วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

น้ำเซาะทราย ตอนที่ 8


19 พ.ค. 2560 09:22
2,743,918 ครั้ง

น้ำเซาะทราย ตอนที่ 8

อ่านเรื่องย่อ

น้ำเซาะทราย

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

กฤษณา อโศกสิน

บทโทรทัศน์โดย:

ปลายปากกา

กำกับการแสดงโดย:

สยาม สังวริบุตร

ผลิตโดย:

บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ศรราม เทพพิทักษ์,สุวนันท์ คงยิ่ง,โสภิตนภา ชุ่มภาณี

หลังจากสามีตายไปพร้อมกับความลับที่ถูกเปิดเผยว่าเขาไม่ใช่คนดีอย่างที่เข้าใจมาตลอด ทำให้ลิซ่าผิดหวังและเสียใจอย่างแรง แต่คนเด็ดเดี่ยวอย่างเธอไม่เศร้านานแน่ วันนี้เธอลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองจนเชยสาวใช้บ้านวรรณนรีจำแทบไม่ได้

ลิซ่าแต่งตัวเปรี้ยวจัดสีสันฉูดฉาดมาร้องเรียกวรรณนรีข้างรั้วเพื่อปรึกษาเรื่องมรดกของสามีเพราะเมียน้อยที่มีลูกด้วยกันขู่ว่าจะไปฟ้องศาลแบ่งเงินมรดกซึ่งสามีจดทะเบียนรับรองบุตรไว้ แต่ต้องผิดหวังเพราะวรรณนรีพาลูกไปบ้านแม่ตั้งแต่เช้า จึงได้แต่บ่นให้เชยฟังด้วยความเซ็ง

ปอกับป่านพาหมาน้อยที่ทวยหาญซื้อให้มาบ้านคุณยายด้วย สองคนสนุกสนานหายเหงา คงมีแต่วรรณนรีที่ยังเศร้าซึมบ้างบางครั้งที่มีการพูดถึงภีม ฝ่ายภีมที่เห็นว่าเป็นวันหยุดก็อยากจะมาหาลูกและกังวลว่าทวยหาญจะมาพาลูกเมียของตนไปเที่ยวไหนอีก เขารีบออกจากบ้านโดยไม่ยอมกินอาหารเช้าที่พุดกรองให้เนียมจัดเตรียม

ปรากฏว่ามาถึงบ้านไม่พบลูกเมีย ภีมซักถามเชยละเอียดยิบจนเชยอดประชดไม่ได้ว่าถ้าเขาอยากพบวรรณนรีก็น่าจะตามไปบ้านคุณยาย ภีมถึงกับหน้าเจื่อนไม่กล้า พาตัวเองกลับไปหาพุดกรองแล้วโดนเธอถามแดกดันว่าวรรณนรีว่ายังไง เลิกตีโพยตีพาย เลิกแช่งด่าเขาหรือยัง

“ผมไม่พบวรรณ”

“อีกแล้วหรือ คุณอุตส่าห์ตื่นแต่เช้า ไปดักวรรณนรีถึงหน้าบ้าน ยังไม่ทันอีกหรือ”

“วรรณพาลูกไปบ้านแม่”

“คงไม่ต้องการให้พ่อลูกพบกัน ถ้าคุณคิดถึงลูก คุณก็ชวนปอกับป่านมาทานข้าวที่นี่สิคะ จะได้พบจ้าน บางทีจ้านอาจจะทำให้ปอกับป่านเข้าใจอะไรๆขึ้นบ้าง”

“มันไม่ง่ายเลยนะ”

“ที่มันไม่ง่ายในความรู้สึกของคุณ เพราะเรายังพยายามไม่พอต่างหากล่ะ เอายังงี้ไหมคะภีม ชวนลูกของคุณมากินข้าวที่นี่ ให้ลูกของเราทั้งสองฝ่ายบีบวรรณนรีให้ยอมรับในเรื่องของเรา”

“ผมไม่อยากเอาเด็กมาเป็นเงื่อนไขในเรื่องนี้ ผมรู้ว่าผมห่างเหินวรรณเหมือนทิ้ง”

“คุณไม่ได้ทิ้งวรรณนรี วรรณต่างหากล่ะที่ไล่คุณออกจากบ้าน หรือว่าตอนนี้คุณอยากกลับไปอยู่ที่นั่น”

“เป็นไปได้ไหมถ้าผมจะกลับไปดูแลลูกบ้าง ปอกับป่านเป็นลูกผม เวลาสามเดือนที่พ่อแม่ทะเลาะกันมันคงนานพอสำหรับเด็กๆแล้ว คุณจะอนุญาตให้ผมกลับไปอยู่กับลูกบ้างได้ไหม”

พุดกรองคาดไม่ถึง เมินหน้าหนีอย่างไม่ชอบใจ

ooooooo

พรรณรายห้ามปรามดลฤดีเรื่องคบทิวไม่ได้ สองแม่ลูกมีปากเสียงกันอีกก่อนที่ดลฤดีจะผลุนผลันออกจากบ้านไปพบทิว และยอมนั่งรถไฟไปเที่ยวเมืองกาญจน์ด้วยกัน ซึ่งการเที่ยวครั้งนี้ทำให้ทั้งคู่มีความสุขและสนิทสนมกันมากขึ้น

บ่ายวันเดียวกัน วรรณนรีกับลูกยังขลุกอยู่ที่บ้านผสาน เมื่อผสานรู้ว่าพุดกรองท้องก็ยิ่งสงสารวรรณนรีนึกอยากจะไปพบพุดกรองเพื่อถามว่าเห็นกันมาตั้งแต่เด็ก ตนรักเขาเหมือนลูก พุดกรองไม่น่าทำกับลูกของแม่แบบนี้เลย

วรรณนรีบอกว่าไม่ใช่ความผิดของพุดกรองคนเดียวแต่เป็นความผิดของภีมด้วย ถ้าเขามีความละอายต่อบาปก็คงไม่ทำ...

สามคนแม่ลูกพากันกลับถึงบ้านในตอนค่ำ พบภีมมารออยู่ พ่อลูกทักทายกันด้วยความคิดถึง แต่พอพ่อได้ยินลูกคุยอวดหมาน้อยว่าลุงทวยหาญซื้อให้ก็ชะงักด้วยความไม่พอใจ

วรรณนรีไม่สนใจภีม วางตัวห่างเหินเดินหนีขึ้นชั้นบน ปอกับป่านดีใจคิดว่าพ่อจะกลับมาอยู่บ้าน แต่พอถามแล้วพ่ออึกอัก ขอเป็นแบบไปๆมาๆ แน่นอนว่าเด็กสองคนไม่ชอบแต่ไม่ได้พูดออกมา

ภีมขึ้นไปชั้นบนหวังจะคุยกับวรรณนรีแต่เธอล็อกห้อง เขาเคาะห้องอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะเปิดแต่ออกมายืนคุยหน้าห้องด้วยสีหน้าแววตาเย็นชา ห่างเหิน

“มีอะไร ฉันนึกว่าคุณกลับไปแล้วเสียอีก”

“ผมคุยกับลูกแล้ว ผมจะไปๆมาๆ”

“ไม่ต้อง คุณอย่าทำให้ฉันสงสารตัวเองจนกลายเป็นความสังเวชเลย คุณควรจะกลับไปเฝ้าพุดกรองไว้ให้ดี เพราะนั่นคือถังข้าวสารของคุณ”

“วรรณ...ทำไมเราถึงพูดกันไม่รู้เรื่อง”

“เพราะเรื่องที่เราพูดกันมันเป็นเรื่องที่รู้เรื่องคนเดียวไม่ได้”

“แต่นี่บ้านผม คุณเป็นเมียผม ลูกเป็นลูกของผม”

“งั้นคุณก็หาที่นอนเองก็แล้วกัน” วรรณนรีปิดประตูใส่หน้าเขาแล้วทรุดตัวบนเตียงร้องไห้เบาๆไม่ให้เขาได้ยิน

ทางด้านดลฤดีกับทิวที่ไปเที่ยวเมืองกาญจน์มาทั้งวัน ทิวส่งเธอกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ แต่พอเขาคล้อยหลังดลฤดีก็ถูกพรรณรายดุด่าหยาบคายขึ้นทุกที จนเธอตอบโต้ต่อต้านและประกาศว่าจะหางานทำแล้วเลิกใช้เงินของแม่...

ภีมไม่ได้กลับบ้านแต่ลงมานอนที่เก้าอี้ยาวข้างล่าง พุดกรองกระวนกระวายหนัก เพียรโทร.หาแต่ไม่ติด จนเช้าก็ยังติดต่อไม่ได้

ภีมตื่นไม่ทันลูกเมียที่ออกจากบ้านแต่เช้า เชยบอกว่า วรรณนรีมีประชุมเช้าจึงรีบไปส่งลูกที่โรงเรียนก่อน ภีมเลียบเคียงถามเชยว่าทวยหาญมาที่นี่บ่อยหรือ เชยเล่าด้วย ความชื่นชมว่ามาสองสามครั้ง มาทีไรมีแต่ของชอบมาให้ปอกับป่านและคุยกันได้เป็นชั่วโมง ภีมฟังแล้วหงุดหงิดในใจ

ooooooo

ที่มหาวิทยาลัย พงษ์สนิทมาเสนอหน้าที่โต๊ะทำงานของวรรณนรี พยายามหว่านล้อมเธอให้เห็นดีเห็นงามเรื่องทวยหาญ

“ผมเข้าไปทำโครงการบ้านตากอากาศให้คุณทวยหาญที่ปราณบุรีแล้ว ทะเลสวยมาก น้ำเป็นสีครามเลยนะ คุณน่าจะได้เห็นโครงการของเขา เป็นโครงการขนาดเล็ก มีบ้านแค่สิบสี่หลัง ขายคนมีเงินที่พวกพ้องกลุ่มเดียวกัน คนนั้นซื้อแล้วชวนคนนี้ คุณไม่สนใจสักหลังหรือ”

“บ้านหลังเดียวเพิ่งจะผ่อนหมด คุณจะให้ฉันซื้อบ้านพักตากอากาศ รายได้ฉันแค่นี้นี่น่ะนะ”

“ถ้าคุณต้องการจริงๆ ทำไมจะไม่ได้ ตำแหน่งของคุณค้ำประกันได้ดีกว่าตัวเลขในบัญชีอีก ผมรู้ว่าคุณเป็นคนมีระเบียบเรื่องเงิน คุณจัดสรรเงินได้ลงตัว ยกเว้นเรื่องผัว”

“พงษ์สนิท นี่ที่ทำงานฉันนะ ไม่ใช่ร้านคาราโอเกะ อย่าพูดเรื่องนั้นเลย”

พงษ์สนิทเหลือบมองคนอื่นๆแล้วลดเสียงลง ถามว่าภีมกลับบ้านหรือยัง

“เมื่อคืนเขากลับ”

“แล้วเขารู้หรือยังว่าตอนนี้คุณไม่ใช่ยายแก่แร้งทึ้งอีกต่อไปแล้ว แต่คุณลุกขึ้นมาเป็นสาวสามพันปีที่ดูดีกว่า หรือดูพอฟัดพอเหวี่ยงกับพุดกรอง”

“ที่ฉันลุกขึ้นมาดูดีขึ้น ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะสาวขึ้นหรอกนะ ยังไงฉันก็เป็น...”

“อย่ายอมแก่...ผมจะยอมให้คุณแก่ไม่ได้อีกแล้ว คุณทวยหาญน่ะเขาชื่นชมคุณมาก ผมเห็นแววตาของเขาแล้วมันเหมือน...เหมือนเขาพบของที่หายไปจากชีวิตของเขามานาน”

“อ้อ เดี๋ยวนี้ฉันกลายเป็นของในสายตาของคุณแล้วหรือ”

“ไม่ใช่ยังงั้น ผมก็แค่อยากให้คุณลุกขึ้นมาเชิดหน้าใส่นายภีม บอกนายภีมว่าคุณไม่ใช่ของตายคือของที่ดิ้นไม่ได้ เพราะว่าตอนนี้คุณลุกขึ้นมาดิ้นแล้ว คุณต้องทำให้พุดกรองดิ้นสู้ ดิ้นพราดๆเหมือนอยู่ในกองไฟ” พงษ์สนิทพูด อย่างสะใจ เอาความแค้นส่วนตัวมาเหนือเหตุผลอีกตามเคย...

ภีมกลับเข้าบ้านด้วยท่าทีอ่อนล้า พุดกรองเฝ้ารอหน้าบึ้งตึงตลอดเวลา เนียมรู้แกวว่าต้องเป็นเรื่อง จึงเลี่ยงออกไปโดยเร็ว แต่จ้านหลบมุมแอบฟังอยู่เงียบๆ

“ฉันโทร.ถึงคุณตั้งแต่เมื่อคืน แต่คุณปิดโทรศัพท์ อย่ามาอ้างว่าแบตหมดติดต่อไม่ได้หรืออะไรก็ตาม ฉันก็แค่อยากโทร.ไปถามว่าคุณเป็นยังไงบ้าง วรรณล่ะ เขาจะเอายังไงกับคุณ”

พุดกรองใส่เป็นชุด ภีมตอบเนือยๆว่า ไม่มีอะไร

“คุณรู้ไหมว่าคนที่รอคุณมันเหมือนนั่งอยู่ในกองไฟ ฉันร้อนมาทั้งคืน ยังติดต่อคุณไม่ได้”

“พุดกรอง...ไม่เอาน่า ยังไงผมก็กลับมาแล้ว”

“วรรณจะเอายังไง จะแบ่งคุณกับฉันยังไง”

“ผมไม่ได้พูดกับวรรณ”

“หมายความว่าคุณไม่พบวรรณนรียังงั้นหรือ”

ภีมตอบคำเดียวว่าพบ พุดกรองเสียงเข้มขึ้นอย่างไม่พอใจ

“แล้วยังไง วรรณพูดอะไรถึงฉัน”

“ไม่ได้พูดอะไรถึงใคร วรรณทำเหมือนผมไม่มีตัวตน ไม่ใช่สามี ปอกับป่านก็ทำเหมือนจำพ่อไม่ได้ ต่อไปนี้ผมต้องกลับไปอยู่กับลูกบ้าง”

“คุณหาเรื่องจะกลับไปอยู่กับวรรณต่างหากล่ะ”

“ก็ไหนว่าเราเข้าใจกัน”

“ฉันเข้าใจคุณไง ฉันถึงต้องทนเจ็บปวดทุกครั้งที่คุณกลับไปหาวรรณ...ก็ได้ ถ้าคุณต้องการกลับไปอยู่กับฝ่ายโน้นด้วย วรรณกับฉันต้องตกลงกันว่าวันไหนคุณจะอยู่กับใคร”

พุดกรองพูดจริงจังเสียจนภีมเครียดจัดหาทางออกให้กับตัวเองไม่ได้

ooooooo

ปอกับป่านอยากเที่ยวปราณบุรียิ่งขึ้นไปอีกเมื่อ ได้เห็นโบรชัวร์รีสอร์ตริมทะเลที่ทวยหาญฝากวรรณนรีมาให้ ที่นั่นมีทั้งสนามแข่งเครื่องบินเล็กและทะเลกว้าง ที่สวยงาม เด็กสองคนตื่นเต้นกันใหญ่คาดหวังว่าจะได้ไป แต่จนแล้วจนรอดวรรณนรีก็ยังขอคิดดูก่อน

พุดกรองหวาดระแวงที่ภีมกลับไปบ้านวรรณนรีบ่อยขึ้น เธอเครียดจนไม่อาจอยู่เฉย แจ้นไปปรึกษาพรรณรายถึงบ้าน แต่ดูเหมือนจะไม่ได้คำปรึกษาที่ดีนักเพราะเธอบอกให้ทำใจ ทำหน้าชื่นอกตรมเอาไว้ เพราะผู้ชายทุกคนมีสันดานของสัตว์เพศผู้ที่เห็นแก่ตัว เขาจะไม่ยอมเสียอะไรให้ใครทั้งนั้น

ตกเย็นภีมโทร.บอกวรรณนรีว่าจะไปรับลูกที่โรงเรียนแล้วแวะกินข้าว ค่ำๆจะพาไปส่งบ้าน วรรณนรีไม่พอใจแต่ขัดไม่ได้ที่พ่อลูกจะเจอกัน ส่วนเธอรับนัดทวยหาญที่เผอิญโทร.มาถามเรื่องไปปราณบุรี

ภีมพาลูกมากินข้าวที่บ้านพุดกรอง ปอ ป่าน และจ้านดีใจที่ได้พบกัน หลังกินอาหารเด็กสามคนได้เล่นเกม ด้วยกันอย่างสนุกสนาน พุดกรองถือโอกาสนี้พูดเรื่องที่จะให้ลูกของภีมไปเรียนเมืองนอกกับจ้าน แต่ภีมบ่ายเบี่ยงเพราะเห็นด้วยที่วรรณนรีเคยบอกว่าถ้าอยากไปเรียนเมืองนอกลูกต้องสอบชิงทุนไปเอง

พุดกรองไม่ค่อยพอใจนัก แล้วยิ่งไม่สบอารมณ์เมื่อภีมพาลูกไปส่งและตอบคลุมเครือว่าขอดูก่อนว่าจะกลับมานอนที่นี่หรือไม่

ขณะที่ภีมขับรถใกล้ถึงบ้าน ปอกับป่านเห็นรถทวยหาญแล่นสวนออกมา คาดเดากันว่าเขาคงมาส่งแม่ของพวกตน แล้วยังคุยอวดพ่อว่าลุงทวยหาญซื้อลูกหมาให้เราตัวละหลายพัน ภีมไม่พอใจพูดอย่างหงุดหงิดจนลูกสองคนเงียบงันว่าแค่ลูกหมา พ่อไม่เคยสอนให้ลูกอยากได้ของคนอื่น

วรรณนรีกลับถึงบ้านก่อน เธอยืนมองจากหน้าต่างห้องชั้นบนเห็นภีมพาลูกมาส่ง ผ่านไปสักครู่ได้ยินเสียงเคาะประตูเรียก เธอนิ่งเฉยไม่ตอบและไม่เปิดรับ แต่แอบร่ำไห้ด้วยความเจ็บปวดร้าวรานใจ เพราะความเป็นจริง แล้ว ภีมยังอยู่ในใจเธอเสมอ

ฝ่ายพรรณรายที่ระยะหลังมานี้เริ่มจับตาดลฤดีมากขึ้น คืนเดียวกันเธอตามไปแยกดลฤดีออกมาจากทิว แถมพูดจาวางอำนาจข่มขู่ทิวให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับลูกของตน ถ้าไม่เชื่อเราได้เห็นดีกันแน่

ขณะที่พิมุขสามีจอมเจ้าชู้ของพรรณรายก็พยายามจีบวรรณนรีที่กำลังจะตกพุ่มม่าย แม้วรรณนรีไม่เล่นด้วยแต่นั่นก็ทำให้สุมนาหึงหวงพิมุขจนแสดงอาการออกมามากขึ้นทำให้สายจิตกับสมศรีพากันแปลกใจว่าสุมนาทำตัวเป็นเลขาพิมุขตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงได้พยายามใกล้ชิด และออกรับแทนเขาอยู่เรื่อย

หลังจากมีปากเสียงกับแม่เมื่อคืน เช้าขึ้นดลฤดี ออกจากบ้านเพื่อไปสัมภาษณ์งานที่สมัครไว้ แต่พรรณรายก็ทำให้ลูกสาวผิดหวังจนได้ ดลฤดีแน่ใจว่าเป็นฝีมือแม่ เธอหน้าเศร้าเล่าให้ทิวฟัง แต่ทิวซึ่งมองโลกในแง่ดีก็ทำให้เธอหัวเราะบนความเศร้านั้นได้

ช่วงกลางวัน พงษ์สนิทแวะมาหาวรรณนรีที่มหาวิทยาลัยเพื่อตื๊อเธอให้ไปปราณบุรี แต่กว่าจะเข้าเรื่อง ก็ชื่นชมวรรณนรีเป็นกระบุงโกย

“นี่คุณจริงๆหรือ นายภีมเขาเห็นคุณหรือยัง คุณสวยมาก สวยเสียจน...นี่ถ้าผมเป็นศิษย์ผมอาจจะคิดล้างครู”

“เบาๆ ที่นี่เป็นสถาบันการศึกษานะ อย่าแสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสม ควรจะให้ความเคารพสถานที่ เพราะที่นี่เป็นสถานที่ราชการ”

“นั่นไง นึกแล้วว่าต้องขึ้นธรรมาสน์เทศน์ เพราะยังงี้หรือเปล่านายภีมถึงได้ไปไม่กลับ เพราะเขาเบื่อที่จะเป็นนักเรียนของคุณไปตลอดชีวิต นี่วรรณ ผมรับปากกับคุณทวยหาญไว้ว่าจะเอาคำตอบจากคุณเรื่องพาเด็กไปเที่ยวปราณบุรีเสาร์นี้”

“มันจะดีหรือ แค่ไปกินข้าวกับคุณทวยหาญในกรุงเทพฯนี่ฉันก็รู้สึกแปลกๆแล้วนะ”

พงษ์สนิทถามทันทีว่าแปลกยังไง วรรณนรีรู้ว่าเขาคิดอะไร บอกว่าไม่ใช่อย่างนั้น

“ไปเที่ยวเถอะวรรณ ปอกับป่านไปด้วย ผมก็ไป นายภีมจะมีปัญญามาว่าอะไรคุณ ในเมื่อเขาเป็นฝ่ายทิ้งคุณไปสำราญกับชีวิตใหม่ ลูกคนใหม่”

วรรณนรีนิ่งอึ้ง แววตาเริ่มมีทิฐิ ตอบเสียงดังฟังชัด “ตกลง ฉันจะไป”

แม้ตอบรับพงษ์สนิทไปแล้วแต่วรรณนรีก็ยังมาบอกกล่าวกึ่งขอความเห็นแม่ถึงบ้านในบ่ายนั้น โดยมีเรียงนั่งฟังอยู่ด้วย ซึ่งผสานเห็นว่าพงษ์สนิทไปด้วยคงไม่ น่าเกลียด มีลูกไปด้วยก็ดีเด็กจะได้ไปเที่ยวทะเลด้วย แต่แม่อยากรู้ว่าทวยหาญเป็นใคร

วรรณนรีบอกว่าเขาเป็นพ่อม่าย เรียงอยากรู้ว่ารวย หรือเปล่า เลยโดนผสานบ่นเข้าให้

“แกล่ะก็เห็นคนรวยเป็นไม่ได้เชียวนะนังเรียง คนรวยน่ะเขาเป็นคนดีด้วยหรือเปล่า รวยแล้วเลว ฉันก็ไม่อยากให้ลูกหลานฉันเข้าใกล้หรอก”

“คุณทวยหาญเขาทำธุรกิจค่ะ เป็นเจ้าของโครงการบ้านพักตากอากาศที่ปราณบุรีที่พงษ์สนิทดูแลโครงการอยู่ เป็นพ่อม่ายค่ะ”

“ม่ายน่ะมีสองอย่างนะคุณวรรณ ม่ายเมียตายกับม่ายเมียทิ้ง”

“ภรรยาเขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งค่ะ ลูกคนเล็กยังเรียนมหาวิทยาลัย คนโตมีครอบครัวไปแล้ว ตอนนี้ลูกๆ อยู่อเมริกาค่ะ”

“แล้วแม่วรรณไปรู้จักมักจี่เขาได้ยังไง”

“เรื่องมันยาวค่ะคุณแม่ หนูเห็นว่าคุณทวยหาญเขาเป็นคนดี เขามีเจตนาพอใช้ได้ ก็เลยคบเขาไว้เป็นมิตรกันค่ะ”

“ดีแล้ว คบหาดูใจ เป็นเพื่อนเป็นญาติกันก็ดี จะได้ไม่มัวมานั่งคิดแต่เรื่องผัว นี่เขาอยู่บ้านหรือเปล่า ภีมน่ะ”

“อยู่บ้างไม่อยู่บ้างค่ะ ถึงอยู่แต่เราไม่ได้พูดกันหรอกค่ะคุณแม่ อยู่กันไปยังงั้นเอง ไม่มีความหมายอะไร จะอยู่หรือไปหนูไม่สนใจเขาแล้ว”

“ทำยังงั้นมันจะถูกหรือ ยังไม่ได้หย่า แสดงสิทธิ์ของการเป็นเมียไว้ก็ไม่เสียหลายนะแม่วรรณ เดี๋ยวแม่พุดกรองออกลูกมาอีกคน ทีนี้บ้านช่องไม่กลับเลย”

“ช่างเขาเถอะค่ะ คนเราน่ะถ้าใจมันไม่กลับ เอาอะไร ไปฉุดก็ไม่กลับ หนูไม่ต้องการทำความดีเพื่อใครหรอกค่ะ ทำมามากแล้ว เขาไม่เห็นก็ช่าง นึกเสียว่าตำน้ำพริกโยนแม่น้ำ หนูเป็นห่วงแต่ลูก ที่หนูยอมเหนื่อย ยอมทุกข์ ยอมให้แร้งกาจิกเนื้อทีละชิ้นก็เพราะลูก หนูขอเวลาสักพัก พักใหญ่ๆ เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นเหตุร้ายที่หนูไม่เคยเตรียมตัวเตรียมใจ คุณแม่คะ โลกเรานี่มันไม่เที่ยงจริงๆ”

“มันไม่เที่ยงหรอกลูก ทุกอย่างมันเกิดได้ดับได้ แม่เคยเตือนให้ระวังแล้ว แต่แม่วรรณไม่สนใจ เพราะคิดอยู่ว่าผัวอยู่ในกำมือ”

“หนูประมาท เพราะหนูเห็นว่าภีมเป็นคนดี ทำอะไรคงคิดถึงลูกเมีย เขาเคยรักครอบครัว ไม่คิดจะทิ้ง ครอบครัวไปไหน”

“ธรรมชาติของนกมีปีกไว้บิน ยิ่งจับมาขังกรงยิ่งอยากบิน ผู้ชายก็เหมือนนก ถ้าเรากักขังเขาไว้ จะทำให้เขากดดัน นานไปก็ระเบิด...ไปเถอะลูก ไปเที่ยว ปราณบุรีกับคุณทวยหาญ ไม่มีอะไรน่าเกลียดหรอกเพราะลูกไปด้วย ไหนจะพงษ์สนิทอีกล่ะ ไปให้สบายใจสักพัก”

หลังจากนั้นไม่นานพงษ์สนิทก็ได้รับการยืนยันจากวรรณนรีว่าไปแน่ เขาวางสายด้วยความพอใจ บอกแม่ของตนว่าสำเร็จแล้ว วรรณนรีกับลูกยอมไปปราณบุรีกับทวยหาญ

“ถ้าไม่มีลูก แม่วรรณคงจะไม่ไปหรอก เพิ่งจะเป็นม่าย เอ๊ะ เป็นหรือยัง”

“ผัวไปจนกู่ไม่กลับยังงั้น เป็นม่ายหรือยังล่ะครับคุณแม่”

“อย่าลืมนะว่าวรรณนรีกับภีมยังไม่ได้หย่ากัน ยังไม่มีการจดทะเบียนการหย่า แล้วไปมีใหม่จะกลายเป็นหญิงเล่นชู้”

“อ้าว...เข้าข่ายสิครับ”

“แม่อยากเตือนวรรณนรี ว่าอย่าเอาแต่ฟังแรงยุ ของคนใกล้ตัว เป็นครูบาอาจารย์ เป็นข้าราชการ เรื่องแบบนี้มันเสียหายถึงขั้นผิดวินัยเชียวนะ แล้วไอ้พวกบ่างช่างยุน่ะ มันยุเอามันอย่างเดียว มันไม่รับผิดชอบอะไรหรอก ได้แค่ความสะใจก็พอแล้ว”

พงษ์สนิทหน้าเจื่อน ถามแม่ว่าด่าตนหรือเปล่า แม่ตอบประชดว่าแล้วแต่จะคิด

“โธ่คุณแม่ ผมไม่ได้หวังร้ายต่อวรรณนรีนะครับ แต่ผมเห็นว่าพุดกรองกับนายภีมควรจะได้รับผลกรรมที่กระทำต่อวรรณนรีไว้ ไม่ใช่พากันเสวยสุขอยู่บนสรวงสวรรค์ แล้วทิ้งให้ลูกเมียกินข้าวคลุกน้ำตา ผมจะทำให้นายภีมรู้ว่า หมาเห็นเครื่องบินมันเป็นยังไง”

ooooooo

เช้าวันหยุดภีมรีบเร่งออกจากบ้านพุดกรองแต่ก็ยังไปไม่ทันลูกเมียอยู่ดี ทวยหาญมารับทั้งสามคนไปปราณบุรี ภีมรู้จากเชยก็ยิ่งหวาดระแวง

ปอกับป่านตื่นเต้นกับท้องทะเลสีเข้ม นั่งคุยจ้ออยู่เบาะหลังรถยนต์โดยมีเจ้าจู๋จี๋สุนัขตัวโปรดที่ทวยหาญซื้อให้คลอเคลียเริงร่า มันคงดีใจไม่ต่างจากเด็กๆที่ได้ไปเที่ยวนอกบ้าน ส่วนภีมที่ผิดหวังไม่พบลูกเมียจำต้องกลับไปอย่างเหงาๆ

ลิซ่าเห็นเต็มตารีบถลามาเกาะข้างรั้วเม้าท์มอยกับเชยว่าภีมเป็นสุนัขหวงก้าง หายไปอยู่กับเมียน้อยสามเดือนแล้วยังมีเมียหลวงอยู่ในสายตาอีก ถ้าตนเป็นวรรณนรีจ้างให้ก็ไม่ปรายตามอง ตนจะนุ่งสั้น ควงเด็กหนุ่มทั้งหล่อทั้งล่ำ จะทำให้ภีมอ้าปากค้าง น้ำลายหยด เชยฟังแล้วหน้าเหวอ เชื่อว่าลิซ่าต้องโกรธแค้นและชิงชังผู้ชายหลายใจไปอีกนาน...

บ้านพักของทวยหาญมีสระว่ายน้ำเล็กๆเป็นสัดส่วนติดกับชายหาด พงษ์สนิทมาถึงก่อนแต่งตัวเป็นเชฟปิ้งย่างอาหารหน้าบ้านพัก ปอกับป่านลงจากรถ

วิ่งตื๋อมาทักและขอบคุณอาพงษ์ที่ทำอาหารอร่อยไว้รอ แต่ตอนนี้พวกตนอยากพาจู๋จี๋ไปวิ่งเล่นที่ชายหาดก่อน ทวยหาญจึงอาสาพาไป

วรรณนรีมองตามด้วยท่าทีเงียบขรึม พงษ์สนิทอดคิดไม่ได้ว่าเธอคิดถึงภีม แต่พอถามออกไปเธอกลับพูดเสียงเข้มว่าจะคิดถึงเขาทำไม พงษ์สนิทพูดอย่างมั่นใจว่า

“ร้อยทั้งร้อยเมียทุกคนต้องคิดถึงผัวทันทีที่เห็นภาพนั้น ไม่ต้องไปคิดถึงเขาหรอก เสียเวลากลับหลังหัน ชีวิตคุณสมควรจะก้าวไปข้างหน้า จงอย่ากลัวที่จะมีวันพรุ่งนี้โดยไม่มีนายภีม”

เวลาเดียวกันนั้นภีมนั่งจมอยู่กับแก้วเหล้า พุดกรองยืนมองอยู่นานก่อนจะถามเขาว่าคิดอะไร ตนเห็นเงียบไปตั้งแต่กลับจากบ้านวรรณนรีแล้ว

“ผมคิดถึงลูกน่ะ ผมเคยสัญญากับปอกับป่านไว้ว่าจะพาลูกไปภูเก็ต ไปกันเป็นครอบครัวตอนลูกปิดเทอม”

“ก็ตอนนี้ยังไม่ปิดเทอมนี่คะ คุณไม่ได้ผิดสัญญาสักหน่อย หรือว่าคุณกำลังคิดถึงวรรณ”

ภีมอึกอัก หลบสายตาจับผิดของพุดกรอง

“วรรณไปกับคุณทวยหาญ คงไม่ลำบากเรื่องที่พักหรอกค่ะ เพราะฉันรู้มาว่าตอนนี้คุณทวยหาญเขาไปเปิดโครงการบ้านตากอากาศของคนรวยที่ปราณ ฉันได้ยินคนในวงสังคมไฮโซชวนกันไปซื้อเพื่อแสดงความร่ำรวยเหลือใช้”

ภีมถอนหายใจ ลุกขึ้นยืนตัดบทห้วนๆว่าตนจะไปพัก พุดกรองยิ้มเยาะรีบพูด

“วรรณไปเที่ยวทะเลก็ดี ฉันเห็นวรรณทำงานหน้าดำทั้งปีไม่เคยไปไหนเลย วรรณจะได้ผ่อนคลายขึ้น แล้วก็แก่น้อยลง”

ภีมซ่อนความไม่พอใจเดินขึ้นชั้นบนไป พุดกรองมองตาม รอยยิ้มเยาะหยันค่อยๆจางลง

ooooooo

การมาเที่ยวทะเลครั้งนี้ทำให้ปอกับป่านมีความสุขมากเพราะทวยหาญใจดีมีเมตตา และกับวรรณนรีเขาก็พยายามให้เธอรู้สึกผ่อนคลายยกปัญหาออกจากใจไปชั่วคราว แต่มันก็ได้แค่ชั่วคราวจริงๆ

วรรณนรียังคงนึกถึงปัญหาครอบครัวของตัวเอง ในขณะเดียวกันภีมก็ไม่สบายใจที่ลูกเมียไปเที่ยวกับชายอื่น เพียรโทร.ถามเชยก็ได้รับคำตอบเหมือนเดิมว่ายังไม่กลับ กำหนดกลับคือวันจันทร์เพราะปอกับป่านหยุดเรียน

ภีมหงุดหงิดไม่พอใจ บ่นกับพุดกรองว่าปอกับป่านลาหยุดเรียนวันจันทร์ เหตุผลคือไปเที่ยว

“ก็ไม่เป็นไรอะไรนี่คะ กลับมาก็ทบทวนบทเรียนจากเพื่อนได้ ปอกับป่านไม่ใช่เด็กเหลวไหล ยังไงวรรณก็คุมเข้มลูกอยู่แล้ว”

“แต่ผมเห็นว่ามันไม่จำเป็น กะแค่เรื่องเที่ยว”

“วรรณคงพิจารณาแล้วว่ามันจำเป็น เอาเถอะค่ะ เดี๋ยวก็คงจะกลับกันมา ฉันถามจริงๆเถอะ คุณห่วงลูกหรือหวงวรรณ”

ภีมนิ่งอึ้งไป พุดกรองโกรธกวาดข้าวของบนโต๊ะอาหารหล่นกระจายแล้วผลุนผลันขึ้นชั้นบน ภีมก้าวตามโดยมีสายตาของเนียมมองตามไปอย่างตื่นตระหนก

สองคนมีปากเสียงกันในห้อง พุดกรองไม่พอใจที่ภีมทำเหมือนห่วงใยวรรณนรี แต่ภีมยืนยันว่าตนห่วงลูก ตนไม่เห็นด้วยที่วรรณนรียอมให้ลูกขาดเรียนแค่อยากจะไปเที่ยวทะเล

“ในเมื่อคุณไม่ได้พาลูกของคุณไป คนอื่นพาไป มันก็เหมือนกัน”

ภีมเถียงว่าไม่เหมือนกัน ตนเป็นพ่อ แต่ทวยหาญเป็นใคร เขาไม่มีหน้าที่พาลูกเมียของตนไปเที่ยว...ยิ่งฟัง พุดกรองก็รู้ว่าภีมหวงและห่วงวรรณนรีอย่างแน่นอน

เช้าวันถัดมา ลิซ่าวนเวียนมาถามหาวรรณนรีอีกครั้ง เมื่อรู้ว่ายังไม่กลับจากปราณบุรีจึงฝากเครื่องสำอางหลายอย่างไว้กับเชย เธออยากให้วรรณนรีสวยใสเปลี่ยนเป็นคนใหม่ตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า

ส่วนที่ปราณบุรี วันเดียวกันนี้ทวยหาญพาวรรณนรีกับลูกไปดูโครงการบ้านพักตากอากาศหรูหราราคาแพง ปอกับป่านต่างตื่นเต้นกับความใหญ่โตและสวยงามของบ้านถึงขนาดบอกแม่ว่าถ้าเรามีสักหลังก็คงดี ปอจะพาเพื่อนมาเที่ยวตอนปิดเทอม แต่วรรณนรีติงลูกสาวไม่ให้พูดสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะแม่ยังต้องใช้เงินสำหรับส่งลูกเรียนอีกนาน

“โครงการนี้มีไม่กี่หลัง ผมมอบให้คุณพงษ์สนิทเป็นคนดูแลโครงการ เพราะเห็นว่าเขาเป็นนักบริการ นั่นยังไงครับ เขายืนรอบริการคุณอยู่”

พงษ์สนิทแกล้งปั้นหน้าร้อนรนเมื่อทวยหาญขับรถกอล์ฟพาสามคนแม่ลูกเข้ามา

“ผมต้องกลับกรุงเทพฯก่อน คุณกับลูกอยู่ต่อได้ไหม ผมมีธุระเร่งด่วนจริงๆ”

“อ้าว...คุณกลับ แล้วฉันจะอยู่ยังไง”

“คุณทวยหาญอยู่ทั้งคนจะกลัวอะไรนะ คุณทวยหาญเขาดูแลคุณกับเด็กๆได้อยู่แล้ว”

“ต้องกลับจริงๆหรือคะอาพงษ์”

“งั้นเราก็กลับพร้อมอาพงษ์เลยดีไหมลูก คุณทวยหาญจะได้ไม่ลำบากต้องไปส่ง”

“ผมรับคุณกับเด็กๆมาจากบ้าน ผมต้องไปส่งเองครับ”

“นั่นไง ยังไงคุณทวยหาญคงไม่ยอมให้คุณกลับกับผมหรอก อยู่ต่อเถอะวรรณ ค้างอีกคืนจะเป็นไรไป”

ปอกับป่านประสานเสียงกันร้องขอ วรรณนรีไม่อยากขัดใจลูก เลยเข้าทางพงษ์สนิทอย่างจัง เขาต้องการเปิดทาง ให้ทวยหาญได้สนิทสนมกับครอบครัวนี้

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement