นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 9 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 9


15 ก.ย. 2560 07:58
381,314 ครั้ง

ละคร นิยาย นักรบตาปิศาจ

นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 9

อ่านเรื่องย่อ

นักรบตาปิศาจ

แนว:

แอกชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ศานต์ ศรุติ

บทโทรทัศน์โดย:

วรพันธ์ รวี

กำกับการแสดงโดย:

ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์

ผลิตโดย:

บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

บิ๊กเอ็ม กฤตฤทธิ์ บุตรพรม, เนย ปภาดา กลิ่นสุมาลย์

ทันทีที่เจอหน้าเพื่อนรัก สมุทรต่อยเขาสี่หมัดซ้อน หมัดแรกสำหรับอาวุธที่มาเอาไปครั้งแรก หมัดที่สองสำหรับเครื่องบินเล็ก หมัดที่สามสำหรับเฮลิคอปเตอร์ลำนั้นและหมัดที่สี่เป็นค่านาฬิกาแพงระยับ

“ดาขอโทษอย่างมากนะคะ สำหรับเรื่องและความเสียหายที่เกิดขึ้น รอให้ทุกอย่างผ่านพ้นไป ดาก็จะพยายาม ชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้พันสมุทรในฐานะที่ดามีส่วนร่วมในการทำให้เกิดความเสียหาย”

เจอลูกอ้อนของวิชชุดาเข้าไปสมุทรอารมณ์ดีขึ้นมาทันที ยอมผัดผ่อนไว้เอาเรื่องกันวันหลัง ชวนให้ทั้งคู่อยู่ค้างที่บ้านของตนก่อนพรุ่งนี้ค่อยไปสำรวจไอ้โกดังนรกนั่น อัคคีบอกปัดคงค้างที่นี่ไม่ได้เพราะมีงานต้องสะสางให้เสร็จ แล้วกระซิบขอกระสุนปืนจากสมุทร ทั้งที่โกรธเคืองอยู่เมื่อครู่ สมุทรกลับจัดหากระสุนจำนวนมากพร้อมอาวุธมาให้ตามที่เพื่อนต้องการ...

จากนั้นไม่นาน อัคคีกับวิชชุดากลับมาที่คลังสินค้าอีกครั้งพร้อมอาวุธเต็มอัตราศึก แปลกใจไม่น้อยที่กล้องวงจรปิดหายไปหมดไม่เหลือแม้แต่ตัวเดียว อัคคีบอกหน้าตาเฉยว่าสารวัตรเก่งกับแนนซี่และตำรวจจำนวนหนึ่งอยู่ในนั้น วิชชุดาแปลกใจเขารู้ได้อย่างไร เขาท้าทายถ้าไม่เชื่อให้เธอปีนต้นไม้ดู

วิชชุดาทำตามคำท้าใช้กล้องส่องทางไกลส่องดู เป็นอย่างที่อัคคีว่าแถมข้าวของทุกอย่างหายไปหมด มีเพียงเศษของเก่าวางระเกะระกะกับลุงแก่ๆคนเฝ้าเพียงคนเดียว ในเมื่อไม่มีอะไรเหลือให้ค้น สารวัตรเก่งก็ยกกำลังกลับ อัคคีกับวิชชุดาเห็นว่าไม่มีใครจะอยู่ให้บู๊ด้วยก็พากันกลับ...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่สำนักปฏิบัติธรรมของอร่าม หมออรุณนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาให้อร่ามช่วยหาตัวผู้บุกรุกชายหญิงคู่นี้ให้ และฝากของที่ขนมาจากคลังสินค้าบางส่วนไว้ที่นี่ด้วย

“ไม่มีปัญหา ไม่มีใครมาค้นแน่เพราะเขาคิดว่าที่นี่คือสำนักปฏิบัติธรรม”

ooooooo

อัคคีกลับจากทำงานเจอวิชชุดารอท่าอยู่ในบ้านก็ดีใจมาก เธอได้มาเที่ยวเล่นแต่จะมาแจ้งข่าวว่าตำรวจเข้าไปตรวจค้นคลังสินค้าของหมออรุณเมื่อคืนนี้ทุกซอกทุกมุมแต่ไม่พบอะไรผิดสังเกต อัคคีแปลกใจของมากมายหายไปไหนรวดเร็วขนาดนั้น เชื่อว่าต้องมีอะไรแปลกๆแน่ คืนนี้เราจะไปดูกัน

“วันนี้ไปรถฉันนะคะ พวกนั้นจำรถคุณได้ แต่รถฉันยังไม่เคยไปที่นั่น”

ตกค่ำเมื่ออัคคีกับวิชชุดามาถึงประตูรั้วสังกะสีของคลังสินค้าที่เคยปิด บัดนี้เปิดโล่ง เขาเห็นทางสะดวกชวนเธอเข้าไปดูข้างใน เธอทักท้วงอาจจะเป็นกับดักก็ได้ มันอาจซ่อนคนเอาไว้ข้างในเตรียมเล่นงานเรา

“มันมีคนเดียวนั่งหัวโด่อยู่โน่น คุณถอยรถออกไป ผมจะเดินเข้าไปดู”

วิชชุดาไม่ปล่อยให้เขาเข้าไปคนเดียว ตามเข้าไป ด้วย ลุงคนเฝ้าเข้ามาถามทั้งคู่ว่ามีอะไร อัคคีอ้างตัวเป็นตำรวจจะขอตรวจค้นอีกครั้ง ลุงปล่อยให้ทั้งคู่เข้าไปเพราะมั่นใจว่าไม่เจออะไร อัคคีเดินไปตรงที่มีกองกระดาษอยู่ นึกสงสัยขึ้นมาใช้ตาปิศาจจุดไฟลุกพรึบ ลุงชักปืนออกมาจากที่เดินไม่ค่อยไหวกลายเป็นคนหนุ่มทันที

“ถ้าขยับนังนี่ตายก่อนแน่” ไม่ขู่เปล่า ลุงหันปืนเล็งวิชชุดา...

ลุงไม่ทันได้เหนี่ยวไกปืนก็ถูกวิชชุดาเล่นงานหมดทางสู้ จากนั้นจับมัดติดไว้กับเสาภายในโกดัง ลุงตะโกนโหวกเหวกขู่จะฆ่าทั้งคู่ถ้าหลุดไปได้ วิชชุดารำคาญชักปืนขู่ถ้าไม่เงียบจะยิงสมองกระจาย เขาถึงสงบปากสงบคำได้ อัคคีรอจนไฟไหม้ลังกระดาษหมด เดินมามองที่พื้นเห็นเป็นบันไดทางลงไปห้องใต้ดินผ่านทางดวงตาปิศาจ หันไปตะโกนถามลุงว่ากลไกประตูลับอยู่ไหน เขาตกใจที่อัคคีรู้ แต่รีบกลบเกลื่อนไม่รู้ว่าพูดเรื่องอะไร

อัคคีเพ่งสายตาไปรอบๆ ก่อนจะเดินไปยังเสาต้นหนึ่งหมุนที่กลไกซึ่งซ่อนไว้ มีเสียงดังครืนๆแผ่นปูนที่พื้นแยกออกเผยให้เห็นบันไดลงไปยังห้องใต้ดิน ลุงโวยวายลั่นไม่ให้ลงไป อัคคีรำคาญจับกระดาษยัดปากไว้ แล้วเดินนำวิชชุดาลงบันไดไปพบตู้เก็บอวัยวะมนุษย์เต็มไปหมด

“คิดแล้วว่ามันจะเป็นแบบนี้ พวกมันเอาอวัยวะที่เฉือนมาซ่อนไว้ใต้ดิน”

“แค่นึกภาพก็จะอาเจียนพุ่งแล้ว” วิชชุดาเบือนหน้าหนี อัคคีเพ่งสายตาไปยังตู้ด้านใน ทำให้ตู้ระเบิดบางส่วน เธอแปลกใจ เพิ่งลงมาแท้ๆเขาเอาเวลาที่ไหนไปวางระเบิด เขาอ้างทำตอนเธอหันหน้าหนีไปเมื่อครู่...

ในเวลาเดียวกัน หมออรุณกำลังคุยอวดให้อร่ามฟังว่าไม่มีทางที่ผู้บุกรุกสองตัวนั่นจะหาห้องใต้ดินพบ หรือต่อให้หาเจอก็ไม่มีปัญญาเปิดกลไกลับได้แน่นอน อร่ามสงสัยแล้วเขาจะแก้แค้นสองคนนี้อย่างไรในเมื่อออกหน้ามากไม่ได้ เขาจะแก้แค้นผ่านทางพรทิพา เพราะนังนั่นชิงรักหักสวาทผู้ชายคนเดียวกันกับเธอ อร่ามอยากรู้ว่าไอ้ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร หมออรุณเฉลยว่ามันคือพันตรีอัคคี ทหารฝีมือเฉียบขาดของกองทัพไทย

“เฮ้ย แล้วจะไปยุ่งกับมันทำไม” อร่ามร้องเอะอะ

หมออรุณไม่ได้จะยุ่งกับอัคคีแต่ยุ่งกับนังผู้หญิงนั่นต่างหาก พูดจบก็ส่งภาพอัคคีกำลังใส่หมวกให้วิชชุดาด้วยสายตาอ่อนโยนที่ได้จากกล้องวงจรปิดของคลังสินค้าไปให้พรทิพาซึ่งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟรีบโทร.หาหมออรุณทันที เขารายงานว่าผู้ชายที่เธอคิดว่าชื่ออำนวย คือพันตรีอัคคี แต่ผู้หญิงยังสืบไม่ได้ว่าเป็นใคร

“แต่ที่แน่ๆมันน่าจะเป็นคู่ขาของเขา คนของผมตามไปสืบมา นังนั่นไปนอนบ้านเขามาแล้ว ผัวเมียกันแน่ๆ”

พรทิพาร้องกรี๊ดๆดังสนั่น หมออรุณต้องยกมือถือออกห่างจากหูแต่ก็ยังได้ยินเสียงโวยวายของเธอว่าจะฆ่านังนั่นให้ได้ พนักงานรูปหล่อตกใจวิ่งเข้ามาถามว่าเป็นอะไร

เธอไม่ตอบแต่พูดโทรศัพท์กับหมออรุณเพิ่มเติมว่า

เอานังนี่ไว้ไม่ได้แต่ผู้ชายเธอจะเก็บไว้ หมออรุณรู้ที่อยู่ของวิชชุดาถ้าเธออยากจัดการตนยินดีสนับสนุนเต็มที่

หญิงสาวตกลงจะร่วมมือด้วย แต่ห้ามบอกเรื่องนี้ให้พี่ชายของเธอรู้ โดยเฉพาะเรื่องที่อัคคีเป็นทหาร วางสายเสร็จเธอหันไปสั่งพนักงานรูปหล่อว่าต้องการให้กำจัดวิชชุดาวันนี้เลย...

ผู้หญิงที่พรทิพาคิดจะกำจัดกำลังอาเจียนจนหอบเนื่องจากสะอิดสะเอียนกับตู้ใส่อวัยวะที่เรียงรายอยู่ภายในห้องใต้ดินของคลังสินค้า อัคคีต้องเข้ามาช่วยลูบหลังให้จนเธอดีขึ้น จากนั้นสองคนช่วยกันเอาตัวลุงคนเฝ้าไปมัดไว้กับต้นไม้ริมรั้ว อัคคีบอกให้วิชชุดาออกไปรอที่รถ ระเบิดที่นี่เสร็จจะตามออกไปรอจนเธอเดินพ้นสายตา จึงเพ่งมองไปยังคลังสินค้าเกิดระเบิดดังสนั่น ลุงเห็นแสงนรกจากดวงตาเขาถึงกับร้องเอะอะ

“แกเสกคาถาให้ไฟไหม้ แกมันปิศาจ แกไม่ใช่คน”

ooooooo

ระหว่างเดินทางกลับ วิชชุดายังงงไม่หาย อัคคีเผาแบบไหนทำไมไฟถึงได้ไหม้ลามไปทั่วคลังสินค้าเร็วนัก เขาคุยอวดว่าเป็นเทคนิคส่วนตัวห้ามลอกเลียนแบบ วิชชุดามีงอนแค่นี้ทำเป็นหวงวิชา

“ถึงตายก็ไม่บอก แต่คืนนี้เราควรไปฉลองกันนะ”

“ค่ะ ที่บ้านของฉัน วันเกิดคุณแม่ค่ะ” ว่าแล้ววิชชุดาชวนอัคคีไปแวะซื้อของขวัญวันเกิดให้ท่านโดยไม่ล่วงรู้เลยว่าหมออรุณส่งฝาแฝดนรกวรพจน์กับวรพันธ์พร้อมสมุนมารอเล่นงานวิชชุดาถึงบ้าน ด้านพรทิพาอยากเห็นศัตรูหัวใจตายกับตาตัวเอง สั่งให้พนักงานรูปหล่อขับรถมาจอดใกล้ๆบ้านเป้าหมาย

“หลังนี้เหรอ ไปบอกพวกนั้นให้ไปสืบดูว่ามันอยู่บ้านไหม” พรทิพาสั่งการพลางยิ้มมีความสุข...

วรพันธ์ วรพจน์และสมุนกำลังจะใช้กุญแจผีไขเข้าไปในบ้านวิชชุดา ตอนที่พนักงานรูปหล่อเข้ามาบอกคุณพรทิพาอยากรู้ว่าวิชชุดาอยู่ในบ้านไหม ถ้าเข้าไปข้างในแล้วให้ติดต่อมาด้วย แจ้งข่าวเสร็จ เขากลับมารอที่รถกับพรทิพา...

เสร็จจากซื้อของวิชชุดาโทร.บอกแม่ว่ากำลังจะกลับ ท่านเร่งให้รีบมาเพราะทำกับข้าวที่เธอชอบไว้ให้ วางสายจากลูก วิยะดาหันไปทำกับข้าวต่อไป สักพักได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินอยู่ที่ห้องรับแขกคิดว่าลูกกลับมาแล้ว

“ลูกดากลับมาเงียบๆจะมาทำเซอร์ไพรส์แม่หรือคะ มาดูสิแม่ทำอะไรให้ลูกกิน”

เงียบไม่มีเสียงตอบ ทันใดนั้นมีเสียงคล้ายของตกดังมาจากชั้นบน วิยะดาตกใจรีบขึ้นไปดู เจอสมุนกำลังทำลายข้าวของอยู่ก็ร้องเอะอะสั่งให้หยุด ถ้าไม่ออกไปจากบ้านจะเรียกตำรวจมาจัดการ พวกนั้นไม่กลัวแม้แต่น้อย ช่วยกันจับตัวเธอไว้แล้วลงมือทุบตี คาดคั้นให้บอกว่าลูกสาวของเธออยู่ไหนกำลังจะมาหรือเปล่า

“ไม่มาหรอก” วิยะดาพูดได้แค่นั้นก็ไม่ยอมตอบอะไรอีก แฝดนรกไม่พอใจสั่งให้สมุนลงมือซ้อม...

ด้านสารวัตรเก่งจำได้เช่นกันว่าวันนี้เป็นวันเกิดของวิยะดา กำลังมุ่งหน้ามาที่บ้านจะเอาของขวัญมา อวยพรท่าน พยายามโทร.หาแต่ไม่มีใครรับสาย ซาร่า แนนซี่และริกกี้ขับรถตามมาด้านหลัง แนนซี่พยายามกล่อมให้สองสาวเปลี่ยนใจเลิกตามเขาเพราะถ้าเขารู้ว่าเราแอบตามมาจะต้องโกรธแน่ๆ

“เธอมันน่าเบื่อมาก อย่านึกว่าสารวัตรจะจริงจังกับเธอนะ”

ซาร่าช่วยตอกย้ำก็เห็นๆกันอยู่แล้วว่าสารวัตรเก่งกำลังจะไปหานังวิชชุดา แนนซี่ขอร้องอย่าไปเรียกจิกเธอแบบนั้นมันไม่สมควร ซาร่ารำคาญไม่น่าชวนมาด้วยเลย แนนซี่สวนทันทีแล้วบังคับให้มาด้วยทำไม

“มาเป็นไม้กันหมาเวลาเจอสารวัตรดุเอาไง จะได้โทษว่าเธอชวนมา รู้ตัวหรือยัง” ริกกี้แดกดัน...

พรทิพาได้รับรายงานจากฝาแฝดนรกว่าวิยะดาไม่ยอมเปิดปากบอกว่าวิชชุดาอยู่ไหน จึงสั่งการให้ทั้งคู่จัดการมันให้ตายแทนลูกไปเลย และให้รีบลงมือทันที

ooooooo

หมออรุณยิ้มกริ่มที่ได้แก้แค้นวิชชุดาโดยไม่ต้องลงมือเอง แค่อาศัยความหึงหวงของพรทิพา แล้วหันไปถามทศว่าตนเองฉลาดหลักแหลมไหม ทศชมไม่หยุดปากว่าฉลาดล้ำสุดๆ ระหว่างนั้นมีเสียงมือถือหมออรุณดังขึ้น ลุงคนเฝ้าโทร.มารายงานว่าคลังสินค้าระเบิด ข้าวของพังพินาศไม่เหลือ เขาตกใจมาก

“ไอ้ทศ โทร.สั่งการไปบอกให้รีบจัดการบ้านนังตัวแสบให้มอดไหม้กลายเป็นธุลี มีใครในบ้านให้มันตายคากองเพลิงให้หมด” หมออรุณขบกรามแน่นด้วยความแค้น...

วิยะดาถูกมัดมือมัดปากไว้กลางห้อง ทั้งฝาแฝดนรกกับสมุนอีกสองคนช่วยกันเอาน้ำมันราดไปทั่วๆ เธอได้แต่มองน้ำตาไหลไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้นอกจากพึมพำถึงลูกสาว

“อย่าเพิ่งกลับมานะลูกรัก อย่ากลับมาบ้านตอนนี้ลูกรัก คุณพระคุณเจ้าช่วยดลบันดาลอย่าให้ลูกสาวของข้าพเจ้ากลับมาตอนนี้เลยเจ้าค่ะ”...

ไฟไหม้บ้านวิชชุดาอย่างรุนแรง เพลิงโหมไหม้รวดเร็วเนื่องจากบ้านถูกราดน้ำมันไปทั้งหลัง ชาวบ้านตะโกนโหวกเหวกให้แจ้งดับเพลิง บางคนจะเข้าไปช่วยดับไฟแต่พวกสมุนขวางไว้อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่มูลนิธิ

พรทิพาออกจากรถมาดูด้วยความสะใจ พนักงานรูปหล่อรีบเข้ามาขอร้องให้ขึ้นรถ เดี๋ยวใครเห็นเข้าจะเป็นเรื่อง สมัยนี้มีกล้องวงจรปิดติดอยู่ทั่ว ยิ่งเธอหัวเราะแบบนี้อาจมีคนสงสัยได้

“ก็ได้ แต่แหม เห็นแบบนี้มันอดใจไม่ไหวน่ะ” พรทิพากลับเข้าไปในรถแต่ไม่วายกดกระจกมองต่อ...

อัคคีขับรถเลี้ยวเข้าซอยบ้านวิชชุดาต้องชะงักเมื่อเห็นบรรดาไทยมุงเต็มไปหมด ต่างตะโกนบอกต่อๆกันว่าไฟไหม้ วิชชุดาแปลกใจไหม้ที่ไหน มองไปที่ท้องฟ้าเห็นควันดำพวยพุ่ง เอะใจทำไมควันอยู่ใกล้บ้านตัวเองนัก อัคคีเร่งเครื่องบีบแตรเพื่อขอทางเข้าไปข้างใน วิชชุดามองไปยังบ้านตัวเองถึงกับตะลึงที่ไฟไหม้ทั้งหลัง จะลงจากรถ อัคคีดึงแขนไว้ พลางเพ่งมองไปรอบๆ เห็นชายสี่คนขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว

“ไอ้ผู้ชายฝาแฝดที่คลังสินค้า”...

ฝ่ายพรทิพาอดใจไม่ไหวเปิดประตูรถลงมาดูอีก พนักงานรูปหล่อต้องขอร้องให้กลับขึ้นรถ คราวนี้เธอไม่ยอมกลับ จะไปยืนหัวเราะให้กับความวิปโยคของนังนั่น พนักงานจนปัญญาจะรั้งไว้ จำต้องปล่อยเธอไป แล้วรีบตามไปประกบ เธอไม่ยืนดูเปล่าๆ หัวเราะสะใจอีกต่างหาก เขาต้องรีบแก้ตัวกับคนที่หันมองว่าเธอบ้าจี้

ooooooo

อัคคีขับรถฝ่าฝูงชนจนเข้ามาใกล้บ้านต้นเพลิง วิชชุดาถลาลงจากรถโดยมีเขาตามติด ไฟลุกไหม้อย่างน่ากลัว เธอสติแตกจะเข้าไปช่วยแม่ อัคคีคว้าตัวไว้ทัน สารวัตรเก่งมาจากอีกทางหนึ่งเข้าไปช่วยรั้งตัวเธอไว้

แนนซี่ ซาร่าและริกกี้มองภาพตรงหน้าแล้วคิดกันไปต่างๆนานา แนนซี่สงสารวิชชุดาจับใจ ส่วนสองสาวที่เหลือสะใจให้กับรักสามเส้าเราสามคน พรทิพาเห็นภาพนี้เช่นกัน มองหมั่นไส้สุดๆ

“ดัดจริต ดราม่าเรียกคะแนนจากผู้ชาย”

วิชชุดาพยายามดิ้นรนจะเข้าไปช่วยแม่ให้ได้ อัคคีเตือนสติเข้าไปก็ทำอะไรไม่ได้ เธอร้องไห้ฟูมฟายครองสติแทบไม่อยู่ อัคคีกับสารวัตรเก่งต่างมองหน้ากัน ก่อนจะเอ่ยปากฝากให้อีกฝ่ายดูแลเธอด้วย จังหวะนั้นพรทิพาตีหน้าเศร้าเข้ามาหาวิชชุดา แสดงความเสียใจกับเธอด้วยที่บ้านไฟไหม้ เธอไม่สนใจแม้แต่จะหันมอง แต่สองหนุ่มกลับมองพรทิพาเป็นตาเดียวกัน โดยเฉพาะอัคคีถามว่ามาทำอะไรแถวนี้

“มาหาเพื่อนค่ะ อยู่ในสุดโน้นพอดีมาเจอเหตุร้ายเลยจอดดู เพิ่งทราบน่ะค่ะว่าที่แท้เป็นบ้านวิชชุดา”

วิชชุดาหันมาเห็นพรทิพายืนกระแซะอัคคีก็โกรธ ตะคอกใส่เขาให้ปล่อยมือจากตน เขาจำต้องปล่อยให้สารวัตรเก่งประคองเธอไว้ พรทิพาสบช่องรีบดึงอัคคีออกห่าง ผู้พันหนุ่มมองหน้าผู้หญิงที่เกาะแขนตัวเองไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นแค่เรื่องบังเอิญ ซาร่ากับริกกี้นอกจากจะไม่ช่วยอะไรยังนินทาวิชชุดาไม่เลิก

แนนซี่ทนไม่ไหวขอตัวไปดูแลวิชชุดาก่อน แล้วเดินเข้าไปหา วิชชุดาโทษตัวเองที่เป็นต้นเหตุให้แม่ต้องมาตาย สารวัตรเก่งสงสารเธอจับใจดึงตัวมากอดปลอบใจว่าไม่ใช่ความผิดของเธอ พวกคนเลวนั่นต่างหากที่ผิด

“พวกมันจะฆ่าดา แต่มันมาทำกับคุณแม่ดาแทน” วิชชุดาร้องไห้ซบอกสารวัตรเก่งปิ่มว่าจะขาดใจ...

หมออรุณสะใจมากเมื่อได้รับรายงานจากฝาแฝดนรกว่าแม่ของวิชชุดาตายคากองไฟ แต่ไม่วายบ่นเสียดายที่นังนั่นกลับถึงบ้านช้า ตนหวังว่ามันคงจะเข็ดหลาบไปอีกนาน จังหวะนั้นมีสายจากผู้อำนวยการเรียกซ้อน

เข้ามา เขาจำใจรับสายแล้วรีบรายงานว่าจัดการทำลายบ้านนังตัวก่อกวนพร้อมกับฆ่าแม่ของมันเรียบร้อย ผู้อำนวยการทราบเรื่องนี้แล้ว แต่เขาก็ไม่อาจลบล้างความผิดมหันต์เรื่องคลังสินค้าวอดวายไปได้

“ไม่อาจหาสินค้าไปส่งลูกค้าได้ องค์กรเสียหายเสียชื่อเสียง แถมยังปิดบังอำพรางไม่รายงาน นี่ตำรวจเข้าไปตรวจคลังสินค้าพบเศษชิ้นส่วนอวัยวะที่กระเด็นมาไกล จึงกำลังสงสัยว่ามาได้ยังไงและต้องสอบสวนกันยกใหญ่ จะแก้ตัวว่ายังไง มันจะก่อให้เกิดการติดตามมาถึงศูนย์ใหญ่”

“ผมยอมรับผิด ผมขอโทษ ได้โปรดให้โอกาสผมอีกครั้ง”

ผู้อำนวยการไม่มีโอกาสนั้นให้หมออรุณอีกแล้ว เขาจะต้องถูกลบชื่อออกจากสารบบของเรา แล้ววางสายอย่างหงุดหงิด หมออรุณตาเหลือกลบชื่อออกจากสารบบก็เท่ากับลบชีวิตไปด้วย ลุกพรวดออกไปทันที

ooooooo

ตำรวจกับดับเพลิงมาถึงที่เกิดเหตุ รีบเอาเชือกมากั้นรอบบริเวณไม่ให้ใครล้ำเส้นเข้าไป วิชชุดายังไม่ละความพยายามจะหาทางเข้าไปดูแม่ให้ได้สารวัตรเก่งต้องขอร้องให้ใจเย็นๆก่อน อัคคีใช้ตาปิศาจสำรวจไปทั่วตัวพรทิพาไม่พบอาวุธใดๆ แกล้งถามว่ารถคันไหนของเธอ พรทิพาไม่ได้เอารถมานั่งรถลูกน้องมาแล้วชี้ให้ดู

อัคคีเพ่งมองเข้าไปในรถพบว่ามีปืนกระบอกใหญ่ซุกอยู่ ตั้งใจมั่นต้องรู้ให้ได้ว่าเธอมาที่นี่ทำไม พรทิพาลากแขนเขากลับมาหาวิชชุดา ถามว่ามีอะไรจะให้ช่วยไหม เช่นที่พักหรือสิ่งของเครื่องใช้ พออีกฝ่ายหันมอง เธอคล้องแขนอัคคีไว้เอียงหัวแนบต้นแขนตั้งใจจะยั่วโมโห วิชชุดากำลังจิตใจย่ำแย่ยิ่งมาเห็นภาพบาดตา ก็ก้าวฉับๆฝ่าเส้นกั้นของตำรวจเข้าไปในบ้านที่ไฟยังลุกอยู่ ทุกคนตะลึง อัคคีกับสารวัตรเก่งพุ่งเข้าหาเธอพร้อมกัน

“อีบ้า ทำไมแกไม่อยู่บ้านโดนไฟคลอกตายไปกับแม่ของแกซะเลย” พรทิพาเส้นริษยาแตกซ่าน ซาร่ากับริกกี้รู้สึกไม่ต่างจากเธอเพราะหมายปองผู้ชายคนเดียวกัน

อัคคีถึงตัววิชชุดาก่อนรวบตัวมากอดไว้ทัน สารวัตรเก่งหยุดกึกมองภาพบาดตาอย่างเจ็บช้ำใจ วิชชุดาร้องไห้สะอึกสะอื้นซบหน้ากับอกผู้พันหนุ่ม คร่ำครวญว่าไม่เหลือใครอีกแล้ว

“ยังมีครับ ยังมีผม ผมไม่มีวันทิ้งคุณไปไหน ผมสาบาน” อัคคีกระชับอ้อมกอดไว้แน่น สารวัตรเก่งทนดูต่อไปไม่ไหว จำต้องถอยออกมา...

พรทิพาหมั่นไส้ที่เห็นวิชชุดาอยู่ในอ้อมกอดของอัคคีขยับเข้ามายืนใกล้ๆพึมพำว่าอยากจะตบให้คว่ำ ซาร่ากับริกกี้เหม็นขี้หน้าอีกฝ่ายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว คิดว่าจะมาตบตนเองก็เลยรุมด่าอุตลุด ด่าไปด่ามาไม่สาแก่ใจ เปิดศึกตบตีกัน สารวัตรเก่งออกมาเห็นพอดีรีบเข้าไปห้าม แต่ไม่มีใครฟัง ตำรวจที่ดูแลความสงบอยู่แถวนั้นวิ่งมาเป่านกหวีดพร้อมกับขู่ ถ้าไม่หยุดตีกันจะโดนควบคุมตัวไปโรงพัก สามสาวยังไม่ยอมหยุด

ตำรวจโดดไปกั้นกลางไม่ให้ตีกันก็เลยถูกรุมจากสองฝ่าย ทนไม่ไหวชักปืนยิงขึ้นฟ้าถึงได้หยุดตีกันได้...

ฝ่ายนายใหญ่ถึงกับของขึ้นตบโต๊ะดังปังเมื่อรู้จากประสงค์ว่าอัคคี องอาจคือคนที่พรทิพาไปตกหลุมรัก ถามย้ำว่านามสกุลองอาจแน่หรือ ประสงค์แปลกใจรู้จักนามสกุลนี้หรือ ท่านไม่ตอบได้แต่สั่งให้เขาไปสืบเรื่องอัคคีให้ละเอียดว่าพ่อแม่มีไหม ใครเลี้ยงดู และมีเรื่องสำคัญที่ต้องการให้ประสงค์ไปจัดการอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องหมออรุณซึ่งไม่น่าไว้วางใจอีกต่อไป ตนได้ข่าวมาว่าเขามีพี่ชายที่ทำตัวจอมปลอมถือศีลตบตาผู้คน

“แต่ที่แท้คือกุนซือของอรุณ ถ้าขาดคนนี้ซะอรุณก็เหมือนคนเป็นง่อย”นายใหญ่ยิ้มให้ประสงค์อย่างรู้กัน...

ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่นำร่างไร้วิญญาณของวิยะดาออกบ้านเกิดเหตุมาใส่รถมูลนิธิ วิชชุดาปรี่เข้าไปก้มกราบศพที่อยู่ในห่อผ้า สาบานจะเอาตัวพวกมันมารับกรรมที่ก่อไว้กับน้องกับแม่ให้เร็วที่สุด อัคคีประคองเธอถอยออกมา สารวัตรเก่งจำต้องข่มใจเข้าไปถามวิชชุดา ว่าคืนนี้จะอยู่อย่างไรบ้านไฟไหม้แบบนี้

“ดาจะไปนอนโรงแรมค่ะ แล้วต่อไปดาจะไปหาห้องพักค่ะ”

สารวัตรเก่งพยายามเสนอตัวช่วยเหลือแต่วิชชุดา ไม่ต้องการ เขาจึงต้องผละออกมาเดินได้แค่สองก้าวหันกลับไปมองอีกครั้งเห็นอัคคียืนกุมมือวิชชุดาเอาไว้ ก็ยิ่งเศร้าหนัก แนนซี่เห็นเขาแล้วก็อดสงสารไม่ได้...

อัคคีไม่ยอมให้วิชชุดาไปนอนโรงแรมเนื่องจากไม่อยากให้อยู่คนเดียวในเวลาแบบนี้ จึงพากลับมาที่บ้านตัวเอง เธอเกรงใจไม่อยากทำให้ใครลำบาก เขาขอร้องไม่ต้องเกรงใจเขายินดีลำบากเพื่อเธอ วิชชุดายังคาใจไม่หาย พรทิพามาได้อย่างไร เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่คงไม่ได้มาดีแน่ๆ...
ฝ่ายผู้อำนวยการเกิดเปลี่ยนใจ จะยังไม่ลบ

หมออรุณออกจากสารบบ โทร.มาบอกว่าจะให้โอกาสเขาอีกครั้งโดยต้องกำจัดนังผู้หญิงกับไอ้ผู้ชายตัวแสบนั่นให้เร็วที่สุด เขาพยายามต่อรองเนื่องจากอัคคีอยู่ในค่ายทหาร ผู้อำนวยการไม่ให้ต่อรองใดๆทั้งสิ้น นี่คือโอกาสสุดท้ายของเขา แล้ววางสาย

“ทำไมแกต้องขู่เอาขู่เอานักหนาวะ ไม่ใช่ขี้ข้านะโว้ย...จริงสิคุณพรทิพายังไม่สมหวัง” คิดได้ดังนั้นหมออรุณโทร.หาพรทิพาเพื่อขอให้เราสองคนร่วมมือกันเดินตามแผนกำจัดวิชชุดาต่อไป พรทิพายินดีร่วมมือด้วย

“พี่อรุณว่ายังไงฉันก็ว่าอย่างนั้น ว่ามาเลยค่ะ”

ooooooo

งานศพวิยะดาจัดขึ้นในวันถัดมา โดยมีอัคคีเป็นพ่องานให้เนื่องจากวิชชุดายังโศกเศร้าที่แม่มาจากไปกะทันหัน งานสวดศพจะมีแค่สามวัน และจะยังไม่มีการเผาจนกว่าคนร้ายจะถูกจัดการให้สิ้นซากเสียก่อน พรทิพามาร่วมงานนี้ด้วยแต่ดูเหมือนจะมาตามอัคคีแจมากกว่ามาร่วมไว้อาลัยให้คนตาย

อีกทั้งยังชวนเขาให้ระลึกถึงคืนนั้นอีกด้วย แม้จะอึดอัดใจแต่อัคคีต้องการสืบความลับบางอย่างจากเธอจำใจเล่นตามน้ำ วิชชุดาเห็นพรทิพาดึงมืออัคคีมาลูบไล้แบบไม่อายสายตาผู้คนก็ชักสีหน้าใส่...

อาศัยบ้านอัคคีได้แค่สองวัน วิชชุดาตัดสินใจออกไปเช่าคอนโดฯอยู่ อัคคีไม่ค่อยจะสบายใจนักที่เธอย้ายออกมาอยู่คนเดียวทำให้ดูแลตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงไม่ได้ เธอยังงอนเขาไม่หายแกล้งว่าประชด

“คุณจะได้มีเวลาไปดูแลพรทิพายี่สิบสี่ชั่วโมงตามสบายไงคะ เคยไปดูแลกันข้ามคืนมาแล้วและเธอก็เต็มใจให้คุณดูแล คุณอย่ามาปากหวานใส่ฉันเรื่องจะดูแลฉันหน่อยเลย”

“คุณไม่เข้าใจ ผมทำทุกอย่างมีเหตุผล”

วิชชุดาไม่อยากฟังคำแก้ตัวไล่อัคคีกลับ เขาออกปากถึงเธอจะไล่แต่เขาจะคอยตามดูแลเธอต่อไป เธอไม่ต้องการ บอกให้เขาเก็บความหวังดีไว้ให้พรทิพาก็แล้วกัน จากนั้นเดินไปเปิดประตูห้องเป็นการไล่ทางอ้อม โดยไม่รู้ว่าห้องฝั่งตรงกันข้ามพรทิพาซึ่งสวมหน้ากากอนามัยใส่แว่นดำกับนนท์มือสังหารคนใหม่ ที่หมออรุณส่งมาให้รวมทั้งฝาแฝดนรกเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของวิชชุดาทุกฝีก้าว

พรทิพาเห็นศัตรูหัวใจอยู่เพียงลำพัง สั่งให้นนท์ไปจัดการเก็บวันนี้เลย วรพันธ์ทักท้วงว่าท่านเลขาใหญ่ สั่งให้เราจัดการทั้งสองคนตามคำสั่งท่านผู้อำนวยการ พรทิพาไม่สนใจสั่งให้ทำตามที่ตนต้องการเดี๋ยวนี้ ทั้งสามคนไม่กล้าหือจำใจรับคำ เธอมีห้องสำรวจเช่าไว้อีกห้องหนึ่งทำงานเสร็จเมื่อไหร่ให้ไปหลบที่ห้องนั้น

“ทำให้ดีที่สุด ฉันมีรางวัลอย่างงามให้ทุกคน”...

หลังกลับจากงานบรรจุศพแม่ วิชชุดากำลังจะไขกุญแจเข้าห้องแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นหนังยางสำหรับรัดของที่ตัวเองสอดไว้ใต้บานประตูไม่อยู่กับที่นั่นแสดงว่ามีคนเข้าไปในห้อง ชักปืนเก็บเสียงขึ้นมากระชับในมือ ค่อยๆเปิดประตูห้อง มีเสียงปืนเก็บเสียงดังขึ้นสามนัดซ้อน เธอรีบกลิ้งตัวไปกับพื้นเห็นผู้บุกรุกสองคนที่ประตูสาดกระสุนใส่สองนัดซ้อนส่งไปเฝ้ายมบาลเรียบร้อย คนร้ายคนที่สามก็ไม่รอดคมกระสุนของเธอเช่นกัน

เพื่อนบ้านที่อยู่ห้องติดกันเห็นวิชชุดาเดินถือปืนอยู่ในห้องพร้อมกับศพสามศพ ก็ร้องเอะอะวิ่งกลับไปที่ลิฟต์แทบไม่ทัน พรทิพา ฝาแฝดนรกกับนนท์รอฟังข่าวอยู่ในห้องตรงข้ามอย่างใจจดจ่อ ได้ยินเสียงไซเรนรถตำรวจกับรถของมูลนิธิคิดว่าวิชชุดาโดนเก็บเรียบร้อย ไปยืนดูที่ระเบียงห้อง กลับพบว่ามีศพสามศพที่ถูกนำไปใส่รถของมูลนิธิไม่ใช่ศพเดียวก็รู้ทันทีว่าวิชชุดายังไม่ตาย นนท์แทบไม่อยากจะเชื่อที่เธอรอดไปได้

“โง่มาก รีบรายงานความโง่คนของแกให้พี่อรุณรู้สิ นนท์” พรทิพาตวาดแว้ด

วรพจน์เห็นท่าไม่ดีชวนให้หยุดแค่นี้ก่อน พรทิพา ไม่ยอมหยุด สั่งให้หาทางฆ่านังนั่นให้ได้...

เสร็จจากให้ปากคำ สารวัตรเก่งอยากให้วิชชุดาไปค้างที่บ้านของเขาจะได้มีคนดูแล เธอยืนยันจะกลับไปนอนยังห้องเกิดเหตุ เขาเตือนว่าพวกนั้นไม่เลิกราแน่ มันจ้องจะเล่นงานเธออยู่ ขอให้เธอหยุดตามล่าพวกมัน

“ไม่มีวันค่ะ ขอบคุณมากค่ะที่ช่วยดูแลอำนวยความสะดวกให้ดาสำหรับคืนนี้”

สารวัตรเก่งขอร้องอย่าห้าวเกินไปให้ฟังกันบ้าง วิชชุดาไม่ต้องการฟังใครทั้งนั้นนอกจากตัวเธอเอง

ooooooo

อัคคีกำลังจะไปทำงานแต่เห็นข่าววิชชุดาในทีวีก็ตกใจมากรีบโทร.ไปต่อว่า ว่าทำไมไม่บอกกันว่ามีเรื่องรุนแรงขนาดนั้นเมื่อคืน เธอมั่นใจว่าจัดการเองได้ ก็เลยไม่ได้โทร.บอก

“ผมทราบว่าคุณเก่ง ตอนนี้เราต้องใช้เหตุผลพูดกัน ผมจะไปหาคุณที่นั่นรอผมนะ” อัคคีวางสายหันไปเจอพรทิพายืนอยู่โดยไม่รู้ว่ายืนฟังอยู่นานแล้ว นิ่วหน้าแปลกใจ เข้ามาได้อย่างไร เธอแค่บอกทหารยามว่าเป็นเพื่อนสนิทของเขาก็ได้เข้ามาแล้ว เขาตัดบทขอตัวก่อนแล้วขยับจะไป พรทิพาดักหน้าไว้อ้างว่าหิวกาแฟขอดื่มกาแฟสักแก้ว อัคคีพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปในครัว เธอหยิบมือถือของเขามาถ่ายเซลฟี่ข้างรูปถ่ายในชุดทหารของเขาแล้วส่งไปให้วิชชุดาพร้อมกับข้อความว่า

“ผมขอเวลาล่ำลากับพรทิพาสักครู่”

วิชชุดาโกรธตัวสั่นปิดมือถือทันที พรทิพากลัวเจ้าของมือถือจะจับได้รีบลบรูปกับข้อความทิ้ง อัคคีถือแก้วใส่กาแฟออกมาให้ บอกว่าเอาน้ำเย็นมาผสมกาแฟจะได้ไม่ร้อนเกินไป เพื่อที่เธอจะได้รีบดื่มรีบไป เขามีธุระจริงๆ พรทิพาพยายามถ่วงเวลาสุดฤทธิ์ อัคคีทนไม่ไหวตัดสินใจพูดกับเธอตรงๆ

“เรื่องที่เกิดขึ้นวันก่อน ผมทำไปแล้วกล้ารับแต่ผมไม่อาจทำทุกอย่างที่คุณพรต้องการได้”

“ผู้พันดูถูกน้ำใจพร พรไม่เคยรู้สึกกับใครอย่างที่รู้สึกกับผู้พันมาก่อน ทำไมคะ พรไม่ดีตรงไหน”

“ไม่มีใครดีเลิศครับ แต่ผมไม่มีเวลาคิดเรื่องอื่นนอกจากจัดการกำจัดขบวนการชั่วร้ายนั่น ขอตัว...เชิญครับ ผมไปส่งที่รถ” ไม่พูดเปล่าอัคคีเดินไปเปิดประตูเป็นการไล่ทางอ้อม พรทิพาทำเป็นหากุญแจรถไม่เจอ อัคคีใช้ตาปิศาจมองไปรอบๆบ้านเห็นกุญแจรถของเธออยู่ในถังขยะหน้าบ้านเดินไปหยิบให้ พรทิพางงรู้ได้อย่างไร เมื่อขึ้นรถเรียบร้อย เธอโทร.สั่งการให้นนท์กับฝาแฝดนรกจัดการกับวิชชุดาทันที...

กว่านนท์กับพวกจะคิดแผนสังหารวิชชุดาออก อัคคีก็มาถึงห้องพักของเธอแล้ว ในเมื่อเหยื่ออีกคนมาให้เชือดถึงที่ ฝาแฝดนรกสั่งการให้นนท์กับสมุนจัดการพร้อมกันทีเดียวเลย ไม่ต้องไปสนใจว่าพรทิพาจะว่าอย่างไร เขาพยักหน้ารับคำ หยิบบาซูก้าขึ้นมาประทับบ่า แล้วยิงไปที่ห้องเป้าหมาย อัคคีใช้ตาปิศาจเห็นเสียก่อน รีบโดดรวบวิชชุดาหลบพ้นวิถีระเบิดได้ทัน แล้วพาลงบันไดหนีไฟไปยังลานจอดรถ

“คุณไปเอารถมาแล้วไปจอดรอผมริมถนนห่างจากที่นี่สองร้อยเมตรเดี๋ยวจะโทร.ตาม” อัคคีสั่งเสร็จย้อนกลับขึ้นไปทางบันไดหนีไฟอีกครั้ง ใช้ตาปิศาจค้นหาพวกคนร้ายพบว่าพวกนั้นย้ายไปอยู่ในห้องสำรองก็ตามไปจัดการ สมุนสองคนของนนท์คิดสู้ อัคคีจึงปล่อยไฟนรกจากดวงใส่ตายคาที่ นนท์ถึงกับตาค้าง...

ขณะที่อัคคีรวบตัวหัวหน้ามือสังหารไว้ได้ พรทิพา ในสภาพสวมหน้ากากอนามัยกับแว่นดำอำพรางใบหน้ากลับมาถึงคอนโดฯเห็นวิชชุดานั่งอยู่ในรถเหมือนรอใครอยู่ ชักปืนเก็บเสียงขึ้นมายิงใส่ วิชชุดาเห็นเธอตั้งแต่แรกจึงหลบกระสุนได้ทัน พุ่งออกจากรถเตะปืนในมือเธอหล่น

อัคคีโทร.เข้ามือถือตามที่นัดกันไว้ทำให้วิชชุดาชะงัก พรทิพาสบช่องโดดไปคว้าปืน แต่แนนซี่ซึ่งมาตรวจที่เกิดเหตุเห็นพอดีชักปืนยิงโดนแขน พรทิพาถึงกับทรุด มีสายเรียกเข้าจากอัคคีอีกครั้ง วิชชุดารีบรับสายแล้วโดดขึ้นรถโดยไม่ลืมขอบคุณแนนซี่ที่ช่วยเอาไว้ ก่อนจะขับออกไปอย่างรวดเร็ว

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement