น้ำเซาะทราย ตอนที่ 13 นิยายไทยรัฐ
วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

น้ำเซาะทราย ตอนที่ 13


19 พ.ค. 2560 09:22
2,745,562 ครั้ง

ละคร นิยาย น้ำเซาะทราย

น้ำเซาะทราย ตอนที่ 13

อ่านเรื่องย่อ

น้ำเซาะทราย

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

กฤษณา อโศกสิน

บทโทรทัศน์โดย:

ปลายปากกา

กำกับการแสดงโดย:

สยาม สังวริบุตร

ผลิตโดย:

บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ศรราม เทพพิทักษ์,สุวนันท์ คงยิ่ง,โสภิตนภา ชุ่มภาณี

ทวยหาญตัดสินใจเผชิญหน้าพรรณรายในร้านอาหารแห่งหนึ่ง พูดอย่างใจเย็นให้เธอหยุดการกระทำแย่ๆ ก่อนที่เรื่องผลประโยชน์ของตัวเองจะทำให้เกิดความเสียหายกับคนอีกหลายคน แต่พรรณรายแสร้งไม่เข้าใจ ถามเขาว่าพูดเรื่องอะไร

“เรื่องที่ร้านอาหารญี่ปุ่นกับโรงเรียนสอนภาษาของผมถูกหมายค้นหรือเรื่องที่ทิวสอบไม่ผ่าน คุณหญิงคงไม่ปฏิเสธว่านี่เป็นฝีมือของคุณหญิงนะครับ”

“ก็ทำไมฉันต้องยอมรับล่ะ ดูเหมือนฉันกับคุณจะไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกันอีกแล้วตั้งแต่จบคดีเรื่องที่ดินที่ภูเก็ต”

“บังเอิญเรื่องตำแหน่งคณบดีมันโยงมาถึงอาจารย์วรรณนรี แล้วเรื่องทิวก็โยงไปถึงคุณดลฤดีลูกสาวของคุณหญิง”

“เหลวไหล! ก็แค่ข้อกล่าวหา ฉันไปยุ่งอะไรด้วยกับเรื่องตำแหน่งคณบดี”

“เกี่ยวสิครับ เพราะคุณวรรณนรีเป็นคู่แข่งคนสำคัญของ ดร.พิมุข สามีคุณหญิง คุณหญิงเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่คุณหญิงพยายามชักนำคุณพุดกรองไปพบคุณภีมที่โน่น”

“ไม่จริง สองคนนั่นเคยรักกันมาก่อน พุดกรองแค่ตามมาทวงของของตัวเองคืน...ก็แค่นั้น”

“เรื่องแบบนั้นมันจะไม่ผ่าศีลธรรมออกมา ถ้าไม่ใช่คุณหญิงดึงคนสามคนเข้ามาในเกม”

พรรณรายตื่นตระหนก เถียงไม่ออกเพราะมันเป็นเรื่องจริง...แยกจากเขามาแล้วเธอไปดักพบดลฤดี บอกให้รู้ว่าทวยหาญกล่าวโทษตนเรื่องโรงเรียนสอนภาษาถูกหมายค้น ดลฤดีเลยย้อนถามแม่ทำจริงหรือเปล่า เท่านั้นเองพรรณรายปรี๊ดแตกแผดเสียงด้วยความโกรธ

“ลูกอะไรกันเห็นคนอื่นดีกว่าแม่ของตัวเอง เป็นลูกประเภทไหนกันนี่ ช่างอกตัญญูไม่รู้คุณพ่อแม่ ถ้าแกต้องการให้เรื่องนี้จบแกก็ต้องจบเรื่องด้วยตัวเอง แกต้องไปนอก กลับไปใช้ชีวิตที่นั่นสักพัก รอให้เรื่องฉาวของแกมันจางกลิ่น พอคุณพ่อได้ขึ้นเป็นคณบดีแล้วค่อยกลับมา”

“คณบดีหรือคะ ก็ไหนว่า...”

“ไม่มีใครเปลี่ยนความตั้งใจของฉันได้หรอก ฉันลงทุนมาจนถึงวันนี้แล้ว ฉันต้องชนะ แกอย่าดันทุรัง

อีกต่อไปเลย เพราะแกกับนายทิวจะเดินไปไม่ถึงฝั่งฝัน... ไม่มีวันถึง” พรรณรายทิ้งท้ายดุดันแล้วผลุนผลันออกไป

ooooooo

ภีมไม่พอใจเมื่อรู้จากเชยว่าทวยหาญมาเยี่ยมปอพร้อมกระเช้าผลไม้และตุ๊กตาน่ารัก เขารีบบอกพุดกรองว่าตนต้องแวะไปดูลูกก่อนไปทำงาน พุดกรองรู้ทันแต่ไม่ได้ชวนทะเลาะ บอกแต่ว่าวันนี้ตนกับจ้านจะไปเยี่ยมปอ

วรรณนรีกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าที่บ้านแล้วรีบกลับไปดูปอ เจอทวยหาญเฝ้าแทนเชยที่ลงไปกินข้าวก็ขอบคุณเขา แต่เกรงใจไม่ยอมรับความช่วยเหลือที่เขาจะหาพยาบาลพิเศษมาดูแลปอ

หลังจากทวยหาญกลับไปพักใหญ่ ภีม พุดกรอง และจ้านมาเยี่ยมปอ วรรณนรีป้อนข้าวปอเสร็จจึงขอตัวออกไปรอข้างนอก พุดกรองไม่พอใจท่าทีไม่อยากต้อนรับของวรรณนรีจึงตามออกมาตำหนิ
“เธอไม่ควรแสดงกิริยาแบบนี้ต่อหน้าเด็กๆเลยนะวรรณ เธอก็รู้ว่าฉันพยายามอย่างที่สุด ที่จะทำดีกับเด็กๆ หรือกับเธอ”

“ไม่ต้องหรอก ทำเท่าที่ทำได้ หรืออยากทำก็พอแล้ว เพราะฉันเองก็ไม่ได้ต้องการให้ใครมาทำดีด้วย”

“นี่เธอยังไม่หายโกรธฉันอีกหรือ เรื่องมันนานมาแล้ว แล้วฉันก็กำลังจะมีลูกกับภีม”

“จะให้พูดว่าฉันไม่โกรธคงไม่ได้หรอก เพราะถ้าเธอเป็นฉัน เธอจะรู้สึกยังไงที่ถูกเพื่อนแย่งผัว”
วรรณนรีพูดนิ่งๆแล้วเดินกลับเข้าห้อง ทิ้งให้พุดกรองยืนอึ้งไปด้วยความเจ็บปวด พอกลับถึงบ้านก็บึ้งตึงอารมณ์ไม่ดี จ้านมองออกตามมาถามแม่ว่าทะเลาะกับอาวรรณนรีใช่ไหม พุดกรองชะงัก เปลี่ยนสีหน้าท่าทีเป็นยิ้มแย้มกลบเกลื่อน

“เปล่านี่ลูก เราไม่ได้ทะเลาะกัน จะทะเลาะกันทำไม แม่กับอาวรรณไม่มีอะไรกันนี่”

“จ้านเห็นอาวรรณออกไปนอกห้อง แล้วคุณแม่ก็ตามไป”

“เราก็แค่ไปคุยกันเรื่องอาการป่วยของปอน่ะอย่าลืมว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ มีอะไรก็ต้องห่วงกัน”

“แล้วอาวรรณคิดอย่างที่คุณแม่คิดหรือเปล่าครับ”

“จ้าน...อาวรรณกำลังเครียดเรื่องปอป่วย เรื่องขาดเรียน กลัวว่าปอจะเรียนไม่ทันเพื่อน แล้วแม่ก็ได้ข่าวมาว่าตอนนี้อาวรรณกำลังงานยุ่ง อาวรรณต้องทำงานหนักจนแทบจะไม่มีเวลาให้ครอบครัว อาวรรณคงจะเหนื่อยก็เลยดูห่างเหินจ้านกับแม่ไปบ้าง”

“คุณแม่แน่ใจนะครับว่าคุณแม่มีความสุข”

“ทำไมถามแม่ยังงั้นล่ะ แม่มีความสุข แม่กำลังจะมีน้องให้จ้าน แม่ต้องมีความสุขสิลูก ไม่ต้องห่วงแม่ ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะผ่านไป แล้วจ้านจะชินไปเองลูก นะลูกนะ ไม่ต้องห่วง...แม่รักลูกจ้ะ”

ขณะที่พุดกรองกำลังอธิบายเพื่อให้จ้านสบายใจอยู่นั้น ภีมแยกไปส่งป่านที่บ้าน เขาบอกลูกให้อาบน้ำกินข้าว มีการบ้านอะไรให้รีบทำ คืนนี้แม่ต้องนอนเฝ้าปอที่โรงพยาบาล พรุ่งนี้พ่อจะไปส่งป่านที่โรงเรียน

“แล้วคืนนี้คุณพ่อไม่ไปนอนบ้านโน้นหรือครับ”

“คงไม่” ภีมตอบแล้วเดินเลี่ยงไปโทรศัพท์บอกพุดกรองว่าคืนนี้ตนไม่กลับ ต้องอยู่เป็นเพื่อนป่านแล้วพรุ่งนี้ต้องไปส่งเขาที่โรงเรียน พุดกรองหน้าเศร้าแต่บอกไม่เป็นไร ตนเข้าใจ...

ตกเย็นทวยหาญมาเยี่ยมปออีกครั้งที่โรงพยาบาล ครั้นสมควรแก่เวลาก็ขอตัวกลับ วรรณนรีเดินมาส่งเขาที่รถ เขาถามเธอด้วยความอาทรว่า

“คุณแน่ใจนะว่าไม่ต้องการย้ายลูกไปอยู่โรงพยาบาลที่สะดวกสบายใกล้ที่ทำงานของคุณ”

“อาการของปอดีขึ้นแล้วล่ะค่ะ วันนี้ไข้ลดลงแล้ว คุณหมอบอกว่าอีกสองสามวันก็คงจะกลับบ้านได้ ขอบคุณคุณทวยหาญมากนะคะ”

“คุณภีมมาเยี่ยมลูกหรือเปล่าครับ”

“มาค่ะ เขาพาพุดกรองมาด้วย เราไม่ได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราวหรอกค่ะ ฉันออกมารอข้างนอก”

“คุณคงจะลำบากใจ”

“ก็เป็นบ้าง ฉันก็รู้ค่ะว่าพุดกรองพยายามทำดี...

แค่ฉันยังพยายามไม่พอถึงให้อภัยคนสองคนนี้ไม่ได้” แววตาวรรณนรีเจ็บปวด น้ำเสียงสั่นเครือไปด้วยความรู้สึกสะเทือนใจ

“คุณแน่ใจนะว่าไม่ขาดเหลืออะไร”

“ค่ะ คืนนี้ฉันนอนเป็นเพื่อนลูก พรุ่งนี้เชยจะมาแต่เช้า ฉันกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะเลยไปทำงาน เลิกงานค่อยมาเปลี่ยนเชยค่ะ”

“มีอะไรโทร.ถึงผมได้ทุกเวลาเลยนะคุณวรรณ”

“ขอบคุณค่ะ”

ทวยหาญขับรถยนต์ออกไป วรรณนรีมองตามจนลับสายตาก่อนเดินกลับขึ้นตึก โดยไม่เห็นภีมนั่งอยู่ในรถจ้องมองมาด้วยความหึงหวง

ooooooo

การร้องขอความเป็นธรรมต่อสภามหาวิทยาลัยเพื่อให้ตรวจผลการสอบใหม่ของทิวทำให้พิมุขโกรธและกลัวว่าตนจะชวดตำแหน่งคณบดี ที่สำคัญตนอาจหมดอนาคตเพราะถูกสอบ ถูกพักราชการ และอาจถูกให้ออกถ้าทิวพิสูจน์ได้ว่าตนกลั่นแกล้ง

พรรณรายไม่ยอมแน่ แจ้นไปหาพุดกรองหวังยืมมือกำจัดวรรณนรีให้พ้นทาง เนียมกับไปล่ไม่ชอบใจ แอบบ่นกันว่าพรรณรายคือบ่างช่างยุ มาได้จังหวะตอนภีมไม่อยู่ทุกที รับรองว่าพอหล่อนกลับไปพุดกรองต้องเครียดแน่

พรรณรายเอาใจบีบนวดไหล่ให้พุดกรอง พูดยุยงให้เกิดความเกลียดชัง ความหึงหวง และความอาฆาตแค้นต่อวรรณนรี

“เขาต้องหย่า ถึงเขาจะเสียลูกเสียเมีย แต่คุณก็เป็นเมียของเขา มีลูกกับเขา ใช่ว่าคุณภีมเขาจะไม่เหลืออะไร เขายังเหลือคุณกับลูกไง”

“ฉันไม่อยากพูดกับเขาเรื่องนี้อีก ฉันกลัวว่าคำตอบของเขาจะทำให้ฉันเจ็บ”

“คุณเลือกที่จะไม่เจ็บก็ได้นี่นา ลดบทบาทของแม่พระลง แล้วลุกขึ้นมาทำตัวเป็นแม่มด ฉันรู้ว่าคุณรักคุณภีม พร้อมจะมองโลกสวยไปกับเขา แต่โลกของคุณตอนนี้มันไม่สวยเลย ฉันอยู่ในสังคมนอกบ้านฉันรู้ดี คุณต้องการให้เขาเป็นของคุณตลอดไป และต้องการให้เขาเป็นของคุณคนเดียวใช่ไหม”

“ฉันบอกไม่ถูกหรอกค่ะ บางครั้งฉันก็ต้องการครอบครองเขาไว้คนเดียว แต่บางครั้งฉันก็รู้สึกตัวว่าฉันเป็นส่วนเกิน ฉันช่างหน้าด้าน ไร้ยางอายที่ฉันแย่งสามีเพื่อน ใช่...ภีมคือผู้ชายที่ฉันรัก แต่วรรณล่ะ วรรณก็เป็นเพื่อนที่ฉันรัก บางครั้งฉันก็ถามตัวเองว่าฉันทำถูกหรือผิด”

พรรณรายไม่ชอบใจที่พุดกรองทำเหมือนจะได้คิด ซึ่งเธอไม่ยอมแน่หากสองเมียของภีมจะปรองดองกัน

ในเวลาเดียวกัน พงษ์สนิทอยู่กับภีมที่สำนักงานกฎหมาย พงษ์สนิทเพิ่งรู้ว่าปอป่วยจึงขอติดรถภีมไปเยี่ยมหลานด้วย แต่ระหว่างทางรถติดมากทำให้ภีมมารับ ปอออกจากโรงพยาบาลไม่ทัน แถมยังเกิดอุบัติเหตุเพราะความใจร้อนของภีม ส่งผลให้ทั้งภีมและพงษ์สนิทเคล็ดขัดยอกจากแรงกระแทก

สาเหตุที่ภีมรีบร้อนก็เพราะรู้ว่าทวยหาญมารับปอกับวรรณนรีที่โรงพยาบาล แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น ภีมเลยต้องกลับมาให้พุดกรองดูแลแต่ไม่ยอมไปหาหมอ

“คุณก็เลยไม่ได้ไปรับลูก ซ้ำยังต้องเป็นคดีกับคู่กรณี เสียเวลาเถียงกันอีกนานกว่าจะรู้ว่าใครผิดใครถูก แล้วพงษ์สนิทล่ะ เขาเป็นยังไงบ้าง”

“เขาก็โวยวายว่าเขาคอหัก”

“คนแบบนั้นน่ะตายเสียได้ก็ดี นี่คุณยังไม่เลิกคบกับพงษ์สนิทอีกหรือ ฉันไม่เห็นเขาเคยหวังดีในเรื่องของเราเลย”

“เขาอยากไปรับยายปอด้วย”

“พรุ่งนี้คุณต้องไปหาหมอนะ ไปให้หมอตรวจดูให้ละเอียดว่าคุณเป็นอะไรบ้าง วันนี้แค่เมื่อยๆยอกๆ
แต่ไม่แน่ วันพรุ่งนี้อาจจะกระดูกเคลื่อนก็ได้”

“ผมไม่เจ็บ ไม่ได้เป็นอะไร”

“ที่คุณเหยียบคันเร่งจนมิดเพราะคุณกลัวว่าคุณทวยหาญเขาจะไปรับลูกของคุณใช่ไหม”

ภีมชะงัก หน้าเจื่อนอย่างยอมรับ

ooooooo

ปอโกรธภีมที่ไม่มารับทั้งที่สัญญาไว้แล้ว แต่พอรู้ว่าพ่อเกิดอุบัติเหตุก็คลายความโกรธ ฝ่ายพงษ์สนิทก็บ่นกับแม่เป็นกระบุงโกยหลังกลับจากไปหาหมอใส่ปลอกคอกันกระดูกเคลื่อนมาแล้ว แต่แม่ไม่เห็นใจ แถมยังบอกว่านี่คือผลของการชอบไปยุ่งเรื่องของชาวบ้าน

พงษ์สนิทเถียงแม่อีกตามเคย ยืนยันว่าตนหวังดีกับครอบครัวภีม ไม่อยากให้มีการหย่าขาดจากกัน แต่แท้ที่จริงแล้วพงษ์สนิทอาฆาตพยาบาทพุดกรอง ต้องการให้เธอไร้ความสุข ตกอยู่ในความทุกข์อย่างแสนสาหัสไม่ต่างจากคนติดคุก...

รุ่งขึ้น พุดกรองชวนภีมไปซื้อของสำหรับลูกในท้องที่กำลังจะเกิด ภีมปฏิเสธไม่ได้ทั้งที่อยากไปบ้านโน้น แต่ติดตรงที่พุดกรองพูดกันไว้ก่อนว่าปอหายดีออกจากโรงพยาบาลแล้วคงไม่มีอะไรน่าห่วง
วรรณนรีไปสอนหนังสือตามปกติ ทั้งเธอและพนักงานรอบข้างต่างเห็นกับตาว่าสุมนาหายเข้าไปในห้องพิมุขนานสองนาน

พิมุขเจ้าเล่ห์เรียกสุมนามาหลอกใช้ โดยแกล้งพูดดีทำดีเพื่อให้เธอตายใจยอมร่วมมือไปเอาข้อสอบของทิวในห้องเก็บเอกสารออกมาให้ได้ แลกกับการที่เขาจะหย่าขาดกับพรรณรายแล้วไปซื้อบ้านหลังใหม่อยู่กับเธอ แถมด้วยซื้อรถให้เธอใช้อีกคัน

สุมนาหน้ามืดตามัว อยากได้ทุกอย่างที่พิมุขเสนอมา เธอแอบเข้าไปในห้องเก็บเอกสารค้นหาข้อสอบของทิวจนพบ แต่ขณะจะกลับออกมาเจอวรรณนรียืนจ้องด้วยสีหน้าบึ้งตึงรู้ทัน แล้วคาดคั้นจนได้ความจริงทั้งหมดจากปากสุมนา จึงเตือนสติไป แต่สุมนาไม่เชื่อ ซ้ำยังหาว่าวรรณนรีเกลียดตนเพราะต้องการครอบครองพิมุขเสียเอง

พิมุขนอกใจพรรณรายเรื่อยมา ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องปกติที่ภรรยาทุกคนจะรับได้ พรรณรายจมอยู่กับความทุกข์นี้มาตลอด แต่แล้วเธอประชดพิมุขด้วยการหาความสุขใส่ตัวบ้างด้วยการซื้อชายหนุ่มมาหลับนอน โดยเรื่องนี้เป็นความลับมาตลอด แต่วันนี้มันไม่เป็นความลับอีกต่อไป เพราะลิซ่าบังเอิญเห็นพรรณรายกับชายหนุ่มเข้าให้แล้ว จึงเอาไปซุบซิบนินทาในกลุ่มเพื่อนอย่างมันปาก

ooooooo

หลังจากจับได้คาหนังคาเขาว่าสุมนาทำผิดร้ายแรง แต่วรรณนรีไม่ได้ทำให้เป็นเรื่องราวใหญ่โต เธอบอกทวยหาญขณะนัดพบกันที่สวนสาธารณะในหมู่บ้านว่า

“ฉันไม่ได้รายงานเรื่องสุมนาหรอกค่ะ แค่ตักเตือนให้รู้ว่าการกระทำแบบนี้มีความผิด แล้วก็เตือนให้สุมนาระวังตัว อาจจะถูกอาจารย์พิมุขหลอกใช้”

“คุณก็เลยถูกกล่าวหา”

“ฉันไม่ถือสุมนาหรอกค่ะ คนกำลังโกรธ คนกำลังขาดสติก็พูดอะไรไม่คิดถึงความเสียหายของคนอื่น ยังไงสุมนาก็เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของฉัน”

“ดร.พิมุขคงกลัวความผิด ก็เลยวางแผนทำลายหลักฐานเพื่อไม่ให้มีการตรวจสอบใหม่”

“ทำแบบนี้ใครๆก็ตั้งข้อสงสัยอาจารย์พิมุข”

“เขาต้องทำ เพราะนี่เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะประกาศแต่งตั้งคณบดีแล้ว...ผมจะแสดงความยินดีกับคุณได้หรือยัง”

“ยังค่ะ นี่เพิ่งจะเข้าโค้งสุดท้าย ทุกสิ่งทุกอย่างอาจจะพลิกล็อกแหกโค้งก็ได้ค่ะ”

ทวยหาญยิ้มๆ มองวรรณนรีด้วยแววตาอ่อนโยน กระเซ้าว่าใครกันจะเป็นคนแหกโค้ง

ภีมจอดรถห่างออกไป มองมายังทั้งคู่ด้วยแววตาวาวโรจน์ หึงหวงวรรณนรีแทบทนไม่ได้...

ทางด้านพิมุขที่รับสุมนาขึ้นรถมาด้วย เขาขับรถด้วยความเร็วก่อนจะเบรกอย่างแรงจนศีรษะสุมนาโขกกับคอนโซลหน้ารถ แล้วแผดเสียงเกรี้ยวกราดจนเธอกลัวลนลาน

“อะไรนะ! ทำไม่สำเร็จยังงั้นหรือ ผมใช้คุณไปเอาข้อสอบของนายทิวมาเผาทิ้งคุณทำไม่ได้ ทำไม่ได้
ยังไม่พอยังทำให้อาจารย์วรรณนรีจับได้ด้วย”

“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้อาจารย์วรรณนรีจับได้นะคะ ตอนนั้นมันมืด ฉันก็เลยไม่คิดว่า...”

“ไม่คิดว่าวรรณนรีจะกลับบ้านค่ำๆมืดๆ เลยประมาทไม่ระวัง พลอยทำให้ผมเดือดร้อนไปด้วย คุณนี่แย่จริงๆ แย่ที่สุด ความสามารถไม่มี โง่ก็โง่ หน้าตาก็งั้นๆ แล้วยังงี้ยังจะให้ผมเลี้ยงเป็นเมีย ส่องกระจกแล้วดูหนังหน้าตัวเองให้ชัดๆ อย่างคุณนี่แค่มีโอกาสได้ถลกกระโปรงให้ผมน่ะถือว่าดีเท่าไหร่แล้ว ไป...ลงไป!”

สุมนาตะลึงงัน สะเทือนใจมาก พิมุขกระชากเธอลงจากรถอย่างไม่ปรานีแล้วขับรถพุ่งออกไปทันที ทิ้งสุมนาร้องไห้โฮด้วยความผิดหวังและเสียใจ

ooooooo

หลังจากเห็นวรรณนรีกับทวยหาญพบกันที่สวนสาธารณะ ภีมกลับมารอวรรณนรีที่บ้านด้วยอารมณ์ขุ่นมัว สีหน้าบึ้งตึงจนเชยต้องเลี่ยงออกไป

เมื่อวรรณนรีเข้าบ้านมา ภีมเปิดฉากต่อว่าเธอทันที

“ลูกหายป่วยตั้งนานแล้ว แล้วทำไมคุณทวยหาญยังมาเวียนว่ายตายเกิดอยู่กับคุณอีก คุณกับเขานัดพบกันที่สวนสาธารณะของหมู่บ้าน ผมเห็น”

“ที่คุณเห็นนี่เพราะคุณจ้องจับผิดเราใช่ไหม”

“ผมไม่ได้จ้องจับผิดคุณ เอาเป็นว่าผมเห็นก็แล้วกัน แล้วก็เห็นเขาบ่อยเกินจำเป็นในบ้านของผมเอง กับลูกกับเมียของผม”

“นี่...เบาเสียงลงเดี๋ยวนี้นะภีม ฉันไม่ต้องการให้ลูกได้ยินเสียงเราทะเลาะกัน”

“ผมไม่ได้มาชวนคุณทะเลาะ เราไม่ได้ทะเลาะกัน แต่นี่สองทุ่มแล้วคุณเพิ่งถึงบ้าน ไม่ห่วงบ้านก็น่าจะห่วงลูกบ้าง”

“เอาล่ะค่ะ ฉันเลวแล้วไง คุณดีกว่าฉันนักหรือ คุณก็ไม่ได้ดีไปกว่าฉันสักเท่าไหร่นี่ แล้วคุณจะสนใจทำไมว่าฉันเลวมากกว่าคุณ หรือเลวน้อยกว่าคุณ”

ภีมหน้าสลด ท่าทีสงบลง

“กลับไปนอนบ้านโน้นเถอะ ป่านนี้พุดกรองคงจะนั่งกอดเข่ารอคุณ กอดเข่าอย่างเดียวก็ไม่เท่าไหร่หรอก แต่ระวังน้ำตาจะเช็ดหัวเข่าด้วย”

แน่นอนว่าพุดกรองกำลังร้องไห้กระซิกอยู่ในห้องนอน ก่อนหน้านี้เธอขยี้ขยำเสื้อตัวใหม่ที่ตั้งใจซื้อให้ภีมด้วยความคับแค้น ภีมกลับมาก็ไม่พูดไม่จา นอนหันหลังให้กัน ต่างคนต่างคิดเรื่องปัญหาที่คาราคาซังจนเครียดจัด

เช้าขึ้นบรรยากาศในโต๊ะอาหารเงียบสงัด พุดกรอง ภีม และจ้าน ต่างกินอาหารอย่างเงียบๆ ที่สุดจ้านก็อึดอัดจนทนไม่ไหว บอกแม่ว่าตนไม่หิว

พอจ้านลุกไป ภีมวางช้อน ขอตัวไปทำงาน...

พุดกรองพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิดก่อนกวาดของบนโต๊ะหล่นกระจายลงพื้นแล้วผลุนผลันขึ้นชั้นบน โดยมีสายตาของเนียมมองตามด้วยความหนักใจ

ooooooo

เช้าวันเดียวกัน พงษ์สนิทมาดักรอวรรณนรีที่มหาวิทยาลัย เขากระวีกระวาดเข้ามาช่วยเธอหิ้วของ แต่เธอกลับทำหน้าเหม็นเบื่อ ถามว่าว่างงานนักหรือถึงได้มาดักตนแต่เช้า

“ผมต้องมาเช้า ไม่ยังงั้นไม่ทันคุณ พอคุณมาถึงคุณก็จะเข้าสอนหนังสือทั้งวันเลย จะเจอคุณได้อีกที
ตอนเลิกงานโน่น”

“มีอะไร”

“มีแต่ความห่วงใยเพื่อนน่ะสิ นี่คุณลืมไปแล้วหรือวรรณว่าผมเป็นใคร เป็นอะไรกับนายภีม”

วรรณนรียิ้มเยาะ เล่าว่าเมื่อคืนตนไล่ภีมกลับไปนอนบ้านโน้น เบื่อฟังคำพูดแปลกๆของเขา

“มันแปลกยังไง ผัวที่หึงเมียนี่มันแปลกตรงไหน เมื่อก่อนนายภีมไม่เคยแสดงความหึงหวงคุณ เพราะเขาคิดว่ายังไงคุณก็เป็นได้แค่แม่แก่อยู่กับบ้าน แต่ตอนนี้คุณไม่ใช่แล้ว”

“นี่คุณจะมาไม้ไหนอีก”

“เขาหึงคุณเรื่องที่คุณทวยหาญเทียวรับส่งคุณกับลูก ก็แสดงว่าเขารู้ว่าเขายังเป็นสามี ยังเป็นพ่อ ในเมื่อนายภีมสำนึกในหน้าที่ของเขาแล้วคุณจะไม่ให้อภัยเขาอีกหรือ”

“ฉันไม่ได้คิดเรื่องที่ฉันจะให้อภัยเขาหรือไม่ให้ บางทีฉันอาจจะเหนื่อยก็ได้”

“ตอนนี้มันไม่ใช่คุณแล้วที่เหนื่อยอยู่คนเดียว

นายภีมเริ่มจะเหนื่อย แล้วพุดกรองล่ะ คุณคิดว่าพุดกรองจะไม่เหนื่อยหรือ ปัญหาที่มันจบเกมไม่ได้นี่ ยิ่งนานวันมันก็ยิ่งเหนื่อย แล้วทำไมคุณไม่ยอมจบเกมซะ”

“ยอมรับสภาพของการอยู่ร่วมกันอย่างสามคนผัวเมียน่ะหรือ ใช่! ฉันเคยรักภีม เขาเป็นรักแรก เป็นรักเดียวของฉัน แต่ฉันก็ทนสภาพรักซ้อนของเขาไม่ได้ ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ทนรักซ้อนได้ นอกเสียจากว่าผู้หญิงคนนั้นสิ้นทางแล้วจริงๆ หรือไม่ก็เป็นผู้หญิงประเภทสิ้นคิด!”

พงษ์สนิทฟังแล้วสะอึก...เวลาเดียวกันนั้นพุดกรองกำลังนอนร้องไห้เสียใจและน้อยใจกับความเย็นชาเฉยเมยของภีม เนียมแอบมองลอดประตูด้วยความเป็นห่วง

สักครู่จ้านก้าวมายืนข้างหลัง เนียมหันมาเห็นก็รีบดึงมือจ้านออกไปจากตรงนั้น ไม่อยากให้เขารบกวนแม่ที่กำลังไม่สบาย

จ้านไม่เชื่อว่าแม่ป่วย เดาว่าเมื่อคืนแม่ทะเลาะกับภีม เช้านี้ถึงไม่พูดคุยกัน เนียมเฉไฉว่าไม่มีอะไร ภีมคงงานยุ่ง ส่วนแม่ของจ้านก็ไม่ค่อยสบายเลยหงุดหงิด แนะนำจ้านให้หาอะไรทำนอกบ้านบ้าง ไปเล่นกีฬาหรือไปดูหนัง แต่จ้านกลับบอกว่าตนอยากกลับอเมริกา...

ooooooo

เมื่อวานโดนพิมุขด่าหยาบคายและตัดขาดอย่างไร้เยื่อใย เช้านี้สุมนาใช้ปืนที่เคยคิดจะยิงวรรณนรีมายิงพิมุขตายคาที่ภายในห้องทำงานท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้คนใกล้เคียง

สุมนาถูกตำรวจจับดำเนินคดีโดยมีวรรณนรีคอยปลอบโยนด้วยความสงสาร ฝ่ายพรรณรายทำใจไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายจนสติแตก แต่ยังดีที่มีดลฤดีคอยดูแลใกล้ชิด

เรื่องสุมนายิงพิมุขตายกลายเป็นข่าวใหญ่ สื่อตีข่าวพิมุขถูกเมียน้อยยิงตาย พุดกรองอยากรู้รายละเอียดจึงมารอวรรณนรีที่บ้านในค่ำนั้น

“ฉันมารอเธอตั้งแต่เห็นข่าว ดร.พิมุขสามีคุณหญิงพรรณรายถูกยิงตาย ไม่คิดว่าเธอจะกลับดึก”

“ฉันต้องอยู่จัดการอะไรๆให้สุมนา ภีมไม่ได้อยู่ที่นี่ ถ้าเขาไม่ได้ไปหาเธอเขาคงจะอยู่ที่ทำงานของเขา”

“ฉันรู้...ฉันมาพบเธอเพราะเธออยู่ในเหตุการณ์ ดร.พิมุขเป็นคนที่ฉันคุ้นเคยนับถือ ฉันมาถามข่าวเขา คงถามใครไม่ดีไปกว่าเธอหรอก”

“เขาถูกยิงตาย”

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นเมียน้อยของเขาใช่ไหม เมียน้อยที่พอเป็นเมียไปนานๆ ก็ต้องการนั่นต้องการนี่จนล้ำเส้นเมียหลวง จนมากเกินฐานะคนมาทีหลัง เธอก็คงคิดอยากจะฆ่าฉันใช่ไหมวรรณ”

“ใช่...แต่ฉันไม่อยากฆ่าเธอคนเดียวหรอก ภีมด้วย ฉันอยากฆ่าเธอสองคนทิ้ง”

พุดกรองตกใจ จับมือวรรณนรีไว้ด้วยความรู้สึกเสียใจ “เธอจะไม่รับคำขอโทษจากฉันจริงๆหรือ”

“สามีไม่ใช่ของใช้ คำขอโทษก็เหมือนกัน ใช้กับคนที่ถูกแย่งสามีไปแล้วไม่ได้ ขอโทษ ให้อภัยแล้วใครกันที่เจ็บ หัวใจของใครกันที่มันถูกความเสียใจ ผิดหวัง แค้น กัดเซาะอยู่ทุกวันทุกคืน เธอไปอยู่ในที่ของเธอ ฉันก็จะอยู่ในที่ของฉัน เราจะอยู่ในที่ของตัวเองจนกว่าจะถึงวันที่ความเสียใจ ผิดหวัง แค้น...มันจะกัดเซาะหัวใจจนกร่อนไปทั้งดวง”

วรรณนรีปลดมือพุดกรองออก เชิดหน้าอย่างทะนง พุดกรองสะเทือนใจจนพูดไม่ออก กลับมาร้องไห้ที่บ้านตัวเองด้วยความรู้สึกเจ็บปวดและขมขื่น...

เช้าขึ้นวรรณนรีเพิ่งรู้ว่าเมื่อคืนภีมนอนบ้านนี้ ซึ่งเขาบอกว่ากว่าจะเสร็จงานเกือบตีสามเลยเลี้ยวรถมานอนที่นี่ แล้วถามเธอว่าไปรดน้ำศพพิมุขหรือเปล่า วรรณนรีตั้งใจไปฟังสวด ภีมรวบรัดขอไปพร้อมกัน แต่ยังอดแขวะไม่ได้ว่า นัดทวยหาญไว้หรือเปล่า

“เปล่า” วรรณนรีตอบเสียงขุ่น

“ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นในที่อันทรงเกียรติ ที่ที่ไม่น่าจะเกิด ก็ดูท่าทาง ดร.พิมุขก็ดีพร้อมทุกอย่าง มีสถานะทางสังคมสมบูรณ์แบบ ไม่น่าเลย”

“แต่ฉันว่าเรื่องแบบนี้มันกำลังจะกลายเป็นเรื่องปกติ เหมือนเรื่องผู้ชายมีเมียน้อยกำลังเป็นเรื่องยอดนิยม คนทุกสาขาอาชีพทุกฐานะ นิยมการนอกใจจนเรื่องศีลธรรมกลายเป็นเรื่องล้าหลัง”

ภีมสีหน้าเผือดลง เริ่มอึดอัด วรรณนรีจ้องหน้าเขา สะกดกลั้นความปวดร้าว ตอกย้ำว่า

“คำว่าสถาบันครอบครัวที่สังคมกำลังยื้อไว้ กำลังจะกลายเป็นเรื่องตกยุค ฉันจะรอดูหน้าคนที่ทำให้ฉันเจ็บ คนที่ทำให้ฉันร้องไห้ ว่าวันหนึ่งจะหนีพ้นความเจ็บปวดกับน้ำตามั้ย”

ooooooo

พุดกรองมางานศพพิมุข เช่นเดียวกับลิซ่าและกลุ่มเพื่อน ทวยหาญมากับทิวก่อนที่ภีมกับวรรณนรีจะมาถึง พุดกรองปลอบใจพรรณราย แต่พรรณรายกลับปั้นปึ่งใส่วรรณนรีที่เข้ามาแสดงความเสียใจ

หลังการสวดพระอภิธรรมสิ้นสุดลง ดลฤดีทำหน้าที่ส่งแขก ทวยหาญเข้ามาคุยกับวรรณนรีและอาสาไปส่งบ้าน แต่ภีมแทรกขึ้นมาด้วยความหึงหวงว่าวรรณนรีเป็นเมียตน ตนรับมาก็ต้องไปส่ง

“ยังไงดีครับคุณวรรณ” ทวยหาญถาม

“คุณไปกับพุดกรองเถอะ ฉันจะกลับกับคุณทวยหาญ” บอกภีมแล้ววรรณนรีเดินออกไปพร้อมทวยหาญ

ภีมมองตามตาขวาง พุดกรองหม่นหมองมองท่าทีหึงหวงจนลืมตัวของภีมด้วยความรู้สึกตระหนักในความรักที่เริ่มโรยราลง...

เช้าวันถัดมา พุดกรองตำหนิภีมว่าไม่ควรทำกิริยาหึงทวยหาญ คนมองกันทั้งศาลาจนเธอไม่รู้จะปั้นหน้ายังไง

“ผมไม่สนใจหรอกว่าใครจะมองผมยังไง ผมแค่ไม่ชอบใจที่คุณทวยหาญเสียมารยาท ผมรับวรรณมาก็ต้องไปส่งวรรณ ไม่ใช่ปล่อยให้วรรณไปกับเขา เหมือนผมไม่รับผิดชอบ”

“คุณกำลังจะบอกฉันว่าคุณแค่ห่วงภาพลักษณ์ของตัวเอง กลัวคนอื่นจะคิดว่าคุณขาดความรับผิดชอบยังงั้นหรือ”

“พุดกรอง...ผมไม่เข้าใจเลยว่าคุณจะมาหาเรื่องทะเลาะกับผมแต่เช้าทำไม”

“ทะเลาะ? เดี๋ยวนี้คำพูดของฉันกลายเป็นคำชวนทะเลาะสำหรับคุณแล้วหรือ”

“ไม่ใช่อย่างงั้นหรอก”

“คุณรู้ตัวหรือเปล่าว่าคุณกำลังถูกวรรณปั่นหัว วรรณทำให้คุณหึง เรากำลังจะขาดความสุขเพราะวรรณนรี”

“ก็ถ้าคุณรู้ว่าวรรณคิดอย่างนั้น คุณจะโยนความสุขทิ้งทำไม ผมจะไปทำงานล่ะ”

ภีมตัดบทแล้วขึ้นรถขับออกไป พุดกรองโกรธแต่ต้องอดกลั้นเพราะเห็นไปล่ยืนอยู่ไม่ไกล

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement