วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นักบุญทรงกลด ตอนที่ 12


4 เม.ย. 2560 08:50
252,120 ครั้ง

นักบุญทรงกลด ตอนที่ 12

อ่านเรื่องย่อ

นักบุญทรงกลด

แนว:

แอคชั่น-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

เพชร สถาบัน

บทโทรทัศน์โดย:

ภูมิแผ่นดิน

กำกับการแสดงโดย:

ชัยวุฒิ เทพวงษ์

ผลิตโดย:

คนทีวี (ไทยแลนด์)

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง7

นักแสดงนำ:

มิกค์ ทองระย้า,อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล

มาดามหว่าหวาตัดสินใจสู้ดูสักตั้ง สั่งให้เทียนหอมหนีไปก่อน แล้วตนจะตามไปทีหลัง เทียนหอมไม่รอช้าเผ่นแน่บ จ่าสังข์สั่งให้สมุนตามแต่มาดามหว่าหวาขวางไว้ สองฝ่ายเปิดฉากบู๊ใส่กัน ไม่กี่กระบวนท่าเธอจัดการสมุนทั้งสามคนของจ่าสังข์ราบคาบ

“คราวนี้ถึงตาจ่าแล้ว”

จ่าสังข์ไม่อยากเสียเวลาด้วยชักปืนขึ้นมาจะยิงมาดามหว่าหวา เนื่องจากได้รับคำสั่งให้จับเป็นแค่เทียนหอมคนเดียว ทันใดนั้นมีท่อนไม้ลอยเข้ามาอัดที่ต้นคอเขาอย่างจังสลบเหมือด นักบุญซึ่งมีกุญแจมือติดอยู่กับเสือใบรีบเข้ามาหา เธอเร่งให้ไปตามตัวเทียนหอมกลับมาก่อน ตอนนี้เตลิดไปถึงไหนแล้วไม่รู้...

สมุนของเสือเพลิงยังคงระดมยิงใส่จินฟง เหมยฮัวและเฉ่า เสือเพลิงสั่งการให้จับสองพ่อลูกเป็นๆ ส่วนเฉ่าตนจะจัดการสังหารเอง เฉ่าเห็นท่าไม่ดี บอกให้เหมยฮัวพาจินฟงหนีไปก่อน ไม่ต้องห่วงตน เธอลังเลแต่พอเห็นพ่อเลือดไหลไม่หยุดตัดสินใจพาท่านล่วงหน้าไปก่อน เสือเพลิงเห็นเหมยฮัวหนีจึงสั่งการให้สมุนตรึงกำลังอยู่ที่นี่ ตนจะไปเอาตัวสองพ่อลูกมาเองแล้วเรียกสมุนตามไปช่วยหนึ่งคน...

ด้านเทียนหอมวิ่งเตลิดเข้าไปในป่า หลงทิศไม่รู้จะไปทางไหนดี ปรากฏว่าเส้นทางที่หนีมาเป็นสมรภูมิรบมาก่อน เห็นศพทหารตายเกลื่อนก็กลัวมาก มีมือมาแตะด้านหลังเธอตกใจหลับตาปี๋พนมมือร้องลั่น

“ลูกกลัวแล้วอย่ามาหลอกลูกเลย ไปที่ชอบที่ชอบเถอะ”

“แหม นึกว่าจะเก่งที่แท้ก็ตาขาวกว่าที่คิด”

เทียนหอมลืมตาขึ้นมาเห็นโมรีกับเสือผาดซึ่งกำลังมองเพนดูลั่มที่หลุดออกจากเสื้อของเทียนหอมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ สั่งให้ถอดมันออกมา เธอจำใจถอดเพนดูลั่มให้ โมรีแปลกใจที่เธอยืนนิ่งไม่คิดหนี เทียนหอมไม่รู้จะหนีไปไหน มองไปก็มีแต่ป่ากับป่า

ooooooo

ระหว่างที่กิตากาว่า ทรงศักดิ์และคณะถูกจ่าโทนกับพวกควบคุมตัวไว้ นายพลโบกับทหารนำตัวมุซาชิมารวมกลุ่มด้วย กิตากาว่าถามเขาว่าพวกเราไปไหนหมด ได้ความว่าตายเกลี้ยง นายพลโบเข้ามาทักทายจ่าโทนอย่างสนิทสนม เสือครุยมองแปลกใจ

“นี่แกสองคนรู้จักกันด้วยหรือ”

นายพลโบยิ้มสะใจที่เสือครุยสะกดคำว่าถูกหักหลังเป็น เสือเข้มที่ซุ่มดูอยู่เห็นท่าไม่ดี หันหลังวิ่งหนี นายพลโบชักปืนยิงเปรี้ยง เสือเข้มล้มตึงตายทันที แล้วหันบอกจ่าโทนว่าเก็บไว้ก็เปลืองเสบียง จ่าสังข์ซึ่งได้รับบาดเจ็บเดินโซเซกลับมา แทนที่จะถามอาการของลูกน้อง สารวัตรสมัยอยากรู้ว่าเทียนหอมอยู่ไหน

“หนีไปได้” คำตอบของจ่าสังข์ทำให้ทรงศักดิ์โล่งใจ...

ด้านเสือผาดมัดเทียนหอมเสร็จ ชวนโมรีเดินทางต่อ เทียนหอมอยากรู้ว่าเขาจะพาไปไหน โมรีหมั่นไส้ ตวาดแว้ดไม่ใช่หน้าที่ที่เธอจะต้องรู้ จำไว้อย่างเดียวห้ามหนีห้ามดื้อ

ห่างมาไม่มากนัก นักบุญ เสือใบและมาดามหว่าหวาเห็นเทียนหอมถูกควบคุมตัวคิดหาทางช่วย เสือใบคว้าไม้ท่อนเขื่องขว้างใส่เสือผาดที่ยืนหันหลังให้ เขาเหมือนมีดวงตาด้านหลังหันมาคว้าไม้ไว้ได้

“ใคร...ออกมา”

“ถ้าจะให้เดาก็น่าจะเป็นนักบุญที่คิดว่ากำลังขี่ม้าขาวมาช่วยนางเอก” โมรีตะโกนก้องป่า

นักบุญหนีไม่ออกจำต้องออกจากที่ซ่อนพร้อมกับเสือใบที่ติดกุญแจมืออยู่ เขาสั่งให้ปล่อยเทียนหอมไป เสือผาดกลับผลักเธอให้อยู่ในความควบคุมของโมรี แล้วตรงเข้าต่อสู้กับนักบุญและเสือใบ

โมรีถอยห่างออกมาเจอมาดามหว่าหวาเข้ามาเตะต่อย เธอปัดป้องไปพลางตอบโต้ไปด้วย มาดามหว่าหวาฝีมือด้อยกว่า ถูกแส้ของอีกฝ่ายเล่นงานได้เลือด แต่ก็สู้ยิบตา

แม้จะเป็นต่อเรื่องกำลังคน แต่นักบุญและเสือใบต่อสู้กับเสือผาดได้ลำบากเนื่องจากติดกุญแจมือ จังหวะหนึ่งเสือผาดใช้มีดดาบสั้นฟันเข้ามาที่เสือใบ นักบุญเอาช่องว่างของกุญแจมือรับ กุญแจขาดสะบั้น สองคนเป็นอิสระจากกัน ต่างตะลุยเข้าหาเสือผาดอย่างเอาเป็นเอาตาย

“วันนี้แหละฉันจะกระชากหน้ากากแกออกมาเซ่นวิญญาณครอบครัวฉัน” เสือใบว่าแล้วรุกไล่เข้าหา

โมรีสยบมาดามหว่าหวาได้ เหลือบไปเห็นเสือผาดเสียเปรียบชักปืนยิงใส่ฝ่ายตรงข้าม ทำให้นักบุญกับเสือใบต้องพุ่งหลบกระสุนไปคนละทิศละทาง เสือผาดได้รับบาดเจ็บโมรีจึงต้องพาหนี เสือใบจะตาม นักบุญห้ามไว้ ขืนตามไปเราเสียเปรียบมันแน่ แล้วรีบไปดูมาดามหว่าหวาที่ได้รับบาดเจ็บ

“เป็นอย่างไรบ้าง”

มาดามหว่าหวาไม่ทันจะว่าอะไรก็สลบไปก่อน เทียนหอมเห็นนักบุญเป็นห่วงเป็นใยเธอ แอบน้อยใจ

ooooooo

เหมยฮัวพาจินฟงหนีได้ช้ามากเนื่องจากเขาบาดเจ็บ ทำให้เสือเพลิงไล่ตามทันสั่งให้กลับไปพร้อมตน เหมยฮัวไม่ยอมทำตามตรงเข้าต่อสู้กับเขา ส่วนสมุนปะทะฝีมือกับจินฟงที่พยายามกัดฟันสู้

เนื่องจากบาดเจ็บทำให้จินฟงเพลี่ยงพล้ำถูกสมุนจับตัวได้ เหมยฮัวเข้ามาช่วยจัดการสมุนด้วยมีดสั้นประจำตระกูล เสือเพลิงตามมาเล่นงานเธอจนหมดสภาพแล้วเงื้อมีดจะแทง จินฟงร้องห้ามเสียงลั่น

“พอแล้ว ฉันจะตามกลับไป”

เสือเพลิงเปลี่ยนใจไม่อยากเอาเหมยฮัวกลับไปด้วยจะฆ่าทิ้งตรงนี้ ก่อนที่เหมยฮัวจะถูกสังหาร ฟู่เฉินเข้ามาช่วยไว้ทัน เตะต่อยเสือเพลิงล้มลุกคลุกคลานและต้องหนีไปในที่สุด สองพ่อลูกโล่งอกที่รอดพ้นเงื้อมมือเสือเพลิงไปได้โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าคนที่มาช่วยร้ายกาจกว่ามาก

จินฟงเกิดหายใจติดขัดจำต้องกินยารักษาโรคหัวใจ ฟู่เฉินยึดยาไว้ หากเหมยฮัวต้องการยาให้พ่อต้องรับปากจะเป็นเมียเขาชั่วชีวิต เธอไม่มีทางเลือกจำต้องทำตามที่เขาต้องการ...

ทางด้านเฉ่ายิงต่อสู้กับเสือมิ่งและพวกจนกระสุนหมด จำต้องวิ่งหนี เสือมิ่งปล่อยให้เขารอดไปไม่ได้ ไล่ตามไปกับสมุน...

เสือมิ่งกับสมุนไล่ล่าเฉ่ามาตามทางในป่า แต่คนถูกล่ากลับเล่นงานคนล่าตายไปหนึ่ง เสือมิ่งชักปืนจะยิงแต่เฉ่าเตะปืนกระเด็น แล้วใช้มีดสั้นต่อสู้กับมือตะขอของเขา สู้ได้ไม่นานเสือมิ่งพลาดท่าถูกเฉ่าอัดล้มคว่ำแล้วตามเข้าไปจะซ้ำ เขาเอาทรายขว้างใส่แล้ววิ่งหนี เฉ่ามัวแต่ปัดทรายออกจากหน้า ก็เลยตามไม่ทัน...

อีกมุมหนึ่งของป่า นักบุญประคองมาดามหว่าหวามาพิงต้นไม้ใหญ่ แล้วเปิดเสื้อด้านหลังจะเช็ดแผลให้แต่น้ำไม่มี เสือใบอาสาจะไปตักน้ำมาให้ เทียนหอมทนเห็นนักบุญใกล้ชิดกับมาดามหว่าหวาไม่ไหวขอไปด้วย

“โตแต่ตัวจริงๆ” นักบุญมองตามเธอเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปได้อย่างระอาใจ...

ระหว่างตักน้ำใส่กระติก เสือใบอดถามเทียนหอมไม่ได้ว่าชอบนักบุญหรือ เธอสะบัดหน้าใส่ใครจะไปชอบคนพรรค์นั้นลง ทั้งกระด้าง หัวนอนปลายเท้าก็ไม่มี สองคนนั่นเหมาะสมกันดีแล้ว เสือใบรีบเปลี่ยนเรื่อง

“เธอไม่โกรธฉันหรือที่ฉันเคยจะ...เอ่อ...ทำมิดีมิร้ายเธอ”

“เรื่องนั้นน่ะหรือ โกรธสิ เป็นใครใครก็โกรธ ทำไมนายต้องทำแบบนั้นด้วย”

เสือใบเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ตนเป็นโจรคงต้องทำแบบนั้นถึงจะปกครองลูกน้องได้ ไม่อย่างนั้นพวกมันจะมองว่าตนอ่อนแอไม่เหมาะจะเป็นผู้นำ เทียนหอมไม่เข้าใจ เอาส่วนไหนคิดว่าการข่มขืนผู้หญิงทำให้เหมาะกับการเป็นผู้นำ เสือใบนึกสมเพชตัวเองไม่รู้ตอนนั้นคิดอะไรอยู่

“เอาเป็นว่าฉันขอโทษเธอก็แล้วกัน...เธอยังกลัวฉันอยู่ไหม”

“ไม่ ฉันเลิกกลัวนายตั้งแต่นายกับนาย...นั่นมาช่วยฉันแล้ว ขอบใจนะ”

“รีบเอาน้ำไปให้นักบุญกับหว่าหวาดีกว่า”

เทียนหอมว่าประชด หวังว่าทั้งคู่คงยังไม่ตาย แล้วเดินกลับไปทางเก่าอย่างงอนๆ เสือใบอมยิ้มเดินตาม

ooooooo

ที่แคมป์กิตากาว่า สารวัตรสมัยต้องการรู้ว่าเราจะแบ่งทองออกเป็นกี่ส่วน มีเสียงเสือผาดดังเข้ามาให้แบ่งน้อยส่วนที่สุดแต่ต้องมีส่วนของตนด้วย เบญจวรรณเห็นเสือผาดกับโมรีตามมาสมทบก็โวยวายลั่น

“แก...เสือผาด นังโมรี แกสองคนไม่มีวันได้ทองหรอก ฉันขอสาปแช่งแกแทนคุณกริชด้วย”

โมรีเข้ามาตบหน้าเบญจวรรณ ด่าซ้ำว่านังแพศยา อย่างเธอจะไปรู้อะไร ทำไมตนถึงจะไม่ได้ทองในเมื่อตนมีไอ้นี่อยู่ในมือ แล้วเอาเพนดูลั่มที่ได้จากเทียนหอมขึ้นมาอวด ทรงศักดิ์ใจหาย ถ้าอย่างนั้นลูกสาวของตนอยู่ไหน โมรีสงสัยว่าคงถูกเสือลากไปกินแล้ว ในเมื่อเสือผาดอวดของที่ตัวเองมี จ่าโทนอวดบ้างว่าพวกตนมีกล่อง ส่วนนายพลโบคุยว่าตนเองมีกำลังทหาร เสือผาดสรุปว่าจะแบ่งทองออกเป็นสามส่วน กิตากาว่าโพล่งขึ้นทันที

“เราต้องแบ่งสี่ไม่ใช่สาม เพราะกล่องที่จ่าโทน ให้เสือใบมาปล้นน่ะ มันของปลอม ฉันทำเลียนแบบเอาไว้”

จ่าโทนไม่เชื่อกิตากาว่าจะพูดอย่างไรก็ได้ เขามีทางพิสูจน์ว่ากล่องปลอมหรือไม่ ให้ลองเอาเพนดูลั่มเสียบรูบนกล่องดู จ่าโทนทำตาม เป็นอย่างที่กิตากาว่าพูด มันเสียบไม่เข้า นั่นเท่ากับต้องแบ่งทองเป็นสี่ส่วน จ่าโทนสั่งให้ปล่อยตัวกิตากาว่า ทรงศักดิ์ทักท้วงกิตากาว่าแล้วเอาตนไปไว้ไหน

“ฉันจะขอร้องให้พวกนี้ไว้ชีวิตแก” กิตากาว่า หัวเราะชอบใจ ทรงศักดิ์ตระหนักทันทีไม่มีสัจจะในหมู่โจร...

มาดามหว่าหวาอาการดีขึ้นมากหลังจากได้พักและได้ยาที่นักบุญทาให้ เสือใบเข้ามาถามว่าเป็นอย่างไร เธอปรายตามองไปที่เทียนหอมซึ่งนั่งอยู่ห่างๆคนเดียวว่าตนไม่เป็นอะไร แต่คนโน้นท่าจะอาการหนักกว่า นักบุญแดกดันไม่เห็นเป็นอะไรดูสบายใจดีด้วยซ้ำ

“ไม่หรอก ท่าทางแบบนี้เขาเรียกว่าโรคงอน ยาอะไรก็รักษาไม่หายนอกจากง้ออย่างเดียว” เสือใบแนะ

“ฉันเห็นด้วยนะ ไปเถอะ ก่อนที่จะไม่มีโอกาสนี้” มาดามหว่าหวายุส่ง นักบุญพยักหน้าเข้าใจแล้วลุกออกไป เสือใบอาสาจะทายาให้เธอเอง มาดามหว่าหวานิ่วหน้ามองเขาสงสัย เสือใบรีบออกตัวถ้าเธอรังเกียจก็ไม่เป็นไร เธอเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความจริงใจของเขาก็เลยยอมให้เขาทายาให้

“ถามหน่อย ตอนนั้นนายพูดกับเสือผาดว่าจะกระชากหน้ากากออกมาดูเหมือนกับว่านายเคยเห็นหน้าเสือผาดอย่างนั้นแหละ”

“ใช่ ฉันไม่มีวันลืมใบหน้าและแววตาของมันได้ ตอนที่มันยิงล้างครอบครัวฉัน”

หญิงสาวมองเขาอย่างเข้าใจ เพราะเธอเองก็เป็นเหมือนเขาเช่นกัน จากนั้นเรื่องราวในอดีตก็พรั่งพรูออกจากปากมาดามหว่าหวา...

ด้านนักบุญไม่ได้ง้อเทียนหอมด้วยคำพูดแต่ดึงเธอมาจูบอย่างอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรัก เธอรับรู้ถึงความรู้สึกนี้ได้ถึงกับอายหน้าแดงต้องเดินหนีกลบเกลื่อน เขารีบเดินตาม...

เสือใบฟังเรื่องราวจากมาดามหว่าหวาด้วยความเข้าใจคนหัวอกเดียวกัน เธอหยิบล็อกเกตที่เสือผาดปล้นเอาไปจากแม่ของเธอมาให้เขาดู นี่เป็นสิ่งเดียวของแม่ที่เธอเหลืออยู่ โชคดีที่ได้คืนมาจากเบญจวรรณ เสือใบแปลกใจทำไมถึงไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้นได้

“เรื่องนี้ฉันก็สงสัยอยู่เหมือนกัน เธอบอกว่าแอบเอามาจากคุณจักร พี่ชายคุณกริช”

นักบุญเดินกลับมาพร้อมกับเทียนหอมได้ยินพอดี สรุปว่าเสือผาดกับคุณจักรจะต้องเกี่ยวข้องกัน เสือใบกับมาดามหว่าหวาเห็นสีหน้าเทียนหอมดีขึ้นก็กระเซ้าว่าโรคงอนต้องแก้ด้วยการง้อจริงๆ

“เปล่า ฉันใช้จูบเอา”

เทียนหอมอายมากทุบนักบุญแก้เขิน บรรยากาศผ่อนคลายพร้อมกับเสียงหัวเราะของทุกคน

ooooooo

เหมยฮัวเห็นพ่ออ่อนแรงจึงขอให้ฟู่เฉินหยุดพักก่อน จินฟงอยากรู้ว่าเขาจะพาพวกตนไปไหน เขาจะพาไปสมทบกับพวกจ่าโทนเพื่อตามหาทอง จินฟงเตือนไปให้พวกนั้นฆ่าตายเปล่าๆ เพราะเขาไม่มีอะไรไปต่อรอง

“มีสิและมันก็น่าจะสำคัญด้วย” ฟู่เฉินนึกย้อนไปถึงตอนที่แอบเห็นทรงศักดิ์ลอกอะไรบางอย่างจากผนังถ้ำ “ฉันว่ามันต้องเป็นสิ่งบอกอะไรสักอย่างมันถึงได้สักไว้ที่หลังของคนที่มันไว้ใจ นี่ไง”

ฟู่เฉินหยิบหนังแผ่นหลังที่มีรอยสักของแห้วออกมาแผ่ให้ดู สองพ่อลูกต้องเบือนหน้าหนีด้วยความสะอิดสะเอียน...

ด้านเฉ่ายังคงแกะรอยตามเหมยฮัวและจินฟง มาห่างๆ...

มีเพียงทรงศักดิ์ นนท์ หนูนากับเบญจวรรณและเสือครุยเท่านั้นที่ยังคงถูกคุมตัวอยู่ที่แคมป์กิตากาว่า ต่างไม่เข้าใจทำไมพวกนายพลโบถึงยังเก็บพวกเราเอาไว้ เบญจวรรณตั้งข้อสังเกตอาจเป็นเพราะไม่รู้ข้างหน้าจะเจออะไรบ้าง มันถึงได้เก็บเราไว้เป็นแนวหน้าให้เสี่ยงก่อน หนูนากลัวว่าพวกเราจะไม่รอดกลับบ้าน

“รอดสิ เพราะถึงมันเจอทางเข้าขุมทองมันก็ไม่มีทางเอาทองออกมาได้หรอก” ทรงศักดิ์ปลอบ

เสือครุยคงไม่อยู่ถึงตอนนั้น จะต้องหาทางหนีไปจากที่นี่ให้ได้...

ในที่สุดเฉ่าตามหาเหมยฮัวกับจินฟงเจอ แต่เนื่องจากเธอสาบานต่อฟ้าดินแล้วว่าจะเป็นคู่ชีวิตของฟู่เฉินไปจนตายจึงต้องพูดตัดเยื่อใยจากเฉ่า และไล่ให้เขากลับไปไม่ต้องมายุ่งกับเธออีก เฉ่าเสียใจน้ำตาคลอขอเหตุผลทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ฟู่เฉินชิงตอบคำถามแทน

“ทำไมหรือ ก็เธอไม่ได้รักแกไง เหมยฮัวกำลังจะแต่งงานกับฉัน”

“ไม่จริง...ไม่จริงใช่ไหมเหมยฮัว”

เหมยฮัวฝืนใจตอบว่าจริง เฉ่าเหมือนถูกฟ้าผ่าใจทั้งที่ฝนไม่ตั้งเค้า อีกทั้งเธอยังไล่เขาซ้ำอย่ามาให้เห็นหน้าอีก เฉ่าเดินน้ำตาคลอเบ้าออกมา

“คนเราถ้าไร้วาสนาต่อกันต่อให้เดินเจอกันก็สวนกันอยู่ดี ถ้ามีวาสนาต่อกัน ต่อให้โลกกว้างเพียงใดก็ต้องมาเจอกันจนได้” จินฟงตะโกนไล่หลัง เฉ่าหันมองเขาก่อนวิ่งจากไปด้วยหัวใจสลาย โดยไม่รู้ว่าที่เหมยฮัวต้องทำตามที่ฟู่เฉินต้องการเพราะเขาถือยาโรคหัวใจของพ่อเอาไว้

ooooooo

ที่เต็นท์นายพลโบ กิตากาว่า นายพลโบกับ เสือผาด โมรีและจ่าโทนกำลังประชุมกันอยู่โดยมีแผนที่ขุมทองแต่ละชิ้นมาวางต่อกันบนโต๊ะเส้นทางสุดท้ายไปบรรจบที่ภูเขาลูกหนึ่ง กิตากาว่ามั่นใจว่าทองจะต้องอยู่ที่เขาลูกนี้ เพียงแต่เส้นทางที่จะไปลำบากมาก แต่ถ้ามีคนนำทางก็จะง่ายขึ้น เสือผาดพูดชื่อเสือใบออกมาทันที

“ใช่ นอกจากพรานสิงห์ที่ตายไปแล้วก็มีเสือใบนี่แหละที่ชำนาญทาง” โมรีเสริม

กิตากาว่าว่ายังมีจินฟงอีกคนหนึ่งที่เก่งแต่ไม่รู้ป่านนี้เตลิดไปถึงไหนแล้ว จ่าโทนบอกอย่างเชื่อมั่นว่า

อีกไม่นานเราจะได้ตัวเขา อีกมุมหนึ่งนอกเต็นท์ ขณะจ่าสังข์กำลังบ่นให้สารวัตรสมัยฟังว่าไม่ค่อยจะไว้ใจจ่าโทนนัก ฟู่เฉินเดินนำจินฟงกับเหมยฮัวเข้ามา สารวัตรสมัยยิ้มพอใจที่เขาพาสองพ่อลูกมาได้สักที...

ทางด้านเฉ่าเดินอย่างไร้จุดหมายเพราะโลกทั้งใบถล่มลงตรงหน้า มีเสียงขึ้นนกปืนดังจากด้านหลัง เขารู้ทันทีรีบยกมือยอมแพ้ คนป่า 4 คน ถือปืนจ่ออยู่เอาด้ามปืนฟาดเขาสลบเหมือด...

ระหว่างกินไก่ป่าย่างเป็นมื้อค่ำ เสือใบ นักบุญกับเทียนหอมและมาดามหว่าหวาปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี เทียนหอมอยากให้กลับไปช่วยพ่อกับคนของเธอก่อน มาดามหว่าหวาเชื่อว่าพ่อของเธออยู่กับพวกนั้นจะปลอดภัยกว่า เทียนหอมไม่เห็นด้วย พวกมันได้เพนดูลั่มไปแล้วคงไม่ปล่อยท่านเอาไว้

“ใจเย็นเทียนหอม เราจะตามพวกนั้นไปห่างๆ ใครคนหนึ่งต้องเข้าไปในกลุ่มนั่น แล้วแอบทำเครื่องหมายให้เราตามไปตลอดทาง” ข้อเสนอของนักบุญทำให้ทุกคนเหลียวมองกันไปมาไม่รู้จะให้ใครทำหน้าที่นี้ดี สุดท้ายเสือใบ นักบุญและมาดามหว่าหวาเห็นพ้องต้องกันให้ยกหน้าที่นี้ให้เทียนหอม...

ทรงศักดิ์แค้นมากที่เห็นฟู่เฉินเอาหนังแผ่นหลังที่มีรอยสักของแห้วมากางบนโต๊ะประกอบกับแผนที่ขุมทอง จะเข้าไปเอาเรื่องที่เขาฆ่าแห้ว จ่าโทนต้องขวางไว้ กิตากาว่าพิจารณาจากรอยสักแล้วเห็นว่าน่าจะเป็นวิธีเปิดที่ซ่อนขุมทอง ทรงศักดิ์ยอมรับว่าใช่ตนลอกออกมาจากผนังถ้ำที่เราเคยไปครั้งก่อน แต่มันมีคำปริศนา 4 คำซ่อนอยู่ โมรีสั่งให้บอกมาว่ามีอะไรบ้าง เขารู้เท่าทันขืนบอกตอนนี้ก็โง่ตาย

“คุณนี่มันไม่หมูจริงๆคุณทรงศักดิ์ ผมเดาว่าคุณคงเก็บไว้ในสมองสินะ” เสือผาดเสียงกร้าว

ทรงศักดิ์เก็บมันไว้ในส่วนลึกที่สุดของสมอง แล้วขอเป็นหุ้นส่วนด้วยคน นายพลโบยินดีทำตามที่เขาต้องการ จากนั้นสั่งให้ทุกคนเตรียมตัวออกเดินทาง

วันพรุ่งนี้ จินฟงเตือนเสียงเครียด

“พวกแกไม่รู้หรอกว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ระหว่างที่คณะของกิตากาว่ากำลังเตรียมออกเดินทาง เทียนหอมแกล้งเดินโซซัดโซเซเข้ามา ทรงศักดิ์รีบวิ่งไปหาลูกด้วยความเป็นห่วง กิตากาว่ากับฟู่เฉินมองแปลกใจ เธอรอดมาอย่างไร โมรีกับเสือผาดก็เคลือบแคลงสงสัยเช่นกัน คงต้องสัมภาษณ์กันหน่อยแล้วชวนกันไปหาเธอ...

หลังจากได้ดื่มเครื่องดื่มร้อนๆ อาการอิดโรยของเทียนหอมดูดีขึ้น เสือผาดซักเธอว่าอยู่ในป่าคนเดียว

ได้อย่างไรแถมยังตามมาที่นี่ถูกอีก เธออ้างว่าเดินมั่วๆ แล้วมองเห็นควันไฟก็เลยเดินตาม เสือผาดไม่เชื่อ

“นักบุญกับเสือใบอยู่ไหน”

“ฉันไม่รู้ฉันพลัดหลงกับพวกนั้นตอนที่ไปเอาน้ำที่ลำธาร”

ทั้งเสือผาดและโมรีพยายามจะซักโน่นถามนี่ ทรงศักดิ์ไม่พอใจขอร้องให้พอได้แล้วไม่อย่างนั้นอาจจะถูกตัดออกจากเป็นหุ้นส่วน ทั้งคู่ถึงได้หยุดซักไซ้ แต่ยังคงไม่เชื่อสิ่งที่เทียนหอมเล่า...

ทางด้านมาดามหว่าหวาอดเป็นห่วงเทียนหอมไม่ได้ กลัวเสือผาดกับโมรีจะไม่เชื่อเรื่องโกหกครั้งนี้ นักบุญมั่นใจว่าพวกนั้นไม่เชื่อและจะต้องให้คนคอยจับตาดูเทียนหอมจึงได้วางแผนกับเธอไว้แล้ว ให้เธอทำตัวตามปกติ ไม่ต้องทำสัญลักษณ์อะไรทิ้งไว้ทั้งนั้น เพื่อความปลอดภัยของเธอเอง

“นี่แสดงว่านายจะตามลูกน้องที่มันทิ้งไว้ระวังหลังไปน่ะสิ”

นักบุญพยักหน้ารับคำ...

เป็นอย่างที่นักบุญคาดไว้ไม่มีผิด เสือผาดสั่งให้เสือมิ่งกับเสือเพลิงคอยจับตาดูเทียนหอมเอาไว้เผื่อจะทิ้งสัญลักษณ์อะไรให้พวกนักบุญตาม แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ...

ฝ่ายนักบุญ เสือใบ และมาดามหว่าหวาแกะรอยตามรอยเท้าของเสือมิ่งกับเสือเพลิงโดยที่พวกนั้นไม่รู้ตัว...

เดินทางข้ามเขามาหลายลูกจนเทียนหอม หนูนา รวมทั้งเบญจวรรณและนนท์เริ่มก้าวขาไม่ออก ทรงศักดิ์จึงตะโกนบอกพวกที่อยู่ข้างหน้าว่าขอพักเหนื่อยก่อน พวกตนเดินไม่ไหวแล้ว กิตากาว่าซึ่งสั่งให้หยุดพักก่อนได้จินฟง ฟู่เฉิน เสือผาดกับโมรี รวมทั้งกิตากาว่าและนายพลโบมานั่งดูแผนที่กันอีกรอบ

เสือผาดอยากรู้ว่าอีกนานแค่ไหนกว่าจะถึงภูเขาเป้าหมาย จินฟงคิดว่าน่าจะสองวันหรือมากกว่านั้นเพราะกิตากาว่าเคยให้เขาสำรวจเส้นทางมาถึงแค่นี้แล้วเขาไม่กล้าไปต่อเนื่องจากมีสิ่งลึกลับและน่ากลัวแฝงตัวอยู่ โมรีหันไปถามนายพลโบว่าแถวนี้เป็นถิ่นของท่านไม่ใช่หรือ ท่านซ่อนสีหน้าเจ้าเล่ห์ไว้

“มันก็ใช่ แต่ใช่ว่าฉันจะดูแลมันทุกตารางนิ้วนี่”...

ฝ่ายเทียนหอมเห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของเหมยฮัวถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่าทำไมดูเศร้านัก

“ไม่ใช่แค่เศร้าหรอก ตายได้ฉันคงตายไปแล้ว” จากนั้นเหมยฮัวเล่าเรื่องฟู่เฉินให้เทียนหอมฟัง...

ทางด้านเสือผาดเข้ามาหารือกับเสือเพลิงและเสือมิ่งว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า ต้องแปลกใจเมื่อรู้จากเสือเพลิงว่าเทียนหอมไม่ได้ทำเครื่องหมายอะไรทิ้งไว้เลย เสือมิ่งตั้งข้อสังเกต หรือไม่มีใครตามมา

“ไม่มีทาง มันต้องตามมาแน่ หรือว่า...” เสือผาดฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ตาวาวโรจน์ขึ้นมาทันที

ooooooo

เฉ่าฟื้นคืนสติพบตัวเองถูกขังอยู่ในกรงไม่ห่างกันนักมีหม้อใบใหญ่ขนาดคนลงไปได้ตั้งอยู่บนกองไฟ น้ำกำลังเดือดพล่าน พวกผู้หญิงชาวป่าเอาผักต่างๆใส่ในหม้อ เฉ่าเดาได้ทันที เคี่ยวผักเสร็จคงเคี่ยวตนต่อแน่ๆ

หัวหน้าเผ่าซึ่งเหน็บซามูไรกับหมอผีเดินเข้ามาหาพร้อมกับลูกน้องที่ถืออาวุธสมัยสงครามโลกอยู่ในมือถามเฉ่าเป็นภาษาอังกฤษว่าเป็นใคร เขาตกใจถึงกับร้องเอะอะ คนป่าเผ่าบ้าอะไรพูดภาษาอังกฤษได้ด้วย หัวหน้าเผ่าคุยโตไม่ใช่พูดได้แค่ภาษาอังกฤษ ภาษาไทยก็พูดได้เช่นกัน แล้วถามเขาว่าเป็นใครมาทำอะไรที่นี่ เขาโกหกว่าเป็นแค่คนหลงป่า หมอผีกระซิบบางอย่างกับหัวหน้าเผ่าแล้วหันมาทางเฉ่า

“ดี...พวกข้าชอบกินคน เดี๋ยวเคี่ยวผักเสร็จจับมันลงไปเลย”...

ขณะที่เฉ่ากำลังจะกลายสภาพเป็นมื้อเย็น เทียนหอมฟังเรื่องราวจากปากเหมยฮัวเสร็จด่าฟู่เฉินว่าร้ายกาจมาก เรื่องความรักเอามาทำแบบนี้ได้อย่างไร เหมยฮัวสาบานไปแล้ว คงเปลี่ยนอะไรไม่ได้แล้ว เทียนหอม

ไม่สนใจ สาบานในเรื่องที่ไม่ถูกต้องจะไปยึดถือทำไม เธอทำอย่างนั้นไม่ได้ ธรรมเนียมจีนถือเรื่องคำสาบานต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ความกตัญญูเป็นเรื่องรองลงมา

“งั้นหรือ อย่างนายฟู่เฉินเนี่ย เขาเรียกอกตัญญูไม่ใช่หรือ แล้วจะไปยึดถืออะไรกับคนแบบนี้”

เหมยฮัวยังไม่ทันตอบคำถาม ฟู่เฉินซึ่งมาทันได้ยินคำพูดของเทียนหอมก็ทำเสียงกร้าวใส่ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำของเธอแล้วบอกให้เหมยฮัวไปประจำด้านหน้าเพราะเราจะออกเดินทางกันแล้ว เหมยฮัวจำใจลุกไป

เทียนหอมมองตามไม่พอใจแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร...

ทางฝ่ายนักบุญ เสือใบและมาดามหว่าหวาแกะรอยเท้าของเสือเพลิงและเสือมิ่งมาตามทางในป่ากระทั่งเห็นรอยเท้ามากขึ้นผิดปกติก็ร้องทัก เสือใบกลับคิดว่าพวกนั้นคงเพิ่มคนเฝ้าระวัง แต่เราแกะรอยห่างๆขนาดนี้คงไม่มีปัญหาอะไร มาดามหว่าหวาสงสัยแล้วเราจะเข้าไปถึงตัวพวกนั้นได้อย่างไร

“มันขึ้นอยู่กับว่ายานอนหลับที่คุณให้เทียนหอมไปจะเริ่มทำงานเมื่อไหร่”

มาดามหว่าหวาหวังว่าเทียนหอมคงจะใช้ยานั่นในช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อเราจะได้ช่วยเธอออกมาได้...

เมื่อมาถึงป่าลึก คณะล่าทองต้องหยุดพักอีกครั้ง เนื่องจากจินฟงไม่ไว้ใจเส้นทางข้างหน้า เสือผาดร้องถามนายพลโบว่าเราคงต้องเตรียมกำลังแล้วใช่ไหม เขาพยักหน้ารับคำ

ด้านเทียนหอมหยิบยานอนหลับที่มาดามหว่าหวาให้ขึ้นมาดู เหลือบเห็นนนท์เดินเข้ามาหาเธอจึงรีบเก็บไว้อย่างเดิม เขาแค่จะมาบอกเธอว่าพวกด้านหน้าสั่งให้พักก่อน เธอกำลังอยากจะทำธุระพอดี

“ไปค่ะ หนูนาไปด้วย” ว่าแล้วหนูนาลุกตามเทียนหอมออกไป นนท์มองตามอย่างเป็นห่วง...

หนูนาเดินนำเทียนหอมไปยังมุมปลอดคนเพื่อหาที่ปลดทุกข์กลับเจอซากทหารญี่ปุ่นสองศพมีลูกธนูปักกลางอก สองสาวกรีดร้องประสานเสียงกันดังลั่นป่า

ครู่ต่อมา ซากทหารญี่ปุ่นถูกนำมาวางกลางขบวนคาราวาน จ่าโทนพลิกซากดูแล้วลงความเห็นว่าทหารสองนายนี่น่าจะตายจากการถูกโจมตี คงออกมาลาดตระเวนแล้วเจอบางอย่างที่ไม่คาดคิด นายพลโบสรุปว่าสิ่งที่พวกนี้เจอน่าจะเป็นพวกปานัว เป็นชาวเผ่าที่โหดร้ายป่าเถื่อนและกินเนื้อคน เสือผาดดูจากสภาพศพแล้วคนพวกนี้ตายมานานก่อนญี่ปุ่นจะแพ้สงครามและนี่อาจเป็นเส้นทางที่ทหารญี่ปุ่นขนทองผ่าน

“แสดงว่าเรามาถูกทางแล้วสิ” ทรงศักดิ์ดีใจ

กิตากาว่าก็เชื่อเช่นนั้น แต่ไม่รู้ว่าจะมีกี่คนที่จะผ่านตรงนี้ไปได้ นายพลโบเห็นควรให้ตั้งแคมป์ที่นี่แล้วหาทางเข้าตีพวกมัน เราต้องส่งคนออกไปลาดตระเวนหาหมู่บ้านพวกมัน เสือผาดอาสาทำหน้าที่นี้เองขอทหารให้ตนสักสามคนก็พอ จ่าโทนไม่ไว้ใจขอตามไปด้วย...

อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก หนูนายังตัวสั่นหวาดกลัวไม่หาย ร้องจะกลับบ้านที่นี่น่ากลัว แถมแห้วก็มาตายอีก นนท์ขอร้องอย่าไปพูดถึงคนตาย เหมยฮัวสั่งห้ามทุกคนออกนอกพื้นที่โดยพลการ เทียนหอมรับรองเอาอะไรมาฉุดก็ไม่ไป เหมยฮัวสั่งให้เธอระวังตัวด้วย ตนจะออกไปลาดตระเวนกับพวกเสือผาด ทั้งคู่มัวแต่คุยกันไม่ทันเห็นพวกปานัวจับตาดูอยู่...

ที่หมู่บ้านปานัว หมอผีตกลงกับหัวหน้าเผ่าจะยังไม่กินเฉ่าตอนนี้ เพราะเชื่อว่าต้องมีพวกมันมาอีก หัวหน้าเผ่าเห็นควรให้เราเตรียมพร้อมทำศึก ระหว่างนั้นลูกน้องเข้ามารายงานว่าพวกมันมากันแล้ว...

ทางฝ่ายเสือใบ นักบุญและมาดามหว่าหวาหลงกลเดินมาติดกับที่เสือผาดวางล่อไว้ ทำให้ถูกเสือมิ่ง เสือเพลิงและสมุนล้อมจับไว้ได้...

ด้านฟู่เฉินกับเหมยฮัวนำทางเสือผาด โมรี จ่าโทนกับสารวัตรสมัย รวมทั้งจ่าสังข์และพวกทหารมาถึงเนินเขาสูงชัน เบื้องล่างซึ่งเป็นที่ราบเห็นกลุ่มควันอยู่ไกลๆ ฟู่เฉินชี้ไปที่กลุ่มควันบอกว่าพวกมันอยู่ที่นั่น โมรีเสนอให้เข้าไปดูให้ใกล้ที่สุดเพื่อประเมินกำลังคู่ต่อสู้ เหมยฮัวไม่เห็นด้วย สังเกตการณ์แค่นี้น่าจะพอ

ทุกคนกลับเห็นด้วยกับโมรี ชุดลาดตระเวนจึงแยกเป็นสามกลุ่ม เสือผาดกับโมรีและทหารเป็นกลุ่มหนึ่ง จ่าโทน จ่าสังข์และสารวัตรสมัยกลุ่มหนึ่ง ฟู่เฉินและเหมยฮัวเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง เสร็จแล้วให้กลับมาเจอกันที่นี่ แม้จะแยกเป็นสามเส้นทาง แต่จุดหมายเดียวกันคือหมู่บ้านปานัว

ooooooo

เสือใบอดแปลกใจไม่ได้ทำไมเสือมิ่งกับเสือเพลิงถึงไม่ฆ่าพวกตน แทนที่จะต้องพาไปไหนมาไหนให้เป็นภาระ นักบุญมั่นใจพวกนี้ต้องเอาเราสามคนไปคุมตัวไว้จนกว่าจะเจอทองแล้วค่อยฆ่าปิดปาก แต่ถ้าฆ่าตอนนี้ก็จะไม่มีแรงงานขนทอง มาดามหว่าหวาสงสัยทองมากมายพวกเสือมิ่งจะขนไปได้อย่างไร

“เดินไป ไม่ใช่หน้าที่ที่แกจะต้องรู้”

เสือใบไม่ได้อยากรู้ แค่ต้องการให้นักบุญไปเจอกับแฟนก็พอ เสือเพลิงเสียใจด้วย เสือผาดสั่งให้เอานักบุญกับพวกไปไว้ที่อื่นไม่ใช่ที่แคมป์ มาดามหว่าหวาถึงบางอ้อทันที ที่แท้เสือผาดมีแผนจะหักหลังคนอื่น...

พวกจ่าโทนเจ้าเล่ห์ เรื่องอะไรจะต้องเข้าไปสอดแนมพวกปานัวให้เสียเวลา ปล่อยให้เสือผาดกับฟู่เฉินไปจัดการกันเอง ตนเป็น ตชด.อยู่แถวนี้มานาน เคยได้ยินกิตติศัพท์คนป่าพวกนี้มามาก เพราะฉะนั้นอย่าเสี่ยงจะดีกว่า จ่าสังข์หัวเราะชอบใจ เคยบอกสารวัตรสมัยแล้วว่าจ่าโทนไว้ใจไม่ได้

“แต่เราเป็นเพื่อนกันใช่ไหมโทนเพื่อนรัก”

“แน่นอนสมัยเพื่อนรัก” แววตาของจ่าโทนพร้อมจะหักหลังได้ทุกเมื่อไม่ต่างจากแววตาของสารวัตรสมัย...

ความสัมพันธ์ระหว่างเทียนหอมกับนนท์เริ่มร้าวลึก เนื่องจากเขาโทษว่าเป็นเพราะพ่อของเธอโลภถึงทำให้เราต้องมาติดแหง็กที่นี่...

เสือผาดกับพวกคืบคลานเข้าใกล้หมู่บ้านปานัวเข้าไปทุกขณะ ทันใดนั้น ทหารนายหนึ่งเดินไปเหยียบแร้ว ถูกกับดักรวบขาขึ้นไปห้อยต่องแต่งอยู่บนต้นไม้ เพื่อนทหารจะเข้าไปช่วยก็ถูกลูกธนูพุ่งเสียบอกตายคาที่ คนป่า 4 คนออกจากที่ซ่อน ในมือมีดาบซามูไรไม่มีปืน หนึ่งในนั้นตัดหัวทหารที่ห้อยอยู่ขาดกระเด็นแล้วล้อมกรอบโมรีกับเสือผาด เธอชักปืนจะยิงแต่เขาห้ามไว้

“อย่าใช้ปืน เสียงปืนจะทำให้พวกมันแห่มา”

เสือผาดว่าแล้วตรงเข้าต่อสู้กับคนป่า

สองฝ่ายเตะต่อยกันอุตลุด ไม่กี่อึดใจเสือผาดกับโมรีสังหารคนป่าได้หมดแล้วชวนกันกลับ...

ในเวลาไล่เลี่ยกันเสือเพลิงกับเสือมิ่งและสมุนคุมตัวเสือใบ มาดามหว่าหวาและนักบุญซึ่งถูกมัดมือไพล่หลังมาถึงหน้าถ้ำแห่งหนึ่ง เสือเพลิงสั่งให้เสือมิ่งกับสมุนคุมตัวพวกนี้ไว้ ที่นี่ตนจะไปรายงานเสือผาด นักบุญนัดแนะกับเสือใบและมาดามหว่าหวามีโอกาสเมื่อไหร่เราจะหนีไปจากที่นี่...

ทางด้านฟู่เฉินกับเหมยฮัวเจอผู้หญิงชาวป่าสองคนหาบน้ำอยู่ก็รีบหลบหลังพุ่มไม้ เหมยฮัวมั่นใจหมู่บ้านคนป่าต้องอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ รีบสะกดรอยตามหญิงชาวป่า...

ขณะที่นนท์นั่งหลับอยู่ใต้ต้นไม้คนเดียวฝันร้ายถึงแห้ว นอนดิ้นไปมาด้วยความหวาดกลัว ทรงศักดิ์รีบเข้ามาเขย่าตัวให้ตื่น เขาลืมตาขึ้นมองเกิดภาพหลอนเห็นทรงศักดิ์เป็นแห้ว กลัวจะถูกวิญญาณผีทำร้ายหนีเตลิด ทรงศักดิ์กับเทียนหอมเป็นห่วงรีบวิ่งตาม นนท์สติแตกวิ่งหนีไปร้องไปว่าสำนึกผิดแล้ว ตนไม่ได้ตั้งใจจะฆ่า

ooooooo

ในที่สุดโอกาสทองก็มาถึง เสือมิ่งเกิดปวดท้อง ขึ้นมา สั่งให้สมุนคุมนักบุญกับพวกไว้ให้ดีแล้วเดินหายเข้าไปในป่าทึบ มาดามหว่าหวารอให้ทิ้งช่วงเล็กน้อย แกล้งปวดท้องจะขอไปปลดทุกข์ หนึ่งในสมุนจำต้องพาเธอไป กระทั่งถึงพุ่มไม้กอใหญ่ ขอให้เขาช่วยแก้มัดให้จะได้ทำธุระถนัดๆ

“คงแก้มัดไม่ได้หรอก พี่มิ่งสั่งไว้ แต่ฉันแก้กางเกงให้ได้”

มาดามหว่าหวาวานให้เขาช่วยถอดกางเกงให้ เขาหลงกลเดินเข้ามาใกล้ เธอใช้ขาตวัดรัดคอเขาจนตายแล้วเอามีดของเขาตัดเชือกที่มัดมือขาด จากนั้น กลับไปที่หน้าถ้ำ สังหารสมุนที่เฝ้านักบุญกับเสือใบโดยที่สมุนคนอื่นไม่รู้ตัว ก่อนจะตัดเชือกที่มัดมือพวกเขาออก สองฝ่ายเปิดฉากตะลุมบอนกันอุตลุด...

ฝ่ายเสือมิ่งปลดทุกข์เสร็จกำลังจะสวมกางเกง แต่มีเสียงปืนดังขึ้นเสียก่อน เขาวิ่งกลับมาที่หน้าถ้ำ เจอสมุนนอนตายเกลื่อน นักบุญกับพวกหายไป...

ทางด้านนนท์สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัววิ่งหนีเตลิดลึกเข้าไปในป่า แต่สะดุดขาตัวเองล้ม เศษไม้แทงทะลุขา นอนร้องโอดโอย ทรงศักดิ์กับเทียนหอมรีบเข้าไปช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ เขายังหวาดผวาไม่เลิก

“ฉันกลัวแล้ว...แห้ว อย่าทำฉันเลยนะ”

เทียนหอมพยายามปลอบให้นนท์สงบ เขากลับเพ้อว่าเขาเป็นคนบอกให้ฟู่เฉินฆ่าแห้ว สองพ่อลูกตกใจแต่ยังไม่ทันจะทำอะไร คนป่าปานัว 5 คนพร้อมอาวุธเข้ามาล้อมทั้งสามคนไว้...

ขณะที่เทียนหอม ทรงศักดิ์และนนท์ตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ฟู่เฉินกับเหมยฮัวลอบเข้ามาในหมู่บ้านของพวกปานัว เห็นคนป่าเต็มไปหมด ในมือถืออาวุธ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าพวกนี้กำลังเตรียมเปิดศึก ชวนกันกลับไปเตือนพวกเรา แต่เหลือบเห็นเฉ่าถูกสวมปลอกคอมีโซ่ล่ามเดินมาตามทางตรงไปยังบ้านหัวหน้าเผ่า เหมยฮัวตกใจ ฟู่เฉินเองก็ทั้งตกใจและแปลกใจเช่นกัน ก่อนจะละสายตามาหาเหมยฮัว แต่เธอหายไปแล้ว...

จ่าโทนนั่งกระดิกขารอตรงจุดนัดพบโดยมีสารวัตรสมัย กับจ่าสังข์นั่งสบายอารมณ์อยู่ไม่ห่าง สารวัตรสมัย

เริ่มบ่นพวกนั้นไปถึงไหนกันทำไมป่านนี้ยังไม่กลับ หรือโดนฆ่าไปหมดแล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดี ตัวหารจะได้น้อยลง แต่ต้องผิดหวังเมื่อเสือผาดกับโมรีปรากฏตัวขึ้น จ่าโทนไม่เห็นพวกทหารร้องถามว่าหายไปไหนหมด

“พวกนั้นมันมืออ่อน ฉันว่ารีบไปกันดีกว่าก่อนที่มันจะรวมพวกกันมา”

จ่าสังข์ทักท้วงแล้วจะไม่รอเหมยฮัวกับฟู่เฉินหรือ จ่าโทนอ้างล่วงเลยเวลาตามที่ตกลงไว้แล้ว เราต้องกลับแคมป์กันแล้ว ทุกคนเห็นดีด้วยพากันออกเดินทาง...

เฉ่ายังคงปิดปากเงียบไม่ยอมบอกอะไรหัวหน้าเผ่า หมอผีรำคาญแนะให้เอาเขาไปต้ม แล้วค่อยจับคนใหม่มาสอบสวนแทน เขายังไม่ทันจะว่าอะไร ลูกน้องเข้ามารายงานว่าคนของเราตายไปหลายคน มีคนหนึ่ง

แจ้งว่าเห็นพวกมันคนหนึ่งสวมหน้ากากด้วย หัวหน้าเผ่ากับหมอผีมองหน้ากัน

“หรือจะเป็นเสือผาด”...

ทางฝ่ายนักบุญกับพวกตกลงใจจะตามคณะล่าทองต่อไป แต่ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นเทียนหอม ทรงศักดิ์และนนท์ถูกชาวป่าจับตัวไว้ เขากับเสือใบและมาดามหว่าหวารีบสะกดรอยตาม

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement