นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 8 นิยายไทยรัฐ
วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

advertisement

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 8


17 พ.ย. 2560 07:47
792,181 ครั้ง

ละคร นิยาย นายฮ้อยทมิฬ

นายฮ้อยทมิฬ ตอนที่ 8

อ่านเรื่องย่อ

นายฮ้อยทมิฬ

แนว:

ดราม่า-แอ็คชั่น

บทประพันธ์โดย:

คำพูน บุญทวี

บทโทรทัศน์โดย:

แพรพริมา

กำกับการแสดงโดย:

ธงชัย ประสงค์สันติ

ผลิตโดย:

บริษัท พอดีคำ เอนเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด

วัน-เวลาออกอากาศ: ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.15 น.

ช่องออกอากาศ:

สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ:

ภัทรเดช สงวนความดี,ฝนทิพย์ วัชรตระกูล

ด้วยความโกรธแค้นที่ถูกนายฮ้อยทมิฬเล่นงาน บัวตองบันดาลให้เกิดเมฆหมอกปกคลุมไปทั่วหมู่บ้านหนองแสง ลมกระโชกแรงพัดใบไม้ปลิวว่อน ชาวบ้านพากันหวาดผวาหอบลูกจูงหลานอีกทั้งเป็ดไก่เข้าไปเก็บในเรือน บางคนพนมมือสวดมนต์อยู่หน้าตั่งพระบูชาบนเรือน

ลมพัดประตูหน้าต่างกระแทกกันดังปังๆๆพร้อมกับเสียงหัวเราะแหลมของบัวตองดังไปทั่วทั้งหมู่บ้าน ชาวบ้านกลัวกันถ้วนหน้าเพราะครั้งนี้ดูเหมือนจะรุนแรงกว่าทุกครั้ง ชาวบ้านบางคนทนไม่ไหว รวมตัวกันถือคบไฟไปหาพ่อธรรมที่เรือน โอดครวญว่าไม่ไหวแล้ว คืนนี้ผีปอบอาละวาดหนักกว่าทุกครั้ง พวกตนกลัวกันมาก ชาวบ้านหญิงคนหนึ่งร้องไห้สะอึกสะอื้น

“ผัวข้อยยังบ่กลับเฮือนเลย ป่านนี่สิเป็นจังได๋แนกะบ่ฮู้”

“ลูกชายข้อยก็หายโตไป ข้อยหาเถาะได๋ก็หาบ่พ้อ พ่อธรรมซอยข้อยแน”

“พวกเจ้าพากันกลับไปอยู่เฮือนก่อน ปิดประตูล็อกกลอนให้แน่นหนา แล้วเอายันต์ที่ข้อยให้ไว้ไปแขวนหน้าบ้าน คั่นฟ้ายังบ่แจ้ง ห้ามออกจากบ้านเด็ดขาด” พ่อธรรมสั่งเสียงเครียด...

เด็กชายชาวบ้านหลงเข้าไปในป่าช้าต้องห้าม หาทางออกไม่ได้นั่งร้องไห้อย่างน่าเวทนาอยู่ข้างก่อไผ่ เสียงร้องหาแม่ดังไปทั่วบริเวณ ผีปอบสาวสองตนในสภาพน่าเกลียดน่ากลัวเดินเข้าไปหา เด็กเห็นก็ยิ่งกลัวขอร้องอย่าทำร้ายตนเอง ผีปอบย่างสามขุมเข้าหาหวังจะกินให้อร่อย พลันมีเสียงพ่อธรรมดังขึ้น

“พวกมึงไปให้พ้น อย่ามายุ่งกับเด็กน้อย”

สมุนปอบหาเกรงกลัวไม่ หันมาจะเล่นงานพ่อธรรมแทน เขายกไม้หวายขึ้นมาบริกรรมคาถาอึดใจก็เป่ามนตร์ใส่ไม้แล้วเดินเข้าไปหวดใส่พวกมันทีละตนๆ ทันทีที่หวายถูกร่าง ผีปอบกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดพากันถอยหนี พ่อธรรมเข้าไปคว้าตัวเด็กน้อยเอาไว้ ระหว่างนั้นบัวตองโผล่เข้ามาพร้อมกับลมพัดกระโชกแรงแสดงถึงความกราดเกรี้ยวทางอารมณ์ของเธอ

“ในที่สุดบักขี้ขลาดตาขาวอย่างมึงก็กล้าโผล่หัวออกมาจนได้” บัวตองไม่รอช้าพุ่งเข้าหา พ่อธรรมตวัดไม้หวายในมือฟาดใส่ เธอร้องกรี๊ดๆผงะถอยหลัง เขาตระหนักดีว่าอาคมของตัวเองไม่สามารถกำจัดเธอได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะทำอะไรเขาได้เช่นกัน บัวตองมองเขาอย่างเคียดแค้น

“กูป๋าให้มึงฆ่าชาวบ้านมาโดนแล้ว อีกบ่เหิงดอก นายฮ้อยทมิฬสิกำจัดมึงบ่ให้ได้ผุดได้เกิดแน่ แล้วมึง
กับกูสิได้เบิ่ดเวรเบิ่ดกรรมกันจั๊กเถื่อ อีบัวตอง” พ่อธรรมเอาหวายชี้ขู่บัวตองแล้วพาเด็กน้อยออกไป

“เวรกรรมของมึงกับกู บ่ชาตินี้ชาติหน้าก็ชดใช้กันบ่เบิ่ดดอก มึงกับกูได้พ้อกันอีกแน่” บัวตองขบกรามแน่น

ooooooo

สุบิน เฒ่าอ่ำกับบุญเพ็งและทิดแสงรู้เรื่องที่นายฮ้อยเคนช่วยจ่อยจากพวกผีปอบพามาอยู่ที่ทัพควายก็ไม่ไว้ใจ อยู่กับปอบนานขนาดนั้นเกรงจะกลายเป็นปอบไปด้วย จึงลากตัวเขาออกมาคาดคั้นความจริงว่าได้ปอบเป็นเมียหรือเปล่า เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะให้อยู่ที่นี่กับพวกตนไม่ได้ แล้วพากันล้อมกรอบเขาไว้...

อีกด้านหนึ่งของทัพควาย นายฮ้อยเคนกับพวกผู้ช่วยรวมทั้งอาจารย์เม้าและสีโหกำลังประชุมกันเรื่องที่จ่อยแอบได้ยินว่าพวกโจรปล้นควายฆ่าชาวบ้านไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นจันดีกับพวกตั้งใจจะใส่ร้ายนายฮ้อยเคนซึ่งประกาศกร้าวว่าคราวนี้จะปล่อยเขาไว้ไม่ได้อีกแล้วและต้องตามไปเอาควายคืนให้ชาวบ้าน

แม้จะเห็นดีด้วยแต่อาจารย์เม้าเกรงจะหนักหนาสาหัสเกินไปที่ต้องทำงานสองอย่างพร้อมๆกัน ทั้งปราบโจรทั้งปราบปอบ คนของเราจะไม่พอรับมือ

“แต่เฮาก็ต้องฟ้าวจัดการทุกปัญหาให้เบิ่ดให้ได้ บ่จังซั่นคือสิบ่ได้ออกเดินทางกัน” นายฮ้อยเคนยืนกราน
ระหว่างนั้นจ่อยวิ่งร้องขอความช่วยเหลือจะเข้ามาหาแต่ถูกสุบินกับพวกวิ่งตามมารวบตัวไว้ นายฮ้อยเคนร้องถามว่าคิดจะทำอะไรกับจ่อย เฒ่าอ่ำหาว่าจ่อยเป็นพวกผีปอบ ดังนั้นจะให้อยู่ร่วมกันกับพวกเราไม่ได้

“ข้อยบ่แม่นผีปอบ ซอยบอกพวกมันให้เซาหยุ่งกับข้อยแนนายฮ้อย”

สุบินไม่เชื่อ จ่อยอยู่กินกับปอบได้มันเป็นเมียแล้วจะไม่เป็นปอบไปด้วยได้อย่างไร เขาสาบานว่าไม่เคยแตะต้องปอบสาวตนนั้นแม้จะถูกยั่วยวนไม่เว้นวัน จะให้ไปสาบานที่ไหนก็ได้ว่าตนเองยังบริสุทธิ์อยู่

“ข้อยเฮ็ดผู้สาวบ่เป็น ข้อยบ่เคยเฮ็ดมาก่อน ย่านว่าเฮ็ดผิดๆถืกๆแล้วผู้สาวสิบ่มักข้อยก็เลยบ่...กล้าเฮ็ด”
ทุกคนพากันหัวเราะขำ ขณะที่จ่อยได้แต่ก้มหน้าอายมาก...

ในเวลาต่อมา ระหว่างนายฮ้อยเคนพาจ่อยมาที่บริเวณเกวียนพักแรมของตัวเองโดยมีสองผู้ช่วยตามมาด้านหลัง เขาเห็นจ่อยยังมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ตบไหล่ปลอบอย่าไปถือเป็นเรื่องอับอาย ให้ถือเป็นโชคดีของเขาแล้วที่ไม่ไปหลงเสน่ห์พวกผีปอบ เขาออกตัวจะไม่ให้อับอายได้อย่างไรในเมื่อถูกหัวเราะเยาะขนาดนั้น

“บ่ต้องห่วงไปบักจ่อย ถึงโคราชแวะพักตัวเมืองเมื่อได๋ พวกตาเฒ่าสิแนะนำสาวๆในซ่องให้เจ้าเอง เจ้าสิได้ฮู้ซะทีว่าวิธีเฮ็ดผู้สาวเป็นเมียที่ถืกต้องเฮ็ดจังได๋” ผู้ช่วยถึกช่วยปลอบอีกแรงหนึ่ง

จ่อยดีใจมาก จะได้ไม่มีใครมาดูถูกและหัวเราะเยาะอีก สีโหยังมีอีกเรื่องที่คาใจ ในเมื่อจ่อยแอบตามทัพควายมาโดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งถือว่าผิดกฎให้ร่วมทางด้วยไม่ได้ จ่อยยกมือไหว้ขอร้องนายฮ้อยเคน

“ข้อยขอฮ้อง สิให้กราบตีนก็ได้ เฮื่องพวกบัก-จันดีปล้นฆ่าควายแล้วโยนความผิดให้ คั่นบ่ได้ข้อยเอาความจริงมาบอก นายฮ้อยก็ต้องถูกเข้าใจผิด ขอฮ้องเด้อนายฮ้อย ให้ข้อยเดินทางไปเมืองล่างนำ”

นายฮ้อยเคนอนุญาตให้จ่อยเดินทางไปด้วยได้แต่ต้องเล่าเรื่องผีปอบตนนั้นมาให้หมด ตนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่มันถึงได้เป็นผีปอบที่อาฆาตแค้นได้ปานนั้น จ่อยยินดีจะเล่าทุกอย่างให้ฟัง

ooooooo

หลังได้รู้ความจริงจากจ่อยว่าบัวตองผีปอบสาวตนนั้นมีความแค้นฝังใจกับใครบางคน และแรงอาฆาตนั่นทำให้เธอมีอาคมร้ายกาจ นายฮ้อยเคนไม่รอช้าชวนคำแก้วไปพบกับพ่อธรรมเพื่อสอบถามถึงเรื่องนี้ เขากลับบอกว่าไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน ตอนที่เขามาเป็นหมอธรรมที่นี่ ผีปอบก็ออกอาละวาดหนักแล้ว

“อาคมข้อยจัดการมันบ่ได้ก็เลยต้องไปตามให้อาจารย์ข้อยมาซอยกักขังมันไว้”

“ผีปอบโตนี่อาฆาตแค้นผู้บ่าวที่เฮ็ดให้มันต้องผิดคะลำจนกลายเป็นผีปอบ คั่นสิให้มันหยุดสร้างเวรกรรมก็ต้องหาโตผู้บ่าวผู้นั่นมาขอขมา มันอาจสิลดความอาฆาตลงได้”

พ่อธรรมเกรงจะไม่ได้ผลเพราะผีปอบตนนี้ชั่วช้ามาก ทางเดียวที่จะจัดการมันได้คือต้องใช้อาคมของนายฮ้อยเคนเท่านั้น และขอให้เขาจัดการมันคืนนี้เลย ส่วนเรื่องโจรปล้นควายให้ปล่อยเป็นหน้าที่ของตน...

ระหว่างออกจากหมู่บ้าน คำแก้วยังคาใจเรื่องผีปอบไม่หาย ทั้งที่มันอาละวาดอยู่แถวนี้มานานแล้ว แต่ทำไมพ่อธรรมถึงบอกว่าไม่รู้เรื่องอะไรของปอบตนนี้เลย นายฮ้อยเคนชมเธอว่าฉลาดล้ำ คิดเหมือนตนไม่มีผิดเพี้ยน เราถามอะไรไปพ่อธรรมไม่รู้สักอย่าง มีแต่เร่งให้ไปจัดการกับผีปอบท่าเดียว

“จังซั่นพ่อธรรมก็ต้องปกปิดบางอย่างเอาไว้บ่ยอมให้ไผฮู้ แล้วอ้ายสิเอาจังได๋ต่อล่ะ”

“ก่อนสิซอยชาวบ้านปราบผีปอบ อ้ายต้องฮู้ความจริงให้ได้ก่อนว่าเกิดอีหยังขึ้นกันแน่”...

ฝ่ายพ่อธรรมร้อนตัวกลัวนายฮ้อยเคนจะล่วงรู้ความลับในอดีตของตัวเอง รอจนปลอดคนคว้าจอบลอบเข้าไปในป่าละเมาะห่างจากหมู่บ้านพอสมควร กระทั่งมาถึงจอมปลวกจึงลงมือขุดดินข้างๆจนเจอกล่องที่ตัวเองฝังไว้ หยิบข้าวของมีค่าในนั้นออกมาทั้งแก้วแหวนเงินทองสารพัดชนิด

มีเสียงฝีเท้าใครบางคนดังขึ้นด้านหลัง เขาหันขวับตะโกนถามว่าใคร เงียบไม่มีเสียงขานตอบ เขาคิดว่าหูแว่วไปเองรีบโกยสมบัติในกล่องใส่กระเป๋าที่เตรียมมาอย่างเร่งรีบก่อนจะผละจากไป คล้อยหลังเขาไปไม่นาน บักเทิงที่แอบซุ่มดูอยู่ค่อยๆโผล่ออกจากที่ซ่อนมองตามครุ่นคิดสงสัย...

ในขณะที่นายฮ้อยเคนอยู่จัดการกับปอบที่หมู่บ้าน ผู้ช่วยโทนถูกส่งไปสะกดรอยตามจันดีกับพวก หลังจากแกะรอยตามมาได้สักพัก ต้องรีบหลบหลังพุ่มไม้เนื่องจากพบจันดีกับพวกกำลังปล้นสะดมชาวบ้านกลุ่มหนึ่งอยู่ พวกนั้นยกมือไหว้ร้องขอชีวิต แต่จันดีไม่สนใจฆ่าตายเรียบ

“พวกมึงฟ้าวเอาของมีค่าของพวกมันกลับไปให้เบิ่ด”

กุลาอยากรู้จะให้เอาศพพวกนี้ไว้ไหน จันดีสั่งให้ทิ้งไว้เป็นเหยื่อนกกา แล้วชวนกันไปปล้นชาวบ้านกันต่อ ผู้ช่วยโทนทนไม่ไหวคว้ามีดจะเข้าไปจัดการให้สิ้นซาก แต่แสงโสมซึ่งแอบตามมาคว้าไหล่เอาไว้

“เซา เวลานี้บ่แม่นเวลาที่อ้ายสิมาหาเฮื่องตายเด้ อ้ายโทน”

“แสงโสม!! เจ้ามาอยู่หม่องนี่ได้จังได๋”

แสงโสมเอามือปิดปากผู้ช่วยโทนเอาไว้ สั่งให้เงียบๆ เดี๋ยวพวกมันได้ยินเล่นงานเราตายก่อนจะได้กลับไปรายงานนายฮ้อยเคน จากนั้นเธอลากแขนเขาออกมาห่างๆ ผู้ช่วยโทนตำหนิเธอที่ชอบหาเรื่องใส่ตัว แอบตามมาทั้งที่รู้ว่ามันอันตราย เกิดพวกจันดีมาเจอเข้าต้องเป็นเรื่องแน่ๆ

“อย่ามาดูถูกกันเด้ออ้าย ฝีมือตามฮอยของข้อยดีกว่าอ้ายหลาย บ่มีไผพ้อข้อยดอก”

“ปากเก่ง ถ้านายฮ้อยฮู้ว่าเจ้าเฮ็ดจังซี้ เจ้าสิถูกลงโทษอีกแน่”

“นายฮ้อยบ่ฮู้ดอก คั่นอ้ายบ่เว่า” แสงโสมเห็นผู้ช่วยโทนอ้าปากจะต่อว่าอีก สั่งให้พอได้แล้ว “เฮายังต้องตามฮอยที่กบดานซุมมันให้พ้อ แล้วฟ้าวกลับไปบอกนายฮ้อยให้ยกพวกมาจัดการมันให้เบิ่ด” คุยยังไม่ทันขาดคำ จันดีกับพวกเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังทั้งคู่ไว้...

ผู้ช่วยโทนกับแสงโสมปะทะกันกับพวกของจันดี แสงโสมรอดจากคมดาบแต่ผู้ช่วยโทนถูกฟันแขนบาดเจ็บต้องหนีกันกระเซอะกระเซิงมาตามชายป่าละเมาะ เธอเห็นเขาเลือดไหลมากจึงหยุดเอาผ้าโพกหัวพันแผลที่แขนเอาไว้ เขาเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอบอกให้หนีไปตามนายฮ้อยเคน เขาจะถ่วงเวลาพวกจันดีไว้ให้ แต่เธอไม่ยอมทิ้งเขาไปไหน สภาพเขาเยี่ยงนี้จะให้ทิ้งไปได้อย่างไร

“ก็ยังดีกว่าให้เจ้าถูกมันจับโตไปแล้วกัน ฟ้าวไปได้แล้ว...ไปโลด” ผู้ช่วยโทนได้ยินเสียงจันดีกับพวกใกล้เข้ามาเร่งให้แสงโสมรีบหนี เขาจะไม่ยอมให้พวกมันแตะต้องเธอเด็ดขาด เธอลังเลแต่ในที่สุดก็ยอมหนี ระหว่างวิ่งหนีสุดชีวิต กะปอมหันมาเห็นหลังเธอไวๆตะโกนเรียกคนอื่นให้ไล่ตาม อารามรีบร้อนไม่ทันระวังเธอสะดุดรากไม้กลิ้งตกเนินเขาไม่สูงมากนัก หัวกระแทกต้นไม้หมดสติ กะปอมกับกุลาไล่ตามมาไม่เห็นใครก็แปลกใจ

กุลาจะลองหาแถวนี้ดูก่อน ให้กะปอมไปหาทางอื่น ครั้นกะปอมไปพ้นแล้วเขาจึงกวาดตามองหาไปรอบๆ
อีกครั้ง เจอแสงโสมนอนหมดสติอยู่ รีบเข้าไปดูแล

ooooooo

ในเวลาต่อมา ที่ค่ายพักแรม จันแดงสีหน้าไม่ดีนักเมื่อรู้ว่าผู้ช่วยโทนคลาดกันกับแสงโสมหาจนทั่วก็ไม่เจอ คิดว่าเธอปลอดภัยกลับมาที่นี่แล้วถึงได้ตามมา จันแดงน้ำตาคลอ

“โธ่แสงโสม เป็นหยังถึงได้มักหาแต่เฮื่องเดือดร้อนให้เป็นห่วงอยู่เรื่อย”

ผู้ช่วยถึกสงสารจันแดงจับใจ ปลอบว่าไม่ต้อง เป็นกังวลไป พวกเราจะช่วยกันตามหาแสงโสมกลับมาให้ได้ คำแก้วชวนจันแดงกลับไปรอที่เกวียนของเราก่อนดีกว่า แสงโสมเอาตัวรอดเก่ง บวกกับนายฮ้อยเคนช่วยตามหาด้วยตัวเองแบบนี้รับรองต้องปลอดภัยกลับมา แล้วพาจันแดงออกไป ผู้ช่วยโทนโทษตัวเองที่ปล่อยให้เป็นแบบนี้ นายฮ้อยเคนต้องปลอบว่าไม่ใช่ความผิดเขา

“บ่มีไผฮู้ว่าแสงโสมแอบตามเจ้าไป ตอนนี้เฮาควรตามหาแสงโสมให้พ้อก่อนที่บักคำแสนสิได้โตไป”

“มันฮู้โตว่านายฮ้อยส่งผู้ซอยไปตามหาซุมมันจังซี้ มันคงเตรียมพร้อมรับมือเฮาเต็มที่แน่”

นายฮ้อยเคนเห็นด้วยกับผู้ช่วยถึก สั่งให้ไปตามพวกเราที่มีฝีมือมาให้พร้อม ครั้งนี้คงไม่พ้นการนองเลือด...

ในขณะที่นายฮ้อยเคนเตรียมเปิดศึกครั้งใหญ่ เสือคำแสนกำลังฝึกหนักเพื่อให้สำเร็จอาคมขั้นสูงอยู่กับเฒ่าโสม แต่ไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร หลังจากทดสอบวิชาอาคมที่พร่ำสอนให้ เฒ่าโสมลงความเห็นว่าเขาต้องใช้เวลาอีกหลายปีถึงจะมีฝีมือพอรับมือนายฮ้อยเคนได้ แล้วขยับจะกลับที่พัก เสือคำแสนชักมีดอาคมขวางไว้

“แต่ข้อยไม่มีเวลาถ่าเหิงปานนั่น ข้อยซอยชีวิตเจ้ายกน้องสาวให้เป็นเมียเจ้า เจ้าต้องสอนให้ข้อยมีอาคมเหนือกว่านายฮ้อยทมิฬให้ได้”

เฒ่าโสมเตือนว่าความแค้นที่เสือคำแสนมีต่อนายฮ้อยเคนมากเกินกว่าวิชาอาคมที่ตนจะถ่ายทอดให้ก็เลยฝึกไม่สำเร็จ เสือคำแสนหาว่าเฒ่าโสมถ่วงเวลา สั่งให้บอกมาว่าเขาจะช่วยให้ตนมีอาคมเหนือกว่านายฮ้อยเคนได้ไหม แล้วจ่อมีดที่คออย่างข่มขู่ คุกคาม แต่อีกฝ่ายหาเกรงกลัวไม่

จังหวะนั้นจันดีวิ่งนำกุลากับกะปอมและกาเหว่าเข้ามารายงานเสือคำแสนว่ามีเรื่องนายฮ้อยเคนมาแจ้ง กุลาสบช่องพาเฒ่าโสมแยกตัวออกมา ปล่อยให้เสือคำแสนกับพวกคุยกันตามลำพัง โจรเฒ่าเห็นท่าทางสมุนคู่ใจดูลุกลี้ลุกลนชอบกลถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เขามองไปรอบๆ จนแน่ใจว่าไม่มีใครจึงพาเฒ่าโสมอ้อมไปหลังต้นไม้ใหญ่เพื่อไปพบแสงโสมที่นอนหมดสติอยู่

“ข้อยพ้อลูกสาวพ่อใหญ่ตอนที่ไล่ตามผู้ซอยนายฮ้อย แต่ข้อยพ้อมันผู้เดียว พวกจันดียังบ่ฮู้”

โจรเฒ่าลูบหน้าลูบหลังลูกสาวด้วยความเป็นห่วงถามว่าเธอเป็นอะไร กุลาว่าแค่เป็นลมไปเท่านั้น แต่ถ้าฟื้นขึ้นมาเจอพ่อใหญ่ยังไม่ตายคงตกใจแน่ เฒ่าโสมยังไม่พร้อมจะเจอลูกจึงสั่งให้กุลาเอาเธอไปซ่อนไว้ก่อนอย่าให้เสือคำแสนรู้เด็ดขาด...

ด้านเสือคำแสนสั่งให้ทุกคนเตรียมพร้อมรับมือนายฮ้อยเคนกับพวก เพราะเชื่อว่าจะต้องมาแก้แค้นพวกเราที่ไปใส่ร้ายว่ามันเป็นโจรปล้นควายฆ่าเจ้าทรัพย์ จันดีอดทักไม่ได้ที่เขามั่นใจขนาดนี้แสดงว่าเรียนวิชาอาคมจากเฒ่าโสมมาหมดแล้วใช่ไหม เฒ่าโสมมาทันได้ยินพอดีเตือนเสือคำแสนยังไม่พร้อมรับมือนายฮ้อยเคนตอนนี้ คนถูกเตือนไม่พอใจตะคอกใส่ไม่ได้มีหน้าที่มาทักท้วงแต่ต้องช่วยตนฆ่านายฮ้อยเคนถึงจะถูก

“หน้าที่ฆ่านายฮ้อยบ่แม่นของข้อย คั่นเจ้าอยากฆ่าก็ต้องใช้วิชาอาคมที่เรียนจากข้อยไปลงมือเอง หนี้บุญคุณกับเจ้า ข้อยชดใช้ให้ได้แค่สอนวิชาอาคมเท่านั้น คั่นเจ้ายังบ่พอใจก็แยกย้ายต่างคนต่างไป น้องสาวเจ้าข้อยคืนให้ก็ได้” คำพูดของเฒ่าโสมทำให้เสือคำแสนเดือดดาลชักมีดออกมาจะเอาเรื่อง

จันดีเข้ามาขวางพลางขอร้องให้เขาใจเย็นๆก่อนที่เฒ่าโสมพูดมาถูกต้องแล้ว ถ้าตอนนี้อาคมของเขายังไม่แก่กล้าพอรับมือก็ไม่ควรจะเอาคนไปเสี่ยงจะพานตายเปล่า เฒ่าโสมแนะเสือคำแสนในเมื่อยังมีฝีมือไม่มากพอก็ให้ใช้วิธีลอบโจมตีนายฮ้อยเคนไปทีละน้อย ตัดแขนขาพวกทัพควายไปเรื่อยๆ เมื่อใดที่เสือคำแสนอาคมแก่กล้าพอค่อยจัดการกับมัน เสือคำแสนเริ่มคิดคล้อยตาม

“ก็ได้ ความแค้นของข้อยกับมันต้องสะสางกันแน่ เถื่อนี่ข้อยสิยอมถอย แต่บ่แม่นถอยอย่างหมาจนตรอก ในเมื่อพวกมันกล้าย่างเข้ามา ข้อยก็ต้องสั่งสอนมันบ้าง” เสือคำแสนยิ้มเหี้ยม

ooooooo

คำแก้วเดินมากับบัวเขียวเห็นอาจารย์เม้าเพิ่งเสร็จจากคุยกับพวกชาวบ้านปรี่เข้าไปถามว่ามีเรื่องอะไรกัน เขาเล่าให้ฟังว่าเมื่อคืนผีปอบอาละวาดหนัก ชาวบ้านอยู่กันแทบไม่ได้ ผู้ชายในหมู่บ้านหายตัวไปหลายคน พวกชาวบ้านก็เลยมาถามหานายฮ้อยเคนเมื่อไหร่จะช่วยจัดการกับผีปอบ

“ตอนนี้อ้ายเคนต้องพาคนไปตามซอยแสงโสม สิกลับมาเมื่อได๋ก็บ่ฮู้”

“เทิ้งผีปอบเทิ้งเสือคำแสน นายฮ้อยสิรับมือพร้อมๆกันได้จังได๋...เฮ้อ” ถอนใจเสร็จอาจารย์เม้าผละจากไป คำแก้วมองตามสีหน้าครุ่นคิด บัวเขียวเห็นสีหน้าเธอแล้วรีบดักคออย่าคิดหาเหาใส่หัวไปสืบเรื่องพ่อธรรมกับผีปอบที่นายฮ้อยเคนกำลังสงสัยอยู่เด็ดขาด

คำแก้วอ้างในเมื่อเราเดินทางมาด้วยกัน มีอะไรก็ต้องช่วยๆกันไม่ใช่หรือ บัวเขียวเตือนหากนายฮ้อยเคนกลับมาแล้วรู้เรื่องนี้บ่นสามวันแปดวันไม่เลิกแน่นอน

คำแก้วชินกับคำบ่นคำด่าของนายฮ้อยเคนมาตั้งแต่เด็กแล้ว และถ้าเราไปสืบเรื่องพ่อธรรมจนได้ความจริง เราก็ไม่ต้องเสียเวลาอยู่ที่นี่นาน บัวเขียวเอะใจที่พูดว่าเราหมายความว่าอย่างไร

“ก็เฮาไง ที่จะไปสืบเรื่องพ่อธรรมนำกัน ย่อนว่าคั่นข้อยหายโตไปผู้เดียวเดี๋ยวผู้อื่นสิสงสัย” คำแก้วควงแขนบัวเขียวฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ทันที...

ฝ่ายพ่อธรรมเทสมบัติที่ขุดมาออกจากกระเป๋าผ้า หยิบตะกรุดเส้นเล็กๆเส้นหนึ่งขึ้นมาดูสีหน้าครุ่นคิด พลันภาพในอดีตเมื่อยี่สิบปีก่อนผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของเขา ตอนนั้นเขายังเป็นแค่ทองพูน ไม่ใช่พ่อธรรมอย่างทุกวันนี้ เขาเพิ่งฆ่าแม่ของเคนตาย อินพี่ชายของเคนซึ่งแก่กว่าน้องชายเพียงสามปีเห็นแม่ถูกฆ่าต่อหน้าก็ร้องลั่น หันไปคว้าไม้ใกล้มือจะมาต่อสู้กับทองพูน กลับถูกโจรชั่วเตะท้องจนจุกตัวงอ

“คั่นพ่อกูฮู้ว่าพวกมึงฆ่าแม่กู พวกมึงตายห่าเบิ่ดแน่”

“ผู้ใหญ่สิงห์พ่อมึงน่ะเบาะ ป่านนี้มันกับทุกคนในหมู่บ้านมึงคือสิถูกนายฮ้อยผีฆ่าไปเบิ่ดแล้ว เหลือก็แต่มึงนี่ล่ะที่สิได้ตามพ่อตามแม่มึงไป” ทองพูนเงื้อดาบจะฟันแต่นายฮ้อยผีมีผ้าโพกอำพรางใบหน้าเข้ามาห้ามไว้ แล้วเดินเข้าไปใช้หลังมือฟาดหน้าอินล้มลงหมดสติ จากนั้นนายฮ้อยผีนำสมบัติที่ปล้นชาวบ้านมาเทกองรวมกัน โดยมีอินนอนหมดสติถูกมัดเอาไว้ที่มุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก

“สมบัติที่กูปล้นมาได้ทั้งเบิ่ดกูสิแบ่งให้พวกมึงถ่อๆกันแล้วก็แยกย้ายกันไปให้เบิ่ด”

ทองพูนโวยวาย ทำไมพูดเหมือนจะเลิกปล้น นายฮ้อยผีตั้งใจจะวางมือไปฝึกอาคมให้ตัวเองแก่กล้ากว่านี้ ทองพูนขอตามไปฝึกด้วย นายฮ้อยผีดูแคลน คนอย่างเขาเรียนให้ตายก็ไม่มีทางเก่งขึ้นมาได้ เท่าที่ตนสอนไปก็ใช้หากินหลอกชาวบ้านเอาตัวรอดได้แล้ว ทองพูนตื๊อจะขอไปด้วยให้ได้ นายฮ้อยผีรำคาญ ถ้าเขาไม่อยากได้ ส่วนแบ่ง ตนจะได้ให้คนอื่นเอาไปแทน เขารีบคว้าส่วนแบ่งของตัวเอง

“แยกย้ายกันก็ได้ แล้วลูกชายผู้ใหญ่สิงห์นั่นล่ะ นายฮ้อยสิให้เฮ็ดจังได๋”

นายฮ้อยผีโยนให้เป็นหน้าที่ทองพูนจัดการตามสบาย จากนั้นทองพูนเอาน้ำสาดใส่หน้าอินให้รู้สึกตัว สร้อยตะกรุดหลุดออกมาจากเสื้อทำให้โจรชั่วอยากได้เป็นของตัว อ้างเขาจะตายแล้วคงไม่ได้ใช้ อินไม่ยอมให้

“ตะกรุดอาคมของพ่อให้กูกับน้องชายเอาไว้เถาะนั่น คั่นมึงอยากได้ก็ต้องเอาชีวิตมึงแลก”

“ปากเก่งหลายเด้อมึง” ทองพูนชกท้องอินลงไปจุกแล้วกระชากตะกรุดไปจากคอโดยไม่รู้ว่าอินแอบเอาปืนที่เหน็บเอวเขาไปแล้วยิงใส่ทันที กระสุนถูกไหล่ทองพูนถึงกับร้องลั่น อินจะยิงซ้ำแต่ทองพูนร่ายคาถาทำให้ลูกปืนยิงไม่ออก ลองยิงอีกทีคราวนี้ปืนระเบิดใส่มือร้องโอดโอยลั่น ก่อนจะกัดฟันข่มความเจ็บปวดวิ่งหนี ทองพูนจะตามแต่เจ็บแผลที่หัวไหล่ได้แต่ยืนกำตะกรุดไว้ในมืออย่างเจ็บใจ

ooooooo

ทองพูนซึ่งได้รับบาดเจ็บโซซัดโซเซมาล้มฟุบแถวป่าละเมาะใกล้กับหมู่บ้านหนองแสง บัวตองเพิ่งกลับจากรำปอบผีฟ้าผ่านมาเห็นเขานอนเลือดท่วมตัวรีบพาไปรักษาตัวที่กระท่อมของเธอ

บัวตองดูแลเอาใจใส่ทองพูนอย่างดีทำให้อาการบาดเจ็บของเขาดีขึ้นเป็นลำดับ ความใกล้ชิดทำให้เธอมีใจให้เขา แต่เขาเห็นเธอเป็นแค่ทางผ่าน ระหว่างที่เธอช่วยเช็ดเนื้อตัวให้ ทองพูนดึงบัวตองมากอดจูบไปทั่วตัว แม้จะรักใคร่มีใจให้เขาแต่บัวตองจำต้องบ่ายเบี่ยงเพราะหากปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้เขาจะผิดประเพณี ครูบาอาจารย์จะลงโทษเอาได้ ทองพูนออดอ้อน ถ้าเธอกลัวแบบนี้แล้วเราจะอยู่ด้วยกันได้อย่างไร

“ชีวิตนี้อ้ายขาดเจ้าบ่ได้ อ้ายสัญญา บ่ว่าสิเกิดหยังขึ้นกับเจ้า อ้ายสิขอรับผิดชอบเบิ่ด อ้ายฮักเจ้าอีหลี”

“สัญญาแล้วเด้ออ้าย บ่ว่าเกิดอีหยังขึ้นกับข้อย อ้ายสิอยู่เคียงข้างข้อยตลอดไป”

คำพูนอยากได้บัวตองมาเชยชมจึงรับปากส่งๆ แล้วจูบเธออย่างดูดดื่ม จากนั้นปลดกระดุมเสื้อเธอออก จับนอนราบไปกับเสื่อก่อนจะโถมตัวตาม...

เสียงเรียกของบักเทิงปลุกให้พ่อธรรมตื่นจากภวังค์ รีบเก็บตะกรุดที่ชิงมาจากอินเมื่อ 20 ปีก่อนไว้ในห่อผ้ารวมกับสมบัติต่างๆ เอาซ่อนใต้ตั่งบูชาพระแล้วเดินไปเปิดประตูรับ บักเทิงต่อว่าว่ามัวแต่ทำอะไรอยู่ นายฮ้อยเคนพาคนไปตามล่าเสือคำแสนแล้ว พ่อธรรมอ้างว่ากำลังสวดมนต์ เขามองไปที่ตั่งบูชาพระ ธูปเทียนไม่ได้จุดก็เลยไม่เชื่อ พ่อธรรมเห็นสายตาเต็มไปด้วยความกังขาของอีกฝ่ายก็หาทางไล่ทางอ้อม

“พาซุมเจ้าตามไปซอยนายฮ้อยจัดการกับซุมเสือคำแสน แล้วบ่ต้องมากวนข้อย” พูดจบพ่อธรรมจะปิดประตูแต่บักเทิงเอามือกันไว้ ตนรู้ว่าเขาไม่ได้สวดมนต์เพราะตนเห็นเขาไปขุดเอาสมบัติมาจากป่าละเมาะ ของมีค่าเหล่านั้นเป็นของใคร พ่อธรรมตีหน้าซื่อไม่รู้ว่าพูดเรื่องอะไร บักเทิงดันเขาพ้นทางแล้วเข้าไปรื้อค้นข้าวของ เจอห่อผ้าใส่สมบัติที่ซ่อนไว้ คาดคั้นให้บอกว่าเป็นของใคร ถ้าไม่บอกจะไม่คืนให้ แล้วหันหลังจะไป

พ่อธรรมไม่พอใจคว้าแจกันทองเหลืองฟาดหัวบักเทิงอย่าแรงหมดสติล้มฟุบ อีกมุมหนึ่งหน้ากระท่อม บัวเขียวพยายามกล่อมคำแก้วให้ล้มเลิกความตั้งใจจะมาสืบเรื่องของพ่อธรรมแต่ไม่สำเร็จ จังหวะนั้นพ่อธรรมรีบร้อนออกจากกระท่อมพร้อมห่อผ้าสัมภาระ คำแก้วดึงบัวเขียวหลบ รอจนเขาผ่านไปแล้วรีบสะกดรอยตาม

ooooooo

แสงโสมค่อยๆ ฟื้นคืนสติพบตัวเองถูกมัดมือนั่งพิงต้นไม้ก็แปลกใจมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ขณะกำลังคิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น กุลาเดินถือกระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำเอามาให้ เธอรู้สึกไม่ชอบมาพากล ออกอุบายให้เขาแก้มัด อ้างดื่มน้ำไม่สะดวก ครั้นเขาแก้มัดให้ เธอเล่นงานเขาทันที

ก่อนที่กุลาจะโดนแสงโสมยำเละ เฒ่าโสมเข้ามาห้ามไว้ทัน เธอทั้งตกใจทั้งดีใจปนกันที่ได้เห็นพ่ออีกครั้ง...

ในเวลาเดียวกัน ผู้ช่วยโทนพานายฮ้อยเคนกับชาวทัพควายที่มีฝีมือการต่อสู้มายังจุดที่แยกทางกับแสงโสมแต่ไม่พบร่องรอยของเธอ นายฮ้อยเคนกวาดตามองไปรอบๆก่อนจะพบว่ามีบางอย่างไม่น่าไว้ใจ จึงเดินไปดูที่พื้นพบคราบน้ำมันก็ตระหนักทันที

“แย่แล้ว อยู่นี่มีกับดัก ทุกคนระวังโต” ไม่ทันขาดคำ เสือคำแสนกับจันดีโผล่ออกมาพร้อมกับยิงหน้าไม้ที่ปลายลูกดอกหุ้มผ้าจุดไฟไปยังน้ำมันที่ราดเป็นแนวเอาไว้หวังจะเผานายฮ้อยเคนกับพวกทั้งเป็น นายฮ้อยหนุ่มจะข้ามแนวเขตไฟไปเล่นงานพวกคนชั่ว แต่จันดียิงหน้าไม้ใส่ สีโหต้องพุ่งตัวผลักเขาหลบพ้นทาง แต่ตัวเองกลับถูกลูกดอกเข้าหัวไหล่เต็มๆ นายฮ้อยเคนรีบประคองสีโหที่บาดเจ็บถอยร่นมารวมกลุ่มกับคนอื่น

พวกเสือคำแสนระดมยิงหน้าไม้ใส่กลุ่มทัพควายที่ต้องหลบทั้งไฟหลบทั้งลูกดอก แต่ทุกคนไม่ยอมแพ้ยิงปืนสวนกลับไปบ้าง ลูกดอกจากกะปอมพุ่งมาถูกทิดแสงถึงกับทรุด สุบินเห็นท่าไม่ดีโวยวายลั่น

“นายฮ้อย เฮาติดกับพวกมันแล้ว บ่ฟ้าวไปจากหม่องนี่ เฮาได้เป็นไก่ย่างกันเบิ่ดแน่”

นายฮ้อยเคนยกมือขึ้นพนมแล้วบริกรรมคาถา อึดใจลมพัดเข้ามาหอบใหญ่ ใบไม้ต้นไม้ปลิวว่อน ไฟที่ลุกโหมกระหน่ำโดยรอบถูกลมหอบหายไปในพริบตา สิ่งอัศจรรย์ตรงหน้าทำให้เสือคำแสนกับพวกพากัน

เกรงกลัวอาคมของเขาเผ่นหนีแทบไม่ทัน นายฮ้อยเคนฝากผู้ช่วยโทนดูแลคนเจ็บทางนี้ แล้วรีบไล่ตามพวกโจรชั่วโดยมีผู้ช่วยถึกกับสุบินตามไปด้วย...

ทางด้านแสงโสมยังงงไม่หายที่พ่อยังไม่ตายพยายามจะซักว่าเกิดอะไรขึ้น เฒ่าโสมขอผัดไปก่อน

ไว้จะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังวันหลัง ขอให้รู้ไว้แค่นี้พอว่าตนจำเป็นต้องร่วมมือกับเสือคำแสนสอนอาคมให้ก็เพราะต้องการให้เธอกับจันแดงอยู่รอดปลอดภัย แล้วไล่เธอกลับไปหานายฮ้อยเคนก่อน

“ถ่าฟังข่าวจากพ่อ เจ้าสิฮู้ว่าพ่อตั้งใจสิเฮ็ดหยังเพื่อพาลูกสาวของพ่อกลับมาอยู่นำกันอีก”

แสงโสมยังไม่ทันซักอะไรเพิ่มเติม กุลาวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานว่าพวกนายฮ้อยเคนตกหลุมพรางของเสือคำแสนแล้ว แสงโสมตกใจร้องเอะอะไอ้บ้านั่นวางแผนจะทำอะไรกับนายฮ้อยเคนกันแน่ เฒ่าโสมบอกให้ใจเย็นๆ เสือคำแสนยังไม่มีฝีมือพอจะทำอะไร

นายฮ้อยเคนได้ ถ้าเธอไปเตือนเขาให้รู้ตัวก่อน เขากับพวกต้องปลอดภัยแน่นอน แสงโสมไม่อยากทิ้งพ่อไว้ที่นี่ อยากให้ไปด้วยกัน ท่านทำอย่างนั้นไม่ได้ต้องอยู่ให้มันตายใจ

“ฟังให้ดีนะแสงโสม ห้ามบอกไผแม้แต่เอื้อยเจ้าว่าพ่อยังมีชีวิตอยู่ แล้วถ่าฟังข่าวจากพ่อเถาะนั่น อีกบ่เหิงเฮาสิได้กลับมาอยู่นำกันเบิ่ดทั้งเจ้า จันแดงและคำแก้ว”...

เสือคำแสนกับพวกล่อหลอกให้นายฮ้อยเคน สุบินกับผู้ช่วยถึกมายังเส้นทางที่ตัวเองขุดหลุมดักสัตว์รอท่าไว้ซึ่งข้างใต้มีหลาวฝนปลายแหลมปักอยู่ ส่วนด้านบนคลุมด้วยเศษใบไม้อำพรางไว้ ก่อนที่นายฮ้อยเคนกับพวกจะเสียทีตกหลุมพราง แสงโสมมาเตือนไว้ทัน นายฮ้อยเคนอดแปลกใจไม่ได้

“เจ้าฮู้ได้จังได๋ว่ามันวางกับดักไว้ล่อข้อย แล้วเจ้ารอดจากพวกมันมาได้จังได๋แสงโสม” นายฮ้อยเคนมองแสงโสมอย่างรอคำตอบ

ooooooo

จากนั้นไม่นาน พ่อธรรมเดินไปถึงคอกวัวซึ่งมีชาวบ้านคนหนึ่งเตรียมเกวียนพร้อมเสบียงไว้รอท่าอยู่แล้ว เขาไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าจะไปจากที่นี่จึงฆ่าปิดปากชายชาวบ้านคนนั้น บัวเขียวซึ่งซุ่มดูอยู่กับคำแก้วตกใจมากอ้าปากจะร้องแต่คำแก้วตะครุบปากไว้ทัน สั่งให้อยู่เงียบๆ เธอพยักหน้ารับคำ

พ่อธรรมลากศพชาวบ้านไปซ่อนหลังพุ่มไม้แล้วหาเศษไม้ใบหญ้ามาปิด บัวเขียวไม่เข้าใจทำไมเขาถึงต้องฆ่าชาวบ้านด้วย คำแก้วตั้งข้อสังเกต รีบร้อนขนาดนี้คงกลัวใครจะตามมาฆ่าเลยต้องหนีเอาตัวรอด

“แต่พอธรรมเป็นคนดี เป็นที่เคารพของชาวบ้านหม่องนี่ แล้วไผสิตามฆ่าพ่อธรรมล่ะ”

“ข้อยก็อยากฮู้คือกันนั่นแหละเอื้อย มันต้องเกี่ยวข้องกับเฮื่องผีปอบที่ปกปิดเฮาอยู่แน่” คำแก้วพูดพลางคิดแผนบางอย่างออก คว้ามือบัวเขียวปีนขึ้นไปซ่อนตัวอยู่หลังเกวียนโดยไม่ลืมเอาผ้าคลุมตัวไว้...

ทันทีที่กลับถึงทัพควาย นายฮ้อยเคนสั่งให้ผู้ช่วยทั้งสองคนพาคนเจ็บไปทำแผลให้เรียบร้อย ทุกคนรีบทำตามคำสั่งจึงเหลือเพียงนายฮ้อยเคนกับแสงโสม จันแดงเข้ามาเห็นน้องสาวปลอดภัยกลับมาก็ดีใจ ถามไถ่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง พวกเสือคำแสนทำอะไรเธอหรือเปล่า แสงโสมปรายตามองนายฮ้อยเคนแว่บหนึ่ง

“พวกมันจับข้อยไปแต่บ่ทันได้เฮ็ดหยัง ย่อนว่าข้อยหนีออกมาได้ก่อน”

“แล้วเจ้าจำได้บ่ว่าที่พวกมันจับเจ้าไปขังไว้อยู่ไส อ้ายสิได้พาพวกบุกไป”

แสงโสมอึกอักอ้างว่าถูกปิดตาก็เลยไม่รู้ว่าถูกจับตัวไปไว้ไหน นายฮ้อยเคนซักไม่เลิกแล้วทำไมเธอถึงรู้ว่าพวกเสือคำแสนวางกับดักเขา เธอแต่งเรื่องว่าได้ยินพวกมันคุยกัน พวกมันเกรงกลัวอาคมของเขา

ก็เลยวางกับดักถ่วงเวลาไว้ไม่ให้เขาตามทันระหว่างที่พวกมันหนี นายฮ้อยเคนมองอย่างไม่ค่อยจะเชื่อนัก แต่ยังไม่ทันจะซักถามอะไรเพิ่มเติม บักเทิงเดินกุมหัวเลือดเปรอะเข้ามาบอกว่าพ่อธรรมพยายามจะฆ่าเขา...

คนที่บักเทิงมาฟ้องว่าพยายามฆ่าลงแส้เร่งให้ควายรีบเดิน แต่เนื่องจากน้ำหนักเกวียนมากขึ้นเพราะ คำแก้วกับบัวเขียวแอบขึ้นมาซ่อนตัวอยู่ด้านหลังทำให้ควายเดินได้ช้า แถมเดินไปได้สักพักเกวียนตกหล่ม

พ่อธรรมหัวเสียมากใกล้ค่ำแล้วยังไปไหนไม่ได้ไกล รีบลงจากเกวียนพยายามจะยกล้อเกวียนขึ้นจากหล่มแต่ยกอย่างไรก็ยกไม่ขึ้น เริ่มสงสัยทำไมมันถึงได้หนักมากนักทั้งที่บรรทุกเสบียงเพียงน้อยนิดจึงเดินไปเปิดผ้าที่คลุมท้ายเกวียนออกดู เจอคำแก้วกับบัวเขียวซ่อนตัวอยู่ คำแก้วทำเป็นร้องเอะอะ

“อ้าว นี่เกวียนพ่อธรรมเบาะ ข้อยก็นึกว่าเกวียนผู้อื่นเลยแอบมานอนหลบแดดเล่น”

“อีคำแก้ว กูว่าแล้วว่ามึงกับนายฮ้อยบ่หยุดเสือกเฮื่องกูแน่...ลงมา” ไม่พูดเปล่าพ่อธรรมชักมีดออกมาขู่ คำแก้วทำทียอมจำนนแต่พอเขาเผลอเธอถีบยอดอกหงายหลังตึง แล้วคว้ามือบัวเขียววิ่งหนีเข้าป่าข้างทาง...

ขณะที่คำแก้วกับบัวเขียวตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน นายฮ้อยเคน ผู้ช่วยถึกรวมทั้งบักเทิงกับชาวบ้านกำลังยืนดูศพชายชาวบ้านที่ถูกพ่อธรรมฆ่าตายบริเวณคอกควาย บักเทิงมั่นใจต้องเป็นฝีมือพ่อธรรมแน่นอน พยายามจะฆ่าตนแล้วหนีไปพร้อมกับสมบัติ ผู้ช่วยถึกไม่เข้าใจ พ่อธรรมเป็นคนที่ชาวบ้านเคารพนับถือ ทำไมต้องฆ่าพวกเดียวกันเองด้วย นายฮ้อยเคนเชื่อว่าเขารู้ตัวแล้วว่าตนกำลังสงสัยบางอย่างก็เลยพยายามหนี

ผู้ช่วยถึกอดถามไม่ได้ว่านายฮ้อยเคนสงสัยเรื่องอะไร แต่ยังไม่ทันจะได้คำตอบ ผู้ช่วยโทนวิ่งหน้าเครียดเข้ามารายงานว่าคำแก้วกับบัวเขียวหายตัวไปจากทัพควาย

ooooooo

คำแก้วพาบัวเขียวหนีการไล่ล่าของพ่อธรรมเข้าไปในป่าช้าต้องห้าม บัวเขียวเหนื่อยมากวิ่งต่อไม่ไหวต้องขอหยุดพักครู่หนึ่งก่อน แต่พักได้ไม่กี่อึดใจ พ่อธรรมสะพายห่อผ้าใส่สมบัติตามมาทันชักมีดย่างสามขุมเข้าหาหมายจะฆ่าหมกป่า ทันใดนั้นเกิดลมพัดกระโชกแรงเข้ามาพร้อมกับมีเสียงหัวเราะน่าสะพรึงของบัวตองดังขึ้น

พ่อธรรมชะงักหันมองไปรอบๆหน้าตาเลิ่กลั่ก คำแก้วกับบัวเขียวตกใจไม่แพ้กันเมื่อเห็นบัวตองนำเหล่าสมุนผีปอบปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า พร้อมกับตะโกนด่าเขาเสียงลั่น “สันดานมึงมักเฮ็ดชั่วกับผู้สาวจังได๋ก็ยังชั่วบ่เคยเปลี่ยน บักทองพูน กูบ่ปล่อยให้มึงหนีกูไปได้ดอก มึงมีหนี้กรรมที่ต้องชดใช้ให้กู”

“ผีก็อยู่ส่วนผี อย่ามายุ่งกับกู” พ่อธรรมเงื้อมีดฟัน แต่บัวตองยกมือขึ้นรับไว้

“มึงมันพวกหลอกลวง อาคมกระจอกๆของมึงนับวันมีแต่เสื่อมลงทุกมื้อๆนี่ล่ะที่กูสิเอาชีวิตให้มึงต้องตายทรมานคือกูให้ได้” บัวตองอ้าปากกว้างเห็นฟันแหลมคมน่ากลัวเต็มปากจะงับคอ พ่อธรรมยกมือขึ้นกันเธอก็เลยงับแขนเขาจมเขี้ยวถึงกับร้องลั่น เขาสะบัดมือออกวิ่งหนี ทิ้งคำแก้วกับบัวเขียวไว้ท่ามกลางสมุนปอบ ขณะที่บัวตองหายตัวไปตามล่าพ่อธรรมอย่างไม่ลดละ...

นายฮ้อยเคนแกะรอยจนมาเจอเห็นเม็ดกระถินที่คำแก้วโรยไว้บนเส้นทางเป็นหย่อมๆ ก็รีบตามไปทันที ผู้ช่วยโทนอดถามไม่ได้ทำไมถึงมั่นใจว่าเป็นฝีมือคำแก้ว เขาเคยสอนเธอตอนเป็นเด็กน้อยว่า

“เวลาไปหาของป่า คั่นย่านหลงทางก็ให้โฮยในหมากกระถินบอกทางเอาไว้”...

คำแก้วมองผีปอบที่ล้อมกรอบกันเข้ามา หวาดกลัวไม่แพ้บัวเขียวที่เอาแต่ยืนตัวสั่น ครั้นเห็นท่อนไม้ใกล้มือรีบคว้าเอามาสกัดไม่ให้พวกมันเข้าใกล้ แต่พอเอาไม้ฟาดใส่ไม้หักสะบั้นแต่ปอบไม่เป็นอะไร ปอบสะบัดหลังมือใส่คำแก้วล้มกลิ้งไม่เป็นท่า ปอบอีกตนพุ่งเข้าเล่นงานบัวเขียวคว้าคอบีบไว้แน่น คำแก้วจะเข้าไปช่วยก็ถูกปอบอีกตัวขวางไว้พร้อมกับตวัดเล็บคมกริบราวกับมีดเฉี่ยวแขนเลือดซิบ

ก่อนที่สองสาวจะเสียทีให้ผีปอบมากไปกว่านี้ นายฮ้อยเคนเข้าไปช่วยไว้ทัน ใช้มีดอาคมจัดการเหล่าปอบหางแถวสิ้นฤทธิ์ โดยที่ผู้ช่วยทั้งสองคนไม่ต้องออกแรง แล้วเข้าไปพยุงคำแก้วให้ลุกขึ้น ส่วนสองผู้ช่วยเข้าไปดูแลบัวเขียว นายฮ้อยเคนเห็นคำแก้วยังอยู่ครบสามสิบสองก็เบาใจ ถามว่าแอบตามพ่อธรรมมาใช่ไหม

“พ่อธรรมบ่แม่นคนดีอย่างที่เฮาสงสัยอีหลี ข้อยเห็นเพิ่นฆ่าชาวบ้านแล้วหอบสมบัติคึดหนีจากผีปอบ บัวตอง ย่อนว่าเพิ่นมีความแค้นกันอยู่ ข้อยได้ยินผีปอบบัวตองเว่าว่าพ่อธรรมมีหนี้กรรมที่ต้องชดใช้มัน ตอนนี่มันกำลังตามล่าเอาชีวิตพ่อธรรมอยู่”

นายฮ้อยเคนสั่งให้สองผู้ช่วยพาคำแก้วกับบัวเขียวกลับทัพควายไปก่อน ตนจะไปจัดการทั้งคนทั้งผี คำแก้วเป็นห่วงจะตามไปด้วยแต่ผู้ช่วยถึกจับแขนเอาไว้ไม่ให้ตาม

ooooooo

พ่อธรรมรู้ตัวว่าหนีไม่พ้นเงื้อมมือบัวตอง คุกเข่าอ้อนวอนให้ปล่อยเขาไป อย่าทำอะไรเขาเลย เธอสำแดงฤทธิ์เดชยกเขาลอยขึ้นเหนือพื้นผลักให้ไปกระแทกต้นไม้ถึงกับกระอักออกมาเป็นเลือด นายฮ้อยเคนตามมาทันร้องห้ามเอาไว้ ขอให้เธออย่าสร้างเวรสร้างกรรมอีกเลย บัวตองไล่ตะเพิดเขาไปให้พ้นนี่ไม่ใช่เรื่องอะไรของเขา

“เจ้าเป็นผีฮ้ายฆ่าชาวบ้านตายไปหลาย คั่นข้อยทนเบิ่งซือๆบ่เฮ็ดหยัง ข้อยก็คงไปจากหม่องนี่บ่ได้”

“จังซั่นให้กูฆ่ามันแล้วมึงสิได้เป็นศพต่อไป” ว่าแล้วบัวตองสะบัดมือในอากาศ ท่อนไม้ใหญ่พุ่งกระแทกร่างนายฮ้อยเคนที่ไม่ทันตั้งตัวกระเด็นล้มกลิ้ง พ่อธรรมเห็นเธอเล่นงานนายฮ้อยเคนอยู่ก็รีบวิ่งหนี เธอหายตัวมาโผล่ตรงหน้าบีบคอเขาไว้ พ่อธรรมรีบยกมือไหว้ขอขมาต่อเธอ อ้างที่ต้องทิ้งเธอไปเพราะมีคดีติดตัว

“คั่นตำรวจมาพ้ออ้าย เจ้าสิถืกกล่าวหาว่าเป็นเมียโจรไปนำ”

“เซา มึงบ่ต้องขี้ตั๊วอ้างว่าเห็นใจกู มึงก็แค่หลอกเอากูเป็นเมียแล้วยังลักสมบัติของกู ฆ่าพ่อ แม่กู ฆ่าหมู่กู มึงเฮ็ดให้กูต้องเคียดแค้นจนกูต้องผิดคะลำกลายเป็นปอบผีฟ้า ถึงเวลาที่มึงต้องชดใช้กู กูต้องเป็นปอบผีฟ้าทุกข์ทรมานบ่ได้ผุดได้เกิดย่อนมึงยังบ่พอ ยังให้บักนายฮ้อยผีลูกพี่มึงมาสะกดวิญญาณกูแล้วมึงก็ตั้งโตเป็นพ่อธรรมหลอกให้ชาวบ้านหลงเชื่อ คนอย่างมึงมีเวรกรรมให้ต้องชดใช้หนักกว่ากูหลาย” พูดจบบัวตองกัดคอพ่อธรรม

นายฮ้อยเคนตั้งหลักได้เอามีดอาคมฟันหลังผีปอบ ร่างติดไฟด้วยฤทธิ์เดชของมีดอาคม

“นาย...นายฮ้อยทมิฬ มึงบ่แม่นนายฮ้อยคนดีมีคุณธรรมดอก มึงซอยคนชั่วอย่างมัน มึงก็ชั่วคือกันกับนายฮ้อยผีพวกมันนั่นแหละ”

“กูเป็นนายฮ้อยค้าควายซอยชาวบ้านเถาะนั่น กูบ่แม่นซุมเดียวกับนายฮ้อยผี”

บัวตองเริ่มทรุดลงกับพื้นไฟลุกไหม้ทั้งตัวร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแต่ปากไม่วายสาปแช่งไม่ให้นายฮ้อยเคนเดินทางไปถึงเมืองล่าง ขอให้ความทุกข์ยากความเห็นแก่ตัวทำให้พวกเขาตายห่ากันหมด แช่งได้แค่นั้นร่างของเธอก็ไหม้ไม่เหลือซาก พ่อธรรมยังกระเสือกกระสนไปหยิบห่อผ้าใส่สมบัติที่ตกพื้น นายฮ้อยเคนหันไปเห็นก็ชิงหยิบขึ้นมาเสียก่อน พ่อธรรมขอร้องให้ช่วย ตนยังไม่อยากตาย

“เจ้าเป็นลูกน้องนายฮ้อยผีแม่นอย่างที่บัวตองเว่าอีหลี”

พ่อธรรมพยักหน้ายอมรับ เลือดสดๆยังไหลออกจากบาดแผลที่คอไม่หยุด...

ทางฝ่ายคำแก้วเป็นห่วงความปลอดภัยของนายฮ้อยเคนเนื่องจากไม่ไว้ใจพ่อธรรมตัดสินใจจะกลับไปหา ผู้ช่วยโทนปล่อยเธอไปคนเดียวไม่ได้จึงอาสาไปเป็นเพื่อน ฝากให้ผู้ช่วยถึกพาบัวเขียวกลับกันไปก่อน

ooooooo

นายฮ้อยเคนอยากรู้เรื่องนายฮ้อยผีจึงยอมช่วยเหลือพ่อธรรมพาไปนั่งพิงต้นไม้ดูแผลถูกกัดให้ แต่เขาอาการหนักเกินเยียวยา หากจะช่วยคงทำได้ก็แค่ไม่ให้ตายอย่างทรมาน พ่อธรรมยินดีจะมอบสมบัติในห่อผ้าให้หากช่วยให้เขารอดตาย นายฮ้อยเคนทักท้วงนั่นไม่ใช่ของของเขา นายฮ้อยผีกับเขาปล้นฆ่าผู้อื่นมา

“มันก็คือเวรกรรมที่ติดโตจนเฮ็ดให้เจ้าต้องลงเอยด้วยความทุกข์ทรมานจังซี้”

“เจ้าบ่ต้องมาสมเพชข้อย คั่นเจ้าบ่ซอยก็เอาสมบัติข้อยคืนมา ข้อยไปขอให้นายฮ้อยผีซอยก็ได้” พ่อธรรมรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายแย่งห่อผ้าใส่สมบัติจากมือนายฮ้อยเคนพยายามจะลุกเดินแต่ไม่มีแรง จึงทรุดลงไปอย่างเดิม ห่อสมบัติหลุดมือข้าวของกระจัดกระจายรวมทั้งตะกรุดของอินพี่ชายนายฮ้อยเคนด้วย

ระหว่างนั้นคำแก้วเดินนำผู้ช่วยโทนกลับมาเจอนายฮ้อยเคนกับพ่อธรรม ขยับจะเข้าไปหา แต่ผู้ช่วยโทนดึงแขนไว้เพราะเห็นสภาพของพ่อธรรมแล้วไม่มีทางทำอะไรเขาได้และดูเหมือนทั้งคู่มีบางอย่างต้องสะสางกัน

คราวนี้นายฮ้อยเคนเป็นฝ่ายต่อรองบ้างหากพ่อธรรมบอกที่อยู่ของนายฮ้อยผี ตนจะช่วยให้เขาตายโดยไม่ทรมาน เขาแปลกใจอยากรู้ไปทำไม นายฮ้อยหนุ่มจึงเล่าให้ฟังว่านายฮ้อยผีฆ่าครอบครัวของเขาฆ่าชาวบ้านโนนแดงตายหมด พ่อของเขาคือผู้ใหญ่สิงห์แห่งบ้านโนนแดง

“ที่แท้เจ้า...ก็คือลูกชายคนเล็กของนายฮ้อยสิงห์ ...ฮ่าๆๆโชคชะตาเล่นตลกกับข้อยหลาย ข้อยเกือบตายย่อนอ้ายเจ้าจนต้องหนีมาอยู่หม่องนี่ ตอนนี้ข้อยกลับต้องมาร้องขอชีวิตจากน้องชายมัน”

“เจ้าเกือบถืกอ้ายข้อยฆ่าตาย เจ้าหมายความว่าจังได๋” นายฮ้อยเคนกระชากคอเสื้อพ่อธรรมขึ้นมาตะคอกถาม ได้ความว่านายฮ้อยเคนไม่ใช่คนเดียวที่รอดตาย นายฮ้อยผีสั่งให้ตนฆ่าอินพี่ชายของเขา แต่อินยิงตนแล้วหนีไปได้ ถ้าเขาอยากรู้ว่าอินอยู่ไหน เขาต้องช่วยชีวิตตนก่อน นายฮ้อยเคนไม่เชื่อ พ่อธรรมมีหลักฐานเป็นตะกรุดที่ผู้ใหญ่สิงห์มอบให้อินแล้วชี้ไปที่ตะกรุดเส้นนั้น เขาหยิบขึ้นมาดูก็จำได้ทันที

“ฟ้าวซอยข้อยแล้วปล่อยข้อยไป เจ้าสิได้พ้ออ้ายเจ้า” พูดจบพ่อธรรมชักเกร็ง นายฮ้อยเคนรีบประคองเอาไว้ คำแก้วกับผู้ช่วยโทนเห็นดังนั้นก็เข้าไปช่วย แต่เขาเลือดออกมากไม่สามารถทำอะไรได้ แม้ใกล้ความตายเข้าไปทุกขณะ แต่พ่อธรรมก็ไม่ยอมเปิดปากบอกทั้งเรื่องอินและที่อยู่ของนายฮ้อยผี ปล่อยให้ความลับตายไปกับตัวเองท่ามกลางความเจ็บใจของนายฮ้อยเคน

ooooooo

หลังจากปราบผีปอบอีกทั้งยังทำความจริงเรื่องที่ไม่ได้เป็นโจรปล้นควายฆ่าเจ้าทรัพย์ให้กระจ่างแจ้ง พวกทัพควายพากันดื่มฉลองและร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน สีโหซึ่งได้รับการทำแผลที่แขนข้างหนึ่งแต่ต้องมีผ้าคล้องไว้ เข้ามายืนข้างๆบัวเขียวที่กำลังฟังหมอลำเพลินๆอยู่

“ในที่สุดผีปอบก็ถูกนายฮ้อยจัดการไปได้ซะที มื้ออื่นเฮาก็คงได้ออกเดินทางกันต่อ เจ้าดีใจบ่”

“ดีใจเด้อ้าย แต่เฮาต้องเดินทางอีกไกลกว่าสิฮอด เมืองล่าง บ่ฮู้ต้องพ้ออันตรายอีหยังอีก”

สีโหอาสาจะปกป้องบัวเขียวเองไม่ว่าจะเกิดเหตุอะไรขึ้น รับปากจะต้องพาเธอไปถึงเมืองล่างได้อย่างแน่นอน เสร็จจากค้าควายเมื่อไหร่ เขาจะเป็นคนพาเธอไปเที่ยวเมืองบางกอกให้สนุก แถมจะพาไปไหว้พระแก้วมรกตอีกด้วย เพื่อความมั่นใจบัวเขียวให้เขาสัญญา สีโหเผลอตัวยกนิ้วก้อยข้างที่บาดเจ็บขึ้นมาจะเกี่ยวก้อยกับเธอ ถึงกับร้องโอ๊ยลั่น จ่อยที่ยืนอยู่ข้างหลังแกล้งกระแอมพร้อมกับกระเซ้าเขาเล่น

“โอ้ย จังเป็นตาซังเนอะบักสีโห เจ็บซำแผลถูกลูกดอกแต่แหกปากอย่างกับถูกลูกปืน”

“อ้าวบักจ่อย ปากหมาจังซี้มันเป็นตาลากคอกลับไปให้พวกผีปอบเฮ็ดผัวซะให้เข็ด บ่ต้องเดินทางไปกับทัพควายนำ” สีโหกระเซ้าคืนอย่างเจ็บแสบ สุบินเกลียดขี้หน้าจ่อยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็ซ้ำเติมทันที

“เออว่ะ บักสีโหเว่าเข้าท่า บักจ้อยมันบ่มีน้ำยาเฮ็ดผู้สาวเป็นเมียก็ปล่อยให้มันเฮ็ดผีปอบเป็นเมียอยู่หม่องนี่แล้วกัน” กระเซ้าจบ สุบินหัวเราะชอบใจ จ่อยไม่พอใจต่อยเขาปากแตกเลือดซิบ สุบินไม่ยอมให้เจ็บตัวฟรีอัดจ่อยคืน สองคนต่อยกันอุตลุด จันแดงกับบัวเขียวกลัวเรื่องจะบานปลายรีบเข้าไปห้าม สุบินกำลังของขึ้นไม่ดูอะไรทั้งนั้นหันมาผลักจันแดงล้มก้นจ้ำเบ้าผ้าคลุมหน้าหลุดเผยให้เห็นแผลเป็นจากโรคเรื้อน

จันแดงเห็นสายตารังเกียจจากผู้คนก็ใจเสียรีบดึงผ้ามาคลุมไว้อย่างเดิมก่อนจะวิ่งหนี ผู้ช่วยถึกไม่พอใจจะเข้าไปเอาเรื่องสุบิน แต่เฒ่าอ่ำขวางไว้ เกิดการชุลมุนกันขึ้น สามเฒ่า เข่ง อ่วมและแต้มที่กำลังร้องรำทำเพลงกลับหัวเราะชอบใจ ชวนกันเป่าแคนเล่นพิณตีกลองให้เข้ากับเหตุตะลุมบอนตามประสาคนเมาเหล้า...

คำแก้วเดินมาที่บริเวณเกวียนของนายฮ้อยเคนร้องเรียกเขาอยู่นานแต่ไม่มีเสียงตอบกระทั่งเดินไปดูที่ด้านหลังเห็นเขานั่งกำสร้อยตะกรุดของพี่ชายไว้ในมือโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง

“อ้าย หมู่เฮามีเฮื่องตีกัน อ้ายฟ้าวไปห้ามแน”

นายฮ้อยเคนบ่นอุบ เหล้าเข้าปากเมื่อไหร่พอเมาได้ที่ก็ตีกันทุกที นี่ตนสั่งอาจารย์เม้าเอาไว้แล้วเดี๋ยวอาจารย์ก็คงจะจัดการให้เองแล้วลุกขึ้นคว้าย่ามเตรียมจะออกไป คำแก้วร้องทักจะไปไหน เขาไล่ให้เธอกลับไปได้แล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องอะไรของเธอ คำแก้วไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเขาจะไปหาหลักฐานเพิ่มเติมที่เรือนพ่อธรรม

“อ้ายสั่งเจ้ากับผู้ซอยถึกไว้ เจ้าจำได้บ่”

“ข้อยจำได้ ข้อยกับผู้ซอยถึกรับปากว่าสิบ่เว่าเฮื่องนั่นให้ไผฟังเด็ดขาด แต่สิให้ข้อยเฮ็ดเป็นบ่สนใจความฮู้สึกของอ้าย ข้อยเฮ็ดบ่ได้”

“เฮ็ดบ่ได้ก็ต้องเฮ็ด ย่อนว่ามันบ่แม่นเฮื่องที่เจ้าต้องมายุ่ง นี่เป็นคำสั่ง” นายฮ้อยเคนดันคำแก้วพ้นทางแล้วจ้ำอ้าวออกไป เธอได้แต่มองตามไม่สบอารมณ์...

เป็นอย่างที่คำแก้วคาดไว้ไม่มีผิด นายฮ้อยเคนไปหาหลักฐานเพิ่มเติมที่กระท่อมพ่อธรรมโดยมีบักเทิงคอยช่วยเหลือแต่ไม่ได้อะไร บักเทิงเองก็ไม่ค่อยจะรู้อะไรเกี่ยวกับพ่อธรรมมากนัก เคยได้ยินเขาพูดถึงภูเสือบ่อยครั้ง แต่ที่นั่นอยู่คนละทางกับที่นายฮ้อยเคนจะพาทัพควายไป

“ข้อยฮู้จักดี ซื่อเสียงของภูเสือร่ำลือกันว่าเป็นภูเหล็กไหล มีภูตผีปิศาจและสัตว์ฮ้ายเฝ้าภูนั่นอยู่ ไผบ่มีอาคมย่างเข้าไปแล้วมีแต่ต้องตายอยู่บนนั่นอย่างเดียว”

“คั่นนายฮ้อยฮู้จักดีแล้วข้อยก็ซอยได้เท่านี่ ระวังโตนำ” ว่าแล้วบักเทิงผละจากไป อึดใจคำแก้วเข้ามา

“ภูที่มีแต่อันตรายจังซั่น เพิ่งอกสั่นขวัญหายเฮื่องผีปอบมากันแท้ๆ แล้วอ้ายสิไปอธิบายให้หมู่เฮาเข้าใจได้จังได๋ว่าทัพควายต้องออกนอกเส้นทางไปจัดการปัญหาคาใจของอ้ายหม่องนั่นก่อนไปเมืองล่าง”

นายฮ้อยเคนรับปากจะไม่ไปที่นั่น แต่คำแก้วไม่เชื่อ เขาพูดชัดเจนขนาดนี้แล้วยังไม่เชื่อกันอีกแสดงว่าขี้หูของเธอต้องเต็มจนล้น ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาจะช่วยเขี่ยออกให้แล้วดึงเธอเข้ามาใกล้ๆ คำแก้วแกะมือเขาออก สั่งห้ามเบี่ยงเบนประเด็น เขากลับทำไม่รู้ไม่ชี้เสดึงหูเธอมาใกล้ๆ คำแก้วเจ็บร้องลั่นให้ปล่อย

“เจ็บก็ดี ต่อไปเจ้าสิได้จำเวลาอ้ายสั่งอีหยังแล้วเจ้าต้องเฮ็ดตาม”

คำแก้วต่อว่าแทนที่จะขอบใจ ถ้าไม่ได้เธอแอบตามพ่อธรรมไป เขาจะจัดการผีปอบได้หรือ เขาออกปากการปราบปอบคราวนี้เกือบทำให้เขาต้องเสียเธอไปแล้วจับไหล่เธอทั้งสองข้างดึงเข้าหาด้วยความเป็นห่วง

“แฮงเดินทางไกลบ้านเถาะได๋อันตรายมันก็แฮงหลายขึ้น อ้ายอยากให้เจ้าอยู่ใกล้อ้ายหลายกว่านี่เข้าใจบ่” คำพูดและแววตาอบอุ่นจริงใจของเขาทำเอาคำแก้วอดหวั่นไหวไม่ได้ บอกว่าใกล้แค่นี้คงจะพอแล้ว นายฮ้อยเคนรู้สึกตัวรีบถอยห่าง สัญญาว่าจะไปภูเสือก็ต่อเมื่อค้าควายที่เมืองล่างเสร็จแล้ว เธอตกใจ

“เดี๋ยวอ้าย จังซั่นก็หมายความว่าค้าควายเสร็จแล้วอ้ายสิถิ่มข้อยไปอีกแม่นบ่”

“อ้ายบ่ถิ่มเจ้าไปดอก แต่เจ้ามีญาติพี่น้องแล้ว จันแดงกับแสงโสมสิซอยดูแลเจ้ายามที่อ้ายบ่ฮู้ว่าสิได้พ้อเจ้าอีกเมื่อได๋” พูดจบนายฮ้อยเคนผละจากไป คำแก้วมองตามน้อยใจที่เขาพยายามผลักไสเธอออกจากชีวิต

ooooooo

จันแดงหลบมานั่งร้องไห้คนเดียวได้สักพักผู้ช่วยถึกตามเข้ามา เธอไม่อยากพบหน้าใครลุกขึ้นจะเดินหนี เขาคว้ามือไว้ ปลอบว่าไม่ต้องไปสนใจใครจะมองเธออย่างไร แต่ถ้าใครคิดจะมาดูถูก เขาจะเลาะเขี้ยวมันเอง

“แฮงอ้ายเฮ็ดจังซั่นแฮงสิมีแต่คนซังคนย่านข้อยหลายกว่าเก่า” จันแดงแกะมือผู้ช่วยถึกออกแล้ววิ่งหนีแต่สะดุดขาตัวเองล้ม เขาเข้าไปช่วยพยุงแต่เธอปัดมือสั่งห้ามมายุ่ง

“เหลือโตนข้อยเถาะอ้าย ผู้อื่นซังย่านข้อยจังได๋ข้อยก็ยังพอทนสายตาซุมนั่นได้ แต่...แต่คั่นมื้อนึงอ้ายเกิดทนซังย่านข้อยขึ้นมาบ่ได้ ข้อยคงทนอยู่บ่ได้อีก” จันแดงร้องไห้ฟูมฟาย ผู้ช่วยถึกสงสารเธอจับใจดึงมากอด

“อ้ายสัญญา อ้ายบ่มีวันซังย่านเจ้าแน่นอน ความงามของเจ้าบ่ได้อยู่ที่หน้าตา แต่อยู่ที่ใจของเจ้าต่างหาก จันแดง” ผู้ช่วยถึกเชยคางจันแดงให้เงยหน้าขึ้นมาปาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน แล้วเปิดผ้าคลุมหน้าออกบรรจงจูบรอยแผลเป็นโดยไม่รังเกียจ พร้อมกับสารภาพความในใจหมดเปลือก เธอตกใจผลักเขาออกห่าง

“บ่ได้ คนดีๆอย่างอ้ายบ่มีทางมาฮักผู้สาวหน้าตาเป็นตาย่านหลายอย่างข้อยได้ดอก” จันแดงว่าแล้วเดินกะเผลกๆออกไป ผู้ช่วยถึกจะตามแต่เธอหันมาสั่งไม่ให้ตามและต่อไปห้ามเข้ามาใกล้เธออีก เขาได้แต่มองตามเธอเดินจากไปด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย...

อีกมุมหนึ่งของทัพควาย แสงโสมนั่งถอนใจเป็นกังวลใจที่พ่อยังอยู่กับพวกเสือคำแสน ผู้ช่วยโทนเข้ามาทางด้านหลังกระเซ้าว่ากำลังคิดถึงเขาอยู่หรือ เธอตกใจหันไปเหวี่ยงหมัดโดนเต็มหน้าฐานทำให้ตกใจ เขาโอดครวญไม่ได้มาทำร้ายสักหน่อย แค่จะเอากิ้งก่ามาให้กิน เธอปฏิเสธทันทีว่าไม่หิวให้เขาเอากลับไป แล้วต่อไปนี้ไม่ต้องมาคอยตามเธออีก ไม่อย่างนั้นจะโดนมีดเสียบพุง

“ข้อยว่าตั้งแต่เฮาซอยเจ้ากลับมาจากพวกเสือคำแสนแล้ว เจ้าแปลกๆไปนะแสงโสม หรือว่า...ที่จริงแล้วเจ้าถูกพวกมันข่มเหงรังแกมาแต่ย่านอายบ่กล้าบอกไผแม่นบ่”

แสงโสมโกรธมากที่ผู้ช่วยโทนคิดว่าเธอถูกลวนลามต่อยหน้าเขาเต็มแรงเลือดกำเดากระฉูด สั่งให้เขาจำใส่กะโหลกเอาไว้ คนอย่างเธอไม่มีวันให้ใครมาแตะต้องแล้วไล่ตะเพิดไปให้พ้นหน้า เธออยากอยู่คนเดียว

“แสงโสม อ้ายห่วงเจ้าหลาย มีหยังก็เว่ากับอ้ายได้”

ระหว่างนั้นจันแดงเดินร้องไห้สะอึกสะอื้นเข้ามา กอดแสงโสมเอาไว้ ผู้ช่วยโทนร้องถามจันแดงว่าเป็นอะไร แสงโสมรำคาญตวาดแว้ดไม่ต้องมายุ่งกับเราสองพี่น้องแล้วโอบไหล่พี่สาวออกไป กระทั่งพ้นสายตาของผู้ช่วยจอมจุ้น แสงโสมถามว่าเกิดอะไรขึ้น ใครทำอะไรให้ถึงร้องไห้ขนาดนี้ เธอส่ายหน้าไม่มีใครทำอะไร

“ข้อยบ่เชื่อ ต้องเป็นผู้ซอยถึกแน่นอน มันชอบมาวอแวเอื้อย บักห่าเอ๊ย กูเผลอคราวเดียวบ่ได้ กูสิเอาเลือดหัวมึงออก” ไม่พูดเปล่า แสงโสมขยับจะไป จันแดงดึงมือไว้สั่งห้ามเธอทำร้ายผู้ช่วยถึกเด็ดขาด เขาไม่ได้ทำอะไรตน เขาดีกับตนมาก คอยดูแลทุกอย่าง ตนต่างหากที่ทำไม่ดีกับเขา แสงโสมไม่ต้องเดาก็รู้ว่าพี่สาวมีใจให้ผู้ช่วยถึก บ่นอุบไม่น่าไปหลงรักพวกในทัพควายเพราะเมื่อถึงเวลาต้องไปจะมานั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่า

“ถึงเวลาต้องไป! เจ้าหมายความอีหยัง”

“ก็หมายความว่าเฮาตามทัพควายไปถึงเมืองล่างก็ต้องแยกย้ายกันไปไงเอื้อย”

จันแดงเห็นท่าทางของน้องสาวเหมือนปิดบังบางอย่างอยู่ แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร มีเสียงหมาหอนดังขึ้นเสียก่อน แสงโสมรู้ทันทีว่านั่นเป็นสัญญาณจากกุลา รีบชวนจันแดงกลับเกวียนพัก

ooooooo

ตกค่ำแสงโสมลอบออกมาพบกับกุลาและเฒ่าโสมตามที่นัดแนะกันเอาไว้ เธอไม่เข้าใจทำไมป่านนี้แล้วพ่อถึงไม่ยอมให้บอกจันแดงเรื่องที่พ่อยังไม่ตาย เขาอยากให้รู้กันน้อยคนเพื่อความปลอดภัยแล้วถามว่าแผนที่ซ่อนสมบัติที่ตนเคยให้ไว้ยังอยู่ดีใช่ไหม เธอพยักหน้าแต่ก็เกือบจะถูกจันแดงเผาทิ้งโชคดีที่เธอเก็บเอาไว้ได้

“นั่นไง เอื้อยเจ้าเป็นพวกใจอ่อน พ่อถึงยังให้เจ้าบอกเอื้อยตอนนี้บ่ได้ เจ้าต้องเก็บแผนที่นั่นให้ดี อย่าให้ไผได้มันไปเด็ดขาด ระหว่างที่พ่อสิหาทางเฮ็ดให้เสือคำแสนมันตายใจ”

แสงโสมอยากรู้ว่าพ่อจะให้เธอทำอย่างไรต่อไป เฒ่าโสมให้เธอรอโอกาสเหมาะก่อนแล้วค่อยบอกเรื่องนี้กับจันแดง จากนั้นก็ให้หาทางหนีไปจากทัพควาย เดินทางตามแผนที่ขุมทรัพย์ไปเจอท่านที่นั่น และให้พา คำแก้วไปด้วย แสงโสมอิดออดไม่ยอมรับคำแก้วเป็นพี่สาวอีกคนเนื่องจากเกลียดขี้หน้า

“เจ้าต้องยอม พ่อสิบ่ถิ่มคำแก้วไว้กับผู้อื่นอีกแล้ว ถึงเวลาที่เฮาสิได้อยู่กับฮ่วมเป็นครอบครัว รับปากพ่อ แสงโสม...รับปาก” เฒ่าโสมคาดคั้น แสงโสมได้แต่ถอนใจหนักใจ...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน จันดีแอบย่องเข้าหาบุญตาที่กำลังนุ่งผ้ากระโจมอกหวีผมอยู่หน้ากระจกเงา คว้าตัวมากอดรัดฟัดเหวี่ยง เธอตกใจร้องเอะอะ แอบมาแบบนี้เกิดพี่ชายของเธอกับโจรเฒ่ามาพบเข้าต้องเป็นเรื่องแน่นอน เขารับรองเสือคำแสนไม่มีทางรู้เพราะมัวแต่ฝึกอาคมไม่สนใจใครหรืออะไรทั้งสิ้น ส่วนเฒ่าโสมก็ไม่อยู่หายไปไหนกับกุลาไม่รู้ กว่าจะกลับคงอีกนาน พูดจบเขาระดมจูบไปทั่วเรือนร่างของเธอ
บุญตาตัวอ่อนเป็นขี้ผึ้งถูกไฟลนปล่อยให้จันดีทำตามใจปรารถนา...

เสือคำแสนนั่งสมาธิอยู่กลางป่าที่เงียบสงบ แต่จิตใจของเขากลับเห็นตัวเองถูกนายฮ้อยเคนเล่นงานจนต้องเสียดวงตาไปข้างหนึ่ง สมาธิกระเจิดกระเจิงนั่งต่อไม่ได้ลืมตาโพลงพร้อมกับประกาศกร้าวจะต้องมีอาคมแก่กล้ากว่านายฮ้อยเคนให้ได้ เฒ่าโสมเตือน เขาเอาแต่คิดถึงเรื่องการแก้แค้น ให้ฝึกอีกสิบปีก็ไม่มีทางสู้นายฮ้อยทมิฬได้ เสือคำแสนไม่พอใจตำหนิเฒ่าโสมที่หายหัวไปไหนมา แทนที่จะอยู่ช่วยสอนวิชาให้

“เจ้าอยากมีอาคมก็ต้องฝึกด้วยโตเอง ข้อยชี้แนะทางให้แล้ว ที่เหลือก็อยู่ที่เจ้า”

“แต่ข้อยอยากได้ทางลัด”

เฒ่าโสมตวาดลั่นว่าไม่มีทางลัด เสือคำแสนไม่เชื่อเพราะเคยได้ยินมาว่าถ้าอยากเป็นนายฮ้อยที่ฝีมือแก่กล้ากว่าใคร ต้องเอาเมียตัวเองมาผ่าท้อง เอาลูกในท้องไปทำลูกกรอก เฒ่าโสมโวยวายทำอย่างนั้นมันชั่วช้าเกินไป เสือคำแสนไม่สน ต่อให้ชั่วแค่ไหนก็จะทำหากได้ผล

“บ่ได้ ข้อยห้ามเจ้าเฮ็ดจังซั่นเด็ดขาด อาคมที่เจ้าได้จากพิธีกรรมชั่วๆนั่น มันสิเฮ็ดให้เจ้าเสียสติเป็นบ้า แล้วตายไปเป็นผีปอบ แทนที่สิได้แก้แค้นนายฮ้อย เจ้าสิได้เป็นผีปอบแทน ข้อยเตือนเจ้าแล้วจำไว้”...

ไม่นานนัก เฒ่าโสมเดินมาทรุดตัวลงนั่งที่แคร่หน้ากระท่อมเสือคำแสน ครุ่นคิดถึงเรื่องที่คุยกับเสือชั่วเมื่อครู่ ก็อดนึกถึงคำแก้วที่เกือบจะโดนพ่อตัวเองที่เป็นนายฮ้อยผีผ่าออกจากท้องแม่ไปทำลูกกรอกไม่ได้

“คำแก้ว ชีวิตเจ้าคือเป็นตาเหลือโตนแท้ ข้อยสิดูแลเจ้าแทนแม่เจ้าเอง” เฒ่าโสมพึมพำกับตัวเอง แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นจันดีเดินลงมาจากเรือน ร้องถามว่าขึ้นไปทำอะไรบนนั้น เขาอึกอักคิดคำแก้ตัวไม่ทัน บุญตาที่เดินตามมารีบช่วยแก้ไขสถานการณ์ว่าจันดีขึ้นมาซ่อมฝาเรือนที่พังให้ เขาเออออไปด้วย เฒ่าโสมมองอย่างไม่เชื่อนัก บุญตารู้ทันรีบเข้ามาคล้องแขนออเซาะหวังจะดึงความสนใจ จันดีสบช่องรีบชิ่งทันที

“ข้อยบ่อยู่กวนข้าวใหม่ปลามันแล้วเด้อ เป็นตาอิจฉาพ่อใหญ่อีหลี ข้อยไปล่ะ”

บุญตาแอบส่งยิ้มให้จันดีแล้วออดอ้อนชวนเฒ่าโสมขึ้นเรือนโดยที่เขาไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก

ooooooo

ชาวบ้านหนองแสงเห็นนายฮ้อยเคนกับทัพควายจะเดินทางต่อก็เอาเสบียงเท่าที่พอจะหาได้มาให้เป็นการตอบแทนที่ช่วยปราบผีปอบและตีแผ่ความเลวของพ่อธรรมให้ประจักษ์

ทีแรกเขาปฏิเสธไม่รับข้าวของของชาวบ้านเนื่องจากไม่อยากเบียดเบียน แต่ทนเสียงรบเร้าของทั้งชาวบ้าน อาจารย์เม้า และเฒ่าแต้มไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องรับเอาไว้ บักเทิงซึ่งเป็นผู้นำคนใหม่ของชาวบ้านอวยพรให้นายฮ้อยเคนกับพวกเดินทางปลอดภัย เขาพยักหน้ารับแล้วหันไปสั่งอาจารย์เม้า

“บอกทุกคนให้เตรียมโตออกเดินทางได้แล้ว”...

ระหว่างที่อาจารย์เม้ากำลังสั่งการให้ชาวทัพควายเก็บข้าวของให้เรียบร้อยเตรียมออกเดินทางอยู่ที่คอกควาย คำแก้วเข้ามาขอให้ช่วยเล่าเรื่องภูเสือให้ฟัง เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเล่าว่าภูเสือเป็นสถานที่อันตราย ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าดงดิบ มีเรื่องเล่ากันว่าครั้งหนึ่งมีพระธุดงค์ออกบำเพ็ญภาวนามาถึงหน้าถ้ำภูเสือ ขณะจะเดินเข้าไปข้างใน ควาญช้างคนหนึ่งมาขวางไว้ ขอร้องไม่ให้เข้า

“อาตมาออกธุดงค์บำเพ็ญภาวนามาทั่วแผ่นดินอีสานเบิ่ดแล้ว ภูตผีปีศาจเฮ็ดหยังอาตมาบ่ได้ดอกโยม”

“แต่บนภูเสือนี่บ่คือหม่องอื่นนะหลวงพ่อ แหงเข้าใกล้ถ้ำเหล็กไหลนั่นแหงอันตราย พระธุดงค์ที่พยายามเข้าไปบำเพ็ญภาวนาอยู่ในฮั่นหายสาบสูญไปหลายรูปแล้ว” ควาญช้างพูดไม่ทันขาดคำมีเสียงครึนๆดังออกมาจากในถ้ำราวกับมันมีชีวิต ฝูงค้างคาวบินออกจากถ้ำเป็นสายคล้ายตกใจอะไรบางอย่างในนั้น เขากลัวมากวิ่งไปหลบหลัง พระธุดงค์ “เว่าบ่ทันขาดคำ อาถรรพณ์เหล็กไหลมันเตือนบ่ให้ย่างเข้าไปแล้วหลวงพ่อ”

ป่วยการที่ควาญช้างจะเตือน หลวงพ่อดื้อดึงจะเข้าไปให้ได้ อ้างจะไปปราบอาถรรพณ์ จุดคบไฟแล้วเดินเข้าไปในถ้ำที่มืดมิดอย่างระแวดระวัง มีเสียงลมพัดผ่านช่องเขาทำให้เกิดเสียงคล้ายเสียงคำรามดังขึ้นเป็นระยะๆ ควาญช้างลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเดินตามจนทันแล้วจับชายจีวรของท่านเอาไว้ บรรยากาศวังเวงของถ้ำทำให้ควาญช้างใจคอไม่ดี ยิ่งเดินลึกเข้าไปข้างใน ความสะพรึงก็ยิ่งมากขึ้นจึงชวนท่านกลับ

“คั่นเจ้าย่านก็ฟ้าวออกไปตอนนี่เถาะ ก่อนที่สิออกไปบ่ทัน เจ้าของถ้ำเหล็กไหลนี่เพิ่นฮู้โตแล้ว เพิ่นบ่พอใจอยากให้เฮาไปให้พ้น”

ควาญช้างหน้าเสีย ในเมื่อเจ้าของถ้ำไล่เราแล้ว เราก็ควรจะรีบไป หลวงพ่อทักท้วงว่าไม่ทันแล้ว ถ้ำแห่งนี้ฆ่าคนไปหลายคน ท่านต้องกำราบมันให้ได้ ทันใดนั้นมีลมพัดวูบเข้ามาทำให้คบไฟดับ ควาญช้างสะดุดโหยงร้องเอะอะในถ้ำจะมีลมพัดแรงแบบนี้ได้อย่างไร หลวงพ่อใจคอไม่ดีไปด้วย หันรีหันขวางไม่รู้จะทำอย่างไร ควาญช้างรีบเอาไม้ขีดไฟออกมาจุด อยู่ๆมีเงาวูบอะไรบางอย่างผ่านหน้าผ่านหลังยิ่งทำให้ทั้งคู่กลัวมากขึ้น

“หลวงพ่อ...บ่ไหวแล้ว เป็นตาย่านหลาย” ควาญช้างจะวิ่งหนีแต่หลวงพ่อดึงมือไว้ชี้ให้ดูแสงสว่างส่องประกายวิบวับมาจากอีกห้องหนึ่งของถ้ำ ก่อนจะเข้าไปดูโดยไม่ฟังเสียงห้ามปรามของควาญช้าง

สิ่งที่หลวงพ่อประจักษ์แก่สายตาก็คือเหล็กไหลนั่นเอง ทั้งศีลและธรรมที่เพียรบำเพ็ญมาตลอดชีวิตสะบั้นลงด้วยความโลภ รีบหยิบน้ำผึ้งป่าจากในย่ามมาเทลงบนฝ่ามือแล้วยื่นไปล่อเหล็กไหลซึ่งเคลื่อนตามน้ำผึ้ง

“เหล็กไหลอีหลี ในที่สุดกูสิได้ครอบครองมันสักที” หลวงพ่อยิ้มพอใจ ล้วงเอามีดอาคมในย่ามออกมาเตรียมทำพิธีตัดเหล็กไหล มีเงาวูบขึ้นทางด้านหลัง ท่านหันขวับ “กูบ่ย่านมึงดอก เซาขัดขวางกูได้แล้ว บ่จังซั่นมึงถูกกูสั่งสอนให้เข็ดหลาบแน่” หลวงพ่อไม่สนใจเตรียมใช้มีดอาคมตัดเหล็กไหลต่อ เงานั้นพุ่งเข้าหาอย่างแรง

หลวงพ่อสะดุ้งสุดตัวก่อนเลือดสดๆจะทะลักออกจากปากเปรอะจีวร ท่านค่อยๆหันกลับมาเผชิญหน้ากับสิ่งที่ทำให้ตัวเองใกล้ตายถึงกับตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนวิญญาณจะออกจากร่าง

ด้านควาญช้างเดินกลัวๆกล้าๆ ในมือกำขอสับช้างไว้แน่น ปากก็เรียกหาหลวงพ่อไม่หยุด แต่แล้วเขาสะดุดเข้ากับบางอย่างจึงก้มลงดูพบจีวรของหลวงพ่อตกอยู่ที่พื้น เมื่อหยิบขึ้นมาพบว่าจีวรเต็มไปด้วยเลือด พอเงยหน้ามองไปที่โขดหินเห็นหลวงพ่อถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม พลันมีเสียงหัวเราะน่ากลัวดังขึ้น ควาญช้างขวัญกระเจิงวิ่งหนีตายออกจากถ้ำในมือยังมีจีวรเปื้อนเลือดของหลวงพ่อ

ความหวาดกลัวสุดขีดทำให้ควาญช้างเสียสติ วิ่งไปซุกที่ต้นไม้ใหญ่เอาจีวรนั่นมาคลุมหัว...

คำแก้วฟังเรื่องเล่าจากปากอาจารย์เม้าแล้วถามอย่างสนใจว่าตกลงควาญช้างนั่นเป็นบ้าไปเลยใช่ไหม เขาพยักหน้าแทนคำตอบ เจอเรื่องน่าสยดสยองขนาดนั้นรอดตายมาได้ก็เป็นบุญแล้ว ถึงควาญช้างจะเป็นบ้าแต่ก็รอดตาย เลยเป็นเรื่องเล่าให้ผู้อื่นไม่กล้าย่างกรายเข้าใกล้ภูเสืออีก

“ดีแล้วที่อ้ายเคนบ่ตัดสินใจไปหม่องนั่นตอนนี่” คำแก้วเผลอหลุดปากต้องรีบเปลี่ยนเรื่องพูด ก่อนที่อาจารย์เม้าจะสงสัยมากไปกว่านี้ มีเสียงนายฮ้อยเคนร้องเรียกคำแก้วดังขึ้น เธอรีบขอตัวลุกออกไปเลย...

เมื่อรู้ว่าคำแก้วหายไปคุยกับอาจารย์เม้ามา นายฮ้อยเคนดักคอว่าไปถามเรื่องภูเสือมาใช่ไหม เธอทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เขาตัดสินใจจะต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อไม่ให้เธอคลาดสายตาอีก หยิบเชือกขึ้นมาทำบ่วงบาศจะคล้องเธอไว้ คำแก้วโวยวายอย่าเล่นแบบนี้ เธอไม่ใช่ควายที่เขาต้องเอาเชือกมาคล้อง เขาได้แต่ยิ้มยียวน...

สายมากแล้วตอนที่ทัพควายจัดขบวนเตรียมออกจากที่ตั้ง สีโหนั่งเกวียนเดียวกับบัวเขียวเห็นแดดเปรี้ยงหยิบผ้าพันคอตัวเองมาคล้องคอให้เธอไว้สำหรับโพกหัวกันแดด ส่วนอีกมุมหนึ่งของขบวน ผู้ช่วยถึกพยายามจะเข้ามาคุยกับจันแดงแต่เธอกลับเดินหนีไปอีกทางหนึ่ง สุบินไม่วายปากเสียหาว่าเขาถูกจันแดงทำเสน่ห์ถึงหลงใหลได้ปลื้มสาวหน้าตาอัปลักษณ์แทนที่จะไปสนใจสาวหน้าตางามๆจนเกือบจะมีเรื่องกัน

ooooooo

นิยายไทยรัฐ
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement