ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 7


22 ส.ค. 2560 08:32
74,416 ครั้ง

นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 7

อ่านเรื่องย่อ

นักรบตาปิศาจ

แนว:

แอกชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ศานต์ ศรุติ

บทโทรทัศน์โดย:

วรพันธ์ รวี

กำกับการแสดงโดย:

ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์

ผลิตโดย:

บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

บิ๊กเอ็ม กฤตฤทธิ์ บุตรพรม, เนย ปภาดา กลิ่นสุมาลย์

วิชชุดากลับมาเป็นคู่หูของอัคคีอีกครั้งเพื่อเตรียมแผนบุกบ้านหมอสยุมพร เนื่องจากกลัวยัยหมอแม่มดจะจำได้ ทั้งคู่จึงต้องแปลงโฉมตัวเองใหม่ จากนั้นก็พากันกลับไปที่บ้านสวนเพื่องมเอาตู้ดำขึ้นจากแม่น้ำ ฝากลุงทวนไว้คืนหนึ่งก่อน แล้วอัคคีจะหาที่เก็บแห่งใหม่เอง

จากนั้นไม่นาน อัคคีกับวิชชุดามาเปิดห้องในโรงแรมซึ่งอยู่เยื้องๆกับบ้านหมอสยุมพร เพื่อสอดแนมความเป็นไปภายใน เห็นมีการระดมชายฉกรรจ์หลายสิบคนกระจายกำลังกันรายรอบบ้าน แถมกำแพงบ้านสองด้านก็ขนาบด้วยบ้านคนอื่น ถ้าคิดจะบุกเข้าทางหน้าบ้านคงไม่รอดแน่ วิชชุดาเห็นมีรถกะป๊อขนผักมาทำลับๆล่อๆ ก็ชี้ชวนให้ดู อัคคีใช้ดวงตาปิศาจส่องดู เห็นซาร่ากับริกกี้ในคราบคนขับรถกะป๊อและคนขนผักตามลำดับ

“ผู้หญิงสามคนที่ชอบตามไปก่อกวนเรา วันนี้หายไปหนึ่งเหลือสอง...สองคนนี้คือตัวถ่วงให้เราทำงานไม่สะดวก พลาดท่าไปพวกเธอจะโดนมันจับไปอีก ซึ่งโดนมาหลายรอบแต่รอดมาได้”

อัคคีเลิกสนใจสองสาวใช้ดวงตาปิศาจสำรวจไปรอบๆบ้านเป้าหมายอีกครั้ง ก่อนจะสรุปว่าทางเดียวที่จะเข้าไปจัดการที่นี่ได้ก็คือทางอากาศ เขานึกถึงสมุทร ขึ้นมาทันที บอกให้วิชชุดาแต่งตัวสวยๆ

“แล้วไปหาอะไรที่มันเข้าบ้านยัยแม่มดนี่ทางอากาศกับผม...ผมต้องพึ่งความสวยของคุณ”...

ระหว่างอัคคีกับวิชชุดาขับรถไปหาสมุทร เจอรถขนตู้ดำเหมือนที่ได้จากเรือโยง อัคคีมั่นใจว่าต้องเป็นตู้บรรจุอวัยวะคน รีบขับรถตามกระทั่งรถคันนั้นเลี้ยวเข้าไปในฟาร์มแห่งหนึ่ง เขาจอดรถข้างทางทำทีว่ารถเสียเปิดกระโปรงรถขยับโน่นขยับนี่ แต่ดวงตาปิศาจของเขาจับจ้องเข้าไปในฟาร์มเห็นชายฉกรรจ์ช่วยกันขนตู้ดำลงจากรถเอาเข้าไปเก็บในห้องซึ่งล็อกกุญแจอย่างดี วิชชุดางงมากมันจะเอาอวัยวะคนมาทำศัลยกรรมให้วัวหรือ

“มันอาจเอาร่างกายของคนที่โดนปล้นอวัยวะจนตายไปสกัดหาสารบางอย่างที่ผลิตวัคซีนให้วัวก็ได้”

อัคคีเก็บภาพภายในฟาร์มแห่งนี้ไว้ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังบ้านสมุทรที่ลพบุรี...

นอกจากจะเอาตู้ดำมาฝากให้เพื่อนซี้ดูแลแล้ว อัคคียังขอร้องให้เขาช่วยฝึกบังคับเครื่องบินเล็กให้วิชชุดาอีกด้วย ความสวยเซ็กซี่ของเธอทำให้สมุทรตั้งอกตั้งใจสอนจนเธอบังคับได้คล่องแคล่วแถมยังยอมให้เธอเอาเครื่องบินเล็กมาใช้อีกด้วย ครั้นกลับถึงกรุงเทพฯ อัคคีกับวิชชุดาไม่รอช้า นำเครื่องบินเล็กติดระเบิดเพื่อใช้โจมตีบ้านหมอสยุมพร โดยอาศัยซอยเปลี่ยวใกล้ๆเป็นทางขึ้นลง

ซาร่ากับริกกี้ในคราบคนขนส่งผักยังคงเฝ้าดูบ้านหมอสยุมพรอยู่ที่ท้ายซอยเห็นเครื่องบินเล็กบินผ่านหัวก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก อัคคีซึ่งเฝ้าสังเกตการณ์อยู่บนห้องพักในโรงแรมสั่งให้วิชชุดาเริ่มปฏิบัติการได้

ooooooo

ผจญหัวหน้าทีมคุ้มครองคนใหม่ที่ทางท่านเลขาใหญ่ส่งมาให้หมอสยุมพร มองเครื่องบินเล็กที่ร่อนเหนือหัวอย่างไม่ค่อยจะพอใจนัก เครื่องบินบินวนหนึ่งรอบก่อนจะลดเพดานบินลง พุ่งตรงไปยังตัวตึกพร้อมกับปล่อยระเบิดอานุภาพสูงลูกเล็กๆหลายลูกออกจากใต้ปีก ผจญถึงกับตาเหลือกตะโกนลั่น “ระเบิด!!...หลบ”

ระเบิดสร้างความเสียหายให้ตัวบ้านอย่างหนัก พวกสมุนโดนระเบิดได้รับบาดเจ็บไปตามๆกัน ชาวบ้านใกล้เรือนเคียงต่างพากันออกมาดู อัคคีรีบสั่งให้วิชชุดาเก็บของให้เรียบร้อยเดี๋ยวตำรวจต้องแห่กันมาที่นี่แน่นอน แต่ก่อนไปเขาอยากให้เธอทิ้งระเบิดส่งท้ายให้อีกสี่ลูก แล้วค่อยมารับเขาที่หน้าโรงแรม

เครื่องบินวนกลับมาอีกตามคำร้องขอของอัคคี หมอสยุมพรเห็นบ้านตัวเองพังพินาศก็สติแตกคว้าปืนจะออกไปยิงเครื่องบิน ผจญรีบเข้ามาห้ามขอร้องไม่ให้เธอออกมา ปล่อยให้เป็นหน้าที่ตนจัดการเอง

“ระดมยิงมันให้ร่วงให้ได้” สั่งเสร็จ หมอสยุมพรหลบเข้าที่กำบัง

ผจญกับพวกสมุนระดมยิงใส่เครื่องบินทันที เหมือนมันจะรู้ เพิ่มเพดานบินหลบคมกระสุนได้หมด แถมทิ้งระเบิดใส่อีกสี่ลูก สมุนทิ้งอาวุธหนีตายกันจ้าละหวั่น หมอสยุมพรเห็นบ้านโดนระเบิดพังยับถึงกับร้องไห้โฮ...

เพื่อไม่ให้ถูกยึดเครื่องบินเล็กไปตรวจสอบ อัคคีจุดระเบิดให้มันทำลายตัวเอง ก่อนจะหลบออกมา...

สารวัตรเก่งกับแนนซี่อยู่บนรถจะมาดูลาดเลาบ้านหมอสยุมพรพอดีได้ยินเสียงตูมตามมาจากทิศทางที่บ้านตั้งอยู่กดคันเร่งเพิ่มความเร็วขึ้นอีก...

หมอสยุมพรมองซากบ้านของตัวเองด้วยน้ำตานองหน้า วิชชุดาซึ่งยังคงปลอมตัวอยู่เข้ามายืนข้างๆแสดงความเห็นใจในความสูญเสียและขอเป็นกำลังใจให้ หมอสยุมพรงงรู้จักตนได้อย่างไร เธออ้างว่าเป็นเพื่อนบ้านกัน บ้านเธออยู่ปากซอยนี่เองและที่สำคัญเธอเป็นลูกค้าของหมอ แล้วทำเป็นแอ่นอกโชว์อึ๋มเป็นทำนองว่าอัพไซส์มา หมอสยุมพรดีใจที่ได้เจอคนไข้

“ฉันก็ดีใจที่ได้พบหมอ ไปค่ะ ตำรวจคงจะใกล้ถึงปากซอยแล้วนะคะ หมอคงไม่อยากเจอตำรวจ” พูดจบวิชชุดาดึงแขนหมอสยุมพรออกไป หมอไม่ขัดขืนเพราะเชื่อว่าเธอเป็นคนไข้จริงๆ แต่แผนเอาตัวหมอไปสอบสวนต้องพังไม่เป็นท่าเมื่อซาร่ากับริกกี้ในคราบคนส่งผักเข้ามาขวาง วิชชุดาไม่อยากมีเรื่องด้วยกลัวจะเจอกับสารวัตรเก่งจึงพยายามเลี่ยงการปะทะ แต่สองสาวไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ

สองฝ่ายจึงเปิดศึกกัน หมอสยุมพรได้แต่ยืนมองทำอะไรไม่ถูก อัคคีจอดรถซุ่มรอคู่หูอยู่หน้าปากซอย เพ่งทะลุผ่านสิ่งกีดขวางต่างๆเห็นวิชชุดากำลังต่อสู้กับซาร่าและริกกี้ แม้เธอจะเก่งกว่าสองสาวแต่เขาไม่อยากเสียเวลาขยับจะไปรับ เสียงไซเรนตำรวจดังใกล้เข้ามา และรถของสารวัตรเก่งแล่นผ่านหน้าไปทำให้เขาชะงัก

ซาร่ากับริกกี้สู้วิชชุดาไม่ได้จึงชักปืนขื้นมาขู่

หมอสยุมพรเห็นท่าไม่ดี เชิญสองฝ่ายฆ่ากันให้ตายไปเลย ตนไม่ขอเอี่ยวด้วย แล้ววิ่งปรู๊ดออกไป วิชชุดาพยายามร้องเรียกให้กลับมาก่อนแต่ไร้ผล

หมอสยุมพรวิ่งสวนกับรถของสารวัตรเก่งที่แล่นเข้าซอย เขาเห็นเธอวิ่งหน้าตื่นพลางร้องขอความช่วยเหลือ จึงส่งแนนซี่ลงไปดู พอเธอร้องเรียกว่าหมอเท่านั้น หมอสยุมพรถึงกับผงะทำไมทุกคนถึงได้รู้จักตนกันหมด ต้องการอะไรกันแน่ แนนซี่ไม่ได้ต้องการอะไรแค่อยากจะช่วยหมอเท่านั้นแล้วชวนขึ้นรถไปด้วยกัน

“ถ้าแกอยากช่วยจริงๆนั่นไงมีผู้หญิงสองคนกำลังรุมทำร้ายผู้หญิงอีกคนอยู่ เจ๋อนักก็ไปเลยสิ”

แนนซี่หลงกลหันดู สยุมพรสบช่องวิ่งหนี เธอจะตามแต่เห็นสองสาวชักปืนขู่สาวที่มาคนเดียวรีบวิ่งไปห้าม สารวัตรเก่งก็เลยต้องเป็นคนไล่ตามหมอสยุมพรด้วยตัวเอง

ooooooo

ซาร่ายังคงเอาปืนเล็งวิชชุดาซึ่งปลอมตัวอยู่พร้อมกับสั่งให้ริกกี้สวมกุญแจมือจะได้เอาตัวไปส่งสารวัตรเก่ง ริกกี้หยิบกุญแจมือขึ้นมาพร้อมกับแสดงตัวเป็นตำรวจ ยังไม่ทันจะทำอะไร วิชชุดาจับข้อมือเธอบิดแล้วล็อกตัวไว้ ซาร่าไม่พอใจที่อีกฝ่ายขัดขืนการจับกุมจะยิงใส่ แนนซี่โดดปัดมือได้ทัน ซาร่าโกรธเผลอไปว่าปลอมตัวอยู่

“นังบ้าแนนซี่ แกสาระแนมาก”

แนนซี่รู้ทันทีว่าเป็นซาร่ากับริกกี้ ตำหนิว่าแอบปลอมตัวมาแบบนี้ได้รายงานให้สารวัตรเก่งรับรู้หรือเปล่า ซาร่าด่าเธอว่านังนอกคอกแทนที่จะช่วยพวกตนจับนังคนนั้นที่มาหลอกจะเอาตัวหมอสยุมพรกลับจะไปช่วยมัน แนนซี่ไม่สนใจเรื่องนั้น ถึงอย่างไรทั้งคู่ก็ไม่มีสิทธิไปไล่ยิงคนอื่น แล้วหันไปขอโทษวิชชุดา

“ขอบคุณที่ช่วยฉัน ช่วยเอาสองคนนี้ไปให้พ้นทีเถอะ ฝากบอกสารวัตรอะไรนั่นว่าอย่าปล่อยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาโง่ๆมาทำงานแบบนี้ พลาดง่ายจะตายไม่ได้อะไรเลย” ด่าเสร็จผลักริกกี้พ้นทาง ซาร่าไม่พอใจจะยิงใส่อีก วิชชุดาเตะข้อมือปืนกระเด็น ซาร่าไม่ยอมรามือพุ่งไปจะหยิบปืน แนนซี่รีบเหยียบปืนเอาไว้ วิชชุดาฉวยโอกาสวิ่งหนีไปได้ ซาร่ากับริกกี้ไม่พอใจที่แนนซี่มาขวางก็เลยรุมทำร้าย...

ฝ่ายสารวัตรเก่งพยายามบีบแตรเรียกให้หมอสยุมพรขึ้นรถตัวเอง เธอจำได้ว่าเขาเป็นตำรวจก็เลยไม่ยอมไปด้วย อัคคีซึ่งยังปลอมตัวอยู่ขับรถปาดหน้าสารวัตรเก่งชวนให้หมอสยุมพรขึ้นรถ จะพาหนีไปลงปากซอย วิชชุดาเห็นสารวัตรเก่งพยายามจะเอาตัวหมอสยุมพรไปจึงคิดจะเบนความสนใจเข้ามาเคาะกระจกรถ

“เอ่อ คุณผู้หญิงสองคนที่มีปืนกำลังรุมผู้หญิงอีกคน เธอกำลังแย่ ฉันจะวิ่งไปตามตำรวจค่ะ”

“ผมนี่แหละตำรวจ” สารวัตรเก่งจำไม่ได้ว่าหญิงสาวตรงหน้าคือหญิงคนรักของตัวเอง เธอเร่งให้เขาไปดูสามสาวนั่น เขาวกรถกลับ เห็นหญิงสาวเดินไปที่รถคันที่หยุดคุยกับหมอสยุมพร ก่อนที่เธอคนนั้นจะดันหมอเข้าไปนั่งเบาะหลัง เขานึกขึ้นได้ว่านั่นเป็นรถของอัคคีและหญิงสาวคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นวิชชุดา ก็เลยจะวกรถกลับอีกครั้งเพื่อไล่ตามแต่มีเสียงปืนดังขึ้นเสียก่อน เขาเป็นห่วงแนนซี่ก็เลยเปลี่ยนใจไม่ตาม...

วิชชุดากับอัคคีพยายามหลอกถามหมอสยุมพรว่าจะให้ไปส่งที่ไหน หวังจะสาวไปให้ถึงสาขาต่างๆของขบวนการค้าอวัยวะมนุษย์ แต่หมอสยุมพรยังตั้งสติไม่ได้ก็เลยนึกไม่ออกว่าจะไปไหน

“ไอ้อีสารเลวสองคนนั่นมันทำร้ายทำลายทุกอย่างของฉันไปหมดแล้ว” หมอสยุมพรร้องไห้สะอึกสะอื้นขึ้นมาอีก วิชชุดาต้องจับมือเธอไว้อย่างให้กำลังใจ

ooooooo

แม้จะโดนซาร่าทำปืนลั่นใส่แขนจนได้รับบาดเจ็บ แต่แนนซี่ก็ไม่ต้องการให้เพื่อนๆเดือดร้อน จึงปล่อยให้หนีไปก่อนที่จะถูกสารวัตรเก่งจับได้ว่ามาเฝ้าผู้ต้องสงสัยโดยไม่แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ สารวัตรเก่งเจ็บใจที่อะไรๆไม่เป็นใจ แถมหมอสยุมพรหนีไปขึ้นรถของอัคคีอีกต่างหาก แนนซี่แปลกใจอัคคีอยู่แถวนี้ด้วยหรือ

“ผมจำรถได้ เขากับเอ่อ ดาปลอมตัวแต่ผมจำรถได้แม่นยำมาก”

“หมอไปกับเขาคงปลอดภัย”

สารวัตรเก่งไม่คิดอย่างนั้น ถ้าหมอสยุมพรเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับอัคคี เธอก็ไม่มีวันปลอดภัยและเขามั่นใจว่าเธอต้องเกี่ยวข้องไม่อย่างนั้นอัคคีคงไม่ทิ้งระเบิดคลินิกและถล่มบ้านเธอพังยับขนาดนี้ แนนซี่เริ่มทนไม่ไหวทำท่าจะเป็นลม สารวัตรเก่งรีบประคองไว้ขอโทษเธอด้วยที่มัวแต่โกรธไม่ได้สนใจอาการบาดเจ็บของเธอ แล้วรีบพาไปหาหมอ...

ด้านหมอสยุมพรเริ่มเอะใจที่อัคคีขับรถมุ่งหน้าออกนอกเมือง วิชชุดากลัวเธอจะอาละวาดเอายาสลบฉีด เธอขัดขืนได้แค่อึดใจก็นอนแน่นิ่งไป...

ทำแผลที่แขนเสร็จ สารวัตรเก่งซักถามแนนซี่ถึงคนที่รุมทำร้ายเธอกลับบอกว่าจำหน้าไม่ได้ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เขาดักคอที่จำไม่ได้ไม่ใช่เพราะจงใจช่วยคนอื่นไม่ให้โดนลงโทษทางวินัยหรือเปล่า เธอปฏิเสธทันทีว่าเปล่า เขาเตือนว่าการเป็นคนมีเมตตาเป็นสิ่งดี แต่ถ้าเมตตามากเกินไปก็อาจจะเป็นผลร้ายกับเราเอง

“คนร้ายคนเลวไม่เคยสำนึกบุญคุณคนที่ช่วยเหลือ แถมยังอาจแว้งกัดได้”...

ที่ห้องแล็บของหมอชูเกียรติ นอกจากพรทิพาจะไม่ยอมเลิกกับอำนวยตามที่หมอชูเกียรติร้องขอ เธอยังต่อว่าเขาที่ทำแต่งานไม่เหลียวแลเธอแม้แต่น้อยราวกับเราไม่ใช่พี่น้องคลานตามกันมา เขายืนยันว่ารักเธอที่สุดในโลกแต่ที่ไม่มีเวลาให้เพราะมีภาระหน้าที่ต้องทำ พรทิพาไม่เข้าใจทำไมถึงให้ความสำคัญกับภาระหน้าที่มากกว่าน้อง เขาเตือนว่าเรามีบุญคุณต้องทดแทนถ้าเราไม่ได้นายใหญ่ช่วยไว้ป่านนี้จะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้

“พรก็ไม่เห็นว่าต้องตอบแทนอะไรกันไม่จบไม่สิ้น พี่ชายเป็นแบบนี้น่าจะเป็นความพอใจส่วนตัวของพี่ชายมากกว่า พี่ชายใจร้ายไม่รู้เหรอว่าน้องว้าเหว่ขาดความรัก ขาดคนใส่ใจ จะรักจะชอบใครสักคนก็โดนเอาไปควักหูควักตาจมูกปาก” พรทิพาตัดพ้อไม่เลิก หมอชูเกียรติ อธิบายที่ต้องทำอย่างนี้เพราะคนพวกนั้นเป็นอันตรายกับองค์กรของเราและที่สำคัญพวกมันไม่ได้รักเธอ แค่อยากได้ของจากเธอเท่านั้น

พรทิพาไม่อยากเถียงด้วย แค่อยากขอร้องไม่ให้ยุ่งกับอำนวยเพราะเธอรักคนนี้จริง รักมากที่สุดเท่าที่เคยรักผู้ชายมาและต้องได้เขามาครอบครอง จังหวะนั้นคนของหมอสยุมพรโทร.มารายงานหมอชูเกียรติเรื่องที่บ้านของหมอสยุมพรถูกถล่มพินาศ นี่เธอตกใจเตลิดหายไป เกรงเธอจะตกอยู่ในอันตราย

“ผมต้องการคำแนะนำครับ”

หมอชูเกียรติยังให้คำตอบตอนนี้ไม่ได้ วางสายสีหน้าเครียดหนัก พรทิพาคาดคั้นให้เขารับปากจะไม่ยุ่งกับอำนวยของเธอ เขาขอร้องอย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้ตอนนี้องค์กรกำลังมีปัญหา ขอให้เธอกลับไปก่อน เขาต้องรายงานเรื่องนี้ต่อนายใหญ่ เธอแดกดันหงอกันเข้าไป แล้วสักวันจะรู้ว่านายใหญ่ไม่ได้ดีอะไรกับเรามากมาย

“เขาหลอกใช้ความฉลาดของพี่ต่างหาก”

“อย่าพูดอย่างนั้น เขารู้เข้าจะไม่พอใจ” คำเตือนของหมอชูเกียรติไม่ทำให้พรทิพาเกรงกลัวแม้แต่น้อย

ooooooo

จากนั้นไม่นาน อัคคีกับวิชชุดาพาหมอสยุมพรที่เพิ่งฟื้นคืนสติมาบริเวณริมแม่น้ำร้างผู้คน คาดคั้นให้สารภาพว่าไปรับอวัยวะมาจากที่ไหน ใครเป็นคนเอามาขาย เธอปิดปากเงียบไม่ยอมบอกอะไร พอโดนเค้นหนักเข้าก็ไม่พอใจ ถ่มน้ำลายใส่หน้าอัคคีอีกต่างหาก เขาฟิวส์ขาดขย้ำคอบีบจนเธอหายใจไม่ออก

วิชชุดาเห็นท่าไม่ดีเข้าไปห้าม แต่อัคคีโกรธเกินกว่าจะฟัง ดวงตาปิศาจยิงลำแสงใส่หน้าผากหมอสยุมพร เขาได้สติรีบเบนสายตาไปทางอื่น ลำแสงพุ่งใส่ต้นไม้แทน ยัยหมอแม่มดเห็นชัดเจนว่าดวงตาของเขาปล่อยไฟได้ถึงกับผงะถอยหนี ชี้หน้าเขาละล่ำละลักว่าไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นปิศาจ วิชชุดาร้องเตือนไม่ให้ถอยอีก

แต่ไม่ทัน เธอหงายหลังตกแม่น้ำ วิชชุดาจะโดดลงไปช่วยแต่อัคคีห้ามไว้ ฝนกำลังจะตกมีเสียงฟ้าร้องอาจทำให้ฟ้าผ่าตามมา พลันเกิดฟ้าผ่าเปรี้ยงลงไปในน้ำตรงจุดที่หมอสยุมพรตกลงไป อัคคีรวบตัววิชชุดาโดดหลบได้ทันท่วงที เขาเจ็บใจไม่หายที่ตัวเองควบคุมอารมณ์ไม่ได้ทำให้หมอสยุมพรตาย นั่นเท่ากับเราถึงทางตัน

วิชชุดาปลอบเขาอย่ากลุ้มไปเลยยังมีอีกหลายวิธีที่จะสืบหาข้อมูลของคนพวกนี้ อย่างน้อยก็ยังมีฟาร์มประหลาดสองฟาร์มที่ทำเป็นฟาร์มนมวัวแต่ดันเอาตู้ใส่อวัยวะมนุษย์ไปเก็บไว้

“ขอโทษด้วยที่ผมวู่วามนึกถึงหน้าภรรยาตอนที่มันแทงเธอตายต่อหน้าแล้วผมจะเจ็บปวดสุดทน”

หญิงสาวเองก็ผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาไม่ต่างจากเขา ดังนั้นเราจะสู้ต่อจนกว่าจะปราบพวกมันได้ อัคคีดีใจมากที่เธอจะยังไม่ทิ้งเขาไปไหนแล้วอาสาจะขับรถไปส่งเธอที่บ้าน เธอปฏิเสธว่าไม่ต้อง เราปลอมตัวกันอยู่เธอไม่อยากให้ใครเห็นเขา เธอกลับแท็กซี่เองได้ แล้วหยิบมือถือขึ้นมาโทร.เรียกแท็กซี่มารับ

ooooooo

เมื่อกลับถึงบ้าน วิชชุดาพบว่าสารวัตรเก่งมารอท่าอยู่ก่อนแล้ว ยังไม่ทันจะนั่งพักให้หายเหนื่อย เขาถามประชดว่าไปทำลายบ้านหมอสยุมพรสนุกมากไหม สองคนมีปากเสียงกันรุนแรง เธอยืนกรานจะต้องแก้แค้นแทนน้องสาวให้ได้ ถ้าเขาทนกับสิ่งที่เธอทำไม่ได้ ก็ให้ลดความสัมพันธ์เหลือเพียงแค่เพื่อนกัน

“ผมไม่เคยทำใจมาก่อนว่าเราจะกลายเป็นแค่เพื่อนกัน”

“นี่คือความจริงค่ะ เป็นเพื่อนมันยั่งยืนกว่าเป็นอย่างอื่นนะคะ ดาต้องการพักผ่อน”

ไม่ต้องเดาสารวัตรเก่งก็รู้ว่าพรุ่งนี้วิชชุดามีภารกิจต้องไปทำต่อ เธอยืนยันจะหยุดก็ต่อเมื่อล้มขบวนการนี้สำเร็จ เขาอยากรู้ว่าเธอกับอัคคีเอาหมอสยุมพรไปไว้ไหน วิชชุดาคาดว่าหมอพลัดจมน้ำน่าจะเสียชีวิตไปแล้ว สารวัตรเก่งไม่เข้าใจทำไมเธอพูดราวกับความตายเป็นเรื่องปกติ วิชชุดาไม่อยากเถียงด้วยรีบตัดบท

“ดาจะไปพัก สารวัตรมีกุญแจเข้าออกบ้านแล้วนะคะ” พูดจบวิชชุดาเดินเข้าห้องทิ้งสารวัตรไว้ตรงนั้น...

ทางฝ่ายหมอชูเกียรตินำเรื่องหมอสยุมพรมารายงานต่อนายใหญ่เพื่อขอคำแนะนำ ท่านถือคตินิ้วไหนเน่าก็ให้ตัดทิ้ง ในเมื่อหมอสยุมพรอาจกลายเป็นตัวปัญหาก็ให้กำจัดให้สิ้นซาก แล้วเร่งให้เขาจัดการเรื่องการผลิตเด็ก หมอชูเกียรติยังมีอีกเรื่องหนึ่งจะปรึกษา พรทิพาอยากมีคนรักอีกครั้ง เห็นว่าคราวนี้รักจริงหวังแต่ง นายใหญ่ไม่เชื่อว่าจะเป็นอย่างที่เธอพูด เจอผู้ชายหล่อเมื่อไหร่ก็เป็นอย่างนี้ทุกทีแล้วถามว่าเป็นใคร

“เธอยังไม่บอก บอกแค่ว่าขอเป็นคนสุดท้ายของเธอ...เธอรักมาก”

“ไม่อนุญาต ไปบอกเธอตามนี้ ไปได้แล้ว”นายใหญ่มองตามหมอชูเกียรติที่เดินจากไป พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดของเขา ตอนนั้นหมอชูเกียรติกับพรทิพายังเป็นเด็กตัวน้อย ถูกเจ้าของร้านอาหารซึ่งเป็นเพื่อนกับพ่อแม่ของพวกแกรับมาเลี้ยง แทนที่จะรับมาเป็นลูกกลับเอามาเป็นเด็กรับใช้ทำทุกอย่างในร้าน

ด.ช.ชูเกียรติหัวอ่อนทำตามคำสั่งไม่มีหือไม่มีอือ ผิดกับ ด.ญ.พรทิพาที่นอกจากจะเถียงคำไม่ตกฟากยังอาละวาดขวางปาข้าวของในร้านพังเสียหาย เมียเจ้าของร้านไม่พอใจฉวยไม้ตีเธอไม่ยั้ง ด.ช.ชูเกียรติต้องเอาตัวเองรับไม้เรียวแทนน้อง นายใหญ่เห็นเด็กๆถูกทารุณก็ทนไม่ไหวขอซื้อเด็กทั้งสองคนในราคาห้าแสนบาท

“ไม่ใช่ขนมนะ มาซื้อขายกันได้ยังไง” ด.ญ.พรทิพาโวย

“ไม่ได้ซื้อขายกันยังไงหรอก ฉันแค่ขอจ่ายค่าที่เขาเลี้ยงดูหนูเท่านั้น ฉันไม่มีลูกอยากมีลูกโดยเฉพาะลูกสาว”

นายใหญ่ตื่นจากภวังค์พลางถอนใจหนักใจ...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ณ เรือสำราญของพรทิพา ขณะพวกสมุนกำลังเตรียมข้าวของสำหรับต้อนรับลูกค้าในวันรุ่งขึ้น หนึ่งในสมุนมองไปที่ข้างเรือแล้วก็ร้องเอะอะว่ามีคนกำลังจะตายมาเกาะที่เรือ ทุกคนวิ่งไปดู เห็นหมอสยุมพรในสภาพหมดเรี่ยวแรง พยายามยกมือร้องขอความช่วยเหลือ ทุกคนทราบคำสั่งจากนายใหญ่รวมทั้ง

พนักงานรูปหล่อของพรทิพา จึงช่วยกันเอาไม้เขี่ยเธอไปให้ไกลๆจากเรือ อึดใจเธอค่อยๆจมหายไปกับสายน้ำ

เมื่อรอจนแน่ใจว่าหมอสยุมพรตายแน่ พนักงานรูปหล่อโทร.รายงานเรื่องนี้ให้หมอชูเกียรติทราบ

ooooooo

วิชชุดาในคราบนักข่าวอาชญากรรมสะพาย กล้องเข้าไปขออนุญาตตำรวจที่เดินตรวจตราอยู่ในบ้านหมอสยุมพร ตำรวจไม่ติดใจสงสัยเนื่องจากเธอมีบัตรนักข่าวห้อยคออยู่ อนุญาตให้เข้ามาได้ สารวัตรเก่งเดินนำแนนซี่กับซาร่าและริกกี้เข้ามาเห็นหลังเธอไวๆ ถามจ่าว่านั่นใครปล่อยให้เข้าไปได้อย่างไร

“เธอแสดงบัตรว่าเป็นนักข่าวอาชญากรรมครับ”

“ผมไม่อยากให้ข่าวมันเอิกเกริก พอแล้วนะอย่าให้นักข่าวไหนๆเข้ามาอีก” สารวัตรเก่งมองไปอีกทีนักข่าวสาวหายไปแล้ว วิชชุดาไม่ได้หายไปไหน แต่แอบเข้าไปในห้องนอนของหมอสยุมพร ค่อยๆรื้อค้นหาหลักฐานไปทั่วๆ จนเจอตู้ใบหนึ่งล็อกกุญแจไว้ เธอใช้กิ๊บติดผมไขกุญแจจนเปิดออกได้ พบสมุดจดเบอร์โทรศัพท์ก็ยิ้มพอใจ แต่ยังไม่ทันจะออกจากห้องมีเสียงสารวัตรเก่งกับพวกสามสาวดังเข้ามาเสียก่อน เธอรีบไปซ่อนตัว

แนนซี่เดินมาตรงจุดที่วิชชุดาซ่อนตัว ต่างฝ่ายต่างชะงัก ซาร่าเห็นแนนซี่ยืนตะลึงร้องถามว่ามีอะไร ทั้งสารวัตรเก่งและริกกี้หันขวับขยับจะมาดู แต่มีสายด่วนโทร.เข้ามาแจ้งเขาว่ามีคนพบศพหมอสยุมพรลอยมาโผล่ที่ท่าน้ำ สารวัตรเก่งมัวแต่ตกใจลืมเรื่องที่แนนซี่เจอบางอย่างไปสนิทใจ

“บ้าจริง แนนซี่ ซาร่า ริกกี้ไปกับผม ไปดูศพหมอสยุมพร”

สามสาวรีบเดินตามสารวัตรเก่งออกจากห้อง ทำให้วิชชุดารอดตัวมาได้อย่างหวุดหวิด...

ขณะที่วิชชุดารีบหลบออกจากบ้านหมอสยุมพร อัคคีไปพบกับ ดร.ซิมอน พันโทปิแอร์กับนายพลพิชัยที่ห้องประชุมของกรมทหารที่อัคคีสังกัด เพื่อตอบข้อซักถามเกี่ยวกับตาปิศาจ เผื่อมีข้อขัดข้องอะไรทั้งคู่จะได้แนะนำเขาได้ถูกจุด นายพลพิชัยเชิญให้ทดสอบกันได้เลย อัคคีไม่อยากทำให้ที่นี่ไฟไหม้ ขอผัดเป็นวันหลัง

ดร.ซิมอนไม่ขัดข้องเพราะจะอยู่เมืองไทยอีกหลายวันเนื่องจากมีเพื่อนตามมาเพื่อขอรับบุตรบุญธรรมที่โรงพยาบาลเพชรน้ำเอก นอกจากจะมาติดตามผลดวงตาปิศาจแล้ว ดร.ซิมอนยังมีเอกสารเกี่ยวกับ “ฟา” เสื้อกันตาปิศาจที่เขากำลังจะผลิตมาให้ดูอีกด้วย เผื่อเอาไว้ป้องกันถ้ามีใครผลิตตาปิศาจได้อย่างเรา

“เราจะสามารถปกป้องตนเองจากตาปิศาจได้ แม้ว่าเราจะมีตาปิศาจ ถ้าเราใส่ฟาจะไม่มีใครสามารถทำร้ายเราได้ หากเขาจะทำร้ายเรา ก็ทำได้แค่ที่ดวงตาเท่านั้น”...

หลังได้หลักฐานจากบ้านหมอสยุมพร วิชชุดาตรงไปที่บ้านพักของอัคคี เห็นเจ้าของบ้านยังไม่กลับถือวิสาสะใช้กิ๊บติดผมสะเดาะกุญแจเข้าไปทำอะไรกิน

แต่ไม่สำเร็จเพราะทำจานกับข้าวตกแตกเสียก่อน ร้อนถึงอัคคีที่เพิ่งกลับเข้ามาต้องเป็นคนทำกับข้าวให้กิน

ระหว่างกินข้าวกับไข่เจียว วิชชุดาเอาภาพถ่ายจากบ้านหมอสยุมพรที่อยู่ในมือถือกับสมุดรายชื่อพร้อมเบอร์โทร.ให้อัคคีดู และยังมีรูปถ่ายบอดี้การ์ดที่หมอสยุมพรเก็บไว้อีกด้วย เธอเช็กมาแล้วว่าชายคนนี้ชื่อชาติชาย เป็นคนขับรถของโรงพยาบาลเพชรน้ำเอก

“ชื่อนี้อีกแล้วโรงพยาบาลที่หมออภินันท์โดนฆ่า โรงพยาบาลนี้เกี่ยวข้องกับหมอสยุมพรแน่”

วิชชุดาแนะให้อัคคีดูเบอร์โทร.ที่เขียนว่าเลขาซึ่งวงสีแดงเอาไว้ เขาตั้งข้อสังเกตบ้านหลังที่จับเราสองคนไปก็ใช้ชื่อเลขาเหมือนกัน แสดงว่าต้องมีเลขาหลายคน เธอเช็กมาแล้วว่าเป็นเบอร์เดียวกับหมออรุณ เลขาผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรน้ำเอก อัคคีทึ่งที่วิชชุดาสืบได้ไวมาก ถ้าอย่างนั้นเราจะรอช้าไม่ได้ จะต้องไปที่โรงพยาบาลแห่งนั้น โดยทั้งคู่จะไปรถคันเดียวกัน
แต่แยกกันไปทำหน้าที่ในส่วนของตัวเอง...

มื่อมาถึงโรงพยาบาล วิชชุดาในคราบสาวสวยเซ็กซี่จอดรถให้อัคคีซึ่งปลอมตัวเช่นกันลงก่อน แล้วจึงขับรถไปจอดไว้ด้านนอก อัคคีไปที่แผนกขนส่งเพื่อถามหาชาติชายอ้างเป็นน้าของเขามาจากต่างจังหวัดแม่ของเขาฝากเงินมาให้เขาหนึ่งหมื่นบาท ทศหัวหน้าของชาติชายให้ฝากเงินไว้กับตนเอง วันนี้ชาติชายไม่มาลาหยุดทั้งที่ความจริงแล้วเขาหายตัวไปจากบ้านหมอสยุมพรตั้งแต่วันที่บ้านโดนถล่ม

อีกมุมหนึ่งของโรงพยาบาล วิชชุดาแยกไปพบกับหมออรุณเพื่อจะขอรับบุตรบุญธรรมเนื่องจากเธอกับสามีแต่งงานกันตั้งแต่เรียนจบมหาวิทยาลัยแต่ไม่มีลูกสักที เธอได้ยินเสียงร่ำลือว่าบุตรบุญธรรมจากที่นี่สวยและฉลาดที่สุดในโลก เขายินดีจัดการให้ แต่จะต้องเข้าคิวรอสักระยะหนึ่ง

“ยินดีค่ะขอให้ได้เถอะค่ะ แล้วดิฉันจะติดตามผลได้อย่างไรคะ”

“มาขอพบผมได้ครับ นี่นามบัตร ปกติผมไม่ให้ใครนะครับ เฉพาะผู้มีนามบัตรผมเท่านั้นถึงจะขอพบได้”

วิชชุดาไหว้ขอบคุณหมออรุณอย่างอ่อนช้อย ยิ่งเขาได้เห็นทรวดทรงองค์เอวของเธอก็ยิ่งพอใจ ถึงกับเดินมาส่งที่ล็อบบี้ รอจนเธอเดินออกไปแล้วรีบโทร.หาทศให้ตามไปฉุดเธอ

ooooooo

ทศกับสมุนขับรถตามรถของอัคคีกับวิชชุดามาถึงร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ชานเมือง อัคคีรู้ตัวอยู่แล้วว่ามีคนตาม บอกให้วิชชุดาเตรียมอาวุธให้พร้อม ทศจำเขาไม่ได้เพราะเขาคนละลุคกับตอนไปโรงพยาบาล แต่เขาจำได้ว่าทศเป็นหัวหน้าของชาติชาย สั่งให้วิชชุดาอยู่ใกล้ๆเขาเอาไว้

ครั้นทั้งคู่เดินเข้าไปหาที่นั่งในร้าน ทศกับสมุนแสดงตัวเป็นคนร้ายชักปืนขึ้นมา อัคคีกับวิชชุดาเตรียมพร้อม อยู่แล้ว พากันพุ่งหลบเข้าที่กำบัง สองฝ่ายยิงต่อสู้กัน แขกในร้านแตกตื่นตกใจวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น

“จับผู้หญิงแล้วยิงไอ้นั่นให้ตาย” ทศสั่งจบสมุนหันปืนไปที่อัคคีเป็นจุดเดียวกัน อัคคีรีบโดดมาตรงที่วิชชุดาหมอบอยู่ บอกว่ามันจะจับเธอแสดงว่ามันเป็นพวกขบวนการค้าอวัยวะมนุษย์เช่นกัน เธอแค้นมากระดมยิงใส่พวกสมุนไม่ยั้ง สมุนสามคนโดนยิงมือ ทำให้ปืนร่วงไปตามๆกัน

ทศเลวได้ใจคว้าลูกค้าคนหนึ่งมาเป็นตัวประกันสั่งให้วิชชุดาออกมามอบตัว ไม่อย่างนั้นจะยิงตัวประกัน ครั้นเธอออกไป เขากลับไม่ยอมปล่อยตัวประกัน ก่อนที่เรื่องราวจะเลวร้ายมากไปกว่านี้

อัคคีปล่อยลำแสงใส่ข้อมือทศไฟลุกพรึบ ปืนกระเด็น วิชชุดาหยิบปืนขึ้นมายิงแขนสมุนคนสุดท้ายได้รับบาดเจ็บ อัคคีเข้ามาคว้าข้อมือวิชชุดาจะพาหนี ยิงกันสนั่นแบบนี้ ตำรวจคงได้แห่กันมาทั้งโรงพัก ทศกับพวกไม่รอช้าวิ่งไปขึ้นรถ...

ฝ่ายสารวัตรเก่งกำลังดื่มกาแฟอยู่กับแนนซี่ ได้รับแจ้งว่าเกิดการยิงกันขึ้น เขารีบออกไปทันที...

อัคคีกับวิชชุดาไม่ได้หนีไปไหนแต่สะกดรอยตามรถของทศเพื่อดูว่าไปพบใคร วิชชุดาทักท้วงขับรถตามห่างอย่างนี้ระวังจะคลาดกัน

“ต้องห่าง มันจะได้ไม่รู้ตัว รับรองว่าผมตามทันแน่” อัคคีว่าแล้วใช้ตาปิศาจเพ่งดูรถของทศ ทั้งคู่ตามจนกระทั่งพบว่าเขาไปหาหมออรุณที่บ้าน เมื่อได้ที่อยู่ของหมออรุณเรียบร้อย อัคคีชวนวิชชุดาไปหาอะไรกินกัน จะได้กินไปด้วยวางแผนไปด้วย

กินอาหารเสร็จ อัคคีวางแผนจะไปเฝ้าดูหมออรุณว่าจะไปไหน วิชชุดาไม่ขัดข้องแต่ขอแวะกลับบ้านไปเปลี่ยนชุด จะได้บอกแม่ด้วยว่าคืนนี้ต้องไปทำภารกิจ เขาพยักหน้ารับรู้แล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน

คล้อยหลังเขาเท่านั้น พรทิพาเข้ามาต่อว่าวิชชุดาว่าขโมยกินของของคนอื่นเป็นบาป วิชชุดาไม่เข้าใจว่าเธอพูดอะไร พรทิพาคุยอวดว่าเธอกับอัคคีเป็นคนคนเดียวกันแล้วตั้งแต่คืนก่อนที่เราพบกันที่ร้านอาหาร

“เธอมีมารยาทบ้างไหม พ่อแม่สอนหรือเปล่าว่าอย่างุบงิบเอาของคนอื่นมาเป็นของตัว”

วิชชุดาหึงขึ้นหน้า วางเงินค่าอาหารลงบนโต๊ะแล้วผลุนผลันออกจากร้าน อัคคีกลับมาที่โต๊ะไม่เห็นวิชชุดา พบแต่พรทิพานั่งแทนที่ก็พอจะเดาอะไรออก ขอตัวก่อนมีธุระสำคัญต้องไปทำ พรทิพาตัดพ้อที่เขาหายหน้าไม่แม้แต่จะโทร.หาเธอบ้าง เธอเองก็ติดต่อเขาไม่ได้ อัคคีหันไปบอกพนักงานรูปหล่อของเธอให้ดูแลเจ้านายดีๆหน่อย ปล่อยให้เมายามาตลอดแล้วเดินออกจากร้าน พรทิพารีบวิ่งตาม

อัคคีเพ่งมองไปที่ถนนเห็นวิชชุดาขึ้นรถแท็กซี่ไปแล้ว รีบวิ่งไปขึ้นรถตัวเอง พรทิพาตามมาเกาะรถจะไปด้วย เขาจ้องไปที่กระเป๋าถือของเธอเกิดไฟลุกพึ่บขึ้น พรทิพาตกใจรีบปล่อยมือจากรถ อัคคีไม่รอดูผลงานขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว...

หมออรุณไม่เชื่อคำแก้ตัวของทศที่ว่าจับตัววิชชุดามาให้ไม่ได้เพราะอัคคีมีอาวุธที่ปล่อยไฟได้ หาว่าเขากลัวจนตาฝ้าฟาง แล้วบอกว่าคืนนี้ตนจะไปตรวจงานที่คลังสินค้าของเราให้เขาเตรียมตัวและเตรียมคนไว้ให้ดี

“ผมจะโทร.แจ้งคุณวรพจน์ คุณวรพันธ์ครับว่าท่านเลขาใหญ่จะไปตรวจคลังสินค้า”...

วิชชุดากำลังไขกุญแจประตูเล็กจะเข้าบ้าน อัคคีขับรถมาจอดพลางตะโกนเรียก เธอทำเป็นไม่ได้ยิน ล็อกประตูเสร็จเดินหนีเข้าบ้าน เขาใช้ตาปิศาจจ้องที่รูกุญแจไฟจากดวงตาแว่บใส่ทำลายล็อกประตูแล้วเดินตามเข้าไปข้างใน ง้อจนเธอใจอ่อน ยอมกลับมาทำตามแผนการที่วางเอาไว้

ooooooo