advertisement

พริกกับเกลือ ตอนที่ 19

บทประพันธ์ ชูวงศ์ ฉายะจินดา จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย ปิยะมาศ
25 ก.ย. 2555 11:05

แยกกับทันวิทย์มาแล้ว ดิ่งและจี๊ดแวะไปที่บ้านยอดชาย เจอเขากำลังเป็นพ่อครัวหัวป่าก์ โดยมีศุวิมลชิมไปวิจารณ์ไปอย่างชื่นมื่นมีความสุข

เมื่อจี๊ดกับดิ่งมาร่วมวง บรรยากาศยิ่งอบอวลไปด้วยความสุข แต่พอจี๊ดพูดเรื่องงานกับยอดชายที่จะไม่ให้กลับไปทำที่โมเดิร์นคาร์ ยอดชายก็ตีโพยตีพายทั้งที่ยังฟังไม่จบ

“อะไรนะจี๊ด ตำแหน่งเดิมของฉัน เธอได้คนใหม่มาทำแล้ว?” ว่าแล้วนายยอดก็เดินหน้าตูมหนีไป จี๊ดเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง เลยต้องให้ศุวิมลช่วยอีกแรง

“หยุดเดี๋ยวนี้นะคุณยอด ไม่หยุด ศุโกรธ”

“คุณศุไม่เข้าใจ”

“ที่ศุไม่เข้าใจก็คือจะตีโพยตีพายไปทำไม ฟังให้จบก่อนสิ”

“โอเค...เธอไม่ให้ฉันกลับไปทำงานที่โมเดิร์นคาร์ แล้วไงจี๊ด”

“เพราะเธอต้องไปรับตำแหน่งผู้ช่วยผู้บริหารสูงสุดของบริษัทใหม่ ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของโมเดิร์นคาร์และลักชัวรี่คาร์”

“หา!! บริษัทใหม่?” ยอดชายกับศุวิมลประสานเสียงด้วยความตกใจ

“หลังจากที่พ่อผมตัดสินใจวางมือให้ผมดูแลธุรกิจ” ดิ่งขยายความ โดยที่จี๊ดคอยเสริมเป็นระยะ

“รวมถึงพ่อฉันด้วย ท่านจะเกษียณตัวเองแล้วพาคุณแม่ทัวร์รอบโลก”

“ผมและคุณจี๊ดเรามีความคิดว่า การรวมตัวกันของสองบริษัทน่าจะเป็นการดีกว่าการทำตลาดแข่งกันเอง”

“เธอต้องออกจากงานเพราะแผนการของฉัน และเธอยังช่วยเหลือฉันเปิดโปงพี่เทวัญอย่างสุดความสามารถ เธอสมควรได้รับมัน เรียกเงินเดือนมาเลย ฉันสู้”

“แล้วจี๊ดกับคุณดิ่งล่ะ ทำไมไม่นั่งเก้าอี้นี้เอง” ยอดชายข้องใจ

“ผมจำเป็นต้องมีคนที่ผมไว้ใจได้ดูแลงานแทนระหว่างที่ผมเดินทางไปศึกษาต่อให้จบ...ผมจะได้ไม่มีอะไรค้างคาใจ”

“ส่วนฉันก็จะตามไปดูแลแฟนของฉันให้แน่ใจว่าจะไม่ออกนอกลู่นอกทาง และอาจจะไปเรียนคอร์สสั้นๆสักคอร์ส เช่น เรียนภาษาเยอรมัน”

“แต่มันยิ่งใหญ่เกินไปสำหรับผม ผมอาจจะทำไม่ได้”

“กลัวอะไร ฉันอยู่ทั้งคน” ศุวิมลให้กำลังใจเต็มที่ ยอดชายเลยยินดีไม่มีปัญหา “นั่นสินะ มีคุณอยู่ทั้งคน ผมจะกลัวอะไร”

หลังเคลียร์กับยอดชายเรียบร้อยแล้ว จี๊ดกับดิ่งเข้ามาที่โมเดิร์นคาร์เพื่อพูดคุยกับพวกลุงแปลงเรื่องงานที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งทุกคนได้รับตำแหน่งใหม่กันถ้วนหน้า

“ที่ลุงแปลงกับนายโพได้เลื่อนตำแหน่งไม่ใช่เพราะจี๊ดหรอกค่ะ แต่เพราะตัวของลุงแปลงและนายโพต่างหากที่ทำให้ตัวเองได้รับความดีความชอบ”

“ดีใจด้วยนะลุงแปลงกับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบริการ แล้วก็หัวหน้าช่างคนใหม่” แต้วยิ้มหวานให้โพ

“ฉันก็ยินดีกับเธอด้วยนะแต้ว สำหรับการเป็นเลขาของผู้ช่วยผู้บริหารสูงสุด”

“แต้วเหรอคะ โอ๊ย...ดีใจที่สุดเลยค่ะ ขอบคุณค่ะคุณจี๊ด...พี่โพ แต้วได้เป็นเลขาผู้บริหาร” แต้วดีใจจนลืมตัวเข้าไปกอดโพแน่น เลยถูกจี๊ดแซวว่าสองคนนี้ความสัมพันธ์คืบหน้าไปเร็วมาก

“ตอนที่เจ้าโพถูกยิงบาดเจ็บ ยัยแต้วเนี่ยแหละครับไปคอยดูแลไม่ห่างเลย” ลุงแปลงอธิบาย

“พี่โพอยู่คนเดียว คนดีสมควรได้รับการดูแลไม่ใช่เหรอลุง”

“ในที่สุดแต้วก็เห็นความดีของเอ็งนะโพ เชื่อลุงหรือยังว่าให้อดทน”

“ครับลุง”

จี๊ดมองลูกน้องทุกคนด้วยความสบายใจ แต่พอเดินออกไปมุมหนึ่งเห็นยอดชายมาพร้อมใจดีและเงาะก็แปลกใจ ถามทุกคนว่ามีอะไรกันถึงมาเป็นแพ็กแบบนี้

“ฉันมาลา” เงาะเอ่ยปาก ทำเอาจี๊ดชะงัก ถามเธอว่ามาลาไปไหน? “ฉันว่าฉันจะไปอยู่ต่างจังหวัด เพื่อนฉันคนหนึ่งแนะนำที่ทำงานให้”

“เพื่อนคนไหน สนิทหรือเปล่า”

“ก็ไม่ค่อยสนิท แต่ฉันไม่มีทางเลือก ฉันไม่อยากอยู่ในที่เดิมๆ ฉันไม่อยากอยู่สู้หน้าเธอ ฉันรู้สึกผิดกับเธอเหลือเกิน ฉันไม่เคยเป็นเพื่อนที่ดีของเธอเลย มีแต่ความอิจฉาริษยา คอยแต่อยากจะแทนที่เธอ ไม่ว่าจะเป็นตอนเรียน หรือวันนั้น...วันที่เธอสวมชุดที่สวยและสง่างามดุจเจ้าหญิงเดินลงมาจากรถกับพี่เทวัญ”

เงาะนึกย้อนไปวันงานเปิดตัวรถยนต์ของโมเดิร์นคาร์ที่จี๊ดสวยสง่าเคียงคู่กับเทวัญ

“ฉันอยากจะยืนอยู่ตรงนั้นแทนที่เธอ ฉันอยากมีคนรักที่สมบูรณ์พร้อมอย่างที่เธอมี อยากเป็นทุกอย่างที่เธอเป็น แต่ยิ่งต้องการมากเท่าไหร่ ความฝันของฉันมันยิ่งลอยห่างออกไป...และจางหาย สุดท้ายก็ไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่สิ่งที่เป็นของฉันจริงๆ นั่นก็คือศักดิ์ศรีที่ถูกทำลายด้วยมือของคนชั่วคนนั้น...ฉันสู้เธอไม่ได้เลยจี๊ด ฉันยอมรับ และก็ยอมแพ้แล้ว”

“เป็นเพื่อนกัน ทำไมต้องสู้กันด้วยล่ะเงาะ”

“เธอยังคิดว่าฉันเป็นเพื่อนเธออยู่อีกเหรอ”

“ใช่” จี๊ดตอบหนักแน่นและสวมกอดเงาะด้วยความสงสาร

“เธอมันโง่จริงๆ”

“ใครบอก ฉันฉลาดต่างหาก...ฉันรู้ว่าเธอรักฉัน ไม่อย่างนั้นเธอจะเปลี่ยนใจกลับมาช่วยฉันแฉความเลวของพี่เทวัญทำไม”

“ใช่...แกรักจี๊ด” ใจดียืนยัน ยอดชายก็เช่นกัน เขาย้ำว่าเพราะเงาะรู้และเข้าใจแล้วว่าจี๊ดรัก ถึงได้ยอมให้อภัยและไม่เอาผิดเธอ

“เธอดีกับฉันเหลือเกินจี๊ด แต่ฉัน...”

“ฟังฉันนะเงาะ ที่ชีวิตฉันดีได้อย่างนี้เพราะฉันมีเพื่อนอย่างพวกแกทั้งนั้น ฉันไม่โง่ที่จะปล่อยแกไปแน่... เราจะอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมสี่คน”

เงาะสบตาเพื่อนๆ เห็นแต่ความรักและความปรารถนาดีจากทุกคน ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ บอกรักทุกคนด้วยความซาบซึ้ง...ตื้นตันใจ

หลังจากสบายใจทั้งเรื่องลูกน้องและเพื่อนพ้องทุกคนแล้ว จี๊ดนัดพบดิ่งอีกครั้งในเย็นนั้น สองคนพูดคุย

หยอกล้อกันอย่างมีความสุข โดยไม่รู้เลยว่ามุมหนึ่งนั้นมารศรีจับตามองด้วยความริษยาและเคียดแค้น

ooooooo

จากนั้นไม่กี่วันถัดมา มารศรีก็ดั้นด้นไปพบเทวัญที่ยังกบดานอยู่ในบ้านเช่าซอมซ่อ เทวัญไม่เต็มใจต้อนรับ มองเธออย่างหวาดระแวง

“ดูสภาพคุณตอนนี้สิ ไม่ผิดอะไรกับหมาจนตรอก”

“แกตามหาฉันเจอได้ยังไง ใครส่งแกมา ตำรวจเหรอ”

“โถๆๆ ไม่ต้องระแวงฉันหรอก ฉันมาคนเดียว”

“ไม่ต้องมาสงสาร แกต้องการอะไร...มาทำไม”

“ฉันมาเพราะฉันเข้าใจความรู้สึกของคุณที่ต้องอยู่อย่างไร้ค่า เพราะสองคนนั่น”

“ไอ้ดิ่ง...นังจี๊ด”

“รู้ไหมว่าตอนนี้สองคนนั้นมีความสุขด้วยกันมากแค่ไหน ในขณะที่คุณและฉันกลับต้องมีชีวิตอยู่เหมือนตกนรกทั้งเป็น คุณทนได้เหรอ”

เทวัญไม่ตอบ...แววตามีแต่ความเคียดแค้น

“แต่ฉันทนไม่ได้...ดิ่งเคยเป็นของฉัน เพราะนังจี๊ดคนเดียวทำให้ฉันต้องอยู่อย่างคนที่ไร้หัวใจ ฉันต้องการแก้แค้น...และฉันรู้ว่าคุณเองก็รอวันชำระแค้นสองคนนั่นเหมือนกัน”

เมื่อเทวัญไม่ปฏิเสธแถมยังร่วมมือกับมารศรีเพื่อชำระแค้นดิ่งกับจี๊ด...วันเดียวกันนี้ มารศรีจึงวางแผนโทร. ไปหาจี๊ดและพูดจาสำนึกผิดต่างๆนานา ก่อนเอาความตายมาอ้างจนทำให้จี๊ดตกหลุมพรางยอมออกจากบ้านมาพบเธอ

“คุณบอกดิ่งหรือเปล่าว่ามาหาฉัน”

“สบายใจเถอะ ดิ่งไม่รู้ว่าฉันมาหาคุณ”

“ทำไมคุณไม่บอกเขา”

“ฉันรู้...ถ้าดิ่งรู้ว่าคุณติดต่อกลับมา คุณจะถูกตัดความช่วยเหลือทางด้านการเงิน คุณอาจจะต้องอยู่อย่างลำบาก”

“แต่ฉันก็ไม่ได้คิดจะอยู่”

“คุณต้องอยู่...จะเอาชีวิตตัวเองทิ้งไปง่ายๆได้ยังไง”

“ไม่มีใครเห็นฉันมีค่า มีความสำคัญ”

“พ่อและแม่คุณล่ะ คุณลืมไปแล้วเหรอว่าท่านรักคุณ พ่อแม่เห็นเรามีค่าและเราคือคนสำคัญของท่านเสมอ กลับไปสิ ไปหาท่าน ไปอยู่กับท่าน”

“คุณคงมองโลกอุดมคติมากไปหน่อย โลกของความเป็นจริงมันไม่ได้งดงามและสวยหรูอย่างที่คุณพูดหรอก พ่อแม่ฉันไม่มีวันให้อภัยในสิ่งที่ฉันทำ”

“ไม่จริง! พ่อแม่พร้อมจะให้อภัยและเข้าใจเราเสมอ ถ้าคุณไม่คิดจะอยู่เพื่อตัวเอง ทำไมไม่อยู่เพื่อท่าน คนที่ให้ชีวิตคุณ”

“เฮ้อ...คุณหนูจี๊ด คุณนี่ช่างเชื่อมั่นในความคิดของตัวเองเหลือเกินนะ แต่รู้ไหมว่าเธอพลาดแล้ว”

“มารศรี...หมายความว่าไง”

“ไหนบอกว่าตัวเองไม่เชื่ออะไรใครง่ายๆแล้วไง... จิตใจที่งดงามของเธอมันทำให้เธอพลาด”

จี๊ดตัดสินใจหันหลังกลับ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเทวัญเดินเข้ามา

“ดีใจที่ได้เจอน้องจี๊ดอีกครั้ง” พูดเท่านั้นเทวัญก็รวบตัวจี๊ดแล้วโปะยาสลบทันที

ooooooo

ขณะที่จี๊ดหายออกไปจากบ้านโดยไม่มีใครรู้เห็น โทรศัพท์มือถือก็ติดต่อไม่ได้ และที่สำคัญตอนนี้ก็มืดค่ำ แล้วด้วย...พ่อแม่เป็นห่วงเธอมาก เช่นเดียวกับดิ่งและพวกยอดชายต่างกระวนกระวายไม่รู้จะไปตามหาเธอที่ไหน

แต่จู่ๆทันวิทย์ก็พรวดพราดเข้ามาบอกเล่าว่า วันก่อนตนถูกเทวัญข่มขู่แย่งกระเป๋าเงินไป แถมเขายัง ประกาศด้วยว่าเขารอวันที่จะแก้แค้นทุกคน...

เวลานั้น จี๊ดสลบไม่รู้สติอยู่ในบ้านริมทะเล มารศรีใจร้อนอยากให้เทวัญจัดการเสียเลย แต่เทวัญอยากให้เธอฟื้นขึ้นมาก่อน

“ฟื้นเหรอ? ยังจะใจเย็นอยู่อีก ถ้าพวกมันแห่กันมาช่วยนังนี่ล่ะ”

“ไม่มีใครตามเจอหรอก อย่าตื่นไปหน่อยเลยน่า”

“ฉันไม่ได้ตื่น แต่ฉันต้องการให้แกจัดการมันเดี๋ยวนี้ มันย่อยยับได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี”

“มันจะไปสะใจอะไร ถ้าฉันทำอะไรมันทั้งๆที่มันยังไม่ได้สติ ต้องให้มันลืมตาสิ จะได้เห็นว่าฉันทำลายมันยังไงอย่างเต็มตา”

มารศรียิ้มอย่างสะใจ เทวัญขยับเข้าใกล้จี๊ด ลูบไล้ตามใบหน้าเธออย่างแผ่วเบา

“น้องจี๊ดต้องเป็นของพี่ก่อน ส่วนไอ้ดิ่งจะได้ครอบครองแค่ของเหลือเดนของพี่”

เทวัญใจเย็นยังไม่ลงมือ...จนกระทั่งเช้าวันใหม่จี๊ดฟื้นขึ้นมา เธอตั้งสติพยายามหาทางหนี จะใช้โทรศัพท์มือถือโทร.หาดิ่ง แต่มารศรีเข้ามาเห็นเสียก่อน

ดิ่งจดจ่ออยู่กับมือถือตัวเองตลอดเวลาและภาวนาให้จี๊ดเปิดเครื่องสักที เขาจะได้รู้ว่าเธออยู่ไหน เพราะมือถือของจี๊ดติดตั้งโปรแกรมจีพีเอสเอาไว้

จี๊ดทำได้แค่เปิดเครื่องแต่หมดสิทธิ์โทร.หาใครทั้งนั้นเพราะมารศรีขัดขวางและปิดมันลงอีกครั้ง ส่วนเทวัญก็พยายามจะขืนใจจี๊ด มารศรีสะใจเป็นบ้ารีบเปิดมือถือตัวเองเพื่อถ่ายคลิป แต่ทันใดดิ่งโทร.เข้ามา เธอตกใจและลังเลที่จะรับ

“ไอ้มารคอหอย รีบรับโทรศัพท์มัน อย่าทำให้มันสงสัยว่าเธอกำลังทำอะไร” เทวัญออกคำสั่ง...มารศรีจึงเดินเลี่ยงออกไป ส่วนจี๊ดพยายามส่งเสียงร้องเท่าที่เสียงจะดังได้

ขณะคุยโทรศัพท์กับมารศรี ดิ่งพยายามเก็บรายละเอียดเสียงที่ได้ยิน ทั้งเสียงคนร้องและเสียงคลื่น ทำให้เขามั่นใจว่าต้องอยู่ชายทะเลที่ไหนสักแห่ง แต่พอเขาสอบถาม มารศรีก็รีบปิดเครื่องหนีแล้วเดินกลับไปบอกเทวัญอย่างเป็นกังวล

“ดิ่งสงสัยว่าฉันร่วมมือกับคุณ”

“เธอมันหน้าโง่ เปิดมือถือทำไม”

“ฉันต้องการถ่ายคลิปประจานมัน”

“นังบ้า” เทวัญตบหน้ามารศรีจนเซถลา “แกประจานมัน ฉันก็ซวย ทุกคนต้องเห็นฉัน”

“ถึงตอนนั้นฉันก็ทำให้แกหนีออกไปนอกประเทศนี้เรียบร้อยแล้ว”

เทวัญไม่เชื่อ เข้ายื้อแย่งมือถือจากมารศรี จี๊ดฉวยโอกาสนี้วิ่งหนีออกไปหาที่ซ่อนแถวโขดหิน เทวัญกับมารศรีตามหาแต่ไม่พบ แต่ผ่านไปสักพักจี๊ดก็จนมุมอีกจนได้ และเกือบจะถูกมารศรียิงตาย ถ้าพวกดิ่งและตำรวจตามมาช่วยไว้ไม่ทัน

ดิ่งจับสัญญาณจีพีเอสจากมือถือของจี๊ดจนนำกำลังตำรวจตามมาถูก เทวัญแค้นมากตั้งใจยิงดิ่ง แต่ไม่คาดคิดว่ามารศรีจะแย่งปืนจากมือเขาแล้วยิงกระหน่ำจนร่างเทวัญทรุดฮวบตายคาที่

มารศรีถูกตำรวจควบคุมตัวเพื่อไปดำเนินคดี แต่เธอขอเวลาสักครู่เพื่อคุยกับดิ่งก่อน

“ดิ่ง...ถึงฉันจะชั่วและร้ายกาจยังไง แต่ฉันก็รักคุณ รักไม่น้อยกว่าที่ผู้หญิงคนนี้รัก และฉันก็ทำได้ทุกอย่างเพื่อการขอโทษคุณ...คุณจะไม่ให้อภัยฉันก็ได้ เพราะฉันคงไม่ดีพอที่จะรับมัน ขอแค่อย่างเดียว ช่วยกอดฉันอีกสักครั้ง...เป็นครั้งสุดท้าย”

ดิ่งสงสารมารศรี หันมองจี๊ดที่ยืนอยู่ข้างกัน เห็นเธอพยักหน้าให้เขาจึงเข้าไปสวมกอดมารศรีที่บ่อน้ำตาแตกร่ำไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร

“ถ้าคุณหยุดวิ่งตามหาการให้อภัยของผม คุณจะมองเห็นว่าผมได้ให้อภัยคุณมานานแล้ว”

“ขอบคุณค่ะดิ่ง...อ้อมกอดของคุณทำให้ฉันอุ่นใจเสมอ ฉันจะจำสัมผัสนี้ไว้ว่าอย่างน้อยครั้งหนึ่งฉันก็เป็นคนที่คุณเคยรัก ถึงแม้ว่าฉันจะเป็นคนทำมันพังด้วยมือของฉันเอง”

“ผมเข้าใจคุณ และภาวนาให้คุณเข้าใจผม เข้าใจทุกคนและเข้าใจเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น...ความโลภ ความทะเยอทะยานอยากได้อยากมีอยากเป็นด้วยวิธีที่ผิดและทำร้ายคนอื่น สุดท้ายมันจะเหลือเพียงแค่ความสูญเสียและความเจ็บปวดกับทุกคนเท่านั้น”

“คุณพูดถูก...” มารศรีผละจากอ้อมกอดของดิ่ง หันไปเอ่ยกับจี๊ดอย่างจริงใจ “ฉันไม่รักษาคนดีอย่างดิ่งเอาไว้เอง ขอให้ความรักของคุณกับดิ่งมั่นคงและสวยงามเหมือนที่ฉันเห็น...ต่อไปตราบนานเท่านาน”

“ไม่ต้องห่วง ฉันจะรักเขา ดูแลเขาให้ดีที่สุด”  จี๊ดรับปาก

มารศรียิ้มทั้งน้ำตาให้จี๊ดและดิ่งเป็นครั้งสุดท้าย... แล้วเดินไปหยุดตรงหน้าทันวิทย์

“เธอไม่ใช่เด็กน้อยของฉัน และเธอก็ไม่ได้เป็นไก่อ่อนอย่างที่พี่ชายเธอกล่าวหา เธอเป็นผู้ชายที่ดี สักวันหนึ่งเธอจะได้พบผู้หญิงที่ดีที่เหมาะสมและคู่ควรกับเธอ อย่าคิดถึงสายลมที่พัดผ่านชีวิตเธอเพียงแค่วูบหนึ่งเลยนะ...ขอให้เธอโชคดี”

ทันวิทย์กลั้นน้ำตาไม่อยู่ มองตามมารศรีเดินจากไปพร้อมตำรวจอย่างสลดหดหู่ใจ

ooooooo

หลายวันผ่านไป รัตนาในชุดเตรียมเดินทางไปต่างประเทศตั้งใจมาลาครอบครัวของเจตนาที่บ้าน ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใสหลังเหตุการณ์ร้ายๆผ่านพ้นไป

“เดินทางปลอดภัยนะรัตนา ถึงที่อเมริกาเรียบร้อยแล้วอย่าลืมส่งข่าวมา”

“ค่ะท่าน ขอบพระคุณค่ะ”

“และอย่าลืมนะคะว่าคุณรัตนายังมีสถานภาพเป็นผู้ช่วยของจี๊ดอยู่”

“เป็นพระคุณกับดิฉันอย่างสูงค่ะ ที่คุณจี๊ดยังให้ความไว้วางใจ”

“เดี๋ยวนี้คนดีๆไว้ใจได้หายาก” วันดีเอ่ยนิ่งๆ ยอมรับรัตนาแล้วแต่ยังรักษาฟอร์มไว้เหนียวแน่น

สองพ่อลูกแอบยิ้มให้กัน จากนั้น จี๊ดก็เดินตามรัตนาออกมาหน้าบ้านจะขอไปส่งด้วยตัวเอง

“เกรงใจค่ะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณจี๊ด”

“เธอยังเป็นพนักงานของจี๊ดอยู่ ไม่ควรจะขัดใจเจ้านาย” วันดีตามออกมา...ส่งยิ้มให้รัตนาด้วยไมตรี “บอกนายแช่มหรือยังจี๊ดว่าลูกจะไปส่งรัตนาที่สนามบิน”

“ยังค่ะ”

“ไปบอกซะสิ จะได้เตรียมรถไว้ แม่มีเรื่องอยากจะคุยกับรัตนาด้วย”

จี๊ดแยกไปโดยดี ส่วนรัตนาเดินตามวันดีเข้ามาในบ้าน และต้องประหลาดใจเมื่อวันดียื่นเข็มกลัดสวยหรูราคาแพงให้

“ฉันให้เธอเป็นของที่ระลึก”

“อุ๊ย...ดิฉันรับมันไว้ไม่ได้หรอกค่ะ เข็มกลัดอันนี้ท่านประธานซื้อให้คุณเป็นของขวัญ และราคาแพงมาก ดิฉันไม่คู่ควรกับมัน”

“เธอไม่ควรเปรียบเทียบคุณค่าของตัวเองกับราคาของวัตถุ มันเปรียบเทียบกันไม่ได้เลย และอย่าดูถูกความตั้งใจของฉัน”

“ดิฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้คุณวันดีรู้สึกอย่างนั้นนะคะ เพียงแต่...ดิฉันเกรงใจมาก”

“เธอยังได้เกรงใจฉันในเรื่องอื่นอีกเยอะ แต่สำหรับเรื่องนี้ฉันขอสั่งห้าม เพราะอะไรฉันถึงให้เธอรู้ไหม”

“ไม่ทราบค่ะ”

“เพราะเธอเป็นคนสำคัญของครอบครัวเรา ขอบคุณมากที่ช่วยดูแลสามีและลูกสาวของฉันเป็นอย่างดี...รับไว้เถอะนะ เธอจะได้ไม่ลืมว่าฉันอยากให้เธอกลับมาเร็วๆ”

รัตนารับเข็มกลัดนั้นมาด้วยความซาบซึ้งใจ “ขอบพระคุณค่ะ ดิฉันจะไม่มีวันลืมเด็ดขาดว่าครอบครัวของท่านประธานมีพระคุณและแสนดีกับดิฉันเหลือเกิน”

“พวกฉันแสนดีกับคนดีๆเท่านั้น ส่วนใครที่ร้ายกาจก็จะไม่เอาไว้เหมือนกัน รีบไปเถอะ อย่าให้ยัยจี๊ดรอนาน”

รัตนายิ้มให้วันดีก่อนเดินออกไป เจตนาซึ่งยืนมองอยู่ตลอดก้าวเข้ามาโอบไหล่ภรรยา ขอบคุณที่เธอเมตตารัตนา แต่วันดีกลับบอกว่าตนต่างหากที่ต้องขอบคุณเขา ที่รักษาคนดีๆให้อยู่ใกล้ชิดพวกเรา...แล้วทั้งคู่ก็ตกลงกันว่าจะไปเที่ยวเกาหลีเป็นประเทศแรกของการทัวร์รอบโลก

ส่วนจี๊ดก็ไม่น้อยหน้าพ่อแม่ เธอเตรียมตัวไปซ้อมฮันนีมูนกับดิ่งที่บ้านชายทะเล ดิ่งยิ้มแต้ดีใจ แต่พอจะไปกันจริงๆกลับมีทั้งยอดชาย ศุวิมล และใจดียกขโยงกันมา ยกเว้นเงาะที่ป่วยกะทันหัน งานนี้ใจดีเลยหงอยรับประทาน เพราะคนอื่นมีคู่กันหมด

แต่แล้วใจดีก็เศร้าได้ไม่นานเพราะดิ่งนัดโยฮันน์มาร่วมทีม เนื่องจากเขาบ่นคิดถึงใจดีและอยากมาหา ใจดีแอบปลื้มแต่แกล้งทำงอนเพื่อให้โยฮันน์ง้อและพูดความในใจ

“ที่ผมหายไปเพราะผมทำงาน แต่หัวใจผมอยู่ที่คุณ...ผมชอบคุณมาก”

ประโยคนั้นของโยฮันน์ทำให้ใจดียิ้มแก้มปริ สองคนเดินควงแขนกันไปตามชายหาดอย่างมีความสุข ด้านยอดชายกับศุวิมลก็สุขไม่แพ้ใคร ทั้งคู่เดินจูงมือกันอยู่อีกมุม พูดคุยหยอกล้อหัวเราะกันระรื่น

ครั้นตกเย็น ทุกคนมารวมตัวหน้าบ้านพักจัดปาร์ตี้เล็กๆอย่างอบอุ่น ยอดชายกับโยฮันน์ปิ้งบาร์บีคิว มือเป็นระวิงเพื่อเอาใจคนรักของตน จึงได้รับคำชมจากพวกเธอว่า...น่ารักมาก

แล้วสองสาวก็หัวเราะคิกคักเมื่อได้ยินยอดชายกับโยฮันน์พูดกันว่า เพราะรักเราถึงต้องยอม

“ฝรั่งหรือไทย...สงสัยจะกลัวเมียกันหมด” ยอดชายสรุปด้วยรอยยิ้ม

ศุวิมลกับใจดียิ้มแต้ แต่แล้วนึกได้ว่าดิ่งกับจี๊ดไม่ได้อยู่ตรงนี้ พวกเขาหายไปไหน?

“คงแอบไปเติมความหวานให้น้ำทะเลอยู่มั้งคะ”

“หวานกันได้ตลอดเวลาเจงๆ คู่นี้”

“เพราะเขาสองคนผ่านเรื่องเลวร้ายและสาหัสสากรรจ์ มาด้วยกัน เลยทำให้รักกันมาก และก็ยิ่งมากขึ้นๆทุกวัน”

“นั่นสิคะ ชีวิตมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ถ้าเรายังมีเวลาอยู่ด้วยกันกับคนที่เรารัก เราก็ควรจะดีต่อกัน รักกัน และใช้ชีวิตด้วยกันเสมือนว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของชีวิต”

“ใช่ค่ะ จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง”

สองสาวร่ายยาวเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย...แล้วนิ่งอึ้งกันไปนิด ก่อนจะคิดได้พร้อมกันว่าควรดีต่อคนที่เรารักในทุกๆวินาที จึงลุกขึ้นพร้อมกันถลาไปหาแฟนของตนที่กำลังง่วนกับการปิ้งบาร์บีคิว

“โยฮันน์ ดาร์ลิ้ง...ฉันช่วยนะ”

“อุ๊ย เหงื่อซ่กเลยคุณยอด ฉันเช็ดให้นะ หิวน้ำไหมคะ”

ยอดชายกับโยฮันน์มองหน้ากันงงๆ ก่อนส่งยิ้มให้กันอย่างมีความสุขสุดๆ

ooooooo

บริเวณชายหาดไม่ไกลจากหน้าบ้านพักนัก จี๊ดกับดิ่งเดินควงแขนกันมาด้วยสีหน้าสดชื่นแจ่มใส พูดคุยเรื่องสัพเพเหระก่อนที่จี๊ดจะถามถึงเศก

“คุณพ่อคุณเป็นยังไงบ้าง”

“เริ่มเดินได้คล่องขึ้นแล้วล่ะ แต่ยังต้องใช้ไม้เท้าช่วยอยู่”

“น่าจะพาท่านมาพักผ่อนด้วยนะ”

“ท่านขอไม่มาเอง ไม่อยากมาทำให้พวกเราหมดสนุก ผมก็ไม่อยากขัดใจ”

“ท่านคงจะเหนื่อย แล้วเรื่องของมารศรีล่ะ”

“สารภาพทุกข้อหา...เหลือจำคุกตลอดชีวิต”

“เฮ้อ...ไม่น่าเลย”

“พลาดแค่เพียงครั้งเดียว ชีวิตอาจจะต้องตกต่ำจมดิ่งจนเกินจะแก้ไข”

“และอาจจะต้องตายโดยเอาอะไรติดตัวไปไม่ได้เลยสักอย่าง ยกเว้นคำสาปแช่งของคนที่อยู่ข้างหลัง ฉันภาวนาเหลือเกิน ฉันไม่อยากให้มีคนหลงผิดอย่างพี่เทวัญและมารศรีอีก แต่คงเป็นไปไม่ได้ เมื่อมีคนดีย่อมต้องมีคนชั่ว”

“สิ่งที่เราทำได้คือ...อย่าปล่อยให้คนชั่วลุกขึ้นมามีอำนาจหรือทำร้ายคนดีได้”

เขาและเธอยิ้มให้กันอย่างเห็นด้วย พลันดิ่งนึกขึ้นได้ ถามระรัวด้วยความตื่นเต้น “เดี๋ยวๆๆ เมื่อกี้คุณใช้สรรพนามเรียกผมว่าคุณเหรอ”

“ทำไม?”

ดิ่งบอกว่าแปลกหู ไม่คุ้นเอาเสียเลย อยากให้เธอเรียกเขาว่าที่รักมากกว่า จี๊ดจึงลองเรียกดู แต่ก็ขัดเขินไม่ชินปากขอกลับไปเรียกนายเหมือนเดิมดีกว่า

“ตามใจ จะเรียกหมูเรียกไก่อะไรก็ได้นะ ไม่ว่า... ทำชีวิตให้มันง่ายๆ แล้วเอาความเยอะไปใส่ในเรื่องงานดีกว่ามั้ย”

“ดี” ตอบเสร็จเธอจ้องหน้าเขาด้วยความรักสุดหัวใจ และถามว่าเห็นอะไรในดวงตาของตนไหม?

“ขี้ตา”

“นายดิ่ง!!” จี๊ดหมดมู้ด วิ่งไล่ตีนายดิ่งที่หัวเราะร่วนอารมณ์ดี “มานี่เลย คนอะไร ไม่รู้จักหวานอะไรบ้างเลย”

“ก็คุณหวานแทนผมแล้วนี่ ไม่ต้องหวานแล้ว เดี๋ยวเลี่ยน”

“ฉันชอบเลี่ยน เลี่ยนจนอ้วกได้เลยยิ่งดี”

“ได้...จัดให้” ดิ่งรวบเอวจี๊ดแล้วหอมแก้มเธอดังฟอด ตามด้วยถ้อยคำหวานซึ้งว่า “ผมรักคุณ”

“ทำไมถึงรักฉัน”

“ไม่มีเหตุผล รักโดยไม่รู้ตัว มารู้ตัวอีกทีคุณก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจที่ขาดไปไม่ได้”

“รู้สึกดีจังเลยที่ฉันมีค่ากับนายมากถึงขนาดนี้ นายทำให้ฉันรักนายโดยที่ฉันก็ไม่รู้ตัว มารู้ตัวอีกทีฉันก็ขาดนายไปไม่ได้ ไม่มีนายฉันก็เหมือนเรือไม่มีหางเสือ สัญญานะว่าเราจะต้องมีกันและกันตลอดไป”

“สัญญา...และผมไม่มีวันผิดสัญญา”

“ฉันก็สัญญา”

“แต่คุณต้องห้ามดื้อ ห้ามเอาแต่ใจ ห้ามเหวี่ยง ห้ามวีน ห้ามงี่เง่าโดยไม่ฟังเหตุผล ห้าม...”

“โอ๊ย...ไม่ห้ามหายใจไปด้วยเลยล่ะ ห้ามขนาดนี้ตายเลยดีกว่า”

“ดีกว่าการได้มีผมทำกับข้าวให้กิน มีผมคอยนวดให้เวลาเมื่อย มีผมคอยสอนงาน มีผมคอยโทร.มาปลุกตอนเช้า มีผมขับรถพาไปเที่ยว มีผม...”

“ไม่ตายแล้ว! ฉันจะแก่ง่าย ตายยากให้ดู พอใจหรือยัง”

“ไม่พอ...”

“อะไรอีกล่ะ”

“เราจะแก่เฒ่าไปพร้อมๆกัน ตายเมื่อไหร่อย่าเพิ่งไปคิด แต่ตอนนี้เราจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้คุ้มค่าที่สุด เราควรจะรักกัน ไม่ใช่มาทะเลาะกันนะ”

“ฉันขอโทษ...แต่อย่าขี้บ่นนักได้ไหมล่ะ ฉันคิดว่าฉันอยู่กับหมีทุกทีที่นายบ่น”

“ทำไมต้องหมี?”

“ก็บ่นเป็นหมีกินผึ้งไง ยิ่งตัวใหญ่ๆแบบนี้ด้วย...เมื้อนเหมือนเลย”

“ยัยคุณหนูจี๊ด...มานี่เลย” ดิ่งมันเขี้ยว วิ่งไล่จับแฟนสาวที่ยิ้มทะเล้นยวนยั่วพลางถอยหนีไปตามชายหาดที่ทอดยาว...

ooooooo

 

–อวสาน–

พริกกับเกลือ ตอนที่ 19

อ่านเรื่องย่อ

พริกกับเกลือ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

วัน-เวลาออกอากาศ:

ช่องออกอากาศ:

นักแสดงนำ:

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement