นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 8 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 8


15 ก.ย. 2560 07:58
381,320 ครั้ง

ละคร นิยาย นักรบตาปิศาจ

นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 8

อ่านเรื่องย่อ

นักรบตาปิศาจ

แนว:

แอกชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ศานต์ ศรุติ

บทโทรทัศน์โดย:

วรพันธ์ รวี

กำกับการแสดงโดย:

ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์

ผลิตโดย:

บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

บิ๊กเอ็ม กฤตฤทธิ์ บุตรพรม, เนย ปภาดา กลิ่นสุมาลย์

หมอชูเกียรติถึงกับส่ายหัวเมื่อเห็นสภาพเมายาของน้องสาวแถมเธอยังเอาแต่ก่นด่าผู้หญิงที่ชื่อวิชชุดาว่าบังอาจมาแย่งอำนวยผู้ชายของตัวเองไปต่อหน้า จึงหันไปต่อว่าพนักงานรูปหล่อทำไมถึงปล่อยให้เธอเสพยามากขนาดนี้ เขาไม่รู้จะห้ามอย่างไร ลองเธอจะเสพก็ไม่มีใครห้ามได้

“แม้แต่ฉัน คงต้องหาทางรักษากันแล้ว อันตรายเหลือเกิน...เดี๋ยวฉันจะฉีดยานอนหลับให้เธอแล้วพากลับบ้าน สงบจิตใจบอกว่าพรุ่งนี้จะไปหา” สิ้นเสียงหมอชูเกียรติ พรทิพางัวเงียลุกขึ้นมาเห็นพี่ชายตัวเอง หันไปตบตีพนักงานรูปหล่อฐานพามาหาพี่ชายแทนที่จะไปหาอำนวย หมอชูเกียรติสั่งให้พนักงานจับตัวเธอไว้

พรทิพาฤทธิ์เยอะอัดพนักงานลงไปกอง หมอชูเกียรติต้องเอายาสลบฉีดถึงทำให้เธอหยุดอาละวาด...

วิชชุดากับอัคคีมาซุ่มรอหมออรุณอยู่หน้าปากซอยบ้าน ใกล้เที่ยงคืนถึงเห็นรถหรูของเขาแล่นออกมา เธอรีบขับตามแต่ทิ้งระยะห่างพอสมควรเพื่อไม่ให้มีพิรุธ จากนั้นไม่นานรถของหมออรุณแล่นเข้าไปในบริเวณที่เป็นคลังสินค้า วิชชุดาขับรถผ่านหน้าประตูทางเข้าไปจอดแอบๆในเงามืด งุนงงกับสภาพรั้วสังกะสีโทรมๆที่กั้นอยู่โดยรอบอาณาเขตคลังสินค้า อัคคีเพ่งมองไปข้างในก็ถึงบางอ้อ

“ตบตาเหมือนฟาร์มโคนมอีกแล้ว”

ครู่ต่อมา อัคคีกับวิชชุดาพร้อมอาวุธครบมือมาถึงรั้วสังกะสีด้านที่ไม่ติดถนนแล้วแยกกันสำรวจว่าตรงไหนบอบบางที่สุดจะได้ใช้จุดนั้นเป็นทางเข้า อัคคีรอจนเธอลับสายตาจึงใช้ตาปิศาจเจาะรูที่รั้วสังกะสีพอให้คนลอดได้ แล้วจึงไลน์ไปเรียกเธอกลับมา หญิงสาวมองงงๆทำไมพวกมันปล่อยให้มีรูโบ๋ใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างไร

“หลงหูหลงตามั้ง ที่นี่มันกว้างใหญ่หลายไร่นะครับ ไป...เข้าไปเถอะ” พูดจบอัคคีดึงหมวกไหมพรมบนหัววิชชุดาลงมาคลุมใบหน้าเหลือแค่ดวงตา แล้วดึงของตัวเองลงเช่นกัน จากนั้นเขาพาเธอลัดเลาะไปยังโรงสังกะสีเก่าๆโทรมๆที่หมออรุณเพิ่งเดินเข้าไป

ภายในโรงสังกะสีเก่าๆกลับมีสภาพผิดจากภายนอก ลิบลับ มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน ด้านบนถูกปกปิดด้วยสังกะสีเช่นกันเพื่อตบตาถ้าใครนั่งเฮลิคอปเตอร์มองลงมา นอกจากนี้ยังมีตู้บรรจุอวัยวะจำนวนมากตั้งเรียงรายกันอยู่ หมออรุณเตือนวรพจน์และวรพันธ์ให้ระวังดีๆอาจมีคนแปลกปลอมเข้ามา วรพันธ์รับประกันไม่มีใครแปลกปลอมเข้ามาได้แน่นอน

ด้านอัคคีกับวิชชุดาปีนต้นไม้ที่อยู่ใกล้โรงสังกะสีขึ้นไปเพื่อจะได้เห็นวิวชัดๆ เขาใช้ตาปิศาจมองทะลุไปเห็นห้องหรูเรียงรายอยู่ในนั้น วิชชุดาแปลกใจรู้ได้อย่างไร เขาอ้างตรงนั้นมีรูก็เลยมองลงไปเห็นแล้วแอบใช้ตาปิศาจเจาะรูเล็กๆเพื่อความแนบเนียน ขณะกำลังจะปีนลงไป ย้อยสมุนเฝ้ายามเดินลาดตระเวนมาพอดี วิชชุดายั้งไม่ทันร่วงลงไปตรงหน้า เขายังไม่ทันจะยิง อัคคีโดดตามลงมาทับตัวเอาไว้

ooooooo

การหายตัวไปของย้อยทำให้หมออรุณซึ่งออกมาตรวจตรารอบบริเวณด้านนอกไม่พอใจคิดว่าเขาอู้งาน ทศรีบสั่งให้สมุนสามคนไปตามตัวย้อยให้เจอ พวกนั้นกลับโดนอัคคีกับวิชชุดาจับตัวไปมัดรวมไว้กับย้อย

หมออรุณรออยู่นานไม่เห็นทั้งย้อยและสมุนที่ส่งไปตามเริ่มกระสับกระส่าย ทศอาสาจะดูให้เอง แต่ยังไม่ทันขยับ มีสมุนอีกคนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานมีผู้บุกรุก

“รั้วด้านโน้นเป็นรูโหว่ขนาดคนลอดเข้ามาได้ครับ”

ทั้งหมดรีบยกโขยงกันไปยังจุดนั้น...

อัคคีใช้ตาปิศาจส่องดูรู้แล้วว่าพวกคนเลวกำลังจะไปที่รูโหว่ตรงรั้ว จึงเอาน้ำมันราดรถหรูของหมออรุณแล้วดึงวิชชุดามุดรั้วออกไป จากนั้นอัคคีมองลอดรูสังกะสีเพ่งไปยังรถหรูคันนั้น หมออรุณกับพวกเดินมาเกือบจะถึงรถเกิดระเบิดขึ้นดังสนั่นหวั่นไหว รถหรูกลายเป็นกองไฟขนาดใหญ่

วิชชุดากับอัคคีที่แอบมองผ่านรูแตกของรั้วต่างยิ้มสะใจ ที่สำคัญคราวนี้ไม่มีใครตายสักคน แค่ทำลายล้างและก่อกวนพวกมันจนหัวปั่น เขาเผลอบ่นความจริงแล้วในโกดังมีอะไรที่น่าทำลายมากกว่ารถหรู วิชชุดาสงสัยว่ามีอะไร เขาเห็นตู้ดำใส่อวัยวะมนุษย์อยู่ในนั้นหลายใบ เธอแปลกใจเขารู้ได้อย่างไรหรือแค่เดาเอา

“ผมเดาถูกแน่นอน” ว่าแล้วอัคคีชวนวิชชุดากลับ...

แฝดนรกวรพจน์กับวรพันธ์ถูกหมออรุณหรือเลขาใหญ่เล่นงานฐานไม่ดูแลให้ดีทำให้มีคนเล็ดลอดเข้ามาได้ ไหนคุยว่าป้องกันแน่นหนา วรพจน์อ้างทำอย่างสุดกำลังแล้ว แต่เรายังขาดอุปกรณ์สำคัญคือยังไม่มีกล้องวงจรปิดกับสัญญาณกันขโมย หมออรุณสั่งให้จัดการติดตั้งทันทีพรุ่งนี้เช้า

“มันย่ามใจแน่ๆ มันต้องไม่รู้ว่าเรามีกล้องวงจรปิด สัญญาณกันขโมย สวดภาวนาให้มันกลับมาอีก ให้มันเจอดีให้ได้...อ้อ ตอนนี้รถเรามีกี่คัน ออกไปตามล่ามันให้หมด”
ทศท้วงถ้าทำอย่างนั้นพวกมันอาจไม่กลับมาอีก หมออรุณคิดๆก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย...

ระหว่างทางกลับบ้าน อัคคีแปลกใจไม่น้อยที่หมออรุณไม่ส่งคนมาตามล่า ตั้งข้อสังเกตว่าเขาคงกำลังคลั่งที่ต้องเสียรถราคาหลายล้านบาท วิชชุดาอาสาจะไปส่งอัคคีที่บ้าน เขาไม่ยอมให้ไปส่งจะนั่งรถไปกับเธอจนถึงบ้านแล้วค่อยนั่งแท็กซี่กลับเอง เธอทักท้วงเธอไม่ใช่ผู้หญิงหน่อมแน้ม

“ผมรู้...แต่คุณเป็นคู่หูที่ผมต้องดูแลและเก็บรักษาไว้ให้ดีที่สุด” แม้อัคคีจะมองว่าเป็นแค่คู่หู แต่วิชชุดาก็อดยิ้มปลื้มไม่ได้...

ทางฝ่ายสารวัตรเก่งแอบโล่งใจที่คืนนี้ไม่มีรายงานเหตุร้ายอะไรเข้ามา แล้วนึกถึงวิชชุดาขึ้นมาได้จึงโทร.เข้าเบอร์บ้าน ไม่มีใครรับสาย เขาถึงกับถอนใจเซ็ง

ooooooo

วรพจน์กับวรพันธ์เร่งติดตั้งกล้องวงจรปิดกับสัญญาณกันขโมยไว้รอบคลังสินค้าตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ โดยซ่อนกล้องไว้อย่างมิดชิด หวังว่าผู้บุกรุกเมื่อวานจะหลงกลกลับมาที่นี่อีก

“ถ้ามันมาเอามันให้ตาย” วรพจน์เสียงกร้าว

“เตรียมรถเอาไว้ตามล้างตามล่ามันให้สาสม ถ้ามันหนี” วรพันธ์ช่วยกำชับสมุนอีกแรงหนึ่ง...

ดร.ซิมอนกับพันโทปิแอร์พาวิลเลี่ยมเพื่อนชาวต่างชาติกับวรรณีภรรยาคนไทยพร้อมด้วยลูกบุญธรรมอายุประมาณสองขวบมาแนะนำให้นายพลพิชัยกับอัคคีได้รู้จัก การพบกับเพื่อนของ ดร.ซิมอนครั้งนี้ทำให้อัคคีได้รู้ว่าวิลเลี่ยมเพิ่งไปรับลูกบุญธรรมจากโรงพยาบาลเพชรน้ำเอกเมื่อวาน และที่พวกเขาทราบเรื่องนี้เพราะมีเพื่อนคนไทยที่อังกฤษซึ่งทำหน้าที่คล้ายนายหน้าติดต่อให้

วรรณีเล่าว่าธุรกิจด้านนี้เจริญรุ่งเรืองมาก ทางยุโรปติดใจเพราะเด็กไทยสวยหล่อน่ารักแถมฉลาดอีกด้วย อัคคีถึงกับหูผึ่ง จากนั้นคณะของ ดร.ซิมอนก็กล่าวอำลานายพลพิชัยและอัคคีก่อนจะพากันจากไป...

ด้านพรทิพาไม่พอใจมากเมื่อรู้จากพี่ชายว่านายใหญ่ไม่อนุญาตให้คบหากับอำนวยเกรงจะนำหายนะมาให้กับองค์กร เธอไม่สนใจถึงท่านจะไม่อนุญาตเธอก็จะทำตามใจตัวเองต่อไป แล้วหันหลังจะไปบังเอิญมือไปปัดขวดแก้วเล็กๆบรรจุอะไรบางอย่างตกแตก หมอชูเกียรติรีบดึงเธอออกห่าง ปรากฏว่าพื้นตรงนั้นถูกสารที่อยู่ในขวดแก้วกัดกร่อนเป็นรูโหว่ เธอตกใจนี่มันสารอะไรทำไมถึงน่ากลัวอย่างนี้

หมอชูเกียรติอธิบายว่านี่เป็นยาพิษที่ให้คนของเราเอาติดตัวไว้ เวลาที่จนตรอกโดนบังคับให้บอกความลับขององค์กรจะได้เอามากิน แล้วแนะให้เธอควรจะมีติดตัวไว้บ้าง เธอคุยโวไม่มีใครมาจับเธอได้

“ก็ไม่แน่ มันอาจใช้เป็นอาวุธให้เธอไปทำร้ายศัตรูได้ด้วยนะ”

พรทิพาหูผึ่งนึกถึงศัตรูหัวใจอย่างวิชชุดาขึ้นมาทันที...

ตกค่ำอัคคีกับวิชชุดาในชุดดำรัดกุมพร้อมอาวุธหนักเดินฝ่าความมืดมาถึงรั้วสังกะสีของคลังสินค้า เขาเพ่งมองทะลุรั้วเข้าไปข้างในเห็นสมุนนับสิบเดินตรวจตรากันให้ว่อน ครั้นเขาเตือนเธอเรื่องสมุน เธอกลับหาว่าเขาเดาเอาเองจะมองผ่านรั้วทึบไปได้อย่างไร เขาท้าให้เธอลองปีนต้นไม้ขึ้นไปดูจะได้รู้ว่าเขาพูดความจริง ทั้งคู่เดินอย่างสบายใจโดยไม่รู้ว่าที่นี่ติดตั้งกล้องวงจรปิดเรียบร้อยแล้ว

ที่ห้องควบคุมภายในโกดัง วรพจน์กับวรพันธ์มองอัคคีกับวิชชุดาที่กำลังปีนต้นไม้อย่างสะใจที่หลงมาติดกับ วรพันธ์สั่งการให้สมุนไปตามหัวหน้าทีมทุกคนมาที่นี่ ครู่ต่อมาหัวหน้าทีมมากันพร้อมหน้า ฝาแฝดนรกซูมใบหน้าของผู้บุกรุกให้ทุกคนดูชัดๆแล้วสั่งให้ไปจัดการพวกมัน เอาแค่บาดเจ็บแล้วล้อมจับตัวเป็นๆมาให้ได้ ตอนนี้ยิ่งหาเหยื่อยากๆอยู่ด้วย...

วิชชุดาเห็นสมุนมากมายที่อยู่อีกฝั่งของรั้วก็แปลกใจที่อัคคีทายถูกอีกแล้ว และอดเป็นกังวลไม่ได้ศัตรูมากมายอย่างนี้เราจะไม่โดนเล่นงานหรือ อัคคีเพ่งมองไปด้านใน ปรากฏว่าพวกสมุนหายไปหมด จึงแนะให้บุกเข้าไปตอนนี้เพราะพวกมันคงคิดว่าปลอดภัยแล้วก็เลยเลิกระวัง

ทั้งสองคนลงจากต้นไม้ตรงไปที่รั้ว อยู่ๆอัคคีสั่งให้หยุด เตือนว่าพวกสมุนที่หายไปเมื่อครู่กลับมากันหมดแล้ว วิชชุดาแปลกใจอีกครั้งอยู่ตรงนี้เขารู้ได้อย่างไร อัคคีไม่ตอบเตือนให้ระวังตัว สังหรณ์ใจว่ามีอะไรแปลกๆ ก่อนจะกวาดตาไปรอบๆเห็นกล้องวงจรปิดซ่อนอยู่ที่ต้นไม้ก็ตกใจที่ไม่เห็นตั้งแต่แรก

“กล้องวงจรปิด” พูดได้แค่นั้นห่ากระสุนพุ่งใส่ อัคคีกระชากวิชชุดาหมอบราบไปในพงหญ้า

ooooooo

วรพันธ์ประกาศทางลำโพงให้ผู้บุกรุกออกจากที่ซ่อนมามอบตัวแล้วจะไว้ชีวิต อัคคีที่ยังหมอบอยู่ในพงหญ้าไม่เชื่อคำพูดของเขา วิชชุดาอดบ่นไม่ได้แล้วเราจะออกจากตรงนี้ได้อย่างไร

“ยังไงไม่รู้เอาเป็นว่าตอนนี้รีบคลานต่อไป” พูดไม่ทันขาดคำห่ากระสุนพุ่งใส่อีกครั้ง แต่อัคคีโอบกอดวิชชุดาคลานออกไปแล้ว เธอไม่วายบ่นทำไมต้องมากอดด้วย เขาแก้ตัวไม่ได้กอดแค่จะปกป้องเท่านั้น...

หลังเสียงปืนสงบเหล่าหัวหน้าทีมไล่ล่ากับสมุนบางส่วนพากันไปยังจุดที่ถูกกราดยิงอย่างระมัดระวังแต่ไม่พบอะไร ลองกราดไฟฉายดูก็เห็นแต่หญ้าราบเป็นแนวยาวไม่พบผู้บุกรุก

อีกมุมหนึ่งห่างออกมาสมุนสองคนเดินแยกมาค้นหา หลังจากฉายไฟไม่พบอะไรก็แจ้งไปยังหัวหน้าว่าไม่มีวี่แวว หัวหน้าก็เลยให้ทั้งคู่กลับศูนย์ อัคคีกระซิบกับวิชชุดาให้จัดการทั้งคู่โดยแบ่งกันจัดการ โชคไม่ดีวิชชุดาได้สมุนตัวใหญ่ทำให้จัดการได้ยากกว่า ผิดจากอัคคีที่ใช้ไม่กี่กระบวนท่าก็อัดสมุนที่ต่อสู้กับตัวเองล้มฟุบ

วิชชุดาเพลี่ยงพล้ำถูกสมุนตัวใหญ่เหวี่ยงกระเด็น แล้วชักปืนจะยิงซ้ำ อัคคีเพ่งตาปิศาจใส่ทำให้ข้อมือข้างถือปืนถูกไฟไหม้เป็นแผลฉกรรจ์ แล้วคว้าข้อมือวิชชุดาวิ่งหนี สมุนตัวใหญ่ตะโกนโหวกเหวกว่าเจอผู้บุกรุก สปอต–ไลต์สาดพรึบพร้อมกับยิงปืนใส่ สมุนที่โดนอัคคีอัดถูกคมกระสุนตายอนาถ อัคคีตัดสินใจใช้ตาปิศาจจุดไฟเผาพงหญ้ากันไม่ให้พวกนั้นไล่ตาม...

หมออรุณไม่พอใจมากเมื่อได้รับรายงานว่าผู้บุกรุกหนีรอดเงื้อมมือไปได้แถมเล่นงานคนของตัวเองตายหนึ่งบาดเจ็บไปอีกหนึ่ง เขาไม่วางใจกลัวศัตรูจะกลับมาอีกสั่งการให้ทศรีบจัดการกับสินค้าให้เรียบร้อย...

ใกล้ฟ้าสาง สารวัตรเก่งไขประตูรั้วบ้านวิชชุดาเข้ามาเจอรถของอัคคีจอดอยู่ถึงกับหยุดกึก มองลังเลอึดใจแต่สุดท้ายหันหลังกลับไป อีกมุมหนึ่งในครัว วิชชุดาที่เพิ่งกลับเข้ามา ยกกาแฟร้อนมาวางตรงหน้าอัคคีซึ่งขอดื่มกาแฟให้เสร็จก็จะขอกลับก่อน เธอไม่ให้กลับสกปรกกันมาทั้งคืนไล่ให้เขาไปอาบน้ำก่อน แล้วเดินไปหยิบเสื้อผ้าของพ่อตัวเองมาให้เปลี่ยน มีเสียงสตาร์ตรถและเสียงกระชากรถออกไปอย่างแรงดังขึ้น

อัคคีใช้ตาปิศาจเพ่งไปทางหน้าบ้าน ถึงกับหน้าเครียดเมื่อเห็นว่าเป็นรถของสารวัตรเก่งที่ขับออกไป

ooooooo

ณ คลังสินค้า หมออรุณเห็นภาพผู้บุกรุกจากกล้องวงจรปิดก็เจ็บใจมาก จำได้แม่นว่าเป็นวิชชุดาซึ่งปลอมตัวมาขอรับบุตรบุญธรรมเมื่อวันก่อน วรพจน์ตั้งข้อสังเกตถ้าเป็นอย่างนั้นแสดงว่ามันต้องระแคะ ระคายเรื่องสินค้าของเราแน่ๆ หมออรุณรีบสั่งการให้ขนย้ายสินค้าและจัดการส่งให้เสร็จภายในวันนี้

“ก๊อบปี้เทปและทำภาพนิ่งสองคนนี่แจกไปให้ทั่วทุกสาขาของเรา ให้ตามหาว่ามันคือใคร...เครื่องมือราคาแพงทางเทคนิค เก็บไปที่สำนักของพี่อร่ามให้ทำราวกับว่าที่นี่เป็นโกดังเก่า ไปเอาเศษเหล็ก เศษไม้ เศษกระดาษและถุงมาไว้ที่นี่แทน ส่วนคนที่มาเฝ้าที่นี่ก็ให้ฝาแฝดไปจัดหามา เอาหน้าให้ดูโง่เซ่อซ่าที่สุด อย่าทำฉลาดมันจะไม่ใช่คนเฝ้าโกดัง แล้วอย่าลืมย้ายสินค้าไปเก็บใต้ดินให้มิดชิด”...

ในเมื่อบุกทางบกไม่สำเร็จ อัคคีวางแผนจะบุกทางอากาศจึงต้องการเฮลิคอปเตอร์สักลำ และมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะหาให้ได้ คือสมุทรเพื่อนซี้ของเขานั่นเอง เขาจึงชวนวิชชุดาเดินทางไปลพบุรีให้ช่วยไปกล่อมสมุทรให้ร่วมมือด้วย เจอเธออ้อนเข้าไป สมุทรอ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟ เธอขออะไรก็ให้หมดทุกอย่าง

ทีแรกสมุทรคิดว่าตัวเองจะเป็นคนขับเฮลิคอปเตอร์ให้วิชชุดานั่งแต่ที่ไหนได้อัคคีจะขับเอง ส่วนเขามีหน้าที่ขับรถของอัคคีไปจอดรอที่จุดนัดหมายจนกว่าจะได้รับการติดต่อ

“แปลว่าจะให้ฉันนั่งตบยุงรอในทุ่งมืดๆ” น้ำเสียงของสมุทรเริ่มจะไม่ค่อยพอใจ

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะผู้พันสมุทร นะคะพลีส ได้โปรด” วิชชุดายิ้มตาหวานให้ ขอร้องกันขนาดนี้สมุทรจะขัดใจได้อย่างไร...

ขณะที่อัคคีขับเฮลิคอปเตอร์พาวิชชุดามุ่งหน้าสู่คลังสินค้า หมอชูเกียรติมอบแหวนกับต่างหูเข้าชุดกันซึ่งภายในบรรจุยาพิษเข้มข้นให้พรทิพา โดยสอนวิธีใช้ให้ด้วย

“มันมีปุ่มกดยาพิษจะไหลออกมาทางรูเล็กๆก่อนอื่นเธอต้องทำให้คนคนนั้นมีบาดแผลก่อน ด้วยการกรีดที่ผิวหนังของมันแล้วกดปุ่มให้ยาไหลลงไปในแผล”

พรทิพาชอบใจมากเผื่อถูกบีบคั้นจากนายใหญ่กับพี่ชายมากๆจะได้เอามาฆ่าตัวตาย หมอชูเกียรติไม่เชื่อว่าน้องสาวจะพูดจริง คิดว่าพูดเพราะสนุกปาก...

ไม่นานนัก อัคคีขับเฮลิคอปเตอร์บินโฉบเฉี่ยวบนท้องฟ้าเหนือคลังสินค้าของหมออรุณโดยมีวิชชุดานั่งอยู่ตรงที่นั่งนักบินผู้ช่วย เขาเพ่งลงไปเบื้องล่างก่อนจะหันไปบอกเธอว่าพวกมันกำลังขนตู้ดำหกใบขึ้นรถบรรทุกไม่รู้จะเอาไปส่งที่ไหน เธอแปลกใจปิดไฟมืดมองเห็นได้อย่างไร เขาไม่ตอบเฉไฉพูดเรื่องอื่น

“ตั้งสติให้ดี เดี๋ยวเราจะเริ่มลงมือจัดการพวกมัน”...

วรพจน์กับวรพันธ์สั่งให้หัวหน้าทีมเพิ่มความเข้มข้นในการลาดตระเวนไปรอบๆคลังสินค้า แต่ป่านนี้แล้วยังไม่เห็นคู่หูตัวแสบมาป้วนเปี้ยน หรือวันนี้มันอาจจะไม่มาก็ได้ เพื่อความไม่ประมาทวรพันธ์สั่งให้เอาปืนใหญ่ใส่รถบรรทุกไปด้วย พลันมีเสียงเฮลิคอปเตอร์ดังขึ้น พวกสมุนต่างแหงนมองสีหน้าตื่นๆ วรพจน์โวย

“พวกแกจะตื่นเต้นไปทำไมกับ ฮ.มาขับเหนือฟ้าแถวนี้ ไอ้คนขับมันคงพิเรนทร์ขับต่ำไปหน่อย กลับไปประจำหน้าที่ เตรียมเก็บข้าวของขนย้ายไปสำนักของ ท่านอร่ามพรุ่งนี้” พูดไม่ทันขาดคำมีเสียงระเบิดดังตูม พื้น สะเทือน วรพจน์ถึงได้รู้ว่าถูกบุก สั่งให้เอาปืนยิงจรวดมายิงใส่เฮลิคอปเตอร์ให้ระเบิดไปเลย

วิชชุดาเตรียมระเบิดชุดใหม่เสร็จ อัคคีบินโฉบลงไปทิ้งใส่โกดังอีกรอบ เสียงระเบิดดังตูมๆๆสนั่น จังหวะที่เฮลิคอปเตอร์บินวนกลับ ก็ถูกปืนยิงจรวดยิงใส่ วิชชุดาตกใจที่คนร้ายมีอาวุธหนัก อัคคีบ่นอุบ

“บ้าจริง ผมดูไม่รอบคอบเองแท้ๆ ผมจะเชิดเก้าสิบองศานะเกาะดีๆ”

แม้อัคคีพยายามจะบินหนี แต่ก็ไม่พ้นเฮลิคอปเตอร์ถูกจรวดเล่นงานอีกจนได้ ถึงจะไม่ทำให้เครื่องตก แต่ก็ทำให้เสียศูนย์ต้องหาที่จอด วรพจน์สั่งให้ระดมยิงต่อไปเอาให้เครื่องตก เฮลิคอปเตอร์เอียงวูบจากถูกยิงใส่ อัคคีพยายามประคองเครื่องให้พ้นรั้วสังกะสีของคลังสินค้า เครื่องเริ่มควบคุมไม่ได้ สองคนตัดสินใจโดดหนีออกมาด้วยกัน โชคยังดีที่ตกลงไปในคลองที่มีน้ำเต็ม...

ณ จุดที่สมุทรจอดรถรออยู่ เห็นเฮลิคอปเตอร์ของตัวเองหมุนติ้วก่อนจะระเบิดกลางอากาศ

“ไอ้เพื่อนบ้า แกทำ ฮ.ฉันบรรลัยอีกลำแล้ว” สมุทรเอามือกุมขมับ โวยวายอยู่คนเดียว...

หมออรุณพอใจที่ทำลายเฮลิคอปเตอร์ได้ แต่ต้องหาศพสองคนนั่นให้เจอ พวกมันต้องไม่ใช่คนธรรมดาถึงได้มีเฮลิคอปเตอร์มาขับ อีกทั้งกำชับให้ลาดตระเวนเลยไปถึงถนนใหญ่

“พวกมันเก่งเกินคนธรรมดา อย่าเชื่อง่ายๆว่าเอามันอยู่” สั่งเสร็จ หมออรุณวางสาย...

สมุทรยังคงนั่งตบยุงรออยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน สมุนสองคนลาดตระเวนมาเจอไล่ตะเพิดไปให้พ้นจากตรงนี้ถ้าไม่อยากเจ็บตัว นอกจากจะไม่กลัวคำขู่ สมุทรยังกวนโอ๊ยใส่ สมุนสุดทนชักปืนจะยิง เขาไวกว่ายิงใส่มือสมุนคนแรกแล้วโดดเตะสมุนอีกคนหนึ่งปืนร่วงทั้งคู่ก่อนจะเดินออกไปอย่างหงุดหงิดใจ...

สมุนอีกสองคนลาดตระเวนมาถึงริมคลองที่อัคคีกับวิชชุดาตกลงมาแต่ไม่เจออะไรแม้แต่ซาก แต่อยู่ๆอัคคีกับวิชชุดาโผล่จากโคลนริมตลิ่งขึ้นมาจัดการสมุนทั้งสองคนราบคาบ จากนั้นอัคคีและวิชชุดาช่วยล้างโคลนให้กันและกันแถมทำท่าจะจุ๊บกันอีกต่างหาก แต่มีเสียงปืนดังขึ้นเสียก่อน ทั้งคู่ต่างชะงัก

ในเวลาต่อมา วิชชุดาชวนอัคคีให้รีบไปที่รถป่านนี้สมุทรรอแย่แล้ว เขาขอไปดูซากเฮลิคอปเตอร์

สักหน่อยก่อนไป บอกให้เธอรออยู่ตรงนี้ เธอทักท้วงจะไปดูทำไมเกิดไปเจอพวกคนร้ายจะเป็นเรื่องขึ้นมาอีก เขาเปลี่ยนใจไม่ไปก็ได้ แต่หันหน้าไปทางคลังสินค้าพร้อมกับเพ่งตาปิศาจใส่
ฝาแฝดนรกกำลังสั่งการอยู่กับสมุน อยู่ๆกำแพงรั้วสังกะสีก็พังทลายมีไฟลุกท่วม ทุกคนตกใจหันมอง วรพันธ์สั่งให้หัวหน้าทีมออกไปดูว่ามันมาเผามาทำลายกำแพงเราได้อย่างไร...

มาถึงจุดจอดรถ ไม่เห็นแม้แต่เงาของสมุทร วิชชุดาแนะให้โทร.หา อัคคีทำมือถือหาย คงจะเป็นตอนที่ตกลงไปในน้ำ เธอเองก็ทำหายเช่นกัน เขาเหลือบเห็นปลอก กระสุนตกอยู่ เก็บขึ้นมาดูพบว่าแต่ละปลอกเป็นคนละชนิดกันแสดงว่ามีการยิงกันที่นี่ นอกจากนี้ยังมีเลือดที่พื้น วิชชุดาใจคอไม่ดีเกรงสมุทรจะได้รับอันตราย

“คนอย่างมันเดนตาย รับประกันว่านี่ไม่ใช่เลือดมันแน่”

“เราจะรอเขาไหมคะ เผื่อเขากลับมา”

อัคคีส่ายหน้าไม่ต้องรอ มีการยิงกันตรงนี้ใครจะอยู่รอให้เกิดเรื่องยืดเยื้อ ดีไม่ดีไอ้พวกที่ยิงกับสมุทรอาจจะกลับไปเรียกพรรคพวกแล้วก็ได้ เร่งให้ไปจากที่นี่ แล้วรีบเอาผ้าคลุมรถออก เอามือล้วงเข้าไปใต้ล้อรถดึงกุญแจรถออกมา มีเสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกน “มันอยู่ตรงนั้น ลุยเข้าไปเลย”

ผู้พันหนุ่มผลักวิชชุดาเข้ารถแล้วโดดขึ้นประจำที่นั่งคนขับ เร่งเครื่องออกไปอย่างรวดเร็ว หัวหน้าทีมกับพวกไล่ยิงตามหลังแต่รถแล่นไปไกลเกินกระสุนจะไปถึง หัวหน้ารีบวิทยุไปแจ้งทุกคนให้รู้ว่าเจอตัวผู้บุกรุกแล้ว...

พวกคนร้ายส่งรถบรรทุกมาประกบหน้าประกบหลังหวังจะชนอัดก๊อบปี้รถที่อัคคีกับวิชชุดานั่ง แต่เธอยิงคนขับรถบรรทุกสองคันข้างหลังจนรถตกถนน ส่วนรถสองคันข้างหน้าแล่นไปจอดขวางทางไว้ไม่ให้ผ่าน อัคคีตัดสินใจหักรถลงข้างทางแต่รถติดหล่ม ถ้าจะพยายามเอารถขึ้นก็เกรงพวกนั้นจะมาถึงตัวก่อน จึงพากันลงจากรถ

ooooooo

คนร้ายสี่คนที่อยู่บนรถคันที่ตกถนนคิดว่าผู้บุกรุกยังอยู่แถวรถพากันยิงใส่ แต่ปรากฏว่าทั้งคู่คลานหลบออกมาแล้ว วิชชุดาสงสัยทำไมเราไม่ตอบโต้ อัคคีรอให้พวกมันคลั่งให้สนุกกันไปก่อน กระสุนเฉียดไปเฉี่ยวมา ทำให้อยู่ตรงนั้นต่อไปไม่ไหว เขาพาเธอคลานหนี คนร้ายหยุดยิงเดินมาดูผลงานพบเพียงหญ้ากระจุย

“เฮ้ย เหลือเชื่อก็เห็นมันวิ่งมุดมาตรงนี้”

หัวหน้าทีมไล่ล่าไม่พบเลือดสักหยดแสดงว่าไม่ได้รับบาดเจ็บ สั่งกระจายกำลังกันค้นหา...

สมุทรนั่งดื่มกาแฟอยู่ในเพิงเล็กๆแถวนั้นได้ยินเสียงปืนก็หันมองไปยังทิศทางต้นเสียง รู้สึกใจคอไม่ดีจัดแจงขอเช่ามอเตอร์ไซค์จากเจ้าของร้านสักครู่ เขามองสมุทรหัวจดเท้า จะเชื่อได้อย่างไรว่าจะไม่หนี สมุทรถอด นาฬิกาเรือนหรูแพงระยับวางลงตรงหน้าไว้เป็นหลักประกัน เจ้าของร้านถึงกับตาวาว

“โห...แบบนี้แลกกันไปเลย”

“ไม่ได้ เดี๋ยวมา อย่าเอาไปขายต่อทีเดียวนะพี่ชาย” สั่งเสร็จสมุทรวิ่งไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ทะยานออกไป...

แม้คนร้ายจะมีมากกว่า แต่ก็ถูกอัคคีกับวิชชุดาฆ่าตายหมด โดนไฟนรกจากตาปิศาจเจาะหน้าเป็นรูไป หนึ่งคน อีกสามคนที่เหลือถูกคมกระสุนจากวิชชุดาตายคาที่สองคนและคนสุดท้ายถูกอัคคียิงล้มฟุบ

คนร้ายซึ่งอยู่บนรถบรรทุกที่จอดขวางถนนไม่ได้ยินเสียงปืนอีกคิดว่าผู้บุกรุกตายแล้ว ขยับจะไปดู แต่สมุทรขี่มอเตอร์ไซค์โฉบเข้าหา ปล่อยมือสองข้างจากแฮนด์จับหยิบปืนข้างละกระบอกขึ้นมายิงกราด คนร้ายไม่ทันตั้งตัวถูกยิงล้มคว่ำไปหลายรายที่เหลือพากันโดดหลบเข้าที่กำบัง

“ตำรวจกำลังจะมาโว้ย จะหนีหรือจะรอเข้าตะราง” พูดจบสมุทรบึ่งรถหายไปในความมืด...

อัคคีไม่ได้ยินเสียงปืนก็ชวนวิชชุดากลับไปที่รถค่อยๆขยับรถให้เคลื่อนที่ทีละน้อยกระทั่งขึ้นจากหล่มได้แทนที่จะหนีเขากลับขับรถไปทางคลังสินค้าจะไปลุยกับมันให้รู้เรื่องกันไปเลย เธอทักท้วงบุกไม่มีแผน ต่อให้เก่งกาจแค่ไหนคงไม่พ้นเป็นเป้าให้ปืนใหญ่ของพวกมัน เขาแค้นพวกมันมากจนทนไม่ไหว เธอก็รู้สึกไม่ต่างจากกันแต่เราต้องแก้แค้นอย่างมีแผน มีเสียงไซเรนตำรวจดังแว่วเข้ามา

“เราต้องไปหาที่ล้างตัวก่อนแล้วเราจะกลับไปลพบุรีไปขอให้ไอ้สมุทรอโหสิกรรมให้”
ด้านสมุทรกลับมาที่ร้านกาแฟปรากฏว่าเจ้าของร้านปิดร้านหนีเชิดนาฬิกาแพงระยับหายไปกับสายลม...

ไม่นานนัก สารวัตรเก่งและแนนซี่นำกำลังตำรวจมาถึงจุดเกิดเหตุที่สมุทรเล่นงานพวกคนร้าย พบเพียง ร่องรอยกระสุนปืนและคราบเลือดไม่พบใครสักคน รถบรรทุกก็หายไปหมด สักครู่มีตำรวจเข้ามารายงานว่าด้านโน้นมีรอยรถไถลเลื่อนลงไปในหลุมโคลน และเคลื่อนออกไปแล้ว สารวัตรเก่งกับแนนซี่รีบเดินไปดู พบว่ามีร่องรอยการยิงต่อสู้เช่นกันแต่ตรงนี้คนตาย ลักษณะมีรอยไหม้เกรียมที่หน้าผาก

“มีรถหกล้อพลิกคว่ำในโคลน ติดป้ายทะเบียนน่าจะปลอม ใกล้ๆจุดที่รถโฟร์วีลติดหล่มครับ”
สารวัตรเก่งโกรธควันแทบออกหู ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นฝีมือใคร

ooooooo

ณ หนองน้ำห่างไกลผู้คน อัคคีกับวิชชุดามาล้างเนื้อล้างตัวเนื่องจากทั้งคนทั้งรถที่เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลน เขาเห็นว่าห่างจากพวกคนร้ายมามากแล้วก็เลยแกล้งจับเธอโยนลงน้ำเผื่อจะคลายเครียดได้บ้าง แต่ปรากฏว่าเธอจมหายไปต่อหน้า ทีแรกอัคคีคิดว่าเธอแกล้ง

แต่พอเพ่งลงไปในน้ำเห็นเธอจมดิ่งก็ตกใจรีบดำลงไปช่วยขึ้นจากน้ำ นำไปวางที่เบาะรถ ตบหน้าเบาๆ เพื่อเรียกสติแต่เธอยังนอนนิ่ง เขาตัดสินใจผายปอดช่วยชีวิต เธอกลับคว้าปืนขึ้นมาจ่อ สั่งห้ามจูบเด็ดขาดแทนที่จะเชื่อเขากลับประกบปากเธออย่างรวดเร็ว แล้วใช้อีกมือหนึ่งแกะปืนออก ปืนลั่นดังปัง แต่เขาไม่สนใจยังคงจูบเธอต่อไป เธอไม่ขัดขืน สักครู่เขาเป็นฝ่ายต้องถอยออกมา เพราะรับรู้ได้ว่าเธอร้องไห้

วิชชุดาคว้าปืนขึ้นมาง้างนกเสียงดังคลิก เตือนทีหน้าทีหลังอย่ารังแกกันอีก แล้วลุกขึ้นตบเขาหน้าหัน อัคคีอ้างเธออยากยั่วเขาก่อนสวยขนาดนี้ใครจะอดใจไหว

“จำไว้อย่ายั่วให้ผู้ชายหัวปั่น มันจะเกิดเหตุนอกเสียจากคุณจงใจให้เกิดเอง...หรือว่าจงใจ”

“หยุดนะ...ไม่อย่างนั้นฉันยิงแน่”

อัคคีขี้เกียจยุ่งด้วย ก็เลยเดินหนี เธอรู้ว่าเขาโกรธรีบตามไปง้อพลางยื่นนิ้วก้อยไปให้เขาเกี่ยว เขาต่อว่า ว่าเธอทำให้ชีวิตของเขาปั่นป่วน เธอกลับว่าปั่นป่วนบ้างก็ดีไม่ใช่หรือ ชีวิตจะได้มีสีสันไม่จืดชืด เขารู้ดีเถียงไปก็สู้ไม่ได้ ในเมื่อเราดีกันแล้ว มาเริ่มงานกันต่อดีกว่าชวนเธอขึ้นรถ เธอเห็นเขายังหน้าบึ้งแกล้งว่าแพ้แล้วพาล

“ถ้างั้นผมขอชนะจะได้ไม่พาล” ไม่พูดเปล่าอัคคีโอบร่างวิชชุดามาจูบ เธอดิ้นสักพักก็ปล่อยให้เขาทำตามใจชอบ จากที่จูบอย่างรุนแรงเร้าร้อนอัคคีก็เปลี่ยนเป็นจูบเธออย่างอ่อนโยน...

ด้านวรพันธ์กับวรพจน์โกรธควันแทบออกหูที่ไม่สามารถจับตัวผู้บุกรุกได้ บ่นอุบจากที่เห็นว่าใกล้จะชนะกลับกลายเป็นพ่ายแพ้ หัวหน้าทีมอ้างว่าพวกมันมีคนมาช่วย ถึงจะมาแค่คนเดียวแต่ฝีมือประมาณซาตานจากนรกพอๆกับสองคนนั่น จังหวะนั้นหมออรุณ ท่านเลขาใหญ่ โทร.มาสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...

หลังจุมพิตอย่างดูดดื่ม อัคคีถอยห่างจากวิชชุดา ขอโทษที่ทำแบบนี้ และขอบคุณที่ไม่โกรธจนยิงเขาตาย เธอขยับปากจะต่อว่าแต่แล้วเปลี่ยนใจ ไว้งานเสร็จเมื่อไหร่เราค่อยเคลียร์เรื่องนี้กันอีกที...

ทางด้านหมออรุณถูกผู้อำนวยการศูนย์โทร.มาต่อว่าว่าเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่รายงานให้ทางศูนย์ทราบ เขาอ้างกำลังจะรายงานแต่รอให้จัดการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ทั้งหมดและเก็บสินค้าไว้ในที่ปลอดภัยเสียก่อน ผู้อำนวยการเตือนอย่าทำงานพลาด ไม่อย่างนั้นหน่วยงานนี้จะโดนลบชื่อออกจากองค์กรทันที แล้วกำชับให้หาตัวผู้บุกรุกให้เจอเชื่อว่ามันต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน หมออรุณกำลังทำอยู่ อีกไม่ช้าคงรู้เรื่อง

“โอเคนี่คือโอกาสสุดท้ายที่คุณจะได้รับ ขอให้โชคดีในการส่งสินค้าและเก็บสินค้าให้รอดพ้นมือตำรวจ”

นายใหญ่รู้ข่าวเรื่องคลังสินค้าก็ไม่พอใจมากที่หมออรุณชอบทำอะไรโดยพลการ เลขาประสงค์เตือน ให้ท่านระวังคนอย่างหมออรุณไว้ให้ดี อาจกลายเป็นงูเห่าได้ในวันข้างหน้า แนะให้ตัดไฟแต่ต้นลม

“แต่ผลประโยชน์ที่ได้จากเขามันก็มหาศาล...เอาไว้ก่อน”

เลขาประสงค์ออกจะผิดหวังไม่น้อยกับการตัดสินใจของนายใหญ่

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement