นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 9 นิยายไทยรัฐ
วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 9


17 พ.ย. 2560 07:47
792,323 ครั้ง

ละคร นิยาย นายฮ้อยทมิฬ

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 9

อ่านเรื่องย่อ

นายฮ้อยทมิฬ

แนว:

ดราม่า-แอ็คชั่น

บทประพันธ์โดย:

คำพูน บุญทวี

บทโทรทัศน์โดย:

แพรพริมา

กำกับการแสดงโดย:

ธงชัย ประสงค์สันติ

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ภัทรเดช สงวนความดี,ฝนทิพย์ วัชรตระกูล

นายฮ้อยเคนขี่ม้าเข้ามาเทียบข้างเกวียนของอาจารย์เม้าโดยมีคำแก้วนั่งซ้อนหลัง มีเชือกมัดเอวเธอติดไว้กับเอวเขา สีหน้าของเธอบอกบุญไม่รับ อาจารย์เม้าเห็นเชือกที่มัดอยู่ก็ร้องทักว่าทำไมถึงต้องมัดอย่างนั้น

“ฮู้กันอยู่บ่ต้องเว่าดอกอาจารย์เม้า” นายฮ้อยเคนยิ้มกวนพลางปรายตามองคำแก้ว อาจารย์เม้าหัวเราะชอบใจ ทำอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน ตัวติดกันแบบนี้จะได้ไม่ต้องหายตัวไปไหนให้เป็นห่วงกันอีก

“จังซั่นก็ออกเดินทางกันได้ ข้อยสินำไปก่อนเด้อ” นายฮ้อยเคนว่าแล้วกระตุกม้าควบออกไป คำแก้วไม่ทันระวังเกือบหงายหลังรีบคว้าเอวเขากอดไว้แน่น...

ขณะที่ส่วนหน้าของขบวนทัพควายค่อยๆเคลื่อนตามๆกันออกไป ที่ปลายขบวนแสงโสมยืนหน้าเครียดหลบอยู่หลังเกวียนตัวเองพร้อมกับหยิบแผนที่ขุมทรัพย์ซึ่งทำจากหนังสัตว์มีรอยไหม้บางส่วนขึ้นมามอง

ผู้ช่วยโทนเข้ามาตามแสงโสมให้เดินทางได้แล้ว เดี๋ยวจะไม่ทันเกวียนคนอื่น เธอรีบเก็บแผนที่ยัดใส่ย่ามแบบลวกๆโดยที่เขาไม่ทันสังเกต พลางตวาดใส่ว่ารู้แล้วไม่ได้หูหนวกตาบอด จะขับเกวียนตามไปเดี๋ยวนี้

“บ่ต้อง อ้ายขับเกวียนให้เจ้าเอง แผลข้อยยังบ่หายดี นายฮ้อยเลยให้ข้อยมาซอยขับเกวียนให้เจ้า แล้วก็ซอยระวังท้ายขบวนให้นายฮ้อยนำ” ผู้ช่วยโทนเห็นแสงโสมอ้าปากจะเถียง รีบยกมือห้าม “เซาๆเถียงได้แล้ว เฮาต้องฟ้าวตามทัพควายกันแล้ว” ผู้ช่วยโทนปีนขึ้นเกวียน แสงโสมมองตามมือแตะย่ามสีหน้าหนักใจ...

ในเวลาเดียวกัน ขณะที่บักเทิงกับชาวบ้านกำลังช่วยกันเอาสมบัติของพ่อธรรมที่ปล้นคนอื่นมาใส่ลังไม้จะไปมอบให้ตำรวจ ชาวบ้านอีกคนหนึ่งในสภาพเลือดท่วมตัววิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงาน มีใครก็ไม่รู้โพกหน้าเป็นโจรพากันมาถามหานายฮ้อยทมิฬ

“พวกมันถามหานายฮ้อยทมิฬแล้วเป็นหยังต้องทำฮ้ายหมู่เฮานำวะ” บักเทิงพูดไม่ทันขาดคำ ชาวบ้านคนนั้นก็สิ้นใจตาย มีเสียงดังเอะอะขึ้น เขากับชาวบ้านอีกคนคว้าดาบวิ่งตามเสียงไป พบกลุ่มโจรโพกผ้าอำพรางใบหน้าสี่คนกำลังฆ่าชาวบ้านตายอย่างโหดเหี้ยม ชาวบ้านที่มากับบักเทิงถูกลูกดอกจากหน้าไม้ยิงเข้ากลางอกล้มลงตาย เขาโกรธจัดควงดาบเข้าหา เดินได้แค่สองก้าวก็ถูกขอสับช้างพุ่งมาปักกลางหลังตายอนาถ

ooooooo

คำแก้วบ่นไม่หยุดตั้งแต่ออกเดินทางผ่านทุ่งแห้งแล้งกระทั่งมาถึงป่าละเมาะมีร่มเงาพอสมควรว่าเมื่อไหร่จะปล่อยให้เธอกลับไปนั่งเกวียนสักที เขาหันมาถามว่าเป็นอะไรหรือ เธอค้อนขวับคิดเองไม่เป็นหรือไม่เห็นต้องให้เธอพูดออกมา เขาไม่วายยียวนโพล่งขึ้นมาทันทีว่านั่งหลังม้านานๆเจ็บก้นใช่ไหม

“อ้าย บางอย่างฮู้แล้วก็บ่ต้องเว่าออกมา ข้อยเป็นผู้สาวอายเป็นนะอ้าย”

“อย่างเจ้าอายเป็นนำเบาะคำแก้ว” นายฮ้อยเคนหัวเราะขำ คำแก้วไม่พอใจ ขืนเขาพูดมากจะผลักให้ตกจากหลังม้า เขาต่อปากต่อคำไม่ยอมแพ้ ขืนผลักเขาตกเธอก็ต้องตกด้วยเพราะเรามีเชือกมัดตัวติดกัน

“เอาล่ะๆ เดี๋ยวอ้ายสิให้ทัพควายพักแรมกันหม่องนี่” พูดจบนายฮ้อยเคนชักม้ากลับไปบอกทุกคนว่าคืนนี้เราจะพักแรมกันที่นี่ เขาขอไปลาดตระเวนรอบๆก่อนเดี๋ยวจะกลับมา แล้วชักม้าควบออกไป...

ครั้นมาถึงต้นไม้ร่มรื่น นายฮ้อยเคนลงจากม้าชวนให้คำแก้วลงมาด้วยกัน เธอกลับนั่งนิ่งไม่ยอมขยับเขาแปลกใจเมื่อครู่นี้ยังบ่นอยู่เลยว่าเมื่อไหร่จะให้ลงจากม้าไปนั่งเกวียน ครั้นบอกให้ลงได้กลับไม่ลง

“ข้อยขยับดากบ่ได้ นั่งมาโดนหลาย เหน็บมันกินดากอยู่เนี่ย” คำแก้วเห็นเขาทำท่าจะหัวเราะชี้หน้าเอาเรื่อง “อ้ายเคน เซาหัวขวัญข้อยเลย ข้อยบ่แม่นนายฮ้อย

อย่างอ้ายนี่ สิได้ขี่ม้าเบิ่ดมื้อแล้วบ่เป็นหยัง เชอะ ดากด้านพอๆกับหน้า...อูย เจ็บหลาย” คำแก้วหน้าเหยเกทั้งเจ็บ

ทั้งชาก้นไปหมด นายฮ้อยเคนเห็นแล้วก็อดขำไม่ได้ ทำให้เธอยิ่งโมโหเงื้อมือจะทุบเขาแต่ตัวเองพานจะร่วงจากหลังม้า เขาก็เลยอาสาจะอุ้มลงมาให้

“บ่ต้อง เซาแล้วข้อยสิลงเอง”

นายฮ้อยเคนไม่สนใจดึงเธอลงจากหลังม้าอุ้มไว้อย่างทะนุถนอม ใบหน้าของสองคนอยู่ใกล้กันมากต่างฝ่ายต่างมองสบตากันนิ่งงัน ก่อนจะพากันเสมองไปทางอื่นอย่างเขินๆ จากนั้นเขาอุ้มเธอมาที่ใต้ต้นไม้จังหวะที่ก้มตัวลงวาง จมูกเขาชนกับแก้มเธอโดยบังเอิญ เขารีบถอยห่างทำเป็นทุบแขนตัวเองแก้เก้อ

“โตเจ้านี่มันหนักหลาย ขนาดยังบ่ได้กินอีหยังนะคำแก้ว”

คำแก้วสมน้ำหน้าเขา ไม่ได้ขอให้อุ้มสักหน่อย เขาต่อว่าอุตส่าห์ช่วยแม้แต่ขอบคุณสักคำยังไม่มีแบบนี้น่าจะทิ้งให้หิวตาย คำแก้วตัดพ้อคำก็จะทิ้งให้ตายสองคำก็ทิ้งให้ตายถ้าอย่างนั้นก็เชิญทิ้งเธอไว้ได้เลย แล้วจะไปหัวหกก้นขวิดที่ไหนก็เชิญ นายฮ้อยเคนบ่นอุบทำไมเธอถึงเดาใจยากนัก ก่อนจะมาค้าควายยังเหม็นขี้หน้าเขาอยู่เลย คิดจะหนีไปอยู่คนเดียวให้ได้ แต่มาตอนนี้เธอกลับไม่ยอมให้เขาไปไหน หรือเกิดหวงเขาขึ้นมา

“ข้อยเนี่ยนะหวงอ้าย สิหวงไปเฮ็ดหยัง”

“หวงว่าอ้ายไปตามหาอ้ายของอ้ายแล้วสิกลับมาพร้อมเอื้อยสะใภ้ใหม่ไงคำแก้ว”

“อ้าย...คั่นอ้ายคึดสิเฮ็ดจังซั่นอีหลีก็บ่ต้องกลับมาดอก สิไปตั้งแต่ตอนนี้ก็ได้ ไปโลด” คำแก้วไล่ตะเพิดไม่พอใจอย่างแรง นายฮ้อยเคนนึกไม่ถึงว่าเธอจะโกรธขนาดนี้ รีบบอกว่าแค่ล้อเล่น เธอไม่เชื่อว่าล้อเล่น

“นายฮ้อยหล่อๆเก่งๆอย่างอ้ายย่างไปไสก็มีแต่ผู้สาวถ่าเป็นเมียอ้ายให้เต็มพรึ่ด แล้วมีเบาะเดินทางรอนแรมเป็นเดือนๆจังซี้ อ้ายสิบ่คึดเรื่องอย่างว่า” คำแก้วตัดพ้อจบลุกหนี นายฮ้อยเคนรั้งตัวไว้ เธอสั่งไม่ให้มายุ่ง เมียก็ตายไปแล้ว ถ้าเขาคิดจะมีเมียใหม่ก็ไม่มีใครว่าอะไร แล้วพยายามแกะมือเขาออก

เขาไม่ยอมปล่อยแถมดึงเธอมากอดไว้แน่น สาบานด้วยชีวิต ถ้าวันใดเขาคิดจะมีเมียใหม่ ผู้หญิงคนนั้นต้องเป็นผู้หญิงที่เธอยินยอมแล้วเท่านั้น คำแก้วเห็นสายตาลึกซึ้งที่เขามองมาก็รู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่แค่ให้เธออนุญาตแต่เหมือนจะบอกว่าผู้หญิงคนที่จะมาเป็นเมียใหม่ของเขาก็คือเธอนั่นเองจึงอดหวั่นไหวไม่ได้รีบผละออกห่าง ไล่ให้เขาไปหาอาหารมาให้กิน เธอหิวแล้ว

“ถ่าอยู่นี่ล่ะ แล้วก็อย่าไปไส พกมีดนี่ไว้ติดโตมีอิหยังก็ฮ้องดังๆ” นายฮ้อยเคนพูดจบส่งมีดให้แล้ว

เดินยิ้มออกไป คำแก้วมองตามชอบใจที่เขาให้คำมั่นว่าจะไม่มีผู้หญิงอื่น

ooooooo

รับปากนายฮ้อยเคนดิบดีว่าจะรออยู่ใต้ต้นไม้ แต่พอได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้น คำแก้วกลับลืมที่เขาสั่ง เดินตามเสียงไปจนเจอชายคนหนึ่งหน้าตามอมแมมจนมองไม่ออกว่าใบหน้าที่แท้จริงเป็นอย่างไร แถมสวมเสื้อผ้าโทรมๆกอดกล้วยหวีหนึ่งไว้แนบอก

อยู่กลางวงล้อมของเด็กๆชาวบ้านที่พยายามจะแย่งกล้วย

“คนบ้าคือมึงบ่ต้องกินของดีๆดอก กินขี้กินกะเดือนแทนดีกว่า”

“กูบ่ให้ อย่าเอาของกูไป กูบ่ให้” ชายบ้าจะหนีแต่เด็กๆขวางไว้ คำแก้วสงสารเข้าไปช่วยไล่พวกเด็กๆไม่ให้ รังแกเขา กว่าจะไล่ได้เล่นเอาเหนื่อย ครั้นหันกลับมาดูอีกทีชายบ้าหายไปแล้ว เห็นเพียงรอยเลือดจากแผลที่ถูกเด็กทำร้ายหยดเป็นทาง เธอรีบเดินตามรอยเลือดไปด้วยความเป็นห่วง เจอชายบ้าแอบอยู่หลังต้นไม้ในสภาพมีเลือดออกตามแผลที่ตัวหลายแห่ง แต่ยังกอดกล้วยไว้แน่น

“ย่านแล้ว ฮือๆๆย่านแล้ว อย่าเฮ็ดข้อย ย่านแล้ว” ชายบ้าร้องไห้น่าเวทนา

“อ้ายบ่ต้องย่านข้อย เจ็บหม่องได๋แน ข้อยสิซอยเอง” คำแก้วขยับเข้าไปหา ชายบ้ากลัวรีบถอยหนี กล่อมอยู่นานกว่าเขาจะยอมให้เธอช่วยซับเลือดตามเนื้อตัวให้ ด้วยความจริงใจและมีน้ำใจของเธอทำให้ชายบ้าไว้ใจ ถึงขนาดเรียกเธอว่านางฟ้า แถมยังจะยกกล้วยที่หวงนักหวงหนาให้อีกต่างหาก

“ข้อยบ่แม่นนางฟ้าอีหลี ข้อยฮับบ่ได้ดอก อ้ายเก็บไว้กินเองเถอะ”

“ข้อยต้องถวายกล้วยให้นางฟ้า...นางฟ้าสิคุ้มครองให้ข้อยปลอดภัย” ชายบ้ายัดหวีกล้วยใส่มือคำแก้วโดยไม่สนใจคำปฏิเสธ จังหวะนั้นมีเสียงนายฮ้อยเคนร้องเรียกเธอดังขึ้น เสียงของเขาทำให้ชายบ้าตื่นกลัวขึ้นมาอีกครั้ง คำแก้วต้องปลอบว่าไม่ต้องกลัว นายฮ้อยเคนใจดีแถมมียารักษาแผลให้อีกด้วย ชายบ้ากลัวเกินกว่าจะฟัง วิ่งหนีไปเลย เธอจะวิ่งตามแต่นายฮ้อยเคนเข้ามาเสียก่อน

“คำแก้ว มาเฮ็ดหยังแถวนี่ อ้ายสั่งแล้วบ่แม่นเบาะว่าให้ถ่าอยู่กับที่อย่าไปไส”

คำแก้วตัดสินใจไม่บอกเรื่องชายบ้า แต่งเรื่องว่าหิวมากทนไม่ไหว เขาหายไปนานไม่มาสักที ก็เลยมาหาของกินเอง ได้กล้วยมาหนึ่งหวีแล้วยื่นกล้วยให้ดู เขาไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก...

ระหว่างที่ทุกคนกำลังเตรียมสถานที่เพื่อค้างแรม บัวเขียวเดินเก็บฟืนเพียงลำพัง สีโหเห็นเข้าก็รีบมาช่วย เธอทักท้วงยังเจ็บแขนอยู่ไม่ใช่หรือไม่ต้องช่วยก็ได้เธอทำเองได้ เขาขยับแขนให้ดู

“ได้ยาดีจากนายฮ้อยมาบ่เป็นหยังแล้ว เจ้าบ่ต้อง ห่วงดอก มาให้อ้ายซอย” สีโหเอามีดพกออกจากเอวมาข่วยริดกิ่งไม้แห้งๆออก แต่อยู่ๆเขาก็ร้องเสียงลั่นด้วยความเจ็บปวด เธอตกใจถามว่าเป็นอะไร

“อ้ายบ่ทันระวัง มีดเลยปาดนิ้วอ้ายหายไปเทิ้งนิ้วเลย” สีโหชูมือให้ดูโดยแกล้งงอนิ้วไว้หนึ่งนิ้วให้เหมือนนิ้วขาดหายไป บัวเขียวต่อว่าว่าทีหลังอย่า

ล้อเล่นแบบนี้อีกเธอใจหายหมด สีโหจับมือเธอมากุมไว้พลางขอโทษ ถ้ารู้ว่าเธอเป็นห่วงเขาขนาดนี้ ต่อไปจะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้วบรรจงจูบหลังมือเธอ ทำให้เธอเขินอายรีบชักมือกลับเดินหนี สีโหรีบเดินตามพลางร้องเพลงจีบ สองคนร้องเพลงโต้ตอบกันอย่างสนุกสนาน

สามผู้เฒ่า อ่วม แต้มและเข่งกำลังตั้งหม้อข้าวเพื่อหุงหาอาหารเห็นสีโหร้องเพลงจีบบัวเขียวก็นึกสนุกเข้าไปช่วยเป็นลูกคู่ สามผู้เฒ่าเพลินมากไปหน่อยเผลอทำน้ำแกงหกรดมือสีโห เพลงก็เลยต้องจบลงโดยปริยาย

ooooooo

ครู่ต่อมา บัวเขียวพาสีโหมาทำแผลน้ำร้อนลวกโดยใช้สมุนไพรพื้นบ้านตำจนละเอียดมาพอกที่แผล ความใกล้ชิดทำให้เขาสารภาพความในใจที่มีต่อเธอและจะขอดูแลเธอไม่ให้ต้องเจอเรื่องชอกช้ำใจอีก

“คั่นเจ้าบ่เชื่อ อ้ายสิไปขออนุญาตนายฮ้อยพาเจ้าไปกราบไหว้สัญญาต่อหน้าพระธาตุ ให้ชีวิตอ้ายตายทุกข์ตายยาก ตายทรมานยิ่งกว่ามีดหอกพันเล่มทิ่มแทง”

บัวเขียวเอามือปิดปากสีโหไว้ไม่ให้พูดอะไรอีก “เซาเถาะอ้าย เฮายังต้องเดินทางกันอีกไกล สิต้องพ้ออันตรายอีกหลาย อย่าเว่าคำสาบานจังซั่นเลย”

สีโหกลัวบัวเขียวจะไม่เชื่อก็เลยต้องทำแบบนั้น เธออยากให้ทำมากกว่าพูดจะดีกว่า เขายืนยันหนักแน่นว่าจะทำให้เธอเห็นขอให้คอยดูเอาไว้ สองคนกุมมือกันไว้มองสบตาอย่างลึกซึ้ง กระทั่งมีเสียงของตกแตกดังขึ้น จากนั้นมีเสียงบ่นของบักมืดดังตามเข้ามาว่าซวยจริงๆ ซวยไม่เสร็จ เดินมาดีๆดันทำไหปลาแดกหลุดมือ อาจารย์เม้ารู้เข้าคงด่าตนเปิดเปิงแน่ แล้วก้มมองไหปลาแดกที่พื้นอย่างเซ็งๆ บัวเขียวเดินเข้าไปหา

“บ่ต้องห่วงดอกอ้าย ข้อยหมักเอาไว้หลายไหอยู่ แบ่งเอาไปก็ได้”

“ขอบใจหลายบัวเขียว เจ้างามเทิ้งหน้างามเทิ้งใจ อ้ายดีใจแทนบักสีโหย่อนได้ฮับความฮักจากเจ้า จังซั่นอ้ายขอตามไปเอาไหปลาแดกที่เกวียนเจ้าเลยได้บ่”

“ได้จ้ะอ้าย” บัวเขียวเดินนำออกไป บักมืดหันมายิ้มยียวนให้สีโหก่อนจะเดินตาม สีโหมองเขาไม่ไว้ใจ...

หลังได้ไหปลาแดกจากบัวเขียว บักมืดตีหน้าเศร้าน้ำตาคลอ เธอร้องทักเป็นอะไรไป เขาบอกทั้งน้ำตาว่าเห็นปลาแดกที่เธอให้แล้วทำให้คิดถึงน้อยน้องสาวตัวเอง น้อยจะหมักปลาแดกกลิ่นหอมๆแบบเดียวกับที่เธอทำให้เขากินอยู่บ่อยๆ ชาติที่แล้วเราสองพี่น้องทำบุญร่วมกันมาน้อย ชาตินี้ถึงมีเวลาอยู่ด้วยกันสั้นนัก บัวเขียวสงสารเขามากจับมือขึ้นมากุมไว้ พลางขอโทษที่มีส่วนทำให้น้อยต้องตาย ชาตินี้คงชดใช้ให้เขาไม่หมด

“บ่แม่นความผิดเจ้าดอก วาสนาอีน้อยมันมีเถาะนั่น ชาตินี่อ้ายก็เลยหมั่นเฮ็ดบุญให้มันหลายๆ ชาติหน้า
มันสิได้เกิดมาเป็นน้องอ้ายอีก แต่ว่ายิ่งเห็นเจ้าอ้ายก็ยิ่งคึดฮอดอีน้อย ย่อนว่าเจ้ามีหลายอย่างที่คือกับอีน้อย”

“อ้าย ข้อยบ่มีหยังชดใช้ให้กับการตายของน้อยได้ ก็มีแต่โตข้อยนี่ล่ะ คั่นข้อยมีหลายอย่างคือกับน้อยอีหลี อ้ายก็คึดซะว่าข้อยเป็นน้องสาวแทนน้อยของอ้ายก็ได้”

บักมืดน้ำตาไหลซาบซึ้งใจดึงบัวเขียวมากอด เธอกอดเขาตอบอย่างปลอบใจ สีโหซึ่งมองดูอยู่ห่างๆไม่ค่อยจะพอใจนัก แต่ไม่กล้าเข้าไปวุ่นวายกลัวจะทำให้บัวเขียวขุ่นเคืองใจ

ooooooo

แสงโสมอาสามาช่วยจันแดงก่อไฟหุงหาอาหารแต่ใจกลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัวคอยมองไปบริเวณป่าละเมาะใกล้ๆเหมือนรอใครบางคนอยู่จนจันแดงต้องร้องทักเอาแต่ใจลอยเมื่อไหร่จะก่อไฟเสร็จ แสงโสมมัวแต่เหม่อไม่ได้ยินเสียงของพี่สาวจนอีกฝ่ายต้องสะกิดเรียก มีอะไรหรือเปล่า เธอส่ายหน้าแทนคำตอบ

“เอื้อยซอยพ่อเลี้ยงเจ้ามาแต่น้อย เป็นหยังสิดูเจ้าบ่ออก เว่ามาเจ้าคึดสิเฮ็ดหยัง คั่นเป็นเฮื่องบ่ดี เอื้อย
สิต้องห้ามเจ้า” จันแดงคาดคั้น แสงโสมปฏิเสธว่าไม่ได้คิดทำเรื่องไม่ดี แค่กลัวว่าผู้ช่วยถึกจะแอบมาวอแว
พี่สาวอีกเท่านั้นเอง ไม่ต้องการให้เขามาทำให้พี่ช้ำใจ จันแดงถามย้ำว่าคิดแค่นั้นแน่หรือ เธอพยักหน้ารับคำ

“อย่าได้คึดเฮ็ดหยังที่มันบ่ดีงามกับทัพควาย จำได้บ่เฮาดื่มน้ำสาบานก่อนฮ่วมเดินทางกับทัพควายนายฮ้อยไว้ว่าจังได๋” จันแดงย้ำเตือน...

จากนั้นไม่นาน แสงโสมมานั่งที่ขอนไม้กลางป่า ละเมาะคิดถึงคำสาบานเมื่อครั้งร่วมเดินทางมากับทัพควายด้วยสีหน้าเป็นกังวล สักพักกุลาค่อยๆโผล่หน้าออกมามองอย่างระแวดระวัง ครั้นเห็นปลอดภัยเดินเข้ามาแจ้งว่า เฒ่าโสมส่งให้เขามาคอยตามเธอ ถ้าเธออยากให้ช่วยอะไรจะได้เรียกใช้ได้ทันที

“แล้วพ่อล่ะ สิไปพ้อข้อยที่ฝังสมบัติไว้เมื่อได๋”

“พ่อใหญ่กำลังหาทางหลอกให้บักคำแสนมันตายใจอยู่ ถึงสิเดินทางไปที่ฝังสมบัติได้ แต่คงบ่นานดอก พ่อใหญ่กำชับมานำว่าให้เจ้าหาทางพาจันแดงกับคำแก้วหลบออกจากทัพควาย อย่าให้นายฮ้อยฮู้”

แสงโสมกำลังหาทางอยู่ แต่ติดตรงที่ตามแผนที่สมบัติที่พ่อฝังเอาไว้ มันอยู่บนภูเสือ แต่เส้นทางที่นายฮ้อยกำลังพาทัพควายเดินทางมันคนละทางกัน กุลาเชื่อว่าพ่อใหญ่สอนเธอมาดีคงจะหาทางหนีไปจนได้ แสงโสมจะพยายาม แต่ที่ห่วงกว่าก็คือถ้านายฮ้อยเคนจับได้ว่าเธอหักหลังจะทำอย่างไร

“พ่อใหญ่เตรียมการไว้แล้ว คั่นต้องแตกหักกับนายฮ้อยก็คงต้องสู้ให้ตายกันไปข้าง”

หญิงสาวถึงกับหน้าถอดสี ระหว่างนั้นมีเสียงผู้ช่วยโทนเรียกหาเธอดังขึ้น แสงโสมสั่งกุลาไม่ต้องเข้ามาใกล้ทัพควายอีก เดี๋ยวจะถูกจับได้ ถ้ามีอะไรเธอจะเรียกเอง แล้วรีบลุกไปหาผู้ช่วยโทนที่ยังตะโกนเรียกไม่หยุด ทันทีที่เจอหน้าเขาซักว่ามาทำอะไรแถวนี้ เธอโกหกว่ามาหาเห็ดให้จันแดง เขาไม่ค่อยจะเชื่อนักจึงขอดูย่ามที่เธอสะพายอยู่ เธอไม่ให้ดูจะเดินหนี เขาขวางไว้ไม่ให้ไป แล้วแย่งเอาย่ามของเธอไปเปิดดู

“หมู่นี้เจ้าเฮ็ดโตแปลกๆหลาย มักแอบออกมาผู้เดียวเฮ็ดลับๆล่อๆ อ้ายต้องขอตรวจดูตามหน้าที่ผู้ซอย” ผู้ช่วยโทนล้วงเข้าไปดูในย่ามหยิบเห็ดดอกหนึ่งออกมา “เห็ดนี่แม่นบ่ที่เจ้าไปเก็บมา”

แสงโสมรับสมอ้างว่าใช่แล้วขอทุกอย่างคืน ผู้ช่วยโทนไม่คืนให้เพราะเห็ดที่เธอเก็บมาเป็นเห็ดพิษ หน้าตาคล้ายกับเห็ดระโงกขาวแต่ถ้ากินเข้าไปมีหวังเดินทางต่อไปไม่ได้แล้วโยนเห็ดพิษทิ้ง ถ้าเธออยากได้เห็ดไปทำกิน ก็ให้เอาของเขาไปแทน เขาเก็บมาได้เยอะแยะแล้วเปิดย่ามของตัวเองให้ดูว่าข้างในมีเห็ดกินได้สารพัดชนิดอยู่เต็ม แสงโสมมองเห็ดในย่ามของเขาแล้วเหลือบมองเห็ดพิษที่ถูกทิ้งไป คิดแผนบางอย่างขึ้นมาได้

“ขอบใจอ้าย คั่นบ่ได้อ้ายซอยเตือน ข้อยต้องแย่แน่ อ้ายดีกับข้อยหลาย” ไม่พูดเปล่าแสงโสมจับมือเขามากุมไว้ ยิ้มหวานให้ ทำเอาผู้ช่วยโทนเขินหน้าแดงไม่ซักไม่ถามอะไรเธออีก

ooooooo

ชาวทัพควายที่เตรียมที่พักแรมเสร็จเรียบร้อยต่างมารวมตัวกันที่ลานกว้าง ฟังสามผู้เฒ่า แต้ม เข่งและอ่วมดีดสีตีเป่าเครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสานกันอย่างครื้นเครงโดยมีอาจารย์เม้าทำหน้าที่นักร้องนำ ที่ไม่ห่างกันนักผู้ช่วยถึก บุญเพ็งและทิดแสงร้องเพลงคลอตามพร้อมกับสาละวนกับการย่างกะปอมและต้มเปรอะไปด้วย

ผู้ช่วยถึกเห็นจันแดงเดินเข้ามากับแสงโสมก็ส่งยิ้มให้แต่เธอเอาแต่ก้มหน้าหลบด้วยความเขิน ทิดแสงกระเซ้าให้ดูแต่หม้อใส่อาหารไม่ใช่ให้มองผู้สาวเดี๋ยวต้มเปรอะไม่อร่อยไม่รู้ด้วย

“บ่ต้องไปอิจฉาผู้ซอยดอกทิดแสงเอ้ย อยากกินต้มเปรอะแซ่บๆเดี๋ยวข้อยต้มให้เอง รับรองแซ่บหลายกว่าฝีมือผู้ซอยอีก ไปเถาะผู้ซอยโอกาสมาแล้วอย่าให้ผ่านไป” ทิดแสงคะยั้นคะยอ ผู้ช่วยถึกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เดินเข้าไปหาจันแดงชวนไปฟังหมอลำด้วยกัน แทนที่แสงโสมจะกันท่าเหมือนเคยกลับบอกให้พี่สาวไปกับเขา ไหนๆก็มาแล้ว จันแดงแปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของเธอแต่ไม่ได้พูดอะไร แสงโสมเห็นพี่สาวรีรอดันหลังให้รีบไป

“ข้อยสิถ่าเบิ่ง คั่นมีผู้ได๋เฮ็ดให้เอื้อยข้อยต้องฮ้องไห้อีกล่ะก็ ผู้ซอยต้องรับผิดชอบ”

“ข้อยพร้อมรับผิดชอบ...ไปเถาะจันแดง” ผู้ช่วยถึกจูงมือจันแดงเข้าไปที่อาจารย์เม้ากำลังร้องหมอลำอยู่กับสามผู้เฒ่าอย่างสนุกสนาน ทุกคนให้การต้อนรับเธอ

อย่างดีไม่มีใครแสดงท่ารังเกียจ ทำให้เธอคลายความกังวลเซิ้งหมอลำกับผู้ช่วยถึกยิ้มแย้มมีความสุข แสงโสมมองพี่สาวตัวเองก่อนจะเข้าไปหาบุญเพ็งกับทิดแสง

ที่กำลังง่วนกับการเตรียมอาหาร ชวนคุยโน่นนี่นั่นแล้วอาสาจะดูทางนี้ให้เอง ให้ทั้งคู่ไปสนุกกับหมอลำได้เลย

“เออ...ก็ดี ฝากเจ้านำเด้อแสงโสม” บุญเพ็งรีบเข้าไปร่วมวงกับพรรคพวกโดยมีทิดแสงตามติด ทิ้งแสงโสมไว้กับหม้อต้มเปรอะตามลำพัง...

อีกมุมหนึ่งบริเวณเกวียนของสุบิน จันทาแอบเอาไหเหล้ามาให้สุบินที่รอท่าอยู่ชิมว่าอร่อยไหม คุ้มกับที่ตัวเองแอบหลบนายฮ้อยเคนไปขอซื้อจากชาวบ้านแถวนี้มา สุบินชิมเสร็จตบเข่าฉาดใหญ่อย่างถูกใจ

“มันต้องจังซี้ถึงเรียกว่าเหล้าแท้ๆ นายฮ้อยให้กินแต่น้ำเปล่าแล้วมันสิเมาได้จังได๋วะ” สุบินจะยกไหเหล้ากระดก จันทาร้องห้ามเสียงหลงให้ค่อยๆดื่มของดีมีน้อย ขืนรีบเมามีหวังนายฮ้อยเคนจับได้จะพากันซวยไปหมด

มีเสียงบักมืดดังขึ้นก่อนตัวจะเดินเข้ามา “อ๋อ เป็นจังซี้นี่เอง นายฮ้อยสั่งห้ามเฮากินเหล้าย่อนว่ากินเถื่อได๋ตีกันเถื่อนั่น แต่ซุมเจ้าก็ยังแอบไปซื้อเหล้าจากชาวบ้านแถวนี่มากินอีก”

สุบินขอร้องบักมืดอย่าไปบอกนายฮ้อยเคนเด็ดขาด ถ้าเขาช่วยเราสองคนปิดเรื่องนี้ เราจะแบ่งเหล้าหวานๆ หอมๆไหนี้ให้เขาดื่มด้วย บักมืดออกตัวว่าเลิกดื่มแล้ว ตั้งใจจะอยู่ในศีลในธรรม สุบินขำกลิ้ง คนอย่างเขาเลิกเหล้าได้ด้วยหรือ ยิ่งตอนนี้เขาไม่เหลือใครให้รักนอกจากเหล้า จันทาเห็นด้วยกับเพื่อนซี้

“บักสีโหเสี่ยวเจ้าก็แย่งผู้สาวที่เจ้ามักอยู่ไป เจ้าก็เหลือแต่เหล้านี่ล่ะที่เป็นเสี่ยวแท้บ่ถิ่มเจ้าไปไส”

“บักจันทา บักสุบิน เว่าจังซี้มันหยาบข้อยคักๆ ยอมบ่ได้เว้ย” บักมืดถลกแขนเสื้อขึ้นท่าทางขึงขังเหมือนจะเอาเรื่อง แต่ที่ไหนได้เขานั่งซดเหล้าอั๊กๆราวกับดื่มน้ำเปล่า จันทาต้องขอร้องให้ช้าๆลงหน่อย บักมืดขู่ถ้าไม่อยากให้เขาเปิดปากพูดเรื่องนี้ให้นายฮ้อยเคนรู้
ก็อย่ามาห้าม สุบินทักท้วงไหนว่าจะเลิกเหล้า

บักมืดตั้งใจจะอดจริงๆแต่ทำไม่ได้ เอาไว้พรรษาหน้าก็แล้วกัน จากนั้นชวนให้สุบินกับจันทาดื่มด้วยกัน ดื่มให้เมาเพราะเหล้าคือเพื่อนแท้ที่ไม่เคยทรยศหักหลัง ครั้นสุบินจะรินเหล้าใส่ถ้วยกลับไม่เหลือสักหยด

“อ้าว...เหล้าเบิ่ดแล้ว สิเฮ็ดจังได๋วะบักจันทา”

“เหล้าเบิ่ดก็ไปซื้อใหม่สิวะถามได้” จันทาหัวเราะอารมณ์ดี

ooooooo

เมื่อเมาได้ที่ บักมืดเดินออกมาปัสสาวะไปพลางร้องเพลงเกี่ยวกับความรักที่ไม่สมหวังกับบัวเขียวไปด้วย สีโหสบช่องเข้ามาต่อว่าว่าคนอย่างเขาเชื่อใจไม่ได้ บักมืดตีหน้าซื่อไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้สีโหไม่พอใจ

“กูฮู้ทันมึงไง ต่อหน้ามึงเฮ็ดโตเป็นตาอีโตนให้บัวเขียวเห็นใจ ปากเว่าว่ามึงตัดใจได้ขอให้กูกับบัวเขียวฮักกันนานๆ แต่คั่นกูเผลอเมื่อได๋มึงก็พร้อมแย่งบัวเขียวไปจากกู”

“กูบ่เคยเป็นจังซั่นโว้ย คั่นบัวเขียวสิเห็นใจกูก็ย่อนว่ากูมันเป็นตาอีโตนอีหลี บ่ต้องใช้หน้าหล่อๆ กับคารมหวานๆเอาอกเอาใจหลอกให้บัวเขียวหลงเชื่ออย่างมึง”

สองเพื่อนเคยรักเถียงกันไปมา บักมืดคุยโวที่สีโหได้ใจบัวเขียวไปก็เพราะตนหลีกทางให้ แต่ขอสิ่งหนึ่งเป็นการแลกเปลี่ยน ขอยืมใบหน้าบัวเขียวมาเข้าฝันได้ไหม สีโหโกรธควันแทบออกหู ในเมื่อเขากล้าขอตนก็กล้าให้ แล้วปล่อยหมัดตรงเข้าเบ้าตาบักมืดสลบเหมือดได้หลับฝันถึงบัวเขียวสมใจอยาก...

อีกมุมหนึ่งของทัพควาย นายฮ้อยเคนนั่งมองตะกรุดของพี่ชายที่ได้จากพ่อธรรมอยู่หน้ากองไฟ ครุ่นคิดถึงเรื่องในอดีต พอเหลือบเห็นคำแก้วเดินมาแต่ไกลรีบเอาเก็บไม่อยากให้เธอไม่สบายใจ คำแก้วจะมาชวนเขาไปฟังอาจารย์เม้าร้องหมอลำกำลังสนุกกันเลย

เขาต้องอยู่เฝ้ายามจึงบอกให้เธอไปสนุกตามสบาย เธอกลับเปลี่ยนใจไม่ไปฟังหมอลำจะไปเดินยามกับเขาแต่เขาไม่ให้ไป เธอตื๊อจะขอไปให้ได้

“นึกว่าเจ้าสิหลาบเฮื่องดื้อกับอ้ายแล้วซะอีก ยังอยากถูกอ้ายจับมัดโตติดนำกันอีกบ่”

คำแก้วส่ายหน้า เหน็บกินก้นยังไม่หายดีเลย

นายฮ้อยเคนหัวเราะชอบใจ คว้าหน้าไม้เดินจากไป

เธอเบ้ปากไล่หลังอย่างหมั่นไส้แล้วขยับจะไปแต่เห็นกล้วยลูกหนึ่งวางอยู่ที่พื้นก็ชะงัก...

ผู้ช่วยโทนเดินตรวจเวรยามมาถึงคอกควายเจอนายฮ้อยเคนที่เดินตรวจเวรยามมาจากอีกทางหนึ่งรีบเข้าไปรายงานว่าไม่พบสิ่งผิดปกติ นายฮ้อยเคนอยากให้เขาพักบ้างจึงบอกให้ไปสนุกกับวงหมอลำได้เลย

แต่อย่าดึก พรุ่งนี้ต้องออกเดินทางกันต่อ เขาขออยู่กับนายฮ้อยดีกว่า ไม่ถนัดเซิ้งหมอลำเท่าใดนัก

“แล้วเจ้าบ่อยากไปฟ้อนเข้าคู่กับแสงโสมเบาะ โอกาสมาแล้วปล่อยไปสิน่าเสียดาย”

“นายฮ้อยฮู้ได้จังได๋”

นายฮ้อยเคนรู้จักผู้ช่วยโทนดีมองปราดเดียวก็รู้ว่ามีใจให้แสงโสม ถ้าชอบเธอจริงๆ ก็น่าจะบอกไปตรงๆ เขาปฏิเสธว่าไม่ได้ชอบ ผู้หญิงแบบนั้นใครได้ไปเป็นเมียคงถูกใช้ให้ซักผ้าซิ่นแน่ๆ นายฮ้อยเคนหัวเราะชอบใจ เตือนว่าอย่าเสียใจทีหลังก็แล้วกันยามที่แสงโสมถึง

เมืองล่างแล้วต้องต่างคนต่างไป ผู้ช่วยโทนถึงกับอึ้งแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร เฒ่าอ่ำเดินหน้าเครียดเข้ามาขอให้นายฮ้อยช่วยไปดูควายของตัวเองให้ที ไม่รู้ว่าเป็นอะไร...

หลังตรวจอาการควายของเฒ่าอ่ำเสร็จนายฮ้อยเคนลงความเห็นว่ามันโดนงูจงอางฉกพิษถึงได้แรงขนาดนี้ นี่ถ้าเป็นคนคงตายไปแล้ว ตนคงช่วยอะไรมันไม่ได้นอกจากให้มันไม่ต้องตายอย่างทรมานเท่านั้น เฒ่าอ่ำพยายามยื้อให้เขาหาทางรักษา เขาได้แต่ส่ายหน้าไม่มียาอะไรรักษาพิษงูจงอางได้

“ปล่อยไว้จังซี้มีแต่สงสารมัน เจ้าสิลงมือเองหรือสิให้ข้อยซอย” นายฮ้อยเคนมองเฒ่าอ่ำอย่างรอคำตอบ

ooooooo

คำแก้วเดินถือกล้วยออกมาห่างจากบริเวณพักแรมของทัพควายพอสมควรพร้อมกับร้องเรียกชายบ้าให้ออกมาหา สักพักเขาค่อยๆโผล่หน้าออกมาจากหลังต้นไม้ เธอถามว่ามาทำไม มีอะไรหรือเปล่า

“ข้อย...ข้อยเอากล้วยมาถวายนางฟ้า”

“บ่ต้องดอกอ้าย ที่ให้ไว้ข้อยยังกินบ่เบิ่ดเลย อ้ายเก็บไว้กินเองเถอะ”

ชายบ้าเห็นเธอไม่อยากได้กล้วยก็เสนอจะรำถวายเพื่อตอบแทนที่เธอช่วยเขาเอาไว้ คำแก้วออกตัวว่าตัวเองไม่ใช่นางฟ้า ดังนั้นเขาไม่ต้องมารำถวายเธอเป็นแค่คนธรรมดาเหมือนกันกับเขา เธอชื่อคำแก้ว

มาจากบ้านสว่างแดนดิน ชายบ้าไม่เชื่อว่าเธอไม่ใช่นางฟ้า หน้าตาสะสวยแถมจิตใจงามแบบนี้ต้องเป็นนางฟ้าแน่นอน

“กล้วยก็บ่อยากได้ รำถวายก็บ่อยากได้ จังซั่นข้อยขอถวายเพชรพลอยให้ก็แล้วกัน นางฟ้าสิต้องมักแน่” ชายบ้าล้วงเข้าไปในอกเสื้อหยิบห่อผ้าออกมาคลี่ให้ดู คำแก้วถึงกับตะลึงเมื่อเห็นเพชรพลอยเป็นกำๆ

ไม่ห่างกันนัก สุบินกับจันทาเดินหลบๆซ่อนๆ อุ้มไหเหล้ากันมาคนละใบมุ่งหน้ากลับทัพควาย เหลือบเห็นคำแก้วยืนลับๆล่อๆอยู่ก็พากันแปลกใจ ค่ำมืดป่านนี้แล้วมาทำอะไรแถวนี้ แถมคุยกับใครก็ไม่รู้ไม่น่าจะใช่พวกทัพควาย ด้วยความอยากรู้สองเพื่อนซี้ขยับเข้าไปดูใกล้ๆ โดยที่คำแก้วไม่รู้ตัว...

เสร็จจากจัดการกับควายของเฒ่าอ่ำ นายฮ้อยเคนกับผู้ช่วยโทนกลับมายังจุดตรวจเวรยาม ผู้ช่วยโทนเห็นสีหน้าของเขาแล้วก็ถามว่ามีเรื่องอะไรคาใจ ควายถูกงูกัดเป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือ

“แต่แถวนี่บ่แม่นดงงู ข้อยย่างเบิ่งรอบๆก็บ่พ้อฮ่องฮอยงูจักฮอย แล้วงูจงอางที่กัดควายล้มได้จังซี้มันก็ต้องโตใหญ่หลาย ควายที่อยู่ฮ่วมฝูงมันสิบ่ตกใจได้จังได๋ล่ะผู้ซอย”

ผู้ช่วยโทนเห็นด้วย ควายของเฒ่าอ่ำไม่ได้อยู่ตัวเดียว ถ้างูตัวใหญ่โผล่มามันต้องแตกตื่นแน่นอน

นายฮ้อยเคนเริ่มไม่วางใจในความปลอดภัยสั่งให้ผู้ช่วยโทนไปตามคนมาให้ช่วยกันอยู่เวรยาม หากพบอะไรผิดปกติให้รีบมาแจ้งตนทันที...

ด้านคำแก้วไม่ยอมรับเพชรพลอยที่ชายบ้าให้พลางถามว่าไปเอามาจากไหน เขาบอกไม่ได้ แต่ถ้าเธออยากได้อีก จะไปเอามาถวายให้ ขอแค่เธอให้พรอย่าให้ใครมาทุบตีเขาอีกก็พอ แล้วพยายามยัดห่อผ้าใส่ของมีค่าให้ คำแก้วปฏิเสธเสียงแข็งว่ารับไว้ไม่ได้ ไม่รู้ว่าเขาไปลักคนอื่นมาหรือเปล่า

“ข้อยบ่ได้ขโมยไผมาอีหลี ข้อยพ้อมันฝังอยู่บนภู คั่นนางฟ้าบ่เชื่อ ตามข้อยไปเบิ่งก็ได้ ข้อยสิพาไป”

มีเสียงดังของพวกทัพควายที่ผู้ช่วยโทนมาตามให้ไปช่วยกันเดินเวรยามดังเข้ามา คำแก้วกลัวจะมีใครมาเห็นรีบบอกให้ชายบ้ากลับไปก่อน เอาของในห่อผ้า กลับไปคืนที่ที่เขาเจอ และห้ามบอกใครเด็ดขาด ถ้าใครรู้เข้า เขาจะโดนปล้นฆ่าเอาได้ ย้ำให้ทำตามคำสั่งของนางฟ้า ชายบ้ารวบห่อผ้าใส่เพชรลวกๆ แล้วรีบผละจากไป สุบินกับจันทาที่ซุ่มดูอยู่อีกมุมหนึ่งได้เห็นและได้ยินเต็มสองหู ความโลภแล่นขึ้นมาจับใจ รีบตามชายบ้าไปทันที

ooooooo

คำแก้วเร่งฝีเท้ากลับมาที่เกวียน อารามรีบร้อนไม่ทันดูทางชนเข้ากับนายฮ้อยเคนที่ยืนขวางอยู่ ทีแรก เธอทำท่าจะเอาเรื่อง ครั้นเห็นว่าชนกับใครก็ตกใจร้องเสียงหลง เขาถามดักคอว่าไปทำอะไรมาเห็นเขาแล้วถึงได้ตกใจขนาดนี้ เธอปฏิเสธว่าไม่ได้ทำอะไร ไปดูอาจารย์เม้าร้องหมอลำ เกิดง่วงนอนก็เลยกลับมานอน

“ขี้ตั๊ว...อ้ายไปเบิ่งมาแล้ว เจ้าบ่ได้อยู่หม่องนั่นบ่มีไผฮู้ว่าเจ้าหายไปไสนำ” นายฮ้อยเคนเห็นเธออึกอักก็ยิ่งรุกหนัก “คำแก้ว สัญญากันแล้วบ่แม่นเบาะว่าสิบ่ ก่อเฮื่องให้อ้ายหนักใจอีก”

“ข้อยยังบ่ได้เฮ็ดโตเป็นโตปัญหาให้อ้าย อย่ามาใส่ฮ้ายกันจังซี้” คำแก้วพยายามตัดบทแล้วเดินหนี

นายฮ้อยเคนคว้าแขนไว้ คาดคั้นให้บอกมาว่าหายไปไหนมาถ้าไม่ให้ความร่วมมือจะต้องใช้อำนาจในฐานะ นายฮ้อยเค้นเอาความจริงให้ได้ คำแก้วถึงกับอึ้ง...

ขณะที่คำแก้วเล่าเรื่องชายบ้าให้นายฮ้อยเคนฟัง สุบินกับจันทาสะกดรอยตามชายบ้าจนทันช่วยกัน

ล็อกตัวไว้ พร้อมกับเค้นให้บอกที่ซ่อนสมบัติ ชายบ้าดิ้นรนพยายามหนีแถมร้องให้คนช่วย สุบินต้องปิดปากเขาไว้ จันทาเห็นเขาไม่ยอมพูดอะไรชักมีดขึ้นมาขู่ถ้าไม่บอกได้เจ็บตัวแน่นอน ชายบ้าเห็นมีดก็สงบลงได้ สุบินคิดว่าเขายอมแล้วจึงคลายมือออก ชายบ้าสบช่องกัดแขนสุบินจมเขี้ยวแล้วถีบทั้งคู่กระเด็นก่อนจะวิ่งหนี...

ฝ่ายนายฮ้อยเคนเร่งฝีเท้ามาที่ป่าละเมาะตามหาชายบ้าตามคำบอกเล่าของคำแก้ว โดยมีคำแก้วเดินตามมาด้านหลัง เขาหันไปเอ็ดเสียงลั่น สั่งแล้วไม่ใช่หรือ

ไม่ให้ตามมา เธออ้างที่ต้องตามมาเพราะกลัวว่าเขาเจอชายบ้าแล้วชายคนนั้นจะไม่ยอมพูดกับเขาดีๆ นายฮ้อยเคน รับรองไม่คิดจะทำร้ายอะไรชายคนนั้น

“แต่เพิ่นบ่ยอมเว่ากับไผนอกจากข้อยผู้เดียว แล้วข้อยก็มั่นใจนำว่าคนบ้านนั่นบ่ได้เกี่ยวข้องกับเฮื่องงูฉกควาย ตายอย่างที่อ้ายสงสัยแน่นอน”

“มีคนแปลกหน้าลอบเข้ามาในทัพควายของอ้ายต่อให้เป็นคนบ้า อ้ายก็ต้องเอาโตมาถามให้ฮู้เฮื่อง”

พลันมีเสียงฝีเท้าดังขึ้น นายฮ้อยเคนหันขวับไปทางต้นเสียงยังไม่ทันจะว่าอะไรมีลูกดอกพุ่งเข้าหา เขาใช้มีดอาคมฟันทีเดียวลูกดอกขาดสองท่อน โจรโพกผ้า อำพรางใบหน้าสองคนพุ่งเข้ามาเล่นงานทันที

“หนีไปคำแก้ว ฟ้าวกลับไปทัพควายเตือนผู้อื่น ให้อ้ายนำ” สั่งเสร็จนายฮ้อยเคนควงมีดเข้าต่อกรกับโจร ส่วนคำแก้ววิ่งกลับไปทางทัพควาย แต่มีโจรอีกคนหนึ่งมาขวางทางพร้อมกับเอาปืนในมือตบหน้าเธอล้มคว่ำ ก่อนจะตามไปกระชากตัวขึ้นมาเอาปืนยิงซ้ำ

แต่ปืนยิงไม่ออกเนื่องจากถูกนายฮ้อยเคนใช้อาคมหยุดเอาไว้

โจรลั่นไกอีกครั้งก็ยังเหมือนเดิม ครั้นหันมาเห็นนายฮ้อยเคนจ้องเขม็งอยู่ก็กลัวลนลานวิ่งหนี เขาไม่ได้วิ่งตามรีบเข้าไปดูแลคำแก้ว เห็นเธอไม่ได้เป็นอะไรมากก็เบาใจ รีบประคองเธอกลับทัพควายเพื่อเตือนให้ทุกคนเตรียมรับมือการซุ่มโจมตีของพวกโจร คำแก้วสงสัยว่าใช่ฝีมือเสือคำแสนหรือเปล่า

“บ่แม่น เป็นซุมอื่น แต่ยังบ่ฮู้ว่าเป็นซุมได๋”

ooooooo

จันทากับสุบินยังไม่ยอมรามือ เดินหาชายบ้าไปทั่วแต่ไม่พบ จันทาบ่นอุบไม่น่าประมาทมันเลย

ลาภลอยเลยหายไปหมดซวยจริงๆ สุบินปลอบลาภลอยไม่ได้หายไปไหน ตอนที่ตนจับตัวชายบ้าได้ ตนฉกไอ้นี่มาได้ แล้วชูห่อผ้าใส่เพชรพลอยของมีค่าขึ้นมาอวด จันทาถึงกับตาลุกวาว ชมไม่หยุดปากว่ามือไวดีจริงๆ

“แต่แค่นี้มันบ่พอดอก มันก็แค่เสี้ยวนึงของสมบัติที่คนบ้านั่นว่ายังมีอีกหลาย เจ้าก็ได้ยินที่มันเว่ากับคำแก้วแล้ว”

“แต่มันหายไปจังซี้แล้ว เฮาสิพ้อมันได้อีกจังได๋ล่ะ”

สุบินเชื่อว่าชายบ้าจะต้องกลับมาหาคำแก้วอีกแน่นอนเพราะมันคิดว่าเธอเป็นนางฟ้า และจะต้องเอาของมาถวายนางฟ้าของมันอีก ถึงตอนนั้นเราค่อยจับมันทีหลังก็ได้...

ที่กลางป่าละเมาะอันเงียบสงัด กลุ่มโจรโพกผ้าที่เล่นงานนายฮ้อยเคนกับคำแก้วกลับมาหาลูกพี่ที่ยืนอยู่ในมุมมืด บริเวณพื้นดินระหว่างกลุ่มโจรกับลูกพี่มีงูจงอางตัวใหญ่เลื้อยเข้ามาชูคอแยกเขี้ยวขู่ฟ่อๆ น่ากลัว ทำให้สมุนโจรพากันผงะถอยหลัง ลูกพี่เดินออกจากมุมมืดย่อตัวลงนั่ง งูจงอางตัวนั้นค่อยเลื้อยมารัดแขนกลายเป็นรอยสักรูปงูจงอางพาดยาวไปถึงหัวไหล่ของลูกพี่ แสดงให้เห็นถึงอาคมอันแก่กล้าของเขา

ครั้นหัวหน้าโจรลุกขึ้นยืนเปิดผ้าคลุมหน้าออกเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงก็พบว่าเขาคือชายบ้าที่ไปหาคำแก้วและเป็นคนเดียวกับควาญบ้าที่เล่าเรื่องพระธุดงค์ถูกฆ่าตายในถ้ำภูเสือนั่นเอง สมุนรายงานว่าไปลอบเล่นงาน นายฮ้อยทมิฬตามที่เขาสั่งแล้ว ฝีมือของมันเก่งสมคำร่ำลือจริงๆ พวกตนสามคนรวมกันยังสู้ไม่ได้

“ทางอาคมมันก็เก่งกาจหลาย มันหยุดลูกปืนข้อยได้นำ” สมุนอีกคนเสริม

“นายฮ้อยทมิฬสมแล้วที่กูได้ยินชื่อเสียงมึงมานาน ความเก่งกาจของมึงคือความท้าทายของกู และผู้สาว ของมึงก็ต้องมาเป็นอีกหนึ่งสมบัติสะสมของกู” ว่าแล้ว

ชายบ้าดึงขอสับช้างที่ปักอยู่กับขอนไม้ขึ้นมาควง

ooooooo

แม้เมื่อคืนพวกโจรจะไม่เข้ามาโจมตีทัพควายอีก แต่นายฮ้อยเคนก็ไม่ประมาทสั่งให้ผู้ช่วยถึกเพิ่มคนเฝ้าระวังตลอดเวลา พวกโจรที่มาเมื่อคืนอาจเป็นแค่พวกที่ถูกส่งมาลาดตระเวนก็ได้ ผู้ช่วยถึกขยับจะไปแต่ต้องชะงักเมื่อผู้ช่วยโทนจ้ำพรวดๆเข้ามา

“หมู่เฮาอาการบ่ดีเลย นายฮ้อยซอยไปเบิ่งให้แน”...

จากนั้นไม่นาน ผู้ช่วยโทนพานายฮ้อยเคนกับผู้ช่วยถึกมาหาอาจารย์เม้าที่กำลังโก่งคออ้วกอยู่ พอซักถามความเป็นมาเป็นไปก็ได้ความว่าอาจารย์เม้ากับพวกถูกวางยา เมื่อคืนยังสนุกสนานกับหมอลำกันอยู่ดีๆ แต่พอตื่นขึ้นมาก็อ้วกแตกอ้วกแตนอย่างหนัก แรงเดินแทบไม่มี เล่าพลางปรายตามองไปที่คนอื่นๆที่อยู่ในสภาพไม่ต่างกัน มีผู้เฒ่าทั้งสามคน เข่ง แต้มและอ่วม รวมทั้งจ่อย บุญเพ็งกับทิดแสง

ผู้ช่วยโทนตั้งข้อสังเกตหรือว่าเป็นฝีมือพวกโจรเมื่อคืน นายฮ้อยเคนส่ายหน้าถ้าเป็นอย่างนั้นจริงมันคงไม่วางยาแค่คนกลุ่มนี้ แล้วหันไปถามผู้ช่วยถึกว่าพวกที่มีอาการแบบนี้คือพวกที่อยู่ฟังหมอลำเมื่อคืนใช่ไหม เขาหันไปมองสำรวจก่อนจะพยักหน้า นอกจากนี้ยังมีตัวเขาเอง จันแดงและแสงโสมรวมอยู่ด้วย นายฮ้อยเคนเดินไปดูหม้อต้มเปรอะที่ยังคงเหลือเศษอาหารติดอยู่ก้นหม้อ จึงยกขึ้นมาดมๆ

“ผู้ซอยถึก เมื่อคืนเจ้าได้กินต้มในหม้อนี่ฮ่วมกับผู้อื่นบ่”

ผู้ช่วยถึกไม่ได้กินเพราะมัวแต่เซิ้งหมอลำอยู่กับจันแดงซึ่งก็ไม่ได้มีอาการป่วยอะไร ตอนนี้กำลังช่วย บัวเขียวหาบน้ำอยู่ นายฮ้อยเคนสรุปว่านี่ไม่ใช่ฝีมือพวกโจร แต่เป็นคนในทัพควายนี่เองเอาเห็ดพิษมาต้มให้พวกกันเองกินจนอ้วกแตก ผู้ช่วยถึกหันไปต่อว่าบุญเพ็งกับทิดแสงที่เป็นคนดูแลเรื่องข้าวปลาอาหารเมื่อคืน

ไม่รู้หรือว่าใส่เห็ดพิษเข้าไปในอาหาร ทิดแสงโวยกลับตนไม่ได้โง่ขนาดดูเห็ดดีกับเห็ดพิษไม่ออก

“จังซั่นบ่แม่นซุมเจ้า แล้วเป็นไผล่ะที่มายุ่งกับหม้อแกงนี่” นายฮ้อยเคนซักเสียงเครียด

“สงสัยสิเป็นอีแสงโสม มันให้ซุมข้อยไปฟ้อนหมอลำแล้วมันก็คอยเฝ้าหม้อแกงให้” บุญเพ็งเล่าไปอ้วกไป...

นายฮ้อยเคนไม่รอช้าตามไปที่เกวียนของพวกสาวๆ เพื่อซักถามแสงโสมถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เธอแกล้งป่วย เหมือนคนอื่น เดินหมดเรี่ยวหมดแรงออกมาขอให้เขาช่วย แล้วทำเป็นเข่าอ่อนทรุดฮวบ

ผู้ช่วยโทนต้องเข้าไปประคองเอาไว้ “แสงโสมเจ้าก็กินเห็ดพิษเข้าไปคือกันกับพวกนั่นนำ”

แสงโสมตีหน้าซื่อพวกไหนกันหรือ นายฮ้อยเคนมองอย่างจ้องจับผิดก่อนจะบอกว่าพวกอาจารย์เม้าที่เธอเผลอเอาเห็ดพิษใส่ในหม้อแกงให้กิน เธอตีบทแตกกระจุย ขอโทษขอโพยยกใหญ่ ไม่ได้ตั้งใจจะทำอย่างนั้น อ้างว่าดูดีแล้วไม่น่าพลาดได้เลย แล้วทำท่าจะเป็นลม ผู้ช่วยโทนเชื่อสนิทใจว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ

“นายฮ้อย อาการของแสงโสมบ่ดีเลย สงสัยสิกินเข้าไปหลายกว่าหมู่”

“เดี๋ยวข้อยสิเอายามาให้ แล้วต้องนอนพักหลายๆ เจ้าคอยดูแลแสงโสมเอาไว้ก็แล้วกัน” สั่งเสร็จนายฮ้อยเคนขยับจะไปแต่แสงโสมเรียกเอาไว้ ถ้าเขาจะทิ้งเธอไว้ที่นี่ก็ได้ เธอไม่อยากเป็นตัวถ่วงให้ทัพควายต้องเสียเวลาเดินทาง เขาไม่ทิ้งเธอไว้แน่นอนเพราะรับปากพ่อของเธอจะพาเธอไปส่งเมืองล่างอย่างปลอดภัย

“บ่ต้องห่วงว่าเจ้าสิเป็นตัวถ่วงดอก ย่อนว่านายฮ้อยสั่งพักการเดินทางต่อจนกว่าหมู่เฮาสิอาการดีขึ้น”

นายฮ้อยเคนพยักหน้ารับตามที่ผู้ช่วยโทนพูดแล้วผละจากไป แสงโสมมองตามหนักใจที่ต้องทำแบบนี้

ooooooo

คำแก้วออกมาห่างจากทัพควายพอสมควรชะเง้อคอมองหาชายบ้าด้วยความเป็นห่วง บัวเขียวรู้ทันว่าเธอมาหาชายบ้าก็เข้ามาเตือน ขืนนายฮ้อยเคนรู้เข้าได้เป็นเรื่องแน่เพราะเขาสั่งห้ามทุกคนออกนอกพื้นที่ คำแก้วเชื่อว่าชายบ้าน่าสงสารคนนั้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกโจรเมื่อคืน ท่าทางอึดอัดของเธอทำให้บัวเขียวสงสัย

“ท่าทางเจ้ามีเฮื่องหนักใจ คนบ้านผู้นั่นมีหยังหลายกว่าแค่เป็นตาเหลือโตนเบาะคำแก้ว”

“เอื้อย ข้อยเว่าให้ฟังแล้ว เอื้อยอย่าไปเว่าให้ไผฮู้เด็ดขาด” พูดจบคำแก้วหันมองรอบๆอย่างระแวดระวัง...

เรื่องที่ชายบ้ากับสมบัติมีค่าไม่ได้รู้แค่คำแก้ว สุบินและจันทาเท่านั้น เฒ่าอ่ำ ทิดแก้วกับทิดเขียวก็รู้เรื่องนี้เช่นกันเนื่องจากจันทาปากโป้งพอเมาได้ทีก็คุยอวดให้ได้ยิน สามคนจึงมาขอมีเอี่ยวกับสุบินด้วย ทีแรกเขาทำเป็นไม่รู้เรื่อง พอทิดเขียวเล่าว่าจันทาพูดให้ฟังหมดเปลือกแล้วตั้งแต่เมื่อคืน เขาหนีไม่ออกจำต้องยอมรับ...

ฝ่ายบัวเขียวฟังเรื่องสมบัติชายบ้าจากคำแก้วก็ตกใจ ถามย้ำว่าเป็นเรื่องจริงหรือ เธอพยักหน้ายอมรับชายบ้าจะให้สมบัติเหล่านั้นแต่เธอไม่เอา เธอกลัวว่า

ถ้ามีใครรู้เรื่องนี้ชายบ้าจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ระหว่างนั้น ชายบ้าโผล่หน้ามาจากต้นไม้ด้านหลังบัวเขียวมีเลือดไหลจากหัวเปรอะหน้าทำเอาคำแก้วตกใจ

“เป็นหยังคำแก้ว” บัวเขียวร้องทัก คำแก้วไม่กล้าบอก กลัวเธอจะทำให้ชายบ้าหนีเตลิดจึงออกอุบาย

ให้เธอกลับไปก่อน บัวเขียวไม่ได้สงสัยอะไรลุกออกไป คำแก้วหันมองอีกทีชายบ้าหายไปแล้ว...

ด้วยความเป็นห่วง คำแก้วจึงออกเดินหาชายบ้ามาตามชายป่าละเมาะโดยไม่ล่วงรู้เลยว่าสุบิน เฒ่าอ่ำกับทิดแก้วและทิดเขียวสะกดรอยตามมาห่างๆ สุบินคุยอวดเป็นอย่างที่ตัวเองคาดไว้ไม่มีผิด ชายบ้าจะต้องกลับมาหาคำแก้วจริงๆ เสียงพูดของเขาแว่วเข้าหูคำแก้วทำให้หันมามอง เฒ่าอ่ำรีบจุ๊ปากให้ทุกคนเงียบ เดี๋ยวเธอรู้ตัวแล้วไปฟ้องนายฮ้อยเคน เราจะชวดสมบัติกันหมด ค่อยๆตามไปดูลาดเลาก่อนอย่าเพิ่งรีบร้อน

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย เลิกคุยกันทันที เป็นจังหวะเดียวกับคำแก้วหันไปเห็นควาญบ้าในคราบชายบ้าเดินออกมาจากหลังพุ่มไม้ในสภาพหัวแตกเลือดอาบร้องเรียกให้เธอช่วยด้วย เธอลืมเรื่องเสียงที่ได้ยิน เข้าไปประคองให้เขาลงนั่ง เอาผ้าพันคอช่วยซับเลือดให้ ถามอย่างห่วงใยว่าไปโดนอะไรมา

“ข้อยถูกพวกโจรมันทุบตี แต่...แต่ข้อยหนีมาได้ ข้อยย่านพวกมันพ้อเลยต้องหนีไปหลบอยู่ในบ้านเบิ่ดคืน”

“คงสิเป็นโจรซุมเดียวกับเมื่อคืนที่บุกมาเล่นงานทัพควายข้อย แล้วเป็นหยังล่ะ ซุมโจรนั่นถึงมาทุบตีอ้าย”

ควาญบ้าแต่งเรื่องว่าพวกโจรค้นตัวเขาเจอสมบัติในห่อผ้าก็เลยบังคับให้เขาบอกที่ซ่อน แต่เขาไม่ยอมบอกพวกมันก็เลยทุบตีเขา แล้วจับมือคำแก้วมากุมไว้

ที่เขายอมเจ็บตัวไม่ยอมบอกใครว่าสมบัติอยู่ไหนเพราะต้องการจะถวายสมบัติเหล่านั้นให้นางฟ้าแต่เพียงผู้เดียว

“นางฟ้าฟ้าวไปกับข้อยเถอะ สมบัติถึกฝังอยู่ในถ้ำบนภูเสือ”

“ถ้ำบนภูเสือ!! แม่นถ้ำที่เพิ่นว่ากันว่าเป็นถ้ำเหล็กไหลแม่นบ่”

“แม่นแล้ว ข้อยพ้อสมบัติอยู่ในถ้ำนั่น ข้อยสิไปขุดขึ้นมาถวายนางฟ้าใจดีให้เบิ่ด ไปกับข้อยเด้อนางฟ้า ไปนำกันเดี๋ยวนี้เลย” ควาญบ้าพยายามหว่านล้อม แต่คำแก้วไม่สนใจและที่สำคัญเธอคิดว่าสมบัติเหล่านั้นอาจเป็นของคนอื่นมาฝังเอาไว้ ดีไม่ดีอาจจะเป็นของโจร สุบินกับพวกซึ่งแอบฟังอยู่ถึงกับหูผึ่งเมื่อได้รู้ที่ซ่อนสมบัติ ทิดแก้วตั้งข้อสังเกตแม้ภูเสือจะอยู่ไม่ไกลจากที่นี่แต่นายฮ้อยเคนไม่ได้ไปทางเส้นนั้น แล้วเราจะไปกันได้อย่างไร

“เฮื่องนั่นบ่ยากดอก แค่ฮู้ว่าอยู่หม่องได๋ก็พอแล้ว”

“จังซั่นเฮาก็ใกล้สิรวยแล้วแม่นบ่ ฮ่าๆๆ รวยๆๆ” ทิดแก้วเผลอส่งเสียงดัง ทำให้คำแก้วหันมอง สุบินรู้งานรีบปิดปากทิดแก้วแล้วพากันหลบออกมาก่อนที่เธอจะเดินมาถึงที่ซ่อนตัวของพวกนั้น จึงพบแต่ความว่างเปล่า ครั้นเธอหันกลับไปมองอีกทีควาญบ้าหายตัวไปแล้ว

ooooooo

ไม่นานนัก ควาญบ้าเดินยิ้มร่ากลับมาหาพวกสมุนที่รอท่าอยู่ คว้าไหเหล้าขึ้นดื่มฉลองที่แผนการทำให้ทัพควายของนายฮ้อยเคนแตกแยกสำเร็จด้วยดี แล้วสั่งให้สมุนแยกย้ายกันไปตามแผนการที่ตัวเองวางไว้ หัวหน้าสมุนเข้ามาเลียบๆเคียง นอกจากผู้หญิงของนายฮ้อยทมิฬแล้ว ตนยังเห็นมีผู้หญิงอยู่ในทัพควายอีกสองคน

“คั่นจัดการฆ่าพวกในทัพควายเบิ่ดแล้ว พวกข้อยขอผู้สาวพวกนั่นมาเฮ็ดเมียได้บ่”

“คั่นพวกมึงอยากได้ก็เอาไปโลด กูต้องการแค่ฆ่านายฮ้อยทมิฬ ประกาศให้ทุกคนฮู้ว่ามันบ่ได้เก่งกาจสมคำร่ำลือ แล้วค่อยเอาอีคำแก้วมาเป็นเมียกูเถาะนั่น” ควาญบ้ายกไหเหล้าขึ้นดื่มกระหยิ่มยิ้มย่อง...

เป็นอย่างที่ควาญบ้าคาดการณ์ไว้ สุบินกับพวกซึ่งประกอบด้วยเฒ่าอ่ำ ทิดเขียวกับทิดแก้ว แจ้งความประสงค์ต่อนายฮ้อยเคนขอแยกตัวไปค้าควายกันเองไม่ร่วมเดินทางไปเมืองล่าง นายฮ้อยเคนพยายามทักท้วง

หากไม่เอาควายไปขายที่เมืองล่างก็จะไม่ได้ราคา ดีไม่ดีจะขาดทุนด้วยซ้ำ

ไม่ว่านายฮ้อยเคนจะพยายามหว่านล้อมให้เปลี่ยนใจอย่างไร สุบินกับพวกยืนกรานจะแยกทางให้ได้ แม้จะรู้สึกแปลกๆแต่เขาก็ไม่ขัด ปล่อยให้พวกนั้นทำตามใจ แถมอวยพรให้โชคดีโดยไม่รู้เลยว่าพวกนั้นไม่ได้จะเอาควายไปขายแต่จะไปตามล่าสมบัติที่ภูเสือ...

เมื่อได้อยู่กันตามลำพังกับนายฮ้อยเคน ผู้ช่วยถึกยังแปลกใจไม่หาย ทำไมอยู่ๆสุบินกับพวกถึงมาขอแยกทางเอาตอนนี้ เขาเห็นด้วยว่ามีอะไรแปลกๆแต่ไม่ว่าพวกนั้นจะมีเหตุผลอย่างไร เขาก็ต้องเลือกคนที่เขาต้องดูแลก่อน ในเมื่อเขาถามย้ำแล้วก็ยังอยากแยกตัว เขาก็ไม่รู้จะห้ามอย่างไร ระหว่างนั้นคำแก้วเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเป็นกังวล ผู้ช่วยถึกรู้งานรีบแยกตัวไปดูอาการป่วยของอาจารย์เม้า

คำแก้วรอจนผู้ช่วยถึกไปพ้นระยะได้ยิน จึงบอกกับนายฮ้อยเคนว่าระหว่างที่รอให้อาจารย์เม้ากับพวกหายดี เธออยากให้เขาไปภูเสือกับเธอ เขานิ่วหน้าสงสัยเกิดอะไรขึ้นเธอถึงชวนเขาไปที่นั่น ทีแรกเธออ้ำๆอึ้งๆ

สุดท้ายก็ยอมเปิดปากเล่าให้ฟังเรื่องถ้ำซ่อนสมบัติที่ภูเสือ นายฮ้อยเคนไม่รอช้าสั่งให้เธอพาไปหาควาญบ้า ไม่นานนัก คำแก้วพานายฮ้อยเคนมายังบริเวณที่เจอควาญบ้าเป็นครั้งสุดท้ายแต่ไม่เจอใคร

“เพิ่นคงย่านผู้อื่นสิเฮ็ดฮ้ายเลยออกมาพ้อแต่ข้อยผู้เดียว”

“อ้ายสั่งเจ้าไว้ว่าอีหยัง เจ้าบ่ได้จำเบาะคำแก้ว”

“จำได้ แต่เพิ่นบ่ยอมพ้อผู้ได๋นอกจากข้อย แล้วข้อยสิพาไปหาอ้ายได้จังได๋ล่ะ คุยกับคนบ้าบ่แม่นคุยกับคนปกติเด้ออ้าย” คำแก้วบ่นอุบ นายฮ้อยเคนประชดว่าเธอคุยกับคนบ้ารู้เรื่องแต่ฟังคำสั่งคนปกติ

ไม่รู้เรื่อง สงสัยเธอคงจะบ้าพอกัน คำแก้วไม่พอใจที่เขาหลอกด่า ขู่จะตีปากให้แตก นายฮ้อยเคนตำหนิเธอที่ยังจะกล้ามาขู่ตนอีก ถ้าเธอพาชายบ้ามาหาเขาตั้งแต่แรกเขาจะได้หาทางช่วยได้ แต่นี่กลับปล่อยให้ชายบ้าหายไป

“ก็ข้อยตกใจ บ่คึดว่าสมบัตินั่นสิอยู่หม่องเดียวกับที่อ้ายอยากไปตามหาอ้ายของอ้าย”

“คนบ้านั่นอาจสิเว่าเพ้อเจ้อ อาจสิบ่มีสมบัติหยังก็ได้ ไว้เพิ่นโผล่มาหาเจ้าอีกเมื่อได๋ พามาหาอ้ายก็พอ” พูดจบนายฮ้อยเคนหันหลังจะไป คำแก้ววิ่งไปขวางไว้บอกว่าตัวเองเชื่อที่ควาญบ้าเล่า ถ้าเขาไม่เชื่อก็ไปภูเสือด้วยกันให้รู้ดำรู้แดงไปเลย ถึงอย่างไรเขาก็ต้องไปที่นั่นอยู่แล้วไม่ใช่หรือ เขาชักเริ่มสงสัยแล้วว่าเธออาจจะกุเรื่องควาญบ้าขึ้นมาเพื่อให้เขาพาไปภูเสือด้วย คำแก้วโวยวายจะทำอย่างนั้นทำไม

“ก็เจ้าบ่อยากให้อ้ายถิ่มเจ้าไปไสไงคำแก้ว”

“อ้าย ข้อยบ่อยากให้อ้ายถิ่มข้อยไปไสอีหลี แต่ข้อยก็บ่ต้องขี้ตั๊วแต่งเรื่องคนบ้าขึ้นมาดอก อ้ายอยากไปไสก็ไปโลด บ่ต้องมาสนใจข้อยแล้ว” คำแก้ววิ่งหนีไปทั้งน้ำตา นายฮ้อยเคนมองตามรู้สึกผิดที่ทำให้เธอร้องไห้

ooooooo

ผู้ช่วยโทนอุตส่าห์ลงมือติดเตาไฟต้มยาจนได้ที่ก็ยกมาให้แสงโสมที่นอนพักอยู่ เนื่องจากไม่ได้ป่วยจริงเธอจึงหาเรื่องบ่ายเบี่ยงเพื่อจะได้ไม่ต้องกินยา พอเห็นเขาเอาถ้วยยามาเป่าให้ยาหายร้อนก็สบช่องโวยวายลั่น

“โอ้ย น้ำลายเจ้าปู้ดใส่หลายจังซี้ ข้อยสิกินได้จังได๋”

“จังซั่นอ้ายต้มให้ใหม่ก็ได้”

แสงโสมปฏิเสธทันทีว่าไม่ต้อง ตอนนี้เธอรู้สึกไม่สบายตัว ไปอาบน้ำอาบท่ากลับมาเดี๋ยวก็คงจะหาย ผู้ช่วยโทนไม่ยอมปล่อยให้เธอไปอาบน้ำคนเดียวเด็ดขาด เกิดเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมาจะไม่มีใครเห็น ดังนั้นเขาจึงอาสาจะไปเฝ้าจับตาดูเธออาบน้ำที่บึง หากเกิดหน้ามืดขึ้นมาจะได้ช่วยขึ้นจากน้ำได้ทัน

“จับตาเบิ่งข้อยอาบน้ำ...โว้ย คึดได้เนาะบักลามกจกเปรตเอ๊ย” ไม่ด่าเปล่า แสงโสมดึงหูผู้ช่วยโทนกระชากไปมาถึงกับร้องโอ๊ยลั่น เขาแก้ตัวไม่ได้คิดลามกแต่เป็นห่วงเธอจริงๆ แสงโสมไม่เชื่อ รู้แก่ใจดีว่าเขาคิดอะไรกับตัวเอง อย่าคิดว่าจะสมหวัง แม้แต่ขาอ่อนของเธอ

เขาก็ไม่มีทางได้เห็น

“บ่แม่นๆอย่าคึดว่าอ้ายสิเป็นผู้บ่าวที่คึดแต่เฮื่องอย่างว่า ความฮักของอ้ายเป็นความฮักบริสุทธิ์ เฮื่องที่สิได้เห็นขาอ่อนหรือเห็นหลายกว่านั่น มันก็ต้องใช้เวลา ยังบ่แม่นตอนนี้”

“ก็แสดงว่ายังอยากเห็นอยู่ดี บักลามกจกเปรต ข้อยชังหลายเด้” แสงโสมว่าแล้วปล่อยหมัดตรงเข้าหน้าผู้ช่วยโทนหงายหลังตึง...

ณ บริเวณกองเกวียน บักมืดที่เบ้าตาคล้ำเพราะถูกสีโหซัดเมื่อคืนกำลังออดอ้อนบัวเขียวให้สงสาร เล่าว่าตอนที่โดนทำร้ายก็ไม่เจ็บเท่าไหร่แต่พอตื่นเช้าขึ้นมาทั้งปวดหัวทั้งปวดตาจนกินข้าวไม่ลง เธอสงสัยไปโดนหมัดของใครมา บักมืดกำลังจะอ้าปากฟ้องเรื่องสีโห

แต่เจ้าตัวเดินเข้ามาเสียก่อน เขาจึงเปลี่ยนไปโยนความผิดให้พวกโจรแทน แต่งเรื่องว่าเมื่อคืนตอนไปช่วยนายฮ้อยเคนกับผู้ช่วยเดินเวรยามเจอพวกโจรเข้า

“อ้ายก็เลยต้องงัดฝีมือมวยวัดจับพวกมันมาขึ้นเข่า ตีศอก จระเข้ฟาดหาง หนุมานถวายแหวนจนพวกมันต้องฮ้องขอชีวิตอ้าย” บักมืดโกหกเป็นฉากๆ สีโหรู้ว่าเขาพูดปดก็เลยแดกดันใส่ ถ้าพวกมันต้องร้องขอชีวิตจากเขาจริงๆ แล้วทำไมหน้าเขาถึงโดนหมัดมันแบบนี้ เขาแก้ตัว ของแบบนี้ก็ต้องมีพลาดกันบ้าง

“แต่ข้อยว่าเจ้ากำลังขี้โม้ให้บัวเขียวฟังหลายกว่า ได้กลิ่นบ่บัวเขียว บักมืดโม้ว่าไปซอยนายฮ้อยสู้กับโจร แต่เป็นหยังถึงได้กลิ่นเหล้าหึ่งมาจากโต”

บัวเขียวยื่นหน้าไปดมที่ตัวบักมืดได้กลิ่นเหล้าจากตัวเขาอย่างที่สีโหว่าจริงๆก็ทักท้วงว่านายฮ้อยเคนสั่งห้ามดื่มเหล้าไม่ใช่หรือ บักมืดแก้ตัวว่าไม่ได้ดื่มเหล้า แต่เป็นไหเหล้าที่เขาทุ่มใส่หัวพวกโจรแล้วมันหกใส่ ก่อนเดินทางเขาสาบานต่อหน้าพระแล้วว่าจะเลิกเหล้า เพราะต้องการจะถือศีลอุทิศส่วนกุศลให้น้อย แล้วกล่าวหาว่าสีโหใส่ร้าย สีโหปฏิเสธว่าไม่ได้ใส่ร้ายเพราะรู้ว่าบักมืดไปโดนหมัดใครมาต่างหาก

“หมัดไผล่ะอ้าย” บัวเขียวมองสีโหอย่างรอคำตอบ

สีโหไม่กล้าบอกว่าเป็นหมัดของตัวเอง บักมืดสบช่องเสี้ยมทันที ที่สีโหไม่พูดเพราะไม่รู้ว่าเป็นใครแต่ตนไม่โกรธเพราะถึงอย่างไรเราก็เป็นเพื่อนกัน ตนยกโทษให้ได้อยู่แล้ว เสี้ยมจบก็ขอตัวไปก่อนแล้วเดินหนีไปเลย ทิ้งให้สีโหกับบัวเขียวมองหน้ากันด้วยความกระอักกระอ่วน

ooooooo

คำพูดเสี้ยมให้แตกคอกันของบักมืดได้ผลดีเกินคาด บัวเขียวกับสีโหเข้าใจผิดกันอย่างแรง ยิ่งสีโหพยายามแก้ตัวก็ยิ่งทำให้ตัวเองดูแย่มากขึ้น
ไปอีก เธอขอร้องเขาอย่าให้เธอต้องเป็นต้นเหตุทำให้เขากับบักมืดซึ่งเป็นเพื่อนกันมานานก่อนที่เขาจะรู้จักเธอต้องแตกคอกัน

“อ้ายเฮ็ดให้บ่ได้ดอก บักมืดมันคึดสิแย่งเจ้าไปจากอ้าย เซาเป็นเสี่ยวกัน เป็นศัตรูกันนั่นล่ะดีแล้ว”

บัวเขียวตบหน้าสีโหฉาดใหญ่ “เซาเว่าจังซั่นให้ข้อยได้ยินอีกเด็ดขาดเด้ออ้าย หมู่เฮายังต้องเดินทางอีกโดนหลายกว่าสิถึงเมืองล่าง ต้องเสี่ยงชีวิตพ้ออันตรายอีกหลาย คั่นเสี่ยวบ่ซอยเหลือกันแล้วไผสิซอย...ข้อยผิดหวังในโตอ้าย” บัวเขียวพูดจบเดินจากไปทั้งน้ำตาทิ้งให้สีโหมองตามตาละห้อย...

ทางฝ่ายผู้ช่วยโทนเดินกุมเบ้าตาเอาย่ามใส่ยามาให้สามผู้เฒ่า อ่วม แต้มและเข่งที่ยังนั่งคออ่อนคอพับเพราะอาการยังไม่ค่อยดีนักโดยพยายามหลบไม่ให้พวกนั้นเห็นหน้าจนเป็นที่สงสัย พากันมารุมล้อมดู เห็นขอบตาเขียวคล้ำของชายหนุ่มก็พากันหัวเราะชอบใจทั้งที่แรงไม่ค่อยจะมี ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าต้องเป็นฝีมือแสงโสม

“โธ่เอ๊ย เป็นผู้ซอยนายฮ้อยลุยได้ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ แต่กลับฮับมืออีแสงโสมผู้เดียวบ่ได้” เฒ่าเข่งกระเซ้า

“คั่นปากเก่งหัวขวัญข้อยได้จังซี้ก็แสดงว่าหายดี บ่ต้องพึ่งยาของนายฮ้อยแล้ว” ผู้ช่วยโทนแย่งย่ามใส่ยาคืน พวกผู้เฒ่าร้องห้ามเสียงหลงให้ใจเย็นๆก่อน ทำเป็นเคืองไปได้ เรื่องผู้หญิงมันต้องปรึกษากับพวกตน ผู้ช่วยโทนมองสงสัยว่าทั้งสามคนจะให้คำปรึกษาอย่างไร ปรากฏว่าพวกนั้น

แนะให้เขาปล้ำแสงโสมทำเมียไปเลย เขาร้องเอะอะขืนทำอย่างนั้น ได้ถูกเธอกระทืบตายแน่ และถ้ารอดมาได้ก็ต้องถูกนายฮ้อยเคนลงโทษอีก

“เซาๆๆๆ เว้าจังซี้แสดงว่าเจ้ามันอ่อนหัดผู้สาวอีหลี ผู้สาวอย่างแสงโสมมันบ่คือกันกับผู้สาวทั่วไป คั่นเจ้าอยากได้มันเป็นเมียก็ต้องใช้วิธีตาต่อตา ฟันต่อฟัน ปล้ำเถาะนั่นถึงสิได้เป็นเมีย” เฒ่าแต้มเห็นผู้ช่วยโทนลังเล “เซื่อพวกข้อยเด้อผู้ซอย บ่มีวิธีได๋มัดใจแสงโสมได้ซำกับวิธีตาต่อตาฟันต่อฟันนี่แล้ว”

“แฮงแสงโสมพยศกับเจ้าท่อได๋ เจ้าก็ต้องตาต่อตาฟันต่อฟัน” เฒ่าเข่งเสริม เฒ่าอ่วมช่วยยุอีกแรงหนึ่ง

“รับรองว่าแสงโสมต้องอ่อนระทวยยอมเจ้าเบิ่ดแน่นอน”...

ที่ป่าละเมาะปลอดคน แสงโสมกำลังคาดคั้นให้กุลาสารภาพความจริงว่าทำไมพ่อของเธอใช้เวลาสอนอาคมให้เสือคำแสนนานนักป่านนี้ยังไม่แยกตัวออกมาสักที ทีแรกเขาไม่ยอมเปิดปากพูดแต่พอถูกคาดคั้นหนักเข้าถึงได้ยอมบอกว่าที่ช้าก็เพราะพ่อใหญ่ได้น้องสาวเสือคำแสนเป็นเมีย ครั้นจะทิ้งเมียสาวข้าวใหม่ปลามันตอนนี้ เสือคำแสนอาจสงสัยได้ แสงโสมโมโหที่พ่อยังไม่เลิกนิสัยชมชอบเด็กสาว ถามว่าเธอคนนั้นอายุเท่าไร

“ก็รุ่นราวคราวเดียวกับเจ้านี่ล่ะ”

“หา!! เจ้าฟ้าวไปบอกอีพ่อเดี๋ยวนี้โลด คั่นอยากให้ข้อยกับเอื้อยกลับไปอยู่นำกันอีก พ่อต้องเลิกสันดานจังซี่ บ่จังซั่นก็บ่ต้องมาพ้อหน้ากันอีกชั่วชีวิต” พูดไม่ทันขาดคำมีเสียงผู้ช่วยโทนเรียกหาแสงโสม ดังขึ้น กุลาแนะให้เธอรีบจัดการเขาไปให้พ้นทาง

ไม่อย่างนั้น เขาอาจจะรู้ความลับของเรา ถ้าเธอไม่กล้าลงมือ ตนจะจัดการให้เอง เธอรับปากจะจัดการเรื่องนี้เองให้กุลาหลบไปก่อน แล้วรีบออกไปรับหน้าผู้ช่วยโทน

ooooooo

แสงโสมเห็นกุลาไม่ยอมไปไหนยังซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้เกรงจะมีปัญหา จึงพยายามชวนผู้ช่วยโทนกลับทัพควาย อ้างรู้สึกไม่ค่อยสบายแล้วขยับจะไป เขาตัดสินใจทำตามคำยุยงของสามเฒ่า คว้าข้อมือเธอไว้

“เดี๋ยวแสงโสม เถื่อนี่อ้ายให้เจ้าไปไสบ่ได้แล้ว เจ้าต้องอยู่คุยกับอ้ายให้ฮู้เฮื่องก่อน”

“อ้าย...ปล่อยข้อย ข้อยเจ็บ”

นอกจากจะไม่ปล่อย ผู้ช่วยโทนพยายามจะปลุกปล้ำแสงโสม อ้างถ้าไม่ทำอย่างนี้เธอก็ไม่มีวันรักเขาสักที กุลาที่ซุ่มดูอยู่เห็นท่าไม่ดีกำมีดพุ่งเข้าหา เธอรีบผลักผู้ช่วยโทนพ้นทางทำให้กุลาแทงพลาดโดนแขนเธอเลือดอาบ ผู้ช่วยโทนชักมีดขึ้นมาต่อสู้กับกุลาอย่างเอาเป็นเอาตาย กุลาสู้ไม่ได้ถูกเขาปัดมีดกระเด็นแล้วถีบซ้ำ

“มึง...กูจำมึงได้ มึงเป็นลูกน้องเฒ่าโสม กูคึดว่ามึงตายไปพร้อมเฒ่าโสมแล้วซะอีก”

แสงโสมกลัวผู้ช่วยโทนจะจับตัวกุลาไปเค้นเอาความจริงเรื่องที่พ่อยังไม่ตาย แกล้งร้องโอดโอย เบี่ยงเบนความสนใจเพื่อให้มือขวาของพ่อหนี ผู้ช่วยโทนเสียสมาธิหันมองเธอ กุลาสบช่องถีบเขาจนเซแล้ววิ่งหนี เขาจะตามแต่แสงโสมร้องเอะอะขึ้นอีก เขาจึงต้องรีบเข้าไปดูแลเธอ ปล่อยให้กุลาหนีรอดไปได้...

ในเวลาต่อมา จันแดงทำแผลให้แสงโสมเสร็จพอดีกับที่ผู้ช่วยโทนและผู้ช่วยถึกกลับมารายงาน

นายฮ้อยเคนว่าไม่พบร่องรอยของกุลา ป่านนี้คงหนีไปไกลแล้ว ผู้ช่วยโทนเจ็บใจไม่น่าปล่อยให้เขาหลุดมือ ไม่อย่างนั้นได้รู้กันไปแล้วว่าเขารอดตายมาได้อย่างไร นายฮ้อยเคนหันมองแสงโสม

“ที่บักกุลารอดตายมาได้ยังบ่น่าสนใจถ่อเป็นหยังมันถึงตามทัพควายมาหาแสงโสม”

จันแดงสั่งให้แสงโสมเล่าให้นายฮ้อยเคนฟังให้หมดว่าได้พูดอะไรกับกุลาบ้าง เธอโกหกหน้าตายว่าไม่ทันได้พูดอะไรกัน อยู่ๆมันก็โผล่มา เธอก็รู้พร้อมกับผู้ช่วยโทน นายฮ้อยเคนไม่เชื่อ เตือนเธอว่าดื่มน้ำแช่ลูกปืนและสาบานกับตนแล้ว ตนอยากรู้ความจริง เธอยืนยันว่าพูดความจริงไปหมดแล้ว เธอไม่เคยเจอกับกุลามาก่อน มันต้องการอะไรเธอก็ไม่รู้เหมือนกัน เธอรับรองไม่มีวันทรยศนายฮ้อยเคนเด็ดขาด

“คำสาบานต่อทัพควายมันศักดิ์สิทธิ์หลาย คั่นเจ้ายืนยันตามนั่นข้อยก็สิเซื่อ เอาล่ะ คั่นบักกุลามันลอบตามทัพควายเฮามาก็แสดงว่ามันต้องการบางอย่าง ไว้มันโผล่มาอีกเถื่อ เฮาสิซอยกันจับโตมันให้ได้”

แสงโสมเอาแต่ก้มหน้าท่าทางมีพิรุธ จันแดงสังเกตเห็นรู้ทันทีว่าต้องมีบางอย่างปิดบังอยู่

ooooooo

ครั้นได้อยู่กันตามลำพังพี่น้อง จันแดงคาดคั้นให้น้องสาวบอกความจริงมาเพราะไม่เชื่อเรื่องที่น้องพูดกับนายฮ้อยเคน ถูกพี่คาดคั้นหนักเข้า แสงโสมยอมเปิดปากบอกว่าพ่อยังไม่ตาย พ่อจะพาเราไปเอาสมบัติแล้วพวกเราจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันอีก แต่จันแดงห้ามบอกเรื่องนี้ให้นายฮ้อยเคนรู้เด็ดขาด

จันแดงไม่ฟังคำห้ามปราม นี่เป็นเรื่องใหญ่นายฮ้อยเคนต้องรับรู้เอาไว้ แสงโสมขอร้องให้หยุดคิดก่อนได้ไหมว่าถ้าเขารู้ว่าพ่อของเรายังไม่ตาย เขาคงไม่ยอมปล่อยท่านไป ท่านแก่มากแล้วถ้าต้องติดคุกคงจะตายในนั้น แล้วเราก็ไม่มีวันได้เจอหน้าท่านอีก แสงโสมกล่อมจนจันแดงคล้อยตามว่าไม่มีใครที่รักเธอเท่าตนกับพ่ออีกแล้ว แม้แต่ผู้ช่วยถึกก็ตาม...

นายฮ้อยเคนไม่เป็นอันนั่งสมาธิเพราะใจจดจ่อกับเรื่องที่มีปากเสียงกับคำแก้วเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา คว้าสร้อยเขี้ยวเสือโปร่งฟ้าขึ้นมากำไว้ อดคิดถึงคำแพงซึ่งมอบสร้อยเส้นนี้ให้ไม่ได้ อาจารย์เม้าเข้ามาเห็นสีหน้าหนักใจของเขาถามว่าใช่เรื่องพวกสุบินหรือเปล่า เขาส่ายหน้า สุบินเคยตามเขาไปค้าควายหลายปีแล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไร อาจารย์เม้าตั้งข้อสังเกตถ้าไม่ใช่เรื่องสุบินก็ต้องเป็นเรื่องระหว่างเขากับคำแก้วและคำแพง

“นายฮ้อยเอาแต่จ้องเขี้ยวเสือโปร่งฟ้าที่คำแพงให้มา ข้อยก็พอสิเดาได้บ่ยากดอก มีหยังหนักอกหนักใจ คุยกับข้อยก็ได้นะนายฮ้อย” ท่าทางเป็นห่วงเป็นใยของอาจารย์เม้าทำให้นายฮ้อยเคนยอมเปิดปากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง อาจารย์เม้ายิ้มชอบใจเมื่อฟังเขาเล่าจบ นายฮ้อยหนุ่มสงสัยทำไมต้องยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วย

“ก็อาการที่นายฮ้อยเป็นจังซี้เพิ่นเรียกว่านายฮ้อยกำลังมีความรัก”

“ข้อยปรึกษาจารย์เม้า บ่แม่นเฮื่องนั่น แค่สิถามว่าควรสิเอาจังได๋ดีกับคำแก้วที่ดื้อหลาย บ่ยอมฟังข้อยเลย”

อาจารย์เม้ายืนยันคำเดิมว่ามันเกี่ยวกับความรัก ที่นายฮ้อยเคนหนักใจก็เพราะกลัวว่าความรู้สึกที่มีต่อ คำแก้วจะเป็นเรื่องผิดต่อคำแพง แนะให้เขาเลิกรู้สึกอย่างนั้นได้แล้ว คำแพงตายไปแล้ว คนเป็นต่างหากที่ต้องเดินหน้าต่อไป ในเมื่อคำแก้วไม่ใช่น้องสาวแท้ๆของคำแพง เขาจะรู้สึกอย่างไรกับเธอก็ได้ไม่ใช่เรื่องผิด

“นายฮ้อยอย่ามัวแต่คึดเฮื่องดูแลหมู่เฮาให้เดินทางถึงเมืองล่างอย่างปลอดภัยอย่างเดียว ชีวิตนายฮ้อยก็ต้องเดินทางไปข้างหน้าคือกัน” อาจารย์ตบไหล่นายฮ้อยเคนแล้วลุกออกไป ทิ้งให้เขาครุ่นคิดหนักต่อไป

ooooooo

คำแก้วเล่าเรื่องที่มีปากเสียงกับนายฮ้อยเคนเรื่องควาญบ้าให้บัวเขียวฟังระหว่างพาควายไปล้างตัวที่หนองน้ำ เธอยังโกรธเขาไม่หายที่มาหาว่าเธอ

กุเรื่องควาญบ้าขึ้นมาเพื่อจะรั้งให้เขาอยู่แต่กับเธอ พูดแบบนั้นเท่ากับดูถูกกันชัดๆ ต่อไปเธอจะไม่ยอมมองหน้าเขาอีก แล้วเอาฟางชุบน้ำถูหลังควายอย่างใส่อารมณ์

“ค่อยๆก็ได้คำแก้ว ถึงหนังควายมันสิหนาแต่มันก็ฮู้สึกเจ็บเป็น เดี๋ยวมันก็ดีดเจ้าหน้าทิ่มจิ้มขี้ตมดอก” นายฮ้อยเคนกระเซ้า คำแก้วปรายตามองเขาที่เดินตรงเข้ามาก็รีบหันไปบอกบัวเขียวว่าจะเอาควายไปอาบน้ำที่อื่น แถวนี้บรรยากาศไม่ดีอยู่แล้วหงุดหงิด จากนั้นก็จูงควายออกไป บัวเขียวอาสาจะไปตามเธอมาให้

“บ่ต้องดอกบัวเขียว ข้อยตามไปเอง” พูดจบนายฮ้อยเคนเดินตามคำแก้วจนทันที่อีกด้านหนึ่งของหนองน้ำ ขอโทษที่พูดไม่ดีกับเธอเมื่อวาน เธอยังงอนไม่หายเดินหนีลงน้ำโดยไม่ทันดูว่าตรงนั้นมีปลิงควายอยู่ เขาเหลือบไปเห็นรีบอุ้มเธอขึ้นจากน้ำ สองคนใบหน้าเกือบชนกัน เขาตัดสินใจสารภาพความในใจที่มีต่อเธอ

“อ้ายสิบ่ทนกับความอึดอัดใจที่มีต่อเจ้าอีกแล้วคำแก้ว”

หญิงสาวตกใจนี่เขาอึดอัดใจกับเธอเรื่องอะไร นายฮ้อยเคนมองเธอด้วยสายตาเปี่ยมรัก ถามว่าจะให้บอกตอนนี้เลยไหม คำแก้วเห็นสายตาของเขาก็พอจะเดาออก รีบดันตัวออกห่างด้วยความเขินอาย

“บ่ต้องเว่าตอนนี่ก็ได้ ข้อยบ่อยากฟัง คั่นบ่อยากทนกับข้อยอีกก็บ่ต้องทน ข้อยก็บ่อยากทนคือกัน”

จากนั้นทั้งคู่ต่างสารภาพความรู้สึกที่มีต่อกันด้วยการร้องรำทำเพลงอย่างมีความสุข

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement