วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

น้ำเซาะทราย ตอนที่ 3


19 พ.ค. 2560 09:22
2,743,842 ครั้ง

น้ำเซาะทราย ตอนที่ 3

อ่านเรื่องย่อ

น้ำเซาะทราย

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

กฤษณา อโศกสิน

บทโทรทัศน์โดย:

ปลายปากกา

กำกับการแสดงโดย:

สยาม สังวริบุตร

ผลิตโดย:

บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ศรราม เทพพิทักษ์,สุวนันท์ คงยิ่ง,โสภิตนภา ชุ่มภาณี

หลายคนรอบตัววรรณนรีรู้เห็นและสงสัยพฤติกรรมไม่เหมาะสมของภีม ไม่ว่าจะเป็นลิซ่าเพื่อนบ้านสูงวัย ทิวลูกศิษย์หนุ่มที่มหาวิทยาลัย พงษ์สนิทเพื่อนในกลุ่มที่กำลังคลั่งไคล้พุดกรองอยากได้มาเป็นเมีย และเชยสาวใช้ที่ล่าสุดเช้านี้ได้ยินภีมคุยโทรศัพท์กับพุดกรอง

ทั้งลิซ่าและทิวอยากบอกเรื่องที่ตัวเองเห็นภีมกับพุดกรองอยู่ด้วยกัน แต่ยังไม่มีโอกาสเหมาะสักที ขณะที่พงษ์สนิทก็เริ่มระแวง หลังรู้ว่าภีมไปภูเก็ตในช่วงเวลาเดียวกับพุดกรอง และเมื่อใดที่เขาพูดถึงผู้หญิงคนนี้ให้ภีมฟัง ภีมมักมีท่าทีมึนตึงแล้วหงุดหงิดใส่เขา

พรรณรายเป็นคนเดียวที่เห็นดีเห็นงามให้พุดกรองแย่งผัวเพื่อน คอยหว่านล้อมไม่ให้พุดกรองรู้สึกผิดต่อการกระทำนั้น วันนี้เจอกันก็แนะนำให้พุดกรองซื้อรังรักไว้พบภีมเป็นการส่วนตัวที่อยู่ไกลสายตาพวกสอดรู้สอดเห็น ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน

ปรากฏว่าพุดกรองคล้อยตาม พร้อมกันนี้ก็เลือกซื้อเสื้อตัวหนึ่งห่อเป็นของขวัญส่งไปให้ภีมที่สำนักงานกฎหมาย ภีมชื่นชอบหยิบเสื้อจากกล่องมาทาบตัวอย่างมีความสุข

วันเดียวกันที่มหาวิทยาลัย สุมนาเริ่มมีท่าทีปั้นปึ่งหมางเมินกับวรรณนรี โดยเฉพาะช่วงพูดคุยเรื่องการชิงตำแหน่งคณบดี กับเรื่องที่สมศรีชอบมาเล่าถึงผัวตน ว่าตอนนี้เขาทิ้งเมียน้อยกลับมาสยบแทบเท้าตนแล้วด้วยมนต์เรียกผัวของพระฤาษี

สาเหตุที่สุมนาไม่ชอบวรรณนรีก็เพราะเธอถือหางพิมุข และไม่ชอบฟังเรื่องเมียน้อยเพราะตัวเองตกที่นั่งนั้นอยู่ ฝ่ายพงษ์สนิทที่ยังหวังในตัวพุดกรองก็เพียรมาที่บ้านของเธอทุกวัน ตื๊อจนได้พบ คุยอวดรถราคาแปดล้านและจะให้เธอเจิมด้วยการให้เกียรตินั่งรถเป็นคนแรกในฐานะคนพิเศษ

“คนพิเศษสำหรับคุณ...น่าจะเป็นคุณแม่ของคุณนะพงษ์สนิท ผู้หญิงคนนั้นพิเศษตรงที่เบ่งคุณออกมาแล้วก็มีเงินสดตั้งแปดล้านให้คุณซื้อรถ”

พงษ์สนิทนิ่งอึ้ง เปลี่ยนท่าทีเป็นออดอ้อน “ไม่ไปจริงๆหรือ นี่ผมว่าจะชวนนายภีมไปด้วย นายภีมน่ะไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าผมขอวีซ่าให้เขา วรรณต้องยอมประทับตราผ่านให้”

จากที่เบื่อหน่าย พุดกรองเริ่มสนใจ เปลี่ยนท่าทีเป็นกระตือรือร้น ถามว่าไปไหนกันดี?

“พัทยาดีมั้ย เอ๊ะ ก็คุณไปภูเก็ตมา คุณกับนายภีมนี่เหมือนกันเลยนะ ต่างคนต่างไม่พูดว่าไปภูเก็ตมาคุณสองคนพบกันหรือเปล่า”

พงษ์สนิทจ้องหน้าพุดกรองอย่างคาดคั้น แต่ไม่ได้คำตอบ เลยโทร.ไปชวนภีมออกมา แต่ภีมบอกว่าตนเข้าบ้านแล้ว เพิ่งกินข้าวเสร็จ และอีกเดี๋ยวก็จะนอน

“แกก็ควรจะกลับไปนอนนะ เดี๋ยวนี้กฎหมายเมาแล้วขับหนักนะ นอกจากเข้าคุกแล้วแกจะโดนยึดรถราคาแปดล้านด้วย แค่นี้นะพงษ์” ภีมตัดสาย ความหึงหวงพุดกรองยังเหลือค้างอยู่ในแววตาวรรณนรีได้ยินภีมพูดโทรศัพท์กับพงษ์สนิท

แต่ไม่ได้ใส่ใจนัก นึกได้ถามเขาว่าพบพุดกรองหรือเปล่า เธอไปภูเก็ตวันเดียวกับที่เขาไปว่าความ ภีมหลบสายตา เชยเก็บจานชามอยู่ใกล้ๆ จับตามองเขาด้วยความสงสัย

“ผมยุ่งๆน่ะ ไปถึงก็ไปพบลูกความเลย ลูกความผมมีกรณีฟ้องร้องเรื่องบุกรุกกับคุณหญิงพรรณราย”

“คุณหญิงพรรณราย ภรรยา ดร.พิมุข คู่แข่งฉันน่ะหรือคะ”

“ก็คงจะยังงั้นล่ะมั้ง”

“คุณหญิงพรรณรายกับพุดกรองรู้จักคุ้นเคยกัน เห็นว่าเล่นไพ่กับไปงานเปิดตัวสินค้าด้วยกันบ่อยๆ งั้นพุดกรองก็ไปภูเก็ตกับคุณหญิงพรรณรายน่ะสิคะ”

“ผมง่วงแล้ว ผมจะขึ้นไปนอนก่อน พรุ่งนี้ผมจะไปส่งลูกเอง” ภีมตัดบทหยิบโทรศัพท์เดินขึ้นชั้นบน เชยอยากรู้เหลือเกินว่าภีมกับพุดกรองเจอกันที่ภูเก็ตหรือเปล่า แต่ถามวรรณนรีก็ไม่ได้คำตอบ

ooooooo

พรรณรายวางแผนขั้นต่อไปให้วรรณนรี ภีม และพุดกรองกลายเป็นข่าวดังเพื่อดิสเครดิตของวรรณนรี ด้วยการบอกพิมุขให้หาทางส่งวรรณนรีไปภูเก็ต ซึ่งตนจะพาพุดกรองไปประเคนให้ภีมที่นั่น ดลฤดีไม่เห็นด้วย อยากรู้ว่าแม่จะทำอะไรอีก

“วรรณนรีต้องรู้ว่าสามีนอกใจ เพื่อนทรยศ วรรณนรีจะต้องเป็นบ้าเป็นบอ ไปต่อไม่ได้ เหมือนผู้หญิงที่ถูกผัวทิ้ง เรื่องแบบนี้มันเหมือนเรื่องธรรมดา แต่มันไม่ใช่ธรรมดาสำหรับผู้หญิงทุกคน” ท้ายประโยคพรรณรายกระแทกเสียงประชดสามีที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องเจ้าชู้

“แต่อาจารย์วรรณนรีกับคุณภีมมีลูกนะคะ ถ้าครอบครัวต้องอยู่ในสภาพบ้านแตก แล้วเด็กๆล่ะคะ”

“อุ๊ย ดลดี้...เด็กสมัยนี้ปรับตัวเก่งจะตายไป อาจจะเก่งกว่าผู้ใหญ่ด้วยซ้ำ”

“คุณแม่ของหนูพูดถูก ถ้าวรรณนรียังจัดการกับครอบครัวตัวเองไม่ได้ จะไปเป็นอะไรได้ การดิสเครดิตกันน่ะ ถ้าไม่ใช่เรื่องเงิน ก็ต้องเป็นเรื่องชู้สาว”

“คุณพ่อก็เห็นด้วยกับวิธีของคุณแม่หรือคะ”

“เราอยู่ในสังคมช่วงชิง ทุกอย่างต้องชิงกันเหมือนลิงชิงหลัก ชีวิตคนทุกวันนี้มันก็ขึ้นอยู่ที่ใครมือดี ใครมือยาว ใครสาวไปถึงความสำเร็จก่อนใคร คนคนนั้นก็ได้ไป”

“ใช่...เพราะฉะนั้นแม่ต้องทำให้วรรณนรีรู้ว่าสามีนอกใจ ผัวมีเมียน้อย วรรณนรีจะได้ลดบทบาทหญิงเก่ง แล้วคุณพ่อของหนูจะชนะ”

พรรณรายยิ้มเยาะวรรณนรี พิมุขยิ้มระรื่นคาดหวังในชัยชนะ แต่ดลฤดีกลับมีสีหน้าสลดลง

ooooooo

ตั้งแต่มีพุดกรองเข้ามาในชีวิต ภีมพกโทรศัพท์มือถือติดตัวตลอดเวลา แม้ในยามนอนหลับ พอตื่นลืมตาก็เห็นข้อความของเธอส่งมาทักทายทุกเช้า

ครั้นปลอดโปร่งจากสายตาวรรณนรี ภีมรีบโทร.หาพุดกรอง พอวรรณนรีเห็นโดยบังเอิญ เขารีบตัดสายและโกหกว่าคุยกับลูกความ ส่วนเรื่องเสื้อตัวใหม่ราคาแพงที่เพิ่งได้จากพุดกรองมา ภีมก็โกหกว่าลูกความซื้อให้

เนียมได้ยินพุดกรองคุยโทรศัพท์กับภีม ชวนไปดูรังรักที่ซื้อไว้...เมื่อพงษ์สนิทแวะมาหาจึงพบกับความผิดหวังเพราะพุดกรองให้เนียมบอกว่าตนมีนัด

พงษ์สนิทหัวเสียหนักไปโวยวายให้ภีมฟังที่สำนักงาน แล้วจะให้เขาช่วยตนให้ได้ใกล้ชิดพุดกรอง แต่ภีมปฏิเสธ ด้วยเหตุผลที่ว่าพุดกรองคงไม่พร้อมเพราะพงษ์สนิทยังไม่โต

พุดกรองมารับภีมในตอนบ่ายเพื่อไปดูรังรัก โดยให้เขาทิ้งรถไว้ที่สำนักงาน...ไม่รู้อะไรดลใจพงษ์สนิทให้ย้อนกลับมาที่นี่ เลยได้เห็นสองคนนั่งรถไปด้วยกัน

อพาร์ตเมนต์ใหญ่โตหรูหราที่พุดกรองลงทุนซื้อไว้เป็นรังรัก มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สองคนเพลิดเพลินมากนอนกกกอดอยู่ที่นี่จนดึกดื่น กว่าภีมจะกลับถึงบ้านก็ห้าทุ่มกว่า วรรณนรีรอไม่ไหวจึงวานเชยเปิดประตูรับ

เช้าขึ้นเชยนำเสื้อผ้าของทุกคนในบ้านมาซัก สะดุดตากับรอยลิปสติกที่เสื้อภีม เชยตื่นตระหนก ตอกย้ำให้อดคิดไม่ได้ว่าภีมนอกใจวรรณนรี

ด้านพงษ์สนิทมาพบพุดกรองแต่เช้าเพื่อจับสังเกตท่าทีของเธอ หลังจากเขาเห็นภีมนั่งรถเธอเมื่อวาน พงษ์สนิททำทีชวนเธอไปนั่งรถเล่น พุดกรองปฏิเสธว่าไม่ว่าง แต่พอเขาบอกว่าจะชวนวรรณนรีกับภีมและลูกสองคนไปกินอาหารญี่ปุ่น พุดกรองสนใจขึ้นมาทันที

ปอกับป่านดีใจมากที่ได้เจอน้าพุดกรองและได้กินอาหารอร่อย ผิดกับภีมที่ดูเงียบขรึมจนพงษ์สนิทรู้สึกผิดสังเกต ยิ่งได้พบทิวเข้ามาเสิร์ฟอาหารและรู้ว่าเขาคือลูกศิษย์ของวรรณนรีที่ฝากงานให้ ภีมหวาดหวั่นเพราะมีชนักติดหลัง ก่อนหน้านี้เขาเคยมากินอาหารที่นี่กับพุดกรอง

กลับถึงบ้านในคืนนั้นภีมยังเคร่งขรึมไม่พูดจา วรรณนรีสังเกตได้ถึงความผิดปกติ แต่พอซักถาม เขาบอกไม่มีอะไร คงเหนื่อย พูดจบก็เดินขึ้นชั้นบน ส่วนเชยจดๆจ้องๆจะบอกเรื่องเสื้อภีมเปื้อนลิปสติก แต่หมดโอกาสเพราะวรรณนรีต้องรีบไปดูลูกให้อาบน้ำเข้านอน

ooooooo

ที่ระนอง ทวยหาญกับอาเดินดูสวนดอกไม้หน้าบ้านที่มองเห็นท้องทะเลสวยงาม ทวยหาญเล่าให้อาฟังว่าตนนัดคุณหญิงพรรณรายมาเจรจาเรื่องคดี ตนไม่มีความประสงค์จะขายที่ผืนนั้น อยากเก็บไว้เพราะเป็นที่ดินของพ่อ

“แล้วคุณหญิงพรรณรายจะมาไม้ไหน เขาลงเงินไปกับงานสร้างรีสอร์ตหลายเปอร์เซ็นต์อยู่นะ”

“ผมขอแค่เขารื้อถอนออกไป ต้นไม้ใหญ่ที่โค่นเราปลูกใหม่ได้ ผมอยากให้เรื่องมันจบดีๆครับ เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลา เสียเงิน แล้วก็เสียความรู้สึก”

“เป็นความกันมันก็ยังงี้แหละ ยิ่งนานยิ่งได้ดีกับทนาย แล้วนี่ใช้ทนายคนเก่าใช่ไหม”

“ครับ คุณภีมเขาว่าความคดีใหญ่ๆ ชนะคดีสำคัญมา ภรรยาเขาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยครับ”

“งั้นอาก็ค่อยเบาใจ ว่าแต่จะเจรจากันเมื่อไหร่ล่ะ”

“ก็คงจะเร็วๆนี้แหละครับ”

ในขณะที่ทวยหาญกำลังรอความพร้อม แต่พรรณรายเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว บอกพุดกรองว่าจองตั๋วเครื่องบินกับที่พักเผื่อเธอด้วย ตนจะเจรจาเรื่องที่ดินผืนนั้นกับทวยหาญ ท่าทางเขาไว้ท่า ตนเลยดูไม่ออกว่าเขาจะเอายังไง

“ภีมต้องไปภูเก็ตใช่ไหมคะ”

“ก็เขาเป็นทนายฝ่ายคุณทวยหาญนี่ คุณล่ะ” ถามแล้วเห็นอีกฝ่ายลังเล พรรณรายรีบเสี้ยม “แล้วแต่คุณนะ คุณอยากไปหรือเปล่าล่ะ ฉันรู้นะ ถึงจะมีรังรักแต่คุณกับคุณภีมก็ไม่ได้พบกันทุกวัน ผู้ชายมีเมียแล้วน่ะไม่มีเสรีภาพเหมือนผู้ชายโสดอย่างคุณพงษ์สนิทหรอก เขาต้องหลบๆซ่อนๆไปพบคุณ”

แววตาของพุดกรองเศร้าหมอง แต่ยังท่าทีทะนงไว้ตัว “ฉันก็ไม่ได้ชอบวิธีการลักลอบแบบนี้เลยนะคะ มันเหมือนลักกินขโมยกิน แต่ฉันกับเขารักกัน เราอยากพบกันทุกวันค่ะ”

“แล้วนี่อาจารย์วรรณนรีรู้ระแคะระคายบ้างหรือยัง”

“คงจะยังค่ะ ฉันคอยหลบหน้าวรรณ ภีมเขาก็ระวังตัว แต่ถึงฉันจะรักภีมยังไง ฉันก็ไม่ได้รู้สึกดีที่แย่งผัวเพื่อนเลยนะคะ”

“เอาน่ะ คุณอย่าเครียด เรื่องแบบนี้กว่าเมียเขาจะจับได้เราก็ไปถึงไหนๆแล้ว ความสัมพันธ์น่ะยิ่งนานไปมันก็ยิ่งแนบแน่น มันเหมือนเชือกที่ขมวดเป็นปม คุณภีมเป็นปม คุณกับอาจารย์วรรณนรีดึงกันคนละข้าง แล้วปมจะเป็นยังไง”

“มัน...” พุดกรองหยุดนิ่ง แววตาหวั่นไหวหวาดกลัว...แล้วอึ้งงันเมื่อพรรณรายพูดเน้นหนักว่า

“มันจะยิ่งแน่นขึ้นจนดิ้นไม่หลุด!”

ooooooo

ภีมกลับดึกอีกแล้วเพราะมัวแต่ขลุกอยู่กับพุดกรองที่รังรัก ครั้งนี้กลับตีสองพร้อมกลิ่นน้ำหอมซึ่งวรรณนรีจำได้ว่าเป็นกลิ่นเดียวกับที่พุดกรองใช้

โดนจับได้ขนาดนี้ ภีมอึกอักคิดหาข้ออ้างเร็วจี๋ว่าเลขาของตนซื้อน้ำหอมแล้วเอามาให้ตนดู กลิ่นคงติดมาตอนนั้น...

พงษ์สนิทเริ่มสะกดรอยตามพุดกรอง เห็นเธอซื้อเครื่องครัวเครื่องเรือนแล้วอดคิดไม่ได้ว่าเหมือนคนเพิ่งแต่งงาน กระทั่งตามไปถึงอพาร์ตเมนต์ใหญ่โต พงษ์สนิทท่าทางผิดหวังหนัก รุดมาหาวรรณนรีถึงมหาวิทยาลัย ขัดจังหวะทิวที่กำลังจะบอกเล่าเรื่องเห็นภีมกับพุดกรองที่ร้านอาหารญี่ปุ่นสองต่อสอง

พงษ์สนิทตามวรรณนรีมาที่บ้าน ดื่มเหล้าหนักราวกับคนอกหัก นัยน์ตาแดงก่ำไม่พูดไม่จา

“คุณมีอะไรก็พูดมา อย่ามาทำตัวเหมือนคนอกหักแบบนี้ ใครนะหักอกหนุ่มเจ้าสำราญอย่างคุณพงษ์สนิทได้ คุณไปหาฉันที่มหาวิทยาลัย แล้วขอตามกลับมาบ้านด้วย คุณต้องมีอะไรแน่ๆ”

“มี...แต่ผมไม่แน่ใจว่าผมควรจะพูด หรือควรจะให้แน่ใจเสียก่อนถึงจะพูด”

“ฟังดูเหมือนจะเป็นเรื่องมีสาระนะ”

“มันน่าจะไร้สาระสำหรับชาวบ้าน แต่มันเป็นสาระสำหรับคนที่เป็นเมีย”

“พงษ์...วันนี้คุณทำตัวแปลกจริงๆ มันทำให้ฉันกลัวว่าคุณจะเมาจนขาดสติ รู้ไหมเหล้าน่ะ อย่ากินตอนคุณเสียใจเลย มีอุบัติเหตุขึ้นมาคุณจะเสียยิ่งกว่าใจ...เสียชีวิตไง”

“ความเป็นครูกับความเป็นเมียของคุณนี่แยกกันไม่ออกเลยนะวรรณ นายภีมเขาควรจะภูมิใจนะ ที่เขามีเมียอย่างคุณ”

“พงษ์สนิท...นี่คุณกำลังจะบอกอะไรกับฉันหรือเปล่า”

“ถ้าผมจะบอกเรื่องนายภีมกับพุดกรองล่ะ”

วรรณนรีนิ่งไปนานด้วยความรู้สึกไม่เชื่อ ถามว่าเอาอะไรมาพูด

“ผมนึกแล้วว่าคุณต้องไม่เชื่อ นายภีมน่ะเขาเหมือนพ่อพระของคุณของลูก แต่พ่อพระน่ะบางทีก็เปลี่ยนเป็นพ่อพระเพลิงได้นะ”

“คุณหมายความว่ายังไง คุณคิดไปเองหรือเปล่า ภีมเป็นคนรักลูก เขาไม่ทำยังงั้นหรอก แล้วพุดกรองก็เป็นเพื่อนของฉัน”

“ถ้าคุณไม่เชื่อก็แล้วไป คุณเป็นครูบาอาจารย์นี่ คุณจะเชื่อก็ต่อเมื่อคุณเห็นด้วยตาตัวเอง...อย่าคิดว่าอะไรมันเป็นไปไม่ได้ หรืออย่าคิดว่าอะไรมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...ผัว!”

พงษ์สนิทพูดด้วยความคั่งแค้นพุดกรอง วรรณนรีไม่เคลียร์ แต่ก็หน้าเจื่อนไปเหมือนกัน

ooooooo

รุ่งขึ้น ภีมกับพุดกรองพบกันที่รังรักในเวลากลางวัน พุดกรองทำตัวเป็นเมียอย่างมีความสุข ทำอาหารไปชวนคุยไปอย่างเพลิดเพลิน

“ฉันจะไปภูเก็ตกับคุณหญิงพรรณรายด้วย เราจะได้อยู่ด้วยกันท่ามกลางแสงแดดกับทะเล อยู่ที่นี่ถึงจะเป็นรังรัก แต่เราก็ไม่ได้เห็นแสงเดือนแสงตะวัน เพราะว่าเราอยู่แต่บนเตียง”

“ผมยังไม่รู้ว่าลูกความผมจะเอายังไง คุณทวยหาญยังไม่ได้นัดมา นี่จะเที่ยงแล้ว ผมต้องไปทำงาน”

“กลัววรรณจะโทร.ไปที่นั่นแล้วรู้ว่าคุณไม่ได้เข้าสำนักงานหรือคะ นี่ฉันทำสลัด ฉันไม่เคยทำอะไร แต่ฉันพยายามทำ ฉันอยากเป็นเมียคุณอย่างสมบูรณ์แบบ”

“ผมกลัวลูกความจะรอ เพราะผมมีนัดกับคุณทวยหาญบ่ายสอง ผมคงต้องไปภูเก็ตเรื่องเจรจารอมชอม คุณแน่ใจหรือว่าคุณจะไป”

“ฉันจะไปค่ะ ฉันอยากอยู่กับคุณ ใช้เวลากับคุณให้มากที่สุด”

“ผม...ก็เหมือนกัน”

ภีมอ้อยอิ่งอยู่อีกครู่ก่อนกลับลงมาที่รถอย่างรีบร้อน เดินผ่านรถของพงษ์สนิทไปโดยไม่ทันสังเกต พงษ์สนิทเห็นชัดเจน เจ็บปวดและคั่งแค้นภีมกับพุดกรอง

ถึงสำนักงานพบว่าทวยหาญรออยู่ ภีมขอโทษที่มาช้า ทวยหาญไม่ติดใจ บอกให้รู้ว่าคุณหญิงพรรณรายนัดเจรจา ซึ่งภีมต้องไปภูเก็ต...

ฝ่ายวรรณนรีที่ฟังพงษ์สนิทพล่ามวันก่อนแล้วบอกว่าไม่เชื่อ แต่หลังจากทบทวนและสำรวจเสื้อผ้า

ตัวใหม่ของภีมก็เริ่มหวั่นไหว ค่ำนั้นจึงเลียบเคียงถามสามีว่าต้องไปภูเก็ตอีกหรือ

“สักสองสามวัน จนกว่าจะจัดการเรื่องเจรจารอมชอมของทั้งสองฝ่าย ทางคุณหญิงพรรณรายก็มี

ทนายไปด้วย”

“แล้วคุณพักที่ไหนคะ เสียดายฉันไม่ว่าง โรงเรียนลูกก็ยังไม่ปิดเทอม ไม่ยังงั้นฉันจะพาลูกไปเที่ยวทะเลด้วย ปอกับป่านเห่อน้าพุดกรอง ไปนัดน้าพุดกรองไว้ตั้งแต่คราวโน้น เด็กบ่นทุกวันจะไปเล่นน้ำทะเล”

แววตาของภีมบอกอาการพิรุธ วรรณนรีพยายามจับสังเกต ได้ยินเขาตอบไม่เต็มเสียงว่า ไว้ปิดเทอมจะพาไป

“เราไม่ได้ไปเที่ยวกันเป็นครอบครัวนานแล้วนะคะ จำได้ไหมคะ เมื่อก่อนตอนที่ฉัน คุณ พุดกรอง ยังเป็นเพื่อนกัน ตอนนั้นเราเพิ่งเรียนจบ เราไปฉลองปริญญากันที่บางแสน ฉันเกลียดทะเลแทบตาย แต่คุณสองคนช่วยกันจับฉันทุ่มทะเล ฉันสำลักน้ำทะเลเกือบตายแน่ะ”

วรรณนรีแสร้งหัวเราะ ภีมหน้าสลดและไม่ยอมให้ภรรยาสวมกอด ตัดบทเสียก่อนว่าตนจะนอน พรุ่งนี้ต้องไปสนามบินแต่เช้า...วรรณนรีเริ่มสงสัยท่าทีของเขา เธอล้มตัวนอนลงเคียงข้างแต่นัยน์ตาสว่างโพลงด้วยความเคลือบแคลง

ooooooo

เช้าขึ้นสาวใช้หิ้วกระเป๋าเดินทางของพรรณรายมาใส่ท้ายรถยนต์ ดลฤดีออกมาส่งแม่ด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“แม่คงจะอยู่สักอาทิตย์ ถ่วงเวลาให้พุดกรองมีความสุขให้เต็มที่ นี่เป็นโค้งสุดท้ายแล้วสำหรับการชิงตำแหน่งคณบดี”

“หนูอยากให้คุณแม่คิดให้ดีนะคะ ยังไงอาจารย์วรรณนรีหรือคุณพุดกรองก็เป็นผู้หญิง ต้องมีคนแพ้หรือชนะ แต่ทุกคนก็เจ็บปวด แล้วผลกระทบก็ไปตกที่เด็ก”

“ดลดี้...แม่จะพูดสักกี่ครั้งนะหนูถึงจะเข้าใจว่าเกียรติน่ะมันจำเป็นสำหรับคนอย่างเรา”

“แล้วคนอย่างอาจารย์วรรณนรีไม่มีความจำเป็นต้องมีเกียรติหรือคะคุณแม่”

“เพราะวรรณนรีจำเป็นต้องมีเกียรติค้ำคอน่ะสิ เราถึงต้องชิงกัน” พรรณรายพูดอย่างมาดหมาย...ชัยชนะต้องเป็นของสามีตน

แล้วในวันเดียวกันนี้วรรณนรีก็ได้รับไมตรีจอมปลอมจากพิมุข ซึ่งเธอไม่ได้เอะใจสงสัย เพราะเขาพูดดีและไม่มีท่าทียโสเหมือนแต่ก่อน

“ผมมีเรื่องจะรบกวนคุณ ผมต้องไปสัมมนาที่ภูเก็ต แต่ผมมีปัญหาเรื่องสุขภาพ พักนี้ผมคงเครียดน่ะ เบาหวานกับความดันเลยขึ้น ความจริงเสียงของผมก็ไม่ได้ดีไปกว่าเสียงของคุณหรอก เรามีโอกาสเท่าๆกัน ที่ผมเคยพูดอะไรที่ไม่เหมาะสมกับคุณ ผมขอโทษ”

วรรณนรีรับฟังเขาจนจบ แล้วบ่ายนั้นเธอไปพบแม่ที่บ้าน เล่าให้ฟังว่าพิมุขมาขอความช่วยเหลือ ผสานจำได้ว่าเขาคือคู่แข่ง ประหลาดใจว่าเขานึกยังไงถึงมาทำดีด้วย

“เขาคงรู้ตัวว่าจริงๆแล้วเสียงของเขาก็ไม่ได้ดีกว่าหนู เขาก็เลยพยายามจะญาติดีด้วย”

“ด้วยการเปลี่ยนตัวให้เราไปสัมมนาที่ภูเก็ตแทนน่ะนะ”

“ถ้ามองหาแง่ดีก็หาพบค่ะ”

“ยังไง”

“หนูจะได้ทำผลงานอีกชิ้น นี่ก็เป็นโค้งสุดท้ายแล้วนะคะคุณแม่ หนูยังมีกำลังเพิ่มรอบวิ่ง หนูก็อยากจะวิ่งให้เต็มที่ค่ะ”

เรียงแทรกว่าถ้างั้นก็ต้องเอาคุณหนูสองคนมาฝากไว้ที่บ้านคุณยาย วรรณนรีพยักหน้า บอกแม่ว่าฝากสักสองสามวัน ถ้าโรงเรียนปิดเทอมตนคงเอาลูกไปด้วย ปอกับป่านอยากไปเที่ยวภูเก็ต แล้วภีมก็ไม่อยู่ เขาไปภูเก็ต เราอาจจะพบกันที่นั่น...

ooooooo

แน่นอนว่าวรรณนรีต้องได้พบภีมและพุดกรองที่ภูเก็ตเพราะเป็นความตั้งใจของพรรณราย

แต่ก่อนที่วรรณนรีจะพบสองคนเล่นชู้กันนั้น เธอพบทวยหาญที่สนามบินภูเก็ตและต่างแนะนำตัวทำความรู้จักกัน จากนั้นเธอพยายามโทร.ติดต่อภีมหลายครั้งแต่เขาปิดมือถือตลอดเวลาตามความต้องการของพุดกรองที่อยากให้โลกนี้มีเธอและเขาแค่สองคน

ส่วนที่บ้านวรรณนรี เชยเพิ่งรู้จากลิซ่าว่าพุดกรองแย่งผัวเพื่อน ลิซ่าโกรธแค้นแทนวรรณนรี อยากบอกเธอหลายครั้งแต่ไม่มีโอกาสสักที ครั้งนี้เธอระงับใจไม่ไหวจึงพูดให้เชยฟัง

แล้วสิ่งที่วรรณนรีหวาดระแวงก็เป็นจริง เธอเห็นกับตาขณะเข้าเช็กอินที่โรงแรมว่าภีมกับพุดกรองพลอดรักกันอย่างมีความสุข ทวยหาญล่วงรู้พฤติกรรมแย่ๆของสองคนมาก่อน เขาพักโรงแรมเดียวกันจึงช่วยปลอบโยนวรรณนรีและแนะนำว่าไม่ควรพักที่นี่ มันเร็วเกินไปที่จะรับมือกับเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงเก่ง ถ้าเธอไว้ใจเขาจะหาที่พักใหม่ให้ รับรองว่าปลอดภัย

วรรณนรีสะอื้นฮัก สบตาหนุ่มใหญ่ทั้งน้ำตาอย่างจำนน หลังจากนั้นไม่นานทวยหาญก็พาเธอไปยังบ้านพักชายทะเลของตน แถมยังยินดีให้ลูกน้องบริการรับส่งเธอไปสัมมนา เพื่อไม่ให้เธอเสียงานและสามีไปพร้อมกัน วรรณนรีตกลงเพราะไว้ใจในความเป็นสุภาพบุรุษของเขา

คืนนั้น วรรณนรีนอนร้องไห้ด้วยความเสียใจและโกรธแค้นที่ถูกสามีกับเพื่อนแทงข้างหลัง เธอทำใจรับความเลวร้ายที่เกิดขึ้นไม่ได้ ตีอกชกตัวและไม่ยอมรับสายจากภีมที่เพียรโทร.มา

เมื่อพุดกรองแสดงท่าทีไม่ค่อยพอใจ ภีมบอกว่าเป็นห่วงลูกและแปลกใจทำไมวรรณนรีไม่รับสาย พุดกรองน้อยใจ เจ็บปวด และขมขื่นกับความจริงที่ว่าเธอกับภีมหนีวรรณนรีไม่พ้น เลยพูดประชดว่าตนจะทำใจให้ได้ว่าถ้าวันหนึ่งวรรณนรีจับได้ เราจะมีกันสามคนผัวเมีย!

วันรุ่งขึ้น พรรณรายหัวเสียหนักขณะลงจากศาลจังหวัดภูเก็ตพร้อมทนาย เธอโวยวายอย่างโกรธจัด

“นี่น่ะหรือเจรจารอมชอม ฉันไม่เห็นคุณทวยหาญเขายอมเลยแม้แต่เรื่องเดียว เขาอาศัยอำนาจศาลสั่งให้ฉันรื้อถอนรีสอร์ตที่กำลังสร้างอยู่ออกไป แล้วนี่ฉันจะทำยังไง อย่าบอกนะว่าทนายมีคำแนะนำให้ทำตามศาลสั่ง”

“ก็ไหนคุณหญิงบอกว่าเล่นทางลับกับทนายของฝ่ายโน้นยังไงล่ะครับ”

“คุณภีมน่ะหรือ ฉันไม่เห็นเขาเจรจาเอาประโยชน์มาให้ฉันเลย เสียแรงฉันเอาชานอ้อยมาป้อนถึงปาก ฉันพลาด แต่วรรณนรีจะพลาดกว่าฉัน คอยดู!” พรรณรายอาฆาต...

วรรณนรีกลับบ้านก่อนกำหนด เชยแปลกใจแต่ถามไปก็ไม่ได้คำตอบ วรรณนรีขึ้นห้องขังตัวเองอยู่ในนั้นจนมืดค่ำ

ความเสียใจและผิดหวังทำให้วรรณนรีร่ำไห้อย่างคลุ้มคลั่ง ใช้กรรไกรตัดเสื้อตัวใหม่ของภีมก่อนฉีกทิ้งไม่มีชิ้นดี ขณะเดียวกันภีมกับพุดกรองก็กลับจากภูเก็ตแล้ว แต่พุดกรองเว้าวอนให้ภีมอยู่ต่อกับเธอที่รังรักอีกหนึ่งวัน

เกือบสองทุ่ม เชยขึ้นมาตามวรรณนรีเพราะเธอยังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่กลับมา วรรณนรีเงียบไม่เปิดประตู แต่เชยได้กลิ่นน้ำหอมฟุ้งออกมา จึงเคาะประตูห้องระรัวแต่ภายในก็ยังเงียบกริบ

ก่อนหน้านี้วรรณนรีขว้างขวดน้ำหอมที่พุดกรองซื้อให้แตกกระจายเกลื่อนพื้น แล้วนั่งก้มหน้านิ่งอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน น้ำตาไหลอาบแก้มตลอดเวลา พยายามกัดริมฝีปากเพื่อไม่ให้เสียงร่ำไห้เล็ดลอดออกไปนอกห้อง

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement