น้ำเซาะทราย ตอนที่ 7 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันเสาร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

น้ำเซาะทราย ตอนที่ 7


19 พ.ค. 2560 09:22
2,697,798 ครั้ง

น้ำเซาะทราย ตอนที่ 7

อ่านเรื่องย่อ

น้ำเซาะทราย

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

กฤษณา อโศกสิน

บทโทรทัศน์โดย:

ปลายปากกา

กำกับการแสดงโดย:

สยาม สังวริบุตร

ผลิตโดย:

บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ศรราม เทพพิทักษ์,สุวนันท์ คงยิ่ง,โสภิตนภา ชุ่มภาณี

พรรณรายทำให้วรรณนรีชอกช้ำยิ่งขึ้นไปอีกด้วยการให้ข่าวว่าพุดกรองท้องกับภีม คนรอบข้างสงสารและเห็นใจวรรณนรี โดยเฉพาะสมศรีที่มีประสบการณ์ตรงโดนผัวนอกใจ เธอเดือดร้อนแทนถึงขนาดพยายามหว่านล้อมวรรณนรีให้ไปพึ่งหมอทำเสน่ห์เพื่อเรียกสามีกลับมา

ในขณะที่วรรณนรีเจ็บปวดไร้ความสุข พุดกรองเองก็ไม่ได้มีความสุขอย่างใจปรารถนา เพราะเมื่อจ้านกลับมาเห็นภีมอยู่ร่วมชายคาแล้วรับไม่ได้ ถึงแม้จ้านไม่พูดตรงๆ แต่ท่าทีของลูกก็ทำให้เธอหนักใจ พยายามอธิบายเหตุผลบ่อยครั้งแต่จ้านก็ยังมองภีมเหมือนคนแปลกหน้า

เพราะจ้านรู้เต็มอกว่าภีมคือพ่อของปอกับป่านเพื่อนเล่นวัยเด็กของตน และเขาคือสามีของวรรณนรีซึ่งเป็นเพื่อนของแม่ แล้วทุกวันนี้วรรณนรีเป็นอยู่ยังไง ความรู้สึกนึกคิดนั้นทำให้จ้านไม่สบายใจ ตะขิดตะขวงใจที่จะยอมรับภีมเป็นพ่อเลี้ยง

ปัญหาครอบครัวแตกแยกไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น วรรณนรีไม่เคยคิดมาก่อนว่าตัวเองต้องประสบชะตากรรมเลวร้ายนี้ เช่นเดียวกับลิซ่าที่เชื่อมั่นมาตลอดว่าสามีเป็นคนดี ธรรมะธัมโม รักสุขภาพ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่มาวันนี้สามีของเธอหัวใจวายตาย ความลับที่เก็บซ่อนไว้เลยแดงขึ้นมาในงานศพซึ่งวรรณนรีมาร่วมงาน

เมียน้อยจูงลูกวัยสามขวบมางานศพสามีของลิซ่า เล่าความจริงทั้งน้ำตาว่าเขากำลังจะซื้อบ้านใหม่ให้ตน อยู่ในขั้นตอนทำสัญญาซื้อขาย แต่เขามาด่วนจากไปเสียก่อน ลิซ่ารับไม่ได้กรีดร้องอย่างลืมตัวจนผู้คนในงานหันมองเป็นตาเดียว

“ไม่จริง ฉันไม่เชื่อ คุณธรรมนูญเขาไม่ใช่เฒ่าหัวงู เขาไม่ใช่คนมีพฤติกรรมแบบนั้น แกโกหก”

“หนูไม่ได้โกหกค่ะ หนูมีลูกกับคุณธรรมนูญจริงๆ”

“เขาไปมีลูกกับแกตอนไหน เขาอยู่บ้าน สวดมนต์ ทำสวน แล้วก็ออกไปวิ่งตอนตีห้า”

“ตอนนั้นแหละค่ะ ที่เขาไปหาหนู เขาไปหาหนูตอนตีห้า กลับแปดโมงเช้าทุกวันค่ะ”

ฟังมาถึงตรงนี้ลิซ่าสติแตกด่าทอสามีเอ็ดอึงก่อนคว้ากระถางธูปจะขว้างโลงศพ แต่วรรณนรีห้ามทันดึงลิซ่ามากอดปลอบ ทั้งที่ตัวเองก็แสนสะเทือนใจ

ooooooo

พุดกรองพยายามทำให้จ้านกับภีมสนิทสนมกัน แต่จ้านคอยแต่หลบหน้าพ่อเลี้ยง บรรยากาศในบ้านเลยอึดอัด ไร้ความสุขด้วยกันทุกคน

วันหนึ่งภีมทนไม่ไหว บ่นกับพุดกรองว่าจ้านคงไม่คุ้นกับการมีตนอยู่ที่นี่ พุดกรองบอกว่าต้องใช้เวลา เหมือนอย่างที่ปอกับป่านใช้ และตนเชื่อว่าในที่สุดจ้านจะรับเรื่องของเราได้

“มันไม่ใช่ของง่ายเลยนะ เรื่องของเรายิ่งนานวันมันยิ่งไม่ง่ายสำหรับผม”

“หมายความว่ายังไงคะ เรากำลังจะมีลูกด้วยกัน อะไรที่คุณว่ายากมันต้องทำให้ง่ายค่ะ ฉันไม่ได้ขอให้คุณหย่าจากวรรณ หรือว่าคุณอยากกลับไปอยู่กับวรรณ”

“ผมจะกลับไปได้ยังไง มันล่วงเลยมาจนถึงป่านนี้แล้ว”

“ถ้ากลับได้ คุณคงจะกลับไปใช่ไหม”

“พุดกรอง ไม่เอาน่า คุณกำลังท้อง ผมไม่อยากให้คุณคิดมาก”

“ฉันพยายามจะไม่คิด พยายามจะไปต่อกับคุณให้ได้ แต่ภีมคะ ฉันทำคนเดียวไม่ได้ คุณต้องให้ความร่วมมือกับฉันด้วย คุณต้องทำให้จ้านยอมรับในฐานะของคุณ ฐานะที่คุณเป็นสามีของฉัน เป็นพ่อของลูกในท้องฉัน”

ยิ่งพูด พุดกรองก็ยิ่งมีอารมณ์ ภีมไม่อยากต่อล้อ ต่อเถียงจึงเงียบลง

ooooooo

สมศรีแม่บ้านในมหาวิทยาลัยซึ่งเคยโดนสามีนอกใจ วันก่อนเธอว่านล้อมวรรณนรีให้ไปหาหมอทำเสน่ห์แต่ไม่สำเร็จ วันนี้ก็ยังพยายามโน้มน้าวอีก แต่พอดีพงษ์สนิทเข้ามาแทรก สมศรีเลยต้องล่าถอย ไปก่อน

พงษ์สนิทหายไประยะหนึ่ง กลับมาวันนี้เขามาตอกย้ำเรื่องพุดกรองท้อง วรรณนรีไม่อยากฟังจึงหลีกหนีด้วยการอ้างว่ามีสอน ถ้าจะคุยกันให้ไปที่บ้านตอนเย็นวันศุกร์

กระทั่งถึงเย็นวันศุกร์ พงษ์สนิทก็มาโผล่ที่บ้านวรรณนรีทักทายปอกับป่านอย่างคุ้นเคยและพยายามถามถึงภีมกับพุดกรอง ทำให้วรรณนรีไม่ชอบใจ ขอร้องไม่ให้เอ่ยชื่อพุดกรองในบ้านนี้

“โอเค ไม่เอ่ย แต่เขาคือจุดหมายปลายทางของเรื่องนี้ เป็นคนสำคัญที่สุด นี่ตกลงคุณยอมแพ้อย่างราบคาบแล้วใช่ไหม”

“ใครบอก ถ้าฉันยอมฉันหย่าให้ไปแล้ว”

“อย่าเอาทะเบียนสมรสมาอ้างเลย เวลานี้พุดกรองกำลังจะมีลูก แล้วนายภีมก็เอนเอียงไปทางโน้นแล้ว ดูคุณสิ ปล่อยเนื้อปล่อยตัวเป็นยายเพิ้ง คุณเอาอะไรไปสู้เขา พุดกรองทั้งสวยทั้งหวาน คุณมีแต่กฎเกณฑ์ระเบียบ แล้วเมื่อไหร่คุณจะวิ่งทันพุดกรอง อย่าลืมนะว่าคุณแก่กว่าเขาปีเดียว แต่เหมือนมนุษย์ป้า”

“คุณไม่ต้องมาสอนฉัน”

“เราเป็นเพื่อนกัน เพื่อนต้องเตือนกันบ้างเพราะห่วงเพื่อน”

“แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไง”

“คุณต้องแปลงร่างให้เป็นวรรณนรีคนใหม่ ปรับปรุงซ่อมแซมตัวเองให้หมด เสื้อผ้า หน้า ผม รองเท้า กระเป๋า”

“มีประโยชน์อะไรที่ฉันต้องลงทุนขนาดนั้น ฉันรักที่จะเป็นตัวเองมากกว่า ฉันจะไม่เสแสร้ง”

“เชื่อผมเถอะ ผมเห็นมามากแล้ว ผู้หญิงที่ปล่อยตัวเป็นป้าแก่ๆต้องนั่งโศกาทุกรายเลย นี่ถ้าเป็นผู้หญิงอื่นป่านนี้เขาแก้ลำแล้ว เขาไม่มานั่งเจ็บปวดร่ำร้องไห้อยู่คนเดียวหรอก”

“ฉันรู้นะพงษ์สนิท คุณต่างหากล่ะที่จะแก้ลำเขา คุณแค่ชวนฉันมีเอี่ยวด้วย ในฐานะที่เรารู้สึกสูญเสียเหมือนกัน”

“เรื่องอะไรผมจะไปแก้ลำผู้หญิงไร้ค่าอย่างพุด– กรอง ผมแช่งชักหักกระดูกนางทุกวัน พุดกรองร่ำรวยจะหาผัวยังไงก็ได้ แต่ทำไมต้องมาแย่งผัวเพื่อนรัก เลวมากมันยากที่คุณจะดึงนายภีมกลับมา ในเมื่อพุดกรองปรนเปรอสารพัด ใครก็ชอบ”

วรรณนรีชะงัก แววตากร้าวขึ้นด้วยความแค้น “คุณว่ามันยากหรือ”

“ใช่...ไม่ง่าย นอกเสียจากว่าคุณต้องทำให้นายภีมเห็นว่าเขาไม่ได้เป็นความหวังทั้งหมดของคุณ เขาไปได้ คุณก็ต้องไปจากเขาได้เหมือนกัน”

วรรณนรีรับฟัง สีหน้าและแววตามีความลังเล...แล้วถัดมาไม่กี่วัน เธอตัดสินใจทำตามคำแนะนำของสมศรี เดินหน้าไปหาหมอทำเสน่ห์หมายจะดึงภีมกลับมาให้ได้ แต่แค่พูดคุยกันว่าหมอต้องลงนะหน้าทองในที่ลับตา วรรณนรีก็ผลุนผลันออกมาด้วยความรู้สึกละอายใจ แล้วบอกสมศรีที่วิ่งตามมาว่า ถ้าภีมไม่กลับ ตนกับเขาก็เลิกกัน

บ่ายนั้นภีมโทร.มาขออนุญาตพาลูกไปกินข้าวกับจ้านตามคำแนะนำของพุดกรอง วรรณนรีปฏิเสธเสียงแข็ง บอกว่าบ้านตนมีข้าวกิน ไม่จำเป็นต้องไปอาศัยบารมีจากเงินของใครกินข้าวหรูๆตามโรงแรม

ผู้ใต้บังคับบัญชาที่นั่งใกล้เคียงต่างมองมาที่วรรณนรีเป็นตาเดียว แต่ไม่มีใครกล้าซักถาม ตกเย็นคน อื่นๆกลับไปหมดแล้ว วรรณนรียังนั่งซบหน้าร้องไห้กับโต๊ะทำงาน

ผ่านไปจนมืดค่ำ วรรณนรีก็ยังนั่งจมอยู่กับความทุกข์ กระทั่งทวยหาญก้าวเข้ามาเงียบๆ เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความประหลาดใจ

ทวยหาญคอยเป็นห่วงเป็นใย เขาอาสาพาเธอไปส่งถึงบ้าน วรรณนรีสีหน้าเศร้าหมองตลอดเวลา ท่าทีอ่อนล้าและอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด

“พรุ่งนี้ผมจะให้คนขับรถของผมเอารถของคุณมาให้ที่นี่ เข้าบ้านเถอะครับ เดี๋ยวจะดึกไป เด็กๆจะเป็นห่วง”

“ขอบคุณนะคะคุณทวยหาญ มันต้องใช้เวลาจริงๆ อย่างที่คุณว่า”

“ครับ...คุณต้องให้เวลากับมัน เพราะการจะลบความเคยชินออกไปจากความจำ มันไม่ใช่แค่กดดีลีททิ้งแล้วมันจะหายไปเลย แต่มันต้องใช้เวลาเพื่อให้ค่อยๆเลือนหายไป...ราตรีสวัสดิ์ครับ”

วรรณนรีพยักหน้าเนิบช้า เปิดประตูรถก้าวลงไป โดยมีสายตาของหนุ่มใหญ่เฝ้ามองด้วยความกังวลและเป็นห่วง

ooooooo

หลังออกไปกินอาหารมื้อค่ำ ท่าทีจ้านผิดหวังที่ไม่พบปอกับป่าน พุดกรองเดินมาส่งลูกชายหน้าห้องนอน อธิบายว่า

“ปอกับป่านอาจจะไม่ว่าง เด็กสมัยนี้มีกิจกรรมทำเยอะ เพราะพ่อแม่วางตารางล่วงหน้าไว้ เราไม่ได้นัดล่วงหน้า ปอกับป่านคงจะไม่พร้อม ยิ่งตอนนี้โรงเรียนยังเปิดเทอมอยู่ คงจะไม่สะดวก แต่การกินมื้อค่ำของเราก็ไปได้สวยใช่ไหมลูก อาภีมเขาเป็นคนอบอุ่น มีโลกส่วนตัวสูง จ้านต้องเข้าใจอาภีมนะ”

“ครับ”

“ยังไงล่ะก็...จ้านต้องพยายามคุยกับปอกับป่านให้ได้นะ เมื่อตอนเด็กๆเคยเป็นเพื่อนกัน โตขึ้นกลับมาเป็นพี่น้องกัน มันเป็นสิ่งที่ดีนะลูก แล้วแม่จะทิ้งเบอร์โทร.ของเด็กสองคนนั่นไว้ให้ เผื่อจ้านจะนัดไปว่ายน้ำกันนะลูกนะ”

จ้านฟังแล้วได้แต่ตอบรับ พุดกรองหอมลูกชายแล้วบอกลาไปนอน พอเธอก้าวเข้ามาในห้อง ภีมถามทันทีว่าจ้านว่ายังไงบ้าง เรื่องที่ตนพาลูกมากินข้าวด้วยไม่ได้

“เขาก็แปลกใจน่ะสิคะ ว่าปอกับป่านทำไมไม่มา ทั้งที่เมื่อก่อนเคยเป็นเพื่อนเล่นกัน นี่แสดงว่าวรรณไม่อนุญาตให้ปอกับป่านออกมาพบจ้าน”

ภีมอึกอัก เธอรุกเร่งอย่างไม่พอใจ

“ใช่ไหมคะ คุณโทร.ถึงวรรณนี่ วรรณว่ายังไงบ้าง ร้องไห้ร้องห่ม ด่าทอคุณ หรือว่าพิลาปรำพันเรื่องเก่าๆ”

“เปล่า”

“ฉันไม่อยากเชื่อ วรรณเกลียดเราสองคนออกยังงั้น แล้ววรรณก็เป็นผู้หญิง”

“แล้วถ้าคุณเป็นวรรณล่ะ คุณจะทำยังไง”

พุดกรองชะงัก ปรับเปลี่ยนท่าทีเป็นเย็นลง อ่อนโยนขึ้น

“ฉันก็เห็นใจวรรณค่ะ ฉันยอมรับว่าฉันเห็นแก่ตัวที่ดึงคุณมาอยู่ด้วย แต่วรรณผิดเองที่เสือกไสไล่ส่งคุณออกมา ภีมคะ ตอนนี้เรื่องยังร้อน วรรณยังโกรธอยู่ แต่นานไปก็คงจะไม่มีอะไรหรอกค่ะ อย่างน้อยวรรณก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าลูกในท้องของฉันเป็นลูกคุณ เหมือนปอกับป่าน”

ภีมนิ่งไปนิดก่อนตัดบทว่าตนจะนอนแล้ว พูดเสร็จก็ปลดกระดุมเสื้อเดินเข้าห้องน้ำ พุดกรองมองตามนัยน์ตาฉายแววเจ็บปวดด้วยความระแวง

ooooooo

ทิวตำหนิสมศรีอย่างไม่พอใจเมื่อรู้ว่าวันก่อนเธอพาวรรณนรีไปหาหมอทำเสน่ห์ แต่สมศรีก็ยอกย้อนเสียจนทิวอ่อนใจ แล้วแยกออกไปเพราะเหลือบเห็นดลฤดี

ดลฤดีตั้งใจมาปรับทุกข์กับทิวเรื่องพ่อแม่ของตน “ฉันยอมแพ้แล้ว ยังไงคุณพุดกรองก็กำลังจะมีลูกกับคุณภีม ถึงตอนนี้ฉันทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่เรื่องเปลี่ยนใจคุณแม่”

“เรื่องเกินเลยมาจนป่านนี้แล้ว คุณแม่ของคุณยังไม่เลิกราอีกหรือ”

“เรื่องจะจบได้ก็ต่อเมื่อคุณพ่อฉันได้ตำแหน่งคณบดี ถึงตอนนั้นแล้วก็คงมีเรื่องใหม่ๆเกิดขึ้นอีก โลกนี้มันช่างมีเรื่องราวเยอะแยะเสียจน...”

“คุณรับไม่ไหว...แล้วทำไมคุณไม่กลับไปอยู่เมืองนอก คนฐานะอย่างคุณ มีความรู้อย่างคุณอยู่ที่ไหนก็ได้”

“ฉันควรจะได้อยู่ในบ้านเกิดเมืองนอนของฉันเอง เพราะฉันใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่อื่น”

“คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณไม่มีความสุข”

“แล้วความสุขจริงๆมันคืออะไร” เธอย้อนถามสีหน้าเครียดๆ ทิวนิ่งเงียบตอบไม่ถูก

ooooooo

วันหยุดภีมออกจากบ้านเช้าตรู่เพื่อไปรับปอกับป่านไปเล่นกีฬา แต่ไร้เงาของลูกทั้งสองและวรรณนรี ถามเชยก็ไม่รู้อะไรมาก นอกจากวรรณนรีพาลูกไปทำบุญแต่ไม่รู้วัดไหนและจะกลับกี่โมง

ในระหว่างภีมนั่งรอ พุดกรองโทร.มาตาม เชยหมั่นไส้บ่นลับหลังภีมว่าพุดกรองหน้าด้าน ผัวจะกลับมาหาลูกหาเมียเขายังโทร.ตามจิก

เสร็จจากทำบุญที่วัดกับแม่แล้ว วรรณนรีพาแม่ไปส่งบ้านก่อนจะพาลูกๆมาเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้า และไม่คิดว่าจะเจอพงษ์สนิท

ปอกับป่านเลือกของอยู่อีกทางจึงไม่เห็นแม่คุยกับพงษ์สนิทที่เข้ามายุยงส่งเสริมวรรณนรีให้เปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่จากแม่มดให้เป็นนางฟ้า แถมคุยอวดด้วยว่าตนมาติดต่อธุรกิจที่นี่ ตอนนี้กำลังจะทำธุรกิจจัดสรร คราวนี้เอาจริงมองสถานที่ไว้ที่ระนอง ซึ่งตนอยากแนะนำให้เธอรู้จักนายทุน

ฝ่ายภีมที่โดนโทร.ตามตัว พอกลับถึงบ้านก็พบพุดกรองยืนกอดอกรออยู่ด้วยสีหน้าบึ้งตึง

เนียม ไปล่ รวมทั้งจ้านต่างจับตามองตั้งแต่ภีมขับรถเข้ามา คิดไปในทางเดียวกันว่าจะเป็นเรื่องไหม?

เป็นเรื่องแน่! เพราะพุดกรองหึงหวงและระแวงว่าภีมจะกลับไปหาวรรณนรี เธอเปิดฉากซักไซ้ไล่เลียงเขาว่าไปหาวรรณนรีมาใช่ไหม

“ผมไปหาลูก”

“อย่ามาอ้างเลยว่าคุณไปหาลูก คุณไปหาวรรณ เพราะเมื่อวานวรรณปฏิเสธไม่ยอมให้ปอกับป่านออกมากินข้าวกับเรา”

“วันหยุด ผมเคยพาลูกไปว่ายน้ำ แต่วันนี้วรรณไม่อยู่ พาลูกไปทำบุญกับคุณแม่”

“เพราะวรรณรู้ว่าคุณจะไปหาลูก ก็เลยพาปอกับป่านหลบไป เข้าใจเพิ่มมูลค่าให้ตัวเองนะอาจารย์วรรณนรี”

“พุดกรอง...คุณเป็นอะไรน่ะ ทำไมคุณต้องโกรธที่ผมออกไปหาลูก ก็ไหนคุณบอกว่าเราเป็นครอบครัวไง ครอบครัวเราไม่ได้รวมปอกับป่านไว้ด้วยหรือไง”

“ฉันห่วงคุณนะ กลัวว่าคุณจะ...”

“ผมไม่ได้พบวรรณมาสามเดือนแล้ว แต่เราก็ยังไม่ได้หย่ากัน ถ้าวรรณยังมีใจกับผม วรรณคงดิ้นที่จะดึงผมกลับไป แต่นี่ไม่”

“คุณก็เลยเจ็บปวดจนต้องกลับไปคิดใหม่ว่าที่คุณตัดสินใจเลือกอยู่กับฉัน คุณคิดผิดหรือคิดถูก”

“ผมไม่ได้...” ภีมยังพูดไม่จบ พุดกรองสวนทันควันอย่างมีอารมณ์

“ฉันไม่เชื่อคุณหรอก ว่าคุณไม่ได้รักวรรณนรีแล้ว ถ้าคุณไม่รักวรรณ คุณจะไปทำไมแต่เช้า ไปโดยไม่บอกฉันสักคำ”

“ก็ผมเห็นคุณหลับ คุณท้อง คุณจะได้พักมากๆ ผมไม่ได้ตั้งใจจะโกหกคุณ”

พุดกรองเสียงดังลอดออกไปนอกห้อง จ้านชะโงกหน้ามองผ่านประตูที่เปิดไว้ ภีมเหลือบเห็นรีบเดินไปปิดแล้วกลับมาโอบพุดกรองที่นั่งก้มหน้าร้องไห้บนเตียง

“คุณร้องไห้”

พุดกรองกอดภีมแน่น รำพันด้วยความหึงหวง “ฉันรักคุณนะ ฉันทนสูญเสียคุณไม่ได้แม้แต่นาทีเดียว ฉันรักคุณค่ะภีม...ฉันรักคุณ”

ภีมพูดไม่ออก ถอนใจยาวอย่างเครียดๆ

เวลาเดียวกันนั้นในครัว เนียมกับไปล่กำลังนินทาพุดกรองกับภีมหลังจากรู้เห็นปัญหาของสองคนมาตลอดด้วยความหนักใจ

“แกว่ามันง่ายนักหรือที่คนแย่งผัวเขาจะได้ครองความสุขแต่เพียงผู้เดียวน่ะ ถ้ามันง่ายยังงั้นเขาจะมีบาปบุญคุณโทษเอาไว้สอนมนุษย์ทำไม”

“แกอย่าเสียงดังนักเลย จนป่านนี้แล้วคุณจ้านก็รับรู้แล้ว คุณพุดกรองคงจัดการอะไรๆได้น่ะ คุณพุดกรองเก่งจะตายไป”

“คงจัดการได้หรอก มีใครจัดการเรื่องผัวเมียได้บ้างล่ะ นี่อยู่กันยังไม่ทันที่ปลั๊กหม้อหุงข้าวไฟฟ้าจะชำรุดเลย เห็นมั้ย ทะเลาะกันแล้ว”

จ้านก้าวเข้ามาถึงตัว ไปล่กับเนียมตกใจหน้าเจื่อน

“จ้านจะไปหาปอกับป่าน ลุงไปล่พาไปหน่อยได้ไหมครับ”

“ไปหาลูกคุณภีมหรือครับ”

“อย่าเพิ่งไปตอนนี้เลยค่ะ ไม่ได้ยินหรือคะว่าข้างบนกำลังเกิดสงครามอยู่ คุณจ้านไปตอนนี้คุณแม่จะไม่สบายใจนะคะ”

“เดี๋ยวพออะไรๆดีขึ้น พวกคุณก็คงจะได้พบกัน แล้วก็เป็นพี่น้องกันอย่างที่คุณแม่ต้องการ...นะครับ อย่าไปเลย”

สองผัวเมียช่วยกันหว่านล้อม จ้านไม่ตอบแต่ถอนใจอย่างจำนน

ooooooo

ในที่สุดแรงกระตุ้นของพงษ์สนิทก็ทำให้วรรณนรียอมเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่ สวยงามจนคนรอบข้างเห็นแล้วตะลึงพรึงเพริด ขนาดพงษ์สนิทเองยังแทบไม่เชื่อสายตาว่าเธอจะสวยและดูดีได้ถึงขนาดนี้

วันแรกที่วรรณนรีลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง พงษ์สนิทถือโอกาสพาเธอไปพบนายทุนใจดีของเขา ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นทวยหาญหนุ่มใหญ่ที่วรรณนรีรู้จักเป็นอย่างดี

พงษ์สนิทไม่รู้มาก่อนว่าสองคนรู้จักกัน แต่กระนั้นก็เชียร์ทวยหาญให้จีบวรรณนรีเพื่อเย้ยภีม เพราะทวยหาญมีทุกอย่างเหนือกว่าภีม ที่สำคัญเขารวยมาก เป็นม่ายเมียตาย ไม่มีภาระผูกพันกับหญิงใด

แต่วรรณนรีไม่ได้คล้อยตามแรงยุของพงษ์สนิทเพราะเธอยังไม่ได้หย่าขาดจากภีมและไม่ได้มีความรู้สึกว่าอยากมีแฟนใหม่ เธอวางตัวดีมาก ขณะที่ทวยหาญซึ่งพึงพอใจเธอก็สุภาพเหลือเกิน ความดีของเขาทำให้วรรณนรีสบายใจที่จะพบปะพูดคุย

ด้านพรรณรายที่เอาแต่ยุ่งวุ่นวายอยู่กับลูกผัว เธอบีบบังคับดลฤดีให้เลิกคบผู้ชายไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างทิว หลังจากเห็นกับตาโดยบังเอิญว่าลูกสาวคุยอยู่กับทิวในสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ส่วนพิมุขก็โดนซักถามเรื่องการเลือกตั้งคณบดีที่ใกล้เข้ามาทุกที ซึ่งพรรณรายคาดหวังไว้มากว่าสามีต้องชนะวรรณนรีอย่างแน่นอน

ฝ่ายพุดกรองที่นับวันมีแต่ความหวาดระแวงกลัวภีมจะกลับไปหาวรรณนรี กอปรกับอารมณ์แปรปรวนประสาคนท้อง ทำให้เธอเอาแต่ใจ มีปากเสียงกับภีมบ่อยขึ้นและคิดมากถึงขนาดถามตัวเองว่าคิดถูกหรือผิดที่มีลูกกับเขา

ตั้งแต่วรรณนรีเปลี่ยนแปลงตัวเองสวยงามเป็นคนใหม่ พิมุขที่ไม่เคยแลตามองก็ยังมาป้วนเปี้ยนเพียรถามทุกข์สุขและแสดงความเห็นใจเรื่องครอบครัว แต่วรรณนรีไม่เล่นด้วย วางตัวห่างเหินและพูดตรงไปตรงมาไม่ต้องการให้คนอื่นยุ่งเรื่องส่วนตัวของตน

เย็นวันหนึ่งภีมตั้งใจโทร.บอกพุดกรองว่าจะไปรับลูกที่โรงเรียน แต่เธอหลับจึงฝากเนียมบอก สามคนพ่อลูกไม่ได้เจอกันนาน เมื่อลูกถามว่าทำไมพ่อไม่กลับบ้าน ภีมตอบเลี่ยงว่าพ่อแวะไปแต่ลูกไม่อยู่ ปอกับป่านหน้าเศร้า พูดอย่างไร้เดียงสาว่าน้าพุดกรองไม่ยอมให้พ่อกลับ เพราะพ่อกำลังมีลูกกับเธอ ซึ่งป่านอยากรู้ว่าพ่อจะรักลูกของน้าพุดกรองมากกว่าพวกเราไหม

“ป่าน...ปอ...พ่อรักลูกมาก แล้วก็รักลูกทุกคนเท่ากัน พ่ออาจจะใส่ใจน้าพุดกรองมากกว่าเพราะตอนนี้เธอไม่ค่อยสบาย คนแพ้ท้องมักจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ ตอนนี้จ้านกลับมาอยู่เมืองไทยแล้ว”

“แล้วพี่จ้านรู้ไหมคะว่าน้าพุดกรองแย่งพ่อ”

“จ้านเขาโตขึ้น เป็นผู้ใหญ่ขึ้น เขาเป็นคนที่เข้าใจอะไรง่าย เขาเป็นนักกีฬาฮอกกี้ น้าพุดกรองจะนัดลูกไปกินข้าวกับจ้าน ดีมั้ย” ภีมเปลี่ยนเรื่อง แต่เด็กสองคนไม่คล้อยตาม

เสร็จจากส่งลูกแล้วภีมรีบกลับเข้าบ้าน เจอพุดกรองนอนร้องไห้ ข้าวของภายในห้องเกลื่อนกระจายด้วยฝีมือเธอ

พุดกรองโกรธ หึง และน้อยใจที่ภีมกลับไปหาครอบครัว พูดไปร้องไห้ไปจนภีมต้องเข้ามาปลอบโยน

“เรื่องแค่นี้เอง ทำให้คุณโกรธผมอย่างนั้นหรือ ผมไปรับลูกเพราะผมไม่ได้พบลูกมาสามเดือนแล้ว ผมให้ปอโทร.ถึงวรรณ แล้วก็พาลูกไปกินข้าว ส่งลูกที่บ้านแล้วผมก็กลับมานี่”

“คุณไม่พบวรรณหรือคะ”

“ตอนที่ไปส่งลูกผมไม่เห็นวรรณ วรรณคงยังไม่กลับ ถึงผมกับวรรณจะไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่ลูกยังเป็นลูกของผมอยู่นะ เราเลิกเป็นพ่อเป็นลูกกันไม่ได้ คุณต้องเข้าใจผมนะ”

“ค่ะ ฉันเข้าใจคุณ ฉันขอโทษที่ทำให้คุณไม่สบายใจ ฉันกำลังท้อง คนท้องก็กลัวนั่นกลัวนี่ กลัวแม้แต่เรื่องที่คุณจะเบื่อฉัน เมื่อก่อนเราเคยลักลอบพบกัน ฉันก็ฝันถึงวันที่เราจะได้อยู่ด้วยกัน แล้วเงยหน้ามองใครต่อใครได้ เราต้องอยู่ให้ได้นะคะภีม เราต้องอยู่กันให้รอด”

พุดกรองกอดภีมแน่น เนียมรู้เห็นแล้วแอบไปเม้าท์กับไปล่อีกตามเคย ว่าของที่แย่งเขามาไม่จีรังยาวไกล แย่งมาแล้วรักษาไม่ได้มีถมเถไป

คำพูดของเนียมส่อเค้าเป็นจริง! เพราะระยะหลังมานี้ภีมติดต่อไปที่บ้านบ่อยขึ้น พอรู้ว่าวรรณนรียังไม่กลับทั้งที่มืดค่ำก็สงสัยว่าเธอไปไหน ทำไมไม่ห่วงลูกที่อยู่กับคนรับใช้

วรรณนรีรับนัดทวยหาญไปกินอาหารสองต่อสอง ทวยหาญเล่าเรื่องที่จะให้พงษ์สนิททำโครงการจัดสรรที่ปราณบุรี อีกสองอาทิตย์จะไปดูที่ด้วยกัน ถ้าเธอกับลูกว่างก็อยากให้ไปด้วย

ภีมไม่เป็นอันทำอะไร เดินไปมาอย่างร้อนใจเพราะวรรณนรียังไม่กลับบ้าน เขาจะโทร.ไปอีกเพื่อถามเชย แต่ชะงักเมื่อเหลือบเห็นพุดกรองเดินลงมายืนจ้องด้วยแววตาเข้มดุด้วยความระแวง คาดคั้นเหมือนเดิมว่าเขาโทร.หาวรรณนรีเพราะเป็นห่วงใช่ไหม

“วรรณไม่อยู่ ออกไปข้างนอก ทิ้งให้ลูกอยู่กับเชย เด็กกับคนรับใช้จะอยู่กันยังไง”

“วรรณนรีอาจจะมีประชุม หรือไม่ก็ไปงานเลี้ยง”

“งานเลี้ยงหรือ วรรณไม่ชอบไปงานเลี้ยง”

“ภีมคะ คุณห่วงลูกหรือห่วงวรรณนรีกันแน่ วรรณไม่ใช่เด็กสาวอายุสิบแปดนะคะ เป็นผู้ใหญ่ ซ้ำยังเป็นครูบาอาจารย์ คุณไม่ต้องกลัวหรอกค่ะว่าวรรณจะเสเพลจนเสียผู้เสียคน”

“เรื่องนั้นน่ะผมไม่ห่วงหรอก แต่เดี๋ยวนี้อันตรายมันมีอยู่ทุกที่ ที่ไม่น่าจะเกิดมันก็เกิดได้”

“แล้วคุณจะทำยังไง จะเดินวนเวียนไปมาอยู่ยังงี้ทั้งคืนหรือคะ ฉันว่าถ้าคุณห่วงวรรณ คุณน่าจะกลับไปอยู่กับวรรณนะ” น้ำเสียงและท่าทีของพุดกรองน้อยใจ ภีมเริ่มรู้สึกตัวเข้ามาโอบกอดเธอ

“ผมขอโทษ ผมห่วงวรรณ ห่วงลูก เพราะเป็นความเคยชินที่เคยห่วง แต่ตอนนี้วรรณทำเหมือนไม่ต้องการความห่วงใยจากผมแล้ว”

“ถ้าฉันเป็นวรรณนรี ฉันก็จะคิดยังงั้นเหมือนกัน”

“ไปนอนเถอะ คุณควรจะพักผ่อนให้มากๆ แล้วทำใจให้สบาย คุณกำลังท้องนะ”

“ใจฉันจะสบาย กายฉันจะมีความสุข ก็ต่อเมื่อคุณมีความสุขค่ะ” คำพูดกดดันของพุดกรองทำให้ภีมหนักใจถึงกับพูดไม่ออก

ooooooo

คืนเดียวกันดลฤดีนัดกินข้าวกับทิว กว่าจะกลับเข้าบ้านก็ดึกโข เธอโดนแม่บ่นและดุยกใหญ่จนเลยเถิดมีปากเสียงกันเรื่องทิว ดลฤดีออกรับแทนทิวทุกอย่างเพราะเขาเป็นคนดี เขาจนแต่ไม่เคยคิดจะเกาะเธอกิน ที่สำคัญเขามีคุณธรรมเต็มร้อย

เช้าวันถัดมา พิมุขยังพยายามแทะโลมวรรณนรีเพียงเพราะเธอสวยขึ้น แต่วรรณนรีไม่หยิบยื่นไมตรีให้เหมือนเดิม ซ้ำยังว่าไปหลายคำจนพิมุขหน้าม้าน สุมนากับสายจิตจับตามองคนทั้งคู่ด้วยความรู้สึกที่ต่างกัน สายจิตเชื่อว่าพิมุขจะจีบวรรณนรีเลยวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความสะใจที่ฝ่ายหญิงไม่เล่นด้วย สุมนาฟังแล้วไม่พอใจ หึงหวงพิมุขจนเผลอเถียงแทน ก่อนจะเดินเลี่ยงไปเมื่อเห็นสายตาจับผิดของเพื่อน

ตกบ่าย พงษ์สนิทมาหาวรรณนรีที่มหาวิทยาลัย เขาพยายามยัดเยียดทวยหาญให้เธอ เอาข้อมูลส่วนตัวมาบอกว่าเขารวยมากแต่ไม่ชอบโอ้อวด เป็นม่ายเมียตายเพราะมะเร็ง ลูกเรียนอยู่เมืองนอกหนึ่งคน อีกคนแต่งงานแล้วตั้งรกรากอยู่อเมริกา ตระกูลเขามีบรรพบุรุษเป็นถึงเจ้าเมือง ถึงได้มีที่ทางมากมายที่ระนอง ที่ดินติดทะเล มีบ้านพักชายทะเลหลังใหญ่ มีสระว่ายน้ำด้วย

“แล้วคุณมาเล่าให้ฉันฟังทำไม”

“ผมพยายามเล่าประวัติของเขาให้คุณฟัง คุณจะได้รู้ว่าเขาเป็นยังไง”

“นี่พงษ์สนิท ไอ้ที่ฉันไปเป็นเพื่อนคุณ ไปกินข้าวกับเขาน่ะ จริงๆแล้วฉันไม่มีเจตนาจะคบชู้หรอกนะ”

“แน่ล่ะสิ ไหนคุณทวยหาญเขาจะหล่อเหลาเท่านายภีมล่ะ”

“เบา...นี่ที่ทำงานฉันนะ”

“คุณมีของนะ ของในตัวคุณที่ผมเห็นปุ๊บ รู้ปั๊บเลยว่าคุณทวยหาญเขาสนใจคุณ”

“ไม่! ฉันละอายใจ พอภีมมีชู้ ฉันก็มีบ้าง ทำไมเราไม่อยู่เฉย”

“ใครบอกให้คุณทำจริงๆล่ะ แค่แกล้งทำ เย้ยนายภีมให้เขาเห็นว่าเราไปดี”

“ถึงยังงั้นฉันก็ไม่สบายใจ การประชดแบบนี้มันไม่ใช่วิสัยของคนวัยเรา ฉันเป็นครูนะ บางสิ่งบางอย่างฉันทำไม่ได้”

“เอาเถอะ ลองคบหาดูใจกับคุณทวยหาญสักพัก เขาเป็นผู้ใหญ่กว่าคุณ ไม่ชอบเขาอย่างชู้สาว จะชอบอย่างคนนับถือก็ได้ คุณไม่ขาดทุนอะไรนี่ จริงไหมวรรณ”

วรรณนรีนิ่งไปอย่างใคร่ครวญ แล้วเย็นนั้นเธอได้พบทวยหาญอีก เขาเล่าเรื่องราวชีวิตครอบครัวให้ฟัง เธอเลยถือโอกาสถามว่าทำไมเขายังไม่แต่งงานใหม่

“ครับ ผมไม่ได้แต่งงานใหม่ เพราะการจะหาแม่ใหม่ให้ลูกมันไม่ง่าย มันมีปัจจัยมากมายที่ต้องตัดสินใจ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะไม่หา...แล้วคุณภีมล่ะ เขาเป็นยังไงบ้าง”

“เขาไม่ได้กลับบ้านมาสามเดือนแล้ว ฉันคงไม่มีเสน่ห์พอที่จะไปรั้งเขาให้กลับมา”

“คุณเป็นแบบของผู้หญิงที่อยู่กับความจริง ผมรู้จักคุณพร้อมอยู่บ้าง ไม่แปลกหรอกที่สามีของคุณไปหลงอยู่กับพุดกรอง เพราะความหลงของผู้ชายคือเครื่องหมายที่แสดงให้รู้ว่าเขามีความอ่อนต่อโลกแค่ไหน ถ้าอ่อนมาก ความหลงก็ยาว ถ้าแก่มาก ความหลงก็สั้น แต่สิ่งที่ผมรู้ได้คือสามีคุณเป็นคนดี”

วรรณนรีไม่เข้าใจคำพูดในตอนท้ายของเขานัก

แล้ววันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันหยุดทวยหาญมาชวนเธอกับลูกไปเดินเล่นสวนจตุจักร ภีมขับรถสวนกับรถทวยหาญตรงหน้าหมู่บ้าน เห็นความเปลี่ยนแปลงของวรรณนรีที่สาวและสวยขึ้นก็แอบหึงหวง กลับไปบ่นให้พุดกรองฟังจนเธอจับความรู้สึกได้

ปอกับป่านสนุกเพลิดเพลินมากที่สวนจตุจักร ทวยหาญซื้อลูกสุนัขให้หนึ่งตัวไปเลี้ยง แล้วตกเย็นทั้งหมดก็กลับมาทำอาหารกินกันที่บ้านวรรณนรีอย่างมีความสุข ตรงข้ามกับภีมที่กระวนกระวายผุดลุกผุดนั่ง นึกย้อนถึงตอนทะเลาะกับวรรณนรีอย่างรุนแรงเมื่อเธอจับได้ว่าเขานอกใจเป็นชู้กับพุดกรองแล้วรู้สึกตัวเองผิดมหันต์

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement