มีๆ ยังจะคาดคั้นอีก เจ้าไม่มีอะไรจะตอบคำถามคุณหรอก กลับไปได้แล้ว ยศ...เลิศ ส่งแขก”

ยศกับเลิศผายมือเชิญทวีปกลับ ทวีปเล็งเห็นแล้วว่าขัดขืนไม่ได้แน่ แต่ยังจ้องแสงมณีอย่างจับผิดก่อนจะหันหลังกลับออกไป

แสงมณีเห็นแววตาของเขาแล้วหนักใจ บ่นกับดวงใจว่าท่าทางเขาจะไม่เชื่อตน ดวงใจจึงแนะให้เจ้าปฏิเสธหนักแน่นเข้าไว้ถ้าเขามาถามอีก เมื่อถามแล้วไม่ได้คำตอบเดี๋ยวเขาก็เชื่อเจ้าเอง...

ooooooo

แพรไหมเบื่อหน่ายเหลือเกินกับการเป็นตุ๊กตาให้แสงฉายพาไปโน้นไปนี่ แถมเขายังซื้อข้าวของราคาแพงให้เธอหลายชิ้นทั้งที่เธอไม่เต็มใจ โดยเฉพาะกระเป๋าแบรนด์เนมที่ประเทศไทยมีแค่สี่ใบ แสงฉายอยากให้ว่าที่เจ้าสาวของตนมีไว้ใช้อย่างสมฐานะ

“สั่งให้ฉันใส่สร้อย ใส่ชุด ถือกระเป๋า...เมื่อไหร่จะเลิกทำเหมือนฉันเป็นตุ๊กตาของเจ้าซะที”

“ผมไม่เคยมองคุณเป็นตุ๊กตา แต่ผมอยากให้

ทุกคนเห็นว่าที่ราชินีของผมสวยเพียบพร้อมมีรสนิยม ผมเลยต้องทำแบบนี้”

“งั้นเจ้าก็ควรไปหาคนที่สวยเพียบพร้อมมีรสนิยมอยู่แล้ว...ไม่ใช่มาเปลี่ยนฉัน”

“ผมไม่รักใครเลยนอกจากคุณ คุณเท่านั้นที่จะเป็นราชินีของผม” เขาย้ำหนักแน่นแล้วรวบรัดตัดความซื้อกระเป๋าใบนี้ โดยไม่สนว่าแพรไหมจะหน้าบูดบึ้งสักแค่ไหน

ooooooo

แยกจากพิพัฒน์มาแล้ว พันทิญากลับไปอ้อนศุภลักษณ์เสียงอ่อนเสียงหวานขอเงินหนึ่งแสนบาท แต่คราวนี้ศุภลักษณ์ไม่ใจอ่อนเหมือนทุกที

“คุณแม่ไม่เคยไม่ให้เงินพัน คราวนี้เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงไม่ให้คะ”

“เพราะแม่รู้สึกว่าแม่เลี้ยงพันผิด ตามใจจนพันไม่เห็นค่าของเงิน ต่อไปนี้ถ้าพันอยากได้เงินพันต้องทำงาน”

“พันไม่ได้เรียนธุรกิจ ไม่มีหัวทางศิลปะที่จะช่วยออกแบบลายผ้าเหมือนยัยแพร พันทำไม่ได้หรอกค่ะ”

“หัด...เดี๋ยวก็ทำได้เอง”

พันทิญาอึกอักจะหาข้ออ้างอีก แต่ศุภลักษณ์ไม่เปิดโอกาส เสียงแข็งว่าถ้าไม่ทำงานพันก็ไม่ได้เงิน

“คุณแม่จะให้พันทำตำแหน่งอะไรคะ”

“ชอบออกสังคม รู้จักคนเยอะ ตำแหน่งที่เหมาะกับพันที่สุดคือประชาสัมพันธ์”

“ตำแหน่งนี้พันโอเคค่ะ แต่ตอนนี้พันเกลี้ยงกระเป๋าจริงๆ พันขอเบิกเงินเดือนล่วงหน้าก่อนเลยนะคะ”

คราวนี้ศุภลักษณ์ไม่ขัดข้อง หยิบเช็คมาเขียนให้ลูกไป...ทางด้านพิพัฒน์กลับมาถึงร้านเพชรของตนเอง ปรากฏว่าพิพิธจดจ่อรอเขาอยู่ เพราะจะให้พี่ชายมาเฝ้าร้านแทน แล้วตนจะได้ออกไปหาเจ้าแสงมณีเสียที

ooooooo

ทวีปดีใจที่ได้รับแจ้งจากลูกน้องว่าเจอชัยแล้ว เขารีบติดต่อไปยังภูผาแล้วให้ตามไปเจอกันที่โรง-พยาบาลอีกแห่ง...ภูผาอาการยังไม่หายดีแต่เขาก็ออกจากโรงพยาบาลไปพร้อมแม่และปรางแก้ว

เมื่อทุกคนเห็นสภาพชัยหน้าซีดเซียวนอนหลับให้น้ำเกลือก็เวทนาสงสาร โดยเฉพาะบุญศรีนั้นถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ลูบศีรษะชัยไปมา พลางเอ่ยวาจาขอบคุณ

คุณพระคุณเจ้าที่คุ้มครองลูกของตน

“มีคนเจอพี่ชัยนอนสลบอยู่ท่าน้ำแถววัดเลยพามาส่งที่นี่แล้วแจ้งไปที่ลูกน้องฉัน ส่วนกระเป๋าสตางค์พี่ชัยที่เจอในศพคืนก่อนลูกน้องฉันสืบประวัติศพแล้ว มันเป็นขี้ยาหากินด้วยการขโมยของเลยสันนิษฐานว่ามันน่าจะขโมยกระเป๋ามาจากพี่ชัย” ทวีปอธิบาย

“อาการพี่ชัยก็ไม่มีอะไรน่าห่วงค่ะ หมอบอกว่าร่างกายพี่ชัยอ่อนแอมากคิดว่าหลายวันที่ผ่านมาพี่ชัยไม่ค่อยทานข้าวแล้วก็ไข้ขึ้นสูง พักสักอาทิตย์นึงก็ดีขึ้นค่ะ” ปรางแก้ววิเคราะห์ตามอาชีพพยาบาลของตน

“แล้วลูกน้องวีปบอกหรือเปล่า ว่าชัยตกน้ำได้ยังไง มีคนทำหรือชัยจะฆ่าตัวตาย”

“อุบัติเหตุมากกว่าครับแม่ พี่ชัยเข้มแข็งกว่าที่แม่คิด พี่ชัยไม่คิดสั้นหรอกครับ” ภูผารีบตัดบท

เสียงชัยเพ้อเรียกคุณแพร...บอกรัก และขอร้องเธออย่าทิ้งเขาไป

“เพราะผู้หญิงคนนั้นคนเดียวที่ทำให้พี่ชัยเป็นแบบนี้ เจอเมื่อไหร่จะลากตัวมากราบเท้าพี่ชัยเดี๋ยวนั้นเลย” ภูผาน้ำเสียงดุดันด้วยความแค้นใจ

ในขณะเดียวกันนั้น แพรไหมยังอยู่กับแสงฉายที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ตัวเธออยู่กับเขาแต่ใจเธอกลับนึกถึงภูผา จำภาพที่เคยใกล้ชิดกันที่ตากได้ขึ้นใจ เธอคิดไปยิ้มไปจนแสงฉายเริ่มแปลกใจ

“ปกติอยู่กับผมคุณไม่เคยยิ้ม อยากรู้จริงๆว่าคุณคิดอะไรทำไมถึงยิ้มได้”

“จะก้าวก่ายกระทั่งความคิดฉันเลยเหรอคะ”

“ทุกอย่างเกี่ยวกับคุณเป็นสิ่งที่ผมควรรู้”

“คนของเจ้าสืบประวัติฉันเก่งจะตาย ลองให้เขาสืบดูสิคะว่าฉันคิดอะไร” เธอประชดด้วยรอยยิ้มหยันๆทำให้แสงฉายยิ่งขุ่นมัวแต่ไม่แสดงออก

ooooooo

พิพิธหลงเสน่ห์แสงมณีอย่างจังตั้งแต่เจอกันครั้งแรก...บ่ายวันนี้  เขาหน้าตั้งไปหาเธอถึงบ้านแต่ต้องเจอด่านคุณดวงใจตามระเบียบเหมือนกันทุกคนไป

“ดวงใจเป็นแม่นมที่เลี้ยงฉันกับพี่ชายมาตั้งแต่เด็กน่ะค่ะ”

“ท่าทางจะหวงเจ้ามากนะครับ จ้องผมไม่วางตาเลย”

“มาหาฉัน มีธุระอะไรรึเปล่าคะ”

“ผมเอารูปที่วาดมาให้เจ้าช่วยดูน่ะครับ ได้คำแนะนำ จากเจ้า ผมจะได้วาดเก่งขึ้น”

“ถึงฉันจะพอมีความรู้เรื่องศิลปะอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้เก่ง คุณเอาไปให้ศิลปินที่วาดเก่งๆดูดีกว่าค่ะ เขาคงให้คำแนะนำคุณได้ดีกว่าฉัน”

“อย่าถ่อมตัวเลยครับ ผมรู้มาว่าเจ้าจบศิลปะจากอิตาลีต้องแนะนำผมได้แน่ ช่วยดูรูปให้ผมหน่อยนะครับ”

“ถ้าคุณเชื่อมั่นในตัวฉัน...ฉันก็ยินดีค่ะ”

“ขอบคุณมากครับ ผมไปเอารูปในรถก่อนนะครับ” พิพิธยิ้มกว้างหันกลับออกไป แสงมณีมองตามยิ้มๆ รู้ทันว่าเรื่องรูปนั่นแค่ข้ออ้าง ความจริงเขาจะมาผูกสัมพันธ์กับตนต่างหาก

ooooooo

ภูผากับบุญศรียังเฝ้าชัยอยู่โรงพยาบาล ภูผาแผลยังไม่หายดีต้องใช้ผ้าคล้องแขน แม่บุญศรีจึงจะให้เขากลับไปนอนพัก แต่เขาไม่ยอม ขณะกำลังตกลงกันว่าใครควรอยู่และใครควรจะกลับบ้าน เสียงชัยเพ้อเรียกชื่อแพรขึ้นมา ทั้งคู่ถลามาที่เตียงด้วยความดีใจ

ชัยฟื้นแล้ว บุญศรีรีบเอาน้ำให้เขาดื่ม ขณะที่ภูผาเริ่มซักถามพี่ชายว่า

“ทำไมจะไปไหนไม่บอกผมกับแม่ ผมกับแม่เป็นห่วงพี่มากนะครับ”

“ขอโทษนะครับที่ทำให้แม่เป็นห่วง...แกด้วยภู แต่ตอนนั้นพี่เสียใจมากจนไม่มีสติ พี่เลยยังไม่พร้อมจะเจอใคร”

“แล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ดีขึ้นบ้างรึยังลูก”

ชัยไม่ตอบแต่น้ำตาไหลอย่างเจ็บปวดร้าวรานใจ บุญศรีสุดแสนสงสารดึงลูกมากอดปลอบ

“ไม่เป็นไรนะลูก ใครไม่รัก แม่รักนะลูก...ไม่เป็นไรๆ”

“ผมรักเขามากครับแม่ ผมเสียใจจนแทบทนไม่ได้ ผมอยากให้เขากลับมาหาผม แต่ผมไม่รู้จะทำยังไง แม่ช่วยด้วยนะครับ ช่วยให้เขากลับมาหาผมที”

“แม่จะลองไปพูดกับเขาดู...บ้านเขาอยู่ที่ไหนลูก”

“ผมไม่รู้จักบ้านเขา ผมรู้แต่ว่าบ้านเขาทำธุรกิจขายผ้าไหม เขาชื่อแพรไหม กุลนันท์วงศ์”

“แพรไหม กุลนันท์วงศ์” ภูผาพึมพำ รู้สึกคุ้นชื่อนี้ “เดี๋ยวผมจะโทร.ถามวีปดูว่ารู้จักหรือเปล่า ถ้ารู้จักผมจะพาแม่ไปหาเขาเอง”

ครู่ต่อมาเมื่อภูผาโทร.ไปสอบถามทวีป...คำตอบของเพื่อนทำให้ภูผาตกใจเป็นอย่างมาก

“อะไรนะ...นี่แกกำลังจะบอกฉันว่าแพรไหมคนที่ฉันช่วยที่ตากนามสกุลกุลนันท์วงศ์งั้นเหรอ”

“ก็เออน่ะสิ...อ้าวเฮ้ย...จู่ๆก็วาง อะไรของมันวะ” ทวีปเป็นงง ถือโทรศัพท์ค้าง...

ฟากภูผาตัดสายอย่างโกรธจัด สบถออกมาด้วยความแค้น “คุณเองเหรอแพรไหม...คุณต้องมากราบเท้าขอโทษพี่ชายผม!!”

ooooooo

เมื่อได้หลักแหล่งที่ตั้งร้านผ้าไหมของศุภลักษณ์จากทวีปมาแล้ว ภูผารีบเดินทางไปทันที ตั้งใจจะไปเอาเรื่องแพรไหมเพื่อให้มากราบขอโทษพี่ชายของตน แต่พอไปถึงร้านกลับไม่พบเธอ เขาจึงโวยวายเอากับพนักงาน ก่อนที่พันทิญาจะโผล่ออกมาด้วยความรำคาญ

“ใครโวยวายอะไร?”

ภูผาหันขวับไปตามเสียง...พันทิญาเห็นชัดว่าเป็นหนุ่มรูปหล่อก็แย้มยิ้มเข้าใส่

“คุณเองเหรอ เสียงดังเชียว ใครทำอะไรให้คุณไม่พอใจเหรอคะ”

“น้องสาวคุณ...คุณเป็นพี่คงรู้ดีกว่าลูกจ้าง คุณแพรไปไหน”

“ไม่รู้ค่ะ รู้แต่ว่าไปกับเจ้าแสงฉาย คุณมีธุระอะไรกับยัยแพรเหรอคะ”

“น้องสาวคุณยั่วให้พี่ชายผมรักจนหัวปักหัวปําแล้วเฉดหัวทิ้ง เขาทำให้คนดีๆคนนึงกลายเป็นไอ้ขี้เมาซึมเศร้าหลบหน้าผู้คนจนต้องไปนอนวัด ทำให้พี่ชายผมไร้สติเดินตกน้ำจนแทบเอาชีวิตไม่รอด”

“เมา นอนวัด ตกน้ำ...คุณเป็นน้องนายชัย” พันทิญาพึมพำอย่างตกใจ ขณะที่ภูผาแปลกใจ ถามเธอว่ารู้จักพี่ชัยด้วยหรือ? “เอ่อ...ยัยแพรเคยพูดถึงน่ะค่ะ
ยัยแพรนี่ร้ายจริงๆ กลับจากนอกไม่เท่าไหร่ก็ไปหลอกหักอกผู้ชายซะแล้ว...ยัยแพรจะกลับเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ คุณอยากให้ยัยแพรทำอะไรบอกไว้ก็ได้ ฉันจะบอกให้”

“ผมอยากคุยกับเขาเอง นานแค่ไหนผมก็จะรอ”

ภูผาเดินไปนั่งมุมหนึ่งในร้าน พันทิญาท่าทีร้อนใจรีบหลบเข้าไปด้านในแล้วโทร.หาแพรไหม เวลานั้นแพรไหมอยู่ในรถกับแสงฉายกำลังจะเข้าร้านพอดี...

วางสายจากแพรไหมแล้ว พันทิญาโทร.หาวนิดาที่บ้าน เล่าเรื่องภูผาให้ฟังอย่างร้อนรนกังวลใจ

“มันโมโหมาก จะรอเจอยัยแพรให้ได้เลยค่ะ”

“รอยัยแพรก็เอาเรื่องกับยัยแพรไม่เกี่ยวกับพันสักหน่อย”

“ยัยแพรไม่รู้เรื่องยังไงก็ต้องปฏิเสธ แล้วถ้ามันเกิดสงสัยพันขึ้นมาจะทำยังไงล่ะคะ ยัยแพรก็กำลังกลับมาแล้วด้วย คุณน้าช่วยคิดหน่อยสิคะ ว่าทำยังไงไม่ให้ไอ้ภูผาเจอยัยแพร”

วนิดาสีหน้าไม่สู้ดี คิดอ่านเร็วจี๋เพื่อช่วยเหลือหลานรัก

ooooooo

โรงพยาบาลที่ชัยรักษาตัว...ปรางแก้วตั้งใจซื้อก๋วยเตี๋ยวมาฝากภูผากับบุญศรี แต่ไม่เจอภูผา จึงจัดแจงให้บุญศรีกินก่อนเพราะถ้ารอกินพร้อมภูผาก๋วยเตี๋ยวจะเย็นชืดไม่อร่อย

ส่วนที่โรงพัก ทวีปกำลังประชุมลูกน้องเพื่อให้ข้อมูลคดีคนร้ายตามฆ่าเจ้าแสงฉายกับเจ้าแสงมณีในงานของดิเรก ซึ่งทวีปไปสอบปากคำเจ้าแสงมณีมาแล้ว เธอบอกว่าไม่มีศัตรูแล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าใครตามฆ่า

“แต่หมวดเห็นเขาเก็บมีดของกลางไป เขาโกหกหมวด”

“ก็นั่นน่ะสิ ผมมั่นใจว่าเขารู้แน่ๆว่าใครตามฆ่า แต่ที่ไม่บอกเพราะคงอยากแก้แค้นเอง”

“งั้นเราก็ต้องสืบหาตัวคนร้ายให้ได้ก่อนที่เจ้าแสงฉายจะส่งคนไปฆ่าพวกมัน”

ทวีปเห็นด้วย...แบ่งลูกน้องเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกจับตาดูเจ้าแสงฉาย อีกกลุ่มคอยตามเจ้าแสงมณี ส่วนตนเองจะพยายามเข้าให้ถึงตัวพวกเขาทุกครั้งที่มีโอกาส แต่ทั้งคู่มีองครักษ์คุ้มกัน ทุกคนต้องระวังกันให้ดีอย่าให้พวกเขารู้เด็ดขาดว่าพวกเราจับตามองอยู่

ooooooo

รถเจ้าแสงฉายแล่นมาจอดหน้าร้านผ้าไหม พนักงานเห็นก่อนรีบเดินมาบอกภูผาที่ยังนั่งรออยู่ ภูผาจึงลุกพรวด พันทิญาแอบมองอยู่ด้านในรีบเดินลิ่วออกมาด่าพนักงานก่อนก้าวตามภูผาออกไป เพื่อรั้งเขาไม่ให้เผชิญหน้ากับแพรไหม

“คุณอย่าเพิ่งพูดตอนนี้เลยค่ะ ฉันกลัวว่าถ้าเจ้ารู้เรื่องเจ้าจะโกรธยัยแพร”

“โกรธสิดี ผู้หญิงหลายใจอย่างน้องสาวคุณไม่คู่ควรจะเป็นราชินีเชียงทวายหรอก”

ภูผาเดินต่อไป พันทิญารีบตามติด...แล้วเหมือนโชคเข้าข้างพันทิญา แพรไหมไม่ทันลงรถเจ้าแสงฉาย วนิดาโทร.เข้ามือถือเธอพอดี วนิดาหลอกว่าตนไม่สบาย จู่ๆหัวใจเต้นเร็วหายใจไม่ออก

แพรไหมตกใจมากจะรีบกลับบ้านเพื่อพาคุณน้าไปหาหมอ เจ้าแสงฉายรู้เรื่องจึงอาสาพาเธอไปโดยเร็ว ภูผาที่กำลังจะเดินมาถึงรถได้แต่ตะโกนปาวๆอย่างหัวเสีย โดยที่แพรไหมไม่ทันเห็นเขา

“คุณแพรกลับมาเดี๋ยวนี้นะ...กลับมา!”

พันทิญาเองก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น พอโดนภูผากล่าวหาว่าเป็นคนโทร.บอกแพรไหม เธอจึงสวนทันควันว่า

“ถ้าฉันโทร. ยัยแพรคงไม่มาล่อตาคุณถึงหน้าร้านแล้วค่อยหนีหรอก ยัยแพรคงอยากอยู่กับเจ้าเลยอ้อนให้พาไปเที่ยวต่อ ไปต่ออย่างนี้ท่าทางจะยาว คุณค่อยมาใหม่ดีกว่า”

“ฝากบอกเขาด้วยนะว่าพี่ชัยไม่สบายมากอยู่ที่โรงพยาบาล ให้ไปกราบเท้าขอโทษพี่ชัยซะ ถ้าไม่ไปผมจะมาลากเขาไปเอง”

ว่าแล้วภูผาผลุนผลันไปด้วยความโมโห พันทิญาไม่ได้ใส่ใจ แต่รู้สึกโล่งใจที่เอาตัวรอดได้อย่างฉิวเฉียด

เมื่อแพรไหมกับเจ้าแสงฉายมาถึงบ้าน วนิดาแสร้งนั่งดมยาให้สมจริง

“น้าติดต่อยัยพันไม่ได้ จะโทร.หาพี่ศุก็กลัวว่าจะตกใจเลยโทร.หาแพร”

“อย่าเกรงใจเหมือนแพรเป็นคนอื่นสิคะ แพรเป็นหลาน มีอะไรคุณน้าโทร.หาแพรได้ตลอดเวลา รีบไปโรงพยาบาลเถอะค่ะ”

แพรไหมกับแสงฉายจะเข้ามาประคอง แต่วนิดาอิดออดไม่อยากไป อ้างว่าน้าค่อยยังชั่วแล้ว หัวใจเต้นเป็นปกติ หายใจก็สะดวกขึ้น

“โรคเกี่ยวกับหัวใจอันตรายมากนะครับ ผมว่าไปให้หมอตรวจหน่อยดีกว่าเป็นอะไรจะได้รักษาทัน”

“แต่น้าไม่อยากรู้ว่าตัวเองเป็นอะไร น้ากลัว”

“อาจจะไม่เป็นอะไรมากก็ได้ ไปให้หมอตรวจหน่อยนะคะ จะได้สบายใจ”

“ไปนะครับ”

ถูกคะยั้นคะยอถึงสองเสียง วนิดาเลยเลี่ยงอีกไม่ได้

ooooooo

ภูผาหงุดหงิดกลับมาที่โรงพยาบาล บุญศรีเห็นลูกหายไปนานนึกว่างานยุ่ง แต่ภูผาบอกว่าตนไปหาแฟนพี่ชัยมา ปรางแก้วซักทันทีว่า เจอหรือเปล่า?

“เจอ...แต่พี่ยังไม่ทันคุยเขาก็ออกไปซะก่อน แต่บอกพี่สาวเขาแล้วว่าน้องสาวทำวีรกรรมอะไรไว้...ฝากเขาบอกน้องสาวให้มาขอโทษพี่ชัย”

“รู้เรื่องแล้วเดี๋ยวเขาคงมา” บุญศรีคาดหวัง

“ลองไม่มาดูสิครับ ผมจะได้ไปลากมาเอง”

“เขาไม่มาก็ไม่ต้องบังคับเขาหรอกลูก สุดแต่เขาเถอะ”

“ไม่ครับ เขาต้องรับผิดชอบสิ่งที่เขาทำ ผมต้องให้เขามาขอโทษพี่ชัยให้ได้...ถ้ารู้ว่าเป็นคนทำให้พี่ชัยเสียใจ ผมจะปล่อยให้นักเลงจับตัวเขาไปตั้งแต่ที่งานลอยกระทงจะไม่ช่วยเขาไว้อย่างนี้เลย”

“พี่ภูกำลังจะบอกว่าคุณแพรไหมที่เป็นแฟนพี่ชัยกับคุณแพรไหมที่พี่ช่วยไว้ที่ตากคือคนคนเดียวกันเหรอคะ”

ภูผาพยักหน้า ปรางแก้วกับบุญศรีรับรู้ด้วยความตกใจ...ในขณะเดียวกันนั้นที่ชั้นล่างโรงพยาบาล แพรไหมกับแสงฉายพาวนิดามาถึงแล้ว แสงฉายใช้เส้นสายขอหมอวิชัยมาตรวจวนิดา แต่หมอวิชัยกำลังติดคนไข้รายอื่นอยู่ เจ้าหน้าที่จึงประสานงานให้

คนไข้รายนั้นก็คือชัยพี่ชายของภูผา คุณหมอวิชัยรับโทรศัพท์แล้วแจ้งว่าตนจะลงไปเดี๋ยวนี้ พอวางสายก็บอกพยาบาลว่าห้องต่อไปเดี๋ยวค่อยขึ้นมา เจ้าแสงฉายพาญาติมาตรวจ ตนต้องลงไปดูก่อน

ภูผาได้ยินชื่อเจ้าแสงฉาย มั่นใจว่าแพรไหมต้องมาด้วย เขาเดินตามหมอออกไปด้วย ปรางแก้วเกรงจะมีเรื่องจึงบอกบุญศรีให้อยู่เฝ้าพี่ชัย ตนจะตามพี่ภูผาไปเอง

ปรางแก้ววิ่งมาดักหน้าภูผา เตือนเขาต้องใจเย็น ควรพูดคุยกับแพรไหมดีๆ

“เขาทำให้พี่ชัยเกือบตาย ทำไมต้องให้พี่พูดดีกับเขา”

“พี่ภูเล่าให้แก้วฟังเองว่าแฟนพี่ชัยถูกแม่บังคับให้เลิกกับพี่ชัยไปคบคนรวย คุณแพรคงไม่ได้อยากเลิก ไม่ได้อยากทำให้พี่ชัยเสียใจอย่างนี้หรอกค่ะ”

“ตอนอยู่กับเจ้าหน้าตาเขามีความสุขจะตาย พี่ว่าเขาไม่ได้ถูกแม่บังคับ แต่เลิกกับพี่ชัยเพราะใฝ่สูงอยากเป็นราชินีของเชียงทวาย”

ปรางแก้วหน้าเจื่อนเถียงไม่ออก ภูผากดลิฟต์พาตัวเองเข้าไป ปรางแก้วยังไม่วางใจรีบก้าวตาม...

ภายในห้องรับรองพิเศษ แสงฉายกับแพรไหมนั่งรอผลตรวจวนิดาอยู่ด้วยกัน แพรไหมท่าทีกระวนกระวายเป็นห่วงน้าสาว สักครู่พยาบาลเข็นรถที่วนิดานั่งเข้ามาและทราบผลตรวจหัวใจว่าปกติดี แพรไหมค่อยคลายความกังวล แต่วนิดายังต้องถูกส่งไปเอกซเรย์ปอดตามหมอสั่ง ซึ่งต้องรอผลประมาณครึ่งชั่วโมง พยาบาลจึงแวะมาแจ้งให้ญาติทราบก่อน

หลังจากพยาบาลพาวนิดากลับออกไปแล้ว แพร–ไหมเปลี่ยนใจไม่นั่งรอในห้องนี้ จะตามไปเป็นเพื่อนคุยกับคุณน้าตอนรอตรวจ แสงฉายไม่ปล่อยเธอห่างสายตาแน่ แต่แล้วมีเหตุให้ตามไปทันทีไม่ได้ เพราะลูกค้ารายหนึ่งติดต่อเข้ามาที่มือถือ แพรไหมเลยเดินตัวปลิวไปสบายใจเฉิบ

ระหว่างทางไปห้องเอกซเรย์ปอด ภูผากับแพรไหมจ๊ะเอ๋กันจังๆ หญิงสาวดีใจทักถามเขาว่าออกจากโรงพยาบาลแล้วหรือ?

“ไม่ต้องสนใจผมหรอก สนใจพี่ชัยดีกว่า...พี่ชัยไม่สบายมากให้น้ำเกลืออยู่ข้างบน”

“พี่ชัย...ใครคะ” แพรไหมงงงัน

“เลิกกันไม่กี่วันลืมพี่ชายผมได้สนิทใจอย่างนี้เลยเหรอ”

“เลิก?”

“เล่นละครเก่งอย่างนี้นี่เองพี่ชัยถึงหลงเชื่อคุณ พี่ชัยเล่าเรื่องคุณให้ผมฟังหมดแล้ว ไม่ต้องตีหน้าซื่อทำเป็นไม่รู้เรื่องหรอก”

วนิดาเห็นท่าไม่ดีรีบลงจากรถเข็นมาแทรกกลาง “ฉันรู้นะว่าคุณคือคนที่ช่วยยัยแพร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ายัยแพรจะเป็นหนี้บุญคุณจนคุณตะโกนใส่หน้ายัยแพรอย่างนี้ได้”

“คุณภูผาคงเข้าใจอะไรผิดน่ะค่ะ”

“ถ้าคุณชื่อแพรไหม กุลนันท์วงศ์...ผมก็ไม่ได้เข้าใจอะไรผิด”

“ฉันชื่อแพรไหม กุลนันท์วงศ์ แต่ฉันไม่รู้จักพี่ชัยคนที่คุณพูดถึง แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าที่คุณพูดว่าเลิกหมายถึงใครเลิกกับใคร แล้วเกี่ยวอะไรกับฉัน”

“งั้นขึ้นไปหาพี่ชัยกับผมคุณจะได้รู้ว่าเกี่ยวยังไง” ภูผากระชากมือ...แพรไหมถึงร้องโอ๊ยหน้าเหยเก “แค่นี้เจ็บแล้วเหรอ รู้ไว้ว่ายังน้อยกว่าที่พี่ชายผมเจ็บหลายร้อยเท่า”

“ปล่อยคุณแพรเถอะค่ะพี่ภู ค่อยพูดค่อยจากันดีกว่า”

“แก้วก็เห็นว่าพูดดีๆแล้วเขาไม่ยอมรับ”

ภูผาดึงดันจะลากแพรไหมไป วนิดาทนไม่ไหวดึงมือภูผา พร้อมๆกับสั่งเขาปล่อยมือหลานของตนเดี๋ยวนี้

“ไม่รู้ใช่ไหมว่าหลานสาวไปทำชั่วทำเลวกับใครมาถึงได้ปกป้องกันอย่างนี้”

“ต่อให้ยัยแพรทำเรื่องไม่ดีจริง คุณก็ไม่มีสิทธิ์ ฉุดกระชากลากถูยัยแพรแบบนี้ นี่ถ้าเจ้าแสงฉายรู้ว่ามีคนรังแกว่าที่ราชินี เขาคงไม่ยอม”

“ก็ไปฟ้องเขาสิ ฟ้องเลย เจ้าแสงฉายจะได้รู้ว่าว่าที่ราชินีทิ้งผู้ชายอีกคนเพื่อมาหาเขา”

“ก่อนที่เจ้าจะมาสู่ขอยัยแพรจากพี่ศุ เจ้าส่งคนสืบประวัติยัยแพรอย่างละเอียด เจ้ารู้ว่ายัยแพรไม่เคยเป็นแฟนพี่แก”

“ผมจะพาเจ้าไปหาพี่ชัย มีคนยืนยันยังไงเจ้าก็ต้องเชื่อ...ว่าไง จะให้ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้เจ้าฟังหรือจะยอมไปขอโทษพี่ชัยกับผมดีๆ”

“ฉันไม่รู้จักพี่ชายคุณจริงๆนะคะ” แพรไหมยืนยัน

“งั้นผมจะพาคุณไปทำความรู้จักกับพี่ชายผม”

แต่ก่อนที่ภูผาจะลากแพรไหมไป เจ้าหน้าที่วิ่งนำ รปภ.โรงพยาบาลเข้ามา วนิดารีบสั่งการให้จับเขาส่งตำรวจเลยจะได้หายบ้า ภูผาพยายามขัดขืน เป็นจังหวะที่ทวีปมาถึงพอดี

“หยุดก่อนครับ ผมเป็นตำรวจ ผมจัดการมันเองครับ” หันไปกระซิบภูผา “ไม่คิดถึงตัวเองก็คิดถึงคุณป้าบ้าง ไปสงบสติอารมณ์ก่อนไป”

ภูผายอมทำตามที่เพื่อนบอก แต่ไม่วายจ้องหน้าเอาเรื่องแพรไหม “ผมไม่หยุดแค่นี้หรอกนะ ผมจะทำให้คุณไปกราบเท้าขอโทษพี่ชัยให้ได้”

วนิดามองตามไปอย่างไม่พอใจภูผา แต่แพรไหมยังงุนงงสงสัย...พ้นจากสองน้าหลานนั่นมาแล้ว ทวีปเสียงขุ่นใส่ภูผาต่อหน้าปรางแก้ว

“แกเป็นบ้าไปแล้วรึไง ถึงตะคอกคุณแพร ลากคุณแพรอย่างนั้น”

“แกยังไม่รู้น่ะสิว่าคุณแพรนี่แหละหักอกพี่ชัยถึงได้ด่าฉัน”

“คุณนายบุญศรีแม่แกโทร.บอกฉันแล้วโว้ย แล้วยังบอกอีกว่า กลัวความโกรธของแกจะทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่...ให้ฉันรีบมา ดีนะที่โรงพักอยู่ใกล้เลยมาเร็ว ไม่งั้นแกคงถูกลากคอไปโรงพักแล้ว”

“พี่ภูโกรธที่คุณแพรโกหกเป็นทุนอยู่แล้ว พอรู้ว่าเขาทำให้พี่ชัยเสียใจเลยโกรธกว่าเดิม...โกรธมากอย่างนี้พี่ภูคุยดีๆกับเขาไม่ได้หรอกค่ะ ให้คุณป้าไปคุยดีกว่า” ปรางแก้วแนะนำ

“แม่ตามผู้หญิงร้อยเล่มเกวียนอย่างคุณแพรไม่ทันหรอก เขาต้องเจอพี่มันถึงจะสมน้ำสมเนื้อ”

“อย่าลืมสิว่าเขาเป็นถึงว่าที่ราชินีเมืองเชียงทวาย เจ้าแสงฉายมีทั้งเงินทั้งอิทธิพล ถ้าคุณแพรโกรธแล้วฟ้องเจ้า เจ้าอาจจะเล่นงานให้แกเดือดร้อนก็ได้”

“แกก็รู้ว่าฉันไม่เคยกลัวใคร”

“ฉันรู้ แล้วฉันก็ไม่ได้ห่วงแก พี่ชัยหายออกจากบ้าน แกก็เพิ่งโดนยิง แกว่าถ้ามีเรื่องอีก แม่แกจะรับไหวไหม”

ภูผาถอนใจเฮือกใหญ่ก่อนตัดสินใจ “เอาเป็นว่าฉันจะรอให้ใจเย็นแล้วค่อยไปคุยกับคุณแพรดีๆแล้วกัน”

อีกด้านหนึ่ง แพรไหมกำลังยืนยันกับวนิดาว่าตนไม่รู้จักพี่ชายภูผา...วนิดากลัวความแตกจำต้องปกปิดการกระทำแย่ๆของพันทิญา

“นายภูผานั่นบอกว่าพี่ชายเขาไม่สบายมาก อาจจะไข้ขึ้นเพ้อเรื่อยเปื่อยจนนายภูผาเข้าใจผิดก็ได้”

“งั้นแพรก็ควรไปอธิบายกับคุณภูผา จะได้เลิกเข้าใจผิด”

“โมโหคลั่งเป็นหมาบ้าอย่างนั้นพูดไปก็ไม่รู้เรื่องหรอก ให้เขาหายคลั่งแล้วค่อยหาโอกาสอธิบายดีกว่า...แล้วเราก็ไม่ต้องเอาเรื่องนี้ไปบอกเจ้า บอกพี่ศุหรอกนะ เดี๋ยวจะสืบสาวราวเรื่องจนเรื่องไปกันใหญ่”

“แพรตั้งใจว่าจะไม่บอกอยู่แล้วล่ะค่ะ ขี้เกียจปวดหัว”

ฟังแล้ววนิดาค่อยเบาใจ...โล่งใจแทนพันทิญาไปที

ooooooo

พิพิธมีความสุขขลุกอยู่กับแสงมณีจนเกือบค่ำ แถมพรุ่งนี้ยังนัดไปงานแสดงภาพวาดการกุศลด้วยกันอีก...แสงมณียอมรับว่าเขาอารมณ์ดี คุยสนุก แต่ไม่ได้คิดกับเขาเกินเพื่อนแน่นอน เพราะเธอมีชายในดวงใจอยู่แล้ว เขาคือภูผา ชายหนุ่มคนแรกที่เธออยู่ใกล้แล้วใจสั่น

ดวงใจได้ฟังคำสารภาพของแสงมณีแล้วไม่ทัดทาน แต่ยังไงจะต้องส่งคนสืบประวัติภูผาให้แน่ใจ ถ้าประวัติดีไม่มีด่างพร้อย ดวงใจเชียร์เต็มที่...

ค่ำนั้น พันทิญานั่งไม่ติด ท่าทีกระสับกระส่ายรอการกลับมาของวนิดากับแพรไหม นานเข้าศุภลักษณ์เริ่มสงสัย ถามพันทิญาเป็นอะไร ตั้งแต่กลับมาเห็นผุดลุกผุดนั่งอยู่นั่น

“พัน...เอ่อ...พันห่วงน้าดาค่ะ”

“ยัยแพรก็โทร.มาบอกแล้วว่าผลตรวจปกติ วนิดาแข็งแรงดี พันยังห่วงอะไร”

“ก็ห่วง...ห่วงว่าหมอจะตรวจไม่ละเอียดเลยไม่เจอสาเหตุว่าน้าดาเป็นอะไรน่ะสิคะ คนแข็งแรงอย่างน้าดาจู่ๆก็หัวใจเต้นเร็ว เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีสาเหตุ”

“หมอโรงพยาบาลนี้เก่งๆทั้งนั้น ถ้าวนิดาเป็นโรคอะไรจริงคงตรวจเจอแล้วล่ะ ไม่ต้องห่วงหรอก มานั่งเถอะ”

พันทิญามองไปหน้าบ้านอย่างร้อนใจแต่กลัวศุภลักษณ์สงสัยเลยจะเดินมานั่ง แต่ทันใดก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงรถมาจอดหน้าบ้าน

เจ้าแสงฉายมาส่งสองน้าหลานแล้วจะเข้าไปคุยในบ้านตามคำชวนของศุภลักษณ์ แต่เขาต้องชะงักและล่าถอยกลับไปในที่สุด เพราะโดนแพรไหมไล่ทางอ้อม...

เมื่อพากันเข้าบ้านแล้ว แพรไหมจะพาวนิดาไปพักผ่อนตามที่บอกกับเจ้าแสงฉาย แต่พันทิญาที่จดจ่อรออยู่นานรีบช่วงชิงวนิดาไปเสียก่อน

ทันทีที่อยู่กันตามลำพังในห้อง พันทิญาทั้งกอดทั้งหอมวนิดาด้วยความรักและซาบซึ้ง

“ขอบคุณคุณน้ามากนะคะที่แกล้งไม่สบายแล้วโทร.ให้ยัยแพรพาไปโรงพยาบาล ไม่งั้นไอ้ภูผาอาจจะได้คุยกับยัยแพรจนรู้แล้วก็ได้ว่าพันคือคนที่ทิ้งพี่ชายมัน”

“ไอ้ภูผาเจอยัยแพรแล้ว”

“เจอแล้ว!!”

“ที่โรงพยาบาล...มันเข้ามาต่อว่า แต่ยัยแพรไม่รู้เรื่องมันเลยจะลากยัยแพรไปหาพี่ชายมัน โชคดีที่ยามมาจับตัวมันไว้ก่อน มันเลยพายัยแพรไปไม่ได้”

“ไอ้ภูผานี่มันน่ากลัวจริงๆ ท่าทางมันเจ็บแค้นแทนไอ้ชัยมากเลยค่ะ ตราบใดที่ยัยแพรยังไม่ไปขอโทษพี่ชายมัน มันคงตามยัยแพรไม่เลิก เราจะทำยังไงกันดีคะ”

วนิดาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพาหลานรักไปหาแพรไหมถึงห้องนอน

“พี่พันเคยเป็นแฟนกับพี่ชายคุณภูผา!” แพรไหมทวนคำด้วยความตกใจสุดๆ

“ดูๆกันอยู่พักเดียว พอพี่รู้ว่าไปด้วยกันไม่ได้เลยบอกเลิก”

“คบพี่พันแล้วทำไมคุณภูผาถึงคิดว่าแฟนพี่ชายเขาคือแพรล่ะคะ”

“พี่บอกเขาว่าพี่ชื่อแพร...พี่แค่อยากเล่นเกมสนุกๆ กะว่าเป็นแฟนกันแล้วจะบอกความจริงเพื่อเซอร์ไพรส์เขา แต่ยังไม่ทันบอกก็เลิกกันไปซะก่อน”

“มิน่า...ตอนที่แพรบอกว่าไม่รู้จักคุณชัย คุณภูผาถึงไม่เชื่อ เราไปหาคุณชัยกับคุณภูผาด้วยกันนะคะ ทุกคนจะได้เลิกเข้าใจผิด”

“นายภูผาไม่เข้าใจหรอกว่าที่ยัยพันใช้ชื่อแพรเป็นแค่เกมสนุกๆ เขาต้องหาว่ายัยพันตั้งใจหลอกนายชัย แล้วอาจจะยิ่งโมโหจนทำร้ายยัยพันก็ได้”

“คุณภูผาดุแต่ก็เป็นสุภาพบุรุษ แพรว่าเขาไม่ทำร้ายผู้หญิงหรอกค่ะ”

“ไม่ทำร้าย แล้วไอ้ที่เขาฉุดกระชากเราที่โรงพยาบาล เรียกว่าอะไร” วนิดาเสียงแข็ง

แพรไหมหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย “แต่ถ้าปล่อยให้เขาเข้าใจผิดอย่างนี้ เขาก็ตามต่อว่าแพรไม่เลิก”

“น้ากับพี่พันรักเรามาก ไม่ปล่อยให้เราเดือดร้อนอย่างนั้นหรอก น้าหาทางออกไว้แล้วแพรต้องไปยอมรับกับนายภูผาว่าเคยเป็นแฟนกับนายชัย”

“แต่คุณภูผาอยากให้แพรไปขอโทษพี่ชายเขา ถ้าเจอกันทุกคนก็ต้องรู้อยู่ดีว่าไม่ใช่แพร”

“ก็ไม่ต้องไปเจอ คุณภูผาแค่อยากให้คนที่ทำ

คุณชัยเสียใจรับผิด แค่แพรไปสารภาพแล้วฝากไปขอโทษ พี่ว่าเขาก็พอใจแล้วล่ะ”

“ตอนแพรจะหนีเจ้า ยัยพันช่วยเราทุกอย่าง แค่ไปขอโทษคนแทนแพรคงทำเพื่อยัยพันได้นะ” วนิดาอ้างบุญคุณหน้าตาเฉย แพรไหมเลยนิ่งเงียบไปอย่างจนมุม

ooooooo

ภูผาแพรไหม ตอนที่ 4

อ่านเรื่องย่อ

ภูผาแพรไหม

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ:

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement