advertisement

ภูผาแพรไหม ตอนที่ 13

บทประพันธ์ โสภี พรรณราย จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 โดยปัณณภัทร/ชาติญา
29 ก.ค. 2555 09:01

นายพลจันทร์เทพ ลุงของอโณทัยเดินทางมาแล้ว เพื่อวางแผนปลิดชีพแสงฉายในงานแต่งงานที่จะมีขึ้นวันพรุ่งนี้ โดยเขาสั่งการนาราให้ใช้ความสวยล่อเสือออกจากถ้ำ ส่วนคนอื่นๆพยายามเข้าไปปะปนกลมกลืนกับแขกเหรื่อ แล้วตนเองจะบัญชาการอยู่ภายในรถที่สามารถเห็นความเคลื่อนไหวทุกอย่างได้ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย

เย็นวันเดียวกัน พิพิธตัดสินใจแจ้งความเรื่องพี่ชายหายตัวไปตั้งแต่เมื่อวาน หมวดทวีปรับเรื่องและซักถามข้อมูลเพิ่มเติมว่าพี่ชายของเขามีศัตรูที่ไหนบ้าง พิพิธตอบทันทีว่าไม่มีแน่นอน ครอบครัวของตนทำธุรกิจตรงไปตรงมาตั้งแต่รุ่นอากง ที่ผ่านมาเราไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกับใคร

“พี่ชายคุณอาจจะถูกปล้นจี้ชิงทรัพย์ หรือไม่ก็ถูกลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่”

“ก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ผมยืนยันว่าเฮียนัดกับคุณพันทิญา พี่สาวคุณแพรไหม แต่พอไปถามคุณพันทิญากลับบอกว่าไม่ได้เจอเฮีย”

“ถ้าอย่างงั้นก็หมายความว่าพี่ชายคุณหายตัวไประหว่างทาง เอาอย่างนี้แล้วกัน ผมจะให้ตำรวจแกะรอยจากรถพี่ชายคุณดูก่อน เผื่อเราจะได้เบาะแสอะไรเพิ่มเติม”

พิพิธพยักหน้า สายตาเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด... ด้านตัวการอย่างพันทิญา เวลานี้เธอกำลังร้อนรุ่มกลุ้มใจที่จะต้องเสียแสงฉายให้แพรไหมไปจริงๆ จึงคิดอ่านกับวนิดาจนได้ข้อสรุปว่า ต้องทำให้แพรไหมหนีการแต่งงานให้จงได้

พันทิญาแสร้งยิ้มแย้มเข้าหาแพรไหม ถามอย่างห่วงใยว่าพรุ่งนี้จะถึงวันแต่งงานแล้วยังไม่เตรียมตัวอีกหรือ?

“แพรกำลังคิดหาทางยกเลิกงานแต่งงาน แต่แพรก็ไม่รู้จะทำยังไง ถ้าจะหนีไปอีกก็สงสารคุณแม่”

“แต่ชีวิตเป็นของแพรนะ ถ้าแพรไม่อยากแต่ง ก็ไม่ต้องแต่ง ไม่อย่างงั้นแพรจะต้องฝืนใจอยู่กับคนที่แพรไม่รักไปตลอดชีวิต แล้วถ้าวันหนึ่งอยู่ด้วยกันไม่ได้ แพรก็ต้องกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่”

“แต่เจ้าคงไม่ยอม แพรจะทำยังไงดีล่ะคะพี่พัน”

“มันอยู่ที่แพร ถ้าแพรไม่แต่งซะอย่าง เจ้าก็คงทำอะไรไม่ได้...หนีไปซะ ไปให้ไกลที่สุด แพรไม่มีเวลาคิดอีกแล้ว จะทำอะไรก็ต้องรีบทำเข้า ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป”

แพรไหมเริ่มลังเล วนิดาเข้ามาพร้อมพาสปอร์ตที่แอบเอามาจากห้องศุภลักษณ์ เธอบอกให้แพรไหมรีบเก็บข้าวของหนีไปก่อนที่แม่จะกลับมา แต่แพรไหมยังห่วงความปลอดภัยของแม่ ถ้าเจ้าแสงฉายรู้ว่าตนหนีไป เขาต้องโกรธมากแน่ๆ

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่ะ บ้านเมืองมีขื่อมีแป ไม่มีใครมาทำอะไรใครได้ง่ายๆหรอก อีกอย่างน้ากับยัยพันก็ยังอยู่ คงพอจะดูแลกันได้”

ในที่สุดแพรไหมก็เชื่อสองน้าหลาน เธอรีบเก็บข้าวของจำเป็นลงกระเป๋าเพื่อออกจากบ้าน แต่ไม่นึกว่าจะเจอแสงฉายที่มาโดยไม่ได้นัดล่วงหน้า

“คุณไม่ควรเดินทางไปไหนอีก อย่าลืมสิ พรุ่งนี้จะถึงวันแต่งงานของเราแล้ว”

“ใครบอกว่าฉันจะแต่งงานกับคุณ ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะไปจากที่นี่ คุณหรือใครก็ห้ามฉันไม่ได้”

“คิดเหรอว่าผมจะยอมให้คุณไปง่ายๆ ยังไงงานแต่งงานของเราก็ต้องเกิดขึ้น ไม่ว่าคุณจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม”

แพรไหมไม่ฟัง สั่งเขาหลีกทาง แต่แสงฉายไม่ขยับ แถมยังจ้องหน้าเธออย่างเอาจริง จังหวะนี้ศุภลักษณ์กลับมาพอดี เธอสงสารลูกสาวจึงช่วยกล่อมแสงฉายเพื่อให้เปลี่ยนใจยกเลิกการแต่งงาน

“เห็นใจเราเถอะค่ะ ที่ผ่านมาเป็นความผิดของน้าเอง ที่เห็นดีเห็นงามอยากให้ยัยแพรได้แต่งงานกับเจ้า เพราะน้าเชื่อว่าเจ้าจะทำให้ยัยแพรรักเจ้า และยอมแต่งงานกับเจ้าด้วยความเต็มใจ แต่ที่สุดมันก็เป็นไปไม่ได้”

“คุณน้าจะให้ยกเลิกงานแต่งง่ายๆอย่างงั้นเหรอครับ แล้วใครจะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผม”

“น้าจะคืนทุกอย่างให้เจ้า ส่วนค่าจัดงานแต่งงานทุกอย่าง น้าขอรับผิดชอบเอง”

“แล้วชื่อเสียงของผมที่เสียไปล่ะ ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน จู่ๆก็ถูกผู้หญิงยกเลิกงานแต่ง”

“แต่เจ้าก็ทำไม่ถูกที่ไปยุ่งกับผู้หญิงอื่น” ศุภลักษณ์หันมองพันทิญาที่ยืนอยู่กับวนิดา

“ผมขอยืนยันว่าผมรักคุณแพรไหม จริงใจกับเธอมาตลอด ถ้าคุณน้าจะใช้เรื่องไร้สาระมาเป็นข้ออ้างเพื่อยกเลิกงานแต่งงานของผมกับคุณแพร มันคงไม่ยุติธรรมกับผม”

“เจ้ามองว่าเรื่องของเราเป็นเรื่องไร้สาระงั้นเหรอคะ” พันทิญาโพล่งขึ้นอย่างเจ็บปวด แสงฉายไม่สบตา กล่าวเชิงขู่อยู่ในทีว่า คิดว่าเราคุยกันเข้าใจแล้ว “แล้วที่ผ่านมาล่ะคะ เจ้าจะให้พันคิดยังไง พันรักเจ้า ยอมทำทุกอย่างเพื่อเจ้านะคะ”

“คุณคิดไปเองทั้งนั้น ผมคงไม่ต้องรับผิดชอบความรู้สึกของผู้หญิงทุกคนที่ผมรู้จัก ผมรักคุณแพรไหมคนเดียวเท่านั้น”

“แต่ฉันไม่ได้รักคุณ...ไม่มีวันรักด้วย” แพรไหมสวนทันควัน


“ถึงตอนนี้...ความรักไม่มีความหมายกับผมแล้ว แต่ผมจะไม่ยอมเสียหน้าเด็ดขาด”

“ก็ได้...ถ้าทำให้เรื่องมันจบ เจ้าจะให้น้าชดเชยยังไงก็บอกมาเถอะ น้ายอมทำทุกอย่างเพื่อแลกกับอิสรภาพของลูกสาวน้า”

“มันสายไปแล้วครับ พรุ่งนี้คุณแพรไหมต้องแต่งงานกับผม ไม่มีทางเลือกอื่น แล้วอย่าคิดหนีไปอีก ถ้าไม่อยากให้แม่คุณเดือดร้อน คุณก็รู้นี่ว่าคนอย่างผมทำได้ทุกอย่าง”

แสงฉายกลับออกไปพร้อมลูกน้องสองคน แพรไหม ไม่ยอมง่ายๆ ก้าวตามมาต่อว่าเขาอีกหลายคำ ก่อนที่แสงฉายจะโมโหแล้วพาดพิงไปถึงภูผา ถามว่ารักมันมากนักใช่ไหม ถึงได้กล้ายกเลิกงานแต่งงานกับตน


“ใช่...ฉันรักเขา ยอมรับความจริงเถอะค่ะ ระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้ แต่งงานกันไปก็ทรมานใจกันเปล่าๆ อย่างคุณจะหาผู้หญิงที่สวยกว่าฉัน ดีกว่าฉันอีกกี่ร้อยคนก็ได้”

“แต่คนที่ผมอยากจะแต่งงานด้วยคือคุณคนเดียวเท่านั้น”

“ฉันยอมตายดีกว่าที่จะยอมแต่งงานกับคุณ”

“คนที่สมควรตายคือภูผาต่างหาก ถ้าไม่มีมันเสียคน เรื่องของเราก็คงง่ายกว่านี้”

“อย่านะ อย่าไปยุ่งกับเขา”

“มันก็ไม่แน่...ถ้างานนี้คุณไม่ยอมแต่งงานกับผม จำไว้นะคุณแพรไหม ผมอาจจะยอมเสียใจที่คุณไม่รักผม แต่ผมจะไม่ยอมเสียหน้าเด็ดขาด ถ้าคุณยังอยากให้ภูผามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ต่อไป คุณต้องแต่งงานกับผม”

“ก็ได้...ฉันจะยอมแต่งงานกับคุณ แล้วก็จำไว้เลยนะ ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหนคนอย่างคุณไม่มีวันได้หัวใจของฉัน”

แสงฉายกลับไปอย่างเจ็บปวด ขณะที่พันทิญาก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน เธอเข้าห้องโวยวายว่าสองแม่ลูกโง่นัก แค่คำขู่ของเจ้าก็กลัวกันหัวหด วนิดาเตือนให้ใจเย็น แต่เธอบอกว่าเย็นไม่ไหวแล้ว ตนกำลังจะกลายเป็นคนแพ้ แพ้นังแพรไหม ตนทนไม่ได้

“ไม่...เป็นตายยังไงน้าก็ไม่ยอมแพ้นังแม่ลูกนั่นเด็ดขาด พวกมันต่างหากล่ะที่จะต้องกลายเป็นคนสูญเสีย ไม่เหลืออะไรเลย อย่ากลัวไปเลยลูก”

พันทิญาชะงักกับคำว่าลูกที่วนิดาหลุดปากออกมา แต่พอวนิดาได้สติก็แก้ต่างว่า น้ารักพันเหมือนลูกน้าจะทำทุกอย่างเพื่อให้พันสมหวัง ต่อให้ต้องทำร้ายคนอีกกี่คน น้าก็ยอมเพื่อหลานของน้า...

ตกกลางคืนก่อนวันงาน วนิดาจ้างวานชายสองคนจับตัวแพรไหมไปจากบ้าน เผอิญภูผามาเห็นเข้าจึงตามไปช่วยเหลือเธอทันเวลา แล้วจากนั้นทั้งคู่มีปากเสียงกันนิดหน่อยเรื่องงานแต่งที่จะมีขึ้นพรุ่งนี้ นั่นก็เพราะภูผายังตัดใจจากเธอไม่ได้ ขณะเดียวกันแพรไหมก็ท่าทีอาลัยอาวรณ์เพราะรักเขามาก

สองคนใช้เวลาอยู่ด้วยกันตลอดคืน พอเช้าขึ้นคนที่บ้านแพรไหมจึงแตกตื่นตกใจเมื่อมาดูในห้องแล้วไม่พบเธอ โดยเฉพาะศุภลักษณ์ที่นั่งหน้าเครียดไม่รู้จะทำอย่างไรดี เพราะถ้าแพรไหมหนีการแต่งงานจริง ตนเองต้องเดือดร้อนแน่ แต่วนิดาและพันทิญากลับลอบยิ้มสมใจ

“ก็ดีแล้วนี่ที่ยัยแพรหนีไป พี่ศุควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ยัยแพรทำให้เรื่องมันจบไปซะได้ ไม่มีเจ้าสาว งานแต่งงานก็คงไม่เกิดขึ้น ถ้าเจ้าแสงฉายไม่อยากขายหน้าชาวบ้านก็ต้องหาคนอื่นมาเป็นเจ้าสาวแทนยัยแพร”

“ถ้าเขาอยากได้คนอื่น เขาคงเปลี่ยนใจไปจากยัยแพรตั้งนานแล้ว ไม่รอมาจนป่านนี้หรอก”

“ถ้าคุณแม่ไม่ยัดเยียดยัยแพรให้กับเจ้าตั้งแต่แรก เจ้าก็คงไม่ปักใจกับยัยแพรขนาดนี้หรอกค่ะ นี่ขนาดคุณแม่รู้ว่าพันเป็นเมียเจ้าแล้ว คุณแม่ก็ยังยอมให้ยัยแพรใช้ผู้ชายร่วมกับพี่สาวตัวเอง”

“ยัยพัน! มันชักจะมากไปแล้วนะ ถ้าแกไม่เคารพนับถือว่าฉันเป็นแม่ ก็ควรนึกถึงบุญคุณของฉันที่เลี้ยงดูแกมาตั้งแต่เล็กบ้าง”

“ทำไมคะ ก็มันเรื่องจริง คุณแม่อยากให้ลูกสาวของคุณแม่เป็นเจ้าหญิงแห่งเชียงทวายจนหน้ามืดไม่นึกถึงความรู้สึกของใครทั้งนั้น แม้แต่ความรู้สึกของลูกสาวตัวเอง ก็ดีแล้วล่ะค่ะ ที่ยัยแพรหนีไปซะได้”

ศุภลักษณ์โกรธจัดตบหน้าพันทิญาแล้วด่าซ้ำว่าเนรคุณ ตนไม่น่าเลี้ยงดูมาเลย วนิดาทนไม่ไหวพุ่งเข้าขวางและระเบิดความคับแค้นออกมาจนสิ้น

“ที่พี่ศุยอมเลี้ยงดูยัยพัน เพราะพี่ศุต้องการลบล้างความผิดในใจของตัวเองต่างหาก ที่แย่งผัวของน้องสาวตัวเองมาหน้าด้านๆ ยัยพันมันก็ไม่ต่างไปจากกาฝากในบ้านหลังนี้”

“แกไม่ต้องพูดอะไรแล้ว” ศุภลักษณ์ตวาดน้องสาว

“ดาจะพูด พี่ศุจะได้รู้ตัวซะทีว่าที่ผ่านมาพี่ศุนั่นแหละที่เป็นคนผิด ผิดที่แย่งคุณวิเชียรมาจากดา ทั้งที่พี่ศุก็รู้ว่าดากับคุณวิเชียรอยู่ด้วยกันแล้ว”

พันทิญาตกตะลึง น้อยถึงกับอ้าปากค้าง ต่างมองศุภลักษณ์ที่ร่ำไห้ด้วยความเสียใจ พลางสั่งน้องสาวเสียงสั่นเครือ

“พอทีเถอะ ฉันไม่อยากฟัง”

“แต่พี่ศุต้องฟัง ดาเคยใช้ผัวร่วมกับพี่ศุมาแล้วครั้งหนึ่ง พี่ศุยังจะยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกเหรอคะ”

ศุภลักษณ์ซวนเซจะล้ม แพรไหมซึ่งเงียบฟังอยู่ด้านนอกรีบเข้ามาประคอง วนิดากับพันทิญามองหน้ากันอย่างคาดไม่ถึง งุนงงว่าแพรไหมรอดมาได้ยังไง แล้วพากันหายไปในห้องส่วนตัว

พันทิญาโวยวายว่าคนของวนิดาไม่ได้เรื่อง ทำงานกี่ครั้งก็พลาด วนิดาชี้แจงว่าตนไม่รู้ว่ามันเป็นใคร มีคนรู้จักเอาเบอร์ให้ ตนแค่โทร.สั่งงาน ถ้างานสำเร็จค่อยโอนเงิน แต่คราวหน้าตนไม่ยอมให้พลาดแน่

ขณะเดียวกัน แพรไหมปลอบใจแม่อยู่ห้องข้างล่าง ศุภลักษณ์ยังน้ำตาคลอด้วยความรู้สึกผิดต่อลูกสาว

“แพรโกรธแม่ไหมลูก ที่แม่ไม่เคยบอกความจริงกับลูกเรื่องพ่อกับน้าดา”

“ไม่ค่ะแม่ เรื่องบางเรื่องมันก็เป็นเหตุผลของผู้ใหญ่ แพรคงไม่เอาความรู้สึกของตัวเองไปตัดสินหรอกค่ะ คุณแม่อย่าคิดมากเลยนะคะ เดี๋ยวจะไม่สบายใจเปล่าๆ”

“แต่แม่ไม่เคยรู้มาก่อนจริงๆนะลูก ว่าน้าดาอยู่กับคุณพ่อมาก่อน เขาไปอยู่กันตอนไหนแม่ไม่รู้ แม่รู้แต่ว่าผู้ใหญ่หมั้นหมายเรามาตั้งแต่เด็ก แม่ทำตามความต้องการของคุณตาของลูก”

“เรื่องมันผ่านไปแล้วค่ะคุณแม่ เราย้อนกลับไปแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตไม่ได้ แต่แพรก็เชื่อว่าคุณแม่

ทำดีที่สุดแล้ว...แล้วพี่พันเป็นลูกคุณพ่อกับใครเหรอคะ”

ศุภลักษณ์ยังไม่ทันจะตอบ น้อยเข้ามารายงานว่าเจ้าแสงฉายมาแล้ว สองแม่ลูกถึงกับอึ้งไปด้วยกัน

“แพร...แม่ทำผิดมามากแล้วที่คิดว่าการแต่งงานกับเจ้าแสงฉายจะทำให้ลูกมีความสุข แต่ตอนนี้แม่รู้แล้วว่ามันไม่จริง ลูกมีสิทธิ์ที่จะตัดสินอนาคตของตัวเอง เลือกคู่ครองด้วยตัวเอง ไม่ต้องทำเพื่อแม่หรือใครทั้งนั้น”

“แพรตัดสินใจแล้วค่ะคุณแม่” แพรไหมบอกอย่างเด็ดเดี่ยว

ในเวลานั้น แสงฉายก็ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วเช่นกัน เขาสั่งธนาให้กำจัดภูผา โดยให้ลงมือคืนนี้ในงานแต่งงานของตน เพราะถ้ามันตาย แพรไหมจะได้เลิกคิดถึงมันเสียที!

ooooooo

ทวีปได้ข้อมูลมาแล้วว่าพันทิญามีส่วนรู้เห็นการหายตัวไปของพิพัฒน์อย่างแน่นอน เพราะกล้องวงจรปิดที่สี่แยกแห่งหนึ่งชัดเจนว่าเธอนั่งรถไปกับเขา อีกทั้งลูกน้องของทวีปก็มารายงานเพิ่มเติมด้วยว่ารถยนต์ของพิพัฒน์ถูกสวมทะเบียนปลอมเพื่อส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน แต่โชคดีตำรวจท้องที่จับได้เสียก่อน ทวีปจึงสั่งการให้ออกหมายเรียกพันทิญามาสอบสวน

ด้านแพรไหมที่ต้องเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวของแสงฉายทั้งๆที่ไม่เต็มใจ เธอนั่งหน้าเศร้าให้ช่างทำผมแต่งหน้าภายในโรงแรมที่จัดงาน แต่ไม่ทันเสร็จพันทิญาก็เข้ามาไล่ช่างออกไปหมด ก่อนจะต่อว่าแพรไหมอย่างหยาบคายโดยมีแสงฉายเป็นชนวนเหตุ

ยิ่งพูดพันทิญาก็ยิ่งแค้นใจถึงกับจะทำร้ายแพรไหมให้เสียโฉม แต่ศุภลักษณ์พรวดพราดเข้ามาทันเวลา หลังเอะใจที่เห็นช่างแต่งหน้าออกไปเร็วผิดปกติ แพรไหมไม่อยากให้เรื่องบานปลายจึงบอกแม่ว่าตนสะดุดรองเท้าส้นสูงหกล้มเอง แต่ท่าทางคนเป็นแม่ไม่ค่อยเชื่อเพราะเห็นเศษแก้วเกลื่อนพื้น

“แน่ใจนะลูกว่ามันเป็นอุบัติเหตุ”

“ถ้าคุณแม่คิดว่าพันทำร้ายลูกสาวคุณแม่ ก็ทำโทษพันสิคะ จะไล่พันออกจากบ้านก็ได้ ยังไงพันก็เป็นคนอื่นอยู่แล้วนี่”

“จะให้แม่พูดสักกี่ครั้งว่าแม่ไม่เคยคิดว่าพันเป็นคนอื่น อย่าเอาเรื่องในอดีตมาทำให้ตัวเองมีปมด้อย...ทำให้ตัวเองมีคุณค่าสิลูก พันยังมีโอกาสเจอผู้ชายอีกเยอะแยะที่เขารักพันอย่างจริงใจ”

“คุณแม่ก็พูดได้สิ เพราะคุณแม่ไม่ได้อยู่ในฐานะคนที่ถูกแย่งอย่างพัน” เธอกระแทกเสียงใส่ก่อนเดินปึงปังออกจากห้องไป ศุภลักษณทำท่าจะเดินตาม แต่แพรไหมดึงแขนไว้

“ปล่อยพี่พันไปก่อนเถอะค่ะ พี่พันกำลังเสียใจ เวลาคงช่วยให้พี่พันยอมรับความจริงได้”

ศุภลักษณ์นิ่งลงอย่างเห็นด้วย และเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว งานมงคลสมรสก็เริ่มขึ้นท่ามกลางแขกเหรื่อที่ทยอยกันเข้ามา ทวีปมาพร้อมปรางแก้ว แล้วมาเจอภูผาที่หน้างาน สองฝ่ายทักทายกันครู่หนึ่งก่อนที่แสงมณีจะต้อนรับพร้อมดวงใจ

พวกนายพลจันทร์เทพก็พร้อมปฏิบัติภารกิจสำคัญแล้วเหมือนกัน โดยอโณทัยนำทีมเข้าไปปะปนกับแขกในงาน ส่วนจันทร์เทพคอยบัญชาการอยู่ในรถที่จอดข้างโรงแรม เป้าหมายคือชีวิตของแสงฉายซึ่งพวกเขารับไม่ได้หากจะมีผู้นำเป็นนักค้ายาเสพติด

เมื่อกลุ่มของภูผาก้าวเข้ามาในห้องจัดงาน แสงฉายพาแพรไหมไปทักทาย ความจริงตั้งใจเย้ยภูผา พอสบโอกาสก็แอบข่มขู่ แต่ภูผาไม่ได้กลัวเกรง ฝ่ายพันทิญาพอเห็นแสงฉายพาแพรไหมไปต้อนรับแขกจากเชียงทวาย เธอก็ปรากฏตัวตรงหน้าภูผาที่ยืนอยู่คนเดียว

“คุณใจถึงมากที่มางานนี้ ไม่รู้สึกเจ็บปวดหรือยังไงกับภาพบาดตาบาดใจ”

“ผมไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น นอกจากแค้นคนที่ทำให้พี่ชายผมตายแต่งงานกับคนอื่น”

“แค้น? อุ๊ยตาย สายตาแบบนี้เรียกว่าแค้นหรือคะ ฉันว่าคุณกำลังหลงเสน่ห์น้องสาวฉันมากกว่า”

“คุณจะมารู้ใจผมได้ยังไง”

“สายตาคุณมันฟ้อง เสียใจด้วยนะคะ ที่คุณเล่นงานคนที่ทำให้พี่ชายคุณตายไม่ได้ เสร็จงานคืนนี้ยัยแพรก็จะไปอยู่ที่เชียงทวายแล้ว คุณจะไม่ได้พบยัยแพรอีกชั่วชีวิต”

พันทิญาหัวเราะหยันก่อนเดินเลี่ยงไป ลูกน้องของธนาที่ซ่อนตัวมุมหนึ่งได้จังหวะเล็งปืนมาที่ภูผา แต่นาทีนั้น แสงมณีเดินเข้ามาพอดี มือปืนเลยชะงักไปอย่างเสียจังหวะ

แสงมณีแสดงความเสียใจกับภูผาเพราะเธอทราบดีว่าเขารักแพรไหม พร้อมกันนี้เธอได้เผยความในใจที่มีต่อเขา และบอกลาเพื่อกลับเชียงทวายในวันพรุ่งนี้

ปรางแก้วก็เป็นอีกคนที่ยังตัดใจจากภูผาไม่ได้ เมื่อเธอเห็นเขายืนคนเดียวจึงออกมาอยู่เป็นเพื่อน แต่ภูผาบอกให้เธอกลับเข้าไปในงาน อย่าได้สนใจพี่เลย

“แก้วรู้ว่าพี่ภูเสียใจ แต่พี่ภูรู้ไหมคะ แก้วเสียใจยิ่งกว่า เพราะแก้วรักพี่ภู รักมากกว่าตัวเอง”

“แก้ว...ตัดใจจากพี่ซะ ไม่งั้นแก้วก็เริ่มต้นใหม่กับใครไม่ได้”

“ไม่ค่ะ แก้วไม่มีวันทิ้งพี่ภูเด็ดขาด ต่อให้พี่ภูไม่รักแก้ว แก้วก็จะรักพี่ภูคนเดียว ถึงในหัวใจพี่ภูจะมีแต่คุณแพรไหม แก้วก็จะรักพี่ภูตลอดไป”

“ไม่มีใครแทนที่ใครได้หรอก”

“แก้วไม่คิดจะแทนที่ใคร แก้วแค่อยากเห็นคนที่แก้วรักมีความสุข พี่ภูไม่ต้องกังวลกับความรู้สึกของแก้ว...แก้วเกิดมาเพื่อรักพี่ภู แก้วก็จะอยู่กับความรู้สึกนั้นอย่างมีความสุข อย่าห้ามแก้วเลยค่ะ ขอให้แก้วได้รักพี่ภู ได้ดูแลพี่ภูอยู่ห่างๆ แก้วก็พอใจแล้ว”

ภูผาทำท่าจะผละไป มือปืนได้จังหวะโผล่ออกมาเล็งปืน ปรางแก้วเหลือบเห็นจึงร้องบอกภูผาให้ระวัง พร้อมกับพุ่งตัวบังคมกระสุน จนร่างตัวเองทรุดฮวบขาดใจตายในอ้อมกอดของภูผา

เสียงปืนทำให้ผู้คนในงานแตกตื่นโกลาหล ขณะที่นอกงาน  ธนาซึ่งถูกนาราใช้ความสวยหลอกล่อออกไปหมายสังหารตามคำสั่งของจันทร์เทพก็กำลังต่อสู้กับเธออย่างดุเดือด ที่สุดนาราเสียทีถูกธนาแทงตายอย่างโหดเหี้ยม แล้วธนาก็รีบเข้ามาปกป้องคุ้มกันแสงฉายที่ปะทะกับพวกอโณทัย

ทวีปกับภูผาเสียใจต่อการจากไปอย่างกะทันหันของปรางแก้ว และเมื่อภูผาหันมาเห็นแพรไหมถูกอโณทัยจับเป็นตัวประกันก็ตกใจ เร่งหาจังหวะจะช่วยเหลือเธอ

อโณทัยสั่งแสงฉายให้บอกลูกน้องทิ้งอาวุธ ไม่เช่นนั้นตนจะฆ่าเจ้าสาวของเขาเดี๋ยวนี้ แต่แสงฉายไม่ยอมเพราะมั่นใจว่าพวกอโณทัยหนีไม่รอดแน่

“รอดหรือไม่รอด เดี๋ยวก็รู้” พูดขาดคำ อโณทัยกระชากแพรไหมไป โดยที่นทีกับอรัญคอยคุ้มกันให้ แต่แล้วอรัญถูกธนายิงล้มลง ภูผาฉวยจังหวะชุลมุนนี้โดดถีบอโณทัยแล้วชิงตัวแพรไหมวิ่งหนีไป

แสงฉายจะตาม แต่พอดีแสงมณีวิ่งเข้ามาพร้อมดวงใจ เขาจึงสั่งยศกับเลิศคุ้มกันแสงมณี ส่วนธนาให้รีบตามไปเอาตัวแพรไหมกลับมา

ภูผาตั้งใจจะพาแพรไหมไปที่รถ แต่ระหว่างนี้ธนากับลูกน้องไล่ยิงมา ภูผายิงตอบโต้พลางบอกแพรไหมให้เอากุญแจของตนไปสตาร์ตรถ ถ้าไม่อยากกลับมาเป็นเมียเจ้าแสงฉาย แพรไหมทำตามอย่างว่าง่ายเพราะเธอไม่ต้องการเช่นนั้นอยู่แล้ว

ธนาเจ็บใจมากที่ภูผาและแพรไหมหนีไปได้ เช่นเดียวกับแสงฉายที่โกรธแค้นภูผาแทบกระอัก เพราะงานแต่งงานล้มเป็นไม่ท่า

ภูผาขับรถด้วยความเร็ว ดวงตาเขาแดงช้ำแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่เมื่อนึกได้ว่าปรางแก้วจากโลกนี้ไปแล้ว

“ฉันเสียใจด้วยนะคะ คุณปรางแก้วไม่น่าโชคร้ายเลย” แพรไหมเอ่ยเสียงเศร้า

“ถ้าแก้วไม่ตาย คนที่ตายก็คงเป็นผม มือปืนมันคงกะเล่นงานผมให้ตาย” เขาหยุดเร็วกะทันหัน ฟุบหน้านิ่ง กับพวงมาลัยด้วยความเสียใจ “แก้วตายเพราะผมแท้ๆ”

“ใครจะฆ่าคุณเหรอคะ”

“จนป่านนี้คุณยังดูไม่ออกเหรอว่าเจ้าแสงฉายมันร้ายกาจแค่ไหน หรือว่าอยากแต่งงานกับมันมากจนมองไม่เห็นความเลวของมัน”

“แต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าเขาจะฆ่าคุณเพื่ออะไร ในเมื่อฉันก็ยอมทำตามเงื่อนไขของเขา”

“เพื่อกำจัดศัตรูหัวใจของเขายังไงล่ะ แต่อย่าหวังเลยว่าเขาจะสมหวัง ผมนี่แหละจะทำให้เขาเจ็บปวด เขาจะต้องสูญเสียคนที่เขารักเหมือนกัน”

ภูผากระชากรถต่อไปอย่างแรง แพรไหมนั่งตัวลีบ กลัวใจเขาเหลือเกิน...

ooooooo

กลับมาที่บ้าน แสงฉายยังหัวเสียไม่หาย สั่งการ ธนาให้คนของเราตามหาภูผา แม้พลิกแผ่นดินก็ต้องตามจับทั้งคู่มาให้ได้

“แต่วันพรุ่งนี้เจ้าอาจจะยุ่งยาก มีคนตายในงานหลายคน”

“เราไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ไม่มีหลักฐานสาวมาถึงเราได้ง่ายๆหรอก ฆ่ามันได้แล้วเราก็จะกลับเชียงทวาย... ไม่มาเหยียบที่นี่อีก”

“แต่ผู้หญิงคนนั้นไม่น่ามารับกระสุนไว้เลย ไม่งั้นไอ้ภูผามันตายไปแล้ว”

“มันไม่ตายตอนนี้ อีกไม่นานมันก็ต้องตายอยู่ดี ฉันจะฆ่ามันด้วยมือฉันเอง สั่งคนของเราไปลากคอมันมาให้ได้”

ธนารับคำแล้วเดินออกไป แสงฉายปัดข้าวของบนโต๊ะหล่นแตกกระจายด้วยความแค้น แสงมณีที่แอบฟังอยู่แต่แรกถึงกับตะลึงงัน ไม่คาดคิดว่าพี่ชายจะโหดร้ายถึงเพียงนี้

แสงมณีกลับเข้าห้องร้องไห้ เพราะรับไม่ได้กับความร้ายกาจของพี่ชาย ขณะเดียวกันแพรไหมที่หนีไปกับภูผา เธอถูกเขาย่ำยีทั้งกายและใจด้วยความเข้าใจผิด ส่วนศุภลักษณ์กำลังรอการกลับมาของลูกสาวอย่างกระวน กระวาย วนิดาเห็นแล้วเยาะหยันสะใจ เป็นเหตุให้พี่สาวทนไม่ไหวถึงกับออกปากไล่ออกจากบ้าน

“ไปให้พ้น ออกไปจากบ้านฉันเลยยิ่งดี ยังไงเธอก็ไม่นับถือฉันเป็นพี่อยู่แล้วนี่”

“ดาลืมว่าเราเป็นพี่น้องกันตั้งแต่วันที่พี่ศุแย่งพี่วิเชียรไปจากดาแล้วค่ะ”

“ใครกันแน่ที่แย่งเขาไปจากฉัน ทั้งที่เราหมั้นกันมาตั้งแต่เด็ก”

“ก็แค่หมั้น แต่มันไม่ใช่ความรัก เขาไม่ได้รักพี่ศุ เขาแค่ทำตามความต้องการของผู้ใหญ่ พี่ศุนั่นแหละที่หน้ามืดรักเขาข้างเดียว จนไม่เปิดตาขึ้นมาดูความจริง”

“ไม่จริง...เขารักฉัน”

“หลอกตัวเอง...ถ้าเขารักพี่ศุเขาคงไม่ย่องเข้ามาหาดาแทบทุกคืน แต่พี่ศุก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เพราะไม่อยากเสียผัว”

“พอที ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ฉันไม่อยากฟัง”

“พี่ศุต้องฟัง! จะได้ยอมรับความจริงซะที พี่ศุนั่นแหละที่แย่งผัวของน้อง แล้วยังพรากลูกของดาไป”

ศุภลักษณ์ทวนคำว่าลูกอย่างงงงัน ขณะที่พันทิญาเดินเข้าพอดี เธอหยุดฟังโดยสองพี่น้องไม่รู้เห็น

“ดากับพี่วิเชียรมีลูกด้วยกัน ก่อนที่เขาจะมาแต่งงานกับพี่ศุ”

“นี่อย่าบอกนะว่ายัยพันเป็นลูกของเธอ”

“ค่ะ ยัยพันเป็นลูกสาวของดากับพี่วิเชียร ดาถึงได้เข้ามาอยู่ที่นี่ ทนเป็นเมียเก็บของเขา ยอมหวานอมขมกลืน ทนกินน้ำใต้ศอกของพี่ศุเพื่อได้อยู่กับลูก เพราะพี่ศุอยากจะยึดพี่วิเชียรไว้ ถึงได้ทำตัวเป็นแม่พระยอมให้เขาเอาลูกเข้ามาอยู่ในบ้าน โดยไม่ถามเขาสักคำว่าใครเป็นแม่ของลูก พี่ศุเห็นแก่ตัว พี่ศุรู้ไหมดาเจ็บแค่ไหน ที่ต้องทนเห็นพี่ศุหน้าชื่นตาบานอยู่กับสามีของดา”

ศุภลักษณ์ลุแก่โทสะตบหน้าวนิดาอย่างแรง พันทิญายืนตะลึงกับความจริงที่เปิดเผย แผดเสียงว่าไม่จริง...แล้ววิ่งน้ำตาไหลพรากขึ้นข้างบน โดยมีวนิดาก้าวตามไปติดๆ

พันทิญาล็อกห้องร้องไห้ วนิดาเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตอบ “พัน...ฟังแม่ก่อน  แม่ขอโทษที่ไม่ได้บอกความจริงกับลูก แม่ขอโทษ แม่รักลูกนะพัน แม่ทำทุกอย่างเพื่อลูก อย่าโกรธแม่เลยนะ”

วนิดาคร่ำครวญทั้งน้ำตา แต่พันทิญายังเงียบกริบ ที่สุดคนเป็นแม่ต้องล่าถอยลงมา แล้วโดนศุภลักษณ์ออกปากไล่ซ้ำ

“ในเมื่อแกไม่เคยคิดว่าฉันเป็นพี่ ก็อย่าอยู่ที่นี่อีกเลย”

“ดาจะไปจากที่นี่ แล้วพี่ศุจะเสียใจที่ทำกับดา”

“ฉันเสียใจมามากพอแล้วที่หลงเลี้ยงงูพิษอย่างแก เก็บข้าวของของแกแล้วออกไปจากบ้านนี้ซะ ส่วนยัยพัน ถ้าอยากจะอยู่กับแม่แท้ๆอย่างแก ก็ตามใจ”

ศุภลักษณ์ขึงขังเด็ดขาด วนิดามองตามพี่สาวด้วยความโกรธแค้น

ooooooo

เช้าแล้ว แสงฉายยังขุ่นมัวที่ลูกน้องตามหาภูผากับแพรไหมไม่เจอ เขาสั่งธนาให้ค้นหาต่อไป แต่ธนาทักท้วงว่าเรื่องจะไปกันใหญ่ เพราะอีกไม่กี่วันเรานัดส่งของลอตใหญ่ ถ้ามีเรื่องอื่นมาเกี่ยวข้อง ตนกลัวว่างานสำคัญของเราจะเสีย

“แต่ฉันคงปล่อยให้คนที่หยามน้ำหน้าฉันลอยนวลอยู่ไม่ได้ มันกับฉันต้องตายกันไปข้างนึง และคนที่ตายต้องเป็นมัน”

ธนารับคำสั่งก่อนเดินออกไปโดยไม่เห็นแสงมณีที่แอบฟัง กระทั่งธนาลับกาย แสงมณีจึงเข้ามาหว่านล้อมพี่ชายให้ยุติทั้งเรื่องฆ่าภูผากับส่งยาเสพติด แสงฉายตกใจมาก ไม่คิดว่าน้องจะรู้เรื่องที่ตนทำผิดกฎหมาย

“พี่ชายควรจะกลับเชียงทวายไปพร้อมกับหญิง ลืมทุกอย่างที่นี่แล้วกลับบ้านของเรา ประชาชนกำลังรอพี่ชายอยู่นะคะ”

“หญิงกลับไปก่อนเถอะ พี่ขอจัดการงานทางนี้ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนแล้วพี่จะตามไป”

“พี่ชายคิดเหรอคะ ว่าตำรวจจะปล่อยให้พี่ชายใช้ประเทศไทยเป็นฐานลำเลียงของผิดกฎหมายโดยไม่ทำอะไร ที่หญิงต้องพูดเพราะหญิงรักพี่ชาย อยากจะกลับเชียงทวายด้วยกัน หญิงไม่อยากให้พี่ชายโดนจับเข้าคุกหรือถูกตำรวจยิงตาย”

ฟังถ้อยคำน้องสาวแล้ว แสงฉายถึงกับอึ้งไปอย่างคิดหนัก ด้านแพรไหมที่หนีไปกับภูผา เช้านี้เธอตัวร้อนมีไข้ ภูผากระวีกระวาดจะเช็ดตัวให้ แต่ในระหว่างที่เขาหายเข้าไปในห้องน้ำ เธอฉวยโอกาสคว้ากุญแจรถขับหนีมาได้อย่างหวุดหวิด

หลังจากเตือนพี่ชายไปแล้ว แต่ดูท่าจะไม่ได้ผล แสงมณีจึงแอบโทร.หาภูผาแต่เขาไม่รับสาย เธอเลยนึกถึงทวีป เตรียมตัวออกไปพบเขาแต่โดนแสงฉายขัดขวางและจับขังไว้ในห้อง โดยที่ดวงใจก็ช่วยเหลืออะไรไม่ได้

ที่สถานีตำรวจ พิพิธมาพบทวีปเพื่อฟังความคืบหน้าเรื่องคดีพี่ชาย พร้อมกันนี้ได้แสดงความเสียใจกับผู้หมวดเรื่องน้องสาวที่เสียชีวิตในงานแต่งของแสงฉายกับแพรไหม

“ขอบคุณครับ ยัยแก้วคงทำบุญมาแค่นี้จริงๆ”

“ผมเข้าใจ ตอนนี้ผมก็คงไม่ต่างไปจากคุณ เรามีกันอยู่สองคนพี่น้อง จนป่านนี้พี่ชายผมยังไม่กลับมา ถ้าพี่ชายผมเป็นอะไรไป ผมก็คงไม่เหลือใคร”

“ผมกำลังให้สายสืบแกะรอยอย่างเต็มที่ อีกไม่นานคงได้ข่าว”

“หวังว่าจะเป็นข่าวดี”

พูดไม่ทันขาดคำ ลูกน้องเข้ามารายงานทวีปว่าคนร้ายที่จับได้พร้อมรถยนต์ของพิพัฒน์รับสารภาพแล้ว และซัดทอดถึงผู้หญิงที่ชื่อวนิดากับพันทิญา

“เลวทั้งคู่ คุณรู้ไหมผมเคยเจอพวกเขาที่ร้านอาหารก่อนที่พี่ชายคุณภูผาจะฆ่าตัวตาย ผมสังหรณ์ใจอยู่แล้วว่าสองคนนี้ต้องเกี่ยวข้องด้วย แต่เฮียไม่ยอมเชื่อ ในที่สุดก็เจอเข้ากับตัวเองจนได้”

พูดจบพิพิธลุกพรวดจะไปเอาเรื่องสองน้าหลาน แต่ทวีปไม่เห็นด้วย ไม่อยากให้เขาวู่วาม ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจจะดีกว่า

วนิดาร้อนใจดักรอพันทิญานานพอสมควรกว่าจะได้เผชิญหน้า เธออยากอธิบายให้ลูกเข้าใจถึงความจำเป็นที่ต้องปกปิดความจริง แต่ไม่ทันพูดอะไร พันทิญากลับตั้งคำถามอย่างมีอารมณ์เสียก่อนว่า โกหกทำไม ทำไมไม่พูดความจริงแต่แรก

“แม่กลัวว่าพี่ศุจะไม่ให้แม่เข้ามาอยู่ด้วย แม่กลัวว่าจะไม่ได้อยู่กับลูก”

“คิดถึงแต่ตัวเอง แล้วเคยคิดไหมว่าพันจะรู้สึกยังไงที่ต้องเป็นเด็กกำพร้าไม่มีแม่เหมือนคนอื่น อยู่ในบ้านก็ในฐานะผู้อาศัย ที่เขาให้อยู่ก็เพราะเป็นลูกคุณพ่อ แม่ทำได้ยังไงที่เห็นลูกตัวเองต่ำต้อยกว่าลูกคนอื่น”

“แม่เองก็ทรมานใจมากนะลูก ที่ถูกแย่งชิงทุกสิ่งทุกอย่างไป แม่ต้องทนเจ็บมาเป็นสิบๆปี ที่เห็นลูกของตัวเองเรียกคนอื่นว่าแม่”

“ช่างเถอะค่ะ ไหนๆเรื่องมันก็มาถึงขั้นนี้แล้ว พูดไปก็ไม่ช่วยให้อะไรๆมันดีขึ้นได้หรอก”

“แม่แค่อยากให้พันรู้ว่าแม่เสียใจ ยกโทษให้แม่นะลูก”

พันทิญาน้ำตาคลอแต่ไม่พูดอะไรออกมา ทันใดเสียงมือถือวนิดาดัง เจ้าตัวกดรับแล้วหน้าเสียตกใจ

“อะไรนะ พวกมันถูกจับตัวได้...ตายแล้ว ทำไมถึงได้โง่อย่างนี้ โอ๊ย...ไม่ได้เรื่องเลย ฮัลโหลๆ”

เสียงสัญญาณขาดหายไปแล้ว วนิดาร้อนรนกลัวความผิด แต่พันทิญาที่ยืนฟังอยู่ด้วยร้อนใจยิ่งกว่า กลัวถูกซัดทอดจนโดนจับเข้าคุก จำต้องหนีไปตั้งหลักก่อน ส่วนวนิดาจะอยู่สู้หน้าตำรวจก็ตามใจ

ขณะที่พันทิญาไปเก็บสิ่งของจำเป็นบนห้อง แพรไหมกลับถึงบ้านด้วยรถยนต์ของภูผาที่แอบหนีมา

“แพรลูกแม่...” ศุภลักษณ์โผกอดลูกสาว

“แพรขอโทษที่ทำให้แม่เป็นห่วง แพรทำให้แม่ทุกข์ใจหลายครั้งหลายหน ยกโทษให้แพรนะคะ แพรสัญญา แพรจะไม่ทำให้คุณแม่เสียใจอีก”

“ไม่เป็นไรลูก แม่เข้าใจ แค่ลูกกลับมาอย่างปลอดภัยแม่ก็ดีใจแล้ว แม่ผิดเองที่บังคับลูกให้แต่งงานกับเจ้า”

“อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ แพรต่างหากที่เอาแต่ใจตัวเอง ไม่ยอมทำตามความต้องการของคุณแม่ ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายทั้งหมด”

แพรไหมเหลือบเห็นพันทิญาลงมาพร้อมกระเป๋าเดินทาง เธอถามดีๆว่าพี่พันจะไปไหน กลับได้คำตอบ แสนเย็นชาว่า

“เรื่องของฉัน แกไม่ต้องยุ่ง ยังไงแกก็ไม่เคยคิดว่าฉันเป็นพี่อยู่แล้วนี่”

“ถ้าแพรไม่คิดว่าพี่พันเป็นพี่ แพรคงไม่ปิดปากเงียบยอมให้คนอื่นเข้าใจผิดคิดว่าแพรเป็นคนเลว เพื่อไม่ให้พี่พันเดือดร้อนที่เอาชื่อแพรไปหลอกลวงคนอื่น”

ศุภลักษณ์ตะลึงกับความจริงที่เปิดเผย แล้วตำหนิพันทิญาหลายคำก่อนตัดพ้อ “แม่ผิดหวังในตัวพันจริงๆ”

“ใช่สิคะ พันไม่ใช่ลูกคุณแม่อย่างยัยแพรนี่ทำอะไรก็ผิดไปหมด ต่อไปนี้คุณแม่คงไม่ต้องมาผิดหวังกับพันอีกแล้ว ขอบคุณมากที่เลี้ยงดูพันมาจนถึงทุกวันนี้ ลาก่อนค่ะ”

พันทิญาจากไปทั้งน้ำตา โดยไม่ฟังใครทั้งนั้น แม้แต่วนิดาที่ยังพยายามเหนี่ยวรั้งฐานะแม่ที่รักลูกปานดวงใจ แพรไหมเพิ่งทราบเรื่องถึงกับตะลึงพรึงเพริด ถามแม่ตัวเองว่าจริงหรือที่พี่พันเป็นลูกน้าดา

“อย่าเพิ่งถามอะไรเลย ไปตามยัยพันกลับมาก่อน ถ้ายัยพันหนีไปต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่ๆ วันก่อนน้องชายคุณพิพัฒน์มาที่นี่ ท่าทางเอาเรื่องอยู่ด้วย ป่านนี้เขาคงไปแจ้งความแล้ว”

แพรไหมกับศุภลักษณ์แปลกใจกับคำพูดวนิดา ขณะที่น้อยอุทานขึ้นมาอย่างแตกตื่น

“ว้าย!! ตำรวจรู้แล้วเหรอคะว่าคุณพันทิญาเกี่ยวข้องกับการหายตัวของคุณพิพัฒน์”

เท่านั้นเอง วนิดาถูกศุภลักษณ์คาดคั้นเป็นการใหญ่ ว่ารู้เห็นกับพันทิญาด้วยใช่ไหม วนิดาจนมุมได้แต่บอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้อยากให้เรื่องรุนแรงถึงขนาดนี้ ตนแค่อยากจะช่วยลูก มันเป็นอุบัติเหตุ เขาตายเอง

ทุกคนตกใจมากเมื่อทราบว่าพิพัฒน์ตายแล้ว วนิดาทำท่าจะเดินหนีแต่น้อยรีบดักหน้าไว้

“ที่คุณพันพาคุณพิพัฒน์ไปวันนั้นคือล่อลวงไปทำร้ายใช่ไหมคะ เหมือนในหนังฆาตกรรมเลย แล้วที่มีคนบุกเข้าไปขู่ฆ่าคุณแพรถึงในห้อง ก็เป็นฝีมือคุณดาใช่ไหมคะ”

“อย่ามากล่าวหาฉันนะนังน้อย”

“ก็มันจริงไหมล่ะคะ น้อยเห็นจดหมายขู่ฆ่า

กับตา นี่คงกลัวว่าคุณแพรจะได้ดีเกินหน้าเกินตาลูกสาวตัวเองล่ะสิ”

“เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมไม่บอกแม่” ศุภลักษณ์ตกใจ

“แพรกลัวว่าคุณแม่จะไม่สบายใจ อีกอย่างแพรก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริงจังจนวันที่มีคนไปดักยิงแพรที่ร้าน แพรถึงได้กล้าบอกคุณแม่”

“ฝีมือแกใช่ไหมวนิดา...ใช่มั้ย” ศุภลักษณ์คาดคั้น

“ดาไม่ได้คิดจะฆ่ายัยแพรจริงๆนะคะ แค่อยากจะขู่ให้ยัยแพรเลิกยุ่งเกี่ยวกับเจ้าแสงฉาย เพราะรู้ว่าพันรักเจ้า ดาต้องการแค่นั้น ไม่ได้อยากให้ใครตาย จะให้ดาสาบานที่ไหนก็ได้ ยัยแพรก็เป็นหลาน ดาเห็นมาแต่เล็กแต่น้อย ดาฆ่าไม่ลงหรอก”

“เสียแรงที่ฉันไว้ใจ เลี้ยงดูแกกับลูกมาอย่างดี สิ่งที่ ฉันทำมันไม่ช่วยให้แกรู้ผิดชอบชั่วดีเลยใช่ไหม ฉันเสียใจจริงๆที่มีน้องอย่างแก”

วนิดาเอาแต่ร้องไห้ พลันเสียงรถดังหน้าบ้าน น้อยออกไปดูเดี๋ยวเดียวก็กลับมาบอกทุกคนว่า ตำรวจมากันเต็มเลย วนิดาลนลานหนีขึ้นห้อง ศุภลักษณ์ให้แพรไหมรับหน้าตำรวจไว้ก่อน ตนจะไปดูวนิดา

ทวีปเข้ามาเจรจากับแพรไหมโดยให้ทีมตำรวจรออยู่หน้าบ้าน ก่อนอื่นแพรไหมแสดงความเสียใจกับทวีปเรื่องปรางแก้วเสียชีวิต จากนั้นเธอบอกเขาตามตรงว่าขโมยรถภูผาหนีมา แต่คาดว่าอีกไม่นานภูผาก็คงกลับมา

เมื่อทวีปเข้าประเด็นคดีที่ตำรวจจับผู้ต้องหาขโมยรถพิพัฒน์ได้แล้วซัดทอดวนิดาเป็นผู้จ้างวาน แพรไหมพยายามตั้งสติรับฟังอย่างไม่มีพิรุธ และตั้งข้อสังเกตว่า

“น้าดาจะทำไปเพื่ออะไรคะ เงินทองคุณแม่ก็ให้ใช้ทุกเดือน”

“อาจจะเป็นการอำพรางคดีก็ได้ ผมกำลังสงสัยว่าน้าของคุณกับคุณพันทิญาเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของคุณพิพัฒน์”

“พบคุณพิพัฒน์แล้วเหรอคะ”

“ยังครับ เรากำลังสืบหาร่องรอยการหายตัว ผมคิดว่าคุณพันทิญาน่าจะเกี่ยวข้อง เพราะวันที่เกิดเหตุคุณพิพัฒน์นัดกับคุณพันทิญา แต่พอคุณพิพิธมาถาม คุณพันทิญากลับปฏิเสธ ทั้งที่กล้องซีซีทีวีจับภาพทั้งคู่นั่งรถไปด้วยกัน ต่อจากนั้นคนที่ขโมยรถของคุณพิพัฒน์ก็ถูกจับได้”

ขณะที่แพรไหมพูดคุยกับทวีปอยู่นั้น ศุภลักษณ์พยายามหว่านล้อมวนิดาให้เผชิญหน้ากับความจริง แต่วนิดาดึงดันไม่ยอมถูกจับง่ายๆ เธอหลบหนีออกหลังบ้าน แต่โชคไม่เข้าข้างเจอพิพิธขับรถมาถึงพอดี สองคนเปิดฉากทุ่มเถียงกันครู่หนึ่งก่อนที่พิพิธจะรวบตัววนิดาไว้ และคาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้ว่าพี่ชายของตนอยู่ไหน

“ฉันไม่รู้”

“จนป่านนี้คุณยังกล้าโกหก คิดเหรอว่าตำรวจจะเชื่อ คนที่คุณจ้างให้เอารถเฮียไปขายมันสารภาพกับตำรวจหมดแล้ว ยังไงคุณก็หนีไม่รอดหรอก”

“ปล่อยฉัน”

“ไม่ปล่อย...บอกมาก่อน เอาพี่ชายผมไปไว้ที่ไหน...บอกมา!!”

พิพิธโมโหบีบคอวนิดา ตำรวจหลายนายวิ่งเข้ามาแยกทั้งคู่ ทวีปกับแพรไหมตามออกมาด้วยความตกใจ ทวีปขอร้องพิพิธใจเย็นก่อน ให้ตำรวจจัดการเอง จากนั้นเขาหันมาเอ่ยกับวนิดา

“คุณมีสิทธิ์ที่จะให้การในชั้นศาล แต่ตอนนี้เราคงต้องควบคุมตัวคุณไว้ก่อนเพื่อทำการสอบสวน คุณมีสิทธิ์ที่จะยื่นขอประกันตัวออกมาสู้คดี”

วนิดาเครียดจัด พิพิธมองเธออย่างโกรธแค้น ต้องการคำตอบว่าพี่ชายของตนอยู่ที่ไหน...ในที่สุดวนิดาก็ต้องพูดความจริง ไม่ช้าตำรวจอีกกลุ่มก็พบศพพิพัฒน์ตามที่ทวีปให้ข้อมูลมา

เสร็จเรื่อง ทวีปออกมาเจอภูผาตรงหน้าบ้าน เขาถามเพื่อนว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมไม่เข้าไปข้างใน

“รอให้แกสอบปากคำคนที่เกี่ยวข้องให้เสร็จก่อน ไม่น่าเชื่อนะว่าจะเกิดเรื่องร้ายๆขึ้นกับคุณพิพัฒน์ ท่าทางเขาก็เป็นคนดี ไม่มีพิษภัยกับใคร”

“นั่นน่ะสิ คนสมัยนี้ฆ่ากันได้ง่ายๆ ความโกรธความแค้นทำให้คนฆ่ากันได้ทั้งนั้น แกก็เคยเห็นข่าวนี่ แค่ขับรถปาดหน้ากัน ก็ฆ่ากันได้แล้ว”

จู่ๆ น้อยเอาถุงพลาสติกใส่ชิ้นส่วนมือถือมาให้ทวีป เผื่อจะมีประโยชน์อะไรบ้าง เพราะน้อยแอบเก็บไว้หลังจากวนิดากับพันทิญาทำลายแล้วโยนมันทิ้งถังขยะ

เมื่อทวีปและภูผานำกลับไปตรวจสอบ ปรากฏว่าข้อมูลที่ได้ทำให้สองหนุ่มตกใจมาก แท้จริงแล้วพันทิญาเป็นต้นเหตุให้ชัยฆ่าตัวตาย ไม่ใช่แพรไหมอย่างที่ภูผาเข้าใจมาโดยตลอด

คำพูดโต้เถียงของพิพัฒน์กับพันทิญาที่ถูกฝ่ายชายอัดเสียงไว้ทำให้ความจริงกระจ่าง ภูผาโกรธตัวเองเหลือเกินที่ทำร้ายจิตใจแพรไหมต่างๆนานา เขาออกจากสถานีตำรวจกลับไปออฟฟิศตัวเอง นำคอมพิวเตอร์ของพี่ชายมาเปิดดู จึงเห็นภาพถ่ายระหว่างชัยกับพันทิญาจำนวนมาก นั่นยิ่งตอกย้ำว่าเขาเข้าใจผิดมาตลอด

หลังจากนั้น ภูผาซึมเศร้ากลับเข้าบ้าน บุญศรีทราบเรื่องทั้งหมดจากทวีปแล้ว เธอปลอบลูกชายไม่ให้คิดมาก

“ผมควรจะทำยังไงดีครับแม่ ผมทำผิดกับคุณแพรไหม ทำร้ายจิตใจเขาสารพัด”

“คนเราทำผิดกันได้ แต่เมื่อรู้แล้วก็ต้องแก้ไข ทำในสิ่งที่ถูกต้อง อย่าทำผิดซ้ำอีก”

“แต่ผมละอายใจที่ทำร้ายเขา เขาเสียอีกที่พยายามจะบอกว่าเขาไม่เกี่ยวข้อง แต่ผมไม่ยอมฟังเขา คิดแต่ว่าเขาทำให้พี่ชัยตาย”

“ทุกคนมีกรรมเป็นของตัวเอง แม่เองก็เคยโกรธเขา ยิ่งโกรธจิตใจเราก็ยิ่งเป็นทุกข์หาทางออกไม่เจอ ดีแล้วล่ะลูกที่ได้รู้ความจริง ลูกจะได้รักเขาอย่างสบายใจซะที”

“ผมไม่ได้รักเขาซะหน่อย”

“แม่เป็นแม่ของลูกนะภู ทำไมแม่จะไม่รู้ว่าลูกของแม่รู้สึกยังไงกับหนูแพร”

ถูกแม่ต้อนจนแต้ม ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มบางๆอย่างยอมรับ

ooooooo

พันทิญาหนีไปอาศัยโรงแรมเป็นที่พัก เช้านี้ เธอตกใจมากเมื่อเห็นหนังสือพิมพ์ลงข่าววนิดาถูกจับ และตำรวจพบศพพิพัฒน์แล้ว พันทิญาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจไปหาแสงฉายถึงบ้าน เป็นเวลาที่แสงฉายเกรี้ยวกราดลูกน้องที่ป่านนี้ยังไม่พบภูผาและแพรไหม

“พันรู้ว่าเจ้าอยากได้ตัวยัยแพร พันช่วยเจ้าได้นะคะ”

“แลกกับอะไร”

“ทำไมไม่คิดว่าพันทำเพื่อเจ้าล่ะคะ เจ้าก็รู้ว่าพันรักเจ้า อะไรที่เป็นความสุขของเจ้าพันยินดี แล้วก็เต็มใจที่จะทำให้เจ้าอยู่แล้วล่ะค่ะ”

“ถ้าคุณนำตัวคุณแพรไหมมาให้ผมได้ ผมยินดีที่จะให้ในสิ่งที่คุณต้องการ”

“ดีค่ะ ตกลงกันง่ายๆ พันจะหลอกยัยแพรมาให้เจ้าเอง แต่มีข้อแม้ว่าเจ้าต้องพาพันกลับเชียงทวายด้วยในฐานะภรรยาอีกคนของเจ้า ได้ทั้งพี่ทั้งน้องคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม จริงไหมคะ”

“คนอย่างคุณไม่น่ายอมลดเงื่อนไขง่ายๆ”

“พันไม่อยากอยู่เมืองไทยแล้ว พันอยากจะไปที่ไหนก็ได้ ที่ทำให้พันมีความสุข”

แสงฉายตัดสินใจรับเงื่อนไข พันทิญายิ้มอย่างสมใจ คาดหวังว่าตัวเองพ้นมือตำรวจไทยแน่...

ทางด้านศุภลักษณ์ หลังจากวนิดากลายเป็นผู้ต้องหาฆ่าพิพัฒน์ เธอซึมเศร้าไปถนัดใจ เพราะยังไงวนิดาก็น้องในไส้ แพรไหมเตรียมตัวไปงานศพปรางแก้ว เธอเห็นแม่นั่งเหม่ออยู่กับรูปถ่ายวนิดาจึงแวะเข้ามาปลอบ

“คุณแม่อย่าเสียใจไปเลยนะคะ ที่ผ่านมาคุณแม่ทำดีที่สุดแล้ว”

“แต่มันคงดีไม่พอ น้าดาถึงได้เก็บความโกรธแค้นเอาไว้ในใจมาจนถึงวันนี้ ถ้าน้าดาเลือกที่จะยอมรับความจริง ไม่หมกมุ่นอยู่กับความสูญเสียในอดีต ที่เราต่างก็ย้อนกลับไปแก้ไขมันไม่ได้ เรื่องเลวร้ายทั้งหมดคงไม่เกิดขึ้น”

“แพรดีใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกคุณแม่ค่ะ แพรไปก่อนนะคะ”

ศุภลักษณ์พยักหน้า มองตามด้วยความเป็นห่วงลูก จังหวะที่แพรไหมออกมาถึงรถ ภูผาซุ่มรออยู่ทำท่าจะไปหา แต่ต้องชะงักเมื่อเสียงมือถือแพรไหมดัง และยิ่งต้องเงี่ยหูฟังที่ได้ยินแพรไหมรับสายแล้วเรียกพันทิญา

พันทิญาโทร.มาออดอ้อนแพรไหมว่าตนจะหนีไปเมืองนอก ต้องการเงินสักก้อน ให้แพรไหมไปเบิกมา

“พี่พันต้องอยู่สู้คดีสิคะ ถ้าพี่พันหนีก็ต้องหนีไปตลอดชีวิต มอบตัวเถอะค่ะ เรายังมีโอกาสสู้คดีนะคะ”

“ไม่...เป็นตายยังไงพี่ก็ไม่ยอมให้ตำรวจจับพี่ ถ้าเกิดตำรวจไม่ให้ประกันตัว พี่ก็ต้องติดคุก...แพรทำเพื่อพี่เป็นครั้งสุดท้ายเถอะนะ พี่ขอร้อง พี่ต้องการหนีไปให้ไกลที่สุด”

“แต่น้าดา...”

“พี่รู้แล้ว พี่ถึงอยากจะหนี ถ้าอยากช่วยพี่ แพรก็ช่วยไปเบิกเงินมาให้พี่ซักห้าแสน นะแพรนะ สงสารพี่ด้วย พี่ไม่มีทางเลือกจริงๆ เดี๋ยวพี่จะโทร.ไปบอกอีกที ว่าจะไปเจอกันที่ไหน นะจ๊ะน้องรักของพี่”

แพรไหมรับปากอย่างจนใจ ฝ่ายพันทิญายิ้มสมใจ บอกแสงฉายที่ยืนอยู่ใกล้ๆว่า เตรียมส่งคนไปรับตัวแพรไหม ได้เลย!

แพรไหมขับรถไปธนาคารโดยไม่รู้ว่าภูผาสะกดรอยตาม...ได้เงินแล้วเธอรีบไปต่อยังจุดนัดหมาย แต่แทนที่จะได้พบพันทิญา กลับเป็นแสงฉายที่ปรากฏตัว

“ในที่สุดเราก็ได้กลับมาเจอกันอีกจนได้”

“เจ้า...เจ้ามาได้ยังไง พี่พันอยู่ที่ไหน”

แพรไหมเลิ่กลั่กเป็นห่วงพันทิญา นึกว่าโดน

แสงฉายบังคับให้ทำ แต่เดี๋ยวเดียวพันทิญาก็ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มหยันๆ

“ขอบใจมากนะยัยแพร ที่เป็นห่วงพี่”

“พี่พันมาอยู่กับเจ้าได้ยังไง”

“ไม่เห็นแปลก พี่กับเจ้าแสงฉายสนิทสนมกัน

อยู่แล้ว อีกหน่อยเราอาจจะทำธุรกิจร่วมกัน แพรเป็นหุ้นส่วนด้วยก็ได้นะ”

“ไม่...แพรจะกลับ” แพรไหมขยับ พันทิญาคว้าแขนไว้ทันที “พี่พันจะทำอะไร”

“ช่วยให้แกสมหวังกับเจ้าแสงฉายยังไงล่ะ”

“พี่พัน...แพรคิดไม่ถึงเลยว่าพี่พันจะกล้าทำกับแพรอย่างนี้ ที่ผ่านมาแพรทำเพื่อพี่พัน ยอมพี่พันมาโดยตลอด”

“ไม่ต้องพูดมาก เอาเงินมา”

“ไม่! แพรให้พี่พันมามากแล้ว พอกันที”

แพรไหมวิ่งหนีแต่ไม่รอด โดนลูกน้องแสงฉายโปะยาสลบ ภูผาซุ่มสังเกตการณ์อยู่รีบปรากฏตัวพร้อมปืนในมือ

“ปล่อยคุณแพรไหมซะ ไม่อย่างงั้นผมไม่ไว้ชีวิตเจ้าแน่”

“แน่ใจเหรอว่าคุณคนเดียวจะสู้คนของผมได้”

แสงฉายเยาะหยัน พลางส่งซิกธนาให้จัดการ...ภูผาถูกรุมและโดนแสงฉายฟันศอกเข้าท้ายทอยจนแน่นิ่ง ส่วนแพรไหมโดนยาสลบหมดสติไปแล้ว จากนั้นแสงฉายสั่งการธนาเอาคนทั้งสองไปขังที่โรงงานของตน

“งานของพันสำเร็จแล้ว เจ้าอย่าลืมทำตามสัญญานะคะ”

“ผมไม่ลืมแน่ รับรองว่าคุณต้องได้รางวัลอย่างงาม”

“พันอดทนรอให้ถึงวันนั้นแทบไม่ไหว พันรักเจ้ามากนะคะ พันยอมทำทุกอย่างเพื่อเจ้า ขอแค่ให้พันได้อยู่กับเจ้า”

“แต่ผมไม่ได้รักคุณ ไม่เคยรักคุณเลย คุณมันก็แค่ที่ระบายอารมณ์ของผม คนที่ผมรักมีคนเดียวคือ

คุณแพรไหม ยิ่งได้เห็นคุณทำร้ายน้องสาวของคุณ ผมก็ยิ่งรังเกียจ”

พันทิญาผงะอย่างคาดไม่ถึง “แต่เจ้าสัญญาแล้วนะว่าจะให้พันไปเชียงทวายด้วย”

“ก็แค่สัญญาปากเปล่า”

“แก...แกหักหลังฉัน”

“ช่วยไม่ได้ ก็คุณอยากโง่เอง”

“คนอย่างแกมันก็ไม่ได้ฉลาดไปกว่าฉันหรอก สมน้ำหน้าที่โดนยัยแพรหลอกให้จัดงานแต่งงาน ฉันขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะ ถึงแกจะได้ตัวยัยแพรไป แกก็ได้แต่ตัว คนที่ยัยแพรรักไม่ใช่แก เพราะแกไม่มีอะไรดีเลย สู้บอดี้การ์ดของแกก็ไม่ได้”

ผัวะ! แสงฉายตบหน้าพันทิญาอย่างแรง เธอทั้งเจ็บทั้งแค้นจนน้ำตาร่วงพรู

“ไอ้คนขี้แพ้ ดีแต่ใช้กำลัง คอยดูนะฉันจะทำให้แกอยู่เมืองไทยไม่ได้ ฉันจะไปแจ้งตำรวจให้มาจับแก...ไอ้คนทรยศ”

แสงฉายไม่สะทกสะท้าน ชักปืนยิงพันทิญาล้มลงอย่างเลือดเย็น

ooooooo

แพรไหมกับภูผาถูกจับไปขังไว้ในโรงงานของแสงฉาย โดยมีลูกน้องคอยเฝ้าอยู่ด้านหน้าอย่างแน่นหนา เมื่อฟื้นขึ้นมาแพรไหมแปลกใจภูผามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?

“ผมไปหาคุณที่บ้าน ได้ยินคุณคุยโทรศัพท์กับพี่สาวคุณ ก็เลยตามมา เพราะกลัวว่าคุณจะไม่ปลอดภัย...ก็เป็นอย่างที่ผมคิดไว้จริงๆ”

“พี่พัน...พี่พันล่ะคะ”

“จนป่านนี้คุณยังห่วงพี่สาวคุณอีกเหรอ ทั้งที่เขาก่อเรื่องให้คุณเดือดร้อน แม้แต่เอาชื่อคุณไปหลอกผู้ชายซื่อๆอย่างพี่ชายผม...พี่ชัยรักและทุ่มเทให้เขาทุกอย่างแต่ก็ถูกเขาทำร้ายอย่างเลือดเย็น”

“ฉันเองก็เสียใจ รู้สึกผิดมาตลอด รู้ทั้งรู้ว่าพี่พันเป็นคนผิดก็ยังไม่ยอมพูดความจริงกับคุณ”

“คุณใจร้ายกับผมมากนะแพรไหม รู้ไหมวันที่ผมไปเจอคุณที่โรงพยาบาลกับพี่ชัย ก่อนพี่ชัยจะตาย...เป็นวันที่ผมเสียใจมากที่สุด ไม่นึกเลยว่าอาการของพี่ชัยจะทรุดลงไปอีก ผมคิดว่าคุณต้องพูดอะไรให้พี่ชัยเสียใจจนช็อก”

“ไม่จริงนะคะ วันนั้นฉันพาพี่พันไปบอกความจริงกับคุณชัย ฉันเห็นว่าเขาคงอยากอยู่ด้วยกันตามลำพัง ก็เลยหลบออกมา พอน้าดาเข้ามาตามพี่พันก็รีบออกไป แต่ฉันเห็นพี่ชายคุณอาการแย่ลง ก็พยายามเรียกหมอ แต่ฉันไม่รู้เลยจริงๆนะคะ ว่าพี่พันพูดอะไรกับพี่ชายคุณบ้าง”

“ถ้าคุณพูดความจริงกับผมแต่แรก ก็คงไม่เกิดเรื่องเลวร้ายทั้งหมดให้เราต้องมากลั่นแกล้งทำร้ายจิตใจกัน ทั้งที่เราไม่มีเรื่องโกรธแค้นกันมาก่อน”

“ฉันกลัวว่าพี่พันจะเดือดร้อน”

“ก็เลยยอมรับผิดเสียเอง แต่พี่สาวคุณก็ยังไม่หยุด ยังไปทำร้ายคุณพิพัฒน์อีก ผู้ชายดีๆสองคนต้องตายเพราะความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ของเขา”

“ฉัน...”

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เราย้อนไปแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่อย่างน้อยผมก็สบายใจว่าคุณบริสุทธิ์ คุณเป็นคนดี ผมจะได้รักคุณอย่างสบายใจ”

“คุณภูผา...ฉันคิดว่าคุณรักคุณปรางแก้วเสียอีก”

“ผมรักปรางแก้วอย่างน้องสาว เราเห็นกันมาตั้งแต่เด็ก”

“แต่คุณบอกฉันว่าคุณรักคุณปรางแก้ว และกำลังจะแต่งงานกัน”

“ก็ตอนนั้นผมคิดว่าคุณใช้ความรักหลอกลวงพี่ชัย ผมก็จะทำร้ายคุณแบบที่คุณทำกับพี่ชาย แต่คุณรู้ไหมมันกลับทำให้ผมเสียใจยิ่งกว่า...เพราะผมรักคุณ”

“แต่คุณก็ทำร้ายคนที่คุณบอกว่ารักได้อย่างเลือดเย็นที่สุด คุณทำได้ยังไง”

“ผมขอโทษ ยกโทษให้ผมนะแพรไหม ผมสัญญาว่าต่อไปนี้จะไม่ทำร้ายคุณอีก เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป”

“มันจะเป็นไปได้ยังไงคะ เจ้าแสงฉายคงไม่ปล่อยเราไปง่ายๆ”

ภูผาโอบกอดแพรไหมแน่น เขาไม่มีวันจนมุมอยู่ในนี้แน่!

ooooooo

เสร็จเรื่องแพรไหมกับภูผาที่เอาตัวไปกักขังไว้แล้ว ธนากลับมารายงานแสงฉายที่บ้านพร้อมย้ำเรื่องของลอตใหญ่ที่นัดส่งถึงมือลูกค้าในวันนี้ แสงฉายจึงกำชับธนาอีกครั้งว่า

“สั่งคนของเราให้เตรียมพร้อม ถ้าใครบุกเข้ามาฆ่ามันได้เลย แล้วให้คนพาแสงมณีและดวงใจไปสมทบกับเรา ตามเวลานัดหมาย”

“แล้วภูผากับคุณแพรไหมล่ะครับ”

“ฉันจะฆ่ามัน แล้วพาคุณแพรไหมไปกับเราด้วย”

ดวงใจแอบฟังอยู่ตกใจมาก จากนั้นหาทางเข้าพบแสงมณีที่ถูกขังในห้อง โดยหลอกองครักษ์ว่าตนเอาข้าวมาให้เจ้า แต่ความจริงแอบส่งข่าวที่ได้ยินมาเมื่อครู่

“ดวงใจได้ยินเจ้าแสงฉายคุยกับธนาว่าจะฆ่าคุณภูผา แล้วจะพาคุณแพรไหมกลับเชียงทวายพร้อมกับเจ้าวันนี้”

“ทำยังไงดีล่ะดวงใจ หญิงไม่อยากให้พี่ชายฆ่าใครทั้งนั้น”

“เจ้าต้องรีบตัดสินใจ ตอนนี้คุณแพรไหมกับคุณภูผาถูกจับไปไว้ที่โรงงานแล้วนะคะ”

“เอางี้...ดวงใจโทร.ไปหาคุณทวีปนะ บอกเขาว่าหญิงต้องการความช่วยเหลือ”

“เจ้าพูดเองดีกว่าค่ะ” ดวงใจเปิดถ้วยอาหารเผยให้เห็นโทรศัพท์มือถือที่ซ่อนไว้

แสงมณีรีบติดต่อทวีป พอปลายสายรู้ว่าใครโทร.มาก็ส่งเสียงหยอกเย้าอย่างอารมณ์ดี

“คิดถึงผมขึ้นมากะทันหันเหรอครับ ถึงได้โทร. มาหา หรือว่าไม่สบาย กินยาผิดซอง”

“ไม่ต้องพูดมาก ถ้าไม่อยากให้เพื่อนคุณเป็นอะไร รีบไปช่วยเพื่อนคุณก่อนเถอะ”

“ภูผา...ภูผาเป็นอะไรครับ”

“คุณภูผากับคุณแพรไหมถูกจับตัวไปไว้ที่โรงงานของพี่ชาย คุณต้องรีบไปช่วยนะ ฉันจะพยายามถ่วงเวลาไว้...แค่นี้นะคะ”

“เดี๋ยว...เดี๋ยวครับ คุณไม่กลัวว่าจะมีปัญหากับพี่ชายคุณเหรอ”

“ช่างเถอะค่ะ ฉันคงเสียใจมาก ถ้าปล่อยให้ใครตายโดยไม่คิดจะช่วย คุณรีบไปช่วยคุณภูผากับคุณแพรไหมเถอะค่ะ”

“แล้วคุณล่ะ”

“ฉันจะไปจากเมืองไทยแล้วคงไม่กลับมาอีกขอบคุณมากสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา แค่นี้นะคะ”

แสงมณีตัดสายไปแล้ว ทวีปสีหน้าหนักใจ คิดอ่านจะทำอย่างไรดี ด้านแสงมณีก็ร้อนใจ เธอเดินไปเดินมาครู่หนึ่งก่อนดึงปิ่นปักผมออกมาทำเหมือนจะแทงตัวเอง ดวงใจตกใจร้องลั่น ฉับพลันองครักษ์หน้าห้องพรวดพราดเข้ามา แสงมณีฉวยโอกาสคว้าแจกันฟาดศีรษะเขาล้มลง แล้วฉุดแขนดวงใจวิ่งออกจากห้องทันที

ooooooo

ทวีปหาทางช่วยภูผาด้วยการแอบลัดเลาะเข้าไปภายในโรงงานของแสงฉาย ขณะเดียวกันพวกแสงฉายมีนัดส่งยาเสพติดแก่ลูกค้า โดยพวกเขาไม่รู้ว่านายพลจันทร์เทพส่งข่าวไปทางตำรวจไทยแล้ว ขณะผู้ซื้อและผู้ขายกำลังเจรจากัน พลันตำรวจก็ตีวงล้อมเข้ามา และเกิดการปะทะดุเดือดจนแสงฉายเกือบเอาชีวิตไม่รอด

ด้านทวีปที่ลัดเลาะมาจนถึงหน้าห้องขังภูผาและแพรไหม เขาต่อสู้กับลูกน้องแสงฉายก่อนจะพยายามเปิดประตูที่ล็อกไว้แน่นหนาด้วยการลั่นกระสุนใส่ ทำให้สองคนข้างในมั่นใจว่ามีคนมาช่วย

“คงมีคนมาช่วยเรา”

“แต่เรารออย่างเดียวไม่ได้หรอก บอกตรงๆนะ ผมไม่ไว้ใจเจ้าแสงฉาย ที่เขาพาเรามาที่นี่เขาอาจจะมีแผนการอะไรบางอย่าง”

“เขาจะพาเราไปเชียงทวายด้วยเหรอคะ”

“ไม่ใช่เรา...คุณคนเดียว ส่วนผม...เขาคงไม่พาไปด้วย อาจจะจับผมมาเป็นตัวประกันหรือฆ่าทิ้ง”

“ไม่...ฉันไม่ยอมให้เขาทำอะไรคุณ ฉันจะขอให้เขาไว้ชีวิตคุณ เขาแค่ต้องการตัวฉัน”

“ก็ต้องแลกกัน ถึงจะต้องแลกด้วยชีวิตผมก็ยอม ยังไงผมก็ไม่ยอมให้เขาเอาตัวคุณไป ขอแค่คุณบอกมาคำเดียวว่าไม่อยากไปอยู่กับเขา”

แพรไหมยิ้มหวานแทนคำตอบ แค่นี้ภูผาก็มีกำลังใจเกินร้อย เมื่อทวีปฝ่าประตูเข้ามาได้ ภูผารับปืนจากเพื่อนมาทันที

“ขอบใจมากนะโว้ยที่มาช่วย”

“ไม่ต้องพูดมาก พาคุณแพรหนีก่อนดีกว่า เดี๋ยวเจ้าแสงฉายพาพรรคพวกมาเราจะหนีไม่รอด...ไปเร็ว”

ภูผากระชับมือแพรไหมและให้ความมั่นใจว่าเขาจะปกป้องเธอเอง ทวีปเห็นแล้วหมั่นไส้ บ่นหน้าสิ่วหน้าขวานยังจะหวานกันอีก

ทั้งสามคนพากันออกมาไม่ทันพ้นโรงงานก็ต้องเผชิญหน้ากับพวกแสงฉายที่หนีการตามล่าของตำรวจและนักฆ่าจากเชียงทวายมาพอดี แพรไหมตกใจมากที่แสงฉายและสมุนมีอาวุธครบมือ

“เจ้าคะ ทำไมทำแบบนี้”

“ก็เพราะใครล่ะ ที่บังคับให้ผมต้องทำ ผมรักและจริงใจกับคุณ คุณเป็นคนเดียวที่ผมอยากแต่งงานด้วย แต่คุณกลับหนีไปกับมัน”

“ฉันผิดเอง คุณภูผาไม่เกี่ยวข้อง”

“รักมันมากนักใช่มั้ย ถึงได้ปกป้องมัน” แสงฉายกระชากเสียงด้วยความโกรธแค้น แพรไหมจำต้องปฏิเสธออกไปเพื่อให้ภูผาปลอดภัย

“ไม่...ฉันเกลียดเขา บอกเขาไปสิคุณภูผา คุณโกรธฉัน เกลียดฉัน ที่ฉันเป็นต้นเหตุให้พี่ชายคุณตาย”

“ใช่ ผมเคยโกรธคุณ แต่ตอนนี้ผมรู้ใจตัวเองแล้ว และผมจะไม่หลอกตัวเองอีกต่อไป ต่อให้ผมต้องตายด้วยน้ำมือของเจ้า ผมก็ยังยืนยันว่าผมรักคุณ”

“ไม่จริงนะคะเจ้า เขาแกล้งพูด อย่าเชื่อเขานะคะ”

“ก็ดี...ผมจะได้ฆ่ามันกับเพื่อนของมันด้วย อยู่ดีไม่ว่าดี แส่มายุ่งกับเรื่องคนอื่น”

“เจ้าคิดเหรอว่าจะหนีไปได้ง่ายๆ มอบตัวซะ ผมยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับเจ้า” ทวีปหว่านล้อม...แต่แสงฉายสวนทันควันว่า ไม่มีทางคนอย่างตนไม่ยอมถูกตำรวจจับแน่

“ไม่ต้องพูดหรอก เสียเวลาเปล่า คนอย่างเจ้าแสงฉายทำได้ทุกอย่างเพื่อตัวเอง”

“จะตายอยู่แล้วยังปากดี” แสงฉายเล็งปืนใส่ภูผา แพรไหมตกใจรีบยืนบังภูผา

“อย่าทำอะไรพวกเขาเลยนะคะเจ้า ฉันขอร้อง”

แสงฉายโกรธจัดที่แพรไหมปกป้องศัตรูหัวใจของตน ถึงกับตะโกนก้องให้ฆ่ามัน!

ธนาและสมุนทั้งหมดของแสงฉายปฏิบัติการทันที เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ไม่นานนักพวกภูผาก็หมดทางสู้ แต่ไม่ทันที่แสงฉายจะลั่นไกสังหารภูผา  นายพลจันทร์เทพปรากฏตัวพร้อมทีมของอโณทัย

“นายพลจันทร์เทพ...” แสงฉายอุทาน

“ขอบใจที่ยังจำกันได้ แต่น่าเสียดายนะที่เจ้าคงไม่มีโอกาสได้กลับไปเชียงทวายอีกแล้ว”

“ใครกันแน่ที่ไม่มีโอกาส นักฆ่าของท่านก็ตายไปเกือบหมดแล้วนี่ เสียใจด้วยนะท่านนายพล ตำแหน่งผู้ครองเชียงทวายไม่คู่ควรกับคนที่บารมีไม่ถึงหรอก”

“มีบารมีแต่ชั่วช้า ฆ่าได้แม้กระทั่งพี่น้องร่วมชาติเพื่อรักษาอำนาจของตัวเอง คนเชียงทวายก็ไม่ยอมเหมือนกัน”

จันทร์เทพไม่พูดพล่าม ส่งสัญญาณให้อโณทัยแล้วจู่โจมแสงฉายในทันที แสงฉายเป็นรอง คนของตนถูกฆ่าจนเหลือแต่มือขวาอย่างธนา กับลูกน้องของธนาอีกสองคน ที่สุดธนาก็ร้องบอกให้นายของตนหนีไป แสงฉายกระชากแพรไหมออกไปด้วย โดยมีกลุ่มของจันทร์เทพ และทวีปกับภูผาไล่กวด

แสงฉายนั่งรถหนีไปพร้อมแพรไหม พวกจันทร์เทพยังติดตามไม่ลดละ ส่วนทวีปกับภูผารั้งท้าย เนื่องจากรถทวีปค่อนข้างเก่า

“หยุดเถอะค่ะ เจ้าไม่มีทางหนีรอดไปได้หรอก”

“กว่าพวกมันจะตามมาทัน ผมก็พาคุณหนีไปเชียงทวายแล้ว”

“แต่มันจะมีประโยชน์อะไร ถ้าฉันไม่ได้รักคุณ”

“ไม่จำเป็น ถึงตอนนี้ความรักไม่มีความหมายกับผมแล้ว”

แสงฉายเร่งความเร็วขึ้นอีก ขณะที่รถจันทร์เทพก็ไล่บี้ แถมสาดกระสุนเป็นระยะ แพรไหมหวาดกลัวกรีดร้องตลอดเวลา กระทั่งรถแสงฉายไปจอดที่ลานกว้างแห่งหนึ่ง แพรไหมถูกแสงฉายกระชากแขนลงจากรถ ธนากับลูกน้องสองคนคอยคุ้มกัน

“ปล่อยฉันนะเจ้า ฉันไม่ไปกับเจ้า ปล่อยฉัน”

“ไม่! เราจะต้องไปเชียงทวายด้วยกัน ผมสัญญาว่าจะดูแลคุณให้มีความสุขในฐานะเจ้าหญิงของผม”

“ฉันไม่ไป” หญิงสาวดิ้นรนสุดแรง

แสงฉายโมโห และยิ่งกลายเป็นแค้นเมื่อเห็นทวีปแล่นรถมาจอดแล้วภูผาก้าวลงมาด้วยท่าทีเป็นห่วงแพรไหมมาก ธนากับลูกน้องกราดยิงไม่นับ สองหนุ่มหลบข้างรถและเห็นเฮลิคอปเตอร์ร่อนลงมาจอด

ธนาเร่งแสงฉายให้ขึ้นเครื่อง แต่แสงฉายละล้า

ละลังถามหาแสงมณีกับดวงใจ

“ผมเกรงว่าจะช้าเกินไป อีกไม่นานตำรวจคงจะมา เราต้องรีบไป”

แสงฉายล็อกคอแพรไหมพร้อมใช้ปืนจี้ ทำให้ภูผากับทวีปไม่กล้าบุ่มบ่าม

“อย่านะเจ้า ใจเย็นๆ”

“วางปืน ไม่อย่างงั้นแกได้ศพแพรไหมกลับไปแน่”

เพื่อความปลอดภัยของแพรไหม ภูผากับทวีปจำต้องวางปืน แสงฉายได้ทีเล็งปืนมา แพรไหมเห็นดังนั้นก็แตกตื่น ละล่ำละลักขอร้องแสงฉายอย่าทำอะไรพวกเขาเลย

“ฉันขอร้อง อย่าทำอะไรเขาเลย จะใหัฉันทำอะไรฉันยอมทั้งนั้น”

“อย่าไปขอร้องมันเลยครับคุณแพร คนที่ฆ่าคนอื่นได้มีแต่คนเลวเท่านั้นแหละ เขาไม่มีสติพอที่จะนึกถึงผิดชอบชั่วดีหรอก”

“เฮ้ยไอ้ภู...แกกำลังเร่งให้มันยิงเรานะโว้ย” ทวีปโวย

“มันไม่กล้าหรอก ถ้าเราตาย มันก็ตายด้วยกัน...ลองคิดดูให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเจ้ายอมมอบตัว ยังมีโอกาสสู้คดี”

แสงฉายไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ตะโกนสั่งลูกน้องยิงพวกมัน แต่พริบตานั้นแสงมณีพุ่งเข้ามาขวาง ธนากับลูกน้องถึงชะงักด้วยความตกใจ

“แสงมณีหลบไป” แสงฉายสั่งดุดัน

“พี่ชายคะ อย่าทำผิดอีกเลย มอบตัวเถอะค่ะ”

“ไม่ คนอย่างพี่ไม่ยอมติดคุกแน่”

“แต่หญิงจะไม่ยอมให้พี่ชายฆ่าใครอีกแล้ว หญิงยอมตาย ถ้าชีวิตของหญิงจะช่วยไม่ให้พี่ชายทำบาป”

“ลากตัวแสงมณีออกมา”

สิ้นเสียงสั่งของแสงฉาย ธนาตรงเข้ากระชากแขนแสงมณี แต่ทวีปเข้าขัดขวางจึงเกิดการต่อสู้ แสงฉายเห็นท่าไม่ดีดึงแพรไหมวิ่งไปที่เฮลิคอปเตอร์ ตามหลังมาด้วยธนากับแสงมณี และดวงใจที่รั้งท้าย

ภูผากับทวีปพยายามขัดขวางพวกเขา ทันใดนั้นรถจันทร์เทพพุ่งมาจอด อโณทัยกับนทีกระโดดออกมา กราดยิง...ภูผากับทวีปต่างหลบหลีกแล้วจู่โจมช่วยคนรักของตนออกมา ทิ้งแสงฉายยืนเคว้ง พอเห็นธนาโดนจันทร์เทพเสียบอกด้วยมีด แสงฉายยิ่งใจเสีย วิ่งหนีขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปโดยเร็ว

เครื่องร่อนขึ้นแล้วคิดว่าตนรอดแน่ ที่ไหนได้ พันทิญาโผล่จากด้านหลังพร้อมเชือกในมือ แสงฉายผงะด้วยความตกใจ คาดไม่ถึงว่าเธอยังมีชีวิตอยู่

“คิดว่าจะหนีฉันไปได้เหรอ ไอ้คนทรยศ”

พันทิญาทั้งรักทั้งแค้น ตั้งใจฆ่าเขาด้วยมือของเธอ แต่นายพลจันทร์เทพกลับหยิบยื่นความตายให้ทั้งคู่ด้วยปืนอานุภาพสูง ยิงใส่เฮลิคอปเตอร์ที่กำลังบินขึ้นสู่ท้องฟ้าจนไฟลุกท่วม แสงมณีเห็นพี่ชายตายต่อหน้าต่อตา กรีดร้องด้วยความตกใจสุดขีด!

ooooooo

เย็นนั้น ทวีปกับภูผามาส่งแพรไหมที่บ้าน ศุภลักษณ์ดีใจกอดลูกสาวทั้งน้ำตา แพรไหมเองก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ แต่เป็นน้ำตาแห่งความเสียใจที่สูญเสียพี่สาว

“คุณแม่คะ พี่พันตายพร้อมกับเจ้าแสงฉายค่ะ”

“ว่าไงนะ เกิดอะไรขึ้นเหรอลูก”

“พี่พันคงจะหนีไปเชียงทวายกับเจ้าแสงฉาย แต่โชคร้ายที่เฮลิคอปเตอร์ถูกยิงระเบิดซะก่อน ตำรวจมาถึงก็ช่วยไว้ไม่ทันแล้วค่ะ”

“คิดซะว่าเป็นกรรมนะลูก ยัยพันเลือกทางเดินชีวิตของเขาเอง เลือกที่จะพาตัวเองไปพบจุดจบแบบนั้น ทั้งที่แม่ก็รักเขาเหมือนลูก เลี้ยงดูไม่ได้ต่างจากแพรเลย ใส่ใจมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะไม่อยากให้มีปมด้อย แต่ยัยพันก็คิดไปเองว่าตัวเองไม่ใช่ลูกแท้ๆเหมือนแพร คิดแต่จะหาทางเอาชนะ อโหสิกรรมให้ยัยพันด้วยนะคุณภูผา”

“ครับ” ภูผารับคำ พลางมองหน้าแพรไหมด้วยความเห็นใจ

ooooooo

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป แสงมณีเตรียมตัวกลับเชียงทวายพร้อมดวงใจ ภูผาและแพรไหมทราบข่าวเดินทางมาทันเวลา

“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง หญิงคงคิดถึงเมืองไทยมากๆ”

“ว่างเมื่อไหร่ก็แวะมานะคะ แพรยินดีต้อนรับเจ้าเสมอ”

“ขอบคุณค่ะ หญิงสัญญาว่าจะมาร่วมงานแต่งงานของคุณแพรกับคุณภูผา”

แพรไหมหน้าแดงด้วยความเขิน “เขายังไม่ได้ขอแพรแต่งงานเลยค่ะ”

“ถ้าผมขอ...จะแต่งหรือเปล่าล่ะครับ”

“บ้า! พูดต่อหน้าเจ้าแสงมณีได้ยังไง”

“ไม่เห็นต้องอายเลย ก็ผมอยากรู้จริงๆ”

“ยังไม่ทันเริ่มคบกันเลย จะรีบแต่งไปไหนล่ะ จริงไหมคะเจ้า”

แสงมณียิ้มบางๆ สะท้อนใจเมื่อนึกถึงพี่ชายตัวเอง “ถ้าพี่ชายยอมรับความจริง ไม่ดึงดันที่จะเอาชนะก็คงได้กลับเชียงทวายพร้อมกับหญิง ไม่ต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่เมืองไทย”

“แพรเข้าใจความรู้สึกของเจ้าค่ะ พวกเราต่างก็สูญเสียคนที่เรารักไปเหมือนกัน”

“หญิงลาก่อนนะคะ”

“เจ้าเป็นผู้หญิงที่น่ารักมาก จงเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างเข้มแข็ง วันหนึ่งผมเชื่อว่าเจ้าจะมีความสุขกับคนที่เห็นคุณค่าของเจ้า”

“ขอบคุณมากค่ะ คุณสองคนจะอยู่ในความทรงจำของหญิงตลอดไป”

“เพื่อนผมคงน้อยใจแย่เลย ที่เจ้าลืมนึกถึง”

“ช่างเขาสิคะ หญิงจะกลับเขายังไม่คิดจะมาส่งเลย...ไปนะคะ”

แสงมณีปล่อยมือจากแพรไหม มองรอบบ้านอย่างอาลัย แล้วตัดสินใจก้าวขึ้นรถ แต่ครู่เดียวที่รถแล่นออกมาพ้นรั้วบ้าน แสงมณีก็ยิ้มออกเมื่อเห็นหมวดทวีปยืนเท่อยู่กลางถนน

“คนบ้า...คิดว่าตัวเองหล่อนักหรือไง” เธอพึมพำ

“ลงไปคุยกับเขาไหมคะ ท่าทางคงไม่หลีกไปง่ายๆ”

แสงมณีมองดวงใจอย่างชั่งใจ ที่สุดก็ทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ ลงไปต่อปากต่อคำกับเขา

“ผมรีบแทบแย่ กลัวจะมาส่งเจ้าไม่ทัน”

“ไม่ได้อยากให้มาส่งหรอกนะ”

“จริงเหรอ แต่สายของผมรายงานว่าเจ้ารอผมตั้งนาน มองหาตลอดเลยว่าเมื่อไหร่ผมจะมา ผมรู้นะครับว่าเจ้าก็รอผมอยู่ ใจของเราส่งถึงกันครับ”

“เข้าข้างตัวเอง คิดว่าตัวเองสำคัญนักหรือไง”

“แน่นอน สายตามันฟ้อง”

“ฟ้องว่าเกลียดน่ะสิ ไม่ต้องพูดมากเลย มีธุระอะไรก็รีบพูดมา ถ้าฉันตกเครื่องใครจะรับผิดชอบ”

“ดีสิ เจ้าจะได้อยู่เมืองไทยตลอดไป ผมสัญญานะว่าจะเป็นบอดี้การ์ดให้เจ้าตลอด 24 ชั่วโมง รับรองผู้ชายหน้าไหนก็เข้าใกล้เจ้าไม่ได้...

พูดไม่ทันขาดคำ นายพิพิธโผล่มาพร้อมดอกไม้ช่อใหญ่ ทวีปเหวอ ถามเขาว่ามาได้ยังไง?

“ทำไมจะมาไม่ได้ ลืมไปแล้วเหรอว่าผมเป็นเพื่อนชายที่สนิทที่สุดของเจ้าแสงมณี”

“คุณเป็นแค่เพื่อน แต่ผมเป็นมากกว่านั้น”

ทวีปแข่งขันด้วยการยื่นช่อดอกไม้ที่เตรียมไว้ออกมาสู้ พิพิธเย้ยให้ว่า ดอกไม้ของตนใหญ่กว่า สวยกว่า และแพงกว่า แต่ทวีปโต้อย่างมั่นใจว่า

“แต่ของผมมีความหมายมากกว่า”

แสงมณีค้อนทั้งคู่อย่างขำๆ ทวีปทำหน้าหวานใส่เธอ ออดอ้อนขอไปส่ง

“อยากไปก็ไปสิ ไม่ได้ห้ามนี่นา”

“ไปถึงเชียงทวายเลยนะ”

แสงมณียิ้มรับแทนคำตอบ เท่านี้พิพิธก็ยอมรับความพ่ายแพ้ ยืนหน้าจ๋อยมองทั้งคู่ส่งยิ้มกันหวานเจี๊ยบ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ภูผากับแพรไหมไปเที่ยวทะเล สองคนเดินจับมือกันไปตามชายหาดกว้าง สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความสบายใจ

“ไม่น่าเชื่อนะ ว่านี่เป็นวันแรกที่เราได้อยู่ด้วยกันด้วยความรัก โดยไม่ต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน”

“ก็คุณมีแต่ความแค้น คิดแต่ว่าฉันเป็นต้นเหตุให้พี่ชายคุณตาย ฉันพยายามบอกเท่าไหร่คุณก็ไม่ฟัง”

“ก็คุณไม่พูดความจริงแต่แรก ปล่อยให้ผมเข้าใจผิดอยู่ได้”

“ฉันเชื่อว่าคุณเป็นคนดี ถึงจะโกรธจะแค้น แต่ฉันก็หวังว่าวันหนึ่งคุณจะใจอ่อนยอมให้อภัย”

“แต่กลายเป็นว่ายิ่งทำให้เรื่องมันเลวร้ายยิ่งขึ้น ดีนะที่เรายังได้อยู่ด้วยกัน”

“ฉันเชื่อมั่นใจความรักค่ะ ความรักจะเอาชนะอุปสรรคทุกอย่าง”

“แต่ถ้าใช้ความรักไปในทางที่ผิด รักอย่างเห็นแก่ตัว ความรักก็ทำลายทุกอย่างได้เหมือนกัน...สัญญากับผมนะ ต่อไปนี้เราจะไม่ปิดบังกัน ไม่ว่าดีหรือร้ายเราจะพูดความจริงต่อกัน”

“ค่ะ ฉันสัญญา แต่มีข้อแม้ว่าคุณต้องบอกรักฉันทุกวัน”

“เริ่มวันนี้เลยนะ แพรไหม...ผมรักคุณ” เขาพูดเต็มปากเต็มคำ

“ฉันก็...รักคุณค่ะ”

หนุ่มสาวสบตากันหวานซึ้ง ประสานเสียงด้วยความมั่นใจว่า

“ความรักของเราจะแข็งแกร่งดั่งภูผา...เชื่อมร้อยด้วยแพรไหมที่อ่อนละมุนไปตราบนานเท่านาน”

ooooooo

-อวสาน-

ภูผาแพรไหม ตอนที่ 13

อ่านเรื่องย่อ
นิยายไทยรัฐ
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement