น้ำเซาะทราย ตอนที่ 12 นิยายไทยรัฐ
วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

น้ำเซาะทราย ตอนที่ 12


19 พ.ค. 2560 09:22
2,745,542 ครั้ง

ละคร นิยาย น้ำเซาะทราย

น้ำเซาะทราย ตอนที่ 12

อ่านเรื่องย่อ

น้ำเซาะทราย

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

กฤษณา อโศกสิน

บทโทรทัศน์โดย:

ปลายปากกา

กำกับการแสดงโดย:

สยาม สังวริบุตร

ผลิตโดย:

บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ศรราม เทพพิทักษ์,สุวนันท์ คงยิ่ง,โสภิตนภา ชุ่มภาณี

พงษ์สนิทเห็นรอยเล็บที่คางของภีมก็คาดเดาได้ว่าเป็นฝีมือวรรณนรี ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะเมียหลวงบางคนไม่ทำแค่นี้ แต่ใช้ปืนยิงไปแล้ว

ภีมไม่โกรธวรรณนรีเพราะเขายังรักเธออยู่ และไม่อยากเสียเธอไป พงษ์สนิทเห็นดีเห็นงามเพราะไม่ต้องการให้พุดกรองครอบครองภีมและลอยหน้าอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

พุดกรองไม่พอใจที่วรรณนรีทำร้ายภีมถึงกับเลือดตกยางออก เธอตามมาต่อว่าวรรณนรีถึงสถานที่ออกกำลังกาย แต่โดนวรรณนรีตอบโต้ให้อย่างสาสม รวมทั้งเรื่องที่พุดกรองพยายามจะดึงลูกๆของเธอไปเป็นพวก

ด้านทิวที่พักอาศัยในบ้านทวยหาญ เวลานี้ร่างกายเขาหายดีแล้วจึงกลับมาเรียนและทำงานตามปกติ ส่วนดลฤดีมาปรึกษาวรรณนรีเรื่องหางานทำและบอกด้วยว่าเธอตัดสินใจร่วมชีวิตกับทิวไม่ว่าทุกข์หรือสุขเราสองคนจะต่อสู้ด้วยกัน วรรณนรีไม่ได้ห้ามเพราะทั้งสองคนโตบรรลุนิติภาวะแล้ว แต่ด้วยความหวังดีก็ตักเตือนไปเท่าที่จะพูดได้

ดลฤดีออกจากบ้านมาแต่ตัว ฝากกุญแจรถและบัตรเครดิตไว้กับคนรับใช้เพื่อคืนให้แม่ พรรณรายรู้ทีหลังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าลูกสาวหนีออกจากบ้านไปอยู่ที่ไหน...

ภีมพยายามทำดีกับวรรณนรีและลูกๆเพื่อประคับประคองให้ครอบครัวยังอยู่อย่างเดิม วันเสาร์ที่จะถึงนี้เขาชวนพุดกรองกับจ้านมาทำอาหารกินที่บ้านวรรณนรี หารู้ไม่ว่าการกระทำนี้มันทำร้ายจิตใจวรรณนรีอย่างแสนสาหัส แต่เธอพูดไม่ออกเพราะภีมอ้างว่าเป็นความสุขของลูก

พุดกรองเองก็อยากผูกมิตรกับวรรณนรีจึงยินดีและตื่นเต้น จัดแจงหมักไก่และหมูเพื่อมาทำกิน สร้างบรรยากาศสนุกสนานให้เด็กๆ หวังประสานรอยร้าวให้กลับมาเป็นครอบครัวใหญ่ที่อบอุ่น โดยงานนี้ต้องไม่มีคนนอก นั่นก็คือทวยหาญและพงษ์สนิท

ooooooo

พิมุขรู้จากพรรณรายว่าดลฤดีหนีออกจากบ้านก็คอยจับตาดูวรรณนรีเพราะเชื่อว่าเธออาจจะมีส่วนรู้เห็น รวมทั้งทวยหาญด้วยอีกคน

ทิวเข้ามาพบวรรณนรีเพื่อขอความกรุณาจากเธอช่วยฝากดลฤดีทำงานในร้านอาหารญี่ปุ่นที่เดียวกับตน วรรณนรีรับปากจะพูดกับลูกศิษย์ของตนที่เป็นเจ้าของร้านให้ ส่วนทวยหาญก็หวังดีจะให้ดลฤดีไปสอนเด็กในโรงเรียนสอนภาษาของตนจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น

ถึงวันเสาร์แล้ว ภีมกับพุดกรองพาจ้านมาที่บ้านวรรณนรีตามนัด นอกจากจะมีอาหารที่นำมาทำกินแล้วพุดกรองยังมีของเล่นราคาแพงให้ปอกับป่าน และ แหวนเพชรเม็ดเล็กน่ารักหนึ่งวงเพื่อมอบแก่วรรณนรี แต่ไม่ทันจะหยิบยื่นให้ก็มีอันต้องเก็บกลับบ้าน เพราะเพียงแค่วรรณนรีเห็นของเล่นที่พุดกรองซื้อมาให้ลูกของตนก็บ่นแล้วบ่นอีก

หลังจากจับตาดูวรรณนรีมาหลายวันและเห็นเธอคุยกับทิวบ่อยครั้งทำให้พิมุขแน่ใจในสิ่งที่ตัวเองคิด หลังจากเลิกงานในวันนี้เขาพุ่งตรงมาที่เธอ ทั้งที่ผู้ใต้บังคับบัญชาของเธอยังอยู่ครบ

พิมุขต่อว่าวรรณนรีเห็นดีเห็นงามที่ดลฤดีกับทิวใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เพราะเธอต้องการดิสเครดิตเขา ทำให้เขากับเมียอับอายขายหน้าที่ลูกสาวคนเดียวจบเมืองนอกเมืองนาไปคว้าผู้ชายไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาเป็นคู่

วรรณนรีไม่อยากตอบโต้ แต่ตอบนิ่มๆว่า มันคงเหมือนกับที่พิมุขและพรรณรายพยายามดิสเครดิตเธอด้วยการทำให้ครอบครัวของเธอแตกแยก พิมุขโกรธมากผลุนผลันเดินหนีไปขึ้นรถ โดยมีสุมนาวิ่งตามมาเว้าวอน สุมนาไม่รู้ว่าพิมุขกับวรรณนรีมีปัญหากัน คิดแต่เรื่องชู้สาวก็เลยระแวงในตัววรรณนรี ถึงขนาดพกปืนมาทำงานทุกวันเพื่อทำร้ายวรรณนรีถ้ามีโอกาสเหมาะ

ดลฤดีไปทำงานที่ร้านอาหารญี่ปุ่นกับทิวได้ไม่กี่วัน ลิซ่าเพื่อนบ้านของวรรณนรีก็มาเจอโดยบังเอิญ แน่นอนว่าท่าทางรักกันหวานแหววของทั้งคู่ทำให้ลิซ่าเชื่อว่าสองคนไม่ใช่แค่แฟนกันธรรมดา แต่อยู่กินกันฉันสามีภรรยา

หลังจากวันนั้น ลิซ่าก็เม้าท์มอยกับกลุ่มเพื่อนในวงสังคมจนข่าวนี้กระจายไปทั่วและรู้ถึงหูพรรณรายกับพิมุข สองผัวเมียมั่นใจว่าวรรณนรีอยู่เบื้องหลังต้องการดิสเครดิตพิมุขเรื่องตำแหน่งคณบดี

พิมุขโกรธมากแต่ไม่กล้าเอาชื่อเสียงของตนไปแลกกับทิว ได้แต่สั่งพรรณรายต้องเอาตัวดลฤดีกลับมาก่อนที่เรื่องจะฉาวไปมากกว่านี้ โดยกำชับว่าอย่าทำอะไรทิว ตนไม่ต้องการให้เรื่องถึงตำรวจ

ooooooo

เช้าวันนี้สมศรีนำผักปลอดสารพิษที่แม่ของตนปลูกเองมาฝากวรรณนรี สีหน้าท่าทางสมศรีสดชื่นแจ่มใส ไม่จมอยู่กับความทุกข์เรื่องสามีอีกต่อไป เธอเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยมีแม่กับลูก ไม่จำเป็นต้องมีสามี

วรรณนรีดีใจที่สมศรีคิดได้ แต่กับสุมนาจนป่านนี้ก็ยังตกอยู่ในวังวนความทุกข์ ทุกข์เพราะพิมุขไม่เหลียวแล สายจิตหาโอกาสเตือนเพื่อนด้วยความหวังดี แต่สุมนากลับลุกหนีไม่อยากฟัง

สุมนาหลบออกมาร้องไห้ใต้ต้นไม้ภายในมหาวิทยาลัย วรรณนรีเดินตามมานั่งใกล้ๆ มองสุมนาด้วย แววตาเรียบนิ่ง เอ่ยเตือนด้วยความหวังดีเช่นเดียวกับสายจิต

“ตัดใจให้ได้ คิดเสียว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น คุณยังมีชีวิต มีอนาคต มีโอกาสที่จะเดินไปต่อ วัยของคุณไม่ควรจะหยุดอยู่แค่นี้”

“ไม่ต้องมาทำเป็นหวังดีกับชีวิตของคนอื่น ปัญหาของอาจารย์แก้ให้ได้เสียก่อนเถอะ”

“ปัญหาของฉันมี ฉันยังแก้ไม่ได้ เพราะอะไรรู้ไหม”

“อะไร”

“เพราะสามีของฉันไม่ยอมหย่า ผู้ชายบางคนน่ะเขาไม่คุ้นที่จะเสียสละครอบครัวให้ใคร เพราะเมื่อเขาตื่นขึ้นมาตอนเช้า แล้วไม่เห็นคนในครอบครัวนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร เขาจะรู้สึกว่ามันไม่ใช่”

สุมนานิ่งอึ้ง เถียงไม่ออก...

วันเดียวกันนี้ พงษ์สนิทหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่ที่บ้าน เดินไปเดินมาราวกับหนูติดจั่นเพราะไฟริษยาในใจที่ยังคั่งแค้นพยาบาทพุดกรอง พูดย้ำไปย้ำมาว่าตนต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อวรรณนรี แม่นั่งมองถึงกับส่ายหน้าเอือมระอา

“เมื่อวานแกเพิ่งจะกระฟัดกระเฟียดน้อยอกน้อยใจที่วรรณนรีไม่ยอมให้กินข้าวด้วย วันนี้แกกลับหวังดีต่อวรรณนรี ถามวรรณนรีหรือยังว่าต้องการความหวังดีของใครหรือเปล่า”

“ผู้หญิง...ยิ่งเป็นผู้หญิงที่ถูกผัวนอกใจ ต้องยอมรับความหวังดีของคนรอบตัวสิครับ นายภีมมาทำดีด้วยก็ทำเล่นตัว เดี๋ยวก็เสียผัวไปจริงๆ”

“นี่...แกอยากให้วรรณนรีกลับไปคืนดีกับภีม ทั้งที่เมื่อก่อนฉันเห็นแกยุยงให้วรรณนรีรีบคว้าคุณทวยหาญไว้”

“ก็ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้วนี่ครับ เมื่อก่อนนายภีมกับพุดกรองทำกับวรรณนรีแสนสาหัส แต่ตอนนี้ทั้งสองคนคงรู้สึกตัวแล้วว่าทำตัวเป็นพ่อมดกับแม่มด ก็เลย...”

“ผู้หญิงน่ะมีสองประเภทนะพงษ์ ประเภทแรกคือผู้หญิงที่เจ็บแล้วจำ ประเภทหลังคือผู้หญิงที่เจ็บเท่าไหร่ก็ไม่จำ มันขึ้นอยู่ที่ว่าวรรณนรีจะเป็นผู้หญิงประเภทไหน”

ฟังแม่แล้วพงษ์สนิทถึงกับนิ่งเงียบไป

ooooooo

บ่ายนั้น ดลฤดีเดินลงมาจากโรงเรียนสอนภาษาหลังหมดชั่วโมงสอนโดยไม่เห็นพรรณรายนั่งรออยู่ในรถยนต์ส่วนตัว กระทั่งพรรณรายก้าวลงมายืนดักหน้า ดลฤดีถึงผงะตกใจ

“ฉันเพิ่งรู้ว่าคุณทวยหาญก็มีส่วนในเรื่องนี้ งั้นวันที่คุณทวยหาญไปถึงบ้านฉันก็แค่อยากรู้ว่าแกอยู่บ้านหรือเปล่า โรงเรียนสอนภาษานี่ก็เป็นของคุณทวยหาญ”

“ถ้าจะมีคนผิด หนูก็ผิดเองค่ะที่หนูรักทิว หนูอยากอยู่กับเขา”

“แล้วงามหน้างามไส้มั้ย ที่ลูกสาวคนเดียวของคุณหญิงพรรณรายเลือกผู้ชายที่ไม่มีใครรู้จัก ไม่มีเงิน ไม่มีเกียรติ ไม่มีความมั่นคง ไม่มีปัญญาที่จะจัดงานแต่งงานด้วยซ้ำไป”

“ทิวเป็นคนดีค่ะ เราจะอยู่ด้วยกันจนวันตาย เพราะเรารักกัน”

“ฉันกับคุณพ่อแกก็เคยรักกัน หรือแม้แต่อาจารย์วรรณนรีก็เคยรักกับคุณภีม แล้วแกเห็นความเปลี่ยนแปลงมั้ย คนดีคนที่เคยรักกัน เดี๋ยวนี้เป็นยังไง ไหนๆชีวิตคู่ก็เอาอะไรแน่ไม่ได้อยู่แล้ว ทำไมแกไม่เลือกคนที่เขาเหมาะสมกว่านายทิว”

ดลฤดีไม่อยากฟังขยับจะเดินหนีแต่พรรณรายส่งเสียงตวาดแว้ด

“ดลดี้! แม่ยังพูดไม่จบ”

“หนูต้องไปทำงานกลางคืนต่อค่ะ หนูขอโทษ”

ดลฤดีเดินตรงไปยังป้ายรถประจำทาง พรรณรายทั้งโกรธแค้นและเสียใจ

ในเวลาเดียวกันที่มหาวิทยาลัย ทิวรีบร้อนออกจากห้องเลกเชอร์เพราะต้องไปทำงานต่อ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นพิมุขยืนรออยู่ด้วยสีหน้าบึ้งตึง

“ปล่อยลูกสาวฉัน ไม่ยังงั้นฉันจะใช้วิธีที่ทำให้แกหมดอนาคต”

“จะส่งคนไปฆ่าผมเหมือนอย่างที่เคยทำน่ะหรือครับ ผมไม่แจ้งความเอาผิดคุณหญิงก็เพราะผมเห็นแก่คุณดลฤดี”

“ฉันมีวิธีที่จะทำให้แกเจ็บแบบที่ถูกกฎหมาย” พิมุขก้าวเข้ามาใกล้จ้องหน้าทิวและพูดแผ่วเสียงลง

“แกจะสอบไม่ผ่าน แล้วก็เรียนไม่จบ แกทำได้ถ้าแกยังดื้อ แกจะปล่อยดลดี้กลับบ้านหรือจะยอมเสียอนาคต”

“คุณดลฤดีจะกลับบ้านได้เมื่อเธอต้องการครับ”

ทิวตอบกลับเสียงเรียบ แต่แค่นั้นก็ทำให้พิมุขโกรธแค้น ชี้หน้าอาฆาตทิวก่อนผละไปอย่างหัวเสีย

ooooooo

ภีมยังเพียรพยายามทำดีกับวรรณนรีอย่างต่อเนื่องเพราะไม่ต้องการหย่าขาดจากเธอ พงษ์สนิทเห็นด้วยอย่างยิ่ง ให้กำลังใจภีมว่าควรทำตัวเป็นพ่อที่ดีและสามีที่วิเศษต่อไป ตอนนี้วรรณนรียังโกรธเขาอยู่ แต่นานไปก็ใจอ่อน

ในทางตรงกันข้าม ยิ่งภีมมาทำดีกับลูกเมีย พุดกรองก็ยิ่งทุกข์ตรม โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ท้องเธอต้องการการ เอาใจใส่จากภีม แต่เขากลับหายไปทั้งกลางวันและกลางคืน วันไหนกลับมาก็ดึกดื่น หัวถึงหมอนก็หลับเป็นตาย

พรรณรายฉวยโอกาสที่พุดกรองกำลังเครียดและ เหงาเข้ามายุแหย่เธอให้เกลียดชังวรรณนรี หลังจากตัวเองไปพูดกับวรรณนรีเรื่องดลฤดีหนีไปอยู่กับทิวว่าเป็นเพราะแรงยุของเธอ ซึ่งเหตุผลลึกๆคือต้องการทำให้พิมุขขาดความน่าเชื่อถือและชวดตำแหน่งคณบดีในที่สุด

แต่วรรณนรีตอบโต้ยอกย้อนทำให้พรรณรายไม่พอใจและอาฆาต คิดหาทางแก้แค้นเอาคืนเพื่อไม่ให้วรรณนรีดำรงตำแหน่งคณบดีที่กำลังมีข่าวหนาหูว่าเธอมีคะแนนนำพิมุขอยู่

ระยะนี้พรรณรายจึงแวะเวียนมาหาพุดกรองที่บ้านบ่อยครั้ง ตั้งใจยืมมือเมียน้อยฆ่าเมียหลวงด้วยเหตุผลที่ว่าเมียหลวงไม่ยอมหย่า เนียมค่อนข้างห่วงเจ้านายของตน เพราะจากที่จับสังเกตแล้วเชื่อว่าพรรณรายไม่ได้มาดีอย่างแน่นอน

แต่สำหรับพุดกรองที่กำลังว้าวุ่นสับสนกับชีวิตเธอเชื่อคำยุแหย่ของพรรณรายว่าภีมไม่กลับบ้านเพราะเป็นแผนของวรรณนรี ส่วนเรื่องหย่าก็ไม่ได้ตั้งใจจริง วรรณนรีแค่ต้องการเรียกร้องความสนใจและทำให้ภีมหึงหวง โดยดึงทวยหาญเข้ามาเป็นหมากเดินเกม

นอกจากเรื่องของสามีที่ต้องการให้ได้ตำแหน่งคณบดีแล้ว พรรณรายยังวางแผนเอาตัวลูกสาวที่หนีตามผู้ชายต่ำต้อยไปกลับคืนมา เพราะเธอต้องรักษาหน้าตาทางสังคม ด้วยการจ้างคนร้องเรียนใส่ร้ายร้านอาหารญี่ปุ่นกับโรงเรียนสอนภาษาของทวยหาญว่าเป็นแหล่งซ่องสุมยาเสพติด

แต่เมื่อตำรวจเข้าไปค้นทั้งสองแห่งกลับไม่พบยาเสพติดหรือของผิดกฎหมาย แต่มันก็ทำให้เกิดความเสียหายเพราะมีคนเอาไปลงในโลกโซเชียล ทิวร้อนใจเพราะไม่ต้องการให้เจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งตนทำงานอยู่ กับโรงเรียนสอนภาษาของทวยหาญที่ดลฤดีทำงานได้รับผลกระทบในทางลบ อีกทั้งทิวเพิ่งรู้ว่าตนสอบไม่ผ่านวิชาของ ดร.พิมุข ทั้งที่มั่นใจว่าทำได้เพราะเตรียมตัวมาดีต้องการเรียนจบในเทอมนี้

หลังจากประมวลเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว ทิวเชื่อว่าเป็นฝีมือพรรณรายกับพิมุขกลั่นแกล้งตน จึงปรึกษาวรรณนรีว่าตนจะร้องขอความเป็นธรรมต่อสภามหาวิทยาลัยให้ตรวจผลการสอบของตนใหม่

พรรณรายยังคงเดินหน้ายุแหย่ให้พุดกรองเกลียดชังวรรณนรี ปั่นหัวให้พุดกรองลองใจภีมว่าต้องการหย่ากับวรรณนรีจริงหรือไม่ ด้วยการให้ภีมเป็นฝ่ายเอ่ยปากเอง แต่จนแล้วจนรอดภีมก็ไม่กล้าเพราะเห็นทวยหาญยังคงป้วนเปี้ยนแวะเวียนมาหาวรรณนรีอยู่เสมอ

พุดกรองเสียใจมาก แน่ใจแล้วว่าภีมไม่ต้องการหย่าขาดจากวรรณนรี เธอร้องไห้รำพึงรำพันตัดพ้อเขาว่า ทำไมเราไม่มีความสุข ทั้งที่เราได้อยู่ด้วยกัน ตนต้องรักเขาอีกสักแค่ไหนเขาถึงจะรู้สึกว่าเรารักกัน...

ooooooo

เมื่อรู้ว่าทิวจะร้องสภามหาวิทยาลัย ดลฤดีอดเป็นห่วงพ่อของตนไม่ได้ ขอร้องทิวอย่าเพิ่งดำเนินการ เธอขอคุยกับพ่อก่อน

ดลฤดีมาพบพิมุขที่มหาวิทยาลัย แต่การพูดคุยไม่เป็นผล พิมุขโกรธหาว่าทิวทำลายชื่อเสียงของตน ตอนนี้ผู้คนเขาลือกันไปทั่วว่าลูกสาวคนเดียวของตนหนีตามผู้ชายไม่มีหัวนอนปลายเท้า ตนก็จะทำลายอนาคตของทิว ดลฤดีพูดไม่ออก ได้แต่บอกว่าแล้วพ่อจะเสียใจ จากนั้นก็ผลุนผลันออกไปทั้งน้ำตา โดยมีสายจิต สุมนา และวรรณนรีมองตามด้วยความสงสัย

วันถัดมาทิวยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อสภามหาวิทยาลัยจนผู้คนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความสนใจ ทำให้พิมุขโกรธแทบกระอัก

ทวยหาญไม่สบายใจเรื่องโรงเรียนสอนภาษาของตนถูกใส่ร้าย แต่ที่ห่วงมากกว่าก็คือวรรณนรี เพราะเขาเชื่อว่าตัวเองและทิวโดนพรรณรายกลั่นแกล้ง และเรื่องอาจโยงมาถึงวรรณนรีด้วย เตือนเธอระวังตัวไว้

ทวยหาญคาดเดาไม่ผิด! พรรณรายกำลังจะยืมมือพุดกรองฆ่าวรรณนรี แต่ทำทีมาเอาอกเอาใจก่อนหาทางยุยงเพิ่มขีดความร้อนลงในจิตใจพุดกรองเพราะระยะนี้ภีมไปขลุกอยู่แต่บ้านโน้น

“อย่าหงุดหงิด อย่าเสียอารมณ์ อะไรที่ยอมได้ก็ยอมๆไปเถอะ ยังไงคุณภีมเขาก็รักคุณมากกว่าวรรณนรีอยู่แล้ว เขาไปบ้านโน้นบ่อยๆสินะ”

พุดกรองพยักหน้ายอมรับ พรรณรายลอบยิ้มเจ้าเล่ห์ สุมไฟเข้าไปอีก

“วรรณนรีนี่ร้ายจริงๆ ช่างใจจืดใจดำ ทั้งที่รู้ว่าคุณกำลังท้องกำลังไส้ คุณต้องการคนดูแลใกล้ชิด เพราะคนท้องน่ะต้องดูแลจิตใจด้วย นี่คงจะหาทางกันคุณภีมไว้ไม่ให้เข้ามาบ้านนี้”

“ดีแล้วล่ะค่ะ ภีมเขาจะได้ดูแลลูกๆ”

“เด็กพวกนั้นโตแล้ว ไหนวรรณนรีจะมีคุณทวยหาญ เด็กคงไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าของเล่นแพงๆหรอกน่ะ ฉันก็ไม่เห็นว่าเด็กบ้านนั้นจะขาดอะไร ต้องเป็นแผนของวรรณนรีแน่ๆ วรรณนรีพยายามดิ้นจนเฮือกสุดท้าย ผู้หญิงคนนี้...เลือดเย็น!”

พูดไปแล้วเห็นสีหน้าพุดกรองเคร่งเครียดคล้อยตาม พรรณรายยิ้มย่ามใจ กลับไปบอกพิมุขว่าตนไปช่วยลับมีดในมือพุดกรองให้แล้ว เขาไม่ต้องกลัว ไม่มีวรรณนรีแล้วตำแหน่งคณบดีต้องเป็นของเขาอย่างแน่นอน

ooooooo

หลังจากพรรณรายมายุแหย่บ่อยครั้งทำให้พุดกรองคิดมากจนเครียดจัด ทะเลาะกับภีมด้วยเรื่องวรรณนรี เพราะเชื่อว่าที่เขาไม่ค่อยกลับมาที่นี่เนื่องจากวรรณนรีรั้งตัวไว้

พุดกรองคาดคั้นอยากรู้ว่าภีมจะเอายังไง จะนอนบ้านนี้กี่คืน บ้านโน้นกี่คืน และอย่าเอาเรื่องลูกมาอ้าง ภีมไม่พอใจสวนกลับว่าตนไม่ใช่สิ่งของจะได้แบ่งกันได้

“คุณมีสองบ้าน ยังไงก็ต้องแบ่งกันอยู่แล้ว วันไหนคุณจะอยู่จะไปฉันจะได้รู้ อย่าลืมนะว่าบ้านนี้มีจ้านอยู่ด้วย จ้านจะรู้สึกยังไงที่เห็นแม่คอยชะเง้อรออาภีมทุกวัน”

“ผมขอโทษ เอาเป็นว่าวันนี้ผมจะกลับเร็วหน่อย ถ้าคุณไม่ต้องการออกไปข้างนอก เราทำอะไรทานกันมื้อค่ำดีไหม คุณไปซื้อของเดี๋ยวผมทำเอง”

พุดกรองยังคงนิ่ง ภีมเอาใจคลอเคลียหอมแก้มเธอ ถามว่าอยากทานอะไร แค่นี้พุดกรองก็ใจอ่อน กระตือรือร้นออกไปหาซื้ออาหารสดโดยนัดพรรณรายออกมาเจอกันด้วย

ขณะเดินเลือกซื้ออาหารด้วยกัน ท่าทีพุดกรองมีความสุข แต่พรรณรายชักสีหน้าเยาะหยัน

“คุณก็เลยคิดว่าคุณเอาเขาอยู่ทั้งที่เมื่อคืนนี้เขาหายไปค่อนคืน อ้างว่าไปกินข้าวบ้านโน้นเพราะพงษ์สนิท... พงษ์สนิทน่ะคุณอย่าไว้ใจเขานะ เขาดูเจ้าเล่ห์เจ้ากลยังไงบอกไม่ถูก ที่ฉันเตือนคุณนี่เพราะฉันหวังดีต่อคุณนะ”

“ฉันไม่เคยไว้ใจพงษ์สนิทหรอกค่ะ เขาไม่เคยหวังดีกับฉันมาตั้งแต่ต้น เขาเป็นพวกสุนัขเห็นเครื่องบิน แต่จนใจที่เขาเป็นเพื่อนเราสามคน”

“พงษ์สนิทอาจจะเป็นฝ่ายวรรณนรีก็ได้ วรรณนรีอาจจะวางแผนรั้งคุณภีมไว้แต่ให้พงษ์สนิทเป็นคนออกหน้า วรรณนรีต้องรักษาภาพลักษณ์ของเมียหลวงไว้ ยิ่งเฉยยิ่งไม่ออกอาการยิ่งดูดีในสายตาของสังคม แล้วคนที่เป็นเมียน้อยน่ะ ทำดีแค่ไหนก็เป็นแค่เมียน้อย”

โดนพรรณรายกระทุ้งเข้าไปอีก พุดกรองถึงกับหน้าสลด...แล้วค่ำนั้นภีมก็ทำให้พุดกรองรอเก้อ ไม่ได้กินอาหารด้วยกันเพราะปอไม่สบายกะทันหัน ภีมต้องพาส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน วรรณนรีติดงานจึงตามมาทีหลัง หมอบอกว่าปอติดเชื้อหวัดสายพันธุ์ใหม่ ทั้งแม่และพ่อต่างโทษตัวเองผิดที่ไม่ได้ใส่ใจสังเกตลูกสาว เอาแต่ยุ่งเรื่องงานและปัญหาส่วนตัว

พุดกรองน้อยใจภีมจนไม่กินข้าวกินปลา ยิ่งภีมโทร.มาบอกว่าต้องนอนเฝ้าลูกที่ยังอยู่ห้องไอซียู เธอถึงกับไม่หลับไม่นอน เช้าขึ้นเลยวูบหมดสติ ไปล่ต้องเรียกรถพยาบาลมารับโดยมีจ้านตามมาดูแม่ด้วยความเป็นห่วง

ภีมคลาดกับพุดกรองที่โรงพยาบาล เขารีบกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและส่งป่านไปโรงเรียน เสร็จแล้วจะมาเปลี่ยนวรรณนรีให้เธอได้กลับมาอาบน้ำ ฝ่ายเนียมพยายามโทร.ติดต่อภีมเพื่อบอกเรื่องพุดกรองเข้าโรงพยาบาลแต่ไม่สำเร็จ เพราะเขาลืมโทรศัพท์มือถือไว้ในรถจนแบตหมด แต่เนียมเข้าใจว่าเขาปิดโทรศัพท์เพราะกลัววรรณนรี

กว่าภีมจะรู้เรื่องหมอก็ให้พุดกรองกลับไปพักผ่อนที่บ้าน ภีมร้อนใจรีบกลับมาดูแลพุดกรอง แต่ด้วยความน้อยใจทำให้พุดกรองร้องไห้และมีปากเสียงกับภีมอีก ไม่ว่าเขาจะอธิบายยังไงเธอก็ว่าเขาแก้ตัว ที่เขาปิดโทรศัพท์เพราะกลัววรรณนรีจะรู้

“หรือไม่วรรณก็ห้ามไม่ให้คุณโทร.ถึงฉัน วรรณควรจะห้ามในเมื่อคุณยังเป็นของเขาอยู่ คุณยังไม่ได้หย่าจากวรรณนรี”

“พุดกรอง...เราพูดกันเรื่องเจ็บป่วยของคุณ กับเหตุสุดวิสัยของผม ผมไม่ได้พูดถึงวรรณเลยนะ ใช่...ผมนอนโรงพยาบาล วรรณก็อยู่ที่นั่นทั้งคืน แต่เรานั่งเฝ้าลูกอยู่หน้าห้องไอซียู ผมเพิ่งกลับไปอาบน้ำตอนเช้า”

“จริงหรือคะ”

“ผมจะโกหกคุณทำไม เรื่องอาหารค่ำผมผิดนัดคุณ เพราะลูกป่วยหนักกะทันหันจริงๆ”

“แล้วยายปอเป็นยังไงบ้าง”

“เพิ่งออกจากห้องไอซียูเมื่อเช้า ยังต้องนอนโรงพยาบาลอีกหลายวัน คุณเป็นลมไปเพราะคุณไม่กินไม่นอน คุณโกรธผมใช่ไหม”

“ภีม...ฉันรักคุณค่ะ ฉันไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไมฉันรักคุณได้มากมายขนาดนี้ ฉันไม่ควรโกรธคุณ เกลียดคุณ หรือคิดไปเองเรื่องคุณกับวรรณ ยังไงคุณก็จะหย่ากับวรรณใช่ไหม”

ภีมนิ่งอึ้ง พุดกรองถามอีกครั้งก็ไม่ได้รับคำตอบเพราะเขาเปลี่ยนเรื่อง

“คุณพักเถอะ คุณไม่สบายนะ ผมเสียใจที่ทำเหมือนไม่ดูแลคุณเลย คุณยังมีลูก ลูกของผม ลูกของคุณ ลูกของเรา คุณต้องคิดอยู่อย่างเดียวว่าเรารักกัน”

พุดกรองเก็บกลั้นความเจ็บปวด แล้ววันถัดมาก็ทำหน้าชื่นอกตรมยอมรับกับพรรณรายว่าตนให้อภัยภีม เพราะเขาทิ้งตนไปดูแลลูก

“ฉันอยากรู้จัง ถ้าคุณกับวรรณนรีป่วยพร้อมกัน เขาจะทิ้งใครไปดูแลใคร”

พุดกรองฟังแล้วหน้าเจื่อน อีกฝ่ายจึงรีบกลบเกลื่อนสีหน้า เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นอ่อนหวานปลอบโยน

“นี่คำพูดของฉันทำให้คุณไม่สบายใจหรือเปล่า คุณไม่ต้องคิดมาก คนที่อยู่ในฐานะอย่างคุณยังไงก็ต้องทนให้ได้ ทั้งที่จริงๆแล้วคุณสวยกว่า ใหม่กว่าวรรณนรี คุณเสียอยู่แค่ดีเกินไป”

“จริงหรือคะ ฉันเห็นสายตาของคนรอบข้างที่มองฉันแล้วฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสัตว์เลื้อยคลาน”

“คนอื่นเขาจะคิดยังไงไม่สำคัญหรอก สำคัญที่ว่าวรรณนรีคิดยังไง คงจะแช่งชักหักกระดูกคุณ คงคิดอยู่ทุกวินาทีว่าจะเอาชนะคุณได้ยังไง ไม่มีหรอกที่เมียหลวงจะเมตตาสงสารเมียน้อย หรือคิดว่าเมียน้อยมาช่วยแบ่งเบาภาระ วรรณนรีคิดอยู่อย่างเดียวว่าคุณแย่งผัว”

พุดกรองสะเทือนใจกับคำพูดตอกย้ำนั้น กลับถึงบ้านก็เดินลิ่วขึ้นชั้นบนไม่สนใจใครแม้แต่จ้านที่มองตามอย่างห่วงใย จ้านดูออกว่าแม่อยู่กับภีมไม่มีความสุข เขาแอบเห็นแม่ร้องไห้บ่อยครั้ง วันนี้ก็เช่นกัน แม่เข้าห้องแสดงอารมณ์เกรี้ยวกราด อัดอั้นและคับแค้น

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement