วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

น้ำเซาะทราย ตอนที่ 1


19 พ.ค. 2560 09:22
2,743,720 ครั้ง

น้ำเซาะทราย ตอนที่ 1

อ่านเรื่องย่อ

น้ำเซาะทราย

แนว:

ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

กฤษณา อโศกสิน

บทโทรทัศน์โดย:

ปลายปากกา

กำกับการแสดงโดย:

สยาม สังวริบุตร

ผลิตโดย:

บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันศุกร์ - อาทิตย์ เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ศรราม เทพพิทักษ์,สุวนันท์ คงยิ่ง,โสภิตนภา ชุ่มภาณี

ภีม วรรณนรี และพุดกรอง สามเพื่อนสนิทที่คบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย พุดกรองกับภีมเคยแอบรักกันมาก่อน แต่พุดกรองคิดว่าถ้าตัวเองเลือกที่จะแต่งงานกับนายพร้อม นักธุรกิจหนุ่มใหญ่
ผู้ร่ำรวย กว้างขวางมีอิทธิพลน่าจะเหมาะสมกว่า

หลังจากแต่งงาน พุดกรองมีลูกชายกับนายพร้อมชื่อจ้าน ซึ่งเรียนอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ส่วนภีมตัดสินใจแต่งงานกับวรรณนรี มีลูกชายหญิงคือป่านกับปอ ทั้งสองเติบโตอย่างมีระเบียบเพราะความเป็นครูของวรรณนรี
ต่อมาสามีของพุดกรองเสียชีวิต เธอตกพุ่มม่ายจึงพาตัวเองกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เมืองไทย โดยที่จ้านยังคงเรียนอยู่สหรัฐอเมริกา

และคืนนี้เป็นคืนแรกที่พุดกรองออกงานสังคมอีกครั้ง เธอได้พบภีม วรรณนรี และพงษ์สนิท ซึ่งเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ซึ่งงานเลี้ยงครั้งนี้คุณหญิงพรรณราย เพื่อนไฮโซของพุดกรองจัดขึ้น เพราะจะแนะนำด็อกเตอร์พิมุขสามีที่กำลังเป็นคู่แข่งกับวรรณนรีในการแย่งตำแหน่งคณบดีมหาวิทยาลัย และเปิดตัวดลฤดีลูกสาวคนเดียวที่เพิ่งกลับจากอเมริกา

งานเลี้ยงครั้งนี้ทำให้พุดกรองและภีมได้กลับมาพบกันอีกครั้ง ความรู้สึกดีๆในวันวานเริ่มย้อนกลับมา ในขณะที่ภีมเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายในตัววรรณนรีที่ควบคุมทุกอย่างภายในบ้านเหมือนเขาเป็นเด็กนักเรียนของเธอตลอดเวลา

หลังงานเลี้ยงคืนนั้น ภีมกลับมาค้นอัลบั้มรูปเก่าๆ สมัยยังเป็นนักศึกษาที่วรรณนรีเก็บไว้ในห้องเก็บของออกมาดูแล้วรำลึกถึงความหลังที่เคยใกล้ชิดและเที่ยวเตร่กับทั้งพุดกรองและวรรณนรี

วรรณนรีวุ่นวายอยู่กับสอนการบ้านลูกสองคนอยู่นานกว่าจะมาเห็นภีมนั่งดูอัลบั้มรูป เลยพูดถึงพุดกรองว่าแปลกใจที่พบเธอ เสียดายไม่ได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราวเพราะเธอกำลังเนื้อหอมจนตนเข้าไม่ถึงตัว

“ผมก็แปลกใจเหมือนคุณ คุณพร้อมเพิ่งเสียที่อเมริกา ผมเองก็เพิ่งได้ข่าวเจ้านายเก่าเมื่อไม่นานนี้ ผมยังเสียใจอยู่เลยที่ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าเสียใจคุณพร้อม เป็นคนสนับสนุนให้ผมเรียนกฎหมาย ตอนที่ผมทำงานกับเขา”

“ถ้าอย่างนั้นเราหาโอกาสเชิญพุดกรองมาทานข้าวบ้านไหมคะ”

ภีมสีหน้าสดชื่น ถามทันทีว่าเมื่อไหร่?

ooooooo

ดลฤดีไม่ชอบและไม่พอใจพงษ์สนิทจากที่เจอกันในงานเลี้ยงเมื่อคืน เธอบ่นให้พรรณรายฟังอย่างหงุดหงิด

“หนูไม่ชอบหน้าคุณพงษ์สนิทเลยค่ะคุณแม่ ดูเขาอวดฉลาด ไม่รู้กาลเทศะ เขาทำหน้ายโส แล้วมองคนอื่นโง่กว่าเขา”

“มีใครเขาถืออีตาบ้านี่บ้างล่ะ วันๆมีอาชีพเสียที่ไหน ทำอะไรก็ล้มเหลวไม่เป็นท่าสักอย่าง ทำสนามกอล์ฟ ทำบ้านจัดสรร ทำผับ...ดีนะ แม่มีมรดกเก่า ที่แม่เขายังไม่ยอมตายเพราะอะไรรู้ไหมดลดี้ เพราะกลัวนายพงษ์สนิทผลาญสมบัติหมด”

“เอ้อ...คุณแม่คะ คุณภีมนี่เป็นสามีอาจารย์วรรณนรีหรือคะ”

“ใช่ อาจารย์วรรณนรีได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงตำแหน่งคณบดีคู่กับคุณพ่อของหนู เห็นเย็นๆ จืดๆ ยังงั้นเถอะ ผลงานน่าหนักใจคู่แข่งนะ”

“ท่าทางอาจารย์วรรณนรีเป็นครูทุกกระเบียดนิ้ว หนูสงสัยจังเวลาอยู่บ้านคุณภีมเขาจะเป็นนักเรียนหรือเปล่า”

“ดลดี้...แม่ต้องหาทางส่งคุณพ่อขึ้นเป็นคณบดีให้ได้ ถ้าวรรณนรีไม่อยู่ในสายตาคณะกรรมการ”

“หมายความว่ายังไงคะ”

“ก็หมายความว่า ถ้าชื่อเสียงของวรรณนรีมัวหมอง มีปัญหาเรื่องครอบครัว วรรณนรีก็ขาดคุณสมบัติ ถึงตอนนั้น คุณพ่อของหนูอาจจะได้เป็นคณบดี”

ดลฤดีหรือดลดี้รับฟัง แต่ดูเหมือนไม่ใคร่ได้ใส่ใจเรื่องของพ่อนัก สนใจภีมมากกว่า

ooooooo

วรรณนรีโทร.นัดพุดกรองมากินข้าวที่บ้านคืนนี้ พงษ์สนิทล่วงรู้จึงตั้งใจนั่งรถหรูของพุดกรองมาด้วย แต่ต้องผิดหวังเพราะเธอให้เขาทำหน้าที่คนขับรถ แถมระหว่างทางเกือบประสบอุบัติเหตุ สองคนเลยต้องนั่งแท็กซี่มาที่บ้านของภีม

พงษ์สนิทหลงรักพุดกรองจึงพยายามเอาใจเธอทุกอย่าง แต่พุดกรองให้เขาได้แค่ความเป็นเพื่อน เพราะเวลานี้ใจเธอวนเวียนอยู่กับภีมเพียงคนเดียว

ค่ำคืนเดียวกับที่บ้านภีมได้ต้อนรับพุดกรองกับพงษ์สนิทอย่างอบอุ่นและกันเอง ที่คฤหาสน์ของพรรณรายกำลังร้อนเป็นไฟ พรรณรายไม่พอใจสามีและมีปากเสียงกันเอ็ดอึง

“คุณจะทำอะไรนึกถึงหน้าตาของฉันบ้าง ฉันต้องตากหน้าอยู่ในสังคมที่มีแต่พวกสวมหน้ากาก ต่อหน้าก็ทำดีด้วย ลับหลังทั้งจิกทั้งกัด ฉันพยายามจะส่งคุณไปให้ถึงตำแหน่งคณบดี แค่คุณให้ความร่วมมือ ทำตัวให้เป็นสามีที่ดี เป็นพ่อที่อบอุ่น เราต้องมีครอบครัวสมบูรณ์แบบ ไม่ยังงั้นก็เป็นอะไรไม่ได้”

“พูดจบหรือยัง ผมจะออกไปข้างนอก”

“ฉันยังพูดไม่จบ วรรณนรีเป็นผู้หญิงเก่ง ทำงานด้านการศึกษามานาน ไม่มีประวัติเสีย ถ้าคุณปล่อยให้วรรณนรีผ่านเข้ามาเป็นคู่แข่ง...”

“นี่...อย่ามารู้ดีไปกว่าผมเลยน่ะ ยังไงอาจารย์วรรณนรีก็เป็นแค่ผู้หญิง ใครเขาจะเลือกผู้หญิงขึ้นมาเป็นคณบดี”

“คุณคิดผิดแล้ว ฉันได้ยินมาว่าผู้ใหญ่กำลังหมายตาวรรณนรี คุณเลิกแห่ไปแห่มาได้แล้วก่อนที่ใครจะรู้ว่าคุณเป็นพวกเฒ่าหัวงู”

ดลฤดีเข้ามาได้ยิน มองพ่อแม่ด้วยความสงสัย พรรณรายกับพิมุขรีบเปลี่ยนท่าทีปกปิดความบาดหมาง

“ดลดี้กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ก็ไหนว่านัดเพื่อนกินข้าว หนูจะกลับดึกไงล่ะ”

“ไม่มีอะไรหรอกลูก พ่อกับแม่คุยกันเรื่องตำแหน่งคณบดีน่ะ พ่อกำลังจะออกไปข้างนอก มีประชุมนอกรอบน่ะ”

พรรณรายจะค้านแต่พิมุขชิงตัดบทก่อนว่า

ไม่ต้องรอ ตนอาจจะกลับดึก พูดจบก็เดินออกไป ทิ้งให้ ภรรยายืนอ้าปากค้าง พอลูกสาวถามว่ามีอะไรกัน พรรณรายกลบเกลื่อนดึงลูกเข้ามากอด ยิ้มระรื่นเหมือนมีความสุขในชีวิตครอบครัว บอกว่าแม่กับพ่อยังรักกันเหมือนเดิม

ooooooo

ที่บ้านภีม...พงษ์สนิทคุยฟุ้งอยู่ในโต๊ะอาหาร ปอและป่านต่างมองพุดกรองด้วยความชื่นชม ท่าทีพุดกรองเต็มไปด้วยความสุข ขณะที่ภีมมองมาที่เธอด้วยความรู้สึกตื่นเต้นและประหม่า

“ทำไมผมต้องทำงาน ในเมื่อคุณแม่มีเงิน เงินน่ะมันต้องใช้ตอนที่เรายังมีชีวิตอยู่ ก็เหมือนความสุข เราต้องใช้ตอนนี้ ไม่ใช่เก็บเอาไว้ใช้ตอนตายแล้ว ตายแล้วใช้เงินได้มั้ย...ไม่ได้ เพราะฉะนั้นใครจะว่าผมหยิบโหย่ง เอาแต่แบมือขอเงินคุณแม่ใช้ ผมก็ไม่สน ผมสนแค่ผมมีความสุข...จบมั้ย”

พงษ์สนิทพูดไปแต่ดูเหมือนแทบไม่มีใครสนใจฟัง เด็กสองคนป่านกับปอชมน้าพุดกรองว่าสวยจัง ทำไมแม่ไม่สวยเหมือนน้าพุดกรองบ้าง

วรรณนรีปรามลูกให้หยุดพูดเหลวไหล ภีมให้ลูกขอบคุณพุดกรองที่ซื้อของเล่นมาให้ ป่านกับปอพูดอย่างเต็มใจ แถมบอกว่าของฝากราคาแพงมาก พวกตนอยากได้ตั้งนานแล้วแต่แม่ไม่ยอมซื้อให้

พุดกรองเอื้อมมือหยิกแก้มปอด้วยท่าทีอบอุ่นใจดี

“น่ารัก...เขาว่ากันว่าเด็กมักไม่โกหก ยิ่งเป็นเด็กที่มีแม่เป็นครู มีคุณพ่อเป็นนักกฎหมายด้วยแล้วยิ่งต้องพูดความจริง มา...มาให้น้าหอมแก้มให้ชื่นใจ”

พุดกรองหอมแก้มปอแล้วเลยมาที่ป่านด้วย

“เอ้า...เพื่อไม่ให้ได้เปรียบเสียเปรียบ น้ากรองหอมป่านอีกคนจ้ะ”

ปอได้กลิ่นน้ำหอมจากพุดกรองก็ปากไวประสาเด็ก “ขอบคุณค่ะ แหม...คุณแม่คะ ตัวน้าพุดกรองห๊อมหอมค่ะ”

“ก็น้าพุดกรองใช้น้ำหอมชั้นดีนี่ลูก...พุดกรอง ขอบใจมากนะที่มาทานข้าวกับครอบครัวเรา”

“ฉันต่างหากล่ะที่ต้องขอบใจวรรณกับคุณภีม ที่ยอมให้ฉันเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวสุขสันต์ ฉันตัวคนเดียว สามีตาย เป็นม่าย ลูกก็อยู่ไกล ฉันมากินข้าวบ้านวรรณอีกได้ไหม”

วรรณนรีเอื้อมมือมาจับมือพุดกรอง กำลังจะตอบ แต่ป่านกับปอชิงตอบรับพร้อมกันด้วยความรู้สึกดีที่มีต่อพุดกรอง แล้วทุกคนก็หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ยกเว้นพงษ์สนิทคนเดียวที่ทำหน้ากระอักกระอ่วน หยิบแก้วเหล้าสาดลงลำคอเพราะไม่มีใครสนใจ

พงษ์สนิทดื่มหนักจนเมาแอ๋กลับบ้านไม่ได้

วรรณนรีเลยต้องจัดที่นอนให้ ส่วนภีมอาสาไปส่งพุดกรองเพราะเธอไม่ได้ขับรถมา

ระหว่างทางพุดกรองเล่าเรื่องราวของตนช่วงที่หายไป

จากชีวิตภีม ก่อนทิ้งท้ายว่าทุกวันนี้เธอเหงา อยู่อเมริกาก็ไม่ได้อยู่กับลูก เพราะอดีตสามีส่งลูกไปเรียนอีกรัฐ นานๆจะได้พบกันสักครั้ง

“คุณกลับมาแล้วชีวิตคงไม่เหงา เพราะคุณกำลังเป็นที่สนใจของสังคม”

“เศรษฐินีม่าย กระดังงาลนไฟ คุณคิดว่าฉันปลื้มกับคำนี้หรือ รู้ไหมคะภีม ตอนที่ฉันอยู่คนเดียว ฉันคิดถึงยิ้มของคุณ เพราะยิ้มของคุณทำให้ฉันยิ้มได้”

ภีมชะงัก พุดกรองมองหน้าเขา พูดจริงจังว่า

“ฉันคิดว่าฉันยังรู้สึกต่อคุณเหมือนตอนที่ฉันพบคุณครั้งแรก...คือเป็นเพื่อนที่ดี ฉันเล่าเรื่องของฉันหมดแล้ว ถึงทีคุณแล้ว เล่าให้ฉันฟังบ้างสิคะว่าแต่งงานกับวรรณตามที่ฉันแนะนำ คุณมีความสุขไหม”

ภีมหลบสายตาพุดกรอง พูดไม่เต็มเสียงว่าตนมีความสุขดี

“ถ้าวรรณจะไม่ทำตัวเป็นครูตลอดเวลาใช่ไหมคะ” คำถามพุดกรองทำให้ภีมอึ้งไป

แล้วพอถึงหน้าบ้านพุดกรองก็ยังอ้อยอิ่ง ขอบคุณเขาและพูดจาชวนให้คิดว่าเธอมีใจ ภีมเองก็อ่อนไหว จับมือเธอและอวยพรให้นอนหลับฝันดี

ooooooo

เช้าขึ้น วรรณนรียุ่งวุ่นวายกับลูกสองคนเหมือนทุกวัน ทั้งเร่งทั้งสอนเพื่อให้ลูกมีระเบียบวินัยแล้วพาไปส่งโรงเรียนก่อนที่ตัวเองจะไปสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัย

ส่วนภีมนั้นเธอวานให้ไปส่งพงษ์สนิท ทั้งที่เขาไม่เต็มใจนัก หนำซ้ำระหว่างทางพงษ์สนิทยังทำให้ภีมไม่สบอารมณ์ เพราะประกาศตัวว่าต้องจีบพุดกรองให้ติด เขาเหมาะสมที่จะเป็นสามีใหม่ของเธอ

ด้านวรรณนรี พอถึงมหาวิทยาลัยก็ต้องมานั่งรับฟังปัญหาของแม่บ้านชื่อสมศรีที่กำลังโดนสามีนอกใจ สมศรีร่ำไห้ระบายความอัดอั้นและทุกข์ใจ โดยมีสุมนากับสายจิตลูกน้องของวรรณนรีฟังอยู่ด้วย

สมศรีเคยไปตามสามีแล้วตบตีกับหญิงอื่น มีร่องรอยฟกช้ำตามร่างกายให้เห็น วรรณนรีเห็นใจสมศรีในฐานะลูกผู้หญิงด้วยกัน ปลอบโยนไปพอสมควรก่อนจะเตือนสติว่าต้องใจเย็น การที่ผู้ชายมีผู้หญิงใหม่อาจจะมีสาเหตุ ให้พิจารณาตัวเราว่าทำหน้าที่ภรรยาที่ดีหรือเปล่า ผู้หญิงมีหน้าที่ต้องดูแลสามี ดูแลครอบครัว เลี้ยงดูลูก ประคับประคองชีวิตคู่ให้เดินต่อไปตลอดรอดฝั่ง ต้องอยู่ร่วมกันไปตลอดชีวิต

ฟังอาจารย์วรรณนรีแล้วสมศรีหยุดร้องไห้ ยกมือไหว้เธอด้วยความศรัทธา

“อาจารย์ขา...ขอบพระคุณอาจารย์ค่ะที่ให้ข้อคิดเตือนสติสมศรี สมศรีจะพิจารณาตัวเองแล้วปรับปรุงข้อบกพร่อง ชีวิตครอบครัวของสมศรีจะได้มีความสุขเหมือนชีวิตครอบครัวของอาจารย์ค่ะ”

วรรณนรียิ้มรับ เบาใจที่สมศรียังพอมีเหตุผลอยู่บ้าง ไม่ใช่เอาแต่ปากร้ายและชอบใช้กำลังแก้ปัญหา

ooooooo

ตกเย็นวรรณนรีกลับบ้านซึ่งเป็นเวลาปกติ รู้จากเชยว่าภีมกลับมาตั้งแต่บ่ายสาม ท่าทางเครียดๆ ผุดลุกผุดนั่ง มองแต่โทรศัพท์

รับข้อมูลจากคนรับใช้แล้ววรรณนรีรีบจัดแจงอาหารการกินและเรื่องลูก เสร็จแล้วขึ้นไปที่ห้องนอนเห็นสามีนั่งทอดกายหลับตานิ่งก็เริ่มบ่น

“ภีม...นี่คุณยังไม่อาบน้ำอีกเหรอ จะทุ่มแล้วนะ ฉันจัดโต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว ปอกับป่านรอคุณ คุณมัวทำอะไรอยู่ ฉันสั่งแล้วใช่ไหมว่า...”

ภีมตัดบทด้วยความรำคาญว่า “ผมจำได้ ไม่ต้องสั่งผมซ้ำหรอก”

“ภีม...ฟังเหมือนคุณโกรธฉันนะ ฉันทำอะไรผิดหรือ”

“เปล่า ผมคงเหนื่อยน่ะ”

“ที่ฉันเข้มงวดกับคุณกับลูก ฉันก็แค่อยากให้บ้านมีระเบียบ ลูกจะได้โตขึ้นมาอย่างคนมีคุณภาพ ฉันรู้ว่าคุณเหนื่อย แต่ฉันก็เหนื่อยไม่น้อยไปกว่าคุณนะ เหนื่อยงาน เหนื่อยคน ที่ไหนๆก็มีคนที่เป็นมลพิษเพื่อนร่วมงานทั้งนั้น”

“นี่ผมชวนคุณทะเลาะงั้นเหรอ”

วรรณนรีโกรธและน้อยใจ ตัดพ้อว่า “คุณคิดว่าฉันเป็นยายแก่น่าเบื่อสินะ ฉันทำเพื่อใครล่ะ ถ้าไม่ใช่เพื่อครอบครัว”

ภีมอ่อนลงทันที บอกว่าตนไม่อาบน้ำแล้ว แต่ชวนภรรยาไปกินข้าว

“ไม่!” วรรณนรีพูดเสียงขุ่น สีหน้ามึนตึงเย็นชาจนภีมชะงักหน้าเจื่อน “ฉันกินอะไรไม่ลงแล้ว ฉันทำเพื่อคุณ เพื่อลูก เพื่อบ้าน แต่เหมือนฉันยังไม่เคยดีพอ”

“วรรณ...ทำไมคุณพูดยังงั้นล่ะ นี่ผมทำให้เราทะเลาะกันหรือ”

“คุณไม่เห็นความดีของฉันเลย”

“คุณรู้ได้ยังไง ไม่เอาน่าวรรณ ผมรู้ว่าคุณก็เหนื่อย คุณต้องสอนหนังสือ แล้วไหนจะเรื่องตำแหน่งคณบดี คุณเครียด ผมแค่อยากจะบอกให้คุณคลายกฎระเบียบลงบ้าง เพราะชีวิตน่ะมันสั้น”

“ฉันมีอาชีพเป็นครู เป็นแม่พิมพ์ ฉันต้องรับผิดชอบคนอีกมากที่เป็นอนาคตของชาติ ฉันไม่อยากให้ใครตราหน้าว่าฉันเป็นครูเลว เป็นแม่ที่เหลวไหล แล้วก็เป็นภรรยาที่แย่”

วรรณนรีพูดขึงขังแล้วเชิดหน้าอย่างทะนง ภีมนิ่งเงียบยุติเรื่องราว ไม่อยากต่อความยาว เพราะจะยิ่งขุ่นมัวด้วยกันทั้งคู่

ooooooo

ทันที​ที่​รู้​ว่า​พุ​ดก​รอง​ได้​เจอ​ภีม​สามี​ของ​วรรณนรี​แล้ว พรรณราย​เริ่ม​แผน​ยุยง​พุ​ดก​รอง​ให้​กลับ​ไป​หาภีม​คน​รัก​เก่า หวัง​ผล​ให้​ครอบครัว​นี้​บาดหมาง​และ​แตกหัก​หย่า​ร้าง​ใน​ที่สุด เพื่อ​คะแนน​ของ​พิมุข​สามี​ตน​จะ​ได้​ตีตื้น​ชนะ​วรรณน​รี​ช่วงชิง​ตำแหน่ง​คณบดี​มา​ได้

ท่าทาง​พุ​ดก​รอง​คล้อย​ตาม​พรรณราย​เสีย​ด้วย เพราะ​ลึกๆเธอ​ยัง​มี​ใจ​ให้​ภี​มอ​ย่าง​เต็ม​เปี่ยม หาก​วัน​นี้​เธอ​จะ​ทวง​ของ​ของ​เธอ​คืน​มา​อย่าง​ที่​พรรณราย​พูด​จะผิด​ไหม?

คิด​ไป​คิด​มา​พุ​ดก​รอง​อยาก​พบ​ภีม​อีก แต่​กับ​พงษ์สนิท ​เธอ​แสดง​ท่าที​เบื่อ​หน่าย​ทุกที​ที่​ได้​เจอ พง​ษ์​สนิท​

พยายาม​ทุก​ทาง​เพื่อ​จะ​ถึง​เนื้อ​ถึง​ตัว​พุ​ดก​รอง แต่​เธอ​รู้ทัน​และ​ไม่​เล่น​ด้วย หา​วิธี​หลอกล่อ​จน​เขา​ผิดหวัง​แต่​ยัง​ไม่​ถอด​ใจ

ภีม​ไม่​พอใจ​พง​ษ์​สนิท​ที่​คิด​จีบ​พุ​ดก​รอง เขา​เก็บ​เรื่อง​นี้​ไป​ขบคิด​จน​หงุดหงิด​โดย​ไม่​รู้ตัว และ​เริ่ม​มี​ปากเสียง​กับ​วรรณน​รี​ที่​เอาแต่​เข้มงวด​ทุก​เรื่อง​จน​น่า​เบื่อ​หน่าย

ด้าน​ดล​ฤดี​ที่​พ่อ​แม่​ไป​คน​ละ​ทาง เธอ​สนใจ​ใน​ตัว​ภีม​ที่​ยัง​หล่อ​และ​ดู​ดี​ทุก​กระเบียด วัน​นี้​จึง​ทำ​ที​เข้า​มา​ที่​มหาวิทยาลัย​เพื่อ​พบ​พิมุข​ผู้​เป็น​พ่อ แต่​ความ​จริง​อยาก​พบ​วรรณน​รี​เพื่อ​ถาม​ซอกแซก​ถึง​ภีม ส่วน​ทวย​หาญ​พ่อม่าย​หนุ่ม​ใหญ่​วัย​ใกล้​ปลดเกษียณ เขา​กลับ​มา​ที่​ระนอง​แล้ว​ถูก​คุณ​อา​เตือน​ให้​มอง​หา​ภรรยา​คน​ใหม่​ไว้​ดูแล​ตัว​เอง​และ​ทรัพย์​สมบัติ ทวย​หาญ​เคย​เห็น​วรรณน​รี​และ​รู้สึก​ชื่น​ชอบ แต่​ติด​ตรง​ที่​เธอ​มี​ครอบครัว​แล้ว

ค่ำ​วัน​หนึ่ง ภีม​เบื่อ​หน่าย​วรรณน​รี​ที่​เข้มงวด​เรื่อง​การ​เรียน​ของ​ลูกๆ ลูก​สอบ​ได้​คะแนน​ต่ำ​กว่า​เดิม​ก็​บ่น​ไม่​เลิก แถม​ยัง​พาล​มา​บ่น​ภีม​ใน​ฐานะ​พ่อ​ว่า​ไม่ค่อย​ใส่ใจ​ลูก​เท่า​ที่​ควร ภีม​เลย​หงุดหงิด​ขับ​รถ​ออก​จาก​บ้าน​แล้ว​โทร.​หา​พุ​ดก​รอง นัด​ออก​มา​เจอ​กัน บอก​ว่า​ตน​มี​เรื่อง​จะ​เล่า​ให้​ฟัง

เมื่อ​สอง​คน​พบ​กัน พุ​ดก​รอง​สังเกต​สีหน้า​ท่าที​ของ​ภีม​ก็​เดา​ได้​ทันที​ว่า​ทะเลาะ​กับ​วรรณน​รี​มา ภีม​อึกอัก​เท่ากับ​เป็น​การ​ยอม​รับ แล้ว​สอง​คน​ก็​เริ่ม​รื้อฟื้น​ความหลัง​ก่อน​จะ​พา​กัน​เข้าไป​ที่​โรงแรม​หรูหรา ทั้งที่​พุ​ดก​รอง​ยังมี​ท่า​ทีหวาดหวั่น ซึ่ง​ภีม​ก็​ไม่ได้​ฝืน​ใจ​เธอ

“ถ้า​เรา​ผ่าน​ประตู​บาน​นั้น​เข้าไป คุณ​จะ​ไม่​เสียใจนะ”

“ขอ​เวลา​ให้​ฉัน​คิดถึง​วรรณน​รี​กับ​ศีลธรรม​ก่อน​ได้​ไหม​คะ”

“เรา​จะ​ไม่​พูด​ถึง​วรรณน​รี​หรือ​ศีลธรรม เรา​คือ​คน​สอง​คน​ที่​อายุ​รวม​กัน​มาก​กว่า​ครึ่ง​ร้อย เรา​คือ​คน​ที่รัก​กัน”

“ฉัน​กลัว​ค่ะ​ภีม นี่​ฉัน​กำลัง​จะ​เล่น​ชู้​กับ​ผัว​เพื่อน”

“มัน​ขึ้น​อยู่​กับ​การ​ตัดสินใจ​ของ​คุณ มัน​จะ​ไม่​ง่าย มัน​จะ​ไม่​เหมือน​ตอน​ที่​เรา​เป็น​หนุ่ม​สาว มัน​จะ​ทุเรศ​ทุรัง ผม​ต้อง​ทำตัว​เป็น​คน​โกหก ทำ​ทุก​อย่าง​เหมือน​ไอ้​กะล่อน​เพื่อ​พบ​คุณ​อีก ผม​ไม่​เคย​นอกใจ​วรรณน​รี แต่​ผม​ก็​ไม่​เคย​มี​ความ​สุข​อย่าง​ที่​ผม​ต้องการ”

“แต่​คุณ​ก็​ภูมิใจ​ใน​ตัว​วรรณน​รี”

“วรรณ​เหมือน​เครื่อง​ลายคราม แต่​คุณ​เหมือน​แก้ว​น้ำ”

“ฉัน​เป็นได้​แค่​แก้ว​น้ำ​เอง​หรือ”

“ผม​เก็บ​เครื่อง​ลายคราม​ไว้​ใน​ตู้ แต่​แก้ว​น้ำ ​ผม​จะ​ใช้​ทุก​วัน”

“ไม่​ต้อง​เปรียบ​ฉัน​เหมือน​อะไร​หรอก​ค่ะ ฉันรักคุณ เพราะ​คุณ​เป็น​คุณ”

“ผม​ก็​รัก​คุณ​เพราะ​คุณ​เป็น​คุณ คุณ​ก็​รัก​ผม​เพราะ​ผม​เป็น​ผม เรา​ยัง​ต้องการ​เหตุผล​อะไร​อีก”

สอง​คน​กระชับ​มือ​ที่​จับ​กัน​ไว้​แล้ว​ทำท่า​จะ​พา​กัน​ผ่าน​ประตู​โรงแรม​เข้าไป ทันใดนั้น​ลิ​ซ่า​เพื่อนบ้าน​ของภีม​โผล่​พรวด​ออก​มา​พร้อม​เสียง​บ่น​อย่าง​หงุดหงิด​อารมณ์เสีย พอ​เห็น​ภีม​กับ​พุ​ดก​รอง​เต็มตา ลิ​ซ่า​หยุด​ชะงัก อุทานชื่อ​สอง​คน​ออก​มา​เพราะ​จำ​ได้​แม่นยำ!

ooooooo

วัน​ถัด​มา พุ​ดก​รอง​นำ​เรื่อง​นี้​มา​เล่า​ให้​พรรณราย​เพื่อน​สนิท​ฟัง เกรง​ว่า​ลิ​ซ่า​จะ​ปากมาก​พูด​ให้​วรรณน​รี​ฟัง​จน​เป็น​เรื่อง

“คุณ​ไม่​ต้อง​ห่วง​หรอก ใน​สังคม​นี้​ไม่​มี​อะไร​เป็น​ความ​ลับ ขนาด​กำพืด​อยู่​ลึก​ถึง​ใต้​สะดือ​ยัง​ขุด​ขึ้น​มา​กระจาย​ข่าว​กัน​เลย ยาย​ลิ​ซ่า​น่ะ​ปากสว่าง​เหมือน​ลำโพง ป่านนี้​วรรณน​รี​คง​รู้​แล้ว​ว่า​เพื่อน​คิด​ไม่​ซื่อ”

“แต่​ฉัน​ยัง​ไม่ได้...”

“แล้ว​ถ้า​ยาย​ลิ​ซ่า​ไม่​พรวดพราด​ออก​มา​เห็น​คุณ คุณ​คิด​ว่า​คุณ​จะ​ก้าว​ข้าม​มหา​นที​สี​ทัน​ดร​รัก​ได้​ไหม”

พุ​ดก​รอง​อ้ำอึ้ง​ตอบ​ไม่ได้ พรรณราย​ได้ที​ยุ​ส่ง แสร้ง​อ่อนหวาน​ประหนึ่ง​หวัง​ดี​ต่อ​เพื่อน

“ภีม​เคย​เป็น​ของ​คุณ​มา​ก่อน ถึง​จะ​ไม่ได้​มี​อะไร​กัน​ลึกซึ้ง แต่​ก็​ชื่อว่า​เขา​กับ​คุณ​เคย​เป็น​คน​รัก​กัน มัน​ไม่​ผิด​หรอก​ที่​คุณ​จะ​ปล่อย​ให้​ใจ​เขา​กับ​ใจ​คุณ​มี​ที่​ไป​ด้วย​กัน คน​เรา​เกิด​มา​ไม่​กี่​ปี​ก็​ตาย​แล้ว คุณ​มอง​ย้อน​กลับ​ไป​ที่​วัน​เก่าๆสิ...ไม่​น่า​เชื่อ​ใช่​ไหม​ว่า​วัน​เวลา​มัน​ผ่าน​มา​เร็ว เรา​เคย​เป็น​สาว​เป็น​หนุ่ม​เมื่อ​ไม่​นาน แต่​ตอน​นี้​เรา​เป็น​คน​ที่​กำลัง​จะ​แก่ ยัง​เหลือ​เวลา​เสพ​กับ​ความ​สุข​อีก​แค่​ไม่​กี่​ปี ถาม​หน่อย...ตาย​แล้ว​คุณ​เอา​อะไร​ไป​ได้​บ้าง”

“ไม่​ค่ะ”

“เพราะฉะนั้น​ถ้า​คุณ​อยาก​ได้​ภีม​คืน คุณ​ต้อง​ทวง​คืน​จาก​วรรณน​รี คิด​ว่า​เขา​เป็น​ของ​ที่​คุณ​ทำ​หล่น​หาย ตอน​นี้​คุณ​กลับ​มา​หา​ของ​ของ​คุณ แล้ว​คุณ​ก็​พบ​แล้ว”

“แม้​ว่า​ฉัน​จะ​ต้อง​แย่ง​ผัว​เพื่อน​ยัง​งั้น​หรือ​คะ”

“ไม่​อยาก​ได้​เขา​กลับ​มา คุณ​ก็​ต้อง​ปล่อย​เขา​ไป”

ดล​ฤดี​หูผึ่ง แอบ​ฟัง​แม่​​กับ​เพื่อน​คุย​กัน ครั้นพุ​ดก​รอง​กลับ​ไป ดล​ฤดี​ซึ่ง​ไม่ค่อย​ชอบใจ​นัก​ก็​ถาม​กึ่ง​ตำหนิ ​แม่​ว่า

“สนุก​นัก​หรือ​คะ​คุณ​แม่ ที่​ยุ​ให้​คน​ทำ​ผิด​ศีลธรรม”

“แม่​ต้องการ​ให้​คุณ​พ่อ​ของ​หนู​ได้​ตำแหน่ง​คณบดี แม่​ต้อง​ทำ เรื่อง​ผิด​ผัว​ผิดเมีย เรื่อง​เล่น​ชู้​กัน​ใน​สังคม​นี้น่ะ มัน​ไม่​ใช่​เรื่อง​แปลก เพราะ​จิตใจ​คน​ก็​เหมือน​น้ำ มี​ที่​ต่ำ​ที่ไหน​มัน​ก็​ไหล​ไป​ที่​นั่น...ถ้า​วรรณน​รี​หย่า เครดิต​ความ​น่า​นับถือ​จะ​ลด​ลง​ทันที คน​ที่​จัดการ​กับ​ชีวิต​ครอบครัว​ไม่ได้​คือ​คน​ที่​ขาด​คุณสมบัติ​ใน​การ​เป็น​ผู้​นำ”

ดล​ฤดี​ฟัง​แล้ว​อึ้ง คาด​ไม่​ถึง​ว่า​แม่​จะ​มี​แผน​อัน​แยบยล​ขนาด​นี้

ooooooo

ภีม​เริ่ม​มี​ท่าที​ห่างเหิน​วรรณน​รี กลับ​เข้า​บ้าน​รีบ​อาบ​น้ำ​กิน​ข้าว​แล้ว​เข้า​นอน​ก่อน วรรณน​รี​ไม่สบายใจ แต่​ยัง​เก็บ​ความ​สงสัย​ไว้​ว่า​คืน​ก่อน​เขา​ไป​นอน​ที่ไหน

วัน​นี้​มา​ถึง​มหาวิทยาลัย​ด้วย​ใจ​ที่​ไม่​เบิกบาน วรรณน​รี​กลับ​ต้อง​มา​รับ​ฟัง​ปัญหา​ของ​สม​ศรี​อีก​ครั้ง​หลังจาก​เคย​เตือนสติ​ไป​แล้ว สม​ศรี​มี​ปัญหา​เดิมๆคือ​สามี​นอกใจ ซึ่ง​ยาม​นี้​วรรณน​รี​ไม่​อยาก​รับ​ฟัง จึง​เลี่ยง​ด้วย​การขอตัว​ไป​สอน​หนังสือ

ตก​บ่าย​พุ​ดก​รอง​โทร.​มา​เชิญ​วรรณน​รี​และ​ครอบครัว​ไป​ทาน​อาหาร​ที่​บ้าน​เธอ​วัน​เสาร์​นี้ แน่นอน​ว่า​ปอ​กับ​ป่าน​ดีใจ​มาก ส่วน​ภีม​ก็​เช่น​กัน แต่​ซ่อน​ความรู้สึก​นั้น​ไว้​อย่าง​มิดชิด​ต่อหน้า​ภรรยา

เมื่อ​ได้​ไป​เห็น​คฤหาสน์​ของ​พุ​ดก​รอง เด็กๆตื่นตาตื่นใจ ​กับ​ความ​ใหญ่​โต​หรูหรา คุย​กัน​โขมง​โฉงเฉง​จน​โดน​วรรณน​รี​ดุ​ให้​รักษา​มารยาท ส่วน​ภีม​นั้น​เริ่ม​ไม่​สบอารมณ์​เพราะ​มา​เจอ​พง​ษ์​สนิท​อยู่​ใน​บ้าน​พุ​ดก​รอง พง​ษ์​สนิท​ทำ​ราวกับ​เป็น​เจ้าของ​บ้าน จัด​อาหาร​ขึ้น​โต๊ะ​ต้อนรับ​แขก​แถม​พูดจา​หวานๆกับ​พุ​ดก​รอง​จน​ภีม​แอบ​หึง​หวง

พุ​ดก​รอง​สั่ง​อาหาร​ฝรั่งเศส​จาก​โรงแรม​ชั้น​หนึ่ง​มา​เลี้ยงแขก ตาม​ด้วย​ของหวาน​เลิศ​รส เด็กๆชอบ​กัน​มาก กิน​ไป​ชม​ไป​ไม่​หยุด​ปาก พง​ษ์​สนิท​มี​ความ​สุขมาก ฝันเฟื่อง​ว่า​สัก​วัน​ตน​ต้อง​ได้​เป็น​สามี​พุ​ดก​รอง ย้าย​เข้า​มา​อยู่​ใน​บ้าน​หลัง​นี้

ภีม​ทน​ไม่​ไหว​กับ​ความ​เพ้อ​ฝัน​ของ​พง​ษ์​สนิท ขอตัว​ไป​เข้า​ห้องน้ำ แต่​ความ​จริง​แอบ​ไป​หา​พุ​ดก​รอง​ที่​มุม​กาแฟ แสดง​ความ​หึง​หวง​ด้วย​ท่าที​เคร่งเครียด

“ผม​เพิ่ง​รู้​ว่า​คุณ​กับ​นาย​พง​ษ์​สนิท​มี​อะไร​กัน”

“ภีม...​คุณ​จะ​บ้า​หรือ​ไง”

“เขา​ทำตัว​เป็น​เจ้า​ข้าว​เจ้าของ​คุณ เป็น​เจ้าของ​บ้าน​หลัง​นี้ แล้ว​จะ​ให้​ผม​คิด​ยัง​ไง คุณ​หลอก​ผม​ให้​หัวปั่น สนุก​สิ​นะ นี่​คุณ​เห็น​ผม​เป็น​ไอ้​งั่ง​หรือ​ยัง​ไง”

พุ​ดก​รอง​ยื่น​หน้า​เข้า​มา​ด้วย​ความ​โกรธ พูด​เสียง​แผ่ว​เพราะ​กลัว​คน​อื่น​ได้ยิน

“ใช่...คุณ​เป็น​ไอ้​งั่ง ส่วน​ฉัน​เป็น​อี​โง่​ที่​รอ​ผัวชาวบ้าน​จน​รอ​ไม่​ไหว ต้อง​ออก​เทียบ​เชิญ​ทั้ง​ครอบครัว...ไงล่ะโง่​มั้ย นาย​งั่ง​กับ​ยาย​โง่”

พุ​ดก​รอง​พูด​ขาดคำ ภีม​กระชาก​เธอ​เข้า​มาก​อด​จูบ​อย่าง​รุนแรง เนี​ยม​คน​รับ​ใช้​ถือ​ถาด​ก้าว​เข้า​มา​เห็นภาพ​นั้น​ก็​ตกตะลึง อ้า​ปาก​ค้าง!

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement