น้ำเซาะทราย ตอนที่ 9 นิยายไทยรัฐ
วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

น้ำเซาะทราย ตอนที่ 9


19 พ.ค. 2560 09:22
2,745,556 ครั้ง

ละคร นิยาย น้ำเซาะทราย

น้ำเซาะทราย ตอนที่ 9

อ่านเรื่องย่อ

น้ำเซาะทราย

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

กฤษณา อโศกสิน

บทโทรทัศน์โดย:

ปลายปากกา

กำกับการแสดงโดย:

สยาม สังวริบุตร

ผลิตโดย:

บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ศรราม เทพพิทักษ์,สุวนันท์ คงยิ่ง,โสภิตนภา ชุ่มภาณี

ดลฤดีพยายามหางานทำเพื่อมีรายได้ไว้กินใช้โดยไม่ต้องแบมือขอพ่อแม่ แต่มันสร้างความไม่พอใจให้พรรณรายที่วางแผนอนาคตไว้ให้ลูกหมดแล้ว

“แม่บอกแล้วไงว่าให้รอคุณพ่อได้ตำแหน่งคณบดีก่อน เดือนหน้านี่เขาก็จะเลือกกันแล้ว ไว้รอเป็นอาจารย์พิเศษไม่ดีหรือ”

“ที่หนูไม่ได้งานเพราะคุณแม่ใช่ไหมคะ”

“ทำไมต้องเป็นแม่ ทำไมต้องมาลงที่แม่”

“เพราะคนที่มีหน้าที่สัมภาษณ์เขาแทบจะไม่ได้ถามอะไรเลย หนูเห็นสายตาเขาแล้วก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น วิธีนี้เอาชนะหนูไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าหางานไม่ได้จริงๆ หนูจะไปทำงานเสิร์ฟอาหารเหมือนทิว”

“ดลดี้! นี่รักผู้ชายเสียจนลืมหน้าตาของแม่เชียวหรือ รู้ไหมว่าผู้หญิงที่รักผู้ชายจนลืมที่จะเหลือความรักให้
ตัวเองน่ะ จุดจบมันน่าสังเวชแค่ไหน ดูอย่างพุดกรองสิ สวย รวย มีเกียรติในสังคม แต่กลับถูกคนรอบตัวหัวเราะเยาะว่าเป็นนางมารร้ายที่แย่งผัวคนอื่น”

“ก็ใครล่ะคะที่มีส่วนทำให้เรื่องนี้มันเกิดขึ้น”

“ฉลาดจริงต้องรู้ทันมนุษย์ นี่เป็นเพราะพุดกรองรักตัวเองน้อยกว่ารักผู้ชายน่ะสิ ถึงได้กลายเป็นคนหน้ามืดตามัว กลายเป็นคนที่ถูกสังคมประณามว่าแย่งผัวเพื่อน”

“หนูอาจจะเป็นเหมือนคุณพุดกรองที่เลือกผู้ชายมีแต่ตัว ถึงเวลานั้นคุณแม่คงรู้นะคะว่าความโง่หรือฉลาด เอามาใช้กับหัวใจไม่ได้ ถ้าหางานไม่ได้เพราะคุณแม่กันไว้ หนูจะไปทำงานในร้านอาหารกับทิวค่ะ”

“ถ้าแกทำอย่างนั้นล่ะก็ แกจะได้ชื่อว่าโง่กว่าพุดกรอง” พรรณรายแผดเสียงอย่างโกรธจัด

ooooooo

พุดกรองประท้วงภีมด้วยการไม่ลงมากินอาหารร่วมโต๊ะ นอนซมร้องไห้ในห้องเพราะโกรธเขาที่แสดงท่าทีห่วงใยวรรณนรี...ภีมหนักใจแต่ต้องขึ้นมาง้อ

“คุณเป็นอะไร ยังโกรธผมอีกหรือ ต้องการให้ผมขอโทษไหม”

“ไม่ต้องมาขอโทษฉันหรอกค่ะ ถ้าคุณคิดว่าคุณไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันก็ผิดเองที่รักคุณหวงคุณ”

“คุณควรจะทำใจให้สบายนะ คุณกำลังท้อง ที่ผมหงุดหงิดเรื่องวรรณก็เพราะลูกขาดโรงเรียน...ก็แค่นั้น”

“แค่นั้นจริงๆหรือ คุณไม่ได้หึงวรรณกับคุณทวยหาญนะ”

“เปล่า ผมจะรู้สึกยังงั้นทำไม”

“เพราะคุณยังรักวรรณอยู่ วรรณเป็นเมียคุณ ยังไม่ได้หย่าจากคุณ”

“เราอย่าพูดกันถึงเรื่องนี้อีกเลย มันจะทำให้เราไม่สบายใจ ทำไมเราไม่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้มีความสุขเหมือนอย่างเราหวังไว้ ไม่เอาน่าพุดกรอง เอายังงี้ดีกว่าวันนี้วันหยุดคุณอยากทำอะไร ผมมีเวลาให้คุณทั้งวัน”

สีหน้าพุดกรองเริ่มดีขึ้น ชวนเขาไปฟังเพลงด้วยกันคืนนี้ ไม่ต้องชวนจ้านไป...แต่แล้วพุดกรองก็หมดอารมณ์เสียดื้อๆ เมื่อเจอลิซ่ามากับเด็กหนุ่มรุ่นลูก ลิซ่าเกลียดชังพุดกรองมาก เจอที่ไหนเป็นต้องพูดจาเสียดสีให้อับอาย ครั้งนี้ก็เช่นกัน เธอเล่นงานซะพุดกรองโกรธและอายผลุนผลันออกมาจากห้องอาหาร

ภีมวิ่งตามพุดกรองมาที่ลานจอดรถโดยไม่รู้ว่าดลฤดีกับทิวซึ่งเห็นทั้งคู่ตั้งแต่แรกแอบตามมายืนมองในมุมมืด
“ฉันไม่มีอารมณ์จะฟังอะไรแล้ว กลับกันเถอะค่ะ เรื่องที่ฉันทำมันผิดหรือคะ เราเคยรักกัน ฉันกับคุณเคยรักกันมาก่อน ถ้าฉันไม่ไปแต่งงานกับคุณพร้อม วรรณก็ไม่ได้แต่งงานกับคุณ”

“แล้วคุณจะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมาอีก คุณเคยเป็นคนบอกผมไง ว่ามันไม่ง่ายที่เราจะอยู่ด้วยกัน แต่เราก็อยากอยู่ด้วยกัน คุณจะแคร์อะไรกับคำพูด แล้วก็ความคิดของคนอื่น เราน่าจะแคร์กันแค่สองคน”

พุดกรองนิ่งไปนาน พยายามรวบรวมความเข้มแข็ง

“ใช่ คุณพูดถูกค่ะภีม เรากลับกันเถอะค่ะ ฉันขอโทษที่ทำให้คุณไม่สบายใจ วันนี้มันคงไม่ใช่วันของเรา”
สองคนขึ้นรถออกไปแล้ว ทิวกับดลฤดีออกจากมุมมืด ต่างเชื่อแล้วว่ามันไม่ง่ายที่พวกเขาจะอยู่ด้วยกันได้

ooooooo

วรรณนรีกับลูกยังอยู่ที่บ้านพักของทวยหาญ ปอกับป่านเล่นน้ำทะเลตัวแทบเปื่อย แต่วรรณนรีกลับเฉยเมย ไม่ว่าจะเป็นทะเลหรือสระว่ายน้ำภายในบ้าน

ทวยหาญพยายามชักชวนแต่เธอปฏิเสธ บอกว่าชอบดูทะเลแต่ไม่ชอบเล่นน้ำ เพราะในอดีตเธอเคยโดนภีมกับพุดกรองกลั่นแกล้งจับโยนน้ำทะเลตอนเราไปทะเลกันตอนฉลองเรียนจบ

“ฉันสำลักน้ำ แล้วฉันก็จมน้ำ ตอนที่น้ำเข้าตามันแสบจนบอกไม่ถูก ใครจะไปนึกล่ะคะว่าตอนโตขึ้นเราจะทำให้กันเจ็บเสียยิ่งกว่าน้ำทะเลเข้าตา”

“คุณเศร้าอีกแล้ว ไม่มีเวลาไหนเลยหรือที่คุณจะไม่คิดถึงเขาสองคน”

“ฉันพยายามแล้ว พยายามจะไม่คิด แต่ยิ่งพยายามก็เหมือนฉันยิ่งคิดถึงมัน มันก็คงจะเหมือนความทรงจำ อะไรที่เราอยากลืม เรากลับจำมันได้ ยิ่งพยายามเท่าไหร่ ยิ่งชัดเจนขึ้น”

วรรณนรีเบือนหน้าไปซ่อนน้ำตา ทวยหาญอยากปลอบโยน ขยับจะจับเธอแต่ชะงักยั้งไว้เพราะไม่เหมาะสม
บ่ายวันจันทร์ทวยหาญมาส่งวรรณนรีกับลูกถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ เชยเล่าให้วรรณนรีฟังว่าภีมมาที่นี่ และยังคอยเพียรโทร.มาถามว่าลูกเมียกลับหรือยัง

คืนนี้ก็เช่นกัน ภีมโทร.มาอีกและได้คุยกับวรรณนรี เขาต่อว่าเธอที่ให้ลูกหยุดเรียนเพื่อไปเที่ยวทะเล

“ทะเลน่ะเที่ยวเมื่อไหร่ก็ได้ เรื่องเรียนสำคัญกว่าเรื่องเที่ยว ผมสัญญาแล้วไงว่าจะพาลูกไปภูเก็ต”

“แล้วได้ไปไหม คุณเคยพาลูกไปทะเลภูเก็ตอย่างที่เคยสัญญามั้ย ไม่เคย เพราะฉะนั้นอย่ามาตัดสินว่าสิ่งที่ฉันทำกับลูกไม่ดี เชิญคุณเอานิสัยแบบพ่อๆของคุณไปเลี้ยงลูกพุดกรองเถอะ อย่ามายุ่งกับลูกของฉัน”

ภีมปิดโทรศัพท์ด้วยความโกรธและสะเทือนใจกับคำตัดรอนของวรรณนรี พุดกรองจับสังเกตท่าทีเขาก่อนเดินเข้ามาถามว่าทะเลาะกับวรรณนรีใช่ไหม

“ใช่ ผมแค่พูดเรื่องลูก แล้ววรรณก็ขึ้นเสียงไม่ยอมฟังเหตุผลของผมเลย”

“วรรณยังโกรธ คงจะโกรธเราไปอีกนาน ก็คงเหมือนฉันโกรธลิซ่า ตอนนี้ฉันก็ยังโกรธอยู่ เรื่องแบบนี้วรรณนรีหรือลิซ่าไม่มีวันรู้หรอกค่ะว่าเราต่างก็เจ็บปวดทุกคน ไม่ยกเว้นแม้แต่ฉัน คุณ หรือวรรณนรี”

“ไปนอนเถอะ ดึกแล้ว”

พุดกรองโอบกอดลูบไล้แผ่นหลังของภีมอย่างอบอุ่นอ่อนโยน “งั้นวันศุกร์เราไปรับเด็กๆที่โรงเรียน ทานข้าว แล้วพาไปดูหนังรอบค่ำกันดีไหมคะ ชวนจ้านไปด้วย คุณจะได้รู้สึกเหมือนคุณได้ทำหน้าที่พ่อที่ดี ไม่ใช่ให้วรรณเป็นแม่ที่ดีอยู่คนเดียว”

“ผมจะไปรับลูกเย็นวันศุกร์”

ถึงเวลาภีมโทร.บอกวรรณนรีว่าจะรับลูกไปดูหนัง วรรณนรีอนุญาตด้วยน้ำเสียงเย็นชา พอเธอเตรียมตัวจะกลับ พิมุขโผล่มาดักหน้าจะขอเลี้ยงอาหารมื้อค่ำ แต่ต้องหงุดหงิดผิดหวังเพราะเธอปฏิเสธเขา แต่นั่งรถออกไปกับทวยหาญโดยดี

เมื่อพิมุขกลับมาเล่าให้พรรณรายฟังว่าระยะนี้วรรณนรีพบทวยหาญบ่อยขึ้น ตนสงสัยว่าสองคนนี้โคจรมาบรรจบพบกันได้ยังไง แล้ววรรณนรีก็ดูสวยผิดหูผิดตา ดูดีกว่าเมื่อก่อนเหมือนหน้ามือกับหลังมือ ตั้งแต่เป็นม่ายผัวทิ้งดูมีชีวิตชีวาขึ้นเยอะ

“ฉันไม่อยากเชื่อว่าวรรณนรียังยืนอยู่ได้ ทั้งที่ควรล้มลงแล้วทุรนทุรายจนน่าสังเวช”

“ตอนนี้วรรณนรีเปลี่ยนเป็นคนใหม่ คุณทวยหาญน่ะคุณก็รู้ว่าเขารวยแค่ไหน ประวัติของเขาสะอาด เป็นพ่อม่ายเมียตายที่ครองม่ายมานาน ข้อสำคัญเขารวยกว่าคุณภีมเยอะ”

พรรณรายอิจฉาริษยาวรรณนรี วางแผนอย่างทันทีทันใดต้องขัดขวางไม่ให้วรรณนรีได้ดี ด้วยการบังคับดลฤดีให้เลิกคบทิวแล้วมาทำความรู้จักสนิทสนมกับทวยหาญให้จงได้

ooooooo

ภีมกับพุดกรองพาจ้าน ปอ และป่านไปกินอาหารก่อนจะพาไปดูหนังต่อ แต่ในร้านอาหารแห่งนี้ไม่คาดคิดทวยหาญจะพาวรรณนรีมาด้วย

ภีมกับพุดกรองเห็นสองคนนั้น แต่เด็กๆมัวแต่ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือจึงไม่เห็น วรรณนรีเองก็ไม่เห็นพวกเขา จนกระทั่งไปเข้าห้องน้ำแล้วเจอพุดกรองตามมาทัก

“เธอเปลี่ยนไปนะวรรณ สาวขึ้น สวยขึ้น ดูดีขึ้นมาก เหมือนคนที่พยายามเปลี่ยนตัวเองไปเป็นคนใหม่”

“ฉันก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรนี่ ก็แค่ใส่ใจตัวเองมากขึ้น เพราะมีเวลาว่างมาก ไม่ต้องคอยปรนนิบัติใคร”

“ฉันดีใจด้วยนะ ฉันห่วงเธอ กลัวเธอจะแย่ แต่กลับไม่ใช่”

“ฉันคงผ่านเวลานั้นมาแล้ว มันก็ไม่ได้ยากที่จะผ่าน ช่วยบอกภีมด้วยว่าลูกต้องนอนก่อนห้าทุ่ม”

ภีมทำตามที่วรรณนรีบอก เขากลับมาส่งลูกและอยู่รอจนกระทั่งวรรณนรีกลับเข้าบ้าน ติงว่าพักนี้เธอพบทวยหาญบ่อยครั้ง เป็นเพราะเขาซื้อลูกหมาให้ลูกหรือเพราะเขาพาเธอกับลูกไปเที่ยวทะเล

“เพราะเขาเป็นมิตรที่ดี”

“แค่นั้นเองหรือ”

“คุณจะให้เป็นอะไรมากแค่ไหน มันก็แล้วแต่โอกาสที่มันจะเป็น แล้วนี่คุณส่งพุดกรองก่อนหรือว่าส่งลูกแล้วคุณต้องกลับไปเฝ้าพุดกรอง พุดกรองกำลังท้อง คงต้องการการดูแลจากคุณ”

“คุณจะทำอะไร คุณนึกถึงลูกบ้างนะ ปอเป็นผู้หญิง เด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายไม่เหมือนกัน”

“แล้วคุณทำอะไร คุณเคยนึกถึงลูกบ้างไหม ถ้าคุณนึกถึงลูก คุณก็คงไม่ทำเรื่องบัดสีจนทำให้ลูกฉันกลายเป็นเด็กไม่มีพ่อ”

“ผมเป็นพ่อนะ ผมยังอยู่ ผมยังเป็นพ่อของปอกับป่าน”

“อยู่หรือ อยู่ที่ไหน คุณไปอยู่กับพุดกรองมาเกือบสามเดือนแล้ว อีกไม่นานพุดกรองก็จะมีลูกให้คุณอุ้ม ฉันสังเวชคนแก่ ที่แก่แล้วยังต้องมาเล่นขี้เด็กอีก ทุเรศ!”

วรรณนรีกระแทกเสียงแล้วเดินขึ้นชั้นบนไปด้วยความโกรธ ภีมทรุดตัวลงนั่งด้วยความเสียใจ

ooooooo

ปอยังแอบหนีเรียนไปกับเพื่อนร่วมห้องเรียนและได้พบภูมิ หนุ่มวัยรุ่นที่เป็นเพื่อนของเพื่อน ซึ่งวันนี้มีปาร์ตี้ที่ห้องพักของภูมิ ปอเกือบเสียตัวให้ภูมิ

ถ้าแฟนตัวจริงของเขาไม่โผล่เข้ามาขัดจังหวะ ปอร้องไห้อย่างขวัญเสีย เพื่อนๆพากันปลอบใจอยู่นานกว่าปอจะตั้งสติได้

หลังกลับจากปราณบุรี พงษ์สนิทอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ยิ่งเมื่อรู้ว่าพักนี้ภีมกลับบ้านบ่อยก็สะใจเป็นที่สุด

“เห็นมั้ย ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าวิธีนี้จะทำให้นายภีม กลับบ้าน เขาก็กลับมาจริงๆ อย่างน้อยก็กลับมามองคุณชัดๆว่าตอนนี้คุณสวยขึ้น ดูดีขึ้น ไม่ใช่ยายแก่หน้าเป็นมัน อยู่ในครัวอีกต่อไปแล้ว ข้อสำคัญคุณกำลังจะมีคนคบหาดูใจ”

“พงษ์สนิท ฉันยิ่งฟัง เหมือนฉันกำลังเพิ่มมูลค่า ให้ตัวเองเหมือนสินค้าเลยนะ”

“อ๊ะๆๆ ถูกต้อง ผู้หญิงต้องรู้จักเพิ่มมูลค่าให้ตัวเอง เหมือนสินค้า ต้องรู้จักวิธีต่อยอดชีวิตสมรสให้ได้รสแซ่บ นัวเว่อร์ เพื่อว่าผัวจะได้ไม่หนีไปไหน”

“แต่ฉันไม่สบายใจเลย พักนี้ฉันพบคุณทวยหาญบ่อยไปไหม”

“ก็จะเป็นอะไรไป คุณพบคุณทวยหาญในที่เปิดเผย ไม่ได้ไปลักลอบพบกันเสียหน่อย นายภีมคงจะเริ่มเอะใจแล้วล่ะว่า...”

วรรณนรีไม่รอให้อีกฝ่ายพูดต่อ ชิงตัดบทว่าตนต้องเข้าสอนแล้ว...เย็นนั้นเธอไปหาแม่ที่บ้าน ปรับทุกข์เรื่องภีมอย่างเจ็บปวดรวดร้าว ซึ่งผสานก็ให้กำลังใจและเตือนสติกลับมาเหมือนทุกครั้ง

ตกกลางคืนภีมมารอวรรณนรีที่บ้าน ท่าทีเขาหงุดหงิดไม่พอใจที่เธอกลับบ้านมืดค่ำทุกวัน พอเขาเริ่มพูดตำหนิติเตียน วรรณนรีจึงตัดสินใจขอหย่าทั้งที่ตัวเองก็เจ็บปวดแสนสาหัส

ooooooo

ขณะที่วรรณนรีกับภีมกำลังพูดคุยเรื่องหย่ากันอยู่นั้น...พุดกรองนั่งไม่ติดคอยชะเง้อมองออกไปนอกบ้าน รอภีมกลับด้วยความกระวนกระวาย เนียมเห็นว่าดึกแล้วจึงเตือนเจ้านายที่กำลังท้องไส้ให้ขึ้นไปนอน ถ้าคุณภีมกลับมาคงกดกริ่งเรียกเอง

ภีมยืนตะลึงแทบไม่เชื่อหูว่าวรรณนรีจะเอ่ยปากขอหย่า วรรณนรีซ่อนความสะเทือนใจ บอกว่าเขาน่าจะดีใจที่ตนเป็นฝ่ายพูด ทุกวันนี้เราต่างมีความทุกข์ เราไม่มีความสุขที่จะอยู่ด้วยกันอีกแล้ว ตนไม่รู้ว่าเมื่อก่อนเราเคยรักกันหรือเปล่า รู้แต่ว่าวันนี้เราไม่ได้รักกันแล้ว

“ฉันถามตัวเองทุกวัน คำถามของฉันมันวนเวียนอยู่ที่เรายังรักกันหรือเปล่า พฤติกรรมของคุณมันตอบคำถามของฉันได้ชัดเจนขึ้นทุกวัน คุณมีพุดกรอง มีลูก แล้วจะเหลืออะไรให้ฉัน”

“นี่คุณจะหย่ากับผมจริงๆหรือวรรณ”

“ไม่มีประโยชน์ที่เราจะขังกันไว้ด้วยความทุกข์ ฉันยังต้องก้าวไปข้างหน้า เพราะฉันมีหน้าที่กับลูก กับตัวเอง กับคุณแม่ กับสังคมที่ฉันอยู่ เราหย่ากันเถอะค่ะภีม เพราะฉันแน่ใจแล้วว่าเราไม่ได้รักกันแล้ว”

ภีมพูดไม่ออก เดินคอตกไร้เรี่ยวแรงกลับออกไป

ถึงบ้านพุดกรองก็ไม่พูดอะไรกับเนียมสักคำ ขึ้นชั้นบนไป นั่งที่ขอบเตียงในห้องที่พุดกรองนอนลืมตาโพลงรออยู่

“คุณกลับมาแล้วหรือ ฉันคิดว่าคืนนี้คุณจะนอน บ้านโน้น ภีมคะ คุณเป็นอะไร ทะเลาะกับวรรณอีกแล้วหรือ”

“วรรณขอหย่าจากผม”

พุดกรองลุกพรวดเผลอยิ้ม แต่รีบกลบเกลื่อนรอยยิ้มโดยเร็วเมื่อเห็นภีมถอนหายใจอย่างเคร่งเครียด

รุ่งขึ้นพุดกรองตื่นแต่เช้าเพื่อทำอาหารให้ภีม ท่าทางเธอมีความสุขหลังฟังข่าวดีที่ภีมบอกเมื่อคืน แต่กลายเป็นเธอเกือบทำอาหารเก้อ เพราะเนียมบอกว่าภีมออกไปตั้งแต่หกโมง

ภีมกลับมาที่บ้านอีกครั้ง ทันมาส่งลูกสองคนไปโรงเรียน วรรณนรีบอกลาลูกแต่ไม่พูดกับเขาสักคำ ต่างคนต่างขับรถออกไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ooooooo

ภายในอาคารธุรกิจ ทวยหาญกับพงษ์สนิทเดินคุยกันมา ทวยหาญพยายามดึงพงษ์สนิทเข้ามาทำงานด้านงานขายเพื่อเป็นสะพานไปถึงวรรณนรี

“ถ้าคุณจบการขายโครงการบ้านพักตากอากาศที่ปราณบุรีได้เร็ว ผมจะเปิดโครงการใหม่ ผมมีที่ดินชายทะเลที่ซื้อไว้ตอนที่ยังมีราคาถูก ก็สามสิบปีมาแล้ว พื้นที่ไม่มากนักทำเป็นโครงการเล็กๆ”

“จริงหรือครับคุณทวยหาญ นี่ผมกำลังปิดการขาย หลังสุดท้าย ผู้ซื้อทุกคนไม่มีปัญหาจุกจิก เพราะล้วนแต่ไว้วางใจคุณทวยหาญ”

“ผมไม่ทำโครงการใหญ่ แต่ทำให้รู้สึกเป็นบ้านหลังที่สองที่อบอุ่นปลอดภัย ผมพอใจผลงานของคุณ”

“ขอบคุณครับ ผมขอบคุณคุณทวยหาญที่ให้โอกาสผมแสดงความสามารถ วรรณจะได้เลิกค่อนผมเสียทีว่าผมทำอะไรก็ไม่สำเร็จ เอ้อ...ว่าแต่ที่ดินผืนที่ว่านี้อยู่ที่ไหนครับ”

“ระนอง...บ้านผมเอง”

พงษ์สนิทยิ้มกว้าง รีบไปกระจายข่าวดีนี้ให้วรรณนรี ฟังด้วยความตื่นเต้น

“คุณทวยหาญเขาไปเปิดโครงการธุรกิจบ้านพักตากอากาศที่ระนอง เขามีที่ดินเยอะ จะตัดบางส่วนที่อยู่ติดกับทะเลทำเป็นโครงการบ้านพักตากอากาศ เขามอบหมายให้ผมดูแลด้านการขาย รู้ไหมวรรณ โครงการที่ปราณบุรีขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ทั้งที่ผมแทบจะไม่ได้ออกแรง”

“ก็แน่ล่ะ บ้านแค่สิบห้าหลัง หันหน้าออกทะเลทุกหลัง เพื่อนคุณทวยหาญรีบจองตั้งแต่ยังไม่ได้ลงเสาเข็มด้วยซ้ำ”

“ต้องถือว่าเป็นความสามารถพิเศษของผมด้วย ที่ผมทำให้เศรษฐีพวกนั้นพอใจ คนพวกนี้มีเงินแค่ไปดูบ้าน แล้วจิ้งจกทักยังไม่ได้เลย เราจะได้เที่ยวระนองกันอีกแล้ว”

“เรา?”

“ใช่...คุณกับผม กับเด็กๆ ไปเที่ยวระนองบ้านคุณ ทวยหาญ คราวนี้คุณจะได้รู้ว่าคุณทวยหาญน่ะเขาร่ำรวยแค่ไหน ที่ดินผืนที่เขาชนะความคุณหญิงพรรณราย เขาอาจจะสร้างโรงแรม แล้วผมจะเป็นที่ปรึกษาของคุณทวยหาญ”

พงษ์สนิทยืดอกขึ้นอย่างภาคภูมิ วรรณนรีท่าทีลังเล ตอบออกไปว่า

“ฉันไม่แน่ใจว่าจะว่าง ตอนนี้ฉันกำลังเครียดไม่อยากไปไหน”

“เครียด...คุณเครียดเรื่องอะไร”

วรรณนรีถอนหายใจ สีหน้าและแววตาหม่นหมองลง บอกว่าตนขอหย่าจากภีมแล้ว

ooooooo

พุดกรองนอนซึมเศร้าผิดหวังที่ภีมออกจากบ้านไปโดยไม่บอกกล่าว พรรณรายจู่โจมมาหาโดยไม่บอกล่วงหน้า ทำเอาเจ้าของบ้านประหลาดใจว่าทำไม มาเงียบนัก

“ฉันนึกอยากมาก็มา ห่วงคุณ ข่าวหนังสือพิมพ์ลงเรื่องคุณไม่เว้นแต่ละวัน เรื่องวันก่อน...”

“ต้องเป็นลิซ่าแน่ อยากลงก็ลงไป ฉันไม่สนใจแล้ว วันนี้ไม่มีขารึไงคะ”

“ขากระจายหมด มีธุระกันทั้งนั้น ฉันอยากคุยกับคุณบ้างน่ะสิ คุณหายหน้าไป ใครๆก็บ่นสงสารกันทั้งนั้น สาวสังคมอย่างพุดกรองต้องมาเก็บตัวอุดอู้เหมือนคนสิ้นไร้ไม้ตอก พวกข่าวตามหน้าเน็ตก็ช่างลงค่อนแคะไม่รู้จักจบ เจอหน้าคนก็ถามกันให้แซดไปหมดว่าท้องจริงๆหรือท้องลม”

“ฉันแพ้ท้องน่ะค่ะ เลยไม่ค่อยอยากจะพบใคร วรรณเขาขอหย่ากับภีม”

“เป็นไปได้หรือ แล้วคุณภีมว่ายังไง”

“เขายังไม่ว่ายังไงค่ะ”

“เขาไม่อยากหย่าใช่ไหม”

“คุณหญิงอยากให้เขาหย่ากันหรือคะ”

“นี่...อย่าไปเที่ยวเล่าให้ใครฟังนะว่าฉันอยากให้เขาหย่ากัน เสียชื่อแล้วก็บาปด้วย เรื่องผัวเมียน่ะฉันไม่ขอยุ่งดีกว่า ไม่อยากคลานสี่ขาตอนที่เขาดีกัน บางทีเรื่องผัวเมียมันก็ขนมผสมน้ำยา”

“ภีมกับวรรณคงเบื่อกันถึงที่สุดแล้ว เลยต้องจบด้วยการหย่า”

“ถึงงั้นก็เถอะ เราเข้าไปยุ่งด้วยไม่ได้หรอก เดี๋ยวเขาดีกันวันไหนต้องคลานสี่ขาเป็นน้องหมาแน่ แล้วคุณล่ะยุให้ผัวไปขอหย่าหรือเปล่า”

“เปล่าค่ะ”

“ทำไมไม่ยุล่ะ จะได้หมดเรื่องหมดราว ตัวคุณก็ไม่ต้องมานั่งกอดเข่าเจ่าจุกอย่างนี้”

“ฉันคิดว่าเราตกลงกันได้ ฉันไม่ชอบเห็นตัวเองต้องทรมานใจ ถ้าเขาจะหย่า ขอให้หย่ากันเอง ฉันไม่รู้ไม่เห็น ไม่สนใจ”

“ช่างดีเลิศประเสริฐหญิงจริงๆนะ”

“ไม่ได้ดีกว่าใครหรอกค่ะ แต่ฉันไม่อยากให้เกิดมลทินกับตัวฉันกับลูก ฉันกำลังท้อง ฉันไม่อยากทำบาปอีกต่อไปแล้ว ฉันกลัวบาปจะตกกับลูก...พอกันที”

“ถ้าเขาหย่ากันจริงๆ คนก็ต้องว่าคุณยุยง”

“ก็ช่วยไม่ได้ ความจริงเป็นยังไง เรารู้ ใครจะเข้าใจยังไงเรื่องของเขา เราห้ามไม่ได้ ฉันอาจเป็นสาเหตุทางตรงเพราะต้นเหตุมาจากฉัน”

“จ้านเขาคิดยังไง”

“เขาเข้าใจค่ะ เขารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว ฉันคิดว่าถ้าลูกฉันลูกภีมเข้าใจฉัน คนอื่นหรือใครหน้าไหนไม่เข้าใจ ฉันไม่แคร์” พุดกรองเชิดหน้าทะนง ทั้งที่แววตาเจ็บปวด

ooooooo

พรรณรายหมั่นไส้พุดกรอง หงุดหงิดอารมณ์เสียกลับบ้านตัวเอง พอเห็นลูกสาวอยู่ติดบ้านก็เปลี่ยนท่าทีเป็นอ่อนหวานเข้ามาโอบกอดพูดตะล่อมลูกว่าพรุ่งนี้ต้องทำตัวให้ว่าง เพราะลูกมีหน้าที่ต้องขับรถให้แม่...

ตกเย็นวันเดียวกันวรรณนรีรับนัดทวยหาญ เธอไปพบเขาที่ห้องอาหารภายในโรงแรมหรู

“เชิญครับคุณวรรณ ผมทราบมาว่าวันนี้คุณไม่ต้องไปรับลูก เพราะคุณภีมเขาไปรับแล้ว ผมก็เลยชวนคุณมาทานข้าวที่นี่”

พูดถึงภีมแล้ววรรณนรีเศร้าหมอง ตัดสินใจบอกเขาว่าตนขอหย่าจากภีมแล้ว

“คุณคิดดีแล้วหรือ”

“ฉันกลัวค่ะ กลัวว่าถ้าฉันพูดคำนี้ช้าไป เขาจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน”

“ผมไม่คิดว่าคุณภีมเขาจะพูดเรื่องนี้เร็ว อย่างที่ผมเคยบอกคุณ ผู้ชายมีธรรมชาติที่เขากล้าสูญเสียน้อยกว่าผู้หญิง”

“คือเขาจะไม่ยอมเสียใครเลยน่ะหรือคะ”

“ผมถึงได้เตือนให้คุณคิดให้ดี”

“ฉันคิดดีแล้วค่ะ เวลาสามเดือนที่เขาไม่อยู่ ทำให้ฉันรู้ว่าฉันอยู่ได้โดยไม่มีเขา ลูกอยู่ได้โดยไม่มีพ่อมันแค่เราขาดความเคยชิน แต่เมื่อนานไปเราก็คุ้นกับความเคยชินที่ไม่มีกัน เขาไม่เจ็บปวดหรอกค่ะ เพราะเขามีสิ่งทดแทน แต่ฉัน...”

“คุณมีลูก ลูกเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับคุณ”

“ค่ะ...ลูก ฉันจะหย่าเพื่อตัวเองและจะเดินต่อไปเพื่อลูก” ริมฝีปากเธอสั่นสะท้าน พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้เอ่อออกมา...

แยกจากทวยหาญมาแล้ววรรณนรีมีเหตุให้ต้องรีบไปโรงพยาบาลเพราะสมศรีถูกสามีทำร้ายร่างกายบาดเจ็บ สมศรีบอกเล่าทั้งน้ำตาด้วยความเจ็บแค้น

“นี่ถ้าไม่เลิกงานเร็วแล้วกลับไปเซอร์ไพรส์ผัว สมศรีคงจับไม่ได้ว่าผัวกับน้องเล่นชู้กัน มันทำกับสมศรีปางตาย แล้วพานังสมใจไปอยู่ที่อื่น อาจารย์ขา...สันดานผู้ชายมันทิ้งนิสัยเจ้าชู้ไม่ได้หรอกค่ะ ผู้ชายทุกคนต้องยิงทิ้ง”

“เขาทำรุนแรงกับสมศรีแบบนี้ สมศรีจะไม่แจ้งความเหรอ กฎหมายเดี๋ยวนี้ถึงจะเป็นสามีภรรยากัน ก็ไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายกัน สมศรีสามารถใช้สิทธิ์แจ้งความเอาผิดได้ จะมาถือว่ามันเป็นเรื่องของผัวเมียไม่ได้”

“เลิกค่ะ คราวนี้เลิกจริงๆ สมศรีจะไปแจ้งความค่ะ จะลากมันเข้าคุก...ให้ได้”

วรรณนรีรับฟังปัญหาของสมศรีด้วยความเห็นใจ กว่าเธอจะกลับถึงบ้านก็ค่อนข้างดึกและพบภีมมารออยู่

“ทำไมกลับบ้านดึกนัก ทีหลังถ้าจะกลับบ้านดึกโทร.ถึงผม ผมจะได้ไปรับลูก ไม่ใช่ให้เชยนั่งแท็กซี่ไปรับเด็กๆ”

“ฉันมีงานน่ะ คุณพบลูกหรือยัง”

“พบแล้ว”

“พบลูกแล้วก็กลับไปได้แล้ว” วรรณนรีตัดบทแล้วเดินหนี แต่ภีมไม่ยอมจบ ตามไปถึงห้องนอนรวบตัวเธอมากอดจูบ แต่เธอผลักไสด้วยความโมโห

“เอ๊ะ! นี่จะบ้าหรือไง คุณเห็นฉันเป็นอะไรฉันเคยบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าฉันไม่ใช่สัตว์”

“คุณเป็นเมียผมนะ ทำไมผัวจะแตะต้องเมียของตัวเองไม่ได้”

“ใช่ ฉันเคยเป็นเมียคุณ...เรากำลังจะหย่ากัน อย่าคิดว่าเรื่องแบบนี้ทำแล้วอะไรๆมันจะดีขึ้น อย่าคิดอย่างผู้ชายมักได้ ไม่มีใครหรอกที่จะได้ทุกอย่างไป มันต้องได้อย่างเสียอย่าง”

ภีมหน้าเสีย ไม่กล้าตอแยอีก...เขากลับไปบ้านพุดกรองเหมือนคนป่วย ดูอ่อนล้าและซึมเศร้า

“วันนี้คุณกลับดึก ฉันกับจ้านเลยทานมื้อค่ำก่อนเพราะทนรอไม่ไหว คุณไม่ได้โทร.มา ฉันก็ไม่อยากโทร.ไป เดี๋ยวจะหาว่าฉันกดดันคุณ”

“ผมเลิกงานค่ำ แล้วเลยไปดูลูก วันนี้เชยนั่งแท็กซี่ไปรับเด็กๆ”

พุดกรองมองภีมด้วยแววตาจับผิด หวาดระแวง อยากรู้ว่าวรรณนรีไปไหน

“ผมก็ไม่รู้ ไม่ทันได้ฟัง”

“ท่าทางคุณเหนื่อย ขึ้นไปข้างบนเถอะค่ะ ฉันจะหาซุปให้คุณ ไปค่ะ”

พุดกรองดึงภีมขึ้นชั้นบน เนียมจับตามองแล้วมาตั้งข้อสังเกตกับไปล่ว่าเดี๋ยวนี้ภีมกลับบ้านดึกดื่นบ่อยๆ อ้างว่าต้องกลับไปดูลูก ทั้งที่ลูกเมียอยู่กันมาได้ตั้งสามเดือน หรือว่าเขาจะเบื่อคุณพุดกรองแล้ว

“เบื่ออะไร ข้ายังเห็นคุณพุดกรองชะเง้อชะแง้รอคุณภีมทุกวัน”

“นั่นคุณพุดกรอง ส่วนคุณภีมน่ะกลับถึงบ้านทีไรทั้งเหนื่อยทั้งเนือย วันก่อนฉันได้ยินคุณพุดกรองเล่าให้คุณหญิงพรรณรายฟังว่าเมียคุณภีมเขาขอหย่า”

“หย่าหรือ แล้วคุณภีมยอมหย่าไหม”

เนียมส่ายหน้า บอกว่าไม่รู้

ooooooo

รุ่งขึ้น พงษ์สนิทมาหาวรรณนรีที่มหาวิทยาลัย พอรู้ว่าภีมกลับบ้านบ่อยก็ตื่นเต้น พูดอย่างสะใจ

“มันกลับมาแล้วใช่มั้ย ไอ้หมาบ้าภีม มันหวนกลับมาเพื่องับเหยื่อ นี่วรรณ คุณต้องให้สุนัขป่าตัวนี้

เดินข้ามคลองนะ มันจะได้เห็นเนื้ออีกก้อนในน้ำ ดูทีรึว่าหมาป่าแสนกลตัวนี้จะกระโดดงับชิ้นเนื้อมั้ย ถ้างับล่ะก็...”

“นี่พงษ์สนิท ที่คุณเทียวมาถามถึงความสัมพันธ์ของฉันกับภีม แค่คุณอยากจะหัวเราะเยาะเขาแค่นั้นหรือ”

“ผมแค่อยากจะให้คุณเอาคืนมันให้สาสมใจ ภีมกับพุดกรองทำกับคุณไว้มาก นี่เป็นโอกาสที่คุณจะทำให้พุดกรองหัวปั่น คุณต้องยั่วยวนภีม ดึงเขาไว้ให้ได้ อย่าให้เขากลับไปที่นั่น แค่นี้พุดกรองก็เป็นบ้าแล้ว”

“ฉันไม่รู้ว่าฉันทำได้หรือเปล่า แต่ฉันจะไม่ทำ” วรรณนรีพูดหนักแน่นแล้วเดินหนีไปทันที

ด้านพรรณรายที่ไม่ต้องการให้วรรณนรีได้ดีเกินหน้าในทุกเรื่อง เธอวางแผนช่วงชิงทวยหาญให้กับลูกสาว จึงพาดลฤดีมากินข้าวกับเขาทั้งที่เธอไม่เต็มใจ

“ฉันทราบมาว่าคุณทวยหาญเปิดโครงการบ้านพักตากอากาศใหม่ที่ปราณบุรี เสียดายที่รู้ช้า เพราะตอนนี้ครอบครัวเรากำลังมองหาบ้านพักตากอากาศแบบที่เป็นส่วนตัว ดลดี้เพิ่งกลับจากเมืองนอกค่ะ ลูกชอบทะเลมาก ทราบว่าคุณทวยหาญกำลังจะเปิดโครงการใหม่ที่ระนอง”

“ข่าวคุณหญิงเร็วนะครับ ผมแค่ดำริ”

“คนในแวดวงสังคมไฮโซกำลังจ้องโครงการนี้กันอยู่ คงเกทับกันในกลุ่มเพื่อนฝูงญาติมิตร สนใจไหมลูก”

“หนูไม่ชอบทะเลค่ะ เหนียวตัว อึดอัด ชอบภูเขามากกว่า”

“งั้นก็ต้องเขาใหญ่ครับ”

“เอ๊ะ คุณทวยหาญมีที่ดินที่เขาใหญ่ด้วยหรือคะ”

“มีครับ แต่ยังไม่ได้คิดว่าจะทำอะไร ผมยังยุ่งๆ กับโครงการนั้นโครงการนี้อยู่ ตอนนี้ได้คุณพงษ์สนิทมาช่วยเรื่องงานขาย”

พรรณรายแปลกใจ เปรยว่าพงษ์สนิทสำอางหยิบโหย่ง ทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง

“แต่เขาขายเก่งครับ เขาสามารถปิดโครงการได้เร็วเกินกว่าที่ผมคิด ถึงต้องเปิดโครงการใหม่ยังไงล่ะครับ”

“ดลดี้ แม่ว่างานขายก็น่าสนใจนะ ทำงานกับคนเก่งๆอย่างคุณทวยหาญหนูจะได้ประสบการณ์ที่ดี”

“หนูขายอะไรไม่เป็นหรอกค่ะ เป็นแต่รับจ้าง”

“งั้นก็สมัครกับคุณทวยหาญ ฝากเนื้อฝากตัวกับเขาไว้ เผื่อคุณทวยหาญจะมีตำแหน่งว่างจ้างหนู”

“คุณดลดี้จบจากนอก มีความสามารถรอบตัวคงหางานไม่ยากหรอกครับ แต่ต้องเลือกงานที่เหมาะสมกับตัวคุณดลดี้ด้วยใช่ไหมครับ”

ดลฤดีนิ่งอึ้ง ส่วนพรรณรายไม่พอใจลูกสาวอย่างแรง พอกลับถึงบ้านก็โวยวายกราดเกรี้ยว

“แม่โยนอะไรให้ แกก็ไม่รับสักอย่าง ไปเสียเที่ยวเปล่าๆ ทำไมถึงได้ทำเป็นแกล้งโง่ยังงี้นะ ไม่รู้หรือว่าแม่หวังดี”

“นี่คุณแม่กำลังจะทำอะไรคะ คุณแม่รู้ใช่ไหมคะว่าคุณทวยหาญเขากำลังสนิทสนมกับอาจารย์วรรณนรี คุณแม่น่าจะดีใจที่คุณภีมเขาจะได้หย่า อย่างน้อยเมื่อเรื่องจบ คุณพุดกรองก็จะได้คุณภีมไปครอบครอง”

“ไม่ใช่เพราะวรรณนรี แต่เป็นเพราะคุณทวยหาญมีความเหมาะสมกับลูกของแม่ต่างหากล่ะ”

“คุณทวยหาญเป็นคนแก่ เขากับหนูเป็นคนละวัยคนละความคิด คุณแม่ไม่เห็นนัยน์ตาของเขาเวลามองเราหรือคะ เขามองเราสองแม่ลูกเหมือนตัวตลก เหมือนเขาอ่านความคิดของคุณแม่ออกว่าเอาลูกสาวใส่ถาดไปประเคนให้เขา”

“เขาอาจจะไม่ได้คิดยังงั้นก็ได้ คุณทวยหาญเขาเป็นพ่อม่ายเมียตาย”

“อาจารย์วรรณนรีก็เป็นม่ายหย่าสามี เขามีความเหมาะสมกันเสียยิ่งกว่าใคร”

“ไม่! วรรณนรีไม่มีสิทธิ์ได้คุณทวยหาญไป วรรณนรีควรจะดับดิ้นสิ้นชีวิต ไม่ใช่ไปดีกว่าเก่า แม่จะหาทางแยกวรรณนรีกับคุณทวยหาญให้ได้” พรรณรายประกาศกร้าว แววตามุ่งมั่นมาก

ooooooo

ปากบอกว่าไม่ยินดีที่ภีมกับวรรณนรีจะหย่าขาดจากกัน แต่ใจของพุดกรองนั้นปรารถนา คอยถามเขาอยู่บ่อยครั้งว่าเรื่องหย่าไปถึงไหนแล้ว

ภีมอึกอักไม่อยากพูด บอกแค่ว่าวรรณนรีไม่ต้อง การพบตนแล้ว พุดกรองเลยคาดว่าที่วรรณนรีขอหย่าคงแค่เรียกร้องความสนใจจากเขา เพราะเอาเข้าจริงก็ไม่ได้ตั้งใจจะทำอย่างนั้น

คืนต่อมาภีมไปรอวรรณนรีที่บ้านอีกครั้ง แล้วพูดตำหนิเรื่องเธอกลับบ้านดึก วรรณนรีไม่สนใจและไม่อธิบายว่าตนเองไปเยี่ยมผู้ใต้บังคับบัญชาที่โรงพยาบาล แต่อยากรู้ว่าเมื่อไหร่เราจะไปหย่ากันเสียทีจะได้ไม่คาราคาซัง

“คุณคิดดีแล้วหรือวรรณ อย่าลืมนะ ผมไม่ต้องการหย่ากับคุณ”

“แน่ล่ะสิ คุณไม่เสียอะไรนี่ คุณมีแต่ได้ ถึงจะหย่าหรือไม่หย่าคุณก็ไม่เดือดร้อน คุณอยากมาบ้านนี้ก็มา อยากไปบ้านโน้นก็ไป คุณได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง แล้วจะเดือดร้อนอะไรล่ะ”

“ไหนๆมันก็เป็นไปแล้ว เรามาแก้ไขที่เป็นไปแล้วไม่ดีกว่าหรือวรรณ พุดกรองอยากพบคุณ อยากออมชอมกับคุณ เพียงแค่คุณจะยอมลดทิฐิลงบ้าง เพื่อความสงบสุขของเรา ของเด็กๆ”

“เพื่อลูกที่จะเกิดใหม่ของคุณน่ะสิ”

“ก็ทั้งนั้น ทั้งที่เกิดก่อนเกิดหลัง ยังไงก็เทือกเถาเหล่ากอเดียวกัน เรื่องจะจบยังไงมันขึ้นอยู่กับคุณคนเดียว”

“คุณจะมากะเกณฑ์ให้ฉันเป็นแม่พระผู้เสียสละ ให้ฉันยอมรับทุกสิ่งทุกอย่าง ให้อภัยโดยไม่คำนึงถึงหัวใจฉันเลยหรือ ฉันไม่มีความจำเป็นจะต้องทรมานตัวเองด้วยการอยู่แบบนี้ เมื่อไหร่คุณว่างก็ไปหย่า จบชีวิตผัวเมียของเราสองคน”

ท่าทางของวรรณนรีแข็งมากจนภีมหลุดปากด้วยความโกรธ “ก็ได้...ตามใจคุณ”

“เรื่องบ้านถ้าคุณต้องการ ฉันจะพาลูกไปอยู่บ้านคุณแม่”

“ไม่ต้องไปไหน ผมเป็นฝ่ายไปเอง คุณอยู่ที่นี่กับลูก ขอแต่ผมได้มาเยี่ยมลูกบ้าง รับลูกไปเที่ยวบ้าง ผมขอแค่นี้”

ภีมก้มหน้าเก็บซ่อนความขมขื่น วรรณนรีหันหลังให้เขา พูดออกมาทั้งน้ำตาแต่พยายามกลั้นสะอื้น

“พรุ่งนี้พบกันที่เขตบ่ายสอง ฉันจะไปรอคุณที่นั่น”

แต่จนแล้วจนรอดภีมก็ผิดนัด ปล่อยให้วรรณนรีนั่งรอเก้ออยู่ที่สำนักงานเขตในวันรุ่งขึ้น ลึกๆแล้วภีมไม่ต้องการหย่าขาดจากวรรณนรี เพราะรู้เห็นว่าเธอมีทวยหาญเข้ามาเกี่ยวข้องและไม่อยากสูญเสียเธอไป เขายังรักเธอเยี่ยงสามีภรรยาที่อยู่ร่วมกันมานาน

ภีมขับรถยนต์มาติดไฟแดงพร้อมกับทวยหาญ ต่างมองสบสายตากันนิ่ง ก่อนจะเคลื่อนตัวไปเมื่อปรากฏสัญญาณไฟเขียว...

วรรณนรีลงมาจากสำนักงานอย่างอ่อนล้า สิ้นเรี่ยวแรง ประหลาดใจที่เห็นทวยหาญยืนรออยู่ข้างรถยนต์

“ผมโทร.ถึงเลขาของคุณ ถึงได้รู้ว่าคุณอยู่ที่นี่ เมื่อบ่ายนี้ผมเห็นคุณภีมบนถนน แต่เขาไม่ได้มาที่นี่”

“ค่ะ เขาผิดนัด เรานัดกันแล้วว่าเราจะหย่า”

“อย่าโกรธเลยครับ เรื่องสำคัญแบบนี้เราควรใช้เวลากับมันนานหน่อย คุณยังหย่ากับเขาตอนนี้ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรครับ ผมมาชวนคุณกับเด็กๆไประนองพรุ่งนี้” ทวยหาญยิ้มอย่างปลอบโยน อบอุ่นและสุจริตใจ

ด้านภีมที่ตั้งใจผิดนัด เขากลับมาที่สำนักงานกฎหมายแล้วพบว่าพงษ์สนิทนั่งเอกเขนกรออยู่ในรถยนต์

“คิดถูกแล้วที่ไม่หย่า ผู้หญิงอย่างวรรณนรี

หาได้ ที่ไหน เมื่อก่อนเราชอบนินทาวรรณลับหลังว่านางช่างเป็นแม่แก่ ขี้บ่น จู้จี้จุกจิก ชอบจัดระเบียบให้กับลูก ผัว เพื่อน ไม่ยกเว้นแม้แต่บรรดาลูกศิษย์ แต่เดี๋ยวนี้แกก็เห็นแล้วว่าวรรณนรีช่างสวย สง่างาม มีสไตล์ ซ้ำยังหลุดออกมาจากความเป็นแม่แก่ ยายเพิ้ง ยายเฉิ่ม แล้วแต่จะเรียก”

“แกต้องการอะไร แกทำให้ครอบครัวฉันแตกแยก”

“ไม่ใช่ฉัน แกต่างหากล่ะที่ทำแก้วใบนี้แตก แล้วแกรู้ไหมว่าแก้วที่แตกแล้วน่ะ ถึงแกจะปะจะปิดกาวหรือจะต่อยังไงมันก็คือแก้วร้าว...อย่าหย่ากับวรรณเด็ดขาด ไม่ยังงั้นแกจะเสียผู้หญิงดีๆ เสียเมีย เสียแม่ของลูกไป”

ภีมกระชากคอเสื้อพงษ์สนิทอย่างแรง “แกต้องการอะไร แกยุยงให้ฉันกับวรรณแตกกัน แกพยายามดึงคุณทวยหาญเข้ามาในเรื่องนี้ แล้วแกก็กลับลำห้ามไม่ให้ฉันหย่า แกจะมาไม้ไหน”

พงษ์สนิทไม่ตอบโต้ แต่จ้องหน้าภีมด้วยความไม่พอใจ แล้วกลับไประบายให้แม่ฟัง แต่กลับโดนแม่ถามจี้เช่นเดียวกับภีมว่า

“นั่นน่ะสิ แกจะมาไม้ไหน ถ้าฉันเป็นภีม ฉันก็คงสงสัย เดี๋ยวแกก็ทำตัวเป็นบ่างช่างยุ พอผัวเมียเขาจะ แยกกันจริงๆ แกกลับแปลงร่างเป็นท้าวมาลีวราช ไม่อยากให้เขาหย่ากัน”

แววตาพงษ์สนิทฉายแววพิรุธ อึกอักเอ้ออ้าจนแม่รำคาญ เตือนว่า

“ระวังวรรณนรีจะรู้ว่าแกซ่อนอะไรไว้ในใจ สิ่งที่แกทำลงไปก็แค่ต้องการจะแก้แค้นพุดกรอง เพราะครั้งหนึ่งแกเคยหวังว่าแกจะต้องแต่งงานกับพุดกรอง แล้วทำตัวเป็นหนูตกถังข้าวสารแบบภีม”

“โธ่ คุณแม่ครับ ผมไม่ทำอย่างงั้นหรอกครับ ผมไม่ดูถูกตัวเอง เพราะยังไงผมก็เป็นคนมีความสามารถ จริงอยู่ผมเคยขอเงินคุณแม่ใช้ตั้งแต่เล็กจนแก่ แต่ผมถามหน่อย ถ้าผมไม่ใช้เงินของคุณแม่ ใครจะเป็นคนใช้เงินนั่น”

“แกก็ไปได้ข้างๆคูๆตามเคยนะ ภีมไม่ยอมหย่าก็เข้าทางแกน่ะสิ คราวนี้แกจะเดินหน้ายังไงอีกล่ะ”

“ผมก็จะหาทางให้วรรณนรีแย่งนายภีมกลับมา ทำให้พุดกรองรู้ว่าการถูกแย่งของรักน่ะมันเจ็บปวดแค่ไหน ส่วนคุณทวยหาญเขาเป็นแค่หมากที่ผมวางไว้เดินเพื่อลวงให้นายภีมเป็นหมาบ้า”

พงษ์สนิทแย้มแผนการของตนออกมาจนได้...ด้านภีมที่แยกกลับไปบ้านพุดกรอง ท่าทางเขาซึมและหม่นหมอง บอกพุดกรองว่ายังไม่ได้หย่ากับวรรณนรี

“หมายความว่า...ในที่สุดวรรณนรีก็ไม่ยอมหย่า ที่ออกปากขอหย่าแค่เรียกร้องความสนใจ หรือไม่ก็พูดไปด้วยความโกรธ”

“ผมไม่ไปเขต ผมบอกไม่ถูกหรอกว่าทำไมผมไม่ไป ขอเวลาให้ผมสักพัก มันเร็วเกินไปที่ผมจะหย่า ผมกับวรรณอยู่กันมาตั้งแต่คุณจากผมไปแต่งงานกับคุณพร้อม ตอนนั้นผมเสียใจแทบบ้า ก็มีแต่วรรณที่คอย เป็นเพื่อน คอยดูแล คอยเตือนให้ผมมีสติ”

“เพราะฉันหวังดีต่อวรรณต่างหากล่ะ ฉันถึงได้เปิดทางให้วรรณดูแลคุณ ยังไงวรรณก็เป็นเพื่อน เป็นคนที่ใกล้ชิดเราที่สุด คุณก็รู้ว่าฉันแต่งงานกับคุณพร้อมทั้งที่ฉันยังรักคุณ ฉันเลือกเงินเพราะฉันขาดมัน แต่ฉันก็ไม่เคยลืมคุณเลย ฉันจะไม่ถามคุณว่าทำไมคุณไม่ไปหย่า คุณอาจจะต้องการเวลาสักพักใช่ไหมคะ”

“ใช่ เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จู่ๆคนสามคนจะค่อยๆเลือนหายไปจากชีวิตของผม คือวรรณกับลูกๆ”

พุดกรองฟังแล้วน้ำตาแทบร่วง เจ็บปวดร้าวราน กระจ่างใจแล้วว่าภีมเป็นฝ่ายไม่กล้าหย่าจากวรรณนรีเพราะกลัวจะสูญเสียเธอและลูกไปจากชีวิต

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement