วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 1


15 ก.ย. 2560 07:58
369,492 ครั้ง

นักรบตาปิศาจ ตอนที่ 1

อ่านเรื่องย่อ

นักรบตาปิศาจ

แนว:

แอกชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

ศานต์ ศรุติ

บทโทรทัศน์โดย:

วรพันธ์ รวี

กำกับการแสดงโดย:

ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์

ผลิตโดย:

บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ - พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

บิ๊กเอ็ม กฤตฤทธิ์ บุตรพรม, เนย ปภาดา กลิ่นสุมาลย์

ณ ห้องประชุมของกรมทหารแห่งหนึ่งได้จัดให้มีการประชุมลับระหว่างทหารไทยกับสมาคมการเพิ่มประสิทธิภาพในการรบของฝรั่งเศส โดยมีตัวแทนทหารไทยคือพลโทพิชัยในฐานะหัวหน้าการประชุม พันตรีอัคคีนายทหารผู้เชี่ยวชาญด้านการรบ และพันตรีบันดาลผู้ชำนาญการด้านข้อมูลเข้าร่วมประชุม

ส่วน ดร.ซิมอน ยังส์ในฐานะผู้คิดค้นตาปิศาจกับพันโทปิแอร์เป็นตัวแทนจากอีกฝ่าย ดร.ซิมอนอธิบายถึงโครงการตาปิศาจหรืออีวิล อายส์ว่า ตาปิศาจนี้ถูกสร้างขึ้นจากส่วนประกอบคล้ายดวงตาธรรมชาติของมนุษย์ โดยใช้สารสังเคราะห์พิเศษที่ชื่อพีพี 71

“มีการทดสอบแล้วว่าจะไม่เกิดปฏิกิริยาต่อต้านจากร่างกายมนุษย์ เชิญพันโทปิแอร์อธิบายเรื่องนี้ต่อ”

พันโทปิแอร์ลุกขึ้นโค้งให้ทุกคน “สาเหตุที่ผมและ ดร.ซิมอนพยายามคิดค้นดวงตานี้ขึ้นมาเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียของทหารในการสู้รบและช่วยเสริมสมรรถภาพทหารที่สูญเสียดวงตาจากการสู้รบ แต่สามารถทดแทนดวงตาของผู้ที่สูญเสียดวงตาไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมง ผู้สูญเสียดวงตาต้องถูกส่งตัวมาเร็วที่สุด”

พลโทพิชัยขยายความเพิ่มเติมให้อัคคีฟังอีกว่าการมาครั้งนี้ของทั้ง ดร.ซิมอน และพันโทปิแอร์เพื่อจะมานำเสนอเรื่องดวงตาปิศาจให้กับทางเราพิจารณาและกำลังหาอาสาสมัครตาบอดมาทดลองใช้ดวงตานี้ การประชุมครั้งนี้เป็นความลับ รับรู้กันเพียงทุกคนในห้องนี้เท่านั้น บันดาลแอบส่ายหน้า ขณะที่อัคคีขอเป็นอาสาสมัคร

พลโทพิชัยทักท้วง เขาไม่ได้ตาบอดสักหน่อย

“ผมไม่แนะนำให้คนตาดีมาทดลองเพราะมันอาจล้มเหลว มันจะไม่อาจมาทดแทนตาเก่าได้ จะมีผลทำให้คุณเสียตาข้างหนึ่ง กลายเป็นคนตาบอดตลอดชีวิต อย่าเสี่ยงครับ” ดร.ซิมอนเตือน อัคคีอยากรู้ว่าตาปิศาจดังกล่าวดีกว่าดวงตาปกติของมนุษย์อย่างไร ดร.ซิมอน

อธิบายว่าดวงตานี้บรรจุเซลล์พิเศษสามชนิด ชนิดแรกรับภาพแล้วส่งต่อไปยังประสาทการมองเห็นของมนุษย์ ภาพที่เห็นจะเป็นภาพขาวดำเท่านั้น

“เซลล์ชนิดที่สองรับรังสีอินฟราเรดจากแสงสว่างและแสงภายนอกทั่วไป แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานส่งไปบรรจุไว้ในเซลล์ที่สาม ซึ่งเซลล์ที่สามนี้จะรับคำสั่งของดวงตาใช้พลังงานที่สะสมไว้เป็นอาวุธทำลายล้างที่มีอานุภาพมหาศาลได้ เซลล์ที่สามจะมีคลื่นความถี่สูง สามารถมองฝ่าความมืดมองทะลุผนังและกำแพงหนาได้ นี่คือสิ่งที่ดีกว่าดวงตามนุษย์ปกติทั่วไป”...

ประชุมเสร็จอัคคีขับรถกลับบ้านโดยมีบันดาลติดรถมาด้วย ทั้งคู่ต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเองกระทั่งรถมาจอดหน้าบ้านฝ่ายหลัง บันดาลตัดสินใจถามเพื่อนว่าเชื่อสรรพคุณที่ ดร.ซิมอนอวดอ้างไหม อัคคีกลับไล่เขาลง อ้างมีธุระด่วนต้องไปทำ บันดาลจำต้องลงจากรถยังไม่ทันจะถอยออกห่าง อัคคีแกล้งเร่งรถออกไปอย่างรวดเร็ว เขาชูกำปั้นใส่ พร้อมกับตะโกนไล่หลัง

“รู้แล้วโว้ยว่าคิดถึงเมีย ห่วงเมีย รักเมียจนเว่อร์”

ooooooo

อัคคีดีใจแทบโดดตัวลอยเมื่อวิชชุดาเมียรักแจ้งว่าท้องสองเดือนแล้ว เพื่อเป็นการฉลองข่าวดี เขาชวนเธอไปหาอะไรอร่อยๆกินแล้วจะได้เลยไปซื้อข้าวของเครื่องใช้สำหรับเด็ก ระหว่างมื้ออาหาร สองผัวเมียคุยกันกะหนุงกะหนิงเรื่องลูกที่จะเกิด เขาอยากได้ลูกสาว ส่วนเธออยากได้ลูกชาย อัคคีโพล่งขึ้นอย่างอารมณ์ดี

“งั้นขอฝาแฝดหญิงและชาย”

วิชชุดากระเซ้าวันนี้อัคคีพูดเกินกว่าสิบประโยค เขายื่นมือไปจับมือเธอมากุมไว้ ที่วันนี้เขาพูดมากเพราะเขามีความสุขที่สุดในโลก เธอยิ้มให้เขาอย่างมีความสุขเช่นกัน ทั้งคู่มัวแต่สวีตหวานใส่กันจึงไม่เห็นว่าถูกชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งจับตาดูอยู่...

ณ เวทีประกวดสาวงาม วิชชุดาอีกคนหนึ่งที่สวยไม่แพ้เมียของอัคคีกำลังนั่งเชียร์วรางคณาน้องสาวของเธอหนึ่งในผู้เข้าประกวดซึ่งได้รับคัดเลือกให้เข้ารอบ 5 คนสุดท้าย อยู่กับวิยะดาผู้เป็นแม่ สักพักพรทิพาพร้อมกับบอดี้การ์ดหน้าตาดีสองคนเข้ามานั่งเก้าอี้ด้านหลังสองแม่ลูก แล้วกระซิบกับบอดี้การ์ดให้จดจำใบหน้าและที่นั่งของผู้หญิงที่นั่งข้างหน้าตนให้ดี จากนั้นเธอเอื้อมมือไปสะกิดวิชชุดาทักทายกันตามมารยาท

“สวัสดี ไม่นึกว่าจะเจอกันที่นี่”

“ไม่นึกเช่นกัน” วิชชุดาว่าแล้วหันไปลุ้นบนเวทีต่อ ห่างออกมาไม่มากนัก หมอสยุมพรเดินมาสั่งหมอนราให้จับตาไว้ให้ดีอย่าให้พลาด

“อาจารย์จะกลับไปให้คะแนนนางงามก่อน อ้อ โฆษกบนเวทีหน้าตาดีทีเดียวนะ” พูดจบหมอสยุมพรผละจากไป หมอนรามองโฆษกคนนั้นด้วยความสนใจ...

ขณะที่รอผลคะแนนการตัดสินนางงามคนใหม่ซึ่งมีการถ่ายทอดสดทางทีวี แนนซี่ขับรถมาส่งภมรพระเอกละครแฟนหนุ่มของตัวเองที่หน้ากองถ่ายละคร เขาบอกให้เธอรออยู่ในรถ วันนี้มีคิวแค่ฉากบู๊ซีนเดียวไม่นานก็เสร็จ เธอพยักหน้ารับรู้ เคลื่อนรถไปจอดใต้ต้นไม้ไม่ห่างจากที่เดิมนัก...

ริกกี้นั่งดูการถ่ายทอดสดอยู่ทางจอทีวีกับเพื่อน มองโรเบิร์ตแฟนหนุ่มของตัวเองด้วยความภูมิใจ อดชื่นชมไม่ได้ว่าเขาหล่อมาก เพื่อนหมั่นไส้ ชมแฟนตัวเองอยู่ได้ไม่รู้จักอาย

“ก็เขาหล่อจริงๆนี่นา เนี่ยพรุ่งนี้เขาจะไปถ่ายโฆษณารถยนต์ยี่ห้อหรู ได้เงินก้อนใหญ่ เราจะไปแต่งงานกันที่อเมริกา บ้านพ่อแม่ของโรเบิร์ต”

เพื่อนแสดงความยินดีกับริกกี้ด้วย และยอมรับว่าโรเบิร์ตเป็นโฆษกที่หล่อที่สุดจริงๆ...

ในที่สุดโฆษกบนเวทีประกาศให้วรางคณาน้องสาวคนสวยของวิชชุดาได้รับตำแหน่งสาวสวยที่สุดของประเทศไทย พรทิพายื่นหน้าเข้าไปกล่าวแสดงความยินดีกับวิชชุดา แล้วหันไปสบตาบอดี้การ์ด...

ระหว่างที่นางงามคนใหม่กำลังสวมมงกุฎ อัคคีช่วยกันกับวิชชุดาเอาข้าวของเครื่องใช้สำหรับเด็กใส่รถ มีรถตู้แล่นมาจอดใกล้ๆ ทันใดนั้นชายฉกรรจ์สองคนเข้าไปจับตัวสองผัวเมียไว้โดยใช้ปืนขู่ อัคคีต่อยคนที่จับตัวเขากระเด็น แล้วจะเข้าไปช่วยเมียรัก แต่ชายฉกรรจ์อีกคนที่จับเธอไว้ขู่จะยิงเธอทิ้งถ้าเขาไม่ยอมแพ้ อัคคีเป็นห่วงเมียกับลูกจำต้องยอมให้พวกนั้นจับตัวไป

ooooooo

อัคคีและวิชชุดาถูกจับใส่กุญแจมือและเท้าโดยที่ฝ่ายหญิงซึ่งกลัวมากเอาแต่ร้องไห้อยู่ตลอดเวลา เขาพยายามขอร้องคนร้ายให้ปล่อยเธอไป อย่าทำร้ายเธอ คนร้ายหัวเราะเหี้ยม

“หน้าตาสวยซะขนาดนี้ มันชวนให้ทำดีด้วยไม่ใช่ทำร้าย” คนร้ายไม่พูดเปล่าลูบแก้มวิชชุดาไปด้วย อัคคีดิ้นรนจะเข้าไปช่วยเมียรัก แต่ถูกคนร้ายรุมซ้อมก่อนจะเอาเทปกาวมาปิดปากไว้ไม่ให้ส่งเสียง...

ในขณะที่โรเบิร์ตสัมภาษณ์ผู้หญิงสวยที่สุดของประเทศอยู่บนเวที มีเสียงระเบิดดังขึ้น เสียงปืนยิงสนั่นตามมาติดๆ ผู้คนพากันแตกตื่นกรีดร้องลั่น วิชชุดาเป็นห่วงทั้งแม่เป็นห่วงทั้งน้องสาว รีบลากแขนแม่ออกไปไว้นอกห้องจัดงาน แล้ววิ่งกลับไปที่เวทีเพื่อช่วยน้อง ยังไม่ทันจะไปไหนก็ถูกชายฉกรรจ์จ่อปืนใส่

“หาน้องสาวหรือ ไปด้วยกัน”

วิชชุดาตั้งการ์ดจะสู้ แต่คนร้ายชี้ไปที่มุมหนึ่ง เธอมองตามเห็นคนร้ายอีกคนหนึ่งใช้มีดจี้จับวรางคณาเอาไว้ เธอรีบวิ่งไปหา สองพี่น้องกอดกันกลม วรางคณาร้องไห้โฮขณะที่วิชชุดามองหาทางหนี...

ไม่นานนักคนร้ายขับรถพาอัคคีและวิชชุดาเมียรักของเขามาถึงคฤหาสน์ชานเมืองโดยทั้งคู่มีถุงผ้าคลุมหัวเพื่อไม่ให้จำเส้นทางมาได้ คนร้ายต้องนำตัวสองผัวเมียไปให้ท่านเลขาดู โดยจะแบกเธอที่ยังสลบเข้าไป ส่วนอัคคี คนร้ายจำต้องไขกุญแจล็อกข้อเท้าออกให้เดินไปเอง ทันทีที่เท้าเป็นอิสระ นายทหารหนุ่มถีบคนไขกุญแจกระเด็น ก็เลยถูกรุมกระทืบ หนึ่งในคนร้ายสั่งให้เอาถุงที่คลุมหัวอัคคีออก

“มันจะได้เห็นเมียมันว่าเป็นอย่างไร ยังจะกล้าขัดขืนอีกไหมถ้าเมียมันโดนข่มขืนต่อหน้า”

คนร้ายเอาถุงคลุมออกจากหัว อัคคีเห็นเมียรักถูกคนร้ายแบกไว้บนบ่าปรี่จะเข้าไปหา คนร้ายทุบเธอสองทีซ้อน อัคคีจำต้องหยุดอาละวาด...

ด้านสองพี่น้องสาวสวยถูกควบคุมตัวมาที่รถคันหนึ่ง คนร้ายไม่อยากให้มีปัญหาจึงให้แยกไปคนละคัน โดยเอาตัววรางคณาใส่รถคันแรกไปก่อน เธอพยายามดิ้นรนจะลงมาหาพี่สาวก็ถูกทุบตีให้หยุดทำฤทธิ์ วิชชุดาทนไม่ไหวสะบัดตัวหลุด แย่งปืนจากคนร้ายมาได้ ยิงใส่ยางรถคันที่จับตัวน้องสาวไป หัวหน้าคนร้ายขู่ลั่น

“ถ้าแกไม่หยุดยิง ฉันจะโทร.ไปให้พรรคพวกยิงน้องสาวแกตายอนาถ” พูดจบหัวหน้าสมุนแบมือขอปืน หญิงสาวจำต้องส่งคืนให้...

ขบวนการลักพาตัวหนุ่มสาวหน้าตาดีไม่ใช่จะมีแค่อัคคีกับเมีย วรางคณากับพี่สาวเท่านั้น ภมรก็ถูกชิงตัวไปจากกองละครต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นกัน รวมทั้งเจ้าบ่าวสุดหล่อของซาร่าก็โดนบุกชิงตัวกลางงานแต่ง

ooooooo

สองผัวเมียถูกพาตัวมาให้ท่านเลขาดูตัว ท่านปลื้มปริ่มอัคคีมากลูบไล้ไปตามกล้ามที่เป็นมัดของเขา อัคคีไม่พอใจถ่มน้ำลายใส่หน้า สมุนที่เป็นบอดี้การ์ดเอาปืนตบเขาทันที ท่านเลขายกมือห้าม

“อย่ารุนแรงมันจะชอกช้ำ เดี๋ยวจะเสียของ อย่าให้มันตายเด็ดขาด”

“ปล่อยเมียฉัน เธอกำลังท้อง”

ท่านเลขาของขึ้นทันที เล่นงานสมุน รู้ว่ามันท้องเอาตัวมาทำไม สมุนแก้ตัวถ้าไม่มีตัวประกันอัคคีอาละวาดพวกตนถึงตายแน่

ท่านเลขาสั่งให้กำจัดวิชชุดา อัคคีตกใจมากดิ้นรนจะไปหาเมียรัก กลับถูกต่อยทรุด หนึ่งในสมุนเอามีดแทงอกวิชชุดาที่กรีดร้องดังลั่นล้มลงสิ้นใจต่อหน้าอัคคีที่สะบัดหนีจนเป็นอิสระพุ่งไปกอดร่างโชกเลือดของเมียรักเอาไว้ ร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจตายตาม

จากความเสียใจเปลี่ยนเป็นความแค้น อัคคีตรงเข้าเตะต่อยสมุน และฆ่าบางคนตายคามือ พวกที่เหลือพากันรุมกระทืบเขาไม่ยั้ง หนึ่งในพวกนั้นชักปืนจะยิง หัวหน้าสมุนร้องห้ามเสียงหลง

“ท่านเลขาห้ามทำมันตาย แค้นนักก็รุมซ้อมมันซ้อมศพเมียมัน รับรองมันหยุดแน่รักเมียซะขนาดนั้น”

สมุนบางคนซ้อมอัคคี บางคนตรงไปที่ศพวิชชุดา อัคคีหยุดกึกไม่กล้าหืออะไรอีก หนึ่งในสมุนเอายาบางอย่างฉีดเขา ไม่กี่อึดใจยาออกฤทธิ์ อัคคีหลับกลางอากาศ...

จากนั้นไม่นาน วิชชุดาอีกคนหนึ่งกับน้องสาว ถูกคนร้ายพาลงจากรถคนละคันโดยมีถุงดำสวมหัวไว้ ครั้นดึงถุงดำออก สองพี่น้องจะโผกอดกัน หัวหน้าสมุนที่ออกมารอรับตัวรีบกันไว้ สั่งให้อยู่ในความสงบถ้าไม่อยากโดนเสียบตายเหมือนนังคนเมื่อครู่นี้ สองพี่น้องถึงสงบลงได้...

หลังจากตรวจดูสองพี่น้องคร่าวๆ ท่านเลขาสั่งให้กำจัดวรางคณาทิ้ง หรือพวกสมุนจะเอาไปทำอะไรก็เชิญตามสบาย ส่วนคนพี่ให้เก็บเอาไว้ เนื่องจากคนน้องฉลาดน้อยไปหน่อย วิชชุดาพยายามต่อรองให้ปล่อยน้องสาวไปแต่ไม่เป็นผล สมุนเข้ามาลากตัววรางคณาจะเอาไปปู้ยี่ปู้ยำ เธอสติแตกกัดสมุนเลือดสาด สมุนที่โดนกัดแค้นมากชักปืนยิงเธอตายต่อหน้าพี่สาวซึ่งแค้นมากจะเข้าไปเอาเรื่องแต่ถูกฉีดยาสลบใส่เสียก่อน

ooooooo

อัคคีซึ่งโดนสวมกุญแจมือขังเดียวไว้ในห้องเริ่มรู้สึกตัว นึกถึงเมียรักขึ้นมาได้ก็ร้องไห้เสียใจ พยายามยันตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบากเพราะโดนซ้อมมาอย่างหนัก ยกมือขึ้นพนม

“วิชชุดาสุดที่รัก จงนำพาลูกของเราไปสู่สุคติ รอพี่นะพี่ยังตายไม่ได้จนกว่าจะแก้แค้นให้เธอและลูกสำเร็จ แม้ทำไม่ได้ก็ขอล้างแค้นพวกมันในภพต่อๆไป”

มีเสียงเหมือนคนไขประตูดังขึ้น อัคคีรีบล้มตัวลงนอนแกล้งหลับ สมุนสองคนเอาน้ำมาสาดแล้วดึงให้ลุกขึ้น สมุนที่อาวุโสกว่าสั่งให้สมุนอีกคนหนึ่งเอาตรวนออกจากขา อัคคีจะได้เดินไปเอง ระหว่างเดินผ่านมาตามห้องขังที่เรียงรายสองข้างทาง เขาเห็นภมรพระเอกละครถูกควักตาไปข้างหนึ่ง นอนร้องครวญครางอยู่

โรเบิร์ตโฆษกบนเวทีประกวดถูกขังอยู่อีกห้องหนึ่งร้องบอกอัคคีให้ช่วยตนด้วย เช่นเดียวกันกับเจ้าบ่าวของซาร่า ไม่เข้าใจว่าคนร้ายจับตนมาทำไม อัคคีได้แต่มองพวกนั้นด้วยความสงสาร...

วิชชุดาสาวแกร่งก็ถูกสวมกุญแจมือและใส่ตรวนเช่นกัน เนื่องจากฤทธิ์เยอะ ระหว่างมาตามทางเดินไปห้องปฏิบัติการ เห็นห้องขังหญิงเรียงรายสองข้าง เธอต้องตกใจที่เห็นรองนางงามซึ่งประกวดเวทีเดียวกับวรางคณาก็ถูกจับตัวมาขังไว้เช่นกัน ทั้งสี่คนจำได้ว่าเป็นพี่สาวของวรางคณาวิ่งมาเกาะกรงถามหาวรางคณา พอพวกนั้นรู้ว่าเธอตายแล้ว พากันร้องไห้ระงม ยิ่งทำให้วิชชุดาสะเทือนใจที่ไม่สามารถช่วยอะไรพวกเธอได้...

อัคคีถูกผู้คุมพาตัวมาพบท่านเลขาอีกครั้ง ท่าน สั่งให้ผู้คุมฉีกเสื้อเขาออก ขอดูร่างกายมันชัดๆ ครั้นเห็นกล้ามเป็นมัดๆของอัคคีก็ยิ้มพอใจไม่เสียแรงที่เอา ตัวมา หน้าตาดี รูปร่างเยี่ยม ดื้อรั้นอย่างนี้สมองก็คงจะยอดเยี่ยมด้วย สั่งให้ผู้คุมรีบเอาตัวไปห้องปฏิบัติการหมายเลข 3

“ดับสปอตไลต์ข้างขวาอย่างระมัดระวัง หลังจากนั้นให้มันพัก พรุ่งนี้ดับสปอตไลต์ข้างซ้าย หายดีแล้วเอาไปเป็นพ่อพันธุ์ชั้นดีเยี่ยม ซุปเปอร์เอบวก ลาก่อนไอ้รูปหล่อ มาดเข้มหุ่นดีตาสวย” พูดจบท่านเลขาเดินยิ้มออกไป

อัคคียังไม่เข้าใจว่าดับสปอตไลต์ที่ว่าคืออะไร...

สมุนพาตัววิชชุดามาถึงหน้าห้องปฏิบัติการหมายเลข 3 เธอเห็นห้องหน้าตาแปลกๆ ถามสมุนว่าเป็นห้องอะไร แทนที่จะตอบสมุนกลับย้อนถามว่าสนใจจะเข้าไปไหม ระหว่างนั้นผู้คุมสองคนหิ้วปีกอัคคีที่สภาพสะบักสะบอมจะเข้าไปในห้อง อัคคีหูฝาดได้ยินเสียงเมียรักร้องเรียกให้ช่วยเธอด้วย ก็โวยวายเสียงดัง

“วิชชุดา”

วิชชุดาที่ชื่อเหมือนกันทั้งตกใจปนแปลกใจ ผู้ชายคนนี้รู้จักชื่อเธอได้อย่างไร ผู้คุมรีบลากตัวอัคคีเข้าห้อง เธอพยายามซักสมุนตกลงห้องนั้นเป็นห้องอะไรกันแน่ สมุนสั่งห้ามเธอถามคำถามใดๆทั้งสิ้น ถ้าไม่อยากโดนลงโทษ แล้วลากตัวเธอออกไป วิชชุดายังแปลกใจไม่หายทำไมผู้ชายคนนั้นถึงเรียกชื่อตัวเองถูก...

ด้านอัคคีเพิ่งตระหนักว่าการดับสปอตไลต์ก็คือการถูกควักลูกตานั่นเอง ห้องปฏิบัติการ 3 เป็นห้องที่หมอทำการควักลูกตาข้างขวาของเขาออก...

ในเวลาเดียวกัน ขณะบันดาลกำลังดูข่าวที่มีดารา นางงามรวมทั้งชายหนุ่มและหญิงสาวหน้าตาดีถูกจับตัวไปอย่างไร้ร่องรอยอยู่กับประกายรุ้งผู้เป็นภรรยา ประกายดาวลูกสาวของทั้งคู่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาแจ้งว่าอัคคีกับวิชชุดาหายไป ไม่อยู่บ้านทั้งคู่ บันดาลเองก็แปลกใจไม่น้อยเพราะปกติอัคคีไม่ใช่คนเหลวไหล ขาดงานโดยไม่แจ้ง ประกายรุ้งตั้งข้อสังเกตหายไปด้วยกันแบบนี้อาจจะพากันไปเที่ยวก็ได้

“อาอัคคีไม่ใช่คนที่จะหนีงานไปเที่ยวนะคะ”

บันดาลเห็นด้วยกับลูกสาว อัคคีเป็นพวกพูดน้อยต่อยหนัก บ้างานไม่ใช่บ้าเที่ยว

ooooooo

หมดฤทธิ์ยาสลบ อัคคีฟื้นลืมตาขึ้นรู้สึกเจ็บปวดตาข้างขวา เอามือกุมดูรู้สึกได้ว่ามีผ้าพันแผลปิดอยู่ก็ตกใจมากกระชากผ้าที่ปิดตาออก เลือดทะลักออกมาจากตาที่ถูกควัก เขาแค้นมาก นึกขึ้นได้ว่าพรุ่งนี้จะถูกดับสปอตไลต์ข้างซ้ายอีกข้างหนึ่งแล้วเอาตัวไปศูนย์ใหญ่ ก็คิดหาทางหนี

มีเสียงไขประตูห้องดังขึ้น อัคคีแกล้งหลับต่อ คนเข็นรถส่งอาหารสองคนเห็นเลือดทะลักออกจากตานักโทษก็รีๆรอๆอยู่หน้าห้อง หัวหน้าผู้คุมเข้ามาเห็นสภาพของอัคคีก็ตกใจ เนื่องจากท่านเลขาสั่งเอาไว้ ห้ามหมอนี่ตายเด็ดขาดรีบยื่นมือไปจ่อที่จมูก รู้สึกได้ว่าเขายังหายใจอยู่ หัวหน้าผู้คุมถอนใจโล่งอก หันไปสั่งสมุน

“เอามันไปปฐมพยาบาล อย่าทำมันแรงเดี๋ยวหมดลม”...

วิชชุดาฤทธิ์เยอะไม่แพ้กัน ตั้งใจจะหนีไปจากที่นี่แกล้งทำท่าหมดเรี่ยวแรง สมุนเห็นท่าไม่ดี สั่งให้เอาตัวไปส่งที่ห้องพยาบาล ขืนปล่อยให้ตายอยู่ในนี้ได้ถูกท่านเลขาเล่นงานแน่ พวกสมุนช่วยกันอุ้มเธอใส่เตียงรถเข็น เมื่อเข็นรถมาถึงห้องพยาบาล ผู้คุมเข็นรถเข็นที่อัคคีเพิ่งทำแผลที่ดวงตาเสร็จสวนออกมา วิชชุดาเห็นเขาเต็มตาก็ดีใจมากแต่เขาไม่เห็นเธอเพราะนอนหลับตาอยู่ หญิงสาวแกล้งละเมอ

“ไม่นะ...ไม่ อย่าทำอะไรตาฉันนะ”

หัวหน้าสมุนงง ท่านเลขาบอกหรือว่าจะควักตานังนี่ด้วย สมุนไม่ได้ยินท่านพูด หรือท่านจะบอกมันโดยที่เราไม่ได้ยิน หัวหน้าสมุนเตือนอย่าให้นังนี่รู้เรื่องควักตา เดี๋ยวมันจะอาละวาดไปกันใหญ่ วิชชุดาถึงกับหูผึ่ง ต้องเร่งหาทางหนีไปจากที่นี่ให้ได้...

ฝ่ายผู้คุมที่นำตัวอัคคีกลับห้องขังเห็นเขาไร้เรี่ยวแรงจะแข็งขืนก็เลยไม่ได้ใส่ทั้งกุญแจมือและตรวนที่ข้อเท้า ทำให้ความหวังในการจะหนีไปจากที่นี่ของเขาส่องประกายเพิ่มขึ้น...

พยาบาลเห็นท่าทางของวิชชุดาไม่สู้ดีนักเหมือนไม่มีเรี่ยวแรง จึงบอกสมุนอย่าเพิ่งเอากลับห้องขัง ให้นอนดูอาการที่ห้องนี้ก่อน ถ้ากลัวหนีก็ให้คนเฝ้าหน้าห้องไว้ หัวหน้าสมุนเห็นดีด้วยก่อนจะพากันออกไป วิชชุดาค่อยๆหรี่ตามองเผื่อจะมีอะไรใช้เป็นอาวุธได้บ้างเห็นกรรไกรและเข็มฉีดยารีบคว้ามาซ่อนไว้ในอกเสื้อ

ooooooo

เช้าวันถัดมา คนส่งอาหารเห็นอัคคียังนอนซมพยายามเขย่าตัวเรียกแล้วดึงให้เขานั่ง สั่งให้กินอะไรบ้างเดี๋ยวไม่มีแรงผ่าตัดสปอตไลต์ข้างซ้าย ดวงตาของอัคคีฉายแววอาฆาตแค้นขึ้นมาแวบหนึ่งก่อนจะเลือนหายไปแล้วทำเป็นไม่มีแรงอีก คนส่งอาหารอีกคนหนึ่งสรุปว่าท่าทางเขาจะอาการหนัก จับช้อนยัดใส่มือ

“จะรอดไหมเนี่ยหรือต้องป้อนมันวะ”

“อย่าไปตอแยมัน ท่านเลขาพอใจหน่วยก้านมันมาก เดี๋ยวมันตายคามือ เราจะซวย” คนส่งอาหารพากันออกไป อัคคีตักข้าวกินเพื่อจะได้มีแรงแก้แค้นให้เมียรัก...

ด้านวิชชุดาแกล้งนอนหลับไม่ตื่น พยาบาลเข้ามาปลุกให้กินอาหาร เธอทำเป็นร้องครวญครางเพื่อเบนความสนใจแล้วขยับกรรไกรที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อจะเอามาแทงพยาบาล แต่หัวหน้าสมุนเดินเข้ามาดูเสียก่อน เธอรีบเก็บกรรไกรไว้อย่างเดิม หัวหน้าสมุนสงสัยมันจะร้องหาอะไร

“มันคงเจ็บ เรียกให้ตื่นมากินข้าวมันเลยร้องโวยวาย”

“พวกนี้มันไม่ทนมือทนตีน ทำท่าจะตายกันง่ายจริง แถมอวดเก่ง นี่ถ้าท่านเลขาไม่พอใจมันสองคนเป็นพิเศษล่ะก็จะขอข่มขืนก่อนส่งตัวไปแผนกแม่พันธุ์ มันสงบเสงี่ยมก็ดีแล้ว ไอ้ห้องโน้นก็ได้ยินว่ากำลังจะถูกส่งไปดับสปอตไลต์ข้างซ้ายแล้วส่งไปเก็บไว้ทำพ่อพันธุ์ต่อไป” หัวหน้าสมุนว่าแล้วออกจากห้อง วิชชุดาเดาได้ทันทีว่าคนที่เขาพูดถึงต้องเป็นอัคคีแน่ รีบลุกขึ้นมากินข้าวจะได้มีแรงไว้ต่อสู้...

อัคคียังทำตัวไร้เรี่ยวแรง ตอนที่ผู้คุมสองคนมาเอาตัวใส่เตียงเข็นไปห้องปฏิบัติการหมายเลข 3 เพื่อดับสปอตไลต์ข้างซ้าย พอสบจังหวะเหมาะอัคคีแย่งปืนผู้คุมมาได้ยิงใส่ตายคาที่ รวมทั้งหัวหน้าแผนกสปอตไลต์ด้วย เสียงปืนทำให้ท่านเลขาที่อยู่ในห้องทำงานถึงกับชะงัก สมุนวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานเรื่องที่เกิดขึ้น

“ไปล้อมจับมันกลับมาให้ได้ จับเป็นห้ามจับตาย”

สมุนสงสัยทำไมไม่จับตายในเมื่ออัคคีฆ่าคนของเรา ท่านเลขาสั่งห้ามถาม ห้ามทำมันตายเด็ดขาด เก่งขนาดนี้สมองของมันต้องดีเลิศ ฝีมือก็เยี่ยมมาก ต้องรู้ให้ได้ว่ามันคือใคร...

เสียงปืนทำให้พยาบาลตกใจรีบออกไปดู วิชชุดาโดดจากเตียงไปที่หน้าต่าง ชะโงกหน้าไปมอง อัคคีวิ่งลัดเลาะพลางยิงใส่พวกคนร้ายเห็นทางหางตามีคนแอบมองจากหน้าต่างห้องพยาบาล คิดว่าเป็นคนร้ายซุ่มยิง ลั่นกระสุนใส่ทันที วิชชุดาโดดหลบทัน กระสุนถูกกระจกแตกกระจาย

“ไอ้บ้า มายิงฉันทำไม”

พยาบาลวิ่งกลับเข้ามาโดยมีสมุนที่เฝ้ายามอยู่หน้าห้องตามเข้ามาด้วย วิชชุดาล้มตัวลงนอนทันที พยาบาลหันมาเห็นเธอกองอยู่กับพื้นก็แปลกใจทำไมลงไปนอนอยู่ตรงนั้น สั่งให้สมุนเฝ้ายามช่วยกันแบกขึ้นเตียง วิชชุดารอให้พวกนั้นเข้ามาใกล้ ใช้กรรไกรแทงแล้วแย่งปืนยิงทั้งคู่ จากนั้นเปลี่ยนใส่ชุดพยาบาลวิ่งไปที่ประตูค่อยๆแง้มดูเหตุการณ์ เห็นพวกสมุนกำลังไล่ล่าอัคคีกันให้วุ่นวาย

วิชชุดารอจนพวกสมุนผ่านไปหมดแล้ว จึงวิ่งออกจากห้อง มีสมุนคนหนึ่งถือปืนกลวิ่งมาอย่างรีบร้อนไม่ทันดูหน้าตาเธอให้ถนัด เธอรีบเอาปืนซ่อน สมุนสั่งไม่ให้เธอออกมาเพ่นพ่าน เธอแกล้งถามว่ามีอะไร

“ไอ้หมาบ้านั่นหลุดไปได้กำลังอาละวาดยกใหญ่ ท่านเลขาก็ดันสั่งให้จับเป็น กลับเข้าห้องไปซะ” สมุนวิ่งไปได้สองก้าวเหมือนจะเอะใจหันกลับมา วิชชุดาชักปืนที่ซ่อนยิงใส่สองนัดซ้อน แล้ววิ่งตามเสียงปืนไป...

เสียงสัญญาณเตือนภัยดังกระหึ่มไปทั่วคฤหาสน์ผสานกับเสียงปืนที่ดังอย่างต่อเนื่อง อัคคีหลุดออกมานอกตัวอาคารพยายามหาทางหนี แต่รอบบริเวณเป็นกำแพงสูง มีทางเดียวที่จะหนีออกไปได้คือประตูรั้ว เขาเห็นโรงรถจอดอยู่ไม่ไกลคิดจะใช้รถช่วยในการหนี ยิงใส่สมุนที่ดาหน้าเข้าหาแล้ววิ่งไปหลบในโรงรถ

ฝ่ายวิชชุดาเล็ดลอดออกมาได้สะดวกเพราะพวกนั้นคิดว่าเป็นพยาบาล แต่บางคนก็ถูกเธอสังหารเนื่องจากทำท่าสงสัย เสียงปืนดังมาจากโรงรถ ทำให้วิชชุดามั่นใจว่าอัคคีจะต้องอยู่ที่นั่นรีบลัดเลาะตามไป พยายามเก็บอาวุธและระเบิดจากตัวสมุนที่นอนตายจากฝีมืออัคคีและฝีมือตัวเอง

ooooooo

ท่านเลขาโกรธมากเมื่อหัวหน้าสมุนเข้ามารายงานว่ายังจับตัวอัคคีไม่ได้ แถมพวกเรายังถูกมันฆ่าตายเป็นเบือ แนะให้ท่านเลขาสั่งให้จับตาย แต่ท่านไม่ยอมเพราะอยากได้เขามาเป็นพ่อพันธุ์ ระหว่างนั้นสมุนอีกคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงานว่าวิชชุดาหนีไปได้โดยทำร้ายพยาบาลกับคนเฝ้าบาดเจ็บ

“บ้าแท้ๆ ไปตามจับมันมา”

“จับเป็นหรือตายครับ”

“เป็นสิวะ อยากรู้มากว่านังนี่คือใคร ทำไมช่างเก่งช่างกล้า มันต้องเป็นแม่พันธุ์ที่สุดยอดมาก จับคู่กับไอ้บ้านั่น มันต้องไร้เทียมทานแน่นอน” ท่านเลขาไม่ค่อยพอใจที่พวกสมุนไร้สมอง มีคนเป็นร้อยแต่จับคนสองคนไม่ได้ ออกโรงไล่ล่าทั้งคู่ด้วยตัวเอง...

สมุนดาหน้าไปที่โรงรถ ท่านเลขาสั่งให้เปิดสปอตไลต์ส่องเข้าไปด้านในโรงรถซึ่งกว้างใหญ่และมีรถจอดนับสิบคัน แล้วสั่งให้ค้นทุกซอกทุกมุม แม้แต่ในรถถ้าอัคคีอยู่ในนั้น ก็ต้องหาตัวเจอ โดยไม่ลืมกำชับให้จับเป็น ไฟสว่างพรึบ อัคคีรีบหาที่ซ่อนตัวใหม่ เช่นเดียวกับวิชชุดา หัวหน้าสมุนเดินนำสมุนเข้ามาในโรงรถ สั่งให้กระจายกำลังกันค้นหาให้เจอ ถ้ามันอยู่ในนี้จริงพวกเราจะกลายเป็นเป้าให้มันยิง

“ระวังตัวกันหน่อยเกิดอีผู้หญิงมาทางนี้อีกคนจะปวดหัวกันน่าดู”

ไม่ทันขาดคำมีเสียงปืนดังขึ้นสองนัดซ้อนหัวหน้าสมุนกับลูกน้องถูกยิงตาย อัคคีงงยิงไปนัดเดียวทำไมกลายเป็นสองนัดแถมศัตรูตายไปสองคน โดยไม่รู้ว่าวิชชุดาเป็นคนยิงอีกนัด สมุนที่รอดตายรีบออกไปรายงานให้ท่านเลขาทราบ ท่านสั่งให้ระดมยิงขู่เข้าไปในโรงรถ รอให้มันยิงตอบโต้จนกระสุนหมดแล้วค่อยไปจับตัวมา อึดใจห่ากระสุนพุ่งเข้ามาในโรงรถ อัคคียิงตอบโต้เป็นระยะๆ พลางตะโกนขอบใจคนที่มาช่วย

“แต่เสียใจที่คุณอาจไม่รอดพ้นเงื้อมมือพวกหินชาตินี้” อัคคียิงจนกระสุนหมดจึงพุ่งมาที่รถคันแรกที่จอดอยู่ ใช้ด้ามปืนทุบกระจกเข้าไปสตาร์ตรถ วิชชุดากระสุมหมดเช่นกัน มองการกระทำของอัคคีก่อนจะยิ้มออกมา...

ท่านเลขาไม่ได้ยินเสียงยิงโต้ตอบ สั่งให้สมุนหยุดยิง แล้วให้รอตนนับหนึ่งถึงสามค่อยบุกเข้าไปข้างใน แต่นับได้แค่สองเท่านั้น รถคันหน้าสุดพุ่งชนประตูโรงรถออกมา สมุนต้องรวบตัวท่านเลขาหลบรถทำให้แขนของท่านกระแทกพื้นหัก ท่านแค้นมากสั่งให้ฆ่ามัน แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นประตูรั้วค่อยๆเลื่อนเปิดเนื่องจาก วิชชุดาตั้งเวลาเปิดรีโมตฯ เอาไว้ก่อนจะโดดขึ้นรถคันที่อัคคีขับหนี ท่านเลขารีบสั่งการให้สมุนอีกส่วนหนึ่งไปปิดรีโมตฯ

กระสุนพุ่งใส่รถที่อัคคีขับเป็นชุด นัดหนึ่งกำลังจะเจาะหัวเขา วิชชุดากระชากเขาหลบได้ทัน สั่งห้ามปล่อยคันเร่ง กดไว้ให้มิด ปล่อยพวงมาลัยรถให้เป็นหน้าที่เธอจัดการเอง อัคคีเพิ่งตระหนักว่าคนที่ช่วยตัวเองมาตลอดเป็นผู้หญิง วิชชุดาเห็นประตูรั้วกำลังจะปิดก็หยิบระเบิดขึ้นมาปาใส่กำแพงบ้านแทน แต่รูเล็กเกินไปรถลอดไม่ได้ อัคคีจึงโยนระเบิดอีกลูกใส่ทำให้กำแพงพังมากขึ้น ท่านเลขาสั่งให้สมุนยิงยางรถ

รถวิ่งไปยังไม่ทันถึงกำแพงก็สิ้นฤทธิ์เพราะยางแบน ท่านเลขาแม้แขนจะหักแต่ด้วยความแค้นคว้าปืนจะไปยิงหัวนักโทษเอง เดินยังไม่ถึงรถ มีระเบิดสองลูกโยนออกมาทางหน้าต่างรถ พวกสมุนวิ่งหนีกันวุ่นวาย ท่านเลขาล้มกลิ้งอยู่ที่พื้นถูกสมุนที่หนีตายเหยียบแขนอีกข้างหนึ่งหัก เขาจะกลับมาช่วยก็โดนเล่นงาน

“ไอ้บ้าอย่ามาช่วยฉัน เอารถเอาอาวุธทุกอย่างระดมไปฆ่ามันแล้วเอาตัวกลับมาให้ฉันกระทืบ...ไป”

อัคคีอาศัยจังหวะนั้นกระชากตัววิชชุดาหนีจากรถวิ่งไปที่คลองเบื้องหน้า วิชชุดาพยายามชวนเขาคุยแต่เขาตั้งหน้าตั้งตาวิ่งอย่างเดียวไม่พูดอะไรด้วย ด้านหลังทั้งคู่มีแสงไฟจากรถหลายคันพุ่งเข้ามา อัคคีผลักวิชชุดาไปหลบในกอหญ้าสูงท่วมหัวเพื่อหลบกระสุน ครั้นเล็งเห็นว่าถ้าหนีไปด้วยกันคงไม่รอด สั่งให้เธอหลบอยู่ตรงนี้ก่อน เขาจะล่อพวกนั้นไปอีกทางหนึ่ง แล้วเธอค่อยหนีไปแจ้งความ วิชชุดาอ้าปากจะเถียงแต่เขาห้ามไว้

“อย่างอแง รวมกันเราตายแยกกันผมตายคนเดียว” พูดจบอัคคีวิ่งไปทิศทางตรงกันข้าม

“ไอ้หน้าเหี้ยม นายเสียสละเพื่อฉันทำไมหรือว่าอยากตายตามเมีย” ว่าแล้ววิชชุดาหมอบราบไปกับพื้น

ooooooo

วิชชุดาอุตส่าห์ซ่อนตัวอย่างดีแต่สมุนก็ยังหาเจอและจะปลุกปล้ำทำอนาจารแต่เธอใช้ไหวพริบเอาตัวรอดมาได้แถมยังแย่งปืนมาได้อีกด้วย พวกคนร้ายยังคงรุกไล่หนักจนเธอต้องถอยร่นหนีลงน้ำ อัคคีก็เช่นกัน ต้องลงไปซ่อนตัวในน้ำ พวกสมุนตามลงไปตรงจุดที่เห็นเขาโดดน้ำหนี

อัคคีโผล่พรวดขึ้นมาล็อกคอสมุนคนหนึ่งไว้ แล้วจับมือข้างที่ถือปืนยิงสมุนอีกสองคนในกลุ่มเดียวกันตายเรียบ ก่อนจะหักคอสมุนที่จับตัวไว้ตายคามือ สมุนคนอื่นๆ ได้ยินเสียงปืนต่างมุ่งหน้ามาทางต้นเสียง...

ขณะที่ท่านเลขากำลังให้หมอเข้าเฝือก สมุนเข้ามารายงานว่าหน่วยล่าสังหารที่ส่งไปตามตัวนักโทษหลบหนีถูกฆ่าตายหมดก็โมโหจะยกมือฟาดหน้าคนรายงาน หมอต้องเตือนว่าท่านแขนหักอยู่

“โว้ย...เอาเรือออก ตามจับมันให้ได้จะเอาเลือดมันสองคนมาล้างตีน” ท่านเลขาขบกรามแน่น...

ฝ่ายวิชชุดาพยายามเพ่งฝ่าความมืดเพื่อสำรวจว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ขณะหันรีหันขวางไม่รู้จะหนีไปทางไหนดี ได้ยินเสียงเรือยนต์ดังแว่วมาแต่ไกล รีบหลบในกอผักตบ อึดใจเรือแล่นมาจอดใกล้ๆพร้อมกับส่องไฟไปรอบๆ วิชชุดาดำน้ำไปเกาะท้ายเรือ เห็นมีสมุนแค่สองคนคิดหาทางชิงเรือ...

อัคคีแอบอยู่ในน้ำ รอให้เรือที่ออกไล่ล่าแล่นมาใกล้ เห็นบนเรือมีสมุนสี่คนอาวุธครบมือใช้ไฟสปอตไลต์ กราดไปรอบๆ ไฟสว่างยากที่จะหลบได้ อัคคีตัดสินใจดำน้ำ พอเรือแล่นผ่านเขารีบเกาะท้ายเรือไว้จึงรอดพ้นสายตาพวกมัน สมุนลูกพี่สั่งให้ลูกสมุนเอาระเบิดโยนลงน้ำหวังจะให้แรงระเบิดทำให้อัคคีหูแตกตายหากหลบอยู่ใต้น้ำ หนึ่งในลูกสมุนโยนระเบิดลงไปทันที เสียงระเบิดดังสนั่น มีเพียงปลาเท่านั้นที่ลอยขึ้นมา...

เสียงระเบิดทำให้สมุนสองคนบนเรือที่วิชชุดาเกาะอยู่หน้าตาตื่น เธออาศัยจังหวะนั้นขึ้นไปจัดการพวกมัน แล้วไล่ให้ลงน้ำ สมุนลังเลไม่ยอมขยับ วิชชุดาให้เลือกถ้าโดดน้ำจะรอด ถ้าขืนดันทุรังอยู่บนเรือศพไม่สวยแน่ แล้วขยับปืนในมือ สมุนไม่รอให้พูดซ้ำพากันโดดน้ำหนีตาย วิชชุดารีบเร่งเครื่องเรือออกไปทันที...

อัคคีใช้ฝีมือที่ช่ำชองเล่นงานสมุนทั้งสี่คนบนเรือตายเรียบแล้วเอาเรือลำนั้นเป็นพาหนะในการหนีโดยไม่รู้ว่าเรือแล่นไปทางเดียวกับที่วิชชุดาไป เธอได้ยินเสียงเรือดังอยู่ด้านหลังกระชับปืนในมือไว้แน่น...

ที่คฤหาสน์ซึ่งถูกทำลายไปบางส่วนจากการต่อสู้ ท่านเลขาแค้นใจมากเมื่อได้รับรายงานว่าพวกสมุนขาดการติดต่อ วิทยุไปก็ไม่มีใครตอบรับ เกรงว่าจะไม่มีใครรอด ท่านเลขายกมือห้ามสมุนพูดอะไรอีก

“แจ้งข่าวไปศูนย์ใหญ่ ให้นายใหญ่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและช่วยกันตามหาว่าสองคนนั้นคือใคร ไป”...

อัคคีแทบสิ้นเรี่ยวแรงและเจ็บแผลที่ดวงตามาก แต่พยายามกัดฟันเพื่อหาทางไปที่ถนนให้ได้ พลันได้ยินเสียงเรือแล่นอยู่ข้างหน้าโดยไม่รู้ว่าเป็นลำที่วิชชุดาขับ เขาเร่งเครื่องเข้าหาอย่างบ้าบิ่น เรือที่วิชชุดาขับเกิดเครื่องดับไปดื้อๆ เธอจึงต้องใช้มือพายเข้าฝั่ง รอจนเห็นเรือลำหลังตามมาก็ผลักเรือตัวเองไปขวางไว้ อัคคีซึ่งขับเรือลำหลังคิดว่าเป็นกับดักสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง วิชชุดาไม่เห็นว่าบนเรือลำนั้นเป็นใครก็ยิงปืนใส่เรือพรุนไปทั้งลำ

นายทหารหนุ่มจำต้องโดดน้ำหนี สองคนมาเจอกันกลางน้ำต่อสู้กันอุตลุดโดยไม่รู้ว่าใครเป็นใครกระทั่ง เธอคว้าผ้าปิดตาเขาติดมือมาถึงได้รู้ว่าที่แท้เป็นพวกเดียวกันนี่เอง

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement