น้ำเซาะทราย ตอนที่ 10 นิยายไทยรัฐ -
ไทยรัฐออนไลน์
วันศุกร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

น้ำเซาะทราย ตอนที่ 10


19 พ.ค. 2560 09:22
2,738,014 ครั้ง

น้ำเซาะทราย ตอนที่ 10

อ่านเรื่องย่อ

น้ำเซาะทราย

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

กฤษณา อโศกสิน

บทโทรทัศน์โดย:

ปลายปากกา

กำกับการแสดงโดย:

สยาม สังวริบุตร

ผลิตโดย:

บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ศรราม เทพพิทักษ์,สุวนันท์ คงยิ่ง,โสภิตนภา ชุ่มภาณี

วรรณนรีตัดสินใจไปเที่ยวระนองตามคำชวนของทวยหาญเพราะเห็นว่าลูกๆกำลังจะปิดเทอม โดยการเดินทางครั้งนี้ไปเครื่องบิน จึงไม่อนุญาตให้ลูกพาเจ้าสุนัขตัวโปรดไปด้วย

ขณะที่วรรณนรีแจ้งข่าวนี้มา ทวยหาญอยู่กับพงษ์– สนิทที่สำนักงาน เขาบอกต่อให้พงษ์สนิทฟังด้วยความยินดี

“คุณวรรณนรีตอบรับมาแล้วว่าจะพาลูกๆไปเที่ยวระนองบ้านผม เป็นหน้าที่ของคุณอีกแล้วที่คุณจะดูแลคุณวรรณนรีกับลูก”

“ได้ครับ ไม่มีปัญหาครับคุณทวยหาญ ผมเองก็ต้องไปดูที่ดินผืนนั้น ถือโอกาสทำงานไปด้วยเที่ยวไปด้วย ว่าแต่นายภีมเขาจะไม่มีปัญหาหรือครับ ตอนนี้เขากำลังจะ...”

“คงไม่ เขาควรจะยินดีที่ภรรยากับลูกๆของเขาไม่ขังตัวเองไว้ในบ้านที่มีแต่ความทุกข์ ผมจะให้เลขาของผมจองตั๋วเครื่องบินสำหรับคุณด้วยนะ”

พงษ์สนิทยิ้มรับ แล้วพอได้ตั๋วเครื่องบินในเย็นนั้นก็แจ้นไปบ้านวรรณนรีก่อนภีมเสียอีก ใจดีลงมือทำของว่างให้ปอกับป่านกิน แต่ภีมไม่ได้สนใจ เดินเลยขึ้นไปชั้นบนเพื่อคุยกับวรรณนรี

วรรณนรีอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลอง ภีมเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ถามว่าพงษ์สนิทมาทำอะไรที่นี่

“เอาตั๋วเครื่องบินมาให้”

“จะไปไหนกัน”

“ฉันจะพาลูกๆไปเที่ยวตอนปิดเทอมน่ะ ตอนนี้แกสอบเสร็จแล้ว เหลืออีกสองสามวันก็จะได้พัก ฉันได้ลาพักร้อนเจ็ดวัน...ฉันไปรอคุณที่เขตวันนั้น แต่คุณไม่ได้ไป”

“ผมมีงานด่วน”

“มีงานด่วน คุณก็น่าจะโทร.บอกฉันล่วงหน้า ฉันจะได้ไม่เสียเวลาไปนั่งรอคุณที่นั่น เวลาของฉันมีค่านะภีม ไหนๆก็ไม่มีอะไรเหลือแล้ว ฉันอยากเก็บเวลาไว้ใช้ประโยชน์ในชีวิตฉัน”

“วรรณ...นี่คุณจะไม่คิดอีกสักครั้งหรือ”

“กำลังคิด...คุณพร้อมเมื่อไหร่ พรุ่งนี้หรือมะรืน”

ภีมจ้องหน้าวรรณนรีด้วยความโกรธ ตอบเสียงแข็งว่าพรุ่งนี้...จากนั้นก็ผลุนผลันออกจากบ้านไปโดยไม่ทักทายลูกๆสักคำ พงษ์สนิทสงสัยทำท่าจะซักถามวรรณนรี เธอรีบชวนเขาไปนั่งคุยห่างจากเด็กๆ

“ฉันขอหย่ากับเขาแล้วนะ ครั้งแรกไม่สำเร็จ ก็เลยนัดกันพรุ่งนี้บ่ายๆ”

“พุดกรองสบายแฮไปเลย ไปหย่าให้เขาไปเสวยสุขทำไมล่ะ คิดให้มันยาวๆหน่อย อย่างน้อยก็ยื้อเวลาให้คนท้องอึดอัด”

“ช่างเขาเหอะ ฉันขอไปตามทางของฉันดีกว่า หย่าๆ กันให้จบไป ฉันจะได้ตัดใจให้ขาด ตั้งหน้าทำมาหากิน เลี้ยงลูกต่อไป ไม่ต้องมานั่งเจ็บปวด คิดแต่เรื่องนี้”

“ผมบอกตรงๆนะวรรณ ถึงผมจะเจ็บแค้นแทนคุณยังไง แต่ผมไม่สนับสนุนเรื่องหย่าประชดเมียน้อย คุณยั้งไว้ก่อนเหอะ เชื่อผม”

“จะไปยั้งยังไง ฉันขอเขาหย่า เขาก็ตกลงแล้ว ฉันไม่ต้องการเสียศักดิ์ศรีของฉัน”

“ศักดิ์ศรีมันกินได้ที่ไหน ผลประโยชน์ของเราสำคัญกว่า”

“ฉันไม่เหมือนคุณนี่ วันนี้พูดอย่าง พรุ่งนี้อีกอย่าง”

“คนแบบผมนี่แหละคือตัวตนของคนในโลกนี้ ไม่เครียด ไม่เป็นโรคประสาท คนที่เอาเป็นเอาตายกับคำพูดของตัวเองจะแก่เร็ว ผมหงอก หน้าย่น”

“ฉันจะไปหย่าพรุ่งนี้”

“คิดดูให้ดีๆนะวรรณ ผู้ชายมันก็ไปสักพัก เดี๋ยวก็กลับมาตายรัง ให้เนื้ออร่อยยังไง สดยังไง คนเรากินทุกวันมันจะไม่เบื่อ ให้มันรู้ไปสิ” พงษ์สนิทยุแหย่ แววตาเจ้าเล่ห์มีแผน...

ooooooo

บ่ายวันถัดมา ดลฤดีดักรอวรรณนรีที่ลานจอดรถภายในมหาวิทยาลัย หลังจากเมื่อวานเธอบอกทิวว่าจะพูดความจริงทั้งหมดก่อนที่วรรณนรีจะไปหย่า กับภีม

เป็นเวลาที่วรรณนรีจะออกจากมหาวิทยาลัยเพราะนัดหย่ากับภีม พอดลฤดีรู้ก็ยิ่งต้องรีบ เธอกำลังอ้าปากจะเล่าแผนการของแม่ที่ต้องการทำลายชื่อเสียงของวรรณนรี แต่จู่ๆสุมนาก็วิ่งตามพิมุขมาที่รถ

สองคนไม่เห็นดลฤดีกับวรรณนรีที่อยู่คนละมุม สุมนาหึงหวงพิมุขที่มีนัดกับผู้หญิง เธอร่ำไห้อย่างสติแตก ประกาศตัวเป็นเมียพิมุข ดลฤดีได้ยินก็แทบช็อก ขณะที่วรรณนรีรู้เรื่องนี้นานแล้วจึงไม่ประหลาดใจ

“หนูเป็นเมียอาจารย์แล้ว อาจารย์จำไม่ได้หรือคะ ว่าเราเคยมีอะไรกัน อย่าทำเหมือนหนูไม่มีตัวตนทั้งที่หนูยังอยู่ หนูเคยนอนกับอาจารย์ เคยรับใช้อาจารย์ เหมือนทาส เห็นหนูเป็นอะไร เบื่อก็ไม่มองหน้า ทำเหมือนหนูเป็นฝุ่น”

พิมุขก้าวเข้ามาจ้องหน้าสุมนาด้วยแววตาข่มขู่ “นี่คุณพูดอะไร ใครเป็นอะไรกับใคร ผมว่าคุณไปเช็กประสาทเสียบ้างนะสุมนา อย่าเครียดเยอะ เดี๋ยวคุณจะเป็นบ้า”

สุมนาร้องไห้โฮ พิมุขไม่สนใจขึ้นรถขับออกไปอย่างเร็ว สายจิตกับวินิตาวิ่งเข้ามาปลอบสุมนาด้วยความสงสาร

เวลาเดียวกันนั้นภีมกำลังจะออกจากสำนักงาน เจอพงษ์สนิทมาทัดทานเรื่องหย่า ซึ่งใจภีมไม่ต้องการหย่ากับวรรณนรีอยู่แล้ว ก็เลยโอนอ่อนยอมไปกินเหล้าตามคำชวนของพงษ์สนิท ด้านวรรณนรีก็ยังอยู่กับดลฤดีที่มหาวิทยาลัย ดลฤดีรับรู้พฤติกรรมสกปรกของพ่อด้วยความอับอาย

“ฉันรู้เรื่องนี้มานานแล้ว แต่หวังว่ามันจะไม่เกิดความเสียหายขึ้น ไม่ว่ากับฝ่ายไหน ฉันจะไม่กล่าวโทษคุณพ่อคุณกับคุณ เพราะคุณก็เห็นกับตาตัวเองแล้วว่า ดร.พิมุขมีพฤติกรรมยังไง”

“นี่ไม่ใช่ครั้งแรกใช่ไหมคะที่คุณพ่อทำแบบนี้ คุณพ่อมีเบื้องหลังสกปรกที่ไม่มีใครรู้ คุณพ่อของฉันไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นคณบดีได้เลย”

“คุณอย่าไปตัดสินท่านว่าท่านเหมาะสมหรือไม่ ผู้ใหญ่มีหน้าที่ตัดสินท่านเอง ฉันอาจจะเคยคิดว่าคุณพ่อ คุณเป็นคู่แข่งที่เราต้องวิ่งแข่งกันเข้าเส้นชัย...คุณดีขึ้นหรือยัง ให้ฉันพาคุณกลับไปส่งบ้านไหม ถ้าคุณขับรถไม่ได้”

“อาจารย์กำลังจะไปหย่าไม่ใช่หรือคะ”

วรรณนรีดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือแล้วอุทาน “ตายจริง... ไม่ทันแล้ว”

ooooooo

พง​ษ์​สนิท​ขับ​รถ​มา​ส่ง​ภีม​ใน​สภาพ​มึนเมา​ที่​บ้าน​พุ​ดก​รอง​แล้ว​รีบ​กลับ​ไป​ทันที​โดย​ไม่​ทักทาย​เจ้าของ​บ้าน พุ​ดก​รอง​จำ​รถ​พง​ษ์​สนิท​ได้ เดิน​มา​ดัก​หน้า​ภีม​ถาม​ด้วย​ความ​แปลก​ใจ

“พง​ษ์​สนิท​มา​ทำไม เขา​ห่าง​จาก​คุณ​ไป​ตั้ง​นานแล้ว​ไม่​ใช่​หรือ กลิ่น​เหล้า คุณ​ไป​กิน​เหล้า​กับ​เขา​มา​เหรอ”

“ใช่ ผม​ไป​กิน​เหล้า​กับ​พง​ษ์​สนิท​มา ก็​นิดหน่อย ไม่ได้​พบ​กัน​นาน”

“แล้ว​เรื่อง​หย่า​ล่ะ”

“ผม​ไป​ไม่ทัน” ตอบ​แล้ว​ภีม​เดิน​ขึ้น​ชั้น​บน พุ​ดกรอง​ ตาม​มา​ติดๆ เริ่ม​หลุด​อารมณ์​โกรธ

“ไป​ไม่ทัน​หรือ​คุณ​ไม่​อยาก​ไป​กัน​แน่ คุณ​ไม่​ต้องการ​หย่า​กับ​วรรณน​รี​ใช่​ไหม ถ้า​ยัง​งั้น​ทำไม​คุณ​ไม่​พูด​ตรงๆ คุณ​ทำท่า​เหมือน​อยาก​จะ​หย่า นี่​ครั้ง​ที่​สอง​ แล้ว​นะ​ที่​คุณ​ยัง​หย่า​ไม่ได้”

“ก็​ไหน​คุณ​ว่า​คุณ​ไม่​ต้องการ​ให้​ผม​หย่า​กับ​วรรณยัง​ไง​ล่ะ คุณ​แค่​ขอ​ให้​วรรณ​ลด​ทิฐิ​ลง แล้ว​เจรจา​รอมชอม เรา​จะ​อยู่​กัน​สาม​คน เป็น​สามี​ภรรยา ไม่​มี​ใคร​ต้อง​เสีย​ใคร​ไง​ล่ะ”

พุ​ดก​รอง​รู้สึก​ตัว​นิ่ง​เงียบ​ไป

“ผม​อาจจะ​ลังเล เพราะ​ผม​ก็​คิด​เหมือน​คุณ ทำไม​เรา​ไม่​เลือก​ที่​จะ​มี​กัน เรา​มี​ทาง​ที่​จะ​ไม่​เสีย​อะไร​เลย​นี่ ผม​ก็​อยู่​บ้าน​นี้​บ้าง แบ่ง​เวลา​ไป​อยู่​บ้าน​โน้น​บ้าง วรรณ​มี​ลูก​กับ​ผม ผม​ต้อง​มี​ส่วน​ร่วม​ใน​การ​สร้าง​อนาคต​ของ​ลูก กับ​คุณ​ก็​เหมือน​กัน เรา​มี​ลูก​ด้วย​กัน ผม​ต้อง​มี​ส่วน​ร่วม​ใน​การ​สร้าง​อนาคต​ของ​ลูก...ของ​เรา”

ภีม​โอบ​กอด​พุ​ดก​รอง​ทาง​ด้าน​หลัง แนบ​ปลายคาง​ลง​บน​เส้น​ผม​ของ​เธอ จึง​ไม่​เห็น​น้ำตา​แห่ง​ความ​คับแค้น​ที่​เอ่อ​ล้น​ออก​มา...

ขณะ​เดียวกัน​นั้น​ที่​บ้าน​พรรณราย ดล​ฤดี​เล่า​พฤติกรรม​สกปรก​ของ​พ่อ​ที่​เธอ​เห็น​กับ​ตา​ให้​แม่​ฟัง​ด้วย​ความ​เสียใจ พรรณราย​รับ​ฟัง​ด้วย​ท่าที​นิ่ง​ขรึม ไม่​รู้สึก​เดือด​เนื้อ​ร้อน​ใจ แต่​กลับ​อยาก​รู้​ว่า​ดล​ฤดี​ไป​ทำ​อะไร​ที่​มหาวิทยาลัย

“ไป​พบ​อาจารย์​วรรณน​รี​ค่ะ”

แค่​ได้ยิน​ชื่อ​นั้น พรรณราย​ผุด​ลุก​ขึ้น​ด้วย​ความโกรธ ถาม​ว่า​ไป​พบ​ทำไม มี​เรื่อง​อะไร

“หนู​ต้องการ​หยุด​อาจารย์​วรรณน​รี​เรื่อง​หย่า บอก​ให้​อาจารย์​วรรณน​รี​รู้​ว่า​มัน​เป็น​เกม​มา​ตั้งแต่​ต้น โชค
​ไม่​เข้า​ข้าง​คุณ​พ่อ​เลย​นะ​คะ ที่​บังเอิญ​หนู​เห็น​คุณ​พ่อ​กับ​ผู้หญิง​คน​นั้น”

“เรื่อง​คุณ​พ่อ​แก​ฉัน​ชิน​แล้ว ฉัน​ร้องไห้​มา​ตั้งแต่​ปี​แรก​ที่​แต่งงาน ถึง​ตอน​นี้​ความรู้สึก​ของ​ฉัน​มัน​ด้าน​มัน​ชา​ไป​หมด​แล้ว ผู้ชาย​ที่​ไม่​รู้จัก​อิ่ม​จัก​พอ ใคร​จะ​ทำให้​เขา​หยุด​ได้ เมีย​ที่​ดี ลูก​ที่​วิเศษ หยุด​เขา​ได้​ยัง​งั้น​หรือ เปล่า​เลย มัน​เป็น​สันดาน​มักได้​ของ​เขา คุณ​ภีม​ก็​เหมือนกัน เขา​ก็​ไม่​ต่าง​กับ​ผู้ชาย​แบบ​พ่อ​ของ​แก”

“คุณ​แม่! นี่​คุณ​แม่​ยัง​จะ​ดันทุรัง​ไป​ต่อ​อีก​หรือ​คะ”

“หน้าที่​ของ​แก​ก็​คือ​ต้อง​จับ​คุณ​ทวย​หาญ​ให้​อยู่มือ เขา​จะ​เป็น​ผู้ชาย​แบบ​ไหน​ช่าง​เขา แต่​อย่า​ให้​วรรณน​รี​ได้​เขา​ไป”

“หนู​ไม่​เคย​ได้ยิน​อะไร​ที่​สกปรก​โสโครก​แบบ​นี้​เลย”

“ดล​ดี้!” พรรณราย​แผด​เสียง ตบ​หน้า​ดล​ฤดี​ก่อน​สำทับ​เสียง​เข้ม “ทำ​ตาม​ที่​แม่​สั่ง อย่าง​น้อย​ผู้ชาย​อย่าง​คุณ​ทวย​หาญ​ก็​ยัง​มี​เกียรติ​ที่​ให้​กับ​เรา​ได้ แก​ต้อง​แยก​คุณ​ทวย​หาญ​ออก​มา​จาก​วรรณน​รี”

ooooooo

แต่​ดู​แล้ว​ท่าทาง​จะ​ยาก! เพราะ​วัน​รุ่ง​ขึ้น​ทวยหาญ​พา​วรรณน​รี​กับ​ลูกๆไป​เที่ยว​บ้าน​ที่​ระนอง ปอ​กับ​ป่าน​ดีใจ​มาก​ที่​ได้​นั่ง​เครื่องบิน พอ​ถึง​บ้าน​ก็​มี​คุณ​อา​ของ​ทวย​หาญ​รอ​ต้อนรับ​อย่าง​อบอุ่น คุณ​อา​ถูก​ชะตา​และ​แอบ​ชื่นชม​วรรณน​รี​ว่า​สวย​สง่า กิริยา​มารยาท​สม​เป็น​ครู​บา​อาจารย์

ไม่ทัน​ข้าม​วัน พรรณราย​ก็​รู้​จน​ได้​ว่า​ทวย​หาญ​พา​วรรณน​รี​กับ​ลูก​ไป​ระนอง เธอ​ร้อนรน​เที่ยว​ตาม​หา​
ดล​ฤดี​เพื่อ​พา​ตาม​พวก​เขา​ไป

ดล​ฤดี​อยู่​กับ​ทิว​ที่​หอพัก เธอ​เล่า​เรื่อง​พ่อ​แม่​ให้​เขา​ฟัง​ทั้ง​น้ำตา ซึ่ง​ทิว​บอก​ว่า​เรื่อง​พ่อ​เขา​กับ​สุม​นา​ตน​รู้​นาน​แล้ว...ขณะ​ทิว​ปลอบ​ใจ​ดล​ฤดี​อยู่​นั้น มี​ชาย​ฉกรรจ์​สาม​คนบุกรุกเข้ามา​ซ้อม​ทิว​จน​สลบ​แล้ว​เอา​ตัว​ดล​ฤดี​กลับ​ไป​ให้​พรรณราย

ดล​ฤดี​สงสาร​ทิว​เหลือเกิน เธอ​ต่อว่า​แม่​ใช้​วิธีป่า​เถื่อน​ทำร้าย​คน​ไม่​มี​ทาง​สู้ พรรณราย​ไม่​สนใจ บังคับ​ลูก​สาว​ไป​ระนอง​เพราะ​ทวย​หาญ​พา​วรรณน​รี​กับ​ลูก​ไป​ที่นั่น

“คุณ​แม่...เรื่อง​แค่​นี้​คุณ​แม่​กล้า​ทำ​ผิด​กฎหมาย ทำร้าย​ทิว​เชียว​หรือ​คะ”

“มัน​ต่างหาก​ล่ะ​ที่​ต้อง​หยุด ถ้า​มัน​ไม่​ยอม​หยุด​ยุ่ง​กับ​หนู แม่​จะ​เอา​มัน​ถึง​ตาย...แก​ต้อง​ไป​ระนอง ไปขัดขา ​ขัด​แข้ง​วรรณน​รี​ไว้ นี่​เป็น​คำสั่ง​ของ​แม่”

“ไม่​ค่ะ หนู​ไม่​ไป หนู​จะ​ไม่​ทำ​อะไร​ผิด​ต่อ​อาจารย์​วรรณน​รี​อีก​แล้ว”

พรรณราย​โกรธ​มาก​ที่​ลูก​สาว​แข็ง​ขืน​ขัด​คำสั่ง ขู่​จะ​ฆ่า​ทิว ดล​ฤดี​ไม่​อยาก​ให้​ทิว​เป็น​อันตราย​จึง​ตอบ​ตกลง​อย่าง​ไม่​มี​ทาง​เลือก​อื่น...

ที่​ระนอง ปอ​กับ​ป่าน​ตื่นตาตื่นใจ​กับ​บ้าน​หลังใหญ่​สวย​งาม​ของ​ทวย​หาญ​ที่​โอบ​ล้อม​ไป​ด้วย​ธรรมชาติ วรรณนรี​ดีใจ​ที่​ลูก​มี​ความ​สุข แต่​คอย​เตือน​เรื่อง​มารยาท​เพราะ​เกรงใจ​ทั้ง​ทวย​หาญ​และ​คุณ​อา

คืน​นั้น ภีม​ท่าที​หงุดหงิด​หลัง​โทร.​เข้า​บ้าน​แล้ว​รู้​จาก​เชย​ว่าว​รรณน​รี​กับ​ลูก​ไป​ระนอง​กับ​ทวย​หาญ ซึ่ง​เขา​เข้าใจ​ว่า​จะ​ไป​กัน​อาทิตย์​หน้า

พุ​ดก​รอง​รับ​รู้​จาก​ภีม​แล้ว​บ่น​ว่า​แปลก​ที่​วรรณน​รี​ไป​ระนอง​กับ​ทวย​หาญ ทำไม​สอง​คน​สนิทสนม​กัน​รวดเร็ว คุ้นเคย​กัน​เหมือน​ญาติ ทั้งที่​วรรณน​รี​เป็น​คน​ถือตัว ใคร​เข้าถึง​ง่าย​เสีย​ที่ไหน คง​จะ​เป็น​พง​ษ์​สนิท​ที่​ทำตัว​เป็น​พ่อสื่อ​พ่อ​ชัก

“พง​ษ์​สนิท​เขา​คง​ไป​ด้วย”

“ก็​แน่​ละ ตอน​นี้​เขา​เกาะ​คุณ​ทวย​หาญ​แจ เพราะ​คุณ​ทวย​หาญ​มี​โครงการ​ใหญ่ๆให้​ทำ ระวัง​วรรณ​จะ​กลาย​เป็น​เหยื่อ​ถูก​เพื่อน​เอา​ใส่​ถาด​ไป​ประเคน​ขาย ฟัง​แล้ว​น่า​สมเพช​มั้ย”

“ไม่​มี​ทาง เป็น​ไป​ไม่ได้ วรรณ​ไม่​ใช่​คน​โง่”

“คน​ฉลาด​น่ะ​ขาด​ความ​เฉลียว​ก็​เยอะ ไม่ได้​เฉลียวใจ​ว่า​จะ​ถูก​นำ​มา​เพิ่ม​มูลค่า​มาก​กว่า​เพื่อน”

ภีม​ฟัง​แล้ว​ร้อน​ใจ หึง​หวง​วรรณน​รี​ยิ่ง​ขึ้น

ooooooo

วัน​ถัด​มา ทิว​ใน​สภาพ​บาดเจ็บ​ใบหน้า​บอบช้ำ​จาก​การ​ถูก​ซ้อมมา​กด​กริ่ง​ประตู​ใหญ่​หน้า​บ้าน​พรรณราย​เพื่อ​จะ​พบ​ดล​ฤดี แต่​คน​รับ​ใช้​บอก​ว่า​เธอ​กับ​คุณ​แม่​ไป​ระนอง​ตั้งแต่​เช้า

เวลา​นั้นพรรณราย​กับ​ดล​ฤดี​ถึง​สนาม​บิน​แล้ว เป็น​จังหวะ​ที่​พง​ษ์​สนิท​มา​ขึ้น​เครื่อง​เพื่อ​ไป​ระนอง​เช่น​กัน

สอง​แม่​ลูก​ไม่​เห็น​เขา แต่​พง​ษ์​สนิท​เห็น​สอง​แม่​ลูก​เต็มตา แปลก​ใจ​ว่า​คุณหญิง​พรรณราย​จะ​พา​ลูก​สาว​ไปไหน
แล้ว​พง​ษ์​สนิท​ก็​เห็น​ชัด​ว่า​สอง​แม่​ลูก​มา​ระนอง เข้า​พัก​ที่​รีสอร์ต​หรู​ชายทะเล แต่​เขา​ไม่​เผย​ตัว ซุ่ม​ดู​อยู่​ใน​รถ​ตู้​ด้วย​ความ​ประหลาด​ใจ ก่อน​จะ​เดินทาง​ต่อ​ไป​ที่​บ้าน​ทวย​หาญ

มา​ถึง​ได้​ไม่​นาน พง​ษ์​สนิท​ก็​เผลอ​พูด​ถึง​ภีม​ทำให้​วรรณน​รี​หม่นหมอง​ลง​ไป​อีก ส่วน​พรรณราย​ที่​พัก​ใน​รีสอร์ต​ไม่​ไกล​จาก​บ้าน​ทวย​หาญ เธอ​ส่อง​กล้อง​ทาง​ไกล​เห็น​เต็มตา​ว่าว​รรณน​รี​กับ​พง​ษ์​สนิท​อยู่​ที่​นั่น​จริงๆ พอ​ดล​ฤดี​ ถาม​ว่า​แผนการ​จะ​เข้าถึง​ตัว​ทวย​หาญ​คือ​อะไร พรรณราย​ตอบ​อย่าง​มาด​มั่น​ว่า​พุ​ดก​รอง!

พรรณราย​โทร.​มา​ชวน​พุ​ดก​รอง​ให้​ตาม​มา​ที่​ระนอง เพราะ​ที่​นี่​ทะเล​สวย อากาศ​ดี​เหมาะ​สำหรับ​คน​ท้อง ให้​ชวน​ภีม​กับ​จ้าน​มา​พักผ่อน​ด้วย

แน่นอน​ว่า​จ้าน​อยาก​ไป​ทะเล เพราะ​ไป​อยู่​เมืองนอก​เสีย​นาน​ห่าง​หาย​จาก​การ​เที่ยว​ทะเล​เมือง​ไทย ส่วน​ภีม​ตอบ​แบ่งรับแบ่งสู้​ว่า​ยัง​ไง​ก็ได้ แล้วแต่​พุ​ดก​รอง

ไม่​กี่​อึดใจ​ถัด​มา พุ​ดก​รอง​ก็​ตอบ​ตกลง พรรณราย​ยิ้ม​กระหยิ่ม บอก​ลูก​สาว​ว่า​สำเร็จ ปลา​ฮุบ​เหยื่อ​แล้ว...
ดล​ฤดี​ไม่สบาย​ใจ แอบ​โทร.​หา​ทิว​ถาม​ทุกข์สุข​ก่อน​นัดแนะ​ให้​เขา​มา​พา​เธอ​หนี

เมื่อ​พุ​ดก​รอง ภีม และ​จ้าน​มา​ถึง​รี​สอร์ต พรรณราย​ต้อนรับ​ด้วย​รอย​ยิ้ม แสดง​ความ​สนิท​สน​ม​รัก​ใคร่​จ้าน​ราวกับ​ลูก​ของ​ตน​เอง

ไม่ทันไรพุดกรองบอกว่าจ้านคงอยากพบปอกับป่านตามประสาพี่น้อง ไหนๆก็มาเมืองเดียวกันแล้ว พรรณรายเห็นด้วยอย่างยิ่ง อาสาจะติดต่อทวยหาญให้ แต่ตอนนี้เข้าที่พักทำตัวให้สบายก่อน ภีมกับจ้านเดินตามเจ้าหน้าที่รีสอร์ตไปแต่พุดกรองยังไม่ขยับ ยืนคุยกับพรรณรายต่อ

“ขอบคุณนะคะคุณหญิงที่โทร.ไปชวนฉัน ภีมเขาอยากมาค่ะ เขากระวนกระวายจนนั่งไม่ติด ที่รู้ว่า
วรรณนรีมาที่นี่กับคุณทวยหาญ”

“เป็นธรรมดาที่เขาจะเกิดอาการของสุนัขหวงก้าง มันเป็นธรรมชาติของผู้ชายทุกคน คุณอย่าคิดมากเลย ยังไงคุณก็เหนือวรรณนรีอยู่แล้ว เพราะคุณใหม่กว่า ถึงความสดจะไม่ค่อยมีกันก็เถอะ”

“ภีมไม่ไปหย่าสองครั้งแล้ว ฉันก็ไม่เข้าใจว่าเขาคิดยังไง ฉันต้องการรู้ว่าเขาต้องการหย่าหรือไม่ต้องการ ฉันจะได้ทำตัวถูก”

“แล้วถ้าเขาเป็นฝ่ายไม่ต้องการหย่าล่ะ คุณจะทำยังไง”

พุดกรองตอบไม่ได้ ท่าทีลังเลและหวั่นไหวในแววตา

ooooooo

พงษ์สนิทหาโอกาสอยู่กับวรรณนรีตามลำพังเพื่อพูดเรื่องที่ภีมไม่ได้ไปหย่าตามนัด ซึ่งวรรณนรี เดาได้ว่าเพราะพงษ์สนิทนั่นเองที่ทำให้ภีมผิดนัด แต่พอเธอถามดักคอด้วยสีหน้าท่าทีไม่พอใจ เขาก็โอดครวญว่าหวังดี

“ฉันเบื่อความหวังดีประสงค์ร้ายของคุณ”

“แต่ก็ทำให้เขากับคุณหลุดไปได้อีกเปลาะ อย่างน้อยก็มีเวลาคิดอีกสักพัก”

พงษ์สนิทเข้าข้างตัวเอง แต่วรรณนรีไม่คล้อยตาม บอกว่าตนไม่ต้องการเวลาคิดอีกแล้ว ตนคิดมามากพอแล้วสำหรับเรื่องนี้ ทวยหาญเดินมาเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของคนทั้งสอง ถามด้วยความสงสัยว่ามีอะไรกัน หรือว่ามีความลับ

“คุณทวยหาญคงทราบจากพงษ์สนิทแล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องเล่าซ้ำก็ได้”

“รู้จากคุณพงษ์สนิทไม่เหมือนได้ยินจากปากคุณ ตอนนี้เด็กๆกำลังสนุก อย่าให้เรื่องของผู้ใหญ่ทำลายความสุขของเด็กเลย ดีไหมครับ”

“เป็นความคิดที่ดีมากครับ ได้ยินไหมวรรณ เราแค่ต้องการให้เด็กๆมีความสุข ส่วนผู้ใหญ่จะเป็นยังไงก็ช่าง”

“ต่อไปนี้ผมเห็นจะต้องพาคุณวรรณนรีกับเด็กๆ ไปเที่ยวบ่อยๆแล้ว จะได้ผ่อนคลายสมองบ้าง”

“งั้นเย็นนี้เราลงไปที่อ่าวกัน”

พงษ์สนิทนำเสนอ ปรากฏว่าปอกับป่านชอบมาก คะยั้นคะยอแม่จะให้ลงเล่นน้ำทะเลบริเวณอ่าว แต่ไม่สำเร็จ วรรณนรีขออยู่บนชายหาดกับทวยหาญ โดยให้พงษ์สนิทดูแลหลานๆอย่าให้ออกไปลึกมาก

ขณะที่สามคนกำลังเพลิดเพลินกับการเล่นน้ำทะเล พุดกรองและภีมพาจ้านเข้ามาหาทวยหาญกับวรรณนรี พุดกรองทักทายทั้งคู่ด้วยสีหน้าท่าทีปกติ ขณะที่ทวยหาญกับวรรณนรีสบตากันอย่างคาดไม่ถึง

จ้านสวัสดีวรรณนรีอย่างนอบน้อม ก่อนจะวิ่งลงทะเลไปเล่นน้ำกับปอและป่านอย่างสนุกสนาน พงษ์สนิทไม่แปลกใจสักนิดกับการมาของพุดกรอง รวมทั้งพรรณรายกับดลฤดีที่ตามมาในเวลาไล่เลี่ยกัน

ทวยหาญพูดไม่ออกบอกไม่ถูก แต่ในฐานะเจ้าของสถานที่ก็ยินดีต้อนรับทุกคน เชิญกินมื้อค่ำด้วยกันที่บ้าน คุณอาของทวยหาญจับตามองพุดกรองด้วยความสงสัยว่าเธอเป็นใคร ทำไมท่าทางวรรณนรีไม่อยากสนทนาด้วย

พุดกรองหาโอกาสคุยกับวรรณนรีสองคน ทั้งที่รู้เห็นว่าอีกฝ่ายไม่เต็มใจ

“ดูเธอไม่ค่อยยินดีเลยนะที่พบภีม ความจริงเราก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาที่นี่ แต่ทะเลทุกแห่งภีมเขาเบื่อ เพราะเราไปกันมาหมดแล้ว พอคุณหญิงพรรณรายออกปากชวนฉันก็เลยมา เพราะไม่รู้จะไปไหน บ้านบนภูเขาของคุณทวยหาญเขาหรูนะ รสนิยมก็เยี่ยม ตระกูลของเขาเก่าแก่พอๆกับเมืองนี้ ชื่อเสียงความร่ำรวยของเขาก็ไม่ได้เป็นสองรองใคร เด็กๆก็ดูท่าจะชอบคุณทวยหาญมาก เพราะเขาใจดี”

“มั้ง” วรรณนรีตอบคำเดียวแล้วนิ่งไป

“วรรณ...นี่เราจะโกรธกันจริงๆหรือ ฉันว่าในโอกาสที่เด็กๆกำลังมีความสุข เราน่าจะร่วมมือกันปั้นสีหน้าว่าเรามีความสุขไม่ดีหรือ”

“ฉันไม่ใช่ช่างปั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปั้นหน้า รู้สึกยังไงฉันก็เป็นยังงั้น ทะเลมีตั้งหลายแห่งทำไมเธอไม่พากันไปเสวยสุขที่อื่น”

“เธอคงโกรธที่ภีมไม่ได้ไปตามนัด เขาไปไม่ทันเพราะงานยุ่ง เขาคงไม่ได้บอกเหตุผลเธอ หรือว่าเธอไม่ฟัง อาจารย์วรรณนรีไม่เคยฟังใครอยู่แล้วนี่”

“แล้วฉันจะนัดไปใหม่”

“เธอคิดจะเริ่มต้นกับคุณทวยหาญจริงๆหรือ”

“ถ้าคำว่าเริ่มต้นหมายถึงการจับผู้ชายร่ำรวยอย่างคุณทวยหาญล่ะก็ มันไม่ง่ายสำหรับฉันหรอก ผู้หญิงบางคนเห็นผู้ชายอาจจะสมองเดี้ยงเลือดไปเลี้ยงสมองไม่ทัน แต่ไม่ใช่ฉัน” วรรณนรีด่ากระทบจนพุดกรองอึ้งงัน

ooooooo

หลังอาหารมื้อนั้น ทวยหาญชวนทุกคนค้างที่บ้านของตนเพราะเห็นแก่เด็กสามคนที่อยากอยู่ด้วยกัน พรรณรายลิงโลดต้องการให้ดลฤดีใกล้ชิดทวยหาญอยู่แล้ว

แต่สำหรับวรรณนรี ท่าทีเธออึดอัดอย่างเห็นได้ชัด ทวยหาญตามมาเคาะห้องพักและขอเข้ามาคุยกับวรรณนรีเพราะห่วงความรู้สึกของเธอ โดยเปิดประตูห้องไว้เพื่อให้เกียรติฝ่ายหญิง

“ผมขอโทษที่ทำให้คุณลำบากใจ แต่นี่คือบทพิสูจน์ว่าคุณจะสอบผ่านความอดทนได้แค่ไหน มันจะบอกว่าคุณยังรักเขาอยู่หรือเปล่า”

“ไม่ต้องห่วงฉันหรอกค่ะ คุณทวยหาญเป็นเจ้าของบ้าน มันอาจจะเป็นบทพิสูจน์อย่างที่คุณว่า และฉันจะผ่านมันไปให้ได้”

“คุณเข้าใจผมนะ”

“ค่ะ ฉันเข้าใจ”

ทวยหาญกลับออกไป ภีมก้าวออกจากมุมมืดมองตามเขาไปด้วยแววตาเคร่งเครียด หวงแหนวรรณนรี
เวลานั้นพุดกรองเดินไปมาอยู่ในห้องอย่างร้อนใจ ทันทีที่ภีมกลับมา เธอกระชากเสียงถามว่าไปไหนมา ไปหาวรรณมาใช่ไหม

“ใช่ ผมแค่อยากรู้ว่าวรรณนอนห้องเดียวกับลูกหรือเปล่า”

“ฉันไม่ได้ต้องการจะพักที่นี่เลยนะ ความคิดของคุณหญิงพรรณรายทั้งนั้น”

“เด็กอยากจะเล่นด้วยกัน คุณอย่าคิดมากเลย”

พงษ์สนิทซ่อนตัวแอบฟัง ได้ยินชัดอย่างนั้นก็ยิ้มเยาะพุดกรองที่รุ่มร้อนไม่มีความสุข พุดกรองยังไม่หยุดแค่นั้น ปิดประตูห้องคาดคั้นภีมด้วยอารมณ์โกรธและหึงหวง

“แล้วคุณล่ะ คิดยังไง วรรณกับคุณทวยหาญสนิทสนมกันคุณก็เห็นแล้ว เป็นไปได้ไหมที่วรรณจะขอหย่าจากคุณเพราะ...”

“มันจะเพราะอะไรก็ช่างเถอะ การหย่ามันยังไม่เกิดขึ้น” ภีมสวนกลับอย่างหงุดหงิด

“งั้นคุณก็ยังมีสิทธิ์ในตัววรรณนรีอยู่น่ะสิ แล้วทำไมไม่ออกไปใช้สิทธิ์ของตัวเองปกป้องวรรณนรีจากผู้ชายคนอื่นล่ะ จะมาทำตัวเป็นไอ้งั่งอยู่ทำไม”

“พุดกรอง!” ภีมตวาดจนพุดกรองสะดุ้ง เริ่มรู้สึกว่าตนเองรุนแรง ปรับเสียงอ่อนลง

“ภีมคะ ฉันขอโทษ ฉันไม่ควรใช้คำนี้กับคุณเลย ถ้าคุณเป็นไอ้งั่ง ฉันก็คงไม่ต่างกับคุณ ฉันเป็นอีโง่”

ภีมนิ่งเงียบไปด้วยความขมขื่น เจ็บปวด ซึ่งไม่ต่างจากความรู้สึกของพุดกรอง...ในเวลาเดียวกัน ดลฤดีกำลังพยายามโทร.หาทิว แต่โดนพรรณรายขัดขวางและยึดมือถือเอาไว้

“แม่สั่งแล้วใช่มั้ย แยกวรรณนรีออกจากคุณทวยหาญให้ได้ นี่เป็นโอกาสที่หาไม่ได้ง่ายๆ แม่อุตส่าห์ดึงพุดกรองกับภีมเข้ามา...วางแผนรวบรัดเข้ามาเป็นแขกรับเชิญในบ้านคุณทวยหาญ แกต้องทำให้คุณทวยหาญเขาเลิกตอแยกับวรรณนรีให้ได้”

“หนูทำไม่ได้หรอกค่ะ คุณแม่ก็เห็นท่าทางของคุณทวยหาญแล้ว เขาใส่ใจอาทรอาจารย์วรรณนรีแค่ไหน”

“แกสาวกว่า อาจจะสวยกว่าด้วยซ้ำ ทำไมจะเอาชนะวรรณนรีไม่ได้ แค่พุดกรอง...”

“คุณพุดกรองก็ไม่ใช่ว่าจะเอาชนะอาจารย์วรรณนรีได้เด็ดขาด ถ้าคุณภีมเขายังห่วงลูก เขาก็ยังห่วงเมียของเขา”

“อย่ามารู้ดีนะดลดี้ ทำตามที่แม่สั่ง ทำอะไรก็ได้ให้เป็นที่สนใจของคุณทวยหาญ ให้ดูดีกว่าวรรณนรี ใช้ความสาวของแกเอาชนะวรรณนรีให้ได้ เพราะยังไงวรรณนรีก็คือคนที่มีลูกมีผัวแล้ว”

ดลฤดีคับแค้นจนน้ำตาร่วง ตอบแม่เสียงสั่นเครือว่าตนทำไม่ได้

ooooooo

รุ่งขึ้นวรรณนรีตื่นเช้ามาช่วยคนรับใช้เตรียมอาหาร สักพักพุดกรองก้าวเข้ามาทักถามว่ามีอะไรให้ตนช่วยบ้าง วรรณนรีปฏิเสธโดยไม่มองหน้าให้รู้ว่าไม่อยากเสวนาด้วย

พุดกรองไม่ละความพยายาม ชวนคุยเรื่องที่ตนท้อง บอกว่าท้องนี้ตนแพ้หนัก สามเดือนแล้วยังไม่ดีขึ้นเลย ภีมพยายามเอาใจหาโน่นนี่ที่พอจะช่วยคนท้องได้มาให้แต่ตนก็ยังรู้สึกว่าไม่ดีขึ้น

“ฉันก็ไม่เห็นว่าเธอจะแย่ลงเลยนะ”

“คนกำลังใจดีน่ะ อะไรมันก็ยังดูดีอยู่ เธอเองก็ดูดีนี่”

“ฉันก็ไม่รู้จะทำตัวแย่ไปทำไม ทำให้มันดีเข้าไว้ อะไรๆมันจะได้ดี”

“วรรณ...นี่เธอยังโกรธเราอยู่อีกหรือ เรื่องมันล่วงเลยมาจนป่านนี้แล้ว ทำใจเสียบ้างเถอะ คิดว่าเห็นแก่เด็กๆ ภีมเขาไม่ได้ทอดทิ้งเธอนะ เขาก็วนเวียนไปเยี่ยมลูกทุกอาทิตย์ เราอาจจะตกลงกันได้เรื่อง...”

“ไม่มีอะไรต้องตกลงกันอีกแล้ว ขอแค่ภีมไปตามนัด เราจะได้หย่ากัน”

“ฉันไม่เคยต้องการให้เรื่องมันจบที่การหย่าของเธอเลยนะ”

“เธอจะเก็บเมียหลวงเอาไว้ทำไม ก็แค่ผู้หญิงที่ผัวไม่ต้องการแล้ว ไม่มีเมียหลวง คำว่าเมียน้อยก็ไม่มี หรือเธออยากเป็นเมียน้อยฉันไปตลอดชีวิต”

พุดกรองสะอึกอึ้ง คุณอาของทวยหาญเขม้นมองอยู่ไกลๆด้วยความสงสัย ก่อนจะกลับเข้าไปดึงมือหลานชายเข้ามาในครัว คาดคั้นอย่างร้อนใจ

“ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ทำท่าแปลกๆกับอาจารย์วรรณนรี บอกกับอามาตามตรงว่ามีอะไร ตั้งแต่คนพวกนี้ตามมาพักที่นี่ ทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิมเลยนะ”

“คุณพุดกรองเป็นภรรยาใหม่ของคุณภีมน่ะครับคุณอา”

“คุณพระช่วย แล้วอาจารย์วรรณนรีหย่ากับสามีหรือยัง”

“ยังครับ”

“ยัง? แล้วควงเมียใหม่ที่ท้องสามเดือนมาเยาะเย้ยเมียหลวงยังงี้เลยหรือ”

“คุณอาครับ นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของคนสามคน ที่เขาจะตัดสินปัญหากันเอง ไม่เกี่ยวกับเราหรอกครับ”

“เกี่ยวสิ ทำไมจะไม่เกี่ยว ถ้าหลานอาไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องสามคนผัวเมียนี่ จริงอยู่อาชอบอาจารย์วรรณนรี แต่ก็ต้องอยู่ในฐานะม่ายเหมือนอย่างที่หลานอาเป็นม่ายเมียตาย จะมาคาราคาซังกันอยู่ยังงี้ไม่ได้”

ทวยหาญยิ้มฝืน พยักหน้ารับคำเสียงแผ่ว

ทันใดนั้นทุกคนแตกตื่นกับเสียงแหลมๆของพรรณราย เธอเพิ่งรู้ว่าดลฤดีหายไป...ดลฤดีหนีออกจากบ้านพักหลังจากเธอนัดทิวไว้ เธอต้องการให้เขาพาหนีไปพ้นจากแม่จอมบงการ

ทวยหาญและคนอื่นๆต่างร้อนใจเป็นห่วงดลฤดี แต่พอรู้ว่าโทรศัพท์มือถือของเธอถูกพรรณรายยึดไว้ก็แปลกใจ สองแม่ลูกต้องมีอะไรสักอย่างที่ปิดบัง แต่กระนั้นทวยหาญก็ส่งคนของตนออกตามหา ใช้เวลาตลอดวันไม่พบเจอ

พรรณรายไม่ยอมให้แจ้งความ ขณะที่พุดกรองคาดเดาว่าดลฤดีคงกลับกรุงเทพฯไปแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลายคนหมดสนุก พรรณรายขอกลับกรุงเทพฯก่อน พุดกรองจึงชวนภีมกับจ้านกลับไปด้วย โดยที่ดลฤดีกับทิวยังซ่อนตัวอยู่ในระนอง

หลังจากแขกไม่ได้รับเชิญพากันกลับไปหมดแล้ว คืนนี้พอป่านหลับสนิท ปอตัดสินใจถามแม่ว่าจะหย่ากับพ่อจริงหรือ วรรณนรีนิ่งไปนาน ก่อนตั้งคำถามกับลูกว่าถ้าแม่หย่ากับพ่อแล้วปอจะอยู่กับใคร

“ปออยู่กับคุณแม่ค่ะ”

“ปอ...ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นระหว่างพ่อกับแม่ แม่ก็จะรัก แม่จะให้ความอบอุ่นกับลูก ทุกสิ่งในชีวิตลูกจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แม่ขอร้องอย่าเห็นเรื่องหย่าของพ่อกับแม่เป็นเรื่องร้ายแรง แม่เพิ่งได้คิดได้รู้ว่าคนเราถ้าไม่พร้อมที่จะอยู่ร่วมกันต่อไป การแยกกันด้วยดีเป็นทางที่ดีที่สุด ดีด้วยกันทุกฝ่าย เพราะเราจะได้ไม่ต้องฆ่าตัวเองด้วยการทนอยู่กับความขมขื่น เพราะความอดทนบางทีก็เป็นโทษมากกว่าเป็นคุณ กลับไปนี่แม่จะหย่ากับคุณพ่อ”

“แล้วคุณแม่จะไปอยู่กับคุณลุงไหมคะ”

“แม่ก็ไม่รู้ มันเป็นเรื่องของอนาคต แม่ยังตอบไม่ได้ แล้วถ้าแม่จะอยู่กับคุณลุงทวยหาญล่ะ”

“คุณลุงใจดีค่ะ แต่ถ้าคุณแม่จะไปอยู่กับอาพงษ์ ปอคงไม่ชอบแน่”

“อาพงษ์เป็นเพื่อนแม่ เป็นเพื่อนของครอบครัวเรา แล้วอะไรทำให้ลูกชอบคุณลุงทวยหาญ”

“คุณลุงรวยค่ะ มีทุกอย่างที่เราอยากมี ใครๆก็ชอบอยู่บ้านหลังใหญ่ สบายๆอย่างบ้านน้าพุดกรอง คุณพ่อยังไปอยู่ที่นั่นเลยค่ะ”

เหตุผลของลูกสาวเล่นเอาสีหน้าและแววตาของคนเป็นแม่สลดลงทันที

ooooooo

ตั้งแต่เห็นพิมุขป้วนเปี้ยนเกาะแกะวรรณนรีที่สวยดูดีขึ้น สุมนาแอบหึงหวงเรื่อยมา วันนี้รู้จากวินิตาว่าวรรณนรีลาพักร้อนไประนองก็อดระแวงไม่ได้ เพราะพิมุขก็เงียบหายไป เธอโทร.เข้าที่บ้านพิมุข รู้จากคนรับใช้ว่าไม่มีใครอยู่ ไประนองกันหมดก็ยิ่งกระวนกระวาย

วรรณนรีกับลูกยังอยู่ระนองเพราะยังไม่หมดวันลาพักร้อนไว้ ทวยหาญเอาใจเธอทุกอย่าง และพอมีโอกาสอยู่กันตามลำพังก็แย้มความในใจอย่างสุภาพว่า อยากให้เธอช่วยพาเขาไปสู่การเริ่มต้นใหม่ วรรณนรีพอจะเข้าใจ แต่ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ

ภีมเพียรโทร.มาที่บ้านเพื่อถามเชยว่าวรรณนรีกลับจากระนองหรือยัง เมื่อรู้ว่ายังไม่กลับก็แสดงอาการหงุดหงิดจนพุดกรองจับได้ แล้วเลยพาลจะทะเลาะกันอีก แต่ภีมไหวตัวเปลี่ยนไปพูดเรื่องดลฤดีเสียก่อน
ดลฤดียังไม่กลับบ้าน พรรณรายงุ่นง่านพาลเอากับพิมุขว่าไม่ห่วงลูกเอาเสียเลย ลูกหายไปทั้งคนไม่สงสัยสักนิดว่าไปไหน

“ก็คงจะเบื่อคุณเลยหนีไปอยู่กับเพื่อน ดลดี้เป็นเด็กรักดี มีการศึกษาสูงขนาดนั้น ผมไม่เชื่อหรอกว่าลูกจะไปทำเรื่องเลวๆ”

“แล้วเรื่องผู้ชายล่ะ คนมีการศึกษาหนีพ้นเรื่องผู้ชายมั้ย ไม่ว่าจะเป็นวรรณนรี พุดกรอง ก็หนีไม่พ้นเรื่องฉาวๆ คาวๆแบบนี้ แล้วยายดลดี้ล่ะ ป่านนี้คงไปถึงไหนๆแล้ว”

พรรณรายทั้งกลุ้มทั้งเจ็บใจลูกสาวคนเดียว...เวลานั้นเอง ดลฤดีกับทิวพร้อมที่จะกลับมาเผชิญความจริงที่กรุงเทพฯแล้ว สองคนสัญญาไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะก้าวผ่านมันไปให้ได้

แต่แล้วเมื่อกลับถึงกรุงเทพฯในคืนนั้น ทิวเกือบถูกชายฉกรรจ์ที่พรรณรายส่งมาดักรอหน้าหอพักทำร้ายร่างกาย ถ้าไม่ได้พลเมืองดีแถวนี้วิ่งกรูเข้ามาช่วย

ooooooo

ทวยหาญมาส่งวรรณนรีกับลูกถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ภีมจอดรถซุ่มรอในความมืดและรอจนกระทั่งทวยหาญกลับไปถึงเคลื่อนรถมาจอดหน้าบ้าน

ภีมเข้าบ้านอย่างเงียบกริบ ถามประชดวรรณนรีว่าคงสนุกมากใช่ไหมกับการเที่ยวครั้งนี้ วรรณนรีไม่อยากทะเลาะด้วย จึงจะคุยเรื่องพรรณรายกับดลฤดีแทน แต่ภีมยังแขวะเธออย่างระแวง เธอรำคาญเลยพูดเรื่องหย่าขึ้นมาอีก คราวนี้ภีมหน้าเจื่อน พูดไม่เต็มเสียงว่า

“เรื่องมันแล้วไปแล้ว จะพูดถึงมันทำไม ถ้าจะต่อว่าก็ไปต่อว่านายพงษ์ ที่เขาลากผมไปกินเหล้าจนลืมเวลา”

“เราจะไปหย่ากันอีกครั้ง คุณว่างเมื่อไหร่”

“นี่คุณยังบ้าอยู่อีกหรือ”

“เปล่า ฉันไม่ได้บ้า เพียงแต่ฉันต้องการหย่าให้สิ้นเรื่องสิ้นราว มันจะได้จบ”

“ไม่มีอะไรต้องจบ”

“สำหรับฉัน ตราบใดที่ยังไม่หย่า ฉันก็จะมีแต่ความทุกข์”

“คุณกำลังคิดจะผละจากผมไปหาคุณทวยหาญใช่มั้ย”

วรรณนรียิ้มเยือกเย็นเมื่อเห็นท่าทีภีมหึงหวง ตอบเสียงเรียบว่า ขอบคุณที่อุตส่าห์เข้าใจ

“อ้อ ยังงี้นี่เอง ต้องการหย่าเพราะคิดจะมีผัวใหม่ คุณทวยหาญเขาพาคุณไปบ้าน ไปพบผู้ใหญ่ ไปทำความรู้จักกับเทือกเถาเหล่ากอของเขา คุณก็เลยคิดจะตกถังข้าวสาร”

“คนอื่นตกได้ แล้วทำไมฉันจะตกบ้างไม่ได้ คุณอิจฉาฉันหรือไง”

ภีมของขึ้นเสียงดังอย่างลืมตัว “ไม่! ผมไม่หย่า” แล้วเดินตามวรรณนรีมาที่ห้องนอน ย้ำแล้วย้ำอีกว่าตนไม่มีวันหย่าอย่างเด็ดขาด

“เหตุผลล่ะ คุณคงไม่ตอบหรอกนะ ว่าเป็นเพราะคุณยังรักใคร่ไยดีฉันอยู่”

“ก็ทำไมผมต้องตอบ”

“นอกเสียจากว่าคุณไม่รู้จะตอบยังไง คุณอาจจะตอบอะไรก็ได้นี่”

“อ้อ...ผมพูดบ้าๆงั้นสิ คุณคิดว่าคุณตัดสินใจดีแล้วหรือ”

“ค่ะ ดีที่สุดแล้ว”

ภีมเดินกลับไปกลับมา แล้วทรุดลงนั่ง คิดหาเหตุผลขึ้นมาอ้าง “ลูกโตแล้ว ปอกำลังจะเป็นสาว การหย่าของเราจะมีผลกระทบต่อลูก”

“ฉันรักลูก แต่ฉันไม่ต้องการพ่อของลูก ฉันพูดกับลูกแล้ว ลูกเข้าใจดี ตอนนี้ถึงคุณจะอยู่หรือไป จะหย่าหรือไม่หย่าก็มีค่าเท่ากัน ถึงหย่าแล้วคุณก็ยังไปมาหาสู่ลูกได้”

“แต่คุณจะหาพ่อเลี้ยงให้ลูก คุณคิดว่าเป็นทางออกที่ดีแล้วหรือ”

“อาจจะไม่ใช่ทางออกที่ดี แต่ทุกอย่างมันบังคับให้เราต้องออก เรามีสิทธิ์หาความสุขใส่ตัวได้เท่าๆกันไม่ใช่หรือ คุณมีความสุขแล้วจะปล่อยให้ฉันทุกข์อยู่คนเดียว มันไม่เอาเปรียบกันมากไปหรือภีม”

“วรรณ...ความคิดแบบนี้ไม่เคยมีอยู่ในสมองของคุณมาก่อนเลยนี่”

“ถ้าฉันโง่ดักดานได้เท่าไหร่ คุณก็ตบมือหัวเราะชอบใจ คุณเห็นแก่ตัว คุณอยากเห็นฉันโง่ดักดานไปตลอดกาล คุณอยากให้ฉันนิ่ง ไม่โต้ตอบ ไม่ต่อสู้ ไม่หาทางออก ปิดประตูขังตัวเอง ปล่อยให้อะไรๆเป็นไปตามยถากรรม ฉันทนทุกข์ทรมานได้นานเท่าไหร่ ก็ยิ่งย้ำว่าฉันเป็นเมียที่ดี”

ภีมอ่อนลงเมื่อวรรณนรีแรงขึ้น พูดเสียงเรียบว่า “ถึงยังไงผมก็ไม่ต้องการหย่า”

“แต่การกระทำของคุณบอกว่าคุณต้องการหย่า ความเห็นแก่ตัวต้องแก้ด้วยความเห็นแก่ตัวถึงจะสาสม ถึงคนเป็นเมียจะเอาความดีเข้าสู้จนกระดูกแหลก แล้วจะมีใครสักคนไหมที่จะเอากระดูกของคนเป็นเมียขึ้นมาบูชา ไม่ต้องถึงกับบูชาหรอก แค่เวทนาสักนิด หยิบเอาขึ้นมาวางให้เป็นที่เป็นทางก็ยังไม่มีใครคิด”

“คุณเป็นครูบาอาจารย์นะ คุณมีลูกศิษย์ทั่วเมืองคุณไม่อายหรือ คุณอาจจะได้เป็น...”

“อย่าเอาตำแหน่งมาขู่ฉัน อาจารย์มหาวิทยาลัยหรือนักการภารโรงก็มีหัวใจ หัวใจของมนุษย์ที่มีเลือดมีเนื้อ มีความเจ็บปวดไม่ต่างกัน ยังไงฉันก็ต้องการหย่า!”

ทั้งน้ำเสียงและสีหน้าของวรรณนรีจริงจังมากจนภีมหน้าซีดเผือด เครียดและหนักใจ

ooooooo