น้ำเซาะทราย ตอนที่ 2 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

น้ำเซาะทราย ตอนที่ 2


19 พ.ค. 2560 09:22
2,738,014 ครั้ง

น้ำเซาะทราย ตอนที่ 2

อ่านเรื่องย่อ

น้ำเซาะทราย

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

กฤษณา อโศกสิน

บทโทรทัศน์โดย:

ปลายปากกา

กำกับการแสดงโดย:

สยาม สังวริบุตร

ผลิตโดย:

บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ศรราม เทพพิทักษ์,สุวนันท์ คงยิ่ง,โสภิตนภา ชุ่มภาณี

พุดกรองและภีมต่างหลบสายตาเนียมที่จ้องมองมาอย่างตื่นตะลึง พุดกรองรีบตัดบทแก้เก้อบอกให้เนียมเสิร์ฟไอศกรีมได้เลย

หลังอาหารมื้อนั้น ปอกับป่านชื่นชมพุดกรองไม่หยุดปาก กลับถึงบ้านก็ยังพูดไม่เลิก วรรณนรีเร่งลูกๆให้แปรงฟันและเปลี่ยนเสื้อผ้าเข้านอนเลย ไม่ต้องอาบน้ำเพราะดึกแล้ว พอลูกคล้อยหลัง เธอพูดกับภีมว่า

“น่าสงสารพุดกรองนะคะ บ้านหลังใหญ่แต่อยู่กับคนรับใช้แล้วก็คนขับรถแค่สองคน คฤหาสน์หลังนี้เป็นสมบัติเก่าของคุณพร้อม รีโนเวทใหม่เสียจนจำแทบไม่ได้ ห้องโถงทั้งกว้างทั้งโปร่ง ห้องอาหารก็หรูหราเหมือนปราสาทราชวัง อาหารค่ำก็สั่งมาจากโรงแรมใหญ่ คงจะ...”

วรรณนรีหยุดพูด เพิ่งสังเกตว่าสามีไม่ได้ฟังแต่ก้มหน้านิ่งเหมือนมีเรื่องขบคิด เมื่อเธอเรียกเขา เขาชิงบอกให้เธอไปนอน เขาขอเวลานั่งนิ่งๆสักพักเดี๋ยวจะตามไป วรรณนรีระแวงว่าภีมอาจคิดเรื่องที่พงษ์สนิทจะจีบพุดกรอง แต่ถามแล้วเขาปฏิเสธ ก็เลยไม่พูดอะไรอีก

เวลาเดียวกันที่บ้านพุดกรอง เนียมซึ่งเห็นกับตาว่าภีมกับพุดกรองจูบกันดูดดื่มในห้องกาแฟ เนียมเก็บเอามาคิดจนนอนไม่หลับ ไปล่คนขับรถซึ่งเป็นสามีของเนียมได้ฟังก็ตกใจ สองผัวเมียไม่คาดคิดว่าจะมีเรื่องน่าละอายเกิดขึ้นได้...

เช้าวันจันทร์วรรณนรีรีบออกจากบ้านไปส่งลูกที่โรงเรียนก่อนไปสอนหนังสือเหมือนเดิม ลิซ่า หญิงสูงวัยจดจ้องอยากจะเล่าเรื่องที่เห็นภีมกับพุดกรองที่โรงแรมแต่ยังไม่มีโอกาสเสียที ทั้งที่คันปากยิบๆในฐานะเพื่อนบ้านที่ดี

วรรณนรีมีลูกศิษย์ชายชื่อทิว ครอบครัวทิวไม่อบอุ่น พ่อแม่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งแทบทุกวัน แม่ขี้เมา ส่วนพ่อก็เจ้าชู้ ทิวจึงออกมาทำงานเลี้ยงตัวเองและเช่าห้องอยู่ แต่รายได้ก็ไม่ค่อยพอ จึงขาดเรียนอยู่บ่อยครั้ง

วันนี้ทิวแวะมาหาพ่อแม่แล้วรู้เห็นว่าสองคนทะเลาะกันเหมือนเดิม ทิวเบื่อหน่ายวิ่งผลุนผลันออกมาเกือบโดนรถชน ดลฤดีคือเจ้าของรถคันนั้น เธอลงมาดูทิวและจำได้ว่าเคยเห็นเขาที่มหาวิทยาลัยที่วรรณนรีสอน ทิวกำลังอารมณ์ไม่ดีเรื่องพ่อแม่เลยพาลต่อว่าเธอขับรถไม่ระวัง อวดเบ่งตามท้องถนน ดลฤดีไม่พอใจแต่ไม่ทันตอบโต้ทิวก็ผละไปเสียก่อน

ด้านเนียมที่เก็บเรื่องพุดกรองกับภีมมาคิดจนนอนไม่หลับ เช้าขึ้นเนียมตัดสินใจพูดเตือนพุดกรองเพราะภีมไม่ใช่คนตัวเปล่า เขามีเมียมีลูกอีกสองคน ที่สำคัญเมียของเขาเป็นเพื่อนกับพุดกรอง

พุดกรองรับฟังแต่แสดงท่าทีไม่พอใจ แต่พอโดนเนียมจี้ใจดำว่าไม่ควรแย่งผัวเพื่อน ก็สะอึกอึ้งไปด้วยความรู้สึกละอายใจ เมื่อภีมโทร.หาเธอจึงไม่รับสาย ภีมเลยต้องขับรถมาถึงบ้าน เนียมรับหน้าบอกว่าพุดกรองไม่อยู่ เพิ่งออกไปเมื่อสักครู่

พุดกรองไปพบพรรณรายที่บ้าน ระบายความเครียดที่เต็มไปด้วยความอับอาย สับสน และว้าวุ่น พรรณรายสะใจแต่เก็บอาการไว้อย่างมิดชิด

“คุณก็เลยหลบหน้าคุณภีม กลัวจะเอาใจตัวเองไม่อยู่ทั้งที่คุณเป็นคนเข้มแข็ง ไฟน่ะ ถ้าคุณกล้าที่จะเล่นกับมันคุณต้องรู้จักวิธีควบคุมมัน คุณยังไม่มีอะไรกับเขาเกินเลยไปถึงขั้นนั้นใช่ไหม”

“ค่ะ”

“ฉันขอทำนายไว้ว่าคุณจะดิ้นพราดๆ ร้อนรนกระเสือกกระสน”

“จะไม่ให้ฉันไม่รู้สึกผิดเลย ฉันทำไม่ได้หรอกค่ะ ภีมเหมือนไฟร้อน เขาเผาลนอยู่ในใจของฉัน”

“แล้วคุณรู้ไหม ร้อนน่ะมันต้องดับยังไง...มันต้องดับด้วยไฟ”

ดลฤดีเข้ามาได้ยินพอดี ไม่ชอบใจที่แม่พูดคล้ายยุยงส่งเสริมพุดกรอง

ooooooo

วรรณนรีสังเกตท่าทีของทิวในห้องเรียน เห็นเหม่อลอยและมักขาดเรียนบ่อย วันนี้เธอให้วินิตาซึ่งเป็นเลขาสอบประวัติของทิว เธออยากรู้เรื่องครอบครัวของเขาแต่ไม่ทันจะได้ข้อมูลของทิว วรรณนรีก็ต้องรับฟังปัญหาของสมศรีอีก สามีของสมศรียังติดหญิงอื่นไม่ยอมกลับบ้าน สมศรีไปตามก็โดนมันตบตี ก็เลยอยากกู้เงินเพื่อเอาไปซื้อปืนยิงผัวและเมียน้อย โดยขอให้วรรณนรีช่วยค้ำประกันเงินกู้

วรรณนรีตกใจมาก เตือนสติสมศรีและชี้ให้เห็นถึงโทษทัณฑ์ความผิดฐานฆ่าคนตายว่าต้องติดคุก เมื่อเขาเลวจนเราทนไม่ได้ และไม่รักกันแล้วก็เลิกกันดีกว่า อย่าให้ลูกต้องเห็นพ่อแม่ตีกันซึ่งเป็นปัญหาความรุนแรงในครอบครัว

ในขณะที่วรรณนรีต้องแก้ปัญหาให้คนโน้นคนนี้ เธอไม่รู้เลยว่าครอบครัวของเธอเริ่มมีปัญหาด้วยเช่นกัน ภีมฝักใฝ่คิดถึงแต่พุดกรอง เพียงแค่ได้กอดจูบกันคืนก่อน ภีมก็ร้อนรุ่มว้าวุ่นจนอยู่ไม่ติดบ้านเหมือนแต่ก่อน ยอมติดตามพงษ์สนิทมาที่ร้านเหล้า แต่พอฟังเขาคุยโวจะขอเงินแม่ซื้อรถป้ายแดงราคาแพงเพื่อให้ตัวเองดูดีพอที่จะไปจีบพุดกรอง ภีมก็หงุดหงิดด้วยความหึงหวงพุดกรอง

ภีมเริ่มกลับบ้านดึกจนเชยอดเปรยกับวรรณนรีไม่ได้ คืนนี้ก็เช่นกัน ภีมไปดักพบพุดกรองที่บ้าน วรรณนรีคิดว่าเขายังสะสางงานไม่เสร็จจึงโทร.เข้าสำนักงานแต่ไม่มีคนรับสาย ครั้นภีมกลับมากลางดึก ก็บอกภรรยาว่าตนออกไปพบลูกความข้างนอก คุยกันเรื่องคดี

ด้านพงษ์สนิททำตามที่พูดกับภีมจริงๆ เขามากราบกรานขอเงินก้อนใหญ่จากแม่เพื่อซื้อรถใหม่ป้ายแดง อ้างว่าตนกำลังจะแต่งงานกับพุดกรอง ม่ายสาวพราวเสน่ห์ เศรษฐินีเจ้าของฉายากระดังงาลนไฟ

“อ๋อ...แม่พุดกรองนี่เอง เมียวัยเด็กของคุณพร้อม พอคุณพร้อมตายก็กลายเป็นเศรษฐินี แกเอ๊ย...ผู้หญิงเขารวยขนาดนั้นเขาไม่หวังเงินหรือเฟอร์นิเจอร์ของผู้ชายหรอก คนวัยนี้น่ะฉันจะบอกอะไรให้ หวังแค่รัก เพราะเงินมี เกียรติเยอะ ถ้ารักล่ะก็...มีแต่ตัวก็เอายิ่งกว่านั้นอีกนะ มีลูกมีเมียแล้วก็เอา”

ฟังแม่ร่ายยาวแล้วพงษ์สนิทถึงกับนิ่งอึ้ง ตกกลางคืนเขาโทร.หาพุดกรอง แต่เธอไม่รับสาย ให้เนียมบอกเขาว่าเธอหลับแล้ว ทั้งที่ความจริงเธอยังนอนตาแป๋วคิดถึงภีมจับใจ

ooooooo

บ่ายวันถัดมา พรรณรายผุดลุกขึ้นอย่างเกรี้ยวกราดเมื่อรู้ว่าที่ดินที่ลงหลักสร้างรีสอร์ตบนเกาะภูเก็ตเป็นของทวยหาญ พูดกับทนายต่อหน้าลูกผัวว่า

“ฉันจะฟ้องคุณทวยหาญเรื่องเอกสารสิทธิปลอม แล้วให้มีการยกเลิกโฉนดของเขา ฉันมีเอกสารสิทธิที่ยืนยันว่าฉันซื้อที่ดินแปลงนี้มาจากเจ้าของ”

“ทางคุณทวยหาญเขาถือโฉนด พิสูจน์ได้ที่กรมที่ดินนะครับคุณหญิง ผมเกรงว่าคุณหญิงคงจะถูกคนที่อ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดินหลอกแล้วล่ะครับ”

“ไม่จริง...ก่อนซื้อฉันก็ให้ทนายตรวจสอบ หรือว่าทนายไปเข้าพวกกับพวกโน้นเพื่อกินนายหน้า”

“ก็เป็นไปได้นะคะคุณแม่”

“ก็คุณนี่น้า...อวดฉลาดได้ทุกเรื่อง ผมเตือนแล้วว่าเรื่องซื้อขายที่ดินน่ะระวังจะเป็นที่สาธารณประโยชน์ เขาเรียกคืนได้นะ”

พรรณรายเผลอตัวตวาดใส่พิมุขว่าไม่ต้องยุ่ง

ดลฤดีถึงสะดุ้ง เรียกแม่เพื่อเตือนสติ

“คุณแม่คะ”

“เอ่อ...แม่หมายความว่าแม่จะให้ทนายไปเจรจากับคุณทวยหาญ ถ้าตกลงกันไม่ได้ก็เจอกันในศาล”

เวลาเดียวกันนั้น ทวยหาญอยู่ที่สำนักงานกฎหมายของภีม เขามาปรึกษาเรื่องการฟ้องคดีบุกรุกที่ดินของตนที่ภูเก็ต

“ผมถึงต้องมาพบคุณภีม เพราะถ้าเจรจากันไม่ได้ ก็คงต้องพึ่งวิธีการทางศาล”

“ผมยินดีครับท่าน ผมจะรวบรวมเอกสารทั้งหมดจากสำนักงานที่ดิน เอกสารเก่าๆตั้งแต่ห้าสิบปีที่แล้วถ้าหาได้ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม”

“ผมไม่ใช่คนชอบค้าความ มันเสียทั้งเงินทั้งเวลา ถ้าเป็นคดีกัน คุณก็ต้องไปว่าความถึงภูเก็ต ผมฝากความหวังไว้ที่คุณ”

“ยินดีครับ”

“ภรรยาของคุณ อาจารย์วรรณนรีสบายดีนะครับ”

ภีมชะงัก สบสายตาทวยหาญด้วยความแปลกใจ...

ฝ่ายพรรณรายพอรู้ว่าภีมเป็นทนายของทวยหาญก็โกรธเคือง บ่นให้ดลฤดีฟังอย่างไม่พอใจ พร้อมกันนี้ก็พูดอย่างมั่นใจว่าพิมุขต้องชนะการเลือกตั้งได้เป็นคณบดี ส่วนวรรณนรีแพ้เพราะขาดคุณสมบัติเรื่องครอบครัว ผัวมีเมียน้อย

ooooooo

จู่ๆพุดกรองก็ให้เนียมจัดกระเป๋าเสื้อผ้าเพื่อไปภูเก็ต โดยสั่งห้ามเนียมบอกใคร ฝ่ายพรรณรายก็ให้ดลฤดีเช็กข้อมูลจนรู้ว่าภีมไปภูเก็ตพักที่โรงแรมไหน แล้วให้ลูกจองที่นั่นให้ตนด้วย

วรรณนรีมัวแต่ยุ่งวุ่นวายเรื่องทิว เป็นช่วงเวลาที่ภีมต้องเดินทางไปภูเก็ต และใกล้ถึงวันคล้ายวันเกิดของวรรณนรี

ภีมไปทำงานแต่ไม่คิดว่าจะได้พบพุดกรองที่โรงแรมแห่งนั้น เมื่อโอกาสทองมาถึง ภีมกับพุดกรองจึงไม่รีรอที่จะพลอดรักกันโดยไม่คำนึงถึงศีลธรรม ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามเสียงเรียกของหัวใจ

วรรณนรีแก้ปัญหาให้ทิวด้วยการหางานใหม่ให้เขาทำที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง ส่วนเรื่องของตัวเองเธอยังคิดไม่ตก เพราะวันก่อนเพิ่งบังเอิญได้ยินสุมนากับสายจิตคุยกันว่าคะแนนของพิมุขกำลังนำเธออยู่ เขาอาจได้เป็นคณบดีสมใจ

ความเคร่งเครียดเกาะกุมใจวรรณนรี เพราะเธอหวังมากกับตำแหน่งนี้ บ่ายนั้นก่อนไปรับลูกๆที่โรงเรียน เธอแวะมาหาแม่ผสานที่บ้าน บ่นให้ฟังเพราะกลัวผิดหวัง

“แกก็เลยร้อนจนนั่งไม่ติดที่ ถึงต้องแหกโค้งมาหาแม่ทั้งที่นี่เพิ่งจะบ่ายสาม”

“หนูทำงานหนักนะคะคุณแม่ ทุ่มเทกับงานสอนมาตลอด ทำโครงการการศึกษากับกิจกรรมของมหาวิทยาลัยทุกโครงการ แต่ด็อกเตอร์พิมุขไม่เคยทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย โยนให้คนนั้นคนนี้รับผิดชอบ ความผิดไม่รับ...รับแต่ความชอบ แต่ทำไมผู้ใหญ่...”

“เอาเถอะน่ะ แม่วรรณอย่าไปจริงจังกับอะไรนักเลย เป็นนั่นเป็นนี่มันจะมีประโยชน์อะไร ถ้าเราเป็นแม่กับเมียที่ดีไม่ได้...เออ...ภีมเขาเป็นยังไงบ้าง”

“เขาไม่อยู่ค่ะ ไปว่าความที่ภูเก็ต”

“ใส่ใจดูแลเขาบ้างนะ อย่าเอาแต่ทำงานหนัก ทุ่มเทน่ะดี แต่อย่าทุ่มจนหมดตัว ต้องเหลือๆกั๊กๆไว้บ้างนะลูก”

“แต่หนูผิดหวังค่ะ ตำแหน่งคณบดี หนูควรจะได้เป็นคณบดี หนูมีความเหมาะสมมากกว่าด็อกเตอร์พิมุขนะคะ เพียงแต่หนูไม่มีแบ็กอย่างเขา”

“แม่วรรณ”

“หนูจะกลับล่ะค่ะคุณแม่ ต้องแวะไปรับลูก แล้วไปเก็บของที่ทำงานก่อน นี่กี่โมงแล้วแม่เรียง”

“เกือบจะสี่โมงแล้วล่ะค่ะ ออกไปตอนนี้รถติดนะคะคุณวรรณ”

วรรณนรีพยักหน้ากับเรียง แล้วหันมาบอกลาแม่ “หนูไปนะคะคุณแม่ เดี๋ยวหนูไปรับปอกับป่านไม่ทันค่ะ”

ผสานกับเรียงมองตามวรรณนรีที่เดินจากไปด้วยความกังวล

ooooooo

วรรณนรีกลับมาเก็บของที่ห้องทำงานภายในมหาวิทยาลัยแล้วเผอิญเห็นสุมนาในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยโผล่ออกมาจากห้องพิมุข สักครู่ก็เห็นพิมุขตามออกมาในสภาพไม่แตกต่างกัน เธอรู้ทันทีว่าเกิดเรื่องบัดสีขึ้นแล้ว!

พิมุขกับสุมนาต่างมีพิรุธ วรรณนรีไม่พูดอะไร ได้แต่คิดว่าไม่ควรเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นภายในสถานที่ทำงาน แต่เพราะไม่ใช่เรื่องของเธอ จึงทำไม่สนใจ เก็บของแล้วรีบไปรับลูกสองคนที่โรงเรียน

ภีมกับพุดกรองสำเริงสำราญอยู่ที่ภูเก็ต โดยมีพรรณรายกับทวยหาญจับตามองและคิดเห็นไปคนละทาง พรรณรายเชื่อมั่นว่าสองคนแอบมาเล่นชู้กัน ในขณะที่ทวยหาญแปลกใจเพราะภีมมีครอบครัวอยู่แล้ว แต่ทำไมถึงมาเล่นน้ำทะเลกับม่ายสาวพราวเสน่ห์อย่างพุดกรองได้

วรรณนรีไม่ระแคะระคาย เพราะชีวิตมัววุ่นวายอยู่กับหน้าที่การงานและแก้ปัญหาให้คนอื่น แต่สิ่งที่เธอรู้เห็นในวันนี้ที่พิมุขกับสุมนาลักลอบได้เสียกันในที่ทำงานทำให้เธอขยะแขยงและมีท่าทีเคร่งเครียด จนพงษ์สนิทที่แวะมาหาถึงบ้านรู้สึกแปลกใจ

แต่เพราะพงษ์สนิทสนใจเรื่องตัวเองมากกว่า จึงเอาแต่พูดเรื่องจะจีบพุดกรอง ท่าทางเขาโอ้อวดเต็มไปด้วยความหวังที่จะได้แต่งงานกับม่ายสาว แถมยัง หลงตัวเองว่าตนเผ็ดร้อนเหมาะสมกับพุดกรองที่สุด ไม่ใช่จืดชืดอย่างภีม

พงษ์สนิทพูดไปโดยไม่คิดอะไร หารู้ไม่ว่าเวลานี้ผู้ชายจืดชืดคนนั้นกำลังทำให้พุดกรองลุ่มหลงแทบไม่อยากอยู่ห่างแม้วินาทีเดียว แต่เพราะภีมต้องไปพบลูกความ พุดกรองจึงมีช่วงเวลาอยู่คนเดียว สบโอกาสให้พรรณรายแทรกตัวเข้ามาพูดคุย

พุดกรองไม่มีท่าทีแปลกใจเพราะพรรณรายคือคนเจ้ากี้เจ้าการในการมาภูเก็ตครั้งนี้ของเธอ และเธอก็ไม่มีความลับอะไรกับพรรณราย กลับปรึกษาหารือในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปว่าผิดหรือเปล่า ตนอาจจะเป็นเจ้าของใจของภีม แต่นั่นมันนานมาแล้ว

พรรณรายยุยงส่งเสริมอีกตามเคย บอกว่าเวลานี้พุดกรองเป็นเจ้าของร่างกายและหัวใจของภีม ครั้งแรกผ่านไปแล้ว แต่มันจะเกิดขึ้นอีกเรื่อยๆจนกลายเป็นความเคยชินที่ขาดไม่ได้ ไม่ว่าเธอหรือเขา

“ฉันต้องทำใจให้ได้ใช่ไหม กับฐานะที่ฉันเป็นที่สองของวรรณนรี”

“คุณต้องทำใจให้ได้ เพราะคุณรักเขา ฉันเคยบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าของยังงี้ ถ้าคุณโดนใจ คุณจะให้เขาหมด ไม่ว่ากายหรือใจ”

“ภีมต่างหากล่ะคะ ที่ต้องเป็นฝ่ายให้ฉัน เขารักฉัน เราเคยรักกัน วรรณนรีต่างหากที่มาทีหลัง”

ความรักความลุ่มหลงทำให้พุดกรองเห็นแก่ตัว ซึ่งเข้าทางพรรณรายอย่างแรง ถึงกับลอบยิ้มด้วยความสะใจ

ooooooo

เสร็จงานทวยหาญเดินมาส่งภีมที่รถยนต์ ภีมเก็บซ่อนความร้อนรนกระวนกระวายไว้ภายในท่าทีที่เงียบและนิ่งขรึม

“ขอบคุณมากนะคุณภีม คุณเลยต้องเสียเวลาฟังผมหลายชั่วโมงเรื่องที่ดินผืนนี้ มันมีอะไรซับซ้อนมากอยู่ ผมคิดว่าคุณหญิงพรรณรายเองก็คงไม่มีเจตนาจะทำผิดกฎหมาย ถ้าเจรจากันได้ผมก็ยินดี”

“ครับ...ผมจะกลับไปเรียนคุณหญิงพรรณรายที่กรุงเทพฯครับ”

“ผมคงไม่ต้องเสียเวลารอนานขนาดนั้น เพราะคุณหญิงพรรณรายมาภูเก็ต พักอยู่โรงแรมเดียวกับคุณ”

ภีมชะงักด้วยความประหลาดใจ เวลาเดียวกันนั้นพรรณรายกำลังโทรศัพท์ถึงดลฤดีด้วยท่าทีกระหยิ่มยิ้มย่อง บอกลูกว่าทุกอย่างเรียบร้อย เป็นไปตามแผนของแม่ พ่อของหนูต้องได้เป็นคณบดี

เมื่อกลับถึงโรงแรมในตอนค่ำ ภีมอดนึกถึงวรรณนรีไม่ได้ เขาโทร.หาเธอที่บ้านด้วยความห่วงใยทั้งเธอและลูกๆ เพื่อลดทอนความรู้สึกผิดที่ทรยศหักหลังภรรยา แต่ยังพูดกันไม่ทันจบ พุดกรองก็มาดึงภีมเข้าห้อง ทำให้ภีมต้องตัดสายจากวรรณนรีโดยปริยาย จากนั้นก็โดนพุดกรองคาดคั้นว่าโทร.หาวรรณนรีใช่ไหม

น้ำเสียงของพุดกรองบ่งบอกถึงความน้อยใจตัดพ้อว่าเธอรอเขา แต่เขาคิดถึงวรรณนรีทั้งที่ตนอยู่ที่นี่

“ผมต้องโทร.กลับบ้าน มันเป็นหน้าที่”

“มันเป็นแค่หน้าที่จริงๆหรือคะ”

“พุดกรอง...ก็ไหนคุณบอกว่าเมื่อเราอยู่กันสองคน เราจะไม่มีใครไงล่ะ”

“ฉันอยู่กับคุณสองคน แต่คุณโทร.หาวรรณนรี คุณจะให้ฉันเข้าใจว่ายังไง”

ภีมถอนใจ หลบสายตา ก่อนถอยห่างออกจากพุดกรอง ทำให้เธอเริ่มรู้สึกตัว ผวาเข้ากอดเขา

“ภีม...ฉันขอโทษค่ะ ฉันไม่ควรพูดถึงวรรณนรี ฉันไม่มีสิทธิ์หึงหรือหวงคุณกับวรรณ ฉันก็เหมือนผู้หญิงทุกคนที่ได้เก้าจะเอาสิบ อย่าโกรธฉันเลยค่ะภีม เพราะฉันรักคุณ”

ภีมอ่อนเป็นขี้ผึ้งโดนไฟลน กอดตอบและจูบพุดกรองอย่างเร่าร้อน ลุ่มหลงในรสสวาทด้วยกันทั้งคู่

ooooooo

เช้าวันถัดมา วรรณนรียุ่งวุ่นวายเร่งลูกไปส่งโรงเรียนเหมือนเดิม ปอกับป่านอยากรู้ว่าพ่อโทร.มาบ้างหรือเปล่า เพราะพวกตนจะฝากซื้อของ วรรณนรีบอกลูกว่าพ่อโทร.มาเมื่อคืน แต่สายหลุด แม่โทร.กลับก็ติดต่อไม่ได้

ปอกับป่านทำหน้าเซ็ง แต่พอแม่บอกว่าเย็นนี้จะพาไปกินข้าวบ้านยาย ก็กระโดดโลดเต้นดีใจ มีแรง กระตุ้นให้รีบขึ้นรถออกไป ลิซ่าวิ่งมาเกาะรั้วจะบอกเรื่องที่เห็นภีมกับพุดกรองที่โรงแรมก็ไม่ทันอีกตามเคย

หลังจากสุมนาแอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพิมุข เมื่อใดที่เห็นข่าวคุณหญิงพรรณรายในหนังสือพิมพ์ก็จะชักสีหน้าไม่อยากพูดถึง ผิดจากเมื่อก่อนที่แทบจะกราบก่อนอ่าน ทำให้สายจิตสงสัยว่าเพื่อนเป็นอะไรไป

สุมนาเริ่มหึงหวงพิมุขนั่นเอง ทั้งที่ตัวเองมาทีหลัง ยิ่งได้ยินสมศรีพูดเรื่องเมียน้อย สุมนาก็สะเทือนแทบไม่อยากฟัง

วันนี้สมศรีมาแนวใหม่ เล่าให้วรรณนรีฟังว่าตน จะใช้มนต์เรียกผัวให้กลับบ้าน โดยมีคนแนะนำพระฤาษีทำเสน่ห์ แค่สามวันผัวกลับมาแน่นอน วรรณนรีไม่เชื่อและไม่เห็นด้วย เตือนสมศรีว่าเป็นเรื่องเหลวไหลหลอกลวงจะเสียเงินเสียทองโดยใช่เหตุ แต่สมศรีไม่เปลี่ยนใจ บอกว่าพรุ่งนี้ไปทำแน่

ฝ่ายพงษ์สนิทที่ยังละเมอเพ้อหาแต่พุดกรอง อยากได้เธอเป็นเมียหวังตกถังข้าวสาร วันนี้เขาขับรถป้ายแดงราคาแพงมาจอดหน้าประตูรั้ว เนียมกับไปล่เห็นแล้วอดชื่นชมรถไม่ได้ พงษ์สนิทตั้งใจเอารถมาอวดพุดกรอง แต่ไร้เงาของเธอจึงถามซอกแซกจนเนียมหลุดปากบอกว่าเธอไปภูเก็ต ทั้งที่พุดกรองสั่งห้ามไว้แล้ว

เมื่อรู้ว่าพุดกรองไปภูเก็ต และวรรณนรีก็บอกว่าภีมไปทำงานที่ภูเก็ต พงษ์สนิทได้แต่คิดว่าทำไมถึงเหมาะเจาะเช่นนี้ อดคิดไม่ได้ว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลหรือเปล่า แต่สำหรับวรรณนรีไม่ได้คิดระแวงสามีกับเพื่อน แถมยังบอกพงษ์สนิทด้วยว่าไม่แปลกที่พุดกรองจะไปไหนมาไหน เพราะเธอโสด ลูกอยู่ตั้งไกล ไม่มีภาระ อะไรนอกจากหาความสุขใส่ตัวเอง

แน่นอนว่าพุดกรองกำลังมีความสุข...สุขที่ได้อยู่กับสามีเพื่อนโดยได้รับการสนับสนุนจากพรรณรายที่เจ้ากี้เจ้าการจองโรงแรมและดูแลเรื่องอาหารการกินให้เสร็จสรรพ ภีมเพิ่งรู้และเผชิญหน้ากับพรรณราย เขามีท่าทีวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่ต้องการให้เรื่องระหว่างเขากับพุดกรองมีคนอื่นล่วงรู้

พุดกรองให้ความมั่นใจกับภีมด้วยการยืนยันว่าพรรณรายเป็นเพื่อนแท้ของตน เป็นคนที่ตนรักและนับถือ ทุกข์หรือสุขบอกกันได้ ภีมรับฟังแต่ยังมีท่าทีกังวล ซึ่งพรรณรายมองออกเสริมเสียงเรียบว่า

“คุณภีมคงรู้สึกแปลกๆน่ะ เขาเป็นทนายให้คุณทวยหาญ ฉันเป็นคู่ความของเขา”

พุดกรองชะงัก มองหน้าพรรณรายด้วยความแปลกใจ “จริงหรือคะ”

“เรากล่าวโทษเหตุบังเอิญดีไหม ที่ทำให้เราพักโรงแรมเดียวกัน คุณจะไม่พูดอะไรสักคำหรือคะคุณภีม”

ภีมอึกอัก พุดกรองยื่นมือมาจับมือเขา แสดงความรักอย่างเปิดเผยเพื่อให้กำลังใจ “ฉันบอกแล้วไงคะว่าคุณหญิงพรรณรายเป็นเพื่อนแท้ของฉัน ถ้าไม่นับวรรณนรี”

“ฉันเข้าใจคุณสองคน เพราะฉันเข้าใจชีวิต เรื่องคดีน่ะเราเจรจากันได้ไม่ใช่หรือ ฉันลงทุนไปกับรีสอร์ตนั่นไม่ใช่น้อย ถ้าต้องรื้อถอนออกมาตอนนี้ ฉันคงขาดทุนย่อยยับ มีทางไหนที่เราจะร่วมมือกันได้บ้างไหมคะคุณภีม”

พรรณรายข่มขู่อยู่ในที ภีมนิ่งอย่างหนักใจ พอกลับเข้าห้องพักก็ยังเคร่งขรึมจนพุดกรองคาดเดาด้วยความสงสัย

“เป็นอะไรคะภีม คุณกลัววรรณจะรู้เรื่องของเราผ่านปากคุณหญิงพรรณรายหรือคะ ไม่หรอกค่ะ คุณหญิง พรรณรายเข้าใจเราสองคน รู้ว่าจริงๆแล้วฉันมาก่อนวรรณนรี แล้วเราก็เคยรักกัน”

“นี่เป็นเจตนาของคุณหญิงพรรณรายหรือเปล่า ที่ชวนคุณมาที่นี่”

พุดกรองโอบกอดเขา ประจบออดอ้อนเต็มไปด้วยจริตอันอ่อนหวาน “ใครอยากจะรับรู้ล่ะ ฉันรู้แค่เรา พบกันที่นี่ เป็นของกันและกัน เราได้ปลดปล่อยความรู้สึกที่เราเก็บไว้มานานแสนนาน ฉันกับคุณได้ทวงถามวันเก่าๆ ความรักเก่าๆของเรา”

“เราจะไม่รู้สึกต่อวรรณนรีไม่ได้ เพราะวรรณเป็นเมียผม ถ้าต้องมีคนผิดล่ะก็...ผมผิดเองที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ ไม่รู้จักเก็บแล้วก็กลั้นมันไว้ ผมเคยทำได้ตลอดเวลาที่คุณอยู่กับคุณพร้อม”

“แต่ตอนนี้ฉันเป็นม่าย ฉันไม่มีพันธะผูกพันกับกฎเกณฑ์อะไรอีกแล้ว ภีม...ฉันขาดคุณไม่ได้อีกแล้ว เราจะรักกัน อยู่ด้วยกัน ฉันยอมทุกอย่าง ฉันจะเป็นของคุณ เราจะมีกัน”

น้ำเสียงพุดกรองสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้ ภีมกอดตอบปลอบประโลมทั้งที่ตัวเองไม่สบายใจ

ooooooo

รุ่งขึ้นภีมตัดสินใจกลับบ้าน เป็นเวลาที่ลิซ่ากำลังจะบอกให้วรรณนรีรับรู้เรื่องภีมกับพุดกรอง แต่เธอเห็นภีมลงจากแท็กซี่ก็รีบบอกลาวรรณนรีไปเสียก่อน

ภีมกลับก่อนกำหนด บอกเมียว่าเสร็จเรื่องคดีก็เลยกลับ...พุดกรองกลับมาพร้อมกัน เธอเข้าบ้านได้ไม่นานพงษ์สนิทก็ปรากฏตัวพร้อมรถหรูป้ายแดง

พุดกรองไม่มีอารมณ์จะต้อนรับจึงให้เนียมไปบอกเขาว่าตนเหนื่อย ไม่อยากออกไปไหนหรือพบใคร พงษ์สนิทเลยต้องกลับไปอย่างหงุดหงิด

ค่ำนั้นเนียมได้ยินพุดกรองโทร.หาภีมก็มาบ่นกับไปล่ด้วยความไม่สบายใจ ฝ่ายวรรณนรีได้ยินสามีคุยโทรศัพท์ก็อยากรู้ว่าคุยกับใคร ภีมโกหกว่าลูกความแล้วพยายามซ่อนพิรุธเต็มที่ แต่พอได้ยินวรรณนรีพูดถึงพิมุขคู่แข่งของตนว่าประพฤติผิดศีลธรรม นอกใจภรรยา ผู้ชายที่ทรยศหักหลังเมียเป็นคนที่เลวที่สุด ภีมถึงกับสะอึก กระอักกระอ่วนจนพูดไม่ออก

รุ่งขึ้นพุดกรองโทร.มาออดอ้อนภีมแต่เช้า บ่นอิจฉาวรรณนรีที่ได้นอนกอดเขาทั้งคืน แล้วรวบรัดอยากพบเขาคืนนี้ สัญญาว่าจะไม่แตะต้องตัว อยากเห็นหน้าสักนิด ภีมลำบากใจแต่ไม่กล้าขัด จึงปฏิเสธไปส่งลูกที่โรงเรียนเมื่อวรรณนรีไหว้วานเพราะเธอมีประชุมเช้า อ้างว่าต้องไปธุระของลูกความ คนละเส้นทางกับโรงเรียนลูก

วรรณนรีจนใจต้องให้ลูกๆออกไปพร้อมเธอและกินอาหารเช้าบนรถ ภีมมองภรรยาหอบข้าวของพะรุงพะรังด้วยแววตาสลดลงอย่างรู้สึกผิด...

เช้าวันเดียวกัน พรรณรายเบิกบานคุยฟุ้งในโต๊ะอาหารต่อหน้าลูกผัวเพราะแผนอันแยบยลของตนลุล่วงไปด้วยดี

“คุณภีมเขาเป็นทนายให้คุณทวยหาญ เอกสารสิทธิที่เขานำมาแสดง ฝ่ายเราเสียเปรียบ แต่ฉันมีวิธีทำให้มีการเจรจา เราอาจจะซื้อที่ดินผืนนั้น เพราะไหนๆฉันก็ลงไปหลายสิบล้านแล้ว”

“คุณทวยหาญเขาจะยอมหรือ เขาร่ำรวยสมบัติเก่า มีที่ดินที่ขนอมเกือบครึ่งเมือง ตระกูลเขาเป็นคนท้องถิ่นดั้งเดิม ผมไม่คิดว่า...”

“ฉันมีวิธีบีบคุณภีมให้เขาร่วมมือกับเรา พุดกรองก็เหมือนน้ำมัน คุณภีมเหมือนไฟ ฉันโยนน้ำมันเข้ากองไฟอะไรจะเกิดขึ้น”

ดลฤดีนั่งฟังอยู่ด้วยความกังวล ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของแม่ “คุณแม่กำลังจะทำให้ครอบครัวอาจารย์วรรณนรีแตกแยกนะคะ”

“เพื่อประโยชน์สองอย่าง ที่ดินผืนนั้นกับตำแหน่งคณบดี”

“คุณพูดถึงอะไร ผมไม่เข้าใจ”

“ฉันทำให้ทนายภีมนอกใจภรรยา แล้วผู้หญิงคนนั้นก็คือพุดกรองเพื่อนของวรรณนรี”

พรรณรายพูดอย่างเลือดเย็น คิดแต่ประโยชน์ของตนเองเป็นใหญ่

ooooooo

ค่ำนั้นภีมมาพบพุดกรองตามนัดที่ห้องอาหารญี่ปุ่นซึ่งฝ่ายหญิงจองห้องส่วนตัวไว้ บังเอิญจริงๆที่ทิวลูกศิษย์ของวรรณนรีทำงานที่นี่ แต่สองคนนั้นไม่รู้จักทิว จึงไม่ได้ให้ความสนใจ

ทันทีที่เจอกัน พุดกรองแทบจะโผเข้ากอดภีม สองคนจับมือพร้อมสบตากันด้วยความรัก ภีมกระเซ้าเธอว่า

“ก็ไหนคุณบอกว่าคุณจะไม่แตะต้องผมไง”

“ค่ะ ฉันตั้งใจจะขอแค่เห็นหน้าคุณนิดนึง แต่พอเห็นหน้าคุณจริงๆฉันก็อดใจไม่ได้ ถือว่าฉันแพ้พนันคืนนี้ฉันเป็นเจ้าภาพ แต่คุณต้องอยู่กับฉันทั้งคืนนะคะภีม”

ทิวตะลึง จำได้ว่าภีมคือสามีของอาจารย์วรรณนรี หลังจากเสิร์ฟอาหารแล้วทิวกลับออกมาด้วยสีหน้างงงัน...

กลางดึก ภีมกลับเข้าบ้านพบว่าวรรณนรีหลับแล้ว เขาเปิดประตูอย่างเบามือ ก้าวมาหยุดยืนมองภรรยาด้วยความรู้สึกผิด

วรรณนรีพลิกตัว ผงกศีรษะขึ้นมองเขาด้วยท่าทีงัวเงีย

“ทำไมคุณเพิ่งกลับล่ะคะ”

“ผม...เอ่อ...ผมไปพบลูกความน่ะ ก็เลย...”

“อาบน้ำก่อนนะ คุณไปมาทั้งวัน ข้างนอกมีแต่เชื้อโรคสกปรก ฉันรอคุณไม่ไหว ฉันเหนื่อย”

เธอพูดรวดเดียวแล้วพลิกตัวหลับต่อ ภีมที่เมื่อครู่ยืนหน้าเจื่อนใจคอไม่ดี ถึงกับถอนหายใจโล่งอก

ooooooo