นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 10 นิยายไทยรัฐ
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 10


15 ก.ย. 2560 07:58
381,320 ครั้ง

ละคร นิยาย นักรบตาปิศาจ

นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 10

อ่านเรื่องย่อ

นักรบตาปิศาจ

แนว:

แอกชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ศานต์ ศรุติ

บทโทรทัศน์โดย:

วรพันธ์ รวี

กำกับการแสดงโดย:

ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์

ผลิตโดย:

บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

บิ๊กเอ็ม กฤตฤทธิ์ บุตรพรม, เนย ปภาดา กลิ่นสุมาลย์

พรทิพาซึ่งอยู่ในชุดอำพรางใบหน้า สบช่องตอนที่แนนซี่หันมองวิชชุดาคว้าปืนยิงใส่ สารวัตรเก่งโดดรวบตัวเธอหลบคมกระสุนได้ทัน พรทิพาเห็นอีกฝ่ายมีตำรวจอยู่ด้วยรีบเผ่นหนี ริกกี้กับซาร่าได้ยินเสียงปืนตามมาสมทบเห็นแนนซี่อยู่ในอ้อมกอดสารวัตรเก่ง ก็ไม่พอใจ เขาถามแนนซี่ว่าวิชชุดาเป็นอย่างไรบ้าง

“เธอเผลอรับโทรศัพท์ค่ะ เลยจะโดนยิง...ใครกันนะผู้หญิงคนนั้น” แนนซี่เห็นสารวัตรสีหน้าเคร่งเครียดก็ปลอบว่า “เธอปลอดภัยก็ดีมากแล้วนะคะสารวัตร”

สารวัตรเก่งถอนใจเซ็ง ขณะที่ซาร่ากับริกกี้มองแนนซี่ด้วยความหมั่นไส้...

วิชชุดาขับรถมาจอดยังจุดนัดหมาย อัคคีซึ่งรอท่าอยู่เปิดประตูหลังผลักนนท์เข้าไปแล้วตัวเองไปนั่งข้างคนขับ เธออยากรู้ว่าเขาเอาตัวอะไรมาด้วย พอรู้ว่านนท์คือคนที่ยิงระเบิดใส่ วิชชุดาทำท่าจะลงจากรถมาฆ่าให้สิ้นซาก เขาขอให้ไปฆ่ากันที่อื่นตำรวจแห่กันมาเต็มแล้ว จากนั้นจับวิชชุดาออกจากที่นั่งคนขับส่วนเขาขยับไปนั่งแทน ก่อนจะเร่งเครื่องออกไปอย่างรวดเร็ว...

กระทั่งมาถึงถนนสายเปลี่ยว อัคคีจอดรถเพื่อเค้นเอาความจริงจากนนท์ที่นั่งตัวสั่นอยู่ที่เบาะหลัง เตือนว่าอย่าคิดหนี ระยะห่างร้อยกว่าเมตร วิชชุดาสามารถยิงหัวเขาได้สบายๆ

“ผมกลัวตาของคุณมากกว่า”

วิชชุดามองอัคคีซึ่งทำไม่รู้ไม่ชี้ แล้วหันไปซักนนท์ว่าบ้านเจ้านายของเขาอยู่ที่ไหน สั่งให้พาไป ไม่นานนัก นนท์พาอัคคีมาถึงหน้าบ้านหมออรุณซึ่งใหญ่โตกว้างขวางไม่แพ้บ้านหมอสยุมพร ก่อนจะขับเลยไปจอดหลบมุม ซักนนท์เพิ่มเติมอีกว่าในบ้านนี้มีคนที่จับมาได้ขังไว้บ้างไหม และที่กักขังมีกี่แห่ง ที่ไหนบ้าง

นนท์รู้แค่ว่ามีหลายแห่ง แต่ละแห่งก็มีแต่ละหน่วยเป็นคนจัดการ จากนั้นจะส่งไปที่กักขังรวมเพื่อให้ศูนย์ใหญ่มารับไป วิชชุดาตั้งข้อสังเกตสารภาพคล่องแบบนี้โกหกหรือเปล่า

“ผมไม่กล้าโกหกหรอกครับ ผมกลัวดวงตาของเขา” ไม่พูดเปล่านนท์ปรายตามองอัคคีซึ่งวิชชุดาดูแล้วก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ อัคคีเอาแต่จ้องไปที่กำแพงแล้วถามนนท์ว่าวันนี้มีการประชุมอะไรกันใช่ไหม เขาแปลกใจรู้ได้อย่างไร พวกนั้นกำลังรอฟังข่าวจากตนอยู่

“ป่านนี้เขาคงฟังข่าวจากทีวีกันแล้ว” วิชชุดาพูดไม่ทันขาดคำ นนท์เปิดประตูรถวิ่งหนี เธอชักปืนจะยิงอัคคีปัดปืนส่ายหน้า เขาจงใจปล่อยให้มันหนีเพราะต้องการรู้ว่าจะหนีเข้าไปในบ้านหลังนี้หรือเปล่า

“ถ้ามันหนีเข้าไปแปลว่ามันพูดความจริง” อัคคีมองไปทางบ้านเป้าหมายเห็นนนท์วิ่งปรู๊ดเข้าไปข้างในก็หันไปยิ้มให้วิชชุดา

ooooooo

นายใหญ่ดูข่าวระเบิดห้องพักของวิชชุดาผ่านทางจอทีวีอยู่กับประสงค์ด้วยสีหน้าไม่พอใจที่พรทิพาช่างหาเรื่องใส่ตัวไม่เว้นแต่ละวัน แบบนี้สมควรจะโดนทำโทษ ประสงค์ตั้งข้อสังเกตเป็นเพราะเธอถูกตามใจมาตั้งแต่เด็กก็เลยเป็นแบบนี้ ผิดกับหมอชูเกียรติผู้เป็นพี่ชายลิบลับทั้งที่เลี้ยงดูมาด้วยกันแท้ๆ

“ท่านไม่ตามใจหมอชูเกียรติ ท่านเข้มงวดกับเขามาก”

“ฉันจะทำอย่างไรกับเธอดีนะ ปรามไปก็หลายครั้งแล้ว แต่ไม่หยุดกลับหนักข้อขึ้นทุกที ถ้าเกิดโดนจับได้ขึ้นมาล่ะก็” พูดพลางนายใหญ่ถอนใจหนักใจ ประสงค์เชื่อว่าเธอฉลาดพอที่จะไม่ให้ถูกจับได้ ท่านกลัวว่าความฉลาดของเธอจะถูกบดบังด้วยความหลงใหลก็อาจกลายเป็นคนโง่ได้

“ผู้พันคนนั้น มันต้องฉลาดมากมายเอาการ ฉลาดขั้นอัจฉริยะ”

“ท่านคิดอย่างนั้นเหรอครับ”

“มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์” นายใหญ่พูดจบอดนึกถึงอดีตไม่ได้ ตอนนั้นเขายังเป็นแค่พรเทพ หน้าตาน่าเกลียดกำลังทดลองวิทยาศาสตร์อยู่กับอัคราพ่อของอัคคี ทั้งสองคนมีความคิดเห็นต่างกัน อัคราไม่เห็นด้วยที่จะหาความร่ำรวยบนความทุกข์ บนความตายและความเจ็บปวดของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน จึงขอถอนตัวและจะเอางานวิจัยของตัวเองไปด้วย แล้วขอตัวกลับก่อน เมียของเขากำลังจะคลอดลูก พรเทพหรือนายใหญ่ขวางไว้

“แกจะเอาความรู้นั่นไปกับแกไม่ได้ และแกจะถอนตัวไม่ได้...ส่งแฟ้มมา”

“ไม่...แกไม่กล้าทำกับฉันหรอกพรเทพ”

“แกเข้าใจผิด ฉันอิจฉาแกมาตลอด แกเก่งแกหล่อ ผู้หญิงหลงใหลรักแก ลูกน้องที่นี่ชื่นชมแก เชื่อฟังแกคนเดียว ถ้าแกเขยิบอีกก้าวแกจะเสียใจ” คำขู่ของพรเทพไม่ได้ผล อัคราก้าวต่อไป มีเสียงปืนดังปัง อัคราล้มลงจมกองเลือด พรเทพเข้ามาคว้าแฟ้มไปจากมือ ท่ามกลางเสียงสาปแช่งของอัคราให้เขาอยู่โดดเดี่ยวไปจนตาย

“ฉันจะไม่ให้แกตายก่อนที่ฉันจะจัดการเอาทุกอย่างในตัวแกมาเป็นของฉันให้หมด”

ประสงค์เห็นนายใหญ่นิ่งเงียบไปร้องเรียกก็เฉย ต้องเข้าไปสะกิด เขารู้สึกตัวตื่นจากภวังค์ถามประสงค์ว่าพรทิพากับหมอชูเกียรติรักใคร่ผูกพันกับตนสักนิดหนึ่งไหม ประสงค์เองก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ที่แน่ๆสองพี่น้องนั่นน่าจะกตัญญูรู้คุณท่านตราบจนวันตาย นายใหญ่ไม่คิดว่าจะมีใครรู้บุญคุณตน

“ดูไอ้อรุณไว้ให้ดีนะ มันนี่แหละที่จะทรยศฉัน”...

หมอชูเกียรติเป็นกังวลแทนน้องสาวที่ชักจะล้ำเส้นมากเกินไป จึงแวะมาเตือนเธอถึงบ้าน และขอให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับคนในเครื่องแบบ เธอก็รู้ว่าตนไม่ชอบ พรทิพาจะอ้าปากเถียงเขายกมือห้ามไว้

“พี่มาเตือนแค่นี้ หวังว่าคงจะเชื่อฟังนะ” คำเตือนของพี่ชายไม่ได้ทำให้พรทิพาหวั่นไหวแม้แต่น้อย

ooooooo

วิชชุดาเห็นอัคคีเอาแต่จ้องกำแพงบ้านหมออรุณราวกับเข้าฌานร้องทักว่าทำอะไรอยู่ เขาขอร้องให้เบาเสียงก่อน เขากำลังใช้ความคิดบางอย่าง เธอนิ่วหน้าแปลกใจใช้ความคิดอะไรกับกำแพง

“คิดว่าไอ้คนที่หนีเราไป มันหนีเสือปะจระเข้”

“หมายความว่ายังไง” วิชชุดามองเขางงหนัก เขาอธิบายว่านี่คือบทสุดท้ายที่ละครชีวิตของนนท์กำลังจะมาถึง วิชชุดายังไม่ทันจะซักว่าพูดเรื่องอะไร อัคคีใช้ตาปิศาจมองทะลุกำแพงเข้าไปเห็นหมออรุณไม่พอใจมากที่นนท์ทำพลาด เขาขอแก้ตัวแต่หมอไม่ยอมให้ สั่งเลื่อนขั้นบัญชาให้ขึ้นมาแทนที่นนท์

“แกจะเป็นหัวหน้าแทนมันไม่ได้ ถ้ามันยังไม่ตาย” ว่าแล้วหมออรุณส่งปืนให้บัญชา นนท์ลุกพรวดจะหนีแต่ไม่ทันถูกลูกน้องเก่ายิงตาย อัคคีเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างแผ่เมตตาให้นนท์ไปที่ชอบๆ วิชชุดางงให้ใครไปที่ชอบ เขาหมายถึงไอ้คนที่มันหนีเราเข้าไปในนั้น เธอแดกดันเขาน่าจะไปแต่งนิยาย เดาเรื่องเป็นตุเป็นตะเสมอ

“แถมเดาถูกอีกต่างหาก” พูดจบอัคคีขับรถออกไป...

ขณะที่อัคคีกับวิชชุดาต้องกลับไปตั้งหลักใหม่ นายใหญ่แวะมาหาพรทิพาที่บ้านเพื่อสั่งให้เลิกข้องแวะกับอัคคี เธอไม่สนใจจะฟังบอกให้เขากลับได้แล้ว เธอจะพักผ่อนเจ็บแผล นายใหญ่ตัดพ้อเดี๋ยวนี้กล้าหาญถึงกับไล่ตนหรือ เธอยอกย้อนหรือถ้าเขาจะด่าเพิ่มเติมเธอจะได้นอนหลับให้ด่า นายใหญ่ยื่นมือไปลูบหัวเธอเบาๆ

“พรทิพาอย่าทำร้ายตัวเองสิ ชีวิตกว่าจะเกิดจะโตมาใช้เวลานานมาก แต่ชีวิตถึงวันที่มันจะปลิดปลง มันใช้เวลาวินาทีเดียวเท่านั้น รักตัวเองอย่าทำร้ายตัวเอง”

“พรทำร้ายคนอื่นต่างหาก ไปรู้มาจากไหนกันล่ะคะ อย่าคิดว่าพรโง่นะคะ พรเคยแอบดูตอนเด็กๆ เพราะทุกคนมัวแต่คิดว่าพรไร้เดียงสา พรรู้อะไรดีๆ”

นายใหญ่ร้อนตัว รู้เรื่องอะไร พรทิพาขออุบไว้ไม่บอก เอาไว้เป็นปริศนาคาใจคนอยากรู้ดีกว่า แล้วล้มตัวลงนอนแกล้งหลับ นายใหญ่เข้าไปจะเขย่าตัวซักให้รู้เรื่องแต่เปลี่ยนใจผละจากไป พรทิพาหรี่ตามองตาม

พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความทรงจำของพรทิพา ตอนนั้นเธอยังเป็นเพียงเด็กน้อยซุกซนเข้าไปแอบอยู่ในห้องทำงานของนายใหญ่ เห็นท่านกำลังใส่กุญแจลิ้นชักแล้วเก็บลูกกุญแจซ่อนไว้ ก่อนจะออกจากห้อง ด้วยความซนเธอหยิบกุญแจจากที่ซ่อนมาไขลิ้นชักดู หยิบแผ่นดิสก์ที่นายใหญ่เพิ่งเก็บมาเปิดดูในคอมพิวเตอร์ เป็นภาพการเตรียมการผ่าตัดเปลี่ยนใบหน้าของพรเทพหรือนายใหญ่มาเป็นใบหน้าอัคราซึ่งหล่อเหลา

“เอาจมูก เอาปาก เอาทุกอย่างของมันเก็บไว้ในที่เก็บแล้วค่อยๆทยอยเอามาใส่ให้ฉัน ฉันจะไม่ออกไปไหนจนกว่าใบหน้าฉันจะเปลี่ยนไปเป็นใบหน้าของมันสมบูรณ์แบบ บอกทุกคนว่าอัครามันฆ่าฉันตายไปแล้ว มันยังเอาศพฉันไปเผา” พรเทพสั่งการกับหมอผ่าตัดซึ่งได้แต่พยักหน้ารับคำ

เด็กน้อยอ้าปากค้างตกใจกับสิ่งที่เห็น มีเสียงกุกกักที่หน้าห้อง เธอรีบปิดคอมฯเก็บทุกอย่างกลับที่เดิม แต่กุญแจเก็บไม่ทันทำตกที่พื้น เธอไม่มีเวลาเก็บรีบไปซ่อนตัว สักพักนายใหญ่เปิดประตูห้องเข้ามา ชะงักเมื่อเห็นกุญแจลิ้นชักตกอยู่ รีบเอามาไขลิ้นชักเห็นแผ่นดิสก์ยังอยู่ก็โล่งใจ เก็บไว้อย่างเดิม หยิบกุญแจติดมือไปด้วย พรทิพาที่แอบอยู่ถึงกับถอนใจโล่งอก...

ครั้นกลับถึงบ้านพักในค่ายทหาร วิชชุดาเอาภาพที่อัดได้จากข่าวในทีวีมาให้อัคคีดู ว่าผู้หญิงคนที่มีหน้ากากอนามัยคาดหน้าสวมแว่นดำที่พยายามจะฆ่าเธอเป็นใคร เขาใช้ตาปิศาจมองแวบเดียวก็รู้ทันทีว่าเป็นพรทิพา แต่แกล้งจำไม่ได้ เธอแดกดันไหนว่าเดาเก่ง ทีภาพอยู่หลังกำแพงในบ้านคนอื่นยังเดาไปไม่มีผิดเพี้ยน นี่ภาพชัดเจนทำไมเดาไม่ออก เขาอ้างไม่ใช่ภาพสดและที่สำคัญอยู่นอกเหตุการณ์ แล้วย้อนถามคิดว่าเป็นใคร

“คุณเก่งขนาดนั้นถ้าไม่คิดจะมาปิดบังกันว่าคิดไม่ออก แล้วอย่างฉันจะเดาออกไหม”

ooooooo

ค่ำวันถัดมา อัคคีกับวิชชุดาขับรถมาจอดเยื้องบ้านหมออรุณเพื่อซุ่มดูความเป็นไปโดยหวังว่าจะมีการเอาเหยื่อที่จับมาได้ไปส่ง เป็นอย่างที่หวังเอาไว้ มีรถตู้ติดฟิล์มทึบแล่นออกมา เขาเพ่งดูด้านในเห็นว่ามีเหยื่อนั่งอัดกันอยู่เต็ม รีบขับรถสะกดรอยตาม กระทั่งรถตู้คันนั้นแล่นเข้าไปในอาบอบนวดเลยไปจอดด้านหลัง

อัคคีขับตามเข้าไปไม่ได้เพราะมีป้ายห้ามเข้า จึงจอดรถแอบๆไว้แล้วลงจากรถ วิชชุดารู้งานรีบหมอบไม่ให้ใครเห็น พนักงานของร้านปราดเข้ามาหาเขาซึ่งส่งเงินให้สองร้อยบาท

“มารับเพื่อนชื่อคุณอำนาจ อ้วนๆขาวๆตาหยีเหมือนเดินหลับตลอดเวลา ไปตามให้ที”

พนักงานรับคำ รีบวิ่งเข้าไปในตัวอาคาร อัคคีหันไปบอกวิชชุดาให้รอครึ่งชั่วโมง ถ้าเขายังไม่กลับมาให้หนีไปก่อนได้เลยเพราะเขาอาจตายหรือถูกจับเอาไปเฉือนอวัยวะ เธอขอร้องอย่าพูดเล่นแบบนี้อีก อัคคีฉีกยิ้มเป็นห่วงเขาหรือ เธอไม่ได้ห่วงเขาแต่ห่วงการแก้แค้นจะไม่มีผู้นำ

“โอเคไม่ต้องห่วง” อัคคีจับมือเธอบีบก่อนจะเดินตามพนักงาน ครั้นเข้าไปด้านใน มีพนักงานอีกคนหนึ่งมาต้อนรับจากนั้นก็พาไปนั่ง เชิญเขาเลือกสาวๆตามสบาย เขาไม่ได้สนใจผู้หญิงสวยในตู้ แต่เพ่งทะลุกำแพงไปด้านหลัง เห็นบัญชาลงมาเปิดประตูรถตู้ให้สมุนจูงเด็กหนุ่มสาวหน้าตาดีแต่ท่าทางเหมือนเมายาพาเข้าประตูด้านหลัง คนของศูนย์ใหญ่ส่งเช็คให้บัญชาเป็นค่าเหยื่อเหล่านั้น

อัคคีรีบกลับไปที่รถบอกกับวิชชุดาว่าจะต้องไปเอาเช็คที่มันจ่ายเป็นค่าจับตัวหนุ่มสาวมาขายในรถตู้คันที่เราตามมา เธออยากรู้ว่าตอนนี้รถตู้ที่ว่านั่นอยู่ไหน เอาแบบไม่ต้องเดา

“ขับออกประตูไป เลี้ยวซ้าย”

แม้จะสงสัยว่ารู้ได้อย่างไร แต่วิชชุดาก็ไม่ได้ถามอะไรเพราะสนใจว่าอัคคีอยากได้เช็คไปทำไม เขาอยากรู้ว่าใครเป็นคนสั่งจ่ายเพราะคนสั่งจ่ายคือหัวหน้าใหญ่ของแก๊งนี้แน่นอน แล้วเร่งเครื่องขึ้นประกบข้างยิงยางรถตู้แบน รถเสียหลักไถลไปจอดข้างทาง บัญชากับสมุนรีบลงจากรถหาที่กำบัง ก่อนจะเปิดฉากยิงใส่อัคคีกับวิชชุดา บัญชาสั่งให้สมุนไปหยิบปืนกลในรถตู้ออกมา สมุนยังไม่ทันหยิบปืน อัคคียิงใส่รถระเบิดเสียก่อน

บัญชาเห็นท่าไม่ดีวิ่งหนี แต่ไม่รอดเงื้อมมืออัคคี แทนที่จะส่งเช็คให้ดีๆเขากลับฮึดสู้ควักปืนจะยิง อัคคีใช้ไฟนรกจากตาปิศาจเล่นงานเขาตายคาที่ ครู่ต่อมาอัคคีกลับมาที่รถโบกเช็คให้วิชชุดาดู

“หน้าที่คุณเอาไปตรวจว่าเช็คใบนี้ใครเป็นเจ้าของบัญชี”

“ได้เลยค่ะ ไปลุยไหนต่อไหมคะ”

อัคคีส่ายหน้ากลับบ้านเราดีกว่า แล้วทำตาหวานใส่ วิชชุดาเมินหน้าหนี ถ้าว่างมากนักน่าจะไปดูแขนพรทิพาสักหน่อยว่ามีกระสุนฝังอยู่หรือเปล่า เขาไม่วายยียวนจะไปดูให้แต่ขอให้มีเวลาก่อน

ooooooo

นายใหญ่รู้ข่าวอัคคีมาฉกเอาเช็คไปก็ไม่พอใจ แต่ไม่คิดจะเล่นงานเขา กลับหมายหัวหมออรุณเป็นอันดับแรก ประสงค์ติงไม่เห็นจะเกี่ยวกับหมออรุณตรงไหน นายใหญ่ต้องการหาทางทำให้เกี่ยวให้ได้

“อรุณมันพลาดส่งลูกน้องไม่เอาไหนไปทำงาน เราต้องข่มขู่คุกคามให้มันสำนึกผิด ต่อหาชูเกียรติให้มาวางแผนเล่นงานอรุณ”

ประสงค์ไม่รอช้าโทร.หาหมอชูเกียรติที่กำลังทำงานอยู่ในห้องแล็บ ปรากฏว่าเช็คใบนั้นมีชื่อหมอชูเกียรติเป็นเจ้าของบัญชี นายใหญ่หน้าเครียด นี่เป็นเรื่องใหญ่มาก ถือว่าเป็นความผิดของหมออรุณที่ใช้คนไม่เก่งไปทำงาน ทำให้พลาดพลั้งจนเกิดเรื่องอย่างนี้ แล้วสั่งให้ส่งคนไปจัดการสั่งสอนหมออรุณ

“ส่วนเรื่องเช็คนั่น ทำนิ่งๆไว้ ไม่มีใครพบตัวนายหรอก เพราะนายไม่เคยปรากฏตัว...จัดการมาพบกันเพื่อวางแผนตามที่สั่งให้เร็วที่สุด” สั่งเสร็จนายใหญ่วางสายขณะที่หมอชูเกียรติได้แต่ถอนใจเซ็ง...

ขณะหมออรุณกำลังกลุ้มใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นผู้อำนวยการโทรศัพท์มาต่อว่าเขาที่ทำงานพลาดอีกครั้งปล่อยให้อัคคีกับวิชชุดาเอาเช็คของตนไป

“เรื่องนี้ร้ายแรงมาก ชักนำศัตรูให้เข้าถึงตัวต้นตอมันเกินอภัยแล้ว คุณต้องได้รับโทษ” พูดจบ ผู้อำนวยการตัดสายทันที หมออรุณอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะตะโกนลั่นว่า “มันจะฆ่าฉัน” ทศถึงกับสะดุ้งโหยง

“ต้องตั้งป้อมรับครับท่านเลขา”

“รวบรวมผู้คนของเรามาที่นี่ให้หมด อาวุธมีเท่าไหร่เอามาเตรียมรับให้หมด ถึงคราวสู้กันบ้างแล้ว”

ooooooo

วิชชุดาแวะไปที่ธนาคารเพื่อสอบถามเรื่องเจ้าของบัญชีเช็คฉบับนั้น ผู้จัดการแบงก์ถือโอกาสนี้รายงานเรื่องเงินฝากประจำของวิยะดาให้เธอทราบด้วยว่าเสร็จเรื่องทางกฎหมายเมื่อไหร่เราจะจ่ายเงินให้เธอทันที

“ค่ะ แต่ดาก็คงเอาฝากกลับไว้ที่นี่แหละค่ะไม่ได้จะไปหาที่ฝากที่อื่น”

“ขอบคุณเป็นอย่างยิ่งครับ ยินดีรับใช้ครับ เรามีผู้ดูแลหาผลประโยชน์ในการลงทุนที่คุ้มค่าให้แน่นอนครับ” ผู้จัดการมองวิชชุดาที่เดินออกไปยิ้มไม่หุบเพราะยอดเงินฝากจำนวนนั้นมีถึงห้าสิบล้านบาท...

อีกมุมหนึ่งหน้าธนาคาร พรทิพาเห็นวิชชุดาเดินมาขึ้นรถมองตามไม่พอใจ พนักงานรูปหล่อกลับมารายงานว่าไม่มีใครทราบสักคนว่าวิชชุดามาที่นี่ทำไม เธอเหม็นขี้หน้าวิชชุดาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สั่งให้ตามมันไปจะไปเก็บมันฐานมาธนาคารเดียวกับตนเอง

ฝ่ายวิชชุดาโทร.รายงานอัคคีเรื่องเช็คที่ให้มาสืบ แล้วจะขอเลยไปหาที่พักแห่งใหม่ เขาขอร้องอย่าย้ายไปอยู่ที่อื่น บ้านเขาปลอดภัยที่สุดแล้ว เธอยืนยันจะไปอยู่ที่อื่น เขาไม่อยากขัดใจถ้าอย่างนั้นก็เชิญตามสบาย แต่ถ้าได้ที่อยู่ใหม่แล้วช่วยบอกเขาด้วย เขาจะไปดูแลเรื่องความปลอดภัยให้ วิชชุดาวางสายน้อยใจที่เขาไม่ง้อ

เป็นจังหวะเดียวกับรถของพรทิพาเร่งเครื่องขึ้นมาตีคู่ แล้วชักปืนขึ้นมา วิชชุดาเห็นปืนทางหางตารีบหักพวงมาลัยหลบ กระสุนเฉียดไปหวุดหวิด รถเสียหลักไปจอดนิ่งอยู่ข้างทาง รถของพรทิพาแล่นเลยไปข้างหน้าแต่ไม่วายหันกลับมายิงใส่อีก เธอหมอบลงได้ทัน กระสุนพลาดเป้าไปถูกพนักเบาะ มีเสียงสายเรียกเข้าจากอัคคีดังขึ้น วิชชุดารับไม่ได้เนื่องจากต้องหลบกระสุน พรทิพาสั่งพนักงานรูปหล่อซึ่งสวมแว่นดำเหมือนเธอ

“รถมันเสียหลักชนฟุตปาท ย้อนกลับไปฉันจะเอามันให้ตาย”

พนักงานทักท้วงไม่เอิกเกริกไปหน่อยหรือ พรทิพาตวาดแว้ดไม่ต้องออกความเห็นแค่ทำตามที่สั่งก็พอ เขาหักรถเพื่อวกกลับกะทันหันไม่ทันดูทางชนเข้ากับรถอีกคัน วิชชุดายังไม่ทันจะลงไปดู อัคคีโทร.เข้ามือถือของเธอเสียก่อน เธอรีบรับสาย เขาต่อว่าว่าเมื่อครู่นี้ทำไมไม่รับสาย

“มีคนลอบยิงฉัน กำลังจะเดินไปดูหน้ามันว่าคือคนที่ฉันคิดไหม”

อัคคีพยายามห้ามแต่เธอไม่ฟัง วางสายแล้วโยนมือถือไว้ในรถ...

พนักงานรูปหล่อพาสมุนของผู้อำนวยการซึ่งขับรถคันที่โดนชนเข้ามาไหว้พรทิพา บอกว่าโชคดีของเราที่เขาคนนี้เป็นคนที่ได้รับคำสั่งให้คอยตามเธอ แทนที่จะพอใจพรทิพาไล่ตะเพิดไปให้พ้นหน้า

“มีคำสั่งให้คุณพรอยู่ในความสงบครับ ไม่อย่างนั้นท่านเอาจริงนะครับ” สมุนรายงาน

“ก็ได้ แลกกับคำขอ แกต้องจัดการนังบ้านั่นให้ฉัน” ต่อรองเสร็จพรทิพาสั่งให้พนักงานรูปหล่อไปจากที่นี่ สมุนเห็นวิชชุดาเดินมาแต่ไกลแถมยกปืนเล็งมาทางตัวเอง ตัดสินใจวิ่งกลับไปที่รถขับออกไปอย่างรวดเร็ว เธอยิงใส่ยางรถจนเสียหลักแล่นไปชนเกาะกลางถนน เขาไม่รอช้าวิ่งหนี เธอวิ่งไล่แต่ไม่ทัน...

ในเวลาต่อมา พรทิพากลับเข้าบ้านเจอหมอชูเกียรติกับนายใหญ่นั่งรอท่าอยู่ พนักงานรูปหล่อรู้งานรีบชิ่งออกมา หมอชูเกียรติอยากรู้ว่าไปทำอะไรมาทำไมไม่รีบกลับ แถมยังไปก่อเรื่องอีกจนได้ โชคดีที่เราส่งคนไปคุ้มกัน เธอไม่ได้ต้องการคนคุ้มกันจะส่งมาทำไม เธอแค่จะไปดูว่านังวิชชุดาจะไปไหน หมอชูเกียรติดักคอไม่ใช่จะตามไปฆ่ามันหรือ พรทิพาไม่วายยียวนถ้าฆ่าได้จริงก็ดีไม่ใช่หรือ จะได้หมดศัตรูรายใหญ่ไปหนึ่งราย

“มันไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอคิดหรอก นางอะไรคนนี้ไม่ธรรมดา เท่าที่รู้มาแม่นปืนมาก เคยเป็นมือปืนทีมชาติ”

“ไม่เห็นจะกลัวมัน”

นายใหญ่ไม่พอใจที่พรทิพาเถียงคำไม่ตกฟาก จะลงโทษเธอเพื่อให้หลาบจำบ้างโดยจะส่งไปอยู่ต่างประเทศเป็นเวลาหกเดือน เธอไม่ไปไหนทั้งนั้นแล้วเดินเข้าไปหานายใหญ่กระซิบเบาๆว่ารู้ความลับที่อยู่ในแผ่นดิสก์ของเขาที่ซ่อนเอาไว้ในห้องทำงาน เธอขโมยดูทุกแผ่น

“คิดดูเอาเองเถอะค่ะว่าพรเห็นอะไรบ้าง จำอะไรได้บ้าง” พรทิพายิ้มอย่างถือไพ่เหนือกว่า นายใหญ่โกรธมากแต่ต้องข่มเอาไว้ ก่อนจะสั่งให้หมอชูเกียรติกลับ ทิ้งเรื่องพรทิพาไว้ก่อน เธอมองตามหัวเราะชอบใจ

ooooooo

อัคคีตามไปที่คอนโดฯที่พักแห่งใหม่ของวิชชุดา เพื่อรับกลับมาอยู่บ้านเขา โกหกว่าก่อนจะมาที่นี่ไปสำรวจฝั่งตรงข้ามแล้วเห็นพวกคนร้ายกำลังเล็งปืนกลมาที่ห้องของเธอ แล้วหันไปบอกพนักงานของคอนโดฯ

“ขอโทษนะครับ รบกวนให้คนไปเอากระเป๋าคุณผู้หญิงลงมาให้เราด้วยครับ”

วิชชุดาหนีไม่ออกจำต้องกลับไปกับอัคคี...

ทางฝ่ายนายใหญ่กลับถึงบ้านก็สั่งการให้ประสงค์ไปหาเซฟใบใหญ่ที่สุดมาให้สำหรับใส่แผ่นดิสก์และเอกสารสำคัญ และให้คนมาเปลี่ยนประตูห้องทำงานใหม่ด้วย ให้เป็นแบบใช้รหัสปิดเปิด

“ไปจัดการเดี๋ยวนี้” นายใหญ่รอจนประสงค์ออกแล้ว ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ ปวดหัวกับพรทิพาที่แอบเห็นความลับการเปลี่ยนใบหน้าของตัวเอง...

จากนั้นไม่นาน นายใหญ่สั่งการให้หมอชูเกียรติกับประสงค์มาประชุมร่วมกันเพื่อถกปัญหาเรื่องจัดการกับหมออรุณ นายใหญ่สั่งให้ส่งคนไปเล่นงานอร่ามแทน เอาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว หมอชูเกียรติเห็นดีด้วย เพราะเท่าที่ทราบข่าวมาหมออรุณตั้งกองกำลังไว้รอรับพวกเราอยู่ ถ้าเราไปจัดการกับอร่าม เขาคงคาดไม่ถึง

“แล้วนายใหญ่จะให้จัดการขั้นไหนครับ”

นายใหญ่ต้องการให้ถึงที่สุด คนทุศีลคนนี้คือกุนซือใหญ่ของหมออรุณ มันยุให้น้องตัวเองแข็งข้อกับเรา หมอชูเกียรติติงถ้าทำแบบนั้นหมออรุณคงจะแค้นมาก นายใหญ่อยากให้มันแค้นถึงได้ทำอย่างนี้ ถ้าไปเก็บมันก่อนก็ยังเหลือพี่มันซึ่งฉลาดกว่ามันมาก หากหนีรอดไปได้ เราจะมีศัตรูเพิ่มอีกหนึ่งราย

“ให้เลขาประสงค์เป็นคนดำเนินการหากองกำลังไปถล่มนะครับ ผมจะวางแผนให้”

เมื่อนายใหญ่เห็นชอบด้วย หมอชูเกียรติกับประสงค์วางแผนการบุกสำนักปฏิบัติธรรมของอร่ามทันที...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน หมออรุณแวะมาหาที่สำนักปฏิบัติธรรมเพื่อปรึกษาเรื่องที่โดนผู้อำนวยการบีบให้ยอมรับผิด อร่ามยุส่งให้เขาสู้อย่ายอมแพ้ เราทำประโยชน์ให้มันตั้งมากมาย จะไม่เห็นคุณค่ากันบ้างเลยหรือ หมออรุณส่ายหน้า มันไม่เคยเห็นคุณค่าใครทั้งนั้น มันเล่นงานเขาแน่ๆ

“ตั้งป้อมสู้ไว้เลย”

หมออรุณก็อยากจะสู้แต่บังเอิญเสียคนไปเยอะ จะสู้อย่างไรไหว อร่ามเห็นว่ากำลังคนของตัวเองมีมากก็เลยจะแบ่งคนให้ไปช่วยคุ้มกันน้องชายตอนที่พวกมันบุกมาถล่ม หมออรุณซาบซึ้งใจมากที่อร่ามคอยช่วยเหลือทุกอย่าง ถ้าไม่มีเขาคอยชี้แนะ ตนคงจะไม่มีวันนี้

“เฮ้ย...เราต้องช่วยกันสิไอ้น้อง กลับไปตั้งหลักซะ เดี๋ยวพี่ส่งคนไปวันนี้เลย ทางนี้ไม่ต้องห่วงไม่มีใครสนใจจะมาตอแย” อร่ามตบไหล่น้องชายอย่างเป็นกำลังใจให้ หลังน้องกลับไปไม่นาน อร่ามก็ส่งคนของตัวเองยี่สิบคนไปให้เขาตามที่รับปากไว้ โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าตัวเองต่างหากที่เป็นเป้าสังหาร

ooooooo

ที่บ้านพักทหารของอัคคี หลังจากวิชชุดาจัดข้าวของเครื่องใช้ของตัวเองไว้ในห้องเรียบร้อย อัคคีชวนเธอกลับไปที่อาบอบนวดแห่งนั้นอีกครั้ง ระหว่างเดินหยอกล้อกันมาที่รถ บันดาลโผล่เข้ามาทักทาย อัคคีแปลกใจไหนว่าจะไปเมืองนอกไม่ใช่หรือ เขาไปมาแล้ว เอาเอกสารจาก ดร.ซิมอนกับพันโทปิแอร์เรื่องเสื้อฟามาฝาก

“ขอบใจ เอาไปไว้ในบ้าน ฉันจะรีบไป”

“ขอโทษด้วยนะคะ”

“ไม่เป็นไรมิได้ครับ ผมยินดีรับใช้มันครับ” บันดาลยิ้มให้วิชชุดาก่อนจะเดินเข้าตัวบ้าน ไม่นานนัก อัคคีขับรถมาจอดตรงมุมลับสายตาคนใกล้สถานที่เป้าหมาย บอกให้วิชชุดารออยู่ตรงนี้ จัดการพวกมันเสร็จเมื่อไหร่จะโทร.เรียก เธอรับคำโดยไม่ลืมบอกให้เขาระวังตัวด้วย อัคคียิ้มแฉ่งดีใจที่เธอเป็นห่วง

“ห่วงงานเลยพานมาพูดจนเข้าใจผิดคิดว่าห่วงคุณ” วิชชุดาแก้ตัวน้ำขุ่นๆ

“คนอะไรปากไม่ตรงกับใจ ไปก่อนนะครับ” พูดจบอัคคีดึงวิชชุดามาหอมแก้มหนึ่งฟอดก่อนจะลงจากรถ...

ตกดึกวันเดียวกัน ระหว่างที่อร่ามกำลังนอนกกอีตัวหรือจะเรียกให้สุภาพขึ้นมาหน่อยว่าคุณตัวอยู่ในสำนักปฏิบัติธรรมซึ่งภายนอกดูโทรมๆแต่ภายในกลับมีสภาพราวกับโรงแรมห้าดาว มีเสียงตูมดังถี่ยิบ ทั้งคู่สะดุ้งตื่นเหลียวมองกันเลิ่กลั่ก สมุนวิ่งหน้าตื่นมาเคาะประตูห้องรายงานอร่ามว่ามีคนยิงระเบิดเข้ามา

“ยิงสู้มันสิวะ อย่าให้มันบุกเข้ามาได้” สั่งเสร็จ อร่ามฉวยเสื้อคลุมมาสวม ดึงปืนกระบอกใหญ่มาจากใต้ที่นอน คุณตัวผวามาเกาะขาร้องไห้ด้วยความตกใจ เขาตบเธอหน้าหงายแล้วรีบออกไป

อีกมุมหนึ่งด้านนอกอาคาร หัวหน้าสมุนของผู้อำนวยการตะโกนสั่งลูกน้องให้ฆ่าทุกคนให้หมดอย่าให้เหลือ เสียงปืนยิงต่อสู้กันดังสนั่นหวั่นไหว อร่ามวิ่งออกมาจากด้านในสั่งให้สมุนของตัวเองสู้ยิบตาและเอาชนะศัตรูให้ได้ สมุนหน้าเสียจะสู้ไหวหรือพวกมันมากันมากกว่าพวกเราที่อยู่ในนี้

“ช่างหัวมัน สู้ต่อเอาให้ชนะ” อร่ามสั่งพลางยิงปืนต่อสู้กับศัตรูไปด้วย สมุนที่มีเพียงน้อยนิดของเขาเห็นท่าไม่ดีพากันหนีเอาตัวรอดทิ้งให้อร่ามต่อสู้กับศัตรูเพียงลำพัง เขาต่อสู้ได้ไม่นานก็ถูกยิงตายอนาถ...

ในขณะที่อร่ามต้องสังเวยชีวิตให้กับความผิดพลาดของน้องชายตัวเอง อัคคีที่นั่งดื่มอยู่ในอาบอบนวดได้สักพัก ค่อยๆหย่อนระเบิดควันลงพื้นแล้วเตะไปห่างจากตัว อึดใจมีเสียงระเบิดดังขึ้น ควันฟุ้งกระจายไปทั่ว ทั้งแขกทั้งหมอนวดพากันแตกตื่นหนีตายกันอลหม่าน อัคคีอาศัยช่วงชุลมุนหลบไปถึงอาคารขังเหยื่อด้านหลัง เห็นสมุนยืนยามอยู่สองคน เพ่งสายตาปิศาจไปยังกองไม้และกองกระดาษที่อยู่ห่างออกไป ไฟลุกพรึบ

พวกนั้นพากันตกใจรีบวิ่งไปดู ทำให้อัคคีหลบเข้าไปในตัวอาคารที่คุมขังเหยื่อกระทั่งขึ้นไปยังส่วนที่เป็นออฟฟิศ เจอผู้จัดการกำลังเปิดแฟ้มดูรายชื่อผู้ส่งเหยื่อมาขายและเตรียมเช็คสำหรับจ่ายให้คนเหล่านั้น

“ส่งแฟ้มรายชื่อและเช็คพวกนั้นมาให้ฉันทั้งหมด”

ผู้จัดการไม่ส่งให้ดีๆแถมพยายามจะหยิบปืนขึ้นมาต่อสู้ อัคคียิงปืนใส่ข้อมือเขาปืนกระเด็น แล้วเข้าไปกวาดเอกสารและแฟ้มทั้งหมดใส่เป้ที่สะพายติดตัว เขายังรนหาที่ตายคว้ามีดจะสู้ โดนอัคคียิงสวนถึงกับล้มฟุบ

สมุนซึ่งกำลังจะมาแจ้งเรื่องไฟไหม้ ได้ยินเสียงปืนพากันบุกเข้าไปดู เจออัคคีใช้ตาปิศาจยิงใส่สมุนคนแรกล้มตึง อีกสี่คนที่เหลือก็ถูกทั้งคมกระสุนและไฟนรกจากตาปิศาจเล่นงานตายตามกันไป จากนั้น อัคคีตรงไปที่ห้องขังเหยื่อ จัดการอัดสมุนเฝ้ายามสองคนสลบเหมือดและช่วยเหลือเหยื่อหนุ่มสาวออกมาได้...

ฝ่ายหมออรุณรู้เรื่องที่พี่ชายถูกนายใหญ่ฆ่าล้างแค้นแทนตัวเองก็โกรธมาก ระหว่างที่วางแผนกับทศเพื่อจะเอาคืนอย่างสาสม ผู้อำนวยการโทร.มาสั่งให้หมออรุณเปิดทีวีดูข่าวเดี๋ยวนี้ เขาหันไปสั่งทศต่ออีกทอดหนึ่งเห็นภาพข่าวตำรวจกำลังช่วยเหลือเหยื่อหนุ่มสาวที่โดนแก๊งค้ามนุษย์จับไปเนื่องจากมีผู้หวังดีโทร.มาแจ้งเหตุร้าย นักข่าวพยายามสัมภาษณ์สารวัตรเก่งถึงผู้หวังดีรายนี้ แต่ไม่ได้อะไรมากนัก

“พอแค่นี้ก่อน ผมต้องรีบนำตัวผู้เสียหายไปหาข้อมูลครับ” สารวัตรเก่งผละจากไป นักข่าวหันไปเห็นสามสาวแนนซี่ ริกกี้และซาร่าก็จะขอสัมภาษณ์ แต่ถูกสารวัตรเก่งหันกลับมาสั่งเสียงเข้มว่างดให้สัมภาษณ์ ซาร่ากับริกกี้มีสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัดขณะที่แนนซี่นิ่งเงียบเช่นเคย

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement