นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 13 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 13


15 ก.ย. 2560 07:58
381,320 ครั้ง

ละคร นิยาย นักรบตาปิศาจ

นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 13

อ่านเรื่องย่อ

นักรบตาปิศาจ

แนว:

แอกชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ศานต์ ศรุติ

บทโทรทัศน์โดย:

วรพันธ์ รวี

กำกับการแสดงโดย:

ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์

ผลิตโดย:

บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

บิ๊กเอ็ม กฤตฤทธิ์ บุตรพรม, เนย ปภาดา กลิ่นสุมาลย์

นายใหญ่ในคราบอัคราเห็นอัคคีนิ่งไปก็ร้องทักทำไมเงียบนักหรือว่าเปลี่ยนใจไม่ไปจากที่นี่ เขาไม่ได้จะเปลี่ยนใจแต่กำลังหาลู่ทางอยู่ แล้วถามว่าพร้อมไหม นายใหญ่พยักหน้าแทนคำตอบ

ทันทีที่อัคคีเปิดประตูห้องขังออกมา สมุนเฝ้านักโทษสั่งการให้ยิงทั้งคู่ ผู้พันหนุ่มโดดมายืนหน้านายใหญ่ปล่อยไฟนรกใส่สมุนเฝ้านักโทษหน้าผากทะลุล้มลงขาดใจตายท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคนรวมทั้งนายใหญ่ด้วย จากนั้นอัคคีผลักนายใหญ่กลับเข้าห้องขังก่อนจะถอยตาม ท่ามกลางห่ากระสุนที่ยิงใส่...

เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปถึงหูวิชชุดาที่ซุ่มดูอยู่หน้าบ้านร้าง ค่อยๆแอบเข้ามาหลังกล้องวงจรปิด ก่อนจะถอดเสื้อคลุมโยนไปปิด แล้วแกล้งวิ่งโวยวายเข้าไปหาสมุนเฝ้ายามสองคน

“ช่วยด้วยๆ พี่ช่วยหนูด้วยนะ มีคนไล่ฆ่าข่มขืนหนู”

สมุนเห็นใบหน้าสะสวยของวิชชุดาคิดว่าได้ลาภลอย แต่กลับได้กระสุนปืนแทน เธอยิงใส่มือข้างที่ถือปืนและยิงขาจนเดี้ยงไม่ให้หนี จากนั้นเอาเทปดำมามัดพวกนั้นเอาไว้...

อัคคีรีบปิดประตูห้องขังวิ่งไปหลบให้พ้นวิถีกระสุน นายใหญ่ตีบทแตกกระจุยแกล้งกลัวตัวสั่น

“พ่อบอกแล้วว่าเราไปไม่รอดแน่ๆ พวกมันอาจเห็นเราจากวงจรปิด แต่เราไม่มีสิทธิ์เห็นมัน”

“แต่ผมเดาได้ ผมรู้ว่ามันกำลังทำอะไร ตอนนี้มันดาหน้ากันอยู่หน้าห้องเตรียมลุยเข้ามาฆ่าเรา”

นายใหญ่นิ่วหน้าแปลกใจอัคคีรู้ได้อย่างไร พยายามหลอกถามว่าเมื่อครู่นี้เขาใช้อาวุธประหลาดอะไร ตนอยู่ข้างหลังไม่ทันเห็น รู้เพียงมันคือลำแสงร้อนแรงรวดเร็วมาก ทำร้ายพวกนั้นถึงตายคาที่ได้ อัคคีขอร้องอย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ พวกมันกำลังจะบุกเข้ามา นายใหญ่งุนงงทำไมเขาถึงพูดราวกับมองเห็น

“ผมคาดการณ์ครับ พ่อรีบหลบก่อน ขอร้องนะครับ” อัคคีว่าแล้วดึงนายใหญ่ไปหลบหลังโต๊ะ

ที่หน้าห้องขัง ประสงค์รีบเข้ามาสั่งให้ทุกคนหยุดยิงก่อน เกรงจะพลาดพลั้งไปโดนนายใหญ่เข้า หัวหน้าสมุนซึ่งไม่ล่วงรู้ถึงแผนลวงครั้งนี้ รายงานประสงค์ว่าศัตรูจับนายใหญ่ไปเป็นตัวประกัน

“มันกำลังตกหลุมพรางของเราต่างหาก พวกแกพยายามจับเป็นมันตามคำสั่งนายใหญ่”

“ผมยังผวาอาวุธที่มันแอบติดตัวมาฆ่าคนของเราเมื่อครู่นี้นะครับ เหลือเชื่อแปลกประหลาด”

ประสงค์เองก็ประหลาดใจเช่นกัน พวกสมุนที่หน้าประตูทางเข้าตรวจค้นอาวุธอัคคีแล้วและตนเองดูจากกล้องวงจรปิดก็ไม่เห็นมันเอาอาวุธออกมาตอนไหน หรือว่าอาวุธเล็กมาก หรืออาจจะเป็นอาวุธพิสดารที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น หัวหน้าสมุนก็ไม่เห็นเช่นกัน รู้แค่ว่ามันแปลกและน่ากลัวมาก

“เอาเถอะ แปลกยังไงก็ช่าง มันคนเดียวสู้พวกเราเป็นสิบไม่ได้แน่ ลุยเข้าไปอย่างระมัดระวัง พอมันห่างจากนายใหญ่ จัดการจับตัวมันไว้ หนึ่ง...สอง...” ประสงค์ชูนิ้วเป็นสัญญาณให้เตรียมบุก

ooooooo

ผู้พันหนุ่มใช้ตาปิศาจเพ่งทะลุประตูออกไปเห็นประสงค์ยกสามนิ้ว และพวกสมุนกำลังจะพรวดเข้ามา หันบอกนายใหญ่ในคราบพ่อว่าพวกนั้นมาแล้วกำชับถ้าเขาไม่บอกอย่าออกไปเด็ดขาด พูดไม่ทันจบประโยค พวกสมุนกรูกันเข้ามาในห้องกวาดตามองหาอัคคีที่แอบอยู่หลังโต๊ะที่ล้มไว้ นายใหญ่ถึงกับตะลึงเขารู้ได้อย่างไร

“แม่นจริงๆ อย่าออกไป ยอมจำนนมันเถอะ พวกมันมีมากเกินไป”

“มากผมก็ไม่กลัวครับ ขอเพียงเราไม่ออกไปเผชิญหน้าเต็มที่ให้มันมาล้อมกรอบรุม ผมจะเก็บมันทีละคนหรือสองจนกว่าจะหมด พ่อหมอบอยู่ตรงนี้นะครับ”

นายใหญ่รีๆรอๆ แต่สุดท้ายก็ยอมหมอบ สมุนเข้ามาดูที่หลังโต๊ะซึ่งอัคคีล้มเอียงๆไว้เป็นที่กำบัง ครั้นเห็นสมุนโผล่หน้าเข้ามา อัคคีปล่อยไฟนรกใส่ นายใหญ่ผงกหัวมองเขม็ง เห็นลำแสงร้อนแรงพุ่งออกจากตาข้างขวาของอัคคีใส่หน้าผากสมุนอย่างรวดเร็วแทบดูไม่ทัน สมุนตายคาที่

“ตาปิศาจ” นายใหญ่พึมพำเบาๆ

ทั้งประสงค์และเหล่าสมุนต่างตะลึง แม้จะกลัวแต่ประสงค์สั่งให้สมุนลุยเข้าไปพร้อมกันให้รู้กันไปเลยว่ามันจะมีปัญญาทำร้ายพวกเราพร้อมกันเป็นสิบๆคน ได้ไหม สมุนลังเลแล้วถ้ามันทำได้เรามิตายหมู่กันหรือ

“อย่ามีปัญหา ฉันสั่งให้เข้าไปพร้อมกัน แยกนายใหญ่ให้ออกจากมันให้ได้”

แม้จะกลัวศัตรู แต่สมุนกลัวประสงค์มากกว่า ดาหน้าเข้าไปล้อมกรอบไว้ตามคำสั่ง อัคคีเป็นห่วงพ่อพยายามเอาตัวเองกันไว้ พ่อตัวปลอมต้องการจะดูอาวุธประหลาดให้เห็นชัดเจนกับสายตา จึงเป็นใจให้สมุนลากตัวออกจากเขา ขอร้องอย่าทำร้ายเขา ตนยอมแพ้แล้ว

“แต่ผมไม่ยอม” อัคคีตั้งท่าจะใช้ตาปิศาจอีกครั้ง แต่มีเสียงระเบิดดังตูมตามติดๆกันเสียก่อน ควันสีขาวฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ นายใหญ่สั่งให้อัคคีหนีไป แต่เขาไม่ยอมไปถ้าพ่อไม่ไปด้วย พลันมีมือมาจับแขนเขา

“ไปด้วยกันเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ฟังกัน รอให้ควันจางเรามาตายพร้อมกัน” พูดจบวิชชุดาลากแขนอัคคีออกไปนอกบ้านสำเร็จ เขาดึงดันจะกลับเข้าไปเพราะเป็นห่วงพ่อ เธอรู้ทันไล่ให้ไปขึ้นรถ เขารีรอไม่ขยับ

“คุณห่วงอะไร ในเมื่อที่นั่นมีแต่ศัตรู...คุณโกหกดา ไหนว่าจะมาทำงานที่นายมอบหมาย ที่แท้คุณมาบุกถ้ำเสือมือเปล่า...พวกมันกำลังพากันออกมา ป่านนี้ควันระเบิดจางแล้ว อยากเข้าไปมากใช่ไหม ไป...เราไปตายด้วยกัน” วิชชุดาแกล้งจะกลับเข้าไป อัคคีดึงแขนไว้ นึกถึงคำพูดของพ่อที่ว่าพวกมันไม่ฆ่าท่านเพราะต้องการความรู้จากท่าน หันไปมองในตัวบ้านเห็นสมุนกรูกันออกมาปล่อยไฟจากตาปิศาจใส่ สมุนล้มระเนระนาด

พวกที่เหลือพากันหยุดกึกไม่กล้าโผล่หัวออกมา ทำให้อัคคีกับวิชชุดาหนีขึ้นรถไปได้

ooooooo

ระหว่างขับรถกลับบ้านพัก อัคคีเห็นวิชชุดาโกรธหน้าหงิกหน้างอพยายามง้อสุดฤทธิ์ ขอบคุณและขอโทษที่ทำให้เธอสงสัยจนต้องสะกดรอยตามมาถึงที่นี่

“ไม่ได้ตามมาเพราะหึงหวงจับผิด แต่ตามมาเพราะห่วงใย อยากรู้ว่าปิดบังอะไรอยู่ แต่ถ้ามันสำคัญมากกว่าดา ไม่ต้องบอกก็ได้”

อัคคีอยากบอกเพียงแต่ยังไม่ถึงเวลา วิชชุดาสืบรู้มาแล้วตั้งแต่ได้อ่านจดหมายจากผู้หวังดีว่าพ่อของเขาตายไปแล้ว แต่ทำไมเขาถึงแอบมาเจอกับท่าน น่าจะมีลับลมคมในบางอย่างแต่ไม่ปริปากพูดอะไร...

ฝ่ายนายใหญ่เปิดภาพจากกล้องวงจรปิดในบ้านร้างขึ้นมาดูซ้ำๆหลายรอบด้วยโหมดซุปเปอร์สโลว์ เห็นอัคคีปล่อยไฟนรกจากดวงตาใส่สมุนอย่างชัดเจนถึงกับตะลึง

“ตาปิศาจ!! เป็นไปได้จริงๆหรือนี่” พึมพำกับตัวเองจบ นายใหญ่คว้ามือถือขึ้นมาโทร.หามิเชล เอเย่นต์ขายเด็กของตัวเองที่ประจำอยู่ที่ปารีส เพื่อให้หาซื้อดวงตาปิศาจจำนวนมากมาให้ เขาเสียใจด้วยที่หาให้ไม่ได้เพราะ ดร.ซิมอน ยังส์ คนประดิษฐ์ตายไปแล้ว ที่ชายแดนไทยเมื่อไม่กี่วันนี่เอง

“ถ้าอย่างนั้นเสื้อเกราะป้องกันตาปิศาจมีไหม”

“มีครับ มีเพียงหนึ่งตัวในโลกเท่านั้น หลังจาก ดร.ยังส์ตาย ทุกอย่างก็พังหมด โอเคครับ บอสผมจะรีบส่งไปให้ทันที เร็วที่สุด...ฟรีครับ”

“ไม่มีของฟรี ขอบใจมากจริงๆมิเชล ผมจะโอนเงินไปเข้าบัญชีให้หนึ่งล้านบาท คิดซะว่าคือน้ำใจและการขอบใจจากผม” นายใหญ่ยิ้มพอใจก่อนจะวางสาย

ooooooo

อัคคีเอาแต่กลัดกลุ้มด้วยความเป็นห่วงพ่อ จนวิชชุดาสังเกตเห็น แกล้งถามวันนี้จะไปลุยจับพรทิพาหรือเปล่า เธอเห็นเขาอึกอักดักคอหรือว่าไม่กล้าจับยัยโรคจิต เขาไม่ใช่ไม่กล้าจับแต่กลัวทำงานพลาด

“เมื่อก่อนไม่เคยได้ยินคำว่ากลัวพลาดจากคุณนี่มันเกิดอะไรขึ้นกับคุณไม่ทราบ แต่ทำไมคุณกล้าลุยเดี่ยวไร้อาวุธไปบุกถ้ำเสือฝูงใหญ่”

“ผมเอ้อ...คือ...มันจำเป็น แล้วผมจะบอกดาวันหลัง” อัคคีบ่ายเบี่ยงตามเคย วิชชุดาแอบน้อยใจที่เขามีความลับ ก็เลยตัดพ้อในเมื่อไม่อยากบอกก็ไม่ต้องบอก เขาอาจมีเหตุผลที่ทำแบบนั้น แต่เรื่องพรทิพา เธอยืนกรานจะไปจัดการให้ได้ถ้าเขาไม่ทำ เธอจะไปคนเดียว แล้วขยับจะไป อัคคีดึงแขนไว้...

ค่ำวันเดียวกัน พรทิพาแต่งตัวสวยจะไปดูงานบนเรือสำราญของตัวเอง พนักงานรูปหล่อทักท้วงขืนทำอย่างนั้นนายใหญ่ต้องไม่พอใจเพราะเท่ากับขัดคำสั่งท่าน เธอต่อรองจะไปแบบไม่ปรากฏตัว ขอแค่ไปสนุกที่ห้องใต้ท้องเรือเท่านั้น และเพื่อความสบายใจของเขา เธอจะไม่ไปแบบสวยงาม แล้วกลับขึ้นห้องไปเปลี่ยนชุดเป็นเครื่องแบบช่างเครื่องประจำเรือสำราญแทนที่...

ในเวลาต่อมา ที่กลางลำน้ำเจ้าพระยา เรือสอดแนมของอัคคีกับวิชชุดาจับตามองเรือสำราญของพรทิพาที่จอดทิ้งสมออยู่ห่างๆ วิชชุดาส่องกล้องส่องทางไกลเห็นช่างซ่อมเรือเดินปะปนอยู่กับแขกโดยมีพนักงานรูปหล่อเดินตามต้อยๆ พูดขึ้นลอยๆว่าช่างซ่อมเครื่องคนนั้นดูแปลกๆชอบกล อัคคีซึ่งเห็นผ่านทางตาปิศาจ ฟันธงว่านั่นคือพรทิพาแน่นอน วิชชุดาแปลกใจรู้ได้อย่างไรว่าเป็นแม่นั่นไม่ได้เห็นสักหน่อย

“ผมมองจากความอวบของรูปร่าง”

“จำรูปร่างของเธอติดตาเหลือเกินนะคะ แม้ในระยะไกล” วิชชุดาแดกดัน อัคคีจับน้ำเสียงของเธอได้ว่าหึง

“ที่จำได้เพราะผมต้องการจับเธอให้ได้คืนนี้” พูดจบอัคคีขโมยหอมแก้มวิชชุดาฟอดใหญ่ “ทำโทษคนช่างสงสัย ผมจะลงไปแล้ว คอยคุ้มกันให้ผมตามแผนของเรา” อัคคีหอมแก้มเธออีกฟอดก่อนจะลงน้ำไป...

ครั้นว่ายน้ำเข้าไปได้ระยะทำการของตาปิศาจ อัคคีปล่อยลำแสงพุ่งไปที่ท้ายเรือทำให้เรือเอียงวูบ นักเที่ยวหน้าตาตื่นเหลียวมองกันเลิ่กลั่ก พนักงานรูปหล่อร้องบอกทุกคนว่าไม่มีอะไร แล้วหันไปสบตากับพนักงานประจำเรือให้ไปดูทีว่าเกิดอะไรขึ้น พนักงานคนนั้นวิ่งหายไปสักพัก กลับมาโวยวายลั่นว่าเรือรั่วน้ำกำลังเข้าเรือ

คราวนี้นักเที่ยวถึงกับตาเหลือกหนีตายกันจ้าละหวั่น พนักงานรูปหล่อต้องตะโกนบอกทุกคนให้สวมเสื้อชูชีพ แล้วนึกเป็นห่วงนายสาวของตัวเองรีบลงไปที่ห้องใต้ท้องเรือ ขณะที่อัคคีว่ายตรงไปที่เรือ

ที่ห้องใต้ท้องเรือ นักเที่ยวกำลังสนุกกันสุดเหวี่ยงไม่ได้ยินเสียงโวยวายของพวกที่อยู่ด้านบนเพราะเปิดเพลงเสียงดังมาก แถมอยู่ในอาการมึนเมากันถ้วนหน้ารวมทั้งพรทิพาด้วย พนักงานรูปหล่อเข้าไปรายงานนายหญิงว่าเรือรั่วกำลังจะจม แล้วลากแขนจะพาหนี เธอกลับผลักเขาไม่ให้มายุ่ง เขาตัดสินใจอุ้มเธอ พร้อมกับตะโกนบอกนักเที่ยวที่เต้นรำกันอย่างสนุกสนานให้ไปสวมเสื้อชูชีพแล้วขึ้นไปข้างบน

อัคคีว่ายมาใกล้ท้ายเรือเห็นพนักงานรูปหล่อกำลังคัดท้ายเรือชูชีพจะไปรับพรทิพา จึงปล่อยไฟนรกใส่เรือลำนั้นระเบิดตูม พนักงานรูปหล่อโดนระเบิดอัดร่างกระเด็น พรทิพาหายเมาเป็นปลิดทิ้ง โดดหนีลงน้ำว่ายสุดกำลัง อัคคีเห็นเธอกำลังหนี รีบว่ายน้ำตาม

ooooooo

พรทิพาขึ้นฝั่งได้วิ่งหนีสุดชีวิต ไม่สนใจเสื้อผ้าเกี่ยวกับกิ่งไม้ขาดหวิ่นเป้าหมายคือบ้านคนที่อยู่ห่างออกไปไม่มาก อัคคีไล่ตามไปติดๆคว้าตัวไว้ได้แล้วแต่เธอตะโกนโหวกเหวกเสียก่อน

“ช่วยด้วย มีคนไล่ฆ่าข่มขืน”

บ้านหลังที่อยู่ใกล้ที่สุดเปิดไฟสว่างทั้งบ้าน พากันวิ่งออกมาดูพร้อมอาวุธที่พอจะหาได้ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงต่างออกมาดูเช่นกัน พรทิพาหันไปยิ้มเย้ยอัคคี

“จะไม่มีครั้งต่อไปที่แกจะได้แตะต้องฉันอีก”

พรทิพาสะบัดมืออัคคีออกแล้ววิ่งไปหาพวกชาวบ้าน เขาไม่กล้าทำอะไรจำต้องล่าถอย จำนงกับภรรยาซึ่งอยู่บ้านหลังใกล้ที่สุดพาพรทิพาเข้าไปนั่งพักในบ้าน เธอเห็นเขาหน้าตาดีก็มองตาวาว จำนงแจ้งตำรวจไปแล้ว อีกสักครู่คงจะมาถึง พรทิพาสะดุ้งโหยงกลัวเจอตำรวจ จึงโกหกว่าเป็นเมียน้อยนักการเมืองไม่อยากให้เป็นข่าวเพราะอาจจะโดนภรรยาหลวงมาเล่นงานเอาได้

“ช่วยพาฉันไปส่งถนนใหญ่ได้ไหมคะ ฉันจะหารถกลับบ้านเองค่ะ”...

ครู่ต่อมาจำนงขับรถพาพรทิพามาตามถนนใกล้จะถึงปากซอย แต่อยู่ๆเธอเกิดหื่นขึ้นมาคิดจะปลุกปล้ำผู้มีพระคุณซึ่งตกใจมากเกิดมาไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้มาก่อนรีบจอดรถข้างทางไล่เธอลง พรทิพาสติแตกที่เขาบังอาจมาขัดใจทั้งจิกทั้งข่วนเขาอุตลุด จนเขาต้องเป็นฝ่ายหนีลงจากรถ...

ในเวลาเดียวกัน ระหว่างที่นายใหญ่กำลังดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้รอบบ้านร้างอยู่กับประสงค์ สมุนโทร.มารายงานอัคคีบุกมาทำลายเรือสำราญทำเรือทะลุและระเบิดเรือชูชีพ แถมพรทิพาโดนไล่ล่ายังไม่ทราบชะตากรรม นายใหญ่ไม่พอใจมากที่เธอขัดคำสั่งจนเกิดเรื่องขึ้นอีก สงสัยจะต้องจับขังเพื่อทำโทษ

“ฉันสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูกเรื่องพรทิพา ประสงค์รีบส่งคนออกติดตามหาเธอ ยกกำลังที่มีไปหาทั้งหมดแยกย้ายกันตามเธอ ใครขัดขวางฆ่าทิ้ง”...

อารามรีบร้อนจะหนีให้พ้นเงื้อมมือพรทิพา ทำให้จำนงไม่ทันดูทางสะดุดรากไม้ล้มกลิ้ง เธอโดดทับไปบนหลัง จับหัวเขาโขกพื้นแล้วใช้วิชาคาราเต้ฟันท้ายทอคอหักตายคามือ จากนั้นเธอตรงกลับบ้าน พวกสมุนดีใจที่นายหญิงกลับมาอย่างปลอดภัยรีบเข้ามาต้อนรับ เธอยังโกรธไม่หายที่พนักงานรูปหล่อตายพาลเล่นงานพวกสมุนคว้าปืนจะยิง พวกนั้นพากันวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน...

ในที่สุดอัคคีทนเก็บเรื่องที่เจอพ่อเอาไว้คนเดียวไม่ไหว ยอมเปิดปากเล่าให้วิชชุดาฟัง เธอรู้มาก่อนแล้วก็เลยไม่ตื่นเต้นนัก แต่อดสงสัยไม่ได้ทำไมเขาถึงไม่ยินดีกับเรื่องนี้ ดูจะเป็นกังวลด้วยซ้ำ เขาเป็นห่วงพ่อเพราะถูกพวกคนร้ายจับตัวไว้ตั้งแต่วันที่เขาเกิดแล้วเพื่อเอาไว้ใช้ค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ให้

“ทำไมคุณเชื่อว่าเป็นพ่อคุณ”

อัคคีจำพ่อได้จากรูปถ่ายที่มีอยู่ ท่านหน้าตาเหมือนคนในรูปไม่มีผิดเพี้ยน วิชชุดาซักไม่เลิกแล้วทำไมพวกคนร้ายถึงปล่อยให้เขาไปพบพ่อ อัคคีเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง เริ่มตั้งแต่ได้รับการติดต่อจากผู้หวังดี

ooooooo

ขณะที่พรทิพากำลังนั่งเหม่อใจลอยคิดถึงพนักงานรูปหล่อที่ต้องมาตายไปต่อหน้า นายใหญ่เปิดประตูห้องนอนเข้ามาโดยไม่เคาะก่อนแถมตบเธอหน้าหันแบบไม่ทันให้ตั้งตัว พรทิพาร้องกรี๊ดๆด่าเขาว่าใจร้าย

“แล้วเธอใจดีตรงไหน วันก่อนเธอก็ฆ่าคนของเราตายเพราะทำงานพลาดและพูดผิดหู เธอมีแต่พระเดชไม่สร้างพระคุณ สร้างเรื่องวุ่นวาย กิจการเรือสำราญก็ต้องพินาศในมือเธออีกธุรกิจหนึ่งแล้ว”

“ฆ่าพรสิ ฆ่าพรทิ้งซะ” พรทิพาตีอกชกตัวเต้นเร่าๆราวกับเป็นเด็กน้อยโดนขัดใจ นายใหญ่ดักคอที่เธอกล้าท้าเพราะรู้ว่าไม่มีใครทำอย่างนั้นกับเธอ แล้วตำหนิว่าขนาดหนีหัวซุกหัวซุนก็ยังจะไปฆ่าคนช่วยเหลือจนเกิดเรื่องขึ้นมาอีก ส่วนพนักงานรูปหล่อที่ต้องมาตายก็เพราะเธอดื้อดึงจะหนีเที่ยวทั้งที่เขาเตือนแล้ว จากนี้ไปตนห้ามเธอไปไหนเด็ดขาด ถ้ายังรักชีวิต พรทิพาโวยวายนี่แปลว่าจะขังเธอให้ตายคาบ้านหลังนี้

“เธอจะแปลว่าอะไรก็ช่าง เราต้องจัดการไม่ให้เธอพ้นไปจากบ้านนี้จนกว่าเราจะจัดการพวกนั้นให้วอดวายและฉันได้พบวิธีแล้ว”

“วอดวายน่ะเราไม่ใช่มัน...มันต้องบุกมาจับพรที่นี่แน่”

นายใหญ่จะปกป้องพรทิพาเองไม่ต้องเป็นห่วง ไม่มีใครมาจับตัวเธอได้แน่ ขอเพียงเชื่อฟังกัน แล้วเดินเข้ามาจะกอดแต่เธอถอยหนี สั่งไม่ให้มาแตะต้อง อย่านึกว่ามากอดแล้วจะทำให้เธอหายโกรธ

“ไม่ให้กอดก็ตามใจ รับรู้ไว้ด้วยว่าเธอเป็นที่รักเป็นสิ่งดีๆของชีวิตที่จะต้องถนอมรักษาเอาไว้” พูดจบ นายใหญ่ออกจากห้อง พรทิพาทำท่าจะเรียกแต่ยั้งปากไว้จนท่านไปพ้นแล้วจึงยกมือขึ้นปิดหน้าร้องไห้ น้อยใจที่นายใหญ่ไม่ง้อทั้งที่ปากบอกว่าเธอเป็นสิ่งดีๆของชีวิต...

แม้จะเข้าใจแล้วว่าทำไมอัคคีถึงต้องบุกเดี่ยวเข้าไปในรังของคนร้ายเพื่อพบกับพ่อ แต่วิชชุดาก็ไม่วายมีเรื่องคาใจอยู่ดี ทำไมพ่อของเขาถึงเพิ่งมารู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนเอาตอนนี้ อัคคีขอร้องอย่าพูดเหมือนระแวงสงสัยในตัวพ่อของเขาแบบนี้ ท่านให้คนสนิทและไว้ใจได้สืบหาเขามาตลอด วิชชุดาทักท้วงทำไมเขาถึงไม่คิดบ้างว่าพ่อของเขาอาจตายแล้วและมีคนมาสวมรอยแทน อัคคีเริ่มหงุดหงิด

“ดากำลังจับผิดพ่อผม ผมเข้าไปเห็นพ่อแล้วใจสลาย พ่อโดนมันทรมานสารพัดแล้วผมก็ช่วยออกมาไม่ได้”

“พ่อคุณยังอยู่มาได้ตั้งแต่คุณเกิด แสดงว่ายังไงมันก็ไม่ฆ่าพ่อคุณ แต่เราเอาเรื่องที่ค้างคาให้จบก่อน หาตัวนายใหญ่ที่จับพ่อคุณไปและต้องใช้พรทิพามาเป็นตัวล่อ”

“ดากำลังจะบอกให้ผมไปจับพรทิพาก่อนแล้วค่อยช่วยพ่อ”

วิชชุดาพยักหน้ารับคำ แต่ก็ขึ้นอยู่กับเขาเพราะทุกคนรอเขาอยู่ ถ้าเรื่องพรทิพาเรียบร้อย เธอจะช่วยเขาลุยเข้าไปช่วยพ่อของเขาออกมาเอง ขอแค่ให้เป็นพ่อของเขาจริงๆ แล้วขยับจะไปนอน อัคคีตั้งข้อสังเกตทำไมเธอพูดเหมือนไม่ชอบพ่อของเขา เธอจะไม่ชอบท่านได้อย่างไรในเมื่อท่านเป็นพ่อของคนที่เธอรัก

“แล้วอะไร”

หญิงสาวได้แต่ส่ายหน้าไม่ยอมตอบคำถาม เดินหนีขึ้นห้อง อัคคีมองตามไม่พอใจ...

หมอชูเกียรติรู้เรื่องที่น้องสาวไปก่อเอาไว้ ตามมาต่อว่าถึงบ้าน และเตือนว่าอย่าทำให้นายใหญ่โกรธจนทนไม่ได้ ตนไม่ไว้ใจเขา พรทิพาไม่คิดว่านายใหญ่จะกล้าทำอะไรเธอเพราะเธอกำความลับของเขาเอาไว้ หมอชูเกียรติสั่งให้เธอเล่าความลับนั้นให้ฟัง เธอขอให้พี่ชายสัญญาก่อนว่าจะไม่เอาไปบอกใคร เขาพยักหน้ารับคำ พรทิพาเล่าความลับของนายใหญ่ที่ฆ่าเพื่อนรักเพื่อเอาใบหน้ามาผ่าตัดใส่ใบหน้าตัวเองให้พี่ชายฟัง

“เขากล้าฆ่าเพื่อนรัก เธอไม่คิดว่าเขาน่าจะอยากเก็บเธอเพื่อเก็บความลับของเขาเอาไว้หรือ”

“คนเราเก่งแค่ไหนก็มีจุดอ่อน เขาแพ้พร เขาแอบหลงรักพร แต่เขาปิดบังทุกคนไว้ นี่คือจุดอ่อนของเขา และเขาคือคนเดียวที่พรไม่อยากมีความสัมพันธ์แบบนั้นด้วย นี่คือจุดอ่อนสำคัญของเขา...รู้ความลับของเขาแล้วก็ดีแล้ว พี่ชายจะได้เลิกกลัวเขาต่อไป”

“พี่อยากถอนตัว พี่อยากเลิกทำบ้าๆเลวๆอีกต่อไป เราหนีไปกันเถอะนะพร”

พรทิพาเป็นกังวล ไม่ใช่แค่หนีนายใหญ่ ยังมีอัคคีกับพวกตำรวจอีกที่เราต้องหนีให้พ้นเงื้อมมือ หมอชูเกียรติดึงน้องสาวมากอดไว้ มั่นใจว่าเราต้องหาทางหนีจนได้ แต่ขอให้เธอสัญญาก่อนว่าช่วงนี้จะทำตัวสงบเสงี่ยม

รอเวลาให้เขาจัดการหาอิสรภาพให้เราสองคนพี่น้อง เราจะไปจากที่นี่ ไปหาที่อยู่ในต่างประเทศด้วยกัน

ooooooo

วันนี้นายใหญ่ได้รับเสื้อฟา เสื้อเกราะกันตาปิศาจที่มิเชลส่งมาให้ จึงชวนประสงค์ไปท้าพิสูจน์ว่าเสื้อฟาตัวนี้จะใช้งานได้จริงอย่างที่มิเชลคุยอวดหรือเปล่า โดยเอาเสื้อโยนลงไปในกองไฟที่ลุกโชน เสื้อฟาไม่มีร่องรอยไฟไหม้แม้แต่น้อย...

ขณะที่ผลทดสอบเสื้อฟาเป็นที่พอใจของนายใหญ่ อัคคีขับรถพาวิชชุดาซึ่งแต่งตัวสวยแบบจัดเต็มไปหาสมุทรที่ลพบุรีอีกครั้ง คราวนี้ไปขอยืมเครื่องบินเล็กบังคับวิทยุเอามาใช้สำหรับบุกบ้านพรทิพา สมุทรเจอลูกอ้อนของวิชชุดาเข้าไปก็อ่อนเป็นขี้ผึ้งถูกไฟลน เธอเอ่ยปากอยากได้อะไรเขาประเคนให้ทุกอย่าง

จากนั้นอัคคีเดินตามแผนการขั้นต่อไปคือโทร.ไปป่วนพรทิพาว่าคืนนี้จะไปหาตอนเที่ยงคืน ขอให้รอเขาด้วยอย่าหนีไปไหน แล้วรีบวางสาย วิชชุดาที่นั่งฟังอยู่ด้วยไม่วายเหน็บแนมป่านนี้แม่นั่นรีบไปแต่งตัวรอเขาแล้ว

“ตอนนี้ยังหวงผมแค่นี้ อีกหน่อยหมั้นกัน แต่งงานกัน ใครมองผมโดนมือปืนสาวยิงตาทะลุแน่”

“ใครว่าอีกหน่อยดาจะหมั้นจะแต่งงานกับคุณ จบงานนี้ก็ทางใครทางมัน” วิชชุดาค้อนอัคคีหนึ่งวง เขายืนกรานต่อให้ไล่ก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น ขอเป็นเงาตามติดเธอทุกฝีก้าว เธอกลัวจะจมความหวานตายเตือนเขาว่าใกล้จะสี่ทุ่มแล้ว เราควรจะไปหาสุดสวาทของเขาได้แล้ว...

นายใหญ่ได้รับรายงานจากพรทิพาว่าอัคคีกับวิชชุดาจะบุกมาถึงบ้านของเธอตอนเที่ยงคืน ก็รีบสั่งการให้ประสงค์ส่งยอดฝีมือของเราไปคุ้มกันเธอด้วย ตนต้องการให้เธออุ่นใจ ถึงเธอจะดื้อดึงชอบอาละวาดแค่ไหน ตนก็ต้องทำให้เธอสบายใจและปลอดภัยที่สุด

“ครับท่าน...ท่านมั่นใจใช่ไหมว่ามันจะบุกเข้ามาไม่ได้”

“มั่นใจมากและถึงยังไงมันก็ไม่ฆ่าเธอ มันต้องการข้อมูลจากเธอเพื่อสาวถึงฉัน”...

ไม่นานนักกองทัพของนายใหญ่มาถึงบ้านพรทิพา จากนั้นเหล่ายอดฝีมือพร้อมอาวุธครบมือกระจายกำลังกันรายล้อมบ้านไว้ตามจุดต่างๆ พรทิพานั่งยิ้มกริ่มอยู่ในบ้าน รินเหล้ามาดื่มอย่างสบายใจ ครั้นถึงเวลาห้าทุ่ม หัวหน้าสมุนเข้ามารายงานว่าทุกอย่างเงียบสนิททั้งทางบกและทางน้ำ

“มันบอกว่าจะมาเที่ยงคืน”

“ส่งคนไปตรวจรอบๆห่างถึงห้ากิโลเมตร ไม่มีอะไรผิดสังเกตว่าจะมีใครมาวอแวย่านนี้ครับ” รายงานเสร็จ หัวหน้าสมุนโค้งคำนับพรทิพาแล้วถอยออกไป...

หัวหน้าสมุนคาดผิด อัคคีไม่ได้บุกมาทางบกหรือทางน้ำ แต่บุกมาทางอากาศแถมมาตรงเวลานัดเที่ยงคืนพอดีไม่มีขาดมีเกิน เครื่องบินเล็กที่อัคคีบังคับด้วยวิทยุบินเหนือบ้านพรทิพาพร้อมกับทิ้งระเบิดใส่ เสียงตูมๆดังติดๆกัน เหล่าสมุนพยายามยิงขึ้นไปบนฟ้า แต่เป็นคืนเดือนมืดทำให้มองไม่เห็นเป้าหมายยิงมั่วไปหมด

อัคคีใช้ดวงตาปิศาจเป็นเรดาร์นำทางทำให้เห็นเป้าหมายในความมืดชัดเจน พวกสมุนถูกระเบิดกระเด็นกระดอนล้มตายเกลื่อน พรทิพาแค้นจัดออกมายืนบนระเบียงบ้าน กราดยิงขึ้นไปบนฟ้าแต่ไม่โดนอะไร

“มาสิ...มาสิไอ้คนเลว แกบังอาจนัก”

อีกมุมหนึ่งห่างออกมา อัคคีเห็นพรทิพากำลังคลั่งก็ยิ้มพอใจ แต่วิชชุดาซึ่งไม่เห็นภาพนี้ด้วย มองเขาหมั่นไส้ ถามว่ายิ้มอะไร อยากเข้าไปหาแม่นั่นเต็มทีแล้วใช่ไหม เขาไม่วายยียวน “ประมาณนั้น”

วิชชุดาชักปืนออกมาไล่ตะเพิด อัคคีเตือนว่า ความวู่วามเป็นบ่อเกิดของการทำงานผิดพลาด เธอก็รู้แก่ใจดีว่าเป้าหมายของเราคือการจับตัวพรทิพาไปสอบสวนเพื่อหาตัวนายใหญ่เท่านั้น

“อย่างอแงสิครับ ใจเย็นไว้ รอให้พวกมันพ่ายแพ้หมดรูป ผมจะไปจับตัวเธอมาให้สังเวย ตอนนี้เธอกำลังคลั่งเพราะผิดคาด” คำพูดของอัคคีทำให้วิชชุดาได้สติจึงไม่โวยวายอะไรอีก

ooooooo

พรทิพาโทร.ไปโวยวายกับนายใหญ่ว่าอัคคีบุกเข้ามาฆ่ากองกำลังที่ท่านส่งมาตายหมดแล้วเหลือแค่บ้านกับคนที่อยู่ในนี้เท่านั้นที่ไม่ถูกทำลายไหนให้คำมั่นว่าพวกสมุนของท่านจะคุ้มครองเธอได้ นายใหญ่ไม่คิดมาก่อนว่ามันจะบุกมาทางอากาศ ขอร้องให้เธอใจเย็นๆ อัคคีไม่คิดจะฆ่าเธอแต่จะจับตัวเพื่อให้สาวมาถึงตน

“แล้วยังไง ตกลงจะปล่อยให้มันจับตัวพร”

“เราจะส่งปืนต่อสู้อากาศยานไปยิงไอ้เครื่องบินบ้านั่นให้วอดวาย เก็บเนื้อเก็บตัวให้ดีเดี๋ยวจะจัดการเครื่องบินของมันให้ เท่านี้นะ” นายใหญ่วางสายแล้วหันไปสั่งการทันที...

ที่มุมซึ่งอัคคีกับวิชชุดาซุ่มอยู่ หลังจากบังคับเครื่องบินให้บินวนรอบบ้านพรทิพาอีกสองสามรอบ ไม่มีเสียงปืนยิงต่อสู้จากพวกสมุน อัคคีตัดสินใจจะบุกเข้าไปจับตัวพรทิพาตามแผน วิชชุดาไม่วายแขวะ

“แหม ทำหน้าระรื่นชื่นบานมากเลยนะคะรีบเก็บเครื่องบินจะได้เอาไปคืนผู้พันสมุทรได้เป็นครั้งแรก”

“กำลังบังคับให้กลับมาแล้วครับ”

พลันมีเสียงบางอย่างดังขึ้น อัคคีมองขึ้นไปบนท้องฟ้าเห็นจรวดพุ่งเข้าหาเครื่องบินเล็ก รีบบังคับเครื่องบินหลบหลีก พรทิพายืนมองอยู่บนระเบียงบ้านคว้ามือถือขึ้นมาโทร.หานายใหญ่

“ฮัลโหล ขอบคุณมากค่ะสะใจจริงๆ ไอ้เครื่องบินนรกนั่นมันกำลังหนีหัวซุกหัวซุน”

“มันหนีไม่พ้นแน่ เธอรอดูผลงาน แล้วอย่าลืมคำสั่งที่บอกให้สงบ แค่นี้นะ ฉันกำลังจัดการเรื่องเอาชนะมันให้ได้” นายใหญ่ตัดสายเบาใจที่สมุนไปช่วยพรทิพาทันเวลา...

ด้านอัคคีพยายามบังคับเครื่องบินหนีจรวด หวังจะให้มันยิงพลาดเป้าแต่จรวดที่คนร้ายใช้เป็นจรวดชนิดนำวิถีด้วยความร้อน จึงไล่ตามก้นเครื่องบินไม่ลดละ เขาตัดสินใจปล่อยระเบิดเพื่อล่อให้จรวด
ตามความร้อน จากระเบิดแต่ไม่ได้ผล จรวดไม่หลงกล อัคคีจึงบังคับเครื่องบินให้พุ่งลงน้ำ จรวดนำวิถีพุ่งตามระเบิดตูม ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ พรทิพาดีใจ ลืมตัววิ่งออกมาจากตัวบ้าน โห่ร้องด้วยความสะใจ

“สมน้ำหน้า”...

หัวหน้าสมุนที่ยิงจรวดใส่เครื่องบินเล็กตีมือกับลูกน้องสะใจไม่แพ้นายหญิงเช่นกันที่จัดการเครื่องบินสำเร็จ สั่งให้เก็บของกลับไปรายงานนายใหญ่ พรทิพาวิ่งเข้ามาขอบใจทุกคนที่มาช่วยเอาไว้ทัน

“แน่ใจนะว่าสงครามจะจบลงแค่นี้”

“แน่ใจครับ มันเจ๊งไปแล้วจะมีหน้าเอาอะไรมาสู้รบ ตอนนี้ก็หน้าที่คนของนายหญิง”

“งั้นก็ไปเถอะ ฉันจะไปพักผ่อนสักที” พรทิพาเดินกลับเข้าบ้านสีหน้าสบายใจสุดๆ แต่นึกอะไรขึ้นมาได้ หันกลับมาจะเรียกพวกยิงจรวดแต่พวกนั้นขับรถออกไปเสียก่อน เธอได้แต่ยืนอ้าปากค้าง ก่อนจะวิ่งเข้าไปโทร.หานายใหญ่อีกครั้ง รายงานว่าเครื่องบินเล็กของอัคคีถูกสอยร่วงไปแล้ว แต่เธอไม่เชื่อว่าเขาจะเลิกรา

“มันอาจเอาทหารมารอบุกอีกเป็นกองทัพ”

“งั้นวางแผนใหม่ หลอกล่อให้มันตามผิดคน แล้วเธอมาหาฉันที่นี่ โอเคนะ”

ooooooo

ระหว่างนั่งเรือพายลำเล็กมุ่งหน้าไปยังท่าน้ำบ้านพรทิพา วิชชุดาไม่วายบ่น ในที่สุดประวัติศาสตร์ก็ซ้ำรอยอีกครั้ง ไม่มีเครื่องบินไปคืนสมุทรอีกจนได้

“ช่างหัวมันก่อน ตอนนี้ต้องมุ่งไปจับตัวพรทิพาให้ได้”

“แน่ใจนะคะว่าวันนี้จะไม่พลาด”

อัคคีรับรองไม่พลาดแน่นอน วิชชุดาชะเง้อมองไปทางบ้านเป้าหมาย ไม่รู้พรทิพาจะเหลือสมุนอีกกี่คนหรือว่าโดนเราฆ่าตายหมดแล้ว เขาใช้ตาปิศาจเพ่งเข้าไปสำรวจในบ้านพรทิพาอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ...

ภายในรั้วบ้านพรทิพากำลังสั่งการให้หัวหน้าสมุนทำตามแผนการที่วางไว้ โดยให้เอารถออกสองคัน และให้เอามอเตอร์ไซค์เตรียมไว้ให้เธอสำหรับไปบ้านนายใหญ่

“ส่วนรถคันใหญ่เอานังแม่บ้านนั่งไปแทนฉันแล้วพากันออกไป”

ยังไม่ทันจะมีใครขยับ สมุนคนหนึ่งตะโกนโหวกเหวกว่ามีคนนั่งเรือเข้ามา พรทิพาสั่งให้ยิงสกัดเอาไว้ หัวหน้าสมุนทักท้วง อาจเป็นพวกชาวบ้านก็ได้ เธอไม่สนจะเป็นใครก็ช่าง มันตายแต่เราปลอดภัยเป็นพอ หัวหน้าสมุนสั่งการให้ลูกน้องยิงระเบิดใส่เรือ อึดใจเรือระเบิดตูมแหลกไม่มีชิ้นดี พรทิพาหัวเราะสะใจ แล้วนึกขึ้นได้ ทำไมมันถึงได้ตายง่ายดายนัก โดยไม่รู้ว่าทั้งอัคคีและวิชชุดาไม่อยู่บนเรือ

ระหว่างนั้นมีสมุนตะโกนบอกว่ามีศพลอยน้ำมาในลักษณ์คว่ำหน้า พรทิพาเอะใจศพเพิ่งตายทำไมลอยขึ้นอืดเร็วนัก ศพพุ่งมายังท่าน้ำอย่างรวดเร็วเพราะอัคคีที่ดำอยู่ใต้น้ำเป็นคนดันมันเข้ามาติดท่าน้ำแล้วตัวเองแอบขึ้นฝั่งโดยไม่มีใครเห็น หัวหน้าสมุนเห็นไม่เข้าที ขอให้พรทิพารีบไปได้แล้ว เธอไม่ยอมไปจะขอดูหน้าศพก่อน สั่งให้ดึงศพขึ้นมา ครั้นเห็นหน้าศพชัดๆต่างผงะเพราะไม่ใช่อัคคีแต่เป็นวรณ์หนึ่งในสมุนของพรทิพา

“เราหลงกลมันแล้ว” พรทิพาลุกพรวดพราดไปที่มอเตอร์ไซค์

สมุนเข้ามารายงานว่ามีรถของตำรวจขับวนเวียนอยู่หน้าบ้านสองคัน สงสัยคงได้ยินเสียงระเบิด พรทิพาอึ้ง แล้วจะออกจากที่นี่ได้อย่างไร ระหว่างนั้นนายใหญ่สั่งให้ประสงค์โทร.หาพรทิพาแต่ไม่มีใครรับสายเพราะมือถือทิ้งไว้ในบ้าน ถึงกับบ่นอุบ บ้านอยู่ใกล้กันแค่นี้ทำไมยังมาไม่ถึง สั่งให้ต่อสายไปใหม่จนกว่าเธอจะรับ

ด้านพรทิพาพาลโมโหที่ออกจากบ้านไม่ได้หันไปเล่นงานหัวหน้าสมุนที่มัวแต่ชักช้าไม่รีบเอารถมารับตนเอง เขาแก้ตัวว่าเธอผิดเองที่ดึงดันจะดูศพผู้บุกรุก พรทิพามั่นใจว่าอัคคีกำลังมาที่นี่

“นายหญิงขึ้นไปอยู่ข้างบนนะครับ ผมจะเรียกคนมาคุ้มกันไม่ให้มันขึ้นไปถึงตัวนายหญิงครับผม”

ไม่ต้องรอให้บอกซ้ำ พรทิพาวิ่งปรู๊ดเข้าบ้าน หัวหน้าสั่งให้สมุนกระจายกำลังกันดูแลรอบๆบ้าน อัคคีเล่นงานสมุนที่อยู่ใกล้ตัวเองที่สุดก่อน ปล่อยไฟนรกจากตาปิศาจใส่หน้าผากทะลุขาดใจทันที หัวหน้าเห็นท่าไม่ดีสั่งให้ดับไฟให้หมดเพื่อที่ผู้บุกรุกจะได้ไม่เห็นพวกตน อัคคีแกล้งโยนก้อนหินไปยังทิศทางตรงข้ามที่ตัวเองอยู่

พวกสมุนพากันกราดยิงไปยังจุดนั้น แสงไฟจากกระบอกปืนทำให้อัคคีเห็นว่าพวกสมุนอยู่ตรงไหนกันบ้างจึงให้ไฟจากตาปิศาจเล่นงานบาดเจ็บไปตามๆกัน ไม่สามารถต่อกรกับเขาได้อีก

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement