วันเสาร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 11


15 ก.ย. 2560 07:58
374,294 ครั้ง

นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 11

อ่านเรื่องย่อ

นักรบตาปิศาจ

แนว:

แอกชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ศานต์ ศรุติ

บทโทรทัศน์โดย:

วรพันธ์ รวี

กำกับการแสดงโดย:

ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์

ผลิตโดย:

บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

บิ๊กเอ็ม กฤตฤทธิ์ บุตรพรม, เนย ปภาดา กลิ่นสุมาลย์

หมออรุณยังคงตะลึงกับข่าวในทีวีตรงหน้า ผู้อำนวยการเห็นเขาเงียบไปตวาดใส่ทำไมถึงเงียบ ช่วยตอบหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเองก็เพิ่งรู้เรื่อง แต่นี่ไม่เกี่ยวกับเขาเป็นเรื่องของหน่วยสิบสี่

“อย่าปัดความรับผิดชอบ ไอ้ผู้หวังดีนั่นมันได้เบาะแสจากแกเพราะมันได้เช็คมีลายเซ็นฉันที่พวกแกรับไป”

“อย่าทำหมาป่ากับลูกแกะกับผมสิครับ ผมไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วย”

ผู้อำนวยการไม่ปล่อยให้เลยผ่าน เรื่องนี้หมออรุณต้องรับผิดชอบเต็มๆ ในเมื่อเขาทำผิดก็ต้องถูกลบชื่อกลายเป็นอดีตและจะไม่มีการแก้ตัวอีกต่อไป ขู่เสร็จผู้อำนวยการตัดสาย หมออรุณไม่พอใจมากทุบโต๊ะดังปัง โวยวายว่าไม่ยุติธรรมกับตัวเอง ทำไมพวกนั้นอยากทำอะไรกับเราก็ทำได้

“แล้วทำไมเราทำบ้างไม่ได้ครับท่าน” ทศยุส่ง...

ที่ห้องรับแขกภายในบ้านพักของอัคคี ระหว่างที่เจ้าของบ้านกับวิชชุดากำลังปรึกษาเรื่องที่จะไปทลายรังแห่งใหม่ของแก๊งค้าอวัยวะมนุษย์เพื่อเอาตัวนายใหญ่ของมันมาลงโทษให้ได้ อัคคีอดใจไม่ไหวยื่นหน้าไป หอมแก้มวิชชุดาแล้วทำไม่รู้ไม่ชี้ เธอชักปืนขึ้นมาขู่ เรากำลังคุยเรื่องงานอย่ามาลวนลามกันอีก แทนที่จะกลัวเขากลับดึงเธอมาจูบปาก เธอพยายามดิ้นหนีแต่กลับอ่อนแรงไปดื้อๆปล่อยให้เขาจูบเนิ่นนาน พลันมีเสียงดังขึ้น

“ต๊าย...ไม่อายฟ้าดิน”

สองคนหันไปเจอพรทิพายืนมองหน้าตาไม่สบอารมณ์ วิชชุดาขยับจะออกไปนอกบ้าน อัคคีดึงไว้พลางกระซิบบอกให้ขึ้นไปรอเขาข้างบนก่อน เรายังวางแผนงานไม่เสร็จ อย่าเพิ่งงอนเดี๋ยวตามขึ้นไป วิชชุดามองเหล่มาที่พรทิพาอย่างถือไพ่เหนือกว่า แต่นั่นยังไม่สาแก่ใจเธอจึงแกล้งหอมแก้มอัคคี

“ดาไปก่อนนะคะ ไปรอข้างบน ตามไปเร็วๆนะคะ” พูดจบวิชชุดาฮัมเพลงอย่างสบายอารมณ์ขึ้นบันไดไป พรทิพาอยากเอาคืนพุ่งมาเกาะแขนอัคคี พูดเสียงดังหวังให้คู่อริได้ยิน

“พรมาทวงสัญญาเรื่องไปล่องเจ้าพระยากับเรือสำราญของพรและเรื่องวันชื่นคืนสุขของเราวันก่อนค่ะ”

“ผมยุ่งอยู่ มีงานมากมายครับ” อัคคีพยายามไล่พรทิพาอย่างสุภาพ แต่ดูเหมือนเธอจะทำไม่รู้ไม่ชี้ แถมยังคงพูดเสียงดังหวังให้วิชชุดาได้ยิน เขาไม่พอใจเสียงเขียวใส่ให้เธอกลับไปได้แล้ว พรทิพาแสบได้ใจยอมกลับก็ได้แต่เขาต้องไปส่งเพราะเธอนั่งรถแท็กซี่มา วิชชุดาที่ยืนฟังอยู่รีบเดินลงมาทันที ยกหูโทร.หาจ่าที่ป้อมยาม

“จ่าคะ ผู้พันมีงานจะวานให้มารับแขกไปส่งหน้าป้อมยาม เชิญเข้ามาตอนนี้เลยค่ะ” ว่าแล้ววิชชุดาดึงอัคคีไปที่บันได “คุณขึ้นไปรอดาข้างบนนะคะ ขอส่งพรทิพาแป๊บ เดี๋ยวตามไปนะคะ”

อัคคีมองสบตาคู่หูแล้วเดินขึ้นข้างบน พรทิพาจะตามแต่วิชชุดาขวางไว้ ยัยตัวแสบโวยวายว่าตัวเองมาก่อน วิชชุดาก็น่าจะรู้ว่าตนกับเขาไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว ยังจะมาแย่งสามีตนอีก สองฝ่ายเปิดศึกตบตีกัน พรทิพาสู้ไม่ได้ชักมีดจะแทง จ่าเข้ามาพอดีรีบชักปืนพร้อมกับขวางไว้ ยัยตัวแสบชะงัก วิชชุดายิ้มอย่างผู้ชนะ

“ขอบใจมากจ่า คุณผู้หญิงรออยู่...เจอกันนะพรทิพา” วิชชุดาบ๊ายบายอริเสร็จเดินขึ้นข้างบน

ooooooo

อัคคีเห็นวิชชุดาตามขึ้นมาก็ยกนิ้วให้พร้อมกับชมว่าเยี่ยมมากที่ไล่พรทิพาไปจนได้ เธอยังงอนเขาไม่หายที่พรทิพาโผล่มาหาถึงบ้าน นี่ถ้าเธอไม่อยู่คงได้ถึงไหนต่อไหนกันแล้ว ขยับจะหนีเข้าห้อง อัคคีขวางประตูไว้

“เกลียดน้ำหน้า เอามือออกไปนะ ฉันง่วงนอน”

“โธ่...เรายังวางแผนกันไม่จบ”

วิชชุดาเชิญเขาวางแผนไปคนเดียวก็แล้วกัน จากนั้นปล่อยหมัดตรงเข้าท้องเขาแบบไม่ทันให้ตั้งตัวจนจุกตัวงอ เธอสบช่องผลุบเข้าห้องปิดประตูล็อก ไม่ว่าวิชชุดาจะทำอะไร ขยับซ้ายขยับขวา ขมุบขมิบปากด่า เขาอยู่นอกห้องแท้ๆแต่พูดได้ถูกต้องหมดทำให้เธองุนงงสงสัยรู้ได้อย่างไร อัคคีเห็นเธองอนไม่เลิกก็เลยไม่อยากเซ้าซี้

“ขอบคุณมากนะที่ทำให้พรทิพากลับไปได้ ราตรี สวัสดิ์ ฝันถึงผมทั้งคืนนะครับ” อัคคีว่าแล้วเดินเลี่ยงออกมาโทร.ไปที่ป้อมยามหน้าค่ายทหาร สั่งจ่าเวรถ้าพรทิพามาอีกไม่ให้เข้ามาเด็ดขาด แล้วยิ้มมีความสุขที่วิชชุดาหึงหวงเขา อยู่เงียบๆคนเดียวได้แค่อึดใจ อัคคีตัดสินใจส่งข้อความไปหาวิชชุดา

“ทราบไหมว่าทำไมผมถึงบึ้งตึง ทราบไหมว่าผมมาจากไหน...ผมขาดแคลนความรักมากแค่ไหน คุณไม่เคยโดนทอดทิ้งไม่รู้หรอกว่ามันขมขื่นเพียงไหน ผมเขียนไปน้ำตาซึมไป อนาถใจชีวิตตัวเองมีแต่คนรังเกียจ ทุกคืนผมฝันถึงความรักจากพ่อแม่” ข้อความจากอัคคีทำให้วิชชุดาถึงกับน้ำตาซึม เปิดประตูห้องออกมาพบเขายืนหน้าตาหม่นหมองอยู่ ขอร้องให้เขาเล่าเรื่องของเขาให้ฟัง อัคคีดีใจที่เธอสนใจ จูงมือลงไปที่ห้องรับแขก

จากนั้นเรื่องราวในอดีตก็พรั่งพรูออกจากปากผู้พันหนุ่ม แม่ของเขาตายตั้งแต่เขายังจำความไม่ได้ ส่วนพ่อหายไปไหนไม่มีใครรู้นอกจากแม่ เขาโตขึ้นมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

“มีรูปพวกท่านไหมคะ ท่านคงเก่งดีงามมาก คุณถึงเก่งขนาดนี้” วิชชุดาพูดเพื่อให้อัคคีรู้สึกดีขึ้น เขาหยิบรูปในกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาให้ดูเป็นรูปแม่กำลังอุ้มเขาซึ่งเป็นทารก ส่วนอีกรูปเป็นรูปพ่อของเขาในชุดแต่งกายยศพันตรีหน้าตาเหมือนกับนายใหญ่ไม่มีผิดเพี้ยน เธอถึงกับน้ำตาซึมสงสารเขาจับใจดึงมากอดแนบอก

“ดาขอโทษและเสียใจที่เอาแต่หงุดหงิดก่อกวนคุณ ทั้งที่ใจจริงของดาไม่ได้เป็นอย่างนั้น”

“ผมก็พึงพอใจและมีความสุขที่คุณทำอย่างนั้นเพราะนั่นคือยังมีคนไยดีผมอยู่ รังเกียจไหมที่ผมมาจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า”

วิชชุดากระชับอ้อมกอดเขาแน่นขึ้นอีกพลางกระซิบว่าไม่มีวันรังเกียจเขาเด็ดขาด แล้วเขาไม่คิดจะตามหาพ่อบ้างหรือ บางทีท่านยังอาจมีชีวิตอยู่หรือท่านอาจจะกำลังตามหาเขาอยู่ก็ได้ อัคคีส่ายหน้า ตามหาจนท้อแล้ว และท่านเองก็อาจจะไปมีครอบครัวใหม่ก็เลยลืมเขากับแม่ไม่สนใจจะตามหา

“ไม่มีหรอกค่ะที่พ่อแม่คนไหนจะคิดเช่นนั้น ทำไมไม่ลองคิดกลับกันว่าอาจมีความจำเป็นบางอย่างที่ทำให้ท่านไม่อาจมาหาคุณและคุณแม่ได้ อย่าสิ้นหวังค่ะคนดีของดา”

“ขอบคุณที่ปลอบใจและให้กำลังใจผม ขอบคุณสำหรับอะไรก็ตามที่ทำให้เราได้พบกัน” สองคนโอบกอดกันซบหน้ากับบ่ากันและกันด้วยความรักเต็มหัวใจ

ooooooo

หน่วยกักขังเหยื่อของแก๊งค้าอวัยวะมนุษย์แห่งต่อไปที่วิชชุดากับอัคคีไปเยี่ยมเยียนเป็นอาคารเก็บเรือริมแม่น้ำ มีเวรยามซุ่มอยู่รอบบริเวณ ทีแรกทั้งคู่แค่จะมาสำรวจสถานที่ก่อน แต่อัคคีเพ่งมองทะลุผนังโรงเก็บเข้าไปเจอทั้งเด็กน้อยและเหยื่อชายหญิงหน้าตาดีถูกกักขังไว้ จึงตัดสินใจเข้าไปช่วยแม้จะไม่มีอาวุธหนักติดมา

อัคคีดับเครื่องเรือแล้วพายเข้าไปใกล้ๆ สมุนที่ซุ่มอยู่ในเรือที่จอดไว้ด้านหน้าโผล่ขึ้นมาพร้อมจ่อปืนจะยิง เขาใช้ไฟนรกจากตาปิศาจฆ่าสมุนเฝ้ายามตายหมด วิชชุดาถึงกับร้องเอะอะ ทำไมมีไฟพุ่งจากดวงตาของเขา

“เราต้องรีบไปช่วยเด็ก” อัคคีทำเนียนไม่รู้ไม่ชี้ยึดปืนที่ตกอยู่ส่งให้วิชชุดาซึ่งยังงงๆไม่หาย แต่เห็นเขาไม่พูดอะไรคิดว่าตาฝาดไปเองก็เลยไม่ได้สนใจอะไรอีก ใช้เวลาไม่นานทั้งคู่บุกเข้าไปในตัวอาคารได้สำเร็จ

อังดัวร์หัวหน้าหน่วยที่นี่มัวแต่รายงานให้ศูนย์ใหญ่ทราบถึงการถูกศัตรูสองคนบุกถล่มและสังหารสมุนตายเรียบ ก็เลยถูกอัคคีกับวิชชุดาบุกประชิดตัวอัดจนสลบเหมือด จากนั้นทั้งคู่ไปที่ห้องกักขังช่วยเหยื่อหนุ่มสาวและเด็กๆออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ทำไมพวกเด็กๆถึงไม่ตกใจหรือแสดงอาการตื่นกลัว ทั้งคู่ไม่มีเวลาหาคำตอบเพราะตำรวจใกล้มาถึง รีบลากคออังดัวร์ที่สลบเหมือดออกไป...

จากการสอบปากคำอังดัวร์ ทำให้อัคคีกับวิชชุดารู้ว่าเด็กๆที่อยู่ที่นั่นไม่ได้ถูกจับตัวมา แต่ทำขึ้นมาเอง วิชชุดาไม่เชื่อ หาว่าเขาเพ้อเจ้อ

“พวกแกนั่นแหละโง่ วิทยาการล้าหลังย่ำแย่”

อัคคีไม่สนใจเรื่องนี้แค่อยากรู้ว่าจะรับส่งเด็กกันที่ไหน พอรู้ว่าเป็นเรือล่องเจ้าพระยาก็โพล่งชื่อพรทิพาออกมาทันที วิชชุดานึกไว้ไม่มีผิดว่าผู้หญิงคนนี้ต้องมีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรบางอย่าง...

เมื่อได้เบาะแสใหม่ วิชชุดากับอัคคีกลับมาที่บ้านของฝ่ายหลังเพื่อวางแผนกันต่อ ทั้งคู่ต้องแปลกใจอีกครั้งที่ข่าวในทีวีไม่ปรากฏว่ามีพ่อแม่คนไหนมารับเด็กที่พวกตนช่วยไว้สักคน อัคคีครุ่นคิดอยู่อึดใจก่อนจะสรุปว่าเด็กพวกนี้เป็นเด็กหลอดแก้ว ทำขึ้นมาเองอย่างที่อังดัวร์ว่าไว้ เขาเคยเจอลูกบุญธรรมที่ชาวต่างชาติขอมาจากโรงพยาบาลเพชรน้ำเอก วิชชุดาก็เจอเช่นกันก็เลยไปตบตาหมออรุณว่าจะขอมาเลี้ยงบ้าง

“มันไปเอาน้ำเชื้อสร้างเด็กมาจากไหนกันนะ” อัคคีปะติดปะต่อเรื่องราวแล้วก็ถึงบางอ้อ ที่แท้พวกคนร้ายก็ได้จากเหยื่อชายหญิงหน้าตาดีที่จับเอาตัวไป เมื่อได้ทุกอย่างสมใจก็จะเอาพวกนี้ไปแยกชิ้นส่วน เขาได้แต่ภาวนาให้ประกายดาวอยู่ในกลุ่มแม่พันธุ์และยังไม่ทันถูกนำไปแยกชิ้นส่วน วิชชุดาช่วยภาวนาด้วยอีกแรงหนึ่ง

“เตรียมตัวเตรียมใจให้ดี พรุ่งนี้มีงานใหญ่ เราใกล้ถึงตัวไอ้นายใหญ่นรกนั่นเข้าไปทุกทีแล้ว” พูดจบอัคคีดึงวิชชุดามาจูบหน้าผาก กล่าวราตรีสวัสดิ์ เธอจูบเขาตอบขอให้หลับฝันดีเช่นกัน

ooooooo

นายใหญ่นั่งดูข่าวภาคเช้าในทีวีเห็นสารวัตรเก่งกำลังให้สัมภาษณ์นักข่าว ยอมรับว่านี่เป็นฝีมือผู้หวังดีไม่ประสงค์ออกนามเหมือนคราวที่แล้ว หนึ่งในนักข่าวตั้งคำถามว่า ทำแบบนี้เท่ากับตั้งตัวเป็น ศาลเตี้ยเอง ถ้ารู้ตัวผู้หวังดีจะโดนจับไหมเพราะมีการฆ่าคนตายด้วย ซาร่าปากไวชิงพูดตัดหน้า

“ได้ข่าวว่ามีผู้หญิงร่วมมือด้วยนะคะ”

นักข่าวฮือฮาหันไมค์มาทางซาร่าถามว่าเธอคนนั้นเป็นใคร สารวัตรเก่งรีบผลักไมค์พ้นทาง ริกกี้กระซิบเตือนซาร่าให้พอได้แล้ว เห็นหน้าบอกบุญไม่รับของเขาไหม ซาร่าก็เลยต้องหุบปากไม่พูดอะไรอีก นายใหญ่ดูข่าวไปควันแทบออกหูไปด้วยเพราะความโมโห คิดหาทางทำอะไรสักอย่าง...

ในเวลาต่อมา อัคคีมาถึงที่ทำงานพบว่ามีซองเอกสารจ่าหน้าถึงตัวเองวางอยู่บนโต๊ะ รีบเปิดออกอ่าน

“เรารู้ว่าใครคือพ่อของผู้พัน ถ้าสนใจอยากพบพ่อ อย่ากระโตกกระตากเพราะพ่อของผู้พันไม่ต้องการให้เรื่องมันเอิกเกริก โปรดรอข่าวเราจะติดต่อไปหาผู้พันเอง จากผู้หวังดี”

อัคคีบอกไม่ถูกว่าจะดีใจหรือรู้สึกอย่างไรกับจดหมายฉบับนี้ดี...

ตกค่ำ อัคคีกับวิชชุดาเดินตามแผนการที่วางไว้โดยปลอมเป็นคู่ฮันนีมูนมาล่องเรือเจ้าพระยา ด้วยหน้าตาที่สวยและหล่อของทั้งคู่ทำให้พนักงานบนเรือหมายตาไว้ จากนั้นก็เอาเครื่องดื่มผสมยานอนหลับมาให้ อ้างเป็นอภินันทนาการจากบริษัท วิชชุดารู้ไม่เท่าทันจะยกแก้วขึ้นดื่ม อัคคีร้องห้ามไว้

“เดี๋ยวก่อนครับ มาสนุกทั้งทีต้องหาอะไรเล่นให้สนุก ไขว้มือกันครับ” อัคคีจับมือที่ถือแก้วเหล้าไขว้กับมือวิชชุดา ทำให้ใบหน้าของทั้งคู่แทบจะชนกัน “อย่าดื่ม ผมเห็นมันแอบใส่ยาบางอย่างลงไป เราต้องจูบกันแล้วแอบเทน้ำในแก้วทิ้งข้างกราบเรือ เหลือไว้ติดก้นแก้วนิดหน่อย”

วิชชุดาทำตามแผนของอัคคี ทั้งคู่แสดงบทคู่รักได้แนบเนียน แอบเทเหล้าทิ้งโดยไม่มีใครสงสัย พนักงานบนเรือยิ้มพอใจเป็นจังหวะเดียวกับพรทิพาโทร.มา เขารีบรายงานทันทีเพื่อเอาหน้า

“ครับผมนายหญิง ทุกอย่างโอเคดีมากครับนายหญิง ผมมีของขวัญพิเศษสองชิ้นให้นายหญิงครับ ชายทรงเสน่ห์ ดาร์คทอลแอนด์แฮนด์ซั่ม หญิงสาวสวยบาดตาบาดใจชายผวาตาม ครับ ขอบพระคุณครับที่ชมเชย”

พนักงานวางสายยิ้มไม่หุบ เพื่อนพนักงานมั่นใจว่าผู้ชายคนนั้นต้องถูกใจจนนายหญิงตบรางวัลให้เราแน่ๆ...
อัคคีกับวิชชุดาแกล้งเมายานั่งโงนเงน พนักงานรีบเข้ามาเสนอที่นอนพักให้ สองคนไม่ทันจะตอบอะไรทำเป็นฟุบหลับคาโต๊ะ ครู่ต่อมาทั้งคู่ถูกนำตัวไปไว้

ในห้องด้านล่างของเรือสำราญ หนึ่งในพนักงานมองวิชชุดาด้วยความเสียดาย พนักงานอีกคนเตือนไม่ให้ไปยุ่ง นายหญิงกำลังจะมาดูปลาที่เราตกได้

“ท่านคงอยากกินไอ้ตัวผู้ชาย ไอ้เวรนี่คงโดนใจท่านมาก...ชัวร์” พูดจบพนักงานทั้งสองคนพากันกลับขึ้นข้างบน วิชชุดาลุกพรวดขึ้นทุบอัคคีไม่ยั้ง คงอยากจะถูกนายหญิงกินมากใช่ไหม เขาจับมือเธอไว้

“ไม่เอาน่า เรากำลังมาออกสนามรบ ไม่ได้มาออกสนามรัก”

“อยากรู้นักว่านายหญิงของมันคือใคร”

อัคคีเขยิบมากอดวิชชุดาไว้ รู้แก่ใจดีว่านายหญิงคือพรทิพาขณะที่วิชชุดายังตามไม่ทัน จากนั้นไม่นานเรือแล่นมาจอดเทียบท่าน้ำหลังบ้านพรทิพา พนักงานประจำเรือรีบออกมาต้อนรับนายหญิง

“ขอบใจมากที่ทุกคนร่วมมือกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉันขอลงไปดูหน้าพวกมันหน่อยซิว่าหล่อสวยสมคำบอกเล่าของพวกแกจริงไหม”

ooooooo

พรทิพาดีใจเนื้อเต้นที่เห็นว่าเหยื่อรายใหม่คืออัคคี สั่งให้สมุนเอาตัวไปไว้ที่ห้องนอนของเธอ ส่วนนังผู้หญิงเอาไปขังเดี่ยวรอเวลาส่งไปแยกชิ้นส่วน

วิชชุดากับอัคคียังทำเหมือนสลบอยู่ แต่พอพรทิพากับสมุนพากันออกไป วิชชุดาก็เล่นงานอัคคีทันที รู้มาตลอดใช่ไหมว่าพรทิพาคุมที่นี่แต่ทำเฉย คงอยากมาหาตัวสั่น

“ผมไม่รู้ รู้แค่ว่าผมจะมาสาวหานายใหญ่ของพวกมันได้จากที่นี่”

วิชชุดาไม่วายแดกดันอีกสักครู่ก็จะได้เข้าห้องนอนพรทิพาอีกแล้ว อัคคีรับรองว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่นอน แต่เธอต้องใจเย็นๆไว้ เขาไม่ปล่อยให้เกิดอะไรขึ้นกับเธอเด็ดขาด มีเสียงฝีเท้าดังเข้ามา สองคนแกล้งหลับต่อ

ไม่นานนักอัคคีถูกพามานอนบนเตียงของพรทิพา รอจนเจ้าของห้องออกจากห้องน้ำแกล้งงัวเงียตื่นขึ้น ตกใจที่เจอเธอ ทำเป็นเหลียวหาวิชชุดาไม่เห็นอยู่แถวนั้นก็ถามหา พรทิพาขอร้องอย่าไปสนใจคนอื่น ตนรอเจอเขาสองต่อสองมาตลอด ขอให้ได้สาสมใจกับวันที่รอคอยได้ไหม

“ผมรักวิชชุดา ผมต้องการคำตอบว่าเธอโอเคจริงไหม”

พรทิพาเข้ามาซุกไซ้ถ้าเขายอมนอนด้วยตนจะบอกว่านังนั่นอยู่ไหน อัคคีถูกเธอรุกหนักเข้าก็ปล่อยเลยตามเลยยอมนอนด้วย ครั้นเสร็จกิจเขาพยายามซักถามเธอว่าใครคือผู้อำนวยการโรงพยาบาลเพชรน้ำเอก เธอต่อรองหากเขายอมอยู่ที่นี่ตลอดไปจะบอกทุกอย่างที่อยากรู้ เขาไม่ยอมอยู่สั่งให้ปล่อยตัววิชชุดามาให้

นอกจากจะไม่ปล่อย พรทิพายังจะสั่งฆ่าเธออีกต่างหาก คว้าโทรศัพท์จะโทร.หาสมุน อัคคีใช้ไฟนรกจากตาปิศาจเผาโทรศัพท์ เธอร้อนมือรีบโยนทิ้งลงพื้น มันระเบิดเป็นเสี่ยงๆ พรทิพาผวาไปที่เตียงหยิบปืนขึ้นมาเล็ง เขาแบมือให้ดูว่าถอดลูกกระสุนออกหมดแล้ว ก่อนจะขว้างทิ้ง เธอดิ่งไปที่ประตูห้องจะหนีก็ถูกอัคคีขวางไว้ เธอพยายามต่อสู้แต่ฝีมือด้อยกว่าแพ้ราบคาบ...

ขณะที่พรทิพาเสียท่าให้อัคคี พนักงานรูปหล่อโทร.ฟ้องนายใหญ่เรื่องที่พรทิพานำอัคคีมากกกอดแทนที่จะจับตัวไว้ตามคำสั่ง เขาพยายามห้ามแล้วแต่เธอไม่ฟัง ส่วนผู้หญิงคนนั้นถูกขังเอาไว้รอคำสั่งว่าจะฆ่าทิ้งเมื่อไหร่ นายใหญ่ต้องการให้เอาชิ้นส่วนของวิชชุดาเก็บไว้ใช้เพราะตอนนี้ขาดแคลนสินค้า ให้ส่งตัวไปที่ศูนย์แยกชิ้นส่วน พนักงานรูปหล่ออยากรู้ว่าจะให้ทำอย่างไรกับอัคคี

“ฉันอยากเจอมัน มันต้องตายด้วยฝีมือของฉันไม่ใช่พรทิพา”

ooooooo

พรทิพาเห็นว่าต่อสู้ไปก็ไร้ประโยชน์จึงใช้วิธีหว่านล้อมให้อัคคีมาเป็นพวกแทนที่ แต่เขาไม่สนใจ

ระหว่างนั้นนายใหญ่โทร.เข้ามือถือของพรทิพา อัคคีเห็นเบอร์โชว์เป็นของเซ็นเตอร์ใหญ่เปิดสปีกเกอร์โฟนแล้วส่งให้เจ้าของ นายใหญ่โทร.มาต่อว่าเธอที่เอาศัตรูมาเป็นชู้รักเคยเตือนก็ไม่ฟัง แล้วสั่งให้ส่งตัวผู้หญิงมาที่เซ็นเตอร์ใหญ่เพื่อแยกชิ้นส่วน เธอโกหกว่าสั่งฆ่านังนั่นไปแล้ว นายใหญ่ไม่พอใจ

“บ้าจริง อย่าปล่อยให้ผู้พันหลุดมือ เราต้องการพบมันมากยิ่งกว่าผู้หญิง” สั่งเสร็จนายใหญ่ตัดสาย

อัคคีโวยใส่พรทิพาไม่มีสิทธิ์ทำร้ายวิชชุดา แล้วถามว่าเซ็นเตอร์ใหญ่คือนายใหญ่ใช่ไหม ทำไมเธอถึงดูสนิทสนมนัก ขนาดไม่เกรงกลัวหรือแม้แต่อ่อนน้อม เธอจะตอบคำถามก็ต่อเมื่อเขาอยู่กับเธอที่นี่ไม่มีต่อรอง

“ไม่มีต่อรอง มีแต่ผมอยากไปก็จะไปและจะไปตอนนี้” อัคคีว่าแล้วเปิดประตูจะไป พรทิพาคว้าปืนไร้กระสุนขว้างใส่ทางด้านหลังแต่เขาเอี้ยวตัวหลบทัน เธอยังไม่ยอมแพ้โถมมากอดรัดฟัดเหวี่ยงไม่ให้เขาไป ก่อนจะคว้ามือถือโทร.ไปสั่งให้สมุนเอาตัววิชชุดาออกมา อัคคีเพ่งสายตาทะลุกำแพงห้องไปเห็นสมุนเอาปืนจี้ตัววิชชุดาไว้ ก็จับพรทิพาล็อกแขนลากออกจากห้อง เธอดิ้นรนพลางสั่งให้ปล่อย

“ผมปล่อยแน่ แต่ต้องหลังจากที่คุณปล่อยวิชชุดา”

จังหวะที่อัคคีดันพรทิพาออกจากห้อง ยศสมุนของเธอผลักวิชชุดาออกมาจากห้องใกล้ๆเช่นกันโดยมีปืนจี้อยู่ด้วย อัคคีส่งสัญญาณให้วิชชุดาเอียงหัวหลบแล้วพยักหน้า เธอทำตามทันที เขายิงไฟจากตาปิศาจเจาะหน้าผากยศที่ไม่ทันตั้งตัวหงายหลังตึง พรทิพาตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะมันเร็วมาก วิชชุดาไม่ตอบคว้าปืนจากร่างไร้วิญญาณของยศ ก่อนจะช่วยกันกับอัคคีลากตัวพรทิพาลงไปข้างล่าง

เมื่อออกไปที่หน้าตึก ทั้งอัคคีและวิชชุดาต้องชะงักที่เห็นพนักงานรูปหล่อพร้อมกับสมุนเล็งปืนมาที่ตัวเอง พรทิพาร้องห้ามเสียงหลงไม่ให้ยิง อัคคีบิดแขนยัยจอมหื่นพร้อมกับสั่งให้บอกพวกสมุนไปเอารถมา

“ทำตามที่เขาบอก” พรทิพาตะโกนลั่น...

ในเวลาต่อมา ขณะที่อัคคีกับวิชชุดาขับรถพาตัวพรทิพาหนีไปตามเส้นทางเข้าเมือง พวกสมุนไล่ตามมาไม่ห่าง หนึ่งในสมุนจะยิงใส่รถ แต่หัวหน้าสมุนห้ามไว้เกรงนายหญิงจะโดนลูกหลง พรทิพาสบช่องตอนที่วิชชุดามัวแต่พะวงกับรถสมุนที่ตามมาด้านหลัง พยายามแย่งปืนจากมือแต่เธอไม่ยอมให้ สองสาวยื้อแย่งปืนกันไปมาทำให้ปืนลั่น นอกจากอัคคีต้องขับรถฉวัดเฉวียนหลบศัตรู ยังต้องคอยหลบกระสุนที่ลั่นด้วย

สมุนเร่งเครื่องขึ้นมาประกบข้าง หวังจะปาดรถเป้าหมายให้ตกถนน อัคคีหันไปเพ่งตาใส่ รถของสมุนไฟลุกพรึบ แล้วบิดแขนพรทิพากระชากปืนคืนให้วิชชุดาพร้อมกับสั่งให้ยิงถังน้ำมัน ไม่ทันขาดคำเธอลั่นกระสุนใส่รถฝ่ายตรงข้ามตามที่เขาสั่ง รถระเบิดตูม แหลกทั้งรถทั้งคน พรทิพาถึงกับตาเหลือก

“นายใหญ่รู้เข้าพวกแกตายแน่”

“อยากให้นายใหญ่รู้ว่าเธอเป็นเชลยของเรา เขากับเธอน่าสงสัยในความสัมพันธ์ว่ามันแบบไหน ดูเธอมั่นใจซะเหลือเกินว่าเขาต้องห่วงใยเธอมาก” อัคคีปล่อยมือจากพรทิพา สั่งให้วิชชุดาเอาปืนจ่อไว้อย่าให้หนี

พรทิพายังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ พยายามกล่อมให้อัคคีมาเข้าพวกอีกครั้ง คราวนี้เสนอผลตอบแทนให้อย่างงาม อัคคียังคงไม่สนใจจะร่วมงานกับคนชั่ว ในเมื่อกล่อมเขาไม่ได้ผล พรทิพาหันมาปั่นหัววิชชุดาแทนท้าทายให้สู้กันตัวต่อตัว วิชชุดาหลงกลตอบตกลงสั่งให้อัคคีจอดรถ จะได้สู้กันให้รู้ดำรู้แดง พรทิพาสบช่องผลักเธอพ้นทางแล้ววิ่งหนีไปที่แม่น้ำโดดลงไปทันที อัคคีกับวิชชุดารีบตามไปดู เธอหายไปใต้น้ำแล้ว

“ขอโทษค่ะ ฉันโง่มาก ฉันผิดเอง”

“อย่าโทษตัวเอง รับรองว่าเธอหนีไม่พ้นแน่นอน เชื่อผม” อัคคีว่าแล้วใช้ตาปิศาจเพ่งดูในน้ำเห็นพรทิพาไปแอบอยู่ใต้กอสวะ เขาบอกให้วิชชุดาโทร.ไปแจ้งลุงทวนด้วยว่าวันนี้เราคงต้องใช้บริการของแก

ooooooo

อัคคีปล่อยให้พรทิพาแช่น้ำสักพักก็เดินลุยไปที่กอสวะจิกผมลากเธอขึ้นจากน้ำ เธอพยายามดิ้นหนีแต่ไม่รอดเงื้อมมือเขาไปได้ สุดท้ายถูกลากตัวขึ้นฝั่งจนได้ เธอแปลกใจเขารู้ได้อย่างไรว่าแอบอยู่ตรงนั้น

“เขาตาทิพย์น่ะสิ” วิชชุดาพูดทีเล่นทีจริง ก่อนจะช่วยกันกับอัคคีจับพรทิพาเหวี่ยงเข้าไปในรถ

จากนั้นไม่นาน ทั้งสามคนไปถึงบ้านสวนของวิชชุดา ลุงทวนซึ่งรอท่าอยู่ก่อนแล้วรีบออกมาต้อนรับ พรทิพายังฤทธิ์เยอะ แกล้งท้าทายวิชชุดาให้มาสู้กันตัวต่อตัวอีกครั้ง แต่คราวนี้มีเดิมพัน ถ้าตนแพ้จะยอมทำทุกอย่าง แต่ถ้าตนชนะ วิชชุดาต้องปล่อยตนไป อัคคีไม่ยอมให้ต่อรองก็เลยถูกเธอด่าว่าสาดเสียเทเสีย วิชชุดารำคาญตกลงรับคำท้า แต่เห็นเสื้อผ้าพรทิพาหลุดลุ่ยก็ขอให้ลุงทวนเอาเสื้อผ้าเมียของแกมาให้สวม

“ฉันไม่ใส่เสื้อผ้าของเมียขี้ข้า” พรทิพาตวาดแว้ด

“ปล่อยเธอดา เธอบ้า เธอสติไม่ดี เธออยากสู้จนผ้าหลุดจากตัวให้หมด” อัคคีปล่อยมือจากพรทิพา สองสาวตั้งการ์ดเตรียมต่อสู้ โดยวิชชุดาใช้แม่ไม้มวยไทย ขณะที่พรทิพาใช้วิชาคาราเต้...

ขณะที่พรทิพากำลังประลองวิชาการต่อสู้กับวิชชุดา นายใหญ่ไม่พอใจมากเมื่อรู้จากพนักงานรูปหล่อว่าอัคคีเอาตัวพรทิพาไปก็เพื่อจะล่อให้ตนออกไปพบ สั่งการให้เขาระดมกำลังออกตามหาพรทิพาให้เจอ เขากลัวอัคคีจะฆ่าเธอ นายใหญ่มั่นใจว่ามันไม่กล้า มันต้องการตนคนเดียว คงจะเหมือนที่ตนต้องการตัวมัน

“อยากรู้นักว่ามันจะเก่งสักแค่ไหน”

“มันเก่งจริงๆครับ มันสามารถทำให้ไฟเผาไหม้พวกเราตายได้ง่ายๆ”

นายใหญ่แปลกใจไฟมาจากไหน พนักงานรูปหล่อตั้งข้อสังเกตน่าจะมาจากตัวอัคคีแต่มันรวดเร็วมากจนมองแทบไม่ทัน มันจะต้องเป็นอาวุธประหลาดแน่ๆ นายใหญ่ครุ่นคิดสงสัย...

แม้วิชชุดาจะมีฝีมือเหนือกว่า แต่กว่าจะปราบพรทิพาลงได้ก็เล่นเอาอีกฝ่ายเข่าทรุดไปเหมือนกัน

ลุงทวนเอาตัวพรทิพาไปมัดไว้กับเสากลางโถงของบ้านทั้งที่ยังสลบอยู่ วิชชุดาฝากลุงทวนดูแลเธอให้ดี หาอาหารหายามาให้กินด้วย ส่วนตนเองกับอัคคีจะกลับกันก่อน อีกสองสามวันจะมาใหม่...

ครั้นกลับถึงบ้านพักในค่ายทหาร อัคคีเอายามาทาแผลให้วิชชุดาซึ่งไม่วายต่อว่าว่ามีเวลาแค่น้อยนิดก็ยังอุตส่าห์พาพรทิพาขึ้นเตียงจนได้ เขาอ้างที่ต้องทำเพราะโดนบังคับ ไม่เช่นนั้นพรทิพาจะฆ่าเธอทิ้ง

“นี่แปลว่าคุณนอนกับเธอเพื่อช่วยชีวิตฉัน”

“ไม่เอาน่า อย่าคิดเล็กคิดน้อยกับคนที่รัก อย่าคิดมากกับคนที่เราเกลียด”

วิชชุดาโวยวายพูดอะไรไม่ทราบใครเป็นคนที่รักใครเป็นคนที่เกลียด ขืนพูดมากจะหนี แล้วหันไปหยิบจดหมายที่จ่าเวรหน้าป้อมยามส่งให้ตอนขาเข้ามา อัคคีไม่ยอมเปิดอ่านเพราะซองเหมือนจดหมายฉบับที่พูดถึงพ่อ ก่อนจะบอกให้เธอไปอาบน้ำ วิชชุดาเองก็บอกให้เขาไปอาบน้ำเช่นกัน

เมื่ออยู่คนเดียวในห้อง อัคคีหยิบจดหมายขึ้นมาเปิดอ่าน ในนั้นมีข้อความว่าถ้าอยากเจอพ่อ ให้ไปพบตามวันเวลาและสถานที่ที่เขียนเอาไว้

ooooooo

เช้านี้อัคคีดูกระวนกระวายใจมากจนวิชชุดาต้องร้องทักเพราะคิดว่าเป็นห่วงพรทิพา เขากลับเลี่ยงไม่ตอบอะไร ได้แต่บอกว่าไปทำงานแล้วจะเลยไปทำธุระไม่รู้จะกลับมาตอนไหน แต่ขออย่างเดียวระหว่างที่เขาไม่อยู่ อย่าออกไปจากค่ายทหาร เธอขอเหตุผลทำไมถึงไปไหนไม่ได้

“เพราะว่าพวกของพรทิพาต้องกำลังพลิกแผ่นดินหาพรทิพาและพวกนั้นก็รู้ว่าเราสองคนพักที่นี่ มันอาจมาดักเล่นงานดา รับปากสิว่าจะไม่ไปไหน”

“ค่ะ เว้นไว้แต่ว่าคุณจะแอบไปทำแผลให้คนอื่น” วิชชุดาไม่วายดักคอ อัคคีดึงเธอมากอดแนบอก ตัดพ้อว่าป่านนี้แล้วยังมาแกล้งหยั่งใจเขาไม่ถึงอีกหรือแล้วทำท่าจะจูบ เธอผลักเขาออกห่างไล่ให้ไปทำงานได้แล้ว...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน พรทิพารู้สึกตัวตื่นขึ้นพบว่าตัวเองถูกใส่กุญแจล่ามโซ่ไว้กับเสา พอเห็นลุงทวนเดินถือถาดอาหารเข้ามาให้ แกล้งร้องโอดโอยน่าสงสาร แต่เขาไม่สนใจสั่งให้เงียบๆแล้วกินข้าวจะได้มีแรง เธองอแงจะกินได้อย่างไรถ้าถูกล่ามไว้แบบนี้ ลุงทวนอาสาจะป้อนข้าวให้ พรทิพาออกอุบายให้เขาเขยิบเข้ามาใกล้ๆ พลางส่งสายตายั่วยวน เขาหลงกลเข้ามาหา เธอจูบปากเขาทันที

ลุงทวนห่างมือผู้หญิงมานานใจเต้นไม่เป็นส่ำครั้นตั้งสติได้รีบถอยห่าง พรทิพาตัดพ้อตนน่าเกลียดมากนักหรือถึงต้องถอยหนี แล้วพยายามอ่อยเขาสุดฤทธิ์ ลุงทวนทนความเย้ายวนไม่ไหวขยับเข้าหา ทั้งคู่จูบกันอีกครั้ง พรทิพาค่อยๆแกะต่างหูที่ข้างในมียาพิษเหวี่ยงออกไป

“นายทวนทำต่างหูฉันหลุดแล้ว กระเด็นหล่นไปโน่น”

“ผมไม่ได้ตั้งใจ ผมหยิบให้” ลุงทวนหยิบต่างหูคืนให้ พรทิพาอ้อนให้เขาใส่ให้ด้วย พอเขาเผลอเธอคว้าต่างหูไปจากมือเอาขีดที่หน้าเขาอย่างแรง อึดใจเดียวยาพิษออกฤทธิ์ ลุงทวนล้มลงขาดใจตาย...

วิชชุดาเป็นห่วงลุงทวนจะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมพรทิพา หยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาแต่ไม่มีใครรับสาย ลองโทร.อีกครั้งก็ยังเป็นเหมือนเดิม เธอเริ่มไม่สบายใจ...

ฝ่ายพรทิพาพยายามลากร่างไร้วิญญาณของลุงทวนเข้ามาใกล้ๆ ค้นตามกระเป๋าเสื้อและกางเกงจนเจอลูกกุญแจ รีบเอามาไขปล่อยตัวเองเป็นอิสระ เธอจัดการเปลี่ยนไปสวมเสื้อผ้าของเมียลุงทวน แล้วหยิบมือถือของเขามาโทร.รายงานนายใหญ่ว่าปลอดภัยแล้ว...

ขณะที่พรทิพาใช้เล่ห์กลทำให้ตัวเองหลุดพ้นจากพันธนาการมาได้ อัคคีมาพบผู้หวังดีตามนัดโดยไม่รู้ว่าเป็นคนของนายใหญ่ ผู้หวังดีอ้างว่าจะพาไปพบกับอัคราพ่อของเขาซึ่งถูกองค์กรลับจับตัวไว้ อัคคีอยากเจอพ่อมากตัดสินใจไปกับผู้หวังดีโดยจะปลอมเป็นลูกน้องคนใหม่

ไม่นานนักทั้งคู่มาถึงหน้าบ้านร้างหลังหนึ่ง ผู้หวังดีสั่งให้เขาทิ้งอาวุธไว้ในรถ ส่วนมือถือของเขาผู้หวังดีจะเก็บไว้ให้

“อ้อ ไม่ต้องทำท่าว่ารู้จักเขาเพราะคนที่นี่ไม่รู้ว่าคุณกับเขาเป็นพ่อลูกกัน”...

จากนั้นไม่นาน พรทิพากลับถึงบ้าน สั่งการให้สมุนเตรียมกำลังคนและอาวุธหนักเพื่อจะกลับไประเบิดบ้านสวนของวิชชุดาให้แหลกเป็นจุณ

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement