วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 2


15 ก.ย. 2560 07:58
370,428 ครั้ง

นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 2

อ่านเรื่องย่อ

นักรบตาปิศาจ

แนว:

แอกชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ศานต์ ศรุติ

บทโทรทัศน์โดย:

วรพันธ์ รวี

กำกับการแสดงโดย:

ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์

ผลิตโดย:

บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

บิ๊กเอ็ม กฤตฤทธิ์ บุตรพรม, เนย ปภาดา กลิ่นสุมาลย์

เนื่องจากเรือที่อัคคีขับมาถูกวิชชุดายิงพรุนใช้การไม่ได้ ส่วนเรือที่เธอขับมาแม้เครื่องยนต์จะดับ แต่ก็ยังลอยได้ ทั้งคู่จึงใช้เรือลำนั้นหนีต่อโดยใช้มือพายเอา เรือแล่นเอื่อยๆมาถึงบ้านหลังหนึ่ง มีแสงไฟลอดออกมาจากในบ้าน วิชชุดาตะโกนเรียก

“มีใครอยู่บ้างคะ เราต้องการความช่วยเหลือ”

สิ่งที่ตอบกลับมาเป็นเสียงปืน อัคคีต้องกดหัววิชชุดาให้แนบกับตักตัวเองแล้วเอาตัวบังเธอไว้อย่างปกป้อง เจ้าของบ้านตะโกนตอบพร้อมกับเล็งปืนออกมาทางหน้าต่าง

“หน็อย ทำใช้เสียงนังนกต่อมาหลอกล่อขอความช่วยเหลือ ถุย จะปล้นกันหรือ รับแจกนี่ไปเลย” ไม่พูดเปล่าเจ้าของบ้านลั่นกระสุนใส่ อัคคียังคงโอบกอดวิชชุดาไว้ แม้จะเป็นยามหน้าสิ่วหน้าขวานแต่เธอก็อดมีความสุขไม่ได้เนื่องจากแอบชอบเขา กระสุนโดนเรือทะลุ ทั้งคู่จึงต้องลงไปอยู่ในน้ำโดยใช้เรือบังกระสุนไว้ ความใกล้ชิดทำให้วิชชุดาใจเต้นไม่เป็นส่ำ แต่เหมือนเขาจะไม่รู้สึกรู้สมด้วยเนื่องจากเจ็บดวงตามาก

“เอ้อ...อยากจะยิงสู้กับมันจริงๆ” วิชชุดาแค่พูดแก้เก้อไม่ได้จะทำอย่างที่พูด

“ตามใจ ผมไปก่อน” พูดจบอัคคีว่ายน้ำไปยังฝั่งตรงข้ามหน้าตาเฉย วิชชุดาต้องว่ายน้ำตาม ครั้นถึงฝั่ง ทั้งคู่ต้องเดินเท้าต่อหวังจะหาถนนให้เจอ ระหว่างเดินมาตามทาง วิชชุดาพยายามชวนอัคคีคุย แต่เขาเจ็บตาเกินกว่าจะคุยอะไรด้วยได้แต่ถามคำตอบคำ เธอเห็นเลือดไหลจากแผลที่ดวงตาเขาจะดูให้ เขาไม่ยอมให้ดู วิชชุดาเห็นมีบ้านคนอยู่เบื้องหน้าไกล คิดจะแวะไปขอความช่วยเหลือ อัคคีทักท้วง

“เมื่อครู่นี้หลบทัน แต่ถ้าอีกครั้งหลบไม่ทัน ช่วยตัวเองนะ”

“จะทวงบุญคุณที่ช่วยฉันไว้เมื่อครู่นี้ใช่ไหม”

วิชชุดาเห็นเขาไม่ตอบ ก็เลยขอบคุณประชด อัคคียังคงไม่พูดอะไรได้แต่เร่งฝีเท้าต่อไป เธอยังคงชวนคุยโน่นคุยนี่แต่เขาก็ไม่สนใจจะคุยด้วยจนเธอต้องออกปากว่าเขาเป็นผู้ชายคนแรกที่ไม่แยแสเธอ อัคคีตอบเสียงเครียดว่าเขามีภรรยาแล้ว วิชชุดาก็เลยไม่พูดอะไรอีก

ooooooo

ในที่สุดอัคคีกับวิชชุดาแหวกกอหญ้ามาโผล่ที่ถนนจนได้ เขาเหลือบเห็นตู้โทรศัพท์สาธารณะเดินตรงไปที่นั่นทันที วิชชุดาอดพูดขึ้นไม่ได้ว่าไม่มีเงินจะโทร.ได้อย่างไร อัคคีไม่ตอบ ยกเท้าถีบเครื่องโทรศัพท์สุดแรง เธอโวยวายลั่นทำลายของหลวงติดคุกแน่

“ไปเรียกตำรวจมาจับสิครับ” พูดจบอัคคีกวาดเงินจากเครื่องโทรศัพท์มาแบ่งเป็นสองกอง “นั่นส่วนของคุณ ถ้าเกรงว่าจะรับของโจรก็เดินกลับบ้าน” พูดจบคว้าเงินส่วนของตัวเองเดินต่อไป วิชชุดาตะโกนไล่หลัง

“แล้วจะให้ฉันเดินไปหารถที่ไหน”

“เฉลียวฉลาดปราดเปรื่องแกมโกงขนาดนี้ มีหรือไม่รู้ว่าจะหารถได้ยังไง”

วิชชุดาชักไม่แน่ใจนี่เป็นคำชมหรือเป็นคำด่ากันแน่ รีบกวาดเงินขึ้นมาแล้วเดินตาม กระทั่งมาถึงทางแยก มีป้ายบอกทางติดไว้ทำให้รู้ว่าทั้งคู่อยู่ชานกรุงฯนี่เอง เธออดสงสัยไม่ได้มีเงินแล้วทำไมไม่โทร.ตามคนมาช่วย เขามีมารยาทพอที่จะไม่รบกวนคนอื่นเวลานอนหลับ วิชชุดาสะอึกที่ถูกหลอกด่า ยังไม่ทันจะโต้ตอบ มีมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งแล่นผ่านมา เขาโบกเรียกแต่คนขี่มอเตอร์ไซค์ทำท่าจะขี่เลยไป เขาชักปืนขึ้นมาเล็ง

คนขี่เบรกหัวทิ่ม จากนั้นอัคคีเดินไปกระซิบบางอย่าง คนขี่มอเตอร์ไซค์พยักหน้าหวาดๆ ก่อนจะหันมาเชิญวิชชุดาขึ้นรถ เธอแปลกใจทำไมอัคคีไม่ไปด้วยกัน เขาส่ายหน้าทางใครทางมันดีที่สุด

“หน้าเหี้ยมใจโหด” ด่าเสร็จวิชชุดาขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ที่ค่อยๆแล่นออกไป มาได้แค่อึดใจเดียว เธอสั่งให้มอเตอร์ไซค์จอด ถามว่าเมื่อครู่นี้คนนั้นสั่งอะไรเขา

“อ๋อ สั่งว่าอย่าตุกติกส่งพี่ให้ถึงบ้านไม่งั้นตาย ผัวพี่เป็นมาเฟียอะ”

วิชชุดาอยากรู้เรื่องของอัคคีจึงจ้างมอเตอร์ไซค์สองพันบาทให้สะกดรอยตาม จากนั้นทั้งคู่พากันไปแอบข้างทาง รอจนอัคคีซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์อีกคันแล่นผ่านหน้า จึงสั่งให้มอเตอร์ไซค์คันที่ตัวเองนั่งตามไปห่างๆ...

ฝ่ายสารวัตรเก่งอยู่เป็นเพื่อนวิยะดาที่บ้านเพื่อรอข่าวคืบหน้าของวิชชุดากับวรางคณาแต่ยังคงไร้วี่แวว...

ไม่นานนัก มอเตอร์ไซค์ที่อัคคีซ้อนท้ายมาก็จอดหน้าบ้านหลังหนึ่งใกล้กับกรมทหาร มอเตอร์ไซค์ที่วิชชุดาซ้อนท้ายรู้งานรีบจอดแอบๆ อัคคีลงจากรถไปหยุดยืนอยู่หน้าบ้านหลังนั้น มองมาที่เธอแอบอยู่

“แฟนพี่มองมาทางนี้อ่ะ ถ้าเขาเดินมา ดีกับเขาไปเถิดนะ อย่าตบตีกันอีก ใครใช้ให้พี่มีแฟนโหดขนาดนี้... เขาเดินมาทางนี้แล้ว ทำท่าอย่างกับจะมาฆ่าผม...เขาชักปืนออกมาแล้ว ไปกันก่อนเถอะ” คนขี่มอเตอร์ไซค์ไม่รออะไรทั้งนั้นเร่งเครื่องออกไปอย่างรวดเร็ว อัคคีมองตาม หน้าเหี้ยม รอจนแน่ใจว่าวิชชุดาไปพ้นแล้ว เขาจึงเดินไปที่กรมทหารใกล้ๆ ทีแรกทหารยามจำหน้าเขาไม่ได้ แต่พอเห็นหน้าชัดๆรีบทำความเคารพ

“ไปส่งที่บ้านที” พูดจบอัคคีเดินไปขึ้นรถของทหารยามที่จอดอยู่...

ที่บ้านของอัคคี ประกายดาวแอบมานั่งรออัคคีตั้งแต่เมื่อคืนจนเผลอหลับไป ได้ยินเสียงรถมาจอด
หน้าบ้านสะดุ้งตื่นลุกพรวดขึ้นดู อัคคีที่ทำท่าแข็งขัน

ต่อหน้าทหารยามเมื่อครู่เดินขาอ่อนแรงเข้ามาทำท่าจะล้ม ประกายดาวถลาเข้ามารับตัวไว้ทัน

ooooooo

ครู่ต่อมา บันดาลกับประกายดาวนำตัวอัคคีไปหาหมอทหารในค่าย หมอยังไม่ทันจะเปิดแผลที่ตาเพื่อทำความสะอาด อัคคีที่ฟื้นคืนสติร้องห้ามเสียงหลง อย่าเพิ่งทำอะไรกับแผลของเขา ขอเขาคุยกับบันดาลตามลำพัง แล้วกระซิบบางอย่างกับเพื่อน บันดาลพยักหน้ารับรู้ หันไปบอกให้ประกายดาวกลับบ้านไปก่อน

“น้องดาวห่วงคุณอา”

บันดาลสั่งเสียงเข้มให้กลับไปเดี๋ยวนี้ ถ้าประกายรุ้งรู้ว่าลูกแอบหนีออกมาเป็นเรื่องแน่ เธอถึงได้ยอมกลับ หมอไม่รอให้ไล่รีบถอยออกไปเช่นกัน บันดาลหยิบมือถือขึ้นมากดโทร.ออก...

ทางด้านวิยะดาเห็นวิชชุดากลับมาคนเดียวในสภาพดูไม่จืดก็รู้ทันทีว่าวรางคณาไม่รอด เป็นลมล้มพับ สารวัตรเก่งต้องช่วยประคองเอาไว้

“ผมเสียใจด้วย รีบปฐมพยาบาลคุณแม่แล้วค่อยๆ บอกเรื่องราวทั้งหมดให้ผมรับรู้”...

อัคคีตัดสินใจสมัครเข้าโครงการตาปิศาจ เนื่องจากไม่มีอะไรจะต้องเสียอีกแล้ว ดร.ซิมอนและพันโทปิแอร์กำลังอยากได้อาสาสมัครจากประเทศไทยอยู่พอดีและอีกอย่างหนึ่ง อัคคีสูญเสียดวงตาใกล้จะครบยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้ว จึงต้องรีบนำตัวเข้าห้องผ่าตัดโดยด่วน...

ระหว่างรออยู่หน้าห้องผ่าตัด นายพลพิชัยซักบันดาลว่าเกิดอะไรขึ้นกับอัคคี เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน อัคคีบอกแค่ว่ามีเรื่องนิดหน่อย ไม่ได้บอกว่ามีกับใคร ส่วนวิชชุดาถูกพวกที่มีเรื่องด้วยฆ่าตาย นายพลพิชัยติงทำไมถึงไม่แจ้งความ บันดาลก็อยากทำอย่างนั้น แต่อัคคีขอร้องเอาไว้...

หลังจากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้สารวัตรเก่งฟัง วิชชุดาขอร้องว่าอย่าให้ใครรู้เรื่องนี้เด็ดขาด และอย่าให้รู้ถึงหูนักข่าว เขารับปากหนักแน่น ตอนนี้ตำรวจกำลังสืบสวนในทางลับอย่างใกล้ชิด แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงตัวพวกคนร้ายได้ วิชชุดามั่นใจว่าต้องเข้าถึงพวกนั้นได้ ในเมื่อเธอเคยเข้าไปแล้วจะจดจำทุกอย่างที่เกิดขึ้นได้หมด

“มันคงต้องติดตามหาตัวดาในฐานะที่ดารู้เห็นเรื่องราวของมัน”

“ดีค่ะ แต่มันไม่มีวันได้รู้จักตัวตนของดาแน่ค่ะ น้องนางตัดสินใจจบเรื่องราว ยอมตายต่อหน้าดาชาตินี้หรือชาติไหนดาไม่มีวันลืม พวกมันต้องชดใช้มากกว่าที่ทำกับน้องนางค่ะ”

สารวัตรเก่งอยากรู้ว่าผู้ชายที่หนีมากับวิชชุดาเป็นใคร เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะเขาระวังตัวมาก ดูดุดันเหี้ยมโหดและอาจจะไม่ใช่คนดี แม้เขาจะไม่ได้ทำร้ายเธอก็ตาม สารวัตรเก่งยังไม่ทันจะถามอะไรอีก วิยะดารู้สึกตัวตื่นขึ้นเสียก่อน วิชชุดารีบขอตัวไปดูแลท่าน

ooooooo

การผ่าตัดใส่ดวงตาปิศาจให้อัคคีผ่านไปด้วยดี เขายังคงนอนหลับเพราะฤทธิ์ยาสลบ ดร.ซิมอน พันโทปิแอร์ รวมทั้งบันดาลและนายพลพิชัยยืนล้อมเตียงเขาอยู่ ดร.ซิมอนมั่นใจว่างานนี้คงประสบผล
สำเร็จ พันโทปิแอร์ก็เชื่ออย่างนั้นเช่นกัน

“เราสองคนไม่มีเวลาที่นี่มากนัก อาทิตย์หน้า เราต้องไปสัมมนาต่อที่อินโดนีเซีย”

พันโทปิแอร์ถือว่าอัคคีโชคดีมากที่เราสองคนยังอยู่เมืองไทยตอนที่เขาประสบเหตุและกลับมาทันเวลาไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมง บันดาลอยากรู้ว่าเราต้องดูแลอัคคีอย่างไรบ้าง ทั้ง ดร.ซิมอนและพันโทปิแอร์อธิบายขั้นตอนการดูแลผู้เข้าโครงการตาปิศาจให้ทั้งบันดาลและนายพลพิชัยฟัง...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน สารวัตรเก่งเห็นฝีมือการยิงปืนระดับแชมป์เหรียญทองของวิชชุดาก็บอกให้ไปฝึกการต่อสู้แบบอื่นให้เก่งเหมือนยิงปืนดีกว่า อาสาจะหาครูเก่งๆ มาให้ ตอนนี้ทางเรากำลังเปิดรับสมัครตำรวจสายลับทั้งชายและหญิง เพื่อมาเป็นทีมค้นหาและติดตามคนร้ายแก๊งนี้

“ดาอยากขอความช่วยเหลือจากสารวัตร”

สารวัตรเก่งมองเธอสงสัยว่าอยากจะให้ช่วยเหลืออะไร เธออยากให้เขาช่วยหาตัวอัคคีให้ เขายินดีช่วย จากนั้นพาเธอไปยังห้องสเกตช์ภาพของตำรวจ และให้นักวาดภาพวาดใบหน้าของอัคคี จะได้สืบจากภาพและหาว่าเขาเป็นใคร คนร้ายหรือคนดี...

ระหว่างรอเช็กประวัติของอัคคีจากภาพสเกตช์ วิชชุดาไม่ปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ ย้อนกลับมาที่บ้านหลังนั้นที่อัคคีลงจากมอเตอร์ไซค์เอาภาพสเกตช์ของเขาไล่ถามดะไปหมดรวมทั้ง รปภ.ของหมู่บ้านด้วย รปภ.ส่ายหน้าไม่เคยเห็นเขามาก่อน แนะให้เธอลองไปถามที่กรมทหารใกล้ๆนี้ดู

“นายปิดบังบ้านหลอกลวงตบตา นายไม่ใช่คนดี” วิชชุดาพึมพำด้วยความผิดหวัง

แม้จะยังตามตัวไม่เจอ แต่วิชชุดาก็ไม่ท้อแท้ยังคงตามหาอัคคีต่อไป แต่ไม่ได้สนใจจะเอารูปไปถามทหารยาม เนื่องจากมั่นใจว่าอัคคีเป็นคนไม่ดี ไม่น่าจะอยู่ในกรมทหาร

ooooooo

ดร.ซิมอนกับพันโทปิแอร์จะต้องเดินทางไปอินโดนีเซียต่อ จึงแวะมาเยี่ยมดูอาการของอัคคีเป็นครั้งสุดท้าย เขาดูดีขึ้นมากกว่าวันแรก แผลที่ดวงตาก็อักเสบน้อยลงทำให้ดร.ซิมอนเบาใจ นายพลพิชัยอยากรู้ว่าอัคคีต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ดร.ซิมอนอธิบายว่าก็เหมือนคนไข้ทั่วไป

“พักในห้องปลอดเชื้อครบเจ็ดวัน ครบสามอาทิตย์ค่อยออกไปข้างนอกได้ บริหารตาข้างนั้นบ้าง เพราะมันจะขยับไม่ได้ในช่วงแรก เราหวังว่าจะได้อาสาสมัครสมบูรณ์แบบอย่างพันตรีอัคคีที่อินโดนีเซีย”

“ผมจะทราบได้อย่างไรครับว่าประสบผลสำเร็จ”

“ถ้าสามารถทำได้ดังใจปรารถนา แปลว่าดวงตาปิศาจของคุณประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย”

ดร.ซิมอนว่าแล้วแกะผ้าพันแผลที่ดวงตาอัคคีออก นายทหารหนุ่มอดคิดถึงตอนที่วิชชุดาเมียรักถูกแทงไม่ได้ จู่ๆหน้าต่างห้องพักฟื้นที่อัคคีมองอยู่มีเสียงลั่นเปรี๊ยะเกิดรอยปริ ทุกคนหันไปมองแปลกใจแต่ไม่มีใครติดใจสงสัยว่าเกิดจากอนุภาพของตาปิศาจ เมื่อเห็นสมควรแก่เวลา ดร.ซิมอน และพันโทปิแอร์ขอตัวกลับก่อน

“ขอให้โชคดี พวกเราจะรอฟังรายงาน” ดร.ซิมอน จับมือกับนายพลพิชัย บันดาลและอัคคี พันโทปิแอร์จับมือกับทั้งสามคนเช่นกัน จากนั้นท่านนายพลกับบันดาลออกไปส่งทั้งคู่ อัคคีนึกถึงภาพของท่านเลขาตัวแสบที่ออกคำสั่งให้ฆ่าวิชชุดา ก็แค้นจนมือสั่นค่อยๆเอื้อมมือจะไปหยิบแก้วน้ำมาดื่ม แต่บีบแก้วแรงไป แก้วแตกกระจาย บันดาลกับนายพลพิชัยกลับเข้ามาเห็นเศษแก้วเกลื่อนพื้นก็ตกใจคิดว่าเขาขว้างแก้วระบายอารมณ์

อัคคีส่ายหน้าปฏิเสธว่าเปล่า ทั้งคู่ไม่เชื่อแต่ก็ไม่ได้คาดคั้นอะไรอีก เป็นห่วงอาการของเขามากกว่าถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง อัคคีไม่เจ็บตาอีกแล้ว เพียงแต่ยังขยับตาได้ยาก นายพลพิชัยแนะให้เขาไปพักผ่อนที่ลพบุรี บันดาลเห็นดีด้วย ได้ไปอยู่กับสมุทรสุดซี้ของพวกเราเผื่ออัคคีจะสบายใจขึ้น

“ดีไม่ดีมีเมียใหม่เพราะไอ้สมุทรมันขยันหาเมียทุกแห่งหน” บันดาลพยายามพูดตลกให้เพื่อนขำ แต่เขาไม่ตลกด้วย มองบันดาลขวับ คนถูกมองร้องเสียงหลงเพราะเกิดรอยไหม้เล็กน้อยที่มือ อัคคีตกใจที่เห็นรอยนั้น

“มันเหมือนจู่ๆไฟฟ้าช็อตใส่” บันดาลคลำมือตัวเองป้อยๆ

“เหลวไหล นายยืนอยู่กับฉัน ไฟฟ้าบ้าที่ไหนจะมาช็อต” ว่าแล้วท่านายพลเอาแว่นตาดำให้อัคคีสวมเพื่อลดอาการระคายเคืองจากแสงสว่าง...

ทางด้านวิชชุดาเล่าเรื่องที่ไปตามหาอัคคีที่บ้านหลังนั้นให้สารวัตรเก่งฟังว่าเป็นแค่ตัวหลอก ไม่มีใครแถวนั้นเคยเห็นหน้าเขามาก่อน เขาจงใจล่อหลอกให้เธอเขวแสดงว่าต้องไม่ใช่คนดี

ooooooo

เมื่อครบกำหนดสามอาทิตย์ตามที่ ดร.ซิมอน บอก หมออนุญาตให้อัคคีไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้ โดยมีประกายดาวคอยมาดูแลหาข้าวหาปลาให้กิน การกลับมาบ้านยิ่งทำให้อัคคีหดหู่ ยิ่งเห็นข้าวของของเมียรัก รวมทั้งสถานที่ที่เคยมีความสุขด้วยกัน เขาถึงกับทนไม่ไหวเก็บข้าวของจำเป็นยัดใส่เป้สัมภาระหิ้วลงมาข้างล่าง

ประกายดาวที่นั่งรอกินข้าวเช้าด้วย ส่งยิ้มหวานเชิญชวนให้มากินอาหารฝีมือตัวเอง อัคคีแปลกใจวันนี้ไม่ไปเรียนหรือ เธออ้างว่าที่มหาวิทยาลัยมีแข่งกีฬาสีดังนั้นจะไปก็ได้ไม่ไปก็ได้ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียน้ำใจ อัคคีกินอาหารที่เธอทำให้จนหมด ประกายดาวรู้เรื่องที่เขาจะไปพักผ่อนที่ลพบุรีอาสาจะขับรถไปส่งและขอไปเยี่ยมเขาบ้างถ้ามีโอกาส อัคคียินดีให้เธอไปเยี่ยม แต่เรื่องจะไปส่งเขาขอไปเองดีกว่า...

การเปิดรับสมัครตำรวจสายลับ มีผู้คนให้ความสนใจไปสมัครกันอย่างคับคั่ง ริกกี้ ซาร่าและแนนซี่มาเขียนใบสมัครเช่นกันเนื่องจากอยากมีส่วนร่วมในการทำลายแก๊งลักพาตัวที่จับคนรักของตนเองไป แม้จะมีคนมาสมัครมากมาย แต่ทางตำรวจจะรับแค่สามตำแหน่งเท่านั้น แนนซี่อยากรู้ว่าต้องใช้ความสามารถอะไรบ้าง

“กึ๋นครับ” สารวัตรเก่งชี้ไปที่หัว...

ด้านวิชชุดาฝึกวิชาการต่อสู้ด้วยมือเปล่าอย่างหนักกับครูฝึกที่สารวัตรเก่งหามาให้ ครูฝึกพอใจกับความก้าวหน้าของลูกศิษย์สาวคนนี้มาก...

ขณะที่อัคคีเดินทางถึงบ้านสมุทรซึ่งอยู่ภายในค่ายทหารที่ลพบุรี ที่คฤหาสน์ของท่านเลขาแม้กำแพงที่โดนระเบิดจะซ่อมแซมแล้ว แต่ตัวบ้านยังคงเหลือร่องรอยของความเสียหายเนื่องจากฝีมือของอัคคีและวิชชุดาให้เห็น กองกำลังที่เพิ่งขอจากสำนักงานใหญ่เริ่มกระจายกำลังเข้าประจำจุดต่างๆ ท่านเลขาสั่งสมุนให้เตรียมรบให้พร้อมสรรพ เผื่อจะถูกตำรวจบุกเข้ามา เนื่องจากไอ้คนที่หนีไปอาจจะไปแจ้งความ

“สายของเราไปสืบมาจากตำรวจ ไม่มีข่าวนี้เลยครับท่าน ข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ก็ไม่มี”

“หรือว่าพวกมันกลัวหัวหดไม่กล้าทำอะไรสักอย่าง” ท่านเลขานิ่วหน้าแปลกใจ “บอกฝ่ายสเกตช์ภาพหน้าคนตามคำบอกเล่า แล้วควานหาตัวนังตัวแสบกับไอ้ตัวร้ายทั้งสองคนให้พบว่าพวกมันคือใคร ด่วนที่สุด”

ooooooo

ซาร่า แนนซี่และริกกี้มาพบกับสารวัตรเก่งเนื่องจากสอบข้อเขียนผ่าน สามสาวดีใจคิดว่าทางการจะรับเข้าทำงานเลย แต่ผิดคาด พวกเธอยังไม่ได้รับการบรรจุเนื่องจากต้องฝึกการต่อสู้ ฝึกจิตใจ ความอดทนและไหวพริบจนกว่าทางตำรวจจะมั่นใจว่าปล่อยพวกเธอได้ และพวกเธอไม่ใช่กลุ่มเดียวที่สอบข้อเขียนผ่าน

“ยังมีผู้ผ่านการสอบอีกจำนวนหนึ่งซึ่งพวกเขาจะต้องทำการทดสอบเช่นกัน แต่พวกเขาอยู่คนละกลุ่มกับพวกคุณ เราจะเริ่มฝึกกันวันพรุ่งนี้ สถานที่และเวลาให้ไปรับที่จ่าหน้าห้อง เชิญครับ”

สามสาวออกจากห้องมาเจอกับวิชชุดาที่กำลังเดินสวนเข้าไป ริกกี้ร้องถามว่ามาสอบครั้งนี้ด้วยหรือ วิชชุดาส่ายหน้าไม่เคยสอบอะไรทั้งนั้น ซาร่าสงสัยถ้าอย่างนั้นเข้าไปหาสารวัตรเก่งทำไม เธอยักไหล่

“ไปมอบตัวมั้ง ขอตัวก่อน” ยียวนจบวิชชุดาเดินเข้าห้อง สามสาวมองตามแปลกใจ ไหนว่าแยกกันเป็นกลุ่มๆ ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้มาคนเดียว สารวัตรเก่งนัดให้วิชชุดามาพบเพราะได้ประวัติของอัคคีจากภาพ สเกตช์แล้ว เธอแอบยิ้มพอใจเมื่อรู้ว่าเขาไม่ใช่คนร้ายแต่เป็นทหาร สารวัตรเก่งเห็นสีหน้าของเธอก็กระเซ้า

“พอใจแล้วใช่ไหม เขาไม่ใช่คนเลวแต่เป็นรั้วของชาติ”

“เป็นทหาร...มิน่าถึงไม่มีการแจ้งความ สารวัตรคิดว่าเขาจะกลับไปแก้แค้นไหมคะ”

สารวัตรเก่งย้อนถามเธอว่าคิดจะกลับไปแก้แค้นหรือเปล่า วิชชุดาไม่ตอบได้แต่ขบกรามแน่น...

แม้จะเปลี่ยนบรรยากาศไปอยู่ลพบุรี แต่ภาพตอนเมียรักถูกฆ่าตายต่อหน้ายังคงตามมาหลอกหลอนอัคคี

ooooooo

วิชชุดาอยากเจอตัวอัคคีมาก อำพรางตัวเองด้วยการสวมวิกใส่แว่นดำ นำภาพถ่ายของอัคคีไปถามทหารที่ป้อมยามหน้ากรมทหารซึ่งอัคคีประจำการอยู่ เป็นจังหวะเดียวกับประกายดาวขับรถมาถึงป้อมยามพอดี ทหารแนะให้วิชชุดาลองถามเธอดูเพราะสนิทกับอัคคี ประกายดาวลงจากรถสีหน้าไม่ค่อยจะพอใจนัก

“มีอะไรกับพันตรีอัคคีไม่ทราบคะ”

“มีธุระอยากพบค่ะ ทหารสองคนนี่บอกว่าคุณอาจทราบ”

ประกายดาวกวนใส่ทันทีถึงทราบก็ไม่บอกอย่ามาถามหาให้เสียเวลาดีกว่า แล้วเดินกลับไปขึ้นรถขับออกไป วิชชุดารีบไปที่รถตัวเองขับตามไปห่างๆไม่ให้เป็นที่สังเกต...

ที่บ้านพักของสมุทรภายในค่ายทหาร อัคคีรู้ดีว่าอยู่ที่ไหนก็ไม่มีทางลืมเมียตัวเองได้ จึงคิดจะกลับกรุงเทพฯ สมุทรกระเซ้าจะรีบกลับไปไหนยังไม่ทันเจอกิ๊กใหม่

เมียตายไปถือเป็นโชคดีจะได้หาเมียใหม่ อัคคีหน้าตึงทันที แม้จะรู้ว่าเพื่อนแค่แหย่เล่นสนุกๆแต่ยังทำใจไม่ได้ อยู่ๆกล่องกระดาษทิชชูที่อยู่ใกล้ๆไฟลุกพรึบ ทั้งคู่ต่างแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น โดยเฉพาะอัคคีเริ่มสงสัยตัวเองจะเป็นต้นเหตุของเรื่องแปลกๆเหล่านี้

สมุทรไม่ติดใจสงสัยอะไร หันไปรินเหล้าใส่แก้วส่งให้อัคคีซึ่งส่ายหน้าดิกขอผ่านไม่อยากดื่ม สมุทรพยายามคะยั้นคะยอดื่มนิดหน่อยเผื่อจะผ่อนคลายได้บ้าง เขายืนกรานไม่ขอดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

“ฉันจะกลับจริงๆนะสมุทร แต่ฉันมีเรื่องจะขอให้แกช่วย หาอาวุธให้ฉันหน่อย”...

อีกมุมหนึ่งหน้าประตูทางเข้าค่ายทหาร ประกายดาวแสดงบัตรให้กับทหารยามที่ป้อม ก่อนจะขับรถเข้าไปด้านใน วิชชุดาจอดรถแอบมองอยู่ มั่นใจว่าเธอต้องมาหาอัคคีแน่ๆ ระหว่างนั้นมีทหารเวรนายหนึ่งมาเคาะกระจกเตือนว่านี่เขตทหารห้ามจอดรถ วิชชุดาทำเนียนว่าเลี้ยวรถผิดทาง ก่อนจะรีบไปหาที่จอดที่ใหม่...

ในระหว่างที่สมุทรกำลังซักไซ้ไล่เลียงอัคคีจะเอาอาวุธหนักที่ให้ตนหาไปยึดประเทศใคร ประกายดาวหอบถุงใส่ของกินของฝากเข้ามาวางที่โต๊ะตรงหน้าอัคคี สมุทรเห็นความสวยของเธอถึงกับอ้าปากค้าง ปรี่เข้าหา เธอไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย แนะนำตัวเองว่าเป็นลูกของพ่อบันดาลตามมารยาท สมุทรชมไม่หยุดปากไม่คิดว่าเพื่อนจะมีลูกสวยขนาดนี้ ขอบใจเธอมากที่มาเยี่ยม

“น้องดาวไม่ได้มาเยี่ยมคุณอาสมุทร น้องดาวมาเยี่ยมคุณอาอัคคีค่ะ เอ้อ ถ้าจะกรุณา ขอเวลาน้องดาวคุยกับคุณอาอัคคีสักครู่ค่ะ” คำพูดตรงไปตรงมาของประกายดาวทำเอาสมุทรรีบถอยออกมาแทบไม่ทัน...

ประกายดาวรู้ว่าอัคคีจะกลับกรุงเทพฯ อาสาจะเป็นสารถีให้ เขาให้เธอไปด้วยไม่ได้เพราะมีธุระต้องไปทำ เธอออดอ้อนจะขอไปทำธุระด้วย อัคคียืนกรานว่าไปด้วยไม่ได้ ระหว่างนั้นสมุทรเข้ามาเตือนนี่ดึกแล้วน้องดาวคงกลับบ้านไม่ทันแล้ว อัคคีรู้เท่าทันความคิดเจ้าเล่ห์ของเพื่อน

“ฉันจะไปเปิดโรงแรมให้น้องพัก”...

ด้านวิชชุดาเพิ่งวางสายจากโทร.จองโรงแรมที่พัก เห็นรถของประกายดาวแล่นออกมาจากค่ายทหารโดยมีอัคคีนั่งมาด้วย รีบสะกดรอยตาม ไม่นานนักอัคคีกับประกายดาวมายืนอยู่ที่เคาน์เตอร์ของโรงแรมที่พัก พนักงานของโรงแรมแจ้งว่าห้องพักเต็มหมดแล้ว อัคคีกำลังคิดว่าจะเอาอย่างไรดี วิชชุดาเดินเข้ามาเสียก่อน เขาคุ้นๆหน้าแต่ยังนึกไม่ออกเพราะเธอดูเปลี่ยนไปจากที่หนีตายมาด้วยกัน

วิชชุดานึกว่าทั้งคู่จะมาเปิดโรงแรมอยู่ด้วยกันก็แอบหมั่นไส้ พนักงานรีบแจ้งว่าห้องเต็ม เธอเพิ่งโทร.มาจองห้องเมื่อครู่นี้เองจะเต็มได้อย่างไร พนักงานถึงบางอ้อ ที่แท้เป็นเธอนี่เองที่โทร.มาจองห้องพักห้องสุดท้าย

“ถ้าคุณต้องการห้อง ฉันจะยกให้ เชิญคุณสองคน” วิชชุดาว่าแล้วขยับจะไป

“ผมไม่ต้องการห้อง แต่ถ้าจะกรุณา แชร์ห้องกับเธอได้ไหม สองเตียงหรือเปล่า” ประโยคหลังอัคคีหันไปถามพนักงาน วิชชุดาอยากรู้เรื่องของอัคคีเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงตอบตกลง หากประกายดาวอยากจะพักด้วย

“คุณอาว่าดีหรือคะ”

“ดี...ไปก่อนนะ” พูดจบอัคคีเดินออกไปหน้าตาเฉย ประกายดาวตามไปถามว่าจะกลับอย่างไรในเมื่อเขามารถของเธอ เขากลับเองได้ไม่ต้องห่วง แล้วจ้ำพรวดๆออกไป ประกายดาวยืนลังเลอยู่อึดใจ ก่อนจะผละจากไปไม่ยอมพักที่นี่ วิชชุดาทักท้วงด้วยความเป็นห่วง จะไปไหนนี่มันมืดแล้ว

“มันมืดแล้วคุณก็พักผ่อนสิ หรือคิดจะเที่ยวออกไปตามหาคนอีก” ประกายดาวว่าแล้วพรวดพราดออกไปเพราะน้อยใจที่อัคคีไม่แยแส วิชชุดาหันไปบอกพนักงานว่าเดี๋ยวกลับมาแล้วเดินออกไปอีกคน

ooooooo

ประกายดาวมาที่ลานจอดรถ สอดส่ายสายตาหาอัคคีแต่ไม่เห็นแม้เงา ตัดสินใจเดินไปขึ้นรถตัวเอง หัวหน้าคนร้ายที่ซุ่มอยู่ในรถตู้เพื่อไล่จับตัวชายหญิงหน้าตาดีรีบสั่งการ

“แกสองคนตามนังคนนี้ ฉันกับอีกสองคนจะซุ่มรอนังอีกคน ไม่รู้ว่ามันจะออกมาตอนไหน”

รถของประกายดาวเคลื่อนออกจากที่จอดรถโดยมีคนร้ายอีกกลุ่มขับตาม สักพักวิชชุดาเดินออกจากโรงแรมแต่ไม่ได้ไปที่รถ กลับเดินไปที่ถนนใหญ่เห็นหลังอัคคีที่สวมแว่นดำทั้งที่มืดค่ำไวๆ รีบเดินตาม โดยไม่รู้ว่าตัวเองก็ถูกกลุ่มคนร้ายลักพาตัวตามหลังมาอีกทอดหนึ่ง

อัคคีรู้สึกเหมือนมีคนสะกดรอยตามหันขวับไปมอง วิชชุดาโดดผลุงเดียวหลบข้างเสาได้ทัน เขายังติดใจสงสัยไม่หายคิดจะจับผิดให้ได้ แกล้งเดินไปนั่งที่ร้านอาหารร้านหนึ่งในตลาด เลือกโต๊ะห่างจากลูกค้าคนอื่น สั่งน้ำมาดื่มรอให้คนสะกดรอยตามพลาด แต่วิชชุดารู้ทันได้แต่ซุ่มดูอยู่ห่างๆ...

มัวแต่สนใจอัคคีทำให้วิชชุดาไม่ทันระวังตัว คนร้ายเข้ามาล็อกคอจากด้านหลังพร้อมกับเอาปืนจ่อ เธอพยายามขัดขืนเพื่อซื้อเวลา อัคคีดื่มน้ำจนหมดวางเงินบนโต๊ะแล้วลุกขึ้นจะไป ครั้นตวัดสายตามองไปด้านหลัง เห็นเงาตะคุ่มๆมีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ตรงมุมมืด เขาถอดแว่นดำออก เพ่งมองอีกครั้ง คราวนี้ตาปิศาจสามารถมองทะลุมุมตึกได้ เห็นหญิงสาวที่จองห้องโรงแรมเมื่อสักครู่กำลังโดนจี้...

ขณะที่วิชชุดากำลังตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน รถของประกายดาวแล่นมาถึงถนนเปลี่ยว ทันใดนั้นรถคนร้ายเร่งเครื่องแซงรถของเธอก่อนจะปาดหน้าขวางไว้ เธอกระแทกเบรกหัวทิ่ม คนร้ายกรูกันลงจากรถพร้อมอาวุธครบมือลากเธอไปที่รถของพวกมัน เธอทั้งร้องทั้งดิ้นแต่ไร้ประโยชน์แถวนั้นไม่มีใครสักคน

“อย่าโวยวายถ้าไม่อยากโดนกำปั้นยัดปากจนไม่อยากพูดไปถึงชาติหน้า” คนร้ายขู่ ประกายดาวจำต้องสงบปากสงบคำ คนร้ายจับเธอใส่กุญแจมือ เอาผ้าดำคลุมหัวเพื่อไม่ให้จำเส้นทางได้...

ก่อนที่วิชชุดาจะเสียทีถูกคนร้ายลากตัวไปขึ้นรถ อัคคีมาช่วยไว้ทัน ยิงใส่พวกคนร้ายแล้วพาเธอหนี เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้ว เขาจัดแจงจะเดินแยกไปอีกทางหนึ่ง วิชชุดาตะโกนไล่หลัง

“แฟนสาวน้อยของคุณ เธอออกตามหาคุณอยู่นะ” คำพูดของเธอทำให้อัคคีหยุดกึกหันกลับทันที

จากนั้นไม่นานอัคคีกับวิชชุดากลับมายังโรงแรมที่พัก สอบถามพนักงานถึงผู้หญิงอีกคนว่ากลับมาที่นี่หรือเปล่า พนักงานส่ายหน้ายังไม่เห็นกลับมาเลย อัคคีร้อนใจมากจะต้องตามหาประกายดาวให้เจอ ผลุนผลันออกไปโดยไม่ชวนวิชชุดาสักคำ เธอต้องรีบวิ่งตาม...

อัคคีกลับไปที่บ้านสมุทรเพื่อเอาอาวุธที่สั่งให้สมุทรหา แล้วขับรถออกมาโดยไม่ได้บอกอะไรเพื่อนรักสักคำ ขับรถตระเวนหาประกายดาวไปตามถนนในเมืองลพบุรีโดยมีวิชชุดาแอบสะกดรอยตามมาห่างๆ อยู่ๆเขากลับรถกะทันหัน เร่งเครื่องพุ่งเข้าหารถของวิชชุดา เธอเบรกรถแทบไม่ทัน อัคคีขอร้องเธออย่าตามจะได้ไหม

“ผมต้องหาน้องดาวให้พบ โปรดอย่ารบกวนสมาธิ”

วิชชุดาไม่ได้คิดจะรบกวนแค่อยากจะช่วยเท่านั้น อัคคียืนกรานไม่ต้องการผู้ช่วย ขอแค่อย่าวุ่นวายก็พอ...

คนที่อัคคีตามหาถูกพาตัวมาที่หน่วยเพาะพันธุ์เด็กอัจฉริยะ หัวหน้าหน่วยดึงผ้าคลุมหัวเธอออกเห็นหน้าตาสะสวยก็ยิ้มพอใจ สั่งห้ามเธอดื้อดึง และให้เชื่อฟังคำสั่งถ้าไม่อยากถูกแยกชิ้นส่วน

ooooooo

อัคคีขับรถตระเวนหาจนเจอรถของประกายดาวจอดแอบอยู่ข้างทางสายเปลี่ยว รีบลงไปดู

“น้องดาว อาขอโทษ” อัคคีทั้งแค้นใจทั้งเสียใจที่ไม่ควรปล่อยประกายดาวไว้เพียงลำพัง สายตาเพ่งไปยังหญ้าแห้งริมถนน อยู่ๆไฟลุกพรึบ เขาเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวแปลกๆที่เกิดขึ้นระยะหลัง เริ่มเข้าใจว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับดวงตาปิศาจที่เพิ่งได้รับการผ่าตัด เขารีบใช้เท้าเหยียบๆหญ้าให้ไฟดับแล้วขับรถจากไป

คล้อยหลังไม่นาน วิชชุดาเดินมาดูไฟที่ยังคุกรุ่นด้วยความแปลกใจแต่ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร แล้วใช้กุญแจผีไขเข้าไปในรถ เก็บหลักฐานด้านในทั้งหมดเพื่อหาร่องรอยของคนร้าย...

อัคคีพกความแค้นกลับไปที่คฤหาสน์ของท่านเลขาขโมยเรือจากบ้านหลังที่ยิงใส่เขากับวิชชุดาตอนหนีคราวก่อน กว่าเจ้าของเรือจะรู้ว่าเรือถูกขโมย อัคคีขับเรือหนีไปไกลแล้ว ครั้นเข้าใกล้บ้านเป้าหมาย อัคคีมองไปยังรถที่แล่นมาตามทางมุ่งสู่คฤหาสน์ เพ่งมองเข้าไปในรถสามารถเห็นคนที่อยู่ข้างในได้ เพียงแต่ภาพที่เห็นเป็นสีขาวดำ เขายังจำคำพูดของ ดร.ซิมอนที่เคยบอกไว้ว่าตาปิศาจจะใช้งานได้หลังจากผ่าตัดแล้วสามเดือน

“เพิ่งสามอาทิตย์เองนี่นา” อัคคีดูจะพอใจกับผลที่ได้ รู้สึกฮึกเหิมเพราะรู้ว่ามีอาวุธล้ำหน้าศัตรู จากนั้นจึงดับเครื่องยนต์แล้วค่อยๆพายเรือเข้าไป...

วิชชุดาเองก็พอจะเดาความคิดของอัคคีออกจึงโทร.ไปขอให้สารวัตรเก่งช่วยหาเรือให้ ไม่นานนัก สารวัตรเก่งมายังจุดนัดพบ วิชชุดามอบหลักฐานลายนิ้วมือที่เก็บได้จากภายในรถของประกายดาว วานให้เขาช่วยหาเจ้าของลายนิ้วมือให้ แล้วบอกให้เขากลับไปได้แล้ว เขาเสนอตัวจะไปเป็นเพื่อน เธอส่ายหน้าแทนคำตอบ

“ขอบคุณนะคะเรื่องเรือที่หามาให้ ดาต้องไปแล้ว” วิชชุดารีบลงเรือกลัวสารวัตรจะรู้ว่าไปตามอัคคี...

ทางด้านอัคคีจอดเรือใกล้กับพงหญ้า แล้วสำรวจอาวุธที่อยู่ในเป้สัมภาระ ก่อนจะเอาสะพายหลัง แล้วใช้ความมืดยามค่ำคืนลัดเลาะไปยังคฤหาสน์เป้าหมาย ครั้นได้ระยะทำการ เขาเอาปืนยิงระเบิดยิงใส่กำแพงที่เพิ่งซ่อมเสร็จ เพื่อเปิดทางให้ตัวเองเข้าไปข้างใน พวกสมุนไม่ทันตั้งตัวถูกห่ากระสุนที่อัคคีสาดใส่พากันล้มตายเป็นเบือ เสียงระเบิดกับเสียงปืนทำให้ท่านเลขาที่กำลังตรวจร่างกายเหยื่อที่ถูกลักพาตัวมาถึงกับชะงัก

“เปิดไฟทุกดวงไม่ให้พวกมันรอดพ้นสายตา” ท่านเลขาสั่งเสียงเข้ม

ไม่กี่อึดใจ ทั่วบริเวณบ้านสว่างไสว พวกสมุนเห็นผู้บุกรุกชัดเจนก็สาดกระสุนตอบโต้ อัคคีรู้ดีขืนปล่อยให้ไฟสว่างแบบนี้คงจะรอดยากเพราะพวกคนร้ายมีมากกว่า จึงเพ่งเข้าไปในตัวบ้านกระทั่งเห็นตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าทั้งหมด จึงจัดการทำลายตู้ระเบิดเป็นเสี่ยงๆ

ไฟดับพรึบเกิดโกลาหลไปทั่ว คนที่ถูกลักพาตัวพยายามหนี ท่านเลขาสั่งการทันทีอย่าให้ใครหนีไปได้ เห็นความเคลื่อนไหวให้ยิงได้เลยแต่คนที่ถูกยิงกลับเป็นพวกสมุนค่อยๆถูกอัคคีเก็บทีละคนๆ เนื่องจากดวงตาปิศาจสามารถมองเห็นในที่มืดได้ ท่านเลขาเห็นท่าไม่ดีสั่งให้สมุนสองคนพาหนีออกด้านหลัง

อัคคีจัดการกับพวกสมุนที่กรูกันออกจากตัวบ้านราบคาบ แล้วเพ่งมองทะลุผนังบ้านไปเห็นท่านเลขากำลังหนีไปที่ท่าเรือด้านหลังคฤหาสน์ก็รีบวิ่งตาม วิชชุดาขับเรือเข้ามาจอดใกล้กับเรือของอัคคีได้ยินเสียงปืนยิงต่อสู้กันก็รู้ทันทีว่าเป็นฝีมืออัคคี แต่ยังไม่ทันจะทำอะไร ท่านเลขากันสมุนสองคนวิ่งออกมาเสียก่อน

ท่านเลขาเห็นจวนตัวคว้าหนึ่งในเหยื่อถูกลักพาตัวที่วิ่งหนีตายมาเป็นตัวประกัน สั่งให้วิชชุดาโยนปืนทิ้ง ทีแรกเธอไม่ยอมทำตาม อัคคีที่ตามมาสมทบต้องขอร้อง เธอถึงได้ยอมทิ้งปืน เกิดเหตุวุ่นวายขึ้นเมื่ออัคคีเผลอทำเสื้อผ้าของสมุนติดไฟ ท่านเลขาอาศัยจังหวะนั้นหนีไปได้ วิชชุดาจะตามแต่อัคคีห้ามไว้

“ไม่ต้องตาม คุณพาผู้เสียหายไปส่งถนนใหญ่หรือพาไปแจ้งความก็แล้วแต่”

วิชชุดารีบโทร.แจ้งสารวัตรเก่งให้ช่วยมารับตัวพวกเหยื่อเหล่านี้ ขณะที่อัคคีย้อนกลับไปที่คฤหาสน์เพื่อเก็บหลักฐานต่างๆที่อาจสาวไปถึงผู้ร่วมขบวนการ

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement