นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 6 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 6


15 ก.ย. 2560 07:58
381,320 ครั้ง

ละคร นิยาย นักรบตาปิศาจ

นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 6

อ่านเรื่องย่อ

นักรบตาปิศาจ

แนว:

แอกชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ศานต์ ศรุติ

บทโทรทัศน์โดย:

วรพันธ์ รวี

กำกับการแสดงโดย:

ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์

ผลิตโดย:

บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

บิ๊กเอ็ม กฤตฤทธิ์ บุตรพรม, เนย ปภาดา กลิ่นสุมาลย์

อัคคีรีบตัดเชือกที่ผูกเรือแล้วดันเรือออกจากท่า วิชชุดาคิดว่าปลอดภัยจึงโผล่หัวขึ้นมาดู เขาสั่งให้หมอบไว้อย่างเดิม เธอนิ่วหน้าสงสัยทำไมต้องหมอบในเมื่อพวกมันโดนเขาจัดการด้วยอาวุธประหลาดไป หมดแล้วไม่ใช่หรือ เขาออกตัวว่าไม่ชอบฆ่าใครถ้าไม่จวนตัวหรือต้องป้องกันตัว

“พวกมันแอบอยู่ริมตลิ่งหลายคน บาดเจ็บส่วนใหญ่มันอาจยิงใส่คุณได้”

พูดไม่ทันขาดคำ พวกสมุนที่หนีรอดขึ้นไปฝั่งยิงใส่ อัคคีและวิชชุดาพากันหมอบราบไปกับพื้น เขาสั่งให้เธอยิงต่อสู้กับพวกมันไว้ เขาจะไปหาคนที่ยังซ่อนตัวอยู่บนเรือ วิชชุดาส่ายหน้าเอือมๆ

“เดาอีกแล้ว เงียบเชียบขนาดนี้มันหนีไปหมดแล้ว”

ผู้พันหนุ่มยืนยันว่ายังไม่หมด และเราต้องรีบไปยังจุดนัดพบให้เร็วที่สุดเพราะเสียงไซเรนใกล้เข้ามาแล้ว และตำรวจที่ยกกำลังมาก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นท่านสารวัตรของเธอนั่นเอง

พวกสมุนที่อยู่บนตลิ่งได้ยินเสียงไซเรนเช่นกันพากันหยุดยิง ก่อนจะสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานนัก สารวัตรเก่งกับสามสาวและตำรวจอีกหลายนายมาถึงท่าจอดเรือ สารวัตรเก่งลงมาสำรวจรอบๆพบร่องรอยต่อสู้และพบปลอกกระสุนจำนวนมากมาย บางแห่งมีรอยไฟไหม้อีกด้วย แนนซี่ขออนุญาตสารวัตรเก่งสำรวจ ใกล้ๆแถวนี้ เขาไม่ขัดข้องแต่ให้เอาตำรวจติดไปด้วย แล้วสั่งให้ทุกคนแยกย้ายกันตรวจค้นให้ทั่วๆ...

อัคคีเจอตัวสมุนที่ซ่อนตัวอยู่บนเรือแล้วแต่ยังไม่จัดการอะไร เดินย้อนกลับมาหาวิชชุดาสักพักก็ตะโกนขึ้น ใครที่หลบอยู่ ให้เผยตัวออกมาถ้าไม่อยากตาย สมุนที่ซ่อนตัวอยู่ยังนิ่งเฉย

“แค่ฉันยิงเปรี้ยงเดียวไปหลังผ้าใบนั่น แกก็ตายฟรี ทำไมไม่ออกมาพูดจากันให้มันดีๆ” ไม่พูดเปล่า อัคคีก้าวเข้าไปยังจุดที่สมุนซ่อนตัว สมุนกลัวจัดยิงปืนใส่ อัคคีซึ่งระวังตัวอยู่แล้วเบี่ยงตัวหลบทันแถมยิงสวนถูกขาสมุนทรุด ก่อนจะเข้าไปลากตัวออกมา...

ด้านแนนซี่เจอตัวอภินันท์ที่ถูกมัดติดอยู่กับต้นไม้ รีบแก้มัดให้และแจ้งให้สารวัตรเก่งมาสอบปากคำแต่เขาไม่ให้ความร่วมมือ ถามอะไรก็บอกว่าไม่รู้ไม่เห็นจำไม่ได้ว่าใครทำร้าย ตำรวจไม่พบหลักฐานอะไรเพิ่มเติมอีกจึงพากันยกกำลังกลับ...

ได้ตัวสมุนมาจึงทำให้อัคคีและวิชชุดาไปยังจุดที่นัดหมายกับเรือโยงที่จะมาส่งของได้อย่างถูกต้อง ครั้นเห็นเรือโยงแล่นมาแต่ไกล อัคคีตัดเชือกมัดมือมัดเท้าสมุนจากนั้นถีบลงน้ำ

การติดต่อรับของจากเรือโยงเหมือนจะราบรื่นดี เรือของสองฝ่ายแล่นมาเทียบกันโดยเรือโยงโยนเชือกมาให้วิชชุดาซึ่งปลอมตัวเป็นเด็กท้ายเรือจัดการผูกเรือติดกัน อัคคีบอกรหัสติดต่อได้อย่างถูกต้อง

แต่อภินันท์วางยาไว้ไม่ได้บอกเรื่องหีบดำที่ทางนั้นต้องรับกลับไป หัวหน้าเรือโยงจึงรู้ว่าอัคคีเป็นอภินันท์ตัวปลอม สั่งสมุนระดมยิงใส่ วิชชุดารู้งานยิงเชือกที่ผูกเรือสองลำให้ติดกันขาดสะบั้น เกิดการยิงต่อสู้กันขึ้น อัคคีใช้ตาปิศาจทำให้เห็นจุดที่พวกคนร้ายซ่อนตัวอยู่และยิงใส่ได้อย่างแม่นยำ

ooooooo

สารวัตรเก่งกับสามสาวกำลังจะกลับหน่วยงานแต่มีเสียงวิทยุตำรวจแจ้งเหตุยิงกันกลางแม่น้ำเจ้าพระยา เขารีบวกรถกลับ ซาร่าเชื่อว่าวิชชุดากับอัคคีต้องมีเอี่ยวด้วยแน่ๆ อดแปลกใจไม่ได้ทำไมไม่มีใครจัดการสองคนนี้สักที เขาอยากจะทำอย่างนั้นแต่ยังไม่มีหลักฐานมัดตัว ซาร่ากับริกกี้อาสาจะช่วยหาเอง

“ขอบคุณมาก งานนี้ผมจัดการเองได้ครับ”...

ขณะที่สารวัตรเก่งกับคณะมุ่งหน้ามายังจุดเกิดเหตุปะทะกัน เรือที่อัคคีกับวิชชุดาเริ่มเบนออกห่างจากเรือโยงมากขึ้นทุกที วิชชุดาชวนให้หนีแต่อัคคีไม่ยอมไปจะขอจัดการพวกนี้ทีละคนด้วยปืนยาวติดลำกล้อง เธอทำหน้าเซ็ง โม้ไปหรือเปล่า จะยิงฝ่าความมืดขนาดนี้ถูก เขาไม่ได้โม้ เชิญเธอถอยไปรอดูผลงานของเขาได้เลย

ทางฝ่ายหัวหน้าเรือโยงไม่ยอมให้อภินันท์ตัวปลอมลอยนวลสั่งให้เอาเรือไล่ตาม ขยี้ให้มันแหลกคามือ...

อัคคีหยุดเรือแล้วหยิบประกับปืนยาวมาประทับบ่าเล็งฝ่าความมืดไปยังเรือโยงที่แล่นเข้าหา หัวหน้าเรือโยงเห็นเรือเป้าหมายจอดนิ่งก็แปลกใจหยุดทำไม จังหวะนั้น หมอสยุมพรซึ่งติดต่ออภินันท์ไม่ได้ก็เลยโทร.มาถามหัวหน้าเรือโยงว่าส่งของเป็นอย่างไรบ้าง เขารายงานว่าคนที่มาเป็นตัวปลอมไม่รู้ตัวจริงหายไปไหน เธอสั่งไม่ให้ฆ่า แต่ให้จับตัวปลอมมาเป็นๆ หัวหน้าวางสายเสร็จสั่งให้สมุนลุย ทุกคนต่างระดมยิงใส่เรือเป้าหมาย

วิชชุดาโผล่หัวขึ้นมาจากที่กำบังแอบมองอัคคีไม่พอใจที่ไม่ยอมให้ช่วย เขาหันมาเห็นก็บอกให้เธอจ้องดีๆ เดี๋ยวจะมีคนโดดลงไปว่ายน้ำเล่นกลางดึกทีละคนสองคน พูดจบเขายิงใส่สมุนที่อยู่ด้านหน้าสุดร่วงตกน้ำ

สักพักสมุนอีกคนหนึ่งก็ถูกคมกระสุนของอัคคีร่วงจากเรือไปเป็นคนที่สอง วิชชุดามองฝ่าความมืดไม่เห็นจัดแจงเอาไฟฉายส่องดูเพราะคิดว่าอัคคีโกหก ทันทีทันใดห่ากระสุนพุ่งเข้าหาเธอ อัคคีต้องโดดมากันเอาไว้พร้อมกับปัดไฟฉายในมือวิชชุดากระเด็น เธอปลอดภัยแต่เขาถูกยิงที่แขนเลือดสาด เธอตกใจมากรีบเข้าไปดู

“เด็กบ้า เธอจะดื้อไปถึงไหน ป่วนกันไม่เลือกเวลาและโอกาส” อัคคีเอ็ดเสียงลั่น

“ฉันขอโทษ ฉันจะทำแผลให้นะคะ” วิชชุดารู้สึกผิดที่ทำให้อัคคีต้องมาเจ็บตัว เขาไม่มีเวลาให้เธอมาทำแผลให้ขอแค่หาอะไรมาห้ามเลือดไว้ก่อนเพราะถ้าพวกนั้นมาถึงเรือเราเมื่อไหร่เป็นอันจบกัน วิชชุดาขอร้องให้เขาไปพักก่อน เธอจะยิงต่อสู้กับพวกนั้นเอง เขาอ้างว่ายังไหวมืออีกข้างของเขายังใช้การได้

“ส่วนคุณเอากระบอกนี้ไปแล้วทำตามที่ผมบอกเท่านั้น ประทับปืนสิ แล้วมาอยู่ข้างๆผม” พอวิชชุดาทำตามที่สั่ง อัคคีใช้ตาปิศาจมองฝ่าความมืดแล้วบอกตำแหน่งของหัวหน้าเรือโยงให้ เธอยิงได้แม่นยำราวกับมองเห็น หัวหน้าโดนเข้าเต็มๆถึงกับทรุด ก่อนจะรีบตะกายเข้าที่กำบัง

เหล่าสมุนเห็นหัวหน้าถูกยิงพากันเสียขวัญถอยกรูดไปหลบ เสียงปืนสงบในบัดดล อัคคีเล่าเหตุการณ์บนเรือโยง ให้วิชชุดาฟังแล้วบอกว่าถ้าอยากจะฉายไฟดูอะไรเชิญได้เลย เขาขอไปห้ามเลือดก่อนที่มันจะหมดตัว เธอเชื่อที่เขาพูดไม่จำเป็นต้องส่องไฟดู ที่สำคัญเขาบาดเจ็บเพราะเธองี่เง่า เขาไม่ถือโทษโกรธเธอแค่อย่าทำอีก

ooooooo

เมื่อสารวัตรพร้อมด้วยสามสาวและกำลังตำรวจอีกส่วนหนึ่งมาถึงริมแม่น้ำเจ้าพระยาเสียงปืนเงียบไปแล้ว ทำให้ไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดเหตุยิงกันตรงไหน สารวัตรเก่งจึงต้องแบ่งกำลังเป็นสองส่วนลงเรือคนละลำเพื่อแยกย้ายกันค้นหา...

อัคคีซึ่งได้รับการห้ามเลือดเรียบร้อยเตือนวิชชุดาว่าคนร้ายยังอยู่บนเรือโยงอีกห้าคน แต่เราจะบู่มบ่ามไม่ได้ ป่านนี้ตำรวจน่าจะแห่มากันแล้วเนื่องจากเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว เราจึงต้องจัดการกับคนร้ายให้เงียบที่สุด แล้วส่งปืนเก็บเสียงให้ เธอทักท้วง ถ้าคนร้ายเป็นฝ่ายยิงมาเสียงก็ดังอยู่ดี

“ช่างมัน แต่เราใช้ปืนเก็บเสียงก็แล้วกัน”

วิชชุดาไม่เข้าใจในเมื่อตำรวจจะมากันแล้ว ทำไมเราไม่กลับ อัคคีจะไม่ไปไหนจนกว่าจะได้ไอ้ตู้บ้านั่น วิชชุดาสงสัยเราจะเอาไปได้อย่างไรในเมื่อมันหนักขนาดนั้น อัคคีไม่ได้จะยกแต่จะเอาเรือไปกับเราทั้งลำ แล้วขับเรือไปที่เรือโยงลำสุดท้ายซึ่งเขาใช้ตาปิศาจสำรวจแล้วว่าตู้อยู่ที่นั่น ไม่นานนักอัคคีขับเรือไปจอดเทียบ วิชชุดาชะโงกหน้าไปดูเห็นตู้ดังกล่าวตั้งอยู่จริงๆ อดทึ่งไม่ได้ที่เขาบอกได้ถูกต้อง

“แกะเชือกที่โยงกับเรือของพวกมันแล้วเอามาโยงกับเรือของเรา” อัคคีสั่งการผูกเรือโยงลำสุดท้ายไว้กับเรือตัวเองเสร็จสรรพ แทนที่อัคคีจะหนี กลับขับเรือไปเทียบกับเรือที่หัวหน้ากับสมุนอยู่เพื่อจัดการปิดปากไม่ให้พวกนั้นเอาเรื่องของเขาไปปูดกับตำรวจ วิชชุดาเตือนให้อัคคีระวังเลือดจะออกหมดตัวเสียก่อน แต่เขาไม่สนใจยังคงมุ่งมั่นจะทำอย่างที่ตั้งใจ...

ทางด้านสารวัตรเก่งกับพวกยังคงตามหาที่มาของการยิงปะทะกันแต่ไม่เจอเพราะมีเรืออยู่ในแม่น้ำเต็มไปหมด จะค้นทุกลำก็คงเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ยังไม่ละความพยายาม โดยสั่งให้เรือทั้งสองลำวนดูรอบๆไปก่อน

ooooooo

ผูกเรือกับเรือโยงคนร้ายเสร็จ อัคคีสั่งให้วิชชุดาอยู่บนเรือ ถ้าเกิดอะไรขึ้นเช่นตำรวจมาก็ให้ตัดเชือก เอาเรือหนีไปจอดรอเขาที่ใกล้ๆท่าพระอาทิตย์ เธอทักท้วงบาดเจ็บแบบนี้จะว่ายน้ำไหวหรือ

“ผมรบมาเยอะแล้ว อย่ามัวเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ อ้อ ห้ามฉายไฟเด็ดขาดถ้าไม่มั่นใจโยนมันทิ้งน้ำไป”

วิชชุดาค้อนอัคคีหนึ่งวงก่อนจะเขวี้ยงไฟฉายทิ้งน้ำ อัคคียิ้มพอใจ ใช้ตาปิศาจเพ่งไปในเรือ เห็นสมุนสี่คนแยกกันอยู่ตามมุมต่างๆใต้ท้องเรือ ส่วนหัวหน้าซึ่งได้รับการทำแผลแล้วนั่งอยู่ตรงกลาง หัวหน้าหวั่นใจว่าเสียงปืนดังขนาดนี้ ตำรวจคงกำลังแห่มาที่นี่ ดังนั้นพวกเราควรจะหนีกันได้แล้ว

“ชูชีพอยู่ที่ไหน เอามาใส่แล้วโดดน้ำลงไปลอยคอให้ห่างเรือเข้าไว้ แล้วไปพบกันที่หน่วยของพวกเรา”

สมุนทำตามที่หัวหน้าสั่งแต่หาเสื้อชูชีพได้แค่สี่ตัว หัวหน้าใช้ความเป็นผู้อาวุโสกว่าสั่งให้เอาชูชีพให้ตนหนึ่งตัวที่เหลือให้สมุนทั้งสี่คนไปจับสลากกันเอาเอง แต่สมุนกลับรวมหัวกันทิ้งหัวหน้าแล้วคว้าเสื้อชูชีพพากันออกไป หัวหน้าไม่พอใจชักปืนออกมาเล็งสมุนคนรั้งท้ายให้ส่งเสื้อชูชีพมา สมุนยืนนิ่งไม่ส่งให้

“จะส่งไหม อยากอกทะลุตายหรือจะว่ายน้ำไปหาที่หลบเอาเอง”

ทันใดนั้น สมุนทั้งสี่คนหันขวับมาพร้อมกับยิงปืนใส่หัวหน้าตายคาที่ จากนั้นช่วยกันลากศพออกมาจะโยนทิ้งน้ำ อัคคีส่ายหน้าที่พวกคนร้ายหักหลังกันเอง ก่อนจะไปยืนดักทางที่จะขึ้นจากใต้ท้องเรือ วิชชุดาจะตามมาช่วย แต่มีเสียงไซเรนจากเรือตำรวจดังขึ้นเสียก่อน เขาตะโกนลั่นไม่ให้เข้ามา

“ตัดเชือกแล้วรีบไปท่าพระอาทิตย์...ไปทันทีเดี๋ยวนี้ อยู่สองคนโดนตำรวจจับทั้งคู่ แต่ผมอยู่คนเดียวโดนคนเดียว ไปซะ ถ้าไม่ตาย...เจอกันที่ท่าพระอาทิตย์” อัคคีเห็นวิชชุดาตัดเชือกแล้วแล่นเรือจากไปก็โล่งใจ พอหันกลับมาอีกทีสมุนสี่คนลากศพหัวหน้าขึ้นมาจากใต้ท้องเรือพอดี สมุนยิงใส่อัคคีไม่ทันตั้งตัวแม้จะโดดหลบได้แต่ก็โดนคมกระสุนเจาะร่างสองนัด พวกสมุนย่ามใจเดินเข้าหา อัคคีใช้ดวงตาปิศาจจัดการ

ทั้งสี่คนถึงกับผงะร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ล้มลงทับศพหัวหน้า บางคนมีรอยไหม้กลางหน้าผากตายสนิท บางคนก็โดนแบบเฉียดๆ แต่ก่อนจะล้มทำปืนลั่นใส่กันเองตายเกลี้ยง แถมลั่นใส่เสื้อชูชีพทำให้เสียหาย อัคคีลากสังขารมาคว้าเสื้อชูชีพขึ้นดูพบว่าเสียหายทุกตัว จำต้องเลือกตัวที่เสียหายน้อยที่สุดมาสวม

เสียงปืนทำให้สารวัตรเก่งสั่งให้เร่งความเร็วเรือไปยังที่มาของเสียงปืนพร้อมกับเปิดสปอตไลต์ฉายไฟไปยังเรือลำนั้น เห็นศพกองทับกันอยู่ดูแล้วไม่น่ามีใครรอด อีกฝั่งหนึ่งของกราบเรือ มีร่างหนึ่งสวมชูชีพเดินโซเซก่อนจะร่วงตกลงไปในน้ำ โดยไม่รู้ว่านั่นคืออัคคีเพราะอยู่ไกลกันมาก

“มีอีกคนกำลังหนี บอกเรืออีกลำตามหาไอ้คนบาดเจ็บที่มันร่วงลงไปจากเรือให้พบ” สารวัตรเก่งสั่งเสียงกร้าว ส่วนเรือที่ตัวเองนั่งกับพวกสามสาวตรงไปยังเรือที่มีคนตาย ฝ่ายวิชชุดาซึ่งอยู่บนเรือที่แล่นห่างออกมา อดเป็นห่วงอัคคีไม่ได้ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร ครั้นจะย้อนกลับไปหาก็เห็นเรือตำรวจแล่นมาเบื้องหน้า ตัดสินใจบังคับเรือเดินหน้าต่อไป แล้วหยิบเสื้อดำแบบที่คนเรือสวมใส่กับวิกผมสีขาวพร้อมหนวดออกมา

อัคคีเห็นเรือของวิชชุดากำลังแล่นห่างออกไปพยายามตะโกนเรียกพร้อมกับว่ายน้ำไปหา แต่เธอไม่ได้ยินเนื่องจากความมืดและเสียงเรือที่ดังกลบเสียงเขา

เสื้อชูชีพเริ่มขาดออกเป็นชิ้นๆสุดท้ายก็หมดสภาพ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บทำให้อัคคีพยุงตัวในน้ำได้ยากลำบาก แต่นับว่าโชคยังเข้าข้างมีเรือลำหนึ่งตกแต่งแสงสีสวยงามมีคนกำลังดื่มกินกันอย่างสนุกสนานแล่นช้าๆเข้ามา

บังเอิญเหลือเกินที่เรือลำนั้นเป็นเรือสำราญของพรทิพาที่ได้เหยื่อชุดใหม่มาเต็มลำ เมื่อเห็นสมควรแก่เวลา พรทิพาสั่งพนักงานรูปหล่อมือขวาของตัวเองให้พาพวกนั้นลงไปสนุกกันข้างล่างได้แล้ว

“ปล่อยให้เขาสนุกกันให้สุดเหวี่ยง สักครู่ฉันจะลงไปตรวจหาเอ้อ...ชายหน้าตาดีหุ่นดี”

พนักงานรูปหล่อพยักหน้าอย่างรู้ใจ พรทิพามองนักท่องเที่ยวที่ถูกต้อนลงไปข้างล่างอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเดินมาที่กราบเรืออดนึกถึงอัคคีไม่ได้ เหมือนฟ้าประทานเมื่อมองไปที่ผืนน้ำข้างเรือแสงไฟสว่างไสวจากบนเรือทำให้เห็นชายในฝันเกาะเรืออยู่ เธอดีใจสุดๆ เขาเพ้อเรียกชื่อวิชชุดาออกมาก่อนจะหมดสติ

ooooooo

วิชชุดาในคราบชายแก่หลังค่อมขับเรือมีเรือโยงอยู่ด้านหลังเห็นเรือตำรวจแล่นสวนมาพลางส่องไฟมาที่เรือ เธอพยายามทำตัวเป็นปกติที่สุด ทั้งริกกี้ซาร่าและสารวัตรเก่งไม่มีใครติดใจสงสัย

มีเพียงแนนซี่ที่หันมองไปทางเรือลำนั้นอีกครั้งเป็นจังหวะที่ลมพัดหมวกของชายแก่ปลิวออกจากหัวทำให้เห็นผมสีดำที่อยู่ใต้วิก เธอถึงกับร้องเอ๊ะออกมาครั้นจะมองดูให้แน่ใจอีกที ชายแก่ก็พ้นไปจากแสงไฟแล้ว ทุกคนมองเธอเป็นตาเดียวกันถามว่าเห็นอะไรผิดปกติหรือ

“ไม่เห็น...ไม่มีค่ะ” ท่าทางมีพิรุธของแนนซี่ทำให้ริกกี้กับซาร่าเชื่อว่าเธอต้องเห็นอะไรบางอย่าง...

พรทิพานำตัวอัคคีที่หมดสติขึ้นมาบนเรือสำราญของตัวเองเรียบร้อย ตอนที่ตำรวจเอาเรือมาจอดเทียบเพื่อจะสอบถามว่ามีใครพลัดตกเรือมาโผล่แถวนี้บ้างไหม เธอใช้ความเจ้าเล่ห์ช่วยอัคคีให้รอดพ้นมาได้โดยตำรวจไม่สงสัย ครั้นทางสะดวก พรทิพาเข้ามาตระกองกอดเขาไว้

“อยู่ตรงนี้นะคะสุดหล่อพรจะไปหายามาปฐมพยาบาลจะเรียกหมอพิเศษจากโรงพยาบาลเพชรน้ำเอกมาเอากระสุนออกให้” กระซิบจบพรทิพาเดินออกไป อัคคีงัวเงียขึ้นมาทันได้ยินเธอพูดถึงโรงพยาบาล พยายามกัดฟันลุกขึ้นไม่อยากไปถึงมือหมอกลัวความลับจะแตกหาทางหนีไปจากที่นี่...

ด้านสารวัตรเก่งหวั่นใจว่าวิชชุดาจะเกี่ยวข้องกับการยิงกันครั้งนี้ด้วย ลองโทร.หา ระหว่างที่คุยกันมีเสียงปืนดังขึ้นจากแถวนั้น เธอตกใจรีบตัดสาย สารวัตรเก่งได้ยินเสียงปืนเช่นกัน แสดงว่าเธอต้องอยู่แถวนี้ด้วย พยายามโทร.กลับแต่เธอปิดเครื่องหนี ทำให้เขายิ่งหงุดหงิด...

หมออรุณถึงกับร้องเอะอะเมื่อพรทิพาโทร.มาสั่งให้ส่งหมอมารักษาคนบาดเจ็บ อ้างไม่มีอำนาจส่งหมอออกไปนอกสถานที่ได้มีแต่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรน้ำเอกเท่านั้น

“ก็ไปขอสิ ขอให้เร็วที่สุด อาการเขาแย่มากรู้ไหม” พรทิพาเริ่มหงุดหงิดที่ไม่ได้ดั่งใจ ยิ่งหมออรุณพยายามซักว่าใครบาดเจ็บ ผู้หญิงหรือผู้ชาย เธอยิ่งรำคาญตัดบทให้รีบไปจัดการตามสั่งแล้วตัดสายไปเลย...

สารวัตรเก่งเห็นสภาพศพบนเรือโยงก็เดาได้ไม่ยากว่าน่าจะเป็นฝีมืออัคคี สั่งการให้ตามหาตัวคนที่ร่วงลงน้ำให้เจอจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบนเรือลำนี้กันแน่...

อัคคีฟื้นเต็มที่แล้ว กวาดตามองไปรอบๆไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ไหน มีเสียงกุกกักดังเข้ามา เขารีบทำเป็นหลับ พรทิพาเข้ามาคลอเคลียพร้อมบอกให้เขารอสักครู่จะมีหมอมาดูแผลให้ มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น หมออรุณโทร.มาแจ้งว่าหมอชูเกียรติไม่อนุญาตให้หมอออกไปตรวจนอกสถานที่ พรทิพาโวยลั่นทำไมถึงใจร้ายนัก

“ฝากบอกพี่ชายด้วยว่าฉันจะทำบ้าต่อไปให้มากกว่าเดิมและถี่กว่าเก่า” พรทิพาวางสายแล้วเดินออกไปอย่างหัวเสีย อัคคีรอจนแน่ใจว่าเธอไปพ้นแล้ว ตรงไปยังกราบเรือ เจอสมุนคนหนึ่งเดินอยู่แถวนั้นใช้มีดจี้บังคับให้เขาโดดน้ำลงไปด้วยกัน โดยตัวเองดำน้ำอยู่ข้างล่างเกาะขาเขาเอาไว้เพื่ออำพรางไม่ให้ใครเห็น

ทุกคนบนเรือคิดว่าสมุนตกน้ำไปเองไม่มีใครสนใจเพราะมัวแต่ตามหาอัคคีที่หายตัวไป ครั้นพ้นอันตรายอัคคีทะลึ่งพรวดขึ้นจากน้ำ สั่งให้สมุนพาไปยังท่าพระอาทิตย์ สมุนทักท้วงจะไปได้อย่างไรอีกตั้งไกล

“เรือเล็กของเรือลำนี้ ไปปลดมา” อัคคีสั่งเสียงเฉียบ...

สารวัตรเก่งสงสัยเหมือนซาร่ากับริกกี้ว่าแนนซี่จะต้องเห็นอะไรบางอย่าง พยายามกล่อมให้พูด เธอเปิดปากเล่าเฉพาะที่เห็นชายแก่หลังค่อมมีพิรุธตอนที่เรือสวนกันว่าผมขาวนั้นเป็นแค่วิก แล้วขอโทษที่ไม่ได้บอกก่อนหน้านี้ สารวัตรเก่งไม่ถือโทษโกรธอะไรที่แล้วก็ให้แล้วไป

ooooooo

บน​เรือ​พาย สมุน​เห็น​อัคคี​ใกล้​จะ​หมด​สติ​เนื่องจาก​เสีย​เลือด​มาก  เงื้อ​ไม้​พาย​จะ​ฟาด เขา​ปล่อย​แสง​จาก​ดวงตา​ปิศาจ​ใส่ ทำให้​ไม้​พาย​ไหม้ สมุน​ตกใจ​รีบ​โยน​ไม้​ใน​มือ​ทิ้ง วิชชุ​ดา​ที่​จอด​เรือ​รอ​อยู่​ที่​ท่าพระ​อาทิตย์​เห็น​ไฟสว่าง​วาบ​ก็​รู้ทัน​ที​ว่า​เป็น​อัคคี​รีบ​ขับ​เรือ​ไป​หา  ก่อนที่​อัคคี​จะ​โดน​สมุน​เล่น​งาน วิชชุ​ดา​เข้า​มา​ช่วย​ไว้​ทัน...

หมอ​อรุณ​ต้องการ​รู้​เรื่อง​เกี่ยว​กับ​คน​ที่​ได้​รับ​บาดเจ็บ จึง​เรียก​พนักงาน​รูป​หล่อ​คน​สนิท​ของ​พร​ทิ​พา​มา​พบ​ที่​โรงพยาบาล​เพชร​น้ำ​เอก แต่​ไม่ได้​เรื่อง​อะไร​เพราะ​เขา​ไม่​รู้​ว่า​ผู้ชาย​คน​นั้น​เป็น​ใคร​มา​จาก​ไหน รู้​แค่​รูป​หล่อ​หุ่น​ดี และ​เธอ​คลั่ง​มัน​มาก หมอ​อรุณ​จะ​ส่ง​คน​ไป​เก็บ​มัน​เอา​อวัยวะ​มา​ใช้​งาน​เพื่อ​ตัด​ปัญหา พอ​รู้​ว่า​ชาย​คน​นั้น​หนี​ไป​แล้ว​ก็​ตกใจ มัน​เห็น​อะไร​ของ​เรา​บน​เรือ​หรือ​เปล่า

“คง​ไม่ทัน​เห็น​หรอก​ครับ มัน​สลบ แต่​ดัน​แอบ​ฟื้น​ขึ้น​มา​ตอน​เรา​เผลอ​แล้ว​หนี​ไป​ตอน​นั้น”

“ไม่​น่า​ไว้ใจ​อย่าง​ยิ่ง  อยาก​รู้​นัก​ว่า​มัน​คือ​ใคร  ​ทำไม​โดน​ยิง ทำไม​พัก​นี้​มี​แต่​เรื่อง​ปวด​หัว นี่​ก็​มี​คน​ของ​หมอ​สยุมพร​มา​นอน​อาการ​สาหัส​อยู่ รีบ​กลับ​ไป​เฝ้า​เอาใจ​นาย​หญิง​ของ​แก​ซะ ฉัน​จะ​ไป​สืบ​เรื่อง​คน​ของ​หมอ​สยุมพร​ต่อ

นี่​ก็​อีก​คน​ชอบ​กิน​ผู้ชาย ไม่​ดู​สาร​รูป​ตัว​เอง​ว่า​ไม่​มี​ใคร​อยาก​ให้​กิน” หมอ​อรุณ​ส่าย​หน้า​หนักใจ...

ฝ่าย​วิชชุ​ดา​เอา​อัคคี​ขึ้น​เรือ​ตัว​เอง​ได้​   ก็​ตรง​ไป​ยัง​บ้าน​ลุง​ทวน​ซึ่ง​อยู่​ริม​แม่น้ำ​เจ้าพระยา​ทันที และ​ทำ​การ​ผ่า​เอา​กระสุน​ทั้ง​สาม​นัด​ออก​จาก​ตัว​เขา โดยที่​วิชชุ​ดา​เป็น​คน​ผ่า​และ​อัคคี​เป็น​คน​คอย​บอก​วิธีการ​ผ่า​ให้ แม้​จะ​ทุลักทุเล​อยู่​บ้าง​แต่​การ​ผ่า​ตัด​สำเร็จ​ด้วย​ดี...

หมอ​อรุณ​แวะ​ไป​สอบ​ถาม​อภิ​นันท์​ว่า​ใคร​จับ​ตัว​ไป เขา​ได้​แต่​นิ่ง​เงียบ​ไม่​พูด​อะไร​สัก​คำ...

หมอ​สยุมพร​รู้​เรื่อง​อภิ​นันท์​จาก​ผู้​หวัง​ดี​ก็​รีบ​สั่ง​ให้​ถวิล​ไป​จัดการ​ฆ่า​ปิดปาก​เขา...

อัคคี​หนาว​สั่น​จาก​พิษ​ไข้​เนื่องจาก​แผล​อักเสบ วิชชุ​ดา​ต้อง​ขึ้น​ไป​บน​เตียง​นอน​กอด​เขา​พร้อม​กับ​กุม​มือ​เอา​ไว้ ไม่​นาน​นัก​เขา​ก็​หลับ​ไป อัคคี​รู้สึก​ตัว​ตื่น​ขึ้น​กลางดึก​เห็น​วิชชุ​ดา​ที่​หลับ​สนิท​โอบ​กอด​ตัว​เอง​ไว้ ใบหน้า​ของ​ทั้ง​คู่​ชน​กัน มือ​กุม​มือ​กัน​ไว้ เขา​เอา​อีก​มือหนึ่ง​เขี่ย​ปอย​ผม​ที่​ปรก​หน้า​เธอ​ออก ก่อน​จะ​หลับ​ไป​อีก​ครั้ง

ooooooo

เช้า​วัน​ต่อ​มา อัคคี​ตื่น​ขึ้น​ด้วย​อาการ​ดี​ขึ้น​มาก วิชชุ​ดา​ยัง​คง​นอน​กอด​เขา​อยู่​โดยที่​มือ​ของ​ทั้ง​คู่​กุม​มือ​กันและกัน​ไว้ อึดใจ​เธอ​ตื่น​ลืมตา​แป๋ว อัคคี​กำลัง​มอง​ใบหน้า​สวย​ของ​เธอ​อยู่​รีบเส​มอง​ไป​ทาง​อื่น พลาง​ถาม​ว่าที่​นี่​ที่ไหน ได้ความ​ว่า​เป็น​บ้าน​สวน​เก่า​แก่​ของ​พ่อ​เธอ​เอง ให้​ลุง​ทวน​คน​เก่า​คน​แก่​ของ​ท่าน​เฝ้า​ไว้

“รถ​ผม เรา​ทิ้ง​รถ​ไว้”

วิชชุ​ดาบ​อก​เขา​ว่า​ไม่​ต้อง​เป็น​กังวล ลุง​ทวน​ไป​เอา​มา​ไว้​ที่​นี่​แล้ว อัคคี​ร้อง​จะ​กลับ​บ้าน วัน​นี้​วัน​ทำ​งาน​ไม่​อยาก​ทำตัว​ผิดสังเกต ขอร้อง​ให้​เธอ​ช่วย​พา​ไป​ส่ง เธอ​ยินดี​ทำให้​ตาม​ที่​เขา​ต้องการ แล้ว​อด​ถาม​ไม่ได้​ว่า​เขา​ไป​เอา​เรือ​พาย​ลำ​นั้น​มา​จาก​ไหน  ​รวม​ทั้ง​ผู้ชาย​คน​นั้นด้วย อัคคี​ไม่​อยาก​ให้​เธอ​รู้​เรื่อง​พร​ทิ​พา​จึง​โกหก​ว่า​ปล้น​มา​จาก​เรือ​ใหญ่​ลำ​หนึ่ง แต่​ไม่​รู้​ว่า​เรือ​อะไร...

ทาง​ด้าน​สารวัตร​เก่ง​เห็น​ผล​ชันสูตร​ศพ​บน​เรือ​โยง​ว่า​รอย​ไหม้​ที่​หน้าผาก​เป็น​รู​กลม​มา​จาก​อาวุธ​ที่​ไม่เคย​ปรากฏ​มา​ก่อน ถึง​กับ​ถอน​ใจ​หนักใจ นี่​แปล​ว่า​วิชชุ​ดากับ​อัคคี​เกี่ยวข้อง​กับ​เหตุการณ์​ครั้ง​นี้​อย่าง​ไม่​ต้อง​สงสัย...

ไม่​นาน​นัก วิชชุ​ดา​ขับ​รถ​พา​อัคคี​มา​ถึง​บ้านพัก​ของ​เขา​ในกรม​ทหาร ขณะ​กำลัง​พยุง​เขา​เข้า​บ้าน บันดาล​เข้า​มา​ทักทาย เธอ​จึง​ฝาก​ให้​ช่วย​พา​อัคคี​เข้า​บ้าน​ด้วย ส่วน​เธอ​ตรง​ไป​ที่​ครัว​เพื่อ​เตรียม​อาหาร​เช้า

อัคคี​ขอร้อง​บันดาล​อย่า​บอก​ใคร​เรื่อง​ที่​เขา​ได้​รับ​บาดเจ็บ บันดาล​แนะ​ว่า​เขา​ควร​จะ​ให้​หมอ​ตรวจ​อาการ​เป็น​เรื่อง​เป็น​ราว​   หมอ​ทหาร​ที่​เป็น​พรรคพวก​เรา​ก็​มี   เขา​เห็นดี​ด้วย​ไว้​พัก​เที่ยง​ค่อย​ไป แล้ว​ไล่​บันดาล​กลับ​ไป​ก่อน เดี๋ยว​ค่อย​มา​รับ​เขา​ไป​ทำ​งาน​ด้วย แล้ว​นึก​อะไร​บาง​อย่าง​ขึ้น​มา​ได้​   เล่า​ให้​ฟัง​ว่าการ​สืบสวน​ก้าวหน้า​ไป​มาก

“มา​ช่วย​กัน​ภาวนา​ให้​น้อง​ดาว​ปลอดภัย​เมื่อ​ถึง​วัน​นั้น ฉัน​จะ​ช่วย​น้อง​ดาว​ออก​มา​ให้​ได้”

“แก​มั่นใจ​นะ​ว่า​มัน​คือ​พวก​เดียวกัน”

ผู้​พัน​หนุ่ม​พยัก​หน้า ตอน​นี้​มั่นใจ​แปด​สิบ​เปอร์เซ็นต์...

เรื่อง​บู๊​วิชชุ​ดา​ไม่​เป็น​สอง​รอง​ใคร แต่​ฝีมือ​ทำ​อาหาร​ของ​เธอ​เข้า​ขั้น​ห่วย​แตก ข้าวต้ม​สุกๆดิบๆแถม​ไข่​เจียว​เค็ม​ปี๋ อัคคี​ตัก​เข้า​ปาก​สำลัก​พรวด​ก่อน​จะ​หัวเราะ​ขำ​ให้​กับ​ฝีมือ​ทำ​อาหาร​ไม่​เอา​ไหน​ของ​เธอ​จน​แผล​ปริ​เลือด​ซึม

“ไป​หยิบ​ชุด​เครื่องแบบ​ใน​ห้อง​มา​แต่งตัว​ให้​ผม​ก่อน​เปลี่ยน​ผ้าพันแผล​ให้​ผม​ใหม่ ตอน​พัก​เที่ยง​ผม​จะ​ไป​ให้​หมอ​เพื่อน​กัน​ดู​แผล​ให้ คุณ​หลับ​พักผ่อน​นะ”

วิชชุ​ดา​ทักท้วง​ไม่​น่า​เกลียด​ไป​หน่อย​หรือ อัคคี​ขอร้อง​เพื่อ​งาน​ของ​เรา​ไม่​ต้อง​ไป​สนใจ​เรื่อง​อื่น  และ​
ต่อ​จาก​นี้​เรา​สอง​คน​ต้อง​ถนอม​น้ำใจ​กัน​ให้​มากๆ  เธอไม่ขัด​ว่า​อย่างไร​ก็​ว่า​ตาม​กัน​อยู่​แล้ว...

เพื่อ​ความ​มั่นใจ​ว่า​ข้อ​สันนิษฐาน​ของ​ตัว​เอง​ถูก สารวัตร​เก่ง​ขอร้อง​ให้​แนน​ซี่​บอก​ความ​จริง​ว่า​ตอน​ที่นั่ง​เรือ​สวน​กับ​เรือ​โยง เห็น​อะไร​ผิด​ปกติ​ถึง​ได้​ร้อง​เอ๊ะ เธอ​สารภาพ​ว่า​เห็น​วิชชุ​ดา เขา​ถึง​กับ​อึ้ง​แม้​จะ​เตรียม​ใจ​ไว้​แล้ว...

ส่ง​อัคคี​ขึ้น​รถ​บันดาล​ไป​ทำ​งาน​เรียบร้อย วิชชุ​ดา​มา​หยุด​ยืน​อยู่​หน้า​รูป​ถ่าย​เมีย​ของ​อัคคี

“ฉัน​ขอโทษ​นะ​คะ​   แม้​ใจ​คน​ไม่​อาจ​ห้าม​ได้​แต่​พฤติกรรม​และ​ร่างกาย​ต้อง​ห้าม​ให้​ได้​ค่ะ” ว่า​แล้ววิชชุ​ดา​เขียน​โน้ต​ทิ้ง​ไว้​ให้​อัคคี มี​ใจความ​ว่า “ขอโทษ​ที่​กลับ​ไป​โดย​ไม่​บอก​ลา ที่​ผ่าน​มา​ฉัน​ทำ​อะไร​ไม่​คิด​หน้า​คิด​หลัง​ไม่​ให้​เกียรติ​ตัว​เอง ฉัน​คง​ต้อง​กลับ​ไป​เป็น​คน​เดิม​สัก​ที สนุก​มา​มาก​พอ​แล้ว ขอบคุณ​สำหรับ​ทุก​สิ่ง​ที่​ได้​รับ​จาก​คุณ”

ooooooo

ใน​เวลา​ต่อ​มา วิชชุ​ดา​แวะ​ไป​หา​สารวัตร​เก่ง​ที่​ออฟฟิศ​เพื่อ​ขอ​แก้ตัว​คราว​ก่อน​เบี้ยว​นัด​เขา​ไว้ เขา​ฉีก​ยิ้ม​ดีใจ คิด​ว่า​จะ​ต้อง​เสีย​เธอ​ไป​แล้ว เธอ​ฝืน​ยิ้ม​ตอบ​พยายาม​ปั้น​หน้า​ให้​สดชื่น​ที่สุด...

อัคคี​กลับ​จาก​ทำ​งาน​เจอ​เพียง​โน้ต​สั้นๆที่​วิชชุ​ดา​ทิ้ง​ไว้​ให้​ถึง​กับ​ซึม​ไป ก่อน​จะ​ตัดใจ​คว้า​มือ​ถือ​ขึ้น​มา​โทร.​หา​พร​ทิ​พา​เนื่องจาก​อยาก​รู้​เรื่อง​ของ​เธอ...

สารวัตร​เก่ง​พา​วิชชุ​ดา​มา​กิน​อาหาร​ร้าน​โปรด​ของเธอ สั่ง​อาหาร​ที่​เธอ​ชอบ​แต่​เธอ​กลับ​นั่ง​เขี่ย​เล่น​แทบ​จะ​
ไม่​แตะต้อง เขา​รับ​รู้​ได้​ถึง​ความ​ผิด​ปกติ​แต่​ไม่​พูด​อะไร​ไม่​อยาก​ทำให้​เสีย​บรรยากาศ ระหว่าง​นั้น​พร​ทิ​พา​เดิน​คลอเคลีย​เข้า​มา​กับ​อัคคี พอ​เห็น​วิชชุ​ดา​นั่ง​อยู่​ปรี่​เข้า​มา​ทักทาย อัคคี​รู้​ว่า​วิชชุ​ดา​ไม่​ชอบ​ขี้หน้า​พร​ทิ​พา​สะกิด​ให้​เธอ​ไป​นั่ง​โต๊ะ​ด้าน​โน้น เธอ​กลับ​ขอ​นั่ง​โต๊ะ​นี้

“เชิญ​ครับ  ยินดี​ครับ  เชิญ​คุณ​เออ  คุณ...” สารวัตรเก่ง​มอง​อัคคี​ซึ่ง​ยัง​ไม่ทัน​จะ​พูด​อะไร   พร​ทิ​พา​ชิง​บอก​ก่อน​ว่า​เขา​ชื่อ​อำนวย ทั้ง​สารวัตร​และ​วิชชุ​ดา​ต่าง​แปลก​ใจที่​อัคคี​ไม่ได้​บอก​ชื่อ​จริง​กับ​พร​ทิ​พา

บรรยากาศ​บน​โต๊ะ​อาหาร​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​อึดอัด​มี​เพียง​พร​ทิ​พา​เท่านั้น​ที่​เอ็น​จอย​อี​ตติ้ง กิน​อาหาร​ไป​
หัวร่อ​ต่อ​กระซิก​อัคคี​ตลอดๆ วิชชุ​ดา​ทน​ดู​ไม่​ไหว​ขอร้อง​ให้​สารวัตร​เก่ง​เรียก​บ๋อย​มา​เก็บ​เงิน เธอ​อยาก​กลับ​บ้าน

“คุณ​สอง​คน​คง​อยาก​อยู่​กัน​ตามลำพัง​ค่ะ”

พร​ทิ​พา​ขอบใจ​เพื่อน​มาก​ที่​รู้​ใจ อัคคี​ขอ​เป็น​คน​จ่าย​ค่า​อาหาร​เอง​เพราะ​กลับ​ทีหลัง วิชชุ​ดา​ขอบคุณ​เขา​แล้ว​ลาก​แขน​สารวัตร​เก่ง​ออก​จาก​ร้าน...

ขณะ​ที่​อัคคี​พยายาม​สืบ​ความ​ลับ​จาก​พร​ทิ​พา หมอ​สยุมพร​ถูก​ท่าน​เลขา​ใหญ่​ของ​องค์กร​โทร.​มา​ตำหนิ​ที่​
ทำ​งาน​พลาด   ​ทำให้​สินค้า​ที่​ส่ง​หาย​ระหว่าง​ทาง   เรือก็หาย​ไป​ลำ​หนึ่ง ส่วน​คน​ของ​เรา​ตาย​เรียบ

“หมอ​ทำ​ดี​อยู่​อย่าง​เดียว​คือ​ส่ง​คน​ไป​เก็บ​อภิ​นันท์​ก่อน​ที่​จะ​ปากโป้ง​หรือ​ปากโป้ง​มาก​กว่า​มั้ง”

ท่าน​เลขา​ใหญ่​เห็น​ว่า​นี่​เป็น​ความ​ผิด​ของ​หมอ​สยุมพร​ที่​ทำ​งาน​ไม่​รอบคอบ​ปล่อย​ให้​มี​คน​ปลอม​เป็น​ตัวแทน​จาก​เธอ​  ดังนั้น​เธอ​ต้อง​จ่าย​ค่า​สินค้า​และ​ค่า​เรือ​ที่​สูญหาย​ให้​ตน​เป็น​จำนวน​เงิน​ยี่สิบ​ล้าน​บาท  หมอ​สยุมพร​โอดครวญ​   อย่า​ใจร้าย​กัน​นัก​เลย   เขา​ถือว่า​นี่​ใจดี​ที่สุดแล้ว ถ้า​ใจร้าย​เขา​คง​สั่ง​ถล่ม​บ้าน​เธอ​เละ​ไป​แล้ว

“ตอบ​มา​ว่า​ตกลง​ไหม  ให้​เวลา​คิด​หนึ่ง​นาที​ไม่​เช่น​นั้น​บ้าน​หมอ​จะ​ไม่​เหลือ  บางที​ชีวิต​ก็​จะ​ไม่เหลือ คำ​ว่า​ตาย​มัน​สั้น​มาก​นะ   แค่​กระดิก​ไก​ปืน​กับระเบิด​บ้าน”

หมอ​สยุมพร​ไม่​มี​ทาง​เลือก​จำ​ต้อง​ตกลง แต่​มี​ข้อแม้​ต้อง​ขอ​กำลัง​คน​เพิ่ม​จะ​ไป​ล่า​ตัว​ไอ้​คน​ที่​ทำ​อย่างนี้ เนื่องจาก​เธอ​รู้ตัว​แล้ว​ว่า​มัน​เป็น​ใคร ท่าน​เลขา​ใหญ่​ให้​ยื่น​หมู​ยื่น​แมว   เงิน​มา​ก่อน​ถึง​จะ​ส่ง​คน​ไป​ให้​แล้ววางสาย​ไป​เลย หมอ​สยุมพร​เจ็บ​ทั้ง​ใจเสีย​ดาย​ทั้ง​เงิน...

สารวัตร​เก่ง​เห็น​วิชชุ​ดา​มึนชา​ใส่​ไม่​พูด​ไม่​จา​ตั้งแต่​ออก​จาก​ร้าน​อาหาร​ยัน​กลับ​ถึง​บ้าน​ก็​ทน​ไม่ได้​ต่อว่าต่อขาน​ถ้า​กลับ​มา​แต่​ตัว​ไม่ได้​เอา​หัวใจ​มา​ด้วย​จะ​มี​ประโยชน์​อะไร   เธอ​รู้สึก​ผิด​ต่อ​เขา​ขอโทษ​ที่​ทำให้​ขุ่น​ข้องใจ   ​ขอ​เวลา​เธอ​สงบ​จิต​สงบ​ใจ​สัก​พัก เธอ​สัญญา จะ​กลับ​มา​เป็น​วิชชุ​ดา​คน​เดิม

“แล้ว​ดา​ยัง​จะ​ไป​ร่วมมือ​กับ​เขา​อีก​ไหม” สารวัตร​เก่ง​เห็น​เธอ​เงียบ​ก็​รู้​ว่า​ทำ​พลาด “ขอโทษ​ที่​ก้าว​ล่วง” ว่า​แล้ว​เขา​จ้ำ​พรวดๆจาก​ไป   วิชชุ​ดา​ได้​แต่​มอง​ตาม​เหนื่อย​ใจ...

พรทิพาชวนอัคคีไปนั่งดื่มกาแฟกันต่อที่บ้านตัวเอง ครั้นเธอชี้บอกทางไปบ้าน เขาถึงกับชะงักที่เห็นว่าเป็นทางเดียวกับที่ไปบ้านสวนของวิชชุดา พรทิพาเห็นท่าทางของเขาร้องทักเคยมาแถวนี้มาก่อนหรือ เขาส่ายหน้าแทนคำตอบ จังหวะนั้นลุงทวนเดินออกจากบ้านทำท่าจะข้ามถนน อัคคีกลัวเขาจะจำได้เร่งเครื่องหวังจะผ่านไปโดยเร็ว แต่ตรงนั้นมีน้ำขังทำให้น้ำกระเด็นใส่ลุงทวนเปียกปอนยิ่งทำให้เป็นที่สนใจ

“ไอ้บ้า ขับรถบ้าอะไรกันวะ” ลุงทวนมองๆ

แล้วนิ่วหน้าแปลกใจ รีบกลับเข้าบ้านโทร.หาวิชชุดาที่กำลังงุ่นง่านเป็นกังวลไม่รู้ป่านนี้พรทิพาพาอัคคีไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว ว่าเห็นอัคคีขับรถผ่านหน้าบ้านเราไปในรถมีผู้หญิงคนหนึ่งมาด้วย ตนจำได้ว่าเธอเป็นเจ้าของบ้านเลยบ้านเราเข้าไป

“อย่าไปสนใจเรื่องของคนอื่น สนใจเรื่องเรือสองลำที่ฉันเอามาจอดไว้ ลุงหาอะไรปิดให้มิดชิด อย่าให้ใครเห็นเด็ดขาด” วิชชุดาวางสายอย่างหงุดหงิดเพราะรู้ว่าผู้หญิงที่นั่งรถไปกับอัคคีคือพรทิพานั่นเอง

ooooooo

อัคคีในคราบอำนวยเดินตามพรทิพาเข้ามาในบ้านใช้ดวงตาปิศาจสำรวจไปรอบๆพร้อมกับบันทึกภาพเอาไว้ เธอสั่งให้คนในบ้านไปรอข้างนอก คืนนี้ไม่ต้องมาคอยบริการ ทุกคนพากันออกไป พรทิพาเดินไปผสมเครื่องดื่มโดยแอบเอายาเสพติดใส่ลงไปด้วยคิดว่าอัคคีไม่เห็นแล้วยกมาให้ เขาเลี่ยงโดยขอเข้าห้องน้ำ

“ดื่มก่อนนะคะ” พรทิพาคะยั้นคะยอ อัคคีจำต้องดื่มหนึ่งอึกแล้วเดินลิ่วไปห้องน้ำไม่ถามทางสักคำ

เมื่อถึงห้องน้ำ อัคคีบ้วนเหล้าผสมยาเสพติดทิ้งในอ่างล้างมือแล้วหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาวิชชุดา แต่เธอไม่รับสายปล่อยให้ดังจนสายหลุดไปเอง เขาเก็บมือถือใส่กระเป๋าแล้วกลับไปหาพรทิพาที่ห้องนั่งเล่น เธอจับจ้องเขาตลอดว่ายาเสพติดออกฤทธิ์หรือยัง อัคคีรู้เท่าทันแกล้งเมายา จากนั้นทั้งคู่พากันไปจบที่เตียงนอน...

วิชชุดาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดรัดกุมแล้วโทร.ตามแท็กซี่ให้มารับ คล้อยหลังเธอไปไม่นาน สารวัตรเก่งขับรถมาจอดหน้าบ้าน เห็นไฟข้างในปิดหมดจัดแจงเอากุญแจสำรองที่วิยะดาให้ไว้ไขเข้าไปข้างใน เดินเลยไปที่ตู้เย็น มีโน้ตของวิชชุดาเขียนถึงแม่แปะอยู่ “ดาไปเอาของที่ลืมไว้บ้านเพื่อนค่ะ พรุ่งนี้เช้าเจอกัน รักแม่นะคะ”

สารวัตรเก่งเห็นโน้ตแล้วเข้าใจว่าวิชชุดาลืมของไว้ที่บ้านอัคคีถึงกับซึมไปเลย...

เสร็จกิจกับพรทิพา อัคคีลุกขึ้นแต่งตัวจะไปห้องน้ำ หันมองอีกทีเห็นเธอนอนฟุบหลับไปเพราะฤทธิ์ยาเสพติด เขาเปลี่ยนใจไม่เข้าห้องน้ำ แต่เลยไปขึ้นรถขับออกไป ระหว่างทางเขาคิดถึงภาพภายในบ้านพรทิพาซึ่งบันทึกไว้ในสมอง ไม่มีของผิดกฎหมายยกเว้นคนในบ้านพกปืน และเจ้าของบ้านมียาเสพติด...

วิชชุดาไม่ได้ไปเอาของที่บ้านอัคคีแต่มาที่บ้านสวนเพื่อทำลายเรือซึ่งอาจสาวมาถึงตัวเอง แล้วช่วยกันกับลุงทวนเอาเรือทั้งสองลำไปจอดให้ห่างจากตัวบ้าน

อัคคีใจตรงกันกับวิชชุดา จอดรถแอบๆไว้ หยิบเป้ใส่อาวุธเดินลัดเลาะไปตามสุมทุมพุ่มไม้กระทั่งมาถึงที่จอดเรือกลับพบแต่ความว่างเปล่า กวาดตามองหาเห็นเรือกำลังแล่นไปช้าๆโดยมีลุงทวนเป็นคนขับ เมื่อถึงจุดปลอดภัยวิชชุดาก็สั่งให้เขาจอดเรือ จากนั้นทั้งคู่ลงเรือพายลำเล็กที่ผูกมาด้วย พายเข้าฝั่ง

ผู้พันหนุ่มรีบว่ายไปที่เรือลำแรกเพื่อจะตัดเรือโยงออกห่างหวังจะเก็บตู้ดำไว้เป็นหลักฐานโดยไม่รู้ว่าเรือลำแรกวางระเบิดเอาไว้ วิชชุดากับลุงทวนเห็นเรือสองลำลอยห่างจากกันก็แปลกใจ ครั้นเพ่งมองชัดๆ เห็นอัคคีอยู่บนเรือ ตะโกนโหวกเหวกว่ามีระเบิดแต่เขาไม่ได้ยิน ทั้งคู่รีบว่ายน้ำไปหา

“กระโดดลงมา ระเบิดอยู่บนเรือ” วิชชุดาตะโกนสุดเสียง อัคคีได้ยินเสียงเตือนรีบโดดลงจากเรือ พลางร้องบอกให้ดำน้ำลงไป ทุกคนทำตามเป็นจังหวะเดียวกับเรือระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว...

สารวัตรเก่งกำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่กับแนนซี่ ตอนที่มีตำรวจโทร.มารายงานว่ามีเหตุระเบิดเกิดขึ้น ทั้งคู่รีบตรงไปยังจุดเกิดเหตุทันที

ooooooo

ทั้งสามคนโผล่ขึ้นจากน้ำอย่างปลอดภัย อัคคีสั่งให้ลุงทวนกลับบ้านอยู่แต่ในนั้น ถ้ามีใครเรียกไม่ต้องออกมา และให้เอาวิชชุดาไปด้วย เธอไม่ยอมไปกับลุงทวนจะขออยู่กับเขา จากนั้นทั้งคู่พากันว่ายน้ำไปหาเรือโยง วิชชุดาขอโทษอัคคีด้วย เธอแค่จะทำลายหลักฐานกลัวใครจะมาเจอเรือสองลำนี่

อัคคีมาเพื่อจะทำอย่างเดียวกับเธอ แต่อยากได้ตู้นั่นเอาไว้เป็นหลักฐาน แล้วบอกให้วิชชุดาขึ้นฝั่งไปก่อน ที่ข้างต้นไม้ต้นนั้น มีเป้ของเขา กุญแจรถและอาวุธ ให้เธอเอาอาวุธโยนลงน้ำ แล้วขับรถไปรอเขาแถวปากซอย ถ้าสิบห้านาทีเขายังไม่ไปถึงก็ให้ไปก่อนได้เลย เธอพยักหน้ารับคำปีนขึ้นบนฝั่ง อัคคีเพ่งไปที่เรือโยง เกิดแสงสว่างวาบขึ้นก่อนจะไฟลุกไหม้ เขาเห็นตู้ดำใบนั้นค่อยๆจมน้ำในสภาพสมบูรณ์ก็ยิ้มพอใจ...

สารวัตรเก่งขับรถเลยซอยที่จะเลี้ยวก็เลยต้องถอยหลัง แนนซี่เห็นรถเยอะหันไปช่วยลุ้น เห็นชายคนหนึ่งตัวเปียกใส่หมวกหลุบหน้าเดินเลี้ยวไปอีกทางหนึ่ง เธอถึงกับอุทานว่า “อุ๊ย” เพราะจำได้ว่าเป็นอัคคี สารวัตรเก่งหันมาถามว่ามีอะไร เธอโกหกว่าไม่มีอะไร เขามัวแต่พะวงเรื่องถอยรถก็เลยไม่ได้สนใจ...

วิชชุดานั่งกระวนกระวายใจอยู่ในรถเห็นอัคคีมาเคาะกระจกเรียกให้เปิดประตูถึงกับถอนใจโล่งอกรีบปลดล็อกให้ เขาเปิดประตูด้านคนขับสั่งให้เธอเขยิบไปจะเป็นคนขับเอง เธอทำตามอย่างไม่ค่อยจะพอใจนัก

ฝ่ายสารวัตรเก่งตั้งลำรถได้จะเลี้ยวเข้าซอยแต่ลังเลเมื่อเห็นอัคคีก้าวขึ้นรถ จะไปดูที่เกิดเหตุระเบิดดีหรือจะตามอัคคี ในที่สุดเขาตัดสินใจไม่ไปดูที่เกิดเหตุ อัคคีเห็นผ่านทางดวงตาปิศาจว่าสารวัตรเก่งขับรถตามสั่งให้วิชชุดาปีนไปอยู่เบาะหลังถ้าไม่อยากให้สารวัตรเก่งเห็น เธอตกใจมองไปด้านหลังแต่มันไกลเกินกว่าเธอจะเห็น แต่ก็เชื่อว่าอัคคีพูดจริงรีบปีนข้ามไปอย่างรวดเร็ว อัคคีกลัวสารวัตรเก่งจะตาม กลับรถกะทันหัน

“อย่าโผล่หัวขึ้นมานะ กำลังจะสวนกับเขาแล้ว”

สารวัตรเก่งขับรถสวนกับรถของอัคคีไม่เห็นใครนั่งมาด้วย แม้จะเบาใจไปเปลาะหนึ่งที่ไม่เห็นวิชชุดาอยู่บนรถแต่เขาก็ยังไม่เลิกตาม รีบวกรถกลับ อัคคีเห็นเขาตอแยไม่เลิกตัดสินใจเลี้ยวเข้าโรงแรมม่านรูด สารวัตรเก่งไม่กล้าเลี้ยวตามเพราะแนนซี่นั่งมาด้วยเกรงจะทำให้เธอเสื่อมเสียจำใจขับเลยไป...

ฝ่ายวิชชุดาตกใจที่อัคคีพาเข้าโรงแรม ระวังตัวแจกลัวเขาจะทำมิดีมิร้าย ระวังเกินเหตุเข้าขั้นวิตกจริต

เห็นเขาเอาเงินให้เด็กโบกรถหนึ่งพันบาทก็คิดว่าใช้ให้เด็กไปซื้อถุงยางอนามัยหวังจะปลุกปล้ำตัวเอง แต่ที่ไหนได้เขาเห็นชุดเธอเปียกน้ำก็เลยให้เด็กไปซื้อชุดใหม่มาให้เปลี่ยน

อัคคีเห็นวิชชุดากลัวจัด ไม่ยอมขึ้นไปนอนบนเตียงนั่งหลับคอพับคออ่อนก็เลยอุ้มไปนอนบนเตียงเอาผ้ามาห่มให้ แล้วตัวเองไปนอนในอ่างอาบน้ำเพื่อให้เธอหลับได้อย่างสบายใจ

ooooooo

หมอชูเกียรติตามมาต่อว่าพรทิพาถึงบ้านตั้งแต่ไก่โห่ที่ยังเสพยาไม่เลิกแถมพาผู้ชายที่ไหนไม่รู้มานอนด้วย เธอเถียงว่าคนรักกันมานอนด้วยกันไม่เห็นจะแปลกตรงไหน เขาสวนทันที ชายคนนั้นบอกรักเธอแล้วหรือ

“ความรักสมัยนี้ใครเขามาบอกกัน มาบอกว่ารักมันเชยแล้ว ดูพฤติกรรมก็รู้ว่าเขารักพร”

“ดี ขอให้จริง ถ้าเขารักเธอ บอกให้เขาแต่งงานกับเธอสิ พี่จะได้หมดห่วง”

พรทิพาไม่รู้จะบอกเขาอย่างไร เบอร์ที่เขาโทร.หาเธอเป็นเบอร์ที่ปิดบังเจ้าของ หมอชูเกียรติเตือนว่าไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าแบบนี้เขาอาจคือคนที่มาก่อความหายนะให้เราสองพี่น้องก็ได้

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement