นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 16 นิยายไทยรัฐ
วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 16


15 ก.ย. 2560 07:58
381,362 ครั้ง

ละคร นิยาย นักรบตาปิศาจ

นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 16

อ่านเรื่องย่อ

นักรบตาปิศาจ

แนว:

แอกชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ศานต์ ศรุติ

บทโทรทัศน์โดย:

วรพันธ์ รวี

กำกับการแสดงโดย:

ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์

ผลิตโดย:

บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

บิ๊กเอ็ม กฤตฤทธิ์ บุตรพรม, เนย ปภาดา กลิ่นสุมาลย์

ริกกี้กับซาร่าร้อนวิชาอยากเข้าไปลุยกับพวกคนร้ายให้รู้แล้วรู้รอด แต่ยังขยับอะไรไม่ได้เพราะต้องรอคำสั่งจากวิชชุดากับอัคคี ทำให้ทั้งสองสาวหงุดหงิด เริ่มบ่นโน่นบ่นนี่

ไม่นานนักวิชชุดาจ้ำพรวดๆเข้ามาคุยบางอย่างกับสารวัตรเก่งที่ได้แต่พยักหน้ารับคำ ซาร่ามองเธอด้วยความหมั่นไส้

“หรือว่ายัยนี่เป็นหัวหน้าสารวัตรจริงๆ”

“นั่นสิ พวกเรามิต้องเคารพยัยนี่ไปด้วยเหรอ” ริกกี้เสริม แนนซี่ต้องปรามยังไม่รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไรอย่าเพิ่งเดาสุ่มกันเลย รอเวลาทำงานให้ดีที่สุดจะดีกว่า จังหวะนั้นสารวัตรเก่งหันมาทางสามสาว

“เตรียมตัวกันให้พร้อม เข้าไปช่วยเหยื่อและจับกุมพวกคนร้าย”

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ประกายดาวกับเพื่อนๆบางส่วนวิ่งมาหลบหลังพุ่มไม้ใกล้กับรอยกำแพงโหว่ที่อัคคีทลายเอาไว้ มีเสียงเลขาฯของฟาร์มเพาะเด็กตะโกนโหวกเหวกให้สมุนจุดพลุส่องสว่างเพื่อตามหาพวกแม่พันธุ์ที่หนีไปให้เจอ อึดใจพลุโดนจุดขึ้นไปบนท้องฟ้าหลายลูกทำให้บริเวณฟาร์มสว่างไสว พวกสาวๆกลัวกันมาก ประกายดาวต้องเตือนให้ทุกคนเงียบที่สุด พวกสมุนเดินหาเรื่อยเปื่อยไม่รู้ว่าเราอยู่ตรงนี้

“ถ้ามันเห็นล่ะ มันมีปืนด้วย” เพื่อนเสียงสั่น

ประกายดาวยุให้สู้กับพวกคนร้าย ในเมื่อพวกเรามีมากกว่า มันมีกันแค่สองคนเท่านั้น พลุเริ่มหมดแสง ประกายดาวจึงหันคว้าไม้ใกล้มือส่งต่อให้เพื่อนหนึ่งท่อน ตัวเองถือไว้อีกหนึ่งท่อน สาวๆคนอื่นรีบหาอาวุธเท่าที่จะหาได้ สมุนคนแรกเดินสุ่มหามั่วๆไปเรื่อยเพราะตอนนี้รอบบริเวณมืดลงอีกครั้ง ทุกคนรอจังหวะที่สมุนเดินผ่านเอาไม้ฟาดไม่ยั้ง เพื่อนสมุนตกใจจะเข้าไปช่วยก็เลยโดนพวกสาวๆรุมเอาไม้ตีเช่นกัน สมุนโวยวายลั่น

“พวกเรามันอยู่ตรงนี้ ยิงมันเลย”

หัวหน้ากับพวกสมุนกรูกันเข้ามาจะยิง ประกายดาวผลักสมุนคนแรกบังทางปืนเอาไว้ก็เลยกลายเป็นยิงกันเอง พวกสาวๆเห็นสมุนเสียทีพากันไล่ตาม สมุนคนที่สองคว้าปืนได้จะยิง แต่มีเสียงราวกับฟ้าถล่มดังขึ้นเสียก่อน

ทุกคนหันมองตามเสียงเห็นกำแพงถล่มเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ ประกายดาวตะโกนบอกเพื่อนๆให้หนีไปทางช่องโหว่ หัวหน้าสั่งให้สมุนตามไปฆ่าทิ้งให้หมด พลันมีเสียงครืนดังขึ้นอีกครั้ง กำแพงถล่มลงอีก

“กำแพงพังอีกที่แล้วอะไรกันวะ” หัวหน้าร้องเอะอะ ประกายดาวซึ่งดักรออยู่โดดใส่หัวหน้าแย่งปืนไปได้ ยิงใส่ไม่ยั้ง พลางตะโกนบอกให้เพื่อนวิ่งออกไปนอกรั้วให้เร็วที่สุด แล้วถอยไปยิงสู้กับสมุนไปด้วย...

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก เลขาฯเห็นแม่พันธุ์คนหนึ่งกำลังวิ่งหนีไปที่กำแพง เล็งปืนจะยิง เจอไฟนรกแว่บใส่ต้นไม้ใกล้ๆล้มทับตายคาที่ สมุนเห็นเจ้านายตายต่อหน้าเริ่มระส่ำระสาย

ooooooo

ที่ด้านนอกกำแพง อัคคีเดินนำหน่วยทหารเฉพาะกิจกับสมุทรลอดช่องโหว่เข้าไปด้านใน ขอให้พยายามจับเป็นคนร้ายและให้ระวังพวกเหยื่อด้วยแล้วเดินลุยต่อไป สมุทรยิงใส่พวกสมุน ส่วนอัคคีแค่ทำท่า แต่ที่จริงเขาปล่อยไฟนรกใส่พวกคนชั่วหันไปทางไหนไฟลุกท่วมทางนั้น

“อะไรกันวะ ไฟพวกนั้นมาจากไหน ทำไมมันมีทุกที่ที่พวกเราย่างก้าวเข้าไป”

“ไฟนรกอยากเผาสัตว์นรกมั้ง อย่ามัวพูดมาก” อัคคียังคงใช้ไฟนรกจัดการพวกสมุนอย่างต่อเนื่อง จากนั้นหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาวิชชุดา “คนสวย รีบสั่งการให้ตำรวจมาจับตัวเดนนรกไปขังคุกได้แล้วครับ แล้วรีบมาหาผมนะคนสวย” ผู้พันหนุ่มคุยเสียงดังหวังจะให้สมุทรอิจฉาเล่น...

แม้จะมีสมุนบางส่วนที่หนีเอาตัวรอดเมื่อเห็นเจ้านายตายต่อหน้า แต่ก็มีบางคนที่ยังยิงต่อสู้กับตำรวจและทหาร อีกส่วนยังคงไล่ล่าพวกแม่พันธุ์อย่างไม่ลดละ ประกายดาวต้องทำหน้าที่พี่เลี้ยงพาเพื่อนร่วมชะตากรรมหนีการตามล่า

ไม่ห่างกันนัก อัคคีพากำลังทหารบุกฝ่าพวกสมุนเข้ามาด้านในสำเร็จ สั่งให้ทหารลุยเข้าไปสำรวจในตัวตึกสมทบกับพวกตำรวจ ค้นทุกซอกทุกมุมยังมีเหยื่อที่โดนขังไว้อีกจำนวนหนึ่งรวมทั้งเด็กอ่อนด้วย

สมุทรสงสัยจะให้ตนไปรอวิชชุดาตรงไหน อัคคีสั่งให้เพื่อนรักหยุดพล่ามก่อน ตนกำลังหาน้องดาวอยู่ แล้วใช้ตาปิศาจกวาดหาไปรอบๆ เห็นเธอกำลังประคองเพื่อนหนี สมุนสองคนปราดมาขวางหน้าไว้ยกปืนจะยิง อัคคีตกใจร้องเรียกน้องดาวเสียงหลง สมุทรจัดแจงเหลียวหาแต่ไม่เห็น

“ไหนวะน้องดาว”

อัคคีไม่ตอบ ยังไม่ทันจะปล่อยไฟนรกใส่สมุน มีกระสุนนัดหนึ่งพุ่งใส่มือสมุนปืนหล่นพื้น เขารู้ทันทีว่าเป็นวิชชุดา รีบวิ่งหาประกายดาวเพื่อช่วยเหลือโดยมีสมุทรวิ่งตาม...

ประกายดาวตกใจที่เห็นสมุนถูกยิงโดยไม่รู้ว่าวิชชุดาเป็นคนช่วยเอาไว้ พยายามประคองเพื่อนหนีต่อ อัคคีวิ่งเข้าไปหาพร้อมกับสมุทร เธอหันมาเห็นเขา ปล่อยเพื่อนที่ประคองอยู่ ถลาเข้าไปกอดอัคคีร้องไห้โฮ วิชชุดาตามมาสมทบจากอีกด้านหนึ่งเห็นสมุนจะยิงประกายดาวกับอัคคีก็ยิงใส่ตายคาที่

เด็กสาวซบอกอัคคีคร่ำครวญทั้งน้ำตา “คุณอามาช่วยน้องดาวอย่างที่น้องดาวหวังไว้จริงๆ”

“อาต้องมาสิคะ มาช่วยน้องดาว คุณพ่อคุณแม่รอน้องดาวอยู่ อาสมุทรก็มาอยู่นั่นค่ะ ยังมีอีกนะคะ คุณอาวิชชุดาที่ยิงไอ้วายร้ายคนที่กำลังจะยิงน้องดาวเมื่อครู่ลงไปกองนั่นไงคะ”

ประกายดาวขอบคุณสมุทรแต่กลับมองวิชชุดาด้วยสีหน้าเรียบเฉยจนอัคคีต้องเตือนให้ขอบคุณเธอด้วย เด็กสาวถึงได้ยกมือไหว้ เขาวานให้วิชชุดาช่วยดูแลเหยื่อสาวๆให้ด้วย ประกายดาวไม่ยอมไปจะขออยู่กับอัคคี

“ไม่ได้ค่ะน้องดาว ตอนนี้เรากำลังวุ่นวายและที่นี่ไม่ปลอดภัย คุณอาวิชชุดาคุ้มครองน้องดาวได้ค่ะ เชื่ออานะคะเด็กดี สมุทรแกไปกับคุณดาไปดูแลสาวๆ ฉันจะเข้าไปลุยต่อ น้องดาวคะ เดี๋ยวอาตามไปนะคะ”

จากนั้นอัคคีนำกำลังทหารเข้าไปช่วยพวกพ่อพันธุ์ซึ่งถูกควักตาไปหนึ่งข้างไว้ทันก่อนที่จะถูกสมุนสังหารหมู่ และยังช่วยเด็กอ่อนกับแม่พันธุ์ที่กำลังตั้งครรภ์ไว้ได้อีกด้วย

ooooooo

นายใหญ่แค้นมากเมื่อรู้ข่าวจากประสงค์ว่าฟาร์มเพาะเด็กถูกกวาดล้าง เลขาฯของฟาร์มตายเช่นเดียวกับสมุนส่วนใหญ่ ส่วนพวกที่รอดตายก็ถูกตำรวจควบคุมตัวไว้

“มันจองล้างจองผลาญกันจนถึงที่สุด และที่สุดของมันคือความตายของมัน”

“ยังไงครับท่าน”

“ให้มันมาพบฉันด่วนที่สุด คราวก่อนที่เราส่งจดหมายไปหามัน มันมัวแต่มาทลายฟาร์มใหญ่ที่สุดของฉัน มันจบงานนี้มันมาแน่ นั่นคือวาระสุดท้ายของมัน พรุ่งนี้ส่งจดหมายไปนัดมันอีกครั้ง เอาเบอร์ให้มันติดต่อกลับมา เอาจดหมายของฉันไปให้มัน” นายใหญ่สีหน้ามุ่งมั่นที่จะแก้แค้นอัคคีให้ได้...

ตำรวจพาเหยื่อทั้งหมดไปไว้ยังเซฟเฮาส์เพื่อสะดวกในการสอบปากคำ โดยแยกชาย หญิงและเด็กออกจากกัน ประกายดาวได้สิทธิพิเศษ วิชชุดาพามาพักที่ห้องรับรองเฉพาะและพยายามจะเอาอกเอาใจ แต่เธอดูจะไม่ยินดียินร้ายกับน้ำใจที่วิชชุดามอบให้ แถมคอยตะล่อมถามถึงความสัมพันธ์ของอีกฝ่ายกับอัคคี ระหว่างนั้นสารวัตรเก่งเข้ามาเพื่อจะขอสอบปากคำ ประกายดาวยังไม่พร้อม ตอนนี้อยากกลับบ้านมากกว่า

“ได้ค่ะ สำหรับน้องดาว สารวัตรอนุญาตให้มาวันหลัง หรือไม่ก็ส่งตำรวจไปที่บ้าน ไปรับแจ้งความเพื่อเอาผิดคนร้ายค่ะ”

ประกายดาวขอบคุณวิชชุดามากแล้วหันไปถามสารวัตรเก่งว่าอัคคีอยู่ไหน เขาไม่ทันจะว่าอะไร อัคคีพาบันดาลกับประกายรุ้งเข้ามาเสียก่อน สามคนพ่อแม่ลูกต่างดีใจโผกอดกันร้องไห้ สารวัตรเก่งขอตัวไปจัดการเรื่องต่างๆก่อน โดยไม่ลืมขอบคุณอัคคีที่ให้ความร่วมมือจนจับกุมคนร้ายได้ เขาเองก็ขอบคุณสารวัตรเช่นกัน

“แต่ภาระของผมยังไม่จบสิ้น ตราบใดที่ยังไม่ได้ตัวนายใหญ่”

สารวัตรเก่งยินดีร่วมมือด้วยเต็มที่ ที่ไหนเมื่อไหร่ขอให้บอก แล้วเดินออกจากห้อง อัคคีอยากให้พ่อแม่ลูกได้อยู่กันตามลำพังจึงชวนวิชชุดากลับกันก่อน เมื่อทั้งคู่ไปพ้นแล้ว ประกายดาวซักพ่อเป็นการใหญ่ว่าอัคคีกับวิชชุดาเป็นอะไรกัน ครั้นได้รู้ว่าทั้งคู่เป็นคู่หูในการควานหา ตัวคนร้ายและยังเป็นคู่รักกันอีกด้วย แถมตอนนี้เธออยู่บ้านเขา ประกายดาวถึงกับหน้าเจื่อน

ooooooo

ณ ห้องหนึ่งไม่ห่างกันนัก พวกเหยื่อผู้ชายซึ่งตาถูกควักไปหนึ่งข้างถูกนำตัวไปรวมกันไว้ แนนซี่ขออนุญาตสารวัตรเก่งเข้าไปดูข้างในเผื่อจะเจอภมรในกลุ่มนี้ สารวัตรเก่งมองตามเธอไปอย่างชื่นชมก่อนจะหันมาถาม ริกกี้กับซาร่าไม่คิดจะไปดูบ้างหรือเผื่อจะเจอคนรักของแต่ละคน

“โรเบิร์ตใช้หน้าตาหากิน ถ้าเขาตาบอดไปแม้ข้างเดียวจะไหวเหรอ” ริกกี้ตั้งแง่

“ซันนี่ของฉันก็ขับรถแข่งเป็นอาชีพ คงขับรถต่อไปไม่ได้ แต่งงานไปจะเอาอะไรมาเลี้ยงดูเรา”

ขณะที่ริกกี้กับซาร่าตั้งแง่รังเกียจผู้ชายที่ตัวเองเคยบอกว่ารักหนักหนา วิชชุดาเอาแต่นั่งเงียบอยู่บนรถครุ่นคิดถึงสายตาที่ดูจะไม่ชอบตนเองเท่าใดนักของประกายดาว ส่วนอัคคีก็เอาแต่ขับรถไม่พูดไม่จาเพราะจมอยู่กับความคิดเรื่องจดหมายจากพ่อ ทำให้ทั้งคู่ต่างเข้าใจไปคนละทาง อัคคีเข้าใจว่าวิชชุดาคิดจะไปจากตนเองเพราะงานใกล้เสร็จ ส่วนเธอเข้าใจผิดคิดว่าเขาไม่อยากพูดด้วยก็ยิ่งน้อยใจ

ต่างฝ่ายต่างปรายตามองกันไปมา แทนที่จะพูดสิ่งค้างคาในใจให้กระจ่างกันไปเลย ทั้งคู่กลับเลือกที่จะไม่พูดอะไรและนั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเองต่อไป...

ด้านแนนซี่กวาดตามองหาภมรไปทั่วห้องพักชั่วคราวของพ่อพันธุ์ซึ่งแต่ละคนโทรมดูแทบไม่ได้ เธอไม่หวั่นไหวยังคงเดินหาช้าๆอยู่หลายรอบ พลันมีเสียงเรียกชื่อเธอดังขึ้นแผ่วเบา แนนซี่หันมองตามเสียงเห็นชายคนหนึ่งผ่ายผอมหน้าหมองคล้ำ ผมเผ้ารุงรังมีผ้าปิดตาไว้หนึ่งข้าง รีบเข้าไปดูใกล้ๆต้องตกใจเมื่อเห็นเต็มสองตา ถึงได้รู้ว่าชายคนนั้นคือภมรนั่นเอง เธอโผกอดเขาไว้แน่นน้ำตาไหลพรากทั้งดีใจและเศร้าใจปนกัน

“ภมร...คุณยังไม่ตาย คุณยังไม่ตายจริงๆด้วย”

สารวัตรเก่งมองภาพทั้งคู่กอดกัน แม้จะซาบซึ้งใจที่คู่รักได้เจอกันแต่ก็อดใจหายไม่ได้...

ขณะที่แนนซี่ยินดีที่ได้คนรักกลับคืนไม่ว่าจะอยู่ในสภาพใด ผิดกับริกกี้และซาร่าที่ไม่ต้องการได้คนรักพิการจึงแค่เดินเฉียดๆดูเท่านั้นไม่ได้คิดจะหาโรเบิร์ตกับซันนี่อย่างจริงจังแล้วชวนกันกลับ จังหวะนั้นโรเบิร์ตหันมาเห็นริกกี้ก็ตะโกนเรียก เธอจำเสียงได้ถึงกับสะดุ้ง รีบเดินหนี โรเบิร์ตผวาจะตามแต่สะดุดล้ม เธอปรายตามองเขาแวบหนึ่งก่อนจะจ้ำพรวดๆหนีต่อไปหน้าตาเฉย ตำรวจเข้ามาช่วยประคองโรเบิร์ตถามว่ามีอะไร

“ผมเห็นฮันนี่ของผม เธอกำลังเดินออกไปแล้ว”

สารวัตรเก่งเห็นริกกี้กำลังจะเดินผ่านหน้า ร้องถาม ว่าไม่พบคนของตัวเองหรือ เธอส่ายหน้าแทนคำตอบแล้วขอตัวกลับก่อน อ้างไม่ค่อยสบาย ซาร่าก็มาอีหรอบเดียวกันทำเป็นหาคนรักของตัวเองไม่เจอ

“ซาร่าไม่พบซันนี่ค่ะ ซาร่าขอกลับก่อนนะคะ คืนนี้ซาร่ารู้สึกหนักมากค่ะ” พูดจบเดินลิ่วออกไป สักพัก แนนซี่พาภมรเข้ามาแนะนำให้รู้จักกับสารวัตรเก่งซึ่งเป็นคนที่ช่วยเขาออกมา ภมรยกมือไหว้ขอบคุณ

“ยินดีครับ หน้าที่ของตำรวจที่ต้องช่วยเหลือประชาชนจากคนร้ายยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ทุ่มเทเพื่อช่วยเหลือทุกคนในครั้งนี้ครับ แนนซี่ ยินดีด้วยครับ” สารวัตรเก่งมองแนนซี่ด้วยสายตาอาวรณ์

ooooooo

วิชชุดาตื่นแต่เช้าจะออกไปหาที่อยู่ใหม่เนื่องจากไม่สบายใจกับสายตาของประกายดาวเมื่อคืน กำลังจะออกจากบ้านอัคคี เจอประกายดาวถือปิ่นโตใส่อาหารเดินสวนเข้ามาก็ร้องทักมาแต่เช้าไม่เหนื่อยหรือ

“สำหรับคุณอาอัคคีไม่มีคำว่าเหนื่อยค่ะ ฉันทำอาหารมาให้คุณอาเสมอค่ะ”

“น่ารักจังเลยค่ะ” วิชชุดาชื่นชมด้วยความจริงใจ แต่ประกายดาวไม่ปลื้มด้วย แดกดันทันทีว่าคงไม่น่ารักไปกว่าเธอ ไม่อย่างนั้นจะมาอยู่ที่นี่หรือ เธอรีบออกตัวว่ากำลังจะไปหาที่อยู่ใหม่ ประกายดาวแอบยิ้มดีใจที่หมดศัตรูหัวใจ แต่ไม่วายทักงานเสร็จแล้วใช่ไหมถึงจะกลับบ้านตัวเอง วิชชุดายังไม่เสร็จงานเพราะยังจับนายใหญ่ไม่ได้ แล้วถามว่ารู้เรื่องเกี่ยวกับนายใหญ่ไหม ใช่หมอชูเกียรติหรือเปล่า หน้าตาเขาเป็นอย่างไร

“อันนี้ไม่ทราบหรอกค่ะว่าชื่ออะไรแต่เห็นมาที่ฟาร์ม ครั้งหนึ่ง ทุกคนนอบน้อมมาก เรียกท่านตลอด ไม่มีใครเรียกหมอนะคะ ท่านหน้าตาดีมากเลยค่ะ ดูไม่แก่ทั้งที่ น่าจะอายุมากแล้ว พูดจาก็ดีมากค่ะ”

วิชชุดาซักอีกว่าเคยได้ยินใครพูดถึงตึกเขียวบ้างไหม ประกายดาวเคยได้ยินครั้งหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน แล้วรีบตัดบท ยินดีกับวิชชุดาด้วยที่จะได้กลับบ้าน อวยพรให้โชคดี ระหว่างนั้นจ่าที่ป้อมยามเอาจดหมายของอัคคีมาให้ เธอเดาออกว่ามาจากอัคราจึงให้จ่าฝากไว้ที่ประกายดาว แล้วนึกอะไรขึ้นมาได้ หยิบรูปที่ได้จากแฟ้มประวัติของอัคคีให้ดู

“คนคนนั้นที่น้องดาวพบว่ามาที่ฟาร์ม หน้าตาอย่างนี้ไหมคะ” วิชชุดามองประกายดาวอย่างรอคำตอบ...

ในเวลาต่อมา ขณะที่อัคคีกำลังนอนหลับสบายอยู่ในห้อง มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เขาลืมตาขึ้นมายิ้มกริ่มคิดว่าวิชชุดาเป็นคนเคาะโดยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเป็นประกายดาว เปิดประตูได้ก็หลับหูหลับตาดึงคนเคาะมากอด ประกายดาวดีใจยืนนิ่งให้กอด บันดาลพรวดพราดขึ้นมาเห็นอัคคีกอดลูกสาวของตัวเองโวยวาย

“เฮ้ย ไอ้อัคคีแกทำอะไรลูกสาวฉัน”

อัคคีลืมตาขึ้นมาเห็นประกายดาวอยู่ในอ้อมกอด รีบปล่อยแทบไม่ทัน กวาดตามองหาวิชชุดา บันดาลรู้เท่าทันความคิดของเพื่อน บอกว่าคุณดาไปแล้ว หอบกระเป๋าเสื้อผ้าไปด้วย อัคคีตกใจมองหน้าประกายดาว ที่รีบออกตัวว่าไม่ได้เจอกับวิชชุดาแล้วส่งจดหมายที่จ่าเฝ้ายามเอามาฝากให้เขา บันดาลดูเหมือนจะรู้อะไรบางอย่างคว้าแขนลูกสาวไว้ ต้องไปรายงานตัวที่มหาวิทยาลัยไม่ใช่หรือ แล้วกระซิบกับอัคคี

“เธองอนอะไรแกแน่ๆ รีบง้อซะ” พูดจบบันดาลกึ่งจูงกึ่งลากประกายดาวออกไป...

ทางด้านบันดาลไม่อยากให้ลูกสาวเป็นต้นเหตุ ทำให้อัคคีกับวิชชุดาต้องหมางใจกัน จึงเล่าเรื่องที่วิชชุดา ช่วยชีวิตประกายดาวเอาไว้ไม่ให้ถูกสมุนยิงตาย และยังเล่าให้ฟังถึงสาเหตุที่วิชชุดามาอยู่บ้านอัคคีเพราะเธอกับน้องสาวของเธอโดนจับตัวไป เธอเห็นกับตาว่าน้องสาวตัดสินใจฆ่าตัวตายไม่ยอมให้ถูกพวกคนร้ายข่มขืน

“เธอหนีรอดมาได้ในวันเดียวกับคุณอาอัคคี

สองคนจึงจับมือกันเล่นงานพวกมันด้วยสาเหตุนี้ มันจึงไปฆ่าแม่ของเธอ เผาบ้านแม่ตายในกองเพลิง คุณอาอัคคีจึงไม่ยอมให้เธอไปอยู่ที่ไหนอีก”

“โถ...เอ้อ คุณอาอัคคีคงรักเธอมากนะคะ”

“ที่สุด ไม่น้อยไปกว่าคุณอาวิชชุดาคนเก่า ลูกอยากทดแทนสองคนนี้ไหมคะ”

ประกายดาวตอบโดยไม่ต้องคิดว่าอยาก บันดาลแนะให้สนับสนุนความรักของทั้งคู่ ประกายดาวยินดีทำตามที่พ่อแนะนำ เจอหน้าวิชชุดาเมื่อไหร่จะขอโทษที่เห็นแก่ตัวจนลืมน้ำใจของเธอ...

ค่ำวันเดียวกัน อัคคีออกจากค่ายทหารโดยมีรถของผู้หวังดีมารับตัวไป วิชชุดาซึ่งปลอมตัวไม่ให้ใครจำได้มาดักรอเขาอยู่ตรงมุมมืด ขี่มอเตอร์ไซค์สะกดรอยตามไปห่างๆ

ooooooo

ภายในห้องซึ่งเป็นที่เก็บร่างไร้วิญญาณของพรทิพา นายใหญ่สั่งการให้สมุนซ้อมคนที่มีใบหน้าเหมือนตัวเองจนสะบักสะบอมทั้งสี่คน และย้ำให้ประสงค์พาตัวปลอมพวกนี้ไปจัดการตามที่สั่ง

“ฉันจะรอดูมันในห้องนี้ ฉันจะออกไปฆ่ามันเมื่อถึงเวลา แล้วเอาศพมันมาสังเวยคุณพรทิพา จะฆ่ามันให้ตายทีละน้อย...ทีละน้อย ให้เธอดูความตายของมัน” นายใหญ่รอจนทุกคนออกไปแล้ว จึงหยิบเสื้อฟามาสวมฮู้ดคลุมหัวเหลือแค่ลูกตา เปิดผ้าคลุมศพพรทิพาออกลูบหัวเธออย่างรักใคร่ “คนดี เธอจะไม่ตายฟรีแน่ๆ”...

อัคคีนั่งอยู่บนรถของผู้หวังดีด้วยจิตใจว้าวุ่น ใจหนึ่ง ก็เป็นห่วงพ่อยิ่งได้รู้จากผู้หวังดีว่าท่านถูกทารุณทุบตีจนย่ำแย่ก็ยิ่งเครียดหนัก อีกใจหนึ่งก็เป็นกังวลเรื่องที่วิชชุดาหายหน้าไป...

ทางฝ่ายวิชชุดาที่ตามมาด้านหลังนึกย้อนไปถึงช่วงเช้าที่เอารูปถ่ายอัคราพ่อของอัคคีให้ประกายดาวดูว่านี่ใช่นายใหญ่ที่เคยเจอตอนอยู่ที่ฟาร์มเพาะเด็กหรือเปล่า แม้ภาพถ่ายจะเบลอเพราะความเก่า แต่ประกายดาวยืนยันว่าคล้ายกันมาก วิชชุดาตื่นจากภวังค์มองไปยังรถที่อัคคีนั่งอยู่ ก่อนจะพึมพำเบาๆ

“คู่หูไม่ทิ้งคู่หู”...

ไม่นานนักผู้หวังดีพาอัคคีมาถึงห้องกักขังพ่อตัวปลอม สมุนที่กำลังซ้อมท่านอยู่เอาน้ำสาดหน้าเพื่อให้ฟื้น อัคคีทนไม่ไหวสั่งให้หยุดทำร้ายพ่อของตน สมุนไม่ยอมหยุดอ้างนายใหญ่มีคำสั่งให้ซ้อมให้หนักมือ อัคคีโกรธจัดปล่อยไฟนรกใส่ สมุนล้มตึง ผู้หวังดีตกใจ ร้องเอะอะนั่นคิดจะทำอะไร

“จะพาพ่อผมออกไปจากที่นี่ อย่าขวางเด็ดขาดถ้าไม่อยากโดนเหมือนไอ้คนนี้ ถอยไป” พูดจบอัคคีเข้าไปหาพ่อตัดเชือกที่มัดด้วยไฟนรกจากตาปิศาจ แล้วประคองท่านลุกขึ้น นายใหญ่ซึ่งดูภาพจากกล้องวงจรปิดยิ้ม

พอใจที่เหยื่อกำลังติดกับ ผู้หวังดีเห็นอัคคีจะพาพ่อออกไป ทำทีเข้ามาขวาง อัคคีปล่อยไฟนรกแบบเบาะใส่ผู้หวังดีหมดสติไปอีกคนหนึ่ง แล้วประคองพ่อมาที่ประตูห้องขัง

ooooooo

อีกมุมหนึ่งหน้าบ้าน วิชชุดาเดินดุ่ยๆเข้าไปหาสมุนที่เฝ้ายามอยู่จะขอเข้าข้างใน สมุนรีบโทร.ไปบอกนายใหญ่ซึ่งรีบอนุญาตให้เธอเข้ามาได้จะได้จัดการให้ตายไปพร้อมกับอัคคี ประสงค์เตือนท่านว่าอัคคีกำลังจะลุยออกจากห้องแล้ว ท่านสั่งให้เขาไปปล่อยคนหน้าเหมือนท่านอีกสามคนมาเผชิญหน้ากับอัคคี

“ให้มันสับสน ส่วนนังผู้หญิงเอาไปขังไว้ก่อน”...

อัคคีเปิดประตูห้องขังออกมาเจอคนหน้าเหมือนพ่ออีกสามคนยืนอยู่หน้าห้องถึงกับตะลึง มองทั้งสี่คนสลับกันไปมา หัวหน้าสมุนสั่งให้เขาเลือกเอาเลยว่าจะช่วยพ่อคนไหนดี เขารู้ทันทีว่าหลงกลพวกคนร้ายเข้าให้แล้ว ตะคอกถามว่าพ่อของตนอยู่ไหน หัวหน้าสมุนไม่ตอบ แต่กลับพยักพเยิดให้ลูกน้องพาวิชชุดาเข้ามา

“พวกมันกำลังทำให้คุณเข้าใจผิด พ่อคุณตายแล้ว” วิชชุดาทักท้วง

“ไม่จริง พ่อผมอยู่ที่นี่และผมต้องพาท่านกลับบ้านให้ได้”

วิชชุดายืนยันว่าพ่อของอัคคีตายตั้งแต่เขาเกิด ชวนเขาจัดการกับพวกคนชั่วให้สิ้นซากจะได้กลับบ้านกัน หัวหน้าสมุนกลัวจะเสียแผน รีบบอกว่านายใหญ่อยู่ที่นี่ เขาต้องการจะหาตัวท่านกับตึกเขียวไม่ใช่หรือ อัคคีพยักพเยิดให้วิชชุดาลุยได้เลย แล้วปล่อยไฟนรกใส่

พวกนั้นยิงต่อตอบโต้ อัคคีดึงวิชชุดาหลบเข้าที่กำบัง สั่งให้ยิงถ่วงเวลาพวกสมุนไว้ เขาจะมองหาว่านายใหญ่อยู่ไหน วิชชุดางงมองหาได้อย่างไร

“ผมพูดใหม่ก็ได้ ผมจะคาดเดาว่านายใหญ่อยู่ที่ไหนแล้วไปจัดการมัน”

“เอาเป็นว่าตอนนี้ฝ่าวงล้อมออกไปให้ได้ก่อน”

ว่าพลางวิชชุดายิงใส่พวกสมุนไปด้วย อัคคีประกาศกร้าวถ้าจะไปต้องเอาพ่อของเขาไปด้วย เธอย้ำอีกครั้งว่าพ่อของเขาตายไปแล้ว อัคคีไม่เชื่อ กวาดตามองหาทั้งนายใหญ่และพ่อของตัวเองไปทั่วๆในที่สุดก็เจอห้องสีเขียวที่เก็บร่างของพรทิพา เขาหันบอกวิชชุดา

“มันไม่ใช่บ้านสีเขียว แต่มันคือห้องสีเขียว เตรียมตัวนะ” อัคคีว่าแล้วเพ่งสายตาหานายใหญ่ต่อไป...

นายใหญ่นั่งจ้องภาพจากกล้องวงจรปิดอยู่ในห้องสีเขียว เห็นสมุนกำลังยิงใส่โต๊ะที่ถูกล้มไว้เป็นที่กำบัง ทำให้ไม่เห็นอัคคีกับวิชชุดา เห็นแต่เพียงแสงไฟนรกกับประกายไฟจากปืนที่ยิงออกมาจากตรงนั้น อัคคีเองก็ไม่เห็นหน้านายใหญ่เพราะเสื้อฟาทำให้มองทะลุไม่ได้

พวกสมุนเริ่มเอาอาวุธหนักมาใช้ แต่ก็ถูกอัคคีกับวิชชุดายิงตอบโต้จนประตูห้องระเบิดหลุดมากองกับพื้น สมุนบางคนโดนไฟนรกยิงใส่สลบคาที่ บ้างพากันหนีกระเจิงด้วยความหวาดกลัว อัคคีสบช่องกระชากแขนวิชชุดาวิ่งไปทางที่ห้องสีเขียวตั้งอยู่

ประสงค์เห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งมารายงานนายใหญ่ว่าศัตรูกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ ท่านเห็นจากกล้องวงจรปิดแล้ว มันกำลังจะมาหาที่ตาย ประสงค์ถามด้วยความเป็นห่วงว่าแน่ใจจะรับมือมันได้หรือ

“แน่นอน พอมันเข้ามาปิดประตูห้องนี้ด้วยรหัสลับ เปิดออกไม่ได้”

“ถ้ามันใช้อาวุธไฟของมันล่ะครับ”

นายใหญ่คุยโวกว่ามันจะได้ใช้ก็อาจจะตายไปก่อน แล้วไล่ประสงค์ไปประจำที่ เขาไม่อยากไป อยากจะอยู่ช่วยท่านทางนี้ นายใหญ่ไม่ต้องการความช่วยเหลือนอกจากท่านจะดันโง่พ่ายแพ้ให้แก่อัคคี ถ้าหากเป็นเช่นนั้นก็อย่าให้มันเอาศพของท่านกับพรทิพาไปได้ ประสงค์มั่นใจว่าท่านจะมีชัยเหนือศัตรู

“ออกไปเชิญมันเข้ามา...ไปสิ” สั่งเสร็จนายใหญ่เดินไปจูบหน้าผากพรทิพา แล้วไปยืนรอการมาถึงของศัตรู จังหวะที่ประสงค์ก้าวพ้นประตูห้อง อัคคีกับวิชชุดาพุ่งสวนเข้ามาพอดี เขาทำเป็นยอมแพ้ยกมือสองข้างชูขึ้น แล้วตวาดสมุนที่ไล่ตามทั้งคู่ว่าไม่ต้องตามอีกแล้วนายท่านสั่งตนไว้ พวกสมุนจำต้องถอยออกมา ประสงค์ผายมือเชิญวิชชุดากับอัคคีเข้าไปในห้อง ทันทีที่ทั้งคู่เดินผ่านประตู ประสงค์กดรีโมตปิด

ooooooo

อัคคีเห็นชายสวมเสื้อมีฮูดคลุมหัวยืนหันหลังให้ พยายามเพ่งมองให้เห็นใบหน้าแต่ไม่สามารถมอง ทะลุได้ นิ่วหน้าแปลกใจร้องถามว่าเขาคือนายใหญ่ใช่ไหม ชายคนนั้นไม่ตอบดึงฮูดที่คลุมหัวออกแล้วหันมาเผชิญหน้า อัคคีเห็นเป็นพ่อก็ดีใจขยับจะเข้าไปหา วิชชุดาร้องห้ามเสียงหลงว่านั่นไม่ใช่พ่อของเขา แต่เขาไม่ฟัง

นายใหญ่สบช่องยิงปืนใส่ตาปิศาจของอัคคีถึงกับทรุด มองไปที่นายใหญ่สีหน้าผิดหวัง

“พ่อ...ทำไม...ทำไมทำแบบนี้”

“เขาไม่ใช่พ่อคุณ...พ่อคุณตายแล้ว” พูดจบวิชชุดายิงใส่หัวใจของนายใหญ่ อัคคีได้แต่มองตะลึง แต่ยิ่งงุนงงหนักเพราะกระสุนไม่สามารถทะลุเสื้อฟาได้ นายใหญ่หัวเราะสะใจ

“ฉันไม่ใช่พ่อแก และแกกำลังจะตายตามพ่อแกไปอย่างทรมาน เพื่อสังเวยให้พรทิพาของฉัน ตาปิศาจ ของแกโดนทำลายไปแล้ว ทีนี้แกจะเหลืออะไร” นายใหญ่ดึงฮู้ดมาคลุมหัวตัวเองไว้อีกครั้ง

“ไม่จริง” อัคคีคร่ำครวญ

“จริง ตามนุษย์ของแกก็ไม่ควรจะเหลือ พรทิพาคนดี ดูนะทูนหัว” นายใหญ่ยิงปืนใส่ตาอีกข้างของอัคคี วิชชุดาพุ่งไปรวบตัวหลบได้ทันแล้วยิงสวนไปที่ดวงตาของนายใหญ่เพราะเป็นจุดเดียวที่ไม่มีเสื้อฟาปกป้องถึงกับเข่าทรุดพลางกัดฟันยิงตอบโต้ เธอโดดหลบแต่ไม่พ้นโดนแขน แล้วยิงสวนถูกดวงตาอีกข้างของ นายใหญ่อย่างจัง แม้จะบาดเจ็บแต่เขากัดฟันกระชากฮู้ด ที่คลุมหัวออก

“ดูหน้าพ่อแก ดูเป็นครั้งสุดท้ายไอ้ลูกชาย มาสิมาดู” นายใหญ่เห็นอัคคีมีท่าทีสับสนพยายามกล่อมให้เข้ามาใกล้ๆ วิชชุดาร้องห้ามเขาอย่าไปหลงกลมัน นายใหญ่ ได้ยินเสียงเธอยิงกราดไปทั่วเพราะตามองไม่เห็น เธอตัดสินใจยิงหัวนายใหญ่เพื่อจบปัญหา อัคคีตกใจร้องเรียก พ่อเสียงลั่นวิ่งเข้าไปหา...

ที่หน้าห้องสีเขียว พวกสมุนพยายามจะเข้าไปช่วยนายใหญ่แต่ถูกประสงค์ห้ามไว้ อ้างเป็นคำสั่งของ นายใหญ่ที่ไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของท่าน สมุนยัง ข้องใจเราจะรู้ได้อย่างไรว่าท่านปลอดภัย

“ถ้าท่านไม่ออกมาภายในเวลาหนึ่งชั่วโมง พวกเราแยกย้ายกันไปหาที่หลบภัยซะ”

“เราไม่มีเงิน จะไปหลบที่ไหนได้”

“ถ้าอย่างนั้นก็หลบที่นี่ได้ตลอดไป” ว่าแล้วประสงค์กราดปืนกลใส่พวกสมุนตายเกลี้ยง ก่อนจะเดินไปหยิบถุงใบใหญ่สองใบที่ข้างในอัดแน่นไปด้วยทองคำหนึ่งถุง ส่วนอีกถุงมีเงินเป็นปึกๆ เขายกถุงไม่ขึ้นก็เลยต้องใช้วิธีลากออกไป สมุทรพรวดพราดเข้ามาตวาดลั่นจะหนีไปไหน ประสงค์ปล่อยถุงทั้งสองใบชักปืนยิงใส่ แต่พลาดไปโดนถุงเงินขาดกระจุย แบงก์ปลิวว่อน สมุทรยิงสวนโดนข้อมือประสงค์ปืนหลุดมือ

“เพื่อนฉันกับแฟนอยู่ที่ไหน”

“อยู่ไหนแกก็ไม่อาจช่วยพวกมันออกมาได้ ไอ้โง่ มันต้องตายอยู่ในนั้น” ประสงค์ไม่ยอมแพ้คว้าปืนจะยิง สมุทรไวกว่ายิงเขาตาย ก่อนจะเดินไปที่ประตูห้องสีเขียว พยายามจะเปิดแต่ไม่สำเร็จ

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน ที่ห้องประชุมหน่วยตำรวจ สารวัตรเก่งกล่าวขอบคุณทุกคน และแสดงความยินดีกับแนนซี่ ริกกี้และซาร่าที่สอบผ่านการเป็นสายลับหญิง แต่สำหรับซาร่า และริกกี้ จะมีคอร์สละลายพฤติกรรม ใจร้อนวู่วาม อีกสามเดือนก่อนรับตำแหน่ง แล้วขอให้ทุกคนปรบมือแสดงความยินดีให้แนนซี่ที่ได้พบภมรคนรัก

“และขอแสดงความเสียใจกับซาร่าและริกกี้ที่ไม่พบคนรักของคุณทั้งสอง สุดท้ายมีข่าวดีของคนที่โดนจับไปและสามารถทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นได้ มาแจ้งให้ทุกคนทราบ ขอเชิญทั้งสามท่านครับ”

พลันประตูห้องเปิดออก ภมรเดินนำโรเบิร์ตกับซันนี่เข้ามา ทั้งสามหนุ่มดูดีมาก เสื้อผ้าหน้าผมเป๊ะ แต่ดวงตาข้างหนึ่งถูกปิดเอาไว้ ทั้งแนนซี่ ริกกี้และซาร่าต่างตะลึง

“ตบมือให้ทั้งสามท่านครับ...ทั้งสามท่านจะได้เป็นพิธีกรในรายการหลายรายการและได้เป็นโฆษกพิเศษของหน่วยงานของเรา ตบมือให้สามท่านอีกครั้งครับ” สารวัตรเก่งพูดจบเสียงตบมือดังสนั่น ริกกี้กับ

ซาร่าร่วมตบมือไปด้วย แนนซี่เดินเข้าไปหาภมร ต่างคนต่างจับมือกันไว้ราวกับกลัวอีกฝ่ายจะหาย ซาร่าเดินเข้าไปทักซันนี่แต่เขาทำเมินไม่รู้จัก ส่วนริกกี้เข้าไปหาโรเบิร์ตหวังจะคืนดีด้วยแต่เขาไม่สนใจ เธอถึงกับหน้าเสีย...

อัคคีกับวิชชุดาพยายามหาทางออกจากห้องสีเขียว แต่ห้องไม่มีหน้าต่างแถมเปิดประตูก็ไม่ได้ เขาเห็นที่ดักจับควัน บอกให้เธอช่วยกันทำให้เกิดประกายไฟ เนื่องจากไม่มีทั้งไม้ขีดและไฟแช็ก ทั้งคู่เอาหินที่ตกแต่งมาสีกันจนเกิดประกายไฟ วิชชุดาเอากระดาษมาจ่อไฟติดพรึบแต่ยื่นไปไม่ถึงเครื่องดักจับควัน อัคคีบอกให้เธอขี่คอ

วิชชุดาขี่หลังอัคคีแล้วยื่นกระดาษไหม้ไฟจ่อเครื่องดักจับควัน เสียงสัญญาณเตือนภัยไฟไหม้ดังสนั่น ในที่สุดทั้งคู่ก็ถูกช่วยออกมาจากห้องนั้นได้

ooooooo

เนื่องจากขบวนการค้าอวัยวะมนุษย์ถูกกวาดล้างไปหมดแล้ว วิชชุดาจึงทวงถามอัคคีซึ่งได้รับการใส่ตาเทียมแทนตาปิศาจที่ถูกทำลายว่าตานั่นคืออะไรกันแน่ เขาเล่าให้ฟังว่าตาปิศาจหรืออีวิลอายส์เป็นการทดลองขององค์กรระหว่างประเทศ เขาเป็นอาสาสมัครคนแรก

“แต่มันต้องยุติลงหลังจากการเสียชีวิตของ ดร.ซิมอน ขอบคุณคุณนะที่ช่วยชีวิตผม”

วิชชุดาต้องช่วยอยู่แล้วเพราะเราสองคนเป็นคู่หูกัน อัคคีไม่ได้อยากแค่เป็นคู่หูแต่อยากเป็นคู่ชีวิตกับเธอด้วย เธอขอร้องอย่ามาขี้ตู่เคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าเสร็จงานเมื่อไหร่ก็ทางใครทางมัน เขาทักท้วงงานยังไม่เสร็จสักหน่อย เรายังไม่รู้เลยว่าคนที่หน้าเหมือนพ่อของเขาคือใครทำไมหน้าเหมือนกันนักและทำไมถึงมีตั้งห้าคน

“ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจเถอะนะคะ ดีใจที่

คุณหายเป็นปกติแล้ว ดาคงต้องขอตัวไปจัดการเรื่องราวที่คั่งค้างของดาต่อไป เผาศพคุณแม่และทำพิธีทางศาสนาให้น้องนาง”

อัคคีจะทำบุญให้ภรรยาที่ตายไปเช่นกัน จึงขอตามไปด้วย วิชชุดาไม่สะดวกเพราะต้องไปทำธุระที่ค้าง อยู่ก่อน เขาโอดครวญนี่จะทิ้งกันจริงๆหรือ เธอขอร้องอย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ แกะมือเขาออกยื่นหน้ามาหอมแก้มเขาหนึ่งฟอด แล้วขยับจะไป อัคคีดึงมือไว้ทวงถามสัญญาว่าเธอยังไม่ได้บอกเลยว่าเป็นใคร

“แล้วคุณจะทราบเองค่ะ”

“คนขี้โกง ผมไม่ยอมให้ไปนะ” อัคคีดึงมือวิชชุดาไว้ เป็นจังหวะเดียวกับบันดาลกับครอบครัวเดินเข้ามา วิชชุดาสบช่องชิ่งหนี อัคคีจะตามแต่ประกายดาวขวางไว้อ้างมีเรื่องจะสารภาพทำให้เขาตามไปไม่ได้...

งานแรกที่ทางหน่วยของสารวัตรเก่งเรียกซันนี่ ภมรและโรเบิร์ตมาเซ็นสัญญาเป็นพิธีกรให้คืองานเลี้ยงขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องในการจับกุมขบวนการค้าอวัยวะมนุษย์และต้อนรับเหยื่อทุกท่านที่ถูกจับตัวไป ริกกี้กับ ซาร่าถือโอกาสนี้เข้าไปขอโทษคนของตัวเอง ทั้งโรเบิร์ตและซันนี่ไม่ถือโทษโกรธอะไร ที่จริงต้องขอบคุณสองสาวด้วยซ้ำที่อยู่ในทีมช่วยเหลือพวกตน สองสาวดีใจที่ปรับความเข้าใจกับคนรักของตัวเองได้

สารวัตรเก่งเข้าไปหาแนนซี่กับภมรที่ยืนกุมมือกันไม่ห่าง บอกภมรว่าโชคดีที่ได้เป็นเจ้าของหัวใจของผู้หญิงแสนดีอย่างแนนซี่ที่งามทั้งกายและใจ ตนอิจฉาภมรจริงๆ และอวยพรให้ทั้งคู่มีความสุขตลอดไป...

ขณะที่ริกกี้และซาร่าปรับความเข้าใจกับคนรักของตัวเองได้ในที่สุด ประกายดาวสารภาพกับอัคคีเรื่องที่พูดจาไม่ดีกับวิชชุดาแถมยังมองเธอในแง่ลบอีกต่างหาก และเป็นเพราะตนแสดงกิริยาไม่ดีจึงทำให้วิชชุดาจากเขาไป อัคคีปลอบว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับประกายดาว วิชชุดา จากไปเพราะเคยบอกเอาไว้แล้วว่าเสร็จงานเมื่อไหร่ก็จะไปจากเขา ที่เธอต้องมาทนอับอายเสียหายอยู่ที่นี่เพราะถูกเขาบังคับ

“เนื่องจากเธอถูกพวกคนร้ายตามล่าเอาชีวิตน้องดาวอย่ากังวลเรื่องนี้ ฟ้าลิขิตมาแล้วให้เธอต้องเป็นคุณผู้หญิงที่นี่ ยังไงเธอก็ต้องเป็น” อัคคียิ้มมั่นใจ...

มีพัสดุจากหมอชูเกียรติจ่าหน้าถึงอัคคีแต่ดันส่งมาที่หน่วยงานของสารวัตรเก่งซึ่งส่งต่อให้วิชชุดาเอาไปให้เจ้าของ ทีแรกเธออิดออดจะไม่ยอมเอาไปให้ สารวัตรเก่งต้องเตือนว่าอย่าเพิ่งงอน อัคคีไม่ได้รู้สึกรู้สมอะไรกับประกายดาว ตนมองปราดเดียวก็รู้ว่าอัคคีรักเธอมาก และตนก็รู้ว่าเธอก็รักเขามากเช่นกัน

“อย่าปล่อยมันผ่านเลย ความรู้สึกว่าเรารักใครมากมาย มันไม่อาจสร้างขึ้นได้ นอกจากใจเรารู้สึกเอง ยอมรับใจตัวเองเถอะดา และดาโชคดี ตรงที่ใจดากับเขาตรงกัน มันไม่ใช่มีกันได้ง่ายๆ คนเราบางทีแต่งงานกันอยู่ด้วยกัน มันมาจากหลายสาเหตุไม่ใช่เพราะรักกันสองฝ่าย เอาไปให้เขาเปิดดูกันว่ามันคืออะไร”

“ขอบคุณมากค่ะสารวัตร ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งที่ผ่านมาค่ะ” วิชชุดากอดสารวัตรเก่งซึ่งกอดเธอตอบ

จากนั้นไม่นาน อัคคีได้รับพัสดุชิ้นนั้นเปิดดูเห็นทัมบ์ไดรฟ์อยู่ข้างใน รีบเอาไปเสียบกับคอมพิวเตอร์ เป็นภาพที่ก๊อบปี้มาจากดีวีดีที่พรทิพาแอบเห็นนายใหญ่ฆ่าอัคราพ่อของอัคคีและเอาอวัยวะมาแปลงโฉมเป็นใบหน้าตัวเอง ทำให้อัคคีเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด นอกจากนี้เขายังได้รับการ์ดเชิญไปงานเลี้ยงขอบคุณและเลี้ยงต้อนรับเหยื่อที่ได้กลับบ้านอีกด้วย

ooooooo

อัคคีต้องแปลกใจเมื่อพนักงานต้อนรับสองคนพาเข้ามาในห้องจัดเลี้ยงขอบคุณที่ทางสารวัตรเก่งจัดขึ้นแต่ห้องกลับทั้งมืดและเงียบเชียบผิดปกติ ทันใดนั้นพนักงานผู้สุภาพนอบน้อมกลับตรงเข้าจู่โจม อัคคีปัดป้องแล้วโต้กลับจนทั้งคู่ตั้งรับไม่ทันต้องล่าถอยไป

อึดใจพนักงานต้อนรับกลับมาอีกครั้ง คราวนี้มาพร้อมกับสาวๆสามคนกรูกันล้อมอัคคีไว้ ก่อนจะเปิดฉากต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร มีระเบิดควันสีถูกโยนเข้าไปกลางวง ทำให้อัคคีมองไม่เห็นอะไร อยู่ๆไฟในห้องก็สว่างพรึบ ควันสีค่อยๆจาง เผยให้เห็นว่าเขาอยู่บนเวที เสียงเพลงที่เปิดดังกระหึ่มเมื่อครู่เงียบเสียง กลายเป็นเสียงตบมือแทนที่ อัคคีมองไปรอบๆด้วยความฉงนว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

โรเบิร์ต ภมรและซันนี่พิธีกรบนเวทีขึ้นมากล่าวเปิดตัวอัคคีในฐานะวีรบุรุษที่ต่อสู้กับขบวนการค้าอวัยวะมนุษย์ แขกที่มาในงานตบมือต้อนรับเขาเสียงกึกก้อง อัคคีกวาดตามองหาวิชชุดาแต่ไม่เห็น สารวัตรเก่งเหมือนจะเดาใจเขาออกหันไปพยักพเยิดให้กับสามพิธีกรหนุ่มกล่าวเปิดตัววิชชุดาในฐานะคู่หูของอัคคี

“เชิญพบกับร้อยตำรวจเอกหญิงวิชชุดา หัวหน้าแผนกสืบราชการลับเฉพาะกิจของหน่วยราชการลับ”

ระเบิดควันหลากสีถูกจุดขึ้นอีกครั้ง พอควันจางเผยให้เห็นวิชชุดาในชุดราตรีสวยสง่ายืนอยู่กลางเวที อัคคีถึงกับตะลึงในความงามของเธอ นายพลพิชัยตะโกนถามอัคคีว่ามีอะไรจะบอกวิชชุดาหรือเปล่า เสียงตบมือเชียร์จากแขกในงานดังสนั่น อัคคีไม่รอช้าคุกเข่าลงตรงหน้าวิชชุดา

“ผมรักคุณ แต่งงานกับผมนะครับ วีรสตรีของผม”

วิชชุดาไม่ต้องให้อัคคีถามซ้ำ พยักหน้ารับคำทันที ทั้งสองคนโผกอดจูบกันอย่างมีความสุข

ooooooo

–อวสาน–

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement