นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 12 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 12


15 ก.ย. 2560 07:58
381,320 ครั้ง

ละคร นิยาย นักรบตาปิศาจ

นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 12

อ่านเรื่องย่อ

นักรบตาปิศาจ

แนว:

แอกชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ศานต์ ศรุติ

บทโทรทัศน์โดย:

วรพันธ์ รวี

กำกับการแสดงโดย:

ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์

ผลิตโดย:

บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

บิ๊กเอ็ม กฤตฤทธิ์ บุตรพรม, เนย ปภาดา กลิ่นสุมาลย์

วิชชุดาร้อนใจที่ลุงทวนไม่รับสายก็เลยโทร.หาอัคคีแต่ติดต่อไม่ได้ มีเพียงให้ฝากข้อความ ตัดสินใจคว้าปืนตรงไปที่ป้อมยามหน้าค่ายทหารขอยืมรถมอเตอร์ไซค์ของจ่าเวรซึ่งรีบส่งกุญแจรถให้

“ขอบใจจ่ามาก รับรองว่าจะเอามาคืนในสภาพที่ปกติไม่บุบสลาย” วิชชุดาสวมหมวกกันน็อก แล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว...

ผู้หวังดีพาอัคคีผ่านด่านสมุนเข้าไปในตัวบ้านได้อย่างง่ายดายเนื่องจากอ้างว่าพาเขามาสมัครงาน อัคคีสงสัยว่านี่เป็นแก๊งไหนอีก หรือว่าเป็นแก๊งเดียวกันกับที่ตัวเองกำลังตามล่า ทำให้ต้องระวังตัวมากขึ้นตอนที่ถูกพาเข้าไปด้านใน กระทั่งมาหยุดที่หน้าห้องหนึ่ง

อัคคีมองทะลุผนังเข้าไปต้องตะลึงที่เห็นพ่อตัวเองในสภาพมีร่องรอยบอบช้ำตามใบหน้า ถูกมัดไว้กับเก้าอี้มีสมุนยืนถือปืนเฝ้าอยู่โดยไม่ล่วงรู้เลยว่านั่นคือนายใหญ่ซึ่งใช้อวัยวะของอัครามาผ่าตัดแปลงโฉมให้ตัวเอง ทำให้มีใบหน้าเหมือนเจ้าของอวัยวะไม่มีผิดเพี้ยน ผู้หวังดีพาอัคคีเข้าไปในห้อง อ้างกับสมุนเฝ้ายามว่าเด็กใหม่คนนี้จะมาผลัดเวรเฝ้านักโทษกับเขา สมุนท้วงเป็นมือใหม่ให้ถือปืนไม่ได้ ผู้หวังดีพยักหน้า

“ก็ไม่ต้องให้ถือ”

ตลอดเวลาอัคคีมองไปยังพ่อด้วยสายตาเป็นห่วง ผู้หวังดีแอบยิ้มพอใจที่เขาไม่ได้เอะใจแม้แต่น้อย...

พรทิพาพร้อมด้วยสมุนและพนักงานรูปหล่อหยิบบาซูก้าออกมายิงระเบิดใส่บ้านสวนของวิชชุดา เสียงตูมดังติดๆกันหลายครั้ง บ้านทั้งหลังระเบิดไฟลุกท่วม วิชชุดาขี่มอเตอร์ไซค์เลี้ยวเข้าซอยบ้านพอดี ได้ยินเสียงระเบิด มองเข้าไปเห็นควันพวยพุ่งพร้อมกับเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ เอะใจว่าจะเป็นบ้านของตัวเอง

เป็นอย่างที่วิชชุดาหวั่นใจ เมื่อมาถึงหน้าบ้านพบเพียงซากปรักหักพัง รีบเข้าไปข้างในเจอร่างที่เคยเป็นของลุงทวนโผล่ขึ้นมาจากเศษหินเศษไม้ที่พังถล่ม ถึงกับน้ำตาซึม...

ผู้หวังดีเหมือนจะรู้ใจอัคคีจึงขอให้สมุนลองให้เขาฝึกดูแลและทำความคุ้นเคยกับนักโทษ ทีแรกสมุนทำเป็นลังเลแต่สุดท้ายก็ยอมให้อัคคีได้เฝ้านักโทษ

ผู้หวังดีเข้ามากระซิบกับเขาว่าเชิญตามสบายแล้วเดินตามสมุนออกไป อัคคีถามพ่อว่าหาเขาเจอได้อย่างไร ท่านวานให้ผู้หวังดีสืบหาเขามาตลอด

“แล้วทิ้งผมกับแม่ไปทำไมตอนผมเกิดและแม่ตายโดยไม่มีใครเหลียวแล”

พ่อไม่ได้ทิ้งอัคคีกับแม่ แต่ไปหาไม่ได้เพราะถูกจับตัวไว้ เขาตกใจนี่ท่านโดนจับตัวไปตั้งแต่เขาเกิดเลยหรือ ท่านพยักหน้ารับคำแล้วเรียกให้เขาเข้ามาใกล้ๆ ยิ่งได้พูดคุยและทำความคุ้นเคย อัคคียิ่งเชื่อสนิทใจว่าผู้ชายคนนี้เป็นพ่อ ถึงขนาดจะพาหนี นายใหญ่ในคราบอัคราฉงนเขาไม่มีอาวุธจะช่วยตนออกไปได้อย่างไร

“ผมจะช่วยพ่อด้วยสองมือที่ไร้อาวุธของผมให้ได้” สีหน้ามั่นใจของอัคคีทำให้นายใหญ่แปลกใจใคร่รู้ พยายามหลอกถามว่าเขาจะใช้วิธีไหน อัคคีให้ท่านรอดูตอนที่เขาพาออกไปแล้วและชวนหนีไปตอนนี้เลย นายใหญ่ยังไม่ได้เตรียมการอะไรไว้รับมือเขารีบร้องห้ามเสียงหลง

ooooooo

ณ ซากที่เคยเป็นบ้านสวน วิชชุดาพยายามโทร.หาอัคคีแต่ไม่สำเร็จ สารวัตรเก่งเข้ามาหาพร้อมกับสามสาวแนนซี่ ริกกี้และซาร่า วิชชุดากำลังใจเสียผวาเข้าไปซบอกเขาซึ่งโอบกอดเธอไว้อย่างเป็นกำลังใจให้

“ผมเสียใจด้วย นายทวนซื่อสัตย์กับครอบครัวดามาก”

“ดาไม่เหลือใครอีกแล้วจริงๆค่ะ” วิชชุดาร้องไห้ออกมาอย่างเสียขวัญ ริกกี้กับซาร่ามองหมั่นไส้ พูดขึ้นลอยๆแล้วเอาอัคคีไปไว้ไหน แนนซี่ต้องปรามสองสาวไว้ วิชชุดาตั้งสติได้ถอยห่างออกจากสารวัตรเก่ง ขอบคุณที่เขามาดูแลสถานที่เกิดเหตุให้ เขาอาสาจะเป็นธุระเรื่องศพของลุงทวนให้เธอเอง ไม่ต้องเป็นห่วง

“ดากลับไปก่อนแล้วผมจะโทร.ไปรายงานเรื่องราวกับดา แนนซี่ไปส่งที่รถด้วย”

แนนซี่ผายมือเชิญวิชชุดาให้เดินนำ เธอบอกแนนซี่ว่าไม่ต้องไปส่งเธอเอามอเตอร์ไซค์มาแล้วจ้ำพรวดๆออกไปจะรีบกลับไปรออัคคีที่บ้านพักเพื่อคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้น...

อัคคียกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาบ่อยครั้งเนื่องจากเป็นห่วงวิชชุดา นายใหญ่เห็นท่าทีของเขาก็รู้ทัน แกล้งชวนให้เขาอยู่ด้วยทั้งคืนจะได้คุยกันฉันพ่อลูก อัคคีอึกอักแต่สุดท้ายก็รับปาก แล้วจะแก้มัดให้ นายใหญ่ร้องห้ามไว้ ขืนทำอย่างนั้นจะถูกพวกมันทำร้ายเอาได้ เขากลับบอกว่าไม่กลัว นายใหญ่แปลกใจทำไมเขาถึงไม่กลัวอะไรสักอย่างทั้งที่บุกถ้ำเสือมือเปล่า มั่นใจว่าต้องมีความลับบางอย่างที่ซ่อนเอาไว้...

ทางฝ่ายพรทิพาถล่มบ้านวิชชุดาพังยับก็อยากจะคุยอวดให้นายใหญ่ฟังพยายามโทร.หา ประสงค์เป็นคนรับสายอ้างท่านติดธุระสำคัญมารับสายไม่ได้ มีอะไรให้สั่งตนไว้ นอกจากไม่ฝากอะไรไว้ยังกระแทกหูใส่อีกต่างหาก ในเมื่อคุยอวดกับนายใหญ่ไม่ได้ พรทิพานึกถึงพี่ชายตัวเองขึ้นมาได้ก็โทร.ไปคุยอวด

“อย่าเพิ่งมาอวดอะไรพี่ตอนนี้ ขอเวลาทำงานก่อน อ้อ พี่ดีใจนะที่เธอปลอดภัยกลับมา” พูดจบหมอชูเกียรติวางสาย พรทิพาโมโหมากปามือถือลงพื้น แค้นใจที่ไม่มีใครให้ความสำคัญ

“ดีล่ะ ฉันอยากทำอะไรก็จะทำ ไม่ปรึกษาใครแล้ว” พรทิพานิ่งคิดไปอึดใจก่อนจะสั่งให้พนักงานรูปหล่อ ติดต่อประสงค์ให้อีกครั้งเรื่องที่เธอจะจัดการกับวิชชุดา...

นาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนแล้ว วิชชุดายังนั่งรออัคคีกลับมาจนเผลอหลับไป

ooooooo

พนักงานรูปหล่อเข้ามารายงานว่าประสงค์ติดต่อนายใหญ่ได้แล้วและมีคำสั่งให้พรทิพาจับตัววิชชุดามาเป็นๆ ห้ามฆ่า ท่านจะเอาไว้ต่อรองกับอัคคีซึ่งกำลังติดกับดักเรา

“น่าเสียดาย จะจับตัวนังวิชชุดาได้ยังไง ไปปรึกษาดูนะ บอกว่าฉันรอคำตอบ”...

ประสงค์สั่งให้ผู้หวังดีใช้มือถือของอัคคีที่ฝากเอาไว้ ส่งข้อความไปหาวิชชุดานัดหมายให้ไปเจอที่ท่าน้ำบ้านสวนของเธอ แล้วเขียนโน้ตส่งให้สมุนเฝ้ายามนักโทษเอาไปให้นายใหญ่อ่าน

ทางฝ่ายวิชชุดาสะดุ้งตื่นเมื่อมีเสียงไลน์ดังเตือนเข้ามา รีบหยิบมือถือมาเปิดอ่าน อัคคีนัดวันเวลาและสถานที่ที่ให้ไปเจอ แต่พอเธอโทร.กลับไปหาต้องแปลกใจที่ติดต่อไม่ได้

“อ้าว ไลน์มาแค่นี้ แล้วปิดมือถือ” วิชชุดาบ่นอุบ...

ครู่ต่อมา สมุนนำโน้ตจากประสงค์มาให้นายใหญ่อ่านที่ห้องขัง ท่านพยักหน้ากับสมุนเป็นทำนองว่าโอเค อัคคีมองอยู่ตลอดแต่ไม่ได้สนใจเพราะคิดว่านายใหญ่เป็นพ่อจริงๆคงไม่มีอะไรแอบแฝง สมุนสั่งให้อัคคีกลับไปได้แล้ว เขาหันมองพ่อตัวปลอม

ไหนว่าจะให้อยู่ทั้งคืน ท่านขอร้องให้ทำตามที่สมุนบอก อัคคีพยายามตื๊อจะเจอท่านอีก สมุนยกปืนไล่และไม่ให้ เซ้าซี้อะไรอีก อัคคีโน้มไปกอดพ่อพลางกระซิบเบาๆ

“ผมต้องพาพ่อออกไปจากที่นี่ให้ได้ ผมสาบาน”

“ขอบใจ แต่ตอนนี้ไม่สะดวกแน่” พูดจบนายใหญ่พยักพเยิดให้อัคคีออกไป เขานึกขึ้นได้ว่าน่าจะดูโน้ตในมือสมุนสักหน่อยจึงเพ่งไปที่มือ สมุนไล่ตะเพิดพร้อมกับขยำโน้ตทิ้งทำให้อัคคีอ่านไม่ได้ ไม่นานนักอัคคีออกมาถึงหน้าบ้านเจอผู้หวังดีรอท่าอยู่ ทวงถามถึงมือถือของตัวเอง กลับได้รับคำตอบว่าทำหายหวังจะให้เขาติดต่อวิชชุดาไม่ได้...

ทางฝ่ายพรทิพากับพนักงานรูปหล่อพร้อมสมุนอาวุธครบมือ จอดเรืออยู่กลางแม่น้ำรอท่าวิชชุดาไม่ห่างจากจุดนัดพบนัก พนักงานรูปหล่อเตือนพรทิพาว่านายใหญ่สั่งให้จับเป็น เธอตวาดแว้ดจะโง่ไปบอกเขาทำไมว่าเราจับตาย เหตุผลร้อยแปดมีให้อ้าง พนักงานทักท้วงขืนทำอย่างนั้นงานที่นายใหญ่วางไว้จะผิดแผนได้ พรทิพาไม่สนใจ ผิดแผนก็วางแผนใหม่ได้นายใหญ่อัจฉริยะอยู่แล้ว“โน่น...นังวิชชุดามันมาแล้ว เตรียมตัวได้ เอาปืนยาวมา”...

อัคคีกลับถึงบ้านไม่เจอวิชชุดารออยู่ รีบวิ่งไปถามจ่าเวรที่ป้อมยามหน้าค่ายทหารได้ความว่าเธอมายืมมอเตอร์ไซค์ของเขาออกไปข้างนอกเป็นรอบที่สองแล้ว อัคคีนิ่วหน้าแปลกใจ...

วิชชุดานั่งกระวนกระวายอยู่ที่ท่าน้ำบ้านสวน มองไปกลางแม่น้ำเห็นเรือลำหนึ่งจอดอยู่ นึกว่าเป็นอัคคี พรทิพาซึ่งนอนหมอบอยู่กราบเรือเล็งปืนไปยังเป้าหมายที่ตอนนี้เป็นเป้านิ่งก็เตรียมเหนี่ยวไก

มีเสียงมือถือของวิชชุดาดังขึ้น เธอรีบกดรับสาย อัคคีถามด้วยความเป็นห่วงว่าหายไปไหนทำไมไม่รออยู่ที่บ้าน วิชชุดาเอะใจถ้าเขาอยู่ที่บ้านแล้วในเรือลำนั้นใครอยู่ คิดได้ดังนั้นรีบหมอบราบไปกับพื้น มีเสียงปืนดังสนั่น วิชชุดากลิ้งตัวหลบกระสุนได้ทัน อัคคีได้ยินเสียงปืนลอดเข้ามาในสายตะโกนถามว่าอยู่ไหน เธอตะโกนตอบว่าท่าน้ำบ้านสวน แล้วกลิ้งหลบกระสุนลงไปในน้ำพร้อมกับมือถือ พรทิพากับสมุนระดมยิงใส่น้ำไม่ยั้ง

“นังบ้าดันหมอบ...ปูพรมแถวนั้นให้ทั่วพุ่งเรือเข้าไปควานเอาตัวมันขึ้นมา” พรทิพาสั่งเสียงเข้ม...

อัคคีเป็นห่วงความปลอดภัยของวิชชุดารีบโทร.ไปขอความช่วยเหลือจากสารวัตรเก่งให้ส่งตำรวจที่อยู่ใกล้บ้านสวนที่สุดไปดูเธอให้ที เขาจะรีบตามไปที่นั่น สารวัตรเก่งรับปากจะจัดการให้

“...ขอบคุณที่ยังเห็นว่าผมสามารถช่วยเหลือได้” สารวัตรเก่งวางสายแล้วลุกขึ้นจะไป แนนซี่ ริกกี้กับซาร่าเดินเข้ามาพอดี เขาก็เลยชวนให้ไปด้วยกัน

ooooooo

พรทิพายังไม่ละความพยายามสั่งให้เรือแล่นเข้าไปใกล้ๆกับจุดที่วิชชุดาตกลงไปในน้ำ มีเสียงมือถือของยัยตัวแสบดังขึ้น นายใหญ่โทร.มาตำหนิที่เธอขัดคำสั่งและสั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้ เธอกำลังทำลายแผนการของเรา

“หันมาทางซ้ายสิ แล้วเธอจะเห็นเรือของใครกำลังจับตาดูอยู่” นายใหญ่ส่องกล้องมาทางเรือของพรทิพาเห็นเธอหันมอง “หยุดเดี๋ยวนี้หรือจะกล้าขัดคำสั่ง...ลงไปงมหาผู้หญิงห้ามทำลายชีวิตเอาตัวมานี่”

สมุนลงไปงมหาวิชชุดา ขณะที่พรทิพาหันไปบ่นกับพนักงานรูปหล่อว่าจะมาตามจับผิดกันไปถึงไหน พนักงานแก้ตัวแทนว่าท่านรอบคอบและเธอก็ควรจะเชื่อฟังท่านเอาไว้ดีที่สุด เธอไม่สนใจคำเตือนของเขาเพราะมัวแต่ใจจดจ่อว่าจะได้ตัวศัตรูหัวใจขึ้นมาจากน้ำหรือเปล่า หรือจะโดนยิงตายไปแล้ว

“โดนยิงตายน้ำก็ต้องมีสีแดงสิครับ”

“จริงสิ นึกออกแล้วมันคงรอดตาย ฉันจะลงไปจับตัวมันเอง”ว่าแล้วพรทิพาโดดลงน้ำไม่สนใจเสียงห้ามปรามของพนักงานรูปหล่อ จังหวะนั้นนายใหญ่โทร.มาสั่งให้ถอย ตำรวจมาแล้ว พนักงานรูปหล่อมึนไปหมดไม่รู้จะทำอย่างไรดี ตัดสินใจถอยเรือออกมา นายใหญ่ขอสายพรทิพาหน่อย

“เออ...เธอกระโดดลงไปในน้ำตามจับตัวผู้หญิงคนนั้นแล้วครับ” พนักงานรูปหล่อรายงานปากคอสั่น

นายใหญ่อยากจะบ้าตายที่พรทิพาไม่เคยฟังคำสั่งใดๆของตัวเอง ด้านวิชชุดาแอบอยู่ใต้น้ำพยายามจะหนีพวกสมุน พอได้จังหวะก็โผล่ขึ้นมาหายใจแล้วดำลงไปแอบใหม่ โดยไม่รู้ว่าพรทิพาว่ายน้ำเข้ามาหา...

ตำรวจท้องที่มาถึงบริเวณท่าน้ำบ้านสวนแต่ไม่พบใครสักคน เห็นสารวัตรเก่งตามมาสมทบพร้อมกับสามสาวรีบเข้ามารายงานว่านอกจากจะไม่พบใครยังไม่พบสิ่งผิดปกติอีกด้วย สารวัตรเก่งสั่งให้ทุกคนออกค้นหาไปรอบๆรวมทั้งสามสาวด้วย อัคคีพรวดพราดเข้ามาร้องหาวิชชุดาลั่น สารวัตรเก่งโมโหที่เขาไม่ดูแลเธอให้ดีตรงเข้ามาต่อยหน้าคะมำ ต่อว่าว่าทิ้งเธอไว้คนเดียวได้อย่างไร ที่นี่โดนพวกมันถล่มจนราบตั้งแต่ตอนสายแล้ว

“นายทวน?”

“ตายแล้ว โดนยาพิษจากเครื่องประดับกรีดหน้าผาก ดามาที่นี่ตอนสาย ผมให้เธอกลับไปแล้ว”

อัคคีมั่นใจว่าวิชชุดาต้องอยู่ที่นี่ กวาดตามองหาไปทั่วบริเวณก็ไม่เจอ รีบวิ่งไปดูในน้ำ...

วิชชุดาว่ายน้ำหนีพวกสมุนเพื่อจะขึ้นฝั่ง พรทิพากับสมุนเห็นเธอก็ว่ายน้ำเข้าไปหา วิชชุดาหนีไม่พ้นถูกสมุนสองคนล็อกตัวไว้ได้ พรทิพากดหัวเธอไว้ไม่ให้ขึ้นมาหายใจหวังจะให้ขาดอากาศตาย เธอไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

ทั้งเตะทั้งถีบจนสมุนปล่อยมือ แล้วรีบโผล่ขึ้นมาหายใจ แต่ก็โดนรุมและโดนพรทิพาจับหัวกดน้ำไว้อีกครั้ง

ooooooo

พนักงานรูปหล่อรีบขับเรือไปจอดเทียบเรือของนายใหญ่พร้อมกับโทรศัพท์คุยกับท่านไปด้วยว่าจะให้ตนทำอย่างไรต่อไป ท่านสั่งให้ทำไม่รู้ไม่ชี้ ทำเหมือนเรามาลอยเรือเล่น รอเวลารับพรทิพากลับ พนักงานสงสัยถ้าตำรวจมาที่เรือจะให้ทำอย่างไร ท่านสั่งให้ทิ้งอาวุธลงแม่น้ำให้หมด...

ฝ่ายอัคคีว่ายน้ำตามมายังจุดที่วิชชุดาถูกกดน้ำแต่ใช้ตาปิศาจยิงใส่สมุนกับพรทิพาไม่ได้เพราะไฟไม่สามารถวิ่งผ่านน้ำไปได้ จึงต้องเร่งว่ายไปถึงตัวเธอให้เร็วที่สุด วิชชุดาสำลักน้ำแน่นิ่งไป พรทิพาย่ามใจสั่งให้สมุนจับตัวเธอไว้ให้ลอยขึ้นเหนือน้ำตนจะได้สับคอนังนั่นให้หักหมุนได้รอบ อัคคีสบช่องตอนที่พวกสมุนลอยคอขึ้นมาพ้นน้ำปล่อยไฟนรกใส่ติดๆกันสองที

สมุนทั้งสองคนหน้าผาทะลุตายคาที่พรทิพาถึงกับตะลึงหันขวับไปเห็นอัคคีจ้องมองมาด้วยสายตาเอาเรื่อง รีบว่ายน้ำหนี เขาเป็นห่วงวิชชุดาก็เลยไม่ไล่ตามรีบดำน้ำลงไปช่วยเธอก่อน ไม่นานนักเขานำตัวเธอมาไว้บนท่าน้ำบ้านสวนพลางตะโกนบอกให้ทุกคนเปิดทางสะดวกให้มีอากาศถ่ายเท แล้วทำการเป่าปากผายปอดให้เธอพลางกระซิบเบาๆ

“ที่รัก ตัวป่วนของผม ลืมตาสิลืมตามาดูไอ้เหี้ยมของคุณนะคนดี”

สารวัตรเก่งทนเห็นภาพบาดตาไม่ไหวต้องเบือนหน้าหนี ซาร่ากับริกกี้หมั่นไส้หาว่าวิชชุดาแกล้งไม่ฟื้นเพื่อให้อัคคีผายปอด แนนซี่ต้องคอยปรามไม่ให้พูดอะไร สักพักวิชชุดาฟื้นคืนสติสำลักเอาน้ำออกจากปอด อัคคีรีบประคองให้เธอลุกขึ้นนั่ง ซาร่าไม่วายร้องเตือนว่าสารวัตรเก่งมองอยู่เห็นกันบ้างหรือเปล่า

“สารวัตรมาถึงก่อนใครๆ” ริกกี้แกล้งพูดขึ้นลอยๆ วิชชุดาหันไปยิ้มให้กิ๊กเก่า

“ขอบคุณมากค่ะ สารวัตร ขอบคุณทุกคนด้วยที่เป็นห่วง”

“ผมคงต้องไปก่อนแล้ว” พูดจบสารวัตรเก่งผละจากไปโดยมีสามสาวเดินตาม...

แม้จะผิดเต็มประตูที่ไม่เชื่อฟังคำสั่ง แต่พรทิพาก็ไม่ยอมรับ นายใหญ่ตำหนิเธอจนหูชาและสั่งลงโทษห้ามออกจากบ้านเป็นเวลาเจ็ดวัน เธอโวยวายแล้วกิจการเรือสำราญของเธอจะทำอย่างไร ท่านจะให้คนอื่นมาดูแลแทน กำหนดโทษเสร็จจะเดินหนี พรทิพาโวยวายไล่หลัง

“ใจร้าย ถ้าห่วงใยจริงส่งคนมาคุ้มครองคุ้มกันพรสิ เอามาให้เยอะๆทั้งสารพัดอาวุธด้วย”

“แน่นอน แต่ถ้าครั้งนี้พูดไม่ฟังจะปล่อยเลยตามเลยไม่ช่วยเธออีกต่อไป”

ooooooo

ประกายดาวยังคงถูกกักขังไว้ที่หน่วยหนึ่งของขบวนการค้ามนุษย์เพื่อเตรียมตัวจะเป็นแม่พันธุ์ เธอได้แต่ภาวนาให้พ่อแม่หรือไม่ก็อัคคีมาช่วยเธอออกไปที ผู้คุมผ่านมาทันได้ยินบอกให้เธอทำใจให้สงบ อีกสองวันจะต้องไปรับการดูดไข่ เธอไม่พอใจ ที่ถูกกระทำราวกับเป็นสัตว์ไล่ตะเพิดเขาไปให้พ้น

“อย่าอวดดี ถ้าไม่มีคำสั่งนายใหญ่ โดนไปนานแล้ว ทั้งข่มขืนทั้งตบตี”...

ที่บ้านพักของอัคคีภายในค่ายทหาร แม้จะอ่อนเพลียจากการจมน้ำ แต่วิชชุดาไม่วายคาดคั้นให้อัคคีบอกว่าหายไปไหนมา ทำไมพวกคนร้ายถึงได้เอามือถือของเขาไลน์มานัดแนะให้เธอไปติดกับ เขาได้แต่อึกอักก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย เล่าเรื่องที่ขบวนการค้ามนุษย์ถูกกวาดล้างครั้งใหญ่ที่ชายแดนใต้ให้ฟังแทนที่...

แทนที่จะสำนึกผิด พรทิพาพาลอาละวาดขว้างปาข้าวของเนื่องจากไม่พอใจที่ถูกนายใหญ่ลงโทษด้วยการกักบริเวณ พนักงานรูปหล่อปลอบให้ใจเย็นๆก่อน แค่เจ็ดวันเองเดี๋ยวก็ผ่านไป เธอทนไม่ไหวถ้าจะให้อยู่เฉยๆ ในเมื่อนังวิชชุดายังลอยหน้าอยู่ อยากให้มันตายคาท่าเรือนั่นแต่มันก็ดันรอด หมอชูเกียรติมาถึงก็ตำหนิน้องสาวไม่ยั้งที่ทำตัวนอกรีต พนักงานรูปหล่อรู้งานรีบหลบออกมา

“มาถึงก็มาฉอดๆใส่ ไม่รู้บ้างเหรอว่าน้องต้องเสี่ยงตายไปกี่หนกี่ครั้ง ทั้งโดนจับตัวทั้งโดนมันซ้อมเอา”

“มีอะไรแย่ๆของเธอที่พี่ไม่รู้บ้างไหมถึงต้องคอยห้ามแต่เธอกลับไม่นำพา ขอร้องนะอย่าทำมาหากินอะไรอีกเลย อยู่เฉยๆเธอก็มีกินมีใช้แล้ว” หมอชูเกียรติตำหนิจบผละจากไป พรทิพาไม่พอใจปาแก้วลงพื้น...

ฝ่ายนายใหญ่บ่นให้ผู้หวังดีฟังด้วยอารมณ์หงุดหงิดที่พรทิพาดื้อดึงจะฆ่าวิชชุดาแทนที่จะจับเป็น ทำให้ผิดแผนไปหมด ตนต้องวางแผนกันใหม่อีกรอบ ผู้หวังดีอดสงสัยไม่ได้ ทำไมอัคคีถึงไม่เฉลียวใจอะไรบ้าง

“เขาดีใจที่ได้พบฉันจนเกินสงสัย แต่ฉันแปลกใจไม่หายว่าเขาใช้อะไรฆ่าคนง่ายดายโดยไม่มีใครเคยเห็นอาวุธนั่นเพียงฉันได้รู้เท่านั้น ฉันแก้เกมได้แน่”

“ตอนที่เขาอยู่กับท่าน จับสังเกตอะไรได้บ้างไหมครับ”

ท่านจับได้แค่ว่าอัคคีมั่นใจจะพาท่านออกไป โดยใช้แค่สองมือของตัวเอง ผู้หวังดีแนะให้นายใหญ่ลองให้เขาพาหนีดูสักครั้ง ท่านเห็นด้วยแต่ยังทำตอนนี้ไม่ได้ อยากให้ผู้หวังดีส่งคนไปจับตาดูเขา ถ่ายคลิปไว้ทุกฝีก้าว ถึงเขา จะระวังตัวแจแต่ก็ต้องมีเผลอไผลบ้าง พวกเรากำลังเพลี่ยงพล้ำมาก

“ศูนย์ที่ชายแดนโดนทลายไปหนึ่ง มันชักลุกลามมากขึ้นทุกที เด็กของเรามีมากพอส่งไหม”

“มีมากครับ แต่ไม่พอส่งเพราะความต้องการล้นตลาด ใครๆก็ต้องการเด็กไทย”

“พรุ่งนี้พาฉันไปดูฟาร์มของเราสิ เผื่อจะหาวิธีผลิตได้เพิ่มขึ้น”

ooooooo

ที่โต๊ะอาหารบ้านอัคคี วิชชุดาไม่เป็นอันตั้งสำรับเพราะอัคคีคอยจะดึงตัวมากอด พยายามดิ้นหนีเขาก็ยิ่งกอดไว้แน่นแถมขโมยหอมแก้มตลอด อ้างไม่ได้อยู่ด้วยมาทั้งคืนก็เลยคิดถึง

“เหลวไหล ปล่อยนะคะนี่มันเวลากินข้าว”

นอกจากจะไม่ปล่อย อัคคีจูบวิชชุดาอย่างดูดดื่ม ทีแรกเธอขัดขืนแต่สุดท้ายก็ปล่อยให้เขาทำตามใจ อัคคีอุ้มเธอไปวางบนเตียงนอนแล้วเริ่มซุกไซ้ไปทั่วตัว แม้จะอ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟ แต่วิชชุดาก็ล้วงเอาปืนจากใต้หมอนขึ้นมาจ่อเขาจนได้ขอร้องให้หยุดแค่นี้มันยังไม่ถึงเวลาไม่อย่างนั้นจะยิง เขาท้าให้ยิงได้เลยเขาอยากตายด้วยน้ำมือเธอ หญิงสาวร้องไห้โฮ อัคคีหยุดจูบทันที ดึงเธอมากอดไว้ขอโทษที่เผลอใจไปหน่อย

“ลงไปกินข้าวกันนะครับ หยุดร้องไห้นะคนดี” อัคคีจูบที่ดวงตาเพื่อจะซับน้ำตาให้ แล้วอุ้มเธอกลับไปที่โต๊ะอาหารโดยไม่รู้เลยว่าที่บริเวณหน้าค่ายทหาร พรทิพากับสมุนซึ่งปลอมเป็นพนักงานของการไฟฟ้ากำลังปีนเสาไฟเอาปืนยิงจรวดเล็งมาที่บ้านหลังนี้

อัคคีบังเอิญมองออกไปทางหน้าต่างผ่านทางตาปิศาจ เห็นพวกสมุนกำลังจะยิงจรวดใส่ รีบฉุดวิชชุดาวิ่งหนี ทันทีที่พ้นประตูบ้านจรวดพุ่งใส่บ้านระเบิดตูม พรทิพาหัวเราะชอบใจราวกับคนบ้า สั่งให้สมุนยิงซ้ำ

“พวกมันตายแบบไม่ได้สั่งเสียใครสักคนแล้ว กลับนะครับก่อนที่คนจะมามุงกันเต็ม” พนักงานรูปหล่อพยายามจะดึงพรทิพากลับขึ้นรถ เธอไม่ยอมไปจะขอดูผลงานของตัวเองก่อน...

วิชชุดากับอัคคีรอดตายหวุดหวิดมีเพียงรอยถลอกจากการพุ่งหนี เขาแค้นใจมากที่คนร้ายบังอาจบุกมาทำลายข้าวของของทางราชการโดยไม่เกรงกลัวจะตามไปเอาเรื่อง เธอทักท้วงป่านนี้มันหนีไปหมดแล้ว เขาเพ่งมองไปนอกค่ายยังเห็นพวกมันอยู่บอกให้วิชชุดารออยู่ที่นี่ขอไปจัดการพวกมันก่อนแล้วดึงเธอมาจูบเรียกกำลังใจให้ตัวเอง ก่อนจะวิ่งปรู๊ดออกไป...

ครู่ต่อมาอัคคีสวมหมวกหลุบต่ำเดินเตร่มาปะปนกับไทยมุงที่หน้าค่ายทหาร ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้กับสมุนสองคนที่ยืนชื่นชมผลงานของตัวเองอยู่ รถเก๋งคันหรูของพรทิพาแล่นผ่านไปช้าๆ อัคคีหันไปมองเห็นยัยตัวแสบโรคจิตมองมายังที่เกิดเหตุด้วยสีหน้าสะใจ รอจนรถแล่นพ้นไปแล้ว เขาขยับหมวกให้พ้นดวงตาปิศาจแล้วปล่อยไฟนรกใส่สมุนทั้งสองคนตายทันที ไทยมุงพากันแตกตื่นที่อยู่ๆมีคนตายพร้อมกันตรงหน้า

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก สมุนอีกสองคนซึ่งจอดรถรอเพื่อนอยู่เห็นหายไปนานชวนกันไปดู เห็นเพื่อนนอนตายอนาถหน้าผากโบ๋คนหนึ่ง อีกคนหนึ่งท้ายทอยทะลุก็ตกใจรีบวิ่งกลับไปขึ้นรถ อัคคีซึ่งรอท่าอยู่ปล่อยไฟนรกใส่ รถระเบิดตูมทั้งคนทั้งรถแหลกไม่มีชิ้นดี...

นายพลพิชัยทราบถึงเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น เรียกอัคคีมาซักถาม เขาตัดสินใจเล่าเรื่องขบวนการค้าอวัยวะมนุษย์ให้ฟัง ท่านสรุปทันทีว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องร่วมมือเฉพาะกิจกับทางตำรวจ ปราบปรามเหล่าร้ายแก๊งนี้ อัคคีไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองถามย้ำหมายความว่าอย่างไร

“หมายความว่าให้ผู้พันจัดการมันได้โดยมีพวกเราสนับสนุนร่วมกับทางตำรวจ ให้ถือเป็นปฏิบัติการลับ แพร่งพรายออกไปไม่ได้”...

นายใหญ่โมโหมากที่เกิดเรื่องให้ไม่หยุดหย่อน ผู้หวังดีว่าเราพลาดตั้งแต่จับเอาอัคคีมาควักลูกตาแล้ว นายใหญ่ตกใจมีเรื่องแบบนี้ทำไมไม่มีใครรายงานให้รู้ กำชับแล้วไม่ใช่หรือว่าอย่าไปแตะคนในเครื่องแบบ นี่ถ้าไปมีเรื่องกับตำรวจด้วยมิไปกันใหญ่หรือ ประสงค์เห็นควรให้เตรียมการตั้งรับกันได้แล้วโดยเฉพาะที่บ้านของพรทิพาเพราะอัคคีคงตามมาเอาเรื่องแน่ๆ

“เดี๋ยวนะที่บอกว่าผู้พันอัคคีโดนควักลูกนัยน์ตา แต่ฉันไม่เห็นว่ามันจะมีอาการตาบอดสักนิดเดียว”

ทั้งประสงค์และผู้หวังดีก็ไม่เห็นความผิดปกติที่ดวงตาของอัคคีทั้งที่โดนควักไปแล้ว นายใหญ่คาใจมาก สั่งให้ผู้หวังดีติดต่ออัคคีให้มาพบตนอีกครั้งให้เร็วที่สุด เขาไม่แน่ใจว่าอัคคีจะมาอีกหรือเปล่าเพราะวันก่อนเขาใช้เบอร์ของมันโทร.ไปหลอกวิชชุดามาติดกับ มันอาจเปลี่ยนเบอร์ไปแล้ว ที่สำคัญเขาไม่ค่อยกล้าไปที่กรมทหารอีก นายใหญ่สั่งเสียงเข้มไม่กล้าก็ต้องไป ใครที่ไหนจะมาคอยจับผิดเขา

ooooooo

อัคคีส่งมือถือเครื่องใหม่ให้วิชชุดาหนึ่งเครื่อง ตัวเองเก็บไว้หนึ่งเครื่อง มือถือเบอร์ใหม่นี้จะไม่มี ใครรู้นอกจากเราสองคน วิชชุดายังคาใจไม่หายแล้วทำไมมือถือเครื่องก่อนของเขาถึงไปอยู่กับคนอื่น ให้มาหลอกฆ่าเธอ เขาโกหกว่าทำหายแต่ลืมโทร.ไประงับการใช้งาน รับปากจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก

“ผมจะซื้อมือถืออีกเครื่องใช้เบอร์เก่าแล้วจะแกล้งทำหาย ดูซิว่าใครจะมาหลอกคุณอีก ผมจะจัดการมัน”

“คนที่ได้มือถือคุณไปครั้งนั้นมันคือพวกพรทิพา ค่ะ คุณทำหายไว้กับพรทิพาเหรอคะ”

“ถ้าผมไปหาเธอ เธอจะส่งคนมาถล่มบ้านผมทำไม ไว้ใจผมนะ ผมจะสืบให้ได้ว่าใครเอามือถือผมไป” พูดจบดึงวิชชุดามากอดมาหอมหวังจะทำให้เธอคลายความขุ่นข้องหมองใจ...

ทางฝ่ายพรทิพากำลังเล่นปูไต่อยู่กับพนักงานรูปหล่อตอนที่หมอชูเกียรติโผล่เข้ามาเงียบๆ พนักงานเห็นเขาเข้าถึงกับถลาออกจากห้องแทบไม่ทัน หมอชูเกียรติมาต่อว่าน้องสาวที่ทำอะไรไม่รู้จักคิดไปถล่มบ้านพักนายทหารเท่ากับหาเรื่องใส่ตัวชัดๆและตนเชื่อว่าอัคคีจะต้องตามมาล้างแค้นเธอถึงถิ่นแน่นอน

“เชอะ ใครกลัวมัน หรือพี่ชายกลัว”

หมอชูเกียรติจะกลัวไปทำไม เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตนแม้แต่น้อย ตนมีหน้าที่ทำงานก็ทำด้วยความสงบเรียบร้อยไม่เคยสร้างศัตรูเหมือนเธอ พรทิพาขี้เกียจฟังเขาบ่นรีบตัดบทว่าปวดหัวมากอยากจะหนีเข้าห้องดับจิต หมอชูเกียรติส่ายหน้าระอาใจที่พูดกับเธอไม่รู้เรื่อง ถ้าอย่างนั้นเขาคงต้องขอตัวกลับไปทำงานก่อน

“งานๆๆๆ เอางานมาอ้าง น้องถึงต้องกลายเป็นนางบ้าอย่างที่เห็นนี่ไง” พรทิพาตะโกนไล่หลัง...

ตำรวจที่อัคคีต้องประสานงานในการปราบปรามแก๊งค้าอวัยวะมนุษย์ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือสารวัตรเก่งนั่นเอง โดยทีมของเขาจะมีแนนซี่ ริกกี้และซาร่า ส่วนทีมของอัคคีมีวิชชุดาเป็นคู่หู ซาร่าไม่ค่อยพอใจไหนว่าภารกิจนี้เป็นความลับแล้วทำไมถึงมีคนนอกอย่างวิชชุดามาร่วมงานด้วย

“ถึงเธอไม่ใช่คนในเครื่องแบบ แต่เธอมีความสามารถมากมายเกินคาดคิดครับ”

ซาร่ากับริกกี้ขอให้สารวัตรเก่งตัดสินใจเรื่องที่จะเอาคนนอกอย่างวิชชุดามาร่วมงาน เขาเห็นด้วยกับอัคคีและยินดีจะร่วมทำงานกับวิชชุดา อัคคียื่นมือไปให้สารวัตรเก่งจับ

“แด่มิตรภาพของสองหน่วยงานที่จะทำหน้าที่ปกป้องพี่น้องประชาชนคนบริสุทธิ์ครับสารวัตร”

“ครับ...เออ คุณผู้หญิงทั้งสี่คนควรจับมือกันเช่นเดียวกับเราด้วยครับ” สารวัตรเก่งมองสี่สาว แนนซี่ยินดีเป็นอย่างยิ่งยื่นมือไปให้วิชชุดาจับ แต่ริกกี้กับซาร่าทำเฉย สารวัตรเก่งมองทั้งคู่เขม็ง ในที่สุดพวกเธอก็ยอมจับมือกับวิชชุดา สารวัตรหนุ่มแจ้งให้สามสาวแนนซี่

ซาร่าและริกกี้ทราบว่าความจริงแล้วพวกเธอยังมีหัวหน้าอีกหนึ่งคนเป็นผู้หญิงเหมือนกัน เธอจะสั่งงานทั้งสามคนทางมือถือและวิทยุสื่อสารเท่านั้น

“เราคิดว่าสารวัตรคือหัวหน้าของพวกเราค่ะ”

“ครับ ผมคือหัวหน้าหน่วยงานนี้ แต่หัวหน้าที่ดูแลพวกคุณคือเธอ รหัสเรียกขานของเธอคือ ว.2444 คำสั่งของเธอถือเป็นเด็ดขาด”

ooooooo

ณ บ้านพักนายทหารหลังใหม่ อัคคีกำลังจะไปทำงาน ออดอ้อนให้วิชชุดามาส่งหน้าบ้าน เธอให้เขาสัญญาก่อนว่าจะไม่ทำรุ่มร่ามเดี๋ยวคนอื่นมาเห็นจะคิดว่าเธอใจง่าย เขามีข้อแม้ขอชื่นใจตอนนี้ก่อนจะได้ทำงานอย่างมีความสุขไปทั้งวัน โดยไม่รอคำตอบเขาดึงวิชชุดามาจูบหน้าตาเฉยเธอปล่อยสักพักก็ผลักเขาออก

“ผมหลงคุณจนชักไม่อยากไปทำงานแล้วสิ”

“อย่าเหลวไหลสิคะ ไปได้แล้วค่ะ” พูดจบวิชชุดาเดินลิ่วมารอหน้าบ้าน “เร็วๆสิคะ อย่าโอ้เอ้ เสียชื่อนายทหารใหญ่หมด อยู่นานงูจะงอกบนหัวนะคะ”

ทันทีที่อัคคีคล้อยหลัง จ่าเวรหน้าป้อมยามเอาจดหมายจ่าหน้าถึงเขามาให้ วิชชุดาแปลกใจทำไมไม่มีตราไปรษณีย์ประทับ จ่าเล่าว่านี่เป็นจดหมายฉบับที่สามแล้ว เธอมองจดหมายในมือสงสัยสุดๆ...

ด้านนายใหญ่มาดูฟาร์มเพาะเด็กย่านชานกรุงกับประสงค์เพื่อหาทางเพิ่มผลผลิตให้ทันกับความต้องการของตลาด จึงสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้บอกพวกแม่พันธุ์ว่าบั้นปลายจะโดนแยกชิ้นส่วน เพราะจะทำให้จิตใจว้าวุ่นจนเด็กที่เกิดมาประสาทเสียไม่ฉลาดไม่สวย ดังนั้นต้องทำให้พวกเธอมีความสุขมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

การมาเยี่ยมเยียนครั้งนี้ของนายใหญ่ทำให้ได้เจอกับประกายดาวซึ่งทั้งสวย ฉลาดและเด่นที่สุดในแม่พันธุ์รุ่นนี้ เพียงแต่เธอมักจะงอแงบ่อยๆ หลังจากได้พูดคุยกันทำให้นายใหญ่รู้ว่าการใช้ไม้แข็งไม่ได้ผลกับเธอ จึงพยายามกล่อมหากอยากอยู่อย่างสบายและมีจิตใจเบิกบานก็ควรจะให้ความร่วมมือดีๆ

ประกายดาวสบช่องถ้าอยากให้เธอเบิกบานสดชื่นเพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดไปสร้างเด็กอย่างที่นายใหญ่ต้องการก็ต้องยอมปล่อยให้เธอออกไปเดินเล่นข้างนอกได้บ้าง ประสงค์ตวาดแว้ดอย่ามาต่อรองกับท่าน

“ฉันชอบที่เธอกล้าต่อรอง ฉันต้องการให้ทุกคนที่นี่เบิกบานอย่างที่เธอพูด”

“ถ้าให้ฉันมีชีวิตที่ดีกว่า ฉันสัญญาว่าจะเกลี้ยกล่อมคนอื่นๆให้ทำตัวดีๆเพื่อสะดวกในการทำงาน”

นายใหญ่ตกลงทำตามที่ประกายดาวต้องการอนุญาตให้ออกมาเดินเล่นได้วันละสองเวลาเช้าเย็น เธออยากรู้ว่าคำสั่งจะมีผลเมื่อไหร่ ท่านให้เริ่มวันพรุ่งนี้ได้เลย แต่เธอต้องไม่ลืมสัญญาที่ว่าจะช่วยกล่อมให้คนอื่นๆทำตัวดี เพื่อสะดวกในการทำงาน แล้วหันมากระซิบกับประสงค์ให้จับตาดูเธอตลอดเวลาที่ออกมาเดินเล่น...

วิชชุดาสงสัยใคร่รู้ว่าจดหมายลึกลับที่ส่งถึงอัคคีเขียนว่าอะไร ใช้เตารีดรีดซองจดหมายจนกาวคลายตัวปากซองเผยอ จึงค่อยๆแกะจดหมายออกมาอ่าน

“พ่อของคุณคิดถึง อยากพบอีก มาพบกันคืนนี้เวลาสามทุ่ม ที่เดิม จาก...ผู้หวังดี”

เสียงร้องเรียกของอัคคีทำให้วิชชุดาสะดุ้งโหยง รีบเก็บจดหมายใส่ซองยัดไว้ใต้โซฟา แล้วฉวยหนังสือมาอ่านทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สักพักอัคคีเดินเข้ามากอดหอมแก้ม เธอแกล้งถามกลบเกลื่อนทำไมกลับมาตอนนี้งานยังไม่เลิกไม่ใช่หรือ เขาอ้างคิดถึงเธอใจจะขาดเลยกลับมาหากำลังใจ

หญิงสาวรออัคคีเผลอจึงหยิบจดหมายจากใต้โซฟาออกมาให้ เขาจำลายมือของผู้หวังดีได้รีบเปิดออกอ่าน แล้วขอตัวกลับไปทำงานต่อ วิชชุดาเตือนว่าคืนนี้เรามีแผนจะบุกเรือสำราญของพรทิพาให้รีบกลับมาเร็วๆ อัคคีขอผัดไปเป็นวันพรุ่งนี้จะดีกว่า

“ค่ะ ถ้าพรุ่งนี้ดีกว่าก็โอเคค่ะ” วิชชุดารอจนอัคคีไปแล้ว รีบโทร.หาใครบางคนทันที

ooooooo

หมออรุณรู้ตัวดีว่ากำลังจะถูกนายใหญ่สั่งเก็บจึงเป็นฝ่ายชิงลงมือก่อน นำสมุนคู่ใจบุกไปที่ห้องทำงานลับของท่าน ฆ่าเลขาฯส่วนตัวหน้าห้องแล้วเปิดกลไกเข้าไป เจอหมอชูเกียรติกำลังคุยอยู่กับนายใหญ่ เขาใช้ปืนเก็บเสียงยิงใส่นายใหญ่ล้มคว่ำ หมอชูเกียรติเอาน้ำยาบางอย่างสาดใส่หน้าเขาขณะเผลอ

“โอ๊ยๆแก...หมอชูเกียรติ ฉันจะฆ่าแก” ไม่ทันจะได้เหนี่ยวไก หมออรุณทำปืนร่วง หมอชูเกียรติคว้าไว้ทันที

“ไปให้พ้น โน่นประตูลับ กลับออกไปซะ ผมไม่ต้องการให้เรื่องมันอื้อฉาว ไปสิ ระวังตัวไว้ด้วยว่าวันนี้คุณได้ทำเรื่องเลวร้ายกับตัวเองอย่างที่สุด” หมอชูเกียรติว่าแล้วเดินไปเปิดประตูลับให้หมออรุณออกไป...
จากนั้นไม่นาน หมออรุณออกมาสมทบกับสมุนคนสนิทที่รออยู่ด้านหลังตึก เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องลับให้ฟัง สมุนแปลกใจหมอชูเกียรติยึดปืนเขาไปทำไม ไม่จัดการเก็บเขาแถมเป็นคนเปิดทางลับให้เขาออกมาได้อีกต่างหาก หรือว่าเขาฆ่าผิดคน หมออรุณยืนยันไม่ผิดคนแน่เพราะตนจิกหัวนายใหญ่ขึ้นมาดูหน้า สมุนชักไม่ไว้ใจรีบบอกให้ไปขึ้นรถ มีเสียงมือถือของหมออรุณดังขึ้น นายใหญ่โทร.มา

“บังอาจมากไอ้อรุณ แกคิดจะฆ่าฉัน แกนั่นแหละกำลังจะไปนรก” ขาดคำกระสุนลึกลับมาจากไหนไม่รู้ ยิงใส่หมออรุณกับสมุน หมออรุณตระหนักในทันทีว่า ตัวเองฆ่าผิดคนจริงๆ...

ฝ่ายอัคคีโกหกว่าคืนนี้นายพลพิชัยใช้ให้ไปทำธุระ ทั้งที่ไม่อยากไป วิชชุดาทำเป็นเข้าใจดี ไล่ให้เขารีบไป ไม่ต้องเป็นห่วง วันนี้เธออยากนอนพักผ่อนแล้วทำทีคว้ายานอนหลับมาใส่ปากยกน้ำขึ้นดื่มตาม อัคคีตายใจคิดว่าเธอหลับไปจริงๆด้วยฤทธิ์ยา รีบไปยังจุดนัดหมายกับผู้หวังดีโดยไม่รู้ว่าวิชชุดาแอบสะกดรอยตาม อารามดีใจที่จะได้เจอพ่ออีกครั้งทำให้อัคคีไม่ได้สนใจอย่างอื่นรอบตัว จึงไม่ทันสังเกตเห็นเธอ
เมื่อมาถึงบ้านร้างหลังเดิม อัคคีถูกตรวจค้นอาวุธก่อนจะถูกปล่อยให้เข้ามาภายใน นายใหญ่ซึ่งอยู่ในห้องควบคุมกับประสงค์มองกล้องวงจรปิดที่จับภาพเขาอยู่แปลกใจมากที่เขากล้ามาที่นี่โดยไม่มีอาวุธ

“ถึงเวลาจะลองของหรือยังครับท่านว่าทำไมเขาช่างกล้า”

“น่าลองนะ ไปนัดแนะกับพวกเราได้แล้ว”

ประสงค์ถามย้ำถ้าไม่เป็นไปตามแผนจะให้ฆ่าอัคคีทิ้งเลยหรือเปล่า นายใหญ่ส่ายหน้าจะยังฆ่าเขาไม่ได้จนกว่าตนจะได้ศึกษาอาวุธของเขาก่อน ไม่นานนักอัคคีเข้าไปพบนายใหญ่ในคราบอัคราตามแผนการที่นายใหญ่วางไว้ สมุนทำทีปล่อยให้เขาได้อยู่กับนักโทษตามลำพังทั้งคืนแต่ห้ามทำนักโทษหายเด็ดขาด

“อย่าให้มีปัญหา พรุ่งนี้เช้าจะมารับออกไป” ผู้หวังดีกระซิบกับอัคคีแล้วเดินออกไปกับสมุน

“ดีใจที่ได้พบกันอีก แต่มันช่างเป็นเวลาที่น้อยนิดเหลือเกิน” นายใหญ่ตีหน้าเศร้าให้อัคคีตายใจ

“ผมจะพาพ่อออกไปเพื่อที่เราจะมีเวลาได้อยู่ด้วยกันตลอดไปครับ”

นายใหญ่ทำเป็นร้องเอะอะเราจะออกไปได้อย่างไรในเมื่ออัคคีไม่มีอาวุธ แค่ก้าวออกจากประตูก็จะถูกพวกมันฆ่าตาย เขารับรองจะพาพ่อออกไปด้วยสองมือเปล่า ขอเพียงท่านตัดสินใจและพร้อมที่จะไป นายใหญ่มองอัคคีที่มีท่าทางมั่นใจมาก แกล้งรีรอไม่ยอมตัดสินใจ

อีกมุมหนึ่งหน้าบ้าน วิชชุดาซึ่งแอบซุ่มอยู่เริ่มหงุดหงิดเพราะผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว ไม่มีวี่แววว่าอัคคีจะออกมา บ่นอุบว่านี่ตีสองแล้ว จะอยู่ถึงเช้าเลยหรือ...

ในที่สุดนายใหญ่ตัดสินใจจะไปจากที่นี่ อัคคีกำชับห้ามท่านออกห่างจากตัวเขาเด็ดขาดตอนที่เราออกไป แล้วเดินไปที่ประตูห้องใช้ตาปิศาจทำลายประตูเป็นรูโบ๋

เอามือล้วงไปเปิดล็อกด้านนอก นายใหญ่ทึ่งมากแต่ไม่เห็นเหตุการณ์เพราะยืนอยู่ด้านหลัง พยายามซักว่าเขาทำได้อย่างไร

“ผมจะบอกเมื่อเราหลุดพ้นไปได้แล้ว” แต่อยู่ๆอัคคีก็ชะงักเมื่อมองทะลุผนังไปเห็นสมุนนับสิบดักรออยู่

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement