นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 14 นิยายไทยรัฐ
วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 14


15 ก.ย. 2560 07:58
381,362 ครั้ง

ละคร นิยาย นักรบตาปิศาจ

นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 14

อ่านเรื่องย่อ

นักรบตาปิศาจ

แนว:

แอกชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ศานต์ ศรุติ

บทโทรทัศน์โดย:

วรพันธ์ รวี

กำกับการแสดงโดย:

ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์

ผลิตโดย:

บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

บิ๊กเอ็ม กฤตฤทธิ์ บุตรพรม, เนย ปภาดา กลิ่นสุมาลย์

จัดการพวกสมุนนอกบ้านเรียบร้อย อัคคีโทร.หาวิชชุดาซึ่งสะบัดเสียงใส่ด้วยความหึงหวง

“เสียงปืนให้สนั่นหวั่นไหวหูดับตับไหม้ไปหมด เข้าถึงห้องนอนเจ้าหญิงหรือยังคะ”

“กำลังจะเข้าไป อย่าคิดมาก อย่าคิดเล็กคิดน้อยกับคนที่ดารักคือผม และอย่าคิดมากกับคนที่ดาเกลียดคือพรทิพา ผมจะรีบไปรีบมา เตรียมรอรับผมกับเธอให้ดี”

“ค่ะหัวหน้าใหญ่” วิชชุดาแดกดัน อัคคีจับตัว

พรทิพาได้เมื่อไหร่จะโทร.บอก ขอให้เธอโทร.แจ้งสารวัตรเก่งช่วยพาตำรวจบุกเข้ามาจับพวกที่ตนจัดการให้บาดเจ็บและเป็นอัมพาตไปสอบสวนด้วย แล้วส่งจุ๊บเข้าไปในมือถือก่อนจะวางสาย วิชชุดายิ้มมีความสุข รีบโทร.หาสารวัตรเก่งซึ่งอยู่ที่ทำงาน

“ฮัลโหล สารวัตรคะนี่ดานะคะ อีกสักพักดาจะโทร.แจ้งให้มาเก็บกวาดขยะสังคมที่บ้านของพรทิพานะคะ ขอบคุณมากค่ะ”

“ขอบคุณสำหรับความร่วมมือครับ ฝากบอกผู้พันด้วยว่าขอบคุณ” สารวัตรเก่งวางสายแอบถอนใจ ก่อนจะหันไปทางจ่า “เตรียมพร้อม รถขังผู้ต้องหาคันใหญ่ที่สุด”...

วิชชุดาวางสายจากสารวัตรเก่งก็รีบโทร.หาแนนซี่ ฝากให้บอกริกกี้กับซาร่าด้วยว่าให้มาตามจุดนัดหมาย ส่วนรายละเอียดให้สอบถามสารวัตรเก่ง แนนซี่รับคำวางสายแล้วหันไปแจ้งกับซาร่าและริกกี้ต่ออีกทอดหนึ่ง ซาร่าไม่วายแดกดันแนนซี่นอบน้อมถ่อมตนฝากเนื้อฝากตัวกับวิชชุดาเกินไปหรือเปล่า ริกกี้พยักพเยิดเห็นด้วย

“สารวัตรก็แปลกดีนะให้เรามาฟังคำสั่งนังบ้าอะไรก็ไม่รู้ ตำรวจก็ไม่ใช่ มันเส้นใหญ่คับฟ้ามาจากไหน”

“ฉันทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาและพวกเธอสองคนก็ควรทำตามโดยไม่มีข้อแม้” แนนซี่ปราม แทนที่จะหยุด ซาร่ายังคงจิกกัดสารวัตรเก่งที่รู้ทั้งรู้ว่าวิชชุดาสองใจหลอกใช้ก็ยังงมงายอยู่อีก สารวัตรเก่งเดินเข้ามาทันได้ยินแต่ทำไม่รู้ไม่ชี้ ถามสามสาวว่าพร้อมหรือยัง ริกกี้อ้างกำลังเตรียมอาวุธกันอยู่

“ไปรอที่จุดนัดหมายกันได้แล้วทุกคน” พูดจบสารวัตรเก่งเดินนำทุกคนออกไป

ooooooo

อัคคีบุกเข้าไปในตัวบ้าน เจอสมุนสองคนถือปืนรอท่าอยู่ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เพราะได้ยินเสียงเพื่อนสมุนร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังเข้ามาเป็นระยะๆ ครั้นเห็นผู้บุกรุกก็ระดมยิงไม่ยั้ง

ผู้พันหนุ่มใช้ไฟนรกจัดการทั้งคู่ แล้วมองขึ้นไปที่บันไดด้านบน สมุนอีกสองคนเห็นเพื่อนตายต่อหน้าต่อตาต่างกลัวลนลานทิ้งปืนวิ่งหนีไปที่หน้าต่าง อัคคีตามมาทัน สองสมุนยกมือไหว้ปลกๆขอร้องอย่าฆ่าพวกตน

“ฉันไม่ชอบฆ่าใคร ขอบใจที่พวกแกทิ้งปืน แกสามารถเดินลงบันไดไปช่วยเพื่อนแกที่บาดเจ็บด้านล่างและด้านนอกก็ได้ แล้วรอให้ตำรวจมารับพวกแกไปดูแล”

แค่ได้ยินคำว่าตำรวจ สองสมุนไม่รอช้าโดดหนีจากหน้าต่าง ลงไปขาแข้งหักร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด พรทิพาซึ่งอยู่ในห้องนอนได้ยินเสียงสมุนร้องก้าวมายืนกลางประตูห้อง

“มาสิ เข้ามาเลย” พูดจบพรทิพายิงกราดใส่ประตูอย่างบ้าคลั่ง...

เสียงปืนที่ดังสนั่นกลบเสียงสายโทร.เข้าจากนายใหญ่เสียสนิท พรทิพาจึงไม่ได้รับสาย เขาเป็นกังวลมากแล้วแบบนี้จะรู้ได้อย่างไรว่าเธอปลอดภัยดีแล้ว ประสงค์เสนอให้ส่งคนไปดู พลันมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ประสงค์รีบรับสายพวกสมุนที่ยิงปืนต่อสู้อากาศยานโทร.มารายงานว่าเจอด่านไม่สามารถผ่านไปได้

“จะถอยกลับตำรวจก็โบกมือเรียกแล้วครับ มีคนหนึ่งกำลังเดินมาแล้วครับ ผมจะทำยังไงดี ถามนายใหญ่ให้ด้วยครับ”

ประสงค์หันไปรายงานนายใหญ่อีกทอดหนึ่งพร้อมกับขอคำตอบด้วย ท่านสั่งให้ทำตามกฎเหล็กถึงตายก็พูดไม่ได้ สมุนได้รับคำสั่งอย่างนั้นก็จัดการยิงตำรวจที่จะเข้าตรวจค้นรถทิ้ง จากนั้นสั่งให้คนขับแหกด่าน ตำรวจที่อยู่ตรงจุดตรวจรีบวิทยุรายงาน

“คนร้ายแหกด่าน ทำร้ายเจ้าหน้าที่ ขอกำลังเสริมด่วน” ขาดคำ รถคนร้ายพุ่งใส่ด่าน ตำรวจโดดหลบแล้วยิงปืนใส่ยางรถ แต่คนร้ายไม่ยอมหยุดยังคงขับรถหนี...

ทางฝ่ายพรทิพาหยุดยิงชั่วคราวหันไปเปิดลิ้นชักหยิบแหวนบรรจุยาพิษมาสวม อัคคีเพ่งมองทะลุกำแพงห้องเข้าไปแปลกใจไม่น้อยที่หน้าสิ่วหน้าขวานขนาดนี้เธอยังหยิบแหวนมาสวมอีก แต่ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะมัวแต่สนใจจะจับตัวเธอให้ได้ ขยับจะใช้ไฟนรกทำลายประตูเข้าไป แต่พรทิพาเปิดประตูออกมาเสียก่อน โชคดีที่เขาเห็นและหลบได้ทัน เธอส่ายปืนกลในมือพลางตะโกนท้าทาย

“หน้าไม่อาย ไม่ใช่ลูกผู้ชายจริง หลบทำไมออกมาสิ ออกมาแลกกันนัดต่อนัด”

“ผมอยู่ทางนี้ ยิงมาเลย” อัคคีพยายามยั่วประสาทเพื่อให้พรทิพายิงกระสุนให้หมด สุดท้ายกระสุนก็หมดจริงๆ แต่เธอยังไม่หมดฤทธิ์จะขอสู้กับเขาด้วยมือเปล่า แล้วยกมือขึ้นตั้งการ์ด

“โมโหร้ายเอาแต่ใจตัวเอง ยอมรับความจริงเถอะว่าคุณพ่ายแพ้แล้ว”

“ฉันไม่เคยยอมแพ้ใคร” พรทิพาพุ่งเข้าเล่นงานอัคคีแต่เขาปัดป้องได้หมด

“ผมให้เวลาคุณห้านาทีเพื่อพิชิตผม ถ้าโค่นผมไม่ได้ก็ถึงตาผมจัดการเอาคุณไปเป็นเชลย”

พรทิพาฟังแล้วของขึ้นกระโจนใส่อัคคี แต่ไม่สามารถทำอะไรเขาได้ยิ่งทำให้เธอคลั่งหนักขึ้น

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน สารวัตรเก่งรวมทั้งแนนซี่ ซาร่าและริกกี้พร้อมด้วยกำลังตำรวจดักรอสมุนที่ขับรถแหกด่าน เขาสั่งการให้ทุกคนจับเป็น ซาร่าสงสัยทำไมต้องทำอย่างนั้นในเมื่อพวกมันฆ่าตำรวจ

“แล้วถ้ามันแหกด่านพ้นไปได้ล่ะคะ” คำถามของริกกี้ยังไม่ทันจะได้รับคำตอบ วิชชุดาซึ่งหลบอยู่ที่รถเพื่อรอรับอัคคีกับพรทิพาโทร.เข้ามือถือของแนนซี่เสียก่อน สั่งให้เปิดสปีกเกอร์โฟนเพื่อจะได้ยินทั่วกัน

“คำสั่งจากผู้พันคือจับเป็น แค่นี้นะคะ หวังว่าทุกคนคงเข้าใจ” สั่งเสร็จ วิชชุดาตัดสายทันที สารวัตรเก่งฟังด้วยสีหน้านิ่งเฉยผิดกับซาร่าที่หงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด แดกดันว่างานนี้มีคนใหญ่กว่าสารวัตรเก่งด้วยหรือ

“ริกกี้สุดจะแปลกใจว่าสารวัตรยอมได้ยังไงกันคะ” ริกกี้ช่วยเสี้ยมอีกแรงหนึ่ง แต่ไร้ผล

“นี่คือทีมเวิร์ก เราทำงานกันเป็นทีม เราประสานงานกันไม่แย่งกันเป็นคนออกคำสั่ง” สารวัตรเก่งอธิบายสีหน้ายังคงเรียบเฉย ระหว่างนั้นแนนซี่ร้องบอกว่าพวกมันมากันแล้ว เขาสั่งให้ทุกคนเตรียมพร้อม จากนั้นต่างวิ่งไปหลบหลังที่กำบัง...

ฝ่ายพรทิพายังคงคลั่งไม่เลิกพยายามจะทำร้ายอัคคีให้ได้ แต่เขาปัดป้องได้ทุกกระบวนท่า หมดเวลาห้านาทีที่ให้ เขาสั่งให้เธอยอมจำนน สนุกกันมามากพอแล้ว เธอไม่สนุกด้วย ประกาศจะจัดการเขาให้ได้ แล้วพุ่งเข้าหา อัคคีปล่อยลำแสงด้วยพลังเพียงเล็กน้อยสกัดเธอไว้ทำให้ขยับตัวไม่ได้ พรทิพายิ่งเจ็บแค้นใจ

“แค่สั่งสอนคนหัวดื้อ ยอมแพ้นะ แล้วมาคุยกันดีๆ”

“ฉันไม่มีวันพูดดีกับแก” พรทิพายกเท้าจะเตะ อัคคีปล่อยไฟนรกใส่ขา เธอถึงกับล้มลงไปกับพื้น เธอท้าให้ฆ่าเธอเลย เขาไม่ฆ่าแต่จะเอาตัวไปสอบสวน พรทิพาฤทธิ์มากถ่มน้ำลายใส่ เขาหลบทัน จับเธอใส่กุญแจมือและมัดปากไว้ก่อนจะทำให้หมดสติ โทร.บอกให้วิชชุดาเอารถมารับ แล้วจับพรทิพาพาดบ่าเดินออกไป...

เมื่อรถของสมุนแล่นผ่านด่านที่สารวัตรเก่งคุมอยู่ เขาสั่งการให้สามสาวยิงยางรถ ทั้งสามคนยิงได้อย่างแม่นยำ ยางระเบิดสี่ล้อรถเสียหลักไถลไปชนกับทางเท้าจอดสนิท สารวัตรเก่งสั่งการให้ค่อยๆบุกเข้าไป ระวังตัวด้วยพวกมันอาจจะยิงใส่เรา ระหว่างนั้นวิชชุดาโทร.เข้ามือถือของสารวัตร

“ตอนนี้ผู้พันจับตัวพรทิพาได้แล้ว ดากำลังจะไปรับพาเธอไปเค้นความลับค่ะ จะรายงานผลให้ทราบหลังจากงานลุล่วงค่ะ” วิชชุดาวางสายแล้วเคลื่อนรถออกไป...

หัวหน้าสมุนเห็นตำรวจดาหน้ากันเข้ามา สั่งให้สมุนทั้งสามคนสู้ตาย และให้ยึดกฎเหล็กที่ว่าถึงตายก็พูดไม่ได้

หนึ่งในสมุนอ้าปากจะทักท้วง หัวหน้าชิงพูดขึ้นเสียก่อน

“จะบอกว่าพวกแกอยากพูดมากกว่าอยากตาย?”

“ทำไมเราต้องยอมตายเพื่อคนอื่น” สมุนหมายเลขหนึ่งติง

“หรือว่าแกอยากโดนจับไปตายในคุณเหมือนหมา มันก็แค่ยื้อเวลาตาย”

สมุนหมายเลขสองยอมรับอย่างไม่อายว่ากลัว หัวหน้าเองก็กลัวเหมือนเขา แต่ขอตายอย่างมีศักดิ์ศรี แล้วสั่งให้เลือกจะตายวันนี้หรือจะตายอย่างหมาในวันหลัง สมุนหมายเลขสามเสนอแนะถ้าเราให้ความร่วมมือกับตำรวจ เราน่าจะกลายเป็นพยานปากสำคัญ

“ถ้าอย่างนั้นไปฝันในนรกเถอะ” หัวหน้ายิงใส่สมุนเบอร์สามตายคาที่ สมุนอีกสองคนได้แต่ตะลึง

ooooooo

วิชชุดาขับรถมาจอดหน้าบ้านพรทิพา อัคคีซึ่งแบกยัยจิตป่วนรีบเปิดประตูด้านหลังเอาเธอวางไว้บนเบาะ วิชชุดาลงจากรถตามมาตบหน้าพรทิพาสองทีซ้อนด้วยความแค้น แล้วเดินกลับไปประจำที่นั่งคนขับพร้อมกับไล่ให้เขาไปนั่งกับยัยนั่นที่เบาะหลังเผื่อเธอตื่นขึ้นมาจะได้ไม่อาละวาดถีบตนจากด้านหลัง

“ผู้หญิง หึงหวงไม่เลือกเวลา” อัคคีหัวเราะชอบใจ แล้วขึ้นไปนั่งเบาะหลังประคองหัวพรทิพาเอาไว้ วิชชุดาหมั่นไส้แกล้งออกรถกระชากจนเขาหัวทิ่มหวุดหวิดจะทำพรทิพาร่วง

“นี่คือบททดสอบว่าคุณสามารถประคองเธอไว้ได้ไหมในเวลาคับขัน คุณสอบผ่าน” วิชชุดาไม่วายยียวน...

สมุนอีกสองคนที่อยู่บนรถซึ่งแหกด่านมาเริ่มอยู่ไม่เป็นสุขกลัวหัวหน้าตัวเองไม่พอยังกลัวตำรวจที่กำลังบุกเข้าหาอีกด้วย สุดท้ายตัดสินใจจะลุยออกจากรถเพื่อหนี ไม่ยอมตายตรงนี้เด็ดขาด หัวหน้าสมุนไม่ให้ไปหันปืนจะยิง กลับโดนทั้งคู่ยิงตายคาที่ จากนั้นพากันเผ่นหนี สารวัตรเก่งร้องเตือนลูกน้องตัวเอง

“พวกมันจัดการฆ่ากันเอง ค่อยๆเข้าไป...ระวังด้วย”

สั่งไม่ทันขาดคำ ริกกี้กับซาร่าวิ่งตามคนร้ายไปก่อนแล้ว สารวัตรเก่งชวนแนนซี่รีบตามสองสาวไปอย่าให้คลาดสายตา สมุนสองคนซึ่งหลบอยู่เห็นซาร่ากับริกกี้พรวดพราดตามมา สมุนหมายเลขหนึ่งจะยิงแต่เพื่อนสมุนปัดปืนไว้ แนะให้จับเป็นตัวประกันพาพวกเราหนีน่าจะดีกว่า สมุนหมายเลขหนึ่งเห็นดีด้วย ครั้นสองสาวมาใกล้กับจุดที่ตัวเองซ่อนตัวอยู่ สมุนทั้งสองคนแกล้งยอมจำนนวางปืน

ซาร่าหลงกลปราดเข้าไปจะเตะปืนทิ้ง เจอสมุนหมายเลขหนึ่งเตะรวบขาล้มไม่เป็นท่า ริกกี้ตกใจเห็นเพื่อนเสียเปรียบ ยกปืนจะยิงสมุนหมายเลขหนึ่ง แต่ช้ากว่าสมุนอีกคนหนึ่งปัดปืนในมือเธอหล่นพื้น ทั้งสองฝ่ายเปิดฉากต่อสู้กันด้วยมือเปล่า แนนซี่ที่แอบตามมาถึงกับชะงัก หันมองสารวัตรเก่งซึ่งอยู่ด้านหลัง เขาส่ายหน้าเป็นทำนองให้อยู่นิ่งๆก่อนอย่าเพิ่งผลีผลาม...

นายใหญ่เริ่มเป็นกังวลที่ประสงค์ต่อสายหาพรทิพาแต่ไม่มีใครรับสาย จึงสั่งให้เขาโทร.หาอีกครั้ง

ภายในรถของอัคคี มีเสียงสายเรียกเข้ามือถือดังขึ้น วิชชุดาซึ่งทำหน้าที่พลขับเตือนให้อัคคีที่ประคอง พรทิพาอยู่เบาะหลังรับสายด้วย เดี๋ยวเสียงจะไปปลุกให้ยัยจิตป่วนตื่น อัคคีปฏิเสธว่าไม่ใช่เสียงเรียกเข้ามือถือของเขาแต่เป็นของพรทิพา มันอยู่ในกระเป๋ากางเกงของเธอ ให้วิชชุดาจอดรถมาล้วงเอาเองดีกว่า

“แหม ปล่อยให้มันตัดไปเถอะค่ะ คงเป็นพวกเดียวกับเธอโทร.มา”

“หรือว่านายใหญ่ของเธอโทร.มาหา เดี๋ยวถึงที่ที่เราจะสอบสวนเธอค่อยเปิดดูก็ได้” อัคคีแนะ วิชชุดาเห็นดีด้วย จึงปล่อยให้สายดังอยู่อย่างนั้นจนตัดไปเอง

ooooooo

สมุนต่อสู้กับสองสาวอย่างเอาเป็นเอาตาย สุดท้ายพวกสมุนเป็นฝ่ายชนะควบคุมตัวสองสาวไว้ได้ แล้วสั่งให้สารวัตรเก่งกับแนนซี่ที่ซุ่มดูอยู่ออกจากที่ซ่อนไม่อย่างนั้นจะฆ่าสองสาวทิ้ง สารวัตรเก่งออกไปเพียงลำพังสั่งให้แนนซี่หลบอยู่ที่เดิม แล้วเสนอจะเป็นตัวประกันให้สมุนแทนสองสาว สมุนไม่ยอม

“ไม่ได้ สองแลกหนึ่งได้ยังไง สองต่อสองสิ”

แนนซี่ได้ยินอย่างนั้นก็ก้าวออกจากที่ซ่อน “นับฉันอีกคนก็สองแล้วไง”

สารวัตรเก่งบอกให้สมุนปล่อยริกกี้กับซาร่าได้แล้ว สมุนสั่งให้เขากับแนนซี่ทิ้งปืนก่อน ทั้งคู่ทำตามแล้วเดินเข้าไปหา สมุนปล่อยริกกี้กับซาร่าเป็นอิสระ จากนั้นจับสารวัตรเก่งกับแนนซี่ไปเป็นตัวประกันแทน แต่นั่นยังไม่ทำให้คนร้ายพอใจ สั่งให้สารวัตรเก่งส่งรถตำรวจมาให้หนึ่งคัน เขาไม่รอช้ารีบวิทยุแจ้งไปยังลูกน้อง...

ขณะที่สารวัตรเก่งตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน นายใหญ่รอไม่ไหวสั่งให้ประสงค์ส่งคนออกไปตามหาพรทิพา แต่ต้องชะงักเมื่อมีเสียงไลน์เข้ามาในมือถือ นายใหญ่รีบเปิดอ่าน

“กำลังเดินทางค่ะ พรปิดเสียงกลัวพวกมันได้ยิน ไม่ต้องห่วงพรเดี๋ยวก็ถึงที่หมายแน่ค่ะ”

ในเมื่อพรทิพาไม่ได้เป็นอะไรอย่างที่กังวล นายใหญ่สั่งระงับการส่งคนไปตามหาเธอไว้ก่อน แล้วไลน์ตอบเธอไปว่าถึงไหนก็ให้บอกมาด้วยจะส่งคนไปรอรับ วิชชุดาที่เป็นคนไลน์ข้อความไปหานายใหญ่โดยใช้

มือถือของพรทิพา หันไปถามอัคคีว่าจะให้ตอบอย่างไรดีไม่ให้ถูกจับได้ เขากลับบอกให้เธอดูชื่อคนส่ง

“ไม่มีภาพหน้าตา แต่มีชื่อว่า บีบี.ค่ะ”

อัคคีตั้งข้อสังเกตหรือว่าย่อมาจากบิ๊กบอส วิชชุดายังไม่ทันจะว่าอะไร พรทิพาที่ถูกวางไว้บนพื้นบ้านร้างส่งเสียงครางเหมือนจะรู้สึกตัวดังขึ้น วิชชุดาคว้ากุญแจมือจะไปสวมยัยจิตป่วน แต่ถูกอัคคีดึงมาหอมแก้มหนึ่งฟอดเป็นรางวัลที่รอบคอบ พรทิพาฟื้นขึ้นมาเห็นพอดี สลัดเชือกที่มัดไว้เพียงหลวมๆหลุดออก พุ่งเข้าใส่ศัตรูหัวใจทันที อัคคีผลักวิชชุดาหลบทัน แล้วปล่อยไฟนรกใส่พรทิพาสลบไปอีกครั้งพลางบ่นว่าฤทธิ์มากจริงๆ

“คุณนั่นแหละรุ่มร่ามผิดเวลา” ต่อว่าจบวิชชุดาค้อนอัคคีหนึ่งวง

“อย่าเพิ่งเถียง มาช่วยผมใส่กุญแจมือเธอมัดเท้าด้วย”...

จากนั้นไม่นาน ตำรวจนำรถมาให้ตามที่สมุนต้องการ สมุนไม่ลืมกำชับสารวัตรเก่งให้บอกลูกน้องเปิดทางให้พวกตนหนีด้วย หากใครขัดขวางจะฆ่าเขากับแนนซี่ทิ้ง สารวัตรหนุ่มตะโกนสั่งการตามที่สมุนบอก การหนีครั้งนี้ของคนร้าย สารวัตรเก่งทำหน้าที่พลขับโดยมีสมุนหมายเลขหนึ่งนั่งประกบด้านหน้า ส่วนแนนซี่นั่งที่เบาะหลังกับสมุนหมายเลขสอง ซาร่าเห็นรถคนร้ายแล่นออกไปจัดแจงจะยิงยางรถ

จ่าที่เอารถมาให้ร้องห้ามไว้ ขืนยิงพวกมันฆ่าสารวัตรกับแนนซี่แน่ๆ เธอสั่งการให้จ่าเอารถอีกคันหนึ่งตามไป เขาเตือนหากจะตามต้องให้ห่างที่สุด

“รับรอง ขอรถเราหนึ่งคัน”

จ่ายอมให้รถแต่มีข้อแม้ เขาจะเป็นคนขับเองและต้องไม่ใช้รถตำรวจ ซาร่ายืนกรานจะขับเอง จ่าอ้าปากจะทักท้วงแต่เธอยกตำแหน่งที่สูงกว่าขึ้นมาขู่ เป็นจ่าอย่ามารู้ดีกว่าร้อยตรี เขาจำใจพยักหน้ารับคำ

ooooooo

หลังทบทวนอยู่หลายตลบ นายใหญ่เริ่มเอะใจว่าข้อความที่ส่งมาให้อาจจะไม่ใช่พรทิพา เพราะเธอเป็นคนช่างพูด ถ้าหนีมาได้ต้องโทร.หาตนแล้วไม่ใช่ส่งข้อความมาให้แบบนี้ ประสงค์คิดคล้อยตามถ้าอย่างนั้นท่านจะเอาอย่างไรดี

“ส่งคนออกตามหาเธอ แกะรอยตั้งแต่หน้าบ้าน ระดมหาเธอให้ทั่วกรุงเทพฯ”

ประสงค์รีบไปทำตามคำสั่ง นายใหญ่แค้นอัคคีมากหยิบเสื้อฟาออกมาลูบคลำหวังจะเอาไว้พิชิตศัตรู...

ที่บ้านร้างหลังนั้น วิชชุดายังคาใจไม่หายว่าอัคคีทำอย่างไรพรทิพาถึงสลบได้ ทุกทีเห็นเขาปล่อยลำแสงเมื่อไหร่ตายหมดทุกครั้ง เขาขอผัดไปก่อนไว้งานจบเมื่อไหร่ค่อยบอก หลังจากที่เธอบอกเขาว่าเป็นใคร

“ถ้าไม่บอก แต่จะจากไปล่ะคะ”

“ผมจะตามคุณไปจนสุดขอบฟ้า ฟอร์เอฟเวอร์ แอนด์ อาฟเตอร์ ตลอดกาล” พูดจบอัคคีดึงวิชชุดามากอดไว้ มองพรทิพาที่ขยับจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง วิชชุดาเห็นเข้าก็ลุกพรวดไปคว้าขวดน้ำมาสาดใส่หน้าอริเต็มๆ

“ฟื้นได้แล้ว พรทิพาคนเก่ง”

“แกมันขี้ขลาดตาขาวทั้งสองคน จับคนไม่มีทางสู้มามัดไว้อีกแล้ว แน่จริงปล่อยฉันสิ”

อัคคีกร้าวใส่ เราปล่อยเธอมานานแล้ว จะไม่มีการปล่อยอีกหมดเวลาต่อรองแล้ว ยัยจิตป่วนแสบได้ใจถ่มน้ำลายใส่ทันที วิชชุดาไม่พอใจปรี่เข้าไปตบหน้า สั่งให้สงบปากสงบคำแล้วตอบคำถามพวกเรามา ไม่อย่างนั้นจะทรมานจนกว่าจะตอบ พรทิพาประกาศลั่นไม่มีวันปริปากบอกอะไรเธอแน่นอน

“ก็ให้มันรู้ไป” วิชชุดาพูดจบชกท้องพรทิพาจนจุกตัวงอ ยัยจิตป่วนแค้นมากแต่ทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้ เห็นอัคคีนั่งอยู่ใกล้ปลายเท้าถีบโครม เขาโดดหลบ

แทบไม่ทัน วิชชุดาโมโหกระชากพรทิพามาตบซ้ายตบขวาเลือดกบปาก อัคคีสั่งให้เธอบอกมาว่านายใหญ่เป็นใคร พรทิพาสวนทันที

“พ่อแกมั้ง” พรทิพาตอบโดยไม่รู้ว่านายใหญ่แปลงโฉมใบหน้าเหมือนพ่อของอัคคีไม่มีผิดเพี้ยน...

ด้านนายใหญ่เริ่มนั่งไม่ติดเพราะส่งคนไปหา

พรทิพาจนทั่ว ไม่มีใครพบแม้เงา ยกเว้นจุดที่ตำรวจเฝ้าอยู่เท่านั้นที่เข้าไปสำรวจไม่ได้ สั่งให้ประสงค์ตามหาเธอต่อไปอย่าหยุด ตนมีรางวัลให้กับคนที่เจอ

“ผมเกรงว่ามันจะ...”

“ฆ่าเธอหรือ ไม่มีทาง มันต้องการเอาเธอเป็นเหยื่อล่อให้ฉันออกไปติดกับมัน”

ประสงค์ตั้งข้อสังเกต หากมันทรมานจนเธอเปิดปาก เราจะทำอย่างไร นายใหญ่กลัวอยู่เหมือนกันแต่เชื่อว่าพรทิพาไม่มีวันเปิดปากพูดอะไรแน่นอน แล้วสั่งให้ประสงค์โทร.แจ้งหมอชูเกียรติด้วยว่าพรทิพาถูกลักพาตัวไป เขาใจเย็นสุขุม บางทีอาจช่วยเราคิดอะไรออก

ooooooo

พรทิพาทนเจ็บไม่ไหวร้องเรียกให้พี่ชายมาช่วย เสียงแปดหลอดของเธอทำให้อัคคีต้องถลามาปิดปากไว้ ไม่ใช่เพราะกลัวคนได้ยินแต่แสบแก้วหู บอกเธอว่าร้องไปก็เสียแรงเปล่าๆ บ้านหลังนี้ไม่มีเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง จะมีก็ห่างกันสองกิโลเมตร วิชชุดาหมั่นไส้ตบปากเธออีก พรทิพาแค้นน้ำตาไหลพราก

“บอกมาซิว่าใครคือพี่ชายของเธอ หมอชูเกียรติใช่ไหม”

เงียบไม่มีเสียงตอบ อัคคีขู่ถ้าไม่พูดจะทรมานไปเรื่อยๆให้อดข้าวอดน้ำจนกว่าจะยอมบอก ไม่ว่าเขากับวิชชุดาจะเค้นสอบเรื่องเกี่ยวกับนายใหญ่หรือหมอชูเกียรติอย่างไร พรทิพาปิดปากเงียบไม่ตอบอะไรที่เป็นประโยชน์ ขนาดถูกซ้อมก็ไม่สามารถง้างปากให้เธอพูดได้...

ขณะที่พรทิพาถูกวิชชุดาทรมานอย่างหนักเพื่อให้คายความลับขององค์กรค้าอวัยวะมนุษย์ สารวัตรเก่งที่ทำหน้าที่สารถีมองสบตากับแนนซี่ทางกระจกส่องหลังพลางขยิบตาให้ เธอรู้งานแกล้งชัก สมุนหมายเลขหนึ่งที่นั่งอยู่เบาะหน้าตกใจ ร้องเอะอะว่านังนี่เป็นอะไรไป

“ลมบ้าหมู เธอเป็นโรคลมชัก” สารวัตรเก่งโกหกได้เนียนมาก สมุนทั้งสองคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กไม่รู้จะทำอย่างไรดี...

ซาร่าซึ่งขับรถตามรถคนร้ายมาพร้อมกับริกกี้และจ่าตำรวจบ่นไม่เลิกที่จ่าแนะให้ตามห่างๆ เพราะนั่นอาจทำให้คลาดกันได้ ริกกี้ยุส่งให้เร่งความเร็วขึ้นอีก จ่าพยายามเตือนใจร้อนแบบนี้จะเสียการได้ แต่สองสาวไม่ฟัง อ้างตัวว่ายศสูงกว่าเขาไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอน แถมซาร่าชักปืนขึ้นมาขู่ บอกให้ริกกี้ใส่กุญแจมือจ่าไว้

“อย่าทำอย่างนี้สิครับ คุณกำลังข่มขู่เจ้าพนักงานนะครับ”

“สมควรโดนแล้ว สำหรับเจ้าพนักงานแบบนี้...

เงียบนะจ่า เอามือมา” ริกกี้ว่าแล้วใส่กุญแจมือจ่าไว้...

ที่บนรถของคนร้าย แนนซี่ยังคงแกล้งชักไม่เลิก สารวัตรเก่งเองก็เล่นละครได้เนียนมากทำท่าเป็นห่วงเป็นใย ขอร้องให้สมุนหาอะไรยัดปากเธอไว้ไม่ให้กัดลิ้นตัวเอง

“ไม่ใช่แม่ ไม่ใช่เมีย ลิ้นมันจะขาดก็ช่างปะไร” สมุนหมายเลขสองโวยกลับ แนนซี่สบโอกาสเหมาะถีบเขาหน้าหงาย สมุนหมายเลขหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้า

หันปืนจะยิงเธอ สารวัตรเก่งปัดปืนไว้ทันแล้วหักพวงมาลัยทันที รถพุ่งชนทางเท้า สมุนทั้งสองคนไม่ทันระวังตัวหัวทิ่ม แนนซี่แย่งปืนสมุนหมายเลขสองมาได้ ขณะที่สารวัตรเก่งก็แย่งปืนของสมุนอีกคนมาได้เช่นกัน ขู่ให้ทั้งคู่ลงจากรถ

ซาร่าขับรถตามมาเห็นรถที่สารวัตรเก่งขับจอดนิ่งสนิทอยู่ที่ทางเท้ารีบเร่งเครื่องเข้าหา หวังจะช่วยจับคนร้ายเพื่อเอาหน้า จ่าเตือนให้ระวังผลีผลามเข้าไปจะกลายเป็นช่วยปล่อยคนร้าย เธอไม่ฟังเช่นเคย...

ด้านพรทิพาถูกซ้อมจนหน้าตาบวมปูดเพื่อให้คายความลับอยู่นานสองนานแต่ไม่เป็นผล จนวิชชุดาคนซ้อมอ่อนใจและแทบหมดเรี่ยวแรง อยู่ๆเธอก็บอกว่ายอมแล้ว ยอมบอกทุกอย่าง แต่ต้องให้วิชชุดาเข้ามาฟังใกล้ๆ อัคคีไม่ไว้ใจ ทำไมต้องให้วิชชุดา ทำไมไม่บอกตน วิชชุดาถามประชดว่าอยากใกล้ชิดเธอหรือพรทิพาแอบยิ้มพอใจที่ปั่นหัวทั้งคู่สำเร็จ “ใครก็ได้มาสิ มาใกล้ๆจะบอกให้”

อัคคีกับวิชชุดามองหน้ากันว่าใครจะเข้าไปฟัง สุดท้ายเป็นฝ่ายหลังที่เดินเข้าไปหาพรทิพา...

สารวัตรเก่งกับแนนซี่กล่อมจนสมุนทั้งสองยอมให้ความร่วมมือ แต่ซาร่ากับริกกี้ที่พรวดพราดตามเข้ามากลับข่มขู่จะใช้โทษประหารเล่นงาน และยังรุมซ้อมสองสมุนไม่ยั้งทั้งเตะต่อยใช้ปืนฟาดจนล้มลุกคลุกคลาน จังหวะหนึ่งสองสมุนหยิบอะไรบางอย่างออกจากกระเป๋ากางเกงยัดใส่ปาก สารวัตรเก่งเห็นเข้าก็ร้องเอะอะว่าทำอะไร สมุนหมายเลขหนึ่งประกาศกร้าวยอมตายตรงนี้ดีกว่าตายในคุกอย่างหมา

“อย่าหวังจะได้ความจริงจากเรา”

“ยาพิษ มันกินยาพิษ รีบเอาตัวไปโรงพยาบาล” สารวัตรเก่งสั่งไม่ทันขาดคำ ยาพิษออกฤทธิ์ ใบหน้าของสองสมุนเปลี่ยนเป็นสีม่วง ขากรรไกรค้าง มือหงิกงอ ก่อนจะชักกระตุกสองทีขาดใจตาย สารวัตรเก่งหันไปตำหนิสองสาวที่ใจร้อนไปข่มขู่พวกมันจนยอมกินยาพิษตาย ซาร่าโอดครวญอุตส่าห์ตามมาช่วยยังโดนด่าอีก

“ต่อไปนี้ห้ามทำสิ่งใดลงไปโดยพลการ ที่ผมหรือวิชชุดาไม่ได้ออกคำสั่ง”

“วิชชุดาอีกแล้ว” ซาร่าไม่วายบ่น

“เธอใหญ่กว่าสารวัตรหรือนี่” ริกกี้ช่วยบ่นอีกแรงหนึ่ง

ooooooo

อัคคีมองพรทิพาอย่างไม่ไว้ใจ พยายามจะเตือนวิชชุดาไม่ให้เข้าใกล้ แต่ยัยจิตป่วนชิงพูดท้าทายเสียก่อนว่าถ้าวิชชุดาไม่ฟังตนพูด ก็จะกลายเป็นคนขี้แพ้หน้าไม่อาย

“ฉันรู้ว่าเธอต้องการชนะฉันมาตลอด เธอไม่ยอมแพ้หรือเสียหน้าแน่”

“ดาอย่าไปฟัง เธอกำลังยุให้ดาตกหลุมพราง” อัคคีร้องเตือนอีกครั้ง

“มัดมือมัดท้าเอาไว้นี่นะจะมีปัญญาอะไร จะฟังหรือจะถอยแล้วจะไม่ได้อะไรจากฉัน”

วิชชุดาเตือนพรทิพาอย่ามาเล่นตลกก็แล้วกันไม่อย่างนั้นตนจะเอามีดทิ่มตาให้ทะลัก อย่าลืมว่าตนยังไม่ได้เอาคืนที่เธอฆ่าลุงทวน พรทิพาคุยอวดวันนั้นเธอบังเอิญใส่ตุ้มหูเลยเป็นโชคร้ายของไอ้แก่หน้าโง่นั่น แต่วันนี้ตนไม่ได้ทันตั้งตัวมีแค่แหวนกระจอกติดนิ้ว แล้วเรียกวิชชุดาให้เข้ามาใกล้ๆ

“หมอชูเกียรติคือผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชร–น้ำเอกใช่ไหม” ถามพลางวิชชุดาขยับเข้าหา พรทิพาพยักหน้าแทนคำตอบ วิชชุดาอยากรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน เธอบอกแค่ว่าอยู่ตึกเขียว อัคคีไม่พอใจทำไมต้องเล่นลิ้นด้วย ตึกเขียวมีตั้งมากมายจะเจาะจงไม่ได้หรือ วิชชุดาหมั่นไส้ขู่จะตัดลิ้นยัยจิตป่วนให้ขาดรู้แล้วรู้รอดไปเลย

“ใครคือนายใหญ่”

พรทิพาแกล้งยื้อเวลา อ้างหิวน้ำขอดื่มน้ำก่อน อัคคีเตือนวิชชุดาให้ระวังดีๆ ผู้หญิงคนนี้คือสุดยอดของนังอสรพิษ วิชชุดาไม่กลัว แต่ก็พยักหน้ารับคำเพื่อให้เขาสบายใจ...

หมอชูเกียรติซึ่งปกติจะเป็นคนเงียบๆพูดจานุ่มนวลผิดกับน้องสาวลิบลับ แต่พอรู้ข่าวว่าน้องสาวถูกจับตัวไปถึงกับสติหลุด ขับรถตะเวนหาเธอไปทั่วพร้อมอาวุธครบมือก็ไม่เจอแม้เงา กระทั่งขับรถมาจอดบริเวณริมแม่น้ำ ซบหน้ากับพวงมาลัยรถร้องไห้ที่ไม่สามารถปกป้องน้องสาวได้ แต่แล้วอยู่ๆเขากระแทกแตรรถเสียงดังสนั่น คว้าปืนกลซึ่งวางอยู่บนเบาะหลังออกไปยิงกราดระบายแค้น

“พรทิพา น้องอยู่ที่ไหน” หมอชูเกียรติตะโกนสุดเสียงก่อนกลับขึ้นรถขับออกไปราวกับจะแข่งกับพายุ...

ไม่นานนักวิชชุดานำขวดน้ำดื่มมาให้พรทิพา เห็นเธอติดกุญแจมืออยู่ก็ช่วยยกขวดน้ำจ่อปากให้ พรทิพากลับขอดื่มเอง วิชชุดาเอาขวดน้ำยัดใส่มือให้ เธอยกดื่มแบบกระหายมากก่อนจะแกล้งทำขวดน้ำหลุดมือตก หกกระจาย วิชชุดาเตือนว่าดื่มเร็วไปหรือเปล่า

“ช่างมันเถอะ ฉันเลียกินที่พื้นก็ได้” ว่าแล้วพรทิพาก้มลงทำท่าจะเลียจริงๆ วิชชุดาดึงมือไว้ หันไปขอร้องอัคคีช่วยไปเอาน้ำมาให้อีกหนึ่งขวด เขามองพรทิพาอย่างไม่ค่อยจะไว้ใจนัก แต่มองไม่ออกว่าเธอจะตุกติกอะไรได้ ก็เลยยอมเดินไปหยิบน้ำมาให้ พรทิพาแอบยิ้มพอใจที่เขาหลงกล...

ทางฝ่ายสารวัตรเก่งมองเจ้าหน้าที่ที่กำลังยกศพสมุนใส่ท้ายรถของมูลนิธิฯด้วยสีหน้าครุ่นคิดสงสัย ก่อนจะเอะใจบางอย่าง รีบบอกให้แนนซี่โทร.หาอัคคีเพื่อเตือนเรื่องยาพิษ

ooooooo

ขณะที่วิชชุดากำลังรอให้อัคคีเอาน้ำมาให้ พรทิพาไม่ฟังเสียงห้ามปรามของอีกฝ่าย ก้มลงไปเลียน้ำที่พื้นจนได้ วิชชุดาโวยวายจะบ้าหรือเปล่า เดี๋ยวน้ำก็มาแล้ว

“ฉันบ้าเพราะเวลานี้ฉันก็ไม่ต่างกับหมา พร้อมเลียน้ำกินได้เหมือนสัตว์สี่ขา” พรทิพาทำเป็นก้มลงไปเลียน้ำ แต่ที่มือสองข้างซึ่งซ่อนไว้พ้นสายตาวิชชุดาค่อยๆเปิดหัวแหวนออกเผยให้เห็นเข็มเล็กๆข้างในอัดแน่นไปด้วยยาพิษ ปรายตามองศัตรูที่มัวแต่ชะเง้อคอยาวรออัคคีกลับมา...

ฝ่ายอัคคีหยิบน้ำมาได้กำลังจะกลับไปยังห้องคุมขังพรทิพา สารวัตรเก่งโทร.มาหาพอดี

“สมุนที่ทางนี้จับได้ใช้ยาพิษฆ่าตัวตาย ไม่ยอมให้ปากคำ อยากเตือนให้ระวังด้วยครับ”

ผู้พันหนุ่มนึกเป็นห่วงวิชชุดาขึ้นมาทันที รีบวิ่งกลับไปหา...

พรทิพาเตรียมแหวนพร้อมจะข่วนวิชชุดาไว้เรียบร้อยโดยที่ยังก้มลงเลียน้ำที่พื้นไม่หยุด วิชชุดารำคาญมากสั่งให้หยุดดราม่าได้แล้ว พรทิพาขยับตัวเข้าไปใกล้จนได้ระยะทำการ หันหัวแหวนที่มีเข็มพิษพุ่งไปที่ใบหน้าของศัตรู แต่เธอหลบทัน เสียงอัคคีตะโกนโหวกเหวกให้วิชชุดาถอยออกมา แต่พรทิพาเอามือสองข้างคล้องคอเธอไว้ได้เสียก่อน พยายามจะเอาเข็มพิษทิ่มใส่ท้ายทอย วิชชุดาดิ้นสุดฤทธิ์ไม่ให้อีกฝ่ายทำสำเร็จ

อัคคีพรวดพราดเข้ามาปล่อยไฟนรกไปที่ข้อมือยัยจิตป่วนถึงกับร้องลั่น มือที่กำลังจะทิ่มเข็มอ่อนแรงทันที แต่เธอไม่ยอมแพ้ใช้ตัวโถมใส่จะจัดการวิชชุดาให้ได้ อัคคีถลามากระชากตัวพรทิพาออกห่างเสียก่อน

“แกรุมฉัน ไอ้คนหน้าไม่อาย”

“คนหน้าไม่อายคือคนเลวทำผิดแล้วไม่ยอมรับ แกจะลอบกัดวิชชุดา เอายาพิษจากหัวแหวนของแกไปบาดหัวเธอแบบที่แกทำกับลุงทวนด้วยต่างหู”

วิชชุดาฉุนขาดเข้าไปตบตีพรทิพาจะแก้แค้นแทนแม่แทนน้องและแทนลุงทวน อัคคีพยายามดึงเธอออกห่างแต่เธอคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่อัดพรทิพาจนน่วมไปทั้งตัว เขาต้องขอร้องให้เธอพอก่อน

“เข้าข้างมันใช่ไหม กลัวมันตายใช่ไหม”

“ผมต้องการอะไร คุณต้องการอะไร คนในบ้านเมืองเราต้องการอะไรจากพวกนี้ ดาอย่าลืมสิครับ” อัคคีรวบตัววิชชุดาที่ทั้งเตะทั้งถีบพรทิพาออกห่างจนได้ เธอบอกให้เขาไปถอดแหวนออกจากมือนังนั่น แต่สายเกินไปพรทิพาเอาเข็มพิษกรีดหน้าตัวเองก่อนที่เขาจะถึงตัว แล้วเอาเข็มพิษส่ายไปมาไม่ให้ใครเข้าใกล้

“สมน้ำหน้าแกสองคนและพวกหน้าโง่ของแก...แกไม่มีวันได้อะไรจากฉัน บอกแล้วไม่ฟัง”

“มันบ้า อย่าเข้าไปใกล้มันค่ะ”

“มาสิเข้ามาสิ มาหาฉัน ไหนๆเราสองคนก็เป็นสามีภรรยากันแล้ว มาหาฉันหน่อยสิทูนหัว ขอตายในอ้อมกอดของคุณหน่อยจะได้ไหม” พรทิพาเริ่มหายใจติดขัด ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีม่วง อัคคีโอบกอดวิชชุดาเอาไว้ไม่อยากให้เห็นภาพอุจาดตา พรทิพามองภาพบาดตาตรงหน้าด้วยความแค้นสุดๆ ก่อนจะขาดใจตาย...

การฆ่าตัวตายของพรทิพาทำให้ผิดแผนการที่วางไว้ อัคคีจึงต้องวางแผนใหม่โดยจะเอาศพของเธอไปเป็นเหยื่อล่อให้นายใหญ่ปรากฏตัว วิชชุดาทักท้วงพวกมันฉลาดเกินกว่าจะมาติดกับ อัคคีแค่ต้องการให้นายใหญ่พบร่างไร้วิญญาณของพรทิพาเพื่อที่มันจะได้คลั่ง อยากเจอเราสองคนเพื่อแก้แค้น

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement